คลังเก็บป้ายกำกับ: XBOX_SERIES_S

Phil Spencer มอง Xbox Series S จะขายดีกว่า Series X ในระยะยาว

นอกจากประเด็นการไม่จำเป็นต้องนำเกม Bethesda ไปขายบนแพลตฟอร์มคู่แข่ง ในบทสัมภาษณ์ของ Phil Spencer ยังพูดถึงมุมมองของเขาต่อ Xbox Series X และ Xbox Series S

Spencer บอกว่าในช่วงแรกๆ Series X จะขายดีกว่าแน่ๆ จากฐานผู้เล่นเดิม แต่เขาก็บอกว่าในช่วงแรกวางขาย ไม่ว่าจะเป็น Series X, Series S หรือ PS5 จะเจอปัญหาสินค้าขาดตลาดแน่นอน ปัจจัยเรื่องยอดขายจะมาจากจำนวนซัพพลายเป็นหลัก (เพราะมีเท่าไรก็ขายหมด)

แต่ในระยะยาว เขามองว่า Series S จะมียอดขายรวมสูงกว่า Series X เพราะปัจจัยราคาเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เขามองว่าการตั้งราคา Series S ให้ต่ำจะช่วยดึงแฟนๆ ยุค Xbox 360 ที่ผิดหวังกับ Xbox One ให้กลับคืนมา รวมถึงยังเล็งฐานลูกค้า PS5 ที่อาจซื้อ Series S เป็นคอนโซลเครื่องที่สองด้วย โดยเขาบอกว่าการซื้อคอนโซลราคา 500 ดอลลาร์สองเครื่องอาจแพงเกินไป แต่การซื้อคอนโซล 500+300 ดอลลาร์ ย่อมมีความเป็นไปได้มากกว่า

No Description

ส่วนประเด็นเรื่องสเปกของ Series S และ Series X ที่แตกต่างกันพอสมควร เขาบอกว่าไม่กังวลในเรื่องนี้ เพราะนักพัฒนาเกมจะปรับตัวตามสเปกของเครื่องเองดังที่เราเห็นมาแล้วจากเกมพีซี และปัจจัยราคาจะสำคัญกว่าสเปก

นอกจากนี้เขายังบอกว่าจากประสบการณ์ส่วนตัว เกมบน Series S โหลดเร็วกว่า Series X ด้วยซ้ำ เพราะเท็กซ์เจอร์มีความละเอียดต่ำกว่า

ที่มา – Kotaku

from:https://www.blognone.com/node/119079

ทีม Xbox บอกจุดขายสเปกแรงอย่างเดียวไม่พอแล้ว เกมกลายเป็นเรื่องข้ามอุปกรณ์

Phil Spencer และทีมงาน Xbox หลายคนให้สัมภาษณ์กับ Wired (บทความเดียวกับเรื่อง 8K) ประเด็นหลักคือเรื่องสเปกของคอนโซลไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดอีกต่อไปแล้ว

ถึงแม้ Xbox Series X มีสเปกเครื่องที่แรงที่สุดในยุคนี้ (จีพียู 12 TFLOPS เทียบกับ vs 10 TFLOPS ของ PS5) แต่ Spencer ก็บอกว่าประสบการณ์เล่นเกมยุคนี้ไม่ถูกกำหนดโดยสเปกเครื่องอีกต่อไปแล้ว สิ่งสำคัญกว่าคือการมีประสบการณ์เดียวกันข้ามอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นพีซี คอนโซล หรือมือถือ

ในอดีต Xbox ทุกรุ่นชูจุดเด่นเรื่องสเปกแรงมาตลอด (เมื่อเทียบกับคอนโซลของนินเทนโดที่ไม่เคยเน้นสเปก หรือโซนี่ที่มักเน้นเรื่องเกมมากกว่า) แต่พอมาถึงยุคปี 2020 จุดขายกลับเปลี่ยนจากเครื่องแรง มาเป็นตัวเลือกที่หลากหลาย

