คลังเก็บป้ายกำกับ: WINDOWS_10

หรือนี่คือสัญญาณ? ไมโครซอฟท์ออก Windows 10 รุ่นทดสอบ 20H1 ก่อน 19H2

ที่ผ่านมา Windows 10 ใช้ระบบออกรุ่นใหม่ (feature update) ปีละ 2 ครั้ง โดยไมโครซอฟท์เพิ่งเปลี่ยนมาใช้โค้ดเนมของแต่ละรุ่นตามเลขปีแทนชื่อโค้ดเนม Redstone (RS) โดย Windows 10 ตัวล่าสุดที่กำลังจะออกในเดือนพฤษภาคมนี้คือ 19H1 และจะตามด้วย 19H2 ในช่วงครึ่งหลังของปี

แต่ท่าทีล่าสุดของไมโครซอฟท์เริ่มแปลกไป เพราะผลักเอา Windows 10 รุ่นของปีหน้า (20H1) ออกมาให้ทดสอบกันก่อนในกลุ่มผู้ทดสอบทั้งระดับ Skip Ahead และ Fast Ring ในขณะที่ยังไม่ออก 19H2 มาให้ทดสอบกัน

ปัจจุบัน Windows Insider มีกลุ่มผู้ทดสอบทั้งหมด 4 ระดับ (Ring) เรียงตามเสถียรภาพ ได้แก่

  • Skip Ahead สำหรับข้ามไปทดสอบ Windows อัพเดตใหญ่ถัดไปอีก 2 รุ่น (N+2) ส่วนใหญ่ยังไม่มีฟีเจอร์ใหม่มากนัก เป็นการเปลี่ยนแปลงระดับตัวแกน OS มากกว่า
  • Fast รุ่นทดสอบของอัพเดตใหญ่ตัวหน้า (N+1) ที่ออกเป็นประจำ ได้ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดก่อนใคร
  • Slow เป็นการคัดเลือกบางรุ่นจาก Fast Ring ที่ทดสอบแล้วว่าเสถียรพอ มาให้กลุ่มผู้ทดสอบที่ต้องการเสถียรภาพมากกว่ากลุ่ม Fast ที่อาจอัพเดตแล้วพังได้
  • Release Preview เป็นการทดสอบขั้นสุดท้ายก่อนออกตัวจริง โดยจะคัดเลือกบางรุ่นจาก Slow Ring มาทดสอบในวงกว้างมากขึ้น

No Description

ก่อนหน้านี้ ไมโครซอฟท์เริ่มปล่อย 20H1 มาให้กลุ่ม Skip Ahead มาได้สักระยะแล้ว และล่าสุดเพิ่งประกาศออก 20H1 ตัวเดียวกัน (Build 18875) มาให้กลุ่ม Fast Ring ด้วย ส่วนอัพเดตที่กำลังจะออกคือ 19H1 (Build 18362) ทดสอบในกลุ่ม Slow Ring มาได้สักพัก และเพิ่งออกใน Release Preview Ring ด้วยเช่นกัน

เท่ากับว่าตอนนี้ ไมโครซอฟท์มี Windows 10 ตัวหน้า (19H1) อยู่ใน Slow/Release Preview Ring แล้วข้ามไปเป็นอัพเดตของปีหน้า (20H1) ใน Fast/Skip Ahead เลย กลับไม่มีการทดสอบอัพเดตตัวถัดไป (19H2) แต่อย่างใด

ไมโครซอฟท์ชี้แจงเรื่องนี้เพียงสั้นๆ ว่าจะเริ่มปล่อยรุ่นทดสอบของ 19H2 ในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง (น่าจะประมาณปลายเดือนพฤษภาคม) และจะประกาศข้อมูลเพิ่มเติมในช่วงนั้น

We will begin releasing 19H2 bits to Insiders later this spring and will talk more about what that will look like in the near future.

