คลังเก็บป้ายกำกับ: VMWARE_VREALIZE_AUTOMATION

ขอเชิญร่วมงานสัมมนาออนไลน์ฟรี VMware EVOLVE Online 2020 ลุ้นรับฟรี iPad Pro และ Apple Watch

ขอเชิญทุกท่านในวงการ IT เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ฟรี VMware EVOLVE Online 2020 งานสัมมนาออนไลน์ใหญ่จาก VMware ที่อัปเดตเทคโนโลยีล่าสุดพร้อมกันทั่วโลก พร้อมทำ Online Hands-on Lab เพื่อทำความรู้จักกับ VMware vSphere 7, VMware Tanzu Mission Control, Container, Software-Defined Networking, Hybrid Cloud และ VMware Cloud on AWS ซึ่งสามารถเข้าร่วมในเวลาใดก็ได้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2020 พร้อมลุ้นรับรางวัลสุดพิเศษ Apple iPad Pro, Apple Watch, Apple AirPods Pro และ Bang & Olufsen BeoPlay E8 2.0 โดยมีรายละเอียดของกิจกรรมต่างๆ ภายในงาน และวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีดังนี้

VMware EVOLVE Online 2020

วันเวลา เมษายน 2020 – 30 มิถุนายน 2020
สถานที่ Online
ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี https://evolve.vmware.com/register.html?src=em_5e5cdfe8e02fc
รายละเอียดเพิ่มเติม https://evolve.vmware.com/?src=em_5e5cdfe8e02fc

เนื้อหาภายในงานสัมมนา

สำหรับเนื้อหาภายในงานสัมมนานี้ จะมุ่งเน้นการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจาก VMware พร้อมแนวโน้มหลักๆ ของเทคโนโลยีสำหรับการทำงานในปี 2020 โดยครอบคลุมทั้งฝั่งของ Data Center, Cloud, End User และ Security ดังนี้

Online Session

เนื้อหาสัมมนาออนไลน์ ที่มีให้เลือกชมได้กว่า 40 หัวข้อรวมถึง Keynote โดยสามารถรับชมได้แบบ On-Demand ในช่วงเวลาใดก็ได้ที่สะดวก และแบ่งออกเป็นประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจดังนี้

  • Multi-Cloud รวมประเด็นด้านการทำ Cloud Management, Cloud Migration และระบบ HCI สำหรับทำ Private/Hybrid Cloud
  • Virtual Cloud Network รวมเนื้อหาเกี่ยวกับ VMware NSX และ SD-WAN
  • App Modernization รวมเทคโนโลยีด้าน Enterprise Container, Kubernetes และ VMware Tanzu โซลูชันสำหรับจัดการ Multi-Cloud Container ล่าสุดจาก VMware
  • Digital Workspace รวมเนื้อหาด้าน Virtual Desktop Infrastructure (VDI) และ Unified Endpoint Management (UEM) สำหรับทำงานที่บ้านอย่างมั่นคงปลอดภัย
  • Business Continuity เนื้อหาเฉพาะกิจที่ถูกเพิ่มเข้ามาเพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับแนวทางและเทคโนโลยีสำหรับนำไปใช้ในการ Work from Home ได้โดยเฉพาะ รวมถึงมีกรณีศึกษาที่เกิดขึ้นแล้วจากธุรกิจองค์กรทั่วโลกให้เรียนรู้

Whitepaper

รวมเอกสารบทความต่างๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีล่าสุดอย่าง Container, Kubernetes, Cloud, UEM, HCI, SD-WAN พร้อมกรณีศึกษามากมาย

กิจกรรมภายในงานสัมมนา

นอกเหนือจากเนื้อหาที่มีให้รับชมได้แล้ว ภายในงาน VMware EVOLVE Online 2020 นี้ก็ยังมีกิจกรรมอีกมากมายให้ผู้เข้าร่วมได้ร่วมสนุกกันในงาน ดังนี้

