คลังเก็บป้ายกำกับ: VIVO

vivo NEX 5 จะกลับมาพร้อมหน้าจอขนาด 7 นิ้ว, กล้องเซลฟี่แบบฝังใต้จอ และชิป Snapdragon 8 Gen 1

มือถือซีรีส์ vivo NEX รุ่นสุดท้ายคือ NEX 3 5G เปิดตัวไปตั้งแต่ปี 2020 แล้วก็หายหน้าหายตาไปเลยในปี 2021 และในปีนี้ดูเหมือนว่าทาง vivo จะเอามือถือซีรีส์นี้กลับมาอีกรอบ เพราะล่าสุดได้มีข้อมูลสเปคคร่าว ๆ ของ vivo NEX 5 หลุดออกมาแล้ว โดยมันจะเป็นมือถือที่มีสเปคอยู่ในระดับเรือธง และมีหน้าจอขนาดใหญ่ยักษ์ถึง 7 นิ้ว พร้อมกับเทคโนโลยีกล้องเซลฟี่ใต้จออีกต่างหาก

ตามข้อมูลบอกว่า vivo NEX 5 จะมากับหน้าจอแบบ E5 OLED จาก Samsung มีขนาดใหญ่ขึ้นมาเป็น 7 นิ้ว (รุ่นที่แล้ว 6.89 นิ้ว) ใช้ดีไซน์ขอบโค้ง และมีความละเอียดระดับ 2K และจะไม่มี Notch หรือเจาะรูสำหรับวางกล้องด้วย เพราะจะใช้กล้องเซลฟี่ที่ฝังเอาไว้ใต้จอแทน

สเปคก็อยู่ในระดับไฮเอนด์ของปีนี้ด้วยชิป Snapdragon 8 Gen 1, RAM 8GB / 12GB, ความจุ 256GB / 512GB, มีแบตเตอรี่ขนาด 5000 mAh รองรับระบบชาร์จไว 80W และมีกล้องหลังที่ใช้เซนเซอร์หลักความละเอียด 50MP ขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ 168.5 x 76.5 x 9.2 มม. น้ำหนัก 221 กรัม

นอกจากนี้ยังมีภาพตัวจริงเสียงของ vivo NEX 5 หลุดออกมาให้เห็นด้านหลังกันอีกด้วย ซึ่งแม้ว่าจะไม่มีอะไรมากนอกจากกล้องหลัง 3 ตัว แต่ถ้าดูดี ๆ  จะเห็นว่ากล้องแต่ละตัวมีขนาดเซนเซอร์ที่ค่อนข้างใหญ่เลยล่ะ

ต้องรอข้อมูลเพิ่มเติมกันต่อไปว่า vivo NEX 5 จะเปิดตัวในช่วงไหน และจะมีฟีเจอร์อะไรเด็ด ๆ ไปมากกว่าสเปคแรง ๆ ระดับเรือธงบ้าง…แต่ที่แน่ ๆ เซนเซอร์กล้องใหญ่แบบนี้น่าจะไม่ธรรมดาอยู่นะ

 

ที่มา : Sparrowsnews, (2)

from:https://droidsans.com/vivo-nex-5-snapdragon-8-gen-1-7-inches-display/

REVIEW | รีวิว vivo Y21T มือถือตัวเล็ก ค่าตัว 6,999.- แบตอึด กล้องสวย

vivo Y21T ได้เดินทางมาเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เคาะราคาที่ 6,999 บาท โดยมือถือรุ่นนี้มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6.51 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 680 กล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียดสูงสุด 50MP และแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh ใช้งานได้ยาว ๆ ตลอดทั้งวัน ไม่ต้องพกสายชาร์จหรือพาวเวอร์แบงค์ให้ยุ่งยาก แถมยังรองรับชาร์จไว 18W อีกด้วย ว่าแต่พอถึงเวลาใช้งานจริง ๆ จะเป็นยังไงบ้าง วันนี้ DroidSans จะมาเล่าให้ฟังครับ

