คลังเก็บป้ายกำกับ: WINDOWS_10

Microsoft Edge พุ่งทะยาน กลายเป็นเบราว์เซอร์ยอดนิยมอันดับ 2 เป็นที่เรียบร้อย

ภายหลังการเปิดตัวของ Microsoft’s Chromium-based Edge หรือที่คุ้นหูกันว่า Microsoft Edge Chromium ตัวใหม่นั่นเอง ที่เพียงระยะเวลาไม่กี่เดือนก็สามารถทำคะแนนความนิยมในหมู่ผู้ใช้งานพุ่งขึ้นไปอยู่อันดับ 2 ของเบราว์เซอร์ที่ผู้คนนิยมใช้กันมากที่สุดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

credit: techradar

ในช่วงเดือนมีนาคม 2020 Microsoft Edge Chromium ดึงสัดส่วนผู้ใช้ไปถึง 7.59% รองลงมาจาก Google Chrome ที่ยังคงครองอันดับหนึ่งของผู้ใช้ไว้อยู่ ซึ่งการจัดอันดับครั้งนี้ถูกจัดโดย NetMarketShare ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ Microsoft Edge Chromium ตัวใหม่ที่ครองใจผู้ใช้มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ส่วนหนึ่งนั้นก็เพราะว่า ในระบบปฏิบัติการ Windows 10 นั้นมี Microsoft Edge เป็นเบราว์เซอร์พื้นที่ฐานอยู่แล้วโดยที่เราไม่ต้องไปหาโหลดมาเพิ่ม

credit: techradar

สาเหตุประการที่สองพบว่า Microsoft Edge นั้นมี Extensions (ส่วนขยาย) ที่หลากหลายซึ่งทำให้ Microsoft Edge เข้าใกล้เบราว์เซอร์ Chrome ของ Google ได้มากขึ้นในแง่ของการใช้งาน และทำให้ Microsoft Edge ดูน่าใช้และสามารถปรับแต่งได้หลากหลาย

credit: engadget

และอีกสาเหตุสำคัญ คือ การได้ประสิทธิภาพที่เบราว์เซอร์ Microsoft Edge ทำได้ดีขึ้นถึง 13% เมื่อเทียบกับแอพพลิเคชั่นรุ่นเบต้าก่อนหน้านี้  นอกจากนี้ยังมีเรื่องของความปลอดภัยที่มาพร้อมกับตัวเบราว์เซอร์ เพราะมันจะไม่ให้เราดาวน์โหลดไฟล์จำพวก adware และ cryptominers และยังมีการปกป้องตัวเองจากแอพพลิเคชั่นที่อาจไม่พึงประสงค์ (PUAs)

 

 

ที่มา: engadget, techradar

 

from:https://notebookspec.com/microsoft-edge-becomes-the-second-most-popular-web-browser/516270/

วิธีแก้ข้อผิดพลาดเมื่ออัพเดท Windows 10 แล้วไม่สามารถเข้าสู่อินเทอร์เน็ตได้

สำหรับท่านที่เปิดอัพเดท Windows 10 แบบอัตโนมัติเอาไว้นั้นในช่วงที่ผ่านมาเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านน่าจะทำการอัพเดท KB4535996 เองโดยอัตโนมัติ ซึ่งอัพเดทดังกล่าวนี้ได้แก้ข้อผิดพลาดของระบบอย่างมากมาย ทว่าในตัวอัพเดทนี้เองนั้นก็ดันมีข้อผิดพลาดใหญ่อยู่ซึ่งนั่นอาจจะทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้บางคนไม่สามารถที่จะใช้งานอินเทอร์เน็ตได้เอาดื้อๆ ซะงั้น แน่นอนว่าข้อผิดพลาดดังกล่าวนี้นั้นได้สร้างความเสียหายเป็นอย่างมากกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่หลายๆ ท่านนั้นจะต้องทำงานจากที่บ้านกัน โชคยังดีที่ต่อมาไม่นานนั้นทาง Microsoft เองก็รีบทการปล่อยอัพเดทแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว วันนี้เราจะขอแนะนำวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ทุกท่านได้ทำกัน

