คลังเก็บป้ายกำกับ: VIVO

สเปค Vivo S10e 5G มือถือจอ AMOLED 90Hz ขนาด 6.4 นิ้ว พร้อมกล้องหลัง 64MP เปิดราคาในจีนราวหมื่นบาทต้น ๆ

Vivo เปิดตัวมือถือซีรีส์ S รุ่นน้องเล็กอย่าง Vivo S10e 5G ภาคต่อจาก Vivo S9e 5G ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงเดือนมีนาคม โดยมือถือรุ่นนี้มากับจุดเด่นที่หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว และกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียดสูงสุด 64MP และระบบชาร์จไวปรู๊ดปร๊าดถึง 44W ส่วนราคาเริ่มต้นเปิดมาได้น่าสนใจมาก ๆ ที่ 2399 หยวน หรือประมาณ 12,500 บาทเท่านั้น

Vivo S10e 5G ยังคงใช้พาเนลหน้าจอแบบ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 90Hz รองรับ HDR10+ มีดีไซน์ที่เหมือนกับ Vivo S9e 5G ด้วย Notch แบบหยดน้ำ และเซนเซอร์สแกนนิ้วมือใต้จอ แต่พอพลิกมาด้านหลังจะเห็นความแตกต่างของโมดูลกล้องที่ใช้สีดำแล้วตัดขอบด้วยสีเงิน และวางกล้องแบบเรียงเป็นแถวเดียว (รุ่นก่อนวางกล้องแบบสามเหลี่ยม)

ส่วนด้านสเปคได้รับการอัปเกรดมาใช้ชิป Dimensity 900 ที่มีประสิทธิภาพสู้กับ Snapdragon 7 Series ได้สบาย ๆ มากับ RAM แบบ LPDDR4x ขนาด 8GB และความจุแบบ UFS 2.1 ขนาด 128GB และ 256GB (ไม่รองรับ microSD Card) แบตเตอรี่ให้มาแบบพอดี ๆ ที่ 4000 mAh รองรับชาร์จไว 44W

กล้องหลังมีทั้งหมด 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 64MP (f/1.89) + กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP มุมกว้าง 119 องศา + กล้องจับความลึก 2MP และกล้องเซลฟี่ให้มาแบบจุใจที่ความละเอียดถึง 32MP

สเปค Vivo S10e 5G

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียด FHD+ รีเฟรชเรท 90Hz
  • CPU : Dimensity 900
  • GPU : Mali-G68
  • RAM (LPDDR4x) : 8GB
  • ความจุ (UFS 2.1) : 128GB / 256GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    – กล้องหลักความละเอียด 64MP (f/1.89)
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP มุมกว้าง 119 องศา
    – กล้องจับความลึก 2MP
  • กล้องหน้า : 32MP
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, BT 5.1, USB-C
  • เซนเซอร์ : Fingerprint (ใต้จอ), accelerometer, gyro, proximity, compass
  • แบตเตอรี่ : 4000 mAh รองรับชาร์จไว 44W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย OriginOS 1.0
  • ขนาด / น้ำหนัก : 160.87 × 74.28 × 7.49 มม. / 175 กรัม

Vivo S10e 5G เตรียมเปิด Pre-order ในจีนวันที่ 20 ตุลาคม 2564 โดยมีทั้งหมด 2 รุ่น คือ 8GB / 128GB ราคา 2399 หยวน (ประมาณ 12,500) และรุ่น 8GB / 256GB ราคา 2599 หยวน (ประมาณ 13,500 บาท) แต่ยังไม่มีข้อมูลว่าจะขายในต่างประเทศด้วยรึเปล่า หรือว่าอาจจะวางขายแต่เปลี่ยนไปใช้ชื่อซีรีส์อื่นแทนก็ได้ครับ

 

ที่มา : Gizchina

from:https://droidsans.com/vivo-s10e-officially-announced-china/

เปิดตัว vivo S10e อย่างเป็นทางการ หน้าจอขนาด 6.4 นิ้ว AMOLED มาพร้อมกับชิปเซ็ต Dimesity 900

เรียกว่ามาแบบเงียบ ๆ สำหรับ vivo S10e ที่มีการเปิดตัวในประเทศจีนไปไม่นานนี้ vivo S10e สมาร์ตโฟนตัวใหม่จาก vivo มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผล AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียดแบบ Full HD ด้านหน้าของตัวเครื่องมีลอยบากสำหรับกล้อง Selfie ความละเอียด 32MP ตัวเครื่องมีความหนาเพียง 7.59 มม. และน้ำหนัก 175 กรัม มีให้เลือก 3 สีได้แก่ White Gradient, Haze Blue และ Glaze Black

vivo S10e จะมาพร้อมกับชิปเซ็ต Mediatek Dimensity 900, RAM ขนาด 8GB และพื้นที่เก็บข้อมูล 128GB และ 256GB นอกจากนี้ด้านหลังตัวเครื่องมีกล้องหลักความละเอียด 64MP, Ultrawide 8MP และกล้องชัดลึกความละเอียด 2MP  แล้วสำหรับใครที่เจอปัญหาแบตเตอรี่หมดไวตลอดก็ไม่ต้องห่วงเพราะ vivo S10e มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 4,000 mAh และรองรับ Fast Charge 44W ด้วย

ในด้านระบบปฏิบัติการของ vivo S10e จะรันบน OriginOS ของ vivo ที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาขึ้นจาก Funtouch OS ที่มีหน้าตา UI สวยงามและไหลลื่นยิ่งขึ้นกว่าเดิม สำหรับราคารุ่น 8/128GB จะเริ่มต้นที่ $373 หรือ 12,xxx บาท ในขณะที่รุ่น 8/256GB ราคาจะอยู่ที่ $404 หรือ 13,xxx บาท หากใครที่สนใจเจ้า OS vivo S10e สามารถสั่งจองล่วงหน้าได้ในวันที่ 20 ตุลาคม เฉพาะในประเทศจีน

ข่าว: เปิดตัว vivo S10e อย่างเป็นทางการ หน้าจอขนาด 6.4 นิ้ว AMOLED มาพร้อมกับชิปเซ็ต Dimesity 900 มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/vivo_s10e_goes_official_with_64inch_amoled/

Vivo เตรียมเปิดตัวมือถือซีรีส์ใหม่ Vivo T1 และ T1x วันที่ 19 ตุลาคมนี้ จับตลาดระดับเริ่มต้น – ระดับกลาง

Vivo ออกมาเผยโปสเตอร์อย่างเป็นทางการว่าจะมีการเปิดตัวมือถือซีรีส์ใหม่อย่าง Vivo T1 Series ในวันที่ 19 ตุลาคมนี้ พร้อมกับเผยภาพแบบวับ ๆ แวม ๆ เฉพาะส่วนที่เป็นกล้องหลัง 3 ตัว ออกมาให้ได้เห็นกันนิดหน่อย…แต่ก็มีแหล่งข่าวจากจีนได้ออกมาเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่ามือถือซีรีส์นี้จะมีทั้งหมด 2 รุ่น คือ Vivo T1 และ T1 Max แถมยังมีภาพเรนเดอร์ของทั้งคู่ + ข้อมูลสเปคคร่าว ๆ  ออกมาอีกด้วย

เริ่มกันที่ภาพเรนเดอร์ตัวเครื่องของ Vivo T1 ที่ได้มาจากแหล่งข่าวขาประจำอย่าง Digital Chat Station จะเห็นว่ามือถือรุ่นนี้ใช้หน้าจอดีไซน์ Notch หยดน้ำสำหรับวางกล้องเซลฟี่และมีขอบจอทั้ง 4 ด้านค่อนข้างหนาอยู่ ส่วนด้านหลังมีกล้องคู่วางอยู่บนโมดูลสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมซ้ายบน ตัวเครื่องมีให้เลือก 3 สี คือสีขาว, สีดำ และสี Gradient

สำหรับสเปคของ Vivo T1 อ้างอิงจากข้อมูลของมือถือรหัส V2009A ซึ่งผ่านการรับรองจาก TENAA และ 3C ของจีน บอกว่ามันจะมีหน้าจอขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียด FHD+, ชิป Dimensity 900, RAM 8 / 12GB, ความจุ 128 / 256GB, กล้องเซลฟี่ 8MP, กล้องหลัง 50MP + 2MP และแบตเตอรี่ 4005 mAh



 

รุ่นท็อป Vivo T1x จะมีดีไซน์ที่ต่างออกไปด้วยหน้าจอแบบเจาะรูตรงกลาง และมีขอบจอที่บางกว่า ส่วนด้านหลังมีกล้อง 3 ตัว อยู่บนโมดูลมุมซ้ายบน มีตัวเครื่องให้เลือก 2 สี คือ สีฟ้า และสีดำ

สเปคจาก TENAA และ 3C บอกว่ามันจะมากับหน้าจอขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+, ชิป Snapdragon 778G, RAM 8 / 12GB, ความจุ 128 / 256GB, กล้องเซลฟี่ 16MP, กล้องหลัง 3 ตัว 64MP + 8MP + 2MP และแบตเตอรี่ 4900 mAh รองรับชาร์จไว 44W


ตามโปสเตอร์ระบุเอาไว้ว่า Vivo T1 Series จะเปิดตัววันที่ 19 ตุลาคม 2564 ในจีน ซึ่งยังไม่รู้ว่ามือถือซีรีส์ดังกล่าวจะมีการเปิดตัวที่ประเทศอื่น ๆ ด้วยรึเปล่า หรืออาจจะเปลี่ยนชื่อเป็นรุ่นอื่น และไม่แน่ว่าอาจจะเป็นซีรีส์ที่ขายเฉพาะในจีนก็ได้

