คลังเก็บป้ายกำกับ: VIVO

รวม 6 ไฮไลท์ฟีเจอร์ของ Vivo V20 Pro 5G กับราคาใหม่ 12,999 บาท

แม้ว่าจะเปิดไปตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมาสำหรับ Vivo V20 Pro 5G แต่วันนี้ผมขอหยิบสมาร์ทโฟนรุ่นนี้มาขยี้ฟีเจอร์กันอีกสักรอบว่าตัวนี้จะมีจุดเด่นอะไรบ้าง สามารถทำอะไรได้บ้าง คุ้มค่าไหมกับค่าตัวที่เสียไป

รองรับ 5G ใช้งานได้ทันที

มากันที่ไฮไลท์ฟีเจอร์แรกกันก่อนเลยดีกว่า ถึงแม้ว่าจะเปิดตัวไปในช่วงปี 2020 แต่ Vivo V20 Pro 5G ก็มาพร้อมกับความสามารถในการใช้งาน 5G ได้เหมือนๆ กับมือถือรุ่นใหม่ๆ ที่เปิดตัวในปีนี้ โดย Vivo V20 Pro 5G จะรองรับการใช้งาน 5G ในย่านความถี่ n41 หรือช่วง 2500 MHz ที่ตอนนี้มี AIS และ truemove H ถือใบอนุญาตอยู่นั่นเอง

สิ่งที่ทำให้ 5G นั้นเหนือกว่า 4G นอกจากจะเป็นเรื่องของความเร็วในการ Download หรือ Upload ข้อมูลแล้ว ยังเป็นเรื่องของความเสถียรของการใช้งานอีกด้วย โดยตอนนี้ต้องบอกว่าทั้ง AIS และ truemove H ต่างเริ่มติดตั้งเสาสัญญาณรับส่งคลื่น 5G แทบจะทั่วประเทศไทยแล้ว รับประกันว่าซื้อ Vivo V20 Pro 5G มาใช้ โอกาสที่จะมีสัญลักษณ์ 5G ขึ้นบนมือถือ อันนี้น่าจะสูงมากๆ เลยล่ะ

กล้องเซลฟี่คู่ รองรับ Eye Autofocus

แม้ว่าดีไซน์ด้านหน้าของ Vivo V20 Pro 5G จะมาพร้อมกับ Notch หรือรอยบากที่ค่อนข้างใหญ่ แต่ก็แลกมาด้วยกล้องหน้า 2 ตัว สเปคเทพๆ เซ็นเซอร์หลักความละเอียดสูง 44 ล้านพิกเซล และอีกตัวเป็นกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ที่มีมุมกว้างมากถึง 105 องศา เข้ามาช่วยให้การถ่ายรูปแบบกลุ่มหรือ Group Shot นั้นมีกว่าเดิม ไม่มีใครต้องตกขอบ คนถือกล้องไม่ต้องพยายามยื่นมือให้ไกลเป็นแม่นาค ฮ่าๆ

แถมกล้องหน้าของ Vivo V20 Pro 5G ยังมีระบบ Eye Autofocus ทำให้ไม่ว่าจะถ่ายระยะไหน ใกล้ไกล ตัวระบบช่วยโฟกัสเก็บกินอยู่หมด อันนี้เหนือกว่าสมาร์ทโฟนหลายๆ รุ่นในตลาดตอนนี้มาก ที่ส่วนใหญ่ยังมักจะให้กล้องหน้ามาเป็นแบบ Fixed Focus อยู่

นอกจากนี้ กล้องหน้าของ Vivo V20 Pro 5G ยังรองรับการถ่ายภาพในที่แสงน้อยอีกด้วย เท่ากับว่าสเปคกล้องหน้าของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ แทบจะไม่ต่างอะไรกับกล้องหลังของมือถือบางรุ่นเลยล่ะ โหดพอตัวอยู่

กล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียดสูงสุด 64 ล้านพิกเซล

จบเรื่องกล้องหน้า มาต่อกันที่กล้องหลัง โดยด้านหลังของ Vivo V20 Pro 5G ก็จัดเต็มไม่แพ้กับกล้องหน้าเลยล่ะ มาพร้อมกับกล้องแบบ Triple Setup ประกอบด้วยเซ็นเซอร์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล, กล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ที่รองรับการถ่ายภาพแบบ Macro และตัวสุดท้ายเป็นกล้อง Mono ขาวดำ ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล เข้ามาช่วยในโหมดหน้าชัดหลังเบลอ

Dual-View Video เห็นทั้งกล้องหน้าและหลังไปพร้อมๆ กัน

แถม Vivo V20 Pro 5G ยังมีฟีเจอร์กล้องอีกหนึ่งตัวที่บอกเลยว่าว้าวสุดๆ นั่นก็คือ Dual-View Video ที่จะเข้ามาช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถบันทึกวิดีโอกล้องหน้า และสามารถบันทึกวิดีโอกล้องหลังไปด้วยพร้อมๆ กัน เห็นทั้งสองมุมได้แบบชัดๆ

Snapdragon 765G น้องๆ เรือธง ใช้งาน + เล่นเกมลื่นไหล

นอกจากรูปทรงภายนอกสีสันจะสวยแล้ว ด้านในของ Vivo V20 Pro 5G ก็ยังไม่เป็นสองรองใคร ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตตัวเทพอย่าง Snapdragon 765G จาก Qualcomm ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรมขนาด 7 นาโนเมตร มีโมเด็ม LTE + 5G ใส่มาให้ในตัว ไม่ต้องติดตั้งเพิ่ม ทำให้การจัดการพลังงานดีขึ้นกว่าเดิม หรือจะพูดง่ายๆ ก็คือซดแบตน้อยลงนั่นแหละ

ซึ่งถ้าใครจะเอา Vivo V20 Pro 5G มาใช้งานทั่วไป ถ่ายรูป ไถโซเชียล ฯลฯ ก็ต้องบอกเลยว่าเหลือๆ อยู่แล้ว คำถามอยู่ที่ว่าแล้วถ้าเอาไปเล่นเกมล่ะ จะลื่นไหม ปรับกราฟิกได้ถึงขนาดไหน

ตรงนี้เราเองก็ไปลองมาให้แล้ว พบว่า Vivo V20 Pro 5G สามารถปรับกราฟิกได้ (เกือบ) สุดหมดเลย ไม่ว่าจะเกม PUBG, Call of Duty หรือ RoV แถมยังไม่มีอาการกระตุกหรือแลคระหว่างเล่นอีกด้วย