ก่อนอื่นขอกล่าวถึงข้อผิดพลาดดังกล่าวนี้ก่อน โดยสำหรับข้อผิดพลาดดังกล่าวนี้นั้นจะทำให้ท่านไม่สามารถที่จะใช้งานโปรแกรมอย่าง Office 365 หรือ Microsoft Teams ได้ นอกไปจากนั้นแล้วมันยังทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านไม่สามารถที่จะเชื่อมต่อกับระบบ VPN(รวมถึง proxy) ได้ด้วยอีกต่างหาก หากท่านเป็นคนหนึ่งที่พบปัญหาดังกล่าวล่ะก็วิธีที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้นั้นสามารถที่จะทำได้ดังนี้(เนื่องจากว่าทาง Microsoft ไม่ได้ปล่อยอัพเดทแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาสู่ระบบอัตโนมัติเพราะว่าปัญหาดังกล่าวนี้นั้นไม่ได้พบกับผู้ใช้งานทุกคน)

  • สำหรับผู้ที่ใช้งาน Windows 10 November 2019 Update หรือ May 2019 Update ให้เข้าไปดาวน์โหลดอัพเดทแก้ไขได้ที่ Fix Internet โดยจะต้องดาวน์โหลดตัวแก้ไขให้ตรงกับรุ่นและหน่วยประมวลผลของท่าน
  • สำหรับผู้ใช้ Windows 10 October 2018 Update (1809) อยู่นั้นให้เข้าไปโหลดอัพเดทแก้ไขที่ Fix Internet
  • สำหรับผู้ใช้ Windows 10 April 2018 Update (1803) อยู่นั้นให้เข้าไปโหลดอัพเดทแก้ไขที่ Fix Internet
  • สำหรับผู้ใช้ Fall Creators Update (1709) อยู่นั้นให้เข้าไปโหลดอัพเดทแก้ไขที่ Fix Internet

วิธีการดูว่าท่านใช้ระบบปฎิบัติการ Windows รุ่นใดอยู่นั้นให้ทำการให้ทำการคลิ๊กที่ปุ่ม Start จากนั้นให้เลือกไปที่ Settings แล้วทำการเลือกไปที่หัวข้อ System แล้วเลือกไปที่ About ซึ่งส่วนที่ทำการระบุเวอร์ชันของระบบปฎิบัติการนั้นจะเป็นดังรูปต่อไปนี้

เมื่อทราบเวอร์ชัน Windows 10 ที่ท่านใช้งานอยู่แล้วนั้นเวลาโหลดตัวแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวก็ให้เลือกตรงรุ่น เมื่อดาวน์โหลดมาแล้วท่านก็เพียงติดตั้งตามปกติแล้วทำการ restart เครื่องใหม่เพียงเท่านี้ท่านก็จะสามารถใช้งานโปรแกรมหรือ VPN ได้เช่นเดิม อย่างไรก็ตามหากท่านใดที่สามารถใช้งานโปรแกรมหรือ VPN ได้ตามปกติอยู่แล้วนั้นก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำการอัพเดทดังกล่าวนี้แต่อย่างใด

ที่มา : techrader

from:https://notebookspec.com/windows-10-bug-that-broke-internet-connectivity-gets-patched-heres-how-to-install-the-fix/515926/

