คลังเก็บป้ายกำกับ: WINDOWS_10

คอมเปิดไม่ติด เพราะอะไร? แก้ไขได้ง่ายนิดเดียว 10 วิธีแก้ปัญหา คอมเสีย ใช้งานไม่ได้

คอมเปิดไม่ติด เพราะอะไร? แก้ไขได้ง่ายนิดเดียว 10 วิธีแก้ปัญหา คอมเสีย

คอมเปิดไม่ติด

อาการคอมเปิดไม่ติด มีด้วยกันหลายอาการ ตั้งแต่เปิดเครื่องครั้งแรก ก็เงียบไม่หือไม่อือ ไปจนถึงเปิดใช้งานอยู่ๆ คอมดับ เปิดไม่ขึ้น หรือก็มีบางทีที่ปิดเครื่อง Shutdown เอาไว้ แล้วก็เปิดไม่ขึ้นอีกเลย อาการเหล่านี้ ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ต่างกันออกไป ใครที่เจอหรือเคยเจอปัญหานี้อยู่ เรามาดูกันว่า 10 สาเหตุเหล่านี้ มีแบบไหนที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่คุณเจอกันบ้าง เราจะมาแก้ปัญหาไปพร้อมๆ กันครับ

10 สาเหตุ คอมเปิดไม่ติด

  1. เปิดไม่ติด หน้าจอไม่ขึ้น
  2. เปิดติด แต่รีสตาร์ทบ่อย
  3. เปิดติด แต่ใช้อยู่ก็ดับ
  4. คอมเปิดไม่ติด ไม่มีไฟสถานะขึ้น
  5. เปิดติด แต่ค้างหน้า BIOS
  6. คอมเปิดไม่ติด หลังอัพเกรดคอมใหม่
  7. ปิดคอมไม่ได้ มีแค่เครื่องหมายกระพริบบนหน้าจอ
  8. คอมเปิดไม่ติด เสียงดังปิ๊บๆ
  9. คอมเปิดติด แต่จอฟ้า BSOD
  10. คอมเปิดติด แต่เล่นเกมแล้วเด้งออกจากเกม
  11. รวมปัญหาและการแก้ไข
  12. Conclusion

1.เปิดไม่ติด หน้าจอไม่ขึ้น

อาการของคอมเปิดไม่ติด หน้าจอก็ไม่ขึ้นภาพ เป็นไปได้หลายสาเหตุ มาเริ่มกันตั้งแต่ปลั๊กไฟ และสายเพาเวอร์กันก่อน เพราะเป็นไปได้ว่า สายไฟอาจจะเก่า เสื่อมสภาพ ไปจนถึงปลั๊กรางเกิดความเสียหายและเพาเวอร์ซัพพลายอาจเสีย เพราะไม่มีสัญญาณอื่นใด มาให้ทราบได้เลย เนื่องจากในเหตุการณ์ปกติ หากมีกระแสไฟเข้ามา อย่างน้อยจะต้องมีสัญญาณหรือพัดลมเพาเวอร์ ทำงานให้เราพอได้ทราบ หรือจะเป็นไฟสถานะบนเมนบอร์ดให้ได้เห็น หรือมีเสียงจากเมนบอร์ดในกรณีที่มี Speaker มาบนบอร์ดอีกด้วย

คอมเปิดไม่ติด

การแก้ไข: ให้เริ่มเช็คตั้งแต่ตัวจ่ายไฟต้นทาง เช่น สายไฟ ปลั๊กราง จนมาถึงเพาเวอร์ซัพพลาย ว่ายังสามารถทำงานได้ตามปกติ หากเป็นไปได้ ให้ต่อสายเพาเวอร์เข้ากับปลั๊กบนผนังโดยตรง ไม่ผ่านปลั๊กราง เพื่อเช็คว่า เป็นที่สายหรืออุปกรณ์อื่น เพราะถ้ามีกระแสไฟเข้ามาที่เครื่องคอม แสดงว่าปลั๊กรางอาจเสีย ให้เปลี่ยนใหม่ แต่ถ้าไม่มีสัญญาณใดๆ เข้ามา ก็อาจเป็นไปได้ว่า สายไฟชำรุด ควรเปลี่ยนโดยด่วน แต่ก็มีโอกาสที่เพาเวอร์ซัพพลายจะพังได้เช่นกัน การเช็คอาจไม่ง่าย ยกเว้นว่าจะสามารถหากเพาเวอร์ซัพพลายตัวอื่น มาลองต่อเข้ากับเมนบอร์ด และลองเปิดคอมให้ทำงานอีกครั้ง

สิ่งที่ต้องระวังก็คือ ควรหมั่นเช็คสายไฟและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเป็นประจำ หากมีความเสียหาย เช่น สายไฟหักงอ ขาดหรือปลั๊กรางเริ่มหลุด มีไฟรั่ว รูปลั๊กแตก ก็ไม่ควรใช้ เปลี่ยนใหม่ เพื่อความปลอดภัยของเครื่องคอมที่คุณใช้ ชีวิตและทรัพย์สิน อย่าลืมว่าปลั๊กรางหรือสายไฟ ราคาหลักร้อย แต่อุปกรณ์คอมของคุณ ส่วนใหญ่ราคาหลักพันนะครับ ไม่ควรเสี่ยงโดยเด็ดขาด


2.เปิดติด แต่รีสตาร์ทบ่อย

บางทีก็เปิดเครื่องได้ คอมก็ติดให้ใจชื้นได้สักระยะ จากนั้นมาก็รีสตาร์ทแบบรัวๆ แบบนี้อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น แรมสกปรก เสื่อมสภาพ ซีพียูเกิดความร้อนสูง หรือเกิดความผิดปกติบนเมนบอร์ด มาว่ากันทีละสาเหตุ ที่เจอกันบ่อยๆ ก็คือ คอมที่ใช้งานมานาน เช่นเดียวกับแรม ที่ใช้อาจเกิดความเสียหายจากกระแสไฟ เม็ดแรมเก่า ทำงานหนัก รวมไปถึงเกิดคราบ Oxide บนหน้าสัมผัส ก็ล้วนเป็นไปได้ทั้งสิ้น สิ่งต่อมาก็มีความเป็นไปได้เช่นกันก็คือ คอมร้อนเกินไป จนถึงขั้นที่ซีพียูต้องตัดการทำงาน เพื่อลดความเสียหาย สิ่งนี้ก็มักเกิดบนคอมที่ใช้งานมานานๆ เช่นกัน และสิ่งสุดท้าย ที่มีส่วนทำให้เกิดการรีสตาร์ทบ่อยก็คือ เมนบอร์ด ซึ่งอาจเกิดได้ตั้งแต่ ภาคจ่ายไฟ ไปจนถึงสล็อตแรม ที่ล้วนแต่ทำให้คอมรีสตาร์ทบ่อยทั้งสิ้น

คอมเปิดไม่ติด

การแก้ไข: ให้เริ่มจากสิ่งที่เช็คได้ง่ายสุด ก็คือแรม ด้วยการเปิดฝาข้างคอมออกมา (หากทำด้วยตัวเองได้) จากนั้นถอดแรมออกจากสล็อตทุกแถวแรม จากนั้นทำความสะอาดหน้าสัมผัส ที่เป็นแถบทองแดง ที่เสียบลงไปในสล็อต ด้วยการเช็ดด้วยผ้าแห้ง หรือใช้ยางลบในการถูแบบเบาๆ หรือจะใช้สเปรย์ที่เป็น Contact Cleaner มาพ่นตรงบริเวณหน้าสัมผัส แล้วทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วจึงนำมาใส่ในสล็อตแรมอีกครั้ง ในกรณีที่มีแรมหลายสล็อต ให้เริ่มต้นใส่เพียงสล็อตเดียวก่อน เพื่อเป็นการรีเช็คว่าสล็อตบนเมนบอร์ดหรือแรมที่ใช้นั้นมีความเสียหาย

ส่วนสาเหตุถัดมาอย่างความร้อนสูง ให้เริ่มจากแกะฮีตซิงก์ซีพียูออกมาทำความสะอาด ซึ่งมีด้วยกันหลายวิธี ตั้งแต่ทำความสะอาดฝุ่นหรือเศษหยักไย่บนพัดลม และฮีตซิงก์ออกมาให้ได้มากที่สุด ด้วยการใช้แปรงปัดขนทำความสะอาด หรือจะใช้ที่เป่าลม ไล่ฝุ่นได้อย่างรวดเร็ว ก็จะช่วยให้พัดลมทำงานได้ดีขึ้น แต่ที่สำคัญและควรต้องทำ สำหรับคอมที่ใช้งานนานหลายปีก็คือ การเช็ดทำความสะอาดซิลิโคนเก่า ที่หมดสภาพ ออกจากหน้าสัมผัสของฮีตซิงก์ และบนซีพียู จากนั้นใส่ซิลิโคนเข้าไปใหม่ หากมีงบประมาณมาก ให้ซื้อซิลิโคนคุณภาพสูงมาใช้ ก็จะช่วยลดความร้อนไปได้มากเลยทีเดียว เป็นการแก้ไขที่ยั่งยืน ช่วยให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น

แต่ในกรณีของภาคจ่ายไฟบนเมนบอร์ดเสีย อาจจะตรวจเช็คได้ยาก เพราะคงต้องพึ่งช่างที่ร้านหรือศูนย์เคลม แต่ถ้ากรณีหมดประกันแล้ว ก็คงต้องส่งซ่อม หรือซื้อใหม่ น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะแม้จะซ่อมมาได้ แต่ระยะการใช้งานก็อาจจะไม่ได้ยาวนานนัก เพราะชิ้นอื่นๆ ก็เสื่อมสภาพกันไปตามกาลเวลา


3.เปิดคอมติด แต่ใช้อยู่ก็ดับ

อาการดับบ่อยๆ ของคอมพิวเตอร์ เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง แม้ว่าจะเปิดคอมติดก็ตาม อาการแบบนี้เกือบจะเรียกว่าเปิดคอมไม่ติดก็ว่าได้ เพราะใช้งานไม่ได้ตามปกติ มาดูที่สาเหตุกันบ้างดีกว่า จากอาการที่ว่ามา ก็เป็นไปได้ทั้ง ซีพียูหรือการ์ดจอ มีความร้อนสูงขึ้นจนผิดปกติ รวมถึงเมนบอร์ดอาจมีปัญหา หรือเพาเวอร์ซัพพลายเสีย ซึ่งอาการที่ว่ามาเหล่านี้ การตรวจเช็ค และทำความสะอาดการ์ดจอ เป็นเรื่องที่พอทำได้ สำหรับผู้ใช้ที่มีสกิลเริ่มต้นกับปานกลาง

