คลังเก็บป้ายกำกับ: ZENFONE_MAX_PRO_M2

Chen San-yuan เทรนเนอร์ Pokémon รุ่นคุณปู่ ได้รับการสนับสนุนจากผู้ผลิตสมาร์ทโฟนแล้ว

ในปีที่แล้ว Chen San-yuan คุณปู่ชาวไต้หวัน วัย 70 ปี ได้ตกเป็นข่าวดังไปทั่วโลก หลังจากออกมาเล่นเกม Pokémon Go ด้วย ด้วยสมาร์ทโฟน 11 เครื่อง โดยเขาติดตั้งสมาร์ทโฟนทั้งหมด พร้อมกับ Power Bank ไว้กับจักรยาน แล้วออกไปไล่จับ Pokémon ตามท้องถนนในกรุงไทเป จนกลายเป็นที่สนใจของคนในย่านนั้น

ปีนี้ Chen San-yuan ได้รับการพูดถึงอีกครั้ง เพราะมีคนพบว่าเขาได้เพิ่มจำนวนสมาร์ทโฟนอีกเท่าตัว เพื่อเล่นเกม Pokémon Go โดยมีการติดตั้งสมาร์ทโฟนไว้กับจักรยานถึง 21 เครื่อง และยังวางไว้ในตะกร้าหน้ารถอีก 2 เครื่อง

ล่าสุดมีข่าวว่า Chen San-yuan ได้รับการสนับสนุนจาก Asus ซึ่งมีฐานบริษัทอยู่ในไต้หวันอยู่แล้ว โดยมอบสมาร์ทโฟน ZenFone Max Pro M2 ให้กับเทรนเนอร์รุ่นคุณปู่ไว้ใช้เล่นเกม Pokémon Go ซึ่งถือเป็นการโฆษณาจุดเด่นของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ไปในตัว ด้วยความจุแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ให้อายุการใช้งานยาวนานเป็นพิเศษ พร้อม GPS ในตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ สำหรับการเล่นเกม Pokémon Go

ที่มา – Kotaku
https://www.flashfly.net/wp/246464

from:https://www.flashfly.net/wp/246464

โฆษณา

เปรียบเทียบสเปก Redmi Note 7 vs Lenovo Z5s vs Asus Zenfone Max Pro (M2)

Xiaomi ตัดสินใจแยกแบรนด์ Redmi ให้เป็นอิสระ และได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นแรกออกมาแล้ว นั่นคือ Redmi Note 7 โดยมีคู่แข่งที่สูสีอย่าง Lenovo Z5s กับ Asus Zenfone Max Pro (M2) แต่ว่ารุ่นไหนจะน่าสนใจมากที่สุด? เว็บไซต์ Gizmochina พยายามหาคำตอบมาให้แล้ว เริ่มจากตารางเปรียบเทียบสเปกด้านล่าง

การออกแบบ

ในเรื่องของดีไซน์ Gizmochina ถูกใจ Lenovo Z5s มากที่สุด ด้วยการออกแบบขอบจอแสดงผลที่บางเฉียบ และการไล่ระดับสีที่แผงหลัง แต่ในด้านคุณภาพการผลิต Redmi Note 7 ทำได้ดีกว่า โดยมาพร้อมกระจก Gorilla Glass 5 สามารถกันน้ำและฝุ่นได้ ถึงแม้ Xiaomi จะไม่ได้บอกว่ามีความทนทานระดับไหน ขณะที่ Asus Zenfone Max Pro M2 มากับกระจกรุ่นใหม่กว่าอย่าง Gorilla Glass 6 แต่ไม่สามารถป้องกันน้ำและฝุ่น

จอแสดงผล

จอแสดงผลของสมาร์ทโฟนทั้ง 3 รุ่น มีความใกล้เคียงกันมาก แต่ดูเหมือน Lenovo Z5s จะโดดเด่นกว่าที่การออกแบบให้มีขอบจอแสดงผลบางกว่าคู่แข่ง อย่างไรก็ตาม Gizmochina แนะนำว่าจอแสดงผลไม่ควรอยู่ในเกณฑ์พิจารณา เพราะไม่มีความแตกต่างกันเท่าไรนัก

สเปก

Lenovo Z5s มากับชิปประมวลผล Snapdragon 710 ซึ่งอยู่ในระดับเหนือกว่า Snapdragon 660 ของ Redmi Note 7 และ Asus Zenfone Max Pro M2 ในส่วนของระบบปฏิบัติการ Lenovo Z5s กับ Redmi Note 7 มาพร้อม Android 9 Pie ขณะที่ Asus Zenfone Max Pro M2 ยังใช้ Android 8.1 Oreo

กล้อง

Redmi Note 7 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มาพร้อมกล้อง 48 ล้านพิกเซล โดยใช้เซ็นเซอร์ ISOCELL ของ Samsung ให้ภาพถ่ายมีรายละเอียดชัดเจนและสว่างแม้ถ่ายในที่แสงน้อย Lenovo Z5s ก็มากับกล้องที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน โดยเป็นรุ่นเดียวที่มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว และหนึ่งในนั้นช่วยให้ Z5s รองรับการซูม 2 เท่า โดยไม่สูญเสียรายละเอียด ส่วน Asus Zenfone Max Pro M2 มาพร้อมกล้องคู่หลัง ที่ไม่โดดเด่นเท่าไรนัก เมื่อเทียบกับคู่แข่งทั้ง 2 รุ่น

แบตเตอรี่

Asus Zenfone Max Pro M2 เสียเปรียบคู่แข่งในเรื่องกล้อง แต่มากับแบตเตอรี่ที่ยอดเยี่ยม ด้วยความจุขนาดใหญ่ 5000 mAh สามารถใช้งานได้นานสูงสุด 3 วัน หรือใช้งานอย่างเต็มที่ได้สูงสุด 2 วัน ขณะที่ Redmi Note 7 ก็ให้ความจุแบตเตอรี่มาไม่น้อย 4000 mAh พร้อมรองรับชาร์จเร็ว ส่วน Lenovo Z5s มากับแบตเตอรี่ 3350 mAh

ราคา

ใน 3 รุ่นนี้ Redmi Note 7 เป็นสมาร์ทโฟนที่มีความคุ้มค่ามากที่สุด โดยมีราคาราว 4,695 บาท มาพร้อมกล้องหลังที่โดดเด่น และแบตเตอรี่ที่ให้อายุการใช้งานได้ยาวนาน แต่ถ้าต้องการประสิทธิภาพที่ดีขึ้น Lenovo Z5s เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่มีราคาสูงที่สุด ราว 7,985 บาท และเห็นได้ชัดเจนว่า Asus Zenfone Max Pro M2 มุ่งเน้นไปที่แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ แขวนป้ายราคาไว้ราว 7,345 บาท (ทั้งนี้ ราคาดังกล่าว เป็นราคาขายปลีกในประเทศจีน)

ที่มา – Gizmochina

from:http://www.flashfly.net/wp/239356

รีวิว : ASUS ZenFone Max Pro (M2) ภาคต่อเกมมิ่งโฟนดีไซน์พรีเมี่ยม พร้อมแบตสุดอึด ในราคาสุดคุ้ม

 

เมื่อช่วงปลายปี 2018 ที่ผ่านมา ASUS ได้เปิดตัว ZenFone Max Pro (M2) และ ZenFone Max (M2) สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในตระกูล Max Series รุ่นภาคต่อของ ZenFone Max Pro (M1) และ ZenFone Max (M1) ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นปี และกลางปี 2018 ที่ผ่านมา

โดยทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมจุดเด่นแบตสุดอึด ซึ่งไม่ใช่มีดีแค่แบตอึดอย่างเดียว แต่ดีไซน์ที่ดูพรีเมี่ยมมากขึ้น และยังเป็นเกมมิ่งสมาร์ทโฟนที่เอาใจคอเกมที่ชอบเล่นเกมบนมือถือในราคาที่เอื้อมถึงได้ง่ายอีกด้วย สำหรับ ZenFone Max Pro (M2) เป็นรุ่นท๊อปในซีรี่ส์นี้ที่ทาง MobileOcta ได้เครื่องมาทดสอบ เพื่อไม่ให้เสียเวลาเราไปดูรีวิวกันเลยดีกว่า

ZenFone Max Pro (M2)

ชุดอุปกรณ์ในกล่อง

แพ็คเกจจิ้งของ Zenfone Max Pro (M2) เป็นกล่องกระดาษสีดำตัดสีน้ำเงินขนาดพอดีเครื่อง ด้านหน้าระบุชื่อรุ่นไว้อย่างชัดเจน  ส่วนด้านหลังกล่องระบุข้อมูลรหัสรุ่น และสเปกเบื้องต้น

เมื่อเปิดกล่องออกมาจะเห็นตัวเครื่อง  Zenfone Max Pro (M2) พร้อมอุปกรณ์ต่างๆ ได้แก่ อะแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่ขนาด 5V/2A, สายเชื่อมต่อ micro USB, เข็มจิ้มซิมการ์ด และคู่มือการใช้งานเบื้องต้น และใบรับประกันสินค้า

ดีไซน์

Zenfone Max Pro (M2) มาพร้อมดีไซน์โค้งมนสวยหรูดูพรีเมี่ยม ตัวเครื่องใช้วัสดุทำจากโพลีคาร์บอเนตขึ้นรูปชิ้นเดียวแบบ Unibody ครอบด้านหครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 6 ด้วยขนาด 157.9 x 75.5 x 8.5 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 170 กรัม

ด้านหน้าเครื่อง เริ่มจากด้านบนตรงกลางมีรอยบากหรือ Notch ที่มีเลนส์กล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ Soft Light LED และเซ็นเซอร์ต่างๆ อยู่ด้านใน เหนือรอยบากมีช่องลำโพงสนทนา และไฟ  LED แจ้งเตือนอยู่มุมซ้ายในลำโพง

ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ All Screen IPS LCD ขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ 2280 x 1080 พิกเซล ในอัตราส่วน 19:9 ส่วนปุ่มควบคุมการใช้งานต่างๆ จะแสดงบนหน้าจอเมื่อเปิดใช้งาน

พลิกมาด้านหลังใช้เทคนิคการขัดพื้นผิวให้เป็นลวดลายคล้ายคลื่น (Wave Finish) แบบ 16 ชั้น และครอบทับด้วยฝาหลังมันเงาแบบ 3 มิติ ซึ่งสะท้อนแสงได้สวยงามมาก โดยมุมซ้ายด้านบนมีเลนส์กล้องดิจิทัลแบบคู่ Dual Camera ในแนวตั้ง ความละเอียด  12+5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED ถัดลงมาตรงกลางมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และโลโก้ ASUS

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีช่องสำหรับใส่ถาดใส่ซิมการ์ด 2 SIM แบบ Triple-Slot Tray ซึ่งรองรับการใช้งานร่วมกับซิมการ์ดแบบ nanoSIM และแยกช่องใส่ microSD Card มาให้ต่างหาก

ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่อง และล็อกหน้าจอ

ด้านบนเครื่องมีช่องไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียง

ด้านล่างเครื่องมีช่องเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม, ช่องไมโครโฟนสนทนา, พอร์ต microUSB 2.0 และช่องลำโพงเสียง

สเปก Zenfone Max Pro (M2)

ขนาด 157.9 x 75.5 x 8.5 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 170 กรัม
หน้าจอ All-Screen Display IPS LCD 16 ล้านสี ความละเอียด FHD+ 2280 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.3 นิ้ว
หน่วยประมวลผล Octa Core ความเร็ว 2.2 GHz, ชิปเซ็ท Snapdragon 660, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 512
RAM 4GB/6GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 64GB
microSD Card รองรับสูงสุด 2TB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลังเลนส์คู่ความละเอียด 12+5 ล้านพิกเซล (เซ็นเซอร์ Sony IMX486) ขนาดรูรับแสงกว้าง f/1.8+f/2.4 พร้อมรองรับระบบ AI Scene Detection สำหรับวิเคราะห์และแต่งภาพด้วย AI, มีระบบกันสั่น EIS, มีระบบโฟกัสภาพ PDAF และรองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดระดับ 4K UHD (30fps)

กล้องหน้าความละเอียด ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.0 พร้อมไฟแฟลช Soft Light

ระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo
เชื่อมต่อ 802.11 b/g/n, WiFi Direct, WiFi hotspot, GPS, Bluetooth 5.0
รองรับระบบ 4G LTE และ 3G 850/900/1900/2100 MHz ( 4G และ 3G ทุกเครือข่ายในไทย)
แบตเตอรี่ 5,000 mAh
ราคา รุ่น RAM 4 GB, ROM 64 GB ราคา 6,990 บาท

รุ่น RAM 6 GB, ROM 64 GB ราคา 8,990 บาท

คุณสมบัติการใช้งาน

Zenfone Max Pro (M2) รันบนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo แบบ Pure Android ไม่มี Zen UI มาครอบทับเหมือนรุ่นอื่นๆ ทำให้ใช้งานง่าย ลื่นไหล ไม่หนักเครื่อง และ ASUS ยังการันตีรองรับการอัปเดตเป็น Android 9 Pie ในเดือนมกราคม 2019 อีกด้วย

เมื่อกดค้างบนหน้าจอสามารถปรับเปลี่ยนภาพพื้นหลัง เลือกวิดเจ็ทสำหรับวางบนหน้าจอ หรือจัดรูปแบบหน้าจอได้ตามความต้องการ และหากใช้นิ้วแตะด้านบนแล้วลากลงมาจะเป็นส่วนแจ้งเตือน Notification รวมทั้งตั้งค่าเปิด/ปิดการเชื่อมต่อต่างๆ

รองรับการใช้งาน 2 ซิม ซึ่งสามารถใช้งาน 4G/3G ได้ทั้ง 2 ซิม

ด้วยความเป็น Pure Android จึงมาพร้อมแอพ Google แบบครบชุดไม่ตองดาวน์โหลดเพิ่ม

ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง สามารถปลดล็อกได้ภายใน 0.3 วินาที แม้ว่านิ้วมือจะเปียกก็ตาม

รองรับการปลดล็อกใบหน้าให้เป็นชั้นความปลอดภัยเพิ่มเติม เมื่อลงทะเบียนแล้วเจ้าของสามารถปลดล็อกโทรศัพท์ได้ภายในเวลาเพียง 0.03 วินาทีโดยการปลุกโทรศัพท์ให้ล็อกหน้าจอและมองเข้าไปในกล้อง

รองรับการเปิด 2 แอปพลิเคชันพร้อมกัน โดยกดปุ่ม Recent Apps ค้างไว้ แอปพลิเคชันที่กำลังเปิดอยู่จะถูกย่อลงเหลือครึ่งจอบน จากนั้นให้เราเลือกแอปพลิเคชันที่ต้องการจะเปิดคู่กันในครึ่งจอล่าง เพียงเท่านี้ก็สามารถเปิดใช้งาน 2 แอปพลิเคชันได้

คุณสมบัติอื่นๆ ก็มีมาให้อย่างครบถ้วน

ด้านการถ่ายภาพ

Zenfone Max Pro (M2) มาพร้อมกล้องหลังคู่ Dual Camera ในแนวตั้ง พร้อมไฟแฟลช LED โดยเลนส์ตัวแรกความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 กล้องรองความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ทำหน้าที่เป็นเซ็นเซอร์วัดระยะชัดตื้นสำหรับการถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ

มีระบบจดจำซีน AI Scene Detection ที่ตรวจจับวัตถุได้ทั้งหมด 13 รูปแบบ เช่น บุคคล อาหาร สุนัข แมว ท้องฟ้า เวที ดอกไม้ เป็นต้น, ระบบโฟกัสภาพ PDAF และระบบกันสั่น EIS

รวมทั้งสามารถเลือกโหมดโปร, โหมด HDR, โหมด Sports และโหมดถ่ายภาพกลางคืน นอกจากนี้ยังมีโหมด Beauty ที่ปรับได้ 4 ระดับ และเลือกปรับโทนสีได้ 10 แบบ

โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4000 x 3000 พิกเซล ส่วนวิดีโอบันทึกได้ระดับ 4K UHD

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 พร้อมไฟแฟลช SoftLight LED  โดยมีโหมด Portrait สำหรับถ่ายภาพบุคคลแบบหน้าชัดหลังเบลอได้ รวมทั้งโหมดถ่ายหน้าสวย Beauty, โหมด HDR เป็นต้น และบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดได้ที่ระดับ FHD 1080p

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

ประสิทธิภาพ

Zenfone Max Pro (M2) ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.2 GHz  โดยใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 660, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 512, RAM 4GB/6GB

และหน่วยความจำภายในเครื่องขนาด 64GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 2TB พร้อมฟรีพื้นที่บน Google Drive 100GB นาน 1 ปี

เท่าที่ได้ลองทดสอบโดยใช้งานปกติทั่วไปปรากฏว่า สำหรับรุ่น RAM 6GB ที่นำมาทดสอบนั้น สามารถใช้งานได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด และตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี

ส่วนการเล่นเกมได้ลองกับเกม ROV และเกม Free Fire ที่มีภาพกราฟิกสูง สามารถเปิดโหมด High Frame Rate ในเกม ROV ได้ด้วย โดยเฟรมเรตจะอยู่ที่ 57-60 fps สามารถเล่นได้อย่างไหลลื่น ไม่มีอาการสะดุด หรือหน่วงให้เห็นเลย โดยรวมแล้วถือว่าสอบผ่าน

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ ZenFone Max Pro (M2) ผ่านแอป Antutu

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ ZenFone Max Pro (M2) ผ่านแอป GeekBench

แบตเตอรี่

แบตเตอรี่ที่ใช้กับเครื่องรุ่นนี้มีขนาด 5,000 mAh รองรับการชาร์จเร็ว 5V/2A 10W สามารถชาร์จ  0-100% ภายในเวลา 2 ชั่วโมง 42 นาที รวมทั้งเปิดเครื่องสแตนด์บายในเครือข่าย 4G ได้นานถึง 35 วัน หรือใช้เวลาสนทนาเครือข่าย  3G ได้ 45 ชั่วโมง และเล่นเกมได้นานต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง

นอกจากนี้ยังมาพร้อมโหมด  Battery saver ที่ยืดอายุการใช้งานสมาร์ทโฟนให้นานมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ได้ทำการทดสอบโดยใช้งานต่อเนื่องใน 1 วันปรากฏว่าสามารถใช้งานได้เกิน 1 วันสบายๆ แต่ถ้าใช้งานอินเทอร์เน็ตในเครือข่าย 4G และเล่นเกมด้วย แบตก็อาจหมดเร็วขึ้น

บทสรุป

ASUS ZenFone Pro (M2) ถือเป็นสมาร์ทโฟนอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับเหล่าเกมเมอร์ที่มีงบจำกัด แต่อัดแน่นด้วยประสิทธิภาพ และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ พร้อมฟีเจอร์เพื่อความบันเทิงอย่างครบครัน

นอกจากนี้ยังมาพร้อมดีไซน์โฉมใหม่สุดพรีเมี่ยมด้วยรูปลักษณ์โดดเด่นสะดุดตา และใช้วัสดุที่ครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 6 เวอร์ชั่นล่าสุดที่มีความแข่งแกร่งทนทาน

ในส่วนของการถ่ายภาพก็โดดเด่นไม่แพ้กัน โดยติดตั้งกล้องหลังคู่ และกล้องเซลฟี่ที่มรองรับเทคโนโลยี AI ที่ช่วยให้ถ่ายภาพได้สวยขึ้น และลื่นไหลด้วยระบบ Android 8.1 Oreo แบบ Pure Android ไม่มี UI มาครอบทับ พร้อมรองรับการอัปเดต Android 9 Pie ภายในเดือนมกราคมนี้อีกด้วย

ทั้งนี้ ASUS ZenFone Pro (M2) วางจำหน่าย สีด้วยกัน ได้แก่ Cosmic Titanium และ Midnight Blue ในสองรุ่น ได้แก่

·       รุ่น Ram 4 Rom 64 จะวางจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ Shopee เท่านั้น http://bit.ly/2Lef7Dg ในราคา 6,990 บาท

·       รุ่น Ram 6 Rom 64 จะวางจำหน่ายผ่านร้านค้าตัวแทนทั่วประเทศ ในราคา 8,990 บาท ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 62 เป็นต้นไป

 

from:http://mobileocta.com/review-asus-zenfone-max-pro-m2/

Review | รีวิว Asus Zenfone Max Pro M2 เปรียบเทียบกับรุ่นน้อง Zenfone Max M2

มือถือช่วงราคาประมาณ 5,000 – 7,000 บาท นั้นเป็นตลาดที่แข่งขันกันดุเดือดมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งทาง Asus เองก็พยายามจับเอาตลาดนี้ที่เคยทำผลงานเอาไว้ดีด้วยซีรี่ส์ Zenfone Max ที่อัพเกรดขึ้นมาเป็นมือถือสายเกมในราคาไม่แพง ด้วยสเปคของชิปเซ็ตที่ตอบโจทย์เกมเมอร์ที่อยากได้โหมดเฟรมเรทสูงอย่าง Snapdragon 660 ก็มี Zenfone Max Pro M2 ออกมาใหม่ ซึ่งประกบมาด้วยน้องเล็กอย่าง Zenfone Max M2

ปีที่ผ่านมามือถือสายเกมราคาประหยัดหลายรุ่นนั้นได้หยิบเอาชิปตัวแรงๆ มาผลิตเป็นรุ่นสุดคุ้มอยู่มากมาย โดย 2 ชิปที่ประสิทธิภาพดีและคุ้มค่ากับราคาก็มี Helio P60 และ Snapdragon 660 นั่นเอง ทางด้าน Asus เองก่อนหน้านี้ได้ใช้ Snapdragon 636 ไปในรุ่น Max Pro M1 ซึ่งก็มีการปรับจูนกับเกมต่างๆ จนได้ประสิทธิภาพดี เปิดเฟรมเรตสูงได้ และในภาคต่อ Zenfone Max Pro M2 นั้นก็เลือกใช้ชิปตัวท็อปของซีรี่ส์ไปเลย นั่นก็คือ Snapdragon 660 AIE

เปรียบเทียบสเปค Max Pro M2 และ Max M2 ต่างกันยังไง

ทั้ง 2 รุ่นอาจจะมีชื่อคล้ายกัน คือต่างกันแค่มี Pro และไม่มี Pro แต่จริงๆ แล้วมันมีความแตกต่างกันค่อนข้างชัด เพราะในรุ่น Max M2 นั้นจะเป็นรุ่นที่เน้นเรื่องของอายุการใช้งานและแบตเตอรี่มาเป็นอันดับแรก ทั้งการเลือกชิปเซ็ตมาใช้งาน และความละเอียดหน้าจอแบบ HD+

