คลังเก็บป้ายกำกับ: VIVO

HUAWEI หลุดวงโคจร ไม่ติด Top 5 ตลาดสมาร์ทโฟนในจีนแล้ว

แม้ว่าจะโดนรัฐบาลสหรัฐฯ สั่งแบนห้ามเข้าถึงแอปและบริการต่าง ๆ ของ Google แต่ถ้าพูดถึงตลาดมือถือในจีนแล้ว HUAWEI ยังถือเป็นเต้ยตัวใหญ่ ๆ หาใครมาล้มยากมาก ๆ อยู่ดี แต่ล่าสุด IDC บริษัทเก็บสถิติชื่อดังได้ออกมาเปิดเผยสถิติที่น่าสนใจของไตรมาสสองที่ผ่านมา พบว่า HUAWEI หลุดท็อปไฟว์ในจีนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

รอบนี้ IDC หรือ International Data Corporation ได้ออกมาเปิดเผยว่า Vivo ยังคงครองแชมป์อันดับหนึ่งกวาดส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ในตลาดสมาร์ทโฟนที่จีนไปได้สูงถึง 15% ตามมาด้วย OPPO, Xiaomi, Apple และ HONOR ที่ได้แยกตัวออกมาเป็นอิสระจนทำให้มือถือเวอร์ชั่นที่วางขายทั่วโลกกลับมาใช้ Google Mobile Services ได้เหมือนเดิมแล้ว 

ขณะที่อดีตเต้ยอย่าง HUAWEI ที่สองสามปีก่อนครองบัลลังก์อันดับหนึ่งในจีนมาโดยตลอด รอบนี้จากการรายงานของ IDC พวกเขากลับหลุดวงโคจรซะงั้น

โดยทั้ง Vivo, OPPO, Xiaomi และ Apple ต่างมียอดขายสมาร์ทโฟนที่เพิ่มสูงขึ้น 17 – 47% จะมีเพียงแค่อันดับ 5 อย่าง HONOR เท่านั้น ที่ยอดขายหายไปเกือบ ๆ 50% ซึ่งคาดว่าน่าจะมาจากการที่พวกเขาห่างหายไม่ได้เปิดตัวมือถือนานนั่นเอง เพิ่งจะกลับมาในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี่เอง

 

ที่มา: GSMArena

from:https://droidsans.com/huawei-not-in-top-5-china-market-anymore/

REVIEW | รีวิว Vivo Y52 5G มือถือราคาไม่ถึงหมื่น แต่มาครบ ๆ ทั้งระบบ 5G, สเปคลื่น, กล้องหลัง 48MP และแบตสุดอึด

ตอนนี้มือถือที่รองรับ 5G เริ่มมีราคาที่เอื้อมถึงได้ไม่ยากแล้ว อย่างเช่น Vivo Y52 5G ที่เปิดราคาในบ้านเรามาแค่ 7,999 บาท เท่านั้น แต่สเปคที่ได้มาเรียกว่าคุ้มค่าจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียด FHD+, สเปคเครื่องที่ใช้งานทั่วไปได้สบาย, กล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 48MP แถมด้วยแบตเตอรี่อึดถึก 5000 mAh ใช้งานข้ามวันได้แบบไม่ต้องชาร์จ ส่วนการใช้งานจริงจะดีตามสเปคหรือไม่ จะน่าน่าใช้รึเปล่า…เราก็ได้ไปทดสอบมาให้แล้วครับ

แกะกล่อง 

vivo Y52 5G เป็นมือถือที่ให้ของในกล่องมาแบบครบครันสุด  ๆ แบบถอยเครื่องมาก็เอาไปใช้ได้เลยแบบไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่มอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฟิล์มกันรอยที่ติดมาให้เลยตั้งแต่ออกจากกล่อง ไม่ต้องมานั่งเสี่ยงดวงติดเองให้เบี้ยว หรือมีฟองอากาศ, เคสซิลิโคนใส, หูฟังแบบมีสาย 3.5 มม., สายชาร์จ USB-C และหัวชาร์จไว 18W

ดีไซน์ และหน้าจอ

รูปร่างหน้าตาของ vivo Y52 5G ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่ามันสวยหรูดูดีอยู่เหมือนกันนะ ด้วยตัวเครื่องที่ไม่หนาเกินไป ฝาหลังเป็นกระจกมันวาวสีดำไล่เฉดจากสีดำอ่อน ๆ จากด้านบนลงมาเป็นสีดำเข้มทางด้านล่าง คือถ้าไม่ติดว่ากลัวเครื่องจะเป็นรอยหรือกลัวทำตก ก็ไม่อยากจะใส่เคสเลยล่ะ

มีโมดูลกล้องมุมซ้ายบนที่นูนออกมาจากตัวเครื่องนิดหน่อย และมีขอบเครื่องทางด้านหลังที่โค้งมน มีปุ่มปรับเสียง และปุ่ม Power ที่เป็นเซนเซอร์สแกนนิ้วมืออยู่ที่ขอบเครื่องด้านขวา

แต่ข้อเสียอย่างนึงของฝาหลังที่มีพื้นผิวแบบมันวาวก็คือมันเป็นรอยนิ้วมือง่ายมาก ๆ เช็ดไปไม่ทันไร จับนิดจับหน่อยเป็นรอยเต็มอีกแล้ว

จับนิดจับหน่อยเป็นรอยเต็มเลย

ส่วนการใช้งานก็ถือถนัดมือด้วยขอบเครื่องด้านหลังแบบโค้งมนก็เลยจับแล้วเข้าอุ้งมือพอดี แต่ถ้าจะให้ชัวร์แนะนำว่าใส่เคสเอาไว้ดีกว่า เนื่องจากพื้นผิวที่เป็นมันเงานี่แหละ หากมือของเราชื้นขึ้นมาแล้วมันจะพลาดลื่นหลุดมือได้ง่าย ๆ

หน้าจอของ vivo Y52 5G เป็นพาเนลแบบ LCD แต่ก็สามารถใช้งานกลางแจ้งได้ไม่มีปัญหา การแสดงผลสีถ้าไม่เอาไปเทียบกับพวกมือถือจอ OLED ก็ไม่สังเกตเลยว่ามันจะซีดกว่า แต่หากใช้ดูหนังจะสังเกตข้อเสียของจอ LCD ได้บ้างตรงที่มันไม่สามารถแสดงผลสีดำได้แบบมืดสนิทนั่นเอง

