คลังเก็บป้ายกำกับ: Windows_Phone

Microsoft เปิดราคากระดานอัจฉริยะ All-New Surface Hub 2S พร้อมขาตั้งแบบมีล้อ ราคา 308,160 บาท

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ประกาศวางจำหน่าย Surface Hub 2S สำหรับลูกค้าธุรกิจไทยอย่างเป็นทางการ โดยจะเรื่มวางจำหน่ายวันที่ 23 มีนาคมนี้ Surface Hub 2S เป็นอุปกรณ์ที่ครบครันในหนึ่งเดียวสำหรับการทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ เพื่อช่วยให้ทีมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดโดยไม่จำกัดขอบเขตของสถานที่ พร้อมความสามารถในการใช้ประโยชน์จากข้อมูลรอบตัวทั้งภายในและภายนอกองค์กร ตอบโจทย์โลกแห่งการทำงานยุคใหม่ที่ล้ำที่สุด ด้วยดีไซน์เฉียบ สะดวกในการเคลื่อนที่ ทำให้ทุกห้องกลายเป็นห้องประชุมที่สุดยอดได้ในพริบตา จึงทำให้ Surface Hub 2S ใหม่สามารถเปลี่ยนทุกพื้นที่ให้พร้อมรับมือกับการทำงานเป็นทีมได้อย่างราบรื่น ทั้งยังอัดแน่นด้วยประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือไปอีกขั้นสำหรับทีมงานมืออาชีพ ที่มาพร้อมกับซอฟต์แวร์จากไมโครซอฟท์ ทั้ง Windows 10, Microsoft Teams, Microsoft Office 365, Microsoft Whiteboard และคลาวด์อัจฉริยะ เพื่อมอบประสบการณ์การทำงานเป็นทีมอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ Surface Hub 2S ยังมีชุดอุปกรณ์เสริมอย่าง Steelcase Roam™ ซึ่งมีทั้งขาตั้งแบบมีล้อเลื่อนและแท่นสำหรับติดตั้งจอบนผนัง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกดึงสมรรถนะของ Surface Hub 2S ออกมาได้อย่างเต็มที่ ไม่มีสะดุด

“ไอเดียดีๆ จะเกิดขึ้นเมื่อเราทำงานร่วมกันเป็นทีมและสามารถโฟกัสได้อย่างเต็มที่ มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น และแบ่งปันข้อมูลเพื่อส่งเสริมกัน นอกจากทำให้เราเชื่อมต่อกันแล้ว ยังสามารถเชื่อมต่อถึงข้อมูลต่างๆได้ ทั้งในและนอกองค์กร เพื่อประสิทธิภาพในงานอีกด้วย หลายคนเห็นถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันเป็นทีม ซึ่งนั่นไม่ใช่เพียงการทำงานอยู่ในห้องเดียวกัน แต่ยังต้องรวมถึงหลายสถานการณ์ที่สมาชิกในทีมกระจายตัวไปอยู่ทุกหนทุกแห่ง และไม่สามารถมาทำงานอยู่ในห้องเดียวกันได้ Surface Hub 2S เป็นอุปกรณ์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันเป็นทีม โดยเชื่อมพื้นที่การทำงานจริงและพื้นที่ดิจิทัลไว้ด้วยกัน เราขยายอุปกรณ์ในตระกูล Surface ให้เป็นมากกว่าแค่อุปกรณ์ส่วนตัว แต่ให้เป็นอุปกรณ์เพื่อการทำงานเป็นทีม บอกได้เลยว่าเราทุกคนรู้สึกตื่นเต้นที่ได้นำ Surface Hub 2S มายังประเทศไทย และตั้งตารอการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจทุกขนาดที่จะเสริมศักยภาพให้พนักงานทุกคนสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” ชนิกานต์ โปรณานันท์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและปฏิบัติการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด

เปลี่ยนทุกพื้นที่ให้พร้อมสำหรับทีมคุณ

Surface Hub 2S ช่วยให้ทีมปรับตัวทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่ใด โดยย้ายการแชร์หน้าจอ ที่เคยมีอยู่แต่ในห้องประชุม มาอยู่บนคอมพิวเตอร์แบบพกพา ที่สร้างมาเพื่อการทำงานร่วมกันโดยเฉพาะ Surface Hub 2S มาพร้อมหน้าจอมัลติทัชระดับ 4K ขนาด 50 นิ้ว ดีไซน์ขอบจอที่บางที่สุดในเซกเมนต์ ช่วยให้ผู้ใช้ทำงานได้สะดวก สัมผัสกับคอนเทนต์ต่างๆ ได้อย่างเต็มตาและลงตัว

ไม่ว่าทีมจะต้องขยับไปทำงานกันที่ห้องไหน Surface Hub 2S ก็ตามไปได้ง่ายๆ ด้วยขาตั้ง Steelcase® Roam™ Mobile Stand Steelcase ที่ไมโครซอฟท์ร่วมกันพัฒนากับ Steelcase เพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้าย และยังง่ายต่อการติดตั้งบนฝาผนัง ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ทำงานร่วมกันได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่สะดุด ขาตั้ง Steelcase® Roam™ สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายโดยใช้เพียงมือเดียว และมีขนาดกะทัดรัด ใช้งานได้ในทุกพื้นที่ ส่วนชุดอุปกรณ์ติดตั้งบนฝาผนังเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับออฟฟิศส่วนตัว หรือพื้นที่ที่มีขนาดเล็ก ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการยืนหรือเคลื่อนไหวอย่างคล่องตัว Surface Hub 2S มีขนาดบางกว่า Surface Hub รุ่นแรกถึง 60% พร้อมน้ำหนักที่เบากว่า 40% มอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือกว่าให้กับผู้ใช้

ไกลแค่ไหนก็ทำงานเป็นทีมได้

Surface Hub 2S มาพร้อม Microsoft Teams เพื่อให้ทีมงานได้มีส่วนร่วมในการประชุมมากขึ้น แม้จะทำงานอยู่กันคนละสถานที่ก็ตาม ผู้ใช้สามารถเริ่มการประชุมง่ายๆ ด้วยปุ่มเดียว ส่วนหน้าจอคมชัดขนาดใหญ่ระดับ 4K ที่มาพร้อมลำโพงที่ให้เสียงชัดเจนทุกรายละเอียด และไมโครโฟนแบบจับเสียงได้จากระยะไกล ช่วยให้ทุกคนในทีม ไม่ว่าจะอยู่สถานที่เดียวกันหรือห่างไกลออกไป สามารถมองเห็นและร่วมการประชุมได้อย่างราบรื่น เสมือนอยู่ในห้องเดียวกัน

ไม่ใช่แค่ตัวช่วยสำหรับการประชุม แต่ขับเคลื่อนทั้งทีมให้เดินหน้า

Surface Hub 2S ช่วยให้ทีมสามารถทำงานออนไลน์ได้เต็มรูปแบบตลอดกระบวนการสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นด้วยปากกา Surface Hub 2 Pen หรือการสัมผัสหน้าจอ เมื่อลงชื่อเข้าใช้งานบนบัญชี Office 365 ผู้ใช้ก็สามารถเข้าใช้งาน และเพิ่มเติมแก้ไขคอนเทนต์ ที่ต้องการบนแอปพลิเคชั่นต่างๆ ของไมโครซอฟท์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

