คลังเก็บป้ายกำกับ: VIVO

Lazada ครบรอบปีที่ 7 Vivo Smartphone ลดสูงสุด 10,000 บาท 27 มี.ค. 62 วันเดียวเท่านั้น!!!

 

Birthday วันแห่งความสุข ครบรอบ 7 ปี LAZADA Vivo Smartphone ลดสูงสุด  10,000 บาท สุดพิเศษ อาทิเช่น Vivo X21 สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงนวัตกรรม In- Display Fingerprint Scaning เพียง 9,999 บาท จาก 19,999 บาท, Vivo V11i  RAM 6 GB+ ROM 64 GB จาก 8,999 บาท เหลือ 8,4999 บาท, Vivo Y95 จาก 6,999 บาท เหลือ 6,499 บาท, Vivo Y91 จาก 5,999 บาท เหลือเพียง 5,499 บาท

vivo

และยิ่งไปกว่านั้นเพียงคุณซื้อ Vivo V15 Pro บน LAZADA รับทันที Headphone แบรนด์ SHURE มูลค่า 4,190 บาท  พร้อมทั้ง Vivo Exclusive Gift box  มูลค่า 1,190 บาท, กระเป๋าเดินทางล้อลากขนาด 16 นิ้ว  มูลค่า 1,590 บาท  รวมมูลค่ากว่า  6,970  บาท

และ  Vivo V15 รับทันที In – Ear phone แบรนด์ Marshall  มูลค่า 3,590 บาท พร้อมทั้ง Vivo Exclusive Gift box  มูลค่า 1,190 บาท, กระเป๋าเดินทางล้อลากขนาด 16 นิ้ว มูลค่า 1,590 บาท รวมมูลค่ากว่า 6,370  บาท

โปรโมชั่นทั้งหมดนี้  จะมีในวันที่  27 มีนาคม 2562 วันเดียวเท่านั้น!!! ท่านใดสนใจสั่งซื้อได้ที่ คลิก https://www.lazada.co.th/shop/vivo-thailand

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Vivo ที่นี่ >>> http://bit.ly/2EM6u36

 

from:http://mobileocta.com/lazada-7th-anniversary-vivo-smartphone-up-to-10000-baht/

โฆษณา

ฉลอง Lazada 7 ปี Vivo Smartphone ลดสูงสุด 10,000 บาท 27 มี.ค. วันเดียวเท่านั้น

Lazada ครบรอบปีที่ 7 Vivo Smartphone ลดสูงสุด 10,000 บาท 27 มี.ค. 62 วันเดียวเท่านั้น สุดพิเศษ อาทิเช่น Vivo X21 สมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงนวัตกรรม In- Display Fingerprint Scaning  เพียง 9,999 บาท  จาก 19,990  บาท

รวมโปรลดพิเศษของ Vivo บน Lazada

  •  Vivo V11i  RAM 6 GB+ ROM 64 GB จาก 8,999 บาท เหลือ 8,499 บาท
  • Vivo X21 เหลือ เพียง 9,999 บาท จากราคาเต็ม 19,990  บาท
  • Vivo Y95 จาก 6,999 บาท  เหลือ 6,499 บาท
  • Vivo Y91 จาก 5,999 บาท  เหลือเพียง 5,499 บาท
  • โปรพิเศษ ซื้อ Vivo V15 Pro บน LAZADA  รับทันที Headphone แบรนด์ SHURE มูลค่า 4,190 บาท  พร้อมทั้ง  Vivo Exclusive Gift box  มูลค่า 1,190 บาท  ,  กระเป๋าเดินทางล้อลากขนาด 16 นิ้ว  มูลค่า 1,590 บาท  รวมมูลค่ากว่า  6,970  บาท
  • โปรพิเศษซื้อ Vivo V15 รับทันที In – Ear phone แบรนด์ Marshall  มูลค่า 3,590 บาท  พร้อมทั้ง  Vivo Exclusive Gift box  มูลค่า 1,190 บาท  ,  กระเป๋าเดินทางล้อลากขนาด 16 นิ้ว  มูลค่า 1,590 บาท  รวมมูลค่ากว่า 6,370  บาท

โปรโมชั่นทั้งหมดนี้  จะมีในวันที่  27 มีนาคม 2562 วันเดียวเท่านั้น!!!  ท่านใดสนใจสั่งซื้อได้ที่ คลิก https://www.lazada.co.th/shop/vivo-thailand

ข่าว: ฉลอง Lazada 7 ปี Vivo Smartphone ลดสูงสุด 10,000 บาท 27 มี.ค. วันเดียวเท่านั้น มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2019/03/26/lazada-7-year-vivo-smartphone-sale-10000.html

เจาะจุดเด่นพระเอกราคา 14,999 ‘Vivo V15 Pro’ รุ่นเดียวที่ให้ Snapdragon กล้องป๊อบอัพ กล้องหลังสามตัวพร้อมเลนส์ไวด์

ในช่วงนี้หลายคนอาจจะสังเกตว่า สมาร์ทโฟนเปิดตัวมาเยอะมากเลยนะครับ โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนในเรทราคาประมาณ 10,000 ถึง 15,000 บาท หลายรุ่นทีเดียว ซึ่งก็มีคุณสมบัติแตกต่างกันไป แต่กลับมี Vivo V15 Pro อยู่รุ่นเดียวเลยครับ ที่เป็นสมาร์ทโฟนเทคโนโลยีใหม่แบบกล้องหน้าป๊อบอัพที่เปิดราคามา 14,999 บาท แทบจะเป็นตลาดที่ไม่เกี่ยวกับใครสักเท่าไหร่ แต่เจ้าตัวนี้น่าสนใจครับ เพราะมันเต็มไปด้วยเทคโนโลยี ที่มีครบ ^^

ซึ่งหลักๆ จุดเด่นที่ทำให้ Vivo V15 Pro ไม่มีใครเหมือนหรือไม่ครบเท่าเจ้าตัวนี้ เพราะมันมีคุณสมบัติไฮเทคอยู่ 5 ข้อด้วยกันครับ

1. สมาร์ทโฟนประเภทแบบหน้าจอไร้รอยบอก ไร้รู ไร้ติ่ง

หน้าจอที่ไร้รอยบากใดๆ เป็นหน้าจอแบบ 6.39 นิ้วเต็มๆ ไม่มีอะไรรบกวน ขอบจอบาง เครื่องเล็กจอใหญ่ มันทำได้เพราะว่าเป็นเครื่องที่ใช้เทคโนโลยีซ่อนกล้องหน้า กล้องหน้ามันจะถูกซ่อนอยู่แต่จะเลื่อนออกแบบอัตโนมัติเมื่อต้องการใช้งานเท่านั้น คุณสมบัติแรกนี้เรียกว่าในตลาดมีทำไม่กี่รุ่นครับ เพราะต้นทุนในการพัฒนาและการผลิตมันสูง ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่ก้าวมาถึงจุดนี้ครับเพื่อการลดต้นทุน

2. ใช้หน่วยประมวลผล Snapdragon ตัวใหม่

ในตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลาง ต้องบอกว่าแทบจะมีเพียง Vivo V15 Pro ตัวเดียวเท่านั้น ที่ใช้ Qualcomm Snapdragon ครับ ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ 675AIE  Octa Core 2.0 GHz ทำงานร่วมกับ รวมกับแรม 6GB รอม 128GB  อาจจะทำให้ต้นทุนของ Vivo V15 Pro สูงขึ้นกว่าการไปเลือกใช้หน่วยประมวลผลของ Mtk แบบ Helio P70 ที่นิยมใช้กันเพื่อลดต้นทุน แต่มันก็ได้ประสิทธิภาพ และได้ความมั่นใจที่สูงกว่ากันค่อนข้างชัดเจนครับ แถมมีความเข้ากันกับระบบมากกว่าหน่วยประมวลผลตระกูลใดๆ

3. ระบบการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ ที่ “ไว” มาก

การสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ความไวในระดับ Vivo V15 Pro อันนี้อะใหม่และไวแน่ ระบบการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจะว่าไป สำหรับของ VIvo ได้พัฒนามาไกลจนถึงรุ่นที่ 5 แล้ว จากที่ผมลองใช้งานมา ต้องบอกว่ามันมีความเร็วสูงกว่าระบบสแกนลายนิ้วมือของคู่แข่งจริงๆ ทั้งความไวและความแม่น รวมถึงความง่าย ผมว่า Vivo V15 Pro เป็นตัวที่มีระบบสแกนนิ้วบนหน้าจอที่ทันใจดีมาก ถ้าทำไม่ได้ในระดับนี้ บางทีผมก็เคยคิดว่า กลับไปใช้ที่สแกนลายนิ้วมือด้านหลังเครื่องเถอะ น่าจะสะดวกกว่า – –

4. กล้องหน้าเลื่อนอัตโนมัติที่มีความละเอียดสูงถึง 32 ล้านพิกเซล 

ต้องบอกว่ากล้องหน้าของ Vivo V15 Pro ไม่ใช่แค่ไฮเทคที่มันเลื่อนซ่อนตัวเองได้เท่านั้นนะครับ แต่เขาทำมาให้คุณภาพของมันสูงลิบลิ่วด้วย ความละเอียดสูงถึง 32 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ  AI Face Beauty ปรับแต่งรูปหน้าให้เรามี AI Portrait Framing ช่วยจัดองค์ประกอบภาพ ประสิทธิภาพกล้องหน้าของ Vivo V15 Pro เอาแค่ด้านคุณภาพก็ระดับท็อปแล้ว ผมบอกได้เลยว่ากล้องหน้ารุ่นแพงกว่าอีกหลายตัวยังสู้ไม่ไหว แถมยังมีความไฮเทคด้านกลไกเข้ามาเสริมอีก รวมกันสองด้านที่พิเศษมากๆ ซึ่งทำให้บอกได้ว่า นี่คือโมดูลกล้องหน้าที่ดีที่สุดของสมาร์ทโฟนก็ได้นะครับ



5. กล้องหลังสามตัว AI Triple Camera ความละเอียดสูง 48 ล้าน มีโหมดถ่ายกลางคืน และเลนส์ไวด์

น่าจะเป็นตัวเดียวในตลาดครับ 14,999 ที่ให้กล้องหลังสามตัวที่มีความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซลพร้อมเลนส์ถ่ายภาพมุมกว้างในตัวเดียว

แถมคุณภาพของภาพ ผมได้การันตีในรีวิวไว้แล้วว่า “ระดับท็อป” ถ่ายภาพได้ดีทั้งแสงกลางวัน และในสภาวะแสงกลางคืน มีโหมดถ่ายภาพกลางคืนแบบที่ไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง

และยังมีเลนส์ไวด์สำหรับการถ่ายภาพมุมกว้างมาให้ด้วย พร้อมความสามารถในการถ่ายภาพบุคคลมุมแคบ มีมาให้ครบ แคบ กลาง กว้าง ละลายหลัง บนความละเอียดสูง 48 ล้านในเครื่องเดียว











14,999 กับ Vivo V15 Pro เรียกว่ายืนราคาเดี่ยวๆ แทบจะไม่มีคู่แข่งในช่วงราคานี้สักเท่าไหร่ครับ ผิดกับรุ่นน้อง V15 mujไปอยู่ในเรทราคา 10,900 บาท เรียกว่าชนเต็มๆ

ผมว่าเขยิบขึ้นมาเล่น V15 Pro ตัวนี้ก็คุ้มนะครับ เทคโนโลยีมันดีกว่าทุกด้านซึ่งก็เป็นเครื่องที่มีเลนด์มุมกว้างให้ใช้งานเหมือน V15 แต่ได้กล้องความละเอียดสูงทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง มีคุณภาพที่ผมการันตีได้เลยว่าไม่ผิดหวัง

มีระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอที่ไว ตอบสนองไม่ขัดใจเวลาใช้งานจริง แถมเป็นเครื่องที่ใช้หน่วยประมวลผลที่ได้รับความไว้วางใจอย่าง Qualcomm Snapdragon 675AIE อุ่นใจกว่า MTK ด้วยชื่อชั้น

“V15 Pro น่าเล่น” เพราะไม่ใช่เครื่องทีทำมาขายแค่สเปคแต่มันมีนวัตกรรม มีความแตกต่างแต่ครบครัน เปิดราคาไม่แพงเกินไป ถ้าเบื่ออะไรเดิมๆ อยากหาเครื่องใหม่ใช้งานแบบ “ล้ำ” ผมแนะนำครับ

แถมโปรโมชั้นตอนนี้ก็มีของแถมหรือซื้อกับเครือข่ายก็มีส่วนลดหนักๆ อยู่ครับ หาได้ในราคาต่ำกว่าหมื่นสำหรับการซื้อพร้อมแพ็กเกจ ลองหาข้อมูลดูถ้าสนใจนะครับ ^^

 

 

 

ข่าว: เจาะจุดเด่นพระเอกราคา 14,999 ‘Vivo V15 Pro’ รุ่นเดียวที่ให้ Snapdragon กล้องป๊อบอัพ กล้องหลังสามตัวพร้อมเลนส์ไวด์ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2019/03/26/vivo-v15pro-recommended.html

รีวิว : Vivo V15 ดีไซน์พรีเมี่ยม กล้องเพอร์เฟกต์ทุกช็อต มาพร้อมนวัตกรรมสุดล้ำ ในราคาจับต้องได้ !!!

 

หลังจากรับชมพรีวิว Vivo V15 กันไปแล้ว วันนี้พามาชม Full Review กันต่อครับ โดย Vivo V15 เป็นน้องเล็กในซีรีส์ V15 ที่มีฟีเจอร์และความสามารถแทบจะถอดดีเอ็นเอมาจากรุ่นพี่ V15Pro มาอย่างครบถ้วน

ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมสุดล้ำด้วยกล้องหน้าสไลด์ POP Up ที่พกความละเอียดมาสูงถึง 32 ล้านพิกเซลเป็นรุ่นแรกของโลก และกล้องหลัง AI Triple Camera ที่อัดแน่นไปด้วยฟังก์ชั่นต่าง ๆ มากมาย ที่พร้อมเปิดประสบการณ์ในการถ่ายภาพที่เหนือระดับขึ้นไปอีกขั้น 

ซึ่งใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนฟีเจอร์จัดเต็มในราคาจับต้องได้ Vivo V15 เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามครับ

สเปคเบื้องต้น  VIVO V15

ขนาด 161.97 × 75.93 × 8.54 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 189.5 กรัม
หน้าจอ Ultra FullView Display แบบ IPS LCD 16 ล้านสี ความละเอียด FHD+ 2340 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.53 นิ้ว, กระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 5
หน่วยประมวลผล Octa-core 2.1GHz, ชิปเซ็ท Mediatek Helio P70 (12nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G72 MP3
RAM 6GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 128GB
microSD Card สูงสุด 256GB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหน้าเซลฟี่แบบ POP Up ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง f/2.0 รองรับฟีเจอร์ AI Face Shaping, AI Portrait Lighting และ AR Sticker, กล้องหลัง 3 ตัว AI Triple Camera โดยกล้องตัวแรกความละเอียด 24 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาด 1/2.25 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี Quad Pixel Sensor โดยมีขนาด 1.6 ไมครอน และรูรับแสง f/1.8 สำหรับกล้องตัวที่สองเลนส์มุมกว้างพิเศษ AI Super Wide-Angle 120 องศาความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 และกล้องตัวที่สามสำหรับทำ Bokeh ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 รองรับฟีเจอร์ Live Photos, Bokeh, AI Portrait Lighting, AI Face Beauty, AI Body Shaping และ AI Scene Recognition รวมถึง Super Night Mode สำหรับถ่ายภาพกลางคืน
ระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย Funtouch OS 9
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, WiFi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0, microUSB 2.0, USB On-The-Go
รองรับระบบ 4G LTE 800/900/1800/2100/2300/2600 MHz และ 3G 850/900/2100 MHz ( 4G และ 3G ทุกเครือข่ายในไทย)
แบตเตอรี่ 4,000mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว Dual-Engine Fast Charging
ราคา 10,990 บาท

