คลังเก็บป้ายกำกับ: WWDC_2019

Sidecar ฟีเจอร์ iPad จอเสริมให้ Mac คืออะไร ใช้งานยังไง ชมพรีวิวการใช้งานจริงและข้อมูลของฟีเจอร์นี้ที่นี่

Sidecar Use Ipad As Extended Monitor For Macหนึ่งฟีเจอร์ที่ได้รับเสียงฮือฮาในงาน WWDC 2019 ในช่วงของการเปิดตัว macOS Catalina 10.15 นั่นก็คือ  Sidecar พูดย่อ ๆ มันคือความสามารถที่ทำให้ iPad กลายเป็นหน้าจอที่ 2 หรือหน้าจอแยกให้กับเครื่อง Mac ได้ สำหรับในบทความนี้จะขอนำเสนอเรื่องนี้ให้ได้ทราบกันครับ Sidecar ฟีเจอร์ iPad จอเสริมให้ Mac คืออะไร ใช้งานยังไง ชมพรีวิวการใช้งานจริงและข้อมูลของฟีเจอร์นี้ที่นี่ ไฮไลท์ Sidecar คืออะไร มีความสามารถทำอะไรได้บ้าง Sidecar ใช้งานอย่างไร Sidecar รองรับอุปกรณ์รุ่นไหนบ้าง 1. Sidecar คืออะไร สามารถทำอะไรได้บ้าง Sidecar เป็นฟีเจอร์ใน macOS Catalina 10.15 ที่ต้องใช้งานร่วมกับ iPadOS ซึ่งจะทำให้ iPad กลายเป็นหน้าจอแยกสำหรับเครื่อง​ Mac ได้ โดยการเชื่อมต่อทำได้ทั้งการใช้สายและแบบไร้สาย ไม่เพียงแค่เป็นหน้าจอแสดงผลแบบจอคอมพิวเตอร์ทั่วไปเท่านั้น Sidecar ที่แสดงผลบน […]

from:https://www.iphonemod.net/what-is-sidecar-on-macos-catalina-and-ipados-13.html

ชาวเน็ตกำลังสนุกกับการล้อเลียน Pro Stand ขาตั้งจอภาพ Pro Display XDR ที่มีราคาสูงเท่า iPhone XS

ที่งานประชุม WWDC ในปีนี้ Apple ได้สร้างความตื่นเต้นด้วยการเปิดตัว Pro Display XDR จอภาพ 6K ขนาด 32 นิ้ว ให้ความสว่างเต็มหน้าจอ 1,000 นิต และให้ความแม่นยำของสีอย่างไร้ที่ติ ถือเป็นจอภาพที่เหมาะสำหรับผู้ใช้งานระดับมืออาชีพอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม ความสมบูรณ์แบบของ Pro Display XDR กลายเป็นเรื่องตลกทันที เมื่อ Apple บอกว่าเจ้าของ Pro Display XDR จะต้องซื้อขาตั้ง Pro Stand แยกต่างหากในราคา 999 ดอลล่าร์สหรัฐ

999 ดอลล่าร์สหรัฐ เป็นเงินที่ต้องจ่ายเพิ่มจาก 4,999 ดอลล่าร์สหรัฐ สำหรับซื้อ Pro Display XDR นั่นหมายถึง ลูกค้าของ Apple ต้องจ่ายเงินรวม 5,998 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 187,385 บาท

ราคาขาตั้ง Pro Stand เท่ากับราคาของ iPhone XS รุ่น 64GB พอดี ซึ่งในประเทศไทยวางจำหน่ายอยู่ที่ 39,900 บาท และต่อไปนี้คือสิ่งที่ชาวเน็ตล้อเลียนขาตั้งราคาแพงลิบของ Apple

Pro stands for Pro-bably gonna be expensive from r/memes

What a price! from r/dankmemes

แม้แต่แบรนด์คอมพิวเตอร์ MSI ก็ยังขอมีส่วนร่วม

ทั้งนี้ Apple จะเริ่มวางจำหน่าย Pro Display XDR และขาตั้ง Pro Stand ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้

ที่มา – iPhoneHacks
https://www.flashfly.net/wp/254835

from:https://www.flashfly.net/wp/254835

iOS 13 สนับสนุนฟีเจอร์ Multi-Camera ช่วยให้ iPhone และ iPad บันทึกภาพจากกล้องทุกตัวได้พร้อมกัน

Apple แนะนำคุณสมบัติใหม่ของ iOS 13 ที่งานประชุม WWDC 2019 โดยเรียกว่าฟีเจอร์ Multi-Camera ซึ่งช่วยให้ iPhone และ iPad สามารถใช้งานกล้องทุกตัวของอุปกรณ์ได้พร้อมกัน ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ ซึ่งความจริง Mac รองรับฟีเจอร์ Multi-Camera มาก่อนแล้วตั้งแต่เวอร์ชั่น OS X Lion