No Description

ประเด็นที่น่าสนใจคือ Spencer ยอมรับว่าสเปกของ Xbox One รุ่นแรกมีปัญหา คือจีพียูแรง แต่ซีพียูไม่แรงตามพลังจีพียู ทำให้ Xbox One X ต้องกลับไปทำการบ้านใหม่ และสนใจเรื่องเฟรมเรตมากขึ้นกว่าเรื่องความละเอียด ด้วยการรองรับเทคโนโลยี variable refresh rate จากฝั่งพีซี

แนวทางนี้สืบต่อมาจนถึงยุค Xbox Series X และ S ที่มีซีพียูและ I/O ความเร็วเท่ากัน (เฟรมเรตเท่ากัน) แต่แยกเครื่องเป็น 2 รุ่นตามลูกค้า 2 กลุ่มที่แตกต่างกันชัดเจน กลุ่มแรกคือ Xbox Series X จับฐานลูกค้าเดิมที่เน้นสเปกแรงๆ เป็นเกมเมอร์ตัวจริงที่นั่งเล่นเกมในโซฟาเป็นเวลานานๆ แต่ Xbox Series S เปิดตลาดลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ไม่สนใจ 4K และเล่นเกมในช่วงสั้นๆ เฉพาะเท่าที่มีเวลาว่าง

ทีมงาน Xbox ยังให้ความเห็นว่า ลูกค้าเกมเมอร์ไม่ได้มีทีวี 4K เยอะเท่ากับที่ผู้พัฒนาเกมประเมินไว้ ซึ่งลูกค้าที่เหลือคือกลุ่มเป้าหมายของ Series S

No Description

นอกจากการเปิดตลาดคอนโซลตัวล่าง ไมโครซอฟท์ยังจับกลุ่มคนที่อาจไม่สนใจซื้อคอนโซลเลยด้วย Xbox Game Pass ที่เป็นบริการเหมาจ่ายรายเดือน โดย Wired เปรียบเทียบว่าปัจจัยของการเลือกเล่นเกมเปลี่ยนไปจากเดิมมาก ตัวอย่างคือ Fortnite ที่เล่นฟรี หาเงินจากการอัพเดตคอนเทนต์ และคนเล่นเพราะคนรอบตัวเล่นกัน เป็นประสบการณ์โซเชียลที่เล่นจากแพลตฟอร์มไหนก็ได้ ไมโครซอฟท์มองเห็นตลาดที่เปลี่ยนไปนี้ และพยายามขยายนิยามของ Xbox ให้กว้างขึ้นในแบบเดียวกัน

ที่มา – Wired

from:https://www.blognone.com/node/118920

Xbox Series X, Series S และ PlayStation 5 ล็อตแรกถูกสั่งพรีออเดอร์หมดสต๊อก

หลัง Xbox Series X และ Series S เปิดให้พรีออเดอร์เมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมาและใช้เวลาไม่ถึง 1 วัน ทวิตเตอร์ Xbox ได้ทวีตว่ายอดสั่งจองทั้ง Series X และ Series S ถล่มทลายทำลายสถิติใหม่ และหากใครไม่สามารถจองได้ ให้ลงทะเบียนกับร้านค้าปลีกและรอวันขายจริงที่ 10 พฤศจิกายนนี้

อย่างไรก็ตามด้วยกระแสของ Xbox Series X ทำให้หลายคนเข้าใจผิดและสั่งซื้อ Xbox One X บน Amazon เสียแทนจนทำให้ยอดขาย Xbox One X เพิ่มขึ้นถึง 747%

นอกจากฝั่ง Xbox แล้ว PlayStation 5 ก็เผชิญสถานการณ์เดียวกัน หลังจากเปิดพรีออเดอร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยแอคเคาท์ PlayStation ทวีตเมื่อวันที่ 20 ที่ผ่านมาขอโทษที่ทำให้เกิดสถานการณ์นี้ขึ้น และยืนยันว่าจะเพิ่มจำนวนเครื่องให้พรีออเดอร์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ที่มา – GameIndustry.biz

No Description

from:https://www.blognone.com/node/118620

Xbox Series S ปรับลดราคาลง 3000 เยน เฉพาะในญี่ปุ่น

Microsoft Japan ประกาศว่าจะปรับลดราคา Xbox Series S ในญี่ปุ่น ลง 3,000 เยน เดิมระบุไว้ที่ 32,980 เยน จะเหลือเพียง 29,980 เยน เท่าๆกับ Nintendo Switch โดยเป็นราคาในญี่ปุ่น

