คลังเก็บป้ายกำกับ: WIRELESS_CHARGING

NFC Forum ออกมาตรฐานชาร์จไร้สาย ให้มือถือ NFC จ่ายไฟให้หูฟังไร้สาย,สมาร์ทวอทช์ได้

NFC Forum ที่รับผิดชอบออกมาตรฐาน NFC ประกาศออกมาตรฐานใหม่ Wireless Charging Specification (WLC) ที่ทำให้อุปกรณ์ที่มี NFC สามารถจ่ายไฟ (reverse charging) ให้อุปกรณ์อื่นได้

อย่างไรก็ตามมาตรฐาน WLC กำหนดให้อุปกรณ์ NFC สามารถจ่ายไฟให้อุปกรณ์ IoT อาทิ สมาร์ทวอทช์, หูฟังไร้สาย, ปากกาแท็บเล็ต ที่กำลังไฟ 1 วัตต์เท่านั้น แน่นอนว่าการจ่ายไฟผ่าน NFC ไม่ได้จำกัดเฉพาะสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่อุปกรณ์อื่น ๆ อย่างแล็บท็อป, แท็บเล็ต ที่มีชิป NFC ก็สามารถทำได้เช่นกัน

ที่มา – NFC Forum

from:https://www.blognone.com/node/116194

แท่นชาร์จไร้สาย OPPO AirVOOC 40W ผ่านการรับรองจาก WPC คาดเปิดตัวพร้อม OPPO Ace 2

แม้ว่า OPPO Find X2 Series จะเป็นมือถือระดับเรือธงสเปคจัดเต็มทุกอย่าง แต่ก็ยังมีหนึ่งสิ่งที่สมาร์ทโฟนซีรีส์นี้ไม่ใส่มาให้เหมือนเรือธงจากยี่ห้ออื่นๆ นั่นก็คือระบบชาร์จแบบไร้สายนั่นเอง…แต่ล่าสุด OPPO Ace 2 ว่าที่มือถือสเปคไฮเอนด์ที่จะเปิดตัวในเดือนนี้ จะขึ้นแท่นเป็นมือถือรุ่นแรกของค่ายที่รองรับการชาร์จไร้สาย เมื่อมีข้อมูลของแท่นชาร์จ OPPO AirVOOC 40W ไปโผล่อยู่บนเว็บ Wireless Power Consortium (WPC)

ก่อนหน้านี้มีข่าวหลุดเกี่ยวกับ OPPO Ace 2 ไปแล้วหนึ่งระรอก ว่าจะมือถือรุ่นนี้จะเน้นไปที่เรื่องของประสิทธิภาพการเล่นเกม โดยจะมากับสเปคระดับไฮเอนด์ด้วยชิป Snapdragon 865 และ RAM สูงสุดถึง 12GB แต่ก็มีอีกหนึ่งอย่างที่เจ๋งไม่แพ้กัน ก็คือมือถือรุ่นนี้อาจรองรับระบบชาร์จไวได้ที่ความเร็วถึง 40W เรียกได้ว่าไวกว่าระบบชาร์จแบบมีสาย (Wired Charging) ของมือถือเรือธงบางรุ่นเสียอีก

ภาพเรนเดอร์ของ OPPO Ace 2

โดยหลักฐานจากเรื่องดังกล่าวก็มาจากข้อมูล และภาพของแท่นชาร์จไร้สายของ OPPO ที่มีชื่อว่า AirVOOC 40W ไปโผล่บนหน้าเว็บ Wireless Power Consortium (WPC) ซึ่งทาง OPPO ได้ยื่นจดทะเบียนเอาไว้เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2563 โดยมีข้อมูลที่เผยว่า แท่นชาร์จดังกล่าวจะมีการจ่ายไฟแบบไร้สายสูงสุดที่ 40W (แต่ถ้าพลิกดูข้างใต้จะเห็นว่าแท่นนี้จ่ายไฟได้สูงสุด 65W เลยทีเดียว ซึ่งก็คาดว่าน่าจะต้องเอาสายมาเสียบชาร์จอีกทีถึงจะได้ความเร็วเท่านั้น)