นอกจากนี้ แอปพลิเคชัน Microsoft Whiteboard ยังช่วยให้ทุกคนทำงานร่วมกันได้บนกระดานดิจิทัลที่อ่าน วาด และเขียนได้จากหลายหน้าจอพร้อมกัน เพื่อให้ง่ายต่อการจัดระเบียบเมื่อเสร็จสิ้น และให้ทีมทำงานอย่างต่อเนื่องโดยไม่สะดุด ฟีเจอร์ AI ที่มาพร้อมตัวอุปกรณ์ยังช่วยให้ผู้ใช้สามารถแสดงความคิดออกมาในชิ้นงานได้ในเวลาอันน้อยนิด ด้วยการรองรับหมึกดิจิทัลเพื่อการวาดเขียนบนกระดานเสมือนจริงบนคลาวด์ จึงทำให้การรวมทีมหาไอเดียกลายเป็นเรื่องง่ายในทุกโอกาส

ราคาและสถานที่จำหน่าย

Surface Hub 2S มีวางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย ผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของไมโครซอฟท์ ประเทศไทยสำหรับลูกค้าภาคธุรกิจ โดยผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่ Add in BusinessCiphermedESCO (Thailand)LannacomM.I.S. OutsourcingRicoh (Thailand)RTB Technology และ WTC Computer  

สำหรับราคาจำหน่าย (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ของ Surface Hub 2S และอุปกรณ์เสริมในประเทศไทย มีดังต่อไปนี้

ผลิตภัณฑ์ ราคาขายปลีก (บาท)*
Surface Hub 2S(พร้อม Surface Hub 2S Pen และ Surface Hub 2S Camera) 308,160
อุปกรณ์เสริม
Surface Hub 2S Pen 5,820
Surface Hub 2S Camera 7,532
Steelcase Roam Mobile Stand 49,614
Steelcase Roam Wall Mount 8,526
APC Charge Mobile Battery 49,614

*ราคานี้คิดจากอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันในเดือนมกราคม 2563 อาจมีการเปลี่ยนแปลงราคาตามอัตราแลกเปลี่ยน

from:https://www.flashfly.net/wp/283862

เปิดราคา Surface Pro X ในไทยทางการเริ่มต้น 34,990 บาท เปิดจอง 13 มกราคม วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 28 มกราคมนี้

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย พร้อมเปิดให้สั่งจอง Surface Pro X แล้วตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม ผ่านตัวแทนจำหน่ายของไมโครซอฟท์ ในประเทศไทย สำหรับลูกค้าทั่วไปสามารถติดต่อที่  Banana ITIT CityJIB Lazada-Microsoft flagship store และ Shopee-Microsoft Authorized Store สำหรับลูกค้าภาคธุรกิจสามารถติดต่อที่ Add in Business และ Ciphermed ทั้งนี้ Surface Pro X จะพร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 มกราคมนี้

Surface Pro X เป็นอุปกรณ์ใหม่ล่าสุดในตระกูล Surface ที่ให้ความสะดวกสบายในการพกพา พร้อมประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือกว่า ทั้งยังเชื่อมต่อได้ทุกที่ ทุกเวลา โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่บางที่สุดของ Surface ด้วยหน้าจอทัชสกรีนแบบไร้ขอบสุดล้ำขนาด 13 นิ้ว ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อผ่านเครือข่าย LTE[1]

“เราทราบว่าลูกค้าให้ความสำคัญและชอบที่เรานำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ไร้ขีดจำกัดเพื่อสนองความต้องการทั้งเรื่องงานและความบันเทิงของพวกเขาได้มากขึ้น แต่เราก็ยังไม่หยุดยั้งที่จะเดินหน้ามอบประสบการณ์ที่แปลกใหม่อย่างแท้จริง ที่มาพร้อมประสิทธิภาพ และความสร้างสรรค์ ที่เหนือกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการนั่งทำงานในออฟฟิศ หรือแม้แต่ที่บ้าน Surface Pro X แสดงให้เห็นถึงก้าวต่อไปของเรา ในความมุ่งมั่นสร้างสรรค์ดีไวซ์เจเนอเรชันใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นความสะดวกในการพกพา ยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน และยังสามารถทำอะไรที่ต้องการได้แบบครอบคลุมและหลากหลาย เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำเสนออุปกรณ์รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ให้กับลูกค้าในประเทศไทย” นางชนิกานต์ โปรณานันท์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาดและปฏิบัติการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

Surface Pro X ที่สุดของดีไซน์และสมรรถนะ

All new Surface Pro X ดีไวซ์ที่บางและเบาที่สุดของไมโครซอฟท์ ยังทรงประสิทธิภาพโดยเป็นทั้งแลปท็อปและแท็บเล็ตแบบทูอินวัน โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยในการพกพาสะดวกไปได้ทุกที ทุกการประชุม ไม่ว่าจะเป็นสนามบิน โรงแรม หรือแม้แต่การดูวิดีโอรายการโปรดที่บ้าน

Surface Pro X โดดเด่นด้วยดีไซน์บางเฉียบเพียง 7.3 มม. และน้ำหนักเพียง 774 กรัม[2] ที่มาพร้อมกับหน้าจอสุดล้ำ PixelSense™ แบบไร้ขอบ ขนาด 13 นิ้ว พร้อมอัตราส่วนกว้างยาว 3:2 อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เพื่อมอบพื้นที่การใช้งานสูงสุด Surface Pro X ทำงานบนระบบโปรเซสเซอร์ที่ได้รับการออกแบบขึ้นมายกระดับประสิทธิภาพการทำงานโดยเฉพาะด้วย Microsoft® SQ1™ processor ภายใต้ความร่วมมือระหว่างไมโครซอฟท์ กับ Qualcomm เพื่อมอบประสิทธิภาพด้านกราฟิกระดับแลปท็อป แถมประหยัดพลังงาน พร้อมการเชื่อมต่อกับ LTE และ Wi-Fi นอกจากนี้ยังรองรับอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล SSD[3] ตลอดจนการชมวิดีโอ 4K บน 2 หน้าจอผ่านการเชื่อมต่อกับพอร์ต USB-C ด้วย

Surface Pro X มอบความคล่องตัว และการเชื่อมต่อด้วยความเร็วที่ไม่มีตก ด้วยพลังแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานถึง 13 ชั่วโมง[4] และยังชาร์จแบตได้มากถึง 80% ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง[5] พร้อมการเชื่อมต่อกับ LTE ที่จะทำให้ผู้ใช้ไม่ขาดการติดต่อกับที่ทำงาน หรือครอบครัว ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม

สร้างสรรค์ผลงานอย่างเป็นธรรมชาติด้วย Surface Pro X

อุปกรณ์ในตระกูล Surface เป็นที่ชื่นชอบของนักสร้างสรรค์ด้วยคุณสมบัติที่รองรับการใช้งาน inking รวมถึงอุปกรณ์เสริม อย่างเมาส์ และคีย์บอร์ด เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ดังใจ ผ่านโปรแกรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Adobe Gemini, Microsoft 365, Whiteboard หรือ OneNote

Surface Pro X มาพร้อมอุปกรณ์เสริมใหม่ๆ เพื่อเสริมประสบการณ์สู่การใช้งานแลปท็อปเต็มรูปแบบ หรือโหมดสตูดิโอแบบพกพา ด้วยคีย์บอร์ดรุ่นใหม่ล่าสุด Surface Pro X Signature Keyboard ปากกา Slim Pen และ Surface Arc Mouse ผู้ใช้จึงสามารถรังสรรค์ผลงานได้อย่างเป็นธรรมชาติตามความที่เขาต้องการ

ยิ่งไปกว่านั้นปากกา Surface Slim Pen ใหม่ยังช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของ Surface Pen รุ่นเดิม โดยสามารถชาร์จซ้ำได้และเก็บในตัวได้อย่างปลอดภัยบนคีย์บอร์ด Surface Pro X Signature Keyboard หุ้มวัสดุสุดหรูของ Alcantara พร้อมแป้นพิมพ์ที่เป็นระดับเดียวกับแล็ปท็อป มีแสงไฟบนคีย์บอร์ด และแทร็กแพดที่เป็นกระจกขนาดใหญ่แบบมัลติทัช