Control Panel เดิมอาจถูกย้าย สู่ดีไซน์ใหม่ใน Windows 10

เมื่อไม่นานมานี้ มีผู้ที่พบว่า Control Panel แบบเดิมๆ บน Windows 10 อาจเปลี่ยนไป หรือถูกย้ายไปอยู่ในแอพฯ สำหรับตั้งค่า ซึ่งทาง Rafael Rivera ผู้พบอ้างว่าไมโครซอฟท์พยายามซ่อนหรือย้าย Control Panel ออกไปในเวอร์ชั่น Insider คาดว่าอีกไม่ช้านี้

control panel

Microsoft คาดว่าจะย้ายออพชั่นของ Control Panel แบบเดิมไปยัง Configuration application แต่ยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานเดิม เพียงแต่เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ใหม่ และชื่อใหม่ แต่เวลาคงไม่ได้เปลี่ยนแบบปุบปับ จะค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากการย้ายในส่วนดังกล่าวนี้ ยังคงมีความซับซ้อน เพราะนอกจากจะต้องมีฟังก์ชั่นที่ครอบคลุม ก็ต้องสามารถเข้าถึงได้ง่ายและการออกแบบที่สอดคล้อง ซึ่งเรื่องการโยกย้ายนี้อาจจะยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ จนกว่าแผนการย้ายสำเร็จและเปลี่ยนรูปแบบ Control Panel แบบเก่าอย่างสมบูรณ์

สำหนับการอัพเดตฟีเจอร์ครั้งต่อไป ในเวอร์ชั่น Build 2004 สำหรับ Windows 10 จะเริ่มปล่อยในช่วงไตรมาสหน้านี้ และจะนำเอาฟีเจอร์ต่างๆ ที่ผู้ใช้ในกลุ่ม Insider กำลังทดสอบมาสู่การใช้งานจริง อย่างไรก็ดียังไม่ชัดเจนว่าแผนการย้าย Control Panel จะถูกรวมอยู่ใน Build นี้ด้วยหรือไม่ เนื่องจากยังอยู่ในช่วงการทดสอบ แต่ก็ถือว่าเป็นการบอกข่าวกันในเบื้องต้น เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน

ที่มา: control panel

from:https://notebookspec.com/control-panel-change-to-new-windows10/515411/

เปิดตัว DirectX 12 Ultimate ชุดคำสั่งกราฟิกของ Xbox Series X และพีซียุคถัดไป

ไมโครซอฟท์เปิดตัว DirectX 12 ในปี 2014 และออกตัวจริงในปี 2015 (พร้อม Windows 10 รุ่นแรก) เวลาผ่านมา 6 ปีก็ได้เวลาของ DirectX รุ่นถัดไปที่ไม่ใช่ DirectX 13 แต่เป็น DirectX 12 Ultimate

จุดเด่นสำคัญของ DirectX 12 Ultimate คือการนำฟีเจอร์กราฟิกใหม่ๆ ของคอนโซลยุคใหม่ Xbox Series X มาให้เกมฝั่งพีซีใช้งานได้ด้วย

ในอดีตที่ผ่านมา API ของ Xbox แต่ละรุ่นกับ DirectX นั้นไม่เหมือนกันซะทีเดียว (แม้ใช้แกนกลางเดียวกัน ต่างกันในรายละเอียด) แต่ในยุคใหม่ DX12 Ultimate จะเป็น API ตัวเดียวที่ใช้ได้ทั้งสองฝั่ง ช่วยเร่งให้นักพัฒนาเกมหันมาใช้ฟีเจอร์กราฟิกใหม่ๆ ของฮาร์ดแวร์ได้เร็วขึ้นกว่าเดิม