 

PACKAGING & ACCESSORIES

กล่องแพคเกจของ Vivo V15  แทบไม่แตกต่างต่างไปจาก V15Pro โดยใช้โทนสีขาวเป็นหลัก สำหรับด้านหน้ากล่องมีรูปตัวเครื่อง  V15 ขนาดใหญ่  พร้อมกำกับขนาดความจุ RAM และ ROM อยู่มุมขวาด้านบน ส่วนด้านหลังมีไอคอนสเปคและไฮไลท์ฟีเจอร์รวมถึงรายละเอียดต่างๆ

อุปกรณ์ภายในกล่องประกอบไปด้วย

  1. คู่มือการใช้งานฉบับย่อ / ใบรับประกันสินค้า
  2. เข็มจิ้มสำหรับเปิดถาดซิมการ์ด
  3. อแดปเตอร์ชาร์จ Output 5V – 2A / 9V – 2A รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว  Dual-Engine Fast
  4. สายดาต้าลิงค์แบบ microUSB
  5. ชุดหูฟังแบบ in-ear ขนาดมาตรฐาน 3.5 มม.
  6. เคสซิลิโคนแบบใสขอบดำ

DESIGN & HARDWARE

Vivo V15 โดดเด่นด้วยดีไซน์โฉมใหม่ Spectrum Ripple Design 

โดยสี Ruby Red จะมีการไล่เฉดสีแดง/ดำ พร้อมประกายระยิบระยับเสมือนหมู่ดาวในยามค่ำคืน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ  ส่วนโทนเฉดสี Topaz Blue จะเป็นการผสมผสานกันระหว่างการไล่เฉดสี ที่มีลวดลายริ้วคลื่น ผสานด้วยตารางสวยสะดุดตา และตัวเครื่องถูกออกแบบในลักษณะของ 3D ที่มีความโค้งมนสมดุล น้ำหนักเบาเพียง 189.5 กรัม ส่งผลให้จับถือได้ถนัดกระชับ สามารถสอดรับเข้ากับสรีระของฝ่ามือได้เป็นอย่างดี

สำหรับหน้าจอแสดงผล ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์หลัก ด้วยหน้าจอแสดงผล Ultra FullView Display ขนาดใหญ่เต็มตาถึง ไร้ติ่งหรือรอยบาก ส่งผลให้เป็นจอแสดงผลแบบไร้ขอบที่แท้จริง โดยมีขนาด  6.53 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9  ครอบทับด้วยกระจกขอบโค้ง 2.5D มีสัดส่วนระหว่างหน้าจอกับตัวเครื่องสูงถึง 90.95% ผสานความแข็งแกร่งด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 5 นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นด้วยการฝังเซ็นเซอร์ที่ใช้ในการวิเคราะห์แสงจับระยะห่างไว้ในจอแสดงผลอีกด้วย

สี Ruby Red ที่ได้มารีวิวในครั้งนี้ จะมีการไล่เฉดสีแดง/ดำ พร้อมประกายระยิบระยับเสมือนหมู่ดาวในยามค่ำคืน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ ในภาพรวมการออกแบบดีไซน์มีความโดดเด่น และสัมผัสได้ถึงความพรีเมี่ยมจาก Vivo V15 

มาพร้อมจุดขายเหมือนรุ่นพี่ V15Pro ด้วยกล้องหน้าเซลฟี่แบบ Pop Up  (เลื่อนอัตโนมัติ เมื่อเข้าฟังก์ชั่นกล้อง) ทำงานด้วยระบบ Electric Motor ที่มีสปริงช่วยผ่อนแรงเลื่อนขึ้น-ลงด้วยความเบาในระยะเวลา 0.46 วินาที มีการทดสอบเลื่อนขึ้นลงมากกว่า 300,000 ครั้ง และ 1,000 ครั้งต่อวัน นอกจากนี้ ยังสามารถปรับตั้งค่าเสียงเมื่อกล้องเลื่อนขึ้น-ลงได้ 3 เสียง

ด้านหลังเครื่องโดยมุมซ้ายด้านบนมีเลนส์กล้องดิจิทัล 3 ตัว AI Triple Camera ความละเอียด 24+8+5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED ในแนวตั้ง ขับเคลื่อนด้วย AI หรือปัญญาประดิษฐ์อันชาญฉลาด ถัดลงมาจะเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

ด้านบนของตัวเครื่องมีช่องไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนและใช้ในการบันทึกเสียง, ถัดไปเป็นช่องเลื่อนสไลด์ของกล้องหน้าเซลฟี่แบบ POP Up

ด้านล่างจะมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม., ไมค์สนทนา, พอร์ต Micro USB และลำโพงหลักของตัวเครื่อง

ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่ม Power สำหรับเปิดและปิดเครื่อง

ด้านซ้ายของตัวเครื่องมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดและหน่วยความจำภายนอก MicroSD Card ถัดลงมาคือปุ่มผู้ช่วยอัจฉริยะ “vivo Jovi” ซึ่งสามารถเรียกด้วยการกดปุ่ม Smart button สองครั้ง หรือเรียก Google Assistant ด้วยการกดเพียงครั้งเดียว

ตัวถาดซิมการ์ดเป็นแบบ Triple slot รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด แบบนาโนซิม และสามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกได้สูงสุด 256GB

ไฮไลท์ฟีเจอร์เด่นบน VIVO V15

Vivo V15  มาพร้อมจอแสดงผล Ultra FullView Display แบบ IPS LCD 16 ล้านสี  ที่ให้สีสันสว่างสดใส มีความคมชัด สามารถแสดงขอบเขตสีได้สมจริงแม่นยำ อีกทั้งยังมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่เต็มตาถึง 6.53 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9  โดยมีสัดส่วนระหว่างหน้าจอกับตัวเครื่องที่ 90.95% และด้วยความที่ไม่มี Notch หรือรอยบาก ทำให้เป็นจอแสดงผลแบบไร้ขอบอย่างแท้จริง ส่งผลให้การรับชมคอนเทนต์อย่าง YouTube, Netflix รวมไปถึงการเล่นเกมได้เต็มอรรถรสมากยิ่งขึ้น

Vivo V15 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่จุใจถึง 4,000mAh  และยังมีระบบชาร์จไวด้วยเทคโนโลยี Dual-Engine Fast Charging ที่ใช้เวลาเพียง 15 นาที สามารถชาร์จได้ถึง 24% ถือว่าชาร์จได้ไวน่าประทับใจครับ  ทั้งนี้ควรใช้สาย Micro USB และอแดปเตอร์ชาร์จที่ให้มาในกล่อง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและได้ประสิทธิภาพสูงสุดครับ

โหมดเกม นอกจากการปรับแต่งทางด้านสมรรถนะให้เหมาะสมกับการเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้นแล้ว ยังมาพร้อมฟีเจอร์อำนวยความสะดวกในด้านการแจ้งเตือนอีกด้วย เช่นการปฏิเสธสาย/การรับสายในแบบเบื้องหลัง / การบล็อคการแจ้งเตือน / สามารถแสดงคีย์บอร์ดในขนาดย่อส่วน เพื่อให้การเล่นเกมบน Vivo V15 มีความราบลื่นต่อเนื่อง โดยไม่มีอาการสะดุดติดขัดมารบกวนใจในขณะเล่นเกม ซึ่งฟีเจอร์นี้สามารถตอบโจทย์คอเกมหรือผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกมอย่างจริงจังได้เป็นอย่างดีเลยครับ