 

ที่มา : Gizmochina

from:https://droidsans.com/vivo-t1-series-entry-mid-range-smart-phones/

Samsung แชมป์ส่งออกมือถือทั่วโลก Q3 2021 ตามติดด้วย Apple – แต่โดยรวมตลาดทั่วโลกยอดต่ำลง 6%

ตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกในช่วงไตรมาสสามของปีที่ผ่านมา จัดว่าเป็นอีกหนึ่งช่วงที่ซบเซาสุด ๆ เนื่องจากปัญหาวิกฤตชิปเซ็ตขาดแคลน ที่ระบาดมาต่อเนื่องตั้งแต่ประมาณช่วงปีที่แล้ว ยอดส่งออกในภาพรวมลดลงถึง 6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ส่วนแชมป์ส่งออกยังคงเป็น Samsung เหมือนเดิม ตามมาด้วย Apple ที่ยอด Market Share เพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยท็อปไฟว์รอบนี้แน่นอนว่ายังไร้เงา HUAWEI ที่หลุดวงจรไปนานแล้วเช่นเคย

Canalys รายงานว่า Samsung คือบริษัทฯ ที่มีส่วนแบ่งการตลาด หรือ Market Share ในตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกในช่วงไตรมาสสามที่ผ่านมามากที่สุด กวาดไปได้ทั้งหมด 23% ตามมาด้วย Apple ที่ยอดกระเตื้องขึ้นจากปีก่อน 3% ขณะที่สามอันดับที่เหลือต่างเป็นแบรนด์จีนด้วยกันทั้งหมด ไล่ตั้งแต่ Xiaomi ไป Vivo และ OPPO

อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี หรือ Quarter 4 ตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลกน่าจะกลับมาคึกคักเหมือนเดิม เนื่องจากเข้าใกล้ถึงเทศกาลจับจ่ายเข้ามาทุกที ไม่ว่าจะเป็นที่จีน หรือ Black Friday ของฝั่งโลกตะวันตก โดยต้องรอติดตามว่า iPhone 13 Series จะทำให้ Apple ทำยอดแซงหน้า Samsung ได้หรือไม่

 

ที่มา: Canalys via GSMArena

 

from:https://droidsans.com/global-smartphone-shipments-2021-q3-samsung-topped/

สเปค Vivo Y20T มือถือรุ่นอัปเกรดด้วยชิป Snapdragon 662 พร้อมเทคโนโลยี Extended RAM

Vivo เปิดตัวพร้อมวางจำหน่าย Vivo Y20T ในประเทศอินเดีย โดยมือถือรุ่นนี้เป็นรุ่นอัปเกรดจาก Vivo Y20 ที่เคยวางขายในบ้านเราไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งรูปร่างหน้าตายังคงคล้าย ๆ กับรุ่นเดิมอยู่ แต่สเปคต่าง ๆ ถูกอัปเกรดขึ้นมาให้ทันสมัยกว่าเดิม แถมยังให้เทคโนโลยี Extended RAM ที่จะไปยืมเอาความจุมาเพิ่มให้ RAM ได้ส่วนนึงด้วย เคาะราคาในอินเดียมาที่ 15,490 รูปี หรือประมาณ 6,870 บาท

Vivo Y20T ยังคงมีหน้าจอขนาดเท่ารุ่นก่อนที่ 6.51 นิ้ว ใช้พาเนลแบบ LCD ความละเอียด HD+ (1600 x 720) อัตราส่วน 20:9 ดีไซน์แบบ Halo FullView มี Notch หยดน้ำสำหรับวางกล้องเซลฟี่ความละเอียด 8MP 

ตัวเครื่องด้านหลังก็ยังคงใช้ดีไซน์แบบ 2.5D ขอบโค้งเข้ามือ พร้อมพื้นผิวแบบมันวาวที่กระทบกับแสงแล้วจะเป็นแฉก ๆ ออกมาจากโมดูลกล้อง, มีเซนเซอร์สแกนนิ้วมืออยู่บนปุ่ม Power ด้านขวา, น้ำหนักตัวที่ 192 กรัม มีให้เลือกทั้งหมด 2 สี คือ สีดำ Obsidian Black และสีฟ้า Purist Blue

สเปคถูกอัปเกรดให้แรงขึ้นด้วย Snapdragon 662 ( Vivo Y20 ใช้ Snapdragon 460) RAM ขนาด 6GB พร้อมเทคโนโลยี Extended RAM ยืมความจุมาเพิ่มให้อีก 1GB รวมเป็น 7GB เพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมให้ทำงานลื่นขึ้น ส่วนความจุในตัวอยู่ที่ 64GB รองรับ microSD Card สูงสุด 1TB

Vivo Y20T ใส่กล้องหลังมาให้ 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลักเซนเซอร์ความละเอียด 13MP (f/2.2) + กล้อง Super Macro ความละเอียด 2MP + กล้องจับความลึก 2MP มากับเทคโนโลยี PDAF เพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำในการโฟกัส

แบตเตอรี่อึด ๆ ให้มาถึง 5000 mAh ใช้งานยาว ๆ ข้ามวัน พร้อมระบบชาร์จไว 18W แถมยังมีระบบ Reverse Charging ที่จะแปลงร่างมือถือรุ่นนี้ให้กลายเป็น Power Bank ชาร์จไฟให้กับอุปกรณ์อื่น ๆ ได้ด้วย

สเปค Vivo Y20T

  • หน้าจอ LCD ขนาด 6.51 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1600 x 720)
  • CPU : Snapdragon 662
  • GPU : Adreno 610
  • RAM : 6GB + 1GB Extended RAM
  • ความจุ : 64GB รองรับ microSD card 1TB (ช่องแยก)
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    – กล้องหลักเซนเซอร์ความละเอียด 13MP (f/2.2), PDAF
    – กล้อง Super Macro ความละเอียด 2MP (f/2.4)
    – กล้องจับความลึก 2MP (f/2.4)
  • กล้องหน้า : 8MP
  • การเชื่อมต่อ : WiFi 2.4GHz / 5GHz, BT 5.0, microUSB 2.0
  • เซนเซอร์ : Fingerprint (ด้านข้าง), Accelerometer, Ambient light sensor, Proximity Sensor, Gyroscope sensor, E-compass
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh รองรับชาร์จ 18W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย Funtouch OS 11.1
  • ขนาด / น้ำหนัก : 164.41 x 76.32 x 8.41 มม. / 192 กรัม

Vivo Y20T เริ่มวางจำหน่ายในประเทศอินเดียแบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ Flipkart มีราคาอยู่ที่ 15,490 รูปี หรือประมาณ 6,870 บาท ส่วนจะมีการวางขายในประเทศไทยด้วยรึเปล่า ต้องรอติดตามกันต่อไปครับ

 

ที่มา : Vivo (อินเดีย)

from:https://droidsans.com/vivo-y20t-official-snapdragon-662-extended-ram/

เปิดราคา vivo TWS 2 ANC หูฟังไร้สาย True Wireless คุณภาพเสียงระดับสตูดิโอ พร้อมระบบตัดเสียงรบกวน

นอกจาก vivo จะเปิดตัวมือถือกล้องเทพ vivo X70 Series ไปแล้ว ก็ยังมีหูฟังไร้สายตัวท็อปอย่าง vivo TWS 2 ANC เปิดตัวมาพร้อมกันอีกด้วย โดยหูฟังรุ่นนี้มีจุดเด่นอยู่ที่คุณภาพเสียงระดับสตูดิโอที่พัฒนาโดย vivo Golden Ears Acoustics Lab, ระบบตัดเสียงรบกวน ANC ให้ได้ดื่มด่ำกันเสียงเพลงแบบเต็มที่ แถมยังมากับโหมดเล่นเกมที่จะลดความหน่วงของเสียงลงไปได้ต่ำสุด ๆ จนไม่สังเกตอีกด้วย

vivo TWS 2 ANC เป็นหูฟังไร้สาย True Wirelss แบบ In-ear ที่มีน้ำหนักเพียงข้างละ 4.7 กรัม เบาหวิวจนลืมไปเลยว่ากำลังเสียบเอาไว้ที่หู มากับจุกหูฟัง 3 ขนาด ให้เลือกเพื่อเหมาะกับรูหูของเราที่สุด ซึ่งนอกจากจะมีส่วนช่วยในเรื่องคุณภาพของเสียงแล้ว มันยังช่วงบล็อคเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดีในระดับนึงด้วย ส่วนใครอยากใส่ออกกำลังก็ไม่ว่ากัน เพราะมันได้รับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP54 ทนเหงื่อได้สบาย ๆ

และหากว่าต้องการความเงียบมากขึ้นไปอีก vivo TWS 2 ANC ก็มีระบบตัดเสียงรบกวน ANC หรือ Active Noise Cancelation ที่สามารถลดเสียงรบกสนจากภายนอกลงไปได้สูงสุดถึง 40 เดซิเบล โดยเราจะเลือกปรับได้ 3 ระดับ ว่าต้องการให้ตัดเสียงภายนอกมากน้อยแค่ไหน หรือจะใช้ระบบตัดเสียงแบบอัตโนมัติ Intelligent Dynamic Noise Reduction ที่จะคำนวณความดังของเสียงรบกวนเพื่อตั้งค่าการตัดเสียงให้พอเหมาะก็ยังได้

