คลังเก็บป้ายกำกับ: VMWARE_TANZU

VMware ออกอัปเดต VMware Tanzu RabbitMQ 1.2

VMware ออกอัปเดต VMware Tanzu RabbitMQ 1.2 เพิ่มความสามารถใหม่

Credit: VMware

VMware Tanzu RabbitMQ 1.2 นั้นพัฒนามาจาก RabbitMQ 3.9 ซึ่งเป็นบริการ Cloud Native Messaging and Streaming ในเวอร์ชันนี้ได้ทำการเพิ่ม Streams ซึ่งเป็น Data Stucture แบบใหม่ ช่วยเพิ่ม Throughput และรองรับการทำ Replay และมีการปรับปรุงส่วนอื่นๆดังนี้

  • เพิ่มความสามารถการทำ Warm standby replication (Active/Passive)
  • รองรับ HashiCorp Vault เพื่อใช้เป็น Cluster secret นอกจากเหนือจาก Kubernetes secret
  • รองรับ RabbitMQ cluster บน Red Hat OpenShift
  • ปรับปรุงระบบ Monitoring queue health
  • แก้ไขบั๊กและเพิ่มความเสถียร

นอกจากนี้ยังได้มีการปรับปรุงการทำ Disaster recovery ให้ดียิ่งขึ้น ได้แก่ การทำ Data-safe message replication, Automatic downstream cluster protection และการทำ Failover ได้เร็วกว่าเดิม ผู้ที่ใช้งานสามารถดาวน์โหลดอัปเดตได้แล้ว

ที่มา: https://tanzu.vmware.com/content/blog/announcing-release-vmware-tanzu-rabbitmq-1-2

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-releases-vmware-tanzu-rabbitmq-1-2/

VMware ออกบริการ Cross-Cloud Service รองรับการทำงานแบบ Multi-Cloud พร้อมเปิดตัวโซลูชันสนับสนุนมากมาย

ที่งาน VMworld 2021 วานนี้ทาง VMware ได้มีการออกบริการใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีของแอปพลิเคชันในระดับองค์กร ที่ส่วนใหญ่ล้วนมีการใช้งานคลาวด์หลายเจ้าปะปนกัน อย่างไรก็ดีตัว Portfolio ใหม่ที่ชื่อ Cross-Cloud Service จะเป็นรวมทั้งบริการเดิมที่มีอยู่แล้วและมีการเปิดตัวบริการใหม่ขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์การทำงานแบบ Multi-cloud ในหลายแง่มุม

เครดิต : VMware

แนวคิดของ Cross-Cloud Service

จากการที่องค์กรมีพฤติกรรมในการใช้งานคลาวด์หลายเจ้าร่วมกัน โดยโซลูชันกลุ่มใหม่ของ VMware หรือ Cross-Cloud Service มีประโยชน์ต่อลูกค้าใน 3 ด้านคือ ต้องช่วยให้ลูกค้าไปคลาวด์ ต้องมีความคุ้มค่ากับค่าใช้จ่าย มีความยืดหยุ่นและควบคุมจัดการข้ามคลาวด์ใดๆก็ได้ โดยใน Cross-Cloud Service ประกอบไปด้วยบริการหลายตัว แต่ลูกค้าจะต้องมีอิสระในการเลือกบริการใดก็ได้ที่สนใจนำไปใช้งานบนคลาวด์ใดก็ได้ ซึ่งองค์ประกอบของ Cross-Cloud Service มีอยู่ 5 ด้านคือ

  1. แพลตฟอร์มที่ช่วยในการสร้างและ deploy แอปพลิเคชันในลักษณะ Cloud-native
  2. Cloud Infrastructure ที่สามารถใช้เพื่อบริหารจัดการและรันแอปขององค์กร
  3. สามารถบริการจัดการคลาวด์ ติดตามการทำงานเพื่อสามารถควบคุมประสิทธิภาพและค่าใช้จ่ายของแอปในหลากหลายคลาวด์
  4. ตอบโจทย์เรื่องของ Security และ Networking ที่สามารถทำงานข้ามคลาวด์เชื่อมต่อแอปอย่างปลอดภัย
  5. สอดคล้องสนับสนุนการทำงานแบบ Digital Workplace 

โดยการประกาศบริการหรือผลิตภัณฑ์อื่นใดในงาน VMware 2021 จะสอดรับกับนโยบายเรื่อง Cross-Cloud Service ในหลายด้านเช่น

  • Cloud Infrastructure and Management – ออกนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยลูกค้าใช้คลาวด์ได้เร็วและปลอดภัย รองรับ Modernize Application
  • App – เพิ่มขีดความสามารถในเรื่อง VMware Tanzu ให้ตอบสนองการทำงานของนักพัฒนาตั้งแต่การ build run และ manage
  • Edge – ออกโซลูชันใหม่ที่ชื่อ VMware Edge ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการแอปพลิเคชันแบบ ‘edge-native’ และสามารถทำงานข้ามคลาวด์ได้
  • Security & Networking – ความสามารถใหม่ที่ทำให้การทำงานเป็นไปตามแนวคิด Zero Trust ไม่ว่าท่านจะมีการใช้งาน ทำงาน รันแอป ในรูปแบบใด

และเนื้อหาส่วนต่อไปจากนี้คือการเปิดตัวหรือเพิ่มขีดความสามารถโซลูชันเดิมเพื่อตอบโจทย์ของ Cross-Cloud Service ที่ VMware พูดถึงในงานนี้

1.) Project Arctic

VMware ได้เผยให้เห็นสถาปัตยกรรมใหม่ของซอฟต์แวร์ vSphere ซึ่งการจะเป็นเพื่อการตอบโจทย์แบบ Hybrid Cloud เป็นค่าพื้นฐาน พร้อมทั้งยัง integrate การเชื่อมต่อเข้าสู่คลาวด์ได้เนียนมากขึ้น โดยภายในยังมีคีย์เวิร์ดอีก 3 ตัวคือ

  • Project Capitola – Software-defined Memory ที่จะเข้ามาช่วยในแอปที่ต้องใช้งานหน่วยความจำเยอะ
  • Project Cascade – ช่วยกำหนดการใช้งานสำหรับ Infrastructure และ Container สำหรับ Multi-cloud
  • Project Ensemble – หน้าจอบริหารจัดการเดียวที่สามารถจัดการ VMware Cloud

2.) VMware Edge

โซลูชันใหม่นี้มุ่งเน้นเพื่อแอปพลิเคชันบนโครงสร้างของ Edge หรือ VMware เรียกการรันแอป ณ จุดที่ใกล้กำแหล่งกำเนิดข้อมูลนี้ว่า Edge-native โดยมีการออกแพลตฟอร์มใหม่ภายใน Hypervisor หรือ ESXi-RT ทั้งนี้จะเริ่มต้นใน vSphere 7 U3 ซึ่งมีการ integrate เรื่องของ VM และ Container-based รวมถึง VMware Edge Compute Stack ที่ช่วยให้สามารถจัดการ Application แบบ Edge-native ที่ตั้งอยู่ใน Edge ณ สถานที่ต่างๆได้ ครอบคลุมไปถึงเรื่อง Observability, Installation, Config