Surface for Business มอบประโยชน์มากกว่าสำหรับภาคธุรกิจ

ลูกค้า Surface สามารถประหยัดได้ทั้งเงินและเวลา ด้วยการใช้เทคโนโลยีทรงประสิทธิภาพ ระบบจัดการอุปกรณ์ล้ำสมัย พร้อมระบบความปลอดภัยทั้งบนคลาวด์และที่ติดตั้งมาพร้อมอุปกรณ์ใน Surface สำหรับภาคธุรกิจ โดยลูกค้าภาคธุรกิจยังสามารถเสริมประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร ข้อมูล และระบบต่างๆ จากการทำงานร่วมกันของ Surface และ Microsoft 365 ไปพร้อมกับการคุ้มครองเพิ่มเติม ด้วยบริการรับประกัน Advanced Exchange ที่สามารถเปลี่ยนอุปกรณ์ได้ทันที โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

การสั่งจองล่วงหน้า สถานที่จัดจำหน่าย และราคา

Surface Pro X และอุปกรณ์เสริมของ Surface เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 13 มกราคมเป็นต้นไป[6] ผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของไมโครซอฟท์ ได้แก่ Banana ITIT CityJIB Lazada-Microsoft flagship store, และ Shopee-Microsoft Authorized Store สำหรับลูกค้าทั่วไป และ Add in Business และ Ciphermed สำหรับลูกค้าภาคธุรกิจ

Surface Pro X จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2563 เป็นต้นไป

รุ่น ราคาขายปลีก (บาท)
Surface Pro XMicrosoft® SQ1™, 8GB RAM, 128GB SSD with LTE 34,990
Surface Pro XMicrosoft® SQ1™, 8GB RAM, 256GB SSD with LTE 43,990
Surface Pro X Signature Keyboard พร้อม Slim Pen 12,690
Surface Pro X Keyboard 6,960
Surface Pro X Slim Pen 6,960

from:https://www.flashfly.net/wp/280426

WhatsApp หยุดซัพพอร์ตมือถือ Windows และแอนดรอยด์รุ่นเก่ากว่าเวอร์ชั่น 4.0.3

WhatsApp ออกมาประกาศว่าตัวแอปพลิเคชั่นจะหยุดซัพพอร์ตบนมือถือ Windows และแอนดรอยด์รุ่นเก่า โดยรุ่นที่ยังซัพพอร์ตอยู่คือ เวอร์ชั่น 4.0.3 ขึ้นไป

WhatsApp ระบุว่าปัจจุบันแอปพลิเคชั่นซัพพอร์ตอุปกรณ์แอนดรอยด์เวอร์ชั่น 4.0.3 ขึ้นไป, iPhone iOS 9 ขึ้นไป,โทรศัพท์บางรุ่นที่ใช้ KaiOS 2.5.1

ส่วนอุปกรณ์แอนดรอยด์เก่าเวอร์ชั่น 2.3.7 หรือเก่ากว่านั้น และ iPhone ระบบ iOS 8 และเก่ากว่านั้น จะซัพพอร์ตถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2020 ส่วนโทรศัพท์ Windows หยุดซัพพอร์ตไปแล้วเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2019 ที่ผ่านมา โดยหลังวันที่ 1 กรกฎาคม 2019 ที่ผ่านมาร้านค้าแอปบน Microsoft Store ไม่สามารถเข้าโหลด WhatsApp ได้

No Description
ภาพจาก WhatsApp

ที่มา – WhatsApp

from:https://www.blognone.com/node/113906

Microsoft จับมือ สพธอ. นำหลักสูตร AI Business School มาถึงเมืองไทย ให้ผู้บริหารไทยพร้อมนำองค์กรในยุค AI

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ร่วมกับสถาบันเศรษฐกิจอนาคตและธรรมาภิบาลอินเทอร์เน็ต (Future Economy and Internet Governance – FEGO) โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สพธอ. (ETDA) นำหลักสูตรระดับโลก AI Business School มาปูพื้นฐานเทคโนโลยี AI ให้ผู้นำองค์กรและผู้บริหารธุรกิจระดับสูงในไทยสามารถทำความเข้าใจและนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งในเชิงกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจด้วย AI การส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดรับนวัตกรรม และการผลักดันทุกภาคส่วนให้ก้าวสู่ยุคแห่ง AI บนพื้นฐานของจริยธรรมและความรับผิดชอบ ผ่านคอร์สอบรมแบบ e-Training

ปัจจุบัน เทคโนโลยี AI มีบทบาทสำคัญในทุกอุตสาหกรรมและธุรกิจ แต่ขณะเดียวกัน นวัตกรรมที่เปี่ยมศักยภาพนี้ก็มาพร้อมกับความท้าทายรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนไปจากเดิม หรือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการปรับใช้ AI ในการบริหารจัดการ ดังนั้น ผู้นำองค์กรรุ่นใหม่จึงต้องเข้าใจพลังของเทคโนโลยีพลิกโฉมนี้อย่างแท้จริง และสามารถนำองค์กรก้าวเข้าสู่ยุคแห่ง AI ได้อย่างมั่นใจ

ไมโครซอฟท์ได้ออกแบบเนื้อหาหลักสูตรอบรมอย่างเข้มข้น เพื่อให้ผู้นำองค์กร หน่วยงาน และธุรกิจสามารถนำองค์ความรู้ ข้อมูลเชิงลึก เครื่องมือ และข้อเสนอแนะต่าง ๆ ไปต่อยอดในการกำหนดทิศทางการพัฒนาองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอย่างแท้จริง เนื้อหาหลักสูตรยังมุ่งผสมผสานการเรียนรู้แบบสหวิทยาการ (Multi-disciplinary) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละองค์กรและธุรกิจ ตั้งแต่การแพทย์ ธุรกิจค้าปลีก ภาคการผลิต การศึกษา ไปจนถึงหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของสถาบัน FEGO ที่จัดตั้งขึ้นเป็นเวทีส่งเสริมให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่ครอบคลุมในหลากหลายด้าน พร้อมให้นำไปต่อยอดสู่ข้อเสนอแนะในเชิงนโยบายที่ดี และมีประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต ทั้งนี้ เนื้อหาของหลักสูตรครอบคลุม 4 หัวข้อสำคัญ คือ

  • AI Strategy

การวางโครงสร้างแนวคิดเชิงกลยุทธ์ เพื่อกำหนดบทบาทของ AI ในการวางกลยุทธ์ขององค์กรแบบองค์รวม ตั้งแต่ด้านความเป็นผู้นำ พฤติกรรม และศักยภาพของบุคลากรในองค์กร

  • AI Culture

การสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เปิดรับเทคโนโลยี AI ในทุกด้าน และส่งเสริมให้ทุกแผนก ทุกตำแหน่งร่วมกันขับเคลื่อน องค์กรด้วย AI ซึ่งรวมไปถึงแผนกอื่น ๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี อาทิ ฝ่ายบัญชี การตลาด การจำหน่าย และบริการลูกค้าสัมพันธ์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในองค์กรเช่นเดียวกัน

  • Responsible AI

การศึกษาวิเคราะห์บทบาทและผลกระทบที่จะเกิดจากการใช้ AI ในมิติของภาครัฐและองค์กรธุรกิจ ผ่านการศึกษาคู่มือแนะนำ เพื่อให้ผู้บริหารสามารถกำหนดหลักการด้านจริยธรรมและแนวทางปฏิบัติด้านการใช้ AI ในองค์กรบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล รวมไปถึงเรียนรู้การจัดการทรัพยากร ข้อเสนอแนะ และเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