Hands-On Practice Labs

Online Lab ให้เราได้สัมผัสกับเทคโนโลยีต่างๆ ของ VMware เกือบ 20 Lab ที่ครอบคลุมเนื้อหาทั้ง VMware vSphere 7, Kubernetes, VMware Tanzu Mission Control, VMware Cloud on AWS, VMware vRealize Automation 8, VMware vRealize Network Insight, VMware vSAN, VMware NSX, VMware SD-WAN by VeloCloud, VMware Workspace ONE และ VMware Horizon Cloud Service เรียกได้ว่าใครที่กำลังศึกษาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของ VMware มาทดลองทำแล็บในนี้ก็น่าจะช่วยให้เข้าใจได้มากขึ้นทีเดียว

Hands-On Odyssey Labs

เกมสนุกๆ จาก VMware ที่จะมีโจทย์มาให้เราทำการตอบด้วยการทำแล็บได้ได้ดังที่โจทย์ต้องการ เป็นการฝึกฝีมือและวัดความเข้าใจในเทคโนโลยีต่างๆ ได้เป็นอย่างดี โดยจะมีบททดสอบทั้งสำหรับ VMware vSphere, VMware vRealize Operations, VMware vSAN, VMware NSX-T และ VMware Horizon

Knowledge Quiz

กิจกรรมตอบคำถามวัดความรู้และแข่งขันกัน โดยมีระบบแสดงคะแนนและอันดับของผู้ที่ทำคะแนนได้สูงสุดด้วย

แชทคุยกับทีมงานมืออาชีพจาก VMware

สำหรับผู้ที่มีคำถามใดๆ สงสัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีล่าสุดของ VMware สามารถแชทเพื่อหาคำตอบจากทีมงาน VMware ได้โดยตรง

ลุ้นรับรางวัลจากกิจกรรม Leaderboard

สำหรับผู้เข้าร่วมงาน VMware EVOLVE Online 2020 นี้ จะได้รับการสะสมคะแนนทุกๆ ครั้งที่มีการเข้าถึงเนื้อหาใดๆ ภายในงานหรือร่วมกิจกรรมภายในงาน และจะสามารถลุ้นรับ 4 รางวัลจาก VMware ได้แก่

  • Apple iPad Pro 12.9″ มูลค่า 1,000 เหรียญหรือราวๆ 30,000 บาท
  • Apple Watch Series 5 มูลค่า 440 เหรียญหรือราวๆ 13,200 บาท
  • Bang & Olufsen BeoPlay E8 2.0 True Wireless Earbuds มูลค่า 350 เหรียญหรือราวๆ 10,500 บาท
  • Apple AirPods Pro มูลค่า 250 เหรียญ หรือราวๆ 7,500 บาท

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีทันทีที่ https://evolve.vmware.com/register.html?src=em_5e5cdfe8e02fc โดยเมื่อลงทะเบียนเสร็จแล้ว จะสามารถใช้ Email เข้าสู่ระบบงานสัมมนาออนไลน์ได้ทันทีที่ https://onlinexperiences.com/Launch/Event.htm?ShowKey=80190

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-evolve-online-2020-free-online-seminar-invitation/

ชวนทำ VMware Hands-on Lab เรื่อง vRealize Automation 7

สำหรับผู้ดูแลระบบ Data Center และ Cloud ที่กำลังมองหาแนวทางการทำ Automation เพื่อให้บริหารจัดการระบบได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็วยิ่งขึ้น ทาง VMware ได้เปิด Hands-on Lab สำหรับ vRealize Automation 7 ให้เข้าไปเรียนรู้และฝึกทำกันได้ฟรีๆ โดยมีวิธีการเข้าทำ Lab ดังนี้ครับ

