คลังเก็บป้ายกำกับ: ZENFONE_MAX_M2

Hand-on ลองใช้ ASUS Zenfone Max m2 และ Max Pro m2 สองคู่หูแบตโคตรอึด

Max m2 และ Max Pro m2 ถ้า Asus ปล่อยมือถือรุ่นไหนออกมาในชื่อของ “Max” แล้วละก็ ให้รู้ไว้เลยครับว่า มันคือมือถือที่จะมาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่แน่นอนครับ

จุดขายหลักของสมาร์ทโฟนในซีรีย์นี้คือความอึดของพลังงานที่เกินจะพอสำหรับการใช้งานในแต่ละวันของเราได้เต็มพิกัด ซึ่งในแต่ละปีก็มีการพัฒนาสเปค ระบบภายใน และรูปทรงภายนอกมาใหม่ ภายใต้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นและรูปทรงที่สวยกว่าเดิมครับ และล่าสดกับ  ASUS Max m2 และ Max Pro m2 เราจะดูไม่ออกเลยว่า นี่มันเป็นสมาร์ทโฟนที่ทีแบตเตอรี่ใหญ่ขนาด 4,000 mAh และ 5,000 mAh ใส่ไว้อยู่ภายใน
ก็เพราะขนาดของพวกมันไม่ต่างไปจากสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นตามปกติเลยนั้นเองครับ

ASUS Max m2 และ Max Pro m2 มีความต่างของภายนอกชัดเจนครับ ตัว Pro จะมีความหรูหรากว่าด้วยวัสดุกระจกและขอบเครื่องโค้ง 2.5D ด้านหลัง ส่วน Max m2 อาจจะดูทนไม้ทนมือกว่าด้วยฝาหลังผิวสัมผัสโลหะ เรียบๆ

โดยสเปคทั้งคู่มีดังนี้ครับ

Asus Zenfone Max m2

  • หน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว ความละเอียด HD+
  • Snapdragon 632
  • กล้องหน้าความละเอียด 13 MP
  • กล้องหลังคู่ความละเอียด 8 + 2 MP
  • RAM : 4 GB
  • ROM : 32/64 GB
  • แบตเตอรี่ขนาด 4,000 mAh
  • Android 8.1 OREO

Asus Zenfine Max Pro m2

  • หน้าจอ 6.3 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ใช้จอ Gorilla Glass 6
  • ด้านหลังเครื่องเป็นกระจก Glossy
  • Snapdragon 660
  • กล้องหน้าความละเอียด 13 MP
  • กล้องหลังคู่ความละเอียด 12 + 5 MP
  • แรม 4/6 GB
  • รอม64 GB
  • แบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh
  • Android 8.1 OREO

จากการทดสอบใช้งานของเครื่องทั้งสองรุ่น ก็ให้ความรู้สึกระดับเดียวกันครับ แม้สเปคเครื่องจะต่างกันในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ค่อยจะรู้สึกห่างกันนักครับ โดยตัว Pro จะให้เสปคที่สูงกว่าเล็กน้อย ด้วยหน่วยประมวลผล Snapdragon 660 แต่สำหรับตัว m2 ธรรมดาจะให้มาเป็น Snapdragon 632 ครับ แรมเริ่มที่ 4GB และหน่วยความจำสูงสุดของทั้งคู่นั้นคือ 64GB สเปคเครื่องระดับนี้ก็นับเป็นเครื่องสมาร์ทโฟนในระดับกลางบน แต่ทาง Asus ประกาศขายในราคาที่ถูกกว่าประสิทธิภาพของมันครับ ทำให้น่าสนใจ


โดยจะมีจุดที่คุ้มทุนไปมากกว่าเดิมก็คือเรื่องของงานดีไซน์และงานประกอบเครื่อง ต้องบอกว่าเดี๋ยวนี้เครื่องราคาไม่กี่พัน ก็สร้างความหรูหราได้แล้วครับ ซึ่งทั้งสองรุ่นก็หน้าตาดีกันทั้งคู่เลยทีเดียว




รองรับการสแกนลายนิ้วมือและสแกนใบหน้า รอบรับสองซิมการ์ดพร้อมช่องใส่ Micro SD card รวมทั้งสิ้นเป็นสามสล็อต Dual 4 G หรือเชื่อมต่อสัญญาณ 4G ได้ทั้งสองซิม

มาพร้อมกล้องหลังคู่ทั้งสองรุ่น ฟังก์ชั่นกล้องออกแบบมาได้ดี มีโหมดถ่ายบุคคลละลายหลัง แถมกล้องก็มีความฉลาดและความคมในการถ่ายภาพด้วยนะครับ ถ่ายภาพได้ง่าย ภาพดีในตอนแสงกลางวัน กลางคืนอาจจะสู้กล้องรุ่นใหญ่ไม่ไหว แต่ก็อยู่ในระดับคุ้มราคาเลยนะครับ


ตัวอย่างภาพถ่าย






พอร์ตชาร์จใต้เครื่องยังเป็น Micro USB ภายในกล่องมีมาให้ทั้งเคสใส หูฟัง ที่ชาร์จและสาย ซึ่งจุดอ่อนของเครื่องสองรุ่นนี้ก็มาจากจุดแข็งด้วยเช่นกันครับ ด้วยเพราะว่าแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ของมัน จำเป็นต้องใช้เวลาในการาร์จแบตจนเต็มร่วมๆ เกือบสองชั่วโมงเลยทีเดียว เพราะระบบการชาร์จไฟไม่ได้เป็นแบบชาร์จไวอะไรที่จะเร็วมากมายครับ มันจึงใช้เวลาในการเติมไฟค่อนข้างนานกว่าชาวบ้านนั้นเอง

การใช้งานเช่นดูหนัง เข้าเว็บไซท์ และการใช้งานทั่วไปผมการันตีว่าแรงเพียงพอสบายๆ ครับ ส่วนสำหรับการเล่นเกมมันอาจจะไม่เต็มที่ 100% กับเกมใหญ่ที่ต้องการประสิทธิภาพการประมวลผลสูง ตัวนี้พอเล่นได้ ไม่แลคชัดเจนจนหงุดหงิด ผมว่าเหมาะนะที่จะหามาให้ลูกใช้ ไว้เล่นเกม ติดต่อสื่อสาร เพราะแบตเตอรี่อยู่ได้ยาวนานไม่ขาดการติดต่อครับ จะใช้งานให้แบตหมดได้ในวันเดียว ต้องใช้งานหนักมากจริงๆ

