คลังเก็บป้ายกำกับ: WEARABLE

สัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมที่เบาเป็นพิเศษด้วย RAZER KRAKEN V3 X

Razer เปิดตัวหูฟังเกมมิ่ง Razer Kraken V3 X ซึ่งถือเป็นโมเดลที่ขายดีที่สุด ได้รับการออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่ยาวนานและความสะดวกสบายที่ดีขึ้น พร้อมไดรเวอร์เสียงที่ได้รับการอัพเกรดเพื่อการดื่มด่ำขั้นสูงสุดและ Razer Chroma RGB เพื่อประสบการณ์การเล่นเกมที่รอบด้าน

มาพร้อมกับไดรเวอร์ Razer TriForce 40 มม. ซึ่งมีการออกแบบไดรเวอร์เสียงที่ได้รับการจดสิทธิบัตรเป็นครั้งแรกในตระกูลชุดหูฟัง Razer BlackShark V2 eSports และระบบเสียงเซอร์ราวด์ 7.1 ทำให้ Razer Kraken V3X สามารถให้เสียงในระดับไฮเอนด์ที่สมจริง

ด้วย Razer HyperClear Cardioid Mic ชุดหูฟังช่วยให้มั่นใจได้ถึงการสื่อสารที่ชัดเจนในเกม โดยไม่มีสัญญาณรบกวน บรรจุในโครงสร้างน้ำหนักเบาเพียง 285 กรัมพร้อมผ้าไฮบริดและฟองน้ำรองหูฟังเมมโมรี่โฟมนักเล่นเกมจึงมั่นใจได้ถึงความสบายที่ยาวนานเมื่อดื่มด่ำกับการเล่นเกมแบบมาราธอน

Razer Kraken V3X เป็นชุดหูฟังราคาประหยัดที่สุดของแบรนด์ที่ขับเคลื่อนโดย Razer Chroma ™ RGB ซึ่งเป็นระบบเทคโนโลยีแสง RGB ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ Razer ที่มีสีมากกว่า 16.8 ล้านสีช่วยให้เกมเมอร์สามารถปรับแต่งแสงเอียร์คัพได้เพื่อการดื่มด่ำที่ดียิ่งขึ้น

Razer Kraken V3 X ให้ความเบาสบายเป็นพิเศษเพื่อประสบการณ์เสียงที่สมจริง กำหนดเปิดตัว: จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว  สถานที่จัดจำหน่าย: Razer.com และ ร้านค้าที่ได้รับอนุญาต ราคา: $69.99 USD

ข่าว: สัมผัสประสบการณ์การเล่นเกมที่เบาเป็นพิเศษด้วย RAZER KRAKEN V3 X มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/2021/03/27/razer-kraken-v3-x-launch-chroma-rgb.html?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=razer-kraken-v3-x-launch-chroma-rgb

รีวิว Amazfit T-Rex Pro สมาร์ทวอทช์สายลุย คู่หูออกกำลังกาย 100+ โหมด บุกทะเลทราย ฝ่าธารน้ำแข็ง ใช้ต่อเนื่องนาน 12 วัน เอาอยู่!

ชีวิตที่โลดโผน ไลฟ์สไตล์ Extreme ลุยทะเลทรายร้อน บุกป่าฝนชื้น ดำทะเลลึก 100 เมตร หรือฝ่าธารน้ำแข็งหนาวเหน็บ ภูมิอากาศสุดหฤโหดเหล่านั้น ผมไม่เคยไป! แต่ที่ว่ามันคือคุณสมบัติของนาฬิการุ่นใหม่ Amazfit T-Rex Pro สมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุดจากกลุ่มอุปกรณ์กลางแจ้ง เป็นรุ่นอัพเกรดต่อยอดมาจาก Amazfit T-Rex ตัวนิยมรุ่นเดิม ที่ได้รับรางวัลจากงาน CES 2020 มีการพัฒนาทั้งด้านการใช้งานและความทนทาน

สิ่งใหม่ที่ Amazfit เพิ่มเข้ามาในรุ่นล่าสุด Amazfit T-Rex Pro ในด้านความทนทาน คือตัวอุปกรณ์ได้ผ่านการทดสอบทางทหารทั้งสิ้น 15 รายการ เป็นความทนทานที่มากกว่า Amazfit T-Rex ที่ผ่านการทดสอบทั้งหมด 12 รายการ ทำให้ตัวนาฬิการุ่นใหม่มีความทนทานในการใช้งานสูงมาก ตัวเรือนกันกระแทก และรองรับทุกสภาพภูมิอากาศ ทนทานอากาศร้อนได้ถึง 70 องศา ต้านทานความเย็นได้ถึง -40 องศา ป้องกันน้ำระดับ 10ATM จะเอาไปใส่เล่นกระดานโต้คลื่น แล่นเรือใบ หรือดำลึกไปใต้ทะเล 100 เมตร ก็กันได้หมด ทนการกัดกร่อนของเกลือได้นาน 96 ชั่วโมง และป้องกันความชื้นได้นาน 240 ชั่วโมง แม้ผมไม่อาจนำไปรีวิวในสภาพอากาศเหล่านี้มาให้ได้ แต่มาตรฐาน MIL-STD-810G เขาตีตรา เพื่อการันตีมาให้มั่นใจในมาตรฐานความทน

Amazfit T-Rex Pro เป็นนาฬิกาสายลุย ที่เป็นสมาร์ทวอทช์และอุปกรณ์สำหรับช่วยผู้ออกกำลังกายในตัว หน้าจอใหญ่ครับ 1.3 นิ้ว เป็นจอทัชสกรีน AMOLED ความละเอียดชัดเจน 360×360 พร้อมโหมด Always-on Display เปิดหน้าจอแสดงเวลาได้ตลอดทั้งวัน จอภาพใหญ่และชัดเจนครับ ใช้งานกลางแจ้งได้ หน้าจอสีสวยดีทีเดียว

ใช้วัสดุกระจก Corning Gorilla 3 tempered glass  เคลือบ Coating anti-fingerprint ลดการมัวจากรอยนิ้วมือเอาไว้ รุ่นที่ผมได้มาเป็นสี Meteorite Black สีดำทั้งตัวเรื่อนและสายนาฬิกา ลักษณะรูปทรงบึกบึนแนวผู้ชาย รูปทรงหนา มีขอบปกป้องจอและตัวเรือน


ตัวสายผลิตจากวัสดุ TPU ผสมซิลิโคน งานผลิตทำมาเรียบร้อยดีไม่มีระคายผิว โปร่งเบา และแห้งไว ไม่ดูดซับเก็บน้ำหรือมีร่องให้เหงื่อติดค้าง ลักษณะคล้ายสายนาฬิกาขนาด 22 มม. โดยทั่วไป

ตัวเรือนรวมสายหนักแค่ 60 กรัมเท่านั้นครับ เบามาก วัสดุส่วนใหญ่เป็น High-strength polymer โพลีเมอร์ความแข็งแรงสูงผสมผงโลหะ เน้นใช้ เน้นลุย ไม่ใช่สายหรูเน้นถนอม ทนไม้ทนมือ วัสดุแกร่งใช้ได้ ผิววัสดุทนทานดี ชนหลายครั้งแล้วแต่ยังไม่เจอรอยบนตัวเรือนเกิดขึ้นมาครับ

มีปุ่มควบคุมรอบตัวสี่ปุ่ม ออกแบบมาให้ควบคุมการใช้งานผ่านปุ่มได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องทัชสกรีน เพื่อการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่อาศัยการทัชสกรีนไม่ได้ เช่นใต้น้ำหรือกำลังใส่ถุงมือ

ปุ่ม UP และ DOWN เพื่อเลื่อนหน้าจอรายการและเมนู ปุ่ม Select สำหรับการเลือกและใช้เป็นปุ่มเปิดหน้าจอและเปิดปิดเครื่องเมื่อกดค้างไว้ 2 วินาที สุดท้ายปุ่ม Back สำหรับย้อนกลับ เราสามารถกำหนดค่าปุ่มลัดเอาไว้ได้นะครับ เช่นการกดปุ่ม Select เพื่อเปิดหน้ารายการกิจกรรมออกกำลังกายในทันที เป็นต้น

ใช้ที่ชาร์จแบบแม่เหล็กสองขั้ว แท่นชาร์จอันเล็กๆ แปะลงไปง่าย ทดสอบใช้กับที่หัวชาร์จแบตกำลังไฟ 2A ของสมาร์ทโฟน สามารถชาร์จแบตขนาด 390mAh จากประมาณ 20% ให้เต็ม 100% ได้ในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครับ




ในเรื่องของแบตเตอรี่ ตามสเปคเคลมไว้ว่าสามารถใช้งานหนักเต็มที่ อยู่ได้ประมาณ 9 วัน และใช้แบบทั่วไปจะอยู่ได้นานถึง 18 วัน ถ้ามีการเปิดตรวจจับการออกกำลังกายและจับตำแหน่ง GPS ติดตามแบบเรียลไทม์ต่อเนื่อง แบตจะใช้ได้ 40 ชั่วโมง

จากการทดลองใช้งานมาในแบบของผมเอง เน้นใช้เป็นสมาร์ทวอทช์เพื่อแจ้งเตือนต่างๆ จากสมาร์ทโฟน เตือนการนั่งการเดิน และการนอน มันอยู่ได้นานประมาณ 12 วันครับ ดีครับไม่ต้องชาร์จกันบ่อยๆ

ตัวมันออกแบบมาให้ใช้ชีวิตแบบเคลื่อนไหว เพราะนอกจากจะทนทานได้ทุกสภาพอากาศแล้ว ยังใส่ระบบ GPS ดาวเทียมนำทางมาทั้ง 4 ระบบ GPS, GLONASS, BeiDou, Galileo ตรวจจับตำแหน่งได้ด้วยตัวเอง พร้อมเซนเซอร์ตรวจจับครบ เซนเซอร์จับชีพจร PPG (Photoplethysmogram), วัดความเร็วและการเคลื่อนที่ Acceleration sensor 3 แกน ,วัดการหมุน Gyroscope 3 แกน, เซนเซอร์วัดคลื่นแม่เหล็ก Geomagnetic, เซนเซอร์วัดแสง Ambient light , และ Barometric altimeter ใช้วัดความสูงของบรรยากาศ

เจ้าตัวนี้มันมีต้นทุนข้อมูลที่ตรวจจับได้เยอะ และไปกับเราได้ทุกที่ด้วยความทนทานในระดับสูงครับ เป็นนาฬิกาที่แสดงผลบอกเวลาได้ตลอดเวลาด้วยฟังก์ชั่น Alway On Display มีเซนเซอร์ครบครันพร้อมป้องกันรอบด้าน ที่เหลือคือความสามารถของซอฟทแวร์และอัลกิริทึมสำหรับนำมาวิเคราะห์


Amazfit T-Rex Pro สามารถเชื่อมต่อใช้งานได้กับแอพพลิเคชั่น Zepp App บนสมาร์ทโฟนในระบบ Android และ iOS ( Android 5.0 หรือ iOS 10.0 ขึ้นไป) เชื่อมต่อผ่านสัญญาณ Bluetooth 5.0 BLE ภายในแอพใช้เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อ การตั้งค่า การอัพเดทซอฟท์แวร์ และการเก็บสถิติต่างๆ ของตัวเรา




เปลี่ยนหน้าตา Watch Face เลือกใช้งานได้ฟรีภายในแอพพลิเคชั่น Zepp




เมื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนแล้ว ก็พร้อมเป็นผู้ช่วยในการแจ้งเตือนต่างๆ ได้ทั้งหมดครับ รองรับข้อความภาษาไทยสมบูรณ์ สามารถเข้าไปกำหนดค่าแอพที่เราต้องการให้ไปแจ้งเตือนบนตัวนาฬิกาในแอพได้เลย สามารถแจ้งเตือนการโทรเข้าได้ด้วยนะครับ แต่เป็นเพียงแค่แจ้งเตือนเท่านั้นไม่สามารถรับสายสนทนาได้จากตัวนาฬิกา เพราะว่าไม่มีไมค์และลำโพงในตัว

 

ใช้เป็นรีโมทควบคุมการเล่นเพลงในระยะไกล และใช้กดค้นหาสมาร์ทโฟนให้ส่งเสียงบอกตำแหน่งได้เช่นกัน ความสามารถช่วยเหลือผู้ใช้มีเยอะครับ ตั้งเวลา นาฬิกาปลุก เปิดเซนเซอร์วัดร่างกายต่างๆ เป็นต้น


ในด้านการออกกำลังกายและการเล่นกีฬามากกว่า 100 โหมด กีฬายอดนิยมส่วนใหญ่รองรับทั้งหมดใน Amazfit T-Rex Pro เช่น

การเคลื่อนไหวและกิจกรรม

วิ่งและเดิน- วิ่งกลางแจ้ง เดินลู่วิ่ง วิ่งเทรล เดินในร่ม, ขี่จักรยานกลางแจ้ง, ขี่จักรยานในร่ม, ปั่นจักรยานเสือภูเขา, BMX, ว่ายน้ำ ว่ายน้ำสระว่ายน้ำ, กีฬา ในร่ม HIIT,  บริหารกล้ามเนื้อ “ศูนย์, เครื่องพาย, แอโรบิกผสม, ฝึกความแข็งแรง, ยืดกล้ามเนื้อ, ปีนบันได, พิลาทิส, การฝึกความยืดหยุ่น, ยิมนาสติก, โยคะ, แอโรบิค, กิจกรรม ล่าสัตว์, ปีนเขา, ตกปลา, เดินป่า, สเก็ตบอร์ด, โรลเลอร์สเก็ต, ปีนหน้าผา, ขี่ม้า, เต้นรำ บัลเล่ต์, ระบำหน้าท้อง, สแควร์แดนซ์, สตรีทแดนซ์, เต้นรำบอลรูม, เต้นรำ, ซุมบ้า, เต้นรำละติน, เต้นรำแจ๊ส การต่อสู้ฟันดาบ , คาราเต้, ชกมวย, ยูโด, มวยปล้ำ, ไทชิ, มวยไทย, เทควันโด, ศิลปะการต่อสู้คิกบ็อกซิ่ง, ลอดห่วง, จานร่อน, ปาเป้า, ว่าวบิน, ชักเย่อ,  ปีนบันได, กระโดดเชือก, ขับรถ

กีฬา

คริกเก็ต , กีฬาเบสบอล, โบว์ลิ่ง, สควอช, รักบี้, บาสเกตบอล, ซอฟท์บอล, เกตบอล, วอลเลย์บอล, ปิงปอง, ฮ็อกกี้, แฮนด์บอล, แบดมินตัน, ฟุตบอล, ฟุตบอลชายหาด, วอลเลย์บอลชายหาด, แล่นเรือใบ, kitesurfing, พายเรือ, สโนว์บอร์ด, สกีดาวน์ฮิล, สเก็ตกลางแจ้ง, สกี, อินไลน์สเก็ตสกีในร่ม, สกีครอสคันทรี, ยิงธนู, ขี่ม้า,

พวกนี้คือยกตัวอย่างมาประมาณหนึ่งที่นิยมใช้งานกันเท่านั้นนะครับ ยังมีอีกมากมายที่เชื่อว่าครบหมดทุกกิจกรรมกีฬาและการออกกำลัง เมื่อเราเปิดโหมดการออกกำลังที่ต้องการใช้งาน ตัวนาฬิกาจะเปิดฟังก์ชั่นการติดตามและเซนเซอร์ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต้องใช้ทั้งหมดขึ้นมาอัตโนมัติครับ และเมื่อเราเริ่มออกกำลังกาย เช่นการปั่นจักรยาน ตัวนาฬิกาก็จะเริ่มบันทึกเส้นทาง ระยะทาง เวลา ชีพจรหัวใจ บันทึกเอาไว้ได้แม่นยำเพราะว่าตัวมันมีเซนเซอร์ครบรวมทั้ง GPS ในตัว เก็บบันทึกและแสดงให้เราเห็นทันทีที่สิ้นสุดกิจกรรม แล้วเมื่อซิงก์กับสมาร์ทโฟน ข้อมูลสุขภาพของเราก็จะเข้าไปจัดเก็บไว้ในโปรไฟล์ไอดีของเราเองอัตโนมัติครับ







การดูแลสุขภาพของตัวนาฬิกา จะตรวจวัดจัดเก็บอัตราการเต้นของหัวใจได้ตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถแจ้งเตือนได้ทันทีหากอัตราการเต้นของหัวใจต่ำกว่าหรือสูงถึงโซนที่อันตราย นำไปวิเคราะห์ระดับความเครียด รวมถึงหาระดับออกซิเจนในเลือดได้ครับ

Amazfit T-Rex Pro สามารถตรวจจับคุณภาพการนอน แยกระดับการนอนได้ระดับ หลับตื้น หลับลึก หรือระดับ REM ตรวจพบเมื่อคุณฝัน และตรวจจับได้อัตโนมัติแม้แต่การงีบหลับตอนกลางวัน นอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบปัญหาการหายใจและอัตราการเต้นของหัวใจในระหว่างการนอนหลับควบคู่กันไปอีกด้วย