แกะกล่องเช็คของ

ภายในกล่องของ vivo Y21T จะมีของแถมมาให้เกือบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเคสซิลิโคนแบบใส, สายชาร์จ USB-A to USB-C รวมไปถึงอะแดปเตอร์ความเร็วในการชาร์จสูงสุด 18W โดย vivo Y21T จะมีฟิล์มกันรอยติดมาให้ตั้งแต่จากโรงงาน ผู้ที่ซื้อไปไม่ต้องลำบากไปหาซื้อเองเพิ่มข้างนอก

สเปค vivo Y21T

  • หน้าจอ LCD ขนาด 6.51 นิ้ว ความละเอียด HD+
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 680
  • RAM 6GB (+2GB ด้วยฟีเจอร์ Extended RAM)
  • ROM 128GB ใส่ microSD Card เพิ่มได้สูงสุด 1TB
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    • Wide : 50MP
    • Bokeh : 2MP
    • Super Macro : 2MP
  • กล้องหน้าความละเอียด 8MP
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านข้างตัวเครื่อง
  • รูหูฟัง 3.5 มม.
  • รองรับ WiFi 2.4GHz / 5.0GHz และ Bluetooth 5.0
  • แบตเตอรี่ 5000 mAh รองรับชาร์จไว 18W
  • ระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย FunTouch OS 12

ดีไซน์การออกแบบ

สัมผัสการจับถือครั้งแรกของ vivo Y21T จากที่รู้สึก ต้องบอกว่านี่เป็นมือถือที่มีน้ำหนักค่อนข้างเบา ลองเอาไปชั่งแล้วมีน้ำหนักโดยรวมประมาณ 180 กรัมนิด ๆ เท่านั้น ติดมือไม่ลื่นไหลหลุดมือง่าย โดยเครื่องที่ทีมงานได้มารีวิวครั้งนี้จะเป็นสีน้ำเงิน Midnight Blue ที่ทาง vivo เคลมว่าใช้เทคนิคกระบวนการเคลือบผิวแบบ AG หน้าตาที่ว่าเท่เอาการเลยทีเดียว

หน้าจอของ vivo Y21T ให้มาที่ขนาด 6.51 นิ้ว ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป มีติ่งหยดน้ำเล็ก ๆ สำหรับใส่กล้องเซลฟี่ความละเอียด 8MP ขอบซ้ายขวาค่อนข้างบาง แต่มีข้อสังเกตเล็กน้อยตรงที่รู้สึกว่าขอบล่างจะแอบหนาไปนิดเมื่อเทียบกับส่วนอื่น ๆ ทั้งนี้ตรงนั้นก็ไม่ได้เป็นปัญหาต่อการใช้งานแต่อย่างใด

พลิกมาด้านหลังจะเจอกับกล้องทั้งหมด 3 ตัว ประกอบด้วยเซ็นเซอร์หลักความละเอียด 50MP, กล้อง Bokeh ความละเอียด 2MP และกล้อง Super Macro ความละเอียด 2MP ไม่มีเลนส์ Ultra-Wide โดยตัวพื้นผิวด้านหลัง แม้ว่าจะเป็นแบบด้าน ๆ แต่ก็แอบติดรอยนิ้วมือง่ายไปนิดเหมือนกัน

ปุ่มควบคุมการใช้งานต่าง ๆ อาทิ ปุ่ม Power ที่ควบรวมเอาเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเอาเข้าไว้ด้วยกัน หรือปุ่มเพิ่มลดเสียง ต่างอยู่บริเวณด้านขวาของตัวเครื่องทั้งหมด ปล่อยให้ฝั่งซ้ายโล่ง ๆ ไม่มีปุ่มอะไรเลย