เบื้องต้น VMware ได้ร่วมมือกับพันธมิตรด้าน Edge และแน่นอนว่ามี VxRial รวมไปถึง Lenovo เช่นกัน (อาจมีการขยายความร่วมมือกับ Vendor อื่นในอนาคต) ในด้านการตลาด VMware Edge ถูกแบ่งออกเป็น 3 Edition คือ Standard, Advance และ Enterprise แต่ VMware เผยว่ากำลังพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับ Lightweight Application ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ในส่วนของ VMware Edge ยังได้มีการรวมเอาโซลูชัน SASE ของตนเข้ามาด้วย เพื่อสนองแนวคิด Zero Trust คือไม่ว่าการทำงานจะผ่านมาจากทางใดทุกอย่างจะจบลงที่ศูนย์กลางด้วย SASE ของตน ที่ยังสามารถดูแลป้องกันภัยคุกคามในระดับ microservices

3.) VMware Tanzu

นอกจากในเรื่องของการออก Tanzu Community Edition (https://www.techtalkthai.com/vmware-tanzu-community-edition-opensource-tkg/) หรือโอเพ่นซอร์สของ Tanzu Kubernetes Grid (TKG) แล้ว VMware ยังมีแผนอื่นสำหรับโซลูชันนี้เพื่อให้สอดคล้องกับ Cross-Cloud Service ด้วยเช่น

  • อนาคตอันใกล้จะใช้ได้ฟรีบน VMware Cloud on AWS
  • ออก Subscription ใหม่ให้ยืดหยุ่นมากขึ้นในการใช้งาน
  • TKG รองรับ GPU นอกเหนือจาก vSphere แต่บนสภาพแวดล้อมอื่นด้วยเช่น Azure หรือ AWS เพื่อตอบโจทย์ AI Workload

อย่างไรก็ดียังมีแง่มุมอื่นๆที่ VMware ได้ทำด้วยเช่น พัฒนาความสามารถ vRealize Cloud Management ให้รู้จักกับแอปได้กว่า 200 ตัว หรือความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์เพื่อขยายโซลูชันของตน

ที่มา : https://news.vmware.com/releases/vmworld-2021-cross-cloud-services และ https://www.networkworld.com/article/3635895/vmware-takes-aim-at-multicloud-services-security.html และ https://www.lightreading.com/service-provider-cloud/vmware-launches-cross-cloud-services-for-multi-cloud-management/d/d-id/772581 และ https://www.zdnet.com/article/vmwares-project-arctic-aims-to-make-hybrid-cloud-the-default-operating-model/ และ https://www.zdnet.com/article/vmware-streamlines-app-modernisation-in-multi-cloud-environments/ และ https://www.zdnet.com/article/vmware-edge-launched-to-service-enterprises-developing-multi-cloud-apps/ และ https://www.networkworld.com/article/3635889/vmware-reveals-new-software-services-for-the-edge.html

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-cross-cloud-service-in-vmworld-2021/

สรุปงานสัมมนา VMware พลิกเกมส์ด้วย Kubernetes ตอน DevSecOps กับ Modern Apps ที่เพิ่มขึ้น

ในยุคสมัยใหม่การพัฒนาแอปพลิเคชันในรูปแบบของ Microservices ถือเป็นเรื่องที่จำเป็น เพื่อให้สอดคล้องกับศักยภาพของ Infrastructure ในหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น On-premise หรือ Cloud นอกจากนี้ยังเกิดการปฏิวัติวัฒนธรรมการทำงานเดิมที่มักแบ่งแยกกันชัดเจน ให้บูรณาการกันมากขึ้นหรือ DevSecOps อย่างไรก็ดีโครงสร้างพื้นฐานในงานดังกล่าวมักมีการอาศัยเทคโนโลยี Container เข้ามาเกี่ยวข้อง ด้วยเหตุนี้ VMware จึงได้จัดงานสัมมนาขึ้นเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์พันเหล่านั้น พร้อมกับนำเสนอโซลูชันที่ช่วยให้การทำ Modernization ของท่านเป็นเรื่องง่ายขึ้น

DevSecOps คืออะไร?

credit : VMware

DevSecOps เป็นคำที่เราเริ่มได้ยินกันหนาหูมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้เรามักจะได้ยินคำว่า DevOps ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของการทำงานที่ประสานความร่วมมือระหว่าง Developer และ Operation เช่นกัน DevSecOps ก็คือการโฟกัสเพิ่มส่วนของทีม Security เข้ามา หากฟังดูเผินๆ อาจดูไม่ได้ลึกซึ้งมากเท่าไหร่นัก แต่เรื่องราวน่ากังขามากขึ้นหากท่านตั้งคำถามว่าต้องเริ่มต้นอย่างไร ความร่วมมือนี้จึงเกิดขึ้นได้จริง เพื่อนำพาองค์กรไปสู่ยุคใหม่ของ Application หรือการออกแบบในรูปแบบ microservices

และเพื่อให้ทีมงานผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดหรือทั้งองค์กรมองเห็นภาพเดียวกัน เราจะต้องเริ่มจากสิ่งที่เรียกว่า Framework ที่ระบุถึงแนวทางและกรอบปฏิบัติให้เกิดแนวทางที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ซึ่งในการเริ่มต้นเรื่องของ DevSecOps ก้าวแรกที่องค์กรควรต้องทำคือกำหนดเป้าหมายให้ชัด ตัวอย่างเช่น

  • Speed – พัฒนาเรื่องความรวดเร็วในการนำส่งซอฟต์แวร์จากการพัฒนาสู่ Production ดังนั้นภาพที่ชัดเจนคือเรื่องของการเพิ่มกลไกด้าน Automation 
  • Reliability – ต้องทำ Roll back หรือกู้คืนระบบได้รวดเร็ว ไม่มีจุดที่เป็น Single-point-of-failure
  • Traceabillity – กำหนดเมกทริกซ์ (metric) เพื่อวัดประสิทธิภาพหรือเวลา ว่าช้าคือประมาณไหนอย่างไร
  • Observabillity – เมื่อ Infrastructure กระจัดกระจายกันอยู่จะมองเห็นภาพรวมได้อย่างไร และต้องเจาะลึกข้อมูลลงในรายละเอียดได้
  • Security & Compliance – ตอบโจทย์ข้อบังคับระดับองค์กร และความมั่นคงปลอดภัย

นี่เองคือโจทย์ที่องค์กรต้องตั้งเป้าให้ชัดเจนว่าสิ่งที่ตนเองต้องการนั้นคืออะไรกันแน่ ทั้งนี้ต้องเริ่มต้นที่การมองตัวเองก่อนว่าปัจจุบันท่านอยู่จุดไหน ในหลายแง่มุมเช่นเรื่องของ Infrastructure ปัจจุบันมีการใช้งาน Cloud, On-premise, Multi-cloud หรือ Virtualize เป็นต้น แต่สิ่งที่หลายองค์กรอาจตกหล่นไปแต่กลับเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการเปลี่ยนผ่านวัฒนธรรมการทำงานก็คือการสื่อสาร ดังนั้นอีกเรื่องที่พลาดไม่ได้เลยคือต้องไปศึกษาดูว่าปัจจุบันทีม Dev, Security และ Operation ทำงานร่วมกันอย่างไร สื่อสารช่องทางไหน เพียงพอหรือไม่

credit : VMware

เมื่อทราบถึงสถานการณ์ของตน ประกอบกับมีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว ต้องประเมินว่าจุดที่ท่านต้องการพัฒนานั้นเกี่ยวกับใคร กำหนดหน้าที่กันให้ชัดว่าใครรับผิดชอบอะไรอย่างไร เมื่อทัศนะเชิงความคิดลงตัวแล้ว สิ่งต่อมาที่ต้องมองต่อไปคือเรื่องของกระบวนการ Pipeline ของ Build-Run-Manage ซึ่งแต่ละองค์กรอาจมีไม่เหมือนกัน เช่น ในภาพประกอบมีการแบ่งได้ขั้นตอนย่อยลงไปอีกหลายส่วน ที่พูดถึงเรื่องภาระหน้าที่ของแต่ละฝ่าย Security และวิธีปฏิบัติแบบ Best practice เป็นต้น