กิจกรรมทั้งหมดของชีวิต จะถูกบันทึก และจะนำมาประเมินสุขภาพออกมาเป็นคะแนน PAI เพื่อความเข้าใจง่ายๆ เพราะจากการวิจัยพบว่าการประเมินสุขภาพ PAI  ช่วยให้เรามองภาพรวมได้ง่ายต่อการพัฒนาร่างกายและสุขภาพ เป็นวิธีการกระตุ้นให้บรรลุเป้าหมายส่วนบุคคลได้ดีที่สุด




สรุปท้ายรีวิว Amazfit T-Rex Pro

Amazfit T-Rex Pro สมาร์ทวอทช์สายลุย สายทนทานตัวเรือนกันกระแทก ทนทานอากาศ 70 องศา ถึงติดลบ -40 องศา ป้องกันน้ำ 10ATM ใส่ดำน้ำทะเลได้ ทนการกัดกร่อนของเกลือและป้องกันความชื้น ผ่านการทดสอบมาตรฐานทางทหาร MIL-STD-810G ใส่ใช้งานได้เต็มที่ไม่ต้องถอดในทุกสภาพอากาศและทุกกิจกรรมชีวิต

งานออกแบบดุดัน ใส่สบาย ไม่กักเก็บความชื้น และน้ำหนักเบา ปุ่มควบคุม 4 ปุ่มสั่งทำงานได้ทุกโอกาสแม้ใส่ถุงมือหรือดำน้ำ ไม่ต้องอาศัยการทัชสกรีน มี GPS ตรวจจับตำแหน่งในตัว 4 ระบบ GPS, GLONASS, BeiDou, Galileo พร้อมเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนทั้ง iOS และ Android รองรับโหมดออกกำลังกายและกีฬา 100+ โหมด

ครบเครื่องครับ และราคาจำหน่ายไม่แพงด้วย เปิดราคามาที่ 5,599 บาท บนหน้าร้านค้า Zepp Official Store บน Shopee : https://bit.ly/38mdikt

 

 

ข่าว: รีวิว Amazfit T-Rex Pro สมาร์ทวอทช์สายลุย คู่หูออกกำลังกาย 100+ โหมด บุกทะเลทราย ฝ่าธารน้ำแข็ง ใช้ต่อเนื่องนาน 12 วัน เอาอยู่! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/2021/03/24/review-amazfit-t-rex-pro.html?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=review-amazfit-t-rex-pro

HUAWEI FreeBuds 4i “บัดดี้…คู่หู” น้องใหม่ล่าสุดจากหัวเว่ย พร้อมเปิดตัวครั้งแรกในไทย 24 มีนาคมนี้!

เตรียมบอกลาหูฟังไร้สายเดิมๆ ที่เคยรู้จักไปได้เลย เพราะหัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) พร้อมเปิดตัว HUAWEI FreeBuds 4i หูฟังไร้สายตัวแรกของปี 2564 ที่จะมายกระดับประสบกาณ์การฟังที่เหนือระดับกับคุณภาพเสียงคมชัด ในดีไซน์ทรงรีสุดชิคที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากความงามของหินบนหาดทรายสีดำทางตอนใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ ที่สำคัญยังการันตีว่าราคาคุ้มค่าสุดๆ คาดว่าไม่เกิน 3,000 บาท แล้วไปรอลุ้นราคาพร้อมโปรโมชันและช่องทางจำหน่ายได้ในวันที่ 24 มีนาคมนี้

 

เตรียมเปิดมิติแห่งโลกไร้เสียงรบกวน

HUAWEI FreeBuds 4i หูฟังไร้สายน้องใหม่รุ่นล่าสุด พร้อมให้คุณได้สัมผัสมิติใหม่ของความเงียบสงบ ด้วยเทคโนโลยี Active Noise Cancellation ที่ตัดเสียงรบกวนได้อย่างเหนือชั้น พร้อมไมค์คู่ที่ใส่เทคโนโลยี Beamforming ที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI Noise Reduction ซึ่งช่วยให้ไมโครโฟนรับเสียงและแยกแยะเสียงได้แม่นยำยิ่งขึ้นและคมชัด รวมทั้งยังได้รับการออกแบบมาให้สามารถลดเสียงรบกวนจากลมที่มาปะทะกับไมโครโฟนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ยินชัดทุกบทเพลงและบทสนทนาไม่ว่าจะอยู่ระหว่างเดินทาง นั่งทำงานในคาเฟ่ หรือว่าวิ่งออกกำลังกาย

เตรียมสำรวจมิติแห่งความต่อเนื่อง ฟังยาวลื่นไหลไร้สะดุด

พอทีกับหูฟังเดิมๆ ที่อาจฟังแล้วแบตเตอรี่หมดกลางทาง HUAWEI FreeBuds 4i จะมาพร้อมแบตเตอรี่สุดอึดที่ติดตั้งมาในตัว 55 mAh ผนึกกำลังกับเคสชาร์จอีก 215 mAh ฟังยาวต่อเนื่องได้สูงสุดถึง 10 ชั่วโมงเมื่อปิดการใช้งานโหมด ANC และใช้ได้นานสูงสุด 22 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ แถมอยู่ในโหมดสแตนด์บายได้นานถึง 200 วัน เปิดมิติใหม่ของความอึด พกหูฟังเดินออกจากบ้านได้อย่างสบายใจไร้กังวล

เตรียมสัมผัสมิติแห่งคุณภาพเสียงเหนือระดับไม่แพ้ใคร

แม้จะมาในขนาดกะทัดรัด หยิบจับก็ถนัดมือ แต่ HUAWEI FreeBuds 4i การันตีคุณภาพเสียงคมชัด ด้วยไดนามิกไดร์เวอร์ขนาด 10 มิลลิเมตร เบสแน่นหนักสะใจ อีกทั้งเก็บรายละเอียดเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย PEEK + PU composite diaphragm ไดอะแฟรมคุณภาพสูงซึ่งทั้งยืดหยุ่นและทรงพลัง ถูกใจคอเพลงเมนสตรีมด้วยฟังก์ชันการจูนเสียงที่ออกแบบมาให้เข้ากับเพลงป๊อปโดยเฉพาะ

เตรียมมาเปลี่ยนโลกใบเดิมของคุณท่ามกลางเสียงแตรตามท้องถนน เสียงดนตรีในร้านคาเฟ่ หรือแม้กระทั่งเสียงลมที่มากระทบไมโครโฟนคุณให้มีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น อย่าลืมจองคิววันที่ 24 มีนาคมนี้ไว้เลย เพราะนอกจากจะมีการเปิดราคา HUAWEI FreeBuds 4i อย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ว ยังมีโปรโมชันสุดคุ้มรออยู่ด้วย

ข่าว: HUAWEI FreeBuds 4i “บัดดี้…คู่หู” น้องใหม่ล่าสุดจากหัวเว่ย พร้อมเปิดตัวครั้งแรกในไทย 24 มีนาคมนี้! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/2021/03/19/huawei-freebuds-4i-pre-launch-in-thai.html?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=huawei-freebuds-4i-pre-launch-in-thai

ข้อมูลเผยยอดส่งมอบหูฟังไร้สายพุ่งสูงช่วงไตรมาส 4 ของปี 2020 ได้อานิสงส์จาก COVID-19

ตั้งแต่ COVID-19 เริ่มระบาดก็นับว่าเป็นเวลาปีกว่าแล้ว ซึ่งหลาย ๆ ธุรกิจก็ได้รับผลกระทบตามกันไปมากมาย รวมถึงวงการมือถือก็ได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นเดียวกัน แต่ล่าสุดจากรายงานของผู้ให้ข้อมูลการตลาดอย่าง IDC ได้เผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถิติอุปกรณ์ Wearable ที่พุ่งสูงในช่วงปลายปี 2020 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะหูฟังไร้สายที่มียอดสูงขึ้นผิดหูผิดตา

IDC (International Data Corporation) เผยข้อมูลยอดส่งมอบอุปกรณ์ Wearable ของช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2020 ว่าโตขึ้นมากถึง 153.5 ล้านหน่วย โดยเพิ่มมามากถึง 27.2% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งหากรวม ๆ ทั้งปีแล้วก็สามารถทำยอดขายไปได้ถึง 444.7 ล้านหน่วยเลยทีเดียว ทั้ง ๆ ที่ในช่วงนั้นจะมีการระบาดของ COVID-19 อยู่ก็ตาม

