คลังเก็บป้ายกำกับ: Xiaomi

JD CENTRAL จับมือเสียวหมี่นำ “POCO X3 NFC” จำหน่ายในประเทศไทยแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

JD CENTRAL ประกาศความร่วมมือกับเสียวหมี่เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด “POCO X3 NFC” ในประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือนี้ JD CENTRAL เป็นตัวแทนจำหน่ายเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับการจำหน่ายสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เป็นครั้งแรก

POCO X3 NFC

POCO X3 NFC ซึ่งเป็นแชมป์สมาร์ทโฟนระดับกลาง มาพร้อมหน้าจอ 120Hz ระดับแนวหน้าอีกทั้งยังมีความจุแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 5,160 mAh พร้อมประสิทธิภาพที่ผู้ใช้ต้องการ สำหรับการจำหน่ายครั้งแรกในประเทศไทยสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะวางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะที่ JD CENTRAL ตั้งแต่วันที่ 23-30 กันยายนพร้อมข้อเสนอพิเศษมากมาย

ความเอ็กซ์คลูซีฟนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญวันเกิด JD CENTRAL 9.28 BIRTHDAY FEST โดย POCO X3 NFC ขนาดความจุ 6GB + 64GB และความจุ 6GB + 128GB จะวางจำหน่ายในราคา 6,499 บาทและ 7,199 บาทตามลำดับ เมื่อทำการซื้อสมาร์ทโฟนสำเร็จ JD CENTRAL จะให้มอบพอยท์เงินคืน JD POINTS CASHBACK 10% ให้กับลูกค้า

มร. โจนาธาน คัง ผู้จัดการใหญ่ประจำเสียวหมี่ ประเทศไทยกล่าวว่า “เรามีความยินดีที่ได้เปิดตัว POCO X3 NFC ซึ่งเป็นแบรนด์อิสระของเสียวหมี่ในประเทศไทยพร้อมกับ JD CENTRAL ซึ่งมอบข้อเสนอพิเศษมากมายให้กับลูกค้าและสาวกหมี่ของเรา สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ออกแบบมาสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีและการเล่นเกม โดยใช้การออกแบบชั้นดีแบบไม่เหมือนใครที่เปล่งพลังออกมา สมาร์ทโฟนนี้นั้นให้ความสำคัญเรื่องประสิทธิภาพเหนือสิ่งอื่นใด โดยมอบเฉพาะสเปคระดับไฮเอนด์ที่มีประโยชน์ที่สุดโดยไม่เติมแต่งอะไรที่ไม่จำเป็นในราคาที่ย่อมเยา
กว่าปกติ”

คุณรวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เจดีเซ็นทรัล (JD CENTRAL) ผู้นำด้านเทคโนโลยีอีคอมเมิร์ซและธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทยเปิดเผยว่า  “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับเสียวหมี่ในการนำ POCO X3 NFC มาสู่ประเทศไทยและประกาศว่าเราเป็นตัวแทนจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟในการขายสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งความร่วมมือนี้เป็นส่วนหนึ่งในความพิเศษของแคมเปญ JD CENTRAL 9.28 BIRTHDAY FEST เพื่อฉลองครบรอบเดือนเกิดของเจดีเซ็นทรัล เราจึงมอบข้อเสนอพิเศษให้กับลูกค้าที่สั่งซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ในช่วงการสั่งซื้อล่วงหน้าระหว่างวันที่ 23-27 กันยายนผ่านแอป JD CENTRAL เรารับประกันคุณภาพสินค้าของแท้ 100% ในราคาดีที่สุดและเชื่อว่า POCO X3 NFC จะได้รับการตอบรับที่ดีเป็น”

ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายนเป็นต้นไป  POCO X3 NFC จะวางจำหน่ายสองสีในประเทศไทย ได้แก่สี Shadow Gray และ สี Cobalt Blue

  • การสั่งซื้อล่วงหน้าผ่าน JD CENTRAL จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 23-27 กันยายนนี้และสำหรับในช่วงเวลาดังกล่าว เครื่องความจุ 6GB + 64GB จะวางจำหน่ายในราคา 6,499 บาทจากราคา  6,999 บาท  ในขณะที่เครื่องความจุ 6GB + 128GB จะวางจำหน่ายในราคา 7,199 บาทจาก 7,999 บาท เพียงวางเงินมัดจำเพียง 9 บาทคุณก็สามารถทำการสั่งซื้อล่วงหน้าได้เเล้ว
  • เมื่อทำการสั่งซื้อ POCO X3 NFC สำเร็จ ลูกค้าจะได้รับพอยท์เงินคืน 10% JD POINTS CASHBACK และรับฟรี Mi Fidget Cube
  • สำหรับทุกออเดอร์ที่ 50 ที่ทำการสั่งซื้อระหว่างวันที่ 23 ถึง 30 กันยายน ลูกค้าจะได้รับเครื่องฟอกอากาศ Mi ไปเลย รายชื่อผู้โชคดีจะประกาศบน Official Xiaomi Store บน JD CENTRAL ในเดือนตุลาคม
  • นอกจากนี้ยังสามารถผ่อนชำระ 10 เดือนผ่านบัตรเครดิตได้อีกด้วย

สำหรับข้อมูลการจำหน่ายเพิ่มเติมไปที่  Official Xiaomi Store @ JD Central, http://www.jd.co.th or Facebook:
JD CENTRAL ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดแอป JD CENTRAL App ผ่าน AppStore และ PlayStore.

from:https://www.mobileocta.com/jd-central-poco-x3-nfc/

Xiaomi ประกาศเตรียมเปิดตัวมือถือในซีรีส์ Mi 10T วันที่ 30 ก.ย.นี้ คาดมาทั้ง Mi 10T Pro, Mi 10T และ Mi 10T Lite

หลังจากมีข่าวลือออกมาหลายเดือน ในที่สุด Xiaomi ก็ออกโรงประกาศวันเปิดตัวของมือถือในซีรีส์ Mi 10T อย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดมาพร้อมกัน 2 รุ่น ได้แก่ Mi 10T และ Mi 10T Pro นอกจากนี้อาจมีเซอร์ไพรส์รุ่นเล็ก Mi 10T Lite อีก 1 รุ่นด้วย โดยจะเปิดตัวในวันที่ 30 กันยายนนี้ 07.00 น. ตามเวลาประเทศไทย แถมล่าสุดมีทั้งภาพหลุดโปสเตอร์โฆษณาในประเทศไทยออกมาแล้วอีกต่างหาก

Mi 10T Pro นั้นได้มีภาพหลุดออกมาตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมแล้ว ตามที่ได้รายงานไปก่อนหน้านี้ มีกล้องหลังจำนวน 4 ตัวเป็นจุดเด่น  กล้องหลักจะมีขนาดโมดูลใหญ่อย่างเตะตาความละเอียด 108MP ส่วนหน้าจอเป็นแบบเจาะรูเล็กจิ๋วสำหรับวางกล้องเซลฟี่ และมีอัตราการรีเฟรชอยู่ที่ 144Hz ขณะที่แบตเตอรี่จะมีความจุ 5000 mAh

ส่วนทาง Mi 1oT รุ่นธรรมดาจะมีรูปร่างหน้าตาที่เหมือนกันเลย แต่กล้องหลังจะลดความละเอียดลงเหลือ 64MP และถ้าหากยังจำกัดได้ เมื่อช่วงต้นเดือน Xiaomi ได้ออกมาประกาศไปหนหนึ่งแล้วว่า เตรียมจะเปิดตัวมือถือในซีรีส์ Mi 10 ที่รองรับ 5G ในราคาที่จับต้องได้ โดยยืนยันจะมีราคาต่ำกว่า 11,200 บาท ทำให้มีการคาดการณ์กันว่า อาจมีรุ่นเล็กเปิดตัวอีกหนึ่งรุ่นคือ Mi 10T Lite ก็เป็นได้

สมาร์ทโฟนในซีรีส์ Mi 10T จะมีการวางจำหน่ายในบ้านเราอย่างแน่นอน เพราะตอนนี้ได้มีภาพโปสเตอร์ขนาดใหญ่แปะหรากลาง Mi Store ประเทศไทยเลย อย่างไรแล้วเราก็มารอติดตามไปพร้อม ๆ กันในวันที่ 30 กันยายนนี้ครับ

 

ที่มา : Xiaomi | Digital Chat Station (@StationChat)

from:https://droidsans.com/xiaomi-mi-10t-series-launch-date-30-sept/

Xiaomi เปิดตัว POCO X3 NFC ในไทยอย่างเป็นทางการ ราคาเริ่มต้น 6,999 บาท

Xiaomi ประเทศไทย เปิดตัวมือถือรุ่นกลาง POCO X3 NFC ชิป Snapdragon 732G จอ 120Hz สี่กล้องหลัง สแกนลายนิ้วมือด้านข้าง กันน้ำ IP53 มีสองรุ่น คือรุ่น แรม 6GB หน่วยความจำภายใน 64GB และ แรม 6GB หน่วยความจำ 128GB ราคาดังนี้