คอมเปิดไม่ติด

การแก้ไข: ก็ไม่ได้ยุ่งยากมากนัก หากเป็นการทำงานความสะอาดฮีตซิงก์และเปลี่ยนซิลิโคนให้ซีพียู ตามวิธีที่แนะนำไปในก่อนหน้านี้

แต่ถ้าเป็นการทำความสะอาดการ์ดจอ ก็มีตั้งแต่เช็ดปัดฝุ่นบนพัดลม ที่ติดขัดอยู่ให้ออกไป ด้วยการใช้แปรงปิดขนแบบยาว ปัดในทุกซอกของพัดลม แต่ถ้าจะให้ล้ำลึก และช่วยให้การ์ดจอกลับมาเหมือนใหม่ ก็ต้องถอดฮีตซิงก์ออกมา แล้วทำความสะอาดด้านใน ซึ่งหากใครพอมีทักษะในการแกะหรือถอดออก ก็ให้เตรียม แปรงปัดฝุ่น ปัดบนบอร์ดที่เป็นแผงวงจนบนการ์ดจอ จากนั้นฉีดด้วยสเปรย์ Contact Cleaner ทิ้งไว้ให้แห้ง จากนั้นเช็ดคราบซิลิโคนเก่าบนชิปการ์ดจอ และใส่ซิลิโคนใหม่เข้าไป จากนั้นจึงติดฮีตซิงก์กลับไปใหม่อีกครั้ง ก็จะช่วยให้การ์ดจอทำงานได้ตามปกติ

ส่วนสุดท้าย หากเป็นที่เพาเวอร์ซัพพลายก็คงต้องใช้วิธีเปลี่ยนหรือ ต้องมีเพาเวอร์สำรอง สำหรับการตรวจเช็ค ซึ่งส่วนใหญ่ก็คงไม่ได้มีสำรองกันง่ายๆ ซึ่งราคาของเพาเวอร์อาจไม่ได้แพงมาก เพราะเริ่มต้นที่พันกว่าบาท แต่การจะถอดใส่ อาจจะวุ่นวายพอสมควร สำหรับมือใหม่ ถ้าไม่สะดวกการส่งให้ช่างที่ร้านคอม เพื่อตรวจเช็คก็เป็นทางออกที่ดี


4.คอมเปิดไม่ติด แต่มีไฟสถานะขึ้นบนเคส

อาการที่เปิดคอมไม่ติด แต่กลับมีแสงไฟสถานะติดขึ้นบนตัวเคส อาจเกิดขึ้นจากอุปกรณ์บางอย่าง เช่น เมนบอร์ดหรือเพาเวอร์ซัพพลาย เพราะโอกาสที่มีไฟเข้า แต่ไม่สามารถทำงานได้เต็มระบบ หรือไม่เข้าเมนบอร์ด ให้พร้อมสำหรับการบูตระบบได้ จึงทำให้ไฟสถานะบางส่วนปรากฏขึ้นบนตัวเคส ซึ่งอาจจะต้องไล่เช็คกันตั้งแต่เพาเวอร์ซัพพลายไปจนถึงเมนบอร์ด

คอมเปิดไม่ติด

การแก้ไข: หากคุณพอมีทักษะด้านคอมอยู่บ้าง ให้เริ่มจากขยับสายสัญญาณที่เป็น Front panel ซึ่งจะต่อเข้ากับเมนบอร์ดตรงมุมล่างขวามือ ให้สังเกตชุดที่เป็นสายต่อเล็กๆ ประมาณ 4-5 เส้น ระบุว่าเป็น HDD LED, PW LED, Reset, Power หากต่อตรงเข้ากับขั้วและไม่หลุดหลวม แต่ยังเปิดไม่ติด ให้ไปเช็คที่เพาเวอร์ซัพพลาย

ด้วยการถอดขั้วต่อ 24-pins ที่เป็นสายเพาเวอร์บนเมนบอร์ด ด้วยการถอดใส่ให้แน่นอีกครั้ง รวมถึงสาย 8-pins CPU ที่ต่ออยู่บริเวณด้านบนของซีพียูด้วย หากทำทั้ง 2 จุดนี้ แล้วยังบูตคอมไม่ได้ คอมเปิดไม่ติด ก็อาจจะเป็นได้ทั้งเมนบอร์ดและเพาเวอร์ซัพพลาย ให้เปลี่ยน ส่งเคลมหรือซ่อม


5.เปิดติด แต่ค้างหน้า BIOS

อาการที่เปิดคอมติด แต่ไปค้างอยู่แค่หน้าไบออส ว่าไปแม้จะเป็นปัญหา แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีสัญญาณอะไรเลย มาว่ากันที่อาการนี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้มีอยู่ไม่กี่อย่าง ตั้งแต่ค่าใน BIOS ผิดปกติ หรือจะเป็นไปได้ว่าระบบ Storage ไม่ทำงาน เรียกว่า Detect เจอ HDD หรือ SSD แต่บูตไม่ได้ ซึ่งในแต่ละส่วนนี้แก้ไขได้ไม่ยาก กรณีที่อุปกรณ์ Storage ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการไม่ได้เสีย

คอมเปิดไม่ติด

การแก้ไข: หากเริ่มกันตั้งแต่ต้น ก็อยากให้เข้าไป Reset BIOS ด้วยการเข้าไปที่หน้า Settings ของไบออส แล้วเลือก Set Default ให้คืนการตั้งค่าจากโรงงานกลับมา ซึ่งเป็นการแก้ไขที่ง่ายที่สุด แต่ถ้าไม่แน่ใจหรือไม่สามารถเข้าไบออสได้โดยตรง ให้ลอง Clear CMOS ได้จากเมนบอร์ด หรือเมนบอร์ดบางรุ่นมีปุ่ม Clear มาที่ Back panel ด้านหลังได้เลย จากนั้นจึงลองบูตเข้าสู่ระบบอีกครั้ง

วิธีต่อมาเป็นการเข้าไปตั้งค่าใน BIOS เช่นกัน ด้วยการเข้าไปที่หัวข้อ Chipset หรือ Boot เพื่อเช็คว่า มีการตรวจพบอุปกรณ์ Storage ที่มีระบบปฏิบัติการอยู่หรือไม่ หากมีให้เซ็ตเป็น First Boot หรือบูตเป็นตัวแรก หรือบางครั้งอาจจะต้องเซ็ตค่า Storage สำหรับผู้ที่ใช้ SSD M.2 NVMe ให้เลือก CSM support เป็น Enable จากนั้นให้เลือกตัวบูตระบบใหม่อีกครั้ง


6.คอมเปิดไม่ติด หลังอัพเกรดคอมใหม่

หลังการอัพเกรดฮาร์ดแวร์ใหม่ ทำให้คอมเปิดไม่ติด อาจเป็นไปได้ว่าตัวบูตระบบมีปัญหาหรืออาจคาบเกี่ยวไปที่ฮาร์ดแวร์ใหม่ที่ใส่เข้าไปด้วย หรืออาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรหรืออุปกรณ์บางอย่างทำงานผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็น แรม ฮาร์ดดิสก์หรืออุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ที่ติดตั้งไว้มายบนเมนบอร์ด อาจทำให้เกิดการรีบูตแบบไม่หยุดหรือบูตไม่เข้าระบบ ฮาร์ดดิสก์หรือ SSD ก็มีส่วนสำคัญทำให้ไม่สามารถทำงานได้

คอมเปิดไม่ติด

การแก้ไข: ให้ลองถอดอุปกรณ์ที่อัพเกรดเข้าไปออกมาก่อน จากนั้นใช้ฮาร์ดแวร์ตัวเดิม ไม่ว่าจะเป็นแรม SSD ฮาร์ดดิสก์หรือการ์ดจอ ตัวก่อนหน้านี้มาใช้ รวมถึงนำฮาร์ดดิสก์หรือ SSD ตัวเดิมที่เคยใช้อยู่ มาบูตเข้าสู่ระบบดูก่อน เผื่อว่า SSD ตัวใหม่ที่ใส่เข้าไปมีปัญหา รวมถึงแรมอาจจะไม่ตรงสล็อตที่เมนบอร์ดกำหนดไว้ให้ เพราะถ้าใช้แบบ Single channel อาจจะต้องเริ่มที่สล็อต 1 ส่วนถ้าใส่แบบคู่หรือ Dual อาจจะต้องเริ่มที่สล็อต 0 เป็นต้น

แต่ถ้าอัพเกรดการ์ดจอใหม่ แล้วเปิดคอมไม่ติด ให้ลองเช็คดูว่าต่อสายเพาเวอร์สำหรับ PCIe ต่อบนการ์ดครบหรือไม่ รวมถึงการ์ดเสียบเข้ากับสล็อตได้แน่นดีหรือเปล่า เพราะหลายครั้งเรามักจะเจอการติดตั้งการ์ดจอขนาดใหญ่ลงไปบนเมนบอร์ดไม่แน่น หรือลอยขึ้นมาจากเมนบอร์ดก็มี ก็มีส่วนที่ทำให้คอมเปิดไม่ติดได้เช่นกัน


7.เปิดคอมไม่ติด มีแค่เครื่องหมายกระพริบบนหน้าจอ

ปัญหาเปิดคอมไม่ติด แต่มีเครื่องหมายกระพริบบนหน้าจอ อุปกรณ์ภายในเครื่องคอมอื่นๆ จะเสียเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่ยังฝืนใช้คอม ในขณะที่ยังมีปัญหา เมื่อสวิทช์ถูกเปิด และไฟถูกตัดจากการลัดวงจรหรือไฟกระชาก ก็อาจทำให้อุปกรณ์คอม ที่มีความอ่อนไหว เสียหายตามไปด้วย อาทิ เมนบอร์ด แรม การ์ดจอ ดังนั้นหากพบกับปัญหาเรื่องของคอมดับเอง ไม่จำเป็น ก็อย่าไปกดเปิดบ่อยๆ เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายถาวรได้ และถ้าเป็นไปได้ ให้ลองหาอุปกรณ์ที่พอมีอยู่ ลองสลับสับเปลี่ยนดู เพื่อที่จะได้ตรวจเช็คและประเมินอาการได้ในเบื้องต้น