เมื่อปี 2020 เหล่านักเคราะห์ได้ทำการแยกกลุ่มอุปกรณ์ประเภทหูฟังไร้สายออกมาใหม่โดยใช้คำว่า Hearable หมายความว่าเป็นอุปกรณ์จำพวกสวมใส่ที่หู และมีฟีเจอร์ที่มากกว่าการฟังเพลง เช่นสามารถใช้งาน Voice Assistant, ฟิตเนส หรือแค่มีฟีเจอร์ จำพวกกำจัดเสียงรบกวนก็ถือว่าอยู่ในอุปกรณ์กลุ่มนี้แล้ว

Apple AirPods Pro 

อุปกรณ์ Hearable ที่อธิบายไว้ข้างต้นถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่มียอดส่งมอบมากที่สุดในกลุ่ม Wearable ทั้งหมด นับเป็น 2/3 ของจำนวนส่งมอบทั้งหมด ส่วนที่สองเป็นสมาร์ทวอทช์ด้วยส่วนแบ่ง 24.1% ตามมาด้วย สายรัดข้อมืออัจฉริยะหรือพวก Fitness Tracker ที่มียอดส่งมอบน้อยที่สุดใน Wearable ทั้งหมด

ถึงแม้ว่าการระบาดของ COVID-19 จะส่งผลกระทบต่อหลายอุตสาหกรรม ในทางกลับกัน Gadget ที่เกี่ยวกับการออกกำลังกายกลับได้รับความนิยมสูงขึ้น โดย Jitesh Ubrani ผู้จัดการฝ่ายวิจัยของ IDC ได้เผยข้อมูลว่าฟีเจอร์สำหรับการออกกำลังกายในบ้านกลายเป็นฟีเจอร์สำคัญที่ควรใส่เข้ามาในอุปกรณ์ Wearable ทุกชิ้น แถมระบบตรวจจับต่าง ๆ เช่นอุณหภูมิผิวหนัง, ECG และการตรวจจับชีพจรช่วยให้ผู้ใช้งาน และหมอสามารถติดตามความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกายได้มากขึ้นอีกด้วย

Redmi Airdots 2 

ทางฝั่งของ Apple ก็ถือว่าเป็นแบรนด์ที่ได้รับส่วนแบ่งใน Segment นี้ไปเยอะที่สุดอยู่ที่ 36.2% ส่วนใหญ่มาจาก Apple Watch ที่มียอดส่งมอบสูงขึ้นถึง 45.6% แุถมทางฝั่งของ Hearable ก็ทำออกมาได้ไม่เลวเลย (ถึงแม้ว่าจะชะลอลงบ้างแล้วก็ตาม) ตามมาด้วย Xiaomi ที่มียอดขายหูฟังดีขึ้น ในขณะที่ Mi Band ได้รับความนิยมน้อยลง

แบรนด์ ยอดส่งมอบ Q4 2020 ส่วนแบ่งตลาด Q4 2020 ยอดส่งมอบ Q4 2019 ส่วนแบ่งตลาด Q4 2019 อัตราเติบโตรายปี
Apple 55.6 36.20% 43.7 36.20% 27.20%
Xiaomi 13.5 8.80% 12.8 10.60% 5.00%
Samsung 13 8.50% 10.8 9.00% 20.50%
Huawei 10.2 6.70% 9.5 7.90% 7.60%
Fitbit 5.4 3.50% 0.9 0.80% 470.10%
อื่น ๆ 55.8 36.40% 42.9 35.60% 30.00%
ยอดรวม 153.5 100.00% 120.7 100.00% 27.20%

ต่อกันกับอันดับ 3 อย่าง Samsung ที่ทำยอดส่งมอบ Hearable ไปได้ถึง 8.8 ล้านหน่วย (รวมบริษัทอื่น ๆ ในเครือ Samsung ด้วย) ตามมาด้วยสายรัดข้อมือที่ทำไปได้ 1.3 ล้านหน่วยในขณะที่สมาร์ทวอทช์ทำยอดได้น้อยลง ส่วนทางด้านของ HUAWEI ตามมาเป็นอันดับ 4 มียอดส่งมอบเติบโตขึ้นถึง 9.4% ในประเทศจีน แต่กำลังลดลงอย่างต่อเนื่องในประเทศอื่น ๆ

แบรนด์ ยอดส่งมอบ Q4 2020 ส่วนแบ่งตลาด Q4 2020 ยอดส่งมอบ Q4 2019 ส่วนแบ่งตลาด Q4 2019 อัตราเติบโตรายปี
Apple 151.4 34.10% 111.5 32.20% 35.90%
Xiaomi 50.7 11.40% 41.7 12.00% 21.70%
Huawei 43.5 9.80% 28.9 8.30% 50.70%
Samsung 40 9.00% 31.4 9.10% 27.30%
Fitbit 12.9 2.90% 15.9 4.60% -18.80%
อื่น ๆ 146.1 32.90% 117.1 33.80% 24.70%
ยอดรวม 444.7 100.00% 346.4 100.00% 28.40%

สำหรับสถิติรายปีก็ไม่ได้ต่างกันมาก มีแค่สลับที่เฉพาะแบรนด์ HUAWEI กับ Samsung เท่านั้น แต่การเติบโตโดยรวมของยอดส่งมอบ Wearable เพิ่มขึ้นมากถึง 28.40% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เห็นแบบนี้ตลาด Hearable ก็มีท่าทีที่จะเติบโตขึ้น เพราะหูฟังประเภท True Wireless ที่มีราคาถูกลง แถมเรายังได้เห็นแบรนด์หลาย ๆ แบรนด์เริ่มเข้ามาสู่ตลาดนี้กันมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็บอกได้เลยว่าผู้บริโภคอย่างเรา ๆ ได้ผลประโยชน์เต็ม ๆ เลยครับ

 

Source: IDC Via GSMArena

from:https://droidsans.com/idc-revealed-q4-2020-wearables-statistics-indicates-increase-in-hearable-product/

ซีอีโอเผยเอง OnePlus Watch นาฬิการุ่นใหม่ของพวกเขา “ราคาไม่แพง และไม่ใช่ระบบ WearOS ของ Google”

OnePlus Watch นาฬิกาอัจฉริยะที่กำลังจะมาถึง พร้อมกับการเปิดตัวสมาร์ทโฟน OnePlus 9 ในวันที่ 23 มีนาคมที่จะถึงนี้ ทาง Pete Lau ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ OnePlus กล่าวเองเลยว่า OnePlus Watch จะไม่ใช่นาฬิกาที่ทำงานบนแพลตฟอร์ม Wear OS ของ Google อย่างแน่นอน

“เราเลือกใช้ระบบปฏิบัติการใหม่กับอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะของเรา โดยพัฒนาจากพื้นฐานของระบบ RTOS (real time operating system) เพราะเชื่อว่าระบบนี้จะมอบประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่น เชื่อถือได้ ในขณะที่รักษาอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานไปได้พร้อมกันด้วย ซึ่งเรื่องอายุการใช้งานแบตเตอรี่นี้แหละ คือข้อกังวลที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เราเคยได้ยินมาจากผู้ที่ต้องการซื้อสมาร์ทวอทช์”

Pete Lau ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของ OnePlus กล่าวในโพสต์ในฟอรัมของบริษัทเมื่อวานนี้ พร้อมกับร่วมตอบคำถามจากแฟนๆ และตามความเห็นของ Appdisqus เราจะบอกว่า “ท่านประธานคิดถูกแล้ว”

วันที่เปิดตัวและคุณสมบัติของ OnePlus Watch

ตามโพสต์บนฟอรัมของบริษัท OnePlus Watch จะมีการประกาศเปิดตัวในวันที่ 23 มีนาคม ซึ่งจะเป็นการเปิดตัวสมาร์ทโฟนซีรีส์ OnePlus 9 ในวันเดียวกัน โดย Watch จะเข้ามาเป็นอุปกรณ์สวมใส่ภายใต้ระบบนิเวศที่ทำงานร่วมกับโทรศัพท์ ซึ่งคุณ Lau ยังกล่าวเพิ่มไว้ให้เราติดตามกันด้วยว่า ” Watch จะเป็นมากกว่าเครื่องมือที่บอกเวลาและอัตราการเต้นของหัวใจ แต่เราจะไม่ให้อะไรมากเกินไปในตอนนี้  เราจะปล่อยให้คุณรู้เท่านี้กันไปก่อน เพราะสิ่งสำคัญของเราสำหรับอุปกรณ์ที่จะมาเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ OnePlus คือการนำเสนอการออกแบบที่ทันสมัย มอบการเชื่อมต่อที่ราบรื่น และมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดในระดับเดียวกันให้แก่ผู้ใช้งาน และ OnePlus Watch ตัวใหม่ ก็จะเป็นเช่นนี้เช่นเดียวกัน” Lau กล่าวไว้ในโพสต์ของเขา