ด้านล่างจะเป็นที่อยู่ของลำโพง ที่ vivo Y21T ให้มาเป็นแบบโมโน ไมค์สนทนา และพอร์ตชาร์จแบบ USB-C ตามยุคสมัยของสมาร์ทโฟนปัจจุบัน

ส่วนด้านบนจะมีถาดใส่ซิม ที่ให้มาเป็นแบบ Triple Slot สามช่อง สามารถใส่สองซิม + microSD Card พร้อมกัน โดยในส่วนนี้ vivo Y21T สามารถเพิ่มเมมได้สูงสุดถึง 1TB เลยทีเดียว

หน้าจอแสดงผล

vivo Y21T มาพร้อมกับหน้าจอชนิด LCD ขนาด 6.51 นิ้ว ที่อย่างที่บอกไปตอนแรกว่าไซส์กำลังพอดีมือ ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ความละเอียด HD+ มีติ่งหยดน้ำเล็ก ๆ ที่ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการใช้งาน แต่แอบเสียดายไปนิดนึงที่ยังรองรับรีเฟรชเรทสูงสุดแค่ 60Hz อยู่

สำหรับการรับชมคอนเทนต์บน Netflix จากที่ทดสอบและเช็คมา พบว่า vivo Y21T สามารถดูหนังและซีรีส์ รวมไปถึงสารดดีบน Netflix ได้ที่ความละเอียดสูงสุด HD หรือ High Definition เนื่องจากรองรับการเข้ารหัสแบบ Widevide L1 นั่นเอง คอหนังคอซีรีส์น่าจะมีเฮกันไม่น้อยเลยล่ะ

แต่ด้วยความที่หน้าจอของ vivo Y21T เป็นแบบ LCD ทำให้สีสันความสดอาจจะไม่สามารถสู้กับมือถือที่ใช้พาแนล OLED ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้งานในที่แสงแดดจัด ๆ บอกเลยว่ามีแอบเพ่งใช้สายตาเยอะนิดนึง

ประสิทธิภาพความแรงและการใช้งานทั่วไป

ชิปเซ็ตของ vivo Y21T จะใช้เป็น Snapdragon 680 ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรมขนาด 6 นาโนเมตร ที่ทาง Qualcomm เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา เรียกได้ว่าชิปเซ็ตยังมีความใหม่อยู่ อายุอานามยังน้อย และจากที่ลองใช้มา พบว่าประสิทธิภาพการใช้งานทั่วไปนี่เหลือ ๆ เลย ไม่มีกระตุก ใช้งานค่อนข้างลื่นไหล

แถม vivo Y21T ยังมากับฟีเจอร์ Extended RAM ที่จะเอา ROM ขนาด 2GB มาใส่เพิ่มใน RAM จากเดิม 6GB รวมเป็น 8GB เรียกได้ว่าสามารถใช้งานเปิดแอปทิ้งไว้แบบเหลือ ๆ ไม่ต้องกังวลว่า RAM จะเต็มหรือเปล่า ซึ่งจากที่ลองมา พบว่าตัวระบบไม่ได้มีการ Kill Background Process เบื้องหลังอีกด้วย เปิดแอปทิ้งไว้ยังไง กลับไปเปิดอีกที ก็ยังอยู่ที่หน้าเดิม

ส่วน ROM ของ vivo Y21T จะให้มาที่ขนาด 128GB ซึ่งน่าจะเพียงพอต่อการใช้งานของใครหลาย ๆ คนแล้วล่ะ แต่สำหรับบางคนที่ชอบถ่ายภาพถ่ายวิดีโอเก็บไว้เยอะ ๆ แล้วกลัวว่าหน่วยความจำที่ให้มามันจะไม่พอ ทาง vivo Y21T ก็ยังสามารถใส่ microSD Card เพิ่มความจุได้มากถึง 1TB เลยทีเดียว

vivo Y21T มาพร้อมกับฟีเจอร์ Ultra Game Mode ที่จะเข้ามาช่วยจัดการรีดประสิทธิภาพ CPU และ GPU ให้ทำงานเต็มประสิทธิภาพสูงสุด เหมาะมาก ๆ เวลาเล่นเกมที่ต้องใช้ทรัพยากรเครื่องเยอะ ๆ สามารถเปิดโหมด E-Sport หรือล็อคความสว่างหน้าจอได้ ไม่ให้มันปรับเองอัตโนมัติตอนเล่นเกม