ราคาของเครื่องทั้งสองรุ่นถือว่าไม่แพงครับ ค่อนข้างถูก ตัวเครื่องสวยดีเมื่อดูจากมาตรฐานรุ่นอื่นๆ ในตลาดที่ราคาใกล้เคียงกัน
ประสิทธิภาพเพียงพอใช้งานทั่วไปจนถึงใช้เล่นเกมแก้เบื่อ มีจุดเด่นที่แบตเตอรี่ใหญ่เลยอึดมาก อยู่กับเราได้ข้ามวันสบายๆ ข้อเสียยังไม่เจออะไรชัดเจนนอกจากการชาร์จไฟที่ต้องใช้เวลานานสักหน่อยกว่าเต็มเท่านั้นเอง

โดยรวมสรุป เป็นสองรุ่นที่คุ้ม ซื้อได้เลย โดยเฉพาะอยากได้เครื่องราคาไม่แพงที่แบตเตอรี่ทน อยู่กับเราให้ใช้งานได้ตลอดทั้งวัน

ข่าว: Hand-on ลองใช้ ASUS Zenfone Max m2 และ Max Pro m2 สองคู่หูแบตโคตรอึด มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2019/01/21/hand-on-asus-max-m2-max-pro-m2.html

โฆษณา

Review | รีวิว Asus Zenfone Max Pro M2 เปรียบเทียบกับรุ่นน้อง Zenfone Max M2

มือถือช่วงราคาประมาณ 5,000 – 7,000 บาท นั้นเป็นตลาดที่แข่งขันกันดุเดือดมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งทาง Asus เองก็พยายามจับเอาตลาดนี้ที่เคยทำผลงานเอาไว้ดีด้วยซีรี่ส์ Zenfone Max ที่อัพเกรดขึ้นมาเป็นมือถือสายเกมในราคาไม่แพง ด้วยสเปคของชิปเซ็ตที่ตอบโจทย์เกมเมอร์ที่อยากได้โหมดเฟรมเรทสูงอย่าง Snapdragon 660 ก็มี Zenfone Max Pro M2 ออกมาใหม่ ซึ่งประกบมาด้วยน้องเล็กอย่าง Zenfone Max M2

ปีที่ผ่านมามือถือสายเกมราคาประหยัดหลายรุ่นนั้นได้หยิบเอาชิปตัวแรงๆ มาผลิตเป็นรุ่นสุดคุ้มอยู่มากมาย โดย 2 ชิปที่ประสิทธิภาพดีและคุ้มค่ากับราคาก็มี Helio P60 และ Snapdragon 660 นั่นเอง ทางด้าน Asus เองก่อนหน้านี้ได้ใช้ Snapdragon 636 ไปในรุ่น Max Pro M1 ซึ่งก็มีการปรับจูนกับเกมต่างๆ จนได้ประสิทธิภาพดี เปิดเฟรมเรตสูงได้ และในภาคต่อ Zenfone Max Pro M2 นั้นก็เลือกใช้ชิปตัวท็อปของซีรี่ส์ไปเลย นั่นก็คือ Snapdragon 660 AIE

เปรียบเทียบสเปค Max Pro M2 และ Max M2 ต่างกันยังไง

ทั้ง 2 รุ่นอาจจะมีชื่อคล้ายกัน คือต่างกันแค่มี Pro และไม่มี Pro แต่จริงๆ แล้วมันมีความแตกต่างกันค่อนข้างชัด เพราะในรุ่น Max M2 นั้นจะเป็นรุ่นที่เน้นเรื่องของอายุการใช้งานและแบตเตอรี่มาเป็นอันดับแรก ทั้งการเลือกชิปเซ็ตมาใช้งาน และความละเอียดหน้าจอแบบ HD+

สเปค Zenfone Max M2

  • หน้าจอ 6.26 นิ้ว IPS ความละเอียด HD+ (1520×720)
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm® Snapdragon™ 632
  • หน่วยประมวลผลกราฟิก Qualcomm® Adreno™ 506
  • RAM  4GB LPDDR3X
  • ROM  32GB eMCP
  • กล้องหลังคู่ 13MP F1.8 + LED Flash + 2MP ใช้จับความลึก
  • กล้องหน้า 8MP F2.0 + LED Flash
  • ลำโพง 5-magnet + NXP SmartAmp
  • ไมค์คู่ตัดเสียงรบกวน
  • Bluetooth 4.2 , WLAN 802.11 b/g/n (2.4GHz)
  • แบตเตอรี่ 4000mAh
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิม + 1 MicroSD  (Triple Slot)
  • ราคาเปิดตัว 5,490 บาท

 

ส่วน Max Pro M2 นั้นเป็นตระกูลที่เสริมเรื่องของการเล่นเกมมาเป็นพิเศษนั่นเองก็จะอัพสเปคของชิปที่ดีขึ้นมา พร้อมกับแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น

สเปค Zenfone Max Pro M2

  • หน้าจอ 6.26 นิ้ว IPS ความละเอียด Full HD+ (2280×1080) Gorilla Glass 6
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm® Snapdragon™ 660 AIE
  • หน่วยประมวลผลกราฟิก Qualcomm® Adreno™ 512
  • RAM  4GB/6GB LPDDR3X
  • ROM  64GB eMCP
  • กล้องหลังคู่ 12MP Sony IMX 486 F1.8 + LED Flash + 5MP ใช้จับความลึก
  • กล้องหน้า 13MP F2.0 + LED Flash
  • ลำโพง 5-magnet + NXP SmartAmp
  • ไมค์คู่ตัดเสียงรบกวน
  • Bluetooth 5.0 , WLAN 802.11 b/g/n (2.4GHz)
  • แบตเตอรี่ 5000mAh
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิม + 1 MicroSD  (Triple Slot)
  • ราคาเปิดตัว 6,990 บาท (4GB + 64GB) และ 8,990 บาท (ุ6GB + 64GB)

 