ใช้กลางแจ้งตอน 3 – 4 โมงเย็น ก็ยังมองเห็นหน้าจอได้ชัดเจน

ส่วนดีไซน์หน้าจอของ vivo Y52 5G ยังคงใช้แบบ Notch หยดน้ำสำหรับวางกล้องเซลฟี่อยู่ ซึ่งอาจจะไม่ค่อยถูกใจบางคนเท่าไหร่ (เอาจริง ๆ ผมก็ไม่ค่อยชอบ) เพราะมันจะรบกวนสายตาเล่นเกม หรือดูหนังเต็มจอ

ประสิทธิภาพการใช้งานลื่น และเล่นเกม 3D สบาย

สเปคของ vivo Y52 5G ให้มาแบบที่สามารถใช้งานทั่วไปได้สบาย ๆ ด้วยชิป Dimensity 700 5G และ RAM 4GB ทำให้การใช้งานประเภทเล่นแอปโซเชียล, ดูหนัง ดูคลิประดับ FHD, เปิด Chrome ทิ้งไว้หลาย ๆ Tab หรือแม้แต่เล่นเกมกราฟิก 3D ก็สบายหายห่วง (ต้องปรับค่ากราฟิกให้เหมาะสมด้วยนะครับ)

ทดสอบเล่นเกมอิต ๆ ตอนนี้อย่าง ROV ค่า Default ปรับการแสดงผลมาให้ที่ระดับสูง แต่ไม่สามารถปรับโหมดเฟรมเรตสูงได้ ทดสอบเล่นดูแล้วก็เนียน ๆ ที่ 30fps เฟรมเรตแทบไม่ตกเลยครับ

PUBG ปรับกราฟิกได้ที่ระดับ HD และเฟรมเรตสูง ตอนเล่นก็ลื่นใช้ได้ไม่มีอาการกระตุกให้เสียจังหวะ

ส่วนเกมกินสเปคโหด ๆ อย่าง Genshin Impact ปรับต่ำสุดทุกอย่างก็พอเล่นได้ แต่แน่นอนว่าจะมีอาการกระตุกเป็นพัก ๆ เวลาเจอฉากใหญ่ ๆ รายละเอียดเยอะ ๆ หรือมีศัตรูเข้ามาเยอะ ๆ ซึ่งบางคนอาจจะเล่นแล้วหงุดหงิดได้ เพราะมันไม่ลื่นเท่าที่ควรครับ

Genshin Impact กระตุกเป็นพัก ๆ เวลาเจอศัตรูเยอะ ๆ

ลำโพงเร่งได้สูงสุด 200%

vivo Y52 5G ใช้ลำโพงแบบ Linear Speaker 1612 ทำให้มันสามารถเล่นเสียงออกมาได้แบบทรงพลังมากกว่ามือถือรุ่นอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีระบบ Speaker Boost 3.0 ที่จะช่วยเร่งเสียงของลำโพงให้ดังมากขึ้นไปสูงสุดถึง 200% โดยที่เสียงไม่แตกเลย แต่เสียงที่ได้จะแห้ง ๆ หน่อย เพราะเบสไม่ค่อยมี

กล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียดสูงสุด 48MP

กล้องหลังของ vivo Y52 5G มีให้มาทั้งหมด 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 48MP + กล้อง Bokeh ความละเอียด 2MP + กล้อง Macro 2MP ซึ่งการถ่ายภาพทั่วไปในสภาวะแสงปกติ จะให้คุณภาพที่ใช้ได้สบายอยู่แล้ว ส่วนการถ่ายภาพกลางคืนก็จะมี Super Night Mode เข้ามาช่วยเพิ่มความสว่าง และเพิ่มรายละเอียดของภาพให้คมชัดยิ่งขึ้น แต่ก็ต้องมือนิ่งหน่อยนะครับ เพราะโหมดนี้มันจะเก็บภาพไว้หลาย ๆ ช็อตแล้วเอามาประมวลผลออกมาให้เป็นภาพเดียว













ส่วนการถ่ายภาพคนหรือ Portrait นอกจากจะมีฟีเจอร์ละลายฉากหลังแล้ว ยังมีระบบ Eye AutoFocus ที่จะโฟกัสไปที่ดวงตาของนายแบบ / นางแบบอัตโนมัติ ทำให้ไม่หลุดโฟกัสหรือไม่ต้องคอยจิ้มเองด้วยนะ

ระบบ Eye AutoFocus

สำหรับโหมดถ่ายวิดีโอ vivo Y52 5G ทำได้สูงสุดที่ 1080p / 60fps และยังมีระบบกันสั่น EIS ให้มาด้วย แต่จะใช้ได้เฉพาะการถ่ายแบบ 1080p 30fps เท่านั้น โดยจะเปิดใช้อัตโนมัติเมื่อเลือกเฟรมเรตที่ 30fps ครับ ส่วนคลิปที่ถ่ายจะออกมาเป็นยังไง ไปดูตัวอย่างกันได้ในรีวิวครับ

กล้องเซลฟี่ 8MP 

กล้องเซลฟี่ให้มาที่ 8MP พร้อมโหมดหน้าชัดหลังเบลอ, Face Beauty Mode และ Posture Mode สำหรับช่วยให้โพสท์ท่าเซลฟี่ได้เหมือนนางแบบกันเลยทีเดียว โดยจะมีเส้นกรอบโผล่ขึ้นมาบนหน้าจอให้เราโพสท์ท่าตามได้ง่าย ๆ นั่นเอง