คอมเปิดไม่ติด

การแก้ไข: ให้ลองตรวจเช็คบรรดาอุปกรณ์ต่างๆ ตั้งแต่สายไฟ เพาเวอร์ซัพพลาย เมนบอร์ดและการ์ดจอ ซึ่งอาจเกิดจากความเสื่อมของอุปกรณ์หรือเกิดความเสียหาย เมื่อตรวจเจอต้นตอ จะถอดออกหรือเปลี่ยน

ถอดอุปกรณ์ต่อพ่วงทุกสิ่งออกให้หมด เช่น แรม การ์ดจอ และสิ่งอื่นๆ ที่ต่อพ่วงบนเมนบอร์ดออกทั้งหมด จากนั้นเช็คทีละชิ้น เพื่อดูว่าอุปกรณ์ชิ้นใดที่เกิดปัญหา ตัวอย่างคือ เดิมใส่แรมหลายแถว อาจเป็นไปได้ว่ามีแถวใดแถวหนึ่งเสีย ให้ถอดออกมาทั้งหมด แล้วสลับใส่เข้าไปทีละแถว แล้วดูอาการ แบบนี้เราก็จะทราบว่าเกิดจากแรมแถวใด ที่เสียก็นำไปเคลมตามปกติ

สายสัญญาณมีปัญหา นี่ก็เป็นต้นตอแห่งปัญหาได้เช่นกัน สายสัญญาณเหล่านี้ บางทีก็เสียหายได้ ไม่ได้เป็นอมตะ เพราะไม่ได้ทนทานขนาด Military grade ขนาดนั้น แม้ภายนอกจะดูแข็งแกร่ง แต่ภายในก็ยังเป็นสายเส้นเล็กๆ ยิ่งคนที่ชอบถอดสายเข้าออก ดึงที่สาย ไม่ได้ดึงที่หัวต่อ โต๊ะทับ แรงกระชาก ทั้งหมดนี้ ก็ทำให้คุณใช้งานอยู่ดีๆ หน้าจอก็ดับได้ สังเกตง่ายๆ จอมืดไปเฉยๆ แต่คอมยังทำงานได้อยู่ ดูที่ไฟคีย์บอร์ดก็รู้


8.คอมเปิดไม่ติด เสียงดังปิ๊บๆ

เสียง ปิ๊บ (Beep code) คือเสียงที่เมื่อคอมพิวเตอร์ของเรานั้นเกิดปัญหาจะส่งรหัสเสียงออกมาเป็น Beep หรือถ้าเป็นเมนบอร์ดรุ่นใหม่ๆ ที่ไม่มีลำโพงออนบอร์ด แต่ก็จะมีสิ่งที่เรียกว่า LED Debug มาให้ แต่ถ้าในกรณีที่ยังเป็นเมนบอร์ดทั่วไป เรายังพอหาโมดูลที่เป็น Speaker มาต่อบนเมนบอร์ดได้ เพื่อเช็คปัญหาที่เกิดขึ้นในการใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ เมื่อเจอปัญหา คอมเปิดไม่ติด มีแต่เสียงปิ๊บๆ ให้ได้ยิน ก็พอจะหาสาเหตุได้ไม่ยากนัก โดยเราสามารถเช็ครหัสเสียงแล้วเอาไปวิเคราะห์อาการได้ว่าเครื่องเรามีอะไรเสียบ้าง ได้จากตารางด้านล่างนี้

เสียงสัญญาณ ความหมาย
เสียงบี๊บสั้นๆ 1 ครั้ง (Beep)  เครื่องทำงานปกติดี , POST ผ่าน
เสียงบี๊บสั้นๆ 2 ครั้ง /(Beep Beep)  เครื่องทำงานผิดปกติ , POST ไม่ผ่าน
เสียงบี๊บสั้นๆ หลายครั้งอย่างต่อเนื่อง
(Beep Beep Beep Beep Beep)
 แหล่งจ่ายไฟ (PowerSupply) หรือเมนบอร์ดมีปัญหา
เสียงบี๊บยาวๆ 1 ครั้ง และสั้นๆ 1 ครั้ง
(Beep… Beep)
 เมนบอร์ดมีปัญหา
 เสียงบี๊บยาวๆ 1 ครั้ง และสั้นๆ 3 ครั้ง
(Beep… Beep Beep Beep)
 การ์ดจอเสียบไม่แน่น หรือการ์ดจอเสีย
เสียงบี๊บยาวๆ หลายครั้งอย่างต่อเนื่อง
(Beep… Beep… Beep… Beep… Beep…)
 แรมเสียบไม่แน่น หรือหน้าสัมผัสสกปรก
ไม่มีเสียงใดๆ  BIOS ล่ม, power supply มีปัญหา, หรือเมนบอร์ดเสีย

9.คอมเปิดติด แต่จอฟ้า BSOD

Blue screen หรือ BSOD มีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ทั้งจากฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ ซึ่งสิ่งสำคัญอยู่ที่การตรวจเช็คระบบให้พร้อมสำหรับการทำงาน ที่พบกันบ่อย จะเป็นเรื่องของ แรม ฮาร์ดดิสก์และซอฟต์แวร์หรือยูทิลิตี้ที่ติดตั้งไว้ ความไม่เข้ากันหรือไฟล์ระบบบางส่วนเสียหาย ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหานี้ได้ แต่ที่เจอกันบ่อยก็หนีไม่พ้นปัญหาแรมเสีย รวมไปถึงฮาร์ดดิสก์ที่ติด Bad sector รวมไปถึงเมนบอร์ดเกิดความเสียหาย ทั้งการลัดวงจร ชิปหรือแผงวงจรมีปัญหา

คอมเปิดไม่ติด

การแก้ไข: ปัญหาจอฟ้า BSOD นี้ ผู้ใช้ทั่วไปอาจแก้ไขเองได้ เช่น หากคุณเพิ่งติดตั้งซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์เข้าไปใหม่ ให้ลองอัพเดตโปรแกรมหรือไดรเวอร์ล่าสุดอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นสังเกตอาการอีกครั้ง นอกจากนี้ใช้วิธีนำระบบเดิมที่ไม่เคยเกิดปัญหามาใช้ด้วยสิ่งที่เรียกว่า Starting up using Last Known Good Configuration หรือใช้ หรือจะใช้ System Restore หรือใช้วิธีเรียกไดรเวอร์เดิมกลับคืนมา หรือ Rolling Back the device driver

แต่ถ้าเกิดอาการบลูสกรีนหนักมาก หรือไม่ได้มีความชำนาญด้านฮาร์ดแวร์หรือแกะอุปกรณ์คอม ก็คงต้องส่งช่างที่ศูนย์ ถอดเปลี่ยนหรือซ่อม แล้วแต่กรณี


10.คอมเปิดติด แต่เล่นเกมแล้วเด้งออกจากเกม

เกมเมอร์อาจเคยพบปัญหานี้กันบ่อย เข้าเกมไม่ได้ หรือปัญหาการติดตั้งเกม ลงเกมหรือเล่นเกม รวมถึงช่วงที่กำลังเปิดเล่นเกม แต่ไม่สามารถเข้าเกมได้ หรือเล่นเกมแล้วเกิดจอฟ้า เด้งหลุดออกจากเกมก็มีเช่นกัน สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของไดรเวอร์ ซอฟต์แวร์ ตัวเกมหรือจะเป็นที่ฮาร์ดแวร์ก็ได้เช่นกัน

คอมเปิดไม่ติด

การแก้ไข: อัพเดตวินโดว์ และอัพเดตไดรเวอร์ใหม่ ไม่ว่าคุณจะเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ใหม่หรือใช้การ์ดจอตัวเดิม การอัพเดตไดรเวอร์จะช่วยให้ระบบทำความรู้จักกับการ์ดจอของคุณได้มากที่สุด และลดปัญหาความไม่ Compatible รวมถึงยังดึงศักยภาพของการ์ดจอออกมาทำงานได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้การอัพเดตไดรเวอร์ในแต่ละครั้งของผู้ผลิต ยังรวมถึงการลดข้อบกพร่องในบางภาคส่วนอีกด้วย

ลองเช็คที่ซีพียู ในเบื้องต้นให้เช็คว่าพัดลมยังหมุนดีตามปกติหรือไม่ เพราะถ้าไม่หมุนหรือหมุนช้า เพราะฝุ่นเข้าไปเกาะ ให้แกะฮีตซิงก์ออกมาทำความสะอาด ด้วยการเช็ดปัดฝุ่นให้เรียบร้อย จากนั้นเช็ดทำความสะอาดหน้าสัมผัสของซีพียูและฮีตซิงก์ให้สะอาด แล้วป้ายซิลิโคนลงไป ติดตั้งฮีตซิงก์ให้แน่นหนา จากนั้นบูตเครื่อง กดปุ่ม Del ขณะบูต เข้าไปดูใน Hardware monitor เช็คว่าตัวเลขความร้อนสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหรือไม่

การ์ดจอก็มีส่วนที่อาจทำให้เกิดปัญหาเด้งออกจากเกมได้เช่นกัน เพราะบางครั้งการใช้งานคอมต่อเนื่องยาวนาน ในขณะที่การระบายความร้อนไม่ดี ก็ทำให้หลุดออกจากเกมหรือเครื่องแฮงก์ ดับค้างก็เป็นได้ เช็คพัดลมการ์ดจอ ว่าทำงานได้ตามปกติหรือไม่ อาจทำความสะอาดฝุ่นที่พัดลมการ์ดจอ หรือถ้าพอมีความชำนาญ อาจลองแกะซิงก์การ์ดจอ มาทาซิลิโคนใหม่