 

ขณะที่ในเรื่องของดีไซน์แท่นชาร์จ OPPO AirVOOC 40W เป็นแบบ Two-Tone มาพร้อมกับสีขาวสลับกับสีเทา ด้านขวาสำหรับวางชาร์จโทรศัพท์ และด้านซ้ายที่เป็นวงกลมสีเงินๆ น่าจะเป็นพัดลมระบายความร้อน โดยเมื่อพลิกมาดูที่ข้างใต้ จะเห็นช่องระบายอากาศเต็มไปหมด ซึ่งก็คาดว่าน่าจะเข้ามาช่วยไม่ให้แท่นชาร์จมีความร้อนมากจนเกินไปขณะชาร์จอยู่นั่นเอง

คาดว่า OPPO น่าจะเปิดตัวแท่นชาร์จไร้สาย AirVOOC 40W พร้อมๆ กับมือถือเรือธงรุ่นล่าสุดของพวกเขาอย่าง OPPO Ace 2 ในวันที่ 13 เมษายนนี้ อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้สูงมากๆ ที่ OPPO Ace 2 ก็น่าจะเป็นมือถือที่รองรับระบบชาร์จไวไร้สายนี้ด้วย

 

ที่มา: WPC, gsmarena 

from:https://droidsans.com/oppo-wireless-charging-pad-airvooc-40w-certified-by-wpc/

ปลอดภัยด้วยเครื่องฉายแสง UV ฆ่าเชื้อโรคและไวรัสกว่า 99% ที่ติดอยู่บนมือถือและอุปกรณ์อื่น ๆ พร้อมระบบ Wireless Charging

Momax Q Uv VgadzVgadz ผู้นำเข้าเคสกันกระแทกและแกดเจ็ต แบรนด์คุณภาพระดับสากล อันดับต้น ๆ ของประเทศ นำเข้าเครื่อง UV ฆ่าเชื้อโรคและไวรัสกว่า 99% ที่ติดอยู่บนมือถือและอุปกรณ์อื่น ๆ และ Wireless Charging พลังชาร์จสูงสุด 10w ระบบ 2 In 1 Momax รุ่น Q.Power UV-Box ปลอดภัยด้วยเครื่องฉายแสง UV ฆ่าเชื้อโรคและไวรัสกว่า 99% ที่ติดอยู่บนมือถือและอุปกรณ์อื่น ๆ พร้อมระบบ Wireless Charging การฆ่าเชื้อโรคยูวีไม่มีสี ไม่มีรส และไม่มีกลิ่น ฆ่าแบคทีเรียได้ 99.9%
 Q.Power UV-Box กล่องชาร์จไร้สายยูวีฆ่าเชื้อ ฆ่าเชื้อโทรศัพท์ด้วยหลักการ UV หลีกเลี่ยงการใช้ผ้าเช็ดตัวเปียกเช็ดหน้าจอ ปริมาณแอลกอฮอล์จะทำให้หน้าจอเสียหาย หน้าจอของสมาร์ตโฟนจะมี Oleophobic coating เคลือบอยู่ ตัวนี้จะทำให้หน้าจอลื่น ทัชง่าย และช่วยลดรอยนิ้วมือบนหน้าจอ ถ้าใช้แอลกอฮอล์เช็ดโดยตรงจะสร้างความเสียหายให้สารเคลือบตัวนี้ รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอื่น […]

from:https://www.iphonemod.net/momax-q-uv-vgadz.html

นักวิเคราะห์เผย … ตลาดที่ชาร์จแบบไร้สายจะมีมูลค่ามากถึง 224,218,000,000 บาทภายในระยะเวลา 5 ปีนี้