ความท้าทายในทางปฏิบัติ

ในแง่ของการลงมือทำจริงคำถาม 4 ข้อที่มักเกิดขึ้นได้บ่อยในองค์กรคือ 1.) จะเปลี่ยนจากแอปพลิเคชันแบบ Legacy เป็น Modern Application ได้อย่างไร  2.) ยังไม่มี Pipeline จะเริ่มยังไงหรือถ้ามีแล้วจะพัฒนาให้ดีขึ้นอย่างไร 3.) ปรับองค์กรอย่างไรให้การทำ Transformation ไม่สะดุดและเกิดขึ้นได้สำเร็จ 4.) จะนำ Security เข้าสู่กระบวนการพัฒนาได้อย่างไร

credit : VMware

เพื่อเป็นการตอบคำถามแรก ก่อนอื่นต้องเข้าใจตรงกันก่อนว่า Modernize Application คือเป้าหมายในการเปลี่ยนแอปพลิเคชันให้ใช้ความสามารถของคลาวด์ (Cloud Native) ซึ่งมักพ่วงกับเรื่องของ Container ส่วนอีกคำคือเรื่องของ Modernize Application Delivery คือการทำยังไงให้กระบวนการนำส่งโค้ดจาก Dev สู่ Production เกิดขึ้นได้รวดเร็วที่สุด

ทั้งนี้คำว่า Modernize ทั้งสองตัวมีสิ่งที่คล้ายๆกันในทางปฏิบัติ คือต้องแบ่งย่อยกระบวนการเป็นส่วนๆ ข้อดีก็คือสามารถวัดผลสำเร็จหรือล้มเหลวได้อย่างชัดเจน หากผิดพลาดก็เสียเวลาไม่มากนัก เช่นกันสุดท้ายแล้วองค์กรก็ต้องประเมินตัวเองด้วยว่า คนและวัฒนธรรมปัจจุบันนั้นจะนำพาให้ท่านไปถึงเป้าหมายได้หรือไม่ รวมไปถึงจะทำอย่างไรให้ตอบโจทย์ด้าน Security ไปพร้อมๆกัน

กลยุทธ์ในการทำ Modernize Application

หลักการที่องค์กรสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อประเมินแอปพลิเคชันที่ใช้อยู่ มีด้วยกัน 6 ขั้นดังนี้

1.) Retain – ไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงแอปพลิเคชัน คงไว้สภาพเดิม

2.) Rehost – ย้ายไปรันบนคลาวด์

3.) Re-platform – แอปบนระบบ VM ที่มีสามารถย้ายไปรันด้วย Container ได้หรือไม่

4.) Refactoring/Rearchitecting – การเปลี่ยนรูปแบบทำได้ไม่สะดวกนัก ต้องมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขโค้ดค่อนข้างเยอะ 

5.) Replace – เปลี่ยนความเป็นเจ้าของจากการพัฒนาแอปเอง ไปซื้อใช้แทนเช่น SaaS เป็นต้น

6.) Retire – ยกเลิกการใช้แอปพลิเคชันเหล่านั้น

กล่าวได้ว่าขั้นตอนแรกของการทำ Modernize Application ก็คือการประยุกต์ใช้งาน Container และ Kubernetes เพื่อเปลี่ยนแปลงมุมมองของ Infrastructure ให้เกิดขึ้นได้อย่างไร้รอยต่อ ตามมาด้วยขั้นที่สองคือทำการ Lift&Shift บางส่วนของแอปพลิเคชันให้ย้ายไปบน Container ซึ่งทั้งสองขั้นตอนนี้เป็นเพียงการนำพาไปสู่เรื่องของความสเถียรและความยืดหยุ่นที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่กระบวนการหลักๆของแอปพลิเคชันยังคงเดิม

ด้วยเหตุสุดท้ายแล้วจำเป็นต้อง Refactor แอปพลิเคชันให้มีการทำงานผ่าน API โดยผู้พัฒนาแอปพลิเคชันจะต้องออกแบบ เพื่อควบคุมว่าแอปของท่านจะให้ข้อมูลอะไรกับเครื่องมือ เช่น มีการส่ง Log ออกไปหรือ สามารถรับคำสั่งเข้ามาคอนฟิคการทำงานของแอปได้ แทนที่จะให้เครื่องมือเข้ามาวุ่นวายภายในแอปเพื่อหาข้อมูลเอง ที่อาจลดทอนประสิทธิภาพการทำงานของแอปพลิเคชัน นอกจากนี้ยังต้องมองการออกแบบให้เป็น Service ที่ทำงานได้แยกขาดกัน และไม่มีผลกระทบต่อกันในการเปลี่ยนแปลงอัปเดตใดๆ

ลงมือปฏิบัติทำ CI/CD 

เมื่อพูดถึง Modernize Application Delivery ก่อนที่จะคำนึงถึงเรื่องเครื่องมือหรือการทำสคริปต์ กระดุมเม็ดแรกที่ควรติดคือเรื่องของแนวคิดที่เรียกว่า Agile เพื่อสร้างเส้นทางการดำเนินงานที่เหมาะสม โดย Mindset ตรงนี้คือการโฟกัสไปที่เรื่องการนำส่งโค้ดของซอฟต์แวร์ แล้วค่อยพิจารณาถึงเรื่องเครื่องมือช่วยเหลือที่ต้องเปิดให้สามารถทำ Automation ได้

การกำหนดหน้าที่และกระบวนการของผู้เกี่ยวข้องก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในเรื่องของ Agile เช่นกัน แต่หากพูดถึงเรื่อง Security ตั้งแต่ระหว่างการผลิตจนเกิดผลสำเร็จ มักมีกลยุทธ์ 2 ส่วนที่ต้องทำควบคู่กันคือ

  • Buttom Up หรือการใส่ใจเรื่อง Security จากระดับล่างสู่ระดับสูง หรือตั้งแต่ทีม Infrastructure, Virtualize, Platform และ Developer
  • Left to right ในมุมของการพัฒนาโค้ดต้องมีการตระหนักถึงเรื่อง Security ตั้งแต่วันแรกของการพัฒนา หาความเป็นไปได้ของช่องโหว่ในโค้ด หรือติดตามส่วนประกอบของแพ็กเกจจาก Third-party 
credit : VMware

รู้จักกับ VMware Tanzu

เมื่อองค์กรตัดสินใจได้แล้วถึงการย้ายแอปพลิเคชันในรูปแบบเดิม สู่การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Container และบริหารจัดการด้วย Kubernetes หนึ่งในโซลูชันที่ VMware นำเสนอคือเรื่องของ VMware Tanzu โดยเราขอพาไปชมรายละเอียดกันอีกสักนิดครับว่า Tanzu Kubernetes Grid (TKG) นั้นน่าสนใจอย่างไร