ท่าทีนี้ของไมโครซอฟท์ ทำให้เกิดการคาดเดากันว่า ไมโครซอฟท์น่าจะยกเลิกระบบออกอัพเดตใหญ่ 2 รุ่นต่อปีไปแล้ว โดย 19H2 น่าจะเป็นแค่อัพเดตย่อยที่มีฟีเจอร์ไม่เยอะนักแทน ซึ่งก็ตรงกับเสียงเรียกร้องของผู้ใช้ภาคธุรกิจที่มองว่า Windows 10 อัพเดตบ่อยเกินไป และกรณีบั๊กร้ายแรงของ v1809 (18H2) ที่ปล่อยหลุดออกมา จนระบบการออกรุ่นทุก 6 เดือนถูกวิจารณ์อย่างหนัก

ที่มา – Microsoft

from:https://www.blognone.com/node/109125

โฆษณา

Microsoft ยืนยัน!! ผู้ใช้งาน Windows 10 สามารถดึง USB Flash Drive ออกจากคอมพิวเตอร์ได้ทันที ไม่ต้องทำ Safely Remove

หลายคนอาจเคยถูกสอนมาว่า ก่อนจะดึง USB Flash Drive ออกจากคอมพิวเตอร์ที่กำลังเปิดใช้งานอยู่ ให้ทำการ Safely Remove ก่อน ซึ่งต้องคลิกที่ไอคอนแถวมุมขวาล่าง เพื่อสั่งให้ระบบยกเลิกการเชื่อมต่อกับ USB Flash Drive แต่ตอนนี้ ผู้ใช้งาน Windows 10 ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นแล้ว

Microsoft ออกมายืนยันว่าคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 10 ไม่จำเป็นต้องทำการ Safely Remove ก่อนจะถอด USB Flash Drive อีกต่อไป โดยการติดตั้งฟีเจอร์ Quick Removal ลงไป ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถดึง USB Flash Drive ออกมาจากพอร์ต USB ได้ทุกเวลา ถ้าหากว่าไม่มีการถ่ายโอนข้อมูลในเวลานั้น

ในทางเทคนิค ระบบปฏิบัติการ Windows 10 รองรับฟีเจอร์ Quick Removal ตั้งแต่เวอร์ชั่น 1809 ที่ออกมาในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เพียงแต่ยังไม่ถูกเปิดเผยในวงกว้าง และตอนนี้ฟีเจอร์ Quick Removal ถูกกำหนดเป็นค่าเริ่มต้น นั่นหมายถึงผู้ใช้งาน Windows 10 ไม่จำเป็นต้องเข้าไปตั้งค่าใดๆ ก็สามารถถอด USB Flash Drive ได้ทันทีเมื่อไม่ได้ใช้งาน

ที่มา – The Verge
https://www.flashfly.net/wp/247882

from:https://www.flashfly.net/wp/247882

ใครยังทำบ้าง? ไมโครซอฟท์บอกเอง สมัยนี้ไม่จำเป็นต้อง safely remove hardware แล้ว

ผู้ใช้ Windows คงเคยถูกเพื่อนหรือคนรู้จักบอกให้ “safely remove hardware” ก่อนจะดึง USB flash drive หรือ external drive ออกจากเครื่อง โดยการกระทำดังกล่าวมีจุดประสงค์คือให้ระบบปฏิบัติการหยุดการอ่าน/เขียนข้อมูลบนไดรฟ์ดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลเสียหาย

อย่างไรก็ตาม ไมโครซอฟท์ได้เพิ่มหน้าซัพพอร์ตระบุว่าใน Windows 10 เวอร์ชัน 1809 ได้หันมาใช้ฟีเจอร์ “Quick removal” เป็นค่าเริ่มต้นแล้ว ทำให้ไดรฟ์ที่เสียบอยู่พร้อมถูกดึงออกทุกเมื่อ (แน่นอนว่าถ้าก็อปปี้ไฟล์อยู่แล้วดึงก็ยังเสี่ยงว่าไฟล์จะเสียอยู่ดี)

ใน Disk Management จะมีสองออปชันให้เลือก คือ Quick removal ที่กล่าวไปข้างต้น กับ Better performance คือ Windows จะแคชการเขียนไว้บนไดรฟ์ทำให้ประสิทธิภาพดีขึ้น แต่เรายังต้อง safely remove hardware อยู่