สำหรับที่ชาร์จแบบไร้สายนั้นเข้ามามีบทบาทในตลาดสมาร์ทโฟนมาอย่างยาวนานแล้ว อย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้นดูเหมือนกับว่าที่ผ่านมานั้นมันจะไม่ค่อยได้รับความนิยมมากเท่าไรนักเพราะเวลาที่ใช้ในการชาร์จนั้นค่อนข้างที่จะช้ามากกว่าการใช้ที่ชาร์จแบบไร้สายพอสมควร ทว่าสิ่งหนึ่งที่เราสามารถเห็นได้นั้นก็คือผู้ผลิตสมาร์ทโฟนเองก็พยายามที่จะพัฒนาให้ที่ชาร์จแบบไร้สายมีความเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ แถมในปัจจุบันนั้นอุปกรณ์หลายๆ อย่าง(เช่นสมาร์ทวอทช์) เองนั้นก็รองรับการใช้งานแบบชาร์จแบบไร้สายมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดนั้นดูเหมือนกับว่านักวิเคราะห์จะมองกาลไกลว่าตลาดดังกล่าวนี้นั้นจะเติบโตมากขึ้นเป็นอย่างมากภายในระยะเวลา 5 ปีนี้

อย่างไรก็ตามแต่แล้วนั้นสิ่งหนึ่งที่ทำให้นักวิเคราะห์ประเมิณเอาไว้ว่าตลาดที่ชาร์จแบบไร้สายจะเติบโตมากขึ้นนั้นก็เนื่องมาจากการที่การชาร์จแบบไร้สายจะถูกนำมาใช้งานยานพาหนะรุ่นใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเป็นการลดการใช้สายชาร์จที่รุงรังภายในรถยนต์อย่างที่เราๆ ท่านๆ ได้เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ นอกเหนือไปจากนั้นแล้วการพัฒนาของเทคโนโลยีการชาร์จเร็วก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเนื่องจากในปัจจุบันนั้นจะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีการชาร์จเร็วนั้นเริ่มที่จะเปลี่ยนมาใช้  radio frequency (RF), inductive, resonant, laser และ microwave modalities มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ความสามารถในการอัดประจุไฟฟ้าไปยังอุปกรณ์นั้นเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

ตามรายงานนั้นบอกเอาไว้ว่าเทคโนโลยีการชาร์จเร็วอย่าง radio frequency (RF) นั้นถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่เป็นการชาร์จแบบไร้สายโดยแท้ซึ่งเทคโนโลยีการชาร์จแบบ RF นี้นั้นไม่มีความจำเป็นที่ผู้ใช้จะต้องใช้งานฐานชาร์จร่วมด้วยอีกต่อไป ซึ่งนอกเหนือไปจากการที่เทคโนโลยีการชาร์จไร้สายแบบ AR จะถูกนำมาใช้งานในการชาร์จกับสมาร์ทโฟนแล้วนั้นยังมีความเป็นไปได้สูงมากด้วยอีกว่ามันจะถูกนำมาใช้งานร่วมกับการ์ชาร์จแบบไร้สายบนเครื่องคอมพิวเตอร์, internet of things (IoT) และอุปกรณ์สวมใส่ต่างๆ อีกด้วยต่าง โดยที่ ณ เวลานี้นั้นก็มีบริษัทที่ทำการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวหลายๆ บริษัทแล้วอย่าง Energizer Holdings, Integrated Device Technology, Murata, Qualcomm, Samsung, Texas Instruments, Powermat Technologies, WiTricity และ Sony

ทางนักวิเคราะห์ได้คาดการณ์เอาไว้ว่าภายในระยะเวลา 5 ปีนี้เป็นต้นไป(จนถึงปี 2025) มูลค่าในตลาดของที่ชาร์จแบบไร้สายนั้นจะเพิ่มมากขึ้นเป็น $71.21 billion หรือประมาณ 224,218,000,000 บาท จากเดิมที่เคยอยู่ที่ $5.22 billion หรือประมาณ 164,847,600,000 บาทจากมูลค่าในปี 2017 ที่ผ่านมา ทั้งนี้การคาดการณ์ดังกล่าวจะเป็นจริงอย่างที่นักวิเคราะห์ได้ทำการวิเคราะห์ไว้หรือไม่นั้นก็คงต้องคอยจับตามองกันต่อไป

ที่มา : notebookcheck

from:https://notebookspec.com/the-wireless-charging-market-is-now-estimated-to-be-worth-up-to-us71-billion-in-5-years/512069/