สเปค Zenfone Max M2

  • หน้าจอ 6.26 นิ้ว IPS ความละเอียด HD+ (1520×720)
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm® Snapdragon™ 632
  • หน่วยประมวลผลกราฟิก Qualcomm® Adreno™ 506
  • RAM  4GB LPDDR3X
  • ROM  32GB eMCP
  • กล้องหลังคู่ 13MP F1.8 + LED Flash + 2MP ใช้จับความลึก
  • กล้องหน้า 8MP F2.0 + LED Flash
  • ลำโพง 5-magnet + NXP SmartAmp
  • ไมค์คู่ตัดเสียงรบกวน
  • Bluetooth 4.2 , WLAN 802.11 b/g/n (2.4GHz)
  • แบตเตอรี่ 4000mAh
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิม + 1 MicroSD  (Triple Slot)
  • ราคาเปิดตัว 5,490 บาท

 

ส่วน Max Pro M2 นั้นเป็นตระกูลที่เสริมเรื่องของการเล่นเกมมาเป็นพิเศษนั่นเองก็จะอัพสเปคของชิปที่ดีขึ้นมา พร้อมกับแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น

สเปค Zenfone Max Pro M2

  • หน้าจอ 6.26 นิ้ว IPS ความละเอียด Full HD+ (2280×1080) Gorilla Glass 6
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm® Snapdragon™ 660 AIE
  • หน่วยประมวลผลกราฟิก Qualcomm® Adreno™ 512
  • RAM  4GB/6GB LPDDR3X
  • ROM  64GB eMCP
  • กล้องหลังคู่ 12MP Sony IMX 486 F1.8 + LED Flash + 5MP ใช้จับความลึก
  • กล้องหน้า 13MP F2.0 + LED Flash
  • ลำโพง 5-magnet + NXP SmartAmp
  • ไมค์คู่ตัดเสียงรบกวน
  • Bluetooth 5.0 , WLAN 802.11 b/g/n (2.4GHz)
  • แบตเตอรี่ 5000mAh
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิม + 1 MicroSD  (Triple Slot)
  • ราคาเปิดตัว 6,990 บาท (4GB + 64GB) และ 8,990 บาท (ุ6GB + 64GB)

 

ตัวเครื่องและงานประกอบ

ขนาดของตัวเครื่องนั้นสำหรับ Max Pro M2 จะอ้วนๆ หนาๆ กว่า Max M2 นิดหน่อย ส่วนนึงก็เพราะแบตเตอรี่ที่มีความจุมากกว่า นั่นก็คือ 5000 มิลลิแอมป์ กับ 4000 มิลลิแอมป์ แล้วก็มีดีไซน์กับวัสดุที่ต่างกันด้วย

Max Pro M2 นั้นจะเป็นพลาสติกเคลือเงา ครอบทับลงบนตัวเฟรมอีกทีหนึ่ง ซึ่งจะมีความหนามากกว่า ส่วน Max M2 นั้นฝาหลังจะเรียบแบนไปกับตัวเครื่อง สีด้าน ไม่มันเงาเหมือนรุ่น Pro

ทั้ง 2 รุ่นยังใช้พอร์ตเชื่อมต่อเป็น micro USB ส่วนเรื่องการชาร์จเร็วนั้นรองรับที่เวอร์ชั่นแรกสุดคือรับไฟที่ 5V 2A ลำโพง 5 Magnet ของ Asus นั้นขึ้นชื่อในเรื่องของความดังอยู่แล้ว ถึงแม้จะมีลำโพงเดียวที่ด้านล่างเสียงก็ยังถือว่าดังสุดๆ

ส่วนช่องหูฟัง 3.5 นั้นมีให้ทั้งคู่ แต่อยู่รุ่น Zenfone Max Pro M2 นั้นจะอยู่ที่ด้านล่างของตัวเครื่อง ส่วนของ Zenfone Max M2 นั้นอยู่ที่ด้านบน

 

ขนาดหน้าจอและความละเอียด

รอบนี้ทาง Asus ได้ปรับดีไซน์ในรุ่น M2 ให้ออกมาเป็น Notch Display ทั้งคู่ คือมีพื้นที่หน้าจอเยอะขึ้นจาก 5.99 นิ้ว เป็น 6.26 นิ้ว แต่ก็ต้องแลกมาด้วยรอยบาก ซึ่งความละเอียดของทั้ง 2 รุ่นนั้นไม่เท่ากันคือจะเป็นจอ Full HD ในรุ่น Pro ส่วนรุ่นปกติเป็นจอ HD

หากไม่นำมาวางเทียบกันก็อาจจะไม่เห็นความแตกต่างชัดเท่าไหร่นัก คือหน้าจอของ Max M2 ก็ถือว่าคมชัดในระดับนึง แต่พอวางข้างๆ กันแว่บแรกก็จะเห็นเลยว่าความคมชัดของ Zenfone Max Pro M2 นั้นมีมากกว่า และหากจ้องไปใกล้ๆ สักพักนึงก็จะเริ่มเห็นเม็ดพิกเซล (แต่ถ้าจ้องนานมากจนตาลายแนะนำให้หยุด ไม่งั้นจะมึนหัวแน่นอน) ส่วนเรื่องของความสดของสีสันนั้นรุ่น Pro สีสวยงามกว่าแบบเห็นได้ค่อนข้างชัด

 

เครือข่ายและการเชื่อมต่อ

ในส่วนของการใช้งาน 2 ซิมนั้น ทั้ง 2 รุ่นไม่มีปัญหา เพราะว่ามาพร้อมกับถาดซิมแบบ triple slot ใส่ได้ 2 ซิมพร้อมกับบวกกับอีกหนึ่ง Micro SD

ส่วนการรองรับเครือข่ายนั้นจะเป็นแบบ Dual 4G + Dual VoLTE ในรุ่น Max M2 แต่รุ่น Max Pro M2 ที่สเปคแรงกว่า ในเครื่องทดสอบกลับรองรับแค่ 4G + 3G/2G

ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะมีการอัพเดทในภายหลังหรือไม่ (แต่ก็คิดว่าน่าจะทำได้ ยังไงต้องรอข้อมูลจากทาง Asus อีกที)

ส่วน WiFi ที่หลายคนถามกันเข้ามาว่ามันรองรับคลื่น 5 GHz หรือไม่ ก็ต้องบอกตามที่ได้ทดสอบมาว่าไม่รองรับครับ ไม่ว่ารุ่นไหนก็มองเห็นและเกาะได้แค่ WiFi 2.4 GHz เท่านั้น

UI การใช้งานเป็น Android One หรือไม่

เรื่องนี้ก็ต้องขอบอกว่าทาง Asus ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ Android One กับ Google นะครับ แม้ UI หรือหน้าจอการใช้งานจะมีความคล้ายมากก็ตาม แต่อันนี้ต้องเรียกว่า Stock Android หรือ Pure Android จะเหมาะกว่า ความลื่นไหลในการใช้งานนั้นอาจจะมีความใกล้เคียงกัน แต่เรื่องของการอัพเดทนั้นจะช้ากว่าพวกมือถือ Android One

ส่วนใครที่เห็นหน้าจอ UI แล้วมันดูแปลกๆ ไม่เหมือนของ Asus หรือ Zenfone รุ่นก่อนๆ ก็ไม่ต้องตกใจ เหตุผลก็ตามที่บอกไปข้างต้น และฟีเจอร์ต่างๆ ที่เคยมีใน Zen UI ตอนนี้ก็ถูกตัดออกไปหมด ไม่มีให้ใช้งานแล้ว นั่นเพราะทาง Asus อยากไปเน้นประสบการณ์ใช้งานที่ลื่นไหล บน ROM ที่มีความเบา ไม่ใส่แอปหรือฟีเจอร์เข้าไปมากมายนัก

 

ประสิทธิภาพและการเล่นเกม

แม้คะแนนของชิปทั้ง 2 รุ่นจะดูเหมือนไม่ต่างกันมากนัก คือประมาณ 2-3 หมื่นคะแนน แต่ถ้าสังเกตุดีๆ จะเห็นว่าจุดที่ต่างกันสุดๆ คือเรื่องของ GPU หรือตัวประมวลผลกราฟิค โดย Zenfone Max M2 ที่ใช้ Snapdragon 632 นั้นทำคะแนนไปแค่หมื่นนิดๆ แต่ Max Pro M2 นั้นได้ไป 27140 คะแนน