Xbox Series S เป็นคอนโซลรุ่นเล็กที่สุดจาก Microsoft เป็นรุ่นลดสเปคของ Xbox Series X  โดยซีรีส์ S จะไม่มีช่องใส่แผ่น แต่จะรองรับเกม เวอร์ชันดิจิทัลเท่านั้น โดยจะมาพร้อมความจุ SSD 512 GB รองรับความละเอียด 1440p และอัตราเฟรม 120fps

โดยเมื่อเปรียบเทียบ PlayStation 5 Digital Edition จะวางจำหน่ายในญี่ปุ่นที่ 39,980 เยนในขณะที่ PS5 รุ่นปกติที่มีดิสก์ไดรฟ์จะวางจำหน่ายในราคา 49,980 เยน ราคาของ Xbox Series X ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงในญี่ปุ่นที่ 49,980 เยน นั่นหมายความว่าราคาของ Xbox Series S จะถูกกว่า PS5 Digital Edition ในญี่ปุ่นมากถึง 10,000 เยน

ข่าว: Xbox Series S ปรับลดราคาลง 3000 เยน เฉพาะในญี่ปุ่น มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/09/24/xbox-series-s-receives-a-3000-yen-price-cut-in-japan.html

เทียบสเปกคอนโซลสายดิจิทัล PS5 Digital Edition VS Xbox Series S

ปีนี้สงครามคอนโซลดุเดือดเช่นเคยฝั่ง Xbox เปิดรายละเอียดนำมาก่อนเมื่อวันที่ 9 กันยาที่ผ่านมา ส่วน PS5 เพิ่งเปิดราคาไปสดๆ ร้อน เมื่อตอนตี 3 กว่าๆ ของวันที่ 17 กันยายน ตามเวลาประเทศไทย

PS5 เปิดราคาถูกกว่าที่นักวิเคราะห์หลายๆ คนคาดไว้ จุดสำคัญคือ Digital Edition ราคาแค่ 399 เหรียญ (เท่า PS4) เหมือน Sony ยอมขายแบบเท่าทุนหรือขาดทุน เพื่อมาต่อกรกับรุ่นราคาถูกของอีกฝั่งอย่าง Xbox Series S ที่มีราคา 299 เหรียญสหรัฐ

ในบทความนี้ ผมจะมาชี้ให้เห็นข้อแตกต่างระหว่าง PS5 Digital Edition กับ Xbox Series S เครื่องรุ่นราคาถูกกว่าที่ตัดช่องใส่แผ่นออกไปของทั้งสองค่าย ว่าราคาที่ต่างกันอยู่ 100 เหรียญนั้น ต่างกันตรงไหนบ้าง ใครจะเป็นฝ่าย ได้เปรียบ-เสียเปรียบในรุ่นนี้ และฝั่งไหนจะเหมาะกับเกมเมอร์แบบไหนมากกว่ากัน

No Description

ในด้านซีพียู แทบไม่แตกต่าง

สเปกแรกคือซีพียูของทั้งสองฝั่ง ค่อนข้างใกล้เคียงกัน คือซีพียูสถาปัตยกรรม Zen 2 ของ AMD แบบ 8 แกน เหมือนกัน แม้ PS5 จะใช้เทคโนโลยี Variable Frequency ปรับเพิ่มหรือลดการกินพลังงานของซีพียูไปเพิ่มให้จีพียูได้ (ไม่ใช่ Turbo Boost แบบบน PC) แต่ความเร็วพื้นฐานยังอยู่ที่ 3.5GHz และความเร็วพื้นฐานของซีพียู Xbox Serie S ที่ใช้ตัวเดียวกัน Xbox Series X ยังอยู่ที่ 3.6 GHz และ 3.4 GHZ หากรันพร้อมกันทุกแกน (SMT) ซึ่งก็ถือว่าต่างกันในระดับ 0.1 เท่านั้น เวลาใช้งานจริง คงไม่ส่งผลเท่าไร

