คลังเก็บป้ายกำกับ: WWDC_2020

ยังไม่หมด ทาง Apple ประกาศงาน “One More Thing” คาดเปิดตัว Mac รุ่นใหม่ที่ใช้ชิป ARM ในวันที่ 10 พฤศจิกายน

ดูเหมือนปีนี้ทาง Apple จะมีเซอร์ไพรส์อีกหนึ่งหนกับงานเปิดตัว “One More Thing” ที่ประกาศล็อกวันวันที่ 10 พฤษจิกายนที่จะถึงนี้ คาดว่าเป็นการเปิดตัว Mac ซีรีส์ใหม่ที่มาพร้อมกับชิป Arm-based Apple Silicon ที่ทางบริษัทได้มีการคิดค้นและวิจัยมาใช้งานเอง ซึ่งในอนาคตเตรียมจะใช้แทนชิป Intel ทั้งหมด จากที่เคยใช้งานมาตั้งแต่ปี 2005

โดย Apple ได้ประกาศการเปลี่ยนชิปเซ็ตจาก Intel ไปใช้ Apple Silicon แทนครั้งแรกในงาน WWDC เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมให้ข้อมูลว่า Mac เครื่องแรกที่ใช้ชิปสถาปัตยกรรม ARM ตัวนี้จะเปิดตัวให้ได้เห็นกันในช่วงปลายปี 2020 อีกทั้งยังเคลมว่า Mac ไลน์อัพใหม่ที่ใช้ชิป Apple silicon จะมีประสิทธิภาพการประมวลผลที่สูงขึ้น ในขณะที่มีอัตราการใช้พลังงานที่น้อยลงเพื่อประหยัดแบตเตอรี่ ซึ่งทาง Apple ก็เล็งว่าจะเปลื่ยนไปใช้ชิป Apple Silicon ในทุกรุ่นของ Mac ตั้งแต่คอมตั้งโต๊ะ iMac ไปจนถึง MacBook รุ่นต่าง ๆ ซึ่งในวันที่ประกาศนี้ก็สร้างความสั่นสะเทือนไปทั้งวงการเลยทีเดียว

สำหรับคำว่า “One More Thing” นี้เป็นประโยคติดหูที่ถูกใช้บ่อยครั้งในงานเปิดตัวเมื่อคราวที่ Steve Jobs ยังมีชีวิตอยู่ และมีการใช้ครั้งล่าสุดในงานเปิดตัว iPhone X เมื่อปี 2017

นอกเหนือจาก Mac รุ่นใหม่ ๆ ที่จะมาเปิดตัวในงานแล้ว คาดว่าทาง Apple ก็จะทำเอา MacOS Big Sur มาเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานอีกด้วย หลังจากที่เข้าสู่ช่วง Beta มาซักพักจากงาน WWDC ส่วนใน Event จะมีอะไรเจ๋ง ๆ บ้างก็สามารถรอดดู Live จากทาง Facebook และ YouTube ของ Droidsans ได้เลยครับ 😁

 

Source: TheVerge

from:https://droidsans.com/apple-announced-one-more-thing-event-for-november-10th/

รวมวิดีโอ WWDC 2020 Recap แต่ละวัน

จบกันไปแล้วสำหรับ WWDC 2020 รูปแบบใหม่ ที่จัดต่อเนื่องต […] More

from:https://www.iphonemod.net/wwdc-2020-recap-highlight.html

Apple เลิกใช้ซีพียู X86 หรือ Intel เปลี่ยนเปลี่ยนไปใช้ซีพียู ARM แทน บน Mac ทุกรุ่น อนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

สำหรับภายในงาน WWDC 2020 ที่ผ่านมา สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่เรื่องฟีเจอร์ใหม่บน iOS, iPadOS 14 หรือ macOS Big Sur แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องของซีพียู Apple Silicon ที่ต่อไปนี้ซีพียูบน Mac ทุกเครื่องจะเปลี่ยนมาใช้สถาปัตยกรรมเป็น ARM แทน X86 ของ Intel ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ โดย Apple ลั่นว่าจะเริ่มเปลี่ยนมาใช้ ARM ให้หมดภายใน 2 ปี ซึ่งอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้างมาดูกันครับ

 

ซีพียู ARM และ X86 คืออะไร ?