  • รุ่น 6GB + 64GB ราคา 6,999 บาท
  • รุ่น 6GB + 128GB ราคา 7,999 บาท

สั่งจองได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 27 กันยายนนี้ บน JD Central จะได้ราคาพิเศษ เหลือ 6,499 และ 7,199 บาท วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 28 กันยายนนี้

ที่มา – งานแถลงข่าว POCO X3 NFC

No DescriptionNo DescriptionNo DescriptionNo DescriptionNo DescriptionNo Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/118596

POCO X3 NFC มือถือสเปคงาม จอ 120Hz พร้อมกล้องหลัง 4 ตัว 64MP เคาะราคาไทยเริ่มต้น 6,999 บาท

มือถือสเปคดีราคางามอย่าง POCO X3 NFC พึ่งเปิดตัวแบบ Gloabal ไปหยกๆ เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนนี้เอง เผลอแว้บเดียวก็ได้เดินทางมาถึงประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยฟีเจอร์ และสเปคแบบคุ้มๆ ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอรีเฟรชเรท 120Hz, ชิปเซ็ต Snapdragon 732G, กล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุด 64MP และอื่นๆ อีกเพียบ ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกยัดลงมาในมือถือที่มีราคาค่าตัวเริ่มต้นแค่ 6,999 บาทเท่านั้นเอง

หน้าจอรีเฟรชเรท 120Hz

POCO X3 NFC มาพร้อมกับหน้าจอ LCD ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ อัตราส่วน 20:9 เจาะรูไว้ตรงกลางหน้าจอสำหรับใส่กล้องเซลฟี่ความละเอียด 20MP รองรับการถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อย โดยไฮไลท์หลักๆ จะอยู่ที่ค่ารีเฟรชเรท 120Hz แถมยังมีค่า Touch Sampling ที่ 240Hz ซึ่งเหมาะสุดๆ สำหรับคอเกม แตะปุ๊บยิงปั๊บ ลากนิ้วปั๊บหันปุ๊บ ไม่มีพลาด

ชิป Snapdragon 732G

ชิปเซ็ตใช้เป็นตัวใหม่ป้ายแดงจาก Qualcomm อย่าง Snapdragon 732G พร้อม RAM LPDDR4X ขนาด 6 GB ซึ่งทำคะแนนจาก AnTuTu ไปได้กว่า 300,000 คะแนน ทำให้ไม่ว่าจะท่องเว็บ ดูวิดีโอความละเอียดสูง หรือเล่นเกมกราฟฟิคโหดๆ ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับมือถือรุ่นนี้แน่นอน

กล้องหลัง 4 ตัว 64MP

กล้องหลัง 4 ตัว ประกอบด้วยเซ็นเซอร์หลัก Sony IMX682 ความละเอียด 64MP ค่ารูรับแสง f/1.73 เลนส์ 6 ชิ้น, กล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 13MP ค่ารูรับแสง f/2.2 มุมกว้าง 119 องศา ส่วนกล้องสองตัวที่เหลือจะเป็น Macro และ Depth ความละเอียด 2MP ค่ารูรับแสง f/2.4 เท่ากันทั้งคู่ รองรับโหมดถ่ายภาพ Skyscaping 3.0, Night Mode และระบบกันสั่น ShootSteady

แบตเตอรี่มหึมา 5160 mAh

ส่วนแบตเตอรี่นี่หายห่วงเลย อัดมาให้แบบจัดเต็มที่ 5160 มิลลิแอมป์ แถมรองรับระบบชาร์จไว 33W ที่ชาร์จแบตจาก 0 – 100% ได้ในเวลาแค่ 65 นาที หรือถ้ารีบๆ ชาร์จแค่ครึ่ง ชม. ก็ได้แบตมาใช้แล้วถึง 62%

ลำโพงคู่สเตอรีโอ

POCO X3 NFC มีลำโพงคู่สเตอริโอ ที่รองรับระบบเสียงแบบ Hi-Res Audio ทำให้การฟังเพลง ดูหนัง หรือเล่นเกม ได้พลังเสียงที่กระหึ่ม และมีมิติกว่า นอกจากนี้ยังมีรูหูฟัง 3.5 มม. ให้มาอีกด้วย

ระบบระบายความร้อนแบบ LiquidCool Technology 1.0 Plus

เล่นเกมหนักๆ ก็ไม่กลัวว่าเครื่องจะร้อนจนภาพกระตุก เพราะมือถือรุ่นนี้มากับระบบระบายความร้อนด้วยขอเหลว LiquidCool Technology 1.0 Plus ซึ่งจะช่วยลดอุณหภูมิของตัวเครื่องเมื่อมีการใช้งานหนัก ทำให้เครื่องไม่ต้องลดประสิทธิภาพลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น

สเปค POCO X3 NFC

  • หน้าจอ LCD ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+ ค่า Refresh Rate 120Hz
  • CPU : Snapdragon 732G
  • RAM : (LPDDR4x) 6GB
  • ความจุ : (UFS 2.1) 64GB / 128GB รองรับ microSD card
  • กล้องหลัง
    – เลนส์หลัก 64MP ขนาด 1.6μm ซุปเปอร์พิกเซลแบบ 4-in-1
    – เลนส์อัลตร้าไวด์ (ultra-wide) 13MP มุมมอง 119 องศา
    – เลนส์มาโคร (Macro) 2MP
    – เลนส์ depth 2MP
  • กล้องหน้า : 20MP
  • ลำโพงสเตอรีโอคู่
  • มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • เซ็นเซอร์ : Proximity sensor | Ambient light sensor | Accelerometer | Gyroscope | Electronic compass | Linear motor | IR Blaster
  • มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น : IP53
  • แบตเตอรี่ : 5160mAh, รองรับการชาร์จเร็ว 33W
  • ระบบ Android 10 ครอบด้วย MIUI 12 for POCO
  • สีที่วางจำหน่าย :  สีน้ำเงิน Cobalt Blue, สีเทา Shadow Gray

ราคา

POCO X3 NFC จะวางจำหน่ายทั้งหมด 2 รุ่น แบ่งออกเป็นหน่วยความจำ ดังนี้

  • รุ่น 6GB / 64GB : ราคา 6,999 บาท
  • รุ่น 6GB / 128GB : ราคา 7,999 บาท

ผู้ที่สั่งซื้อทาง JD Central ภายในวันที่ 24 – 30 กันยายน 2563 จะได้รับสิทธิซื้อราคาพิเศษ รุ่น 6GB/64GB ที่ 6,499 บาท และรุ่น 6GB/128GB ที่ 7,199 บาท โดยทุกๆ 50 คำสั่งซื้อยังจะได้รับเครื่องฟอกอากาศ Mi Air Purifier 3C ไปฟรีๆ อีกด้วย

from:https://droidsans.com/poco-x3-nfc-thailand-officially-announced/

รีวิว Redmi 9C สมาร์ทโฟนรุ่นเล็กราคาประหยัด แบตอึด เล่นเกมดีเกินตัว

Xiaomi ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่มักส่งสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ที่มาพร้อมสเปคคุ้มค่า ในราคาสบายกระเป๋าอยู่เสมอ โดยล่าสุดได้อัพเดตสมาร์ทโฟนภายใต้ Redmi 9-Series ซึ่งก็คือรุ่น Redmi 9C ที่เราจะได้มารีวิวกันในวันนี้ครับ

โดยกลุ่มเป้าหมายของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้น่าจะจับกลุ่มวัยรุ่น นักเรียนนักศึกษาที่ต้องการอุปกรณ์สำหรับติดต่อสื่อสาร รวมถึงใช้เพื่อความบันเทิงเป็นหลัก เพราะด้วยจุดเด่นของหน้าจอที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน และชิปประมวลผล MediaTek Helio G35 ที่ค่อนข้างแรงใช้ได้ในระดับราคานี้ครับ ว่าแล้วก็ไปดูรีวิวเครื่องนี้กันครับ

Redmi 9C

สเปค Xiaomi Redmi 9C

ขนาดหน้าจอ : 6.53 นิ้ว IPS ความละเอียด 1600×720 พิกเซล

CPU : MediaTek Helio G35 Octa Core 2.3 GHz

GPU : PowerVR GE8320

RAM : 2/3GB (เครื่องที่เรารีวิว RAM 2GB)

หน่วยความจำภายใน : 32/64GB รองรับ microSD Card สูงสุด 512GB

กล้องถ่ายภาพ : 13 + 2 + 2 ล้านพิกเซล (main, macro, depth)