อย่างที่เราทราบกันดีกว่า Container Orchrestrator ที่ชื่อ Kubernetes นั้นถือกำเนิดจากที่ทีมงานของ Google และถูกปล่อยในเวอร์ชันโอเพ่นซอร์ส ด้วยเหตุนี้เองจะเห็นได้ว่ามี Vendor หลายค่ายได้นำไปต่อยอดพัฒนาต่อในรูปแบบของตัวเอง หนึ่งในนั้นก็คือ VMware TKG โดยความน่าสนใจก็คือเมื่อ Vendor หลายค่ายจะพัฒนาต่อยอดโดยยึดเอาโครงสร้างเดิมของ Kubernetes ไว้ ดังนั้นกล่าวได้ว่า TKG จะสามารถรองรับการย้าย Workload ไปยังโซลูชัน Kubernetes ค่ายอื่นได้ เช่น VMware Cloud on AWS, Kubernetes on-premise และ Public Cloud

credit : VMware

หากเจาะลึกเข้าไปถึงไอเดียภายในจริงๆ แล้วสิ่งที่ VMware ทำก็คือรักษาตัว Kubernetes ตามแบบฉบับเดิมเอาไว้ และใช้ช่องทางที่ Custom Resource Definition(CRD) ซึ่งเป็นสิ่งที่ Kubernetes เปิดทางให้ผู้สนใจสามารถต่อยอดความสามารถของตนได้ โดยตัวอย่างจากภาพประกอบด้านบน MachineSet ก็คือการสร้างกลุ่ม VM เป็นต้น

credit : VMware

อีกหนึ่งแนวคิดที่ VMware ได้หยิบยื่นให้ผู้ใช้งานคือแนวคิดของ Platform Manage หรือการที่แพลตฟอร์มได้ถูกสร้างไว้อย่างครอบคลุมการทำงานในระดับองค์กรแล้ว ซึ่งยังช่วยลดการเขียนสคิร์ปต์ที่ซับซ้อนยุ่งยาก ที่แอดมินส่วนใหญ่พบเจอในการทำงานทุกวันนี้ โดยขอเพียงแอดมินหรือ Dev กำหนดสถานะปลายทางที่ต้องการ แพลตฟอร์มของ VMware ก็จะทำงานตามนั้น ทั้งยังตอบโจทย์ในมุมของ Dev ที่เน้นความรวดเร็วเป็นสำคัญประหนึ่งว่าทำงานกับคลาวด์ รวมถึงยังใช้คำสั่ง Kubectl ที่ใช้บน Kubernetes ปกติได้ด้วย ในอีกด้านผู้ดูแล vSphere ก็สามารถใช้เครื่องมือหน้าตาเดิมๆเพื่อจัดการ TKG ได้ด้วย เพียงแต่จะมีคอนเซปต์เรื่องของ Namespace ขึ้นมา ที่มองทรัพยากรอย่างเป็นกลุ่มก้อนและส่งต่อในนักพัฒนานำไปจัดการต่อได้ด้วยตัวเอง

โซลูชันจาก VMware ที่ช่วยอุดรอยรั่วในขั้นตอน CI/CD

credit : VMware

Security นั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคำนึงถึงตั้งแต่เริ่มแรกในระดับการเขียนโค้ด แต่ถ้าพูดถึงการพัฒนาแแอปพลิเคชันด้วย Kubernetes ในรูปแบบของ Microservices เชื่อแน่ว่าแอปพลิเคชันแต่ละตัวมักประกอบด้วย Service อีกหลายตัว ซึ่งโดยทั่วไปแล้วองค์กรมักมีแอปพลิเคชันอีกมายมาก ทำให้นำมาสู่ปัญหาในด้านการจัดการ ตรงนี้เอง VMware Tanzu Mission Control จึงเข้ามาช่วยรวมศูนย์การบริหารจัดการ Kubernetes Cluster ไม่ว่า Cluster จะอยู่บน Kubernetes แบบ On-premise หรือ Public Cloud โดย Tanzu Mission Control สามารถบริหารจัดการ Cluster Lifecycle ได้อย่างครบวงจรเช่น Create, Update, Delete, Start&Stop รวมถึงสามารถทำ Policy และ Backup&Restore

ปัจจุบันนี้เราสามารถเลือกหา image ตั้งต้นเพื่อนำมาใช้เป็นพื้นฐานของแอปพลิเคชันได้จากแหล่งต่างๆ อย่างไรก็ดีมี image เกิดขึ้นใหม่มากมาย อาจจะเกิดขึ้นตามลักษณะงานและเวอร์ชันที่แตกต่างกันของแพ็กเกจที่ใส่มา ดังนั้นจะมั่นใจได้อย่างไรว่า image นั้นปลอดภัย ซึ่ง VMware Application Catalog คือแหล่งรวบรวม Opensource image ที่ผ่านการตรวจสอบจาก VMware แล้วว่า image นั้นปลอดภัยให้องค์กรสามารถนำไปใช้ต่อได้อย่างมั่นใจ

credit : VMware

อีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญคือการแก้ไขช่องโหว่ในแอปพลิเคชันที่มักทำได้ล่าช้า เพราะเมื่อพบช่องโหว่แล้ว ขั้นตอนในการอัปเดตโค้ดนั้นค่อนข้างยาก โดยเมื่อพิจารณาจากงานใน Pipeline แล้ว จะเห็นได้ว่าหากไร้เครื่องมือช่วยเหลือในการทำขั้นตอนเดิมๆซ้ำๆ คงไม่ดีแน่ ดังนั้นจึงเป็นที่มาของโซลูชัน Tanzu Build Service ที่จะช่วยเข้ามาจัดการกระบวนการซ้ำซ้อนอย่างอัตโนมัติ ด้วยเหตุนี้การอัปเดตแพตช์โค้ดช่องโหว่จึงมิใช่เรื่องยากอีกต่อไป

จะเห็นได้ว่าโซลูชัน VMware Tanzu ในส่วนประกอบต่างๆสามารถตอบโจทย์ในเรื่องเทคโนโลยีที่ช่วยผลักดันการพัฒนาแอปพลิเคชัน หรือยกระดับการทำงานที่สามารถตอบโจทย์การทำงานได้ทั้งทีม Dev, Sec และ Ops ให้เป็นไปได้อย่างดี โดย Dev ก็ยังทำงานด้วยเครื่องมือเดิมผ่านคำสั่งของ Kubernetes แต่จัดการได้อย่างสะดวกมากขึ้น และเมื่อทีม Security พบปัญหาแจ้งกลับไปยัง Dev การอัปเดตนั้นก็จะไม่ล่าช้า ส่วนทีม Operation ก็ยังทำหน้าควบคุม จัดสรรทรัพยากรในภาพรวมได้ไม่ว่าจะเป็น VM หรือ Container ด้วยเครื่องมือที่คุ้นเคย เรียกได้ว่าเป็นความกลมกล่อมที่ VMware นำเสนอเพื่อช่วยองค์กรให้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของแอปพลิเคชันครับ

from:https://www.techtalkthai.com/summary-vmware-webinar-changing-game-with-kube-ii-sep-2021/

VMware Webinar – พลิกเกมส์ด้วย Kubernetes ตอน: DevSecOps กับ Modern Apps ที่เพิ่มขึ้น

VMware ขอเรียนเชิญ IT infrastructure, IT Manager, DevOps และชาวไอทีผู้สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์หัวข้อ “พลิกเกมส์ด้วย Kubernetes ตอน: DevSecOps กับ Modern Apps ที่เพิ่มขึ้น” ซึ่งท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับโซลูชัน VMware Tanzu ในมุมของ DevSecOps ว่าจะสามารถช่วยเหลือท่านได้อย่างไร ในวันอังคารที่ 7 กันยายน 2021 เวลา 10.30 – 12.00 น. โดยมีกำหนดการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ : พลิกเกมส์ด้วย Kubernetes ตอน: DevSecOps กับ Modern Apps ที่เพิ่มขึ้น

ผู้บรรยาย : คุณ Pongsak Khamdee ตำแหน่ง Senior Solutions Engineer บริษัท VMware (Thailand) Co., Ltd.