แบต 4000 mAh รองรับชาร์จไว 33W

ปิดท้ายกันด้วยเรื่องของแบตเตอรี่ โดย Vivo V20 Pro 5G มากับแบตความจุ 4000 มิลลิแอมป์ ที่แม้ว่าจะไม่ได้เยอะอะไรนัก แต่ทาง Vivo ก็เคลมว่า Vivo V20 Pro 5G สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน ไม่ต้องหาปลั๊กหรือหาที่ชาร์จมาเสียบให้ยุ่งยาก

แต่ถ้าใช้งานหนักจนแบตหมดจริงๆ ก็ไม่ต้องห่วง เพราะ Vivo V20 Pro 5G รองรับระบบชาร์จไว Flash Charge 2.0 ที่มีความเร็วมากถึง 33W โดยเสียบชาร์จทิ้งไว้แค่ 30 นาที ก็ได้แบตมาใช้แบบเพลินๆ แล้วประมาณ 60 – 70%

สเปค VIVO V20 PRO 5G

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียด 2400 x 1080 รองรับการแสดงผลแบบ HDR10
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 765G
  • RAM 8GB (LPDDR4x)
  • ความจุ 128GB  (UFS 2.1)
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    • Wide: 64MP f/1.89
    • Ultra-Wide: 8MP f/2.2
    • B&W: 2MP f/2.4
  • กล้องหน้า 2 ตัว
    • Wide: 44MP f/2.0
    • Ultra-Wide: 8MP f/2.28
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ
  • รองรับ 5G คลื่นความถี่ n41/n78/n1/n3/n77
  • WiFi 2.4G, WiFi 5G, BT 5.0
  • พอร์ต USB-C, รูหูฟัง 3.5 มม.
  • แบตเตอรี่ 4000 mAh รองรับชาร์จไว 33W
  • ขนาด: 158.82 x 74.2 x 7.39 มม. น้ำหนัก 170 กรัม
  • ระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 11 บนพื้นฐาน Android 10

โดยตอนนี้ทาง Vivo ได้ปรับราคาของ Vivo V20 Pro 5G จากปกติ 14,999 บาท เหลือเพียงแค่ 12,999 บาทเท่านั้น (เท่ากับว่าลดราคาไปถึง 2 พันบาทเลย) สามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ที่ Vivo Brand Shops และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

from:https://droidsans.com/vivo-v20-pro-5g-top-features/

หลุดสเปก Vivo S7t 5G มาพร้อมชิปเซ็ท Dimensity 820 SoC และกล้องหลัง 3 ตัว คาดเปิดตัวเร็วๆ นี้

หลังจากที่ Vivo ได้เปิดตัว Vivo S7 5G ไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2020 ตามมาด้วย Vivo S7e 5G ในเดือนพฤศจิกายน 2020 ล่าสุดมีรายงานว่ากำลังเตรียมที่จะเปิดตัว Vivo S7t 5G รุ่นที่ 3 ตระกูล S7 Series เพิ่มอีกรุ่นในเร็วๆ นี้แล้ว

vivo S7t

Digital Chat Station แหล่งข่าวหลุดสมาร์ตโฟนได้โพสต์ผ่านบัฐชี Weibo ส่วนตัวเผยว่า Vivo กำลังเตรียมที่จะเปิดตัว Vivo S7t 5G ที่มาพร้อมชิปเซ็ท Dimensity 820 SoC เร็วๆ นี้

ส่วนสเปกอื่นๆ ของ Vivo S7t 5G แหล่งข่าวระบุว่าจะเหมือนกับรุ่น Vivo S7 5G โดยมาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ความละเอียด FHD+ ขนาด 6.44 นิ้ว ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ และติดตั้งกล้องเซลฟี่คู่อยู่ในรอยบากตรงกลางด้านบนความละเอียด 44MP+8MP

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual LED ปรtกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล, กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้องตัวที่ 3 เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล และใช้แบตเตอรี่ความจุ 4,000mAh รองรับชาร์จเร็ว 33W

และในส่วนของหน่วยความจำ Vivo S7 5G มาพร้อม RAM 8+128GB และ RAM 8+256GB ก็เป็นไปได้ว่า Vivo S7t 5G จะมาพร้อมตัวเลือกเดียวกัน รวมถึงระบบปฏิบัติการที่คาดว่าน่าจะมาพร้อม Android 11 เลย

ที่มา : Gizmochina

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Vivo ที่นี่ >>> http://bit.ly/2EM6u36

from:https://www.mobileocta.com/vivo-s7t-5g-specifications-leaked-with-dimensity-820-soc-chipset/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=vivo-s7t-5g-specifications-leaked-with-dimensity-820-soc-chipset

สมาร์ทโฟน 5G รุ่นแนะนำ: Vivo V20 Pro 5G กล้องตัวท็อป สเปคแรง รองรับคอนเทนต์ระดับ 5G ในเรทราคา 12,999 บาท

Vivo V20 Pro 5G เป็นสมาร์ทโฟนสเปคสูงที่รองรับการเชื่อมต่อ 5G อย่างสมบูรณ์แบบ และเป็นสมาร์ทโฟนที่มีความสามารถในการถ่ายภาพระดับตัวท็อปเลยครับ โดยเฉพาะงานถ่ายภาพเซลฟี่และงานวีดีโอ เพราะด้วยความสามารถพิเศษที่สามารถตรวจจับดวงตาได้แม่นยำและกล้องหน้าคู่ ความละเอียดสูงมาก 

ค่อนข้างลงตัวครับ สำหรับเป็นตัวเลือกในยุคสมัยที่ประเทศเรากำลังเดินหน้า 5G กันอย่างเต็มตัว มีความพร้อมในการใช้งานได้อย่างเหมาะสมในยุคสมัยนี้ครับ

การใช้ 5G ในวันนี้ของประเทศเรา มันสอดรับกันไปหมดแล้วครับ ทั้งการให้บริการจากเครือข่ายที่ปล่อยสัญญาณ 5G ได้ครอบคลุมไปทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัดเรียบร้อยแล้ว ใช้สัญญาณได้ในความเร็วสูง และเปิดให้ใช้ในแพ็กเกจราคาเทียบเท่ากับบริการ 4G เลยครับ ฉะนั้นใครที่ใช้สมาร์ทโฟนที่รองรับ 5G ในขณะนี้ ก็ได้เปรียบในเรื่องของความเร็วการรับส่งข้อมูลต่างๆ และความคุ้มค่าของการได้ใช้เทคโนโลยีที่ต่างระดับกันกับ 4G 

