คลังเก็บป้ายกำกับ: WINDOWS_10

วิธีปลดล็อกโหมดพระเจ้าของวินโดวส์ 11 เพื่อเข้าถึงการตั้งค่าขั้นสูงได้

ไมโครซอฟท์ได้เปลี่ยนดีไซน์ของหน้าแอพ Settings ใหม่ในวินโดวส์ 11 หลังไม่ได้แก้ไขมานาน โดยหน้าการตั้งค่าใหม่นี้จะใช้แถบเมนูด้านข้างและปุ่มข้อความแสดงหน้าย่อย (Breadcrumbs) เพื่อให้ผู้ใช้เปลี่ยนหน้าไปมาได้ง่ายขึ้น รวมทั้งยังมีฟีเจอร์ใหม่ที่ควบคุมได้ทั้งการปรับแต่งการแสดงผล, การจัดการเครือข่าย, การบริหารพลังงาน, การจัดการดิสก์ เป็นต้น

แต่ถึงจะได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่แอพ Settings นี้ก็ยังขาดฟีเจอร์บางอย่างที่เคยมีใน Control Panel เก่าอยู่ดี

โชคดีที่วินโดวส์ 11 แอบซ่อนหน้าการตั้งค่าแขั้นสูงเหมือน Control Panel ที่อิงตามอินเทอร์เฟซแบบ File Explorer มาให้ด้วย ซึ่งเรียกหน้านี้ว่า “God Mode” ที่เปิดให้คุณเข้าถึงทูล ฟีเจอร์ และทาสก์ชั้นสูงทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย

ด้วยโหมดพระเจ้านี้ คุณจะสามารถใช้ฟีเจอร์จัดการขั้นสูงต่างๆ ได้จากที่เดียวกัน แถมยังใช้ดีกว่าหน้าการตั้งค่าแบบเดิมด้วย

วิธีเปิด God Mode บนวินโดวส์ 11
การจะเข้าถึง God Mode บนวินโดวส์ 11 ได้นั้น จะต้องสร้างชอร์ทคัทพิเศษที่ยิงไปยังโฟลเดอร์ตามขั้นตอนดังนี้:
1. จากหน้าเดสก์ท็อป ให้คลิกขวาตรงไหนก็ได้
2. เลือกออพชั่น “New” แล้วคลิก “Folder”


3. คลิกขวาที่โฟลเดอร์ใหม่ที่สร้างขึ้นมา
4. แก้ชื่อโฟลเดอร์ให้เป็นคำสั่งตามนี้:
GodMode.{ED7BA470-8E54-465E-825C-99712043E01C}
5. กด Enter

จากนั้นคุณก็สามารถดับเบิลคลิกบนโฟลเดอร์นี้เพื่อเข้าสู่โหมดพระเจ้าได้

เมื่อเปิดเข้ามาก็จะพบกับหน้าที่เหมือนกับภาพด้านบน ซึ่งจะเห็นได้ว่าหน้า God Mode ของวินโดวส์ 11 ให้ลักษณะการใช้งานที่คุ้นเคยเหมือนหน้าตาของ File Explorer ดั้งเดิมเลย

นอกจากโหมดพระเจ้านี้ คุณยังสามารถใช้ทริคเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ข้างต้นด้วย CLSID หรือรหัสอ็อพเจ็กต์จำเพาะเพื่อเข้าถึงหน้าตั้งค่าอื่นจากบนหน้าเดสก์ท็อปโดยตรงได้เช่นกัน

ตัวอย่างเช่น คุณสามารถสร้างโฟลเดอร์ด้วยชื่อ “{D20EA4E1-3957-11d2-A40B-0C5020524153}” เพื่อเปิดหน้ารวมทูลแอดมินอน้่งทูล Defragmentation, ออพชั่นในการฟอร์แมตดิสก์ เป็นต้น

ค่า CLSID อื่นๆ ที่น่าสนใจได้แก่
– การตั้งค่าเน็ตเวิร์ก – {F02C1A0D-BE21-4350-88B0-7367FC96EF3C}
– การตั้งค่าบลูทูช – {28803F59-3A75-4058-995F-4EE5503B023C}
– หน้าคุณสมบัติของเมาส์ – {6C8EEC18-8D75-41B2-A177-8831D59D2D50}
– หน้าปรับสไตล์อินเทอร์เฟซ (Personalization) – {ED834ED6-4B5A-4bfe-8F11-A626DCB6A921}
– หน้าแก้ปัญหา (Troubleshooting) – {C58C4893-3BE0-4B45-ABB5-A63E4B8C8651}

ที่มา : Bleepingcomputer

from:https://www.enterpriseitpro.net/how-to-unlock-windows-11s-god-mode/

ไมโครซอฟท์ออก Patch Tuesday ตุลาคม 2021 ให้ทั้ง Windows 10 และ Windows 11

ไมโครซอฟท์ออก Patch Tuesday ประจำรอบเดือนตุลาคม 2021 (หมายเลขแพตช์ KB5006670) ความพิเศษของรอบนี้คือ Windows 11 จะได้อัพเดตแพตช์เป็นครั้งแรกด้วย (ออก 5 ตุลาคม ได้แพตช์รอบ 12 ตุลาคมพอดี)

นอกจากการอัพเดตความปลอดภัย (ที่ได้ทั้ง Windows 10 และ Windows 11) สิ่งที่ปรับปรุงในแพตช์ของ Windows 11 คือแก้บั๊กซอฟต์แวร์เครือข่าย Intel Killer และ SmartByte ส่วนการแก้บั๊กประสิทธิภาพของซีพียู AMD ยังไม่มาในแพตช์รอบนี้

ที่มา – OnMSFT

from:https://www.blognone.com/node/125252

วิธี Downgrade ถอยกลับจาก Windows 11 ไปใช้ Windows 10 เดิม แบบข้อมูลยังอยู่ครบ ไม่หายไปไหน

หลังจากที่ Microsoft ได้ปล่อย Windows 11 ตัวเต็มให้ใช้งานกันแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้หลายครั้งได้เคลมถึงประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมของ Windows 11 ว่าทำงานได้ดีกว่า หรือรวดเร็วกว่า Windows 10 บนเครื่องสเปคเดิม แต่เสียงรีวิวจากคนอัปเกรดแล้วใช้งานจริงหลายคนพบว่า การทำงานหลายด้านกลับไม่ได้เป็นอย่างที่คาดหวังไว้ บางคนเจอเครื่องทำงานช้าลง หรือเจอบั๊กต่าง ๆ  ทำให้มีคนต้องการย้อนกลับไปใช้งาน Windows 10 แบบเดิมเยอะมากทีเดียว ซึ่งวิธี Downgrade ถอยกลับจาก Windows 11 ไปใช้ Windows 10 จะขั้นตอนการทำอย่างไรบ้างมาดูกันครับ 

ข่าวดีคือทาง Microsoft ได้เสนอวิธีย้อนกลับจาก Windows 11 มาเป็น Windows 10 เดิมออกมาด้วย ซึ่งเป็นการ Downgrade แบบ Official ที่ให้ผู้ใช้สามารถย้อนกลับได้ทันทีหลังจากอัปเกรดเป็น Windows 11 แล้วภายใน 10 วัน โดยไม่สูญเสียข้อมูลอะไรเลย และไม่ต้อง Backup ข้อมูลเพิ่มเติมใด ๆ เนื่องจากภายใน System ยังเก็บตัวระบบปฏิบัติการเดิมเอาไว้ สามารถทำตามได้เพียงไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้น โดยวิธีการมีดังนี้ครับ

ขั้นตอนการ Downgrade จาก Windows 11 เป็น Windows 10

  • เสียบปลั๊กเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องการจะ Downgrade ไว้ให้พร้อม
  • แม้ว่าทาง Microsoft จะยืนยันว่าไม่สูญเสียข้อมูลในการ Downgrade ครั้งนี้ แต่ก็แนะนำให้ สำรองข้อมูล บางส่วนเผื่อไว้ก่อน (กรณีฉุกเฉิน เช่น แบตหมด หรือไฟตกระหว่างการติดตั้ง อาจมีผลต่อข้อมูลได้)

  • ไปที่ Start > Settings (หรือกดปุ่ม Windows + I)

  • ที่แถบ System > เลือกหมวด Recovery > กดปุ่ม Go Back

  • เลือกเหตุผลที่ต้องการจะเลิกใช้ Windows 11 > กด Next

  • หน้าต่างนี้จะถามให้ลองอัปเดต Patch เพื่อแก้ปัญหาความไม่เสถียรดูก่อนหรือไม่ ซึ่งหากยืนยันจะกลับ Windows 10 จริง ๆ ให้เลือกกด No, thanks

  • จะมีการเตือนว่าหากมีบางแอปหรือโปรแกรมที่โหลดมาติดตั้ง ซึ่งหากแอปดังกล่าวไม่รองรับการทำงานบน Windows 10 จะถูกถอนการติดตั้งออกไปด้วย รวมถึงค่า Settings บางอย่างที่มีเฉพาะบน Windows 11 เท่านั้นก็จะหายไป ซึ่งหากจะดำเนินการต่อ กด Next

  • เตือนอีกครั้งว่าหากคอมที่ใช้มีการล็อก Password ไว้อยู่ด้วย ต้องมั่นใจด้วยว่ายังจำรหัสผ่านเครื่องได้ เพราะการ Downgrade ต้องอาศัยการ Login ด้วยรหัสผ่านเดิม หากยืนยันดำเนินการต่อ กด Next

  • ขั้นตอนสุดท้าย กดปุ่ม Go back to Windows 10 ระบบจะดำเนินการให้ทั้งหมดโดยอัตโนมัติแบบไม่ใช้อินเทอร์เน็ตเลย ซึ่งใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที แล้วแต่ความเร็วแต่ละเครื่องครับ

เป็นยังไงกันบ้างครับสำหรับขั้นตอนการย้อนกลับไปใช้ Windows 10 ถือว่ารอบนี้ Microsoft ได้เตรียมความพร้อมและลดความยุ่งยากให้ผู้ใช้ได้เยอะพอสมควร สามารถทำตามกันได้ง่าย ๆ เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าเครื่องที่จะย้อนกลับ Windows 10 ได้ ต้องเป็นเครื่องที่ใช้วิธีอัปเกรดผ่าน Windows Update หรือใช้โปรแกรม Installation Assistant ในการอัปเท่านั้น เครื่องที่ใช้วิธี Clean Install หรือลบลงใหม่ผ่านแฟลชไดรฟ์ไม่สามารถใช้วิธีนี้ย้อนกลับได้ เนื่องจากไม่มีข้อมูลของ Windows เดิมเหลืออยู่ และสามารถทำได้ภายใน 10 วันนับจากวันที่อัปเกรดขึ้นมาเท่านั้นครับ

 

ที่มา : Wccftech

from:https://droidsans.com/how-to-downgrade-from-windows-11-to-windows-10-officially/

ลง Windows 11 แบบง่าย ฉบับปี 2021 พร้อมลิ้งค์โหลดไปติดตั้งทุกรูปแบบ!

ลง Windows 11 ฉบับทำง่าย ทำได้ด้วยตัวเอง คอมเก่าก็ลงได้นะ

win11 cover

วันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2564 เป็นวันที่ Microsoft เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปลง Windows 11 เวอร์ชั่นมาตรฐานในพีซีของตัวเองได้แล้วโดยไม่ต้องสมัครเข้าโปรแกรม Windows Insider Program แล้ว ซึ่งระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นนี้เรียกว่าได้รับการปรับปรุงจาก Windows 10 ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2014 โดยเติมฟีเจอร์ใหม่ๆ ทั้งส่วนของ User Interface และส่วนของโปรแกรมมิ่งเบื้องหลังให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นอีกด้วย

ในด้านของฟีเจอร์ใหม่ๆ ของ Windows 11 ที่ทาง Microsoft โปรโมตเอาไว้นั้น ผู้เขียนได้สรุปเอาไว้ให้อ่านกันได้ง่ายๆ แล้วใน 2 บทความ ได้แก่ “ส่อง 8 ฟีเจอร์ใหม่ Windows 11 สวยและเก็บรายละเอียดดีขึ้น” และ “อัพเดท 5 ฟีเจอร์ Windows 11 สุดว้าวจากงานของ Microsoft” ที่เปิดให้อ่านไปก่อนหน้านี้แล้ว สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลย

ลง Windows 11

แต่ถึง Windows 11 จะน่าสนใจขนาดไหนก็ตาม แต่สื่อต่างประเทศชั้นนำเช่น The Verge และ PCGamer แนะนำว่าเรายังไม่ควรรีบอัพเดทตั้งแต่วันแรกๆ ที่ทาง Microsoft เปิดตัว เพราะตอนนี้มีรายงานจากผู้ใช้ที่อัพเดทแล้วเจอปัญหาแรมรั่ว (Memory leak) ใน File Explorer, ตัว Windows 11 ยังมีปัญหากับชิป Wi-Fi ตระกูล Intel Killer ที่มักติดตั้งมากับเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คประสิทธิภาพสูงหลายๆ รุ่น และอาจจะมีบั๊กอื่นๆ ซ่อนอยู่อีกด้วย

ซึ่งส่วนตัว ผู้เขียนเองก็เห็นด้วยกับทางสื่อต่างประเทศทั้ง 2 เจ้านี้ ซึ่งถ้าใครมีพีซีอยู่เครื่องเดียว ไม่มีพีซีเครื่องสำรองอยู่ล่ะก็ แนะนำให้ใช้ Windows 10 ไปอีกสักระยะเพื่อให้ทาง Microsoft จัดการแพทช์แก้ปัญหาให้เบาบางลงก่อนค่อยอัพเดทก็ไม่สาย ส่วนถ้าใครอยากลองของใหม่และพร้อมรับมือกับความเสี่ยงอื่นๆ ได้ ก็สามารถอ่านวิธีการในบทความนี้ต่อได้เลย

ก่อนลง Windows 11 เริ่มจากเช็คเครื่องของเราก่อนว่าอัพได้ไหม?