Apple ยังคงพัฒนาเทคโนโลยีการชาร์จแบบ 2 ทาง อ้างอิงจากสิทธิบัตรล่าสุด

iPhone 11 series ถูกลือว่าจะมาพร้อมฟีเจอร์ Reverse Wireless Charging ซึ่งท้ายที่สุด Apple ได้ตัดสินใจถอดฟีเจอร์นี้ทิ้งไปก่อนเปิดตัวทางการ แต่สิทธิบัตรล่าสุดที่ Apple ผ่านการรับรองจากสำนักงานสิทธิบัตรของสหรัฐอเมริกา แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีการชาร์จแบบ 2 ทาง ยังอยู่ในแผนของ Apple

ปัจจุบันฟีเจอร์ Reverse Wireless Charging เริ่มนำมาใช้แล้วบนสมาร์ทโฟนระดับเรือธงบางรุ่นของ Samsung และ Huawei ช่วยให้สมาร์ทโฟนสามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้กับอุปกรณ์อื่นๆ อย่าง หูฟังไร้สาย หรือ สมาร์ทวอทช์ เพียงนำมาวางไว้บนด้านหลังของสมาร์ทโฟน โดยไม่ต้องเชื่อมต่อสายใดๆ

แต่ฟีเจอร์ Reverse Wireless Charging ที่อยู่ในสิทธิบัตรของ Apple ถูกเรียกว่า Hybrid Wireless Charging System แสดงให้เห็นการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สายโดยใช้ขดลวดแบบไฮบริดหรือ 2 ทาง คือ รองรับทั้งการรับและส่งต่อพลังงาน

จากสิทธิบัตรเราจะเห็นว่า Apple มีการติดตั้งขดลวดแบบไฮบริดไว้บนผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้ง MacBook, iPhone, Apple Watch รวมถึง iPad ด้วย ทีน่าสนใจก็คือ มีการติดตั้งไว้บน MacBook ถึง 3 จุด ช่วยให้ MacBook ในอนาคต สามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้กับ iPhone และ Apple Watch หรือ AirPods ในเวลาเดียวกันได้ นอกจากนี้ iPhone หรือ iPad ในอนาคต ก็สามารถชาร์จแบตเตอรี่ไร้สายให้กับอุปกรณ์อื่นๆ ได้เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่า Apple จะผลักดันเทคโนโลยี Hybrid Wireless Charging System ออกมาใช้งานกับผลิตภัณฑ์จริงในช่วงเวลาใด

ที่มา – Patently Apple
https://www.flashfly.net/wp/276714

from:https://www.flashfly.net/wp/276714

Base Station Pro ตัวแทนของ AirPower สามารถชาร์จแบตเตอรี่ไร้สายให้กับอุปกรณ์ 3 เครื่อง ในเวลาเดียวกัน

Nomad เปิดตัว Base Station Pro อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สาย ที่ออกแบบมาให้สามารถชาร์จอุปกรณ์ได้พร้อมกัน 3 เครื่อง เหมือนกับ AirPower ที่ Apple ตัดสินใจยกเลิกแผนการทำตลาด

Base Station Pro ใช้เทคโนโลยีการชาร์จไร้สายของ Aira ที่เรียกว่า FreePower มาพร้อมอัลกอริธึมที่้เป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเอง ช่วยให้ Base Station Pro ค้นหาตำแหน่งสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ เมื่อบนมาวางแผ่นชาร์จ และสามารถใช้ได้กับสมาร์ทโฟนทุกรุ่น ไม่จำกัดแค่ iPhone หรืออุปกรณ์ของ Apple แต่อุปกรณ์เหล่านั้นต้องสนับสนุนมาตรฐานการชาร์จไร้สาย Qi

Base Station Pro มีขนาด 224 x 142 x 12 มิลลิเมตร น้ำหนัก 544 กรัม มาพร้อม 18 Coil Charging Matrix ไฟ LED สแสดงสถานะการชาร์จ แถมสายเคเบิล USB-C to USB-C ยาว 2 เมตร และ 30W USB-C Power Adapter แต่ยังไม่เปิดเผยกำหนดการวางจำหน่าย