อย่างไรก็ตาม Apple ยังไม่ได้นำฟีเจอร์ Multi-Camera มาใช้งานกับอุปกรณ์ของตัวเอง แต่ปล่อยเป็น API ให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ไปใช้งาน ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ใช้ประโยชน์จากกล้องทั้งหมดของอุปกรณ์ อย่างเช่นการสตรีมวีดีโอ, ภาพ, เสียง จากกล้องหน้าและกล้องหลังในเวลาเดียวกัน

เราเคยเห็นความสามารถที่คล้ายกันมาแล้วบนอุปกรณ์ของ Android อย่างเช่น Huawei P30 Pro ซึ่งมีโหมด Dual-View Video สามารถใช้กล้องด้านหลัง 2 ตัว (กล้องหลักกับกล้องมุมกว้าง) ถ่ายวีดีโอได้พร้อมกัน ทำให้ได้ภาพในมุมมองที่แตกต่างกัน แต่อยู่ในเฟรมเดียวกัน นอกจากนี้ สมาร์ทโฟนของ Nokia ก็มีฟีเจอร์ Dual-Sight ที่สามารถถ่ายภาพจากกล้องหน้าและกล้องได้พร้อมกัน

ถึงแม้ฟีเจอร์ Multi-Camera จะเป็นส่วนหนึ่งของ iOS 13 แต่ไม่ใช่อุปกรณ์ทุกรุ่นจะรองรับ จะมีเพียงฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ เท่านั้นที่สนับสนุนฟีเจอร์ Multi-Camera ซึ่งประกอบไปด้วย iPhone XS, XS Max, XR, iPad Pro รวมถึง iPhone และ iPad รุ่นใหม่ๆ ที่จะออกมาในอนาคต

ที่มา – 9to5Mac
https://www.flashfly.net/wp/254785

from:https://www.flashfly.net/wp/254785

iOS 13, iPadOS 13 อัปเดตฟีเจอร์ Screenshot แบบเต็มทั้งเว็บและใช้งานร่วมกับ Apple Pencil ง่ายขึ้น

Ios13 Ipados 13 Full Web Page Screenshot Coverฟีเจอร์ Screenshot หรือการแคปหน้าจอนั้นใช้กันแทบทุกวันและทุกคนใช้งานบ่อยมาก ๆ และวันนี้มีข่าวดีจาก iOS 13, iPadOS 13 ที่เพิ่มคุณสมบัติให้ฟีเจอร์การแคปหน้าจอนี้ทำอะไรได้มากกว่าเดิมขึ้นอีก มาติดตามรายละเอียดนี้ด้วยกัน iOS 13, iPadOS 13 อัปเดตฟีเจอร์ Screenshot แบบเต็มทั้งเว็บและใช้งานร่วมกับ Apple Pencil ง่ายขึ้น iOS 13 เดิมทีการแคปหน้าจอโดยเฉพาะเว็บไซต์ที่เนื้อหามันต่อเนื่องยาวๆ เราต้องแบ่งช่วงการแคปหน้าจอนั้นๆ และส่งไปหลาย ๆ รูป แต่ต่อไปนี้ใน iOS 13 และ iPadOS 13 ไม่ต้องทำแบบนั้นแล้วเพราะว่าสามารถเลือกแคปหน้าจอได้แบบเต็มหน้า (Full Page) ได้แล้วง่าย ๆ วิธีการแคปหน้าจอก็ยังคงเหมือนเดิมสำหรับ iPhone ทำได้โดย สำหรับเครื่องที่มี Touch ID ให้กดปุ่ม Home+Power สำหรับเครื่องที่มี Face ID ให้กด เพิ่มเสียง+Power การแคปหน้าจอเรายังสามารถทำแบบเดิมได้แต่ส่วนที่เพิ่มเติมคือการแคปหน้าเว็บที่กำลังอ่าน เราจะเลือกการแคปหน้าจอปัจจุบันหรือว่าเลือกแคปสำหรับเต็มเว็บเพจได้เลย ส่วนฟีเจอร์อื่น […]

from:https://www.iphonemod.net/ios13-ipados-13-new-screenshot-feature-and-method.html

Apple ขอให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์วาง Sign In with Apple ไว้เหนือกล่อง Sign-in ของคู่แข่ง

ที่งานประชุม WWDC ปีนี้ Apple ได้เปิดตัวฟีเจอร์ Sign in With Apple วิธีการใหม่ในการลงชื่อเข้าใช้ในแอพและเว็บไซต์ต่างๆ ด้วย Apple ID และยืนยันตัวตนได้อย่างง่ายดายโดยใช้ Face ID หรือ Touch ID ซึ่งเป็นบริการ Sign-in เหมือนกับ Facebook, Google และ Twitter ที่มีใช้งานอยู่ก่อนแล้ว