No Description

ของใหม่ใน DX12 Ultimate แบ่งออกเป็น 4 หมวดใหญ่ๆ

  • DirectX Raytracing 1.1 (DXR 1.1) เพิ่มฟีเจอร์ด้าน raytracing จากเวอร์ชัน 1.0 ในปัจจุบัน ให้นักพัฒนาเกมสามารถควบคุมการเรนเดอร์ลำแสงได้ละเอียดขึ้น (inline raytracing)
  • Variable Rate Shading (VRS) เปิดให้นักพัฒนาเกมสามารถปรับ shading rate บางจุดของหน้าจอให้ต่างกันได้ เช่น บางจุดให้มากหรือน้อยเป็นพิเศษ
  • Mesh Shaders ช่วยดึงพลัง pipeline ของจีพียูให้ประมวลผล shader แบบขนานได้ดีกว่าเดิม ในอดีตนักพัฒนาสั่งจีพียูให้ทำงานผ่าน API ที่อาจไม่ดึงศักยภาพของจีพียูได้เต็มที่นัก
  • Sampler Feedback นักพัฒนาสามารถเช็คได้ว่าจุดไหนในฉากที่ไม่จำเป็นต้องใส่ texture เพราะมุมกล้องมองไม่เห็นหรือโดนบัง ทำให้สั่งโหลด texture เฉพาะจุดที่จำเป็นต้องใช้จริงๆ ช่วยลดความจำเป็นในการประมวลผลลง

ภาพตัวอย่าง Variable Rate Shading ที่วัตถุแต่ละอย่างบนจอไม่จำเป็นต้องเรนเดอร์ด้วยความละเอียดเท่ากัน

No Description

คลิปอธิบายฟีเจอร์ของ DirectX 12 Ultimate ของ NVIDIA

ไมโครซอฟท์การันตีว่าเกมที่เรียกฟีเจอร์ของ DX12 Ultimate จะยังรันบนฮาร์ดแวร์ DX12 ตัวเดิมได้แน่นอน เพียงแต่จะลดฟีเจอร์กราฟิกระดับสูงไปเท่านั้น

DirectX 12 Ultimate จะเริ่มใช้ใน Windows 10 เวอร์ชันถัดไป (v2004 หรือ 20H1) ที่จะออกในเร็วๆ นี้

หลังไมโครซอฟท์เปิดตัว DirectX 12 Ultimate ผู้ผลิตการ์ดจอทั้งสองค่ายคือ NVIDIA และ AMD ก็ประกาศสนับสนุนทันที

  • NVIDIA ถึงขั้นบอกว่าจะรองรับ DX12 Ultimate อย่างเต็มรูปแบบ ครบทุกฟีเจอร์บนจีพียูตระกูล GeForce RTX 20 ในวันที่ Windows 10 v2004 เปิดให้ดาวน์โหลด
  • AMD บอกว่าจะรองรับ DX12 Ultimate ในจีพียูรุ่นถัดไป สถาปัตยกรรม RDNA 2 ที่จะเปิดตัวในปีนี้เช่นกัน

ที่มา – Microsoft, NVIDIA

from:https://www.blognone.com/node/115307

ไมโครซอฟท์ต่ออายุ Windows 10 v1709 Enterprise อีก 6 เดือนเป็นกรณีพิเศษ จากปัญหาไวรัส

ในยุคที่ Windows 10 ออกรุ่นอัพเดตใหญ่ทุก 6 เดือน ไมโครซอฟท์จึงมีนโยบายซัพพอร์ตให้แต่ละอัพเดตนานแค่ 18 เดือนเท่านั้น (รุ่น Enterprise/Education จะนานขึ้นเป็น 30 เดือน) เพื่อบีบให้ผู้ใช้ต้องอัพเดตไปยังรุ่นที่ใหม่ขึ้น

รอบการอัพเดตแบบนี้ทำให้ Windows 10 v1709 Enterprise/Education/IoT Enterprise ที่ออกช่วงปลายปี 2017 จะหมดระยะซัพพอร์ตในเดือนเมษายน 2020 หรือในเดือนหน้านี้เอง แต่ด้วยสถานการณ์ COVID-19 ย่อมส่งผลให้องค์กรไม่สามารถอัพเดตระบบปฏิบัติการได้ง่ายนัก

ไมโครซอฟท์เลยประกาศขยายระยะเวลาซัพพอร์ต Windows 10 v1709 Enterprise ไปอีก 6 เดือน เป็นเดือนตุลาคม 2020 เพื่อให้องค์กรยังมีเวลาหายใจกันบ้าง

ที่มา – Microsoft

from:https://www.blognone.com/node/115297

Microsoft เผยหน้าตา Windows 10 ดีไซน์ใหม่ ฉลองผู้ใช้งานครบพันล้านคน!