ที่มา – Nomad

from:https://www.flashfly.net/wp/270643

Xiaomi เปิดตัว Mi Charge Turbo เทคโนโลยีชาร์จไร้สาย 30W ประเดิมใช้งานกับ Mi 9 Pro 5G ตัวแรก

Xiaomi แบรนด์ยักษ์ใหญ่ของวงการสมาร์ทโฟน ประกาศเปิดตัวเทคโนโลยีชาร์จไร้สาย Mi Charge Turbo ที่อัดสปีดมาให้แบบจัดเต็มถึง 30W ซึ่งถือว่าแรงที่สุดในโลกแล้วตอนนี้สำหรับการชาร์จแบบไร้สาย (Wireless Charging) โดยพวกเขาไม่ได้ให้รายละเอียดในส่วนของเทคโนโลยีสุดล้ำตรงนี้มากนัก นอกจากเกริ่นๆ มาว่า Mi Charge Turbo สามารถชาร์จโทรศัพท์แบต 4,000 mAh จาก 0% – 50% ใช้เวลาเพียงแค่ 25 นาทีเท่านั้น

Mi Charge Turbo สามารถชาร์จสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 4,000 mAh จาก 0% – 50% ใช้เวลาเพียงแค่ 25 นาที และหากชาร์จจนเต็ม 100% ก็ใช้เวลาเพียงแค่ 70 นาทีหรือชั่วโมงนิดๆ เท่านั้นเอง ถือว่าเร็วมากๆ เมื่อเทียบกับการชาร์จไวแบบไร้สาย 27W และ 20W โดยเทคโนโลยีนี้จะนำมาใช้กับ Mi 9 Pro 5G สมาร์ทโฟน 5G ตัวที่สองของค่าย ต่อจาก Mi Mix 3 5G g

  • Mi Charge Turbo 30W
    • 0% – 50% ใช้เวลา 25 นาที
    • 0% – 100% ใช้เวลา 70 นาที
  • ชาร์จไวแบบไร้สาย 27W
    • 0% – 50% ใช้เวลา 27 นาที
    • 0% – 100% ใช้เวลา 80 นาที
  • ชาร์จไวแบบไร้สาย 20W 
    • 0% – 50% ใช้เวลา 34 นาที
    • 0% – 100% ใช้เวลา 105 นาที

นอกจากนี้ Mi Charge Turbo ยังรองรับการชาร์จแบบย้อนกลับหรือ Reverse Wireless Charging 10W ที่สามารถชาร์จได้ทั้ง โทรศัพท์, หูฟัง, สมาร์ทวอทช์, ที่โกนหนวดไฟฟ้า, แปรงสีฟันไฟฟ้า และอุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับการชาร์จแบบไร้สาย

นอกจากนี้ Xiaomi ยังแง้มๆ ว่าพวกเขาเองกำลังทดสอบเทคโนโลยีการชาร์จไวแบบไร้สายความเร็ว 40W อยู่ งานนี้เลยเหมือนจะแทงกั๊กเอาไว้ว่าใครยังไม่เปิดตัวแต่เราประกาศก่อนนะ คล้ายๆ กับเมื่อตอนเปิดตัวเซนเซอร์กล้อง 64MP แล้วก็บอกว่าจะมี 108MP นั่นแหละ

ส่วนระบบชาร์จแบบสายปกตินั้นเมื่อไม่นานมานี้ก็มีข่าวหลุดออกมาหนาหูเลยว่า Xiaomi เตรียมเปิดตัว Super Charge Turbo สำหรับชาร์จแบบมีสายความเร็ว 100W อยู่ด้วยเหมือนกัน

 

ที่มา: Xiaomi 

from:https://droidsans.com/mi-charge-turbo-30w-announced/

Samsung Galaxy Note 10 อาจมาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 45 วัตต์ และชาร์จไร้สายสูงสุด 20 วัตต์