อย่างไรก็ตาม Sign In with Apple กลายเป็นประเด็นขึ้นมา เมื่อ Apple ได้อัพเดท Human Interface Guidelines โดยมีการขอให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์วาง Sign In with Apple ให้เด่นกว่ากล่อง Sign-in ของคู่แข่ง

ถึงแม้ Human Interface Guidelines จะเป็นเพียงข้อเสนอแนะจาก Apple ไม่ใช่ข้อบังคับ แต่นักพัฒนาซอฟต์แวร์หลายคนก็เชื่อว่าควรจะปฏิบัติตาม หากต้องการให้แอพพลิเคชั่นของตัวเอง ผ่านกระบวนการอนุมัติของ Apple

ขณะเดียวกัน Apple ก็ถูกกล่าวหาว่า การหักรายได้จากแอพพลิเคชั่นที่ขายผ่าน App Store สูงสุด 30% ไม่ยุติธรรมสำหรับนักพัฒนา

ในสหภาพยุโรป หน่วยงานกำกับดูแลการต่อต้านการผูกขาด กำลังพิจารณาคำร้องจาก Spotify ที่กล่าวหาว่า App Store กำลังเอาเปรียบนักพัฒนาแอพพลิเคชั่น

ในสหรัฐอเมริกา กระทรวงยุติธรรม ก็ได้อนุมัติให้คณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหพันธรัฐ หรือ Federal Trade Commission ลงไปสอบสวน Apple ด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนต่อต้านการผูกขาดที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่

Tim Cook ซีอีโอของ Apple ให้สัมภาษณ์กับ CBSNews เกี่ยวกับการตรวจสอบการดำเนินธุรกิจของ Apple โดยเขาบอกว่าการสอบสวนนั้นเป็นเรื่องที่ “ยุติธรรม” และเป็นสิ่งที่ดีสำหรับบริษัทขนาดใหญ่ พร้อมยืนยันว่า Apple ไม่ได้ผูกขาดในตลาดใดๆ

ที่มา – MacRumors
https://www.flashfly.net/wp/254561

from:https://www.flashfly.net/wp/254561

iOS 13 ยังมีฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย แต่ถูกซ่อนไว้ ไม่ได้ประกาศในงาน WWDC 2019 และเราได้รวบรวมมาให้แล้ว

ที่งานประชุม WWDC เมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา Apple ได้เปิดตัวระบบปฏิบัติการ iOS 13 พร้อมแนะนำคุณสมบัติใหม่หลายอย่าง ตามที่เราได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้ แต่ยังมีอีกหลายคุณสมบัติที่ถูกซ่อนไว้ และเว็บไซต์ MacRumors ได้สรุปมาให้แล้ว หลังจากติดตั้ง iOS 13 เวอร์ชั่น Beta ส่วนจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง เลื่อนลงมาอ่านกันได้เลย

เปลี่ยนเครือข่าย Wi-Fi ได้จาก Control Center โดยให้แตะค้างไว้ที่กึ่งกลางของวิดเจ็ต WiFi/Bluetooth เพื่อขยายตัวเลือก จากนั้นให้ Force Touch ที่ไอคอน WiFi ก็จะพบกับรายชื่อเครือข่าย Wi-Fi ที่พร้อมใช้งาน

สลับอุปกรณ์ Bluetooth ใน Control Center ใช้วิธีการเดียวกับการเปลี่ยนเครือข่าย Wi-Fi ให้แตะค้างไว้ที่กึ่งกลางของวิดเจ็ต WiFi/Bluetooth เพื่อขยายตัวเลือก จากนั้นให้ Force Touch ที่ไอคอน Bluetooth ก็จะพบกับรายชื่ออุปกรณ์ Bluetooth ที่เคยเชื่อมต่อมาก่อน

การตั้งค่า Location ในแอพ Settings ได้เพิ่มตัวเลือก Ask Next Time เพื่อให้แอพถามผู้ใช้งานทุกครั้งที่ต้องการเข้าถึง Location

บล็อกเมลจากบุคคลที่ไม่ต้องการ ใน iOS 13 นอกจากจะสามารถบล็อกหมายเลขมือถือของบุคคลที่ไม่ต้องการติดต่อ ยังขยายมายังแอพ Mail ด้วย ช่วยให้ผู้ใช้งานบล็อกผู้ส่งที่ไม่ต้องการรับเมลได้

ตัดเสียงเตือนชุดข้อความใน Mail เมื่อปัดหน้าจอขึ้นบนข้อความในแอพ Mail แล้วเลือก More จะพบกับตัวเลือก Mute ซึ่งจะช่วยปิดเสียงแจ้งเตือนในชุดข้อความนั้น หากได้รับข้อความใหม่

