คลังเก็บป้ายกำกับ: windows_7

พบช่องโหว่ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขบน Zoom สำหรับวินโดวส์ 7 (หรือเก่ากว่า)

ช่องโหว่แบบ Zero-day ครั้งนี้ถูกค้นพบบนซอฟต์แวร์ประชุมผ่านวิดีโอชื่อดัง Zoom เวอร์ชั่นบนวินโดวส์ ที่เปิดให้ผู้โจมตีสามารถรันโค้ดอันตรายบนคอมพิวเตอร์ของเหยื่อที่กำลังใช้ Microsoft Windows 7 หรือเก่ากว่าได้

ซึ่งกลไกการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้ทำได้ง่ายเพียงแค่ล่อหลอกให้ผู้ใช้งาน Zoom ทำกิจกรรมพื้นฐานทั่วไปอย่างเช่นการเปิดดูไฟล์เอกสารที่ได้รับเท่านั้น ซึ่งไม่มีการแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยขึ้นมาให้รู้ตัวระหว่างที่โดนโจมตีเลย

ช่องโหว่นี้ถูกค้นพบโดยนักวิจัยที่รายงานไปยังบริษัท Acros Security ที่ต่อมารายงานรายละเอียดช่องโหว่นี้ไปยังทีมงานด้านความปลอดภัยของ Zoom อีกทอดหนึ่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยนักวิจัยท่านดังกล่าวไม่ประสงค์เปิดเผยตัวตน

แม้ช่องโหว่นี้จะพบบนตัวไคลเอนต์ของ Zoom บนวินโดวส์ทุกเวอร์ชั่น แต่ผู้โจมตีก็สามารถเจาระบบได้แค่บนวินโดวส์ 7 หรือเวอร์ชั่นเก่ากว่าอันเนื่องมาจากลักษณะจำเพาะของระบบบางอย่าง โดยมีแนวโน้มที่จะโจมตีบน Windows Server 2008 R2 ที่ยังมีการใช้งานอย่างแพร่หลายด้วย

ที่มา : THN

from:https://www.enterpriseitpro.net/unpatched-critical-flaw-disclosed-in-zoom-software-for-windows-7/

ไมโครซอฟท์ปล่อย Microsoft Edge ให้ Windows 7/8.1 ผ่าน Windows Update

เมื่อต้นเดือนนี้ เราเห็นไมโครซอฟท์เริ่มปล่อย Microsoft Edge ตัวใหม่ผ่าน Windows Update สำหรับ Windows 10

ล่าสุดไมโครซอฟท์ออกอัพเดต Microsoft Edge ให้ผู้ใช้ Windows 7 SP1 และ Windows 8.1 ด้วยเช่นกัน ในแง่ตัวเบราว์เซอร์คงไม่มีอะไรต่างกัน แต่กรณีของ Windows 7/8.1 ไม่มี Edge ตัวเดิมมาให้ด้วย การมาถึงของ Edge ตัวใหม่จึงไม่ได้มาแทน Edge ตัวเดิม แต่เป็นเบราว์เซอร์ตัวใหม่ที่เพิ่มเข้ามานอกเหนือจาก Internet Explorer 11 โดยจะไม่เปลี่ยนค่าดีฟอลต์ของระบบด้วย

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ ตัว Windows 7 หมดระยะซัพพอร์ตไปแล้วเมื่อต้นปีนี้ แต่ไมโครซอฟท์ยังออก Microsoft Edge ให้อยู่ ซึ่งไมโครซอฟท์ก็เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะซัพพอร์ต Edge บน Windows 7 ให้จนถึงเดือนกรกฏาคม 2021