Posture Mode ช่วยโพสท์ท่า




Gallery ที่มากับฟีเจอร์ลบวัตถุที่ไม่ต้องการในภาพได้

ปกติแล้วมือถือแทบทุกรุ่นจะมีแอป Gallery ให้ได้ใช้ปรับแต่งภาพได้ทีหลังอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นปรับแสง เงา ความคมชัด ปรับบิวตี้ ฯลฯ แต่สำหรับ Gallery ใน Funtouch OS 11.1 จะมีฟีเจอร์ AI การตัดรูปภาพ สำหรับลบวัตถุที่ไม่ต้องการออกจากภาพได้แบบเนียน ๆ ด้วยระบบ AI ซึ่งจากที่ลองแล้วก็พบว่ามันค่อนข้างเนียนเลยล่ะ (ในกรณีที่พื้นหลังไม่มีลวดลายที่ซับซ้อนเกินไปนะ)

ลบคนออกจากภาพได้เนียน ๆ

แบตเตอรี่อึดสุด ใช้งานข้ามวันไม่ต้องชาร์จ

แบตเตอรี่ของ vivo Y52 5G ให้มาแบบจุก  ๆ ที่ 5000 mAh ถ้าใช้งานทั่วไปวัน ๆ นึง ตั้งแต่เช้าเล่นโซเชียล, ตอบแชต, เล่นเน็ต, ถ่ายรูปบ้าง วิดีโอบ้าง, ดูคลิปจาก YouTube, เล่นเกมแก้เบื่อนิด ๆ หน่อย ๆ กลับถึงบ้านค่ำ ๆ แบตเตอรี่เหลือเกิน 50% ลากยาวไปใช้ต่อได้อีกวันสบาย ๆ และจากการทดสอบใช้งานมาราธอนใส่ซิม 4G เชื่อมต่อ WiFi ดูหนังจาก Netflix ติดต่อกันถึง 8 ชม. เกือบครึ่ง แบตเตอรี่ยังเหลือตั้ง 50% เลยนะ เรียกว่าอึดสุด ๆ ไปเลยล่ะ ส่วนหัวชาร์จ 18W ที่ให้มาด้วย ใช้เวลาชาร์จแบตเตอรี่จาก 5% – 100% ประมาณเกือบ 2 ชม. ซึ่งก็ไม่ได้ถือว่าช้าอะไรครับ

สเปค vivo Y52 5G

  • หน้าจอ IPS LCD ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียด FHD+
  • CPU : Dimensity 700 5G
  • GPU : Mali-G57 MC2
  • RAM : 4GB
  • ความจุ : 128GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    – กล้องหลัก ความละเอียด 48MP (f/1.79)
    – กล้อง Macro ความละเอียด 2MP (f/2.4)
    – กล้องจับความลึก ความละเอียด 2MP (f/2.4)
  • กล้องหน้า : 8MP (f/2.0)
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, BT 5.1
  • เซนเซอร์ : Fingerprint (ด้านข้าง), accelerometer, gyro, proximity, compass
  • ระบบเสียง : ลำโพงเดี่ยว, มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh รองรับชาร์จไว 18W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย Funtouch OS 11.1
  • ขนาด / น้ำหนัก : 163.95 × 75.30 × 8.50 มม. / 193 กรัม

สรุป

ข้อดี

  • ดีไซน์สวยหรูดูดี (ความเห็นส่วนตัว)
  • สเปคใช้งานทั่วไปได้สบาย
  • ลำโพงเสียงดังมาก
  • แบตเตอรี่อึดสุด ๆ
  • กล้องหลังคุณภาพพอใช้ได้สำหรับสเปคระดับนี้ (Super Night Mode ถือว่าทำได้ดี)
  • กล้องวิดีโอมีกันสั่น EIS
  • ดู Netflix HD ได้
  • ของในกล่องให้มาแบบครบครัน
  • ราคาไม่แรง

ข้อสังเกต

  • ฝาหลังเป็นรอยนิ้วมือง่ายมาก ๆ (แก้ด้วยการใส่เคสเอา)
  • เล่น Genshin Impact กระตุก
  • กล้องเซลฟี่ความละเอียดน้อยไปหน่อย
  • ลำโพงเสียงดัง แต่เสียงแห้งเบสแทบไม่มี และเสียงไม่มีมิติ (เพราะลำโพงตัวเดียว)
  • 18W ชาร์จช้าไปนิด

ก็เรียกว่า vivo Y52 5G เป็นมือถือ 5G ราคาไม่ถึงหมื่นบาทที่น่าสนใจอีกรุ่นนึง ด้วยสเปคที่ใช้งานได้แบบครอบคลุม ไม่มีติดขัด (ยกเว้นเล่น Genshin Impact ไม่ลื่น) กล้องหลังก็สามารถถ่ายได้สวย ๆ ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ แถมแบตเตอรี่ยังอึดสุด ๆ อีกต่างหาก นอกจากนี้ในกล่องยังให้ของมาครบ ๆ พร้อมใช้ได้ทันที ไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่มเติมแล้วด้วยครับ

from:https://droidsans.com/vivo-y52-5g-review/

เปิดตัว vivo Y53s NFC มาพร้อมชิปเซ็ท Helio G80, กล้องหลัง 3 ตัว 64MP และรองรับชาร์จเร็ว 33W

vivo ประกาศเปิดตัว vivo Y53s NFC อย่างเป็นทางการที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยเป็นรุ่นอัปเกรดของ vivo Y53s 4G ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งสมาร์ตโฟนทั้ง 2 รุ่นมีสเปกที่เหมือนกันและคุณสมบัติที่แตกต่างกันเพียงอย่างเดียวในเครื่องใหม่คือการรองรับการเชื่อมต่อ NFC

สเปก vivo Y53s NFC

vivo Y53s NFC

ตัวเครื่องมีขนาด 164 × 75.46 × 8.38 มม. และน้ำหนัก 190 กรัม หน้าจอแสดงผลทรงหยดน้ำแบบ LCD ความละเอียด FHD+ 2408×1080 พิกเซล ขนาด 6.58 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 และรองรับช่วงสี P3

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.0GHz โดยใช้ชิปเซ็ท MediaTek Helio G80, หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G52 MC2, RAM 8GB+3GB Extended, หน่วยความจำภายใน 128GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 1TB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย Funtouch OS 11.1

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว พร้อมไฟแฟลช LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 และระบบ PDAf
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างเครื่อง, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.1, NFC, ช่องหูฟัง 3.5 มม., พอร์ต USB Type-C และใช้แบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh รองรับการชาร์จเร็ว 33W