ตัวเครื่องและงานประกอบ

ขนาดของตัวเครื่องนั้นสำหรับ Max Pro M2 จะอ้วนๆ หนาๆ กว่า Max M2 นิดหน่อย ส่วนนึงก็เพราะแบตเตอรี่ที่มีความจุมากกว่า นั่นก็คือ 5000 มิลลิแอมป์ กับ 4000 มิลลิแอมป์ แล้วก็มีดีไซน์กับวัสดุที่ต่างกันด้วย

Max Pro M2 นั้นจะเป็นพลาสติกเคลือเงา ครอบทับลงบนตัวเฟรมอีกทีหนึ่ง ซึ่งจะมีความหนามากกว่า ส่วน Max M2 นั้นฝาหลังจะเรียบแบนไปกับตัวเครื่อง สีด้าน ไม่มันเงาเหมือนรุ่น Pro

ทั้ง 2 รุ่นยังใช้พอร์ตเชื่อมต่อเป็น micro USB ส่วนเรื่องการชาร์จเร็วนั้นรองรับที่เวอร์ชั่นแรกสุดคือรับไฟที่ 5V 2A ลำโพง 5 Magnet ของ Asus นั้นขึ้นชื่อในเรื่องของความดังอยู่แล้ว ถึงแม้จะมีลำโพงเดียวที่ด้านล่างเสียงก็ยังถือว่าดังสุดๆ

ส่วนช่องหูฟัง 3.5 นั้นมีให้ทั้งคู่ แต่อยู่รุ่น Zenfone Max Pro M2 นั้นจะอยู่ที่ด้านล่างของตัวเครื่อง ส่วนของ Zenfone Max M2 นั้นอยู่ที่ด้านบน

 

ขนาดหน้าจอและความละเอียด

รอบนี้ทาง Asus ได้ปรับดีไซน์ในรุ่น M2 ให้ออกมาเป็น Notch Display ทั้งคู่ คือมีพื้นที่หน้าจอเยอะขึ้นจาก 5.99 นิ้ว เป็น 6.26 นิ้ว แต่ก็ต้องแลกมาด้วยรอยบาก ซึ่งความละเอียดของทั้ง 2 รุ่นนั้นไม่เท่ากันคือจะเป็นจอ Full HD ในรุ่น Pro ส่วนรุ่นปกติเป็นจอ HD

หากไม่นำมาวางเทียบกันก็อาจจะไม่เห็นความแตกต่างชัดเท่าไหร่นัก คือหน้าจอของ Max M2 ก็ถือว่าคมชัดในระดับนึง แต่พอวางข้างๆ กันแว่บแรกก็จะเห็นเลยว่าความคมชัดของ Zenfone Max Pro M2 นั้นมีมากกว่า และหากจ้องไปใกล้ๆ สักพักนึงก็จะเริ่มเห็นเม็ดพิกเซล (แต่ถ้าจ้องนานมากจนตาลายแนะนำให้หยุด ไม่งั้นจะมึนหัวแน่นอน) ส่วนเรื่องของความสดของสีสันนั้นรุ่น Pro สีสวยงามกว่าแบบเห็นได้ค่อนข้างชัด

 

เครือข่ายและการเชื่อมต่อ

ในส่วนของการใช้งาน 2 ซิมนั้น ทั้ง 2 รุ่นไม่มีปัญหา เพราะว่ามาพร้อมกับถาดซิมแบบ triple slot ใส่ได้ 2 ซิมพร้อมกับบวกกับอีกหนึ่ง Micro SD

ส่วนการรองรับเครือข่ายนั้นจะเป็นแบบ Dual 4G + Dual VoLTE ในรุ่น Max M2 แต่รุ่น Max Pro M2 ที่สเปคแรงกว่า ในเครื่องทดสอบกลับรองรับแค่ 4G + 3G/2G

ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะมีการอัพเดทในภายหลังหรือไม่ (แต่ก็คิดว่าน่าจะทำได้ ยังไงต้องรอข้อมูลจากทาง Asus อีกที)

ส่วน WiFi ที่หลายคนถามกันเข้ามาว่ามันรองรับคลื่น 5 GHz หรือไม่ ก็ต้องบอกตามที่ได้ทดสอบมาว่าไม่รองรับครับ ไม่ว่ารุ่นไหนก็มองเห็นและเกาะได้แค่ WiFi 2.4 GHz เท่านั้น

UI การใช้งานเป็น Android One หรือไม่

เรื่องนี้ก็ต้องขอบอกว่าทาง Asus ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ Android One กับ Google นะครับ แม้ UI หรือหน้าจอการใช้งานจะมีความคล้ายมากก็ตาม แต่อันนี้ต้องเรียกว่า Stock Android หรือ Pure Android จะเหมาะกว่า ความลื่นไหลในการใช้งานนั้นอาจจะมีความใกล้เคียงกัน แต่เรื่องของการอัพเดทนั้นจะช้ากว่าพวกมือถือ Android One

ส่วนใครที่เห็นหน้าจอ UI แล้วมันดูแปลกๆ ไม่เหมือนของ Asus หรือ Zenfone รุ่นก่อนๆ ก็ไม่ต้องตกใจ เหตุผลก็ตามที่บอกไปข้างต้น และฟีเจอร์ต่างๆ ที่เคยมีใน Zen UI ตอนนี้ก็ถูกตัดออกไปหมด ไม่มีให้ใช้งานแล้ว นั่นเพราะทาง Asus อยากไปเน้นประสบการณ์ใช้งานที่ลื่นไหล บน ROM ที่มีความเบา ไม่ใส่แอปหรือฟีเจอร์เข้าไปมากมายนัก

 

ประสิทธิภาพและการเล่นเกม

แม้คะแนนของชิปทั้ง 2 รุ่นจะดูเหมือนไม่ต่างกันมากนัก คือประมาณ 2-3 หมื่นคะแนน แต่ถ้าสังเกตุดีๆ จะเห็นว่าจุดที่ต่างกันสุดๆ คือเรื่องของ GPU หรือตัวประมวลผลกราฟิค โดย Zenfone Max M2 ที่ใช้ Snapdragon 632 นั้นทำคะแนนไปแค่หมื่นนิดๆ แต่ Max Pro M2 นั้นได้ไป 27140 คะแนน