ถึงจะเพิ่งมาประกาศตอนนี้ แต่อันที่จริง Windows ก็มีระบบป้องกัน flash drive เสียมาตั้งแต่ Windows 7 แล้ว

ที่มา – The Verge

No Descriptionภาพจาก Pixabay

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/109090

Windows 10 เวอร์ชั่นล่าสุด ไม่ต้องกด ! safely remove hardware อีกแล้ว

ไมโครซอฟท์ได้ยุติออปชั่นที่ชื่อว่า “Safely Remove” ของอุปกรณ์ USB Drive แล้วใน Windows 10 เวอร์ชั่นล่าสุด  นั่นหมายความว่าเมื่อใช้อุปกรณ์ USB เสร็จก็ดึงออกได้เลย

สำหรับโพลิซีตัวใหม่นั้นจะเป็นแบบที่เรียกว่า “Quick Removal” ซึ่งไม่ต้องห่วงถึงเรื่องของความปลอดภัยกับอุปกรณ์ต่อเชื่อม USB เหล่านี้เลย ทำให้ยูสเซอร์หมดห่วงว่าข้อมูลจะสูญหาย อย่างไรก็ตามยูสเซอร์สามารถตั้งค่าโพลิซีอย่างเช่น “Better performance” เพิ่มเติมในตัว Disk Management ทั้งนี้ก็เพื่อยังคงออปชันในการทำ “safely remove hardware” ไว้ให้หากผู้ใช้ยังคงต้องการใช้ฟังก์ชั่นนี้

สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งาน Quick Removal โดยกระทำดังนี้

1. เชื่อมต่อตัวดีไวซ์เข้ากับคอมพิวเตอร์
2. คลิกขวาที่ Start และเลือก File Explorer
3. ใน File Explorer ให้เลือกอุปกรณ์ไดร์ฟ USB ที่คุณต้องการ (ตัวอย่าง USB Drive อาจจะอยู่ไดร์ฟ D:)
4. คลิกขวาที่ Start และเลือก Disk Managment
5. ในหน้าต่างด้านล่างของ Disk Management ให้คลิกขวาที่ดิสก์ที่เป็นตัว USB Drive ในที่นี้เป็นไดร์ฟ D:) จากนั้นให้คลิกที่ Properties
6. ให้เลือกแท็บ Policies และจากนั้นเลือกโพลิซีที่คุณต้องการ (กรณี Quick Removal จะทำให้คุณไม่ต้องกดฟังก์ชั่น safely remove hardware อีกต่อไป)

ที่มา : Mybroadband

from:https://www.enterpriseitpro.net/windows-10-drops-default-option-to-safely-remove-usb-drives/

Microsoft – ยกเลิกการบังคับ Windows Update อัตโนมัติแล้ว ใน Windows May 2019 Update ที่จะถึงนี้

อย่างที่ทราบกันดีว่า Microsoft มักจะให้เราบังคับ Windows Update ตลอดเวลา ที่มีการอัพเดทระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นใหม่ ซึ่งบางครั้งเครื่องคอมของเราเอง หรือตัวของเราเองอาจจะยังไม่พร้อม ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรที่ใช้มากยิ่งขึ้น อินเตอร์เน็ตที่ต้องข้อมูลมากมาย

รวมไปถึงการบังคับ Restart ในกรณีที่เรายังไม่พร้อม เพราะมีงานที่เปิดค้างเอาไว้อยู่ ยังไม่รวมการที่ตัว Windows Update เอง จะมีปัญหาหรือเปล่าเราก็ยังไม่แน่ใจ ก็เลยอยากรอดูไปซักพักก่อน แต่ทาง Microsoft จะบังคับให้เราตาม Windows Update อยู่เสมอ

แต่แล้วล่าสุดในตอนนี้ Microsoft ได้มีการประกาศข้อมูลออกมาแล้วว่า ใน Windows May 2019 Update (ก่อนหน้านี้เรียกว่า April 2019 Update) ซึ่งเป็นการอัพเดทระบบปฏิบัติการครั้งใหญ่ โดยปกติคือจะถูกปล่อยออกมาทุกๆ 6 เดือน ได้เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานอย่างเราๆ เวอร์ชัน Home สามารถทำการหยุดบังคับ Windows Update ชั่วคราวได้แล้วล่ะ