TPM

ถ้าใครอยากอัพเดทพีซีหรือโน๊ตบุ๊คของตัวเองเป็น Windows 11 จะมีเงื่อนไขสำคัญที่ทำหลายคนส่ายหน้า คือนอกจากสเปคจะต้องดีระดับหนึ่งและใช้ซีพียู AMD หรือ Intel รุ่นที่ Microsoft ประกาศว่ารองรับ Windows 11 ได้แล้ว ก็ต้องมีชิป TPM 2.0 หรือ Firmware TPM ที่มีใน BIOS ด้วย ถึงจะอัพเดทได้ ไม่อย่างนั้นก็ต้องยอมรับความเสี่ยงจากการฝืนอัพเดทหรือลง Windows 11 ด้วยตัวเอง

Screenshot 2021 10 06 114051Device Manager นี้เซฟภาพจากคอมประกอบของผู้เขียนเอง

ซึ่งชิป TPM 2.0 เราสามารถโน๊ตบุ๊คในปัจจุบันนี้มีติดตั้งมาให้ทุกรุ่น หรือถ้าใครใช้คอมประกอบเองอยู่ ก็สามารถไปสั่งเปิด Firmware TPM (fTPM) ใน BIOS ก็ได้ โดยดูแนวทางในบทความ “อัพเดท 5 ฟีเจอร์ Windows 11 สุดว้าวจากงานของ Microsoft” ได้เลย ซึ่งถ้าทำได้ถูกต้อง เมื่อเปิด Device Manager ขึ้นมาแล้วเลือกตรงหัวข้อ Security devices จะเห็นคำว่า Trusted Platform Module 2.0 เขียนอยู่เช่นในภาพตัวอย่าง

pc health check1

หลังจากจัดการในส่วนของ BIOS เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก่อนจะลง Windows 11 ก็ขอแนะนำให้โหลดโปรแกรม PC Health Check ของ Microsoft มาติดตั้งแล้วให้โปรแกรมเช็คเครื่องโดยละเอียดเสียก่อนว่าเครื่องของเราอัพเดทเป็น Windows 11 ได้หรือเปล่า ซึ่งถ้าโปรแกรมขึ้นหน้าต่างแจ้งว่า “This PC can run Windows 11” ก็ข้ามไปทำในขั้นตอนต่อไปได้เลย ส่วนสเปคและซีพียูที่เหมาะสมและรองรับ Windows 11 จะเป็นดังนี้

สเปคที่ต้องการ Windows 11 Windows 10
ซีพียู ซีพียูแบบ 2 คอร์ขึ้นไปและรองรับการทำงานแบบ 64-bit หรือ System on a Chip (SoC) ความเร็ว 1 GHz ขึ้นไป

ดูซีพียู Intel ที่รองรับ
Windows 11 ได้ที่นี่

ดูซีพียู AMD ที่รองรับ
Windows 11 ได้ที่นี่

ซีพียูความเร็ว 1 GHz ขึ้นไป
แรม 4GB ขึ้นไป 1 GB (32-bit)

2 GB (64-bit)

ฮาร์ดดิสก์ 64GB ขึ้นไป 16 GB (32-bit)

20 GB (64-bit)

การ์ดจอ รองรับ DirectX 12 หรือ WDDM 2.x รองรับ DirectX 9 หรือ WDDM 1.0
ขนาดหน้าจอ 9 นิ้วขึ้นไป ความละเอียด
HD (720p)
800 x 600 พิกเซล
System Firmware UEFI และรองรับ Secure Boot
TPM Trusted Platform Module 2.0
(TPM 2.0)
การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ต้องการการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อใช้
Microsoft Account และติดตั้ง Windows 11 Home
เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อใช้
Microsoft Account

และนอกจาก TPM 2.0 ที่เป็นปัญหาหลักของผู้ใช้หลายๆ คนแล้ว จะมีปัญหาเรื่องซีพียูเป็นรุ่นเก่าเกินไปแล้วไม่รองรับ ทำให้ลง Windows 11 ไม่ได้ โดยซีพียูขั้นต่ำของฝั่ง Intel ต้องเป็น Intel Core รุ่นที่ 8 หรือใหม่กว่า และฝั่ง AMD จะเห็นว่าซีพียูตระกูล AMD FX Series ก็ไม่รองรับเช่นกันแม้สเปคจะแรงเพียงพอก็ตามที ซึ่งในส่วนนี้ต้องถือว่า Windows 11 เองก็ค่อนข้างจำกัดการติดตั้งระดับหนึ่งเลย

github bypass

อย่างไรก็ตาม ชุมชนนักพัฒนาซอฟท์แวร์อย่าง GitHub เองก็มี Script วิธีลง Windows 11 แบบข้ามทุกขั้นตอนการตรวจเช็คตัวเครื่องไปเลย โดย MediaCreationTool.bat ตัวนี้จะใช้ติดตั้ง Windows 11 ก็ได้ และถ้าเป็น Windows 10 จะเลือก Build version ที่จะใช้ได้ละเอียดด้วย นอกจากนี้ยังตั้งค่าได้ด้วยว่าจะทำตัวติดตั้งเป็นแบบไหน หลักๆ ที่ผู้ใช้ทั่วไปจะใช้งานกันคือ Auto Setup, Create ISO, Creat USB เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม Script การติดตั้งนี้จาก GitHub เป็นวิธีที่ผู้ใช้สร้างขึ้นมาใช้กันเอง และอาจจะมีปัญหาซ่อนเร้นที่เราไม่รู้และยังข้ามทุกขั้นตอนการตรวจเช็คตัวเครื่องอีกด้วย ซึ่งการข้ามขั้นตอนและมาตรฐานความปลอดภัยทั้งหมดที่ Microsoft ตั้งค่าเอาไว้อาจจะมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ซึ่งถ้าใครเลือกจะลง Windows 11 ด้วยวิธีนี้ก็ต้องเตรียมใจรับความเสี่ยงด้วย

วิธีดูและอัพเดทคอมเป็น Windows 11 วิถีปกติและพรีวิวการใช้งานเบื้องต้น

this pc can run

ในกรณีปกติ ถ้าพีซีหรือโน๊ตบุ๊คเครื่องนั้นๆ สามารถอัพเดทเป็น Windows 11 ได้ เพราะผ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่ Microsoft ตั้งเอาไว้รวมทั้งมี fTPM, TPM 2.0 ในเครื่องแล้ว เมื่อเปิดหน้า Windows Update ขึ้นมา จะเห็นหน้าต่างใหม่แยกออกมาด้านล่าง เขียนว่า “This PC can run Windows 11” เป็นเครื่องการันตีว่าเครื่องนี้รองรับการอัพเกรดอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ทาง Microsoft ยังแจ้งโน้ตเอาไว้เล็กๆ ด้านใต้ด้วยว่าบางฟีเจอร์ของ Windows 10 จะไม่ทำงานหรือไม่มีใน Windows 11 และบางแอพฯ จะมี requirement เพิ่มเติมได้ด้วย

windows 11 download

ส่วนขั้นตอนการอัพเดท ที่หน้าโหลด Windows 11 ของ Microsoft จะมีตัวเลือกทั้งหมด 3 อย่าง โดยแยกตามความต้องการของผู้ใช้เลยว่าต้องการอัพเดทเครื่องเป็น Windows 11 แบบไหน โดยทั้ง 3 ขั้นตอนนี้มี

  1. ตัวช่วยการติดตั้ง Windows 11 – หรือ Windows 11 Update assistant เหมาะกับพีซีเครื่องที่ติดตั้ง Windows 10 เอาไว้ในเครื่องอยู่แล้ว โดยตัว Update assistant จะมีขนาดเล็ก เมื่อโหลดมาติดตั้งในเครื่องแล้วมันจะจัดการโหลดไฟล์จำเป็นทั้งหมด รวมทั้งจัดการลง Windows 11 ให้โดยอัตโนมัติ และไฟล์ที่เก็บเอาไว้ในเครื่องจะไม่ถูกลบหายไปไหนอย่างแน่นอน
  2. สร้างสื่อการติดตั้ง Windows 11 – เป็นการโหลดซอฟท์แวร์สำหรับเอามาเขียน USB หรือ DVD ที่จะใช้ติดตั้ง Windows 11 เหมาะกับพีซีเครื่องที่มี Windows เวอร์ชั่นเก่ากว่า Windows 10 ก็แนะนำให้โหลดตัวนี้มาใช้
  3. ดาวน์โหลดดิสก์อิมเมจ Windows 11 (ISO) – พูดง่ายๆ คือ โหลดไฟล์ Windows 11.iso มาเก็บเอาไว้เป็นไฟล์ตั้งต้นแล้วใช้โปรแกรมประเภท Image Writer เช่น Rufus มาเบิร์นลง USB ในภายหลังเป็นต้น ซึ่งขั้นตอนนี้เหมาะกับคนที่อยากโหลด Windows 11 ไปใส่ใน Virtual Machine เช่นกัน

แต่ก่อนจะเริ่มลง Windows 11 หรืออัพเดทเครื่องด้วย Windows 11 Update assistant นั้น ผู้เขียนแนะนำให้ชาร์จแบตเตอรี่โน๊ตบุ๊คของเราให้เต็มหรือต่อปลั๊กเอาไว้จนกว่าขั้นตอนการอัพเดทจะเสร็จสมบูรณ์ ไม่อย่างนั้นเครื่องอาจจะมีปัญหาที่คาดไม่ถึงได้

download assistant
installing

ส่วนตัวผู้เขียนเลือกใช้ Windows 11 Update assistant เนื่องจากโน๊ตบุ๊คเครื่องที่จะอัพเดทเป็น Windows 11 มี Windows 10 Home ติดตั้งอยู่แล้ว และไม่ต้องการล้างเครื่องลงใหม่ เมื่อดับเบิ้ลคลิกที่ Windows 11 Update assistant แล้ว ซอฟท์แวร์จะถามความสมัครใจที่หน้า EULA ตามปกติ จากนั้นจะเริ่มดาวน์โหลดไฟล์จำเป็นของ Windows 11 เข้ามาในเครื่องแล้วติดตั้งชุดซอฟท์แวร์ที่จำเป็นลงไป เมื่อเสร็จกระบวนการทั้งหมดแล้วตัว Update assistant จะให้เรากด Restart เครื่อง 1 ครั้ง

IMG 20211006 084500

เมื่อ Restart เครื่องแล้ว ระบบจะจัดการอัพเดทไฟล์จำเป็นทั้งหมด ซึ่งขั้นตอนนี้จะกินเวลาราว 5-10 นาที ซึ่งถ้าบูตเข้าหน้านี้สำเร็จก็ปล่อยเครื่องทิ้งเอาไว้ได้เลย ไม่ต้องทำอะไรจนกว่าเครื่องจะตัดเข้าหน้าถัดไป

IMG 20211006 084946

เมื่อจัดการปรับแต่งและอัพเดทเครื่องเป็น Windows เป็นเวอร์ชั่นใหม่แล้ว Windows 11 จะใช้เวลาตั้งค่าตัวเครื่องสักเล็กน้อย เหมือนว่าเราเพิ่งเปิดใช้งานเครื่องใหม่ๆ ก่อนจะตัดเข้าหน้า Log in ตามปกติ 

IMG 20211006 154714

พอเข้าสู่หน้า Log in แล้ว จะเห็นว่าหน้า User Interface จากแบบเดิมของ Windows 10 ที่เน้นตัวอักษรแข็งและตัวใหญ่ จะกลายเป็นแบบ Minimal และดูสะอาดตายิ่งขึ้น และการอัพเดท Windows 10 Home ใน Lenovo Yoga Slim 7i Pro เป็น Windows 11 นั้นผ่านไปได้ด้วยดี ฟีเจอร์สแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคเครื่องที่ทำงานกับ Windows Hello ก็ใช้งานได้ปกติ

windows 11 now

หน้า Desktop ของ Windows 11 จะเปลี่ยนไป จุดแรกที่สังเกตเห็นคือโปรแกรมตรง Taskbar จะเลื่อนมาอยู่ตรงกลางแทนที่จะชิดขอบซ้ายตามปกติ ซึ่งถ้าใครไม่ชินหรือไม่ชอบ ก็สามารถกดเปลี่ยนกลับเป็นแบบเดิมได้เช่นกัน แต่จะเห็นว่ากรอบหน้าต่างโปรแกรมต่างๆ ถูกตัดให้ดูมนขึ้น รวมทั้งดีไซน์ไอคอนให้ดูเข้าใจง่ายขึ้นแม้จะไม่อ่านชื่อไอคอนนั้นๆ ก็เข้าใจได้ทันที

อย่างไรก็ตาม Animation การแสดงผลของ Windows 11 จะมีความต่อเนื่องและ “เด้ง” เหมือนการ์ตูนมากกว่า Windows 10 ที่ดูจริงจังและแข็งกว่า ซึ่งถ้าใครชอบความเนียนต่อเนื่องอาจจะชอบ Windows 11 มากกว่าก็ได้

about windows 11

ด้านของ About ที่เอาไว้เช็ครายละเอียดเกี่ยวกับตัวเครื่อง จะถูกปรับแต่งหน้าตาให้ประหยัดพื้นที่ยิ่งขึ้น เมื่อกดเข้ามาแล้วจะเห็นรายละเอียดของพีซีหรือโน๊ตบุ๊คเครื่องนั้นๆ ในครั้งเดียวโดยไม่ต้องเลื่อนหน้าจอลงไปด้านล่างเลยก็ได้

ถ้าสังเกตที่ Windows specifications ด้านล่าง จะเห็นว่าที่ช่อง Edition ระบุระบบปฏิบัติการ Windows 11 ไว้ว่าเป็น Windows 11 Home Single Language ในส่วนนี้ผู้เขียนเชื่อว่าเมื่ออัพเดทเสร็จแล้ว Windows 11 จะอิงระดับของระบบปฏิบัติการ (Home, Pro, Enterprise) ตาม Windows 10 ที่ติดตั้งเอาไว้ในเครื่องเมื่อก่อนหน้านี้ ส่วน Version ปัจจุบันจะเป็น 21H2 (Windows ปี 2021, Half 2 หรือครึ่งหลังของปีนั้น) และ Os build เป็นเวอร์ชั่น 22000.194

windows 11 multiwindows

 