นั่นเลยส่งผลให้ประสิทธิภาพในการเล่นเกมของทั้ง 2 รุ่นแตกต่างกันพอสมควร เช่นโหมดเฟรมเรทสูงในหลายๆ เกมนั้นรุ่น Pro M2  สามารถเปิดได้สบายๆ แต่รุ่น Max M2 ไม่มีให้เลือกเปิด และกราฟิดในเกมก็อาจจะเปิดได้แค่บางระดับความละเอียดเท่านั้น

จากที่ทดสอบกับ RoV กับรุ่น Zenfone Max M2 แม้จะเปิดกราฟิคได้หมด รวมถึงภาพ HD แต่ไม่มีโหมดเฟรมเรทสูงมาให้ จากที่ลองเล่นดูนั้นเฟรมเรทแทบจะไม่ตกเลย แต่เหมือนจะมีปัญหาที่หน้าจอคือตอนออกคำสั่งไถนิ้วไปมาปล่อยท่านั้น เหมือนจะแสดงผลเอื่อยนิดๆ ซึ่งเป็นเฉพาะเวลาเล่น RoV แต่ตอนเล่น PUBG ไม่มีอาการนี้เกิดขึ้น

ส่วน Zenfone Max Pro M2 นั้นครบเครื่องกว่า สามารถเปิดกราฟิคสุดได้ เฟรมเรตสูงก็มี วิ่งไปถึง 60FPS เจอหนักสุดๆ ก็มีหล่นมาที่ 48FPS ได้เหมือนกัน แต่ระบบสัมผัสเนียนกว่า การตอบสนองดี อาการทัชแปลกๆ ที่เคยเจอตอนพรีวิวเครื่องไปนั้นไม่รู้ว่าหายไปไหน นี่เล่นหลายรอบก็ไม่เจออาการที่ว่า เลยไม่รู้ว่ามันมีปัญหาที่ตัวเกมหรือเครื่องกันแน่

ส่วนหน่วยความจำภายในนั้นทั้งคู่เป็น eMMC ความเร็วในการเขียนอ่านถือพื้นฐานพอๆ กัน แต่หากดูความเร็วในการเขียนบน SQLLite นั้นมีหลายองค์ประกอบกว่าทั้งเรื่องของชิปเซ็ตและแรม แถมยังมี Gyrospcoe มาให้ครบทั้ง 2 รุ่น ด้าน GPS จับสัญญาณได้เร็ว แต่รุ่น Max Pro M2 จะเกาะดาวเทียมได้มากกว่า

 

กล้องถ่ายภาพ

หลายคนเห็นสเปคแล้วอาจจะสงสัย ทำไมกล้องของ Max M2 มีความละเอียดมากกว่าที่ 13MP+2MP แต่ Max Pro M2 ดันเป็นกล้องความละเอียด 12MP + 5MP อันนี้ต้องบอกว่าขนาดของจำนวนพิกเซลไม่ได้สำคัญไปกว่าคุณภาพของเซนเซอร์ จากที่ลองไปถ่ายภาพเทียบกันมานั้น Max Pro M2 มีรายละเอียดที่ดีกว่า สีสันและไวท์บาลานซ์ก็ทำได้ดี

เปรียบเทียบภาพถ่ายของ Max M2 และ Max Pro M2


























จากภาพจะเห็นว่ากล้องของ Max M2 นั้นจะติดอมแดงอยู่พอสมควร ทั้งกล้องหน้าและหลังเลยก็ว่าได้ การจับโฟกัสในสภาพแสงทั่วไปนั้นพอๆ กัน แต่พอแสงเริ่มลดลงฝั่งของ Max M2 จะเริ่มทำงานช้าลง ใช้เวลาจับโฟกัสนานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ด้าน UI กล้องของทั้ง 2 รุ่นนั้นยังดูปรับตั้งค่ายากอยู่ ยิ่งถ้าเทียบกับ Zen UI ของ Asus แล้วมันต่างกันเยอะมากๆ เลย แต่ในส่วนของฟีเจอร์ก็ถือว่ามีให้เลือกเยอะอยู่เหมือนกัน และจนถึงตอนที่เราใช้งานล่าสุด รุ่น Zenfone Max Pro M2 ที่ว่าจะเสริมกล้อง AI เข้ามาในอัพเดทก็ยังไม่มา คาดว่าหากมาแล้วตัวกล้องของรุ่น Pro น่าจะดีขึ้นได้กว่านี้ ไม่ต้องคอยไปเลือกโหมดการถ่ายภาพต่างๆ เองอีกแล้ว

 

สรุปผลการใช้งาน

สำหรับรุ่นสุดคุ้มด้วยสเปคและราคานั้น แน่นอนว่าต้องเป็น Zenfone Max Pro M2 ที่ครบเครื่องกว่า เพราะได้ชิปที่แรง RAM / ROM และแบตเตอรี่มีความจุมากกว่า ซึ่งจากการใช้งานหนึ่งวันนั้นอยู่ได้สบายๆ และยังไม่เจอปัญหาอะไรหนักๆ ในด้านการใช้งาน มีบางครั้งที่ระบบทัชสกรีนเหมือนจะแอบบงอน แตะเบาๆ แล้วไม่ค่อยติด แต่อาการนี้ก็มาแบบเป็นๆ หายๆ บางวันก็ไม่เจออาการเลย ส่วนเรื่องกล้องนั้นเด่นกว่ารุ่นเล็กทั้งการเซลฟี่และกล้องหลัง

แต่มือถือในช่วงราคา 6-7 พันบาท ตอนนี้ก็มีการแข่งขันค่อนข้างสูง และตัวเลือกเพียบ อาจจะต้องลองเทียบกับรีวิวของรุ่นอื่นๆ ดูก่อนจะตัดสินใจซื้อกันอีกที

ส่วน Zenfone Max M2 นั้นได้เปรียบในเรื่องรูปทรงและความบาง ด้วยสเปคแล้วก็ถือว่าคุ้มค่ากับราคาอยู่เหมือนกัน แต่ติดที่ราคายังเปิดมาไม่ได้ต่างจาก Max Pro M1 ที่เราเคยรีวิวไปแล้ว คือถ้าไม่ได้อยากได้หน้าจอที่ใหญ่ขึ้นมา การกลับไปเลือกเอารุ่น Max Pro M1 อาจจะดูคุ้มค่ากว่า เพราะราคาต่างกันไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้นเอง

from:https://droidsans.com/review-zenfone-max-pro-m2-compare-max-m2/

ASUS ส่ง ZenFone Max Pro (M2) และ ZenFone Max (M2) รุ่นล่าสุดบุกตลาดสมาร์ทโฟนเกมมิ่งไทย