จากที่ทดสอบเล่นเกมมา vivo Y21T ถือว่าทำผลงานออกมาได้ค่อนข้างโอเคเลยล่ะ ปรับกราฟิกได้เกือบสูงสุด แถมเฟรทเรทก็วิ่งนิ่ง ๆ ที่ 57 – 60FPS ไม่ค่อยแกว่งมากเท่าไหร่

นอกจากนี้ vivo Y21T ยังรองรับการสั่นแบบ 4 มิติเวลาเล่นเกมอีกด้วย ทำให้เวลายิงปืน ตัวเครื่องจะสั่นเพิ่มความสะใจและมีความสมจริงมากยิ่งขึ้นไปจากเดิม แต่ต้องบอกว่าฟีเจอร์ดังกล่าวรองรับแค่เฉพาะบน PUBG เท่านั้นนะ ใครที่เป็นสาย Free Fire อันนี้ไม่รองรับจ้า

โดย vivo Y21T มีระบบระบายความร้อนแบบ Liquid Cooling ทำให้เวลาเล่นเกมติดต่อกันไปนาน ๆ ดูหนังดูซีรีส์ หรือใช้งานทั่วไปนาน ๆ แล้วเครื่องไม่ร้อนจนเกินไป

กล้องถ่ายภาพ

vivo Y21T มีกล้องหลังทั้งหมด 3 ตัว ประกอบไปด้วย เซ็นเซอร์หลักความละเอียด 50MP, กล้อง Bokeh สำหรับทำหน้าชัดหลังเบลอ ความละเอียด 2MP และกล้อง Super Macro สำหรับถ่ายโฟกัสวัตถุใกล้ ๆ ความละเอียด 2MP มีไฟแฟลชแบบ ​LED ใส่มาให้บริเวณด้านล่างของเซ็นเซอร์ทั้งสาม โดยจากที่ลองเอาเจ้า vivo Y21T ไปถ่ายภาพ ก็พบว่าสามารถถ่ายรูปออกมาได้ค่อนข้างดีในสภาพแสงปกติ แต่หากอยู่ในสภาพแสงน้อย ก็อาจจะลำบากหน่อยนึง แม้ว่าจะมี Night Mode ใส่มาให้ก็ตาม

ภาพตัวอย่างของ vivo Y21T 














ภาพตัวอย่าง Night Mode ของ vivo Y21T 



แต่ไฮไลท์เด็ด ๆ ของ vivo Y21T จะอยู่ที่โหมดถ่ายภาพบุคคล (ทั้งกล้องหน้าและหลัง) ที่มีฟีเจอร์ลูกเล่น Beauty ต่าง ๆ ใส่มาให้เยอะมาก ทั้งตา หู จมูก ปาก ผิว ฯลฯ เลือกปรับได้หมดทุกอย่าง แถมยังมีไกด์ไลน์สอนโพสรูปอีกด้วยว่าต้องทำแบบไหนอะไรยังไง เหมาะมาก ๆ สำหรับคนที่ยังไม่คุ้นชินกับกล้อง ไม่รู้จะโพสท่ายังไง

นอกจากนี้ vivo Y21T ยังเลือกปรับค่า f  ได้อีกด้วย ว่าอยากให้ฉากหลังเบลอมากน้อยแค่ไหน รวมไปถึงเอฟเฟกต์ละลายหลังต่าง ๆ มีมาให้เลือกเยอะจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแบบ หัวใจ สามเหลี่ยม ดาว ห้าเหลี่ยม ฯลฯ เอาเป็นว่าลองดูจากภาพตัวอย่างด้านล่างได้เลยครับ โดยการปรับเอฟเฟกต์ฉากหลังนี้จะมีให้แค่เฉพาะกับกล้องหลังเท่านั้นนะ กล้องหน้ายังไม่มี