วันเวลา : วันอังคารที่ 7 กันยายน 2021 เวลา 10.30 – 12.00 น.

ภาษา : ไทย

ลิงก์ลงทะเบียน : https://vmware.zoom.us/webinar/register/4916299917431/WN_NtyFzFChQ_e2r-Rh3p_Bqg

จากผลสำรวจของ VMware ล่าสุด เกี่ยวกับการใช้งาน Kubernetes ในปี 2021 พบว่ามีการใช้งาน Kubernetes เพิ่มสูงขึ้นมากทั้งในภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม โดยมากกว่า 65% ของบริษัทที่ตอบแบบสำรวจมีการนำมาใช้จริงกับองค์กร ต่างจากการสำรวจเมื่อ 2 ปีก่อน พบว่ามีเพียง 30% เท่านั้นที่นำมาใช้จริง

สะท้อนให้เห็นว่าในปัจจุบันบริษัทต่าง ๆ ต่างหาวิธีที่จะนำ Kubernetes มาช่วยให้การปฏิบัติงานทำได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น ด้วยแนวโน้มที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าการดำเนินธุรกิจในยุคนี้ จะต้องใช้เทคโนโลยีเป็นตัวนำธุรกิจ และต่างมองเห็นประโยชน์ที่ชัดเจนของ Kubernetes ecosystem

เหล่านี้ล้วนเป็นเหตุผลที่แต่ละองค์กรต่างก้าวไปสู่การทำ app modernization เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น webinar ในครั้งนี้ เราจะมาร่วมสำรวจไปด้วยกันว่าองค์กรของท่านจะได้รับประโยชน์จาก Kubernetes ที่มีรูปแบบที่เอื้อต่อการทำงานของ DevSecOps ได้อย่างไร การวางหรือปรับ framework ในการทำ modern apps เพื่อรองรับ public cloud ผ่านการ integrated stack ที่ประกอบไปด้วย Kubernetes และการควบคุมแบบรวมศูนย์จากส่วนกลาง เพื่อการกำหนดแนวนโยบายและระบบรักษาความปลอดภัยที่สอดคล้องกับ Kubernetes clusters ทั้งแบบ on-premises และบน clouds

หัวข้อการบรรยาย จะครอบคลุมถึง:

  • การให้บริการระบบ Kubernetes ที่เข้าถึงและจัดการได้ง่าย ไม่ว่าจะอยู่ใน Data center หรือ Cloud ด้วย TKG
  • เรียนรู้วิธีรักษาความปลอดภัยของ Application จากกระบวนการ Build จนถึง Run บนระบบ Kubernetes
  • รูปแบบการใช้ Framework ที่เหมาะสมเพื่อช่วยในการพัฒนา Application แบบต่อเนื่อง ปลอดภัย และจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-webinar-kubernetes-for-devsecops-and-modern-apps/

NVIDIA เปิดตัว NVIDIA AI Enterprise ชุดเครื่องมือ AI สำเร็จรูปสำหรับองค์กร

NVIDIA เปิดตัว NVIDIA AI Enterprise ชุดเครื่องมือ AI สำเร็จรูปสำหรับองค์กร ช่วยให้องค์กรเริ่มต้นใช้งาน AI บน VMware Virtualization ได้ง่ายยิ่งขึ้น

Credit: NVIDIA

NVIDIA AI Enterprise เป็นการรวมชุดเครื่องมือและ Framework ของระบบ AI หลายตัว เช่น Tensorflow, PyTorch, NVIDIA RAPIDS, NVIDIA TensorRT และ NVIDIA Triton Inference Server เข้าด้วยกัน และรองรับการทำงานบน VMware vSphere และ VMware Tanzu โดยเฉพาะ ช่วยให้องค์กรที่ต้องการใช้งาน AI Application หรือ Machine Learning บนระบบ Virtualization ที่เป็นมาตรฐาน สามารถเริ่มต้นใช้งานได้ง่ายยิ่งขึ้น โดย NVIDIA จะมีบริการ Support ด้วย SLA ระดับองค์กร ปัจจุบันมีผู้ผลิต Server หลายรายได้รับ Certified กับ NVIDIA AI Enterprise เป็นที่เรียบร้อย เช่น Atos, Dell, Gigabyte, HPE, Inspur, Lenovo และ Supermicro ซึ่งรองรับการใช้งาน GPU รุ่นต่างๆ ได้แก่ A100, A30, A40, A10 และ T4

NVIDIA AI Enterprise จะจำหน่ายผ่านทางพาร์ทเนอร์ทั่วโลก มีค่าใช้จ่ายรูปแบบ Subscription เริ่มต้นที่ 2,000 เหรียญต่อปี และแบบ Perpetual ในราคา 3,595 เหรียญ โดยนับ License ตามจำนวน CPU Socket ที่ใช้งาน

ที่มา: https://www.globenewswire.com/news-release/2021/08/24/2285601/0/en/Global-Availability-of-NVIDIA-AI-Enterprise-Makes-AI-Accessible-for-Every-Industry.html

from:https://www.techtalkthai.com/nvidia-releases-nvidia-ai-enterprise-ai-tools-for-enterprise/

[Video Webinar] Modernize Your Application and Infrastructure by VMware Tanzu

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย Tangerine Webinar เรื่อง “Modernize Your Application and Infrastructure by VMware Tanzu” เพื่อเรียนรู้การทำ Application Modernization และสร้าง Cloud Native Apps เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจในยุคดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาระบบแอปพลิเคชันในระดับองค์กรไม่ใช่เรื่องง่าย Tangerine ร่วมกับ VMware (Thailand) ขอนำเสนอโซลูชันที่สามารถช่วยเร่งความเร็วของการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาระบบแอปพลิเคชันของท่านได้ด้วยเทคโนโลยี Cloud Native และ Containerization การปฏิบัติงานด้วยระบบการทำงานแบบอัตโนมัติที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน

ในงานสัมมนาครั้งนี้ ท่านจะได้เรียนรู้ตั้งแต่การเลือกใช้แพลตฟอร์มพื้นฐานในการสร้าง Application Modernization และ Cloud Native Application เพื่อตอบโจทย์และสร้างประโยชน์ทางธุรกิจ โดย VMware Tanzu ถือเป็นผู้นำเรื่องการลดความซับซ้อนของการดำเนินงาน ที่จะช่วยให้ท่านสามารถปรับปรุงและสร้างโครงสร้างพื้นฐานแอปพลิเคชันที่ทันสมัยได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายยิ่งขึ้น รวมถึงช่วยให้ทีมพัฒนาและทีมปฏิบัติการสามารถทำงานร่วมกันในรูปแบบใหม่เพื่อให้ได้แอปพลิเคชันที่ดีที่สุด