Credit: VMware

ลงทะเขียนเข้าร่วม VMware vForum Online กันก่อน

สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนเข้าร่วม VMware vForum Online สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://secure.vmware.com/vFORUMOnline_TH จากนั้นเมื่อลงทะเบียนเสร็จแล้ว ก็จะสามารถเข้าร่วมงานได้ด้วยการคลิกปุ่ม ATTEND vFORUM ONLINE หรือเข้าร่วมได้ที่ https://onlinexperiences.com/Launch/Event.htm?ShowKey=57037?src=&elq=&cid= แล้วใส่ Email ที่ได้ทำการลงทะเบียนเอาไว้

การเข้าทำ Hands-on Lab แบบออนไลน์

ในหน้าของ vForum Online ให้เลือก Hands-on Lab จากนั้นเลือกที่แท็บ Data Center and Cloud แล้วจึงเลือกหัวข้อ VMware vRealize Automation 7 – Getting Started แล้วเลือกปุ่ม Run Lab Now ได้ทันที

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-hands-on-lab-vrealize-automation-7/

VMware ออกอัปเดต VMware Validated Design for SDDC 4.1

VMware ออกอัปเดต VMware Validated Design for Software-defined Data Center 4.1 แบบ GA แล้ว

Credit: VMware

VMware Validated Design for Software-definded Data Center เป็นชุดคู่มือเอกสารเกี่ยวกับการ Design, Build, Deployment และ Operate ระบบ Software-Defined Data Center จากทาง VMware ซึ่งตัวอย่างการออกแบบในเอกสารได้ผ่านการทดสอบใช้งานจริงมาแล้ว เพื่อยืนยันความเข้ากันได้ของแต่ละผลิตภัณฑ์ ทั้งในด้าน Compute, Storage, Networking และ Management โดยประกอบไปด้วยโซลูชันดังนี้ vSphere 6.5 Update 1, vSAN 6.6.1, NSX for vSphere 6.3.3, vRealize Operations 6.6.1, vRealize Log Insight 4.5, vRealize Automation 7.3, vRealize Business for Cloud 7.3 และ Site Recovery Manager 6.5.1

ซึ่งใน VMware Validated Design for SDDC 4.1 ได้มีการปรับเปลี่ยนในหลายจุด โดยส่วนที่สำคัญมีดังนี้

  • Management Pod vSAN กลายเป็นทางเลือก: ก่อนหน้านี้ใน VMware แนะนำให้ใช้ vSAN เป็น Primary Storage ใน Management Pod เท่านั้น ล่าสุดได้มีการปรับคำแนะนำนี้เป็นทางเลือกแล้ว โดยแนะนำให้ใช้งาน vSAN หรือ Storage Solution ที่รองรับเท่านั้นในการออกแบบ อย่างไรก็ตาม ในเอกสารนี้ VMware ได้ใช้ vSAN เป็น Primary Storage ทั้งหมด
  • Network Transport รองรับทั้ง L2 และ L3: เพิ่มการรองรับการใช้งาน L2 และ L3 สำหรับ Network Transport โดยก่อนหน้านี้แนะนำให้ใช้เฉพาะ L3 เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ผู้ออกแบบควรคำนึงถึงงบประมาณในการลงทุนและความยากง่ายในการดูแลระบบ Network ในอนาคตด้วย
  • รองรับการใช้งาน Embedded vRealize Orchestrator: เป็นการลดจำนวน Appliance ลง จากก่อนหน้านี้ ที่จำเป็นต้องใช้งาน vRealize Orchestrator Appliance จำนวน 2 ตัว และยังทำให้ได้ประสิทธิภาพในระบบโดยรวมเพิ่มขึ้นด้วย
  • Consolidated Management and Workload: รองรับการ Consolidated เพื่อรวมทุก Pod ต่างๆ เช่น Management, Edge และ Workload เข้าเป็น Pod เดียว โดยเริ่มต้นที่ 4 ESXi hosts และขยายสูงสุดได้ถึง 32 Hosts ในขณะที่ยังสามารถใช้งานโซลูชันต่างๆในระบบ SDDC ได้อย่างครบถ้วน