ทั้งนี้ vivo Y53s NFC มีให้เลือก 2 สีคือ Deep Sea Blue และ Fantastic Rainbow โดยมีราคาอยู่ที่ 3,699,000 รูเปียห์หรือประมาณ 8,400 บาท และเปิดจองล่วงหน้าแล้วที่ประเทศอินโดนีเซียผ่าน JD.com จนถึงวันที่ 27 กรกฎาคมนี้

ที่มา : Gizmochina

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Vivo ที่นี่ >>> http://bit.ly/2EM6u36

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/vivo-y53s-nfc-launched-in-indonesia/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=vivo-y53s-nfc-launched-in-indonesia

Vivo Y53s NFC เตรียมเปิดตัวที่อินโดนีเซียวันนี้ (22 ก.ค.)

vivo อินโดนีเซีย ได้ปล่อยทีเซอร์เตรียมเปิดตัว vivo Y53s NFC สมาร์ตโฟนระดับกลางรุ่นใหม่ตระกูล Y Series ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2021 โดยมาพร้อมจุดเด่นหน้าจอทรงหยดน้ำ, RAM 8GB+3GB (Virtual RAM), กล้องหลัง 3 ตัว 64MP และรองรับการเชื่อมต่อ NFC

vivo Y53s NFC

นอกจากนี้ในภาพทีเซอร์เตรียมเปิดตัว vivo Y53s NFC ยังเผยภาพเรนเดอร์ตัวเครื่องที่ด้านหน้ามาพร้อมจอทรงหยดน้ำ โดยติดตั้งกล้องเซลฟี่ที่ตรงกลางด้านบน

ส่วนด้านหลังติดตั้งกล้อง 3 ตัว พร้อมไฟแฟลช LED อยู่ในโมดูลสี่เหลี่ยมผืนผ้า ซึ่งกล้องหลักมีความละเอียด 64 ล้านพิกเซล โดยด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่มเปิดปิดเครื่อง และฝังเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนปุ่มนี้ และมีให้เลือก 2 สีคือ สีฟ้าไล่เฉดสี กับสีน้ำเงิน

ทั้งนี้ ในส่วนสเปกของ vivo Y53s NFC คาดว่าจะเหมือนกับ Y53s ที่เปิดตัวที่เวียดนามเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา โดยมาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ LCD ความละเอียด FHD+ ขนาด 6.58 นิ้ว ใช้ขิปเซ็ท MediaTek Helio G80, หน่วยความจำภายใน 128GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย FunTouch OS

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล, กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล และกล้องตัวที่ 3 เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล และใช้แบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh รองรับการชาร์จเร็ว 33W

ที่มา : Gizmochina

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Vivo ที่นี่ >>> http://bit.ly/2EM6u36

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/vivo-y53s-nfc-to-launch-on-july-22-in-indonesia/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=vivo-y53s-nfc-to-launch-on-july-22-in-indonesia

vivo จัดงานประกวด VISION+ Mobile PhotoAwards 2021 อย่างเป็นทางการ ร่วมมือกับ National Geographic เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันถ่ายภาพด้วยมือถือระดับมืออาชีพ

vivo จัดงานประกวด VISION+ Mobile PhotoAwards 2021 อย่างเป็นทางการ ภายใต้ความร่วมมือกับ National Geographic โดยได้ประกาศเปิดลงทะเบียนร่วมเข้าแข่งขันผ่านทุกช่องทาง ในฐานะผู้บุกเบิกและผู้นำนวัตกรรมด้านการถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ vivo กำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรที่มีชื่อเสียงในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึง ZEISS และ National Geographic เพื่อพัฒนาระบบนิเวศการถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือผ่านโครงการ VISION+ 

โดยโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ร่วมกัน ทั้งผลงานภาพถ่าย การศึกษาสาธารณะ และการค้นหาเรื่องราวทางสุนทรียภาพอันน่าทึ่ง โดยเป้าหมายสูงสุดของ vivo คือการส่งเสริมให้ผู้ใช้งานได้อิ่มเอมไปกับความสุขจากความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนเร่งการพัฒนาและทำให้การถ่ายภาพด้วยมือถือกลายเป็นที่ยอมรับมากยิ่งขึ้น

Vivo

งานประกวด VISION+ Mobile PhotoAwards เป็นส่วนสำคัญของโครงการ VISION+ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ การแข่งขันครั้งนี้นับเป็นเวทีระดับโลกที่จะสร้างกระแสการพูดถึงการถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือในระดับโลก และส่งเสริมเหล่าบรรดาผู้ร่วมแข่งขัน ที่ไม่ว่าจะเป็นมืออาชีพ ผู้ที่มีใจรัก หรือแม้แต่ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั่วไป

นาย สปาร์ก นี่ รองประธานและผู้บริหารฝ่ายการตลาดของ vivo กล่าวว่า “ปีนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ของการประกวด VISION+ Mobile PhotoAwards โดย vivo มีเป้าหมายที่จะขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการถ่ายภาพ ตลอดจนช่วยให้ผู้คนทั่วโลกสนุกไปกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อรังสรรค์ผลงานที่โดดเด่นผ่านการแข่งขันนี้ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ vivo ที่เน้นผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง และเน้นความรับผิดชอบทางด้านวัฒนธรรม ในฐานะแบรนด์เทคโนโลยีเราจะทำให้เทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพ ที่เป็นมืออาชีพและน่าสนุกสนานให้เข้าถึงผู้คนได้มากที่สุด เพื่อให้ผู้คนสามารถเพลิดเพลินกับความสุขจากความสร้างสรรค์ได้มากขึ้น”

vivo จับมือกับ National Geographic อีกครั้ง จุดประกายการถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ

การประกวด VISION+ Mobile PhotoAwards จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2563 โดย vivo และ National Geographic ในฐานะที่เป็นส่วนสำคัญของโครงการ VISION+ การแข่งขันครั้งนั้น มีผลงานภาพถ่ายด้วยโทรศัพท์มือถือเข้าร่วมกว่า 135,000 ชิ้น และได้มอบรางวัลให้กับผู้เข้ารอบสุดท้ายจำนวน 38 รางวัล จาก 9 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ จีน สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส สเปน และรัสเซีย