สรุปปัญหาและวิธีแก้ไข

อาการ สาเหตุ การแก้ปัญหา
1.เปิดไม่ติด หน้าจอไม่ขึ้น สายไฟอาจจะเก่า เสื่อมสภาพ จนถึงปลั๊กราง PSU เกิดความเสียหาย เช็คอุปกรณ์จ่ายไฟ สายไฟ ปลั๊กราง เพาเวอร์ซัพพลาย อาจต้องเปลี่ยน
2.เปิดติด แต่รีสตาร์ทบ่อย แรมสกปรก เสื่อมสภาพ ซีพียูเกิดความร้อนสูง หรือเกิดความผิดปกติบนเมนบอร์ด เช็คได้ง่ายสุด ก็คือแรม ทำความสะอาดหน้าสัมผัส แกะฮีตซิงก์ เปลี่ยนซิลิโคน
3.เปิดติด แต่ใช้อยู่ก็ดับ ซีพียูหรือการ์ดจอ มีความร้อนสูงขึ้นจนผิดปกติ รวมถึงเมนบอร์ดอาจมีปัญหา หรือเพาเวอร์ซัพพลายเสีย ทำงานความสะอาดฮีตซิงก์และเปลี่ยนซิลิโคนให้ซีพียู ฉีดด้วยสเปรย์ Contact Cleaner ทิ้งไว้ให้แห้ง
4.คอมเปิดไม่ติด ไม่มีไฟสถานะขึ้น เมนบอร์ดหรือเพาเวอร์ซัพพลาย ไม่สามารถทำงานได้เต็มระบบ หรือไฟไม่เข้าเมนบอร์ด ขยับสายสัญญาณ Front panel ซึ่งต่อเข้ากับเมนบอร์ดตรงมุมล่างขวามือ ถอดขั้วต่อ 24-pins ที่เป็นสายเพาเวอร์บนเมนบอร์ด ใส่ให้แน่นอีกครั้ง
5.เปิดติด แต่ค้างหน้า BIOS ค่าใน BIOS ผิดปกติ หรือจะเป็นไปได้ว่าระบบ Storage ไม่ทำงาน เรียกว่า Detect เจอ HDD หรือ SSD แต่บูตไม่ได้ Reset BIOS ให้ลอง Clear CMOS ได้จากเมนบอร์ด Chipset หรือ Boot เพื่อเช็คว่า มีการตรวจพบอุปกรณ์ Storage ที่มีระบบปฏิบัติการอยู่หรือไม่
6.คอมเปิดไม่ติด หลังอัพเกรดคอมใหม่ ตัวบูตระบบมีปัญหาหรือเกี่ยวไปที่ฮาร์ดแวร์ใหม่ หรือเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรและอุปกรณ์บางอย่างทำงานผิดปกติ ลองถอดอุปกรณ์ที่อัพเกรดเข้าไปออกมาก่อน จากนั้นใช้ฮาร์ดแวร์ตัวเดิม ไม่ว่าจะเป็นแรม SSD ฮาร์ดดิสก์หรือการ์ดจอเก่า
7.เปิดคอมไม่ได้ มีแค่เครื่องหมายกระพริบบนหน้าจอ อาจเกิดจากปัญหาเรื่องของคอมดับเอง ไฟถูกตัดจากการลัดวงจรหรือไฟกระชาก ตรวจเช็คบรรดาอุปกรณ์ต่างๆ ตั้งแต่สายไฟ เพาเวอร์ซัพพลาย เมนบอร์ดและการ์ดจอ
8.คอมเปิดไม่ติด เสียงดังปิ๊บๆ คอมเปิดไม่ติด มีแต่เสียงปิ๊บๆ ให้ได้ยิน เช็คอาการจากเสียงที่มีในตาราง
9.คอมเปิดติด แต่จอฟ้า BSOD เรื่องของ แรม ฮาร์ดดิสก์และซอฟต์แวร์หรือยูทิลิตี้ที่ติดตั้งไว้ ความไม่เข้ากันหรือไฟล์ระบบบางส่วนเสียหาย ลองอัพเดตโปรแกรมหรือไดรเวอร์ล่าสุด ใช้ System Restore หรือใช้วิธีเรียกไดรเวอร์ตัวเดิมกลับคืน
10.คอมเปิดติด แต่เล่นเกมแล้วเด้งออกจากเกม เปิดเล่นเกม แต่ไม่สามารถเข้าเกมได้ หรือเล่นเกมแล้วเกิดจอฟ้า เด้งหลุด อัพเดตไดรเวอร์ใหม่ แกะฮีตซิงก์ออกมาทำความสะอาด ทาซิลิโคนใหม่ให้การ์ดจอ

Conclusion

คอมดับคอมเปิดไม่ติด เป็นปัญหาที่สร้างความปวดหัวให้กับผู้ใช้ได้เสมอมา และหลายๆ ครั้ง ก็ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ ยังใช้งานได้ปกติ แต่หลังจากชัทดาวน์ไปล่าสุด ก็เกิดอาการผิดปกติแบบนี้ขึ้น คอมดับเอง เปิดไม่ติด อย่างไรก็ดี ปัญหานี้ อาจมีทางแก้ไขได้ในเบื้องต้น แต่ขั้นแรกก็คงต้องตรวจเช็คตามจุดต่างๆ ให้ถี่ถ้วนเสียก่อน เริ่มตั้งแต่ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์ที่นำมาใช้ เพื่อให้ง่ายต่อการวิเคราะห์อาการ

  1. พาเวอร์ซัพพลาย : เราสามารถตรวจเช็คได้ไม่ยาก เพราะเป็นสาเหตุหลักๆ เลยที่ทำให้เครื่องคอมเปิดไม่ติด ลองเช็คสายว่าเสียบแน่นดีหรือไม่ และลองตรวจสอบดูว่า พัดลม พาวเวอร์ซัพพายหมุนหรือไม่ หากไม่หมุนไม่ทำงานให้ คิดว่า พาวเวอร์ซัพพาย เสียแน่นอน
  2. เมนบอร์ด : กรณีมีปัญหาเปิดแล้วติดแต่ดับไปอีกครั้ง คนส่วนมากมักพบบ่อย จะเกิดจาก เมนบอร์ดเสีย มีปัญหา หรือ อาจจะยังไม่ได้อัพเดท BIOS เพื่อให้รองรับกับ CPU ตัวใหม่ๆ
  3. ฝุ่น : ฝุ่นหรือผงต่างๆ เมื่อคอมใช้งานมานานๆ ทำให้มีฝุ่นลงไปติดแผงวงจรของอุปกรณ์ภายในเคส ทำให้อาจเกิดปัญหาที่ทำให้คอมเปิดไม่ติดขึ้น ควรเปิดเช็คดูฝุ่นและทำความสะอาดด้วยการเป่าฝุ่นออกสัก ปี ละ 1 ครั้ง
  4. สวิทซ์เปิดปิด : บางครั้งปัญหาเปิดไม่ติดอาจจะเกินขึ้นกับ สวิทซ์เปิดปิดของเคสบางรุ่นที่อาจใช้งานมานาน หรือ แตกหัก ทำให้ ปุ่มเปิดเหล่านี้ไม่สามารถไปกระตุ้นการทำงานคอมให้เปิดเครื่องขึ้นมาได้
  5. Ram : หากเปิดเครื่องมาแต่จอดับไม่มีเสียงไม่มีอะไรให้ลองถอดแรมเพื่อลองฟังเสียงดูก่อน เพราะอาจจะเป็นที่แรมสกปรกหรือแรมอาจจะเสียก็เป็นได้
  6. สายไฟต่อเข้าเครื่อง มีปัญหา : สาย AC เส้นสีดำที่ต่อเข้ากลับเครื่องคอมพิวเตอร์ อาจมีปัญหาชำรุด หรือ เสีย ให้ลองเอาสายสำรองมาเสียบแทน
  7. สายไฟในเครื่องหลวม : หากคอมพิวเตอร์ของเพื่อนๆ นั้นมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน อาจจะเกิดปัญหาหลวม หรือ อาจจะไม่แน่น ทำให้อุปกรณ์บางชนิดไม่ทำงาน
  8. ไวรัส : มีไวรัสบางชนิดที่สามารถทำให้เครื่องเราเปิดติด แต่อาจจะบูตเข้า OS ไม่ได้ส่งผลกระทบให้เครื่องไม่ติด ให้เราทำการแสกนหรือกำจัดไวรัสตัวนั้นซะ
  9. ปลั๊กไฟมีระบบความปลอดภัย : ทางทีมงานประสบมากับตัว ปลั๊กไฟบางชนิดมีกันไฟกระชาก และ เมื่อไฟดับ จะส่งผลให้ ปลั้กนั้นๆ ตัดไฟจ่ายทันที ทำให้เราไม่สามารถเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ได้เปิดแล้วไม่ติด ทางแก้ให้ทำการถอดสายไฟต่อเข้าเครื่องย้ายไปเสียบปลั๊กตัวอื่นแทน
  10. CPU เสีย : ปัญหานี้ถือว่าเกิดได้ยากมากๆ เพราะปกติแล้ว CPU นั่นจะมีอายุการใช้งานที่ทนสุดๆ เมื่อเกิดเสียหรือไหม้ จะทำให้เครื่องนั้นเปิดไม่ติดทันที

รวมถึงอยากให้ใส่ใจเรื่องของความสะอาดและการระบายอากาศที่ดี หมั่นตรวจเช็ค ด้วยการเปิดฝาเคสคอม เพื่อจัดการกับฝุ่นและชิ้นส่วนต่างๆ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง และจัดทิศทางลมภายในคอมให้ดี เพื่อลดปัญหาความร้อนสะสม ด้วยการจัดเก็บสายไฟต่างๅ ภายใน รวมถึงให้มีลมเข้าออกตามปกติ เพียงเท่านี้ก็สามารถลดปัญหาคอมดับเอง เปิดไม่ติด ได้แล้ว

Related Topics

Check BSOD jpg

ยกเลิกรีสตาร์ท เพื่อเช็คอาการ Bluescreen บน Windows 10

Play game shutdown jpg

เล่นเกม คอมดับ หน้าจอคอมดับเอง เช็คอาการ

PC Not Boot jpg

เข้าเกมไม่ได้ หลุดออกจากเกม บน Windows 10

Bluescreen error jpg

ปัญหาคอมปวดหัวจี๊ด เปิดไม่ติด, บลูสกรีน BSOD

DEEPCOOL GAMMAXX 400 XT 32

HOW TO5 วิธีลดปัญหา ซีพียูร้อน Low Cost

from:https://notebookspec.com/web/464422-10-pc-not-boot-can-not-start-windows-10

ไมโครซอฟท์ประกาศแผน ถอน Flash ออกจาก Windows อย่างถาวรเดือน ก.ค. 2021

Adobe Flash สิ้นอายุขัยไปตั้งแต่ 31 ธันวาคม 2020 แต่ในทางปฏิบัติ ระบบปฏิบัติการรุ่นเก่าหน่อยยังมี Flash ฝังเก็บไว้อยู่