นั่นเลยส่งผลให้ประสิทธิภาพในการเล่นเกมของทั้ง 2 รุ่นแตกต่างกันพอสมควร เช่นโหมดเฟรมเรทสูงในหลายๆ เกมนั้นรุ่น Pro M2  สามารถเปิดได้สบายๆ แต่รุ่น Max M2 ไม่มีให้เลือกเปิด และกราฟิดในเกมก็อาจจะเปิดได้แค่บางระดับความละเอียดเท่านั้น

จากที่ทดสอบกับ RoV กับรุ่น Zenfone Max M2 แม้จะเปิดกราฟิคได้หมด รวมถึงภาพ HD แต่ไม่มีโหมดเฟรมเรทสูงมาให้ จากที่ลองเล่นดูนั้นเฟรมเรทแทบจะไม่ตกเลย แต่เหมือนจะมีปัญหาที่หน้าจอคือตอนออกคำสั่งไถนิ้วไปมาปล่อยท่านั้น เหมือนจะแสดงผลเอื่อยนิดๆ ซึ่งเป็นเฉพาะเวลาเล่น RoV แต่ตอนเล่น PUBG ไม่มีอาการนี้เกิดขึ้น

ส่วน Zenfone Max Pro M2 นั้นครบเครื่องกว่า สามารถเปิดกราฟิคสุดได้ เฟรมเรตสูงก็มี วิ่งไปถึง 60FPS เจอหนักสุดๆ ก็มีหล่นมาที่ 48FPS ได้เหมือนกัน แต่ระบบสัมผัสเนียนกว่า การตอบสนองดี อาการทัชแปลกๆ ที่เคยเจอตอนพรีวิวเครื่องไปนั้นไม่รู้ว่าหายไปไหน นี่เล่นหลายรอบก็ไม่เจออาการที่ว่า เลยไม่รู้ว่ามันมีปัญหาที่ตัวเกมหรือเครื่องกันแน่

ส่วนหน่วยความจำภายในนั้นทั้งคู่เป็น eMMC ความเร็วในการเขียนอ่านถือพื้นฐานพอๆ กัน แต่หากดูความเร็วในการเขียนบน SQLLite นั้นมีหลายองค์ประกอบกว่าทั้งเรื่องของชิปเซ็ตและแรม แถมยังมี Gyrospcoe มาให้ครบทั้ง 2 รุ่น ด้าน GPS จับสัญญาณได้เร็ว แต่รุ่น Max Pro M2 จะเกาะดาวเทียมได้มากกว่า

 

กล้องถ่ายภาพ

หลายคนเห็นสเปคแล้วอาจจะสงสัย ทำไมกล้องของ Max M2 มีความละเอียดมากกว่าที่ 13MP+2MP แต่ Max Pro M2 ดันเป็นกล้องความละเอียด 12MP + 5MP อันนี้ต้องบอกว่าขนาดของจำนวนพิกเซลไม่ได้สำคัญไปกว่าคุณภาพของเซนเซอร์ จากที่ลองไปถ่ายภาพเทียบกันมานั้น Max Pro M2 มีรายละเอียดที่ดีกว่า สีสันและไวท์บาลานซ์ก็ทำได้ดี

เปรียบเทียบภาพถ่ายของ Max M2 และ Max Pro M2


























จากภาพจะเห็นว่ากล้องของ Max M2 นั้นจะติดอมแดงอยู่พอสมควร ทั้งกล้องหน้าและหลังเลยก็ว่าได้ การจับโฟกัสในสภาพแสงทั่วไปนั้นพอๆ กัน แต่พอแสงเริ่มลดลงฝั่งของ Max M2 จะเริ่มทำงานช้าลง ใช้เวลาจับโฟกัสนานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ด้าน UI กล้องของทั้ง 2 รุ่นนั้นยังดูปรับตั้งค่ายากอยู่ ยิ่งถ้าเทียบกับ Zen UI ของ Asus แล้วมันต่างกันเยอะมากๆ เลย แต่ในส่วนของฟีเจอร์ก็ถือว่ามีให้เลือกเยอะอยู่เหมือนกัน และจนถึงตอนที่เราใช้งานล่าสุด รุ่น Zenfone Max Pro M2 ที่ว่าจะเสริมกล้อง AI เข้ามาในอัพเดทก็ยังไม่มา คาดว่าหากมาแล้วตัวกล้องของรุ่น Pro น่าจะดีขึ้นได้กว่านี้ ไม่ต้องคอยไปเลือกโหมดการถ่ายภาพต่างๆ เองอีกแล้ว

 

สรุปผลการใช้งาน

สำหรับรุ่นสุดคุ้มด้วยสเปคและราคานั้น แน่นอนว่าต้องเป็น Zenfone Max Pro M2 ที่ครบเครื่องกว่า เพราะได้ชิปที่แรง RAM / ROM และแบตเตอรี่มีความจุมากกว่า ซึ่งจากการใช้งานหนึ่งวันนั้นอยู่ได้สบายๆ และยังไม่เจอปัญหาอะไรหนักๆ ในด้านการใช้งาน มีบางครั้งที่ระบบทัชสกรีนเหมือนจะแอบบงอน แตะเบาๆ แล้วไม่ค่อยติด แต่อาการนี้ก็มาแบบเป็นๆ หายๆ บางวันก็ไม่เจออาการเลย ส่วนเรื่องกล้องนั้นเด่นกว่ารุ่นเล็กทั้งการเซลฟี่และกล้องหลัง

แต่มือถือในช่วงราคา 6-7 พันบาท ตอนนี้ก็มีการแข่งขันค่อนข้างสูง และตัวเลือกเพียบ อาจจะต้องลองเทียบกับรีวิวของรุ่นอื่นๆ ดูก่อนจะตัดสินใจซื้อกันอีกที

ส่วน Zenfone Max M2 นั้นได้เปรียบในเรื่องรูปทรงและความบาง ด้วยสเปคแล้วก็ถือว่าคุ้มค่ากับราคาอยู่เหมือนกัน แต่ติดที่ราคายังเปิดมาไม่ได้ต่างจาก Max Pro M1 ที่เราเคยรีวิวไปแล้ว คือถ้าไม่ได้อยากได้หน้าจอที่ใหญ่ขึ้นมา การกลับไปเลือกเอารุ่น Max Pro M1 อาจจะดูคุ้มค่ากว่า เพราะราคาต่างกันไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้นเอง

from:https://droidsans.com/review-zenfone-max-pro-m2-compare-max-m2/

ASUS ส่ง ZenFone Max Pro (M2) และ ZenFone Max (M2) รุ่นล่าสุดบุกตลาดสมาร์ทโฟนเกมมิ่งไทย

บริษัท เอซุส มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่ ZenFone Max Pro (M2) และ ZenFone Max (M2) เอาใจสาวกชาวไทยพร้อมการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่พร้อมกันทั่วโลก ตอบโจทย์นักเล่นเกมส์ที่มองหาสมาร์ทโฟนคู่ใจในราคาคุ้มค่า แต่อัดแน่นด้วยประสิทธิภาพ และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมส์โดยเฉพาะ พร้อมฟีเจอร์เพื่อความบันเทิงอย่างครบครัน โดยเปิดจองให้คุณเป็นเจ้าของตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ASUS ZenFone Max Pro (M2)