  • Technology of AI

การเรียนรู้เทคโนโลยีล่าสุดเกี่ยวกับเครื่องมือ ผลิตภัณฑ์ และบริการที่เกี่ยวกับ AI เพื่อนำไปใช้บรรลุเป้าหมายในการทำงานและสร้างผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับองค์กรและธุรกิจ

สพธอ. และไมโครซอฟท์จะเริ่มเปิดหลักสูตรอบรม e-Training นี้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 เป็นต้นไป โดยเริ่มจากกลุ่มธุรกิจการเงิน ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 29 มกราคม 2563 ที่สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้หัวข้อ “AI ในภาคธุรกิจการเงิน” และเตรียมพบกับการอบรมเข้มข้นสำหรับกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ ตลอดครึ่งปี 2563 ได้แก่ กลุ่มสาธารณสุขและการแพทย์ (เดือนกุมภาพันธ์) กลุ่มธุรกิจค้าปลีก (เดือนมีนาคม) ภาคการผลิต (เดือนเมษายน) การศึกษา (เดือนพฤษภาคม) และหน่วยงานภาครัฐ (เดือนมิถุนายน) นอกจากนี้ผู้ที่ผ่านการอบรม e-Training ในหลักสูตร AI Business School สามารถสมัครเข้าร่วมการแข่งขันแฮคกาธอน ที่มุ่งสนับสนุนให้ผู้เข้าแข่งขันนำความรู้จากหลักสูตรมาปรับใช้ นำพาองค์กรธุรกิจของตนให้ก้าวข้ามความท้าทายได้สำเร็จ

ด้าน นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบัน AI กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าการทำงานในทุกอุตสาหกรรม ดังนั้นจึงเป็นวาระสำคัญที่ประเทศไทยจะต้องพัฒนาผู้นำองค์กรและธุรกิจที่มีความรู้ความเข้าใจ และตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับภาคธุรกิจและสังคมอย่างแท้จริง

“เราอยู่ในจุดที่คนทำงานทุกคนไม่สามารถปฏิเสธได้อีกต่อไปว่า AI เป็นนวัตกรรมที่จะนำคลื่นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เข้ามาในทุกอุตสาหกรรมและทุกธุรกิจ การนำ AI เข้าไปเป็นหัวใจหลักของธุรกิจจะช่วยให้องค์กรมีศักยภาพมากขึ้นในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการ Engage (การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย) Innovate (การสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้กับธุรกิจ) Work (การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน) หรือ Solve (การเอาชนะอุปสรรคเพื่อแก้ไขปัญหาในสังคม) ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงได้ขยายหลักสูตร AI Business School มายังประเทศไทย เพื่อให้ผู้นำในโลกธุรกิจสามารถพัฒนาต่อยอดจากความสามารถของ AI และก้าวเดินสู่อนาคตอย่างมั่นใจ” นายธนวัฒน์กล่าว

from:https://www.flashfly.net/wp/279451

Microsoft พร้อมรองรับลูกค้า Windows Server 2008 และ SQL Server 2008 หลังสิ้นสุดการสนับสนุน ด้วยแพลตฟอร์มคลาวด์ Azure ค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าแพลตฟอร์มอื่นถึง 5 เท่าตัว

ไมโครซอฟท์ชวนลูกค้าองค์กรก้าวสู่ยุคคลาวด์เต็มตัวบนแพลตฟอร์ม Microsoft Azure เพื่อเพิ่มทางเลือก ลดความซับซ้อน และเสริมความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ระบบปฏิบัติการเซิร์ฟเวอร์ Windows Server 2008 / 2008 R2 ที่จะสิ้นสุดการสนับสนุนลงในวันที่ 14 มกราคม 2563 นี้ และแพลตฟอร์มฐานข้อมูล SQL Server 2008 / 2008 R2 ซึ่งสิ้นสุดการสนับสนุนไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าผู้ให้บริการคลาวด์รายอื่นถึง 5 เท่าตัว พร้อมมั่นใจกว่าด้วยการสนับสนุนโดยตรงจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญของไมโครซอฟท์

ทั้ง Windows Server 2008 และ SQL Server 2008 เปิดตัวออกสู่ตลาดเมื่อกว่า 11 ปีก่อน และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนให้แอปพลิเคชันในระดับองค์กรเปลี่ยนมาทำงานในแบบ 64 บิท ทั้งยังเป็นหนึ่งในก้าวแรกๆ ของการนำระบบ virtualization และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกมาใช้งานอย่างจริงจัง แต่ในปัจจุบัน มาตรฐานทางเทคโนโลยีระดับองค์กรในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปอย่างมาก จนกระทั่งเทคโนโลยีอย่างคลาวด์และ AI เปลี่ยนจากอนาคตไกลตัวเมื่อ 11 ปีก่อนมาเป็นส่วนสำคัญของการทำงานในยุคนี้

นอกจากการอัปเกรดระบบขององค์กรสู่เวอร์ชั่นปัจจุบันอย่าง Windows Server 2019 และ SQL Server 2019 แล้ว ไมโครซอฟท์ยังพร้อมมอบทางเลือกที่สะดวกและง่ายจากแพลตฟอร์มคลาวด์ Microsoft Azure ที่เหมาะสำหรับ Windows Server 2008 และ SQL Server 2008 ให้ลูกค้าองค์กรสามารถย้ายระบบงานและแอปพลิเคชันที่ยังใช้งานอยู่กับ Windows Server 2008 และ SQL Server 2008 ขึ้นสู่คลาวด์ที่เสถียร ปลอดภัย โดยไม่จำเห็นต้องอัพเกรดใดๆ สามารถย้ายขึ้นไปได้ทันที โดยลูกค้าที่เลือกย้ายระบบ Windows Server 2008 และ SQL Server 2008 ขึ้นสู่คลาวด์กับ Microsoft Azure จะได้รับอัปเดตด้านความปลอดภัยต่อเนื่องอีกถึง 3 ปีเต็มโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เพราะฉะนั้น คุณยังสามารถใช้ Windows Server 2008 และ SQL Server 2008 ต่อไปได้อีก 3 ปี อีกทั้งยังคุ้มค่ากว่า ด้วย Azure Hybrid Benefit ที่มอบค่าบริการคลาวด์ในอัตราพิเศษสำหรับลูกค้าที่มีไลเซนส์ซอฟต์แวร์ Windows Server 2008 และ SQL Server 2008 ที่มี Software Assurance ที่มีอยู่ขึ้นสู่ Microsoft Azure

วสุพล ธารกกาญจน์ ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับองค์กรและคลาวด์ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เราทราบดีว่าหลายองค์กรยังมีแอปพลิเคชันสำคัญที่ออกแบบมาเพื่อทำงานกับ Windows Server 2008 และ SQL Server 2008 อยู่ ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงพร้อมรองรับให้แอปพลิเคชันเหล่านี้สามารถย้ายมาทำงานบน Azure ได้ทันที โดยที่ในสถานการณ์ส่วนใหญ่แล้ว จะไม่จำเป็นต้องทำการแก้โค้ดของแอปพลิเคชันใหม่ นอกจากนี้ เรายังมีชุดเครื่องมือที่จะช่วยวิเคราะห์แอปพลิเคชันและระบบเซิร์ฟเวอร์ในองค์กร ก่อนจะแนะนำว่าแอปพลิเคชันไหนหรือระบบใด ควรย้ายขึ้นคลาวด์โดยตรงหรือทำการอัปเกรดตามปกติแทน”