และเมื่อทดลองใช้เปิดโปรแกรมต่างๆ ควบคู่กันแล้ว ฟีเจอร์การแบ่งหน้าต่างที่ทาง Microsoft นำเสนอในงานเปิดตัว Windows 11 เองก็ใช้งานได้แล้ว วิธีใช้คือกดคลิกขวาที่คำสั่ง Maximize แล้วหน้าต่างนี้จะเปิดออกมาให้เราเลือกได้เลยโดยไม่ต้องลากหน้าต่างไปแตะขอบหน้าจอเหมือน Windows 10 ก็ได้

file

ส่วนที่แตกต่างจากเดิม เมื่อเปิดหน้าต่างเช่น File Explorer ออกมา นอกจากไอคอนจะเป็นแบบใหม่แล้ว ที่มุมบนซ้ายมือจะมีคำสั่ง New ฝังเอาไว้ให้ตรงแถบด้านบนเลย โดยรวมคำสั่งยอดนิยมต่างๆ เช่น สร้างโฟลเดอร์ใหม่ (New Folder), สร้างทางลัดใหม่ (New Shortcut), สร้างไฟล์ Microsoft Word ใหม่ขึ้นมา (New Microsoft Word Document) ฯลฯ โดยฟีเจอร์ใหม่นี้ถือว่าได้ความสะดวกและรวบสิ่งที่ใช้งานบ่อยเอาไว้เป็นกลุ่มเดียวเลย

side taskbar 1
win 10 settings bars
change language
change language win 10

ถัดมาที่ส่วนของ Settings ใน Notification Center ของ Windows 11 จะเห็นว่าหน้าต่างดู Minimal และเรียบร้อยขึ้นกว่าเดิม แล้วรวมการตั้งค่าหลักๆ ที่มักใช้งานเอาไว้ที่เดียวกัน ได้แก่ Wi-Fi, Bluetooth, Flight mode, Battery saver (คาดว่าถ้าเป็นโน๊ตบุ๊ค), Focus assist สำหรับเปิดใช้งานตอนไม่อยากถูกรบกวนจากการแจ้งเตือนและ Accessibility ที่เอาไว้จัดการช่วยเหลือการใช้งาน แต่เมื่อวางเทียบกันแล้ว จะเห็นว่าหน้าตาของ Windows 11 ดูทันสมัยและลดความเหลี่ยมไปเยอะทีเดียว

ส่วนจุดที่เพิ่มเข้ามา จะเห็นว่าที่ Settings นี้จะมีบาร์ปรับความสว่างหน้าจอและความดังเสียงด้วย และโชว์เปอร์เซ็นต์ของแบตเตอรี่ที่มุมซ้ายล่าง แต่จุดสังเกตคือถ้าเรากดที่ไอคอนรูป Wi-Fi, ลำโพงหรือแบตเตอรี่ตรง Taskbar มุมขวาล่างจะไม่ได้เปิดแยกคำสั่งกันเหมือน Windows 10 แต่จะรวมเป็นก้อนเดียวแล้วเปิดเป็นหน้าต่างนี้แทน

r click
r click show more option
r click windows 10

ส่วนการคลิกขวาบน Desktop ในตอนนี้จะได้รับการอัพเดทเป็นแบบใหม่เหมือนกับภาพที่ทาง Microsoft เผยให้เห็นเมื่อก่อนหน้านี้ โดยปุ่ม Refresh ยังอยู่เหมือนเดิมแล้วเพิ่ม “Open in Widnows Terminal” หรือการเปิด Command Prompt เข้ามาให้ และถ้าต้องการคำสั่งอื่นอย่างเช่น NVIDIA Control Panel จะต้องกด Show more options ถึงจะเปิดหน้าต่างดังกล่าวขึ้นมา ผิดกับ Windows 10 ที่คลิกขวาแล้วจะเป็นหน้านี้ขึ้นมาเลย

และจุดสังเกตอีกอย่างคือ Display settings กับ Personalize สองคำสั่งนี้ถ้าเป็น Windows 10 จะเป็น 2 คำสั่งล่างสุดตอนคลิกขวาบน Desktop ส่วน Windows 11 จะมี Open in Windows Terminal กับ Show more options เข้ามาเป็น 2 คำสั่งล่างสุดแทน

windows 11

ตอนนี้ ถ้าใครอยากลง Windows 11 ไว้ใช้งานในพีซีส่วนตัว แล้วสเปคเครื่องถือว่าผ่านเงื่อนไขทั้งหมดและโปรแกรม PC Health Check ของ Microsoft ขึ้นว่าเครื่องของเรารองรับ Windows 11 แล้ว ก็สามารถโหลดตัวอัพเดทหรือไฟล์ ISO มาติดตั้งในเครื่องได้เลย ส่วนถ้าเครื่องของใครยังไม่สามารถติดตั้ง Windows 11 ได้ ส่วนตัวอาจจะไม่แนะนำให้ใช้วิธีที่โหลดตัวติดตั้งจาก GitHub มากนัก เนื่องจากอาจจะมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยในภายหลังได้ แต่อย่างไรก็ตามในเรื่องสเปคและความปลอดภัย ผู้เขียนเชื่อว่าทาง Microsoft เองก็อาจจะผ่อนปรนสเปคที่ต้องการลงไปได้บ้างในอนาคตเพื่อผลักดันให้อัพเกรดเป็น Windows เวอร์ชั่นใหม่ขึ้นด้วย

สุดท้าย สำหรับคนที่อัพเกรดเป็น Windows 11 ได้ ผู้เขียนอาจจะยังไม่แนะนำให้อัพเกรดตั้งแต่วันแรกๆ ที่ทาง Microsoft เปิดให้อัพเดท เนื่องจากตัวระบบปฏิบัติการยังมีส่วนแพทช์ไม่สมบูรณ์จากเวอร์ชั่นเบต้าที่ปล่อยให้ผู้ใช้ที่สมัครเข้าโครงการ Windows Insider โหลดไปติดตั้ง ถ้าให้ดีอาจจะรอทาง Microsoft จัดการแพทช์ไปก่อนสัก 2-3 แพทช์จน Windows 11 เริ่มนิ่งและดึงประสิทธิภาพการทำงานออกมาได้ดีขึ้นค่อยอัพเดทก็ไม่สาย และอาจจะได้ใช้ฟีเจอร์ได้ครบถ้วนอย่างที่ควรเป็นได้ด้วย


บทความที่เกี่ยวข้อง

win11 cover

win11official cover

from:https://notebookspec.com/web/584104-install-windows-11-and-download-site

รีวิว EaseUS OS2Go เปลี่ยนแฟลชไดรฟ์ให้ต่อแล้วใช้ Windows 10 ได้ง่ายๆ รองรับหลาย OS จ่าย 988 บาทใช้ได้ตลอดชีพ!

EaseUS OS2Go ช่วยให้คนที่อยากใช้ windows 10 แต่ไม่อยากติดตั้งลงเครื่องให้ชีวิตสะดวกขึ้นหลายเท่า!

easeus cover

EaseUS OS2Go ซอฟท์แวร์ใหม่ที่ใช้ทำแฟลชไดรฟ์ใส่ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ให้ใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องติดตั้ง OS เข้าไปในเครื่อง เรียกว่าเป็นซอฟท์แวร์ที่เป็นทางออกของผู้ใช้ MacBook หรือ iMac เป็นระบบปฏิบัติการหลัก แต่ก็ต้องวนไปใช้โปรแกรมในระบบปฏิบัติการ Windows อยู่บ้าง ซึ่งเป็นซอฟท์แวร์ที่ตอบโจทย์ได้อย่างอยู่หมัด ตัดปัญหาเรื่องเคลียร์ฮาร์ดดิสก์ไว้ติดตั้งระบบปฏิบัติการไปได้หมดจด เพียงแค่เสียบแฟลชไดรฟ์แล้วใช้งานได้เลย

ซึ่งข้อดีของการที่มีแฟลชไดรฟ์ตัวนี้ที่ติดตั้ง Windows 10 เอาไว้เสร็จสรรพพร้อมใช้งานแล้ว ก็สามารถใช้มันเล่นเกม, ทำงาน ฯลฯ รวมทั้งติดตั้ง Windows 11 ให้กับคอมพิวเตอร์เครื่องที่ยังไม่รองรับระบบปฏิบัติการนี้ได้ด้วย และใช้กับระบบปฏิบัติการอื่นอย่าง macOS, Linux, Chrome OS ได้ทันทีเพียงต่อไดรฟ์, รีบูตแล้วเลือกไดรฟ์นั้นมาใช้งานได้ทันที

ส่วนใครที่สงสัยว่า Windows 11 นั้นมีฟีเจอร์อะไรน่าสนใจบ้าง ผู้เขียนได้สรุปเป็นบทความแนะนำฟีเจอร์ให้ผู้สนใจได้อ่านไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยจะมี 2 ลิ้งค์ให้เลือกอ่าน ได้แก่

  1. ส่อง 8 ฟีเจอร์ใหม่ Windows 11 สวยและเก็บรายละเอียดดีขึ้น
  2. อัพเดท 5 ฟีเจอร์ Windows 11 สุดว้าวจากงานของ Microsoft

EaseUS OS2Go

อย่างไรก็ตาม คนที่อยากทำแฟลชไดรฟ์ Windows 10 ด้วย OS2Go เอาไว้ใช้งานควรหาซื้อแฟลชไดรฟ์ที่มีความจุ 128GB เตรียมเอาไว้ด้วย เนื่องจาก Windows 10 Home (Single Language) นั้นกินพื้นที่ถึง 68.38GB เลยทีเดียว และถ้าให้ดีควรเป็นแฟลชไดรฟ์ที่เป็น USB 3.0 ที่ไม่ได้ใช้งานเป็นประจำหรือซื้อมาใหม่เพื่อใช้งานกับซอฟท์แวร์นี้โดยเฉพาะเลยจะดีที่สุด จะได้ไม่ต้องคอยล้างและติดตั้งกันใหม่ให้เสียเวลา

วิธีสร้างแฟลชไดรฟ์ด้วย EaseUS OS2Go

pricing

ด้านผู้ที่ต้องการทำแฟลชไดรฟ์ Windows 10 แบบพกพานั้น ตัว EaseUS OS2Go จะเป็นซอฟท์แวร์ลิขสิทธิ์ที่ซื้อครั้งเดียวแล้วใช้งานได้ตลอดไป เป็น Lifetime Upgrades ไม่ต้องชำระเงินค่าใช้งานรายปีแล้วไม่ต้องเสี่ยงกับมัลแวร์ที่อาจจะแฝงมากับตัว Crack ที่โหลดมาจากเว็บไซต์ที่ไม่น่าไว้ใจได้อีกด้วย ซึ่งราคาเต็มของซอฟท์แวร์อยู่ที่ 1,976.96 บาท แต่ถ้าสั่งซื้อผ่านลิ้งค์นี้ ราคาจะเหลือเพียง 988.48 บาทเท่านั้น ซึ่งสามารถสั่งซื้อได้ที่นี่

activation page

พอสั่งซื้อและโหลดซอฟท์แวร์มาติดตั้งจนเสร็จ เมื่อเปิดโปรแกรมขึ้นมาครั้งแรกให้นำ License code มากรอกที่หน้าเริ่มต้นของโปรแกรมนี้ได้เลย แล้วกด Activate now เพื่อเริ่มใช้งานซอฟท์แวร์ได้ทันที โดยส่วนตัวแนะนำให้เอาแฟลชไดรฟ์ตัวที่ต้องการทำเป็นตัวบูต Windows 10 Home มาต่อกับพีซีหรือโน๊ตบุ๊คเครื่องที่ติดตั้งโปรแกรมนี้ให้เรียบร้อยก่อน ค่อยกดไปยังหน้าต่อไป

1

สำหรับระบบปฏิบัติการที่ OS2Go Pro จะนำมาติดตั้งในแฟลชไดรฟ์ของเรานั้น จะเป็น Windows 10 Home (Single Language) หรือ Windows 10 Home แบบที่ภาษาของ User Interface เป็นภาษาเดียวและไม่สามารถเปลี่ยนเป็นภาษาอื่นได้ (ซึ่งปกติเป็นภาษาอังกฤษ) และมุมขวาล่างเป็นแฟลชไดรฟ์ตัวที่ต่อเข้ากับเครื่องอยู่และสามารถคลิกเปลี่ยนแฟลชไดรฟ์ที่ต้องการติดตั้งได้ด้วย

โดยตัวระบบปฏิบัติการจะกินพื้นที่ 68.38GB ซึ่งถือว่าใช้พื้นที่เยอะทีเดียว จึงต้องใช้แฟลไดรฟ์ที่มีความจุ 128GB ขึ้นไป ไม่อย่างนั้นซอฟท์แวร์จะไม่ยอมเขียนระบบปฏิบัติการให้ ซึ่งในตอนแรกผู้เขียนเห็นว่าความจุก็ไล่เลี่ยกันก็น่าจะพอติดตั้ง OS เข้าไปได้ แต่ตัวซอฟท์แวร์จะปฏิเสธตลอดจนกว่าจะมีแฟลชไดรฟ์ที่มีความจุเพียงพอมาให้เขียน

3 setting language

ในส่วนของการตั้งค่า จะอยู่มุมบนขวามือข้างปุ่ม Minimize โดยมีตัวเลือกหลักๆ อย่าง Language ที่เลือกภาษาของโปรแกรมได้ทั้งอังกฤษ, สเปน, ดัทช์, อิตาลี, ญี่ปุ่น, เกาหลี จีน เป็นต้น นอกจากนั้นยังมีส่วนสำหรับใช้อัพเดทซอฟท์แวร์ (check for updates), รับความช่วยเหลือทางออนไลน์ (Online Help) และ About ให้เลือก