เริ่มต้นด้วยซีพียู ARM กันก่อน โดยคำว่า ARM นี่จะย่อคำว่ามาจาก Advanced RISC Machine ซึ่งคำว่า RISC ก็ย่อมาจาก Reduced instruction set computing หรือก็คือซีพียูที่ถูกออกแบบให้มีขนาดเล็ก ประหยัดไฟ และลดจำนวนชุดคำสั่งลง โดยคำสั่งแต่ละคำสั่งจะทำงานได้เพียงอย่างเดียว ถูกออกแบบมาใช้สำหรับอุปกรณ์พกพาขนาดเล็ก เช่น มือถือสมาร์ทโฟน แท็บเลต เครื่องเล่นเกมพกพา เครื่องนำทาง GPS เป็นต้น

ยกตัวอย่างชื่อซีพียูที่ใช้สถาปัตยกรรม ARM อันที่เป็นที่รู้จักกัน เช่น Qualcomm Snapdragon, Mediatek, Exynos, Apple A และ Kirin ซึ่งทั้ง 5 ตัวนี้เป็นซีพียูที่อยู่บนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่เราใช้อยู่กันในปัจจุบันนี้นั่นเอง

ถัดมาดูซีพียู X86 กันบ้าง (อ่านว่า เอ็กซ์เอทตี้ซิก หรือ เอ็กซ์แปดหก) จริงๆ แล้วที่มาของคำว่า X86 นี้มาจากชื่อของไมโครโพรเซสเซอร์รุ่นแรกๆ ของที่ Intel ที่จะลงท้ายด้วยเลข 86 เช่น 8086 80186 เป็นต้น ทำให้ทุกคนเรียกติดปากกันมาตั้งแต่สมัยก่อน (แม้ว่าจะมี X64 ของ AMD มาภายหลังก็ตาม) โดยสถาปัตยกรรมนี้ X86 นี้จะสามารถรับ 1 คำสั่งใช้งานได้หลายอย่างพร้อมกัน และมีความซับซ้อนมากกว่า ARM ซึ่งซีพียู X86 จะอยู่บน PC, Notebook และเครื่องเซิร์ฟเวอร์กันเป็นส่วนใหญ่ โดยจะมีอยู่ 2 เจ้าหลักของโลกที่ใช้สถาปัตยกรรมนี้อยู่คือ Intel และ AMD

ทำไม Apple ถึงเปลี่ยนจาก X86 (Intel) ไป ARM

สาเหตุที่ทาง Apple จะเปลี่ยนซีพียูบน Mac จาก X86 ไป ARM ในงาน WWDC 2020 Apple ให้เหตุผลว่าประสิทธิภาพของซีพียู Apple Silicon มีความแรงเพียงพอที่จะใช้งานบน Mac ได้แล้ว อีกทั้งเพื่อให้มีความเป็น Ecosystem ใช้ซีพียู ARM เหมือนกันหมด ทั้ง iPhone iPad และ Mac หรือพูดง่ายๆ ก็คือบน Mac ที่ใช้ซีพียู ARM นั้นจะสามารถใช้แอปที่มีอยู่บน App Store ของ iPhone และ iPad มาใช้ได้ด้วยนั่นเอง

โดยภายในงาน Apple ก็ได้เปิดตัว Mac mini ให้นักพัฒนาเช่ายืมกัน โดยมีสเปคเป็นชิปเซ็ต A12Z Bionic , Ram 16GB และ SSD 512GB โดยมีราคาค่าเช่าอยู่ที่ 500 เหรียญ หรือประมาณ 15,000 บาท ซึ่งจะเปิดให้ยืมเฉพาะบางประเทศเท่านั้น พร้อมติดตั้ง macOS Big Sur ตัว Developer beta ที่ผู้เช่าสามารถเข้าถึงเอกสารที่เกี่ยวข้องและฟอรัมนักพัฒนาได้ และต้องคืนเครื่องหลังจบโครงการ ซึ่งภายในตัว Mac mini เองก็จะมีโปรแกรมสำหรับแปลงแอปต่างๆ บน iPhone และ iPad พอร์ตมาลง Mac ได้ทันที ผ่านโปรแกรม Catalyst

ซึ่งทาง Apple ก็ได้โชว์ความสามารถของเจ้า Mac mini ที่ใช้ซีพียู ARM นี้ได้อย่างลื่นไหลบนแอปต่างๆ รวมถึงโชว์การเล่นเกม Shadow of The Tomb Raider อีกด้วย เพื่อพิสูจน์ว่าชิป A12Z Bionic ตัวนี้ไม่ธรรมดา (แต่ไม่ได้โชว์เฟรมเรทนะว่าได้เท่าไร)

โปรแกรมและ App ต่างๆ ที่ใช้ X86 อยู่ตอนนี้จะมีปัญหาไหม ?