ZenFone Max Pro (M2) ได้เลือกใช้ชิป Qualcomm Snapdragon™ 660 Mobile Platform พร้อมแรมสูงสุด 6 GB เพื่อส่งมอบการใช้งานที่ลื่นไหลและตอบสนองการใช้งานอย่างดีเยี่ยม นำเสนอแบตเตอรี่สุดอึดกว่า 5000 mAh ที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมส์และชมภาพยนตร์อย่างต่อเนื่องเต็มอรรถรส บนจอขนาด 6.3″ FHD+ display นอกจากนี้ยังเพิ่มความทนทานด้วยการเลือกใช้ Corning® Gorilla® Glass 6 เวอร์ชั่นล่าสุดเพื่อปกป้องจอด้านหน้า ZenFone Max Pro (M2) ยังมาพร้อมกล้องหลังคู่อัจฉริยะ AI Engine และเซ็นเซอร์จากโซนี่ ถ่ายภาพได้สวยทั้งกลางวันและกลางคืน ภาพถ่ายบุคคลและภาพวิว โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องตั้งค่าเอง ZenFone Max Pro (M2) ได้นำเสนอดีไซน์สุดพรีเมี่ยมด้วยรูปลักษณ์โดดเด่นสะดุดตา ทั้งยังมาพร้อมช่องใส่ซิมการ์ดถึง 3 สลอท ได้แก่ Dual SIM (2 ช่อง) และ microSD card

  • Max Performance

ด้วยชิป Qualcomm Snapdragon™ 660 Mobile Platform ผสานกับ Qualcomm AI Engine เพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่ลื่นไหล พร้อมแรมสูงสุด 6 GB ซึ่งซีพียูตัวนี้ทำงานได้รวดเร็วกว่าซีพียูรุ่นก่อนหน้าถึง 11% ทำงานกราฟิกได้ดีขึ้นกว่า 33%ให้ภาพสมจริงมากยิ่งขึ้น เรนเดอร์งาน 3D ได้รวดเร็ว

  • Max Battery

แบตเตอรี่ความจุกว่า 5000 mAh นับเป็นจุดเด่นของสมาร์ทโฟนตระกูล ZenFone Max แม้ตัวเครื่องจะมาพร้อมดีไซน์สุดบาง น้ำหนักเพียง 175 กรัม แต่ยังคงนำเสนอแบตเตอรี่ความจุสุดอึด สามารถสแตนบายเครื่อง 4G ได้นานถึง 35 วัน และคุยโทรศัพท์ผ่านระบบ 3G ได้นาน 45 ชั่วโมง ผู้ใช้สามารถเล่นเกมส์ได้นานต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง ดูยูทูบหรือภาพยนตร์ได้มากถึง19 ชั่วโมงและท่องเว็บไซต์ผ่านระบบไวไฟได้นานมากกว่า 23 ชั่วโมง

  • Max Durability

ZenFone Max Pro (M2) ได้ใช้ Corning® Gorilla® Glass 6 เวอร์ชั่นล่าสุด ซึ่งสามารถทนแรงกระแทกจากการตกจากที่สูง 1 เมตรได้มากกว่า 15 ครั้งติดต่อกันบนพื้นถนน โดยทนทานได้ดียิ่งขึ้น 2 เท่าจาก Gorilla Glass 5 รุ่นก่อนหน้า

  • Max Camera

ระบบกล้องคู่อัจฉริยะใน ZenFone Max Pro (M2) เป็นกล้องที่ดีที่สุดที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟนตระกูล ZenFone Max นำเสนอระบบ AI Scene Detection เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟนเรือธงตระกูล ZenFone 5 ช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพได้ง่ายยิ่งขึ้น กล้องคู่อัจฉริยะของ ZenFone Max Pro (M2) ตัวนี้การันตีคุณภาพโดยเซ็นเซอร์จากโซนี่ (Sony® IMX486) ลดปัญหาการเบลอภาพและช่วยโฟกัสภาพได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น สำหรับโหมดภาพถ่ายบุคคลนั้น กล้องตัวที่สองจะใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์ความลึกของภาพช่วยสร้างเอฟเฟกต์แบบ ‘bokeh’

  • Max Entertainment

มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว FHD+ (2280 x 1080) display, 19:9 aspect ratio, 94% NTSC color gamut, 450cd/m2brightness และ 1500:1 contrast ratio ช่วยให้ภาพการแสดงผลคมชัดยิ่งขึ้น ทั้งยังจุใจกับประสบการณ์ฟังเพลงด้วยลำโพงแม่เหล็กห้าชิ้นช่วยลดความผิดเพี้ยนของเสียงและทำให้เสียงทรงพลังมากยิ่งขึ้น

ZenFone Max Pro (M2) จะวางจำหน่าย 2 สีด้วยกัน ได้แก่ Cosmic Titanium และ Midnight Blue ในสองรุ่น ได้แก่

  • รุ่น Ram 4 Rom 64 จะวางจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ Shopee เท่านั้น http://bit.ly/2Lef7Dg ในราคา 6,990 บาท (ผู้ที่สั่งจองในช่วง Pre-order ระหว่างวันที่ 18-31 ธันวาคม 61 ใช้ Code ‘Asusm2’ รับส่วนลด 500 บาท)
  • รุ่น Ram 6 Rom 64 จะวางจำหน่ายผ่านร้านค้าตัวแทนทั่วประเทศ ในราคา 8,990 บาท ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 62เป็นต้นไป

ASUS ZenFone Max (M2)

สมาร์ทโฟนรุ่นเล็กที่มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว 19:9 HD+ (1520 x 720) display, 88% screen-to-body ratio พร้อมชิปQualcomm® Snapdragon™ 632 Mobile Platform และแบตเตอรี่ขนาด 4000 mAh  รวมถึงลำโพงคุณภาพสูงเพื่อความบันเทิงZenFone Max (M2) ยังนำเสนอดีไซน์ใหม่ที่โดนเด่นเรื่องความบางกะทัดรัด

ZenFone Max (M2) มาพร้อมกล้องคู่คุณภาพสูง (AI Scene Detection) 13MP f/1.8 ช่วยให้ภาพคมชัดในทุกสถานการณ์ พร้อมระบบ Electronic Image Stabilization (EIS) ช่วยลดปัญหาภาพสั่น นอกจากนี้กล้องหลังตัวที่สองยังช่วยการถ่ายภาพแบบ’bokeh’ ทำให้การถ่ายภาพบุคคลออกมาดูเป็นธรรมชาติ พร้อมการเบลอฉากหลังช่วยให้วัตถุตรงหน้าดูโดดเด่นขึ้นมา

ZenFone Max (M2) จะวางจำหน่าย 3 สีด้วยกัน ได้แก่ Midnight Black, Space Blue และ Meteor Silver ผ่านช่องทางดังนี้

  • รุ่น Ram 4 Rom 32 จะวางจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ Shopee เท่านั้น http://bit.ly/2Lef7Dg ในราคา 5,490 บาท (ผู้ที่สั่งจองในช่วง Pre-order ระหว่างวันที่ 18-31 ธันวาคม 61 ใช้ Code ‘Asusm2’ รับส่วนลด 500 บาท)
  • รุ่น Ram 4 Rom 64 จะวางจำหน่ายผ่านร้านค้าตัวแทนทั่วประเทศ ในราคา 5,990 บาท ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมเป็นต้นไป

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2QvtpFD สำหรับ ZenFone Max Pro (M2)และhttp://bit.ly/2Qr8qn3 สำหรับZenFone Max M2 หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ https://www.facebook.com/ASUSTHAILAND

from:http://www.flashfly.net/wp/237351

Preview | พรีวิว Asus Zenfone Max Pro M2 ครบเครื่องเหมือนเดิม ในราคาน่าสนใจ

Zenfone Max Pro M2 มาแล้ว เรียกว่าปีนี Asus ปล่อยของมาเจาะตลาดราคาประหยัดได้น่าสนใจ ใกล้เคียงกับสมัยที่ Zenfone 4-5-6 และ Zenfone 2 เคยทำเอาไว้ ได้ความคุ้มค่าในราคาไม่แพง ซึ่ง Max Pro M2 ที่ทาง droidsans ได้มาทดสอบในวันนี้เป็นรุ่น RAM 6GB / ROM 64GB