2

พอเลือกแฟลชไดรฟ์ที่ต้องการติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home Single Language เสร็จแล้ว ตัว OS2Go Pro จะแจ้งเตือนเราว่าตัวโปรแกรมจะฟอร์แมตแฟลชไดรฟ์ทิ้งก่อนติดตั้งระบบปฏิบัติการ ซึ่งถ้าเป็นแฟลชไดรฟ์ที่ไม่ได้ใช้งานอยู่แล้วก็กด Continue เพื่อให้โปรแกรมทำงานต่อไปได้เลย

4 source layout

ถัดมาจะเป็นหน้า Source disk layout ที่โชว์พื้นที่แฟลชไดรฟ์ที่จะติตดั้ง Windows 10 Home ลงไป ส่วนช่อง Target layout after copy จะเป็นตัวแฟลชไดรฟ์ปลายทางที่โปรแกรมนี้จะเขียน Windows ลงไป ถ้าทุกอย่างถูกต้องสามารถกด Proceed ได้เลย

5 installing

จากนั้น ตัว OS2Go จะเริ่มเขียน Windows 10 Home ลงไปในแฟลชไดรฟ์ที่เราต้องการ โดยมีหลอดแสดงให้เราเห็นว่าตัวโปรแกรมเขียนเสร็จไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเมื่อเขียนเสร็จแล้ว กรอบ Cancel ตรงมุมขวาล่างจะเปลี่ยนเป็น Finished ซึ่งในขั้นตอนนี้จะใช้เวลาทำงานนานมากร่วมชั่วโมง แนะนำว่าถ้าสั่งเขียนไปแล้วก็ปล่อยให้โปรแกรมทำงานไปยาวๆ แล้วสลับไปทำงานอื่นรอได้เลย

ทดลองใช้งานแฟลชไดรฟ์ Windows 10 ที่สร้างโดย EaseUS OS2Go

ในบทความนี้ ผู้เขียนจะทดสอบการใช้งานโดยนำแฟลชไดรฟ์นี้ไปต่อใช้งานกับคอมพิวเตอร์ที่เป็นระบบปฏิบัติการ macOS ของทาง Apple เพื่อทดสอบว่าโปรแกรม EaseUS OS2Go ที่เปลี่ยนแฟลชไดรฟ์ให้กลายเป็นไดรฟ์ C:\ ให้โน๊ตบุ๊คที่ไม่ได้ใช้ Windows แบบพกพาไปไหนมาไหนได้โดยไม่ต้องติดตั้งลงกับเครื่องนั้นๆ จะเป็นอย่างไรบ้าง

ด้านเครื่องที่นำมาทดสอบ จะมี Mac mini ซีพียู Apple M1 กับ MacBook Pro รุ่นซีพียู Intel Core Series เพื่อทดสอบดูว่าตัวซอฟท์แวร์นี้จะรองรับ MacBook รุ่นใหม่ๆ ที่เริ่มย้ายมาใช้สถาปัตยกรรม ARM แล้วหรือยัง

windows ssd

เมื่อเอาแฟลชไดรฟ์ที่เขียนระบบปฏิบัติการ Windows มาเชื่อมต่อกับโน๊ตบุ๊คหรือพีซีที่เป็นระบบปฏิบัติการ Windows 10 เหมือนกัน ตัวเครื่องจะเห็นเป็น USB Drive หนึ่งที่ชื่อ Windows-SSD เท่านั้น และไม่สามารถใช้งานอย่างอื่นได้

ถ้าสังเกตจะเห็นว่าในไดรฟ์นั้นมีโฟลเดอร์และ Directory ที่เป็นของ Windows 10 อยู่อย่างครบถ้วน ทั้ง Program Files, Program File (x86), Users และอื่นๆ อยู่ครบถ้วน ราวกับเป็นไดรฟ์ C:\ ของคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งเลยทีเดียว

m1

เริ่มต้น ผู้เขียนได้ทดลองนำไปต่อกับเครื่อง Mac mini ซีพียู Apple M1 ก่อน ซึ่งถ้าต่อตอนที่เครื่องยังเปิดจะเห็นเป็นแฟลชไดรฟ์ธรรมดาที่มีไฟล์อยู่ แต่พอรีสตาร์ทเครื่องแล้วกดปุ่ม option ค้างเพื่อเปลี่ยน Startup disk ตัว Mac mini ที่เป็นซีพียู Apple M1 ไม่เปิดหน้าเลือก Startup disk เหมือนปกติ แต่จะบูตข้ามเข้าตัว macOS ไปเลย

ดังนั้นถ้าใครใช้พีซีหรือโน๊ตบุ๊คเครื่องที่ใช้ซีพียู Apple M1 อยู่ จะไม่สามารถใช้ Windows 10 ในแฟลชไดรฟ์ที่ทำด้วย EaseUS OS2Go ได้ หรือถ้าพูดโดยรวมคือ พีซีเครื่องไหนที่ใช้ซีพียูสถาปัตยกรรม ARM จะใช้แฟลชไดรฟ์ Windows 10 อันนี้ที่ทำมาเพื่อโน๊ตบุ๊คที่ใช้ซีพียูสถาปัตยกรรม x86 ไม่ได้ ดังนั้นใครที่คิดว่าจะเอาซอฟท์แวร์นี้มาใช้งานกับซีพียูรุ่นนี้เป็นอันต้องพับเก็บไป

drive

กลับกัน เมื่อนำแฟลชไดรฟ์ OS2Go ไปต่อกับ MacBook Pro ซีพียู Intel แล้วกดปุ่ม option ค้างไว้ ตัวเครื่องจะเข้าสู่หน้าเลือก Startup disk ได้ตามปกติ โดยไดรฟ์ Macintosh HD – Data จะเป็นไดรฟ์ภายใน MacBook ที่ติดตั้ง macOS เอาไว้ ส่วน EFI Boot เป็นแฟลชไดรฟ์ Windows 10 ที่เสียบเอาไว้ที่พอร์ต USB-A ถ้าต้องการใช้ Windows 10 ก็กดเลือกไดรฟ์นี้เพื่อเลือกบูตได้ทันที

windows online
preparing

เมื่อเลือก EFI Boot แล้ว ตัวเครื่องจะตัดบูตเข้า Windows 10 เหมือนติดตั้ง Windows 10 เป็น Parallel เอาไว้ แต่จะกินเวลาบูตและโหลดการตั้งค่าก่อนเริ่มใช้งานนิดหน่อย ซึ่งความเร็วตอนทำงานจะเท่ากับความเร็วรับส่งข้อมูลของแฟลชไดรฟ์และพอร์ต USB-A ที่กำลังเชื่อมต่ออยู่ ซึ่งผู้เขียนแนะนำว่าถ้าต้องการทำแฟลชไดรฟ์ตัวนี้ไว้ใช้งานจริงจัง ควรหาไดรฟ์ที่เป็น USB 3.0 ไปเลยจะดีที่สุด

use

เมื่อตั้งค่าเสร็จทั้งหมดแล้ว MacBook เครื่องนี้จะบูตเข้าสู่ Windows 10 โดยอัตโนมัติ และเราสามารถเปิดเครื่องใช้งานได้ทันที แต่จุดสังเกตคือ โปรแกรม EaseUS OS2Go จะไม่ได้ทำแฟลชไดรฟ์ Windows 10 มาแบบ Clean install (ดึงมาแต่ตัว Windows 10) แต่โคลนตัว Windows 10 จากเครื่องต้นทางมาทั้งหมด ซึ่งตอนเปิดใช้งานในตอนแรก ตัวเครื่องก็ขึ้น User ในแฟลชไดรฟ์เป็น User ของผู้เขียนในโน๊ตบุ๊คเครื่องต้นทางที่ใช้โปรแกรมนี้เขียน OS ลงไปทั้งที่ยังไม่ได้ตั้งค่าอะไรแม้แต่น้อย แต่ข้อดีอีกอย่างหนึ่ง คือเมื่อไม่ต้องการใช้งานก็สั่ง Shutdown แล้วปล่อยให้โน๊ตบุ๊คเครื่องนั้นบูตเข้าระบบปฏิบัติการตามปกติแล้วถอดแฟลชไดรฟ์ EaseUS ออกได้เลย

นอกจากนี้ ถ้าสังเกตตรงขอบบนของหน้าจอใต้ Webcam จะเห็นไอคอนของ Windows Hello ที่ใช้สแกนใบหน้าติดขึ้นมาด้วย และถ้าเครื่องไหนล็อค PIN ของ Windows 10 เอาไว้ จะต้องตั้งค่า PIN แล้วปรับแต่งเครื่องในส่วนอื่นด้วย ดังนั้นผู้เขียนแนะนำว่าถ้าใช้ EaseUS OS2Go ควรเอาไปใช้กับโน๊ตบุ๊ค Windows 10 เครื่องที่เพิ่งล้างมาใหม่ๆ จะตั้งค่าได้ง่ายและเริ่มใช้งานได้สะดวกที่สุด

cover windows 11

สรุปแล้ว จะเห็นว่า EaseUS OS2Go จะมีข้อดีที่ทำให้แฟลชไดรฟ์เป็นไดรฟ์ C:\ แล้วเอาไปใช้กับโน๊ตบุ๊คที่ไม่ได้ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 10 ได้ทันที และใช้เวลาตั้งค่าเพียงไม่กี่นาทีก็พร้อมใช้งานได้เลย และทาง EaseUS ผู้พัฒนาซอฟท์แวร์ก็ได้เคลมประสิทธิภาพเอาไว้ว่าซอฟท์แวร์นี้รองรับทั้ง Chrome OS, Linux, macOS ทั้งหมด ซึ่งถ้าพูดให้ชัดเจน คือ โน๊ตบุ๊คที่ใช้ซีพียูสถาปัตยกรรม x86 เช่น AMD, Intel นั่นเอง และยังติดตั้งซอฟท์แวร์หรือเกมเข้าไปได้เหมือนมันเป็นฮาร์ดดิสก์ที่ติดตั้งในโน๊ตบุ๊คเครื่องนั้นอันหนึ่งเลย

ถ้ารับจุดสังเกตหลักๆ ที่ผู้เขียนได้กล่าวถึงได้ ก็ต้องถือว่ามันเป็นโปรแกรมที่ทำให้ผู้ใช้ที่จำเป็นต้องใช้ซอฟท์แวร์หรือ Environment บางอย่างของ Windows ได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาติดตั้งระบบปฏิบัติการเข้าไปเพิ่มในโน๊ตบุ๊คหรือพีซีเครื่องนั้นๆ ให้เสียเวลาและพื้นที่ในฮาร์ดดิสก์ไป ยิ่งถ้าใช้แบบฉาบฉวยในบางโอกาสล่ะก็ การทำแฟลชไดรฟ์ Windows 10 ด้วย EaseUS OS2Go ตัวนี้ยิ่งตอบโจทย์การใช้งานได้ดีอย่างแน่นอน ซึ่งมูลค่าซอฟท์แวร์แท้ที่จ่ายเพียง 988.48 บาท และใช้งานได้ตลอดไปพร้อมได้ Lifetime update ด้วย ก็ต้องถือว่าคุ้มค่าอย่างแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

lenovo ideapad cover

tab cover

from:https://notebookspec.com/web/614507-review-easeus-os2go

วิธีแก้ปัญหาเปลี่ยนภาษาไม่ได้ หรือลืมเปลี่ยนภาษาใน Windows 10

How to จัดการปัญหาเปลี่ยนภาษาไม่ได้ หรือลืมเปลี่ยน Windows 10 ใน 1 นาที

ลืมเปลี่ยนภาษา เปลี่ยนภาษาไม่ได้

สำหรับใครที่เวลากำลังง่วนอยู่กับการพิมพ์ พิมพ์เพลิน พิมพ์จะจบแล้ว แต่เงยหน้าขึ้นมาดันพบว่าตัวเองไม่ได้กดปุ่มสำหรับเปลี่ยนจากภาษาหนึ่งไปยังอีกภาษาที่ต้องการใช้ ไม่ต้องเซ็งไป ทีมงานมีวิธีการแก้ไขดีๆ มาฝาก รวมไปถึงการแก้ปัญหาที่ไม่สามารถเปลี่ยนจากภาษาหนึ่งไปยังอีกภาษาหนึ่ง สำหรับผู้ใช้งาน Windows 10 ด้วย


แก้ปัญหาลืมเปลี่ยนแป้นพิมพ์ภาษา ไทย-อังกฤษ

สำหรับใครที่เจอปัญหาเวลาหมกมุ่นอยู่กับการพิมพ์ ก้มหน้าก้มตาพิมพ์อย่างมีสมาธิ แต่พอเงยหน้าขึ้นมา ก็พบว่าเราลืมเปลี่ยนแป้นภาษาเสียอย่างนั้น ทำให้หลายคนแก้ปัญหาด้วยการพิมพ์ใหม่ ซึ่งการพิมพ์ใหม่ เราก็จะพบว่าเนื้อหาจะไม่เหมือนก่อนหน้า หรือบางคนก็ตันไปเลย พิมพ์ได้ไม่สละสลวยเหมือนเดิม เรามีวิธีแก้ปัญหาง่ายๆ ผ่านเว็บไซต์ออนไลน์ ที่จะช่วยจัดการแปลงภาษาที่เราพิมพ์ผิด ให้กลับไปเป็นภาษาที่ถูกต้อง

1. ThaiDocs

ลืมเปลี่ยนภาษา

ThaiDocs เว็บไซต์ที่มีหน้าตาที่เรียบง่าย ดูใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน ให้ความรู้สึเหมือน Google Translate จุดเด่นก็คือเพียงแค่เราใช่ประโยคที่เราลืมเปลี่ยนเป็นภาษาที่ต้องการ เช่น การลืมเปลี่ยนภาษาไทย-อังกฤษ, หรือภาษาอังกฤษ-ไทย ลงไปในช่องทางซ่ายมือ ระบบก็จะทำการเปลี่ยนตัวอักษรที่เราพิมพ์ผิด ไปเป็นภาษาที่เราต้องการได้เลย ง่ายมากๆ คล้ายการใช้งาน Google Translate เลย แถมตัวเว็บยังรองรับแปลงประโยคยาวๆ เป็นย่อหน้าเลยด้วย