ซึ่งเหล่าครีเอเตอร์ล้วนมาจากภูมิหลังและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน พวกเขาได้ส่งผลงานอันงดงามซึ่งแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายและความมีชีวิตชีวาทั่วโลก ประกอบไปด้วยภาพบุคคลที่มีชีวิตชีวา วิถีชีวิตพื้นบ้านที่แปลกตา และภูมิทัศน์อันงดงาม

Vivo

VISION+ Mobile PhotoAwards 2021: โปสเตอร์โปรโมตการประกวด
ถ่ายด้วย 
vivo X60 Pro+ โดย Martin Parr (ซ้าย) และ Xiao Quan (ขวา)

เนื่องจากมีคอนเทนต์ที่สร้างสรรค์มากมาย รวมถึงการตอบรับอย่างดีจากสาธารณะ vivo และ National Geographic ได้รวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อจัดงานประกวด VISION+ Mobile PhotoAwards 2021 อย่างเป็นทางการ

งานประกวดภาพถ่ายด้วยโทรศัพท์มือถือระดับมืออาชีพและมีอิทธิพลต่อวงการ

ในปีนี้ VISION+ Mobile PhotoAwards ประกอบไปด้วยคณะกรรมการตัดสินและผู้เชี่ยวชาญที่ทรงอิทธิพลด้านการถ่ายภาพ รวมทั้งนักวิชาการที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ 6 คน จากหลากหลายสาขาวิชา ได้แก่ Martin Parr ช่างภาพสารคดี Jonas Bendiksen ช่างภาพสารคดี Xiao Quan ช่างภาพถ่ายรูปบุคคล Laura Serani ภัณฑารักษ์งาน Les Rencontres d’Arles Bertram Hoenlinger ผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพจาก ZEISS และ Michael George ที่ปรึกษาด้านภาพถ่าย National Geographic โดยคณะกรรมการจะประเมินผลงานภาพถ่ายจากมุมมองของมืออาชีพ รวมถึงแสดงความคิดเห็นและคำแนะนำ เพื่อช่วยให้ครีเอเตอร์ที่มีความสามารถ ได้แสดงตัวตนของพวกเขาผ่านการถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือได้ดียิ่งขึ้น

VISION+ Mobile PhotoAwards 2021: คณะกรรมการ

นอกเหนือจากรายชื่อผู้ตัดสินใหม่ ๆ ในปีนี้แล้ว งานประกวด VISION+ Mobile PhotoAwards ปีนี้ ได้เพิ่มหมวดหมู่การประกวดใหม่เข้าไปในกลุ่มผู้แข่งขันที่แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มบุคคลทั่วไป กลุ่มเยาวชน และกลุ่มมืออาชีพหน้าใหม่ โดย vivo ยังสนับสนุนให้ผู้ใช้สมาร์ตโฟนระบุหมวดหมู่การแข่งขันที่พวกเขาหลงใหลมากที่สุด เพื่อแสดงความสร้างสรรค์ของแต่ละคนให้ออกมาได้มากที่สุด

กลุ่มมืออาชีพประกอบด้วย 3 หมวดหมู่ ได้แก่ ข่าวสาร ความสร้างสรรค์ และสารคดี โดยมุ่งส่งเสริมช่างภาพมืออาชีพให้ตีความและแสดงความรู้สึกที่มีต่อวัฒนธรรมสมัยใหม่ กระแสสังคม และช่วงเวลาสำคัญในรอบปี ส่วนกลุ่มบุคคลทั่วไปและกลุ่มเยาวชน จะเน้นความงดงามในชีวิตประจำวัน อารมณ์และความทรงจำของมนุษย์ สำหรับกลุ่มบุคคลทั่วไปประกอบด้วย 6 หมวด ได้แก่ ภาพบุคคล กลางคืน กีฬา ธรรมชาติ ชีวิต และภาพสถานที่ โดยที่กลุ่มเยาวชนจัดว่าเป็นกรณีพิเศษที่จะเน้นเรื่องสิ่งแวดล้อมรอบตัว

การแข่งขันจะมี 33 รางวัล จากทุกหมวดหมู่ และผู้ชนะจะได้รับรางวัลและการสนับสนุนอย่างสร้างสรรค์จาก vivo นอกเหนือจากรางวัลทั่วไป เช่น รางวัลเงินสด สมาร์ตโฟน และประกาศนียบัตรแล้ว vivo ยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรม ให้โอกาสผู้ชนะได้ทำงานถ่ายภาพเชิงพาณิชย์  ไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการถ่ายภาพกลางแจ้ง รวมถึงการตีพิมพ์ผลงานการถ่ายภาพ โดยเป้าหมายของ vivo คือการให้ผู้ชนะมีโอกาสพัฒนาฝีมือในระยะยาว และช่วยให้พวกเขาได้ค้นพบและชื่นชมการถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือที่ยอดเยี่ยม

ไม่ว่าใคร ก็สามารถเป็นครีเอเตอร์ได้ ด้วยศักยภาพการถ่ายภาพระดับมืออาชีพที่เน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง

สมาร์ตโฟนสมัยนี้ทำให้การถ่ายภาพง่ายขึ้นมากกว่าในอดีตที่ผ่านมาแบบไม่เห็นฝุ่น ในฐานะที่เป็นผู้บุกเบิกด้านนวัตกรรมการถ่ายภาพผ่านโทรศัพท์มือถือ vivo ไม่เคยหยุดที่จะตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปของผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 400 ล้านคน ด้วยการร่วมมือกับบริษัทผู้พัฒนาเลนส์ระดับโลกอย่าง ZEISS ผสมผสานความเข้าใจผู้บริโภคของ vivo เข้ากับความเชี่ยวชาญในเรื่องเลนส์กล้องของ ZEISS ยกระดับประสบการณ์การถ่ายภาพด้วยกล้องมือถือสำหรับบุคคลทั่วไป ด้วยการนำเลนส์ Biotar มาใช้งานในโหมดภาพถ่ายบุคคลบน vivo X60 ซึ่งช่วยมอบประสบการณ์การถ่ายภาพของผู้ใช้งานให้สมจริงยิ่งขึ้น และในอนาคตข้างหน้า vivo และ ZEISS จะยังคงเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งผ่านการวิจัยและพัฒนา เพื่อส่งต่อฟังก์ชันที่ใช้งานได้ง่าย รู้ใจผู้ใช้ และช่วยเก็บเกี่ยวช่วงเวลาที่มีค่าไว้ให้ไม่เลือนหาย