ในเบื้องต้นตอนนี้ทาง Apple ระบุว่า มี 2 เจ้าบริษัทโปรแกรมยักษ์ใหญ่ที่เตรียมรองรับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อยู่แล้ว คือ Microsoft และ Adobe ทำให้ใครที่ใช้งานพวกโปรแกรม Office ต่างๆ อย่างเช่น Word, Excel, Power Point คงสบายใจกันได้ รวมถึงโปรแกรมทางฝังเครือ Adobe อย่าง Photoshop, Lightroom, illustater, Premiere Pro, After Effect ใครใช้อยู่ก็คงหายกังวลเช่นเดียวกัน

แต่ถ้าหากไม่ใช่โปรแกรมของทั้งสองค่ายนี้ ทาง Apple ก็มีตัว Rosetta 2 ที่เป็นตัว Emulation ที่แปลงโค้ดที่โปรแกรมบน X86 ให้มารันบน ARM ได้ โดยจะแปลงโค้ดขณะกำลังติดตั้งได้ทันที ซึ่งในงาน WWDC 2020 ทางแอปเปิลสาธิตด้วยเกม Shadow of the Tomb Raider ที่ว่าสามารถเล่นได้ที่ความละเอียด 1080P โดยเป็นโค้ดที่ยังไม่ได้ติดตั้งหรือแปลงโค้ดมาก่อนล่วงหน้า รวมถึงโชว์การใช้งานโปรแกรม X86 อื่นๆ เช่น Photoshop ไฟล์รูป 5gb, final cut pro ตัดต่อ 4k 3 เลเยอร์ ใช้งานได้สบายๆ

อนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ?

ขยายความอีกสักนิดก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทาง Apple ได้ทำการเปลี่ยนแปลงยกเครื่องใหญ่ขนาดนี้ เดิมทีเมื่อสิบกว่าปีก่อนทาง Apple ก็เคยย้ายจะสถาปัตยกรรมซีพียูจาก PowerPC มา X86 มาก่อนแล้ว ซึ่งก็ประสบความสำเร็จได้ด้วยดีจนถึงทุกวันนี้ ผิดกับ Microsoft ที่พยายามดัน Surface ที่ใช้ซีพียู ARM บน Windows RT แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมเท่าไร จนปัจจุบันก็มี Surface Pro X ที่ใช้ซีพียู ARM เป็น Snapdragon SQ1 บน Windows 10 อนาคตก็ยังดูไม่แน่ไม่นอนเท่าไรนัก

สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือ Intel จะสูญเสียรายได้ไปมหาศาล เพราะจะเสียลูกค้าคนสำคัญอย่าง Apple ไปที่จะไม่ได้ส่งชิป X86 ให้กับ Apple แล้ว อีกทั้งนักพัฒนาต่างๆ คงจะหันมาสนใจการเขียนโปรแกรมที่ใช้สถาปัตยกรรม ARM กันมากขึ้น เพราะสัดส่วนพวกอุปกรณ์สมาร์ทโฟน แท็บเลต ย่อมมีมากกว่า PC และ Notebook  ซึ่งถ้าหากต่อไปเขียนโปรแกรมบน ARM ครั้งเดียวใช้ได้ทั้ง iPhone, iPad และ MacBook รวมกันมันจะเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ พัฒนาทีเดียวใช้งานได้ทั้ง 3 อย่าง และผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตามกว่าทุกอย่างจะเกิดขึ้นแบบเป็นชิ้นเป็นอันคงไม่ได้เกิดขึ้นเร็วๆ นี้แน่นอน ใครที่ใช้ Mac ซีพียู X86 อยู่สบายใจได้ อย่างต่ำๆ ก็คือ 2 ปีตามที่ Apple ประกาศไว้ ซึ่งการเปลี่ยนสถาปัตยกรรมครั้งนี้ของ Apple จะรุ่งหรือจะแป้ก ยังไงก็ต้องรอติดตามกันต่อไปครับผม

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : WWDC2020

from:https://droidsans.com/apple-silicon-mac-arm-base-cpu/

iPadOS 14 เพิ่มฟีเจอร์ Scribble ให้กับ Apple Pencil แปลงลายมือเป็นตัวพิมพ์ได้

หนึ่งในไฮไลท์เด่นที่สำคัญของ iPadOS 14 ก็คือ การเพิ่มปร […] More

from:https://www.iphonemod.net/ipados-14-scribble-with-apple-pencil.html

13 เทคโนโลยีและฟีเจอร์เด็ดที่เปิดตัวในงาน WWDC 2020

หลังจากที่ได้เปิดตัว iOS 14, iPadOS 14, watchOS 7, tvOS […] More

from:https://www.iphonemod.net/13-new-technologies-and-features-unveiled-at-wwdc-2020.html