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลด VMware Validated Design for SDDC 4.1 ได้ที่ : https://www.vmware.com/support/pubs/vmware-validated-design-pubs.html
หรือดาวน์โหลดแบบ Poster ได้ที่ : https://communities.vmware.com/docs/DOC-36103

ที่มา : https://blogs.vmware.com/cloud-foundation/2017/08/22/vmware-validated-design-sddc-4-1-generally-available/

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-releases-vmware-validated-design-for-software-definded-data-center-4-1-ga/

VMware ออก vSphere 6.5, VSAN 6.5 และอื่นๆ พร้อมประกาศรองรับ Docker เต็มตัวแล้ว

ในงาน VMworld Europe ทาง VMware ได้ออกมาประกาศเปิดตัว VMware vSphere 6.5, VMware Virtual SAN 6.5, VMware vRealize Automation 7.2, VMware vCloud Air รุ่นใหม่ พร้อมทั้งยังได้ประกาศรองรับการทำงานร่วมกับ Docker ในระดับ Production ได้แล้วอย่างเต็มตัว

LOGO1

การประกาศรองรับการใช้งาน Docker อย่างเต็มตัวในครั้งนี้ก็เป็นไปในแนวทางเดียวกันกับ Dell EMC ที่เริ่มมีการปรับตัวเข้าหหาเทคโนโลยีอื่น ที่ตอบรับความต้องการของตลาด ในมุมของ VMware นั้น Docker ไม่ใช่คู่แข่งที่ต้องแข่งขันด้วย แต่เป็นเทคโนโลยีที่ควรให้การสนับสนุนและตอบโจทย์การใช้งานของกลุ่มลูกค้าองค์กรร่วมกัน

สำหรับฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่เพิ่มเติมเข้ามามีดังนี้

 

VMware vSphere 6.5

  • vCenter Server Appliance ช่วยให้ทำการ Patch, Upgrade, Backup, Recovery, High Availability ได้ง่ายกว่าเก่า, รองรับการบริหารจัดการได้มากกว่าเดิม 2 เท่า
  • ปรับปรุง REST API สำหรับใช้ในการทำ Automation ให้ดีขึ้น
  • HTML5-base vSphere Client ใช้งานง่ายขึ้น
  • รองรับการทำ Encryption ที่ระดับ Virtual Machine ได้ ปกป้องทั้งข้อมูล Data at Rest และ VM ที่กำลังทำ vMotion อยู่
  • รองรับการทำ Secure Boot
  • เพิ่ม VMware vSphere Integrated Containers เพื่อเชื่อมต่อกับ Docker และใช้งาน Container ภายใน vSphere ได้เลย
  • เปิดตัว vSphere Virtual Volumes 2.0 ที่รองรับการทำ Array Replication ได้ และทำ Real Application Clusters สำหรับ Oracle Database ได้

 

VMware Virtual SAN 6.5

  • รองรับการทำตัวเป็น iSCSI Target สำหรับให้ Server ภายนอกเชื่อมต่อเข้ามาได้แล้ว
  • มี Persistent Data Layer สำหรับทำงานร่วมกับ Container ผ่านทาง vSphere Integrated Containers
  • มีฟีเจอร์ Two-node Direct Connect ทำให้เชื่อม VSAN ใน ROBO Site ได้โดยไม่ต้องผ่าน Switch หรือ Router อีกต่อไป
  • มี REST API และ PowerCLI ใหม่สำหรับทำ Automation เพิ่มเติม
  • รองรับ Disk ที่ทำ 512-byte Emulated (512e) ได้แล้ว
  • มี Certification Program สำหรับการเชื่อมต่อกับระบบ File Service และ Data Protection จากผู้ผลิตรายอื่นเพิ่มเข้ามา