ความต่างเริ่มที่จีพียู ฝั่งหนึ่งสร้างมาเพื่อ 4K อีกฝั่งตั้งเป้าที่ 1440p

ข้อแตกต่างหลักๆ ของ PS5 กับ Xbox Series S จะอยู่ที่จีพียู เพราะ Xbox Series S นั้น เป็นรุ่นลดสเปก เป้าหมายคือนักเล่นเกมที่ไม่ได้ซีเรียสกับความละเอียดระดับ 4K แบบเนทีฟมากนัก พลังของการ์ดจอ RDNA2 แบบคัสตอม ถูกลดจำนวน CUDA Cores ลงมาจาก 52 ยูนิต ความเร็ว 1.825 GHz ในรุ่น Series X เหลือ 20 ยูนิต ที่ความเร็ว 1.565 GHz และมีพลังประมวลผล ลดจาก 12 TFLOPS เหลือเพียง 4 TFLOPS เท่านั้น

ในด้าน PS5 รุ่น Digital Edition ยังคงสเปกจัดเต็มแบบรุ่นพี่ไว้ดังเดิม ต่างกันแค่ถอดช่องอ่านแผ่นออกไป แปลว่ายังมีจีพียู RDNA2 แบบคัสตอมที่มีจำนวน CUDA Cores อยู่ที่ 36 ยูนิต ที่ความเร็ว 2.23 GHz พลังประมวลผล 10.28 TFLOPs มากกว่า Xbox Series S ถึงสองเท่าครึ่ง แม้จะมีเทคโนโลยีแบ่งความเร็วกับซีพียู Variable Frequency ที่กล่าวไปก่อนหน้า ที่อาจทำให้ความเร็ว CUDA Cores ถูกลด ในเกมที่กินสเปกฝั่งซีพียู แต่ก็ยังถือว่าเร็วกว่า Xbox Series S อยู่มากพอสมควร

แรม Xbox Series S ลดเหลือ 10GB แบนด์วิธก็ลดลงเช่นกัน

อีกจุดที่ฝั่ง Xbox Series S ปรับลดต้นทุน ที่แม้จะใช้แบบ GDDR6 เช่นกัน แต่ก็ลดขนาดจาก 16GB ใน Series X เหลือ 10 GB และลดแบนด์วิธจาก 10GB ที่ 560 GB/s + 6GB ที่ 336 GB/s เหลือ 8GB ที่ 224 GB/s + 2 GB ที่ 56GB/s เท่านั้น

ในขณะที่ PS5 Digital Edition ยังมีแรม 16GB GDDR6 แบนด์วิธการส่งข้อมูล 448GB/s เช่นเดิม

สตอเรจ PS5 ยังคงกินขาดด้านความเร็ว

แน่นอน จุดขายของ PS5 ยังคงเป็นความเร็วของ SSD แบบคัสตอม ขนาด 825GB ที่ความเร็วในการรับส่งข้อมูลแบบ Raw ถึง 5.5GB/s ในขณะที่ Xbox Series S ลดขนาด SSD จาก 1TB ในรุ่น Series X ลงมาเหลือ 512GB แล้ว แม้จะยังไม่มีรายละเอียดความเร็ว แต่คงไม่น่ามีความเร็วมากกว่ารุ่น Series X ที่มีความเร็วในการรับส่งข้อมูล Raw อยู่ที่ 2.4 GB/s ไปได้ ยังคงแพ้ PS5 อยู่

แถมจุดเด่นในข้อนี้ PS5 ยังมุ่งเป้าจะพัฒนาเกมที่มีความแตกต่างและใช้งาน SSD แบบคัสตอมในการโหลดเปลี่ยนฉากหรืออื่นๆ อย่างเต็มที่อีกด้วย ซึ่งน่าจะได้เห็นกันในเกม Exclusive ที่เป็นจุดเด่น และไม้ตายในการคว้าชัยของ Sony ในรุ่น PS4 ที่คงจะทยอยเปิดเผยข้อมูลออกมาเรื่อยๆ ต่อไป