ลูกค้าองค์กรที่ยังคงใช้งาน Windows Server 2008 และ SQL Server 2008 อยู่ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับทางเลือกต่างๆ ในการก้าวขึ้นสู่คลาวด์หรืออัปเกรดระบบเดิมได้ที่เว็บไซต์ของไมโครซอฟท์ดังนี้

ผู้สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวล่าสุดของไมโครซอฟท์ในประเทศไทยได้ที่ http://news.microsoft.com/th-th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ https://aka.ms/ContactMSFTTH

from:https://www.flashfly.net/wp/278184

Surface Laptop 3 และ Surface Pro 7 วางจำหน่ายในไทยแล้ว พร้อมรายละเอียด ราคาทุกรุ่นที่นี่

ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ประกาศวางจำหน่าย Surface Pro 7 และ Surface Laptop 3 อย่างเป็นทางการแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านตัวแทนจำหน่ายของไมโครซอฟท์ ได้แก่ Banana ITIT CityJIB Lazada-Microsoft flagship store และ Shopee-Microsoft Authorized Store พร้อมด้วยช่องทางจำหน่ายสำหรับลูกค้าภาคธุรกิจจาก Add in Business และ Ciphermed

Surface รุ่นใหม่นี้ได้รับการออกแบบที่เน้นประสิทธิภาพการทำงานที่คล่องตัวสำหรับยุคโมบายอย่างแท้จริง จึงเป็นไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ทำงานได้รอบด้าน ยืดหยุ่น และเป็นตัวคุณมากยิ่งขึ้น

“เราได้เห็นกระแสตอบรับที่ดีตลอดช่วงการเปิดสั่งจองล่วงหน้าที่ผ่านมา ในนามของไมโครซอฟท์ประเทศไทยดิฉันต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านเป็นอย่างสูง และในวันนี้ Surface รุ่นใหม่พร้อมให้เป็นเจ้าของแล้ว ซึ่งดีไวซ์ใหม่ล่าสุดในตระกูล Surface นี้ถูกออกแบบมาเพื่อคนทำงานยุคนี้ มีให้เลือกตามลักษณะการใช้งานเฉพาะตัว ทำงานได้หลายรูปแบบ พร้อมรูปลักษณ์ที่สวยงาม พรีเมี่ยมขึ้น และตอบสนองการทำงานได้อย่างรวดเร็ว และแน่นอนว่ามากับศักยภาพที่เหนือกว่าเดิม เน้นการทำงานแบบมัลติทาสก์ ช่วยให้คุณทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในทุกที่ ทุกเวลาได้อย่างปลอดภัยบนแพลตฟอร์มของไมโครซอฟท์” นางสาวชนิกานต์ โปรณานันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

นางสาวสุมล อนันตธนะสาร​ ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ Surface ไมโครซอฟท์ เอเชีย แปซิฟิก​ กล่าวเสริมว่า“ปัจจุบัน องค์กรธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วให้พร้อมรับมือกับความท้าทายรูปแบบใหม่ในยุคดิจิทัล การเสริมให้พนักงานทำงานได้อย่างคล่องตัว ยืดหยุ่น เพื่อนำศักยภาพที่ดีที่สุดของพวกเขาออกมา จึงจำเป็นต้องมาพร้อมกับดีไวซ์ที่เหมาะสมกับวิถีการทำงานของแต่ละคนให้มากที่สุดและต้องมากับระบบความปลอดภัยที่ไว้วางใจได้ เราเชื่อว่าด้วยดีไวซ์ใหม่ล่าสุดในตระกูล Surface ที่ทำงานบนแพลตฟอร์มวินโดวส์ของเราเอง จะช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างคล่องตัวในทุกสถานการณ์ พร้อมด้วยสมรรถนะที่เหนือชั้นกว่าเดิม”

Surface Laptop 3: ความลงตัวที่สมบูรณ์แบบของขุมพลังและความสง่างาม

Surface Laptop 3 รุ่นล่าสุดนี้ ยังคงคอนเซปต์การออกแบบที่บางเฉียบ เรียบหรู และบางเบา แต่เร็วกว่าดีไวซ์รุ่นก่อนๆ ถึงสองเท่าตัว และมาพร้อมกับความสามารถในการทำงานแบบมัลติทาสก์ที่เร็วยิ่งขึ้นและกราฟิกที่ดียิ่งขึ้น

Surface Laptop 3 มีหน้าจอสองขนาด คือ 13.5 และ 15 นิ้ว โดยรุ่นหน้าจอ 13.5 นิ้วใช้โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจเนอเรชั่นที่ 10 รุ่นล่าสุด ทำให้ Surface Laptop 3 เร็วและมีประสิทธิภาพสูงกว่าทุกรุ่นในอดีต ขณะที่ Surface Laptop 3 รุ่นหน้าจอ 15 นิ้วมอบจอแสดงผลที่ใหญ่ขึ้นให้กับดีไวซ์ในตระกูล Surface Laptop พร้อมการออกแบบด้วยโลหะล้วนที่สง่างาม พร้อมศักยภาพการแสดงภาพกราฟิกระดับสูงจากโปรเซสเซอร์ของ AMD

เสริมสไตล์ของคุณด้วยสีสันที่สุดหรูอย่างสีดำด้านและสีแพลทตินัม นอกจากนี้ Surface Laptop 3 ยังบางเบา ด้วยน้ำหนักเพียง 1,288 และ 1,265 กรัมสำหรับรุ่นหน้าจอ 13.5 นิ้ว ในสีดำด้านและสีแพลทตินัมตามลำดับ ขณะที่รุ่นหน้าจอ 15 นิ้วมีน้ำหนักเพียง 1,542 กรัม นอกจากนี้ Surface Laptop 3 ยังมีคีย์บอร์ดที่ทนทานพร้อมให้เลือกถึง 2 แบบ ทั้งแบบ Alcantara ที่นุ่มสบาย และโลหะชนิดใหม่

ด้วยความเป็นผู้นำในด้านการพิมพ์ที่สะดวกสบายและแบตเตอรีที่ใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน1 ทำให้ Surface Laptop 3 เป็นแล็ปท็อปคู่ใจที่ช่วยให้วันของคุณผ่านไปได้อย่างราบรื่น และด้วยฟีเจอร์ Fast Charging ทำให้สามารถชาร์จแบตเตอรีได้ถึง 80% ภายใน 1 ชั่วโมง2 นอกจากนี้ แทร็กแพดในดีไซน์ใหม่ยังมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่า 20% เพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น

Surface Laptop 3 ถูกสร้างมาเพื่อคนทำงานยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ Instant On, พอร์ต USB-C และ USB-A และชุดไมค์สตูดิโอสองตัวที่รับสัญญาณเสียงระยะไกลได้สำหรับโหมดการโทรใน Microsoft Teams และการแปลงเสียงเป็นตัวหนังสือใน Office ในขณะที่คุณสามารถควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณด้วยฮาร์ดไดร์ฟที่ถอดออกได้ เพื่อเก็บรักษาข้อมูลของคุณโดยเฉพาะ3

Surface Pro 7: รับมือได้รอบด้านดังเดิม เพิ่มเติมคือประสิทธิภาพที่สูงกว่า

ด้วยการออกแบบใหม่ทั้งด้านในและนอก Surface Pro 7 ยังมีศักยภาพที่สูงกว่าที่เคยเป็นมาโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจเนอเรชั่นที่ 10 รุ่นล่าสุด ทำให้ดีไวซ์เร็วกว่ารุ่นก่อนๆ ถึง 2.3 เท่า ประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือกว่านี้ทำให้ผู้ใช้สามารถทำงานและสนุกสนานในรูปแบบของพวกเขาจากที่ไหนก็ได้ Surface Pro 7 มีให้เลือกถึง 2 สี คือ
สีดำด้านและสีแพลทตินัม นอกจากนี้ Signature Type Cover, Arc Mouse และปากการุ่นใหม่ที่ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น ยังพร้อมช่วยเติมเต็มประสบการณ์การใช้งาน Surface Pro 7 ของคุณให้มีสีสันยิ่งขึ้น