กล้องหน้า : 5 ล้านพิกเซล

การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band,3G, 4G, Bluetooth 5.0, และ GPS

แบตเตอรี่ : 5000mAh

ระบบปฏิบัติการ : Android 10 (MIUI 12)

พอร์ตเชื่อมต่อ : microUSB

น้ำหนัก : 196 กรัม

ขนาด : 164.9 x 77 x 9 มิลลิเมตร

Redmi 9C

แกะกล่อง Redmi 9C

เมื่อแกะกล่อง Redmi 9C ออกมาจะเจอกับตัวเครื่องวางอยู่ภายในครับ อุปกรณ์ภายในประกอบไปด้วย คู่มือ, สายดาต้า, เข็มจิ้มซิม และที่ชาร์จความจุ 10W สิ่งที่เราคิดว่าควรจะมีอย่างเช่น หูฟัง หรือเคสใสแถมภายใน ก็ไม่มีให้ ตรงนี้น่าเสียดายนิดๆ 

ดีไซน์การออกแบบ

Redmi 9C งานประกอบถือว่าทำได้แน่นหนา แม้ว่าตัวเครื่องจะเป็นพลาสติกก็ตาม แต่เวลาจับถือไม่รู้สึกก๊อบแก๊บเลยครับ ถือว่าทำได้ดีแน่นหนาดีตามราคา ผิวสัมผัสด้านหลังคล้ายเคฟล่า ทำให้เวลาจับตัวเครื่องแล้วมีความมั่นใจ ไม่ลื่นจนเกินไป 

ปุ่มกดทั้งหมดอยู่ด้านขวาของเครื่องครับ ที่ด้านบนมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ด้านซ้ายมีช่องใส่ซิม ส่วนด้านล่างมีพอร์ต microUSB, ไมค์สนทนา และลำโพงเสียงตัวเดียว ซึ่งคุณภาพของลำโพงถือว่าทำได้ดังดีมาก คุณภาพเสียงถือว่าอยู่ในระดับดีตามมาตราฐานไม่ได้แย่ ตัวเครื่องเปิดตัวมาทั้งหมด 3 สี คือสีเทา, น้ำเงิน, และสีส้ม 

ที่ด้านหลังกล้องถูกวางไว้ในกรอบสี่เหลี่ยมบริเวณซ้ายบน มีไฟแฟลช LED สำหรับส่องสว่าง ใต้กล้องมีอักษร AI Camera ระบุว่ามือถือเครื่องมีระบบ AI ช่วยแต่งภาพให้สวยยิ่งขึ้น ถัดลงมามีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลัง ที่สามารถทำงานได้ดีตามปกติ และล่างสุดมีโลโก้ Redmi 

ช่องใส่ซิมของรุ่นนี้มีช่องใส่การ์ด microSD Card แยกให้ครับ ดังนั้นซิม 2 ไม่จำเป็นต้องเลือกใส่ 

ด้านหน้าจอของ Redmi 9C มีขนาด 6.53 นิ้ว ที่ถือว่าค่อนข้างใหญ่กำลังดี เหมาะกับดูหนังฟังเพลง เล่นเกมก็ถือได้ถนัดกำลังดี ความละเอียดหน้าจออยู่ที่ HD+ ก็ถือว่าใช้งานได้ดีตามราคา การแสดงผลของหน้าจอก็ถือว่าทำได้ดีครับ สามารถแสดงผลสู้แสงได้ดีในระดับนึง และมีโหมดปรับตัดแสง blue light เพื่อถนอมสายตาให้เลือกใช้ เหมาะกับปรับเพื่ออ่านข้อมูลบนหน้าจออย่างสบายตา

โดยรวมด้านการออกแบบ Redmi 9C ถือว่าดีตามมาตราฐานของสมาร์ทโฟนราคาระดับนี้ครับ อาจไม่มีจุดเด่นมาก แต่ก็ไม่มีจุดเสียเช่นกัน

ประสิทธิภาพการใช้งาน

และเมื่อมาพูดถึงการใช้งานจริง Redmi 9C จุดเด่นของรุ่นนี้คือเป็นรุ่นราคาประหยัดที่ได้ชิป Helio G35 ที่ถือว่าเป็นชิปที่ทำงานได้ดีในระดับราคาเริ่มต้นครับ 

โดยชิปตัวนี้เป็นชิปแบบ octa-core แปดแกนสอง ความเร็วสูงสุด 2.3GHz ทำงานร่วมกับชิปกราฟฟิก PowerVT8320 เพื่อช่วยยกระดับการประมวลผลขณะเล่นเกม หรือด้านกราฟฟิกอื่นๆ จากที่เราได้ทดสอบเล่นเกมแห่งชาติ อย่าง RoV หรือ PUBG ผมได้ลองเล่น RoV แบบเปิดเค้าโครง และเลือกการแสดงผลแบบ HD เกมสามารถรันได้สูงสุดประมาณ 59fps และเวลาบู๊กันเยอะๆ frame rate มีตกไปถึง 45fps บ้าง โดยรวมถือว่าเล่นได้ แต่มีหน่วงบ้างบางจังหวะ แนะนำเปิดเล่นแบบ 30fps จะปลอดภัยกว่า ไม่โดนเพื่อนร่วมทีมบ่น

อีกเกมที่เราได้ทดสอบแล้วคิดว่าโอเคก็เป็นทางด้าน PUBG Mobile สเปคเครื่องนี้ถือว่าเล่นได้สบาย อาจมีหน่วงบ้างเล็กน้อย แต่โดยรวมถือว่ากินไก่ได้ไม่ยากสำหรับมือโปร

อย่างไรก็ตาม เครื่องที่เราใช้ทดสอบเป็นเครื่อง RAM 2GB ดังนั้นหากเล่นเกมด้วยเครื่องรุ่น RAM 3GB จะมีโอกาสแสดงผลได้ดีมากยิ่งกว่านี้ หน่วยความจำภายในจะมีให้เลือก 2 แบบ คือ 32 และ 64GB ดังนั้นถ้าเพิ่มเงินได้อีกนิดหน่อย แนะนำให้เลือกเครื่อง RAM 3GB / ROM 64GB จะดีกว่า 

จากคะแนนทดสอบ AnTuTu สมาร์ทโฟนเครื่องนี้สามารถทำคะแนนได้ประมาณ 9 หมื่นกลางๆ ก็ถือว่าพอใช้ได้ตามระดับราคามือถือระดับนี้ 

ด้านการใช้งานทั่วไป ยูสเซอร์อินเตอร์เฟสถือว่าทำได้น่าชื่นชม การเปิดแอป เปลี่ยนแอป หรือปัดหน้าจอทำได้ลื่นไหล ไม่ดีเลย์ สำหรับการใช้งานทั่วไป รุ่นนี้จัดว่าทำได้ดีไม่มีปัญหาแน่นอน

กล้องถ่ายภาพ

ด้านการถ่ายภาพ Redmi 9C มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัวครับ กล้องหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ทำงานร่วมกับกล้องมาโคร 2 ล้านพิกเซล สำหรับถ่ายภาพระยะใกล้มาก และสุดท้ายเป็นกล้อง depth สำหรับทำภาพชัดตื้นสวยๆ วีดีโอถ่ายได้สูงสุดที่ 1080p @30fps ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล แต่มุมค่อนข้างกว้าง ถือว่าดีสำหรับการถ่ายเซลฟี่ครับ

UI ของกล้องก็มาแบบคลีนๆ ตามสไตล์ MIUI ครับ เมนูต่างๆ ถูกจัดวางให้สามารถเข้าถึง และใช้งานได้ง่าย ชัตเตอร์กล้องสามารถถ่ายได้เร็วตามมาตราฐาน มีโหมดโปรให้เลือกเล่น 

คุณภาพของกล้องต้องบอกว่าพอใช้งานได้ตามราคาครับ คือสามารถถ่ายได้ดีพอใช้ โฟกัสภาพอาจไม่เร็วเท่าไหร่ ไม่มีระบบกันสั่น ดังนั้นหากถ่ายภาพควรถือให้นิ่งพอสมควร การถ่ายภาพในเวลากลางวัน ถือว่าทำได้ดีครับ แต่เวลากลางคืนยังถือว่าไม่ดีเท่าที่ควร แต่ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่า รุ่นราคาระดับนี้ กล้องมันก็จะประมาณนี้แหละครับ ถือว่าพอถ่ายได้อัพโซเชียลขำๆ ไม่ได้เอาไปประกวด