ชมภาพตัวอย่างหน้าจอหลายๆ ส่วนของ macOS Big Sur

หนึ่งในไฮไลท์สำคัญในงาน WWDC 2020 นี้ ก็คงจะหนีไม่พ้น m […] More

from:https://www.iphonemod.net/preview-screens-of-macos-big-sur.html

Apple ประกาศเตรียมใช้ซีพียูของตัวเองบน Mac แล้ว (Apple Silicon)

หลังจากที่มีข่าวลือเรื่องซีพียู ARM ออกมาอย่างต่อเนื่อง […] More

from:https://www.iphonemod.net/apple-announces-apple-silicon.html

Face Sharing ใน watchOS 7 แชร์หน้าปัด Apple Watch โดยนักพัฒนา และผู้ใช้สามารถแชร์ต่อให้เพื่อนได้

Apple เปิดตัว watchOS 7 มาพร้อมคุณสมบัติ Face Sharing ท […] More

from:https://www.iphonemod.net/share-apple-watch-face-from-3rd-party-app-watchos-7.html

Apple เปิดตัว macOS Big Sur อัปเกรดดีไซน์ใหม่ และชิป A12 Bionic พร้อมประกาศ Mac ทุกรุ่นจะใช้ซีพียู ARM ทั้งหมดภายใน 2 ปี

หลังจากที่ Apple ได้เปิดตัวทั้ง iOS และ iPadOS ไป คราวนี้มาดูทางด้าน macOS กันบ้างที่คราวนี้จะใช้ชื่อว่า “Big Sur” หลักๆ แล้วคือที่อัปเกรดมาจะเป็นในส่วนของการดีไซน์, แอปพลิเคชันใหม่ๆ, เรื่อง Privacy และที่สำคัญที่สุดคือเปิดตัวชิปสถาปัตยกรรม ARM ตัวใหม่ ซึ่งก็คือ A12Z Bionic รายละเอียดต่างๆ จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยครับ

ดีไซน์ปรับปรุงใหม่ ดูเป็น ecosystem เดียวกันมากขึ้น

มาเริ่มต้นดูที่ดีไซน์กันก่อน จะเห็นได้ว่าจากรูปด้านบน Wallpaper แต่ละอุปกรณ์มีโทนสีเดียวใกล้เคียงกันมาก ไม่มีอีกแล้ว MacBook ที่ใช้พื้นหลังเป็น วิวทิวทัศน์ธรรมชาติที่เป็นค่า Default แต่จะเป็นรูปโทนเฉดสี Art Work โทนเดียวกับ iPad และ iPhone เลยนั่นเอง แต่ค่าใครไม่ชอบสีโทนนี้จะเปลี่ยนเป็นรูปอื่นๆ แทนก็ได้นะ

ถัดมาจะเป็นเรื่องของดีไซน์ไอคอน มองดูเผินๆ อาจจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมาก แต่ถ้าสังเกตดูดีๆ ตัวไอคอนแอปหรือโปรแกรมต่างๆ จะถูกออกแบบให้มีมิติ เอฟเฟคสวยงามมากขึ้น อีกทั้งพื้นหลังโปรแกรมจะทำเป็นแบบ Transparent โปร่งแสงล้ำสมัย

ที่แถบ Control Center ได้รับการปรับปรุงใหม่ โดยจะมีไอคอนเพื่อเปิดตัว Quick Access เพื่อเปิด-ปิด เพิ่ม-ลด ฟังก์ชันต่างๆ บนเครื่อง MacBook ได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ตัวหน้า Notification Center ก็ได้เพิ่มฟีเจอร์ Widget ต่างๆ ที่สามารถ Add เข้ามาทางด้านขวา พร้อมกับเลือกไซส์ขนาดได้ ยกตัวอย่างเช่น ใส่ปฏิทิน ตารางนัดหมาย สมุดโน้ต และอื่นๆ เรียงได้ตามที่เราต้องการ ซึ่งก็ให้อารมณ์คล้ายแถบแจ้งเตือนบน iPad เหมือนกัน