บริษัท เอซุส มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่ ZenFone Max Pro (M2) และ ZenFone Max (M2) เอาใจสาวกชาวไทยพร้อมการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่พร้อมกันทั่วโลก ตอบโจทย์นักเล่นเกมส์ที่มองหาสมาร์ทโฟนคู่ใจในราคาคุ้มค่า แต่อัดแน่นด้วยประสิทธิภาพ และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมส์โดยเฉพาะ พร้อมฟีเจอร์เพื่อความบันเทิงอย่างครบครัน โดยเปิดจองให้คุณเป็นเจ้าของตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ASUS ZenFone Max Pro (M2)

ZenFone Max Pro (M2) ได้เลือกใช้ชิป Qualcomm Snapdragon™ 660 Mobile Platform พร้อมแรมสูงสุด 6 GB เพื่อส่งมอบการใช้งานที่ลื่นไหลและตอบสนองการใช้งานอย่างดีเยี่ยม นำเสนอแบตเตอรี่สุดอึดกว่า 5000 mAh ที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมส์และชมภาพยนตร์อย่างต่อเนื่องเต็มอรรถรส บนจอขนาด 6.3″ FHD+ display นอกจากนี้ยังเพิ่มความทนทานด้วยการเลือกใช้ Corning® Gorilla® Glass 6 เวอร์ชั่นล่าสุดเพื่อปกป้องจอด้านหน้า ZenFone Max Pro (M2) ยังมาพร้อมกล้องหลังคู่อัจฉริยะ AI Engine และเซ็นเซอร์จากโซนี่ ถ่ายภาพได้สวยทั้งกลางวันและกลางคืน ภาพถ่ายบุคคลและภาพวิว โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องตั้งค่าเอง ZenFone Max Pro (M2) ได้นำเสนอดีไซน์สุดพรีเมี่ยมด้วยรูปลักษณ์โดดเด่นสะดุดตา ทั้งยังมาพร้อมช่องใส่ซิมการ์ดถึง 3 สลอท ได้แก่ Dual SIM (2 ช่อง) และ microSD card

  • Max Performance

ด้วยชิป Qualcomm Snapdragon™ 660 Mobile Platform ผสานกับ Qualcomm AI Engine เพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่ลื่นไหล พร้อมแรมสูงสุด 6 GB ซึ่งซีพียูตัวนี้ทำงานได้รวดเร็วกว่าซีพียูรุ่นก่อนหน้าถึง 11% ทำงานกราฟิกได้ดีขึ้นกว่า 33%ให้ภาพสมจริงมากยิ่งขึ้น เรนเดอร์งาน 3D ได้รวดเร็ว

  • Max Battery

แบตเตอรี่ความจุกว่า 5000 mAh นับเป็นจุดเด่นของสมาร์ทโฟนตระกูล ZenFone Max แม้ตัวเครื่องจะมาพร้อมดีไซน์สุดบาง น้ำหนักเพียง 175 กรัม แต่ยังคงนำเสนอแบตเตอรี่ความจุสุดอึด สามารถสแตนบายเครื่อง 4G ได้นานถึง 35 วัน และคุยโทรศัพท์ผ่านระบบ 3G ได้นาน 45 ชั่วโมง ผู้ใช้สามารถเล่นเกมส์ได้นานต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง ดูยูทูบหรือภาพยนตร์ได้มากถึง19 ชั่วโมงและท่องเว็บไซต์ผ่านระบบไวไฟได้นานมากกว่า 23 ชั่วโมง

  • Max Durability

ZenFone Max Pro (M2) ได้ใช้ Corning® Gorilla® Glass 6 เวอร์ชั่นล่าสุด ซึ่งสามารถทนแรงกระแทกจากการตกจากที่สูง 1 เมตรได้มากกว่า 15 ครั้งติดต่อกันบนพื้นถนน โดยทนทานได้ดียิ่งขึ้น 2 เท่าจาก Gorilla Glass 5 รุ่นก่อนหน้า

  • Max Camera

ระบบกล้องคู่อัจฉริยะใน ZenFone Max Pro (M2) เป็นกล้องที่ดีที่สุดที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟนตระกูล ZenFone Max นำเสนอระบบ AI Scene Detection เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟนเรือธงตระกูล ZenFone 5 ช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพได้ง่ายยิ่งขึ้น กล้องคู่อัจฉริยะของ ZenFone Max Pro (M2) ตัวนี้การันตีคุณภาพโดยเซ็นเซอร์จากโซนี่ (Sony® IMX486) ลดปัญหาการเบลอภาพและช่วยโฟกัสภาพได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น สำหรับโหมดภาพถ่ายบุคคลนั้น กล้องตัวที่สองจะใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์ความลึกของภาพช่วยสร้างเอฟเฟกต์แบบ ‘bokeh’

  • Max Entertainment

มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว FHD+ (2280 x 1080) display, 19:9 aspect ratio, 94% NTSC color gamut, 450cd/m2brightness และ 1500:1 contrast ratio ช่วยให้ภาพการแสดงผลคมชัดยิ่งขึ้น ทั้งยังจุใจกับประสบการณ์ฟังเพลงด้วยลำโพงแม่เหล็กห้าชิ้นช่วยลดความผิดเพี้ยนของเสียงและทำให้เสียงทรงพลังมากยิ่งขึ้น

ZenFone Max Pro (M2) จะวางจำหน่าย 2 สีด้วยกัน ได้แก่ Cosmic Titanium และ Midnight Blue ในสองรุ่น ได้แก่

  • รุ่น Ram 4 Rom 64 จะวางจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ Shopee เท่านั้น http://bit.ly/2Lef7Dg ในราคา 6,990 บาท (ผู้ที่สั่งจองในช่วง Pre-order ระหว่างวันที่ 18-31 ธันวาคม 61 ใช้ Code ‘Asusm2’ รับส่วนลด 500 บาท)
  • รุ่น Ram 6 Rom 64 จะวางจำหน่ายผ่านร้านค้าตัวแทนทั่วประเทศ ในราคา 8,990 บาท ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 62เป็นต้นไป

ASUS ZenFone Max (M2)