ไมโครซอฟท์เคยออกแพตช์สำหรับถอน Flash ออกจากระบบมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2020 โดยที่ผ่านมายังใช้วิธีให้ดาวน์โหลดมาติดตั้งกันแบบสมัครใจ ล่าสุดไมโครซอฟท์ประกาศแผนการปล่อยอัพเดตถอน Flash ผ่าน Windows Update ดังนี้

  • มิถุนายน 2021 จะออก KB4577586 สำหรับ Windows 10 v1809 ขึ้นไป
  • กรกฎาคม 2021 จะออก KB4577586 สำหรับ Windows 10 v1607 และ v1507 รวมไปถึงระบบปฏิบัติการเก่าคือ Windows 8.1, Windows Server 2012, Windows Embedded 8 Standard ด้วย

ส่วนระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่คือ Windows 10 v21H1 ที่จะออกในเร็วๆ นี้ จะไม่มี Flash รวมมาให้แล้ว

ที่มา – Microsoft via XDA

from:https://www.blognone.com/node/122491

Windows 10 แก้ปัญหา ต่อหูฟัง Bluetooth ตัวเดียว แต่มีรายชื่อให้เลือกหลายอัน

ช่วงนี้ดูเหมือนทีม Windows ขยันมาแก้บั๊กเก่าๆ หรือปัญหาที่เรื้อรังมานาน เช่น ปัญหาต่อจอนอกผ่าน DisplayPort แล้วหน้าต่างถูกรีเซ็ตตำแหน่ง

รอบนี้เป็นการแก้ปัญหาการเชื่อมต่อหูฟังหรือลำโพง Bluetooth ที่หลายคนเคยเจอว่า มีรายชื่ออุปกรณ์ตัวเดียวกันให้เลือกหลายอัน ไม่รู้เลือกอันไหนเสียงถึงออกถูกตัว

ไมโครซอฟท์บอกว่านี่เป็นเรื่อง multiple audio endpoint ของอุปกรณ์ Bluetooth ซึ่งตอนนี้แก้ไขให้แสดงผลตัวเลือกแค่ 1 อันใน UI และระบบปฏิบัติการจะทำหน้าที่เลือก endpoint ที่ถูกต้องให้เอง นอกจากนี้ยังมีของแถมเป็นแถบปรับระดับเสียงของอุปกรณ์ Bluetooth และรองรับ codec เสียงแบบ AAC เพิ่มมาด้วย

บั๊กนี้แก้ไขแล้วใน Windows 10 Insider Preview Build 21370 ซึ่งมีสถานะเป็น Dev Channel เช่นกัน (ไม่รู้ว่าจะเข้ารุ่นเสถียรเมื่อใด)

No Description

ที่มา – Microsoft

from:https://www.blognone.com/node/122451

Windows 10 แก้บั๊ก ต่อจอนอกผ่าน DisplayPort ปลุกเครื่องจากหลับแล้วหน้าต่างย้ายที่

ทีมของไมโครซอฟท์อธิบายการแก้บั๊กของ Windows ที่เรื้อรังมานาน หากเราต่อจอภายนอกผ่านพอร์ต DisplayPort แล้วปล่อยให้เครื่องหลับ หลังปลุกเครื่องขึ้นมา หน้าต่างในหน้าจอที่สองจะถูกรีเซ็ตมารวมกับหน้าจอหลัก ทำให้ต้องเสียเวลามาเรียงหน้าต่างใหม่ทุกครั้ง

ไมโครซอฟท์เรียกปัญหานี้ว่า Rapid Hot Plug Detect (Rapid HPD) และบอกว่าแก้บั๊กแล้วใน Windows Insider Build 21287 ที่เป็น Dev Channel (ยังไม่ชัดว่าจะถูกรวมอยู่ในรุ่นเสถียรตัวไหน)

ที่มา – Microsoft via Neowin

No Description

from:https://www.blognone.com/node/122436

Windows 10 May 2021 Update (21H1) เข้าสถานะ RTM ใกล้เวลาปล่อยอัพเดต

ไมโครซอฟท์เตรียมปล่อย Windows 10 May 2021 Update (version 21H1) อัพเดตใหญ่ประจำครึ่งแรกของปี 2021 โดยตอนนี้ Build 19043.928 ที่ทดสอบในกลุ่ม Beta/Release Preview Channel ถือเป็น “ตัวจริง” (RTM) แล้ว หากไม่พบบั๊กอะไรสำคัญก็น่าจะปล่อยเป็นอัพเดตให้ผู้ใช้ทั่วไปในเร็วๆ นี้

Windows 10 v21H1 ถือเป็นอัพเดตตามรอบ 6 เดือนอีกตัวที่มีฟีเจอร์ใหม่ไม่เยอะนัก ตัวมันเองใช้แกน OS เดียวกับ v2004 (20H1) และ v20H2 ของปีที่แล้ว ทำให้เป็นอัพเดตฟีเจอร์ที่ขนาดเล็ก อัพเดตได้เร็ว เหมือนกับการอัพเดตแพตช์ประจำเดือน

ตามแผนของไมโครซอฟท์ อัพเดตรอบครึ่งหลังของปีนี้ (v21H2) จะกลับมาเป็นอัพเดตใหญ่ มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือยกเครื่อง UI ครั้งใหญ่ ตามโค้ดเนม Sun Valley ที่มีข่าวมาก่อนหน้านี้

No Description

ที่มา – Microsoft

from:https://www.blognone.com/node/122418

7 วิธีล้างเครื่องโน๊ตบุ๊ค สะอาดเหมือนซื้อมาใหม่ ฉบับปี 2021

โน๊ตบุ๊คใช้มาสักพักก็มีช้าลงบ้าง มีปัญหานี้เมื่อไหร่ล้างเครื่องโน๊ตบุ๊คสักรอบน่าจะดี

clean laptop cover

ยุคนี้ที่เราทำงานกับพีซีและโน๊ตบุ๊คกันเป็นปกติแล้วและลดการใช้กระดาษไปมาก แต่บางคนที่ใช้งานจริง ๆ ก็อาจจะลืมล้างเครื่องโน๊ตบุ๊คหรือพีซีของตัวเองได้เช่นกัน ซึ่งจริง ๆ แล้วผู้เขียนอยากให้มองว่าคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นของเราก็เหมือนโต๊ะทำงานอีกโต๊ะหนึ่งของเรา เวลาหยิบอะไรมาวางมาเขียน ประมวลผลกันทุกวี่วันแต่ไม่ได้เคลียร์ให้เอกสารเป็นระเบียบ เวลาเครื่องจะหาไฟล์อะไรมาทำงานให้เราก็ย่อมช้าเป็นธรรมดา

ซึ่งการล้างเครื่องโน๊ตบุ๊คสักเครื่องให้สะอาดนั้น ไม่ว่าจะเป็นโน๊ตบุ๊คส่วนตัวที่ใช้งานมาราวปีหนึ่งแล้ว หรือจะเป็นโน๊ตบุ๊คมือสองที่เพิ่งซื้อมาก็ตาม ผู้เขียนก็ขอแนะนำให้ทำเป็นระยะ ๆ อาจจะตั้งเวลาแจ้งเตือนในมือถือเอาไว้ก็ได้ว่าควรทำเดือนละครั้ง เพื่อให้เครื่องของเราทำงานได้ดีอยู่เสมอ ซึ่งไม่ได้ใช้เวลานานมากอีกด้วย

ล้างเครื่องโน๊ตบุ๊ค

ล้างเครื่องไม่ใช่เอาน้ำชุบแล้วล้างแบบนี้นะ มีขิตกันบ้างล่ะ!

7 ขั้นตอนล้างเครื่องโน๊ตบุ๊ค เคลียร์เครื่องให้ใหม่ ทำงานไวทันใจ!

สำหรับคนที่ไม่อยากล้างเครื่องโน๊ตบุ๊คแล้วลง Windows ใหม่ ก็สามารถใช้วิธีที่แนะนำเอาไว้ในบทความนี้ แล้วจัดการเคลียร์ไฟล์ขยะต่าง ๆ รวมทั้งตั้งค่าเครื่องให้ทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย ซึ่งผู้ใช้สามารถทำตามทั้ง 7 ขั้นตอนนี้ได้เลย

  1. ลบโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้ทิ้งบ้าง
  2. ลดปริมาณโปรแกรมที่รันตัวเองตอนเปิดเครื่องหน่อย
  3. Defragment เป็นระยะ ๆ (แต่ SSD ห้ามทำนะ!)
  4. Disk Clean-up เป็นระยะ ๆ ล้างไฟล์ขยะออกจากเครื่อง
  5. สแกนไวรัสแบบละเอียดด้วย อย่ากดแต่ Quick Scan
  6. ใช้โปรแกรมเคลียร์ไฟล์ทิ้งไปเลย
  7. เริ่มต้นกันใหม่ด้วย Reset this PC
1. ลบโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้ทิ้งบ้าง

programs

 

ถ้ามีโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้ค้างอยู่ในเครื่องก็ลบทิ้งบ้าง หรือถ้าใช้อยู่เป็นระยะ ๆ ก็ควรอัพเดทเป็นเวอร์ชั่นใหม่เสมอ สาเหตุเป็นเพราะว่าหลาย ๆ โปรแกรมในยุคนี้จะเปิดตัวเองขึ้นมาทำงานโดยอัตโนมัติในระบบเบื้องหลังและไม่แสดงขึ้นมาให้เราเห็น โดยเฉพาะโปรแกรมประเภทแอนตี้ไวรัสต่าง ๆ ซึ่งข้อดีคือเราจะสามารถเปิดโปรแกรมเหล่านี้ได้เร็วมาก แต่พีซีของเราจะโดนดึงทรัพยากรในเครื่องไปใช้กับโปรแกรมเหล่านี้ด้วย เครื่องเลยทำงานได้ช้าลงนั่นเอง