SOFTWARE & FEATURE

Vivo V15 รันบนระบบปฏิบัตการ FunTouch OS 9 บนพื้นฐานระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie มาตั้งแต่แกะกล่อง โดยหน้าจอหลักมาพร้อมไอคอนที่มาพร้อมไอคอนแอปที่มีความโค้งมน และสีสันสดใส สามารถปรับเปลี่ยนธีม หรือภาพพื้นหลังได้ตามใจชอบ รวมทั้งเลือกใช้งาน Widget ที่ต้องการ และตั้งค่า Home Screen ได้

Vivo V15 มาพร้อมฟีเจอร์ Jovi AI Engine ผู้ช่วยอันชาญฉลาด โดย Jovi Smart Scene จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับชีวิตประจำวันยิ่งขึ้น ด้วยความสามารถในการอัปเดตสภาพอากาศพร้อมการแจ้งเตือนการเดินทาง, การออกกำลังกายที่มีการเก็บสถิติครบถ้วน การแจ้งเตือนสิ่งที่ต้องทำ และการแจ้งเตือนในกีฬาที่เราชื่นชอบ เช่นแมตช์การแข่งขันในสัปดาห์นี้เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีอีก 2 ผู้ช่วยที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดีอย่าง Google Lens ที่ช่วยเชื่อมโยงความสามารถในด้านการค้นหาร่วมกับกล้องถ่ายรูปได้อย่างลงตัว เช่น เรายกกล้องไปที่วัตถุ อย่างเช่น เมาส์ หรือตึกอาคารต่าง ๆ ตัว Google Lens  สามารถที่จะระบุรายละเอียดของตัวเมาส์ หรือสถานที่ออกมาทำให้เราได้รับทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

ส่วนอีกหนึ่งผู้ช่วยก็คือ Google Assistant ที่พร้อมมอบความสะดวกสบายให้กับชีวิตของเราผ่านคำสั่งเสียง ซึ่งรองรับการทำงานได้อย่างยืดหยุ่นและมีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการสั่งการเล่นเพลงหรือวีดีโอ การโทร/การส่งข้อความ การนำทาง ช้อปปิ้งหรือกระทั้งการจองตั๋วเครื่องบินก็ยังทำได้เช่นกัน ถือว่า Vivo V15 มาพร้อมผู้ช่วยที่ทำให้ชีวิตเราความสะดวกสบายได้อย่างแท้จริง

ฟีเจอร์ด้าน Network และการโทรของ Vivo V15  มีความโดดเด่นด้วยการรองรับเทคโนโลยี Full Netcom 4.0 ทำให้สามารถสามารถจับสัญญาณ 4G/3G ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม รวมไปถึงยังรองรับ Dual VoLTE ที่สามารถเปิด VoLTE ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม ทำให้การโทรผ่านสัญญาณที่มีความเร็วสูงบนคลื่น 4G  มีความคมชัดมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถใช้งานด้านการโทรควบคู่ไปกับการใช้งาน Data ได้อย่างราบลื่นอีกด้วย

ฟีเจอร์อื่น ๆ ในด้านการโทรที่ให้มาก็ถือว่าครบถ้วนและมีประโยชน์ในการใช้งานจริงของชีวิตประจำวัน เช่นฟีเจอร์บล็อคสาย บล็อคข้อความ ได้ตามที่ต้องการ อีกทั้งยังสามารถบันทึกสายขณะโทรได้โดยตรง ไม่ต้องลงแอปเพิ่มเติมแต่อย่างใด

สำหรับปุ่มนำทาง สามารถปรับตั้งค่าให้เหมาะกับความถนัดของเราได้ตามที่ต้องการ นอกจากนี้ยังมี Full Screen gesture ที่มาพร้อมฟีเจอร์สั่งการง่าย ๆ และสามารถใช้งานจอแสดงผลได้แบบเต็ม 100%

ซึ่ง Navigation gestures เป็นฟีเจอร์ที่ใช้การสไลด์นิ้วบนหน้าจอแสดงผลแทนการกดปุ่ม navigation เพื่อให้เหลือพื้นที่การใช้งานที่มากขึ้นกว่าเดิม ทั้งนี้ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้ว่าจะใช้รูปแบบการสั่งการแบบไหน เช่นการลากจากขอบด้านล่างจากตำแหน่งตรงกลาง เพื่อกลับไปที่หน้าโฮม ซึ่งก็เหมือนการกดที่ปุ่มโฮมนั่นเอง

โหมดการใช้งานอัจฉริยะ เป็นฟีเจอร์ที่มีให้ใช้งานมาอย่างยาวนานบนสมาร์ทโฟนของ Vivo ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้ก็คือการทำงานร่วมกับพวกเซ็นเซอร์ต่าง ๆ โดยเป็นการอำนวยความสะดวกในการใช้งานเป็นหลัก เช่น ปลดล็อคด้วยการโบกมือผ่านหน้าจอ การแจ้งเตือน การรับสายหรือเปลี่ยนเป็นโหมดแฮนด์ฟรีอัตโนมัติ ฯลฯ

โหมดใช้งานมือเดียวและการจับภาพหน้าจอที่มีความหลากหลาย สำหรับการจับภาพหน้าจอก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์พิเศษของ Vivo โดยสามารถจับภาพหน้าจอได้ยืดหยุ่นมาก ๆ ทั้งการลาก 3 นิ้วขึ้นไปจากหน้าจอแสดงผล

รวมไปถึงการจับภาพหน้าจอแบบยาวๆ หรือรูปแบบอิสระ อีกทั้งยังบันทึกหน้าจอในรูปแบบของวีดีโอได้อีกด้วย และอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ขาดไม่ได้ก็คือแอพโคลน ที่รองรับการใช้งานแอปพลิเคชั่นโซเชียลยอดนิยม เช่น Line, Facebook หรือ Instagram ได้พร้อมๆ กัน ถึง 2 แอคเคาท์ในเครื่องเดียว

โหมดมอเตอร์ไซค์และโหมดสำหรับเด็ก เป็นโหมดที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจจาก Vivo ไปยังลูกค้าหรือผู้ใช้งานอย่างแท้จริง  ยกตัวอย่าง โหมดเด็กเป็นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสังคมทุกวันนี้ ที่เด็กเล็กบางกลุ่มสุ่มเสียงที่จะมีสมาธิสั้น อารมณ์ร้อนและมีพฤติกรรมก้าวร้าวจากการติดเกม ติดโทรศัพท์, Tablet ของผู้ปกครองนั่นเอง

ส่วนโหมดมอเตอร์ไซค์ตรงนี้แม้จะขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานเป็นหลักที่จะเลือกปฏิบัติตนอยู่ในกรอบของความปลอดภัยหรือไม่ ทั้งการสวมใส่หมวกกันน็อค การปฏิบัติตามกฎจราจร ฯลฯ  แต่ก็ถือว่าเป็นการสร้างสรรค์ในเชิงบวกที่น่าชื่นชมมากๆ ครับ

i Manager ผู้ช่วยในการบริหารจัดการโทรศัพท์ของเราให้สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและเต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ เช่นการลบไฟล์ขยะเพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้งาน, การสแกนไวรัส, ระบบระบายความร้อน หรือการปกป้องการชำระเงินเป็นต้น

ปิดท้ายกันไปด้วยการจัดสรรพลังงาน ในภาพรวมต้องบอกว่า Vivo V15 นั้นมีแบตที่อึดอย่างน่าประทับใจ หากเป็นการใช้งานทั่ว ๆ ไปไม่ได้เน้นเล่นเกม สามารถใช้งามได้ครบ 1 วันแบบสบาย ๆ

ตรงนี้นอกจากแบตเตอรี่ที่ให้ความจุมาสูงถึง 4,000mAh แล้ว ต้องบอกว่า Vivo V15 ปรับแต่ง Firmware มาได้ดีมาก ทำให้การจัดสรรพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

BENCHMARKS & PERFORMANCE

Vivo V15  ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังจากชิปเซ็ตรุ่นใหม่ “Mediatek Helio P70”  บนสถาปัตยกรรม 12 นาโนเมตร ที่เร็ว แรง และฉลาดขึ้น อีกทั้งยังจัดเสรรพลังงานได้ดีขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