สมาร์ทโฟนรุ่นเล็กที่มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว 19:9 HD+ (1520 x 720) display, 88% screen-to-body ratio พร้อมชิปQualcomm® Snapdragon™ 632 Mobile Platform และแบตเตอรี่ขนาด 4000 mAh  รวมถึงลำโพงคุณภาพสูงเพื่อความบันเทิงZenFone Max (M2) ยังนำเสนอดีไซน์ใหม่ที่โดนเด่นเรื่องความบางกะทัดรัด

ZenFone Max (M2) มาพร้อมกล้องคู่คุณภาพสูง (AI Scene Detection) 13MP f/1.8 ช่วยให้ภาพคมชัดในทุกสถานการณ์ พร้อมระบบ Electronic Image Stabilization (EIS) ช่วยลดปัญหาภาพสั่น นอกจากนี้กล้องหลังตัวที่สองยังช่วยการถ่ายภาพแบบ’bokeh’ ทำให้การถ่ายภาพบุคคลออกมาดูเป็นธรรมชาติ พร้อมการเบลอฉากหลังช่วยให้วัตถุตรงหน้าดูโดดเด่นขึ้นมา

ZenFone Max (M2) จะวางจำหน่าย 3 สีด้วยกัน ได้แก่ Midnight Black, Space Blue และ Meteor Silver ผ่านช่องทางดังนี้

  • รุ่น Ram 4 Rom 32 จะวางจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ Shopee เท่านั้น http://bit.ly/2Lef7Dg ในราคา 5,490 บาท (ผู้ที่สั่งจองในช่วง Pre-order ระหว่างวันที่ 18-31 ธันวาคม 61 ใช้ Code ‘Asusm2’ รับส่วนลด 500 บาท)
  • รุ่น Ram 4 Rom 64 จะวางจำหน่ายผ่านร้านค้าตัวแทนทั่วประเทศ ในราคา 5,990 บาท ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมเป็นต้นไป

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2QvtpFD สำหรับ ZenFone Max Pro (M2)และhttp://bit.ly/2Qr8qn3 สำหรับZenFone Max M2 หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ https://www.facebook.com/ASUSTHAILAND

from:http://www.flashfly.net/wp/237351

เปิดราคา ASUS Zenfone Max Pro (M2) และ Max (M2) ในไทยอย่างเป็นทางการ เริ่มวางจำหน่ายมกราคม 2019

 

บริษัท เอซุส มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่ ZenFone Max Pro (M2) และZenFone Max (M2) เอาใจสาวกชาวไทยพร้อมการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่พร้อมกันทั่วโลก ตอบโจทย์นักเล่นเกมส์ที่มองหาสมาร์ทโฟนคู่ใจในราคาคุ้มค่า

แต่อัดแน่นด้วยประสิทธิภาพ และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมส์โดยเฉพาะ พร้อมฟีเจอร์เพื่อความบันเทิงอย่างครบครัน โดยเปิดจองให้คุณเป็นเจ้าของตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ASUS Zenfone Max Pro (M2)

ASUS ZenFone Max Pro (M2)

ZenFone Max Pro (M2) ได้เลือกใช้ชิป Qualcomm Snapdragon™ 660 Mobile Platform พร้อมแรมสูงสุด 6 GB เพื่อส่งมอบการใช้งานที่ลื่นไหลและตอบสนองการใช้งานอย่างดีเยี่ยม นำเสนอแบตเตอรี่สุดอึดกว่า 5000 mAh ที่ออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมส์และชมภาพยนตร์อย่างต่อเนื่องเต็มอรรถรส บนจอขนาด 6.3″ FHD+ display

นอกจากนี้ยังเพิ่มความทนทานด้วยการเลือกใช้ Corning® Gorilla® Glass 6 เวอร์ชั่นล่าสุดเพื่อปกป้องจอด้านหน้า ZenFone Max Pro (M2) ยังมาพร้อมกล้องหลังคู่อัจฉริยะ AI Engine และเซ็นเซอร์จากโซนี่ ถ่ายภาพได้สวยทั้งกลางวันและกลางคืน ภาพถ่ายบุคคลและภาพวิว โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องตั้งค่าเอง 

ZenFone Max Pro (M2) ได้นำเสนอดีไซน์สุดพรีเมี่ยมด้วยรูปลักษณ์โดดเด่นสะดุดตา ทั้งยังมาพร้อมช่องใส่ซิมการ์ดถึง สลอท ได้แก่ Dual SIM (ช่อง) และ microSD card

·       Max Performance

ด้วยชิป Qualcomm Snapdragon™ 660 Mobile Platform ผสานกับ Qualcomm AI Engine เพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่ลื่นไหล พร้อมแรมสูงสุด 6 GB ซึ่งซีพียูตัวนี้ทำงานได้รวดเร็วกว่าซีพียูรุ่นก่อนหน้าถึง 11% ทำงานกราฟิกได้ดีขึ้นกว่า 33% ให้ภาพสมจริงมากยิ่งขึ้น เรนเดอร์งาน 3D ได้รวดเร็ว

·       Max Battery

แบตเตอรี่ความจุกว่า 5000 mAh นับเป็นจุดเด่นของสมาร์ทโฟนตระกูล ZenFone Max แม้ตัวเครื่องจะมาพร้อมดีไซน์สุดบาง น้ำหนักเพียง 175 กรัม แต่ยังคงนำเสนอแบตเตอรี่ความจุสุดอึด สามารถสแตนบายเครื่อง 4G ได้นานถึง 35 วัน และคุยโทรศัพท์ผ่านระบบ 3G ได้นาน 45 ชั่วโมง ผู้ใช้สามารถเล่นเกมส์ได้นานต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง ดูยูทูบหรือภาพยนตร์ได้มากถึง 19 ชั่วโมงและท่องเว็บไซต์ผ่านระบบไวไฟได้นานมากกว่า 23 ชั่วโมง

·       Max Durability

ZenFone Max Pro (M2) ได้ใช้ Corning® Gorilla® Glass 6 เวอร์ชั่นล่าสุด ซึ่งสามารถทนแรงกระแทกจากการตกจากที่สูง 1เมตรได้มากกว่า 15 ครั้งติดต่อกันบนพื้นถนน โดยทนทานได้ดียิ่งขึ้น เท่าจาก Gorilla Glass 5 รุ่นก่อนหน้า