ที่มา – Microsoft via Neowin

from:https://www.blognone.com/node/117029

สเปคคอม เล่นเกมบน Steam GTX 1650 แรม 16GB Windows 7 ยังได้

ในช่วงเดือน พฤษภาคม 63 ที่ผ่านมา ต้องบอกว่ามีการเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น โน้ตบุ๊ก ซีพียู ที่ส่งผลไปสู่การเล่นเกม ที่มีทั้งเกมเก่าและเกมใหม่มารีรันกันให้เพียบ แต่วันนี้เอาสถิติน่าสนใจจากหน้าร้านออนไลน์ใน Steam มาให้ได้ดูกัน เพราะมีหลายสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปเยอะทีเดียว ตั้งแต่ซีพียู การ์ดจอ และระบบปฏิบัติการ อย่าง Windows 7 ที่กลับมาแรงอีกครั้ง

steam

เริ่มตั้งแต่ซีพียู เห็นตัวเลขสัดส่วนของซีพียู AMD มีเยอะขึ้น ขึ้นมาแตะเกือบ 16% ส่วนซีพียู 4 core ดูจะแผ่วลงไป แต่ 6 core และ 8 core มีระดับการใช้ในการเล่นเกมมากขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากซีพียู Intel Core i5 และ AMD Ryzen 5 ที่เรียกว่าได้รับความนิยมอย่างสูงในช่วงที่ผ่านมา และในช่วงวิกฤต COVID-19 ก็ดูเหมือนว่าจะตอบโจทย์ได้ดี เพราะประกอบคอมได้ในราคาที่ไม่สูงเกินไปนัก ระดับ 19,000 บาท++ ดูจะมีคนให้ความสนใจ

steam

steam

 

steam

สุดท้ายกับระบบปฏิบัติการ แม้จะอยู่ในช่วงการอัพเดตของ Windows 10 แต่กลับมี Windows 7 64 bit ที่เรียกว่า หยุดการสนับสนุนด้านการอัพเดตไปแล้ว กลับมาผงาดอีกครั้ง ด้วยตัวเลขที่แตะเป็นอันดับ 2 ด้วยความนิยมที่เพิ่มขึ้น 0.61% จัดว่ายังคงไว้ลายระบบปฏิบัติการที่หลายคนยังคงเชื่อมั่นในด้านประสิทธิภาพและเสถียรภาพจริงๆ

steam

ในแง่ของแรมระบบ 16GB มีการใช้งานมากขึ้น จากตัวเลขในระบบ Steam ปรากฏว่าเพิ่มขึ้นเกือบ 0.5% ส่วนแรม 8GB ลดลงไปเกือบ 1% เลยทีเดียว อาจจะเป็นได้ว่าช่วงหนึ่งราคาแรมลดลง และมีการอัพเกรดในช่วงที่ว่ามานั้น รวมถึงเครื่องประกอบใหม่ๆ ก็อาจจะใช้แรม 16GB ไปเลย เพื่อความแรงก็เป็นได้

steam

ส่วนกราฟิกการ์ดนั้นตระกูล GeForce 1000 series ดูจะอ่อนแรงลง เช่น GTX 1060 หรือ 1050 Ti ที่ก่อนหน้านี้มาแรง อย่างไรก็ดี GTX 1060 ยังคงสถานะของการ์ดยอดนิยมได้เป็นอย่างดี ส่วนกราฟิกการ์ดที่กำลังไต่ระดับมา ก็คือ GeForce GTX 1600 series ประกอบด้วย GTX 1650 และ GTX 1660 รวมถึง RTX 2060 เช่นเดียวกับค่ายแดง AMD ที่มี RX580 เข้ามาติด Top 10 อยู่ด้วย แต่ที่น่าสนใจก็คือ RTX 2070 SUPER มีเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งหมดนี้คือ ตัวเลขการเปลี่ยนแปลงของผู้ใช้ใน Steam เพียงเท่านั้นนะครับ ยังไม่รวมแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่เป็นผู้ให้บริการเกมอีกหลายค่าย โดยสรุปคือ Windows 7 64-bit มาแรง ซีพียู 6 core ได้รับความนิยมมากขึ้น รวมถึงกราฟิกการ์ด GTX 1600 series ที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนถ่ายรุ่น แนวโน้มผู้ใช้แรม 16GB สำหรับการเล่นเกมก็มีมากขึ้นเช่นกัน

ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่: SteamHardware

from:https://notebookspec.com/pc-spec-steam-gtx-1650-windows7/523626/

Microsoft Edge เตรียมหยุดสนับสนุนการใช้งานบน Windows 7 วันที่ 15 กรกฎาคม 2021

หลังจากที่ Microsoft ประกาศเลิกสนับสนุน Windows 7 ไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ล่าสุดเบราว์เซอร์ Microsoft Edge ที่พัฒนามาจาก Chromium ก็ได้แจ้งข่าวเตรียมเลิกสนับสนุนการใช้งานบน Windows 7  และรวมถึง Windows Server 2008 R2 ด้วย โดยจะสิ้นสุดการสนับสนุนในวันที่ 15 กรกฎาคม 2021 เท่านั้น พร้อมกับจะทยอยติดตั้ง Edge ให้กับ Windows 10 รุ่นใหม่ๆ หลังจากนี้ด้วย

ปกติแล้วเบราว์เซอร์ Microsoft Edge เวอร์ชันใหม่นี้จะรองรับตั้งแต่ Windows 7, 8, 8.1 และ 10 รวมถึงรองรับทั้ง macOS, iOS และ Android อีกด้วย ซึ่งสามารถหาดาวน์โหลดติดตั้งได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

ซึ่งหากใครที่ใช้ Windows 7 อยู่ทุกวันนี้ แนะนำควรเปลี่ยนมาใช้ Windows 10 ได้แล้ว เพื่อการรองรับอะไรใหม่ๆ รวมถึงเรื่องของความปลอดภัยต่างๆ เวลาเข้าเว็บไซต์ ใช้งานผ่านอินเตอร์เน็ต ถึงแม้ว่า Microsoft Edge จะยังใช้ได้ แต่ Security Updates จาก Patch Windows Update ต่างๆ ไม่ได้ถูกอัปเดตนานแล้วทำให้ตัวเครื่องมีความปลอดภัยต่ำนั่นเองครับ

โดยทุกวันนี้ Microsoft Edge เองก็ถือเป็นเบราว์เซอร์ที่มีผู้ใช้งานบน Desktop PC เป็นอันดับ 2 แซงหน้า FireFox และเป็นรองแค่ Chrome เรียบร้อยแล้ว

 

ที่มา :  gizchina.

from:https://droidsans.com/microsoft-edge-windows-7-not-support/

จัดให้ เมนบอร์ด B365 สนับสนุน Windows 7 x64 จาก BIOSTAR

ต้องบอกว่าคราวนี้ BIOSTAR มาแบบเซอร์ไพรซ์ เอาใจผู้ใช้ที่ยังคงเหนียวแน่นกับระบบปฏิบัติการยอดฮิตติดอันดับสองของทั่วโลกอย่าง Windows 7 x64 ที่ไม่ต้องอยู่กับฮาร์ดแวร์เก่า แต่ยังสามารถอัพเกรดมาใช้ซีพียู เมนบอร์ดรุ่นใหม่ในเวลานี้ได้ บนเมนบอร์ด B365 ทั้ง 2 รุ่น พร้อมมีเครื่องมือสำหรับทำอิมเมจสำหรับติดตั้ง Windows 7 มาให้อีกด้วย

windows 7 x64

โดยเมนบอร์ด BIOSTAR ที่ออกมาสนับสนุน OS นี้ มีด้วยกัน 2 รุ่นคือ RACING B365GTA และ B365MHC โดยเป็นแพลตฟอร์ม ATX และ mATX ใช้ชิปเซ็น Intel B365 รองรับซีพียูรุ่นใหม่ล่าสุด Gen 9 รวมถึง Gen 8 ด้วย พร้อมฟังก์ชั่นล่าสุด เช่นเดียวกับเมนบอร์ดรุ่นอื่นๆ ที่มีในปัจจุบัน โดยมี Patch อัพเดตล่าสุด สำหรับ Windows 7 x64 SP1 เพื่อให้ผู้ที่ยังต้องใช้ระบบปฏิบัติการรุ่นดั้งเดิมเช่นนี้ สามารถปรับเปลี่ยนหรืออัพเกรดแพลตฟอร์มใหม่ ในการเพิ่มศักยภาพในการทำงานได้อยู่ และยังรองรับการติดตั้งฮาร์ดแวร์ระดับไฮเอนด์ได้บนเครื่อง รวมถึงการปรับปรุง เพื่อให้ Compatible กับฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ที่กำลังจะออกมาได้