หน้าตากล่องเปลี่ยนไป ดูมีความเปลี่ยนแปลง สวยงามและทันสมัยขึ้น ใช้โทนสีดำตัดด้วยสีน้ำเงิน ส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ภายในกล่องจะมีอะไรบ้างลองมาดูกัน

ตัวเครื่องมาพร้อมซองที่ห่อป้องกันริ้วรอยเป็นอย่างดี พร้อมบอกจุดขายครบทั้งชิป Snapdragon 660 AIE , แบตเตอรี่ 5000 มิลลิแอมป์ , และ Gorilla Glass 6

ส่วนของในกล่องที่เปิดมานั้นมีแค่หม้อแปลง 5V 2A กับสาย Micro USB เท่านั้น ซึ่งชุดขายจริงอาจจะมีของแตกต่างจากนี้ก็เป็นได้ เพราะหลายๆ ครั้งที่ทาง Asus ส่งเครื่องมาให้ลองนั้นมักจะของน้อยกว่าชุดขายจริงประจำ

หน้าจอมีขนาด 6.26 นิ้ว รุ่นนี้ความละเอียด Full HD+ เรียกว่าตอนนี้เป็นเหมือนไซส์มาตรฐานของวงการไปหมดแล้ว หน้าจอจะประมาณ 6.2-6.4 นิ้ว ต่างกันไปนิดๆ หน่อยๆ

ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาจริงๆ อย่างที่โฆษณาเอาไว้ ส่วนนึงก็เพราะเลือกใช้วัสดุเป็นโพลีคาร์บอเนตเป็นหลัก แม้แบตเตอรี่จะอัดแน่นมา 5000 มิลลิแอมป์ก็ยังรู้สึกเบา ส่วนฝาฟลังที่ดูมันเงานั้นกลับไม่เก็บรอยนิ้วมือง่ายเหมือนที่คิดเอาไว้

ส่วนที่มีการปรับปรุงและทำได้ดีขึ้นคือทาง Asus ทำการลดขนาดของ notch หรือรอยบากบนหน้าจอให้เล็กลง แต่เซ็นเซอร์ต่างๆ ยังอัดมาให้แน่นและครบมาก ทั้งไฟแจ้งเดือน แฟลชกล้องหน้า เซนเซอร์วัดแสงและวัดระยะ พร้อมกับกล้องหน้า 13 ล้านพิกเซลด้วย

ส่วนกล้องหลังคู่นั้นใช้เซนเซอร์ Sony IMX486 ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลเป็นกล้องหลัก มีกล้อง 5 ล้านพิกเซลอีกตัวคอยวัดระยะความลึกตื้น เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือก็อยู่ที่ด้านหลังนี่แหละ

แม้จะเป็นรุ่นราคาประหยัด แต่ก็ใส่ไมโครโฟนตัวที่ 2 พร้อมระบบตัดเสียงของทาง Asus มาให้ด้วย

พอร์ตด้านล่างนั้นยังใช้เป็นช่อง micro USB มีช่องหูฟัง 3.5 ไมโครโฟนสนทนา และลำโพง ส่วนปุ่มต่างๆ นั้นอยู่ทางด้านขวา

หน้าตาของ UI มันจะไม่ดูมีความเป็น Zenfone เลย เพราะทาง Asus นั้นได้เลือกใช้ Stock Android ในตระกูล Max มาตั้งแต่รุ่นก่อนหน้านี้ เพื่อเน้นความลื่นไหลและเบาของตัว ROM ส่วนนึงก็เพื่อจับตลาดคนที่ชอบ Pure Android

แม้แต่ UI หน้า App drawer ก็ยังเหมือน แต่ทั้งนี้ทาง Asus ก็บอกเองว่าไม่ใช่มือถือในโครงการ Android One แต่อย่างใด

ส่วนใครที่ชอบฟังวิทยุ Zenfone Max Pro M2 ก็มีมาให้ด้วยนะครับ เสียบหูฟังใช้งานได้สบายๆ

ถาดซิมนั้นเป็นแบบ Triple Slot ใส่ได้ครบทั้ง 2 นาโนซิม และ 1 micro SD เพิ่มเติมเมม

สามารถเกาะคลื่น 4G ได้ทั้ง 2 ซิมไม่มีปัญหา ส่วนเรื่องของ WiFi นั้นจากที่ทดสอบก็รองรับแค่ 2.5GHz ไม่รองรับ 5GHz ตามสเปคที่ระบุนั่นแหละ (น่าเสียดายอยู่เหมือนกัน) ส่วนระบบปฏิบัติการณ์ในตอนนี้ยังมาเป็น Android 8.1 Oreo อยู่ เห็นว่าจะมี Android 9 Pie อัพเดทตามมาในภายหลัง

โหมดกล้องถ่ายภาพนั้นดูเหมือนฟีเจอร์จะยังไม่ครบ 100% สักเท่าไหร่ เพราะในงานเปิดตัวก็มีการพูดถึง AI Scene แต่ก็จะมาหลังจากได้รับการอัพเดท แต่ในตอนนี้ก็สามารถเลือกปรับซีนต่างๆ เองได้ถ้าต้องการ

ระบบโฟกัสทำได้รวดเร็ว ชัดเตอร์เองก็เช่นกัน การเบลอฉากหลังก็ตัดวัตถุด้านหน้าแยกกันได้ค่อนข้างดี

ตัวอย่างภาพถ่ายบางส่วน จาก Zenfone Max Pro M2









มีโอกาสได้ลองเล่นเกมไปบ้างนิดหน่อย RoV เปิดเฟรมเรทสูงได้ แต่เฉลี่ยในเกมน่าจะอยู่ประมาณ 55fps ไม่ได้นิ่งที่ 60 ส่วนระบบสัมผัสมัลติทัชเจอสะดุดบ้างในบางครั้ง แต่ยังไม่ได้เช็คแบบละเอียดว่าอาการมาจากไหน

PUBG นั้นเริ่มต้นด้วยกราฟิค สมดุล + เฟรมเรทระกับกลาง แต่สามารถปรับภาพขึ้นไปเป็น HD และเฟรมเรทสูงได้ ไมมีปัญหาในการเล่น หน้าจอก็ไม่โดนกินเข้ามา แถม RAM ที่เยอะถึง 6GB ก็สามารถเปิดหลายๆ เกมทิ้งไว้ได้ ไม่โดนปิดคืน RAM ก็ไม่ต้องโหลดใหม่

จบเกมก็ได้กินไก่ไปสบายๆ ไม่เจอปัญหาในการเล่น แม้จะปรับกราฟิคขึ้นมาสุดแล้วก็ตาม โดยรวมถือว่าสอบผ่าน

อันนี้เป็นการพรีวิว Zenfone Max Pro M2 เบื้องต้น ทดสอบการใช้งานอย่างละนิดอย่างละหน่อยกันไปก่อน และทาง droidsans ก็คิดว่าน่าจะต้องรอให้มีการอัพเดท software อีกรอบนึงทั้งในเรื่องของฟีเจอร์กล้องที่น่าจะครบครันกว่านี้ครับ

from:https://droidsans.com/preview-zenfone-max-pro-m2/

เปิดราคา ASUS Zenfone Max Pro (M2) และ Max (M2) ในไทยอย่างเป็นทางการ เริ่มวางจำหน่ายมกราคม 2019

 

บริษัท เอซุส มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่ ZenFone Max Pro (M2) และZenFone Max (M2) เอาใจสาวกชาวไทยพร้อมการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่พร้อมกันทั่วโลก ตอบโจทย์นักเล่นเกมส์ที่มองหาสมาร์ทโฟนคู่ใจในราคาคุ้มค่า

แต่อัดแน่นด้วยประสิทธิภาพ และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมส์โดยเฉพาะ พร้อมฟีเจอร์เพื่อความบันเทิงอย่างครบครัน โดยเปิดจองให้คุณเป็นเจ้าของตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ASUS Zenfone Max Pro (M2)