vivo มีความเชื่ออย่างแรงกล้าว่า การให้คำนิยามการถ่ายภาพของแต่ละยุคสมัย ไม่ได้มาจากใครกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่มาจากการร่วมรังสรรค์จากผู้คนทั่วโลกและจากทุกย่างก้าวของชีวิต vivo ขอเชิญชวนทุกคนให้ออกมาใช้โทรศัพท์มือถือของตนเอง ร่วมกันแสดงออกซึ่งความสุขของมนุษยชาติ ผ่านการบันทึกภาพถ่ายความเป็นมนุษย์ซึ่งเปี่ยมไปด้วยความหมายอันแสนอบอุ่นและมีพลัง พร้อมหวังที่จะเป็นผู้ช่วยให้ทุกคนมีความสุขไปกับการสร้างสรรค์ผลงาน ในยุคที่การเป็นครีเอเตอร์ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

สามารถติดตามข่าวสารการประกวด VISION+ Mobile PhotoAwards ได้ที่ http://visionplus.vivo.com/th หรือ Facebook vivo Official Page

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Vivo ที่นี่ >>> https://bit.ly/3qL5T4L

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/vivo-officially-hosts-the-vision-mobile-photoawards-2021/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=vivo-officially-hosts-the-vision-mobile-photoawards-2021

หลุดสเปก iQOO 8 มาพร้อมชิปเซ็ท Snapdragon 888+ รุ่นแรกของโลก คาดเปิดตัว 8 สิงหาคมนี้

หลังจากที่ Qualcomm เปิดตัวชิปเซ็ท Snapdragon 888+ ซึ่งเป็นชิปเซ้ทเรือธงรุ่นอัปเกรดของ Sanpdragon 888 ไปเมื่อวันก่อน

ล่าสุด iQOO แบรนด์ย่อยของ vivo ก็ได้ปล่อยทีเซอร์เตรียมเปิดตัว iQOO 8 เรือธงเกมมิ่งสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ที่มาพร้อมขุมพลังชิปเซ็ท Snapdragon 888+ ในวันที่ 8 สิงหาคมนี้ ซึ่งหมายความว่าจะเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกของโลกที่ใช้ขิปเซ็ทตัวใหม่นี้ พร้อมกับมีสเปกหลุดออกมาให้เห็นกันแล้วด้วย

iQOO 8

มีข้อมูลของ vivo หมายเลขรุ่น V2141A ปรากฎบนฐานข้อมูลของหน่วยงาน CMIIT ของจีน ซึ่งคาดว่าจะเป็น iQOO 8 โดยใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 888+ แบบ Octa Core ความเร็ว 3.0GHz จับคู่กับ RAM 12GB + 4GB (Virtual RAM), หน่วยความจำภายใน 256GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย OriginOS 1.0

ทั้งนี้ ในส่วนสเปกอื่นๆ ของ iQOO 8 คาดว่าจะมาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ Punch Hole Display ความละเอียด 1440 x 3200 พิกเซล ขนาดใหญ่ขึ้น โดยมีอัตรารีเฟรชเรทที่สูง และเจาะรูฝังกล้องเซลฟี่ที่ตรงกลางด้านบน และใช้แบตเตอรี่ที่รองรับการชาร์จเร็วขึ้นด้วย

ที่มา : Playfuldroid

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/iqoo-8-key-specifications-leaked/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=iqoo-8-key-specifications-leaked

วงในเผย มือถือจอพับจาก Google OPPO vivo และ Xiaomi จะใช้พาเนล OLED แบบ LTPO จาก Samsung

ปีนี้เป็นปีที่มือถือจอพับได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งทางฝั่งผู้ผลิตและผู้บริโภค นอกเหนือจากหน้าเก่า ๆ อย่าง Samsung และ HUAWEI ที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ยังมี Xiaomi กับ TCL ที่พึ่งกระโดดเข้ามาแจมเป็นครั้งแรก ซึ่งล่าสุดแหล่งข่าวได้เปิดเผยว่า Google, vivo และ OPPO กำลังจะเป็นกลุ่มแบรนด์ถัดไปที่จะตามมาในเร็ว ๆ นี้ โดยจะใช้พาเนล OLED แบบ LTPO จาก Samsung และมีอัตรารีเฟรช 120Hz เหมือนกันทั้งหมด

หากใครติดตามข่าวสารเกี่ยวกับอุตสาหกรรมมือถือเป็นประจำ น่าจะพอทราบว่า ทั้ง Google, vivo และ OPPO ต่างก็มีหลักฐานที่บ่งชี้ให้เห็นถึงการมีตัวตนของมือถือจอพับที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอยู่ เช่น หลักฐานจากเอกสารการจดสิทธิบัตร เอกสารการจดเบียนชื่อทางการค้า เอกสารภายในบริษัท ฯลฯ

การที่ผู้ผลิตข้างต้นเหล่านี้จะเลือกใช้พาเนลแสดงผลจาก Samsung อาจไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเท่าไหร่นัก เพราะขึ้นชื่อเป็นเต้ยด้าน OLED อยู่แล้ว ยิ่งกับชิ้นส่วนที่เฉพาะเจาะจงลงมาอย่างหน้าจอพับได้ยิ่งแล้วใหญ่ แถมยังถือไพ่ทีเด็ดอย่าง “กระจกแบบบางเฉียบ” (ultra-thin glass: UTG) เอาไว้ในมืออีก ซึ่งเป็นวัสดุปิดทับหน้าจอสำหรับอุปกรณ์พับได้ที่คุณภาพดีที่สุด ณ ตอนนี้ และมีผู้ที่สามารถผลิตขึ้นมาได้เพียงแค่หยิบมือเดียวเท่านั้น