windows 7 x64

แต่จุดสำคัญคือ BIOSTAR ยังได้จัดเครื่องมือสำหรับการสร้างตัวบูต ในการทำ Image เพื่อติดตั้ง Windows7 x64 SP1 มาด้วย สำหรับการใช้งานบนเมนบอร์ด RACING B365GTA และ B365MHC นี้ น่าจะเป็นข่าวดีของใครหลายคน ที่แอดเชื่อว่า ยังคงใช้งาน Windows 7 อยู่ อยากอัพเกรด แต่ก็กลัวว่าจะไม่สามารถใช้งานหรือตรวจเช็คฮาร์ดแวร์ได้ครบ หรือต้องแก้ไข รวมถึงจะเปลี่ยน Windows 10 ก็เกรงว่าซอฟต์แวร์เอกสาร บัญชีหรือเครื่องปรินเตอร์รุ่นเก่าที่ใช้อยู่จะใช้งานไม่ได้ ทางเลือกในการเปลี่ยนเมนบอร์ดที่สนับสนุนเช่นนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย

ที่มา: BIOSTAR Windows7 x64 SP1

from:https://notebookspec.com/biostar-intel-b365-support-windows-7-x64/511202/

Windows 7 เจอบั๊ก ไม่สามารถปิดเครื่อง-รีสตาร์ทได้ โดยไม่ทราบสาเหตุ หลังหยุดการอัปเดตจาก Microsoft

ผู้ใช้งาน Windows 7 หลายคนในตอนนี้พบปัญหาไม่สามารถปิดเครื่องหรือรีสตาร์ทได้หลังจากที่ Microsoft หยุดการ Support ระบบดังกล่าวเมื่อ 14 มกราคมที่ผ่านมา โดยบั๊กที่เกิดขึ้นนี้ก็ยังไม่พบว่าเกิดจากอะไร ซึ่งเมื่อผู้ใช้ต้องการจะปิด หรือรีสตาร์ทเครื่อง จะเจอข้อความเด้งขึ้นมาขอว่า “You don’t have permission to shut down this computer.” ทำให้ไม่สามารถปิดเครื่องได้

ในเบื้องต้นมีวิธีแก้คือต้องสร้างบัญชี Admin ขึ้นมาใหม่แล้วสลับ บัญชีมาปิด หรือเข้าไปแก้การตั้งค่าใน gpedit.msc ด้วยวิธีการดังนี้

  1. กด Windows+R เพื่อเปิด Run พิมพ์ gpedit.msc แล้วกด Enter
  2. ไปที่ Computer Configuration > Windows Settings > Security Settings > Local Policies > Security Options
  3. ดับเบิ้ลคลิกที่ User Account Control: Run all administrators in Admin Approval Mode เลือก Enable แล้วกด OK
  4. จากนั้นกด Windows+R เพื่อเปิด Run พิมพ์ CMD แล้วใส่คำว่า gpupdate /force กด Enter แล้วปิดเครื่องหรือรีสตาร์ทเป็นอันเสร็จ

อย่างไรก็ตามทาง Microsoft เคยประกาศไปแล้วว่าจะเลิกสนับสนุน Windows 7 ไปตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2020 ที่ผ่านมา และไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะมีปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกไหม หรือจะมี Patch ออกมาแก้ไขมาอัปเดตอีกหรือเปล่า ซึ่งต้องรอดูกันต่อไปแต่คาดว่ายากมากเพราะ Microsoft เลิกสนับสนุนไปแล้ว และไม่น่าจะปล่อยตัวอัพเดทออกมาแก้ไขบั๊กอีกต่อไป…แนะนำย้ายไปใช้ Windows 10 ดีกว่าครับ (เว้นแต่ว่าโปรแกรมบางอย่างที่จำเป็น ไม่รองรับ)