เป็นเครื่อง 5G ในเรทราคา 12,999 บาท สามารถใช้งาน 5G ไปพร้อมกับ 4G ในอีกสล็อตซิมได้พร้อมกัน แค่เพียงเราเสียบซิมการ์ด 5G ในพื้นที่ที่มีสัญญาณก็พร้อมใช้งานได้ทันทีไม่ต้องรออัพเดทครับ ไม่ยุ่งยาก ทำให้เราสามารถติดตั้งแอพพลิเคชั่น, อัปเดตแอพ หรือเข้าสู่คอนเทนต์ต่างๆ ได้โดยไม่ต้องอาศัยสัญญาณ Wi-Fi เพียงอย่างเดียว อยู่ที่ไหนก็อัพเดทระบบและติดตั้งการใช้งาน หรือเกมใหม่ๆ ได้ทันทีที่ต้องการ

ตัวเครื่องสำหรับ Vivo V20 Pro 5G จะรองรับคลื่น 5G ทั้ง NSA ( n41/n78) และ SA (n1/n3/n41/n77/n78) ที่เป็นเทคโนโลยีอนาคตอีกด้วย (เข้าใจความแตกต่างของ NSA และ SA ได้ในบทความนี้)

เด่นในเรื่องของความสะดวกคล่องตัว เพราะนอกจากจะรองรับการใช้งาน 5G เรียบร้อยแล้ว ยังเป็นสมาร์ทโฟน 5G ที่มีความบางของเครื่องเป็นอันดับท็อปของโลกอีกด้วยนะครับ เพียง 7.39 มม มีความสวยงามของเครื่อง ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี AG Matte Glass มีความเงาและด้านในพื้นผิวเดียวกัน สวยงามและทนทานต่อรอยขีดข่วน และยังไม่เกิดรอยนิ้วมือขณะใช้งานอีกด้วย

 




เครื่องบาง หน้าจอสวยขนาดใหญ่ 6.44 นิ้ว เป็น AMOLED ความละเอียดระดับ FHD+ หน้าจอสว่าง สีสดใส และเมื่อรองรับ 5G ด้วย ฉะนั้นการใช้งานคอนเทนต์ 5G อย่าง AR และ VR ที่ทางเครือข่ายเปิดให้บริการออกมาอย่าง AIS และ True ก็จะเหมาะสมอย่างมาก

ใช้รับชมความบันเทิงต่างๆ ก็คมชัดและไม่สะดุด รองรับการใช้งานกับบริการใหม่ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อ 5G โดยเฉพาะเช่นการสตรีมคลาวด์เกม ด้วยการเชื่อมต่อในระดับ 5G ใช้งานได้เต็มที่แบบนี้ ในอนาคตบริการลักษณะต้องใช้สัญญาณเน็ตความเร็วสูง มีอีกเพียบครับ

การอัปโหลดไฟล์ขนาดใหญ่ก็จำเป็น เช่นการอัปคลิปวีดีโอที่เราถ่ายมาขึ้นโซเชี่ยล หรือเอาไปจัดเก็บไว้บนคลาวด์ก็จะทำได้อย่างรวดเร็วครับ ซึ่งปัจจุบันเราใช้งานคอนเทนต์ภาพเคลื่อนไหวแบบวีดีโอกันบ่อยมากขึ้น มีความละเอียดที่สูงมากขึ้น ก็จะมีขนาดที่ไฟล์ที่ใหญ่มากขึ้นนั้นเอง จึงจำเป็นที่จะต้องมีอัตราการรับส่งข้อมูลที่รวดเร็วมากขึ้นเพื่อย่นเวลาในการทำงานต่างๆ ฉะนั้นเทคโนโลยี 5G จึงเป็นข้อสำคัญในตัวเลือกแรกสำหรับการเลือกสมาร์ทโฟนรุ่นต่อไปแล้วนะครับ

สิ่งที่โดดเด่นที่พิเศษเหนือใครของ Vivo V20 Pro 5G  คือคุณภาพของกล้องหน้าครับ กับกล้องหน้าคู่ ความละเอียดสูงถึง 44 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ Eye Autofocus ที่ตรวจจับดวงตาบุคคลได้เหมือนกล้องถ่ายภาพระดับโปรครับ คมชัดทุกภาพเพราะดวงตาคือโฟกัสสำคัญในการถ่ายภาพบุคคลนั้นเอง มาพร้อมกับกล้องหน้าอีกหนึ่งตัว นั้นคือกล้อง Super wide angle 8 ล้านพิกเซล ทำให้สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ นอกจากจะถ่ายภาพเซลฟี่ได้คมชัดสุดๆ แล้ว ยังมาพร้อมกับลูกเล่นจากกล้องตัวที่สอง ที่สามารถถ่ายภาพมุมกว้างได้ และช่วยในการทำภาพละลายหลังแบบหน้าชัดหลังเบลอได้ด้วยกล้องคู่จริงๆ ไม่ใช่การใช้เพียงแค่ซอฟท์แวร์ครับ




จับใบหน้า จับลูกตาแม่นยำมากขนาดนี้ ไม่ต้องกลัวหลุดโฟกัสเลยครับ คมทุกหน้า แบบกริบๆ ^^




และด้วยกล้องหน้าคุณภาพสูงและมากันเป็นคู่ ทำให้สมาร์ทโฟนรุ่นนี่ทำอะไรได้มากกว่าใครอีกเยอะมากครับ ถือว่าเยอะมากที่สุดในวงการเซลฟี่สมาร์ทโฟน ปรับค่า F เพื่อกำหนดระยะชัดลึกชัดตื้น มีเอฟเฟ็กต์การปรับความงาม มีโหมดฟิลเตอร์สำหรับเล่นกับแสง ให้ออกมาในโทนต่างๆ กัน ความสามารถทำให้พื้นหลังกลายเป็นสีขาวดำเพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้กับตัวเรา



Vivo V20 Pro 5G มีกล้องหน้าสวย ฉลาด ฟังก์ชั่นเยอะ และถ่ายออกมาได้คมมากๆ






และแน่นอนในยุคสมัยของ 5G การใช้งานด้านคอนเทนต์วีดีโอที่ดีต้องมีมาให้ครับ กล้องหน้าของรุ่นนี้จึงสามารถถ่ายวีดีโอระดับ 4K 60Fps ได้ด้วยครับ และมีโหมดกันสั่นสำหรับการถ่ายวีดีโอเซลฟี่ VLOG ฟิลเตอร์ปรับแต่งสีและโหมดภาพมุมกว้าง หรือจะถ่ายวีดีโอแบบกล้องหน้ากับกล้องหลังไปพร้อมๆ กันก็ทำได้ ฟังก์ชั่นงานวีดีโอมากมีครับ