แต่ถ้าหากต้องการข้ามถนนซึ่งเราต้องคอยฟังเสียงรอบข้างเพื่อความปลอดภัย หรือจะทักทายกับคนรู้จักระหว่างทาง ก็ยังมี Transparency Mode ให้เปิดใช้เพื่อรับเสียงภายนอกเข้ามาโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาถอดหูฟังออกก่อน หรือจะใช้คุยโทรศัพท์ก็ชัดเจนด้วยไมโครโฟนสำหรับตัดเสียงรบกวนถึง 2 ตัว และไมโครโฟนสำหรับรับเสียงพูด ทำให้ปลายสายได้ยินเสียงเราแบบชัดแจ๋วแม้ว่าจะยืนคุยอยู่ในที่ลมแรง ๆ ก็ตาม

vivo TWS 2 ANC จัดเต็มในด้านคุณภาพเสียงจากการพัฒนาโดยทีม vivo Golden Ears Acoustics Lab ซึ่งได้ทดสอบและค้นคว้าเทคโนดลยีต่าง ๆ เพื่อนำมาพัฒนาหูฟังหลากหลายวิธีจนทำให้ vivo TWS 2 ANC กลายเป็นหูฟังไร้สายที่มีคุณภาพเสียงในระดับ Studio ประกอบกับไดรเวอร์ขนาด 12.2 มม. ช่วยให้เสียงเบสมีความตึ้บสะใจกว่าเดิม ส่วนเสียงกลางและเสียงสูงก็มีความใสปิ๊ง จะฟังเพลงแนวไหนก็ไม่ขัดใจ

แบตเตอรี่ของ vivo TWS 2 ANC สามารถใช้งานต่อเนื่องได้สูงสุดถึง 7.3 ชม. แบบปิดระบบตัดเสียง, ใช้ได้ 4.1 ชม. เมื่อเปิดระบบตัดเสียง และหากนำมาชาร์จกับตัวเคสจะใช้ได้รวม ๆ ถึง 29 ชม. เลยทีเดียว

vivo TWS 2 ANC ยังสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่น ๆ ได้พร้อมกัน 2 ชิ้น ไม่ต้องคอยกดเชื่อมต่อใหม่ทุกครั้งเวลาเปลี่ยนอุปกรณ์ แถมยังมีระบบย้ายเสียงอัตโนมัติ เช่นเราเชื่อมหูฟังไว้กับมือถือ และโน้ตบุ๊ค หากว่าเรากำลังดูหนังจากโน้ตบุ๊คอยู่และมีสายเข้า ตัวหูฟังจะตัดเสียงจากโน้ตบุ๊คแล้วรับเสียงสนทนาจากมือถือให้ทันที

จะใช้เล่นเกมก็หายห่วง เพราะ vivo TWS 2 ANC มีความหน่วงระหว่างภาพและเสียงเพียง 88 มิลลิวินาทีเท่านั้น ตอนใช้งานจริงจะไม่สังเกตถึงความหน่วงเลย กดยิงปุ๊บเสียงปืนออกปั๊บ

vivo TWS 2 ANC มีราคาอยู่ที่ 2,999 บาท และยังมีรุ่นน้องอย่าง vivo TWS 2e เข้ามาด้วย มีราคาอยู่ที่ 2,499 บาท เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปครับ

from:https://droidsans.com/vivo-tws-2-anc-thailand-official/

สเปค vivo X70 และ vivo X70 Pro มือถือกล้องพลัง ZEISS เคาะราคาเริ่มต้น 21,999 บาท

มาตามนัด…กับมือถือกล้องหลังคุณภาพสูงอย่าง vivo X70 Series ที่คราวนี้เข้ามาเปิดตัวในบ้านเราทั้งหมด 2 รุ่น คือ vivo X70 และ vivo X70 Pro โดยจุดเด่นของมือถือซีรีส์นี้อยู่ที่การไปจับมือกับแบรนด์ ZEISS เพื่อพัฒนากล้องหลังให้ออกมาอยู่ในระดับเทพสุด ๆ ทั้งการถ่ายภาพนิ่งและการถ่ายวิดีโอ ส่วนสเปคอื่น ๆ ก็เรียกว่าจัดมาให้แบบเต็ม ๆ ทั้งหน้าจอ AMOLED รีเฟรชเรท 120Hz และชิป Dimensity 1200 ที่ใช้งานได้ลื่น ๆ ทุกอย่าง

หน้าจอ AMOLED รีเฟรชเรท 120HZ

vivo X70 และ X70 Pro ใช้พาเนลหน้าจอแบบ AMOLED ขนาด 6.56 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2376 x 1080) รีเฟรชเรท 120Hz รองรับการแสดงผล HDR เจาะรูไว้ตรงกลางด้านบนสำหรับวางกล้องเซลฟี่

แต่จะต่างกันตรงที่รุ่น vivo X70 ใช้หน้าจอแบบแบนราบ ส่วนรุ่น vivo X70 Pro ใช้หน้าจอแบบขอบโค้ง

vivo X70 / X70 Pro

ใช้งานลื่น ๆ

ทั้งคู่มากับชิป MediaTek Dimensity 1200 + RAM แบบ LPDDR4x สูงสุด 12GB และความจุในตัว UFS 3.1 สูงสุด 256GB เขียน-อ่านข้อมูลได้รวดเร็วทันใจ ทำให้สามารถทำงานในปัจจุบันได้แบบไม่มีปัญหา จะเล่นเกม 3D, ดูหนัง 4K หรือจะเปิด Chrome หลาย ๆ Tab ก็ได้หมด และถ้ายังลื่นไม่พอ vivo X70 Series ยังมากับเทคโนโลยี Extended RAM 2.0 ที่จะไปดึงเอาหน่วยความจำมาเพิ่มให้ RAM ได้สูงสุดถึง 4GB กลายเป็น 16GB ทำให้ประสิทธิภาพโดยรวมปรู๊ดปร๊าดมากขึ้นไปอีก

กล้องหลังพลัง ZEISS

ใช้กล้องหลังที่ vivo ร่วมมือกันพัฒนากับ ZEISS พร้อมกับเซนเซอร์รุ่นใหม่จาก Sony โดย vivo X70 มีกล้องทั้งหมด 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลักเซนเซอร์ IMX766V ความละเอียด 40MP + กล้อง Ultrawide ความละเอียด 12MP + กล้อง Telephoto ความละเอียด 12MP ซูม Optical 2x

ส่วนรุ่นพี่ vivo X70 Pro มีกล้องทั้งหมด 4 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลักที่ใช้เซนเซอร์เดียวกันแต่ความละเอียดมากกว่าที่ 50MP + กล้อง Ultrawide ความละเอียด 12MP + กล้อง Telephoto ความละเอียด 12MP ซูม Optical 2x + กล้อง Telephoto เลนส์ Periscope ความละเอียด 8MP ซูม Optical 5x และยังใช้ชิปประมวลผลภาพถ่าย V1 ที่จะช่วยทำให้โฟกัสได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้นด้วย

นอกจากนี้ทั้งคู่ยังมีเทคโนโลยีกันสั่น VIS แบบ 5 แกน ที่นอกจากจะช่วยให้การถ่ายวิดีโอมีความนิ่ง, ลื่นไหล และคมชัดสุด ๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์จำพวก Stabilizer เลย และไม่ใช่ว่าจะช่วยแค่เรื่องการถ่ายวิดีโอเท่านั้น แต่ยังช่วยในการถ่ายภาพนิ่งในสภาวะแสงน้อยให้ชัดเจนขึ้นอีกต่างหาก

สเปค VIVO X70

  • หน้าจอ AMOLED ความละเอียด FHD+ (2376 x 1080) ขนาด 6.56 นิ้ว รีเฟรชเรท 120Hz
  • CPU : Dimensity 1200
  • GPU : Mali-G77 MC9
  • RAM (LPDDR4x) : 8GB
  • ความจุ (UFS 3.1) : 128GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    – กล้องหลักเซนเซอร์ IMX766V ความละเอียด 40MP (f/1.89)
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 12MP (f/2.2)
    – กล้อง Telephoto ความละเอียด 12MP (f/1.98) ซูม Optical 2x
  • กล้องหน้า : 32MP (f/2.45)
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, BT 5.2, NFC
  • เซนเซอร์ : Fingerprint (ใต้จอ), accelerometer, gyro, proximity, compass, color spectrum
  • แบตเตอรี่ : 4400 mAh รองรับชาร์จไว 44W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย OriginOS
  • ขนาด / น้ำหนัก : 160.1 x 75.4 x 7.6 มม. / 182 กรัม

สเปค VIVO X70 PRO

  • หน้าจอ AMOLED ความละเอียด FHD+ (2376 x 1080) ขนาด 6.56 นิ้ว รีเฟรชเรท 120Hz
  • CPU : Dimensity 1200
  • GPU : Mali-G77 MC9
  • RAM (LPDDR5) : 12GB
  • ความจุ (UFS 3.1) : 256GB
  • กล้องหลัง 4 ตัว
    – กล้องหลักเซนเซอร์ IMX766V ความละเอียด 50MP (f/1.75)
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 12MP (f/2.2)
    – กล้อง Telephoto ความละเอียด 12MP (f/1.98) ซูม Optical 2x
    – กล้อง Telephoto เลนส์ Periscope ความละเอียด 8MP (f/3.4) ซูม Optical 5x
  • กล้องหน้า : 32MP (f/2.45)
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, BT 5.2, NFC
  • เซนเซอร์ : Fingerprint (ใต้จอ), accelerometer, gyro, proximity, compass, color spectrum
  • แบตเตอรี่ : 4450 mAh รองรับชาร์จไว 44W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย OriginOS
  • ขนาด / น้ำหนัก : 158.3 x 73.2 x 8 มม. / 185 กรัม