ดังนั้นถ้าเราติดตั้งโปรแกรมอะไรเอาไว้ในเครื่อง เพราะคิดเอาไว้ว่าอาจจะได้ใช้ก็ควรลบทิ้งจากเครื่องไปเลยแล้วถ้าโปรแกรมไหนมีเวอร์ชั่น Portable ที่เอาใส่แฟลชไดรฟ์ได้ก็เปลี่ยนไปใช้เวอร์ชั่นนั้นแทนก็ได้

ส่วนวิธีการสังเกตว่าโปรแกรมไหนของเราไม่ได้ใช้เป็นเวลานาน ๆ จะยังไม่มีคำสั่ง Sort หรือเปิดหา Recent app ติดตั้งมาให้ใน Windows 10 แต่ต้องใช้วิธีการสังเกตโดยเปิดแล้วไล่ดูภายใน Apps & features เพื่อดูว่าในเครื่องเรามีโปรแกรมไหนติดตั้งอยู่บ้าง แล้วอยู่ในเครื่องมานานหรือยังแล้วค่อยไล่ลบก็ได้

วิธีการที่ผู้เขียนแนะนำคือให้เปิดดูใน Apps & features โดยกดปุ่ม Windows บนคีย์บอร์ดแล้วพิมพ์คำว่า Apps จากนั้นกด Enter เมื่อเลื่อนลงมาจะเห็นรายชื่อโปรแกรมทั้งหมดที่ติดตั้งไว้ในเครื่อง จากนั้นตั้งค่าฟิลเตอร์ให้เรียงตามวันที่ติดตั้งโปรแกรม แล้วไล่ดูว่ามีโปรแกรมไหนติดตั้งมานานแล้วไม่ได้เปิดใช้หรือไม่คุ้นเลย ก็ลบทิ้งได้เพื่อประหยัดพื้นที่และทรัพยากรในเครื่องเรา

2. ลดปริมาณโปรแกรมที่รันตัวเองตอนเปิดเครื่องหน่อย

startup programs

ก่อนหน้านี้ในยุค Windows 7, Windows 8.1 การเข้ามาปิดโปรแกรมที่รันตัวเองขึ้นมาทันทีเมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาทำงานจะมีขั้นตอนยุ่งยากกว่านี้ แต่ใน Windows 10 จะมีส่วนของ Startup Program แยกออกมาให้โดยเฉพาะ

โดยวิธีการเปิดเหมือนกับในข้อที่แล้วแต่ให้เลื่อนลงมากดตรงคำว่า Startup จากนั้น Windows จะแสดงโปรแกรมทั้งหมดที่รันขึ้นมาตอนเปิดเครื่อง ซึ่งถ้ามีโปรแกรมไหนที่เราไม่ได้ใช้งานก็ปล่อยให้โปรแกรมนั้นเปิด (On) เอาไว้ก็ได้ ถ้าโปรแกรมไหนไม่ได้ใช้งานก็กดสลับให้ปิด (Off) แทน จะทำให้เครื่องของเราเปิดขึ้นมาแล้วพร้อมใช้งานได้เร็วยิ่งขึ้น

3. Defragment เป็นระยะ ๆ (แต่ SSD ห้ามทำนะ!)

defragment

เชื่อว่าหลายคนรู้ว่าเราควร Defragment ฮาร์ดดิสก์ของตัวเองเป็นระยะ ๆ เพื่อให้ฮาร์ดดิสก์จัดเรียงข้อมูลภายในตัวไดรฟ์ให้เข้าที่ ซึ่งควรทำสัปดาห์ละครั้งเพื่อให้ตัวไดรฟ์เรียกเปิดโปรแกรมและไฟล์ที่บันทึกเอาไว้ข้างในได้ดียิ่งขึ้น โดยให้เราคลิกขวาตรง Harddisk ลูกที่เราต้องการ Defragment จากนั้นกด Properties แล้วเลือกแท็บคำว่า Tools แล้วคลิกคำว่า Optimise and defragment drive 

defragment2

หน้าต่าง Optimise Drive จะเปิดขึ้นมาให้เราเลือกไดรฟ์ที่ต้องการแล้วคลิกคำว่า Optimise ได้เลย แต่ห้ามทำการ Optimise กับฮาร์ดดิสก์แบบ Solid state drive โดยเด็ดขาด เพราะเป็นการเพิ่มภาระให้กับ Controller ใน SSD และเปลือง TBW โดยไม่จำเป็น ทำให้ SSD ลูกนั้นเสื่อมสภาพเร็วยิ่งขึ้น เพราะว่าตัว Controller จะคอยจัดการเรื่องพื้นที่และจุดเขียนไฟล์ลงชิปโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว

wd black dashboard

หากใครต้องการปรับแต่งให้ SSD ของตัวเองทำงานได้ดีขึ้น ควรโหลดโปรแกรม Dashboard เฉพาะแบรนด์หรือรุ่นนั้นโดยเฉพาะมาติดตั้งแทน เพราะโปรแกรมเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานกับ SSD โดยเฉพาะอยู่แล้ว จะทำให้อายุของ SSD ยืนขึ้นและประสิทธิภาพดีอยู่เสมอ โดยหาส่วนที่เรียกว่า TRIM แล้วกด Run TRIM Now เพื่อให้โปรแกรมสแกนและลบไฟล์ไม่ได้ใช้ที่ตกค้างใน SSD ลูกนั้นทิ้งไป

4. Disk Clean-up เป็นระยะ ๆ ล้างไฟล์ขยะออกจากเครื่อง

การทำ Disk Clean-Up ก็เหมือนการล้างเครื่องโน๊ตบุ๊คแบบอ่อน ๆ วิธีหนึ่ง เพราะวิธีนี้จะเคลียร์ไฟล์ tmp และ cache ต่าง ๆ ที่โปรแกรมต่าง ๆ สร้างเอาไว้ในเครื่องออกไป ได้พื้นที่ฮาร์ดดิสก์กลับมาและเครื่องสะอาดยิ่งขึ้น ซึ่งถ้าใครไม่ได้ทำเป็นระยะ ๆ ก็ควรทำจะช่วยให้เราได้พื้นที่ในเครื่องคืนมาเยอะพอควรทีเดียว

cleanup

โดย Disk Clean-up นั้นเป็นฟีเจอร์ที่ติดมากับ Windows 10 เลย โดยเราสามารถกดปุ่ม Windows แล้วพิมพ์คำว่า Clean แล้วกด Enter ได้เลย

cleanup2

หน้าต่าง Disk Clean-up จะเปิดขึ้นมาให้เราเลือกไดรฟ์ที่ต้องการล้างไฟล์ขยะทิ้ง ซึ่งเลือกได้ทุกไดรฟ์บนเครื่อง สามารถกดล้างไฟล์ขยะได้ทุกไดรฟ์ ทั้งฮาร์ดดิสก์ธรรมดาหรือ SSD ก็ได้ ซึ่งความถี่ที่ควรกดล้างไฟล์ขยะในเครื่องนั้น ผู้เขียนแนะนำว่าทำเดือนละครั้งก็เพียงพอแล้ว

5. สแกนไวรัสแบบละเอียดด้วย อย่ากดแต่ Quick Scan

เราไม่รู้หรอก ว่าใช้โน๊ตบุ๊คทำงาน เข้าเว็บไซต์ โหลดไฟล์ต่าง ๆ เข้ามาใช้ในเครื่องมากมาย ไม่มีทางรู้แน่นอนว่าไวรัสหรือมัลแวร์จะแทรกเข้ามาในเครื่อง ลอดผ่านระบบรักษาความปลอดภัยต่าง ๆ มาฝังเอาไว้ในเครื่องได้ด้วย

และการสั่งรันสแกนไวรัสแบบ Quick Scan นั้น จะรันสแกนได้ไม่ละเอียดมากนัก แนะนำให้สั่งสแกนเครื่องแบบ Full Scan ไปเลย แม้จะใช้เวลาสักหน่อยแต่ก็อุ่นใจกว่า ซึ่งถ้าใครใช้โปรแกรม Antivirus ตัวไหนอยู่ก็เปิดตัวนั้น ๆ ขึ้นมาจัดการได้เลย ส่วนคนที่พึ่งพา Windows Defender เป็นหลักก็ทำตามขั้นตอนข้างล่างนี้ได้เลย

virus scan

เริ่มต้นให้เรากดปุ่ม Windows บนคีย์บอร์ดแล้วพิมพ์คำว่า Virus เข้าไป จากนั้นกด Enter เครื่องจะเปิดส่วนที่ใช้จัดการไวรัสและมัลแวร์ในเครื่องขึ้นมา

scan2

ที่หน้า Virus & threat protection ให้เลือกคำว่า Scan options อย่าเพิ่งกดที่ Quick Scan จากนั้นตัวเครื่องจะเปิดตัวเลือกการสแกนออกมา

scan3

ให้กดเลือกที่คำสั่ง Full Scan แล้วกด Scan now ตัวเครื่องจะจัดการรันสแกนไวรัสทั้งเครื่องแบบเต็มระบบ ซึ่งอัพเดทล่าสุดนี้ จะมีตัวเลือกให้เราสั่งสแกนเครื่องแบบไม่ต้องต่อเน็ตก็ได้ โดยเลือกที่ตัวเลือก Microsoft Defender Offline Scan ได้เลย

ข้อดีของ Windows Defender คือ เป็นฟีเจอร์ที่ฝังมากับระบบปฏิบัติการเลย ฟรีและมีอัพเดทแพทช์มาอย่างต่อเนื่องด้วย ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนใช้ Windows Defender มาตลอดและไม่ติดตั้งโปรแกรม Antivirus มาหลายปีแล้ว ก็ไม่มีปัญหาไวรัสเข้ามาก่อกวนแต่อย่างใด

6. ใช้โปรแกรมเคลียร์ไฟล์ทิ้งไปเลย

diskwipe

กรณีที่มีฮาร์ดดิสก์ในพีซีหรือโน๊ตบุ๊คแล้วต้องการล้างไฟล์ในไดรฟ์นั้น ๆ ทิ้งไปเพราะไม่ได้ใช้งานเลย หรือต้องการเคลียร์ฮาร์ดดิสก์ทิ้งให้สะอาดเพื่อ Clone ตัว Windows ย้ายไปไดรฟ์นั้น ๆ ก็สามารถใช้โปรแกรมนี้จัดการได้เลย โดย Disk Wipe นั้นจะช่วยล้างเครื่องโน๊ตบุ๊คได้อย่างสะอาดรวมทั้งไม่ต้องติดตั้งในพีซีนั้น ๆ ด้วย เพียงแค่ใส่แฟลชไดรฟ์เอาไว้ก็ใช้งานได้ทันที สามารถใช้งานกับไดรฟ์ Windows ได้ทุกแบบไม่ว่าจะเป็น NTFS, Fat, Fat32 ก็ได้เช่นกัน