ลองชมตัวอย่างภาพตามด้านล่างนี้เลย

แบตเตอรี่

ถือเป็นจุดเด่นที่สุดอย่างหนึ่งของรุ่นนี้เลยครับ สำหรับด้านแบตเตอรี่ โดย Redmi 9C ให้แบตมาเยอะมากที่ 5000mAh และด้วยองค์ประกอบต่างๆ ของรุ่นนี้ เช่น หน้าจอแค่ระดับ HD+ ยิ่งช่วยให้รุ่นนี้กินไฟน้อยมากกว่ารุ่นที่หน้าจอ Full HD+

และจากที่ผมได้ทดสอบการใช้งานในหลายรูปแบบ หากคุณเป็นคนที่ใช้งานมือถือแบบปกติทั่วไป เน้นรอรับสาย สแตนด์บาย แชตบ้าง อัพเดตโซเชียลบ้าง ดูหนังฟังเพลงบ้าง ไม่เล่นเกมมาก รับรองว่าชาร์จครั้งเดียวอยู่ได้เกือบ 2 วันแน่นอน แต่ถ้าเป็นคนเล่นหนัก จัดหนักเกมยาวๆ เต็มที่ผมว่าน่าจะอยู่ได้ถึงบ่ายๆ ก็น่าจะต้องหาที่ชาร์จแล้วครับ โดยสามารถชาร์จ 0-100% ประมาณ 3 ชั่วโมง

สรุป

โดยสรุปนะครับ Redmi 9C ถือเป็นมือถือราคาประหยัดที่น่าใช้อีกหนึ่งรุ่นครับ เหมาะสำหรับใช้เป็นทั้งเครื่องหลัก และเครื่องรองได้เลย หรือจะซื้อให้เด็กๆ ไว้พกติดตัวไปโรงเรียนก็เหมาะมาก เพราะราคาไม่แพง และตัวเครื่องค่อนข้างแข็งแรง หาเคสดีๆ ใส่หน่อยรับรองดีเลย

จุดเด่นของรุ่นนี้คือมาพร้อมแบตเยอะมากครับ สามารถรอรับสายได้นานเป็นวันๆ แต่น่าเสียดายที่ยังไม่รองรับ fast charge ซึ่งก็ถือเป็นปกติของรุ่นระดับราคานี้ ค่ายอื่นก็ไม่ได้เหมือนกัน  

ด้านการเล่นเกม ถือว่าทำได้ดีตามราคาครับ สมัยก่อนมือถือราคาระดับ 3 พัน อย่าหวังเปิดเล่น RoV ระดับ 60fps เลย แต่รุ่นนี้สามารถทำได้ แม้ว่าจะมี frame rate ตกบ้างก็ตาม แต่ก็ถือว่าพอเล่นได้

ส่วนกล้องถ่ายภาพ ถือว่าทำได้ดีตามราคา เวลากลางวันสามารถถ่ายได้สวยงาม แต่เวลาถ่ายกลางคืนยังถือว่า noise เยอะพอสมควร สรุปด้านกล้องถือว่าอยู่ในระดับดีพอใช้

Xiaomi Redmi 9C เปิดตัวมาทั้งหมด 2 รุ่นด้วยกันครับ คือ RAM 2/32GB ตัวนี้ราคา 3,099 บาท และรุ่น RAM 3/64GB เปิดตัวที่ราคา 3,399 บาท ถ้าให้แนะนำเพิ่มอีก 300 เอารุ่น RAM 3GB จะคุ้มกว่าครับ เพราะจะสามารถใช้งานได้ดีขึ้น และใช้ได้ยาวกว่า เพิ่มอีกนิดเดียวเอง ใครหามือถือราคาระดับนี้อยู่ เชื่อว่า Redmi 9C จะเป็นอีกรุ่นที่คุณมองข้ามไม่ได้ครับ แนะนำให้ไปลองเล่นของจริงก่อน เชื่อว่าจะเป็นมือถืออีกรุ่นที่หลายคนชอบแน่นอน

ข้อดี

  • หน้าจอใหญ่ สู้แสงดีใช้ได้
  • แบตอึดมาก ใช้งานเบาๆ ได้เกือบ 2 วัน
  • ราคาสบายกระเป๋า
  • ใส่ได้ 2 ซิม มีช่อง microSD แยกให้
  • เล่นเกมดีในระดับราคานี้
  • ลำโพงเสียงดังดี
  • กล้องถ่ายภาพ 3 ตัว ถ่ายได้หลากหลายรูปแบบ มี AI ช่วย
  • มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านหลัง
  • มีช่องเสียบหูฟัง (แต่ไม่แถม)
  • UI ทำงานได้ดี ลื่นไหลไม่สะดุด

ข้อสังเกต

  • ยังใช้พอร์ต microUSB อยู่

from:https://www.mobileocta.com/review-redmi-9c/

วิธีแก้ปัญหากล้อง Xiaomi Dafang และ Xiaofang 1S เปิดดูไม่ได้ด้วยการอัพเดต Custom Firmware

ช่วงนี้หลายๆ บ้านที่ใช้งาน Xiaomi Dafang หรือ Xiaofang 1S น่าจะเริ่มค่อยๆ ประสบปัญหากล้องวงจรปิดของตัวเองเริ่มทยอยใช้งานไม่ได้ไปทีละตัวสองตัว (เคยเห็นหนักสุดใน Xiaomi Community Thailand ที่มีแจ้งว่าใช้ไม่ได้กว่า 20 ตัวเลยทีเดียว) เพื่อนๆ หลายๆ คนที่กำลังประสบปัญหานี้อาจจะกำลังคิดว่าหรือเราต้องโยนน้อง Dafang และ Xiaofang 1S ของเราลงถังขยะแล้วนะ ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ เพราะว่าวันนี้ APPDISQUS มีวิธีการปลุกชีพ Xiaomi Dafang และ Xiaofang 1S ให้กลับมาใช้งานใหม่ได้อีกครั้ง โดยการลงคัสตอมเฟิร์มแวร์และใช้งานผ่านเซิร์ฟเวอร์ RTSP เช่น VLC กันแทน

Xiaomi Dafang Xiaofang 1S Custom Firmware UI
ภาพแสดง UI ของ Custom Firmware สำหรับ Dafang และ Xiaofang 1S

วิธีการนั้นก็ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่เพื่อนๆ ต้องอ่านขั้นตอนให้ละเอียดก่อนการลงมือทำเพื่อให้มั่นใจว่าจะลงมืออัพเกรดเฟิร์มแวร์ได้อย่างไม่มีข้อผิดพลาด โดยเราจะพยายามอธิบายให้ละเอียดมากที่สุดเพื่อให้เพื่อนๆ ทำตามกันได้โดยง่าย แต่หากติดปัญหาตรงไหนสามารถสอบถามกันเข้ามาทางเพจ AppDisqus บน Facebook กันได้เลยนะครับ (แล้วอย่าลืมกดติดตามเรากันไว้ด้วยล่ะ จะได้ไม่พลาดสิ่งดีๆ แบบนี้)

เอาล่ะ ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มจากหน้าตาของกล้อง Dafang และ Xiaofang 1S ที่รองรับการก่อนดีกว่า

กล้อง Xiaomi ที่รองรับ Custom Firmware และวิธีการนี้

  • Xiaomi Dafang

Xiaomi Dafang Custom Firmware

  • Xiaomi Xiaofang 1S เฉพาะรุ่นที่มีรหัส T20 (รุ่นเก่า) เท่านั้น รุ่นใหม่ที่เป็นรหัส T20L จะไม่สามารถใช้งาน Custom Firmware นี้ได้

Xiaomi Xiaofang 1S Custom Firmware

หลังจากตรวจสอบมั่นใจแล้วว่ากล้องที่เพื่อนๆ มีอยู่นั้นเป็นกล้องที่รองรับ Custom Firmware และการอัพเดตด้วยวิธีการนี้ ต่อไปก็ถึงขั้นตอนการเตรียมความพร้อมก่อนการอัพเดตกัน

สิ่งที่ต้องใช้ในการอัพเดต Custom Firwware สำหรับ Xiaomi Dafang และ Xiaofang 1S (T20)

  1. การ์ด MicroSD ขนาดยิ่งเล็กยิ่งดี แนะนำที่ 1GB แต่หากไม่มีเอา 8GB หรือลองเอาที่มีอยู่มาทดลองก็ได้ (แต่ข้อมูลในการ์ดใบนั้นๆ จะหายทั้งหมด)
  2. เครื่องคอมพิวเตอร์ จะเป็น PC หรือ Mac ก็ได้ (เครื่องที่ผมใช้ในตอนนี้เป็น Mac ดังนั้นรูปที่แคปไปจะมาจากหน้าจอของ Mac นะครับ แต่วิธีการจะแทบไม่ต่างกัน
  3. ตัวกล้อง Xiaomi Dafang หรือ Xiaofang 1S (T20) ที่เราต้องการอัพเกรด
  4. CFW-Binary ของกล้องตัวที่เราใช้อยู่และต้องการเอามาอัพเกรด โดยสามารถโหลดเวอร์ช่นล่าสุดได้ตามลิงก์ ดาวน์โหลด CFW-Binary ของ Xiaomi Dafang และ Xiaofang 1S T20 ได้เลย โดยจะอยู่ในหัวข้อที่ 1 เลือกโหลดตัวที่เป็นของรุ่นที่ต้องการอัพเดตได้เลยครับ
  5. Custom Firmware ที่จะต้องเอามาลง โดยสามารถดาวน์โหลดได้จากลิงก์ ดาวน์โหลด Custom Firmware (Xiaomi-Dafang-Hack-Master) ของ Xiaomi Dafang และ Xiaofang 1S T20 โดยทั้งสองรุ่นจะใช้เป็นไฟล์ดาวน์โหลดเดียวกัน

เอาล่ะ เมื่อกายพร้อม ใจพร้อม อุปกรณ์พร้อม และเฟิร์มแวร์ก็ดาวน์โหลดมาพร้อม เราจะทำได้!