ราคาและวันวางจำหน่าย

vivo X70 และ vivo X70 Pro จะเริ่มเปิดให้ Pre-order ตั้งแต่วันที่ 8 – 15 ตุลาคม และจะเริ่มวางขายตามร้านในวันที่ 16 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป โดยราคาของแต่ละรุ่นมีดังนี้

  • vivo X70 (8GB / 128GB) : ราคา 21,999 บาท
  • vivo X70 Pro (12GB / 256GB) : ราคา 27,999 บาท

สำหรับผู้ที่สั่งจองภายในช่วงเวลาดังกล่าวจะได้รับของแถมมูลค่ารวมถึง 16,487 บาท ที่รวมไปถึงการรับประกันตัวเครื่องนานถึง 2 ปี กับประกันหน้าจอแตก 1 ครั้ง ภายใน 1 ปี ไปด้วยเลย

from:https://droidsans.com/vivo-x70-x70-pro-thailand-official-prices-revealed/

รีวิว vivo X70 Pro 5G เรือธงกล้อง ZEISS T* คุณภาพเกินนิยามสมาร์ทโฟน

vivo X70 Pro 5G สมาร์ทโฟนที่มาจากการจับมือกับ Zeiss อีกครั้ง รุ่นที่แล้วได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับกล้องสมาร์ทโฟน มาในวันนี้ยิ่งกว่า ด้วยการขนเอกลักษณ์การถ่ายภาพจากเลนส์ตำนานของ Zeiss มาไว้ครบ และตัว vivo X70 Series เองก็เป็นสมาร์ทโฟนสเปคเกรดระดับเรือธง ที่มีศักยภาพด้านการใช้งานครบครัน เครื่องแรง และงานออกแบบดีไซน์ระดับพรีเมี่ยม ทั้งมีความบางและวัสดุเกรดดี

 

ตัวเครื่อง vivo X70 Pro 5G สวยงามครับ บางและโฉบเฉี่ยว ขอบเครื่องบางและโค้ง ใช้ฝาหลังเทคนิค Fluorite AG แบบใหม่ เป็นผิววัสดุกระจกขัด สัมผัสด้าน ถือใช้งานสะดวกไม่ลื่นมือ ไม่เหนียวติดผิว และไม่เกิดคราบรอยนิ้วมือใดๆ ในการใช้งานครับ




ขอบโครงเครื่องโลหะ แกร่ง งานประกอบแน่น ปุ่มกดทุกปุ่มแน่นหนา สลักเลเซอร์อักษรขอบเครื่องด้วยบน “PHOFESIONAL PHOTOGRAPHY” มาพร้อม IR Remote ในตัว เป็นแสงอินฟราเรดสำหรับการใช้มือถือให้เป็นรีโมทเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้ทุกตัว

งานดีไซน์เก็บรายละเอียดในทุกด้าน บางเพียง 7.99 มม. และน้ำหนัก 183 กรัม ด้านหน้าด้านหลังโค้งรับกัน มีเข้ามาจำหน่ายในไทยสองสีครับ Cosmic Black สีดำที่สื่อถึงความกว้างใหญ่ของจักรวาลและดวงดาวบนฟ้ายามค่ำคืนที่ส่องแสงระยิบระยับ และ Aurora Dawn หรือสีที่เห็นอยู่ในรีวิวนี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากแสงออโรร่าบนท้องฟ้าในช่วงเวลารุ่งอรุณ เหลือบโทนฟ้า น้ำเงิน ม่วง และคราม เหลื่อมสีไปมาตามแสงที่มากระทบ

สวยงาม บางเบา ผิวสัมผัสดีเยี่ยม เป็นสมาร์ทโฟนระดับเรือธงที่ไม่ได้เน้นแค่ความแรงภายใน แต่งานตัวเครื่องภายนอกก็ทำมาได้อย่างดี บางเบา พกง่าย ดูเป็นผู้ใหญ่ครับ




ด้านหน้าเป็นจอภาพ E5 AMOLED รุ่นใหม่ ประหยัดไฟมากขึ้น 25% รองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอโดยตรง เป็นจอขนาดใหญ่ 6.56 นิ้ว ขอบจอบางแทบเป็นเส้น เพราะจอโค้งลงข้างสุดขอบ ภาพอย่างสวยครับ ดูแพงเพราะงานดีไซน์ และเป็นจอที่มีค่ารีเฟรชสูงถึง 120Hz รองรับเทคโนโลยี HDR10+ ได้รับการรับรอง SGS Eye Care Display และ SGS Seamless คุณภาพจอของรุ่นนี้ยอดเยี่ยม

วางกล้องหน้าความละเอียดสูง 32 ล้านพิกเซล เจาะรูกล้องเล็กมากครับ ขอบกล้องใช้พื้นที่แค่หัวเข็มหมุด ไม่เกะกะสายตาเลยเวลาใช้งานและยังเป็นกล้องหน้าคุณภาพสูงอีกด้วย

คุณภาพเสียงรองรับ Hi-Res ใช้งานลำโพงคุณภาพสูงครับ เสียงดีมีมิติเนื้อเสียงเต็ม ใช้พอร์ทชาร์จแบบ USB Type C รองรับชาร์จไว 44W และแบตเตอรี่ภายใน 4450mAh ภายในแบตใหญ่แค่ภายนอกซ่อนรูปมากครับ ทรงบางเฉียบ และยังใส่มอเตอร์แบบ Linear Motor มาให้ สำหรับการสร้างแรงสั่นที่แตกต่างกัน เพื่อความรู้สึกในการใช้งานและตอบสนองต่อการเล่นเกมได้หลากหลายมากขึ้นครับ

การเชื่อมต่อไร้สายมาครบหมด ทั้ง WiFi 2.4GHz + 5GHz Wi-Fi MIMO และรองรับ Wi-Fi 6 รวมถึง Bluetooth 5.2 และ NFC และอย่างที่บอกตัวนี่ขอบด้านบนของเครื่องมีการติดตั้ง IR Remote ซึ่งเป็นอินฟราเรดสำหรับใช้งานแทนรีโมทเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านมาให้ด้วยครับ

กล้องหลังวางมาในรูปทรงยาว วางเลนส์แบบทิวเขา Cloud Valley หน้าเลนส์ใหญ่แบบนี้สวยงามและดูเป็นกล้องมืออาชีพครับ โดยเลนส์แต่ละตัวเป็นสุดยอดนวัตกรรมกล้องถ่ายภาพของยุคเลย เลนส์กล้องทั้งหมดใน X70 Pro 5G ได้รับการเคลือบ ZEISS T* Coating เทคนิคการผลิตเลนส์กล้องจากผู้เชี่ยวชาญด้านการทำเลนส์ถ่ายภาพเกรดพรีเมี่ยมมายาวนาน เข้ามาช่วยปรับปรุงคุณภาพของภาพเพื่อให้มีสีสันสดใส ค่าสีที่แม่นยำ ได้รับการรับรองว่าเป็นไปตามมาตรฐานของ ZEISS T*

กล้องหลังเป็นกล้อง Ultra-Sensing Gimbal Camera (Gimbal Stabilization 3.0 ) หรือกล้องที่มีระบบกันสั่นพิเศษแบบไม้กิมบิล ถือใช้เครื่อเปล่าสิ่งถ่ายวีดีโอภาพยังนิ่งโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมครับ เป็นกล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องที่สองเป็นมุมกว้างอัลตร้าไวด์ 12ล้านพิกเซลพร้อมใช้งานในโหมดมาโคร กล้องที่สามเป็นกล้องที่ช่วยจับโฟกัสระยะลึกสำหรับถ่ายภาพบุคคล 12ล้านพิกเซล และสุดท้ายคือกล้องซูมแบบ Periscope หรือกล้องที่สามารถซูมได้ด้วยเลนส์จริง ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล คุณภาพสูงทุกเลนส์ไม่ใช่ความละเอียด แต่เป็นระดับของโมดูลกล้องที่เลือกใช้และการพัฒนาเลนส์ที่นำมาใช้งานแบบจริงจัง รวมถึงซอฟแวร์ที่นำหน้าในด้านการถ่ายภาพของ vivo ผลลัพท์ที่ได้ จึงตื่นตาตื่นใจ สวยงาม และแปลกใหม่ครับ

อุปกรณ์ภายในกล่องของ vivo X70 Pro 5G ก็จะมีที่ชาร์จ 44W พร้อมสายชาร์จ และหูฟังของ vivo สวยงามครับ พร้อมจุก Ear-Tips สำหรับเปลี่ยนขนาดให็พอดีกับหู และตัวแปลงพอร์ท USB Type C ให้เป็นรูหูฟัง 3.5มม. มาให้ครับ เพราะบนตัวเครื่องไม่มีรูหูฟัง 3.5มม. โดยตรง


การใช้งานภายใน

สเปคเครื่องแรงครับ ใช้ MediaTek Dimensity 1200 vivo 5G Platform ปรับจูนมาเพื่อใช้งานบนอุปกรณ์ 5G ของ vivo โดยเฉพาะ เป็นชิปเซ็ตตัวมาแรงได้รับความนิยมแบบแซงโค้งสุดๆ ผลิตมาในสถาปัตยกรรมขนาด 6 นาโนเมตร ตัวนี้นอกจากมีประสิทธิภาพสูงแล้วยังจัดสรรรการใช้พลังงานได้ดี แรงและประหยัดแบตนั้นเองครับ