แอพ Books มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ Reading Goals ช่วยติดตามระยะเวลาการอ่านในแต่ละวัน เพื่อให้อ่านหนังสือจบตามเป้าหมาย

ปิดเสียงเรียกเข้าจากใครก็ไม่รู้ ในแอพ Settings > Phone จะมีฟีเจอร์ Silence Unknown Callers เมื่อเปิดใช้งาน จะช่วยปิดเสียงเรียกเข้าทุกสายที่ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ใน Contacts

โหมด Low Data อยู่ใน Settings > Cellular จะมีตัวเลือกให้เปิดใช้งาน Low Data Mode ช่วยให้แอพลดปริมาณการใช้ดาต้าของเครือข่ายมือถือ

แอพ Messages ได้รับการปรับปรุงเครื่องมือค้นหาด้วยอินเทอร์เฟซใหม่

แอพ Notes ได้รับเครื่องใอเพิ่มเติมที่ช่วยจัดการโฟลเดอร์ โดยแตะปุ่ม … ก็จะพบกับตัวเลือก Add People, Move This Folder, Rename และ View Attachments

สนับสนุนคอนโทรลเลอร์ของ PS4 และ Xbox

Animoji ใหม่ 3 แบบ ได้แก่ วัว, หมึก และ หนู พร้อมฟีเจอร์ใหม่ Memoji Stickers และ Memoji ยังปรับแต่งได้มากขึ้นทั้งทรงผม แต่งหน้า เครื่องประดับอีกมากมาย

ปุ่ม Emoji และ Globe ถูกแยกออกจากกันบนแผงคีย์บอร์ดใน iOS 13

ปิดแท็บใน Safari โดยอัตโนมัติ ภายใน Settings > Safari จะมีตัวเลือกให้ปิดแท็บอัตโนมัติ เมื่อผ่านไป 1 วัน, 1 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน

แนบไฟล์ลงใน Calendar สำหรับการเพิ่มหรือแก้ไข Event จะมีตัวเลือก Add attachment… ที่สามารถแทรกไฟล์หรือเอกสารได้

การอัพเดทแอพใน App Store จะต้องเข้าไปที่โปรไฟล์ แล้วเลือกแอพที่ต้องการอัพเดทจากส่วนของ Pending Updates เนื่องจากแท็บอัพเดทใน iOS 12 ถูกแทนที่ด้วยแท็บ Apple Arcade หลังจากอัพเดทเป็น iOS 13

การจับภาพหน้าจอในแอพ Safari จะมีตัวเลือกใหม่ที่สามารถจับภาพได้ทั้งหน้า และจะส่งออกเป็นไฟล์ PDF สามารถบันทึกหรือแชร์ได้ทันที และยังสามารถใช้ Markup เพื่อแก้ไขก่อนส่งได้

ปุ่มตัดเสียงได้รับอินเทอร์เฟซใหม่ เมื่อมีการสลับปุ่มตัวเสียงใน iOS 13 จะแสดงกราฟิกเพื่อบอกให้ผู้ใช้งานทราบสถานะว่ากำลังเปิดหรือปิดเสียง ซึ่งอินเทอร์เฟซใหม่จะลอยอยู่ด้านบน ขณะที่ iOS 12 ที่ลอยอยู่กลางจอแสดงผล

ถนอมอายุการใช้งานแบตเตอรี่ด้วยฟีเจอร์ Optimized Battery Charging ที่มากับ iOS 13 เมื่อเปิดฟีเจอร์นี้ iPhone จะถูกชาร์จแบตเตอรี่ไว้ที่ 80% แล้วจะชาร์จจนเต็มก่อนที่จะถูกนำไปใช้งาน ซึ่ง iPhone จะเรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานในแต่ละวัน ทำให้ทราบล่วงหน้าว่าต้องรอจนถึงเมื่อไรจึงจะชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม

แอพ Home สำหรับควบคุมอุปกรณ์ HomeKit ได้รับการปรับปรุงใหม่ โดยออกแบบอินเทอร์เฟซให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น

อุปกรณ์ AirPlay 2 สามารถตั้งค่าให้ทำงานโดยอัตโนมัติ ใน HomeKit Automations ตัวอย่างเช่น ตั้งค่าให้ HomePod เล่นเพลงทันทีเมื่อผู้ใช้งานกลับถึงบ้าน

ทั้งนี้ ฟีเจอร์ส่วนใหญ่ที่กล่าวมาข้างต้น ก็สนับสนุนการทำงานบน iPad ที่รันบน iPadOS เช่นเดียวกัน

ที่มา – MacRumors
https://www.flashfly.net/wp/254519

from:https://www.flashfly.net/wp/254519