วิธีอัพเดต Custom Firmware สำหรับ Dafang และ Xiaofang 1S เพื่อใช้งาน RTSP

  • สำหรับ Windows ให้ฟอร์แมต SD Card ที่จะนำมาใช้งานเป็นแบบ FAT32 เท่านั้น สำหรับ Mac ให้ฟอร์แมตเป็น MS-DOT(FAT) ด้วยเครื่องมือ Disk Utilities (ฟอร์แมตอื่นๆ เช่น NTFS หรือ EXFAT จะใช้ไม่ได้โดยเด็ดขาด)
disk-utilities-format
การฟอร์แมต FAT32 (MS-DOT FAT) ใน MacOS
  • กอปปี้ไฟล์ CFW-Binary ที่ดาวน์โหลดมาเตรียมไว้ไปใส่ใน SD Card ที่ทำการฟอร์แมตแล้ว โดยใส่ไว้หน้าบนสุด ห้ามไว้ในโฟลเดอร์ใดๆ จากนั้นให้เปลี่ยนชื่อมันเป็น “demo.bin”
rename file to demo.bin
เปลี่ยนชื่อไฟล์จาก cfw-1.x.bin ไปเป็น demo.bin หลังจากกอปใส่ SD Card แล้ว
  • ถอดสายพาวเวอร์ออกจากตัวกล้องของเราเพื่อตัดไฟและปิดกล้องให้สนิท จากนั้นให้เสียบ MicroSD Card เข้าไปในตัวกล้อง
  • กดปุ่มเซ็ตอัพบนตัวกล้องค้างเอาไว้อยู่อย่างนั้น จากนั้นให้เสียบสายไฟกลับเข้าไปโดยที่มือยังคงกดปุ่มเซ็ตอัพเอาไว้อยู่ กดค้างเอาไว้แบบนั้นไปอีก 10 วินาที
  • รอจนกว่าเฟิร์มแวร์จะอัพเดตสมบูรณ์ โดยอาจใช้เวลาประมาณ 3 นาที หากเป็น Xiaomi Dafang ให้สังเกตว่าฐานกล้องจะกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง พอถึงตอนนั้นก็ถอดสายพาวเวอร์ออกจากตัวกล้องได้เลย เพราะเราจะปิดกล้องลงอีกรอบ
  • ถอด MicroSD Card ออกจากกล้อง แล้วเสียบสายพาวเวอร์กลับเข้าไปเพื่อทำการเปิดกล้องอีกครั้ง หากการแฟลช CFW Binary สำเร็จ คุณจะเห็นไฟสีฟ้าติดค้างอยู่ประมาณ 5 วินาที ก่อนที่ฐานเครื่องจะเริ่มเคลื่อนไหว (หากเป็น Dafang)

ในขั้นตอนนี้….

  • หากไม่เห็นไฟสีฟ้าติดค้างประมาณ 5 วินาที ให้ลองเปลี่ยน MicroSD Card ดูแล้วเริ่มใหม่ตั้งแต่ขั้นตอนที่ 1

แต่หากสำเร็จ เราไปกันต่อที่ขั้นตอนการติดตั้งเฟิร์มแวร์ใหม่…

  • unzip ไฟล์ Xiaomi-Dafang-Hack-Master ที่ดาวน์โหลดมา จากนั้นให้กอปปี้ทุกอย่างที่อยู่ในโฟลเดอร์ “firmware_mod” ไปใส่ไว้ชั้นแรกสุด (root) ของ MicroSD Card ตัวที่เราถอดมาจากกล้องในขั้นตอนก่อนหน้า โดยไฟล์จะเรียงดังนี้
Dafang Custom Firmware File Organization
ภาพแสดงไฟล์ที่ต้องกอปปี้ไปวางไว้ในชั้นบนสุดของ SD Card โดย “E” แทนชื่อไดรฟ์ของ SD Card ที่ใช้
  • เปิดเข้าไปในโฟลเดอร์ config บน SD Card ของเรา จากนั้นให้หาไฟล์ wpa_supplicant.conf.dist แล้วเปลี่ยนชื่อไฟล์เป็น wpa_supplicant.conf (ลบ .dist ออก) ตรวจสอบให้มั่นใจว่าไฟล์ได้รับการเปลี่ยนชื่อให้เหลือเพียง wpa_supplicant.conf แล้วเท่านั้น และไม่มี .dist ผสมอยู่โดยเด็ดขาด หากมี ไฟล์นี้จะใช้งานไม่ได้ในทันที
install-dafang-hack-how-to
ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เช็คให้ดีว่าเราได้ลบนามสกุลไฟล์ .dist ออกไปแล้วจริงๆ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนชื่อแต่นามสกุล .dist ยังอยู่ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่พลาดกันเยอะมาก
  • แก้ไขไฟล์ wpa_supplicant.conf ด้วยโปรแกรม Note บน Windows หรือ TexEditor บน Mac โดยใส่ชื่อและรหัสผ่าน WiFi ที่เราต้องการให้กล้องของเราเชื่อมต่อด้วยลงไป ดังในรูปด้านล่าง ข้อควรระวังคือเราต้องปิด Rich Text บนโปรแกรม Note หรือ TextEditor ของเราก่อน เพื่อป้องกันโปรแกรมใส่ค่าแปลกๆ ลงไปในไฟล์
how-to-install-dafang-custom-firmware
เปลี่ยนค่าตามคอมเมนต์ให้เป็นชื่อและพาสเวิร์ด WiFi ของเรา
  • เสร็จแล้วให้เซฟไฟล์ wpa_supplicant.conf ที่แก้ไขแล้ว จากนั้นให้เอา SD Card ใส่กลับเข้าไปในกล้อง แล้วทำการรีสตาร์ทกล้องใหม่อีกครั้งด้วยการถอดสายพาวเวอร์ออกแล้วเสียบใหม่ รอสักพักกล้องจะกลับมาทำงานและเชื่อมต่อตัวเองเข้ากับระบบ WiFi ของเรา
  • คุณจะสามารถเข้าใช้งานและตั้งค่ากล่องได้ด้วยการเข้าผ่าน https://dafang หรือผ่าน IP Address ของกล้องของคุณ โดยรหัสเข้าใช้งานครั้งแรกนั้นคือ

ชื่อผู้ใช้งาน: root

รหัสผ่าน: ismart12

  • คุณสามารถเปลี่ยน ลบ หรือเพิ่มผู้ใช้งานและรหัสผ่านได้ในจากเมนูการตั้งค่าหลังจากล็อกอินเข้าไปแล้ว

วิธีการรับชมกล้องวงจรปิดของเราที่ลง Custom Firmware แล้ว

เนื่องจากเราทำการลง Custom Firmware ไปแล้ว ดังนั้นเราจะไม่สามารถใช้แอพ Mi Home ในการรับชมวิดีโอจากกล้องวงจรปิดของเราได้อีกต่อไปแล้วนะครับ ซึ่งหลายๆ คนที่ค้นหาวิธีการอัพเกรด Custom Firmware ก็คงไม่อยากกลับไป FW ปกติกันอยู่แล้วล่ะ รวมถึงบางคนเองก็โดนบล็อคการใช้งานจากแอพ Mi Home ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเราเลยต้องมาเปลี่ยนวิธีการรับชมกันสักเล็กน้อยครับ