Galaxy Note 10 ที่กำลังจะเปิดตัวกันในวันที่ 7 สิงหาคมที่จะถึงนี้ไม่ได้มีเพียงแต่กล้องเท่านั้นที่จะมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ทว่าล่าสุดก็มี leaker ชื่อดัง Roland Quandt ออกมาเคลมว่า Samsung เองได้เตรียมเปิดตัวแท่นชาร์จไร้สายตัวใหม่ที่สามารถจ่ายไฟได้มากถึง 20 วัตต์

เดิมทีระบบชาร์จเร็วแบบไร้สายของ Samsung เองจะจ่ายไฟได้ราวๆ 10-15 วัตต์ การปรับขึ้นมาเป็น 20 วัตต์นั้นจะช่วยให้ชาร๋จได้เร็วขึ้น ผ่านคอยล์ชาร์จไร้สายแบบใหม่โมเดล EP-N5200 (จากข้อมูลในรายการของ FCC) โดยจะมาแทนที่คอยล์ EP-P5200 ที่ถูกใส่ไว้ในสมาร์ทโฟนเรือธงซีรีส์ S ของทางค่ายอย่าง Galaxy S10 นั่นเอง

นอกจากนี้ในงาน MWC เซี่ยงไฮ ก็ได้มีการโชว์ความสามารถฟีเจอร์สุดล้ำอย่าง reverse wireless charging ที่จะสามารถทำให้เราชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ ได้โดยใช้โทรศัพท์เราเป็นตัวจ่ายไฟ ก็สามารถจ่ายไฟออกได้ถึง 20 วัตต์ด้วยกัน ทั้งนี้ก็ยังไม่ชัวร์ว่า Galaxy Note 10 นั้นจะมาพร้อมกับฟีเจอร์ดังกล่าวนี้หรือไม่ และภายในงานเดียวกันนั้น ทาง Samsung ก็ได้โชว์แผงวงจรและระบบชาร์จเร็ว 45 วัตต์ ผ่าน USB PD (Power Delivery) ซึ่งหาก Note 10 รองรับก็จะถือว่าสามารถชาร์จแบตได้เร็วกว่า Note 9 ถึง 3 เท่าเลยทีเดียว (แรงกว่า SuperCharge ของ Huawei ที่ให้มา 40 วัตต์เสียอีก)

ในส่วนของสเปคก็น่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า Galaxy Note 10 จะมีให้เลือก 2 ขนาด หน้าจอ 6.4 นิ้ว และหน้าจอ 6.7 นิ้ว ซึ่งจะมาในชื่อของ Note 10+ อีกทั้งทางบริษัทเองก็น่าจะเลือกใช้เทคโนโลยี Infinity-O หรือหน้าจอแบบเจาะรูเพื่อใส่กล้องเซลฟี่เข้าไป ส่วนฟีเจอร์อื่นๆ ที่คาดว่าทางค่ายจะใส่มาในสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นระบบส่งเสียงจากใต้หน้าจอ (Sound On Display), กล้องหลังที่สามารถปรับค่ารูรับแสงได้ถึง 3 ระดับ, เซ็นเซอร์ ToF และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 4,170 mAh

โดย Galaxy Note 10 เคาะฤกษ์เปิดตัวในวันที่ 7 สิงหาคมที่จะถึงนี้ครับ สำหรับใครที่ติดตาม ก็บอกได้เลยว่าทางดรอยด์แซนส์จะไม่พลาด ไลฟ์สดบรรยายพากย์ไทยให้กับแฟนเพจและผู้ติดตามทุกท่านแน่นอนครับ

 

ที่มา: GSMArena

from:https://droidsans.com/galaxy-note-10-charge-45-watt-wireess-20-watt/

Gadget- ต่างประเทศ เรียกคืน Wireless Charging Pad ของ Sharper Image เหตุ ร้อนจนไหม้ !?!?!