อาจะเพราะ Wear OS ของ Google เราเองก็ไม่ได้เห็นการพัฒนาที่ชัดเจนมากนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้หลายบริษัทต้องทิ้งแพลตฟอร์มดังกล่าวของ Google ไปมองหา OS ใหม่ของตัวเอง และแน่นอนว่า OnePlus ก็ไม่ใช่มือใหม่ในการสร้างระบบปฏิบัติการของตัวเอง เพราะจุดเด่นของ OnePlus คึอ OS เฉพาะตัวอย่าง OxygenOS และการจะพัมนาระบบมาเพื่อใช้งานกับ OxygenOS ของพวกเขา ดูจะไม่เรื่องยากเลยสำหรับทีมพัฒนาชุดนี้

นอกจากนี้ท่านประธาน Lau ยังให้สัญญาว่า “ OnePlus Watch จะมีดีไซน์ที่สวยงามและไม่เกะกะในการสวมใส่” ก็ต้องรอดูหน้าตาตัวจริงกันอีกที เนื่องจากด้านการออกแบบบนาฬิกาสมาร์ทวอทช์มีข้อจำกัดด้านหน้าตาและรูปทรงหลายอย่าง ต้องดูว่าทาง OnePlus จะสร้างความแตกต่างไว้อย่างไร นอกจากนี้เขายังกล่าวถืงคุณสมบัติ การเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อกับสมาร์ทโฟน OnePlus และอุปกรณ์เสียง อุปกรณ์สมาร์ทแวร์ และรวมถึงทีวีของ OnePlus อีกด้วย ในด้านระบบก็น่าจะมีการออกแบบพิเศษที่ไม่ธรรมดาเมื่อใช้งานกับอุปกรณ์ของ OnePlus ทำออกมาด้วยเช่นกัน

แม้ตอนนี้เรายังไม่ทราบราคา แต่โพสต์ของ Lau ได้กล่าวให้เราชื่นใจว่า บริษัทจะนำเสนอ “ ประสบการณ์ที่ดีที่สุดในระดับตลาด และมาในราคา “ที่ไม่แพง” ^^

ข่าว: ซีอีโอเผยเอง OnePlus Watch นาฬิการุ่นใหม่ของพวกเขา “ราคาไม่แพง และไม่ใช่ระบบ WearOS ของ Google” มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/2021/03/18/oneplus-watch-ceo-confirm-not-googles-wear.html?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=oneplus-watch-ceo-confirm-not-googles-wear

เปิดตัว OPPO Band สายรัดข้อมืออัจฉริยะ มาพร้อมหน้าจอ AMOLED และฟีเจอร์วัดออกซิเจน SpO2

หลังที่ OPPO ได้เปิดตัว F19 Pro และ F19 Pro+ 5G ไปแล้วในอินเดีย ภายในงาน OPPO ก็ได้เอาสินค้าชิ้นใหม่มาเปิดตัวด้วย นั่นคือ OPPO Band สายรัดข้อมืออัจฉริยะ ที่มาพร้อมฟีเจอร์เจ๋ง ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.1 นิ้ว พร้อมขอบเขตสี DCI-P3 Color Gamut พร้อมฟีเจอร์ SpO2 วัดออกซิเจนในเลือด

OPPO ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นแบรนด์น้องใหม่สำหรับสินค้า wearable เพราะก่อนหน้านี้ก็ได้เคยเปิดตัว OPPO Watch มาแล้วแถมกระแสตอบรับก็ยังดีอีกด้วย คราวนี้ก็ได้เปิดตัว OPPO Band สายรัดข้อมืออัจฉริยะตามมาเพื่อเข้ามาเสริมให้ไลน์อัปสินค้าของแบรนด์ครบครันมากขึ้น

OPPO Band มาพร้อมกับดีไซน์หน้าจอ AMOLED แบบสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 1.1 นิ้ว มีมาให้เลือก 2 แบบ เป็นแบบกรอบอลูมิเนียมที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถปรับหน้าปัดได้ และแบบ Sport Band ปกติทั่วไป มาพร้อมแอปพลิเคชั่น HeyTap Health เป็นแอปเพื่อสุขภาพหลัก รองรับฟีเจอร์ออกกำลังกายถึง 12 โหมด และฟีเจอร์การวัดชีพจรต่าง ๆ ที่ครบครัน

นอกจากฟีเจอร์ในการออกกำลังกายทั่วไปแล้ว OPPO Band ยังมาพร้อมฟีเจอร์ วัดออกซิเจนในเลือด SpO2 และฟีเจอร์ Sleep Tracking ที่จะคอยติดตามพฤติกรรมในการนอนของผู้ใช้งานได้ แถมยังรองรับ Bluetooth 5.0 LE สามารถรับสาย วางสายมือถือ หรืออ่านการแจ้งเตือนจากตัวนาฬิกาได้อีกด้วย

สายรัดข้อมืออัจฉริยะ OPPO Band ตัวนี้มาพร้อมมาตรฐานกันน้ำ 5ATM ที่ความลึก 50 เมตร พ่วงมาด้วยแบตเตอรี่ขนาด 100mAh ที่ทางแบรนด์เคลมว่าสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 12 วัน

OPPO Band สามารถใช้งานกับมือถือ Android เวอร์ชัน 6.0 ขึ้นไป และจะอัปเดตให้สามารถใช้งานได้กับมือถือ iOS ในช่วงเดือนเมษายนที่จะถึงนี้ ในส่วนของราคาก็เปิดตัวมานี้ 2,999 รูปี (ราว ๆ 1,300 บาท) ส่วนจะเอาเข้ามาขายในประเทศไทยเมื่อไหร่ก็ต้องรอติดตามกันต่อไปครับ

 

Source: OPPO Via 91Mobiles 

from:https://droidsans.com/oppo-band-launched-with-spo2/

ดีไหม? Samsung Galaxy Watch อาจใช้ WearOS มาแทน Tizen ในไม่ช้า

Samsung อาจทำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับอุปกรณ์สวมใส่ในอนาคต ข้อมูลนี้มาจาก Ice universe ( @UniverseIce ) Leaker ชื่อดังที่ออกมาเผยข้อมลว่า “ นาฬิกาใหม่ของ Samsung จะใช้ Android แทนที่ระบบ Tizen”

Tizen คือระบบ OS ที่ Samsung พัฒนาต่อเรื่องมานานหลายปีครับ เคยอยู่ในหลายรูปแบบหลายเวอร์ชั่น และหลากหลายชนิดอุปกรณ์ แต่ที่นิยมและยังใช้งานอยู่อย่างต่อเนื่องคือการถูกใช้ในอุปกรณ์สมาร์ทวอทช์ หรือนาฬิกาอัจฉริยะของเขานั้นเอง ข่าวการจะถูกแทนที่ด้วยแพลตฟอร์ม Wear OS ของ Android นั้น อาจจะดูเหมือนจะเป็นความก้าวหน้าที่น่าสนใจของแฟนๆ ในระบบ Android แต่เชื่อเถอะว่าบางคนอาจจะบอกว่า Tizen ดีกว่า Android Wear OS อยู่ด้วยอย่างแน่นอน

ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของเกาหลีใต้อาจจะเลือกใช้ Android แทน Tizen หรือไม่ ก็น่าจะมีคำตอบในไม่ช้าครับ โดยเชื่อกันว่าเป็นเวลาหลายปีแล้วที่บริษัทเลือกใช้ Tizen OS โดยพิจารณาถึงการนำ Wear OS (เดิมชื่อ Android Wear) มาใช้งานไปด้วย แต่ที่ผ่านมาดูอาจจจะยังไม่พร้อมมากพอ

ถ้า WearOS ถูกนำมาใช้บน Galaxy Watch ก็จะช่วยให้การทำงานบนระบบนิเวศของ Android มีความง่ายดายมากขึ้น การเชื่อมต่อระหว่างสมาร์ทวอทช์กับอุปกรณ์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android อื่นๆ ในทุกยี่ห้อก็ทำได้สมบูรณ์มากขึ้น แต่ทาง Samsung เองก็จะเสียความเป็นเอกลักษณ์และระบบนิเวศน์ที่ตัวเองสร้างไว้กับกลุ่มอุปกรณ์ Galaxy Wearable ไปด้วยเช่นกัน

แต่ทางเลือกยังมีครับ เพราะ Samsung สามารถนำเสนออุปกรณ์ออกมาได้พร้อมกันทั้งสองสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น Tizen Galaxy Watch และ Wear OS Galaxy Watch การออกมาเป็นสองตัวเลือกมีความเป็นไปได้

คุณคิดว่าอย่างไร ถ้า Samsung Galaxy Watch จะมีการทำออกมาเป็นสองตัวเลือก ระหว่าง Tizen กับ Wear OS คุณชอบอุปกรณ์สวมใสในระบบไหนมากกว่ากัน?