หัวข้อการบรรยาย

  • Basic Concept for Application Modernization and Cloud Native Application
  • VMware Tanzu Container Platform
  • How to Build, Deploy and Test with CI/CD

from:https://www.techtalkthai.com/video-webinar-modernize-your-application-and-infrastructure-by-vmware-tanzu/

Tangerine Webinar: Modernize Your Application and Infrastructure by VMware Tanzu

Tangerine ขอเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน IT เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ Tangerine Webinar เรื่อง “Modernize Your Application and Infrastructure by VMware Tanzu” เพื่อเรียนรู้การทำ Application Modernization และสร้าง Cloud Native Apps เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจในยุคดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ในวันพุธที่ 14 กรกฎาคม เวลา 14:00 น. ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าฟังบรรยายได้ฟรี

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Modernize Your Application and Infrastructure by VMware Tanzu
ผู้บรรยาย: 

  • Pongsak Khamdee, Senior Solution Engineer, VMware Thailand
  • Suppakiat Panpairote, Solution Consultant, Tangerine Co.,Ltd.
  • Theera Wiwatchotiporn, Cloud Engineer, Tangerine Co.,Ltd.

วันเวลา: วันพุธที่ 14 กรกฎาคม เวลา 14:00 – 15:30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/WN_5PMvBoa3SeCGoI920EuA9Q

การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาระบบแอปพลิเคชันในระดับองค์กรไม่ใช่เรื่องง่าย Tangerine ร่วมกับ VMware (Thailand) ขอนำเสนอโซลูชันที่สามารถช่วยเร่งความเร็วของการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาระบบแอปพลิเคชันของท่านได้ด้วยเทคโนโลยี Cloud Native และ Containerization การปฏิบัติงานด้วยระบบการทำงานแบบอัตโนมัติที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน

ในงานสัมมนาครั้งนี้ ท่านจะได้เรียนรู้ตั้งแต่การเลือกใช้แพลตฟอร์มพื้นฐานในการสร้าง Application Modernization และ Cloud Native Application เพื่อตอบโจทย์และสร้างประโยชน์ทางธุรกิจ โดย VMware Tanzu ถือเป็นผู้นำเรื่องการลดความซับซ้อนของการดำเนินงาน ที่จะช่วยให้ท่านสามารถปรับปรุงและสร้างโครงสร้างพื้นฐานแอปพลิเคชันที่ทันสมัยได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายยิ่งขึ้น รวมถึงช่วยให้ทีมพัฒนาและทีมปฏิบัติการสามารถทำงานร่วมกันในรูปแบบใหม่เพื่อให้ได้แอปพลิเคชันที่ดีที่สุด

งานสัมมนานี้เหมาะสำหรับ: IT Manager, Software Development Lead, Cloud Engineer, DevOps Engineer, Network Engineer และ IT Admin

กำหนดการ

14:00 – 14:05 Welcome & Introduction
14:05 – 14:35 Basic Concept for Application Modernization and Cloud Native Application
14:35 – 14:55 VMware Tanzu Container Platform
14:55 – 15:15 How to Build, Deploy and Test with CI/CD
15:15 – 15:30 Wrap up and Q&A

ประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ

  1. เรียนรู้เกี่ยวกับ VMware Tanzu และ ความสามารถในการช่วยพัฒนาแอปพลิเคชัน
  2. ประโยชน์ที่ได้รับจาก VMware Tanzu ในการนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจ
  3. รู้จัก CI/CD Tools ที่จำเป็นต้องใช้ในการพัฒนาแอปพลิเคชัน
  4. ตัวอย่างการขึ้นงานเพื่อใช้งานจริง กระบวนการวางระบบแอปพลิเคชันอย่างอัตโนมัติ

from:https://www.techtalkthai.com/tangerine-webinar-modernize-your-application-and-infrastructure-by-vmware-tanzu/

สรุปหัวข้อบรรยาย Accelerate Your App and Cloud Transformation with VMware Tanzu

ในงานสัมมนา AIS Business Digital Future 2021 – Your Trusted Digital Partner ที่ผ่านมา อีกหนึ่งหัวข้อที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากก็คือ Accelerate Your App and Cloud Transformation with VMware Tanzu โดยคุณเอกภาวิน สุขอนันต์ Country Manager แห่ง VMware Thailand ซึ่งทาง TechTalkThai ก็ขอนำสรุปเรื่องราวนี้เอาไว้ดังนี้ครับ

องค์ประกอบ 3 ส่วนของ Trusted Digital Foundation

คุณเอกภาวินได้เริ่มต้นเล่าถึง Trusted Digital Foundation ในมุมของ VMware ที่จะเป็นรากฐานในการสร้างระบบเบื้องหลังเพื่อให้บริการทางด้านเทคโนโลยีและข้อมูลสำหรับขับเคลื่อนการทำ Digital Transformation และบริการแบบ Digital Service ของภาคธุรกิจองค์กร โดยมีส่วนประกอบสำคัญด้วยกัน 3 ส่วน ดังนี้

1. การให้ความสำคัญกับ Multi-Cloud และ App-Led Ecosystem

ทุกๆ ธุรกิจนั้นจะต้องมีการใช้งาน Cloud มากขึ้นเรื่อยๆ และในอนาคตก็จะต้องก้าวไปสู่ภาพของ Edge to Cloud เพื่อรองรับการมาของนวัตกรรมใหม่ๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น AI, IoT หรือหุ่นยนต์ก็ตาม ดังนั้นการที่ธุรกิจองค์กรจะปรับตัวให้พร้อมรับกับการทำ Multi-Cloud ให้ได้เพื่อให้สามารถใช้งานเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่เหมาะสมตามแต่ละงานหรือการพัฒนา Software หรือบริการในแต่ละโครงการได้โดยไม่ติดข้อจำกัดด้านผู้ให้บริการ Cloud และมีทางเลือกในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการประมวลผลได้อย่างอิสระ รวมถึงมีความมั่นคงทนทานในระดับสูงสุด

2. การส่งเสริมการเชื่อมต่อและการใช้นวัตกรรมในโลกของการทำงานที่กระจายตัว

การทำงานในอนาคตนั้นจะผันไปสู่ภาพของ Hybrid Work อย่างเต็มตัว ในขณะที่การสร้างสรรค์นวัตกรรมในผลิตภัณฑ์และบริการของธุรกิจองค์กรเองก็จะไม่จำกัดอยู่เฉพาะในรูปแบบของ Web หรือ Mobile App เท่านั้น แต่ตัวผลิตภัณฑ์หรือบริการเองนั้นอาจจะมีหน่วยประมวลผลและการเชื่อมต่อเครือข่ายเป็นของตนเองด้วย ดังนั้นการวางกลยุทธ์ด้านระบบเครือข่ายเพื่อเชื่อมต่อพนักงาน สินค้า และบริการขึ้นมาสู่ Cloud ให้ได้จึงจะเป็นอีกโจทย์สำคัญขององค์กร