 

ที่มา : zdnet

from:https://droidsans.com/windows-7-bug-shut-down-restart/

ปัญหามาอีก พบบั๊ก Windows 7 ไม่สามารถสั่งปิดเครื่องได้ เพราะไม่มี Permission

มีผู้ใช้ Windows 7 หลายราย แจ้งปัญหาว่าไม่สามารถสั่งปิดเครื่องได้ โดยเจอข้อความแจ้งเตือน You don’t have permission to shut down this computer

กลุ่มผู้ใช้ใน Reddit แนะนำวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้น (workaround) ด้วยการสร้างบัญชีแอดมินใหม่อีกอัน สลับบัญชี แล้วใช้บัญชีนั้นสั่งปิดเครื่องแทน หรืออีกวิธีหนึ่งคือเข้าไปเปลี่ยนค่า “User Account Control: Run all administrators in Admin Approval Mode.” ใน Registry (อ่านวิธีอย่างละเอียดได้ตามที่มา)

ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลว่าสาเหตุของบั๊กนี้เกิดจากอะไร และไมโครซอฟท์จะยังอัพเดตแพตช์แก้บั๊กนี้ให้หรือไม่ เพราะ Windows 7 หมดระยะซัพพอร์ตไปแล้ว

ก่อนหน้านี้เพิ่งมีข่าวว่าไมโครซอฟท์จะออกแพตช์เพิ่มเติม เพื่อแก้บั๊กเรื่องภาพพื้นหลัง

ที่มา – Reddit, ZDNet

from:https://www.blognone.com/node/114595

Microsoft เตรียมออกแพตช์สุดท้าย (จริงๆ) ให้ Windows 7 เพื่อแก้ปัญหาจากแพตช์ก่อนหน้า

เมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา เป็นเส้นตายหมดอายุขัยของ Windows 7 แปลว่าจะไม่มีแพตช์อะไรออกมาอีก โดยแพตช์รหัส KB4534310 นับเป็นแพตช์สุดท้ายที่ Windows 7 ได้รับ ส่วนองค์กรใดที่ยังไม่อัพเกรดก็สามารถจ่ายเงินซื้อซัพพอร์ต (ESU) ต่อได้ เช่นรัฐบาลเยอรมนีเป็นต้น

อย่างไรก็ตามในแพตช์ที่ควรจะเป็นแพตช์สุดท้าย กลับมีบั๊กทำให้ภาพหน้าจอ (wallpaper) กลายเป็นสีดำเมื่อตั้งค่าแบบ Stretch (ยืดภาพให้เต็มจอ) แก้ได้โดยการเปลี่ยนเป็น Fill, Fit, Tile หรือ Center ไปก่อน ซึ่ง Microsoft ระบุว่าจะออกแพตช์มาแก้บั๊กนี้ให้ภายหลัง และในทีแรก Microsoft จะปล่อยแพตช์นี้ให้เฉพาะองค์กรที่ซื้อ ESU เท่านั้น แต่ก็เปลี่ยนใจมาปล่อยให้ผู้ใช้ Windows 7 ทุกคนเพราะ Microsoft สร้างบั๊กนี้ขึ้นมาเอง

ทั้งนี้ แพตช์แก้ภาพหน้าจอเป็นสีดำอาจจะเป็นแพตช์สุดท้ายจริงๆ ของ Windows 7 เสียที เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีแพตช์ให้ระบบปฎิบัติการที่หมดอายุซัพพอร์ตแล้ว ยกเว้นกรณีไวรัส WannaCry อันโด่งดังเมื่อกว่าสองปีก่อนที่ Windows XP ได้รับแพตช์เป็นกรณีพิเศษ