ข่าว: ดีไหม? Samsung Galaxy Watch อาจใช้ WearOS มาแทน Tizen ในไม่ช้า มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2021/02/22/samsung-galaxy-watch-may-be-wearos-instead-tizen.html

รีวิวหูฟัง Sudio Nio ตัวเล็กน่ารัก ทรงกระชับไม่เจ็บหู ( แจกโค๊ดลด 15% และรับฟรี Care Kit ชุดทำความสะอาดหูฟังโดยเฉพาะ)

หูฟังตัวเบา กล่องเล็ก ดีไซน์น่ารัก Sudio Nio ราคาไม่แพงครับ และเป็นหูฟังประเภทกึ่ง In ear กึ่ง Earbuds แต่มีการใช้ตัวช่วยยึดจับใบหูแบบ Wingtips เพื่อลดอาการเจ็บหูของผู้ที่นิยมใช้หูฟังนานๆ หรือไม่ชินกับการสอดหูฟังเข้าไปรูหูโดยตรงแล้วต้องเจ็บบ่อยๆ ตัวนี้จะซอฟท์กว่า ละมุนกว่า ออกแนวเป็นหูฟังใช้งานทุกๆ วัน ใช้ประจำ เน้นรีแลกซ์ และไม่เป็นพิษกับหูเรามากนัก

ราคาไม่แพงครับ เปิดจำหน่าย 2,400 บาท (เดี๋ยวเรามีส่วนลดให้อีก) แต่มาตรฐานดีครับ งานประกอบสวย สีสวย วัสดุจับสัมผัสรู้สึกดี และมีมาตรฐานการกันน้ำ IPX4 สามารถใส่โดนน้ำกระเซ็น โดยเหงื่อ โดนละอองฝน ไม่เสียหาย

มีให้เลือก 4 สีนะครับ NIO Black, White, Green และสี NIO Sand หรือสีที่เห็นในรีวิวนี้ครับ




ซึ่งทาง Sudio ออกแบบตัวช่วยยึดจับ Wingtips มาได้ดีครับ นิ่มและกระชับ ใส่แล้วไม่หลุด มีให้เลือกเปลี่ยนได้สี่ขนาดในกล่อง และจากที่ทดสอบลองใช้งานมา ใส่ฟังเพลงนานๆ โอเคเลยครับ เพราะตัว Wingtips มันไม่ได้ออกแบบมาให้ดันรัดกับใบหูของเรามากนัก แต่เหมือนแค่เกี่ยวประคองเอาไว้เท่านั้น

ใช้การเชื่อมต่อไร้สายผ่านสัญญาณ Bluetooth 5.0 ข้อดีคือทำงานได้กับทั้งสมาร์ทโฟน Android และ iOS การใช้งานไม่มีอะไรซับซ้อนมาก ไม่ต้องลงแอพ ใช้การสั่งงานผ่านการทัชบนตัวหูฟังที่เซ็ตมาให้แล้วทั้งสองข้าง ซึ่งจะใช้การดับเบิ้ลทัช ทริปเบิ้ลทัช และการทัชค้าง เราสามารถใช้งานหูฟังทีละข้างได้นะครับ เพราะคำสั่งใช้เหมือนกันทั้งสองข้าง แต่ข้อเสียคือเราไม่สามารถกำหนดคำสั่งได้ใหม่ด้วยตัวเองเท่านั้นครับ

ตัวกล่องใช้ที่ชาร์จแบบ USB Type C พร้อมไฟแจ้งสถานะการทำงานและการชาร์จ มีปุ่มสำหรับรีเซ็ตการเชื่อมต่อใต้เคสเพียงกดค้างไว้ประมาณ 5 วินาที


จุดเด่นคือมีขนาดกล่องที่ค่อนข้างเล็กครับ และเมื่อเชื่อมต่อสัญญาณเสียงกับอุปกรณ์ที่รองรับ Bluetooth 5.0 ด้วยกันแล้ว จะกินพลังงานน้อย ใช้งานได้นานประมาณ 4 ชั่วโมงต่อเนื่องโดยไม่ต้องเก็บเข้าเคส และเมื่อเก็บเข้าเคสจะชาร์จได้ประมาณ 4 รอบครับ

ระยะเชื่อมต่อที่ทดสอบได้ประมาณ 10 เมตร และไกลสุดเกือบ 15 เมตร เสียงมีความหน่วงต่ำไม่แลคมาก ใช้ดูหนังฟังเพลงได้ไม่มีปัญหา 100% เสียงกับภาพมาแทบจะตรงกันเป๊ะ แต่สำหรับการเล่นเกมเสียงก็จะมาหน่วงกว่าภาพอยู่หน่อย ใครใช้เล่นเพลินๆ ไม่มีปัญหา เสียงมันดีนะ เบสเน้น ซาวด์เพราะ มีลูกเสียงแน่นๆ และไม่แหลมโดเด่ ดูหนังเล่นเกม ฟังเพลงเพลินๆ แต่ถ้าใครซีเรียสเกมมิ่ง ภาพต้องตรงเสียง แนะนำใช้หูฟังแบบมีสายเช่นเดิมครับ

ให้ชุดไมโครโฟนสำหรับรับเสียงมาเป็นระบบไมค์คู่ Adaptive dual-microphone ตัดเสียงรบกวนรอบข้าง เวลาสนทนาคุยโทรศัพท์เสียงชัดเจนมากครับ จะตัดเสียงรอบข้างเหลือแต่เสียงพูดของเรา เด่นชัดฟังง่ายเลย

ต้องบอกว่า Sudio Nio ราคาดีนะครับ แบรนด์ดี และได้รับการรับประกันถึง 3 ปีเลยทีเดียว ด้วยราคาแค่ 2,400 บาท เท่านั้นเองครับ แต่ถ้าใครต้องการอุปกรณ์รุ่นนี้ เอาโค๊ดของ Appdisqus ไปใส่ตอนสั่งซื้อครับ

Sudio Nio ลดราคา 15% ไปในทันที ใส่โค๊ดAPDIQ

ลิ้งค์ของสินค้าhttps://www.sudio.com/th/

และทาง Sudio ในตอนนี้เขาก็มีโปรโมชั่นพิเศษ เป็นแคมเปญแถมเซ็ตทำความสะอาด Care Kit ไปด้วทุกคำสั่งซื้อ ตั้งแต่วันที่ : 15 ก.พ. – 21 มี.ค.

ซึ่งอุปกรณ์ Care Kit ออกแบบมาเพื่อทำความสะอาดหูฟังโดยเฉพาะเลยครับ ใช้ทำความสะอาดร่วมกับน้ำเปล่า (ไม่แนะนำให้ใช้ใช้แอลกอฮอล์ น้ำยาทำความสะอาด หรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการขัดใดๆนอกจากน้ำสะอาดในการเช็ดหูฟังและเคสชาร์จ)




ซึ่งอุปกรณ์ Care Kit ประกอบด้วย

  • 2 x ก้านปลายแหลมทำความสะอาดภายในตัวหูฟัง
  • 1 x ฟองน้ำพิเศษ สำหรับทำความสะอาดภายนอกเคสชาร์จ
  • 1 x ขนแปรงทำความสะอาดส่วนซอกของเคสชาร์จ
  • 1 x ผ้าเช็ดฝุ่น เช็คคราบความมัน
  • 1 x คู่มือการใช้อุปกรณ์ทำความสะอาด

Sudio Nio ราคา 2,400 บาท สั่งซื้อใช้งานหรือให้เป็นของขวัญ ใส่โค๊ด APDIQ ลดอีก 15% 

ทาง Sudio มักจะส่งมาพร้อมแพ็กเกจที่ดูพร้อมจะเป็นของขวัญให้ตลอดครับ ไม่ต้องห่วงเรื่องแพ็กเกจ ^^ มีประกันนาน 3 ปี และถ้าซื้อวันนี้ถึงวันที่ 21 มีแถมชุดดูแลหูฟัง Care Kit และบริการส่งฟรีทั่วไทย (ประเทศไทยส่งผ่านบริการ Kerry Express)