 

VMware vRealize Automation 7.2

  • รองรับการจัดการ Microsoft Azure ได้แบบ Out-of-the-Box ทำให้ปัจจุบันรองรับการจัดการทั้ง VMware vCloud Air, AWS, Microsoft Azure
  • เพิ่มระบบ Admiral หน้า Portal สำหรับติดตั้งและจัดการ Container ร่วมกับ Docker ได้ผ่านทาง Service Catalog
  • VMware vRealize Log Insight 4.0 เพิ่มการแจ้งเตือนแบบใหม่ และปรับปรุง UI ให้ใช้งานได้ดีขึ้น
  • VMware vRealize Operations 6.4 ปรับปรุงการแจ้งเตือน, มีหน้าปรับแต่ง Dashboard ใหม่
  • รองรับการทำงานร่วมกับ VMware vSphere 6.5

 

VMware vCloud Air

  • เปิดตัว vCloud Air Disaster Recovery แบบ Beta
  • เพิ่มความปลอดภัย
  • รองรับ SD-WAN
  • เปิดตัว VMware Cloud Foundation Service แบบ Beta โดยรองรับการใช้ vSphere, VSAN, NSX จากบริการโดยตรงของ VMware

 

ผู้ที่สนใจโซลูชั่น Open Source Software ต่างๆ รวมถึง Linux/Unix/OpenStack, Data Center Infrastructure, VMware vSphere/VSAN/NSX/vCloud, Microsoft Windows Server และระบบ CMS สำเร็จรูปที่มีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัยระดับองค์กรพร้อมบริการครบวงจร ทั้ง WordPress และ Magento หรือกำลังมองหาทีมงาน Outsource Linux/VMware/Windows Systems Engineer สามารถติดต่อทีมงาน UnixDev ได้ทันทีที่โทร 081-651-9393 หรืออีเมลล์ info@unixdev.co.th

 

เกี่ยวกับ UnixDev

unixdev-logo-web

UnixDev คือทีมงานผู้เชี่ยวชาญทางด้าน System Engineering ที่ครอบคลุมทั้ง Linux, Unix, Microsoft Windows และ VMware แบบ Full Stack ซึ่งสามารถให้บริการในการตรวจสอบแก้ไขปัญหาและปรับปรุงประสิทธิภาพและความปลอดภัยสำหรับระบบ Hypervisor, Operating System, Application, Web Application ไปจนถึง Database แบบครบวงจร https://www.unixdev.co.th

 

ที่มา: http://www.theregister.co.uk/2016/10/18/vsan_vsphere_vrealize_vmware_docker/

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-announces-vsphere-6-5-vsan-6-5-and-many-others-with-fully-docker-support/

VMware ออกแพทช์อุดช่องโหว่ Privilege Escalation

vmware_logo

แนะผู้ใช้ Identity Manager และ vRealize Automation Software อุดช่องโหว่โดยด่วน

VMware ผู้ใช้บริการโซลูชัน Virtualization ชั้นนำของโลก ออกแพทชอุดช่องโหว่ความรุนแรงระดับ “Important” บนผลิตภัณฑ์ Identity Manager และ vRealize Automation Software ซึ่งช่วยให้แฮ็คเกอร์สามารถยกระดับสิทธิ์ตนเองให้สูงขึ้นได้ (Privilege Escalation) เตือนผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวรีบอัปเดตแพทช์เพื่ออุดช่องโหว่โดยเร็ว

Credit: alexmillos/ShutterStock
Credit: alexmillos/ShutterStock

ช่องโหว่ Privilege Escalation นี้ มีรหัส CVE-2016-5335 หรือ VMSA-2016-0013 ซึ่งการเจาะระบบผ่านช่องโหว่ดังกล่าวช่วยให้แฮ็คเกอร์ที่สามารถเข้าถึง Low-privilege Account สามารถยกระดับสิทธิ์ของตนให้กลายเป็น Root ของระบบได้ โดยช่องโหว่นี้ส่งผลกระทบกับ Identity Manager เวอร์ชัน 2.x และ vRealize Automation เวอร์ชัน 7.0.x (เวอร์ชัน 6.x ไม่ได้รับผลกระทบ)