·       Max Camera

ระบบกล้องคู่อัจฉริยะใน ZenFone Max Pro (M2) เป็นกล้องที่ดีที่สุดที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟนตระกูล ZenFone Max นำเสนอระบบ AI Scene Detection เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟนเรือธงตระกูล ZenFone 5 ช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพได้ง่ายยิ่งขึ้น กล้องคู่อัจฉริยะของ ZenFone Max Pro (M2) ตัวนี้การันตีคุณภาพโดยเซ็นเซอร์จากโซนี่ (Sony® IMX486) ลดปัญหาการเบลอภาพและช่วยโฟกัสภาพได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น สำหรับโหมดภาพถ่ายบุคคลนั้น กล้องตัวที่สองจะใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์ความลึกของภาพช่วยสร้างเอฟเฟกต์แบบ ‘bokeh’

·       Max Entertainment

มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว FHD+ (2280 x 1080) display, 19:9 aspect ratio, 94% NTSC color gamut, 450cd/m2brightness และ 1500:1 contrast ratio ช่วยให้ภาพการแสดงผลคมชัดยิ่งขึ้น ทั้งยังจุใจกับประสบการณ์ฟังเพลงด้วยลำโพงแม่เหล็กห้าชิ้นช่วยลดความผิดเพี้ยนของเสียงและทำให้เสียงทรงพลังมากยิ่งขึ้น

ZenFone Max Pro (M2) จะวางจำหน่าย สีด้วยกัน ได้แก่ Cosmic Titanium และ Midnight Blue ในสองรุ่น ได้แก่

·       รุ่น Ram 4 Rom 64 จะวางจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ Shopee เท่านั้น http://bit.ly/2Lef7Dg ในราคา 6,990 บาท (ผู้ที่สั่งจองในช่วง Pre-order ระหว่างวันที่ 18-31 ธันวาคม 61 ใช้ Code ‘Asusm2’ รับส่วนลด 500 บาท)

·       รุ่น Ram 6 Rom 64 จะวางจำหน่ายผ่านร้านค้าตัวแทนทั่วประเทศ ในราคา 8,990 บาท ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม 62 เป็นต้นไป

ASUS ZenFone Max (M2)

สมาร์ทโฟนรุ่นเล็กที่มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว 19:9 HD+ (1520 720) display, 88% screen-to-body ratio พร้อมชิปQualcomm® Snapdragon™ 632 Mobile Platform และแบตเตอรี่ขนาด 4000 mAh  รวมถึงลำโพงคุณภาพสูงเพื่อความบันเทิงZenFone Max (M2) ยังนำเสนอดีไซน์ใหม่ที่โดนเด่นเรื่องความบางกะทัดรัด

ZenFone Max (M2) มาพร้อมกล้องคู่คุณภาพสูง (AI Scene Detection) 13MP f/1.8 ช่วยให้ภาพคมชัดในทุกสถานการณ์ พร้อมระบบElectronic Image Stabilization (EIS) ช่วยลดปัญหาภาพสั่น นอกจากนี้กล้องหลังตัวที่สองยังช่วยการถ่ายภาพแบบ ‘bokeh’ ทำให้การถ่ายภาพบุคคลออกมาดูเป็นธรรมชาติ พร้อมการเบลอฉากหลังช่วยให้วัตถุตรงหน้าดูโดดเด่นขึ้นมา

ZenFone Max (M2) จะวางจำหน่าย สีด้วยกัน ได้แก่ Midnight Black, Space Blue และ Meteor Silver ผ่านช่องทางดังนี้

·       รุ่น Ram 4 Rom 32 จะวางจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ Shopee เท่านั้น http://bit.ly/2Lef7Dg ในราคา 5,490 บาท (ผู้ที่สั่งจองในช่วง Pre-order ระหว่างวันที่ 18-31 ธันวาคม 61 ใช้ Code ‘Asusm2’ รับส่วนลด 500 บาท)

·       รุ่น Ram 4 Rom 64 จะวางจำหน่ายผ่านร้านค้าตัวแทนทั่วประเทศ ในราคา 5,990 บาท ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมเป็นต้นไป

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2QvtpFD สำหรับ ZenFone Max Pro (M2) และhttp://bit.ly/2Qr8qn3สำหรับZenFone Max M2 หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ https://www.facebook.com/ASUSTHAILAND

 

from:http://mobileocta.com/asus-zenfone-max-pro-m2-and-max-m2-are-officially-available-in-thailand/

สเปค Zenfone Max M2 (ZB630KL) สายอึดแบตใหญ่ราคาไม่แพง

สมาร์ทโฟนซีรี่ส์ Max จาก Asus ตอนนี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นทางการแล้ว จากเมื่อก่อนที่ยังผูกกับ Zen UI แต่หลังจาก Max Pro M1 เป็นต้นมาจนถึงรุ่นใหม่ Zenfone Max M2 ตอนนี้ปรับมาใช้เป็น Stock Android หรือ Pure Android เรียบร้อยแล้ว

โดย Zenfone Max M2 นั้นจะเป็นรุ่นที่เน้นอายุการใช้งานที่ยาวนานกับสเปคที่ตอบโจทย์การใช้งานทั่วไป เล่นเกมได้สบายๆ แต่แน่นอนว่าไม่แรงเท่าตระกูล Pro อย่างรุ่นล่าสุดที่เปิดตัวมานี้ก็ใช้เป็น Snapdragon 632 + Aredo 506 หน้าจอมีขนาด 6.26 นิ้ว ความละเอียด HD+

แบตเตอรี่ความจุ 4000 มิลลิแอมป์ ทดสอบแล้วว่าการใช้งาน 2 วันนั้นเอาอยู่ เล่นเว็บได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 22 ชั่วโมง หรือดูหนังผ่าน YouTube ก็สูงสุดที่ 13 ชั่วโมง

กล้องหลังคู่ 13MP + 2MP รองรับการถ่ายวิดีโอสูงสุดที่ 4K สามารถถ่ายภาพ Portrait หน้าชัดหลังเบลอได้ด้วยกล้องรองที่คอยวัดความลึกตื้นของวัตถุ

ส่วนระบบ AI Scene นั้นก็จะมีมาให้ด้วย แต่จะได้รับอัพเดทหลังจากวางจำหน่าย เรียกว่าแกะกล่องมาตอนแรกจะยังไม่มีให้ใช้งาน