เมื่อแปลงจากภาษาอังกฤษที่เราพิมพ์ผิดจนเป็นภาษาต่างดาวแล้ว ก็สามารถคลิกที่คัดลอก นำไปใช้ หรือจะลากคลุมข้อความที่เราแปลงเป็นภาษาไทยแล้วเอาไปใช้งานเลยก็ได้เช่นกัน ส่วนถ้าต้องการล้างช่องเปลี่ยนแป้นภาษาก็คลิกตรงล้างอักษร เพื่อลบทิ้งทั้งหมดไปเลยก็ได้

อย่างไรก็ตามระบบของ ThaiDocs ในปัจจุบัน จะมีแค่การแปลงจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษแบบตรงๆ เท่านั้น ซึ่งถ้าหากเราพิมพ์ประโยคยาวๆ แล้วมีคำเฉพาะในภาษาอังกฤษอยู่ด้วย ก็อย่าลืมมาเช็คและเปลี่ยนแป้นภาษาให้เรียบร้อยด้วย ไม่อย่างนั้นตอนเอาไปใช้อาจจะสื่อความหมายผิดก็ได้

และนอกจากที่จะมีโปรแกรมสลับภาษาให้ถูกต้องเวลาที่เราพิมพ์ผิดแล้ว ตัวเว็บยังมีฟีเจอร์หรือโปรแกรมอื่นๆ ให้เราได้ใช้งานเกี่ยวกับเอกสารอีกด้วย เช่นการแปลงไฟล์ PDF เป็น Word, Word เป็น Excel, แก้ไขตัวอักษร PDF เพี้ยน เป็นต้น ถือว่าครบเครื่องพอสมควรสำหรับการจัดการกับเอกสาร ที่สามารถทำได้แบบฟรีๆ ไม่เสียค่าใช้จ่าย

สามารถเข้าไปใช้งานเว็บไซต์ได้ที่: Thaidocs


2. Lullar de = กำ

t2

เว็บไซต์ต่อมาที่อยากจะแนะนำก็คือ Lullar De บอกเลยว่ามีหน้าตาที่เรียบง่ายสุดๆ เปิดเว็บมาก็เจอโลโก้ และช่องสำหรับใส่ข้อความที่เราต้องการสลับภาษา ถือว่าใช้งานง่ายสุดๆ โดยเว็บนี้นั้น จะเน้นไปที่การแปลงหรือสลับภาษาในประโยคสั้นๆ คำ หรือวลี ตัวเว็บยังสามารถใช้งานบนเว็บไซต์ ทั้งบนคอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวกสบายอีกด้วย

หน้าเว็บไซต์ที่ออกแบบมาให้เป็นแบบง่ายๆ ให้เราพิมพ์หรือ Copy ประโยคภาษาต่างดาวเอามาใส่ในช่องว่างเหนือคำว่า “เปลี่ยนเลย” แล้วคลิกที่คำว่า “เปลี่ยนเลย” จากนั้นระบบจะแก้เป็นคำภาษาไทยให้เราโดยอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่นเราพิมพ์ผิดเป็น l;ylfu ก็ยกประโยคนี้มาวางแล้วกด เปลี่ยนเลย ระบบจะทำการแปลภาษามาให้เราทันที

จากคำว่า l;y;fu ที่เราเขียนเป็นภาษาต่างดาวก็จะกลายเป็นคำว่า สวัสดี ก็ลากเมาส์แล้ว Copy ไปวางในช่องแชตส่งหาเพื่อนได้ทันที หรือถ้าใช้บนสมาร์ทโฟนก็สามารถแตะค้างแล้วลากคลุมคำที่ระบบแปลงมาให้แล้วเอาไปส่งแชตก็ได้เหมือนกัน

สำหรับ Lullar de = กำ นั้น นอกจากที่จะสามารถแปลงคำหรือวลี ที่เราลืมสลับภาษา สามารถแก้ไขได้ทั้งประโยคเช่นกัน แต่มีจุดสังเกตคือระบบจะแปลงเป็นภาษาไทยอย่างเดียว ไม่มีการกลับภาษาหรือมีตัวเช็คว่าผู้ใช้ทดสอบพิมพ์ชื่อของเว็บไซต์เข้าไปหรือเปล่า แสดงว่า Lullar de = กำ จะเป็นระบบแปลงอังกฤษเป็นภาษาไทยอย่างเดียว


แก้ปัญหาเปลี่ยนภาษาไม่ได้ ใน Windows 10

ปัญหา โน๊ตบุ๊คเปลี่ยนจากภาษาหนึ่งไปเป็นอีกภาษาไม่ได้ Windows 10 มักจะเกิดกับหลาย ๆ คนที่เมื่อซื้อโน๊ตบุ๊คมาใหม่ หรือเพิ่งลง Windows ใหม่ก็อาจจะประสบพบเจอ ซึ่งสาเหตุของปัญหานี้ หรือพิมพ์ภาษาไทยไม่ได้ โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดจากการตั้งค่าภาษาของ Windows เช่น ยังไม่ได้เพิ่มภาษาไทยเข้าไปในรายการภาษาที่ใช้งาน หรือก็อาจเป็นในส่วนของวิธีการกดปุ่มแป้นพิมพ์ วิธีการตรวจสอบและแก้ไขโน๊ตบุ๊คเปลี่ยนแป้นภาษาไม่ได้ Windows 10 ก็ง่ายๆ เพียงทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • เริ่มต้นให้เราเข้าไปที่ Settings >> Time & Language
ojgojdto
  • คลิกที่หัวข้อ Language ที่แถบทางซ้ายมือ จากนั้นดูที่หัวข้อ Preferred Languages ว่ามีภาษาอะไรบ้าง ถ้ามีแค่ภาษาอังกฤษอย่างเดียว ก็ให้เราก็กดเพิ่มภาษาไทยเข้าไปโดยคลิกที่ Add a preferred language >> ค้นหาภาษาไทย โดยอาจจะพิมพ์ค้นหาจากในช่องด้านบนก็ได้ >> Next แล้วรอการติดตั้งสักครู่ ก็สามารถใช้งานคีย์บอร์ดภาษาไทยบน Windows 10 ได้แล้ว
dgojdrojgor
gjdtjgog

วิธีนี้นอกจากจะแก้ปัญหาการกดปุ่มเปลี่ยนการพิมพ์จากภาษาหนึ่งไปเป็นอีกภาษาหนึ่งได้แล้ว ยังสามารถเพิ่มภาษาอื่นๆ มาใน Windows 10 ได้ด้วย โดยการที่เราเลือกเปลี่ยนใน Windows display language ได้นั้น ให้กดที่ Preferred languages >> แล้วกด Add a language เพื่อเพิ่มภาษาได้เลย

Windows 10 จะให้เราเลือกภาษาที่ต้องการเพิ่มเข้าไป จากรายชื่อภาษาทั้งหมดที่ติดตั้งเอาไว้ในเครื่อง ซึ่งเราสามารถเลือกได้ 2 แบบ คือ จะไล่ดูจากรายชื่อทั้งหมดหรือจะพิมพ์ในช่องค้นหาข้างบนก็ได้ ตัวอย่าง สมมติว่าผู้เขียนต้องการเพิ่มภาษาญี่ปุ่นเข้ามาในเครื่อง ก็พิมพ์ค้นหาได้เลย เมื่อภาษาญี่ปุ่นขึ้นมา ก็กด Next เพื่อตั้งค่าต่อไป

ตัวเครื่องจะแจ้งการติดตั้งฟีเจอร์ต่าง ๆ ของภาษานั้นๆ (Install language features) ว่าจะติดตั้งอะไรเข้ามาให้เราบ้าง เช่นชุดคำสั่งภาษานั้นๆ (Language pack) คำสั่งพิมพ์ด้วยเสียง (Text-to-speech) หรือแม้แต่การเขียนด้วยมือเมื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์การเขียนต่าง ๆ อยู่ (Handwriting) พร้อมแสดงพื้นที่ที่ Windows จะใช้เพื่อติดตั้งภาษานั้น ๆ เข้ามาด้วย โดยจะใช้พื้นที่เพียงเล็กน้อยหลัก MB เท่านั้น


วิธีเปลี่ยนปุ่มในการกดเปลี่ยนจากภาษาหนึ่งไปเป็นภาษาอื่นๆ Windows 10

และสำหรับใครที่ต้องการปรับเปลี่ยนวิธีการกดเปลี่ยนจากภาษาหนึ่งไปเป็นอีกภาษา (สำหรับค่าเริ่มต้น Windows 10 คือปุ่ม Alt + shift ) สำหรับใครที่อยากใช้ตัวเปลี่ยนภาษาเป็นปุ่ม ‘ ~ ’ ก็สามารถทำได้ตามนี้เลย

  • เข้าไปที่ Settings >> Language >> เลื่อนลงมาดูในส่วนของ Related Settings >> คลิกที่หัวข้อ Spelling, typing, & keyboard settings
fgodjtpj
  • เลื่อนจอลงมาด้านล่าง ในส่วนของหัวข้อ More keyboards settings >> คลิก Advanced keyboard settings
igjditjidittt
  • คลิกที่ Language bar options
gidjogtjdo
  • (กรณีเกิด Error แสดงว่าตัว Windows Activation มีปัญหา ให้เราทำการอัพเดต Windows 10 ก่อนแล้วจึงเข้ามาตั้งค่าอีกครั้ง)
ohjtojh
กรณีเกิด Error แสดงว่าตัว Windows Activation มีปัญหา ให้เราทำการอัพเดต Windows 10 ก่อนแล้วจึงเข้ามาตั้งค่าอีกครั้ง
  • หลังจากที่เราคลิกที่ Language bar options จะปรากฏหน้าต่าง Text Services and Input Languages ขึ้นมา >> คลิกที่แถบ Advanced Key Settings
  • ดูที่หัวข้อ Between input languages สังเกตตรงด้านขวา จะมีข้อมูล บอกว่าตอนนี้เราใช้ปุ่มอะไรในการสลับภาษา ตัวอย่างในภาพ คือ ระบบตั้งไว้ว่าใช้ปุ่ม Left Alt + Shift ในการสลับภาษา ซึ่งถ้าใครต้องการเปลี่ยนไปใช้ปุ่ม ‘ ~ ’ ในการเปลี่ยนจากภาษาหนึ่งไปเป็นอีกภาษาบน Windows 10 >> ให้คลิกที่ปุ่ม Change Key Sequence…  >> Switch Input Language >> Grave Accent (~) >> OK
gidjfgdkt sideffff
  • เท่านี้เราก็สามารถใช้ปุ่ม ‘ ~ ’ ในการเปลี่ยนจากภาษาหนึ่งไปเป็นอีกภาษาได้เรียบร้อยแล้ว

และทั้งหมดนี้ก็คือ วิธีการง่าย ๆ ไม่กี่ขั้นตอนในการแก้ปัญหาโน๊ตบุ๊คเปลี่ยนจากภาษาหนึ่งไปเป็นอีกภาษาไม่ได้ Windows 10, การเปลี่ยนปุ่มเปลี่ยนภาษาใน Windows 10 รวมไปถึงการแปลงภาษาในกรณีที่เราลืมสลับภาษาในการพิมพ์ ที่ใครก็สามารถทำตามกันได้ง่ายๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด เพียงแค่นี้การใช้งาน และการเปลี่ยนภาษาในโน๊ตบุ๊คก็จะเป็นเรื่องง่ายสำหรับผู้ใช้งานแล้ว ใครที่เจอปัญหาเหล่านี้อยู่ ก็สามารถที่จะลองนำ วิธีการต่างๆ ที่ทีมงานได้นำเสนอไปใช้กันได้เลย


อ่านบทความเพิ่มเติม/เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

คีย์ลัด Windows 10
กด f1-f12 ได้ โดยไม่ต้องใช้ปุ่ม Fn Key
แอพแปลงค่าเงิน
คีย์ลัด Photoshop 2021
แอพแปลภาษาแมว

from:https://notebookspec.com/web/613704-how-to-change-language-windows-10

[ไม่ต้องดีใจไม่มีไทย] แอพ Xbox บนพีซี รองรับการเล่นเกมบน xCloud แล้ว

ไมโครซอฟท์ยังเดินหน้าบริการ Xbox Cloud Gaming (xCloud) อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดอัพเดตแอพ Xbox บน Windows 10 ให้สามารถเล่นเกมผ่านคลาวด์ได้บนแอพพีซีแล้ว (ก่อนหน้านี้รองรับเฉพาะบนเบราว์เซอร์) ส่วน Windows 11 จะได้ฟีเจอร์นี้ built-in มาเลย ไม่ต้องลงแอพเพิ่ม

นอกจากฟีเจอร์ xCloud การอัพเดตครั้งนี้ยังรองรับ Xbox remote play คือการสตรีมเกมจาก Xbox มาเล่นบนพีซีได้ด้วย

ปัจจุบัน xCloud มีให้บริการใน 22 ประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีประเทศไทย

ที่มา – Xbox

No Description

from:https://www.blognone.com/node/124759

รวมคีย์ลัด Windows 10, Edge, Chrome, Youtube รู้ไว้แล้วชีวิตจะง่ายขึ้นอีกเยอะ

รวมคีย์ลัด Windows 10, Edge, Chrome, Youtube ที่ใช้บ่อยๆ

คีย์ลัด Windows 10

ทุกวันนี้นั้น คอมพิวเตอร์ เรียกว่าเป็นอาวุธประจำกายของคนวัยทำงาน ไม่เว้นแม้แต่เด็กนักเรียน นักศึกษา ที่ต้องมีไว้ทำงาน เรียน ฯลฯ เช่นกัน ซึ่งแน่นอนว่าการทำงานนั้นต้องอาศัยเวลาเป็นอย่างยิ่ง คงจะดีกว่าถ้าหากเราได้มีทางลัดที่ทำให้ทำงานวัยขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่ทำงานโดยใช้คอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการ Windows ทีมงานจึงอยากแนะนำคีย์ลัดสำหรับ Windows 10, Microsoft Edge, Google Chrome เอาไว้สำหรับการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้น