ฟีเจอร์ล่าสุดอย่าง Fast Charging แบตเตอรีที่อยู่ได้ทั้งวัน4 และ Instant On ทำให้ Surface Pro 7 สามารถมอบประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด ความคล่องตัวของการเป็นทั้งแล็ปท็อปและแท็บเล็ตในตัว พร้อมหน้าจอความละเอียดสูง PixelSense™ Display ขนาด 12.3 นิ้ว แม้ว่าตัวเครื่องจะบางเฉียบและมีน้ำหนักเพียง 775 กรัม

Surface Pro 7 ยังให้ทางเลือกในการเชื่อมต่อกับหน้าจอ ดอคกิ้ง สเตชั่น หรืออุปกรณ์ชาร์จต่างๆ ด้วยพอร์ตที่หลากหลาย อาทิ USB-A, USB-C™ และ Surface Connect

เอกลักษณ์เฉพาะของดีไวซ์ตระกูล Surface ที่เป็นทั้งแล็ปท็อปและแท็บเล็ตในตัวนี้มาพร้อมกับขาตั้ง (kickstand) ที่มาพร้อมกับเครื่องและ Surface Signature Type Cover5 ที่สามารถแยกจากเครื่องได้ ทำให้ผู้ใช้สามารถจดไอเดียต่างๆ ได้ในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับไอเดียให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

ไม่ว่าคุณจะใช้ Surface Pro 7 สำหรับการทำงานหรือพักผ่อน ดีไวซ์รุ่นนี้เป็นเพื่อนข้างกายที่สมบูรณ์แบบในชีวิตประจำวัน คุณสามารถพักผ่อนจากการทำงานด้วยการดูภาพยนตร์ที่มีความคมชัดระดับ HD หรือฟังเพลงโปรดของคุณบน Spotify6 ขณะดื่มด่ำไปกับประสบการณ์เสียงคมชัดจาก Dolby® Audio™ Premium

สถานที่จัดจำหน่ายและราคา

Surface Pro, Surface Laptop 3 และอุปกรณ์เสริมของ Surface พร้อมวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของไมโครซอฟท์ ได้แก่ Banana ITIT CityJIB Lazada-Microsoft flagship store, และ Shopee-Microsoft Authorized Store สำหรับลูกค้าทั่วไป และ Add in Business และ Ciphermed สำหรับลูกค้าภาคธุรกิจ

รุ่น ราคาขายปลีก
Surface Pro 7 (สีดำด้านและแพลทินัมเท่านั้น)
Surface Pro 7 Intel i5/8GB/128GB 29,990
Surface Pro 7 Intel i5/8GB RAM/256GB 40,990
Surface Pro 7 Intel i7/16GB RAM/256GB 49,990
Surface Pro 7 Intel i7/16GB RAM/512GB 64,990
Surface Laptop 3 13.5 นิ้ว (สีดำด้านและแพลทินัมเท่านั้น)
Surface Laptop 3 13.5 นิ้ว Intel i5/8GB RAM/128GB SSD  34,990
Surface Laptop 3 13.5 นิ้ว Intel i5/8GB RAM/256GB SSD  44,990
Surface Laptop 3 13.5 นิ้ว Intel i7/16GB RAM/256GB SSD   52,990
Surface Laptop 3 15 นิ้ว (สีดำด้านเท่านั้น)
Surface Laptop 3 15 นิ้ว AMD R5/8GB RAM/256GB SSD   49,990
อุปกรณ์เสริม
Surface Arc Mouse (สีฟ้า แดง ดำและแพลทินัม) 2,600
Surface Pen (สีฟ้า แดง ดำและแพลทินัม) 3,900
Signature Type Cover สำหรับ Surface Pro 7 (สีฟ้า แดง ดำและแพลทินัม) 5,790

from:https://www.flashfly.net/wp/277896

Microsoft กำลังจะปิดบริการ Windows Phone 8.1 Store ในวันที่ 16 ธันวาคมนี้

Microsoft ได้หยุดให้การสนับสนุนด้านซอฟต์แวร์กับ Windows Phone 8.1 ในปี 2017 และตอนนี้ได้ประกาศแล้วว่าจะปิดบริการ Windows Phone Store สำหรับสมาร์ทโฟนที่ทำงานบน Windows Phone 8.1 ในวันที่ 16 ธันวาคมนี้

หลังจากวันที่ 16 ธันวาคม 2019 เป็นต้นไป เจ้าของสมาร์ทโฟนที่ทำงานบน Windows Phone 8.1 จะไม่สามารถเข้าไปดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นใน Windows Phone Store ได้อีกต่อไป ส่วนแอพพลิเคชั่นที่เคยดาวน์โหลดมาติดตั้งอยู่ก่อนแล้ว ยังคงใช้งานได้ตามปกติ (แต่จะไม่ได้รับการอัพเดท) ดังนั้น ใครที่ยังใช้ Windows Phone 8.1 ควรรีบเข้าไปดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นที่ต้องการ ก่อนวันที่ 16 ธันวาคมนี้ และถ้าลบแอพออกไปหลังจากวันดังกล่าว ก็จะไม่สามารถดาวน์โหลดมาติดตั้งได้ใหม่

สำหรับเจ้าของสมาร์ทโฟนที่ทำงานบน Windows Phone 8.1 ยังมีโอกาสที่จะดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นจาก Windows Phone Store ได้หลังจากวันที่ 16 ธันวาคมนี้ เพียงอัพเดทระบบปฏิบัติการมาเป็น Windows 10

รายชื่อสมาร์ทโฟนที่รองรับการอัพเดทมาใช้ Windows 10

  • Microsoft Lumia 430
  • Microsoft Lumia 435
  • Microsoft Lumia 532
  • Microsoft Lumia 535
  • Microsoft Lumia 540
  • Nokia Lumia 635 (เฉพาะรุ่น RAM 1GB)
  • Nokia Lumia 636
  • Nokia Lumia 638
  • Microsoft Lumia 640
  • Microsoft Lumia 640 XL
  • Nokia Lumia 730
  • Nokia Lumia 735
  • Nokia Lumia 830
  • Nokia Lumia 929
  • Nokia Lumia Icon
  • Nokia Lumia 930
  • Nokia Lumia 1520

ที่มา – MSPowerUser
https://www.flashfly.net/wp/277426

from:https://www.flashfly.net/wp/277426

ไมโครซอฟท์จะหยุดให้บริการ Store สำหรับ Windows Phone 8.1 ในวันที่ 16 ธันวาคมนี้

นอกเหนือจากการหยุดซัพพอร์ต Windows 10 Mobile หลังจากวันที่ 10 ธันวาคมนี้แล้ว ไมโครซอฟท์ยังได้ประกาศหยุดให้บริการ Store สำหรับระบบปฏิบัติการรุ่นก่อนหน้าอย่าง Windows Phone 8.1 หลังจาก 16 ธันวาคม 2019 อีกด้วย

ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ที่ยังใช้ WP 8.1 ไม่สามารถดาวน์โหลดแอพจาก Store เพื่ออัพเดตแอพหรือติดตั้งแอพใหม่ ภายหลังจากวันที่ที่ประกาศไว้ข้างต้น ผู้ที่ต้องการใช้งานระบบปฏิบัติการ WP 8.1 ต่อไป (แม้ว่าจะหมดระยะซัพพอร์ตมานานแล้ว) หากต้องการรีเซ็ตโทรศัพท์ (ซึ่งจะลบแอพที่เคยติดตั้งไว้) ก็ให้รีบดำเนินการและควรติดตั้งแอพที่ต้องการใช้ให้เรียบร้อยก่อน Store จะหยุดให้บริการ