แรมขนาดใหญ่ 12GB และยังมีความสามารถ Extended RAM หรือการขยายแรมโดยการใช้หน่วยความจำเครื่องที่ยังไม่ได้ใช้บางส่วนมาทำเป็นแรมชั่วคราวได้อีก 4GB เยอะเกินจะพอใช้ ส่วนหน่วยความจำภายในก็ให้มาเป็น UFS 3.1 ขนาด 256GB สเปคสูงทั้งหมดทุกด้านครับ ใช้ระบบ Android 11 ครอบทับด้วย FunTouchOS 12 ระบบใหม่สุดใช้งานได้อีกนานครับ





 

ประสิทธิภาพในการเล่นเกมอยู่ในระดับท็อปของระบบ Android แล้วครับ เล่นเกมได้ลื่นแม้จะเป็นเกมกราฟิกสูงๆ สเปคสูงและตัวระบบยังหนุนให้แรงขึ้นไปอีก ในระบบ FunTouchOS 12 จะมีตัว AI ช่วยจัดสรรทรัพยากรเครื่องให้ทำงานได้เต็มที่ในเวลาผู้ใช้เรียกใช้งานแอพต่างๆ โดยอาศัยชุดความสามารถของ Multi Turbo ที่จะไล่จัดการให้ตั้งแต่ระบบแรม หน่วยประมวลผล สัญญาณอินเตอร์เน็ต รวมถึงการดูแลแบตเตอรี่ด้วยครับ เวลาเราใช้งานเครื่อง vivo ที่มี Multi Turbo ก็จะรู้สึกว่าระบบเขาเบา ไม่หนืดไม่ช้าแม้จะเป็นเครื่องสเปคไม่แรงก็ตาม แต่สำหรับ vivo X70 Pro 5G นี่มันสเปคสูงด้วย ฉะนั้นเหมือนเราขับรถสปอร์ตเลยครับ ^^ เปิดๆ ปิดๆ เรียกใช้งานแอพหรือเกม ทำงานทันใจมาก

 

หน้าจอแสดงผลสวย รีเฟรชเรทสามารถปรับตั้งได้ว่าต้องการใช้งานที่ 60Hz เพื่อประหยัดแบต หรือจะใช้ที่ 120Hz ช่วยให้การใช้งานต่างๆ บนหน้าจอดูสมูธต่อสายตา แนะนำว่าเปิดที่ 120Hz ไว้เลยครับ ลื่นไหลนุ่นนวลน่าใช้กว่าเยอะครับ โดยเฉพาะบนหน้าจอเต็มๆ แบบนี้ เพราะขอบจอของรุ่นนี้มันแทบไม่มี หรือจะเปิดไว้ที่ “สวิตช์อัจฉริยะ” ก็ได้ครับ ตัวระบบจะทำการสลับการใช้งานให้เองเมื่อพบกับแอพหรือเกมที่รองรับ

เวลานำมาใช้ดูคลิปหรือดูภาพยนตร์ภาพจะสวยมากครับ เต็มพื้นที่ด้านหน้าเครื่องเลย รองรับ HDR 10+ และระบบเสียงจากลำโพงแม้จะเป็นตัวเดียว แต่คุณภาพยอดมากครับ หนังแอคชั่นมันๆ เอาอยู่เลย

หน้าจอมีระบบป้องกันสายตาเวลาใช้งานนานๆ ตั้งให้เปิดโหมดกลางคืนเพื่อลดแสงสีฟ้าได้ในทุกๆ วันโดยอัตโนมัติ และมีโหมดธีมสีดำให้เลือกตั้งเวลาใช้งานได้ด้วยเช่นกันครับ ถ้าใครชอบธีมสีดำๆ แล้วก็แนะนำให้เปิดไว้ตลอดเลยครับ สบายตาและยังประหยัดพลังงานลงได้อีกด้วย



การใช้งานในด้านประสิทธิภาพไม่ต้องกังวลเลยครับ ใช้กันได้เต็มที่ และแบตเตอรี่ก็อยู่กับเราได้เช้าถึงค่ำแม้เครื่องจะแรง แต่การจัดสรรพลังงานทำได้ดีครับ แถมยังมีชาร์จไว 44W สามารถชาร์จแบตเต็มได้ในเวลาประมาณ 50 นาทีกว่าๆ เท่านั้นเอง

แอพพลิเคชั่นบริการของทาง vivo ที่เตรียมให้ผู้ใช้ ก็มีที่สำคัญอย่างระบบสแกนไวรัสและดูแลความปลอดภัยของการทำงานที่ประสงค์ร้าย มีระบบสแกนตรวจสอบและกำจัดไฟล์ขยะไม่ให้รกเครื่องในคลิ๊กเดียว ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเข้าใจการใช้งานในเชิงลึกมากนักก็สามารถจัดการตัวเครื่องได้ครับ



บริการแอพสโตร์สำหรับการติดตั้งแอพและเกมที่ทาง vivo คัดสรรมาให้ ปลอดภัยและติดตั้งได้เลยโดยไม่ต้องล็อคอินอีเมลก่อนครับ พร้อมบริการธีมสโตร์สำหรับการดาวน์โหลดธีม, ฟอนท์, วอลล์เปเปอร์มาใช้งาน และระบบคลาวด์ที่เปิดให้เราสำรองรายชื่อติดต่อ SMS หรือรายการแบล็คลิสที่เราทำไว้ในโทรศัพท์ เวลาย้ายเครื่องหรืออาจจะทำเครื่องหาย ไม่ต้องมาเริ่มต้นจัดการรายชื่อใหม่ครับ ดึงลงมาจาก vivo Cloud ได้เลย เป็นบริการใช้ฟรี








กล้องถ่ายภาพ

นี่คือสมาร์ทโฟนที่เป็นที่สุดของกล้องถ่ายภาพครับ โดยเฉพาะภาพถ่ายบุคคล ไม่ว่าจะเป็นด้านคุณภาพ ความฉลาดของกล้อง และฟังก์ชั่นการใช้งาน ที่จะทำให้ผู้ใช้ตกใจกับผลลัพท์มันได้เยอะมาก

กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX766V ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ บวกกับความเสถียรของตัวกันสั่นที่ไม่มีใครเทียบได้ Gimbal Stabilization 3.0 เพราะมันไม่ใช่แค่ระบบแต่มันคือกันสั่นที่เป็นกลไกภายใน และมีเพียง vivo เท่านั้นที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องครับ ผลลัพท์ในเวลาถ่ายภาพนิ่งก็จะช่วยลดการสั่นเพิ่มความคมยิ่งในจังหวะถ่ายในที่แสงน้อย และในโหมดการถ่ายภาพวีดีโอ ก็จะเหมือนเราติดตั้งมือถือเอาไว้กับไม้กิมบอล ช่วยเพิ่มความนิ่งของภาพแม้ผู้ถ่ายจะมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา มีผลช่วยเยอะมากครับ แต่มันก็ผลิตยากด้วยเช่นกัน เป็นเทคโนโลยีที่ vivo สามารถทำออกมาได้สำเร็จครับ

ในกล้องที่สองเป็นมุมกว้างอัลตร้าไวด์ 12 ล้านพิกเซลพร้อมใช้งานในโหมดมาโคร และกล้องที่สามเป็นกล้องถ่ายภาพช่วยโฟกัสระยะลึกสำหรับถ่ายภาพบุคคล 12 ล้านพิกเซล และสุดท้ายคือกล้องซูมแบบ Periscope หรือกล้องที่ออกแบบให้ตัวเลนส์วางยาวตามแนวตั้งของตัวโทรศัพท์ เพิ่มพื้นที่การวางเลนส์ และสามารถสร้างระยะซูมภาพได้ด้วยเลนส์จริง เป็นกล้องความละเอียด 8ล้านพิกเซล

ทำให้ vivo X70 Pro 5G สามารถซูมภาพได้สูงสุดที่ 60x และผลลัพท์การถ่ายภาพที่ระยะซูม 5x ภาพยังคมกริบ เพราะเป็นการซูมภาพด้วยเลนส์จริงนั้นเองครับ  ด้วยเลนส์ซูมและระบบกันสั่นของภาพในระดับพรีเมี่ยมของกล้องหลังนั้นเองครับ




vivo ได้ทำการจับมือกับบริษัท Zeiss ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจผลิตเลนส์ระดับโลกชื่อดัง มาช่วยทำการออกแบบชุดเลนส์กล้องตามประสบการณ์ที่เขาถนัด เข้ามาเสริมกับเทคโนโลยีที่ vivo มี ทำให้เกิดหน้าเลนส์กล้องสมาร์ทโฟนที่มีการเคลื่อบโค๊ท ZEISS T* (ซายส์ ที สตาร์) ซึ่งเป็นเทคนิคการทำเลนส์ของกล้องโปรนั้นเองครับ

สิ่งที่เสริมเข้ามาในกล้องของ vivo X70 Pro 5G สำหรับการจับมือกับ Zeiss แล้ว ก็คงเป็นด้านการถ่ายภาพบุคคลเป็นสำคัญ โดยมีการใส่ฟังก์ชั่น ZEISS Portrait style ต่างๆ ที่เป็นการสร้างภาพบุคคลที่ได้อารมณ์การถ่ายจากเลนส์ในตำนาน อย่าง  ZEISS Biotar , Distagon, Planar, Sonnar, โดยแต่ฟังก์ชั่นก็จะให้ภาพถ่ายบุคคลแตกต่างกัน เช่นการเพิ่มความเข้มข้นและมิติของเงาบุคคล ให้มีความรู้สึกถึงความโค้งมนของใบหน้าและรูปร่างของแบบให้มากขึ้นจาก Planar, Sonnar, เป็นต้น