เมื่อดูในส่วนของผลคะแนน Benchmarks ถือว่าเป็นรุ่นกลาง ๆ ที่มาพร้อมความลื่นไหล และความแรงในระดับที่นำไปใช้งานทั่วไปและเล่นเกมได้แบบสบาย ๆ แถมยังมีจุดเด่นตรงที่มาพร้อม RAM ถึง 6GB แบบ DDR4 อีกด้วย รวมไปถึงเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ก็ให้มาอย่างครบถ้วน อาทิ  Gyroscope, Magnetomete,  Accelerometer ส่วนภาครับสัญญาณ GPS ก็มีความแม่นยำอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากครับ

MULTIMEDIA & ENTERTAIN

ในปัจจุบันสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่จะไม่ใส่ FM มาให้ใช้งาน แต่ Vivo ยังเอาใจผู้ที่ชื่นชอบฟังวิทยุ โดยมีวิทยุ FM แบบทศนิยมหนึ่งจุดมาให้ใช้งาน ในภาคสัญญาณถือว่าคมชัดใช้ได้ครับ ส่วนฟีเจอร์ก็ให้มาอย่างครบถ้วน เช่นการบันทึกไว้ฟังในแบบออฟไลน์ภายหลัง

VDO Player บน Vivo V15 รองรับการเล่นไฟล์วีดีโอความละเอียด 4K ได้อย่างไหลลื่น แถมยังมีฟีเจอร์ที่ให้ฟิลลิ่งใกล้เคียงกับแอปชื่อดังอย่าง MX Player เช่นการปัดบนหน้าจอฝั่งซ้ายเพื่อปรับระดับความสว่าง และปัดบนหน้าจอฝั่งขวาเพื่อปรับเพิ่ม/ลดระดับเสียงเป็นต้น

Music Player มาพร้อมจุดเด่นด้าน Software ด้วยฟีเจอร์ DeepField เอฟเฟ็กต์เสียงที่พัฒนาโดย Vivo ทำให้เสียงที่ได้มีความนุ่มลึก คมชัดใสเคลียร์ รองรับการจำลองระบบเสียงรอบทิศทาง 360 องศา อีกทั้งยังปรับแต่งเสียงผ่าน EQ ได้ยืดหยุ่นและตรงใจผู้ใช้งานได้มากยิ่งขึ้น สำหรับคนที่ชื่นชอบการฟังเพลง Vivo V15 นั้นไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน

ลองทดสอบเกมฮิต ๆ ในช่วงนี้ดูบ้าง

Asphalt 9 มาพร้อมกราฟฟิกสวยงาม แน่นอนว่าต้องการทรัพยากรทางด้าน Hardware ที่แรงอยู่ไม่น้อย ซึ่ง Vivo V15 นั้นเล่นเกมนี้ได้ลื่นไหลใช้ได้เลยครับ และไม่พบเจอการสะดุดหรือหน่วงจนผิดปรกติแต่อย่างใด งานนี้ต้องยกความดีให้ชิปเซ็ตรุ่นใหม่ Mediatek Helio P70 และฟีเจอร์ GAME CUBE ที่เพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมได้ไหลลื่นมากยิ่งขึ้น

PUBG แม้จะไม่สามารถเล่นในระดับความละเอียดระดับสูงได้  แต่ในภาพรวมไม่มีอาการหน่วงสะดุดติดขัดให้หัวร้อนแต่อย่างใด ส่วน ROV ลากเฟรมเรทสูง ๆ แบบยาว ๆ ไม่ว่าจะช่วงเดินเล่นชิล ๆ หรือยกพวกตะลุมบอนหมู่

สรุป Vivo V15 จัดเป็นสมาร์ทโฟน Mid-Range อีกหนึ่งรุ่นในตลาด ที่สามารถตอบโจทย์คอเกมได้เป็นอย่างดีเลยครับ

CAMERA & SAMPLE

Vivo V15 มาพร้อมกล้องหลังแบบ Triple camera เหมือนรุ่นพี่ V15Pro แต่ความละเอียดจะแตกต่างกันเล็กน้อย โดยกล้องตัวแรกมีความละเอียด 24 พิกเซล กล้องตัวที่สองความละเอียด 8 ล้านพิกเซลเป็นเลนส์ Ultrawide ใช้ในการถ่ายภาพมุมกว้าง และปิดท้ายด้วยกล้องตัวที่สาม ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล เป็น depth sensor ที่ช่วยในเรื่องการถ่ายหน้าชัดหลังเบลอและโบเก้ของภาพ สำหรับเมนูอินเตอร์เฟซของกล้องถูกออกแบบให้มีความเรียบง่าย สามารถเข้าถึงโหมดการถ่ายและฟีเจอร์ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

นอกจากนี้ยังอัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI นั่นเอง ซึ่งจะช่วยให้การถ่ายรูปเป็นเรื่องง่ายแต่ได้ผลลัพธ์ที่ดี แม้จะไม่มีความรู้ ความชำนาญในด้านการถ่ายรูปมาก่อนก็ตาม  เช่นฟีเจอร์ AI Scene Recognition ที่สามารถตรวจจับวัตถุหรือสภาพแวดล้อมที่อยู่หลังกล้องให้แบบอัตโนมัติ จากนั้นจะทำการแยกประเภทพร้อมปรับตั้งค่าการถ่ายให้เหมาะสมกับสถานการณ์นั้น ๆ  เช่นเราส่องกล้องไปที่อาหาร ก็จะมีไอค่อนรูปอาหารแสดงขึ้นมาในมุมล่างซ้ายของจอแสดงผล จากนั้นตัว AI ก็จะทำการประมวลผลพร้อมปรับแต่งให้ภาพที่ถ่ายออกมาแล้วมีความสมบูรณ์ที่สุด

กล้องหน้ามาพร้อมความละเอียดจัดเต็ม 32 ล้านพิกเซล แน่นอนว่าจุดขายยังคงเป็น AI Face Beauty ที่สามารถใช้ความฉลาดจาก AI มาช่วยให้การถ่ายเซลฟี่มีความสนุกและได้ผลลัพธ์อันน่าประทับใจ แถมยังมีโหมด 3D Face Shaping ที่สามารถปรับแต่งการเซลฟี่ให้ยืดหยุ่นและตรงกับความต้องการของเราได้มากที่สุด เช่นปรับผิวนวลกระจ่างใส, ปรับโครงสร้างใบหน้า, ปรับให้ดวงตากลมโต, ริมฝีปากอิ่ม, จมูกเรียวโด่ง, คางเรียว เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีโหมด AI Body Shaping ที่หลาย ๆ คนต้องชื่นชอบ เพราะสามารถปรับแต่งรูปร่างของเราให้ดูเพรียวบางสมส่วน เช่น ปรับให้ สะโพก แขน ขา หรือเอวดูเล็กลง หรือก็กระทั้งวปรับให้ตัวสูงขึ้นก็ยังได้

ฟีเจอร์ AI Portrait Framing จะช่วยให้การถ่ายภาพบุคคลได้สวยงามและสะดวกง่ายดายขึ้น โดยฟีเจอร์นี้ จะตรวจจับภาพใบหน้าบุคคลที่อยู่ในเฟรม พร้อมแนะนำการหันกล้องไปในตำแหน่งที่เหมาะสม ซึ่งก็คือการจัดองค์ประกอบของภาพ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุดนั่นเอง ตรงนี้ช่วยในเรื่องการถ่ายภาพบุคคลได้ดีมาก แม้เราจะถ่ายรูปไมเก่งก็ตาม

ส่วน ฟีเจอร์ Portrait light effects จะเป็นการเติมเอฟเฟ็กต์แสง ซึ่งมีให้ใช้งาน 6 รูป ได้แก่  Natural light, Studio Light, Stereo Light, Loop Light, Rainbow light, และ Monochrome background