ให้กล้องถ่ายภาพด้านหลังก็คมชัดสูงด้วยเช่นกัน ฟังก์ชั่นเยอะ สามารถถ่ายภาพความละเอียดสูงสุดได้ที่ 64 ล้านพิกเซล มีเลนส์มุมมองกว้างพิเศษ 8 ล้านพิกเซล และกล้อง Mono 2 ล้านพิกเซลสำหรับการจับภาพบุคคลและเล่นกับแสงสี คุณภาพของกล้องหล้งก็คมชัดสูง เด่นทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง




กล้องมี AI สามารถตรวจจับสิ่งที่ถ่ายได้อัตโนมัติ มีโหมดถ่ายภาพในตอนกลางคืน มีสไตล์เท่ๆ สำหรับการถ่ายแสงไฟกลางคืนให้ดูน่าสนใจมากขึ้นกว่าเดิม และการเปลี่ยนดวงไฟที่เป็นโปเก้ด้านหลังแบบ ให้เป็นรูปทรงน่ารักๆ เช่นรูปหัวใจหรือดวงดาวได้










ก็อย่างที่เห็นครับ เป็นสมาร์ทโฟนที่ครบเครื่องมากทีเดียว รองรับเทคโนโลยีใหม่ 5G พร้อมใช้ กับกล้องถ่ายภาพที่คุณภาพสูงมาก ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง รวมถึงประสิทธิภาพการใช้งานไม่เป็นจุดอ่อนแน่นอนครับ ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon 765G ให้แรมมา 8GB และหน่วยความจำภายใน 128 GB ใช้งานเล่นเกมดูหนังฟังเพลง และจิปาถะในชีวิตประจำวัน


การชาร์จพลังงานก็ให้เทคโนโลยีชาร์จไวมาให้ครับ 33W vivo FlashCharge 2.0 สามารถชาร์จแบตเตอรี่ขนาด 4,000 mAh เกือบ 60% ได้ในเวลาประมาณแค่ 30 นาทีเท่านั้น

ครบเครื่อง รอบด้านครับ รองรับ 5G และมีความสามารถรอบตัวที่ดีมาก กล้องถ่ายภาพไม่มีผิดหวังเลย โดยเฉพาะกล้องหน้าครับ เป็นรุ่นราคาตลาดกลางที่น่าใช้ ก็เอามาแนะนำกันว่าสำหรับการมองหาตัวเลือกสมาร์ทโฟน 5G ที่เป็นตัวเด็ดในตลาด ช่วงราคา 12,999 บาทในขณะนี้ครับ

ใครที่อยากดูตัวอย่างภาพถ่ายเพิ่มเติม และดูความสามารถด้านอื่นๆ ก็เข้าไปอ่านรีวิวเต็มๆ ของเครื่องรุ่นนี้ได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้นะครับ >>> รีวิว Vivo V20 Pro 5G

 

ข่าว: สมาร์ทโฟน 5G รุ่นแนะนำ: Vivo V20 Pro 5G กล้องตัวท็อป สเปคแรง รองรับคอนเทนต์ระดับ 5G ในเรทราคา 12,999 บาท มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2021/01/25/vivo-v20-pro-5g.html

เปิดตัว Vivo X60 Pro+ มาพร้อม Snapdragon 888, กล้องหลัก 2 ตัวร่วมพัฒนากับ Zeiss และดีไซน์สุดพรีเมี่ยม

เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วในประเทศจีนกับมือถือเรือธงท็อปสุดของแบรนด์กับ Vivo X60 Pro+ ที่ได้ขนขบวนเอาที่สุดของสเปค และฟีเจอร์เจ๋ง ๆ มาไว้ในมือถือเครื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นชิปเซ็ต Snapdragon 888 ตัวใหม่ล่าสุดที่ผลิตผ่านสถาปัตยกรรม 5nm พร้อมกล้องหลัก 2 ตัวที่ได้ผู้ผลิตเลนส์ชื่อดังอย่าง Zeiss มาช่วยพัฒนา แถมยังมาพร้อม OriginOS ตัวใหม่ล่าสุดอีกด้วย

สเปค Vivo X60 Pro+

  • หน้าจอ : AMOLED ขนาด 6.56 นื้ว, ความละเอียด Full-HD+, อัตรารีเฟรช 120Hz, อัตราตอบสนอง 240Hz,  HDR10+, สว่างสูงสุด 1300 nits
  • ชิปเซ็ต : Qualcomm Snapdragon 888
  • หน่วยความจำ : RAM 8GB (LPDDR5) / 12GB (LPDDR5)
  • สตอเรจ : 128GB/256GB (UFS 3.1)
  • ระบบปฏิบัติการ : OriginOS บน Android 11
  • เสียง : ลำโพงคู่สเตอรีโอ
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 6, Bluetooth 5.2, NFC, USB Type-C
  • เซ็นเซอร์ : สแกนลายนิ้วมือ (ใต้หน้าจอ), accelerometer, gyro, proximity, compass, color spectrum
  • แบตเตอรี่ : 4200mAh, รองรับชาร์จไว 55W
  • สี : 🟠 ส้ม, 🔵 น้ำเงินเข้ม

กล้อง Quad-Camera พร้อมฟีเจอร์เด็ด ๆ มากมาย

ด้วยความที่คราวนี้ฟีเจอร์เด็ด ๆ ของ Vivo X60 Pro+ ที่เปิดตัวมาให้เราเห็นนั้น ได้โชว์ในเรื่องของกล้องเป็นหลัก เราจึงต้องมาดูที่กล้องกันก่อนเลย

  • กล้องหลัก 50 MP, f/1.57, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.31″,ขนาด Pixel 1.2µm, dual pixel PDAF, Laser AF, กันสั่น OIS
  • กล้องหลักตัวที่ 2 48 MP, 114˚ อัลตร้าไวด์, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.0″,ขนาด Pixel 0.8µm, ระบบกันสั่นแบบ Gimbal
  • กล้องเทเลโฟโต้ 32 MP, f/2.1, 50mm, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.8″, ขนาด Pixel 0.8µm, PDAF, 2x optical zoom
  • กล้องเพริสโคป เทเลโฟโต้ 8 MP, f/3.4, 125mm, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4.0″, PDAF, OIS, 5x optical zoom