No Description

ด้าน Backward Compatibility ฝั่ง Xbox Series S ยังได้เปรียบ

หากใครที่ต้องการกลับไปเล่นเกมเก่าๆ เช่นบน PS1-PS3 อาจต้องทำใจ เพราะ PS5 จะรองรับการเล่นย้อนหลังถึงเพียง PS4 เท่านั้น ส่วน Xbox ทั้ง Series S และ X จะรองรับการเล่นเกมย้อนหลังได้ถึงรุ่น Xbox รุ่นแรกเลยทีเดียว (แน่นอนว่าในแบบดาวน์โหลด) แต่ส่วนตัวคิดว่าในบ้านเรา มีผู้เล่นฝั่ง Xbox ค่อนข้างน้อย ในด้านนี้อาจไม่ใช่ปัจจัยหลักในการตัดสินใจนัก

ข้อได้เปรียบที่แท้จริงของ Xbox Series S: Game Pass และ Project xCloud

เมื่อเป็นเครื่องรุ่นที่เล่นแผ่นไม่ได้ บริการออนไลน์และการเล่นเกมแบบดาวน์โหลดจึงค่อนข้างสำคัญ แม้ PS Plus จะแจกเกมฟรีอย่างน้อยสองสามเกมทุกเดือน แต่ก็มักจะเป็นเกมเก่า ส่วนบริการเล่นเกมผ่านคลาวด์อย่าง PS Now ก็ยังไม่เปิดให้บริการเต็มที่นัก และยังตามหลัง Project xCloud ของฝั่ง Xbox อยู่

รวมถึงฝั่ง Xbox ยังมี Xbox Game Pass ที่เป็นบริการเล่นเกมแบบเหมาจ่ายรายเดือน มีเกมให้เลือกโหลดมาเล่นได้มากมาย รวมถึงมักจะมีเกมใหม่ๆ มาให้เล่นด้วย แม้อินเตอร์เน็ตในบ้านเรา อาจจะเป็นอีกหนึ่งอุปสรรคในการเล่นเกมผ่าน Cloud อยู่บ้าง แต่ก็น่าจะเป็นอีกข้อได้เปรียบของฝั่ง Xbox เมื่อมองในระยะยาว

PS5 ถือแฟรนไชส์เกม Exclusive เด่นๆ อยู่ในมือมากกว่า

แน่นอนว่าในบ้านเราแฟนๆ ของเกมของฝั่ง PlayStation อย่าง God of War, Spider-Man หรือ Horizon Zero Dawn และเกมอื่นๆ คงจะหนีจาก PS5 ไปได้ยาก แถม Halo บนฝั่ง Xbox ก็ถูกเลื่อนไปปี 2021 อีก คงลืมไปไม่ได้ว่าสุดท้ายแล้วจุดประสงค์ของเครื่องเกม ก็คือซื้อมาเล่นเกม แม้บริการ xCloud หรือบริการ Game Pass จะดูน่าดึงดูดใจ แต่ก็คงต้องช่างใจอีกที ว่าคุ้มจริงๆ มั้ย หากต้องย้ายค่าย และไม่ได้เล่นเกมภาคต่อของแฟรนไชส์โปรดที่คุ้นเคย

สรุป

ค่อนข้างชัดเจนว่าข้อแตกต่างหลักระหว่างสองเครื่องนี้ในราคา 100 เหรียญ อยู่ที่ประสิทธิภาพด้านกราฟฟิก ที่ฝั่ง PlayStation Digital Edition ยังสามารถเล่นเกมแบบ 4K แท้ได้เต็มที่เหมือนกับรุ่นใส่แผ่น ใครที่มีทีวี 4K ขนาดยักษ์ที่รองรับ HDR แบบจัดเต็มอยู่ที่บ้าน น่าจะอยากได้เครื่องเกมที่จะรีดประสิทธิภาพของทีวีออกมาได้เต็มที่ และแม้ฮาร์ดดิสก์ SSD แบบคัสตอมของ PS5 จะมีความเร็วมากกว่า แต่ก็คงต้องรอดูต่อไปว่าผู้พัฒนาเกม Exclusive ของฝั่ง PlayStation จะใช้ประโยชน์จากจุดนี้ได้มากแค่ไหน