ในส่วนของตัวแอปอัลบั้มบน Vivo V15 ก็มีความฉลาดล้ำด้วย AI ที่ช่วยแยกพร้อมระบุประเภทภาพถ่ายให้โดยอัตโนมัติ โดยแยกเป็น 3 หมวดหมู่หลัก ได้แก่ แกลลอรีรูปภาพ, อัลบั้ม, การระบุภาพ AI เพื่อการค้นหาในภายหลังได้อย่างสะดวกง่ายขึ้น

ทดสอบกล้องหน้าในโหมด Auto ที่ยังไม่ปรับแต่งใด ๆ ภาพที่ออกมามีสกินโทนและสีสันที่ดูเป็นธรรมชาติไม่หลอกตา ส่วนเรื่องความคมชัดนั้นก็อยู่ในเกณฑ์ที่น่าประทับใจ

ภาพซ้ายลองเปิดใช้งาน AI Face Beauty ภาพที่ได้ดูสวยงามขึ้นแบบสัมผัสได้ ทั้งในส่วนของโครงสร้างของใบหน้าและสกินโทนที่ปรับแต่งให้มีความกระจ่างใสในแบบเป็นธรรมชาติ ส่วนภาพขวาเป็นการเปิดใช้ฟีเจอร์ Portrait light effects

ทดสอบในการถ่าย Out-door ไปแล้ว ลองมาดูแบบ In-door สภาพแสงภายในอาคารกันบ้าง ซึ่ง Vivo V15 นั้นไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะถึงแม้จะเป็นในที่แสงน้อยหรือมีความหลากหลาย แต่ก็ยังให้ที่คมชัดและจัดการไวท์บาลานซ์ได้อย่างน่าประทับใจ

ไฟแฟลชของกล้องหน้าจะเป็นแบบ Flash on screen หรือใช้แสงจากหน้าจอแสดงผลเป็นไฟแฟลชนั่นเอง ซึ่งไฟแฟลชจากกล้องหน้านั้นช่วยให้การเซลฟี่ในเวลากลางคืนและในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น จากภาพตัวอย่างด้านซ้ายใบหน้าของนางแบบจะมีเงาที่ตกกระทบ เมื่อเปิดแฟลชแล้วจะลบเงาและช่วยให้ภาพดูมีมิติขึ้นอีกด้วย

AI Blacklight HDR ประโยชน์ของโหมดนี้ก็คือ เมื่อเราถ่ายเซลฟี่หรือถ่ายรูปด้วยกล้องหลังในสภาพแสงที่มีความเปรียบต่างมาก ๆ หรือเมื่อย้อนแสง ถ้าเปิด HDR จะช่วยในเรื่องการเกลี่ยสภาพแสงโดยรวมและดีเทลของภาพให้มีความสมดุล อีกทั้งยังช่วยให้ใบหน้าของเราไม่ดำเนื่องจากการถ่ายย้อนแสงอีกด้วย

ตัวอย่างภาพซ้ายมือจะเห็นว่าท้องฟ้าและฉากหลังนั้นสว่างจ้าจนเกินไป ส่วนภาพขวาเมื่อเปิด HDR แล้วจะมีการเกลี่ยแสงที่สมดุล อีกทั้งสามารถดึงรายละเอียดกลับมาทั้งใบไม้และท้องฟ้าที่ด้านหลัง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโหมดที่มีประโยชน์และใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันของเรา

AR Stickers การใส่อีโมจิหรือสติ๊กเกอร์ 3D น่ารัก ๆ ฟรุ้งฟริ้ง มุ้งมิ้งลงไปในรูปถ่ายของเรา โดยรองรับการทำงานทั้งกล้องหน้าและหลัง สามารถบันทึกเป็นไฟล์ภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ทั้งนี้โหมด AR Selfie สามารถที่จะดีเทคตรวจจับภาพใบหน้าได้มากกว่า 1 ใบหน้าพร้อมกัน ทำให้เมื่อเราถ่ายเซลฟี่กับเพื่อน ๆ ตัวกล้องก็จะใส่ AR Stickers ให้เพื่อนที่อยู่ในเฟรมของเราด้วย

ทดสอบกล้องหลังกันต่อ ด้วยโหมด Auto และโหมด Portrait ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ น่าประทับใจไม่แพ้กล้องหน้าเลยครับ

กล้องหลังมีโหมด AI Face Beauty มาให้ใช้งานเหมือนกล้องหน้า แถมยังทำงานร่วมกับโหมด Portrait ได้อีกด้วย

Portrait light effects

ฟีเจอร์ Portrait light effects จะช่วยเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการเซลฟี่ และการถ่าย Portrait ด้วยกล้องหลัง ซึ่งจะให้ฟิลลิ่งที่แปลกใหม่โดยไม่ต้องพึงพาอุปกรณ์เสริม โดยอัลกอริทึม AI ของ V15 จะปรับภาพใบหน้าสองมิติให้กลายเป็นสามมิติ และปรับแสงที่ใบหน้า ให้ภาพออกมามีความโดดเด่น ซึ่งเราสามารถเลือกเอฟเฟ็กต์ได้ทั้งแบบ  Natural light, Studio Light, Stereo Light, Loop Light, Rainbow light, และ Monochrome background

Natural light

Studio Light

Stereo Light

Loop Light

Rainbow light

Monochrome background

AI Body Shaping

AI Body Shaping ที่หลาย ๆ คนต้องชื่นชอบ เพราะสามารถปรับแต่งรูปร่างของเราให้ดูเพรียวบางสมส่วน เช่น ปรับให้ สะโพก แขน ขา หรือเอวดูเล็กลงได้เป็นต้น

จากภาพตัวอย่าง ภาพด้านบนใช้โหมด Auto ในการถ่าย ส่วนภาพด้านล่างเปิดใช้งาน AI Body Shaping ซึ่งถ้าสังเกตให้ดี ๆ จะเห็นว่าขาของนางแบบเรามีความเพรียวบางลงเล็กน้อย

เปิดใช้งาน AI Body Shaping โดยเลือกปรับตั้งค่าให้นางแบบเราสูงขึ้น โดยปรับไปที่ระดับสูงสุด ซึ่งเราจะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน  โดยภาพนางแบบด้านขวามือของเรานั้นตัวสูงขึ้น และมีช่วงขาที่เพียวบางลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้เรายังสามารถปรับตั้งค่าได้อย่างยืดหยุ่น เช่นปรับทุกอย่างในภาพรวม หรือเลือกปรับแต่งเฉพาะจุดก็ย่อมได้เช่นกันครับ

AI Body Shaping ถือว่าเป็นโหมดที่สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง เรียกว่าสวยใส เพอร์เฟกต์ทุกช็อตทั้งใบหน้าและรูปร่างอย่างแท้จริง

อีกหนึ่งจุดขายของซีรีส์ V15 ก็คือกล้องที่มาพร้อม AI Super Wide-Angle Camera ที่มีมุมมองกว้างเป็นพิเศษ สามารถเก็บภาพวิวทิวทัศน์ หรือหมู่คณะผองเพื่อนได้อย่างครบถ้วนไม่ตกหล่นอีกต่อไป

โหมด Auto

AI Super Wide-Angle Camera มุมมองกว้างพิเศษ

โหมด Auto

AI Super Wide-Angle Camera มุมมองกว้างพิเศษ

จากนี้ไปดูภาพรวม ๆ จากกล้องหลังของ Vivo V15 กันต่อได้เลยครับ

สรุป Vivo V15

Vivo V15 แทบจะถอดแบบจุดเด่นของรุ่นพี่ V15Pro มาอย่างครบถ้วน ทั้งเรื่องของฟีเจอร์อันอัดแน่น และดีไซน์ที่มีความสวยงามพร้อมแฝงไปด้วยพรีเมี่ยม รวมไปถึงนวัตกรรมสุดล้ำ กล้องหน้าสไลด์ POP Up ที่พกความละเอียดมาสูงถึง 32 ล้านพิกเซลเป็นรุ่นแรกของโลก และกล้องหลัง AI Triple Camera ซึ่งทำผลงานได้ดีไม่แพ้รุ่นพี่เลยครับ