ในขณะที่เราเปิดโหมดการถ่าย ZEISS Portrait style หลังการถ่ายตัวกล้องจะทำการประมวลผลภาพ และปรับโทนภาพรวมถึงความลึกให้เป็นสไตล์ที่เราเลือกได้เองครับ ใช้เวลาหลังการถ่ายเล็กน้อยโดยจะขึ้นเป็นสัญลักษณ์คำว่า “ZEISS” มุมซ้ายล่างเพื่อบอกให้เรารู้ว่ากำลังจัดการปรับภาพอยู่ และหลังจากปรับเสร็จ จะรู้ว่าอานุภาพของกล้อง vivo X70 Pro 5G ในการถ่ายคนมันเด็ดดวงขนาดไหนครับ ^^

เล่นกับโบเก้วนแบบกรีบใบมีดของเลนส์ ZEISS Biotar ไม่ต้องมีกล้องแพง ไม่ต้องมีเลนส์เทพ ก็สร้างโบเก้หมุนวนได้จาก vivo X70 Pro 5G ถ่ายเสร็จแล้วรอระบบปรับ จากนั้นก็ดื่มด่ำกับผลลัพท์ ^^






ภาพคนลอยนูนสูงแบบมีมิติความลึกของร่างกาย นี้คือสไตล์ภาพพอร์ทเทรตที่เป็นเอกลักษณ์ของ vivo X70 Pro 5G เลยครับ ความเข้มข้นของภาพ นุ่มนวลแต่ลึกเหมือนกาแฟลาเต้ หน้าชัดหลังเบลอในแบบที่มือถือไม่เคยมาได้ขนาดนี้มาก่อน




 

เราสามารถเลือกจุดโฟกัสและระยะความลึกโฟกัสได้ใหม่หลังการถ่ายด้วยนะครับ นี่คือข้อจำกัดที่กล้องจริงๆ ยังทำไม่ได้เหมือนสมาร์ทโฟน



ระบบถ่ายภาพบุคคลยังมีฟิลเตอร์อีกหลายหลายแบบมากครับ แต่ละอันเด็ดๆ ทั้งนั้น และเราสามารถถ่ายก่อนเพื่อเลือกจุดโฟกัสหรือเพิ่มลดระยะชัดลึกชัดตื้นได้ภายหลังด้วยนะครับ




การถ่ายบุคคลยังไม่หมดความเซอร์ไพรส์ เพราะในการตรวจจับใบหน้าด้วย AI ของตัวกล้อง มันแยกเพศชายหญิงได้ และจับปรับแต่งได้อย่างเหมาะสมด้วยครับ โดยเฉพาะจังหวะที่หน้าเราจืดๆ อาจจะลืมแต่งหน้าหรือมันเริ่มซีดจางไปแล้ว ตัวกล้องจะมีระบบแต่งหน้าให้บุคคลได้เองโดยอัตโนมัติ สีสันกลับมาโดยไม่ต้องแวะเข้าห้องน้ำไปเติมปากเติมแก้มเลยครับ เพราะตัวกล้องมันจับใบหน้าคนแม่นมากครับ จับได้ทุกระยะและยังสามารถโฟกัสดวงตาของแบบได้อัตโนมัติด้วย โฟกัสคมสุดๆ



 

การเล่นกับโบเก้ฉากหลังของกล้อง vivo X70 Pro 5G สามารถเปลี่ยนรูปร่างของไฟโบเก้ด้านหลัง ให้กลายรูปแบบน่ารักๆ ได้เยอะแยะเลยนะครับ เป็นรูปผีเสื้อ หัวใจ



ด้วยการวางพื้นฐานของฮาร์ดแวร์กล้องมาอย่างดี (ดีมากๆ ^^) ทำให้ vivo สามารถใส่ลูกเล่นต่างๆ เข้าไปได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นตัวเลนส์ ตัวเซนเซอร์ และระบบกันสั่นของเครื่อง ส่งผลให้สามารถใช้งานในการถ่ายภาพกลางคืนได้ในระดับที่สูงขึ้นกว่าสมาร์ทโฟนอื่นๆ ด้วยครับ สามารถรองรับการถ่ายในยามกลางคืนได้ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ และด้วยเคลือบโค๊ทเอาไว้เหมือนเลนส์กล้องโปร ก็ช่วยลดการเกิด Ghosting และ Stray light ในเวลากลางคืนได้ด้วย

กล้องหลังมีทั้งโหมดกลางคืน Night mode และ Super Night ที่จะทำงานเมื่อตรวจจับพบสภาพแสงมืดมากๆ ทำงานได้ทั้งการถ่ายภาพนิ่งและการถ่ายวีดีโอเช่นกันครับ ซึ่งจะบอกว่าการถ่ายภาพกลางคืนโดย vivo X70 Pro 5G อยู่ในระดับขั้นเทพไปแล้วครับ นิ่งมากๆ

มีโหมดถ่ายภาพดาว และถ่ายดวงจันทร์แบบ Super Moon เพิ่มขยายขนาดดวงจันทร์ให้ใหญ่กว่าที่ตาเห็น ไม่ต้องมีความเข้าใจด้านการถ่ายภาพ แค่คืนไหนเห็นพระจันทร์ชัดๆ ก็หยิบมือถือไปถ่ายได้เลยครับ แต่ถ้ามีขาตั้งกล้องตัวพระจันทร์ก็จะยิ่งคมสวยงามเลยครับ ^^


ในตอนที่ถ่ายภาพกลางคืน สังเกตได้ว่าตัวกันสั่นกล้องจะยึดโฟกัสไว้เหมือนพวกกล้องที่มีกันสั่นแบบ 5 แกนเลยครับ แต่อภินิหารกว่าเพราะว่าสมาร์ทโฟนมีซอฟท์แวร์ที่นำหน้าวงการกล้องไปแล้วนั้นเอง บอกได้ว่าหายากมากที่จะมีกล้องโปรตัวไหน สามารถถ่ายภาพกลางคืนได้ด้วยมือเปล่า แล้วยังคมชัดได้ขนาดนี้โดยไม่ต้องมีอุปกรณ์เสริมช่วยเหลือใดๆ ครับ ถ่ายง่าย พกน้อย เดี๋ยวนี้สมาร์ทโฟนเครื่องเดียวเอาอยู่หมดเลย






 

กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล มาพร้อมกับ AI Beauty ปรับแต่งใบหน้าได้ทุกส่วน และฟิลเตอร์โทนสีสันให้เล่นเยอะครับ มาพร้อมไกด์ท่าทางสำหรับคิดค่าท่าโพสไม่ออก อันนี้เป็นของที่ vivo มีมาให้ใช้เสมอในกล้องสมาร์ทโฟนของเขาครับ ^^

สามารถถ่ายหน้าชัดหลังเบลอด้วยกล้องหน้าได้ด้วย มีฟิลเตอร์และการปรับแต่งใบหน้าในเนียนสวยได้เหมือนเพิ่งแต่งหน้ามาเลยครับ




 

คุณภาพการเซลฟี่ทั้งกลางวันและกลางคืนหายห่วงครับ ไม่ต้องกลัวแสงน้อย ภาพออกมาดีทุกสภาพแสง แม้จะถ่ายย้อนแสงหรือถ่ายเซลฟี่ในตอนกลางคืนก็ตามครับ






 

ตัวอย่างภาพจาก vivo X70 Pro 5
















สรุปท้ายรีวิว

สมาร์ทโฟนคุณภาพสูง สเปคแรงระดับเรือธง ตัวเครื่องบางวัสดุพรีเมี่ยม ดูหรูครับสมกับเกรดตลาดของตัวเครื่องไม่ใช่แค่แรงเพียงอย่างเดียว ใส่ใจทั้งสเปคภายในและตัวเครื่องภายนอก

แบตเตอรี่ใช้งานได้เต็มวันพร้อมระบบชาร์จไว 44W รองรับการเชื่อมต่อ 5G ทั้งสองซิมและ Wi-Fi 6 และมีการเพิ่ม IR Remote สำหรับใช้งานเป็นรีโมทเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านด้วยในรุ่นนี้

สิ่งที่เหนือล้ำกว่าใครก็คือกล้องถ่ายภาพ การจับมือกับ Zeiss สามารถผลิตชุดเลนส์คุณภาพสูงสำหรับสมาร์ทโฟนขึ้นมาได้ มาพร้อมกับฟังก์ชั่นถ่ายภาพบุคคลจาก ZEISS Portrait style ได้อารมณ์ภาพจากเลนส์ในตำนานอย่าง  ZEISS Biotar , Distagon, Planar, Sonnar ภาพสวยงามเด็ดขาด ข้ามขั้นการถ่ายภาพบุคคลเดิมๆ ของกล้องสมาร์ทโฟนไปเลยครับ

เทคโนโลยีด้านกล้องยังมีการใส่ระบบ Gimbal Stabilization 3.0 เหมือนเราพกพาไม้กันสั่นกิมบอลอยู่กับตัวตลอดเวลา ถ่ายภาพได้คมถ่ายวีดีโอได้นิ่ง ภาพกลางคืนคมกริบในระดับที่เหนือกว่ามาตรฐานมือถือไปแล้วครับ และยังมีติดตั้งเลนส์ซูมแบบ Periscope เข้ามาด้วย ทุกอย่างรวมอยู่ในสมาร์ทโฟนเครื่องเดียว