ก่อนที่เราจะไปดูปุ่มลัดต่างๆ กันนั้น ต้องบอกก่อนว่าใครหลายคนคงทราบกันบ้างอยู่แล้วเกี่ยวกับปุ่มลัด เช่น กดปุ่ม F2 เพื่อเปลี่ยนชื่อไฟล์, กดปุ่ม F5 เพื่อรีเฟรช เป็นต้น ส่วนการตั้งค่า Shortcuts Key ให้แต่ละโปรแกรมนั้น ก็สามารถทำได้โดยการไปที่ Properties >> Shortcuts นั่นเอง ส่วนปุ่มลัดอื่นที่นำมาแนะนำกันนั้น ไปดูกันเลย

คีย์ลัดด้วยปุ่ม Windows

anyrgb.com
Cr. anyrgb
คีย์ ผลลัพธ์
Windows Key + D ซ่อน/แสดง โปรแกรมที่กำลังใช้อยู่
Windows Key + A เปิด Access Menu
Windows Key + E เปิด This PC (My Computer) หรือ File Explorer
Windows Key + S ค้นหาโปรแกรม
Windows Key + Shift + S จับภาพหน้าจอโดยสามารถเลือกพื้นที่ได้เอง
Windows Key + I เปิด Windows Settings
Windows Key + L ล็อคหน้าจอ, ล็อคเครื่อง
Windows Key + M ซ่อนทุกโปรแกรม
Windows Key + G อัดวิดีโอหน้าจอ, Game Mode บันทึกหน้าจอขณะเล่นเกม
Windows Key + (+) หรือ (-) ย่อ/ขยาย หน้าจอ ด้วย Magnifier
Windows Keys + X เปิดเมนูลัด
Windows Key + Tab  เปิดดูแท็ปที่มีบน Desktop เดิม และสร้าง Desktop ใหม่
Windows Key + Control + (<) หรือ (>) สลับหน้า Desktop
Windows Key + ตัวเลข 1-9 เรียกโปรแกรมที่เปิดค้างไว้ตามลำดับ
Windows Key + ลูกศรซ้าย หรือ ลูกศรขวา ปรับหน้าต่างชิดซ้าย หรือชิดขวา
Windows Key + PrtScn จับภาพหน้าจอ แล้วบันทึกลงในโฟลเดอร์ Screenshot อัตโนมัติ
Windows Key + (.) เปิดหน้าต่างอิโมจิ

คีย์ลัด Shift

PikPng.com shift png 4447153
Cr. pikpng
คีย์ ผลลัพธ์
Shift + Delete ลบไฟล์ถาวร โดยไม่ทิ้งไว้ใน Recycle bin
Shift + Ctrl + Esc เปิดเข้าดูการทำงานของโปรแกรม (Processes) ใน Task Manager
Shift + Ctrl + N สร้างโฟลเดอร์ใหม่ ใน File Explorer, สร้างโฟลเดอร์ใหม่ ในหน้า Desktop
Shift + กดปุ่มเมาส์ซ้าย เปิดหน้าต่างโปรแกรมใหม่ หรือ New Windows
Shift + กดปุ่มคลิกซ้าย ใน Microsoft Word ทำไฮไลต์คลุมข้อความแบบทั้งชุด
Shift + Ctrl + T เรียกคืนหน้าเว็บที่เพิ่งปิดไปก่อนหน้านี้บนเว็บเบราว์เซอร์
Shift + Ctrl + Del Clear cache, History และ Cookies ใน Google Chrome
Shift + Ctrl + Tab ย้อนไปที่แท็บก่อนหน้า (กรณีที่เราเปิดหลายแท็บไว้บนหน้าต่างเดียว) บน Google Chrome หรือ Microsoft Edge

คีย์ลัด Ctrl

pngkey.com key png 4317152
Cr. pngkey
คีย์ ผลลัพธ์
Ctrl + C Copy คัดลอกสิ่งที่ต้องการ
Ctrl + V Paste วางที่ Copy มาในบริเวณที่ต้องการ
Ctrl + X Cut หรือตัดข้อความ ไฟล์ ที่เลือกเอาไว้ เพื่อนำไปวางที่อื่น
Ctrl + Z Undo หรือยกเลิกสิ่งที่ทำไว้ก่อนหน้านี้
Ctrl + Shift + Z ยกเลิก Undo
Ctrl + Y Redo
Ctrl + F Find ค้นหา สิ่งที่ต้องการ เช่น ข้อความ, ไฟล์ ฯลฯ
Ctrl + S Save บันทึกการทำงาน Save, Save As…
Ctrl + Shift + S บันทึกการทำงาน Save As…
Ctrl + Home ไปยังบรรทัดบนสุดของหน้าเว็บ หรือแถวบนสุดของ Word
Ctrl + End ไปยังส่วนสุดท้ายของหน้าเว็บ หรือด้านล่างสุด
Ctrl + E ในเว็บเบราว์เซอร์ ไปที่ Search URL สำหรับค้นหา
Ctrl + O Open เปิดหน้าต่างสำหรับการ Insert ภาพ ไฟล์และอื่นๆ ลงในเอกสาร รวมถึงการ Insert เพื่อจัดส่งเมล์ เป็นต้น
Ctrl + P เปิดหน้า Printer preview พร้อมสำหรับการสั่ง Print งาน
Ctrl + N New เปิดหน้า Page หรือหน้าเอกสารใหม่ (Microsoft Word), เปิดโฟลเดอร์ Desktop
Ctrl + F5 ในเว็บเบราว์เซอร์ Refresh รีเฟรชข้อมูลใหม่ทั้งหมด โดยไม่ใช้ Cache เดิม
Ctrl + D ในเว็บเบราว์เซอร์ เพื่อสร้าง Bookmark
Ctrl + A เลือกทั้งหมด
Ctrl + Shift + T เปิดหน้าต่างที่ปิดไปล่าสุด
Ctrl + Backspace ลบคำ (เป็นคำๆ )
Ctrl + Alt + Delete เปิด Task Manager

คีย์ลัด Alt

pngegg
Cr. pngegg
คีย์ ผลลัพธ์
Alt + F4 ปิดหน้าต่าง/โปรแกรมที่ใช้งานอยู่
Alt + Tab สลับหน้าต่าง/โปรแกรมที่กำลังเปิดอยู่
Alt + ลูกศรซ้าย ย้อนกลับ Go back เช่น ย้อนกลับไปหน้าก่อนในการดู Web browser
Alt + ลูกศรขวา ไปข้างหน้า Go forward
Alt + ลูกศรขึ้น กลับไปยังโฟลเดอร์ก่อนหน้า 1 step ใน File Explorer
Alt + Enter Full Screen เปิดเต็มหน้าจอในการเล่นเกม
Alt + Enter เปิดดู Properties รายละเอียดของภาพบน Photo
Alt + Ctrl + F2 เปิดเมนู Open file ใน Word, Excel
Alt + Prt Screen จับภาพเฉพาะหน้าต่างโปรแกรมที่กำลังเปิดใช้อยู่

ปุ่มลัด Microsoft Edge

Microsoft Edge New Logo.wine
คีย์ ผลลัพธ์
Ctrl + D บันทึกหน้าเพจที่ชื่นชอบเก็บเอาไว้ โดยอยู่ในลิสต์รายการโปรด หรือใน Favorite ในส่วนของ Favorite นี้ สามารถ Edit หรือเลือกได้ว่าจะเก็บไว้ที่ไหน
Ctrl + H เปิดดู History หรือประวัติการเข้าชมเว็บไซต์ ซึ่งจะมีรายละเอียดไว้ทั้งหมด ว่าเข้าไปที่เว็บไหนบ้าง โดยจะสามารถดูย้อนไปได้ เช่น 1 วัน, สัปดาห์, เดือน หรือนานกว่านั้น
Ctrl + J เปิดแท็ปข้อมูลการดาวน์โหลดไฟล์ หรือประวัติการดาวน์โหลด ที่เคยได้ดาวน์โหลดเอาไว้ โดยสามารถลิงก์ไปยังโฟลเดอร์ที่จัดเก็บไฟล์ไว้ได้ด้วย
Ctrl + M ปิดเสียงของหน้าเว็บในแท็ปที่ใช้อยู่ได้ทันที
Ctrl + N เปิดหน้าต่างหรือแท็ปใหม่บน Microsoft Edge
Ctrl + R Reload หรือรีเฟรชหน้าเพจหรือเว็บไซต์ที่กำลังเข้าชมอยู่
Ctrl + Shift + N เปิดหน้าต่างเบราว์เซอร์ใหม่ โดยเป็นแบบ InPrivate Browsing (โหมดไม่ระบุตัวตน) เพื่อความเป็นส่วนตัว ทำให้ผู้อื่นไม่สามารถตรวจเช็คหรือติดตามการใช้งานเว็บไซต์ ขณะที่อยู่ในโหมดนี้ได้
Ctrl + Shift + D สร้าง Favorites หรือบันทึกหน้าเว็บทั้งหมดที่เปิดในหน้าต่างนั้น ไม่ว่าจะมีกี่แท็ปก็ตาม ให้อยู่ในโฟลเดอร์ที่ตั้งขึ้นมาใหม่ในทีเดียว
Ctrl + เครื่องหมาย (+) หรือ (-) ย่อ หรือ ขยายหน้าเว็บไซต์ที่ใช้งานอยู่

ปุ่มลัด Google Chrome

logo google chrome internet 4803
คีย์ ผลลัพธ์
Ctrl + Shift + T เปิดหน้าแท็ปเว็บไซต์ ที่เพิ่งปิดไปก่อนหน้า ให้ย้อนกลับมาได้
Ctrl + N เปิดหน้าต่าง Google Chrome ใหม่
Ctrl + T เปิดแท็ปเว็บไซต์ใหม่
Ctrl + ตัวเลข 1-9 เปิดแท็ปเว็บไซต์ที่ใช้งานอยู่ตามลำดับ
Ctrl + 9 เลื่อนไปที่แท็บสุดท้ายของหน้าต่าง Chrome
Ctrl + Shift + N เปิดหน้าต่าง Google Chrome ใหม่ ในโหมดไม่ระบุตัวตน (incognito)
Ctrl + W ปิดแท็ปเว็บไซต์ปัจจุบันที่เปิดอยู่
Ctrl + R รีเฟรชหน้านั้นใหม่อีกครั้ง
Ctrl + J ไปที่หน้าการดาวน์โหลดของ Google Chrome
F11 หรือ Fn + F11 เปิดโหมดเต็มหน้าจอ Full Screen

ปุ่มลัด YouTube

kisspng united states youtube logo youtube play button transparent png 5ab1be08946c16.888989591521597960608
คีย์ ผลลัพธ์
ปุ่ม Space bar หยุด/เล่นวีดีโอ (Pause/Play)
ปุ่ม K หยุดเล่นวิดีโอ (Pause)
ปุ่ม F
เล่นวีดีโอแบบเต็มหน้าจอ Full screen
ปุ่ม J
ถอยหลังวีดีโอ (backward) 10 วินาที
ปุ่ม L
เดินหน้าวีดีโอ (forward) 10 วินาที
ปุ่ม I ย่อหน้าต่างวีดีโอเป็นแบบ Mini Player แอบที่มุมของหน้าจอ
ปุ่มลูกศรขึ้น
เพิ่มเสียง
ปุ่มลูกศรลง
ลดเสียง
ปุ่มลูกศรซ้าย ถอยหลังวิดีโอ (backward) 5 วินาที
ปุ่มลูกศรขวา
เดินหน้าวิดีโอ (forward) 5 วินาที
คลิกขวาที่วิดีโอ 2 ครั้ง >> เลือก Picture in Picture
การแสดงภาพซ้อนภาพ พิมพ์งาน ดูวีดีโอ และทำอย่างอื่นไปพร้อมกัน เลื่อนวีดีโอได้ทั่วหน้าจอ
เลือกที่ปุ่มมุมบนขวาที่เป็น Account >> เลือก Dark Theme ปรับเป็นหน้าจอดำ (Dark Theme) เปลี่ยนจาก Theme สีขาว ไปเป็นสีดำ

และทั้งหมดนี้ก็คือคีย์ลัดสำหรับการใช้งาน Windows ที่ทีมงานได้นำมาแนะนำ ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่า เลือกจากคีย์ที่ใช้งานกันบ่อยๆ ซึ่งความจริงแล้วก็อาจมีคีย์ลัดอื่นๆ อีกมากมาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ปุ่มลัดเหล่านี้ จะช่วยเพิ่มความสะดวกและความรวดเร็วในการทำงาน และใช้งานคอมพิวเตอร์ให้เราอีกมากมายอย่างแน่นอนเลย


อ่านบทความเพิ่มเติม/บทความที่เกี่ยวข้อง

กด f1-f12 ได้ โดยไม่ต้องใช้ปุ่ม Fn Key
แอพ VPN
ลบไฟล์ขยะ Windows 10
แคปหน้าจอคอม
รวมไฟล์ Word

from:https://notebookspec.com/web/612787-shortcut-keys-windows-10-edge-chrome

7 โน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 สเปคแรงมี Office 2019 แท้พร้อมใช้งาน ซื้อแล้วคุ้มชัวร์!