โดยวิธีการรับชมภาพจากกล้องวงจรปิดของเราจะมีอยู่ 2 วิธีหลักๆ ดังนี้

  • เข้าชมผ่าน https://dafang หรือผ่าน IP Address ของกล้องเรา โดยวิธีนี้ เราจะสามารถรับชมภาพจากกล้องของเราแบบสดได้ แต่จะหน่วงๆ ไม่ลื่นสักเท่าไหร่นัก นอกจากนี้เรายังสามารถปรับบังคับการหมุนของกล้องได้ตามปกติเหมือนตอนใช้แอพ Mi Home อีกด้วย
หน้า UI ของ Xiaomi Dafang Hack Web UI
หน้า Web UI ของ Xiaomi Dafang / Xiaofang 1S Hack ที่แสดงให้เห็นปุ่มบังคับการหมุนและการอัดวิดีโอ
  • เข้าชมผ่าน rtsp ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่แนะนำ เพราะจะได้วิดีโอที่ลื่นไหลเหมือนตอนดูบน Mi Home จริง โดยเราจะต้องใช้ลิงก์ที่ได้จาก Web UI ของ Dafang ไปป้อนใส่ในโปรแกรมที่สามารถเล่นไฟล์ rtsp ได้ (พวกโปรแกรมดูกล้องวงจรปิดทั้งหลาย) ยกตัวอย่างโปรแกรมที่นิยมกันก็คือ VLC เพราะเป็นฟรีแวร์ นั่นเอง โดยเราสามารถเข้าไปเปิดการใช้งาน rtsp และเอาลิงก์วิดีโอของเราได้จากใน Web UI เลยครับ
enable-rtsp-dafang-hack
สามารถเปิดใช้งาน RTSP ได้จากการตั้งค่าใน Web UI เพื่อนำเอาลิงก์ RTSP ไปใช้ดูผ่านแอพกล้องวงจรปิด

เอาล่ะ เพียงเท่านี้กล้อง Dafang และ Xiaofang 1S (T20) ที่ใช้งานไม่ได้ของเพื่อนๆ ก็จะกลับมามีชีวิตอีกครั้งและใช้งานเป็นกล้องวงจรปิดได้ตามปกติแล้ว โดยหากใครต้องการทำให้มันดูจากนอกบ้านได้ก็อย่าลืมไปเปิดการใช้งานพวก DDNS ที่มีให้บริการฟรีทั้งเน็ต True และ AIS เพื่อฟอร์เวิร์ดพอร์ตของกล้องเราให้รับรองการรับชมจากนอกเครือข่ายเน็ตเวิร์คของเราได้ หรือหากใครไม่ทราบวิธี ติดตาม APPDISQUS ไว้ ในครั้งหน้าเราจะมาพร้อมกับวิธีทำให้กับเพื่อนๆ ได้อ่านและทำตามกันอย่างแน่นอน

พบกันใหม่ในบทความหน้านะครับ =)

ข่าว: วิธีแก้ปัญหากล้อง Xiaomi Dafang และ Xiaofang 1S เปิดดูไม่ได้ด้วยการอัพเดต Custom Firmware มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/09/16/how-to-upgrade-cfw-xiaomi-dafang-xiaofang-1s-hack.html

โมเดอร์นฟอร์ม จับมือ เสียวหมี่ เปิดตัว Modernform x Xiaomi สร้างนวัตกรรมการออกแบบเฟอร์นิเจอร์รูปแบบใหม่ “Modernspace Series”

“โมเดอร์นฟอร์ม” (Modernform) ผู้นำด้านการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ของไทย เตรียมปรับโฉมครั้งใหญ่ รีเฟรชแบรนด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ “Sensible Solution for Modern Lifestyle” เฟอร์นิเจอร์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้อย่างลงตัว พร้อมเปิดตัว Modernform x Xiaomi แคมเปญแรกกับ “เสียวหมี่” (Xiaomi) 

“เสียวหมี่” ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลกที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลายรวมไปถึงสมาร์ทโฟนและฮาร์ดแวร์อัจฉริยะ สร้างปรากฏการณ์ความร่วมมือในการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ เพื่อยกระดับการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ในทุกเจนเนอเรชั่น พร้อมชวนสัมผัสประสบการณ์ “ผสานการใช้ชีวิตและเทคโนโลยีให้เป็นหนึ่ง” (Seamless Connection Life and Technology) ด้วยนวัตกรรมการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลได้อย่างลงตัว ในวันอังคารที่ 15 กันยายนนี้ ที่ โมเดอร์นฟอร์ม โชว์รูมเพลินจิต อาคารคิวเฮ้าส์ 

Xiaomi

กิติพัฒก์ เนื่องจำนงค์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการรีเฟรชแบรนด์ครั้งใหญ่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ “Sensible Solution for Modern Lifestyle” เฟอร์นิเจอร์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้อย่างลงตัว พร้อมเผยนิยามใหม่ของการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่จะเชื่อมต่อชีวิตและเทคโนโลยีให้เป็นหนึ่งว่า “จากการเฝ้ามองพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ในทุกช่วงวัยมาอย่างยาวนานของโมเดอร์นฟอร์ม ทำให้เราเชื่อเสมอมาว่า จุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตที่ลงตัวที่สุดในทุกด้านของคนทุกเพศและทุกวัย คือการที่ไลฟ์สไตล์ของพวกเขาเข้าถึงความสะดวกสบายอย่างสูงสุดได้ตั้งแต่ลืมตาตื่น จวบจนถึงการเข้านอน

และเป็นที่มาของการร่วมมือกับ เสียวหมี่ (Xiaomi) แบรนด์ดังด้านเทคโนโลยีระดับโลก เปิดตัวแคมเปญ Modernform x Xiaomi เพื่อการพัฒนาวิถีชีวิตของผู้คนให้ดีขึ้น โดยการออกแบบนวัตกรรมเพื่อการใช้ชีวิตที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่อย่างแท้จริงกับเฟอร์นิเจอร์ชุด “โมเดิร์นสเปซ ซีรีส์” (Modernspace Series) ซึ่งมีฟังก์ชันการใช้งานที่สามารถเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีในการใช้ชีวิตได้หลากหลายประเภท ตอบโจทย์การอยู่อาศัยภายในบ้านได้ในทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น พื้นที่แห่งความสุขในห้องนั่งเล่น พื้นที่แห่งความอร่อยในห้องครัว พื้นที่ในการสร้างสรรค์อย่างห้องทำงาน และพื้นที่ในการพักผ่อนภายในห้องนอน ภายใต้แนวคิด “ผสานการใช้ชีวิตและเทคโนโลยีให้เป็นหนึ่ง” (Seamless Connection Life and Technology)

มร.โจนาธาน คัง ผู้จัดการใหญ่ เสียวหมี่ ประเทศไทย เผยถึงความร่วมมือครั้งสำคัญที่ต้องการยกระดับการใช้งานเทคโนโลยีของคนรุ่นใหม่ให้ได้รับความสะดวกสบายสูงสุดซึ่งกลายเป็นจุดศูนย์กลางในวิถีชีวิตประจำวันของพวกเขา สมาร์ทโฮมและผลิตภัณฑ์ AIoT ของเสียวหมี่ (ปัญญาประดิษฐ์ + Internet of Things) นั้นได้รับความนิยมทั่วโลกและในกลุ่มคนรุ่นใหม่ เนื่องจากนวัตกรรม คุณภาพ การออกแบบรวมไปถึงประสบการณ์ของผู้ใช้ที่ฝังแน่นอยู่ในผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของเรา เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตในบ้านที่ราบรื่นไร้รอยต่อและสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งาน

มร.โจนาธาน กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ Modernform เพื่อร่วมสร้าง “Modernspace Series” ซึ่งส่วนต่างๆ ของสมาร์ทโฮมนั้นได้รับการออกแบบโดยใช้การออกแบบเฟอร์นิเจอร์ชั้นเลิศผสานเข้ากับนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ ผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮมในซีรีส์นี้มีความสวยงามและเรียบหรูในขณะเดียวกันก็ปรับให้เข้ากับความต้องการที่ไม่หยุดนิ่งของผู้บริโภคยุคใหม่”

ในโอกาสนี้ โมเดอร์นฟอร์ม และ เสียวหมี่ ได้ร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรมการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ชุด “โมเดอร์นสเปซ ซีรีส์” ที่ผสานฟังก์ชันต่าง ๆ ทั้งความสะดวกสบาย ดีไซน์อันทันสมัย และเทคโนโลยีล้ำยุค พร้อมตอบสนองทุกพื้นที่ของการใช้ชีวิตภายในบ้าน ได้แก่