ส่วนฝั่ง Xbox Series S ปรับลดสเปกลงมาเพื่อลดต้นทุน และมุ่งเป้าไปที่การเล่นเกมแบบ 1440p เท่านั้น (ที่อาจได้เฟรมเรตสูงกว่า) หากใครที่ไม่ได้ซีเรียสเรื่องภาพ 4K และไม่ได้อินกับเกม Exclusives ของฝั่ง PlayStaion แถมกำลังอยากประหยัดเงิน 100 เหรียญ หรือประมาณ 3,200 บาทอยู่ รวมถึงพร้อมเปิดใจ และมองว่าบริการอย่าง Xbox Game Pass หรือ xCloud น่าจะเป็นเส้นทางแห่งอนาคตของวงการเกม เครื่อง Xbox Series S ก็ดูจะน่าสนใจอยู่ไม่น้อย

No Description

from:https://www.blognone.com/node/118505

อาวุธลับไมโครซอฟท์ Xbox All Access ซื้อเครื่องผ่อน 24 เดือน ถูกลงไปอีก 50 เหรียญ

ไมโครซอฟท์เปิดตัว Xbox รุ่นใหม่ด้วยราคาเร้าใจคือ Xbox Series S ที่ 299 ดอลลาร์ และ Xbox Series X ที่ 499 ดอลลาร์ สร้างแรงกดดันว่าฝั่ง Sony จะเปิดราคา PS5 อย่างไรให้แข่งขันได้

แต่กลยุทธ์ด้านราคาเครื่องอย่างเดียวอาจยังไม่พอ เพราะไมโครซอฟท์ยังมีท่า “ซื้อผ่อน” ที่ทำให้การซื้อ Xbox Series S/X คุ้มค่าเข้าไปอีก

ไมโครซอฟท์มีโปรแกรมขายเครื่องแบบผ่อนชื่อ Xbox All Access มาตั้งแต่ยุค Xbox One โดยเป็นการผ่อนนาน 24 เดือนแล้วรับเครื่องเป็นสิทธิขาดไปเลย

รอบนี้ Xbox Series S และ X มีโครงการ All Access มาตั้งแต่แรก โดยตั้งราคา 24.99 ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับ Series S และ 34.99 ดอลลาร์สำหรับ Series X

No Description

จุดที่น่าสนใจคือการผ่อนในโครงการ All Access จะได้รวมค่าสมาชิก Xbox Game Pass Ultimate นาน 24 เดือนเท่ากับระยะเวลาที่ผ่อนด้วย หากเรานำค่าสมาชิก Ultimate ราคาขายปลีกปกติ เดือนละ 14.99 ดอลลาร์มาคำนวณด้วย ก็จะเหลือต้องจ่ายค่าเครื่อง Xbox Series S เดือนละ 10 ดอลลาร์เท่านั้น คูณ 24 เดือนคือ 240 ดอลลาร์ ซึ่งถูกกว่าค่าเครื่องปกติ 299 ดอลลาร์ (ลดราคาลงไป 49.99 ดอลลาร์)

หากคิดกรณีของ Xbox Series X จะเหลือจ่ายค่าเครื่องเดือนละ 20 ดอลลาร์ คูณ 24 เดือนคือ 480 ดอลลาร์ ถูกกว่าค่าเครื่องปกติ 499 ดอลลาร์เล็กน้อย (ลดราคาลงไป 19.99 ดอลลาร์)

ดังนั้นหากมีแผนซื้อเครื่อง Xbox รุ่นใหม่อยู่แล้ว และเล่นเกมผ่าน Game Pass ที่คุ้มค่าขึ้นเรื่อยๆ (เพิ่มการเล่นเกมบนมือถือผ่าน xCloud และ ล่าสุดคือเพิ่มเกมของ EA เข้ามาอีกประมาณ 60 เกม) การซื้อผ่านโปรแกรม All Access ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด และดีกว่าการซื้อขาดแต่แรกมาก

ข้อจำกัดเดียวของ Xbox All Access คงเป็นจำนวนประเทศที่ยังจำกัดอยู่ ตอนนี้ยังมีโปรแกรมนี้เพียง 12 ประเทศเท่านั้น (นี่คือเพิ่งขยายแล้วในรอบนี้ ก็ยังได้แค่ 12 ประเทศ)

ที่มา – Microsoft, Ars Technica

from:https://www.blognone.com/node/118370

เผยสเปก Xbox Series S ใช้ซีพียูตัวเดียวกับ Series X, จีพียู 4 TFLOPS, แรม 10GB

เมื่อวานนี้ไมโครซอฟท์เปิดตัว Xbox Series S ที่ราคา 299 ดอลลาร์ วันนี้มีรายละเอียดสเปกอย่างละเอียดของสเปกเครื่องอย่างละเอียดออกมาแล้ว ซึ่งก็ตรงตามข้อมูลหลุดก่อนหน้านี้