โน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 ยุคนี้ได้ Microsoft Office Home & Student 2019 แถมมาในเครื่องพร้อมทำงานเลย คุ้มสุดๆ 

laptop25 cover

โน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 ตอนนี้มีตัวเลือกให้เลือกซื้อมากมายหลากหลายสเปค ตั้งแต่ราคาหลักหมื่นนิดๆ ไปจนเกือบถึงงบประมาณที่ตั้งไว้เลยทีเดียว แต่คำถามคือ ถ้ามีเงินพร้อมจ่ายซื้อโน๊ตบุ๊คระดับนี้แล้ว นอกจาก Windows 10 Home ก็ควรมี Microsoft Office Home & Student 2019 ที่ทุกคนต้องการใช้ทำงานเอกสารติดมาให้ด้วย จะได้ไม่ต้องจ่ายเพิ่มอีก 4,299 บาทให้เปลืองเงิน พอเปิดกล่องแล้ว Sign in เสร็จสรรพแล้ว ก็เริ่มทำงานต่อได้ทันที

โน๊ตบุ๊คแบบที่มีซอฟท์แวร์ครบพร้อมใช้งานแบบนี้ ตอนนี้มีให้เลือกซื้อหลายรุ่นและในระดับราคาไม่เกิน 25000 บาทนี้ งานประกอบและฟีเจอร์ที่ติดมาให้ในเครื่องก็ถือว่าคุ้มค่าราคาน่าคบหามากทีเดียว และหลายๆ รุ่นก็มีพอร์ต USB-C ติดตั้งมาให้ใช้โอนไฟล์ด้วยความเร็วสูงได้ บางรุ่นก็ต่อหน้าจอแยกหรือชาร์จแบตเตอรี่ให้โน๊ตบุ๊คได้ด้วยมาตรฐาน USB Power Delivery แบบเดียวกับสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย

โน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000

แต่ก่อนจะไปเลือกซื้อโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 บาทกัน ผู้เขียนขออธิบายเสริมความเข้าใจกันเล็กน้อยว่า Microsoft Office Home & Student 2019 และ Microsoft 365 นั้นแตกต่างกันอย่างไรนอกจากการจ่ายค่าบริการเป็นรายปีหรือจ่ายครั้งเดียวจบไม่ต้องจ่ายซ้ำ เพราะซอฟท์แวร์ทั้งสองตัวนี้ต่างก็มีจุดดีกันทั้งคู่ โดยแนะนำข้อมูลเป็นตารางเทียบดังนี้

office 365 vs office 2019 1080x675 1

ซอฟท์แวร์ Microsoft Office Home & Student 2019 Microsoft 365
ซอฟท์แวร์ที่ได้ใช้งาน Microsoft Word, Excel, PowerPoint Microsoft Word, Excel, PowerPoint, Outlook

ผู้ใช้ที่ใช้ใน PC โหลด Microsoft Access, Publisher มาใช้งานได้ด้วย

ได้รับการอัพเดทแพทช์และแก้บั๊กเป็นระยะๆ เท่าที่ยังต่ออายุการใช้งาน

การอัพเดทฟีเจอร์ ได้รับการอัพเดทแพทช์ความปลอดภัย แต่ไม่ได้รับฟีเจอร์ใหม่และไม่ได้รับอัพเดทใหญ่ ได้รับฟีเจอร์ใหม่ตลอดทั้งการอัพเดทแพทช์ความปลอดภัยและแก้ไขบั๊ก
การติดตั้งซอฟท์แวร์และจำนวนผู้ใช้งาน เฉพาะ Windows หรือ MacBook เครื่องที่ติดตั้งซอฟท์แวร์ Microsoft 365 Family แพ็คเกจเดียวติดตั้งและใช้งานพร้อมกันได้ 5 หน้าจอพร้อมกัน นับรวมทั้ง PC, Mac, แท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนที่ใช้ซอฟท์แวร์ในขณะนั้น
ฟีเจอร์สำหรับแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน ไม่มี โหลดซอฟท์แวร์มาติดตั้งแล้ว Sign in ก็ใช้ฟีเจอร์แก้ไขหรือสร้างเอกสารใหม่ในสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้ทันที
พื้นที่เก็บไฟล์ออนไลน์ ไม่มี ใช้งาน OneDrive Cloud ของ Microsoft แชร์พื้นที่ 1TB ไว้แบ็คอัพและเก็บไฟล์งานของผู้ใช้ 6 คน
(รวมตัวผู้ใช้ด้วย)
การซัพพอร์ตทางเทคนิค ไม่มี ติดต่อเจ้าหน้าที่ของ Microsoft ให้ช่วยแก้ปัญหาที่เจอระหว่างใช้งานซอฟท์แวร์ได้ทันที ฟรี ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม
ค่าบริการ จ่ายซื้อซอฟท์แวร์ครั้งเดียว ใช้งานได้ตลอดไป

ราคา 4,299 บาท

จ่ายค่าบริการเป็นรายปี

ราคา 1,990 บาท (BaNANA)

จะเห็นว่าซอฟท์แวร์ทั้ง 2 แบบนั้นแม้จะคล้ายกัน แต่ก็มีรายละเอียดแตกต่างกันอยู่ระดับหนึ่ง ซึ่งมีข้อดีกันทั้งคู่และเหมาะกับผู้ใช้แตกต่างกันไป ซึ่งถ้าใครเน้นทำงานคนเดียวเป็นหลักอาจจะใช้ Microsoft Office Home & Student 2019 ก็ดี แต่ถ้ามี User แชร์ใช้บริการร่วมกันล่ะก็ ราคา 1,990 บาท ก็เฉลี่ยคนละ 331 บาทต่อปีเท่านั้น ซึ่งถือว่าคุ้มค่าใช้ได้ทีเดียว

นอกจากนี้ จากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนเอง หากใครโหลดโปรแกรมหรือทดลองอัพเดท Windows เวอร์ชั่นเบต้าแล้วเครื่องมีปัญหาจนต้องล้างเครื่องลงใหม่ โน๊ตบุ๊คเครื่องที่มี Microsoft Office Home & Student 2019 ติดตั้งไว้ในเครื่องและเจ้าของเครื่องได้ล็อคอิน Microsoft Account (เมล์ Outlook) ไว้ในเครื่องเรียบร้อยแล้ว สามารถโหลดซอฟท์แวร์กลับมาติดตั้งในเครื่องได้ทันที โดยตัวซอฟท์แวร์และ Microsoft Account จะจัดการยืนยันสิทธิ์การใช้งานให้ผู้ใช้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเสียเงินซื้อซอฟท์แวร์ใหม่แม้แต่น้อย

7 โน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 มี Office 2019 พร้อมใช้งานแนะนำให้ซื้อ

สำหรับคนที่มีแผนเปลี่ยนโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่มาใช้แล้วมีงบประมาณ 25000 บาทอยู่ในมือล่ะก็ ตอนนี้เราสามารถหาซื้อโน๊ตบุ๊คที่มี Microsoft Office Home & Student 2019 ติดเครื่องมาพร้อมใช้งานได้ไม่ยาก เพราะว่าผู้ผลิตหลายๆ เจ้าก็เริ่มแถมซอฟท์แวร์นี้มาให้ใช้งานกันแล้ว โดยทั้ง 7 รุ่นนี้ที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำจะเน้นรุ่นที่สเปคคุ้มค่ากับราคาที่สุดให้เลือกซื้อกัน โดยมีรุ่นให้เลือกดังนี้

  1. Acer Swift 3 SF314-43-R1FY (22,250 บาท)
  2. DELL Inspiron 5515-W566215101THW10 (22,400 บาท)
  3. ASUS Vivobook Flip 14 TM420UA-EC001TS (22,990 บาท)
  4. Lenovo IdeaPad 3 15ALC6 (23,400 บาท)
  5. Lenovo IdeaPad 5 14ALC05 (23,900 บาท)
  6. HP 15s-fq2019TU (24,900 บาท)
  7. HP Pavilion 15-eh1082AU (24,990 บาท)
1. Acer Swift 3 SF314-43-R1FY (22,250 บาท)

Swift SF314 l

Acer Swift 3 SF314 จัดเป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาพกพาง่ายด้วยน้ำหนักเครื่องเพียง 1.2 กิโลกรัมเท่านั้น แต่สเปคถือว่าครบเครื่องและรุ่นที่เลือกมาก็อัพเดทซีพียูเป็น AMD Ryzen ซีรี่ส์ 5000 แบบประหยัดพลังงานและมีประสิทธิภาพการทำงานดี ติดตั้งชุดสแกนลายนิ้วมือปลดล็อคเครื่องเอาไว้ให้ใช้งานพร้อมประกันตัวเครื่อง 2 ปี โดยรวมทั้งชิ้นส่วนและค่าแรงไว้ทั้งหมด

สเปคใช้ซีพียู AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0 GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics 7 คอร์ในตัว เอาไว้เรนเดอร์กราฟฟิคได้ มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB มี Windows 10 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019 ไว้พร้อมใช้งาน มีแรมออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 3200 MHz ส่วนหน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มีพอร์ตเชื่อมต่อให้ครบทั้ง USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1 ต่อ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2 ได้ด้วย ซึ่งถ้าใครต้องการโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 บาทเน้นคุ้มพกง่ายสักเครื่องไว้ใช้งาน Acer Swift 3 เครื่องนี้จัดว่าน่าสนใจมากรุ่นหนึ่ง

สเปคของ Acer Swift 3 SF314-43-R1FY
  • ซีพียู AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0 GHz
  • การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics 7 คอร์
  • SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรมออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 3200 MHz
  • หน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1
  • การเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.2
  • ติดตั้ง Windows 10 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019 ไว้ในตัว
  • ราคา 22,250 บาท (Advice)
2. DELL Inspiron 5515-W566215101THW10 (22,400 บาท)

Inspiron 5515 Blue l

ส่วนแฟนคลับโน๊ตบุ๊คแบรนด์ DELL จะมี DELL Inspiron 5515-W566215101THW10 เป็นโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 บาท บอดี้ใหม่ที่คุ้มค่าน่าซื้อมาใช้งานรุ่นหนึ่ง เพราะนอกจากได้ AMD Ryzen 5000 Series มี Microsoft Office Home & Student 2019 แล้ว ยังได้หน้าจอขนาด 15.6 นิ้วติด Numpad เอาไว้ให้ใช้งานและน้ำหนักเพียง 1.63 กิโลกรัมเท่านั้น จะติดเพียง SSD ในเครื่องมีความจุแค่ 256GB แต่ถ้ามี External Harddisk เสริมสักหน่อยก็โอเคแล้ว 

สเปคใช้ซีพียู AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0 GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics 7 คอร์เหมือนกัน ติดตั้ง SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 256GB ติดตั้ง Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019 ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz ติดตั้งไว้ในตัว ส่วนหน้าจอ 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล VA มีพอร์ต USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1 เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.1 จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่เหมาะกับคนทำงานกับตัวเลขเป็นประจำเป็นอย่างมากรุ่นหนึ่ง

สเปคของ DELL Inspiron 5515-W566215101THW10
  • ซีพียู AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0 GHz
  • การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics 7 คอร์
  • SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 256GB
  • แรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล VA
  • พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1
  • การเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.1
  • ติดตั้ง Windows 10 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019 ไว้ในตัว
  • ราคา 22,400 บาท (JIB)
3. ASUS Vivobook Flip 14 TM420UA-EC001TS (22,990 บาท)

Flip 14 Black f

ส่วนคนที่หาโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 บาทแล้วพับหน้าจอกลับเป็นแท็บเล็ตได้ด้วย แนะนำเป็น ASUS Vivobook Flip 14 TP470EA-EC002TS ที่เป็นโน๊ตบุ๊คบางเบาพับเครื่องกลับ 360 องศาได้ มี ASUS Pen เป็นปากกา Stylus สำหรับเขียนหน้าจอติดมาให้ใช้ด้วย ตอบโจทย์คนที่ต้องการเซ็นเอกสารหรือจดโน้ตได้เป็นอย่างดี เรียกว่าคุ้มแบบซื้อเครื่องเดียวใช้ได้ถึง 2 แบบสบายๆ ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 1.5 กิโลกรัม

สเปคของ ASUS เครื่องนี้ใช้ซีพียู Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0-4.1 GHz กับการ์ดจอ Intel UHD Graphics Xe G4 ออนบอร์ดมาพร้อมใช้ทำงานทั่วไปได้ดีอย่างแน่นอน ส่วน SSD ในเครื่องเป็น M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้ มีแรมออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 4266 MHz ส่วนหน้าจอสัมผัสมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มีพอร์ต USB 2.0, USB-A 3.2, USB-C 3.2, HDMI อย่างละ 1 พอร์ตติดตั้งมาให้ เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax กับ Bluetooth 5.0 ได้ด้วย จัดว่าเหมาะกับคนที่ต้องการโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 บาท เหมาะกับคนที่ต้องทำงานเซ็นเอกสารเป็นประจำมาก เพราะมีปากกา ASUS Pen ติดมาให้ใช้เขียนหน้าจอได้เลย

สเปคของ ASUS Vivobook Flip 14 TP470EA-EC002TS
  • ซีพียู Intel Core i3-1115G4 แบบ 2 คอร์ 4 เธรด ความเร็ว 3.0-4.1 GHz
  • การ์ดจอออนบอร์ด Intel UHD Graphics Xe G4
  • SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรมออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 4266 MHz
  • หน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • พอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0, USB-A 3.2, USB-C 3.2, HDMI อย่างละ 1 พอร์ต
  • การเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.0
  • ติดตั้ง Windows 10 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019 ไว้ในตัว
  • ราคา 22,990 บาท (JIB)
4. Lenovo IdeaPad 3 15ALC6 (23,400 บาท)

Ideapad 14 Alc6 l

ในกลุ่มโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 บาท ก็มี Lenovo ให้เลือกซื้อถึง 2 รุ่นด้วยกัน โดยรุ่นแรกที่เลือกมาแนะนำคือ Lenovo IdeaPad 3 15ALC6 ที่ให้ฟีเจอร์มาแบบครบเครื่องเกินค่าตัว เพราะมีทั้งกล้อง IR Camera สำหรับสแกนใบหน้าและที่สแกนนิ้วปลดล็อคเครื่องติดตั้งมาให้ทั้งคู่ รวมทั้งมี Privacy Shutter ที่เป็นตัวสไลด์ปิดกล้องหน้าเพื่อความเป็นส่วนตัวอีกด้วย เรียกว่าครบเครื่องและคุ้มสุดๆ รุ่นหนึ่ง