รอสส์ ยัง (Ross Young) ประธานกรรมการบริหารของ Display Supply Chain Consultants (DSCC) ระบุว่า Galaxy Z Flip 3 กับ Galaxy Z Fold 3 จะมีขนาดอยู่ที่ 6.7 นิ้ว และ 7.55 นิ้วตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีการเอ่ยถึง Google, vivo และ OPPO แต่ที่น่าสนใจคือมี Xiaomi รวมอยู่ด้วย ทั้ง ๆ ที่เปิดตัว Mi MIX FOLD ไปแล้วในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ดังนั้นอาจเป็นไปได้ว่า ข้อมูลนี้หมายถึงมือถือจอพับรุ่นใหม่ที่จะพับในลักษณะเดียวกับฝาหอยตามที่เคยมีข่าวลือ (ตามภาพด้านล่าง)

  • Samsung Galaxy Z Filp 3 – หน้าจอขนาด 6.7 นิ้ว
  • Samsung Galaxy Z Fold 3 – หน้าจอขนาด 7.55 นิ้ว
  • Google – หน้าจอ 7.57 นิ้ว
  • OPPO – หน้าจอขนาด 7.11 นิ้ว
  • vivo – หน้าจอขนาด 8.2 นิ้ว
  • Xiaomi – หน้าจอขนาด 8.1 นิ้ว

หากไม่มีอะไรผิดพลาด Samsung มีกำหนดการจะจัดงาน Galaxy Unpacked ครั้งถัดไปวันที่ 11 สิงหาคม โดยจะมี Galaxy Z Filp 3, Z Fold 3 รวมถึงอุปกรณ์อื่น ๆ มาเปิดตัวพร้อมกันในงานนี้ ส่วนแบรนด์อื่น ๆ ที่เหลือยังไม่มีข้อมูลแม้กระทั่งชื่ออย่างเป็นทางการที่สามารถยืนยันได้

 

ที่มา : Ross Young

from:https://droidsans.com/foldable-phone-2021-samsung-oled-ltpo-120hz/

เปิดตัว vivo S10 และ vivo S10 Pro มาพร้อมชิปเซ็ท Dimensity 1100, กล้องเซลฟี่คู่ 44MP และรองรับชาร์จเร็ว 44W

vivo ประกาศเปิดตัว vivo S10 Series อย่างเป็นทางการที่ประเทศจีน ประกอบด้วย vivo S10 และ vivo S10 Pro โดยมาพร้อมจุดเด่นหน้าจอแสดงผล AMOLED 90Hz, ชิปเซ็ท Dimensity 1100 รองรับ 5G, กล้องเซลฟี่คู่ 44MP และรองรับชาร์จเร็ว 44W แตกต่างกันเฉพาะความละเอียดกล้องหลักของกล้องหลังเท่านั้น

สเปก vivo S10 และ vivo S10 Pro

vivo S10

ตัวเครื่องมีขนาด 158.2 x 73.67×7.29 มม. และน้ำหนัก 173 กรัม (175 กรัม สี Gradiant) หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ความละเอียด FHD+ 2400 x 2080 พิกเซล ขนาด 6.44 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 โดยมีสัดส่วนจอต่อเครื่อง 91.04%, อัตรารีเฟรชเรท 90Hz และรองรับ HDR10+

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.6GHz โดยใช้ชิปเซ็ท MediaTek MT6891Z Dimensity 1100 5G (6 nm), รุ่น S10 มาพร้อม RAM 8GB แบบ LPDDR4x และหน่วยความจำภายใน 128GB/256GB แบบ UFS 3.1 ส่วนรุ่น S10 Pro มาพร้อม RAM 12GB แบบ LPDDR4x และหน่วยความจำภายใน 256GB แบบ UFS 3.1 และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย Origion OS 1.0

vivo S10 ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว Triple Camera พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.9, 26mm (wide) และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultrawide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2, 16mm (ultrawide), ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4.0″, ขนาดพิกเซล 1.12µm และถ่ายมุมกว้างได้ 120˚
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

vivo S10 Pro ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว Triple Camera พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.9, 26mm (wide), ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.52″, ขนาดพิกเซล 0.7µm และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultrawide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2, 16mm (ultrawide), ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4.0″, ขนาดพิกเซล 1.12µm และถ่ายมุมกว้างได้ 120˚
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

vivo S10 และ vivo S10 Pro มาพร้อมกล้องหน้าเซลฟี่คู่ พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual LED โดยกล้องหลักความละเอียด 44 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 และระบบ AF ส่วนกล้องรองความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เลนส์ Ultra Wide รูรับแสง f/2.3 และถ่ายมุมกว้างได้ 105 องศา

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE/5G dual Band (SA/NSA), Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, ฺBluetooth 5.2, NFC (S10 Pro), พอร์ต USB Type-C และใช้แบตเตอรี่ความจุ 4,050mAh รองรับชาร์จเร็ว 44W

ทั้งนี้ vivo S10 และ vivo S10 Pro มีให้เลือก 4 สีคือ Black, White, Gradient Blue และ Yellow โดยเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2021 ในประเทศจีน และจะวางจำหน่ายในวันที่ 23 กรกฎาคม 2021 ส่วนราคามีดังนี้

vivo S10

  • RAM 8GB+128GB ราคา 2,799 หยวนหรือประมาณ 14,200 บาท
  • RAM 8GB+256GB ราคา 2,999 หยวนหริอประมาณ 15,200 บาท

vivo S10 Pro

  • RAM 12GB+256GB ราคา 3,399 หยวนหรือประมาณ 17,200 บาท

ที่มา : Gizmochina

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Vivo ที่นี่ >>> https://bit.ly/3qL5T4L

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/vivo-s10-and-vivo-s10-pro-launched-in-china/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=vivo-s10-and-vivo-s10-pro-launched-in-china

vivo S10 Pro ผ่านการรับรองจาก TENAA พร้อมเผยสเปก ก่อนเปิดตัวที่จีนวันนี้ (15 ก.ค.)