ขั้นตอนง่ายๆ ก็คือ จากการที่เรากดคลิก “Check for Update” ก็จะสามารถเลือกติดตั้ง Windows 10 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด หรือสั่งหยุดไว้ก่อนได้ถึง 35 วัน แต่กดหยุดได้แค่ทีละ 7 วันจำนวน 5 รอบ (ซึ่งการสั่งหยุดอัพเดทชั่วคราวแบบนี้เพิ่งทำได้ใน Windows 10 เวอร์ชัน Home ก่อนหน้านี้มีแค่ Windows 10 เวอร์ชั่น Professional) ต่างจากเมื่อก่อนก็คือ ที่ผ่านมาเรากด Check for Update เราจะโดนบังคับอัพเดททันทีนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม Windows 10 ยังคงอัพเดทฟีเจอร์ที่หมดอายุแบบอัตโนมัติซึ่งจะเกิดขึ้นทุก 18 เดือน ซึ่งหากมองในข้อดีคืออย่างน้อยก็จะได้ใช้ของที่ทดสอบมาอย่างดีแล้ว อีกทั้ง Microsoft ก็สัญญาว่าจะทดสอบตัวฟีเจอร์อัพเดทให้ดีพอเสียก่อนเพราะไม่อยากให้เกิดกรณีของ Windows  October 2018 Update ซ้ำรอย ที่เกิดความเสียหายมากมายแก่ผู้ใช้อีก

ถือได้ว่า Microsoft ฟังผู้ใช้งานอย่างเราๆ มากยิ่งขึ้น ที่เราจะได้เห็นใน Windows May 2019 Update ซึ่งถ้าใครใคร่จะอัพเดทเป็น Windows 10 ใหม่เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดก็ทำได้ หรือใครไม่สบายใจอยากจะรอดูซักพักระยะเวลาสูงสุด 35 วัน ก็สามารถเลือกทำได้เช่นเดียวกัน นับว่าเป็นเรื่องราวดีๆ แล้วกันครับ

ที่มา : windowscentral

from:https://notebookspec.com/windows-10-may-2019-update-gets-official-late-may-planned-release/477574/

Windows 10 May 2019 Update เปิดตัว, ไม่บังคับอัพเดตข้ามรุ่นแล้ว ให้ผู้ใช้เลือกเอง

ไมโครซอทฟ์เปิดตัว Windows 10 May 2019 Update อัพเดตใหญ่ตัวใหม่ของ Windows 10 ที่เคยรู้จักกันในชื่อ v1903 หรือ 19H1 โดยจะเริ่มปล่อยอัพเดตตัวจริงในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของ Windows 10 May 2019 Update รอบนี้คือกระบวนการอัพเดตรุ่นใหญ่ (ไมโครซอฟท์เรียกว่า feature update) จะไม่บังคับผู้ใช้อัพเดตอีกต่อไป ไมโครซอฟท์จะแจ้งเตือนว่ามีอัพเดตเท่านั้น ที่เหลือขึ้นกับผู้ใช้เองว่าต้องการอัพเดตเมื่อไร

การอัพเดตอัตโนมัติจะเกิดขึ้นได้ในกรณีเดียวเท่านั้นคือ Windows 10 รุ่นนั้นๆ ใกล้หมดระยะซัพพอร์ต ไมโครซอฟท์จะอัพเดตเป็นรุ่นใหม่ให้อัตโนมัติเพื่อให้ได้แพตช์ความปลอดภัยต่อไป

ส่วนการอัพเดตแพตช์ความปลอดภัยรายเดือน ไมโครซอฟท์ยังเพิ่มตัวเลือก “pause” หรือหยุดพักการอัพเดตให้นานสูงสุด 35 วัน (หยุดพักได้ครั้งละ 7 วัน x 5 ครั้ง)