VMware แนะนำให้ผู้ใช้ Identity Manager อัปเดตซอฟต์แวร์เป็นเวอร์ชัน 2.7 และ vRealize Automation เป็นเวอร์ชัน 7.1

รายละเอียดเพิ่มเติม: http://www.vmware.com/security/advisories/VMSA-2016-0013.html

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-patches-privilege-escalation-vulnerability/

พบช่องโหว่ XSS บน vRealize สำหรับ Linux ฝั่ง VMware แนะ รีบอัพเดทแพทช์

vmware_logo

VMware ออกแพทช์อัพเดทเพื่ออุดช่องโหว่ Cross-site Scripting 2 รายการบน vRealize Cloud Software หลาย Edition ซึ่งช่วยให้แฮ็คเกอร์สามารถโจมตีแบบ Stored XSS เพื่อฝังสคริปต์หรือโค้ดบางอย่างลงบนเครื่องเซิฟเวอร์ของเหยื่อได้

ttt_bug_in_the_code-venimo
Credit: venimo/ShutterStock

ระบบที่มีช่องโหว่

ช่องโหว่ XSS ทั้ง 2 รายการเกิดจากความผิดพลาดในการตรวจสอบ Input บน VMware vRealize Automation เวอร์ชัน 6.x ก่อนเวอร์ชัน 6.2.4 และ vRealize Business Advanced and Enterprise เวอร์ชัน 8.x ก่อนเวอร์ชัน 8.2.5 สำหรับ Linux เท่านั้น เวอร์ชันอื่นๆ และเวอร์ชันสำหรับ Microsoft ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด

รหัส CVE ที่เกี่ยวข้อง

  • ช่องโหว่บน VMware vRealize Automation: CVE-2015-2344
  • ช่องโหว่บน vRealize Business Advanced and Enterprise: CVE-2016-2075

ผลกระทบของช่องโหว่

ช่องโหว่ Stored XSS ที่เกิดขึ้น ช่วยให้ผู้ใช้ที่พิสูจน์ตัวตนเข้ามาจากระยะไกล (Remote Authenticated Users) สามารถแทรกโค้ด Web Script หรือ HTML ผ่านเข้ามาในระบบได้หลากหลายวิธี เนื่องจากซอฟต์แวร์ vRealize ไม่ได้ทำการคัดกรอง Input ที่มาจากผู้ใช้งานอย่างเหมาะสม ส่งผลให้เมื่อผู้ใช้งานปกติเปิดเว็บเบราเซอร์ จะทำให้โค้ดแปลกปลอมเหล่านั้นถูกรันด้วยสิทธิ์ของ System และเข้าถึงข้อมูลความลับบนเว็บเบราเซอร์ได้ทันที ไม่ว่าจะเป็น Cookies ที่ใช้พิสูจน์ตัวตน ข้อมูลที่เคย Submit ไป รวมไปถึงปลอมตัวเป็นผู้ใช้คนนั้นได้

อุดช่องโหว่ได้อย่างไร

VMware แนะนำใน Security Advisory ว่า ผู้ใช้เวอร์ชัน Linux ที่ได้รับผลกระทบ ให้อัพเดท vRealized Automation เป็นเวอร์ชัน 6.2.4 และ vRealize Business Advanced and Enterprise เป็นเวอร์ชัน 8.2.5

รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.vmware.com/security/advisories/VMSA-2016-0003.html

ที่มา: http://www.csoonline.com/article/3045441/security/vmware-fixes-xss-flaws-in-vrealize-for-linux.html

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-patches-stored-xss-on-vrealize-for-linux/