ขอแสดงความยินดีกับ Microsoft เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา Windows 10 มีผู้ใช้งานทะลุ 1 พันล้านคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่ง Panos Panay หัวหน้าฝ่ายระบบปฏิบัติการก็ได้ออกมาเผยหน้าตาของ Windows 10 แบบใหม่ที่สวยงามขึ้นกว่าเดิมมาก

Microsoft กำลังผลักดัน Fluent Design บน Windows 10 ดีไซน์ที่ทันสมัย พร้อมกับแอปไฟล์แบบใหม่ โดยมีการปรับปรุงระบบของ Explorer ให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น


อย่างไรก็ตาม Windows 10 ดีไซน์ใหม่ยังคงอยูาระหว่างการพัฒนา ดังนั้นกว่าเราจะเริ่มได้เห็น Windows 10 Fluent Design ก็คงยังอีกนาน อย่างน้อยก็หลังครึ่งปี 2020 เป็นต้นไป และยังมี Windows 10x ที่เน้นพัฒนาสำหรับอุปกรณ์หน้าจอพับได้อีกด้วย

ข่าว: Microsoft เผยหน้าตา Windows 10 ดีไซน์ใหม่ ฉลองผู้ใช้งานครบพันล้านคน! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/03/20/microsoft-%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b2-windows-10-%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88.html

เพิ่มความเร็วให้ Windows 10 ด้วยการปิด Animations จัดการปัญหาเครื่องหน่วง

 

ใน Windows รุ่นใหม่ ๆ อย่างเช่น Windows 10 ในปัจจุบันนั้นจะมีการเพิ่มลูกเล่นด้านกราฟฟิกขึ้นมาเพื่อให้ Windows นั้นดูทันสมัยและน่าใช้มากยิ่งขึ้น แต่กระนั้นในคอมพิวเตอร์รุ่นเก่า ๆ หรือ Notebook สำหรับการใช้ทำงานเป็นหลักนั้นก็อาจจะมีการประมวลผลด้านกราฟฟิกที่ต่ำ ก็จะทำให้ Windows ของเราดูหน่วง เพราะส่วนหนึ่งใช้ไปกับการประมวลด้านกราฟฟิกของตัว Windows เอง ดังนั้น ทีมงาน Notebookspec จึงมานำเสนอวิธีการง่าย ๆ ในการปิด Animations (Animations จะส่งผลเกี่ยวกับการเปิด-ปิดหน้าต่างโปรแกรมต่าง ๆ ขึ้นมา หรือเวลาขยาย-ลดหน้าต่างลงไปไว้ที่ Taskbar โดยฟีเจอร์นี้จะทำให้การกระทำเหล่านี้ใน Windows มีความนุ่มนวล ดูสบายตามากขึ้น แต่ก็กินทรัพยากรของเครื่องเช่นกัน) ที่จะทำให้ Notebook หรือคอมพิวเตอร์ของเราเร็วและลื่นขึ้น

เข้าไปที่ “Windows Settings” >> “Ease of Access”

เลื่อนลงมาที่ส่วนของ “Simplify and Personalize Windows” >> กดปิด “Show Animations in Windows”

เพียงเท่านี้ก็ปิดฟีเจอร์ Animations ใน Windows 10 ได้เรียบร้อยแล้ว ทีนี้การเรียกโปรแกรมขึ้นมาก็จะไม่มีเอฟเฟ็กที่ที่จะมากินทรัพยากรในเครื่องเราแล้ว ทำให้การเปิด-ปิด, ย่อ-ขยาย โปรแกรมทำได้รวดเร็วขึ้น ส่งผลให้ Windows ของเราทำงานได้เร็วและลื่นขึ้นนั่นเอง

 

 

 

from:https://notebookspec.com/turn-off-animations-make-windows-10-seem-faster/514061/