จากภาพหน้าจอ Windows Update ที่ไมโครซอฟท์นำมาเสนอ จะเห็นว่าไมโครซอฟท์แยก Feature Update ของ 1903 ออกมาจากปุ่มอัพเดตปกติ และมีลิงก์ Download and Install แยกต่างหาก ไม่ปนกัน

No Description

นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ยังปรับปรุงวิธีการปล่อยอัพเดตใหม่ เพื่อแก้ปัญหาที่เจอใน Windows 10 October 2018 Update ที่เกิดบั๊กลบไฟล์ ทำให้ไมโครซอฟท์ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าทดสอบคุณภาพไม่ดีพอ

รอบนี้ไมโครซอฟท์จะทยอยปล่อยอัพเดตของ May 2019 Update ให้กลุ่ม Release Preview เป็นระยะเวลานานกว่าเดิม และเมื่อมั่นใจแล้วว่าไม่พบบั๊กร้ายแรงอะไร จึงจะปล่อยอัพเดตในวงกว้าง (ไมโครซอฟท์ไม่ได้ระบุชัด แต่นี่คงเป็นเหตุผลที่เรียก May 2019 Update แทนที่จะเป็น April 2019 Update)

Windows 10 May 2019 Update จะเริ่มปล่อยให้ผู้ทดสอบกลุ่ม Release Preview Ring ในสัปดาห์หน้า

ส่วนกรณีที่ มีคนแจ้งบั๊กลบไฟล์ของ October 2019 Update แต่ไมโครซอฟท์ไม่สนใจ รอบนี้ไมโครซอฟท์แก้ไขโดยนำเทคนิค machine learning และ natural language processing (NLP) มาช่วยวิเคราะห์การแจ้งบั๊กจากผู้ใช้ Windows Feedback เพื่อหาว่ามีบั๊กไหนที่ร้ายแรงเป็นพิเศษ และลัดกระบวนการทดสอบบั๊กตามปกติไปได้

No Description

ที่มา – Microsoft

from:https://www.blognone.com/node/109033

Microsoft – ยืนยันต่อไปนี้การอัพเดท Windows 10 จะไม่มีปัญหา 100% สบายใจหายห่วงได้ ?!?!

ล่าสุด Microsoft ได้ออกมาประกาศอย่างชัดเจนว่า พวกเขาได้พัฒนาระบบที่ชาญฉลาดและจะช่วยแก้ปัญหาในการอัพเดท Windows 10 ได้ 100% เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาใดๆ ขึ้นมาอีก

Windows 10

Microsoft – ยืนยันต่อไปนี้การอัพเดท Windows 10 จะไม่มีปัญหา 100%

ที่ผ่านมา Microsoft ได้เปิดให้อัพเดท Windows 10 1809 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2018 แต่กลับพบปัญหามากมายให้กับผู้ใช้งาน ทำให้ผู้ใช้เสียความรู้สึกต่อ Microsoft กันไปพอสมควร

โดยหนึ่งในทีมงานพัฒนาจากทาง Microsoft ได้เผยถึงระบบอัจฉริยะนี้ที่จะมาช่วยแก้ปัญหาในการอัพเดท Windows 10 ได้ 100% โดยเขาได้บอกว่า Windows 10 ตัวใหม่นั้น จะแก้ปัญหาในการอัพเดทต่างๆ ได้อย่างแน่นอน

ไม่ว่าจะเป็นการอัพเดทข้ามเวอร์ชั่นต่างๆ ก็จะไม่ต้องเจอปัญหา Windows แบบเวอร์ชั่นก่อนๆ เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ดีที่สุดในการใช้ Windows 10

สุดท้ายแล้วทางทีมงานก็ยังเชื่อว่าลึกๆ การที่ Microsoft กล้าออกมายืนยันขนาดนี้แสดงว่า Windows 10 เวอร์ชั่นที่กำลังจะปล่อยออกมานี้จะต้องไม่มีปัญหาการอัพเดทอีกต่อไป (หรือเปล่านะ)

แต่ยังไงเราก็ต้องรอดูตัวจริงกันอีกที ว่า Microsoft จะทำได้แบบที่โม้หรือเปล่า

ที่มา: wccftech.com

from:https://notebookspec.com/microsoft-windows-10-ok/477164/