กล้องหลักตัวแรกมาพร้อมกับเซ็นเซอร์ ISOCELL GN1 ของทาง Samsung ที่คราวนี้มาพร้อมระบบกันสั่น OIS แทนที่จะเป็นแบบ Gimbal ในรุ่น X50 พ่วงมาด้วย Pixel ขนาดใหญ่ถึง 1.2 µm (สามารถใช้ Pixel Binning เพื่อให้เป็นขนาด 2.4 µm ได้) แถมรูยังมีรูรับแสงขนาด f.1.57 ช่วยให้สามารถถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น

อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ Super Night Mode 2.0 ที่ทาง Vivo เคลมว่าสามารถถ่ายรูปได้ด้วยปริมาณแสงน้อยนิดเพียง 0.01 lux (ปริมาณแสงเทียบเท่ากับเวลาถ่ายพระจันทร์เสี้ยว) ช่วยให้จับแสงได้มากขึ้นถึง 38.8% และเพิ่มความแม่นยำในการโฟกัสมากถึง 22% เมื่อเทียบกับกล้องบนมือถือรุ่นก่อน

กล้องตัวที่สองเป็นกล้อง Ultra-Wide (114°, 14mm) ที่ใช้งานเป็นกันสั่น Gimbal ที่ช่วยกันสั่นภาพได้ ±3° จากการขยับต่าง ๆ ซึ่งมากกว่า OIS ถึง 3 เท่า มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ IMX598 ของ Sony ความละเอียด 48MP ที่มีขนาด Pixel อยู่ที่ 0.8µm ซึ่งเป็นเซนเซอร์ตัวเดียวกับที่เคยใช้บนมือถือ Vivo X50 

ถัดมาต่อไปก็จะเป็นกล้องเพริสโคปความละเอียด 8MP พร้อมระบบซูมแบบ Optical 5x และสามารถซูมแบบ Digital ได้ถึง 60x แถมยังมีกล้องเทเลโฟโต้อีกตัวที่ความละเอียด 32MP ระยะเลนส์ที่ 50mm เอาไว้สำหรับถ่ายความคน (Portrait) เป็นหลัก

ถ้าสังเกตุที่โลโก้ ZEISS เราจะเห็นตัวอักษร T* สีแดงตัวเล็ก ๆ อยู่ข้าง ๆ กล้อง ซึ่งมันคือตัวบอกว่าโมดูลกล้องตัวนี้มาพร้อมกับการเคลือบ Anti-reflective ที่ช่วยกันการสะท้อนแสง ซึ่งมาพร้อมการวางโมเลกุลแบบ Nano-Crystaline ช่วยให้กันสะท้อนได้ดีขึ้น ซึ่งที่เป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นเทคโนโลยีแบบนี้บนกล้องสมาร์ทโฟนอีกด้วย

ชิปเซ็ต Snapdragon 888

Vivo X60 Pro+ มาพร้อมกับขุมพลังชิปเซ็ต Snapdraon 888 ที่มาพร้อมระบบประมวลผลกราฟิก GPU ที่แรงขึ้นกว่า 35% และจัดการพลังงานได้ดีขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน พ่วงมาด้วย RAM LPDDR5 ขนาด 8GB/12GB ซึ่งสามารถถ่ายโอนข้อมูลได้ไวถึง 6,400 Mbsp (เร็วกว่า X50 Pro+ มากถึง 16%) แถมในส่วนของหน่วยความจำก็ใช้เป็น UFS 3.1 ซึ่งไวกว่า X50 Pro+ ถึง 14% เลยทีเดียว

หน้าจอ

Vivo X60 Pro+ มาพร้อมกับหน้าจอ OLED โค้งขนาด 6.56 นิ้ว รีเฟรชเรท 120Hz พร้อม Touch sampling rate อยู่ที่ 240Hz ช่วยให้การใช้งานทั่วไปหรือการเล่นเกมลื่นไหลไม่มีสะดุด อีกทั้งยังพ่วงมาด้วยมาตรฐาน HDR10+ ที่ได้รับการปรับแต่งจูนสีให้มีความแม่นยำ แถมยังสามารถปรับความสว่างได้สูงสุดถึง 1,300 nits ช่วยให้สามารถดูคอนเท้นต์ HDR ได้อย่างเต็มอรรถรส ซึ่งจุดสังเกตุเพียงอย่างเดียวก็จะเป็นเรื่องความละเอียดเพียง HD+ ซึ่งเมื่อเทียบกับมือถือรุ่นอื่นก็ถือว่ายังด้อยอยู่เพียงเรื่องนี้เท่านั้น

แบตเตอรี่

ถัดมา Vivo X60 Pro+ ก็ให้แบตเตอรี่ขนาด 4,200 mAh พร้อมระบบชาร์จไว 55W ผ่านช่อง USB-C แต่มีข้อสังเกตุว่าไม่ได้มาพร้อมกับระบบชาร์จไร้สาย ทั้ง ๆ ที่ฝาหลังมาพร้อมหนังสุดพรีเมี่ยม ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายอยู่ไม่น้อยเลยสำหรับมือถือเรือธงระดับนี้

ด้านในกล่องก็มาพร้อมกับ หัวชาร์จ, สาย USB-C, หูฟัง USC-C แถมยังมีสายแปลง USB-C ไปเป็นแจ็ค 3.5 mm (เพื่อสำหรับเอาไว้ฟังเพลงผ่าน DAC Cirrus CS4313) ตบท้ายด้วยเคสใสอีกชิ้นหนึ่งซึ่งถือว่าจุใจมาก ๆ เลย

ตอนนี้ Vivo X60 Pro+ ได้เปิดวางขายอย่างเป็นทางการแล้ว 2 เวอร์ชันได้แก่รุ่น RAM 8GB/128GB ในราคา 4998 หยวน (ราว ๆ 23,000 บาท) หรือถ้าอยากได้แรมเพิ่มก็มีเวอร์ชั่น RAM 12GB/256GB ในราคา 5998 หยวน (ราว ๆ 28,000 บาท) มีให้เลือกด้วยกัน 2 สีได้แก่ 🟠 ส้ม และ 🔵 น้ำเงินเข้ม ซึ่งตอนนี้ได้เปิดพรีออเดอร์เฉพาะในประเทศจีนเท่านั้น ส่วนจะเข้ามาประเทศไทยเมื่อไหร่จะรีบมาบอกทันทีเลยครับ 😁