สุดยอดมากครับสำหรับ vivo X70 Pro 5G เรือธงทั้งความแรง ทั้งความสวยงาม และเทคโนโลยีกล้องที่ตอนนี้ไปไกลกว่าใครอย่างชัดเจน

vivo X70 Pro 5G เปิดจำหน่ายในราคา 27,999 บาท มาพร้อมกับ vivo X70 5G จำหน่ายในราคา 21,999 บาท 

ผู้สนใจสามารถ Pre-Order ได้ตั้งแต่ วันศุกร์ที่ ตุลาคม – 15 ตุลาคม 2564 ได้รับของสมนาคุณรวมมูลค่ากว่า 12,000 บาท ได้แก่

  • หูฟัง vivo TWS 2e มูลค่า 2,499 บาท
  • VIP Card มูลค่า 7,999 บาท 
  • Premium Gift Box มูลค่า 1,999 บาท 

สั่งจองได้ที่ vivo Brand Shop ทุกสาขา ตัวแทนจำหน่ายชั้นนำ BaNANA, IT City, CSC, Jaymart, TG FONE, KINGKONG, BKK, แม่วังสื่อสาร, Power Mall, Stamp และ PTE, Advice, Boonchai และผู้ให้บริการเครือข่าย AIS, True, Dtac, รวมถึง vivo Official Store บนร้านค้าออนไลน์ชั้นนำทั้ง LAZADA, Shopee, JD Central และ Thisshop 

ข่าว: รีวิว vivo X70 Pro 5G เรือธงกล้อง ZEISS T* คุณภาพเกินนิยามสมาร์ทโฟน มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/review-vivo-x70-pro-5g/

vivo เปิดตัว X70 Series 5G สมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นท็อป กล้องพัฒนาร่วมกับ Zeiss

วันนี้ vivo เปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ vivo X70 series 5G ซึ่งเป็นสมาร์ตโฟนระดับเรือธง โดยตุดเด่นของรุ่นนี้นอกจากจมีสเปกที่แรงแล้ว ยังใช้กล้องที่พัฒนาร่วมกับ Zeiss เพื่อการถ่ายภาพที่ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วย

สเปกเรือธง

เนื่องจากเป็นมือถือระดับเรือธงตัวท็อปที่จะปฏิวัติการถ่ายภาพบนมือถือ vivo X70 Series 5G ทั้งสองรุ่น จึงให้สเปกภายในเครื่องมาแบบจัดเต็ม พร้อมมอบประสิทธิภาพการทำงานขั้นสูงสุด ตอบโจทย์ความพึงพอใจของผู้ใช้งาน

vivo X70 Pro 5G และ X70 5G ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังชิปเซต MediaTek Dimensity 1200 มอบประสิทธิภาพในการประมวลผลของ CPU และ GPU ขั้นสูงสุด โดยโปรเซสเซอร์ชุดนี้จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อ 5G ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและยังช่วยประหยัดพลังงาน

X70 Pro 5G มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 4450mAh และ X70 5G มาพร้อมแบตเตอรี่ 4400 mAh รองรับ FlashCharge 44W ให้ผู้ใช้งานสามารถเต็มที่กับกิจกรรมยาวนานตลอดทั้งวัน ทั้งสองรุ่นติดตั้งจอแสดงผลขนาด 6.56 นิ้ว พร้อมอัตราการรีเฟรชสูงสุดที่ 120Hz และอัตราการตอบสนอง 240Hz เพื่อการใช้งานที่ลื่นไหลกว่าที่เคย

กล้องที่ร่วมมือกับ Zeiss

vivo X70 Series 5G ประกอบด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงฟีเจอร์ด้านการถ่ายภาพและการถ่ายวิดีโอหลากหลายรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของ vivo ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถแสดงความคิดสร้างสรรค์ของตนได้อย่างเต็มที่ภายใต้คุณภาพความละเอียดสูง รวมถึงสร้างคอนเทนต์วิดีโอหรือภาพถ่ายโดยไม่ถูกลดทอนคุณภาพลงไป

โดย vivo X70 Pro 5G และ X70 5G ติดตั้งกล้องหลักที่มีระบบกันสั่นแบบ Ultra-Sensing Gimbal ทำงานร่วมกับ Gimbal Stabilization 3.0 ระบบกันภาพสั่นไหวแบบ 5 แกน ให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายภาพหรือวิดีโอได้อย่างเสถียรและนิ่งกว่าที่เคยแม้อยู่ระหว่างการเคลื่อนไหว โดยระบบจะช่วยเสริมการทำงานฮาร์ดแวร์กันสั่นด้วยซอฟต์แวร์ (OIS และ EIS) เพื่อช่วยการลดการสั่นของเลนส์ระหว่างแกน X และ Y ด้วยการหมุนแกน Z เพื่อรักษาความเสถียรในองค์รวม

เพื่อสอดรับกับความสามารถด้านการถ่ายภาพระดับสูงของ X70 Series 5G ทาง vivo จึงให้ฟีเจอร์ด้านการถ่ายภาพและวิดีโอมาในเครื่องอย่างจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์สำหรับตอนกลางคืนอย่าง Real-Time Extreme Night Vision, Super Night Video และ Pure Night View ฟีเจอร์การถ่ายวิดีโอระดับโปรอย่าง Pro Cinematic Mode รวมถึงฟีเจอร์สุดล้ำอื่นๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถปลดปล่อยศักยภาพและค้นพบสุนทรียภาพใหม่ๆ ด้านการถ่ายภาพและวิดีโอ

vivo X70 Series 5G ทั้งสองรุ่นจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการพร้อมกัน ในวันพฤหัสบดีที่ 16 ตุลาคม 2564 โดย vivo X70 Pro 5G จำหน่ายในราคา 27,999 บาท และ vivo X70 5G จำหน่ายในราคา 21,999 บาท ณ vivo Brand Shop ทุกสาขา ตัวแทนจำหน่ายชั้นนำ BaNANA, IT City, CSC, Jaymart, TG FONE, KINGKONG, BKK, แม่วังสื่อสาร, Power Mall, Stamp และ PTE, Advice, Boonchai และผู้ให้บริการเครือข่าย AIS, True, Dtac, รวมถึง vivo Official Store บนร้านค้าออนไลน์ชั้นนำทั้ง LAZADA, Shopee, JD Central และ Thisshop ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.vivo.com/th

 

ข่าว: vivo เปิดตัว X70 Series 5G สมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นท็อป กล้องพัฒนาร่วมกับ Zeiss มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/vivo-x70-series-unveiled/

รีวิวหูฟัง vivo TWS 2 ANC ตัดเสียงเงียบ คุณภาพเสียงยอดเยี่ยม

หูฟังเสียงดีที่คุ้มค่าที่สุดเวลานี้ กับ vivo TWS 2 ANC ที่ต่อยอดมาจากรุ่นเดิมกับคุณภาพเสียงที่ดีเยี่ยมระดับ HD Audio เปิดตัวมาพร้อมกับสมาร์ทโฟนเรือธง vivo X70  โดยจะมีให้เลือกสองรุ่นคือ vivo TWS 2 ANC และ vivo TWS 2e กับดีไซน์ใหม่ กับไดเวอร์ไดนามิกขนาดใหญ่ 12.2 มม. ที่ให้มิติเสียงที่กว้าง เบสนุ่ม เสียงที่คมชัด พร้อมความสมดุลทุกย่านเสียง และการใช้งานได้นานกว่าเดิม  และยังมาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน Active Noise Canellation (ANC) กับการตัดเสียงรบกวนที่เงียบกว่าเดิม มีให้เลือก 2 สี Starry Blue และ Moonlight White ตัวที่เราจะมารีวิวครั้งนี้จะเป็นรุ่น TWS 2 ANC สี Starry Blue ค่ะ วางจำหน่ายที่ราคา 2,999 บาท 

ดีไซน์ใหม่ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า

vivo TWS 2 ANC ดีไซน์ใหม่ทรงเล็กลงพกพาง่ายกว่าเดิม สีที่เรานำมารีวิวคือสี Starry Blue ให้สีแบบไล่เฉดสีเหมือนกับรุ่น TWS Neo ถ้าสังเกตุดีๆ จะเห็นเป็นสีดำอมน้ำเงิน ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าโค้งมนไปทั้งเครื่อง ตัวเคสชาร์จเคลือบผิวมันวาวให้ความรู้สึกเรียบหรู แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ทำให้เป็นรอยนิ้วมือและรอยขีดข่วนได้ง่ายค่ะ

วัสดุประกอบดี เปิดปิดฝาพับแล้วรู้สึกถึงความทนทาน มีตัวแม่เหล็กบริเวณฝาพับเพื่อช่วยในการปิดให้แน่นสนิท ตัวเคสน้ำหนักเบาค่ะ นำหนักประมาน 41.9 กรัม พกพาสะดวก

ตรงกลางจะมีปุ่มไว้สำหรับทำการเชื่อมต่อ พร้อมโลโก้ และไฟแสดงสถานะแบตเตอรี่คงเหลือของหูฟัง ไฟจะมี 2 สี สีส้มแสดงสถานะแบตเตอรี่เหลือน้อย และสีเขียวแสดงสถานะแบตเตอรี่เหลือในปริมาณสูงพร้อมใช้งาน นอกจากนี้ยังบ่งบอกสถานะการชาร์จด้วยเมื่อเสียบสายชาร์จจะขึ้นไฟสีส้ม สีเขียวคือการชาร์จเต็ม