vivo มีกำหนดจะเปิดตัว vivo S10 และ vivo S10 Pro อย่างเป็นทางการที่ประเทศจีนในวันนี้ (15 กรกฎาคม) ล่าสุดมีข้อมูลของ vivo S10 Pro รุ่นท๊อป ผ่านการรับรองจากหน่วยงาน TENAA เป็นที่เรียบร้อย พร้อมเผยภาพตัวเครื่อง และสเปกออกมาให้ทราบกันแล้ว

vivo S10 Pro

สำหรับสเปกของ vivo S10 Pro ตามที่ผ่านการรับรองจาก TENAA ระบุว่าตัวเครื่องมีขนาด 158.2 x 73.6 x 7.29 มม. และน้ำหนัก 173 กรัม

หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล ขนาด 6.44 นิ้ว และติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2,6GHz โดยคาดว่าจะใช้ชิปเซ็ท Dimensity 1110 ของ MediaTek จับคู่กับ RAM 6GB/8GB/12GB, หน่วยความจำภายใน 64GB/128GB/256GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 11

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 108, กล้องตัวที่ 2 ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้องตัวที่ 3 ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่คู่ความละเอียด 44+8 ล้านพิกเซล และใช้แบตเตอรี่ความจุ 3,970mAh รองรับการชาร์จเร็ว 44W

ทั้งนี้ vivo S10 Pro จะเปิดตัวพร้อมกับ vivo S10 ส่วนสเปกอย่างเป็นทางการ และราคารอติดตามกันนะครับ

ที่มา : Playfuldroid

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Vivo ที่นี่ >>> https://bit.ly/3qL5T4L

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/vivo-s10-pro-full-specifications-leaked-through-tenaa-listing/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=vivo-s10-pro-full-specifications-leaked-through-tenaa-listing

vivo เนรมิตโมเมนต์สุดประทับใจจากแฟนบอลยูโร 2020 สู่มิติใหม่

จบลงไปแล้วกับการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020 (UEFA EURO 2020) หรือที่ทุกคนเรียกติดปากกันว่า “ฟุตบอลยูโร” คอบอลทั่วโลกต่างอิ่มเอมไปกับเกมการแข่งขันฟุตบอลที่สวยงามกันอย่างเต็มที่ตลอดระยะเวลาเกือบ 1 เดือน

โดยตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์การแข่งขันบอลยูโรปีนี้ vivo ได้ส่งเสริมและผลักดันให้แฟนบอลทั่วโลกสนุกไปกับทุกโมเมนต์ของการแข่งขัน เพื่อให้สามารถใกล้ชิดกันกว่าที่เคยและเฉลิมฉลองโมเมนต์แห่งความสุขนี้พร้อมกันกับเพื่อน ครอบครัว และคนรู้ใจ

การแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 ปีนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ vivo ได้มีโอกาสเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับพิธีปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ โดย vivo นำเสนอการแสดงฟีนาเล่สำหรับพิธีปิดสุดอลังการไม่เหมือนใคร ณ สนามกีฬาเวมบลีย์ ประเทศอังกฤษ ด้วยการผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่ล้ำสมัยเข้ากับการแสดงที่น่าตื่นตาตื่นใจให้ประจักษ์แก่สายตาผู้ชมนับล้านคนทั่วโลก 

ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากฟุตบอลยูโรครั้งนี้ นับเป็นมหกรรมการแข่งขันกีฬาใหญ่ครั้งแรกหลังจากปีแห่งการเว้นระยะห่างทางสังคม การแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 จึงนับเป็นการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัยมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์กว่า 6 ทศวรรษของการแข่งขัน เพื่อตอบสนองต่อความคาดหวังและความหลงใหลของเหล่าแฟนบอลทั่วโลกที่รอคอยชมเกมฟุตบอลอยู่ทางหน้าจอ

vivo

พิธีปิดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ณ สนามกีฬาเวมบลีย์ จัดแสดงโดย vivo

ก่อนหน้าที่ทัวร์นาเมนต์การแข่งขันปีนี้จะเริ่มต้นขึ้น vivo ได้ส่งแคมเปญ “To Beautiful Moments” เชิญชวนแฟนบอลทั่วโลกให้มาร่วมกันส่งพลังและเสียงเชียร์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของตนเอง โดย vivo ได้นำภาพความประทับใจจากโมเมนต์การเชียร์เหล่านั้นเข้ามาแสดงเป็นส่วนหนึ่งในพิธีปิดการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2020 

นอกจากนี้ ในฐานะพันธมิตรอย่างเป็นทางการของการแข่งขัน vivo ยังใช้เทคโนโลยีโลกเสมือนจริง(Augmented Reality หรือ AR) มาปรับแต่งภาพถ่ายที่น่าจดจำจากโมเมนต์สำคัญในประวัติศาสตร์ของการแข่งขันฟุตฟอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ซึ่ง vivo ขอมอบภาพถ่ายโมเมนต์ที่สวยงามเหล่าให้เป็นของขวัญแก่การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีของการแข่งขันในปีนี้

ภาพถ่ายจากโมเมนต์สำคัญในประวัติศาสตร์ของการแข่งขันที่ได้รับการปรับแต่งโดยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของ vivo

นายสปาร์ก นี่ รองประธานและผู้บริหารฝ่ายการตลาดของ vivo ได้กล่าวหลังจากพิธีปิดว่า “แบรนด์ของเรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ช่วยสร้างโมเมนต์ดีๆ ให้เกิดขึ้นแก่ผู้ใช้ ผู้ติดตาม และแฟนๆ ของ vivo ทั่วโลก ตลอดทัวร์นาเมนต์การแข่งขันปีนี้ เราได้ทำหน้าที่เชื่อมต่อผู้คนทั่วโลกเข้าด้วยกัน ซึ่งทำให้เรารู้สึกอัศจรรย์ใจอย่างมาก และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ถ่ายทอดความหลงใหลนี้ผ่านการเป็นพันธมิตรกับยูฟ่าต่อไปอย่างต่อเนื่อง”

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Vivo ที่นี่ >>> https://bit.ly/3qL5T4L

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/vivo-brings-impressive-moments-from-euro-2020-fans-to-a-whole-new-dimension/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=vivo-brings-impressive-moments-from-euro-2020-fans-to-a-whole-new-dimension