VMware ออกแพทช์อุดช่องโหว่ Cross Site Scripting บน VMware vRealize

สำหรับผู้ที่ใช้งาน VMware vRealize อยู่ วันนี้ทาง VMware ได้ออกมาประกาศออก Patch อุดช่องโหว่ Cross Site Scripting บนผลิตภัณฑ์ดังต่อไปนี้

Credit: ShutterStock.com
Credit: ShutterStock.com
  • VMware vRealize Automation 6.x บน Linux ให้อัพเดตเป็น 6.2.4 ทันที
  • VMware vRealize Business Advanced and Enterprise 8.x ให้อัพเดตเป็น 8.2.5 ทันที

สำหรับลิงค์ดาวน์โหลดและเอกสารรายละเอียดต่างๆ สามารถดูได้ที่ http://www.vmware.com/security/advisories/VMSA-2016-0003.html เลยนะครับ

ที่มา: http://www.theregister.co.uk/2016/03/16/vmware_vrealizes_that_vrealize_has_xss_bugs_on_linux/

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-releases-patch-for-cross-site-scripting-on-vrealize-2016-03/

VMware vRealize Automation 7 และ vRealize Business Standard 7 ออกแล้ว

Credit: everything possible/ShutterStock.com
Credit: everything possible/ShutterStock.com

VMware ประกาศ General Available สำหรับเสริมสำหรับการบริหารจัดการ Cloud และ Virtualization อย่าง vRealize Automation 7 และ vRealize Business Standard 7 มาเรียบร้อยแล้ว โดยเพิ่มความสามารถใหม่ๆ ดังนี้

 

VMware vRealize Automation 7

เพิ่มระบบ Unified Service Blueprint สำหรับการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่าง Infrastructure, Network, Security, Application และ Custom Service ต่างๆ ได้ผ่าน Graphical Canvas เพื่อให้ทีม IT และ DevOps สามารถสร้าง Multi-tier Application ได้แบบครบวงจร รวมถึงยังสามารถทำงานร่วมกับ VMware NSX เพื่อทำ Micro-segmentation และบริหารจัดการ Hybrid Cloud ด้วยการรองรับ VMware vCloud Air, Amazon Web Services, VMware vCloud Government Service, AWS GovCloud, OpenStack Kilo และ VMware vSphere 6 Update 1 ได้

 

VMware vRealize Business Standard 7

เพิ่มนโยบายใหม่สำหรับการกำหนดค่าใช้จ่ายและราคาของ Private Cloud และ Public Cloud อย่าง VMware vCloud Air, AWS และ Cloud อื่นๆ ที่ VMware vRealize Automation รองรับ และเพิ่มความสามารถในการเปรียบเทียบราคากับ Microsoft Azure พร้อมระบบรายงาน, ระบบวิเคราะห์ค่าใช้จ่าย และระบบวางแผนการลงทุนสำหรับ Cloud

ที่มา: http://ir.vmware.com/releasedetail.cfm?ReleaseID=947782 

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-announced-vrealize-automation-7-and-vrealize-business-standard-7/

Cisco ออกอัพเดต ACI รองรับ Docker, เพิ่มความปลอดภัย, รองรับหลายไซต์ ใช้งานได้ยืดหยุ่นขึ้น

cisco_aci_banner

Cisco Application Centric Infrastructure (ACI) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญสำหรับระบบ Software Defined Networking (SDN) ของ Cisco นั้น ได้ออกอัพเดตรุ่นใหม่ล่าสุดมาเพื่อให้ลูกค้าที่ใช้ระบบเครือข่ายแบบ SDN จาก Cisco บน Switch รุ่น Nexus 9000 ACI-ready ที่มีกว่า 9,000 องค์กรทั่วโลก สามารถอัพเกรดและเพิ่มความสามารถใหม่ๆ พร้อมรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้มากขึ้น ดังต่อไปนี้