หรือเลือกอัพเกรดระบบปฏิบัติการเพื่อใช้งาน Store ของ Windows 10 Mobile แทน สำหรับรุ่นของอุปกรณ์ที่สามารถอัพเกรดได้มีดังนี้

  • Microsoft Lumia 430
  • Microsoft Lumia 435
  • Microsoft Lumia 532
  • Microsoft Lumia 535
  • Microsoft Lumia 540
  • Nokia Lumia 635 (เฉพาะรุ่น RAM 1GB)
  • Nokia Lumia 636
  • Nokia Lumia 638
  • Microsoft Lumia 640
  • Microsoft Lumia 640 XL
  • Nokia Lumia 730
  • Nokia Lumia 735
  • Nokia Lumia 830
  • Nokia Lumia 929
  • Nokia Lumia Icon
  • Nokia Lumia 930
  • Nokia Lumia 1520

อย่างไรก็ตามการอัพเกรดเป็น Windows 10 Mobile นั้นเป็นเพียงแนวทางแก้ไขสำหรับการดาวน์โหลดแอพผ่าน Store เท่านั้น ตัวระบบปฏิบัติการเองจะไม้ได้รับการแก้ไขบั๊ก หรือแพตช์ความปลอดภัยใดๆ ภายหลังการหยุดซัพพอร์ตในอีกไม่กี่วันนี้

ที่มา – Microsoft, MSPoweruser

No Description

from:https://www.blognone.com/node/113545

Windows 10 Mobile สิ้นอายุขัย 10 ธันวาคม 2019, แอพ Office ยังซัพพอร์ตต่อถึงปี 2021

แจ้งเตือนความจำแฟนๆ Windows Phone / Windows 10 Mobile ว่าวันอังคารนี้ 10 ธันวาคม 2019 ถือเป็นวันสุดท้ายของการซัพพอร์ต Windows 10 Mobile ตามที่ไมโครซอฟท์ประกาศไว้ตอนต้นปี

ไมโครซอฟท์ยังประกาศว่าแอพ Office for Windows 10 Mobile ซึ่งประกอบด้วย Word, Excel, PowerPoint, OneNote จะหมดระยะซัพพอร์ตในวันที่ 21 มกราคม 2021 หรืออีกประมาณหนึ่งปีกว่าๆ นับจากวันนี้

ทั้งตัวสมาร์ทโฟน ระบบปฏิบัติการ และแอพ Office ยังสามารถใช้งานต่อได้ตามปกติ แต่ไม่สามารถติดตั้งแอพใหม่ได้หลัง 21 มกราคม 2021 และไมโครซอฟท์จะไม่ออกแพตช์แก้บั๊ก แพตช์ความปลอดภัย รวมถึงบริการสนับสนุนทางเทคนิคให้อีกแล้ว

ทางออกของเรื่องนี้คือ ไมโครซอฟท์แนะนำให้ไปใช้แอพ Office บน iOS หรือ Android แทน

ที่มา – Microsoft, MSpoweruser

from:https://www.blognone.com/node/113542

Microsoft ประกาศราคาทางการของ Surface Pro 7 และ Surface Laptop 3 ในไทย พร้อมเปิดพรีออเดอร์ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

มโครซอฟท์ ประเทศไทย ประกาศวันสั่งซื้อล่วงหน้าอย่างเป็นทางการสำหรับดีไวซ์ใหม่ล่าสุดในตระกูล Surface ได้แก่ Surface Pro 7 และ Surface Laptop 3 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านตัวแทนจำหน่ายสำหรับร้านค้าปลีกของไมโครซอฟท์ที่ได้รับอนุญาตได้แก่ Banana ITIT CityJIB Lazada-Microsoft flagship store, และ Shopee-Microsoft Authorized Store และลูกค้าภาคธุรกิจที่ Add in Business และ Ciphermed

Surface รุ่นใหม่นี้ได้รับการออกแบบที่เน้นประสิทธิภาพการทำงานที่คล่องตัวสำหรับยุคโมบายอย่างแท้จริงและเป็นไลน์ผลิตภัณฑ์ที่ทำงานได้หลากหลาย ยืดหยุ่นและเป็นตัวคุณมากยิ่งขึ้น

“พวกเราตื่นเต้นที่จะได้นำเสนอ Surface รุ่นใหม่ในประเทศไทย เราเชื่อว่า ถ้าเราต้องการสร้างแบบฉบับที่ดีที่สุดของตัวเอง เราจำเป็นต้องมีเครื่องมือหรือดีไวซ์ที่สร้างสรรค์มาให้เหมาะกับแนวทางของเรา เพื่อพาเราบรรลุเป้าหมาย ซึ่ง Surface ในไลน์ใหม่นี้ถูกออกแบบให้เป็นดีไวซ์ที่จะตอบโจทย์สิ่งเหล่านี้ ช่วยให้คุณดึงศักยภาพของคุณออกมาให้ได้มากที่สุด ดึงเอาความสร้างสรรค์ของคุณจากสุดยอดพลังจากผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่นิยมที่สุดของเรา” นางสาวชนิกานต์ โปรณานันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

Surface Laptop 3: ความลงตัวที่สมบูรณ์แบบของขุมพลังและความสง่างาม

Surface Laptop 3 รุ่นล่าสุดนี้ ยังคงคอนเซปการออกแบบที่บางเฉียบ เรียบหรู และบางเบา แต่เร็วกว่าดีไวซ์รุ่นก่อนๆ ถึงสองเท่าตัว และมาพร้อมกับความสามารถในการทำงานแบบมัลติทาสก์ที่เร็วยิ่งขึ้นและกราฟฟิคที่ดียิ่งขึ้น

Surface Laptop 3 มีหน้าจอสองขนาด คือ 13.5 และ 15 นิ้ว โดยรุ่นหน้าจอ 13.5 นิ้วใช้โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจเนอเรชั่นที่ 10 รุ่นล่าสุด ทำให้ Surface Laptop 3 เร็วและมีประสิทธิภาพสูงกว่าทุกรุ่นในอดีต ขณะที่ Surface Laptop 3 รุ่นหน้าจอ 15 นิ้วมอบจอแสดงผลที่ใหญ่ขึ้นให้กับดีไวซ์ในตระกูล Surface Laptop พร้อมการออกแบบด้วยโลหะล้วนที่สง่างามพร้อมศักยภาพการแสดงภาพกราฟฟิคระดับสูงจากโปรเซสเซอร์ของ AMD

สำหรับลูกค้าภาคธุรกิจ จะมี Surface Laptop 3 รุ่นหน้าจอ 15 นิ้ว กับโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจเนอเรชั่นที่ 10 ด้วยเช่นกัน โดยสามารถติดต่อผ่านตัวแทนจำหน่ายได้

เสริมสไตล์ของคุณด้วยสีสันที่นุ่มลึกอย่างสีดำด้านและสีแพลทตินัม นอกจากนี้ Surface Laptop 3 ยังบางเบา ด้วยน้ำหนักเพียง 1,288 และ 1,265 กรัมสำหรับรุ่นหน้าจอ 13.5 นิ้วในสีสีดำด้านและสีแพลทตินัมตามลำดับ ขณะที่รุ่นหน้าจอ 15 นิ้วมีน้ำหนักเพียง 1,542 กรัม และ Surface Laptop 3 ยังมีคีย์บอร์ดที่ทนทานพร้อมให้เลือกถึง 2 แบบ ทั้งแบบ Alcantara ที่นุ่มสบาย และโลหะชนิดใหม่