ถ้าให้นิยาม Vivo V15 ก็คงต้องบอกว่าเป็น “สมาร์ทโฟนดีไซน์สวย กล้องเด่นจัดเต็ม มีความไฮเทค ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้” สำหรับเพื่อน ๆ ที่มองหาสมาร์ทโฟนครบครัน ครบเครื่อง ในราคาหมื่นต้น Vivo V15 สามารถตอบโจทย์ได้อย่าางแน่นอน

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Vivo ที่นี่ >>> http://bit.ly/2EM6u36

 

from:http://mobileocta.com/review-vivo-v15/

รีวิว Vivo V15 หน้าจอ 6.5 นิ้วไร้รอยบาก กล้องเซลฟี่ Pop-Up ความละเอียด 32MP แรม 6GB ความจุ 128GB และกล้องหลัง 3 ตัวเพียง 10,999 บาทเท่านั้น

Vivo V15 สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับระบบกล้องเซลฟี่แบบ Pop-Up เช่นเดียวกับรุ่นพี่ V15 Pro กับการออกแบบดีไซน์ที่คล้ายคลึงกัน แต่หากสังเกตให้ดี ก็จะทราบว่าความจริงแล้วระหว่าง Vivo V15 และ V15 Pro มีความแตกต่างกันอยู่พอสมควรเลยทีเดียว ซึ่งทุกท่านสามารถเข้าไปรับชมพรีวิว Vivo V15 Pro กับพรีวิว Vivo V15 กันได้ โดยในวันนี้จะเป็นการนำเสนอรีวิว Vivo V15 สมาร์ทโฟนรุ่นน้องแลลเจาะลึก ซึ่งจะมีจุดเด่นอะไร และดีไซน์จะสวยงามขนาดไหน ไปรับชมกัน

การออกแบบโดยรวมของ Vivo V15 เหมือนกับ V15 Pro โดยเฉพาะด้านหน้า ที่ใช้จอแสดงผลแบบ Ultra FullView Display ในขนาด 6.53 นิ้ว และมีความคมชัดระดับ 1080 x 2340 พิกเซล พร้อมขอบจอบางเฉียบ ทำให้มีอัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องสูงถึง 90.95% และป้องกันจอแสดงผลด้วยกระจก 2.5D Corning Gorilla Glass 5 ส่วน V15 Pro มีขนาดจอแสดงผลขนาด 6.39 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยีหน้าจอแบบ Super AMOLED

ที่ด้านบนหน้าจอมีลำโพงสนทนาถูกติดตั้งไว้ตรงสุดขอบ พร้อมด้วยเซ็นเซอร์จับแสงและเซ็นเซอร์วัดระยะห่าง ที่ถูกซ่อนไว้ภายใน

ด้านหลังใช้ดีไซน์เงางาม ด้วยการเคลือบผิวสัมผัสคล้ายกระจกแบบ 3D ที่รองรับกับสรีระของฝ่ามือได้ดีขณะถือใช้งาน และเพิ่มความสวยงามด้วยลวดลายเมื่อแสงตกกระทบ พร้อมเทคนิคไล่ระดับสี โดยมีให้เลือก 2 สี คือ สีน้ำเงิน Topaz Blue กับสีแดง Glamour Red ซึ่งตัวเลือกสีแดงนี้จะมีลวดลายที่ต่างจาก V15 Pro อย่างเห็นได้ชัด

และติดตั้งกล้องหลังให้มาเต็มที่ 3 ตัว (Triple Camera) พร้อมแฟลช LED และยังมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือวางไว้ตรงกึ่งกลาง ที่ต่างจาก V15 Pro ที่เปลี่ยนไปใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอแทน ซึ่งถือเป็นจุดสังเกตที่ชัดที่สุดระหว่างสองรุ่นนี้

ขอบด้านข้างมีความบาง 8.54 มิลลิเมตร โดยที่ด้านขวามีการติดตั้งปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่มเพาเวอร์ไว้

ส่วนที่ด้านซ้ายมีช่องสำหรับถาดใส่ซิมการ์ดแบบ 3 ช่อง (Triple-Slot) ที่รองรับซิมการ์ดแบบนาโน 2 ช่อง และการ์ด MicroSD ได้อีก 1 ช่องพร้อมกัน โดยรองรับความจุสูงสุดที่ 256GB ถัดลงมาเป็นปุ่ม Smart Button สำหรับเปิดผู้ช่วยอัจฉริยะ ซึ่งการกดหนึ่งครั้งจะเปิด Google Assistant สำหรับการกดสองครั้งติดกันจะเปิด Jovi Image Recognizer (ในรุ่น V15 Pro จะมีถาดใส่ซิมการ์ด และการ์ด microSD แยกออกจากกัน)

ด้านบนตัวเครื่องของ Vivo V15 จะพบกับกล้องเซลฟี่แบบ Pop-Up ที่ซ่อนไว้ โดยมีความละเอียดอยู่ที่ 32 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง F2.0 ซึ่งกลไกสไลด์กล้องอัตโนมัติผ่านการทดสอบ Drop Test กว่า 10,000 ครั้ง และทดสอบการสไลด์ทั้งหมดมากกว่า 300,000 ครั้ง โดยกล้องเซลฟี่จะเลื่อนขึ้นมาเมื่อเข้าสู่โหมดถ่ายภาพเซลฟี่ และเมื่อมีการใช้ฟีเจอร์ Face Unlock เพื่อปลดล็อกหน้าจอ

จุดเด่นของกล้องหน้า Vivo V15 ได้คือโหมด HDR ที่ช่วยให้รายละเอียดของภาพที่มีส่วนมืดกับส่วนสว่างที่ชัดเจนขึ้น, เทคโนโลยี AI Face Beauty สำหรับปรับแต่งใบหน้าให้สวยงามอัตโนมัติ

และโหมด Portrait ละลายฉากหลัง พร้อม Lighting Effect ช่วยปรับแสงให้เหมือนถ่ายในสตูดิโอ ได้แก่ ไฟสตูดิโอ, ลูปไลท์, แสงรุ้ง และภาพพื้นหลังขาวดำ

สำหรับที่ด้านล่างมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร ข้างกันมีไมโครโฟน ตรงกลางเป็นพอร์ต MicroUSB และลำโพงเสียง

สรุปได้ว่า Vivo V15 และ V15 Pro แตกต่างกันในส่วนของการออกแบบ ที่ขนาดบอดี้ กับขนาดจอแสดงผลที่ V15 จะใหญ่กว่ารุ่นพี่เล็กน้อย และที่สามารถสังเกตได้ชัดเจนก็คือ V15 มีการติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ที่ด้านหลัง ส่วน V15 Pro ใช้เทคโนโลยีซ่อนเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้บนจอแสดงผล นอกจากนี้ช่องเสียบหูฟังของ V15 จะอยู่ด้านล่าง พร้อมถาดใส่ซิมการ์ดแบบ 3 ช่อง (Triple-Slot) ขณะที่ V15 Pro จะอยู่ที่ด้านบน และติดตั้งถาดใส่ซิมการ์ด กับการ์ด microSD แยกจากกัน

ที่ด้านหลัง Vivo V15 มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว (Triple Camera) เหมือนกับ V15 Pro โดยมีความละเอียดกล้องหลักที่ 24 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง F1.78 จับโฟกัสด้วยเทคโนโลยี Dual Pixel ส่วนกล้องรองเลนส์แบบ Super Wide-Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 120 องศา รูรับแสง F2.2 และกล้องตัวที่สามเป็น Depth Camera ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง F2.4

สำหรับโหมดถ่ายภาพของกล้องหลังมีตัวเลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โหมด Portrait, HDR, Panorama, Face Beauty, AI Portrait Lighting ที่มีให้เลือก 5 แบบ ได้แก่ ไฟสตูดิโอ, ลูปไลท์, แสงรุ้ง และภาพพื้นหลังขาวดำ

โดยฟังก์ชันที่โดดเด่นได้แก่ กล้องเลนส์ Super Wide-Angle ที่สามารถถ่ายภาพในมุมกว้างพิเศษ