ข้อดีคือโปรแกรมนี้สามารถโหลดมาใช้งานได้ฟรีอีกด้วย ซึ่งถ้ามีประโยชน์และชื่นชอบก็สามารถกดบริจาคเงินช่วยเหลือผู้พัฒนาโปรแกรมนี้ก็ได้เช่นกัน ใครกำลังหาโปรแกรมประเภทนี้อยู่ก็กดดาวน์โหลด Disk Wipe ที่นี่

7. เริ่มต้นกันใหม่ด้วย Reset this PC

สำหรับคนที่ใช้งานโน๊ตบุ๊คมาราว 6 เดือนถึง 1 ปี การล้างเครื่องเริ่มต้นใหม่สักครั้งแล้วค่อยตั้งค่ากันใหม่ หรือคนที่ซื้อโน๊ตบุ๊คมือสองมาแล้วในเครื่องเป็น Windows 10 ติดมาด้วยก็แนะนำให้ล้างเครื่องโน๊ตบุ๊คของเราด้วยวิธีนี้ปีละ 1 ครั้งก็เพียงพอแล้ว

แต่ก่อนจะล้างเครื่องทุกครั้ง ควรแบ็คอัพไฟล์งานสำคัญและโปรแกรมที่จำเป็นต้องใช้ทั้งหมดเอาไว้ใน External Harddisk จนหมดก่อน แล้วค่อยเริ่มทำตามขั้นตอนในข้อนี้

reset this pc 1

วิธีการรีเซ็ตเครื่องให้เริ่มต้นโดยกดปุ่ม Windows จากนั้นพิมพ์คำว่า Reset ลงไปแล้วกด Enter เพื่อเปิดคำสั่งรีเซ็ตเครื่องขึ้นมาใช้งาน

reset this pc 2

Windows 10 จะเปิดหน้าต่าง Recovery ขึ้นมา ให้เรากดที่คำว่า Get started ใต้หัวข้อ Reset this PC เพื่อเริ่มรีเซ็ตเครื่อง

reset this pc 3

จากนั้นตัวเครื่องจะให้เราเลือกวิธีล้างเครื่องโน๊ตบุ๊คของเราได้ 2 แบบ คือ

  1. Keep my files : เครื่องจะล้างโปรแกรมและรีเซ็ตการตั้งค่าที่ผิดพลาดของเราออกไป แล้วย้อนกลับไปใช้ค่าตั้งต้นจากทาง Microsoft อีกครั้ง แต่ไม่ลบไฟล์งานของเราที่เก็บไว้ในเครื่อง
  2. Remove everything : วิธีนี้จะลบไฟล์และโปรแกรมทั้งหมดในเครื่องของเราออกไป เหมือนกับการลง Windows ใหม่ให้กับโน๊ตบุ๊คของเรา แต่ไม่ต้องเสียเวลาหา Windows Key มาใส่เครื่องหรือต้องทำ Flashdrive ที่เอาไว้ติดตั้ง Windows

ถ้าใครมีโน๊ตบุ๊คที่ติดตั้ง Windows 10 มาจากโรงงานแล้ว สามารถเลือกระดับของการรีเซ็ตเครื่องได้ตามความสะดวก ถ้าอยากแก้การตั้งค่าให้กลับไปเป็นค่ามาตรฐานจากทาง Microsoft ก็เลือกแบบแรก แต่ถ้าต้องการล้างทิ้งทั้งหมดจะเลือกเป็นแบบที่ 2 ก็ดีเช่นกัน

ส่วนการรีเซ็ตแบบล้างเครื่องในหัวข้อที่ 2 นั้น เราไม่จำเป็นกังวลว่าจะหา Windows Key จากไหนมาใส่ เพราะตัวเครื่องจะจัดการทั้งหมดให้โดยอัตโนมัติ เพียงรอเวลาที่โน๊ตบุ๊คจัดการตั้งค่าทั้งหมดให้เสร็จแล้วเราก็ติดตั้งโปรแกรมที่จำเป็นทั้งหมดลงไปแล้วใช้งานได้ตามปกติเลย

สรุป – ล้างเครื่องกันบ่อยแค่ไหนดี?

สำหรับจุดเด่นและข้อสังเกตของแต่ละวิธีการนั้น ผู้เขียนขอสรุปเอาไว้เป็นตารางดังนี้

วิธีการ ข้อดี จุดสังเกต
ลบโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้ ง่ายและทำได้เร็ว ไม่มีผลกระทบมาก และได้พื้นที่ในฮาร์ดดิสก์คืน เป็นวิธีการพื้นฐานเท่านั้น ไม่ได้แก้การตั้งค่าหรือลบไฟล์สำคัญใด ๆ
ลดปริมาณโปรแกรมที่รันตัวเองตอนเปิดเครื่อง เปิดเครื่องแล้วพร้อมใช้งานได้เร็วยิ่งขึ้น ไม่ต้องรอเครื่องโหลดทุกโปรแกรมให้พร้อมก่อนถึงจะใช้งานได้ เปิดขึ้นมาปรับแต่งได้ง่าย แต่ถ้าโปรแกรมไหนมีขนาดใหญ่แล้วจะใช้งานก็ต้องเสียเวลาโหลดบ้าง
Defragment ฮาร์ดดิสก์ ทำให้ฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนจัดเรียงไฟล์ได้เป็นระเบียบ เข้าถึงไฟล์ต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น ห้ามใช้กับ SSD โดยเด็ดขาด เพราะ Controller อาจทำงานหนักแล้วเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
Disk Clean-up ล้างไฟล์ขยะที่โปรแกรมและตัวเครื่องสร้างทิ้งเอาไว้ได้ทั้งหมด ได้พื้นที่กลับมาใช้มากขึ้น ถ้าโปรแกรมไหนสร้างไฟล์ tmp เอาไว้เพื่อโหลดตัวเองให้เร็วขึ้นหรือใช้บันทึกรหัสผ่าน เช่นเบราเซอร์ที่เราใช้เป็นประจำ ก็ต้องเสียเวลาล็อคอินใหม่อีกครั้ง
Windows Defender สแกนไวรัสและมัลแวร์ในเครื่องโดยละเอียด ทำให้เราใช้งานได้อย่างปลอดภัยและเร็วยิ่งขึ้น ต้องรอ Microsoft อัพเดทแพทช์รักษาความปลอดภัยใหม่ ๆ อาจจะช้ากว่าโปรแกรม Antivirus บางตัวที่สร้างมาเพื่องานนี้โดยตรง
ใช้โปรแกรมเคลียร์ไฟล์ ล้างไฟล์ได้สะอาดและกู้ไฟล์กลับมาไม่ได้ เหมาะกับการทำเป็นไดรฟ์ใหม่ในเครื่อง และโปรแกรมเล็กใส่แฟลชไดรฟ์ไปใช้งานได้เลย ควรดึงไฟล์ที่ต้องการใช้งานออกมาก่อนแล้วค่อยล้าง ไม่เช่นนั้นจะกู้ไฟล์กลับมาไม่ได้
Reset this PC ล้างเครื่องโน๊ตบุ๊คได้เหมือนกับการติดตั้ง Windows ใหม่ เลือกได้ทั้งเก็บไฟล์งานของเราไว้ในเครื่องหรือจะลบจนหมดก็ได้ ไม่ต้องหา Windows Key มาใส่เครื่อง ถ้าจะล้างเครื่องเหมือนลง Windows ใหม่ ควรแบ็คอัพไฟล์สำคัญให้เรียบร้อยก่อน

การล้างเครื่องโน๊ตบุ๊คสักครั้งนั้น ไม่ว่าจะวิธีไหนก็ดีเช่นกัน เพราะช่วยให้เครื่องของเราสามารถทำงานได้ลื่นยิ่งขึ้น แต่ก็ต้องระวังและควรแบ็คอัพเครื่องเอาไว้เสมอ เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ด้วย รวมทั้งการแบ็คอัพไฟล์สำคัญเป็นประจำกับฝากข้อมูลเอาไว้ในบริการ Cloud ต่าง ๆ ก็ช่วยลดความกังวลเวลาต้องรีเซ็ตเครื่องได้อีกระดับหนึ่ง เพราะต่อให้เรารีเซ็ตเครื่องแล้วลงโปรแกรมใหม่ ไฟล์งานสำคัญของเราก็ไม่หายอยู่ดี เพราะเครื่องนั้นเป็นเพียงอุปกรณ์ที่ใช้เข้าถึงข้อมูลสำคัญที่เราเซฟเอาไว้ในฐานข้อมูลออนไลน์ของเรานั่นเอง


บทความที่เกี่ยวข้อง

software cover

new laptop1

old laptop

windows cover

from:https://notebookspec.com/web/591238-7-way-to-clean-up-your-pc

Microsoft ไตรมาสล่าสุด รายได้รวมเพิ่มขึ้น 19%, Windows 10 ใช้งานกว่า 1.3 พันล้านเครื่อง

ไมโครซอฟท์รายงานผลประกอบการของไตรมาสที่ 3 ตามปีการเงินบริษัท 2021 (เดือนมกราคม-มีนาคม) มีรายได้รวม 41,706 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน มีกำไรสุทธิแบบ GAAP 15,457 ล้านดอลลาร์

Satya Nadella ซีอีโอไมโครซอฟท์กล่าวว่ากว่าหนึ่งปีของสถานการณ์โรคระบาด แนวโน้มการนำดิจิทัลมาใช้งานยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และเพิ่มด้วยอัตราเร่งที่มากขึ้น ซึ่งนี่เป็นเพียงการเริ่มต้น ไมโครซอฟท์ได้สร้างคลาวด์สำหรับ 10 ปีข้างหน้า ขยายไปสู่ตลาดใหม่ที่สำคัญ รองรับทุก Tech Stack