ซีพียูในเครื่องติดตั้ง AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3 GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์สำหรับงานกราฟฟิคทั่วๆ ไป มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019 เพิ่ม SSD ไว้เซฟงานได้อีก 1 ช่อง มีแรมออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200 MHz อัพเกรดเพิ่มความจุภายในเครื่องได้อีก 1 ช่อง ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล TN ส่วนพอร์ตบนตัวเครื่องมี USB 2.0, USB-A 3.2, USB-C 3.2, HDMI ติดตั้งมาให้อย่างละ 1 พอร์ต ส่วนการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเชื่อมต่อ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และรองรับ Bluetooth 5.0 จัดว่าเป็นโน๊ตบุ๊คที่สเปคดีครบเครื่อง เหมาะจะซื้อเอาไว้ทำงานมากและราคาค่าตัวก็ไม่สูงเกินไป แต่ได้ระบบสแกนใบหน้าและนิ้วมือมาแบบครบถ้วนเลย

สเปคของ Lenovo IdeaPad 3 15ALC6
  • ซีพียู AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3 GHz
  • การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์
  • SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรมออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล TN
  • พอร์ตเชื่อมต่อมี USB 2.0, USB-A 3.2, USB-C 3.2, HDMI อย่างละ 1 พอร์ต
  • การเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.0
  • ติดตั้ง Windows 10 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019 ไว้ในตัว
  • ราคา 23,490 บาท (JIB)
5. Lenovo IdeaPad 5 14ALC05 (23,900 บาท)

IdeaPad 5 14 l

สำหรับโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 บาทจาก Lenovo อีกรุ่นเป็น Lenovo IdeaPad 5 14ALC05 ที่สเปคเรียกว่าไล่เลี่ยกับ Lenovo ในข้อที่แล้ว แต่ตัดระบบสแกนใบหน้าออกเหลือแต่สแกนลายนิ้วมือเท่านั้น กลับกันงานประกอบและบอดี้ตัวเครื่องจะพรีเมี่ยมกว่าและตัวเครื่องน้ำหนักเบาลงจาก 1.65 กิโลกรัมเหลือ 1.39 กิโลกรัมเท่านั้น เรียกว่าถ้าใครอยากได้โน๊ตบุ๊คงานประกอบดีราคาไม่แพงเกินไปและฟีเจอร์มาครบล่ะก็ แนะนำให้ดูรุ่นนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ Lenovo IdeaPad 5 เรียกว่ายกมาจากข้อที่แล้วแทบทั้งหมดทั้งซีพียู, การ์ดจอ, SSD, RAM และระบบปฏิบัติการและซอฟท์แวร์ Microsoft Office Home & Student 2019 แต่หน้าจอจะขนาดเล็กลงเหลือ 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS และพอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1 ช่อง ส่วนการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตรองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac กับ Bluetooth 5.0 

สเปคของ Lenovo IdeaPad 5 14ALC05
  • ซีพียู AMD Ryzen 7 5700U แบบ 8 คอร์ 16 เธรด ความเร็ว 1.8-4.3 GHz
  • การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics แบบ 8 คอร์
  • SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรมออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • หน้าจอมีขนาด 14 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1 ช่อง
  • การเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.0
  • ติดตั้ง Windows 10 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019 ไว้ในตัว
  • ราคา 23,900 บาท (Advice)
6. HP 15s-fq2019TU (24,900 บาท)

20190515 151826 c

ส่วนคนที่เน้นว่าโน๊ตบุ๊คของตัวเองต้องซีพียูแรงสักหน่อย จะมี HP 15s-fq2019TU ที่เป็นรุ่นสเปคแรงเน้นความคุ้มค่าอีกตัวในกลุ่มโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 บาท มาก แม้จะเป็นโน๊ตบุ๊คที่นอกจากดีไซน์จะพื้นฐานและยังไม่มีระบบสแกนนิ้วหรือใบหน้าก็ตาม แต่สเปคที่ให้มาในเครื่องเรียกว่าครบเครื่องมากและมี Numpad เอาไว้ใช้ทำงานกับตัวเลขได้ด้วย

ซีพียูในเครื่องเป็น Intel Core i7-1165G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.8-4.7 GHz สำหรับใช้งานกับซอฟท์แวร์หนักๆ ได้สบาย ส่วนการ์ดจอออนบอร์ดเป็น Intel Iris Xe Graphics G7 ซึ่งประสิทธิภาพดีพร้อมทำงานกับโปรแกรมตัดต่อแต่งภาพได้เป็นอย่างดี มี SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้พร้อมใช้งาน มีแรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz มีช่องแรม 2 ช่องในตัว อัพเกรดเพิ่มแรมได้ถ้าไม่พอใช้งาน ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS มีพอร์ต USB-A 3.1 x 2, USB-C 3.1 x 1, HDMI x 1 ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายมี Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac กับ Bluetooth 5.0 ด้วย ซึ่งถือว่าสเปคต่อราคาของ HP เครื่องนี้ถือว่าคุ้มค่าดีทีเดียว ซึ่งถ้าใครอยากได้โน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 บาทเน้นสเปคแรงเป็นหลัก ก็มีรุ่นนี้เป็นรุ่นแนะนำเลย

สเปคของ HP 15s-fq2019TU
  • ซีพียู Intel Core i7-1165G7 แบบ 4 คอร์ 8 เธรด ความเร็ว 2.8-4.7 GHz
  • การ์ดจอออนบอร์ด Intel Iris Xe Graphics G7
  • SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรมออนบอร์ด 8GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.1 x 2, USB-C 3.1 x 1, HDMI x 1 ช่อง
  • การเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 5 มาตรฐาน 802.11ac และ Bluetooth 5.0
  • ติดตั้ง Windows 10 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019 ไว้ในตัว
  • ราคา 24,900 บาท (JIB)
7. HP Pavilion 15-eh1082AU (24,990 บาท)

 

Pavilion 15 silver n c

กลับกัน ถ้าใครอยากได้โน๊ตบุ๊คบอดี้พรีเมี่ยมยิ่งขึ้นกว่า HP ในข้อที่แล้ว แนะนำให้ขยับมาซื้อ HP Pavilion 15-eh1082AU ที่บอดี้ภายนอกเป็นอลูมิเนียม, ติดตั้งที่สแกนลายนิ้วมือเอาไว้ใช้และลำโพงจูนเสียงด้วย Bang & Olufsen อีกด้วย เรียกว่าอัพเกรดความพรีเมี่ยมและเติมฟีเจอร์ดีๆ เอาไว้ให้ใช้งาน นอกจากนี้พอร์ต USB-C ยังรองรับการชาร์จแบบ USB Power Delivery และต่อหน้าจอเสริมแบบ DisplayPort 1.4 อีกด้วย

ซีพียูในเครื่องติดตั้งเป็น AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0 GHz กับการ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics 7 คอร์ ส่วน SSD แบบ M.2 NVMe มีความจุ 512GB ติดตั้ง Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019 มาให้ มีแรม 16GB DDR4 บัส 3200 MHz เรียกว่าครบเครื่องไม่ต้องอัพเกรดเพิ่มก็ใช้ทำงานได้เลย ส่วนหน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS พร้อมพอร์ต USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1 ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax กับ Bluetooth 5.0 อีกด้วย ซึ่งถ้าใครไม่อยากพกอแดปเตอร์ของตัวเครื่องให้หนัก อยากติดไปแต่ปลั๊กมือถือหรือปลั๊กแกลเลี่ยมไนไตรท์อย่างเดียวล่ะก็ HP เครื่องนี้ก็จัดว่าน่าสนใจมากๆ

สเปคของ HP Pavilion 15-eh1082AU
  • ซีพียู AMD Ryzen 5 5500U แบบ 6 คอร์ 12 เธรด ความเร็ว 2.1-4.0 GHz
  • การ์ดจอออนบอร์ด AMD Radeon Graphics 7 คอร์
  • SSD แบบ M.2 NVMe ความจุ 512GB
  • แรมออนบอร์ด 16GB DDR4 บัส 3200 MHz
  • หน้าจอมีขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด Full HD พาเนล IPS
  • พอร์ตเชื่อมต่อมี USB-A 3.2 x 2, USB-C 3.2 x 1, HDMI x 1 ช่อง
  • การเชื่อมต่อไร้สายรองรับ Wi-Fi 6 มาตรฐาน 802.11ax และ Bluetooth 5.0
  • ติดตั้ง Windows 10 Home และ Microsoft Office Home & Student 2019 ไว้ในตัว
  • ราคา 24,900 บาท (Advice)

สรุปสเปคโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 บาทมี Office 2019 เปิดมาทำงานได้เลย

สำหรับโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 บาทนั้น ปัจจุบันนี้เรียกว่าให้สเปคมาแบบคุ้มค่า มีซอฟท์แวร์ติดตั้งมาให้แบบพร้อมใช้งานทันที ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเลยและมีหลายระดับราคาให้เลือกซื้ออีกด้วย ซึ่งสรุปสเปคได้ดังนี้

สเปคโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 บาท ซีพียูและการ์ดจอ SSD และแรม หน้าจอ พอร์ตและการเชื่อมต่อไร้สาย ระบบปฏิบัติการและซอฟท์แวร์ ราคา
Acer Swift 3 AMD Ryzen 5 5500U

AMD Radeon Graphics 7 คอร์

M.2 NVMe 512GB

แรมออนบอร์ด 8GB LPDDR4x บัส 3200 MHz

14″ FHD IPS USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.2

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

22,500 บาท
DELL Inspiron 5515 AMD Ryzen 5 5500U

AMD Radeon Graphics 7 คอร์

M.2 NVMe 512GB

แรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz

15.6″ FHD VA USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.1

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

22,400 บาท
ASUS Vivobook Flip 14 Intel Core i3-1115G4

Intel UHD Graphics Xe G4

M.2 NVMe 512GB

8GB LPDDR4x บัส 4266 MHz

14″ FHD IPS USB 2.0, USB-A 3.2, USB-C 3.2, HDMI อย่างละ 1 พอร์ต

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

22,990 บาท
Lenovo IdeaPad 3 AMD Ryzen 7 5700U

AMD Radeon Graphics 8 คอร์

M.2 NVMe 512GB

แรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz

15.6″ FHD TN USB 2.0, USB-A 3.2, USB-C 3.2, HDMI อย่างละ 1 พอร์ต

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

23,490 บาท
Lenovo IdeaPad 5 AMD Ryzen 7 5700U

AMD Radeon Graphics 8 คอร์

M.2 NVMe 512GB

แรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz

15.6″ FHD IPS USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

23,900 บาท
HP
15S-FQ2019TU
Intel Core i7-1165G7

Intel Iris Xe Graphics G7

M.2 NVMe 512GB

แรม 8GB DDR4 บัส 3200 MHz

15.6″ FHD IPS USB-A 3.1 x 2

USB-C 3.1 x 1

HDMI x 1

Wi-Fi 5

Bluetooth 5.0

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

24,900 บาท
HP Pavilion
15-eh1082AU
AMD Ryzen 5 5500U

AMD Radeon Graphics 7 คอร์

M.2 NVMe 512GB

แรม 16GB DDR4 บัส 3200 MHz

15.6″ FHD IPS USB-A 3.2 x 2

USB-C 3.2 x 1

HDMI x 1

Wi-Fi 6

Bluetooth 5.0

Windows 10 Home

Microsoft Office Home & Student 2019

24,900 บาท

จะเห็นว่าโน๊ตบุ๊ค 2021 ราคาไม่เกิน 25000 บาท ในปัจจุบันหาซื้อเอาไว้ทำงานหรือเรียนออนไลน์ได้แบบราคาไม่แพงและให้ฟีเจอร์กับซอฟท์แวร์มาแบบครบเครื่องมาก แบบที่ผู้ผลิตหลายเจ้านั้นแข่งกันจัดสเปคมาให้แบบคุ้มแบบแข่งกันเอาใจลูกค้าเต็มที่ เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคที่หาโน๊ตบุ๊คสายทำงานเอาไว้ใช้สักเครื่องจริงๆ ส่วนโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่านั้นอาจจะยกให้คนใกล้ตัวหรือขายต่อมือสองก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะนอกจากได้เงินกลับมาส่วนหนึ่งแล้ว อาจจะเอาเงินส่วนต่างที่ได้คืนมาเพิ่ม SSD, แรม หรือซื้ออุปกรณ์เสริมต่างๆ มาใช้กับโน๊ตบุ๊คของเราได้อีกด้วย ช่วยให้ทำงานได้สะดวกขึ้นอีกมาก


บทความที่เกี่ยวข้อง

gaminglaptop cover

wherelaptop cover

laptpservice cover

from:https://notebookspec.com/web/611528-7-laptop-under-25000-with-office-2019

Apple อัพเดต iCloud for Windows 12.5 รองรับตัวจัดการรหัสผ่าน iCloud Keychain

แอปเปิลออกอัพเดตแอพพลิเคชัน iCloud บน Windows เวอร์ชัน 12.5 โดยเพิ่มการรองรับตัวจัดการรหัสผ่าน ‌iCloud‌ Keychain สำหรับผู้ใช้ Windows เพิ่มเติม

ผู้ใช้งานสามารถจัดการรหัสผ่าน เพื่อใช้งานต่อบนเว็บเบราว์เซอร์ รองรับทั้ง Microsoft Edge และ Chrome โดยรหัสผ่านจะถูกจัดเก็บไว้ในโปรแกรม iCloud แบบเข้ารหัส

ผู้ใช้งาน iCloud บน Windows สามารถอัพเดตแอพได้บน Microsoft Store โดยแอพ iCloud นี้เดิมรองรับการเข้าถึงข้อมูลบน iCloud อาทิเอกสาร รูปภาพ อีเมล

ที่มา: MacRumors รูป Microsoft Store

alt="iCloud for Windows"

from:https://www.blognone.com/node/124251