รายละเอียดและหน้าซื้อสินค้าที่ลิงก์นี้  https://www.sudio.com/th/

ข่าว: รีวิวหูฟัง Sudio Nio ตัวเล็กน่ารัก ทรงกระชับไม่เจ็บหู ( แจกโค๊ดลด 15% และรับฟรี Care Kit ชุดทำความสะอาดหูฟังโดยเฉพาะ) มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2021/02/18/review-sudio-nio-care-kit.html

เอาบ้าง… Facebook อาจเปิดตัวสมาร์ทวอทช์ของตัวเองเร็วๆ นี้

เหมือนว่าแพลตฟอร์มโซเชียลชื่อดังอย่าง Facebook จะกระโดดมาร่วมวงการ Wearable กับเขาบ้างแล้ว หลังมีรายงานออกมาว่า ตอนนี้พวกเขากำลังซุ่มพัฒนาสมาร์ทวอทช์ของตัวเองอยู่ คาดอาจใช้ระบบปฏิบัติการใหม่แกะกล่องที่พวกเขาพัฒนาขึ้นมาบนพื้นฐาน Android อีกที

ก่อนอื่นเลย ผู้เขียนขออนุญาตตั้งชื่อเจ้าสมาร์ทวอทช์ที่เป็นข่าวว่า Facebook Watch นะครับ เพื่อง่ายต่อการอ่านของผู้อ่านด้วย โดยเจ้า Facebook Watch นี้ จะมาพร้อมกับฟีเจอร์ต่างๆ ที่เหมือนกับสมาร์ทวอทช์ทั่วไป อาทิ แจ้งเตือนข้อความของมือถือที่เชื่อมต่อ นับก้าว และฟีเจอร์เกี่ยวกับสุขภาพอื่นๆ

แต่ว่าตอนนี้ยังไม่ชัวร์ว่า Facebook Watch นี้ จะใช้ระบบ Wear OS ของ Google หรือเปล่า หรือว่าจะใช้เป็นระบบที่ Facebook พัฒนาขึ้นมาเอง เหมือนกับ Tizen OS ของ Samsung หรือ Lite OS ของ HUAWEI นั่นเอง อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวได้ระบุว่า ระบบปฏิบัติการที่ Facebook Watch จะใช้นี้ จะถูกพัฒนาบนพื้นของระบบ Android

ทั้งนี้ต้องบอกว่าหาก Facebook Watch ลืมตาออกมาดูโลกจริงๆ ยอดขายอาจจะไม่ปังเหมือนกับ Apple Watch, Galaxy Watch หรือว่าอุปกรณ์ Wearable อื่นๆ นะครับ เนื่องจากผู้ใช้งานส่วนมากยังกังวลเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลต่างๆ เพราะที่ผ่านมา Facebook ถือว่ามีชื่อเสียงที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน

หรือบางที Facebook อาจจะวาง Facebook Watch ให้อยู่ภายใต้แบรนด์ลูกของพวกเขาอย่าง Oculus อุปกรณ์ VR แทน เพราะต้องยอมรับกันตามตรงว่า ชื่อเสียงของ Oculus ในตลาดถือว่าเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้งานพอสมควรเลย

 

ที่มา: Android Authority 

from:https://droidsans.com/facebook-watch-in-development-rumour/

รีวิว realme Watch S Pro สมาร์ทวอทช์อัจฉริยะ สวยมาก เซนเซอร์ระดับโปร แต่มาในราคาไม่ถึงห้าพัน

ด้วยราคาที่ประกาศในวันเปิดตัว แค่ 4.990บาท ผมเหลือบมอง realme Watch S Pro บนข้อมือของผม บอกได้เลยว่า ดูดีและสวย เคยคิดว่าราคาจะแพงไปกว่านั้น

realme เปิดตัว realme Watch S Pro ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มอุปกรณ์ AIoT ที่เขาปล่อยออกมาชุดใหญ่เมื่อวันก่อน เพื่อเป็นการประกาศว่าตัวเองพร้อมจะบุกตลาด AIoT เต็มที่ และต้องการขึ้นเป็นที่ 3 ของโลกสำหรับตลาดอุปกรณ์สวมใส่

ยกระดับงานผลิต ใช้วัสดุเกรดดี และให้หน้าจอคุณภาพสูงครับ ใช้จอ AMOLED ขนาดใหญ่ 1.39 นิ้ว พร้อมเซ็นเซอร์ตรวจจับความสว่างทำให้ปรับค่าความสว่างได้อัตโนมัติเหมือนจอสมาร์ทโฟน ความละเอียดสูง 454*454 พิกเซล คิดเป็น 326 PPI ภาพคม ค่าความสว่างหน้าจอ 450 nits ที่ปรับระดับความสว่างได้เอง 5 ระดับ

ใช้กระจกจอกันรอยขีดข่วน Corning Gorilla Glass 2.5D ตัวเรือนใช้วัสดุสแตนเลสสตีล SUS316L เคลือบ PVD+AF ดูพรีเมี่ยมเลย มีความทนทานสูง มาตรฐานการผลิตกันน้ำระดับ 5ATM ป้องกันแรงดันน้ำที่ 50 เมตร ใส่เล่นกีฬาทางน้ำได้ไม่ต้องถอด ตัวที่นำเข้ามาจำหน่าย มีสายนาฬิกามีให้เลือก 3 แบบ เป็นสายนาฬิกาขนาด 22 มิล โดยทาง realme จะมีให้เลือกเป็นสายซิลิโคน (สีน้ำเงิน/สีเขียว/สีส้ม) และสำหรับเรือนแสตนเลสสตีล จะเป็นสายสีดำ หรือตัวที่เห็นในรีวิวนี้




ไซส์ตัวเรือน 257.6 x 46 x 11.1 มม. น้ำหนักรวมสายนาฬิกาด้วย 63.5 กรัม ตัวเรือนไม่หนักเลยครับ มีปุ่มกดข้างตัวเรือนสองปุ่ม เป็นปุ่มสำหรับกลับหน้าแรกและปิดหน้าจอ อีกปุ่มคือปุ่มเข้าเมนูการออกกำลังกายโดยตรง โดยมีโหมดเล่นกีฬามาให้ 15 ประเภท (ว่ายน้ำ, วิ่งกลางแจ้ง, วิ่งในร่ม, เดินกลางแจ้ง, เดินในร่ม, ขี่จักรยานกลางแจ้ง, ปั่นจักรยานในร่ม, การเดินทางไกลด้วยเท้า, ว่ายน้ำ, บาสเกตบอล, โยคะ, เครื่องออกกำลังกายกรรเชียงบก, เครื่องเดินวงรี, คริกเก็ต, การฝึกความแข็งแรง และ Free workout สำหรับการออกกำลังอื่นๆ )

ในด้านการตรวจจับการเคลื่อนไหวและสภาพร่างกาย เขาใช้เซนเซอร์สี่ตัว เป็น PPG (Photoplethysmography) ใช้สำหรับการวัดการเต้นหัวใจ  ด้านในใส่ GPS Dual-Satellite ความแม่นยำสูง แต่ใช้พลังงานต่ำ สามารถบันทึกเส้นทางการออกกำลังกายได้ด้วยตัวเอง การจ็อกกิ้ง การขี่จักรยาน และการเดิน ไม่ต้องพกสมาร์ทโฟนติดตัวไปก็สามารถบันทึกเส้นทางได้ครับ

ใช้การชาร์จแบบฐานแม่เหล็ก ออกแบบมาได้สวยงามแม้แต่ฐานชาร์จ ใส่ความเป็น “R” หรือ realme บนแท่นชาร์จ และจะบอกว่าเจ้าตัวนี้เป็นสมาร์ทวอทช์ในกลุ่มใช้พลังงานน้อย แบตเตอรี่ขนาด 420 mAh จากเต็ม 100% ผมทดสอบใช้แบบเปิดทำงานเต็มที่ ให้ตรวจจับหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง และเปิดซิงก์รับการแจ้งเตือนไว้ตลอดเวลา ตั้งแต่ที่ผมได้มา จนผ่านมา 10 วัน แบตมันก็ยังไม่หมด สามารถชาร์จให้กลับมาเต็ม 100 % ภายในเวลา 2 ชั่วโมง

อุปกรณ์ภายในกล่องมีมาให้แค่ตัวเรือน ฐานที่ชาร์จแม่เหล็ก และคู่มือ ไม่มีสายสำรองมาให้นะครับรุ่นนี้