ผู้อ่านที่ยังใช้ Windows 7 อยู่สามารถทำตามคู่มืออัพเกรดเป็น Windows 10 ฟรีได้

ที่มา – The Verge

from:https://www.blognone.com/node/114363

รัฐบาลเยอรมนีต้องจ่ายเงิน 27 ล้านบาท ซื้อแพตช์ Windows 7 หลังหมดระยะซัพพอร์ตแล้ว

Windows 7 หมดระยะซัพพอร์ตไปเรียบร้อยแล้ว แต่ไมโครซอฟท์ยังมีทางออกให้ลูกค้าองค์กรสามารถซื้อบริการซัพพอร์ตและแพตช์ความปลอดภัยต่อได้อีก 3 ปี ในชื่อโครงการ Extended Security Updates (ESU)

ล่าสุดมีรายงานข่าวว่ารัฐบาลเยอรมนีเตรียมจ่ายเงินอย่างน้อย 800,000 ยูโร (ประมาณ 27 ล้านบาท) เพื่อซื้อซัพพอร์ต ESU กับคอมพิวเตอร์ของรัฐบาลประมาณ 33,000 เครื่องที่ยังใช้ Windows 7 อยู่

ค่าซัพพอร์ต ESU เริ่มต้นที่เครื่องละ 25 ดอลลาร์ (สำหรับ Windows 7 Enterprise) และ 50 ดอลลาร์ (Windows 7 Pro) โดยราคาจะแพงขึ้นเป็น 2 เท่าทุกปี นั่นแปลว่าหากรัฐบาลเยอรมนียังไม่สามารถอัพเกรดเครื่องเป็น Windows 10 ได้ ในปี 2022 จะต้องจ่ายค่าซัพพอร์ตถึงประมาณ 108 ล้านบาท

ที่มา – ZDNet

from:https://www.blognone.com/node/114290

รัฐบาลเยอรมันต้องสูญเงินราว 27 ล้านบาท เพื่อขยายการอัพเดทความปลอดภัยให้กับ Windows 7

รัฐบาลเยอรมัน กำลังจะเสียเงินประมาณ 800,000 ยูโร หรือราว 27 ล้านบาท เนื่องจากมีคอมพิวเตอร์ในหลายหน่วยงานที่ยังคงใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 7 และไม่สามารถอัพเดทเป็น Windows 10 ได้ทันเวลา

Microsoft ได้หยุดการสนับสนุนระบบปฏิบัติการ Windows 7 เมื่อวันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา ทำให้คอมพิวเตอร์ที่ยังทำงานบน Windows 7 จะไม่ได้รับการอัพเดทซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัย แต่สำหรับ Windows 7 Enterprise / Pro ยังได้รับอัพเดทความปลอดภัย Extended Security Updates (ESU) แต่ต้องมีค่าใช้จ่าย

แหล่งข่าวรายงานว่า มีคอมพิวเตอร์ของรัฐบาลเยอรมันราว 33,000 เครื่อง ที่ยังคงใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 7 และนั่นทำให้เยอรมันต้องจ่ายเงินราว 27 ล้านบาท เพื่อขยายการอัพเดทซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยจาก Microsoft

Microsoft คิดค่าบริการสนับสนุนซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยให้กับ Windows 7 Enterprise ในราคา 25 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 760 บาท ต่ออุปกรณ์ 1 เครื่อง และในปีหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ก่อนจะขึ้นราคาเป็น 100 ดอลล่าร์สหรัฐ ในปี 2022 ขณะที่ Windows 7 Pro ต้องจ่ายในราคา 50 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 1,520 บาท ก่อนจะขยับขึ้นเป็น 100 ดอลล่าร์สหรัฐ ในปี 2021 และ 200 ดอลล่าร์สหรัฐ ในปี 2022

ที่มา – The Verge
https://www.flashfly.net/wp/282057

from:https://www.flashfly.net/wp/282057