Xbox Series S ถูกเรียกว่าเป็นคอนโซลตระกูล Xbox ที่มีขนาดเล็กที่สุด (Smallest Xbox Ever) โดยเล็กกว่า Series X ราว 60% และไม่มีไดรฟ์สำหรับอ่านแผ่นดิสก์ ต้องเล่นเกมผ่านการดาวน์โหลดเท่านั้น

  • ซีพียู จุดเด่นของ Series S คือซีพียูตัวเดียวกับ Series X ทุกประการ (เป็น AMD Zen 2 Custom แบบ 8 คอร์ ที่ 3.6GHz + 3.3GHz) ทำให้การพัฒนาเกมสะดวก เพราะเขียนทีเดียวใช้ได้ทั้งสองเครื่อง
  • จีพียู เป็นจุดต่างสำคัญของคอนโซลทั้งสองรุ่น ในแง่ฟีเจอร์จีพียูใช้สถาปัตยกรรม RDNA 2 ตัวเดียวกัน รองรับ Ray tracing และ Variable Rate Shading เหมือนกัน ต่างกันที่สมรรถนะเท่านั้น จีพียูของ Series S มีสมรรถนะ 4 TFLOPS รองรับเกมที่ความละเอียด 1440p ดันเฟรมเรตได้สูงสุดที่ 120 FPS (Series X คือ 12 TFLOPS, Native 4K, 120 FPS) อย่างไรก็ตาม Series S ก็สามารถแสดงผลเกมแบบ 4K ได้ด้วยวิธี upscaling
  • แรม Series S ใช้แรม GDDR6 ขนาด 10GB (Series X ขนาด 16GB)
  • สตอเรจ ของ Series S เป็น NVMe SSD แบบคัสตอมความเร็วสูง มีสถาปัตยกรรม Xbox Velocity Architecture ช่วยเร่งความเร็ว I/O สลับเกมได้รวดเร็ว มีขนาด 512GB (เทียบกับ Series X มีขนาด 1TB) รองรับการ์ดสตอเรจเสริมของ Seagate เหมือนกับ Series X

ฟีเจอร์อย่างอื่นของ Series S ได้แก่ ระบบเสียง Spatial Sound, รองรับ Dolby Atmos และ Dolby Vision ส่วนคอนโทรลเลอร์เป็น Xbox Wireless Controller เวอร์ชันใหม่ตัวเดียวกับ Series X แต่เปลี่ยนมาใช้สีขาว Robot White เหมือนสีเครื่อง

No Description

ไมโครซอฟท์ระบุว่าจีพียูของ Series S มีสมรรถนะมากกว่าจีพียูของ Xbox One (รวมถึง Xbox One S) ประมาณ 3 เท่า อย่างไรก็ตาม ถ้าเทียบกับ Xbox One X ที่ใช้จีพียู 6 TFLOPS ก็ยังถือว่าเป็นรองอยู่

Xbox Series S มีกำหนดวางขาย 10 พฤศจิกายน 2020 พร้อมกับ Xbox Series X ที่ประกาศราคา 499 ดอลลาร์

ที่มา – Xbox

from:https://www.blognone.com/node/118351

ยืนยันแล้ว Xbox Series X 499 เหรียญ วางจำหน่ายพร้อม Series S 10 พฤศจิกายนนี้

หลังเมื่อวานเปิดเผยราคา Xbox Series S ไปแล้ว วันนี้ทวิตเตอร์ Xbox ทวีตข้อมูลยืนยันอีกครั้ง ว่า Xbox Series S มีราคา 299 เหรียญ (ราว 9,400 บาท) และเพิ่มเติมข้อมูลว่า Xbox Series X จะมีราคา 499 เหรียญ (ราว 15,700 บาท) ทั้งสองรุ่นวางจำหน่ายในวันที่ 10 พฤศจิกายน และเริ่มสั่งจองได้ตั้งแต่วันที่ 22 กันยายนนี้ ในสหรัฐอเมริกา