พอร์ตชาร์จจะอยู่ด้านล่างของเคสชาร์จ

ตัวหูฟังดีไซน์เป็นทรงก้าน สีเดียวกับตัวเคสชาร์จ ตัววัสดุใช้วัสดุแบบเดียวกับตัวเคสชาร์จเลยค่ะ ใส่กระชับพอดีหูไม่เลื่อนหลุดง่าย น้ำหนักเบา ข้างละ 4.7 กรัม สวมใส่ได้สบายตลอดทั้งวัน ตัวหูฟังกันน้ำกันฝุ่น IP54 

รุ่นนี้จะต่างจากรุ่นก่อนทรงอินเอียร์มีจุกซิลิโคนสีเทานุ่มนิ่ม เพื่อเพิ่มความกระชับในการสวมใส ในกล่องจะมีมาให้ 3 ขนาด ใส่ได้นานไม่รู้สึกระคายหู พร้อมทั้งช่องระบายอากาศที่ออกแบบอย่างล้ำสมัยเชื่อมต่อช่องด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยปรับสมดุลความดันในหู ตัวก้านของหูฟังจะเป็นส่วนพื้นที่ควบคุมคำสั่งต่างๆ โดยการกดที่ตัวก้าน

อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่อง

  • ตัวหูฟัง vivo TWS2 ANC สีดำ
  • เคสชาร์จ
  • จุกยางซิลิโคนสำหรับเปลี่ยนอีก 2 ไซส์ (S,L) ไซส์ M อยู่ที่ตัวหูฟัง
  • คู่มือการใช้งานสารพัดภาษา
  • สายชาร์จ USB Type C
  • Warranty Card

การเชื่อมต่อ

เชื่อมต่อง่ายผ่าน Bluetooth 5.2 ง่ายดายและรวดเร็วเมื่ออยู่ใกล้สมาร์ทโฟนวีโว่ หรือสมาร์ทโฟนอื่นหรือแท็ปเล็ตที่เป็นระบบแอนดรอยด์ เมื่อเปิดบลูทูธบนมือถือและเปิดเคสชาร์จจะมีป๊อบอัพแจ้งเตือนการจับคู่ขึ้นบนหน้าจอสมาร์ทโฟน แตะเพียงครั้งเดียวเพื่อเข้าสู่การจับคู่


สำหรับการจับคู่ระบบ IOS โดยการเปิดเคสชาร์จที่มีตัวหูฟังอยู่ กดปุ่มที่อยู่กลางตัวเคสค้างไว้ 2 วินาที จนไฟสีขาวกระพริบเป็นการแสดงว่ากำลังจับคู่ เข้าไปที่การตั้งค่าบลูทูธในสมาร์ทโฟนค้นหาและจับคู่หูฟังในชื่อ “vivo TWS 2 ” เชื่อมต่อใช้งานได้ 2 อุปกรณ์พร้อมกัน ซึ่งรองรับได้ทั้งสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์พีซี  ในขณะที่ใช้งานฟังเพลง แม้จะมีเสียงเรียกเข้า ให้คุณรับสายได้เพียงแค่กดเบาๆ ที่ก้านของหูฟังโดยไม่จำเป็นต้องสลับการเชื่อมต่อให้ยุ่งยาก

การออกแบบเซ็นเซอร์ที่มีความไวสูงตอบสนองความต้องการของได้อย่างแม่นยำไม่ว่าจะเปลี่ยนเพลง รับสาย หรือปรับระดับเสียง ก็ง่ายดายเพียงแค่การปัดเลื่อนขึ้นลงหรือกดที่ก้านหูฟัง 

  • กด 1 ครั้ง – รับสาย วางสาย เล่นเพลง หยุดเพลง
  • กด2ครั้ง – ปฎิเสธรับสายเรียกเข้า เปลี่ยนเพลง
  • กดค้าง – เข้าสู่โหมดตัดเสียงรบกวน ANC , โหมดรับเสียงจากภายนอก Transparency mode
  • เลื่อนขึ้น ลงที่ก้านหูฟัง – ปรับเพิ่ม ลดเสียง

ฟีเจอร์การใช้งาน

หูฟัง vivo TWS2 ANC มาพร้อมไมโครโฟน 3 ตัว อยู่ทางด้านในช่องหูฟังไมโครโฟนภายในที่มี SNR สูง ที่จะช่วยรับเสียงพูด นอกจากนี้ยังมีท่อลมชนิดใหม่ซึ่งช่วยเพิ่มความต้านทานเสียงลมได้ถึง 148%*แม้จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกอาคาร หรือกำลังพูดคุยขณะวิ่งหรือปั่นจักรยาน เสียงก็จะกลับมาชัดเจน  ไมโครโฟนภายนอกแบบบีมฟอร์มมิ่งคู่ บริเวณด้านหลังของหูฟังและด้านใต้ของตัวหูฟัง สามารถตัดเสียงรบกวนจากสิ่งแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ

ฟีเจอร์โหมดตัดเสียง รบกวนActive Noise Canellation (ANC) ปรับเลือกโหมดได้ 3ระดับ สูง/กลาง/ต่ำ, โหมดตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะ Smart & Dynamic Noise Cancellation  , โหมดการรับเสียงภายนอก Transparency Mode โดยไม่ต้องถอดหูฟัง เราสามารถรับเสียงจากภายนอกได้โดยไม่ต้องถอดหูฟัง ทั้งหมดนี้ทำโดยการกดค้างที่ก้านหูฟังสะดวกดีค่ะ

Active Noise Canellation (ANC) ระบบตัดเสียงรบกวนสูงถึง 40dB ระบบตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะ ตรวจจับเสียงรบกวนทั้งภายในและภายนอก พร้อมปล่อยคลื่นป้องกันเสียงรบกวนความแม่นยำสูงเพื่อตัดเสียงออกได้สูงถึง 40dB ป้องกันเสียงรบกวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ มอบประสบการณ์การฟังที่สมจริงยิ่งขึ้น

เทคโนโลยีการออกแบบชิปตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะจากผู้เชี่ยวชาญด้านเสียง  ช่วยขจัดเสียงรบกวนรอบข้างระหว่างการโทรและเพิ่มเสียงคุณกับคู่สนทนาได้ไปพร้อมกัน พร้อมทั้งช่วยลดเสียงรบกวนจากสิ่งแวดล้อมรอบข้างได้ดีเยี่ยม เพื่อให้คุณโฟกัสแต่กับสิ่งที่กำลังฟัง ประสิทธิภาพการป้องกันเสียงลมได้รับการทดสอบโดยห้องปฏิบัติการของ  vivo เมื่อเทียบกับรุ่น  vivo TWS Neo สามารถเพิ่มขึ้นได้ถึง 148% การตรวจจับการสวมใส่ ตัวนี้มีเซ็นเซอร์ตรวจจับการสวมใส่ทั้ง 2 ข้าง

การใช้งานด้านการฟังเพลงคุณภาพเสียงคมชัดระดับ DEEP – HD Audio  โดยใช้เทคโนโลยีการส่งคลื่นเสียง  เก็บรายละเอียดได้ดีเยี่ยม และได้รับการออกแบบมาเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพเสียง แม้ว่าจะอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่เสียงดัง ไดร์เวอร์ขนาดใหญ่ 12.2 mm ด้วยไดรเวอร์ไดนามิกคาร์บอนไฟเบอร์คุณภาพดี น้ำหนักเบา คุณภาพเสียงคมชัดสมจริงช่วยเพิ่มอรรถรสในการฟังเพลง เสมือนอยู่ในสตูดิโอ มิติเสียงค่อนข้างกว้าง เบสแน่นนุ่ม เข้ากับทุกแนวดนตรี  

โหมดเล่นเกมกับการเชื่อมต่อภาพและเสียง ด้วยค่า Latency ความหน่วงต่ำ เพื่อเข้าสู่โหมดเกมที่จะปรับค่าความหน่วงต่ำ 88ms ช่วยเพิ่มความเสถียรในการเชื่อมต่อได้ถึง 20% หมดปัญหาภาพและเสียงดีเลย์ ใช้งานได้นานต่อเนื่องร่วมกับเคสชาร์จได้ถึง 29 ชั่วโมง เปิดระบบตัดเสียงรบกวน ใช้งานได้นานต่อเนื่องถึง 4.1 ชั่วโมง ปิดระบบตัดเสียงรบกวน ใช้งานได้นานต่อเนื่องถึง7.3 ชั่วโมง

สรุปความน่าใช้ของ vivo TWS 2 ANC

ใครที่กำลังมองหาหูฟังไว้ใช้งานคู่กับสมาร์ทโฟน คุณภาพเสียงระดับ HD-Audio ฟังเพลงเพลิน เสียงคมชัดทั้งการฟังเพลงและการสนทนาผ่านตัวหูฟัง  มีฟีเจอร์เด่นอย่างระบบตัดเสียงรบกวน ANC และ Transparency Mode โหมดรับฟังเสียงจากภายนอกโดยไม่ต้องถอดหูฟัง รวมถึงการใช้งานได้ทั้งวันโดยไม่ต้องชาร์จระหว่างวัน ดีไซน์เรียบหรู ขอติตรงความมันเงาที่ทำให้เป็นรอยมันรอยนิ้วมือได้ง่ายจนต้องคอยเช็ดเสื้อกันบ่อยๆ นอกนั้นดีเยี่ยม โดยเฉพาะราคาที่เปิดมาคุ้มค่ามากค่ะ

 

ข่าว: รีวิวหูฟัง vivo TWS 2 ANC ตัดเสียงเงียบ คุณภาพเสียงยอดเยี่ยม มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/review-of-vivo-tws-2-anc-headphones-great-noise-cancellation-hd-audio-sound-quality/