Source: GSMArena

from:https://droidsans.com/vivo-x60-pro-plus-in-china-housing-2-main-cameras/

เปิดตัว Vivo X60 Pro+ มาพร้อมจอ 120Hz, ชิปเซ็ท Snapdragon 888 และกล้องหลัง 4 ตัวเลนส์ Zeiss ความละเอียด 50 MP

Vivo ประกาศเปิดตัว Vivo X60 Pro+ อย่างเป็นทางการที่ประเทศจีน โดยเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นท๊อปสุดในตระกูล X60 Series หลังจากที่เปิดตัว Vivo X60 และ X60 Pro ไปเมื่อช่วงปลายปี 2020 ที่ผ่านมา ซึ่งรุ่นท๊อปสุดนี้มาพร้อมจุดเด่นใช้้ชิปเซ็ท Snapdragon 888 5G ใหม่ล่าสุด และกล้องหลัง 4 ตัวเลนส์ Zeiss ความละเอียด 50MP

สเปก Vivo X60 Pro+

Vivo X60 Pro+

ตัวเครื่องมีขนาด 158.59×73.35×9.10 มม. และน้ำหนัก 190 กรัม หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ความละเอียด 2K 2376 x 1080 พิกซล ขนาด 6.56 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.8:9 โดยมีสัดส่วนจอต่อเครื่องที่ 92.7%, รองรับ HDR10+, มีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz, ความสว่าง 1300nits และเจาะรูสำหรับฝังกล้องเซลฟี่ที่ตรงกลางด้านบนแบบ Punch Hole Display

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.84GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 888 (5nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 660, RAM 8GB/12GB แบบ LPDDR5, หน่วยความจำภายใน 128GB/256GB แบบ UFS 3.1 และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย OriginOS 1.0

ติดตั้งกล้องหลัง 4 ตัว Quad Camera ที่พัฒนาร่วมกับ ZEISS พร้อมไฟแฟลช LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพ Samsung GN1, รูรับแสงขนาด f/1. 57 และรองรับระบบกันสั่น OIS แบบ 4 แกน
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX598. รูรับแสงขนาด f/2.2 และสามารถเก็บภาพมุมกว้างสุดที่ 114 องศา
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Portrait ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f/2.08 และซูมแบบออปติคอล 2x
  • กล้องตัวที่ 4 เลนส์ Periscope ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f/3.4 ซูมแบบออปติคอล 5 เท่า และซูมแบบ ซุปเปอร์ซูม 60 เท่า

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่แบบฝังบนจอ (In-Display Selfie) ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f/2.45

รวมทั้งรองรับ 4G/5G แบบ Dual Mode ทั้งสแตนอนโลน (SA) และนอนสแตนอโลน (์NSA), ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.1, พอร์ต USB Type-C, NFC, ผู้ช่วยส่วนตัว Jovi, รองรับไฟล์เสียง Hi-Res และใช้แบตเตอรี่ความจุ 4,200mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W Vivo FlashCharge 2.0 

Vivo X60 Pro+

ทั้งนี้ Vivo X60 Pro+ มีตัวเลือกทั้งหมด 2 สี ได้แก่ Classic Orange และ Deep Sea Blue โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศจีนวันที่ 30 มกราคม 2021 ส่วนราคามีดังนี้

  • รุ่น RAM 8GB+128GB ราคา 4,998 หยวน หรือประมาณ 23,150 บาท
  • รุ่น RAM 12GB+256GB ราคา 5,998 หยวน หรือประมาณ 27,800 บาท

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Vivo ที่นี่ >>> https://bit.ly/3qL5T4L

from:https://www.mobileocta.com/vivo-x60-pro-plus-launched/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=vivo-x60-pro-plus-launched

เปิดตัว Vivo X60 Pro+ กล้องดีขึ้น Gimbal อัปเกรด ใช้ Snapdragon 888

มาตามข่าวลือ ในที่สุด Vivo ก็เปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ vivo X60 Pro+ ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จุดเด่นสำคัญคือกล้องที่ดีขึ้นแบบก้าวกระโดดและใช้ชิปตัวแรงอย่าง Snapdragon 888 รุ่นล่าสุดออกมาด้วย

สเปก Vivo X60 Pro+

  • หน้าจอ OLED ขนาด 6.56 นิ้ว รีเฟรชเรตหน้าจอ 120Hz ทัชเรต 240Hz รองรับ HDR10+ มีความเที่ยงตรงของสีสูง สว่างสูงสุด 1,300nits จุดสังเกตสำคัญเลยคือหน้าจอความละเอียดเพียง 1080p+ ซึ่งจริง ๆ ก็ถือว่าค่อนข้างเพียงพอแล้ว
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 888 แรงขึ้น 35% ประหยัดพลังงานกว่าเดิม 25%
  • RAM ชนิด LPDDR5 เริ่มต้น 8GB, หน่วยความจำชนิด UFS 3.1 เริ่มต้น 128GB
  • แบตเตอรีความจุ 4,200 mAh รองรับชาร์จไวผ่าน USB-C 55W แต่ไม่รองรับชาร์จไร้สาย
  • มีให้เลือกสองสีคือ Classic Orange และ Phantom Blue

กล้อง

จุดขายสำคัญของ vivo X60 Pro+ คือเรื่องกล้องที่พัฒนาร่วมกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Zeiss โดยจะมีโลโก้แปะที่โมดูกล้อง และยังเป็นสมาร์ตโฟนเครื่องแรกของโลกที่ใช้โครงสร้างแบบ nano-crystaline ด้วย

  • กล้องหลักใช้เซนเซอร์ ISOCELL GN1 ขนาด ใหญ่ 1/1.3 นิ้ว ความละเอียด 50MP มีโหมด Super Night Mode 2.0 ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น 38.8% และความแม่นยำมากขึ้น 22% กันสั่นแบบ OIS ปกติ
  • กล้อง Ultrawide พิเศษมาพร้อมกับกันสั่นแบบ Gimbal stabilization system กันสั่นได้ดีกว่าระบบกันสั่นปกติถึง 3 เท่า ความละเอียด 48MP ใช้เซนเซอร์ IMX598
  • กล้อง Periscope ความละเอียด 8MP รองรับการซูมแบบ Optical 5x และ Digital ที่ 60x
  • กล้องซูมปกติ ความละเอียด 32MP รองรับการถ่าย Portrait ในตัว

ราคา

  • vivo X60 Pro+ รุ่น 8/128GB ราคา 5,000 หยวน ราว 23,200 บาท
  • vivo X50 Pro+ รุ่น 12/256GB ราคา 6,000 หยวน ราว 27,800 บาท