การใช้งานภายใน

ใช้ชิปเซ็ตค่อนข้างแรง ทดสอบใช้งานตอบสนองสัมผัสไวครับ ตอบรับการเข้าออกฟังก์ชั่นได้รวดเร็ว ตัวอักษรตัวใหญ่ชัดเจน อ่านง่าย รองรับภาษาไทยสมบูรณ์ ไม่มีสโตร์สำหรับการติดตั้งแอพเพิ่มได้เองแต่ใช้วิธีการรับอัพเดทจากตัวระบบผ่านแอพ realme Link โดยตรง

realme Watch S Pro ถูกออกแบบมาให้เป็นทั้งผู้ช่วยดูแลสุขภาพ ผู้ช่วยการออกกำลังกาย และยังเป็นผู้ช่วยให้กับการใช้งานสมาร์ทโฟนในแต่ละวันของผู้สวมใส่ด้วย การใช้งานและการควบคุมสมาร์ทโฟน จะสามารถใช้งานได้เมื่อทำการจับคู่กับสมาร์ทโฟนผ่านแอพ realme Link ซะก่อน (รองรับทั้งสมาร์ทโฟนระบบ Android และ iOS )

เมื่อเชื่อมต่อแล้วจะเปิดใช้งานฟีเจอร์ทั้งหมดได้ ทั้งใช้ในการอัพเดทซอฟท์แวร์ให้ตัวนาฬิกา เซ็ตตั้งค่าต่างๆ สำหรับรับการแจ้งเตือนจากตัวสมาร์ทโฟนมาแสดงยังตัวนาฬิกา


ภายในแอพเป็นเครื่องมือการแจ้งเตือนที่จะช่วยดูแลสุขภาพได้นะครับ เช่นตั้งค่าเตือนให้เราดื่มน้ำเป็นระยะๆ และการแจ้งเตือนให้เราลุกขึ้นยืนบ้างเวลาลืมตัวนั่งทำงานนานๆ


ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ คือ Always-On Display (AOD) เป็นหน้าจอนาฬิกาที่แสดงผลตลอดเวลา (ตั้งเวลาการทำงานได้ในการตั้งค่า) มันคือหน้าจอที่ทำให้ realme Watch S Pro เหมือนเป็นนาฬิกาข้อมูลปกติ บอกเวลาได้ตลอดโดยไม่ปิดหน้าจอลงไปแต่ประหยัดพลังงาน เห็นเวลาได้ชัดโดยไม่ต้องเปิดไฟหน้าจอ

สามารเปิดการวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะได้รับการแจ้งเตือนหากมีอัตราการเต้นของหัวใจที่สูงหรือต่ำเกินไปด้วยครับ และมีอัลกอริทึ่มสำหรับการวัดระดับออกซิเจนในเลือด ซึ่งออกซิเจนในเลือดสำคัญครับ มันเป็นตัวบ่งชี้สุขภาพร่างกาย หากออกซิเจนในเลือดต่ำเกินไปหมายความว่าเซลล์ในร่างกายไม่สามารถรับออกซิเจนได้เพียงพอ ซึ่งจะนำไปสู่อาการต่างๆ ได้ ทั้งด้านสุขภาพและความสวยงามของผิวพรรณ ^^

มันตรวจจับอัตโนมัติได้เยอะนะครับ การตรวจจับการนอน ไม่ว่าจะนอนตอนไหนมันก็ตรวจจับได้หมด และแยกคุณภาพการนอนให้เราทราบได้ละเอียดถึง 4 ระดับ ไม่ต้องเปิดฟังก์ชั่นอะไรก่อนนอนครับ มันจะตรวจจับจากพฤติกรรมของร่างกายเราได้เอง ว่ากำลังนอนหลับอยู่ ตรวจจับไว้ทั้งคุณภาพการนอน และอัตราการเต้นของหัวใจในขณะเราหลับ


โหมดกีฬาที่ใส่เข้ามาให้ สามารถเรียกใช้งานได้ทันทีจากปุ่มเฉพาะด้านล่าง มันรองรับโหมดกีฬา 15 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทถูกออกแบบโปรไฟล์เอาไว้ ว่าจะตรวจจับและบันทึกค่าอะไรไว้บ้าง

เช่น “การขี่จักรยานกลางแจ้ง” เมื่อเปิดโหมดนี้ ตัวนาฬิกาด็จะสามารถนับระยะทางความเร็ว อัตราการเต้นหัวใจ และคำนวนออกมาเป็นแคลอรี่ที่เผาผลาญไปทั้งหมด และมันสามารถบันทึกเส้นทางการขับขี่ของเราเอาไว้ได้โดยไม่ต้องพกสมาร์ทโฟนไปนะครับ เพราะตัวมันมี GPS ความแม่นยำสูงใส่อยู่ภายใน ทดสอบไปขี่จักรยานเล่น เก็บเส้นทางไว้แม่นเป๊ะครับ

รองรับการแจ้งเตือนที่ติดต่อเข้ามาเป็นภาษาไทยทั้งหมดครับ รวมถึงการแจ้งเตือนเวลามีคนโทรเข้า แต่ไม่สามารถคุยสายผ่านทางนาฬิกาได้นะครับ เป็นแค่การแจ้งเตือน และสามารถกดปิดเสียงเรียกเข้าหรือปฏิเสธสายได้ผ่านหน้าปัดนาฬิกาครับ

ภายในแอพ เราสามารถเปลี่ยนหน้าปัดนาฬิกาเป็นลายสวยๆ ลายอื่นได้นะครับ มีให้เป็น 100 แบบเลย




สามารถใช้รูปถ่ายจากในตัวสมาร์ทโฟน มาทำเป็นหน้าปัดนาฬิกาได้ด้วยนะครับ ^^

มีฟังก์ชั่นที่สามารถใช้งานกับสมาร์ทโฟนได้เยอะมาก สามารถควบคุมการเล่นเพลงได้ เปิดปิดเพลง ข้ามเพลง และปรับระดับเสียง แสดงชื่อเพลงที่กำลังเล่นบนสมาร์ทโฟนบนหน้าปัดนาฬิกาด้วยครับ

ใช้เป็นชัตเตอร์สั่งถ่ายภาพระยะไกลจากบนตัวนาฬิกา

ใช้กดค้นหาสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อ ให้สมาร์ทโฟนส่งเสียงบอกตำแหน่งว่าลืมวางไว้ตรงไหน

ภายในแอพพลิเคชั่น จะเป็นหน้ารวมสถิติ จัดเก็บข้อมูลส่วนตัว กราฟสภาพร่างกายที่นาฬิกาตรวจจับเอาไว้จากการสวมใส่ของเรา รวมถึงสถิติการออกกำลังกายด้วยครับ





ความสามรถต่างๆ จะถูกเพิ่มได้ในอนาคตเมื่อมีการอัปเดต OTA โดยผมทราบมาว่า realme Watch S Pro จะเพิ่มความสามารถในการเป็นศูนย์กลางสั่งงานอุปกรณ์ AIoT ของ realme ได้โดยตรงโดยไม่ต้องใช้สมาร์ทโฟน ฉะนั้นผมว่าในอนาคตยิ่งใช้งานกันสนุกมากขึ้นอีกแน่นอน

สรุปท้ายรีวิว

ราคาดีครับ ทำให้ทุกอย่างน่าใช้ หน้าจอแสดงผลภาพสวย ตัวเรือนดูหรู การทำงานลื่นไหลครับตอบสนองไว และแบตเตอรี่อึดใช้งานได้นานเป็นอาทิตย์ เป็นผู้ช่วยทั้งในการออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ และมีระบบที่ช่วยเหลือผู้ใช้สมาร์ทโฟน ใส่เซนเซอร์เกรดระดับโปรมาให้ มีความแม่นยำ จับตำแหน่งได้ด้วยตัวเอง

realme Watch S Pro เปิดราคามาแค่ 4,999 บาท ถือว่าถูกมากครับ และยังมีโปรโมชั่น Flash Sale ราคาพิเศษ 3,999 บาท ในวันที่ 11 16 และ 19 กุมภาพันธ์ ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ realme Official Store บน Lazada, Shopee และ Thisshop เท่านั้น

และจะพร้อมวางจำหน่ายพร้อมกันในทุกช่องทาง วันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ ที่ realme Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศครับ

ข่าว: รีวิว realme Watch S Pro สมาร์ทวอทช์อัจฉริยะ สวยมาก เซนเซอร์ระดับโปร แต่มาในราคาไม่ถึงห้าพัน มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2021/02/12/review-realme-watch-s-pro.html