3. การใช้แนวคิด Intrinsic Security บนทุกๆ Platform

การรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้กับระบบ IT และเทคโนโลยีต่างๆ ในอนาคตจะมีความซับซ้อนสูงขึ้นมาก อีกทั้งด้วยการที่เทคโนโลยีและระบบต่างๆ จะอยู่กระจัดกระจายตัวกันมากขึ้น ดังนั้นแนวคิดในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยจึงต้องเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตและปัจจุบันเป็นอย่างมาก ซึ่งทาง VMware เองก็ได้นำเสนอแนวคิดที่มีชื่อว่า Intrinsic Security ที่เกิดการรวบรวมข้อมูลเพื่อตรวจจับและยับยั้งภัยคุกคามจากทุกระบบในทุกๆ ที่อยู่ตลอดเวลาโดยอัตโนมัตินั่นเอง

แน่นอนว่าในการปรับระบบ IT ของธุรกิจองค์กรให้สอดคล้องกับ 3 องค์ประกอบของ Trusted Digital Foundation นี้ ธุรกิจองค์กรต้องมีการวางแผนกลยุทธ์ด้านเทคโนโลยีใหม่ รวมถึงต้องมีการนำแนวคิดใหม่ๆ ในการพัฒนาระบบ Application เช่น Cloud-Native Application, DevOps มาใช้ และ VMware เองก็ตั้งใจว่าจะเป็นผู้พัฒนา Platform เพื่อตอบโจทย์ของ Application ในอนาคตเหล่านี้ให้ได้อย่างครอบคลุม

ในระบบ Multi-Cloud ต้องรองรับทั้ง Application แบบเดิมและแบบใหม่

เพื่อให้ธุรกิจองค์กรดำเนินต่อไปได้อย่างไม่สะดุดติดขัด การใช้งาน Application ทั้งแบบดั้งเดิมและแบบใหม่นั้นก็ล้วนจำเป็นต่อธุรกิจทั้งคู่ โดยในมุมของ VMware ได้มีการจำแนกประเภทของ Application เอาไว้ดังนี้

1. Existing Application

สำหรับระบบ Application แบบดั้งเดิมนั้น ก็ยังคงต้องมีการดูแลรักษาต่อไป และอาจมีการทำ Replatform เพื่อให้ระบบรองรับการนำไปใช้ในสถาปัตยกรรม Cloud ได้ และก้าวสู่ภาพของ Hybrid Cloud ได้สำเร็จในเป้าหมายปลายทาง

ในระยะยาว สำหรับระบบแบบดั้งเดิมนี้ ธุรกิจจะต้องมองหาแนวทางในการลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาลง และเสริมความมั่นคงปลอดภัยให้กับระบบอย่างสม่ำเสมอ พร้อมตรวจสอบให้แน่ใจว่า ระบบจะสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง

2. Modern Application

ทางด้าน Application สมัยใหม่ในแบบ Cloud-Native ที่มีการใช้ Container เป็นหลัก ธุรกิจเองก็ต้องวิเคราะห์ว่าจะทำการแปลง Application เดิมชุดใดบ้างขึ้นมาเป็นแบบ Cloud-Native เพื่อให้รองรับต่อการพัฒนาต่อยอดและเพิ่มขยายในอนาคต รวมถึงเมื่อมีโครงการพัฒนา Software ใหม่ๆ ก็ต้องพิจารณาให้ดีว่าจะต้องใช้งานสถาปัตยกรรมใหม่หรือไม่ และจะใช้เครื่องมือใดที่มีให้ใช้งานบน Cloud เพื่อให้รองรับต่อโจทย์ในปัจจุบันและอนาคตบ้าง

ในระยะยาว สำหรับระบบแบบใหม่นี้ จุดสำคัญคือการใช้เทคโนโลยีและแนวทางแบบใหม่เพื่อช่วยเร่งให้ Time to Market ของผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ๆ ในรูปแบบดิจิทัลสามารถถูกส่งไปยังมือของผู้ใช้ให้ได้เร็วที่สุด สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และพร้อมเพิ่มขยายได้ทันทีหากผลิตภัณฑ์หรือบริการใดได้รับความนิยมในช่วงข้ามคืน

VMware Multi-Cloud Strategy ช่วยให้ธุรกิจองค์กรใช้งานได้ทุกบริการ Cloud รองรับงานได้ทุก Workload

VMware นั้นต้องการช่วยให้ธุรกิจองค์กรสามารถก้าวสู่ภาพของ Multi-Cloud ได้อย่างง่ายดาย ด้วยการพัฒนาโซลูชันเพื่อให้ธุรกิจองค์กรสามารถใช้งานบริการ Public Cloud ชั้นนำได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น AWS, Microsoft Azure, Google Cloud, Alibaba Cloud, IBM Cloud, Oracle Cloud ไปจนถึงบริการจาก Local Cloud Provider ที่เป็น VMware Cloud Partner ก็ตาม

โซลูชัน Multi-Cloud ของ VMware นั้นจะช่วยให้ธุรกิจองค์กรสามารถใช้งานบริการ Cloud เหล่านี้ได้โดยมีการบริหารจัดการได้จากศูนย์กลาง ภายใต้ 3 แนวคิด

  • Consistent Developer Model นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถใช้เครื่องมือและขั้นตอนเดียวกันได้ ไม่ว่าจะทำการ Dev, Test หรือ Deploy ไปยัง Cloud ใดก็ตาม
  • Consistent Operations สามารถดูแลรักษาและทำ Automation บนทุกๆ บริการ Cloud ได้เหมือนกัน
  • Consistent Infrastructure สามารถใช้งาน VM Infrastructure และ Container Infrastructure เดียวกันได้ไม่ว่าจะใช้บริการ Cloud ใดอยู่

ปัจจุบัน VMware ได้มีการให้บริการ Cloud ทั่วไปแล้วมากกว่า 70 ล้าน Workload ใน 128 ประเทศทั่วโลก โดยสำหรับในประเทศไทยก็มี VMware Cloud Provider คอยให้บริการ VMware Cloud อย่างเช่น AIS Business อยู่

สิ่งที่ AIS และ VMware จะช่วยให้องค์กรสามารถสร้าง Application ให้ประสบความสำเร็จ ประกอบด้วย 2 ประเด็นหลักๆ คือ

  1. AIS และ VMware จะช่วยให้การบริหารจัดการ Infrastructure ของท่าน มีความง่ายต่อการบริหารจัดการและปลอดภัย
  2. AIS และ VMware จะช่วยให้การ Develop Applications นั้นสามารถ Roll Out Application ได้เร็วและง่ายขึ้น

AIS เป็น VMware Cloud Provider Partner เจ้าแรกในไทยที่สามารถให้บริการ Container as a Service บนแพลตฟอร์ม VMware Tanzu นอกเหนือจากนั้น AIS และ VMware ได้ร่วมกันพัฒนาและขยายขอบเขตในการให้บริการจาก Infrastructure as a Service โดยเริ่มต้นจับมือกับ Partners 3 ราย เพื่อให้บริการในรูปแบบของ Platform as a Service ซึ่งถือว่าเป็นการสร้าง Cloud Ecosystem ให้แข็งแรงขึ้นในประเทศไทย โดยประกอบด้วย

  • Opsta ผู้เชี่ยวชาญในการทำ Cloud Native Application ซึ่งช่วยให้นักพัฒนาสามารถ Develop และ Operate Application ให้ง่ายขึ้น พร้อมด้วยการดูแลด้านความปลอดภัย
  • Blendata ผู้ให้บริการ Big Data Analytics บน Cloud Platform
  • Vizrt ผู้ให้บริการ Broadcasting Platform เพื่อช่วยให้การนำเสนอมีความน่าสนใจมากขึ้น