Smart Living Room ห้องนั่งเล่นพื้นที่สำคัญสำหรับทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น ดูหนัง เล่นเกมส์ หรือทำงาน การออกแบบเฟอร์นิเจอร์จึงต้องคำนึงอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่รองรับเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทั้งมือถือ โน้ตบุ๊ก และแกตเจ็ตต่าง ๆ เพื่อให้ช่วงเวลาแห่งความสุขไม่ขาดตอน เช่น “M Sofa” โซฟาดีไซน์ทันสมัยตอบโจทย์ความสบายทุกอิริยาบถ มาพร้อมช่องเสียบ USB เพื่อชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ด้านใต้โซฟามีเต้ารับเสียบปลั๊กอยู่ด้านใน สามารถเสียบแท่นชาร์จหุ่นยนต์ทำความสะอาด โดยให้เครื่องวิ่งเข้าไปชาร์จไฟได้อย่างสะดวกสบาย รวมทั้งเพิ่มเติมแอคเซสซอรี่แผ่นถาดไม้ Smart Pad วางเสริมบริเวณที่วางแขน ออกแบบตรงกลางเป็นหลุมสี่เหลี่ยมผืนผ้าสามารถวาง Power Bank Wireless Charger สำหรับชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์หรืออุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ต่าง ๆ ครบจบในพื้นที่เดียว   

Smart Home Office พื้นที่ทำงานภายในบ้านที่มาพร้อมดีไซน์การออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่สวยงาม เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่รื่นรมย์ยิ่งขึ้น รวมทั้งต้องมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่รองรับอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ที่จำเป็น เช่น โต๊ะทำงาน “M Multifunctional Table” ที่ลงตัวด้วยขนาดกระทัดรัด รองรับการใช้งานแบบ Multi Screen สามารถวางโน้ตบุ๊ก, แท็บเลต หรือโทรศัพท์มือถือได้ที่ Smart Socket ถูกออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับ “M Easy Chair” มาพร้อมกับ Lumbar Support ที่ปรับขึ้นลงได้ด้วยระบบ Manual ให้รับกับสรีระ มี Sound Hood ที่สามารถใส่ Bluetooth Speaker ของ Xiaomi ได้พอดิบพอดี

Smart Kitchen ยุคนิวนอร์มอลทำให้ผู้คนหันกลับมาทำอาหารรับประทานเองกันมากขึ้น การออกแบบครัวจึงต้องเน้นเรื่องการดูแลรักษาความสะอาดที่ง่ายดายขึ้น และมีพื้นที่จัดเก็บให้เป็นระเบียบ รวมทั้งสามารถเชื่อมต่อเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อให้การทำอาหารเป็นเรื่องที่สนุกและสะดวกมากกว่าที่เคย เช่น “M Easy cooking” ชุดครัวซึ่งมีพื้นที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเตรียมส่วนประกอบอาหาร และปรุงอาหาร อีกทั้งยังจัดเก็บของให้เป็นระเบียบ ใช้งานได้สะดวก โดยเฉพาะการออกแบบตู้ครัวเพื่อให้เหมาะกับการรองรับเครื่องใช้ไฟฟ้า สำหรับการปรุงอาหาร หรืออุ่นอาหารง่าย ๆ

Smart Bedroom เพื่อให้ทุกการนอน คือการพักผ่อนที่แท้จริง จะดีแค่ไหนหากอุปกรณ์ต่าง ๆ จะมีพื้นที่จัดเก็บเป็นสัดส่วน ทั้งยังป้องกันการรบกวนการนอนจากคลื่นแม่เหล็กที่มาจากมือถือและแกตเจ็ตต่าง ๆ แต่ยังคงรองรับการชาร์จพลังงานให้อุปกรณ์เทคโนโลยีเหล่านั้นได้ เช่น “M Bed” เตียงนอนขนาด King Size ที่หัวเตียงออกแบบพิเศษให้มีช่องวางของด้านบน เช่น หนังสือ โทรศัพท์มือถือ ส่วนด้านใต้ของหัวเตียงฝังไฟ LED ให้แสง Warm White สร้างบรรยากาศอบอุ่นแสนสบายในการพักผ่อน โครงเตียงออกแบบให้เป็นขั้นลดระดับ สามารถติดอุปกรณ์เสริมไฟส่องสว่างแบบตรวจจับความเคลื่อนไหว เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการให้แสงสว่างส่องทางเดินเมื่อลุกจากเตียงยามค่ำคืน 

นอกจากนี้ โมเดอร์นฟอร์ม ได้สร้างสรรค์ภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ เพื่อถ่ายทอดแนวคิด “ผสานการใช้ชีวิตและกับเทคโนโลยีให้เป็นหนึ่ง (Seamless Connection of Life and Technology)” ของ “โมเดิร์นสเปซ ซีรีส์” นวัตกรรมการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างพื้นที่ให้ชีวิตกับเทคโนโลยีเชื่อมต่อกันได้อย่างไร้รอยต่อ โดยบอกเล่าผ่านการใช้ชีวิตประจำวันในแต่ละพื้นที่ภายในบ้าน ทั้งพื้นที่ห้องนั่งเล่น พื้นที่ทำงาน ห้องนอน และห้องครัว ซึ่งออกแบบฟังก์ชั่นต่าง ๆ ของเฟอร์นิเจอร์ให้ตอบรับความสะดวกสบายด้วยเทคโนโลยี ผ่านครอบครัวของคนยุคใหม่ที่เชื่อมต่อการใช้ชีวิตกับทุกเทคโนโลยีในพื้นที่บ้านได้อย่างไร้รอยต่อ พร้อมเพลิดเพลินกับสุนทรียะในการใช้ชีวิตภายในบ้านที่เต็มไปด้วยช่วงเวลาแห่งความสุข โดยจะออนแอร์ในวันที่ 15 กันยายน นี้ ผ่านสื่อออนไลน์ต่าง ๆ

ผสานการใช้ชีวิตและเทคโนโลยีให้เป็นหนึ่ง พบกับเฟอร์นิเจอร์บ้านดีไซน์ใหม่ตอบโจทย์โมเดิร์นไลฟ์สไตล์ได้ที่่ โมเดอร์นฟอร์มโชว์รูมเพลินจิต อาคารคิวเฮ้าส์รวมทั้งติดตามข้อมูลข่าวสารและสิทธิพิเศษต่าง ๆ ได้ที่ www.modernform.co.th, Facebook : Modernform Furniture, Line@ : Modernform Furniture หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 0-2094-9999

from:https://www.mobileocta.com/modernform-joins-xiaomi-with-the-launch-of-modernform-x-xiaomi/

เปิดตัว Redmi 9i มาพร้อมชิปเซ็ท Helio G25, RAM 4GB และแบตอึด 5,000mAh เริ่มเพียง 3,500 บาท

Xiaomi ประกาศเปิดตัว Redmi 9i อย่างเป็นทางการที่ประเทศอินเดีย โดยเป็นรุ่นรีแบรนด์ของ Redmi 9A ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยอัปเกรดหน่วยความจำให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ในราคาเริ่มต้น 3,500 บาท

สเปก Redmi 9i

Redmi 9i

ตัวเครื่องมีขนาด 164.9 x 77.1 x 9 มม. และน้ำหนัก 194 กรัม หน้าจอแสดงผลทรงหยดน้ำ Dot Drop Display แบบ IPS LCD ความละเอียด HD+ 720 x 1600 พิกเซล ขนาด 6.53 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.0GHz โดยใช้ชิปเซ็ท MediaTek Helio G25 SoC (12nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก PowerVR GE8320 (650 MHz), RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 64GB/128GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย MIUI 12

ติดตั้งกล้องหลังเดี่ยวพร้อมไฟแฟลช LED ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE, Wi-Fi 802.11 b/g/n, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0, พอร์ตอินฟราเรด, พอร์ต USB Type-C และใช้แบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh รองรับการชาร์จ 10W

ทั้งนี้ Redmi 9i มีให้เลือก 3 สีคือ Midnight Black, Sea Blue และ Nature Green โดยมีราคาอยู่ที่ 8,299 รูปีอินเดียหรือประมาณ 3,500 บาทสำหรับรุ่น RAM 4GB+64GB และราคา 9,299 รูปีอินเดียหรือประมาณ 3,900 บาทสำหรับรุ่น RAM 4GB+128GB และจะเริ่มวางจำหน่ายที่ประเทศอินเดียผ่านทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Xiaomi, ร้านค้าออนไลน์ Flipkart และร้านค้าปลีกทั่วประเทศในวันที่ 18 กันยายนนี้

ที่มา : Gsmarena

from:https://www.mobileocta.com/redmi-9i-announced/

Xiaomi กับ Modernform ร่วมออกแบบเฟอร์นิเจอร์ เช่น เก้าอี้ฝังลำโพงบลูทูธ, โซฟาฝังเต้าเสียบชาร์จอุปกรณ์

Xiaomi กับ Modernform แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ ร่วมกันออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่ผสานเอาพฤติกรรมคนใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลเข้ามาด้วย เปิดตัวเป็นคอลเลกชั่นใหม่ Modernspace Series