ด้วยความเป็นผู้นำในด้านการพิมพ์ที่สะดวกสบายและแบตเตอรีที่ใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน ทำให้ Surface Laptop 3 เป็นแลปท็อปในอุดมคติที่ช่วยให้วันของคุณผ่านไปได้อย่างราบรื่น และด้วยฟีเจอร์ Fast Charging ทำให้สามารถชาร์จแบตเตอรีได้ถึง 80% ภายใน 1 ชั่วโมง2 นอกจากนี้ แทร็กแพดมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่า 20% เพื่อการใช้งานที่ง่ายขึ้นและไร้รอยต่อ

Surface Laptop 3 ถูกสร้างมาเพื่อคนทำงานยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์ Instant On, พอร์ต USB-C และ USB-A และชุดไมค์สตูดิโอสองตัวที่รับสัญญาณเสียงระยะไกลได้สำหรับโหมดการโทรใน Microsoft Teams และการแปลงเสียงเป็นตัวหนังสือใน Office ในขณะที่คุณสามารถควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณด้วยฮาร์ดไดร์ฟที่ถอดออกได้ เพื่อเก็บรักษาข้อมูลของคุณโดยเฉพาะ3

Surface Pro 7: รับมือได้รอบด้านดังเดิม เพิ่มเติมคือประสิทธิภาพที่สูงกว่า

ด้วยการออกแบบใหม่ทั้งด้านในและนอก Surface Pro 7 ยังมีศักยภาพที่สูงกว่าที่เคยเป็นมาโปรเซสเซอร์ Intel® Core™ เจเนอเรชั่นที่ 10 รุ่นล่าสุด ทำให้ดีไวซ์เร็วกว่ารุ่นก่อนๆ ถึง 2.3 เท่า ประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือกว่านี้ทำให้ผู้ใช้สามารถทำงานและสนุกสนานในรูปแบบของพวกเขาจากที่ไหนก็ได้ Surface Pro 7 มีให้เลือกถึง 2 สี คือสีดำด้านและสีแพลทตินัม นอกจากนี้ Signature Type Cover, Arc Mouse และปากกา รุ่นใหม่ที่ใช้งานได้ดียิ่งขึ้นยังพร้อมช่วยเติมเต็มประสบการณ์การใช้งาน Surface Pro 7 ของคุณ

ฟีเจอร์ล่าสุดอย่าง Fast Charging แบตเตอรีที่อยู่ได้ทั้งวัน4 และ Instant On ทำให้ Surface Pro 7 สามารถมอบประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด ความคล่องตัวของการเป็นทั้งแลปท็อปและแทบเล็ตในตัว พร้อมหน้าจอความละเอียดสูง PixelSense™ Display ขนาด 12.3 นิ้ว แม้ว่าตัวเครื่องจะบางเฉียบและมีน้ำหนักเพียง 775 กรัม

Surface Pro 7 ยังให้ทางเลือกในการเชื่อมต่อกับจอ ดอคกิ้ง สเตชั่น หรืออุปกรณ์ชาร์จต่างๆ ด้วยพอร์ตที่หลากหลาย อาทิ USB-A, USB-C™ และ Surface Connect

เอกลักษณ์เฉพาะของดีไวซ์ตระกูล Surface ที่เป็นทั้งแลปท็อปและแทบเล็ตในตัวนี้มาพร้อมกับขาตั้ง (kickstand) ที่มาพร้อมกับเครื่องและ Surface Signature Type Cover5 ที่สามารถแยกจากเครื่องได้ ทำให้ผู้ใช้สามารถจดไอเดียต่างๆ ได้ในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับไอเดียให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

ไม่ว่าคุณจะใช้ Surface Pro 7 สำหรับการทำงานหรือพักผ่อน ดีไวซ์รุ่นนี้เป็นเพื่อนข้างกายที่สมบูรณ์แบบในชีวิตประจำวัน คุณสามารถพักผ่อนจากการทำงานด้วยการดูภาพยนตร์ที่มีความคมชัดระดับ HD หรือฟังเพลงโปรดของคุณบน Spotify6 ขณะดื่มด่ำไปกับประสบการณ์เสียงคมชัดจาก Dolby® Audio™ Premium

การเปิดรับการสั่งซื้อล่วงหน้าและราคา

คุณสามารถสั่งซื้อ Surface Pro 7 และ Surface Laptop 3 ล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต สำหรับร้านค้าปลีก คือ Banana IT, IT City, JIB, Lazada-Microsoft flagship store และ Shopee-Microsoft Authorized Store โดยไลน์ผลิตภัณฑ์นี้จะพร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป 

สำหรับลูกค้าภาคธุรกิจและการสั่งจองล่วงหน้า

Surface for Business มอบประสบการณ์และฟีเจอร์เฉพาะทางให้แก่ลูกค้าภาคธุรกิจ รวมถึงความปลอดภัยระดับองค์กร การจัดการทันสมัยด้วย Autopilot, โหมดการจัดการ Surface สำหรับภาคธุรกิจ (SEMM – Surface Enterprise Management Mode) และ Microsoft Intune

Windows 10 Pro เป็นแพลตฟอร์มมาตรฐานสำหรับ Surface for Business ทุกเครื่อง ที่พร้อมมอบความปลอดภัยที่มากกว่า และฟีเจอร์สำหรับการจัดการที่ทำให้ลูกค้าของเราสามารถโฟกัสกับการดำเนินธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากการรับประกันฮาร์ดแวร์ระดับมาตรฐานแล้วนั้น ลูกค้า Surface for Business ยังได้รับ Advanced Exchange – การบริการรับประกันและการเปลี่ยนดีไวซ์อย่างรวดเร็ว โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

นอกจากนี้ ลูกค้าภาคธุรกิจที่สนใจสามารถสั่งจอง Surface Pro 7 for Business บางรุ่นล่วงหน้าได้แล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 6 ธันวาคม 2019 หรือจนกว่าของจะหมด ได้ที่ตัวแทนจำหน่าย บริษัท แอด อิน บิซิเนส จำกัด และ บริษัท ไซเฟอร์เมด จำกัด

รุ่น ราคาขายปลีก
Surface Pro 7 (สีดำด้านและแพลทตินัมเท่านั้น)
Surface Pro 7 Intel i5/8GB/128GB 29,990
Surface Pro 7 Intel i5/8GB RAM/256GB 40,990
Surface Pro 7 Intel i7/16GB RAM/256GB 49,990
Surface Pro 7 Intel i7/16GB RAM/512GB 64,990
Surface Laptop 3 13.5 นิ้ว (สีดำด้านและแพลทตินัมเท่านั้น)
Surface Laptop 3 13.5 นิ้ว Intel i5/8GB RAM/128GB SSD  34,990
Surface Laptop 3 13.5 นิ้ว Intel i5/8GB RAM/256GB SSD  44,990
Surface Laptop 3 13.5 นิ้ว Intel i7/16GB RAM/256GB SSD   52,990
Surface Laptop 3 15 นิ้ว (สีดำด้านเท่านั้น)
Surface Laptop 3 15 นิ้ว Intel R5/8GB RAM/256GB SSD   49,990
อุปกรณ์เสริม
Surface Arc Mouse (สีฟ้า แดง ดำและแพลทตินัม) 2,600
Surface Pen (สีฟ้า แดง ดำและแพลทตินัม) 3,900
Signature Type Cover สำหรับ Surface Pro 7 (สีฟ้า แดง ดำและแพลทตินัม) 5,790

from:https://www.flashfly.net/wp/275035