ASUS ZenFone Max Pro (M2)

ZenFone Max Pro (M2) ได้เลือกใช้ชิป Qualcomm Snapdragon™ 660 Mobile Platform พร้อมแรมสูงสุด 6 GB เพื่อส่งมอบการใช้งานที่ลื่นไหลและตอบสนองการใช้งานอย่างดีเยี่ยม นำเสนอแบตเตอรี่สุดอึดกว่า 5000 mAh ที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมส์และชมภาพยนตร์อย่างต่อเนื่องเต็มอรรถรส บนจอขนาด 6.3″ FHD+ display

นอกจากนี้ยังเพิ่มความทนทานด้วยการเลือกใช้ Corning® Gorilla® Glass 6 เวอร์ชั่นล่าสุดเพื่อปกป้องจอด้านหน้า ZenFone Max Pro (M2) ยังมาพร้อมกล้องหลังคู่อัจฉริยะ AI Engine และเซ็นเซอร์จากโซนี่ ถ่ายภาพได้สวยทั้งกลางวันและกลางคืน ภาพถ่ายบุคคลและภาพวิว โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องตั้งค่าเอง 

ZenFone Max Pro (M2) ได้นำเสนอดีไซน์สุดพรีเมี่ยมด้วยรูปลักษณ์โดดเด่นสะดุดตา ทั้งยังมาพร้อมช่องใส่ซิมการ์ดถึง สลอท ได้แก่ Dual SIM (ช่อง) และ microSD card

·       Max Performance

ด้วยชิป Qualcomm Snapdragon™ 660 Mobile Platform ผสานกับ Qualcomm AI Engine เพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่ลื่นไหล พร้อมแรมสูงสุด 6 GB ซึ่งซีพียูตัวนี้ทำงานได้รวดเร็วกว่าซีพียูรุ่นก่อนหน้าถึง 11% ทำงานกราฟิกได้ดีขึ้นกว่า 33% ให้ภาพสมจริงมากยิ่งขึ้น เรนเดอร์งาน 3D ได้รวดเร็ว

·       Max Battery

แบตเตอรี่ความจุกว่า 5000 mAh นับเป็นจุดเด่นของสมาร์ทโฟนตระกูล ZenFone Max แม้ตัวเครื่องจะมาพร้อมดีไซน์สุดบาง น้ำหนักเพียง 175 กรัม แต่ยังคงนำเสนอแบตเตอรี่ความจุสุดอึด สามารถสแตนบายเครื่อง 4G ได้นานถึง 35 วัน และคุยโทรศัพท์ผ่านระบบ 3G ได้นาน 45 ชั่วโมง ผู้ใช้สามารถเล่นเกมส์ได้นานต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง ดูยูทูบหรือภาพยนตร์ได้มากถึง 19 ชั่วโมงและท่องเว็บไซต์ผ่านระบบไวไฟได้นานมากกว่า 23 ชั่วโมง

·       Max Durability

ZenFone Max Pro (M2) ได้ใช้ Corning® Gorilla® Glass 6 เวอร์ชั่นล่าสุด ซึ่งสามารถทนแรงกระแทกจากการตกจากที่สูง 1เมตรได้มากกว่า 15 ครั้งติดต่อกันบนพื้นถนน โดยทนทานได้ดียิ่งขึ้น เท่าจาก Gorilla Glass 5 รุ่นก่อนหน้า

·       Max Camera

ระบบกล้องคู่อัจฉริยะใน ZenFone Max Pro (M2) เป็นกล้องที่ดีที่สุดที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟนตระกูล ZenFone Max นำเสนอระบบ AI Scene Detection เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟนเรือธงตระกูล ZenFone 5 ช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพได้ง่ายยิ่งขึ้น กล้องคู่อัจฉริยะของ ZenFone Max Pro (M2) ตัวนี้การันตีคุณภาพโดยเซ็นเซอร์จากโซนี่ (Sony® IMX486) ลดปัญหาการเบลอภาพและช่วยโฟกัสภาพได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น สำหรับโหมดภาพถ่ายบุคคลนั้น กล้องตัวที่สองจะใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์ความลึกของภาพช่วยสร้างเอฟเฟกต์แบบ ‘bokeh’

·       Max Entertainment

มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว FHD+ (2280 x 1080) display, 19:9 aspect ratio, 94% NTSC color gamut, 450cd/m2brightness และ 1500:1 contrast ratio ช่วยให้ภาพการแสดงผลคมชัดยิ่งขึ้น ทั้งยังจุใจกับประสบการณ์ฟังเพลงด้วยลำโพงแม่เหล็กห้าชิ้นช่วยลดความผิดเพี้ยนของเสียงและทำให้เสียงทรงพลังมากยิ่งขึ้น

ZenFone Max Pro (M2) จะวางจำหน่าย สีด้วยกัน ได้แก่ Cosmic Titanium และ Midnight Blue ในสองรุ่น ได้แก่

·       รุ่น Ram 4 Rom 64 จะวางจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ Shopee เท่านั้น http://bit.ly/2Lef7Dg ในราคา 6,990 บาท (ผู้ที่สั่งจองในช่วง Pre-order ระหว่างวันที่ 18-31 ธันวาคม 61 ใช้ Code ‘Asusm2’ รับส่วนลด 500 บาท)

·       รุ่น Ram 6 Rom 64 จะวางจำหน่ายผ่านร้านค้าตัวแทนทั่วประเทศ ในราคา 8,990 บาท ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 62 เป็นต้นไป

ASUS ZenFone Max (M2)

สมาร์ทโฟนรุ่นเล็กที่มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว 19:9 HD+ (1520 720) display, 88% screen-to-body ratio พร้อมชิปQualcomm® Snapdragon™ 632 Mobile Platform และแบตเตอรี่ขนาด 4000 mAh  รวมถึงลำโพงคุณภาพสูงเพื่อความบันเทิงZenFone Max (M2) ยังนำเสนอดีไซน์ใหม่ที่โดนเด่นเรื่องความบางกะทัดรัด

ZenFone Max (M2) มาพร้อมกล้องคู่คุณภาพสูง (AI Scene Detection) 13MP f/1.8 ช่วยให้ภาพคมชัดในทุกสถานการณ์ พร้อมระบบElectronic Image Stabilization (EIS) ช่วยลดปัญหาภาพสั่น นอกจากนี้กล้องหลังตัวที่สองยังช่วยการถ่ายภาพแบบ ‘bokeh’ ทำให้การถ่ายภาพบุคคลออกมาดูเป็นธรรมชาติ พร้อมการเบลอฉากหลังช่วยให้วัตถุตรงหน้าดูโดดเด่นขึ้นมา

ZenFone Max (M2) จะวางจำหน่าย สีด้วยกัน ได้แก่ Midnight Black, Space Blue และ Meteor Silver ผ่านช่องทางดังนี้

·       รุ่น Ram 4 Rom 32 จะวางจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ Shopee เท่านั้น http://bit.ly/2Lef7Dg ในราคา 5,490 บาท (ผู้ที่สั่งจองในช่วง Pre-order ระหว่างวันที่ 18-31 ธันวาคม 61 ใช้ Code ‘Asusm2’ รับส่วนลด 500 บาท)

·       รุ่น Ram 4 Rom 64 จะวางจำหน่ายผ่านร้านค้าตัวแทนทั่วประเทศ ในราคา 5,990 บาท ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมเป็นต้นไป

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2QvtpFD สำหรับ ZenFone Max Pro (M2) และhttp://bit.ly/2Qr8qn3สำหรับZenFone Max M2 หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ https://www.facebook.com/ASUSTHAILAND

 

from:http://mobileocta.com/asus-zenfone-max-pro-m2-and-max-m2-are-officially-available-in-thailand/