ส่วนระบบเสียงนั้นแม้จะมีลำโพงตัวเดียวแต่ก็กระหึ่มได้ด้วยพลังของ 5 Magnet ดังกว่าลำโพงทั่วไป 41% นอกจากนั้นยังมีไมค์ 2 ตัวเอาไว้ตัดเสียงได้ด้วย

สเปค Zenfone Max M2

  • หน้าจอ 6.26 นิ้ว IPS ความละเอียด HD+ (1520×720)
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm® Snapdragon™ 632
  • หน่วยประมวลผลกราฟิก Qualcomm® Adreno™ 506
  • RAM 3GB / 4GB LPDDR3X
  • ROM  32GB / 64GB eMCP
  • กล้องหลังคู่ 13MP F1.8 + LED Flash + 2MP ใช้จับความลึก
  • กล้องหน้า 8MP F2.0 + LED Flash
  • ลำโพง 5-magnet + NXP SmartAmp
  • ไมค์คู่ตัดเสียงรบกวน
  • Bluetooth 4.2 , WLAN 802.11 b/g/n (2.4GHz)
  • แบตเตอรี่ 4000mAh
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิม + 1 MicroSD  (Triple Slot)
  • ราคาเปิดตัว ยังไม่ประกาศ

from:https://droidsans.com/zenfone-max-m2-spec-and-features/

Asus ZenFone Max (M2) และ Max Pro (M2) เปิดตัวแล้วที่รัสเซีย ในราคาเริ่มต้นเพียง 6,000 บาท

 

ก่อนหน้านี้ ASUS ได้ออกมายืนยันว่า จะมีการเปิดตัว Asus ZenFone Max (M2) และ Max Pro (M2) อย่างเป็นทางการที่ประเทศอินเดียและอินโดนีเซียในวันที่ 11 ธันวาคมนี้

แต่ล่าสุดมีการเปิดตัวผ่านเว็บร้านค้าออนไลน์ของ ASUS ประเทศรัสเซีย พร้อมเผยราคาและเปิดให้พรีออเดอร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Asus ZenFone Max (M2) และ Max Pro (M2)

สำหรับสเปกของ ZenFone Max (M2) และ Max Pro (M2) ตรงกับภาพเรนเดอร์ที่เคยหลุดออกมา โดย Zenfone Max (M2) มาพร้อมตัวเครื่องโลหะ จอไร้ขอบ และมีรอยบาก ส่วน Zenfone Max Pro (M2) ตัวเครื่องด้านหลังครอบด้วยกระจกกันรอย Gorilla Glass 6 พร้อมจอไร้ขอบ และมีรอยบากที่เล็กกว่า

ZenFone Max (M2) ตัวเครื่องมีขนาด 158.41x76x28x7.7 มม. และน้ำหนัก 160 กรัม หน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ความละเอียด HD+ 1520 x 720 พิกเซล ขนาด 6.3 นิ้วในอัตราส่วน 19:9

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 1.8GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 632, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 506, RAM 3GB, หน่วยความจำภายใน 32GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 2TB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 8.1 Oreo

ติดตั้งกล้องหลังคู่ ความละเอียด 13 + 2 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE,  Wi-Fi 802.11 b/g/n,  และ Bluetooth 4.2, พอร์ต microUSB และแบตเตอรี่ความจุ 4,000mAh

ZenFone Max Pro (M2) ตัวเครื่องมีขนาด 157.9×75.5×8.5 มม. และน้ำหนัก 170 กรัม หน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ความละเอียด FHD+ 2280 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.3 นิ้วในอัตราส่วน 19:9

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.2GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 660,  หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 512, RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 64GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 2TB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 8.1 Oreo

ติดตั้งกล้องหลังคู่ ความละเอียด 13 + 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE,  Wi-Fi 802.11 b/g/n,  และ Bluetooth 5.0, NFC, พอร์ต microUSB และแบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh รองรับการชาร์จเร็ว 18W

ทั้งนี้ Asus ZenFone Max (M2) เปิดราคาที่ 12,990 รูเบิลรัสเซียหรือประมาณ 6,400 บาท ส่วน ZenFone Max Pro (M2) ราคา 17,990 รูเบิลรัสเซียหรือประมาณ 8,900 บาท โดยจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคมเป็นต้นไป ส่วนบ้านเราแว่วๆ มาว่าจะเปิดตัวสัปดาห์หน้านี้ รอลุ้นราคาว่าจะใกล้เคียงหรือถูกกว่า

ที่มา : Gizmochina

 

from:http://mobileocta.com/asus-zenfone-max-pro-m2-max-m2-now-official-in-russia/

Asus Zenfone Max Pro M2 และ Zenfone Max M2 เปิดตัวแล้วในรัสเซีย เริ่มต้นราว 6,390 บาท

Asus เปิดตัวสมาร์ทโฟน Zenfone Max Pro M2 และ Zenfone Max M2 อย่างทางการแล้ว ในประเทศรัสเซีย พร้อมเปิดรับจองทันทีผ่านระบบออนไลน์ ก่อนจะเริ่มจัดส่งตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2018 เป็นต้นไป

Asus Zenfone Max Pro M2 (รหัสรุ่น ZB631KL) มากับจอแสดงผล 2280 x 1080 พิกเซล ใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 660 ความจำ RAM 4GB จับคู่กับ ROM 64 GB กล้องคู่หลัง 12 + 5 ล้านพิกเซล กล้องเซลฟี่ 13 ล้านพิกเซล ความจุแบตเตอรี่ 5,000mAh ราคา 17,990 รูเบิล หรือราว 8,850 บาท

Asus Zenfone Max M2 (รหัสรุ่น ZB633KL) มากับจอแสดงผล IPS LCD (1520 x 720 พิกเซล) อัตราส่วนภาพ 19:9 ใช้ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 632 ความจำ RAM 3GB จับคู่กับ ROM 32 GB กล้องคู่หลัง 12+8 ล้านพิกเซล กล้องเซลฟี่ 13 ล้านพิกเซล ความจุแบตเตอรี่ 4,000mAh ราคา 12,990 รูเบิล หรือราว 6,390 บาท

ที่มา – Asus

from:http://www.flashfly.net/wp/236361