  • รองรับ Docker Container ได้ผ่านทางการ Integrate ร่วมกับ Cisco Application Policy Infrastructure Controller (APIC) และ Project Contiv ซึ่งเป็น Open Source Project สำหรับการควบคุม Infrastructure สำหรับ Container ให้เชื่อมต่อ Storage และระบบเครือข่ายอย่างปลอดภัยได้ตามที่กำหนด และการกำหนด Endpoint Group (EPG) ก็สามารถครอบคลุมไปถึงระดับของ Container ได้แล้ว
  • เพิ่ม Security โดยรองรับการทำ Micro-segmentation สำหรับ VMware VDS, Microsoft Hyper-V Virtual Switch และ Bare-metal Application ทำให้สามารถควบคุม Security Policy เชิงลึกเป็นราย Endpoint ได้โดยอ้างอิงจาก Virtual Machine Attributes เช่น ชื่อ, Guest OS, VM Identifier หรือจะใช้ Network Attributes อย่าง IP Address ก็ได้เช่นกัน รวมถึงยังสามารถทำ Isolation สำหรับเครื่องภายใน Policy Group เดียวกันได้อีกด้วย
  • รองรับการควบคุมหลาย Data Center พร้อมๆ กัน ดังนั้นการย้าย Application ข้าม Data Center และการทำ Disaster Recovery จึงทำได้แล้วผ่าน ACI Toolkit
  • รองรับการทำ Service Insertion และ Service Chaining สำหรับ Service Device ทั้งหมดแล้วโดยไม่ต้องมี Device Package มาก่อน ทำให้สามารถนำอุปกรณ์ที่เคยใช้งานอยู่จากระบบเครือข่ายเดิมมาเชื่อมต่อใช้งานกับเครือข่าย SDN และทำการกำหนดค่าแบบ Manual ใช้งานไปก่อนได้เลย
  • สามารถใช้ CLI แบบ NX-OS บน APIC ได้, มี GUI ให้ใช้ทั้งแบบ Basic และ Advanced, รองรับ SNMP สำหรับ APIC, เสริมระบบ Heat Map เข้ามาให้ช่วยแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น
  • รองรับ Cloud Automation Tool หลากหลายขึ้น โดยปัจจุบันนี้รองรับ Microsoft Azure Pack for Private Cloud, VMware vRealize Automation, OpenStack และยังรองรับการส่ง ACI Policy ไปยัง Hypervisor ด้วย Opflex on Open vSwitch อีกด้วย

 

ที่มา: http://newsroom.cisco.com/press-release-content?type=webcontent&articleId=1732204

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-new-aci-supported-docker-with-enhanced-security/

บริหารจัดการ IBM Power และ IBM z Systems ด้วย VMware vRealize Automation

IBM ได้ทำการจับมือกับ VMware เพื่อสร้างระบบ Automation ร่วมกันระหว่าง Infrastructure ระหว่างสองผู้ผลิตให้กลายเป็นโซลูชั่นเดียว โดยใน VMware vRealize Automation 6.2.3 รุ่นล่าสุดนี้จะสามารถทำการบริหารจัดการ IBM Power ได้ผ่านทาง IBM PowerVC และบริหารจัดการ IBM z Systems ได้ผ่านทาง IBM Cloud Manager (ICM) ซึ่งเทคโนโลยีทั้งหมดนี้สามารถเป็นไปได้ขึ้นมาจากการที่ IBM เปิด OpenStack API สำหรับใช้บริหารจัดการะบบต่างๆ ของ IBM เอาไว้นั่นเอง

ibm_server_powersystems

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ทั้ง VMware และ IBM ได้เลยครับ

ที่มา: http://www.vmwareblogs.com/article.jsp?id=5279776590790656 

from:https://www.techtalkthai.com/manage-ibm-power-and-ibm-z-systems-via-vmware-vrealize-automation/