ตัวอย่างสินค้าคือ

  • M Easy Chair เก้าอี้ทำงานรับสรีระหลัง ที่มาพร้อม Sound Hood ครอบไว้ตรงที่พิงศรีษะ สามารถใส่ลำโพงบลูธเข้าไปได้ (ราว 15,000 บาท)
  • M Multifunctional Table โต๊ะทำงานที่ออกแแบบมาให้ใช้งานได้ในกรณีที่ผู้ใช้งานใช้หลายอุปกรณ์ เช่น แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก พีซี ลดปัญหาโต๊ะทำงานรก และมี Smary Socket ช่องวางมือถือที่เชื่อต่อกับ Sound Hood ใน M Easy Chair ได้ (16,900 บาท)
  • M Bed เตียงนอนคิงไซส์ ที่มีช่องว่างด้านบนเพื่อวางหนังสือ โทรศัพท์ แท็บเล็ตได้ และใต้เตียงฝังไฟ LED แสงนวลที่จะสว่างทันทีเมื่อมีคนเดินรอบๆ เตียง (ราว 30,000 บาท)
  • M Sofa ที่มีช่องเสียบ USB เพื่อชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ และยังมีเต้าเสียบปลั๊กด้านใต้ เสียบชาร์จหุ่นยนต์ดูดฝุ่นได้
  • ชุดเฟอร์นิเจอร์ครัว ที่ออกแบบมาให้รองรับอุปกรณ์ทำครัวไฟฟ้า ตัดแหว่งช่องตรงพื้นด้านหลังเพื่อจะได้รวบสายไฟได้ ไม่รกตา (135,000 บาท)

No DescriptionNo DescriptionNo DescriptionNo Description

กิติพัฒก์ เนื่องจำนงค์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัท โมเดิร์นฟอร์ม กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ระบุว่า นี่ไม่ใช่การร่วมมือกันเชิงการตลาดเท่านั้น แต่เป็นก้าวแรกสำคัญที่สามารถต่อยอดพัฒนาสิ่งใหม่ได้อีกในอนาคต ด้าน มร. โจนาธาน คัง ผู้จัดการใหญ่ Xiaomi ประเทศไทย ระบุว่า สมาร์ทโฮม และผลิตภัณฑ์ AIoT ของ Xiaomi มีความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ และในไทยก็มองเห็นว่า smart living จะเติบโตขึ้นได้อีกมาก ทางโมเดิร์นฟอร์มก็มีแนวคิดไปในทางเดียวกันคือต้องการพัฒนาสินค้าเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิต จึงเป็นที่มาของการร่วมมือกัน

ที่มา – งานแถลงข่าว

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/118440

โมเดอร์นฟอร์ม ปรับโฉมแบรนด์เปิดตัว Moderform x Xiaomi เฟอร์นิเจอร์ที่มาพร้อมนวัตกรรม

โมเดอร์นฟอร์ม (Modernform) ปรับโฉมครั้งใหญ่ รีเฟรชแบรนด์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ Sensible Solution for Modern Lifestyle เฟอร์นิเจอร์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้อย่างลงตัว พร้อมเปิดตัว Modernform x Xiaomi แคมเปญแรกกับ เสียวหมี่ (Xiaomi) ออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ผสานการใช้ชีวิตและเทคโนโลยีให้เป็นหนึ่ง (Seamless Connection Life and Technology)

กิติพัฒก์ เนื่องจำนงค์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บอกว่า นิยามใหม่ของการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่จะเชื่อมต่อชีวิตและเทคโนโลยีให้เป็นหนึ่ง ไลฟ์สไตล์ต้องเข้าถึงความสะดวกสบายตั้งแต่ลืมตาตื่น จวบจนถึงการเข้านอน เป็นที่มาของการร่วมมือกับ เสียวหมี่ (Xiaomi) เปิดตัวแคมเปญ Modernform x Xiaomi ออกแบบนวัตกรรมเฟอร์นิเจอร์ชุด “โมเดิร์นสเปซ ซีรีส์” (Modernspace Series) ซึ่งมีฟังก์ชันการใช้งานที่สามารถเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีในการใช้ชีวิตได้หลากหลาย

ในโอกาสนี้ โมเดอร์นฟอร์ม และ เสียวหมี่ ได้ร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรมการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ ชุด “โมเดอร์นสเปซ ซีรีส์” ที่ผสานฟังก์ชันต่างๆ ทั้งความสะดวกสบาย ดีไซน์อันทันสมัย และเทคโนโลยีล้ำยุค พร้อมตอบสนองทุกพื้นที่ของการใช้ชีวิตภายในบ้าน ได้แก่

Smart Living Room ห้องนั่งเล่นพื้นที่สำคัญสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น ดูหนัง เล่นเกมส์ หรือทำงาน การออกแบบเฟอร์นิเจอร์จึงต้องคำนึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่รองรับเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทั้งมือถือ โน้ตบุ๊ก และแกตเจ็ตต่างๆ เพื่อให้ช่วงเวลาแห่งความสุขไม่ขาดตอน เช่น “M Sofa” โซฟาดีไซน์ทันสมัยตอบโจทย์ความสบายทุกอิริยาบถ มาพร้อมช่องเสียบ USB เพื่อชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ด้านใต้โซฟามีเต้ารับเสียบปลั๊กอยู่ด้านใน สามารถเสียบแท่นชาร์จหุ่นยนต์ทำความสะอาด โดยให้เครื่องวิ่งเข้าไปชาร์จไฟได้อย่างสะดวกสบาย รวมทั้งเพิ่มเติมแอคเซสซอรี่แผ่นถาดไม้ Smart Pad วางเสริมบริเวณที่วางแขน  ออกแบบตรงกลางเป็นหลุมสี่เหลี่ยมผืนผ้าสามารถวาง Power Bank Wireless Charger สำหรับชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์หรืออุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ต่างๆ ครบจบในพื้นที่เดียว

Smart Home Office พื้นที่ทำงานภายในบ้านที่มาพร้อมดีไซน์การออกแบบเฟอร์นิเจอร์ที่สวยงาม เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่รื่นรมย์ยิ่งขึ้น รวมทั้งต้องมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่รองรับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่จำเป็น เช่น โต๊ะทำงาน “M Multifunctional Table” ที่ลงตัวด้วยขนาดกระทัดรัด รองรับการใช้งานแบบ Multi Screen สามารถวางโน้ตบุ๊ก, แท็บเลต หรือโทรศัพท์มือถือได้ที่ Smart Socket ถูกออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับ “M Easy Chair” มาพร้อมกับ Lumbar Support ที่ปรับขึ้นลงได้ด้วยระบบ Manual ให้รับกับสรีระ มี Sound Hood ที่สามารถใส่ Bluetooth Speaker ของ Xiaomi ได้พอดิบพอดี

Smart Kitchen ยุคนิวนอร์มอลทำให้ผู้คนหันกลับมาทำอาหารรับประทานเองกันมากขึ้น การออกแบบครัวจึงต้องเน้นเรื่องการดูแลรักษาความสะอาดที่ง่ายดายขึ้น และมีพื้นที่จัดเก็บให้เป็นระเบียบ รวมทั้งสามารถเชื่อมต่อเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อให้การทำอาหารเป็นเรื่องที่สนุกและสะดวกมากกว่าที่เคย เช่น “M Easy cooking ชุดครัวซึ่งมีพื้นที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเตรียมส่วนประกอบอาหาร และปรุงอาหาร อีกทั้งยังจัดเก็บของให้เป็นระเบียบ ใช้งานได้สะดวก โดยเฉพาะการออกแบบตู้ครัวเพื่อให้เหมาะกับการรองรับเครื่องใช้ไฟฟ้า สำหรับการปรุงอาหาร หรืออุ่นอาหารง่ายๆ

Smart Bedroom เพื่อให้ทุกการนอน คือการพักผ่อนที่แท้จริง จะดีแค่ไหนหากอุปกรณ์ต่าง ๆ จะมีพื้นที่จัดเก็บเป็นสัดส่วน ทั้งยังป้องกันการรบกวนการนอนจากคลื่นแม่เหล็กที่มาจากมือถือและแกตเจ็ตต่าง ๆ แต่ยังคงรองรับการชาร์จพลังงานให้อุปกรณ์เทคโนโลยีเหล่านั้นได้ เช่น “M Bed เตียงนอนขนาด King Size ที่หัวเตียงออกแบบพิเศษให้มีช่องวางของด้านบน เช่น หนังสือ โทรศัพท์มือถือ ส่วนด้านใต้ของหัวเตียงฝังไฟ LED ให้แสง Warm White สร้างบรรยากาศอบอุ่นแสนสบายในการพักผ่อน โครงเตียงออกแบบให้เป็นขั้นลดระดับ สามารถติดอุปกรณ์เสริมไฟส่องสว่างแบบตรวจจับความเคลื่อนไหว เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการให้แสงสว่างส่องทางเดินเมื่อลุกจากเตียงยามค่ำคืน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/modernform-x-xiaomi/