ข่าว: เปิดตัว Vivo X60 Pro+ กล้องดีขึ้น Gimbal อัปเกรด ใช้ Snapdragon 888 มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2021/01/21/vivo-x60-pro-unveiled-with-snapdragon-888.html

เผยภาพหลุด! สมาร์ตโฟน Vivo รุ่นแรกของปี 2021 สเปกแน่น ราคาดี ดีไซน์โดดเด่น คาดเปิดตัวในไทยเร็วๆ นี้

หลังจากที่ Vivo แบรนด์สมาร์ตโฟนชั้นนำระดับโลก ประสบความสำเร็จกับ Vivo V20 Series เมื่อปีที่ผ่านมา ล่าสุด มีภาพสมาร์ตโฟนหน้าตาคล้าย V20 SE หลุดออกมาให้เห็นเป็นรุ่นแรกของปี ซึ่งคาดว่าเป็น Vivo ในตระกูล Y Series โดยภาพได้เผยให้เห็นรายละเอียดหน้าจอทรงหยดน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นขนาดหน้าจอที่ยังคงตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกช่วงวัยในปีนี้ พร้อมกล้องหลังถึงสามเลนส์และแฟลช LED จัดเรียงชิดขอบตัวเครื่องอย่างสวยงาม แต่ยังไม่ระบุรายละเอียดและความละเอียดของกล้องแต่ละประเภทอย่างชัดเจน

Vivo

นอกจากนี้ยังเผยให้เห็นโทนสีด้านหลังตัวเครื่องที่โดดเด่นสะดุดตา คาดว่ามาพร้อมกับชิปเช็ตตัวแรงอย่าง Snapdragon  เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านข้างตัวเครื่อง และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่รองรับการชาร์จเร็วผ่านพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type C โดยคาดว่า Vivo Y Series รุ่นนี้ จะมาพร้อมกับสเปกแบบจัดเต็มในราคาที่คุ้มค่ามากขึ้นอีกด้วย ต้องมารอลุ้นกันว่า ทาง Vivo ประเทศไทย จะมีเซอร์ไพรซ์และประกาศเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นดังกล่าวเร็วๆ นี้หรือไม่

from:https://www.mobileocta.com/reveal-the-picture-the-first-vivo-smartphone-of-2021/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=reveal-the-picture-the-first-vivo-smartphone-of-2021

เผยภาพหลุด! สมาร์ตโฟน Vivo รุ่นแรกของปี 2021 คาดเปิดตัวในไทยเร็วๆ นี้

หลังจากที่ Vivo ประสบความสำเร็จกับ Vivo V20 Series เมื่อปีที่ผ่านมา ล่าสุด มีภาพสมาร์ตโฟนหน้าตาคล้าย V20 SE หลุดออกมาให้เห็นเป็นรุ่นแรกของปี ซึ่งคาดว่าเป็น Vivo ในตระกูล Y Series โดยภาพได้เผยให้เห็นรายละเอียดหน้าจอทรงหยดน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นขนาดหน้าจอที่ยังคงตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกช่วงวัยในปีนี้

พร้อมกล้องหลังถึงสามเลนส์และแฟลช LED จัดเรียงชิดขอบตัวเครื่องอย่างสวยงาม แต่ยังไม่ระบุรายละเอียดและความละเอียดของกล้องแต่ละประเภทอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ยังเผยให้เห็นโทนสีด้านหลังตัวเครื่องที่โดดเด่นสะดุดตา คาดว่ามาพร้อมกับชิปเช็ตตัวแรงอย่าง Snapdragon  เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านข้างตัวเครื่อง และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่รองรับการชาร์จเร็วผ่านพอร์ตเชื่อมต่อ USB Type C โดยคาดว่า Vivo Y Series รุ่นนี้ จะมาพร้อมกับสเปกแบบจัดเต็มในราคาที่คุ้มค่ามากขึ้นอีกด้วย ต้องมารอลุ้นกันว่า ทาง Vivo ประเทศไทย จะมีเซอร์ไพรซ์และประกาศเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นดังกล่าวเร็วๆ นี้หรือไม่

ข่าว: เผยภาพหลุด! สมาร์ตโฟน Vivo รุ่นแรกของปี 2021 คาดเปิดตัวในไทยเร็วๆ นี้ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2021/01/21/vivo-y-series-2021-leak.html

เปิดตัว Vivo Y31 มือถือแบตอึด 5000 mAh จอ 6.58 นิ้ว FHD+ และกล้องหลัง 3 ตัว 48MP ราคาราว 6,800 บาท

Vivo Y31 (2021) เปิดตัวแล้วในประเทศอินเดีย ด้วยราคา 16,490 รูปี หรือราวๆ 6,150 บาทเท่านั้น แต่อัดสเปคมาให้แบบใช้งานทั่วไปได้สบายๆ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่หน้าจอขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียด FHD+, ชิป Snapdragon 662, กล้องหลัง 3 ตัวความละเอียดสูงสุด 48MP แถมยังมากับระบบ Android 11 ตั้งแต่ในกล่องอีกด้วย

Vivo Y31 (2021) มีหน้าจอขนาดใหญ่เต็มตา 6.58 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2408 x 1080) ใช้จอแบบ Halo FullView Display มี Notch หยดน้ำสำหรับวางกล้องเซลฟี่ทำให้ขยายหน้าจอออกไปได้มากกว่า แถมยังรองรับ Color Gamut P3 อีกด้วย

มากับชิป Snapdragon 662, RAM 6GB และความจุ 128GB (รองรับ microSD card สูงสุด 1TB) ใช้งานทั่วไปได้แบบสบายๆ ทั้งดูหนังความละเอียดสูง เล่นเน็ต เล่นโซเชียล หรือจะเล่นเกมกราฟิก 3D ก็ได้

กล้องหลังให้มาถึง 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก 48MP + กล้องจับความลึก 2MP + กล้องมาโคร 2MP ที่สามารถถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอออกมาได้สวยเป็นธรรมชาติด้วยระบบ AI ที่จะช่วยในการประมวลผลในการตัดขอบวัตถุ+เบลอพื้นหลัง, โหมดถ่ายกลางคืน Super Night Mode ที่ใช้ระบบ AI ช่วยในการควบคุม Noise แถมยังมี Stylish Night Filter ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้ภาพถ่ายกลางคืนโดดเด่นขึ้น

ถ่ายวิดีโอเนียนๆ นิ่งๆ ด้วยระบบ Ultra Stable Video ที่ใช้ระบบกันสั่นแบบ EIS ช่วยให้ภาพที่ออกมามีความ Smooth ไม่สั่นงั่กๆ จนเวียนหัว