ที่มา – Twitter: Xbox

No Description

from:https://www.blognone.com/node/118350

หลุดสเปก Xbox Series S เล่นเกมที่ 1440p, SSD ความเร็วสูง 512GB, รองรับ Ray Tracing

วันนี้ไมโครซอฟท์เปิดตัว Xbox Series S ในราคา 299 ดอลลาร์ หลังมีข้อมูลหลุดได้ไม่กี่ชั่วโมง แต่ยังอุบรายละเอียดของตัวเครื่องไว้อยู่

หลังไมโครซอฟท์ทวีตเปิดตัว Xbox Series S อย่างเป็นทางการ บัญชีทวิตเตอร์ WalkingCat (@_h0x0d_) ซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องข่าวหลุดไมโครซอฟท์มานาน ก็โพสต์คลิปเปิดตัว Xbox Series S ตามมาทันที

ในคลิปนี้แสดงให้เห็นดีไซน์ของ Xbox Series S ที่มีตะแกรงระบายความร้อนขนาดใหญ่ ตัวเครื่องที่โฆษณาว่าเล็กที่สุดในบรรดา Xbox ทั้งหมด และการไม่มีช่องอ่านแผ่นดิสก์ เล่นได้เฉพาะเกมแบบดิจิทัลดาวน์โหลดเท่านั้น

No Description

ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดคือสเปกคร่าวๆ ของ Series S คือ

  • ความละเอียด 1440p เฟรมเรตสูงสุด 120 FPS โดยสามารถอัพสเกลภาพได้เป็น 4K
  • จีพียูรองรับ Ray Tracing และ Variable Rate Shading เหมือน Series X
  • สตอเรจเป็น SSD แบบคัสตอมขนาด 512GB รองรับสถาปัตยกรรม Velocity Engine เหมือน Series X (แต่ Series X ให้สตอเรจ 1TB)

เท่ากับว่าตอนนี้เรายังขาดข้อมูลสำคัญๆ แค่สเปกละเอียดของซีพียู จีพียู แรม เท่านั้น ข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการจากเว็บไซต์ Windows Central ระบุไว้ดังนี้

  • ซีพียูเท่ากับ Series X
  • จีพียู 4 TFLOPS (Series X 12 TFLOPS)
  • แรม 10GB (Series X ให้ 16GB)

ที่มา – MSPoweruser, Windows Central

from:https://www.blognone.com/node/118326

หลุดภาพ Xbox Series S ราคา 299 เหรียญ, Xbox Series X 499 เหรียญ ขาย 10 พ.ย. นี้

Brad Sams จากเว็บไซต์ Thurrott โพสต์รูปภาพที่อ้างว่าเป็นดีไซน์ของ Xbox Series S เครื่องคอนโซลเน็กซ์เจ็นรุ่นประหยัดจากฝั่งไมโครซอฟต์ ที่จะเน้นการเล่นเกมความละเอียด 1080p พร้อมราคา 299 เหรียญสหรัฐ (ราว 9,400 บาท) หลังจากนั้นทวิตเตอร์ WalkingCat (@h0x0d) ก็ทวีตวิดีโอที่เป็นดีไซน์เครื่องแบบเดียวกัน

หลังจากนั้น Windows Central ก็ออกมายืนยันอีกเสียง ว่าแหล่งข่าวไม่เปิดเผยตัวตนของเว็บ ยืนยันว่าภาพนี้เป็นดีไซน์จริง ราคา 299 เหรียญจริง และจะถูกรวมอยู่ในแพ็คเกจ Xbox All Access ที่จะมาพร้อมตัวเครื่อง Xbox Live และ Game Pass ในราคาเดือนละ 25 เหรียญด้วย

นอกจากนี้ Windows Central ยังเปิดเผยอีกว่า Xbox Series X จะมีราคา 499 เหรียญ (ราว 15,690 บาท) จะรวมอยู่ในแพ็คเกจ Xbox All Access ราคา 35 เหรียญต่อเดือน และทั้งสองรุ่นจะวางจำหน่าย ในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้

ที่มา – Thurrott, Windows Central via The Verge

No Description
ภาพ: Brad Sams

from:https://www.blognone.com/node/118316