การทำ Digital Transformation จะต้องสร้างอยู่บน Trusted Digital Foundation โดย AIS เป็น Trusted Digital Partner ที่จะช่วยให้ท่านสามารถบริหารจัดการ Infrastructure ได้ง่าย ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้สามารถจัดการกับ Applications ได้เร็ว ช่วยให้ท่านสามารถ Develop และ Migrate ได้เร็ว โดยอาศัยเทคโนโลยีจาก VMware Tanzu โดย AIS จะเป็นแพลตฟอร์มกลางที่ช่วยให้ท่านสามารถเลือกใช้ Cloud service จากหลากหลายผู้ให้บริการ

สนใจใช้งานบริการ Cloud หรือโซลูชันของ VMware ติดต่อทีมงาน AIS หรือ CSL ได้ทันที

ผู้ที่สนใจใช้งานบริการ Cloud หรือโซลูชันของ VMware สามารถติดต่อทีมงาน AIS หรือ CSL ได้ที่อีเมล csl-presales@ais.co.th หรือโทร 02-263-8185

from:https://www.techtalkthai.com/summary-ais-webinar-accelerate-your-app-and-cloud-transformation-with-vmware-tanzu/

VMware Webinar : พลิกเกมส์ด้วย Kubernetes [22 June 2021]

VMware ขอเรียนเชิญ IT infrastructure, IT Manager, DevOps และชาวไอทีผู้สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์หัวข้อ “พลิกเกมส์ด้วย Kubernetes” ซึ่งเป็นการเรียนรู้แพลตฟอร์มของ VMware ที่สามารถตอบโจทย์การทำงานขององค์กรได้ในทุกรูปแบบ ในวันอังคารที่ 22 มิถุนายน 2021 เวลา 10.00 – 12.00 น. โดยมีกำหนดการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ : พลิกเกมส์ด้วย Kubernetes

ผู้บรรยาย : คุณ Pongsak Khamdee ตำแหน่ง Senior Solutions Engineer บริษัท VMware (Thailand) Co., Ltd.

วันเวลา : วันอังคารที่ 22 มิถุนายน 2021 เวลา 10.00 – 12.00 น.

ภาษา : ไทย

ลงทะเบียน : https://vmware.zoom.us/webinar/register/1116235954603/WN_vOWHVGGSTkGIQ1jTwQ3wCg

Virtualization และ Kubernetes จัดเป็นสองเทรนด์เทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีทั้งสองนี้นำมาซึ่งการพลิกโฉมอย่างมหาศาลต่ออุตสาหกรรม เห็นชัดว่ามี ecosystems ที่เติบโตขึ้นจากเทคโนโลยีนี้เป็นจำนวนมาก

ด้วยเหตุนี้ VMware จึงได้นำโซลูชันรุ่นใหญ่ระดับเฮฟวี่เวทอย่าง VMware vSphere, Cloud Foundation และ Tanzu มารวมกัน จัดเป็นการ crossover ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาของเรา สร้างให้เกิด “แพลตฟอร์มเดียวที่ทำงานได้ทุกอย่าง” รองรับตั้งแต่ระบบรุ่นเก๋าจนถึงรุ่นใหม่ จาก Data Center ไปสู่ Cloud และไปถึงระดับ Edge ภายใต้แพลตฟอร์มเดียว

ถ้าคุณอยู่ในฝ่ายไอที และกำลังพยายามทำความเข้าใจหรือใช้งาน VM และ Kubernetes ร่วมกัน ไม่ควรพลาดการบรรยายผ่าน webinar ในครั้งนี้…….. เพราะการบรรยายในครั้งนี้ เราจะช่วยทำให้คุณเห็นภาพรวมของ Kubernetes ตั้งแต่เริ่มต้น การนำไปใช้ การปรับให้เข้ากับเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องอย่าง modern software supply chain รวมไปถึงการเพิ่มประสิทธิภาพให้สามารถรับ workloads ใหม่ ๆ ในโลกของ Hybrid/Multi-Cloud ได้ดียิ่งขึ้น

หัวข้อการบรรยาย:

  • App modernization to accelerated digital transformation
    ทำไมต้องเปลี่ยนรูปแบบของ application แบบเดิม และรูปแบบของ application แบบใหม่เป็นแบบไหน และธุรกิจจะได้อะไรจากการเปลี่ยนแปลง
  • Modern software supply chain
    กระบวนการในการพัฒนา และ deliver software ในรูปแบบใหม่ ที่เน้นในเรื่องความเร็ว ต่อเนื่อง และปลอดภัย รวมถึงแก้ไขได้ โดยไม่ส่งผลกระทบกับการใช้งาน
  • Demo VMware Tanzu power software business
    ตัวอย่างเมื่อนำ VMware Tanzu เข้ามาใช้ในกระบวนการพัฒนา และ deliver software
    อธิบาย scenario และ components ที่ใช้สำหรับตัวอย่างเพื่อแก้ปัญหาในการพัฒนา และส่งมอบ software
    o Coding ด้วย spring framework เพื่อ deliver app ได้เร็ว และรูปแบบที่ดี
    o Build ด้วย tanzu build service เพื่อให้มี มาตรฐานสำหรับองค์กรในการ Build software package
    o Security scan เพื่อตรวจสอบช่องโหว่ของ software ตั้งแต่ต้นทาง
    o Deploy บน Tanzu Kubernetes Grid ในแบบ multi environment
    o Manage Kubernetes environment ด้วย Tanzu Mission Control และ Vsphere with Tanzu
  • Demo กระบวนการทำงาน
  • VMware Tanzu มีประโยชน์อย่างไร และสามารถตอบโจทย์ในเรื่องใด เมื่อเทียบกับ Solution อื่น

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-tech-tuesday-change-the-game-with-kubernetes/

VMware เปิดตัว ‘Modern Apps Connectivity Platform’

VMware ได้รวมโซลูชันของตนอย่าง Advance Load Balancer (Avi) เข้ากับ Tanzu Service Mesh ทำเป็นโซลูชันที่ชื่อว่า Modern App Connectivity

การที่องค์กรเปลี่ยน Infrastructure ของตนไปยัง Kubernetes หรือ Container นั้นยังเกิดความท้าทายขึ้นในด้านการบริหารจัดการ ทั้งจากแอปเดิมที่มี การใช้ VM และ Container ว่าจะบูรณาการให้เชื่อมต่อกันอย่างไร แถมยังต้องควบคุมเรื่องของ Security ไปพร้อมๆ กัน

credit : Zdnet

Modern App Connectivity ได้ผสานเอาคุณสมบัติของ Advance Load Balancer และ Tanzu Service Mesh เข้ารวมกัน โดยในส่วนแรกจะดูแลเรื่องของ Ingress, Load Balancing, WAF, DNS, IPAM, GLSB สำหรับส่วนหลังจะดูแลประสานการเชื่อมต่อของแอปทั้งบน On-premise และ Cloud ไม่ว่าจะเป็น VM, Container หรือ Bare Metal ก็สามารถทำงานร่วมกันได้ทั้งสิ้น ทำให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมการทำงานได้จาก North-South และ East-West ได้อย่างสมบูรณ์

credit : Zdnet

ที่มา : https://www.zdnet.com/article/vmware-combines-services-for-new-modern-apps-connectivity-platform/

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-announces-modern-apps-connectivity-solution/