แอปปรับปรุงใหม่ เร็วขึ้น ใช้งานร่วมกันมากได้ขึ้น

เปิดมาเรื่องแอปนี่ Apple ก็เกทับเรื่อง Browser ก่อนเลย โดย Big Sur นี้จะมาพร้อมกับ Safari เวอร์ชันใหม่ที่ทาง Apple เคลมว่า Safari เป็นเบราว์เซอร์บน Desktop ที่เร็วที่สุดในโลก และสามารถโหลดหน้าเว็บได้เร็วกว่า Chrome ถึง 50% สุดจัดปลัดบอก อยากรู้ตอนใช้งานจริงๆ เลยว่าจะเร็วสมคำร่ำลือหรือไม่

ที่เพิ่มเติมมาอีกคือบนเบราว์เซอร์ Safari สามารถเลือกพื้นหลัง Homepage ได้แล้ว และจะมี Extension หรือส่วนขยายที่จะสามารถติดตั้งเพิ่มได้ เพื่ออำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น แปลภาษา ใส่ฟีลเตอร์แปลงไฟล์ เป็นต้น ซึ่งในส่วนของ Extension ต่างๆ นั้นเราสามารถเลือกเปิด-ปิดได้ว่าจะใช้เฉพาะบนเว็บหน้านี้ หรืออนุญาตให้ใช้งานแค่ 1 วัน บอกเลยว่า Apple ให้ความสำคัญเรื่อง Privacy มากจริงๆ

ถัดมาจะเป็นเรื่องของ Messages ที่ตอนนี้จะสามารถทำได้ทั้ง ค้นหาข้อความ, ใช้ Memoji, แชร์ไฟล์ แชร์รูปภาพ GIFs และ วิดีโอได้แล้ว

และเรื่องของ Map ที่อัปเกรดเครื่องมือเพิ่มเข้ามาหลายอย่างให้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น กำหนดและเลือกเส้นทางได้ว่าใช้ทางไหน พร้อมกับมีคำแนะนำจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้คอยอำนวยความสะดวกเมื่อเราผ่านจุดต่างๆ และสามารถรับมุมมองแบบ 360 องศา Look Around  รวมถึงสามารถซิงค์ข้อมูลจาก MacBook ไปยังไง iPhone, iPad ได้อีกด้วย

ชิป A12Z Bionic

ต้องบอกก่อนว่าก่อนหน้านี้ก็มีข่าวลือๆ กันว่า MacBook รุ่นถัดไปจะใช้ซีพียู ARM ซึ่งใจหนึ่งส่วนตัวเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่พอในงานเปิดตัวจริงๆ Apple ก็ประกาศกร้าวอย่างยิ่งใหญ่ว่า Mac ของ Apple จะใช้เป็นชิป ARM ทั้งหมดภายในระยะเวลา 2 ปี หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือจะใช้ชิป Apple Silicon ของตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งชิปเจ้าอื่น (หรือก็คือ Intel)

ส่วนใครที่กังวลว่าชิป ARM หรือ A12Z Bionic จะทำงานร่วมกับโปรแกรมอื่นๆ นอกจากติดเครื่องได้มีประสิทธิภาพเท่าพวกสถาปัตยกรรมเดิมหรือไม่ ซึ่งทาง Apple ก็เคลมไว้ว่าจะสามารถใช้ได้ทั้งโปรแกรมจาก Microsoft และ Adobe ทั้งหมดแบบเต็มประสิทธิภาพ แต่ถ้าหากเป็นโปรแกรมอื่นๆ นอกจากนี้ก็จะสามารถแปลงมาใช้งานได้ผ่านแอปแปลงของทาง Apple เอง ซึ่งต้องรอดูกันว่ามันจะเวิร์คหรือไม่ ส่วนนี้บอกเลยว่าน่าสนใจมากครับ

อย่างไรก็ตามทั้ง macOS Big Sur, iOS และ iPadOS จะเริ่มเปิดให้อัปเดตอย่างเป็นทางการในช่วง Fall ของทางอเมริกาหรือช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายนนี้ ซึ่งคาดว่าน่าจะมาปล่อยให้อัปเดตพร้อมๆ กับ iPhone 12 เปิดตัวเหมือนกับทุกๆ ปีที่ผ่านมานั่นเอง

from:https://droidsans.com/macos-big-sur-new-version-2020/

Apple ยืนยัน macOS Big Sur คือ เวอร์ชัน 11.0

มีบางข่าวลือก่อนหน้านี้ได้กล่าวเอาไว้ว่า macOS รุ่นใหม่ […] More

from:https://www.iphonemod.net/macos-big-sur-version-11.html