หน่วยงาน Consumer Product Safety Commission (CPSC) ดูแลด้านความปลอดภัยผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคของอเมริกา มีคำสั่งเรียกคืนสินค้าแท่นชาร์จไฟไร้สาย Wireless Charging Pad ที่มีความเสี่ยงทำให้เกิดไฟไหม้ได้

โดยเป็นแผ่นชาร์จไร้สายจากผู้นำเข้าชื่อ Imagine Nation Books มีจำหน่ายในร้าน Sharper Image สาเหตุก็มาจากจำนวนรายงานที่มีส่งเข้ามากว่า 10 แหล่ง ว่าได้ใช้งานแท่นชาร์จไร้สาย “Pro Charge Power Wireless Charging Pad” และพบว่าเกิดความร้อนสูง จนสร้างความเสียหาย

Wireless Charging Pad

การเรียกคืนนี้น่าจะกระทบกับจำนวนสินค้ากว่า 64,000 ชิ้น ที่มีวางขายอยู่ทั่วประเทศอเมริกา ลูกค้าคนไหนที่ได้ซื้อไปใช้งานแล้ว ก็แนะนำให้เอาไปขอเงินคืนที่ร้าน ซึ่งนี่อาจจะเป็นหนึ่งในปัญหาที่ทำอุปกรณ์ชาร์จไร้สาย Apple AirPower ล้มเหลว จนไม่สามารถทำออกมาขายในตลาดได้ตามที่คาดการณ์ไว้ จากการที่ทำดีๆ มันก็ไม่ง่ายนัก เพราะวิศวกรของบริษัท ยังไม่สามารถหาทางออก ในการแก้ปัญหาเรื่องความร้อนที่เกิดขึ้นนี้ได้

ที่มา: Notebookcheck

from:https://notebookspec.com/recall-wireless-charging-pad-overheat/480646/

Apple เตือนผู้ใช้ iPad Pro รุ่นใหม่ ถ้าชาร์จ Apple Pencil 2 อยู่ อาจกวนสัญญาณกุญแจรีโมทรถยนต์

แอปเปิลได้อัพเดตหน้าสนับสนุนการใช้งานของ Apple Pencil โดยเตือนว่าหากผู้ใช้งานกำลังชาร์จ Apple Pencil รุ่นที่ 2 กับ iPad Pro โดยการแตะกับด้านข้างของตัวเครื่อง อาจเกิดสัญญาณที่รบกวนการทำงานของกุญแจรีโมทรถยนต์ ทำให้กุญแจไม่สามารถใช้งานเปิดประตูรถยนต์ได้ตามปกติ

ทั้งนี้แอปเปิลไม่ได้อธิบายรายละเอียดว่าสาเหตุที่เกิดสัญญาณรบกวนกันเกิดจากอะไร แต่เดาได้ว่าขณะชาร์จ Apple Pencil น่าจะมีคลื่นสัญญาณบางอย่างเกิดขึ้น ซึ่งแนวทางแก้ไขสำหรับใครที่เจอปัญหาก็คือ ย้าย iPad Pro ที่ชาร์จอยู่ออกห่างไป หรือถ้าทำไม่ได้ ก็แค่แยก Apple Pencil ออกจาก iPad Pro ชั่วคราว นอกจากนี้แอปเปิลบอกว่าถ้า Apple Pencil ชาร์จเต็มแล้ว ก็จะไม่มีคลื่นรบกวนสัญญาณออกมา

หากคุณกำลังชาร์จ Apple Pencil (รุ่นที่ 2) ด้วย iPad Pro และอุปกรณ์เปิดประตูแบบไร้กุญแจ (กุญแจรีโมท) ของคุณอยู่ใกล้ๆ อาจทำให้เกิดการรบกวนสัญญาณซึ่งทำให้คุณไม่สามารถปลดล็อครถของคุณด้วยกุญแจรีโมทได้ หากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น คุณสามารถย้าย iPad Pro ออกห่างจากกุญแจรีโมทหรือนำ Apple Pencil ออกจาก iPad Pro ของคุณได้อย่างง่ายๆ แล้วจัดเก็บต่างหาก เมื่อ Apple Pencil ชาร์จเสร็จแล้ว การรบกวนสัญญาณใดๆ ที่เกิดขึ้นจะหยุดลง

ที่มา: Apple Insider

alt="iPad Pro with Apple Pencil 2"

from:https://www.blognone.com/node/109197