และยังมีฟีจอร์ใหม่ล่าสุด AI Body Shaping ในการปรับแต่งได้ทั้งรูปร่าง และเลือกปรับได้ทีละสัดส่วนไม่ว่าจะเป็นศีรษะ, ไหล่, เอว, สะโพก ลงไปถึง ขา รวมถึงฟังก์ชัน AI Scene Recognition ในการแยกแยะวัตถุในภาพด้วย AI

Vivo V15 และ V15 Pro มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 9 ซึ่งทำงานบนพื้นฐาน Android 9.0 Pie ที่รองรับระบบผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง Google Assistant นั่นหมายถึงผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนทั้ง 2 รุ่นนี้ จะได้รับประสบการณ์การใช้งานแบบเดียวกัน แต่จะแตกต่างกันที่ชิปเซ็ตประมวลผล โดยรุ่น V15 เลือกใช้ชิป MediaTek Helio P70 พร้อมด้วยจีพียู ARM Mali-G72 MP3 ขณะที่ V15 Pro ใช้ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 675 AIE กับจีพียู Adreno 612 และที่น่าสนใจก็คือ V15 ได้รับความจำ RAM 6GB จับคู่กับ ROM 128GB สนับสนุนการ์ด MicroSD สูงสุด 256GB เช่นเดียวกันกับ V15 Pro

รองรับฟังก์ชัน Smart bar, การแบ่งหน้าจอเพื่อใช้งานพร้อมกัน 2 แอปพลิเคชัน และยังสามารถเปิดปิดฟังก์ชันลัดต่างๆ ได้

ซึ่ง Vivo V15 ทำคะแนนจากแอพทดสอบชื่อดัง AnTuTu Benchmark ได้ที่ 144,342 คะแนน และผลจากแอพ Geekbench แบบ Single-Core ที่ 1,561 คะแนน และแบบ Multi-Core ที่ 5,799 คะแนน

ถึงแม้จะเป็นสเปกเครื่องในระดับกลาง แต่ก็เล่นเกมได้ลื่นๆ ไม่แพ้กัน

สรุปแล้ว Vivo V15 เป็นสมาร์ทโฟนที่เหมาะสำหรับผู้ที่รักการถ่ายภาพเซลฟี่ พร้อมหน้าจอใหญ่ เพื่อชมคอนเท้นต์ต่างๆ ได้เต็มตา และชื่นชอบการออกแบบดีไซน์ที่สวยงามระดับพรีเมียมไม่ซ้ำใคร โดย Vivo V15 มีราคาวางจำหน่าย 10,999 บาท ที่ถูกกว่า V15 Pro ราคา 14,999 บาท ถึง 4,000 บาท เนื่องจากใช้งานจอแสดงผลแบบ Super AMOLED และมีเทคโนโลยีสแกนลายนิ้วมือบนจอแสดงผล รวมถึงกล้องหลังถ่ายภาพได้ถึง 48 ล้านพิกเซล

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องดิจิทัลด้านหน้าในโหมดหน้าสวย

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องดิจิทัลด้านหน้าในโหมด Portrait

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องดิจิทัลด้านหน้าในโหมดสติกเกอร์

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องดิจิทัลด้านหลังในโหมด Portrait

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องดิจิทัลด้านหลังในโหมดปกติ

ตัวอย่างภาพถ่ายมุมมองกว้าง

และปิดท้ายด้วยโปรโมชั่น Vivo V15 จากทางค่าย AIS เมื่อสมัครแพ็กเกจรายเดือน 1,099 บ. ขึ้นไปเป็นเวลา 12 เดือน และชำระค่าบริการล่วงหน้า 4,000 บ. รับส่วนลด 400 บ. นาน 10 เดือน เริ่มมีผลรอบบิลที่ 2 เป็นต้นไป

แพ็กเกจเสริม PLAY MOVIES (199 บ.) ฟรี 12 เดือน มูลค่า 2,555 บ. รวม VAT
สอบถามเพิ่มเติมที่ เอไอเอสช็อป ร้านเทเลวิซ และตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ
วันที่ 2 เม.ย. 62 – 30 เม.ย. 62

from:https://www.flashfly.net/wp/246161

โผล่สเปก Vivo รหัสรุ่น Vivo 1901 และ Vivo 1902 บนแอป GeekBench คาดเป็นสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นราคาประหยัด

 

หลังจากเปิดตัว Vivo X27 และ X27 Pro สมาร์ทโฟนระดับกลางบนไปเมื่อวันก่อน ดูเหมือนว่า Vivo จะเดินหน้าเตรียมเปิดดัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ออกมาจับกลุ่มตลาดล่างในราคาประหยัดเพิ่มอีกรุ่น เมื่อมีข้อมูลของ Vivo รหัสรุ่น Vivo 1901 และ Vivo 1902 ปรากฎบนแอป GeekBench ออกมาให้เห็นกัน

เริ่มกันที่สเปกของ Vivo 1901 มาพร้อมหน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.0GHz,ใช้ชิปเซ็ต MT6762V/CA คาดว่าจะเป็น MediaTek Helio A22, RAM 2GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie

ในส่วนคะแนนทดสอบประสิทธิภาพนั้นได้ 764 คะแนน สำหรับ Single-Core และ 2,321 คะแนน สำหรับ Multi-Core

ส่วน Vivo 1902 มาพร้อมหน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.30GHz, ใช้ชิปเซ็ต MT6765V/CB คาดว่าจะเป็น MediaTek Helio P35, RAM 2GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie

ในส่วนคะแนนทดสอบประสิทธิภาพนั้นได้ 815 คะแนน สำหรับ Single-Core และ 2,472 คะแนน สำหรับ Multi-Core

ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลว่า Vivo รหัสรุ่น Vivo 1901 และ Vivo 1902 จะใช้ชื่อรุ่นอะไร แต่ถ้าดูจากสเปกแล้วน่าจะเป็นสมาร์ทโฟนในตระกูล V-series หรือ Y-series ซึ่งถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมจะมารายงานให้ทราบกันต่อไป

ที่มา : Gizmochina

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Vivo ที่นี่ >>> http://bit.ly/2EM6u36

 

from:http://mobileocta.com/vivo-specs-appeared-in-the-vivo-1901-and-vivo-1902-models-on-the-geekbench-app/

Vivo X27 มาพร้อมระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นล่าสุด FunTouch OS 9 บนพื้นฐาน Android 9 Pie

ไม่กี่วันที่ผ่านมา Vivo ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟน X27 และ X27 Pro ในปรเทศจีน โดยทั้งคู่ได้รับการออกแบบมาอย่างพรีเมี่ยม และมีคุณสมบัติที่น่าสนใจมากมาย และหนึ่งในนั้นที่ Vivo มุ่งเน้นเป็นพิเศษ คือ ระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นใหม่ ที่พร้อมนำมาใช้งานแล้วในสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ของ Vivo

X27 และ X27 Pro เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของ Vivo ในประเทศจีน ที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการ FunTouch OS 9 บนพื้นฐาน Android 9 Pie ซึ่งผู้ใช้งานชาวไทยก็จะได้ใช้งานเช่นเดียวกันกับ V15 และ V15 Pro

FunTouch OS 9 ได้รับการออกแบบ User Interface ใหม่ ใช้สีสันที่เรียบง่าย สามารถปรับแต่งการแสดงผลของ UI ได้มากขึ้น อย่างการเปลี่ยนเค้าโครงของไอคอนทางลัดให้เป็นแบบขอบมุมหรือวงกลม มาพร้อมวอลล์เปเปอร์แนว Abstract และ Dark Theme

Vivo ได้สร้างคลิปวีดีโอขึ้นมาเพื่อแนะนำ FunTouch OS 9 โดยเฉพาะ ตามที่เราฝังคลิปวีดีโอไว้ด้านล่าง

ที่มา – SparrowsNews
https://www.flashfly.net/wp/246205

from:https://www.flashfly.net/wp/246205