ดังกระหึ่มด้วย Audio Booster ที่ช่วยเร่งเสียงจากลำโพงให้มีความดังสูงสุดถึง 73 เดซิเบล ไม่ว่าจะใช้ฟังเพลง หรือดูหนังก็ได้ยินแบบชัดแจ๋ว

แบตเตอรี่อัดมาให้แบบจุกๆ ถึง 5000 mAh ซึ่ง Vivo เคลมว่าใช้ดูหนังออนไลน์แบบ HD ต่อเนื่องได้ถึง 17.9 ชม. และเล่นเกมต่อเนื่องสูงสุด 9.9 ชม. มากับระบบชาร์จไว 18W ชาร์จจาก 0% – 70% ในเวลา 64 นาที

สเปค Vivo Y31 (2021)

  • หน้าจอ LCD ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียด FHD+
  • CPU : Snapdragon 662
  • RAM : 6GB
  • ความจุ : 128GB รองรับ microSD card 1TB
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    – กล้องหลัก 48MP (f/1.79)
    – กล้องจับความลึก 2MP (f/2.4)
    – กล้องมาโคร 2MP (f/2.4)
  • กล้องเซลฟี่ : 16MP (f/2.0)
  • การเชื่อมต่อ : WiFi 2.4GHz / 5GHz, BT 5.0, USB-C
  • เซ็นเซอร์ : สแกนนิ้วมือ (ด้านข้าง), Accelerometer, Ambient light sensor, Proximity Sensor, E-compass, Gyroscope sensor
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh รองรับชาร์จไว 18W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย Funtouch OS 11

Vivo Y31 (2021) มีทั้งหมด 2 สี คือ สีดำ Racing Black และสีฟ้า Ocean Blue เริ่มวางจำหน่ายช่องทางออนไลน์แล้ววันนี้ในประเทศอินเดีย ส่วนประเทศอื่นๆ รวมถึงประเทศไทยจะเข้ามาเมื่อไหร เราจะมาอัปเดตให้ต่อไปครับ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม : Vivo (India)

from:https://droidsans.com/vivo-y31-officially-announced/

Vivo Y31 มือถือแบตอึด 5000 mAh จอ 6.58 นิ้ว FHD+ และกล้องหลัง 3 ตัว 48MP

Vivo Y31 (2021) มือถือที่อัดสเปคมาให้แบบใช้งานทั่วไปได้สบายๆ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่หน้าจอขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียด FHD+, ชิป Snapdragon 662, กล้องหลัง 3 ตัวความละเอียดสูงสุด 48MP แถมยังมากับระบบ Android 11 ตั้งแต่ในกล่องอีกด้วย

Vivo Y31 (2021) มีหน้าจอขนาดใหญ่เต็มตา 6.58 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2408 x 1080) ใช้จอแบบ Halo FullView Display มี Notch หยดน้ำสำหรับวางกล้องเซลฟี่ทำให้ขยายหน้าจอออกไปได้มากกว่า แถมยังรองรับ Color Gamut P3 อีกด้วย

มากับชิป Snapdragon 662, RAM 6GB และความจุ 128GB (รองรับ microSD card สูงสุด 1TB) ใช้งานทั่วไปได้แบบสบายๆ ทั้งดูหนังความละเอียดสูง เล่นเน็ต เล่นโซเชียล หรือจะเล่นเกมกราฟิก 3D ก็ได้

กล้องหลังให้มาถึง 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลัก 48MP + กล้องจับความลึก 2MP + กล้องมาโคร 2MP ที่สามารถถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอออกมาได้สวยเป็นธรรมชาติด้วยระบบ AI ที่จะช่วยในการประมวลผลในการตัดขอบวัตถุ+เบลอพื้นหลัง, โหมดถ่ายกลางคืน Super Night Mode ที่ใช้ระบบ AI ช่วยในการควบคุม Noise แถมยังมี Stylish Night Filter ช่วยเพิ่มลูกเล่นให้ภาพถ่ายกลางคืนโดดเด่นขึ้น

ถ่ายวิดีโอเนียนๆ นิ่งๆ ด้วยระบบ Ultra Stable Video ที่ใช้ระบบกันสั่นแบบ EIS ช่วยให้ภาพที่ออกมามีความ Smooth ไม่สั่นงั่กๆ จนเวียนหัว

ดังกระหึ่มด้วย Audio Booster ที่ช่วยเร่งเสียงจากลำโพงให้มีความดังสูงสุดถึง 73 เดซิเบล ไม่ว่าจะใช้ฟังเพลง หรือดูหนังก็ได้ยินแบบชัดแจ๋ว

แบตเตอรี่อัดมาให้แบบจุกๆ ถึง 5000 mAh ซึ่ง Vivo เคลมว่าใช้ดูหนังออนไลน์แบบ HD ต่อเนื่องได้ถึง 17.9 ชม. และเล่นเกมต่อเนื่องสูงสุด 9.9 ชม. มากับระบบชาร์จไว 18W ชาร์จจาก 0% – 70% ในเวลา 64 นาที

สเปค Vivo Y31 (2021)

  • หน้าจอ LCD ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียด FHD+
  • CPU : Snapdragon 662
  • RAM : 6GB
  • ความจุ : 128GB รองรับ microSD card 1TB
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    – กล้องหลัก 48MP (f/1.79)
    – กล้องจับความลึก 2MP (f/2.4)
    – กล้องมาโคร 2MP (f/2.4)
  • กล้องเซลฟี่ : 16MP (f/2.0)
  • การเชื่อมต่อ : WiFi 2.4GHz / 5GHz, BT 5.0, USB-C
  • เซ็นเซอร์ : สแกนนิ้วมือ (ด้านข้าง), Accelerometer, Ambient light sensor, Proximity Sensor, E-compass, Gyroscope sensor
  • แบตเตอรี่ : 5000 mAh รองรับชาร์จไว 18W
  • ระบบ Android 11 ครอบด้วย Funtouch OS 11

Vivo Y31 (2021) มีทั้งหมด 2 สี คือ สีดำ Racing Black และสีฟ้า Ocean Blue เริ่มวางจำหน่ายช่องทางออนไลน์แล้ววันนี้ในประเทศอินเดีย ส่วนประเทศอื่นๆ รวมถึงประเทศไทยจะเข้ามาเมื่อไหร เราจะมาอัปเดตให้ต่อไปครับ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม : Vivo (India)

from:https://droidsans.com/vivo-y31-full-specs/