ตัวเลขผลการดำเนินงานที่น่าสนใจมีดังนี้

  • Office 365 Commercial รายได้เพิ่มขึ้น 22%
  • Microsoft 365 Consumer มีผู้สมัครใช้งาน 50.2 ล้านคน
  • LinkedIn รายได้เพิ่มขึ้น 25%
  • Azure รายได้เพิ่มขึ้น 50%
  • Windows OEM รายได้เพิ่มขึ้น 10%
  • Xbox มีรายได้ส่วน content กับ service เพิ่มขึ้น 34%
  • Surface รายได้เพิ่มขึ้น 12%
  • มีอุปกรณ์ที่ใช้งาน Windows 10 มากกว่า 1.3 พันล้านเครื่อง
  • Teams มีผู้ใช้งานเป็นประจำทุกวัน 145 ล้านคน

ที่มา: ไมโครซอฟท์, ZDNet [1], [2]

MSFT

alt="MSFT Q3 21"

from:https://www.blognone.com/node/122386

แพตช์รายเดือน Windows มีบั๊กอีกแล้ว ไมโครซอฟท์ปิดแพตช์ด้วยวิธีใหม่ Known Issue Rollback

ข่าวแพตช์ประจำเดือนของ Windows มีปัญหาคงกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว สิ่งที่น่าสนใจในแพตช์รอบเดือนเมษายน 2021 คือไมโครซอฟท์แก้ปัญหาด้วยวิธีใหม่ที่เรียกว่า Known Issue Rollback (KIR)

ท่าปกติของการแก้ปัญหาพบบั๊กในแพตช์คือ ถอนการติดตั้งแพตช์นั้นๆ แต่วิธี KIR ถูกเริ่มนำมาใช้แบบเงียบๆ ตั้งแต่ Windows 10 v2004 ที่ออกปีที่แล้ว โดยจะใช้กับแพตช์แก้บั๊กที่ไม่เกี่ยวกับความปลอดภัย (non-security bug fix) เท่านั้น

หลักการทำงานของ KIR ค่อนข้างตรงไปตรงมาคือ ในการแก้บั๊กใดๆ ผ่านแพตช์ประจำเดือน ไมโครซอฟท์จะเก็บโค้ดเดิมเอาไว้ด้วยเสมอ แล้วเพิ่มโค้ดใหม่เข้ามาโดยไม่ยุ่งเกี่ยวกัน (ตัวอย่างโค้ดตามภาพ ใช้ if else แยกส่วนมาเลย)

KIR เป็นฟีเจอร์ที่ระดับ OS เอาไว้กำหนดว่าควรใช้โค้ดเก่าหรือโค้ดใหม่ ตามปกติแล้ว หลังติดตั้งแพตช์ใดๆ จะเปิดใช้โค้ดใหม่เป็นค่าดีฟอลต์ แต่หากโค้ดใหม่เกิดบั๊กใหม่ขึ้นมา ไมโครซอฟท์จะสั่งให้ KIR จะปิดการทำงานของโค้ดใหม่และกลับไปใช้โค้ดเก่าชั่วคราว

No Description

ไมโครซอฟท์บอกว่าเริ่มใช้ KIR แบบเงียบๆ มาตั้งแต่ปลายปี 2019 และเริ่มใช้เต็มตัวใน Windows 10 v2004 ที่รองรับ KIR เต็มรูปแบบ

ล่าสุดในแพตช์รอบเดือนเมษายน 2021 มีแพตช์ชื่อ KB5000842/KB5001330 ที่ส่งผลกระทบต่อเฟรมเรตขณะเล่นเกม หลังผู้ใช้แจ้งปัญหากันมาได้หลายวัน ไมโครซอฟท์ก็รับทราบปัญหา และแจ้งปิดการทำงานของแพตช์นี้ชั่วคราวด้วยเทคนิค KIR หลังจากแก้บั๊กนี้อย่างถาวรแล้ว ในอนาคตจะอัพเดตผ่านช่องทางแพตช์ตามปกติต่อไป

ไมโครซอฟท์แจ้งว่ากระบวนการทำงานของ KIR อาจใช้เวลา 24 ชั่วโมงกว่าจะไปครบทุกเครื่อง ถ้าอยากให้เร็วขึ้น การรีสตาร์ตเครื่องอาจช่วยได้

ที่มา – Microsoft, Bleeping Computer

from:https://www.blognone.com/node/122350

ไมโครซอฟท์ แก้ปัญหา Windows Update แล้วเล่นเกมกระตุกแล้วพร้อมเผยต้นตอปัญหา

ก่อนหน้านี้แพทช์ Windows Update ของทาง Microsoft รหัส KB5001330 กับ KB5001337 ที่อัพเดทให้กับพีซีและโน๊ตบุ๊คของผู้ใช้หลาย ๆ คนนั้น ถึงจะปรับแต่งเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยและอื่น ๆ ให้ดีขึ้นก็ตาม แต่ข้อเสียที่ตามมาสำหรับผู้ใช้บางกลุ่มคือเรื่องเฟรมเรทตอนเล่นเกมตก และบางรายถึงกับเจอปัญหา Blue Screen of Death (BSoD) จนทาง NVIDIA ก็แนะนำให้ย้อนอัพเดทกลับไปเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้ทาง Mcirosoft ส่งแพทช์แก้ปัญหาและเผยสาเหตุของปัญหาดังกล่าวแล้ว

windows update

Microsoft แก้ปัญหา Windows Update แล้ว

microsoft

สำหรับปัญหาแพทช์สองตัวดังกล่าวมีปัญหาตอนเล่นเกมนั้น ทาง Microsoft เผยว่าปัญหาดังกล่าวจะเกิดกับกลุ่มเกมเมอร์บางกลุ่มที่ใช้พีซีสองหน้าจอเป็นหลัก โดยทางบริษัทกล่าวว่ากลุ่มที่เจอปัญหานั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของผู้ใช้ทั้งหมด โดยปัญหาเฟรมเรทตกจะเกิดขึ้นเมื่อเปิดเล่นเกมแบบ Full Screen หรือเปิดตัวเลือก borderless windowed ในเกมถึงจะเจอปัญหานี้

โดยทาง Microsoft แจ้งว่าตอนนี้ได้สั่งหยุดการอัพเดทแพทช์เวอร์ชั่น KB5001330 แล้ว และกำลังส่งแพทช์แก้ไขออกมาภายใน 24 ชั่วโมงนี้ ถ้าอิงเวลาประเทศไทย คาดว่าผู้ใช้ในไทยจะได้อัพเดทแพทช์นี้ภายใน 1-2 วันนี้ (อิงจากเวลาสหรัฐอเมริกา) ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ และเมื่อได้อัพเดทควร Restart เครื่องหนึ่งครั้งให้ Windows ปรับแต่งแพทช์ให้เข้ากับเครื่องด้วย

ส่วนเกมเมอร์ที่เจอปัญหาดังกล่าวสามารถย้อนอัพเดทกลับเป็นเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้ที่ไม่มีปัญหาได้ง่าย ๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้น โดยมีวิธีการดังนี้

update1

เริ่มต้นให้กดปุ่ม Windows แล้วพิมพ์คำว่า Settings จากนั้นเลือกที่คำสั่ง Update & Security

update2

เลือกหัวข้อวินโดวส์อัพเดท จากนั้นกดที่ View update history เพื่อดูอัพเดทเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้

update3

ที่หน้า View update history ให้เลือกแพทช์ที่เป็น Quality Updates ตัวล่าสุดเพื่อย้อนเวอร์ชั่นกลับไป จากนั้นรีเซ็ตเครื่องหนึ่งครั้ง จะแก้ปัญหานี้ได้ ซึ่งช่วยแก้ปัญหาชั่วคราวไปก่อนที่อัพเดทเวอร์ชั่นใหม่จากทาง Microsoft จะส่งอัพเดทมายังเครื่องของเรา ส่วนผู้ใช้ต่างประเทศที่ได้อัพเดทเวอร์ชั่นใหม่แล้วไม่เจอปัญหาเฟรมเรทตกอย่างที่เกิดขึ้นในแพทช KB5001330 กับ KB5001337 แล้ว โดยวิธีการแก้ปัญหานี้ถ้าผู้ใช้คนไหนเจอปัญหาเล่นเกมไม่ลื่นหรือทำงานไม่ดีเท่าเวอร์ชั่นก่อนหน้าก็ใช้วิธี Roll back update นี้แก้ปัญหาไปก่อนได้เช่นกัน

ที่มา : PC Gamer, TechRadar

from:https://notebookspec.com/web/590630-microsoft-solve-windows-update-problem

ฟีเจอร์ใหม่ Task Manager เพิ่ม Eco Mode สั่งจำกัดทรัพยากรของโพรเซสได้

ไมโครซอฟท์ออก Windows 10 Insider Preview Build 21364 ของใหม่ที่สำคัญคือ WSL ออกรุ่นรองรับโปรแกรม GUI (WSLg) ตามที่เป็นข่าวไปแล้ว

แต่ใน Insider ตัวนี้ยังมีของใหม่ที่น่าสนใจคือ Task Manager ได้ฟีเจอร์ใหม่สองอย่าง อย่างแรกคือ “Eco mode” ที่ผู้ใช้สามารถสั่งจำกัด (throttle) ทรัพยากรของโพรเซสนั้นๆ ลงได้ เหมาะสำหรับกรณีที่เราสังเกตว่าโพรเซสนั้นๆ กินทรัพยากรสูงเกินไป และอยากจัดสรรทรัพยากรให้โพรเซสอื่นๆ แทน

No Description

ฟีเจอร์ที่สองเป็นความร่วมมือของทีม Task Manager กับทีม Edge เพื่อแสดงรายละเอียดของโพรเซสที่ Edge ใช้งานให้ชัดเจนขึ้น แยกได้ว่าเป็นโพรเซสของ GPU, ส่วนขยาย หรือเว็บไซต์ที่แสดงผล พร้อมไอคอนประกอบสวยงาม (ถ้าเป็นโพรเซสของหน้าเว็บจะแสดง favicon)

No Description

Task Manager เวอร์ชันปัจจุบัน แสดงเฉพาะโพรเซสชื่อ Edge อย่างเดียว ไม่แยกประเภทให้

No Description

ที่มา – Microsoft

from:https://www.blognone.com/node/122331