ภาพตัวอย่างโหมดบุคคลของ vivo Y21T 















ภาพตัวอย่างกล้องหน้าของ vivo Y21T 





แบตเตอรี่

มาถึงในเรื่องของแบตเตอรี่กันบ้าง แม้ว่าตัวเครื่อง vivo Y21T จะมีน้ำหนักเพียงแค่ 182 กรัม แต่ด้านในก็อัดแบตเตอรี่มาให้แบบจัดเต็มถึง 5000 mAh ซึ่งหากเป็นคนไม่เล่นเกมมาก หรือไม่เล่นเลย น่าจะอยู่ได้ 1 – 2 วันสบาย ๆ แบบไม่ต้องชาร์จระหว่างวัน หรือพกแบตเตอรี่สำรองให้หนักกระเป๋า โดยจากที่ทดสอบดูซีรีส์บน Netflix แบบต่อเนื่องกัน 4 – 5 ตอน (ตอนละประมาณหนึ่งชั่วโมง) เล่นเกมบ้างนิดหน่อย รวมถึงไถ Facebook ประปราย ก็พบว่ายังเหลือแบตอีก 74% พร้อมกับได้ Screen on Time ไปมากถึง 4 ชั่วโมงเลยทีเดียว แถมเวลาแบตใกล้จะหมดก็ไม่ต้องกังวล เพราะ vivo Y21T รองรับระบบชาร์จไว 18W ชาร์จประมาณครึ่งชั่วโมง ก็ได้แบตมาเกือบ ๆ 50% แล้ว

สรุปการใช้งาน vivo Y21T

จากที่ใช้งานมาประมาณหนึ่งสัปดาห์เต็ม ๆ ทีมงานก็พบว่า vivo Y21T ถือเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนที่ประสิทธิภาพการใช้งานค่อนข้างคุ้มกับราคาค่าตัวตัวนึงในตลาดเลยล่ะ ใช้งานทั่วไปสบาย ๆ เล่นเกมปรับกราฟิกสูง ๆ เฟรมเรทนิ่ง ๆ แถมแบตเตอรี่อึดมากมาก ๆ แต่จะมีติดหน่อยตรงที่หน้าจอความละเอียด HD+ และรีเฟรชเรท 60Hz นี่แหละ ที่เหลือจัดว่าใช้ได้เลยทีเดียวกับราคา 6,999 บาท

from:https://droidsans.com/review-vivo-y21t/

vivo Y21T เปิดราคาไทย เคาะ 6,999 บาท ได้ Snapdragon 680, กล้อง 50MP และแบต 5000 mAh

เปิดตัวอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ vivo Y21T รอบนี้มาพร้อมกับจุดเด่น หน้าจอขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป 6.51 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 680 กล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียดสูงสุด 50MP และแบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh มีชาร์จไว 18W ทั้งหมดนี้ในราคา 6,999 บาท ว่าแต่สเปคด้านอื่น ๆ จะเป็นยังไงบ้าง มาหาคำตอบได้ในบทความนี้เลยครับ

กล้องหลังของ vivo Y21T ได้รับการจัดเรียงแบบ Dual-Tone Step อันเป็นเอกลักษณ์ของบริษัทฯ มีขนาดความหนาของตัวเครื่อง (ไม่รวมโมดูลกล้อง) เพียง 8 มิลลิเมตรเท่านั้น แถมชั่งแล้วมีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 182 กรัม ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างเบา เมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนในยุคปัจจุบัน

vivo Y21T มาพร้อมกับกล้องหลังทั้งหมด 3 ตัว ประกอบด้วยเซ็นเซอร์หลักความละเอียด 50MP เก็บรายละเอียดภาพได้ทุกเม็ด ซูมหรือครอบ ภาพก็ยังมีความคมชัด, กล้อง Bokeh สำหรับทำหน้าชัดหลังเบลอในโหมดภาพถ่ายบุคคล ความละเอียด 2MP และกล้องตัวสุดท้ายเป็น Super Macro โฟกัสได้ใกล้สุด 4 เซนติเมตร สำหรับถ่ายโหมดมาโคร ความละเอียด 2MP ส่วนกล้องหน้าให้มาที่ความละเอียด 8MP รองรับ Face Beauty โดย vivo Y21T รองรับฟีเจอร์ Super HDR ช่วยในเรื่องถ่ายภาพย้อนแสง

หน้าจอของ vivo Y21T จะมีขนาดอยู่ที่ 6.51 นิ้ว เป็นแบบ Halo Display (LCD) ความละเอียด HD+ มาพร้อมเทคโนโลยี In-cell ที่จะเข้ามาช่วยให้หน้าจอมีสีสันและรายละเอียดที่ชัดเจนยิ่งขึ้น รองรับโหมดกรองแสงสีฟ้า อัตราส่วนหน้าจอ 20:9 และมีอัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องที่สูงถึง 89%

ฟีเจอร์ Extended RAM 2.0 ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่ม RAM ให้กับ vivo Y21T จากเดิมมี 6GB เป็น 8GB (เพิ่มมา 2GB) ทำให้สามารถสลับการใช้งานแอปฯ ต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่นขึ้นกว่าเดิม

ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 680 ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรมขนาด 6 นาโนเมตร มีค่าสัญญาณนาฬิกา 2.4GHz เสริมทัพด้วย GPU Adreno 610 ความเร็ว 1.1GHz พ่วงด้วย RAM แบบ LPDDR4X และหน่วยความจำ UFS 2.1

มากับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5000 mAh สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน (ในกรณีที่ไม่เล่นเกม) และรองรับชาร์จไว 18W

สเปค vivo Y21T

  • หน้าจอ LCD ขนาด 6.51 นิ้ว ความละเอียด HD+
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 680
  • RAM 6GB
  • ROM 128GB ใส่ microSD Card เพิ่มได้สูงสุด 1TB
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    • Wide : 50MP
    • Bokeh : 2MP
    • Super Macro : 2MP
  • กล้องหน้าความละเอียด 8MP
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านข้างตัวเครื่อง
  • รูหูฟัง 3.5 มม.
  • รองรับ WiFi 2.4GHz / 5.0GHz และ Bluetooth 5.0
  • แบตเตอรี่ 5000 mAh รองรับชาร์จไว 18W
  • ระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย FunTouch OS 12

โดย vivo Y21T จะมีให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีขาว Pearl White และสีน้ำเงิน Midnight Blue เคาะราคาอยู่ที่ 6,999 บาท 

 

 

 

 

from:https://droidsans.com/vivo-y21t-thailand-official-price/

สเปค Vivo Pad อาจมาพร้อม Snapdragon 870 จอ 120Hz และระบบชาร์จไว 44W ลุ้นเปิดตัวมิถุนายนนี้

ก่อนหน้านี้ ผู้บริหารระดับสูงของ Vivo เพิ่งจะออกมาคอนเฟิร์มว่า บริษัทฯ กำลังพัฒนาแท็บเล็ตรุ่นแรกของทางค่ายจริง และพร้อมจะเปิดตัวในช่วงครึ่งแรกของปี 2022 นี้ ล่าสุดตอนนี้แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้จากจีน ได้ออกมาเปิดเผยสเปคหลัก ๆ ของ Vivo Pad (ชื่อยังไม่เป็นทางการ) นี้แล้ว โดยจะมาพร้อมกับชิปเซ็ต Snapdragon 870 และหน้าจอรีเฟรชเรท 120Hz

โดย Digital Chat Station ได้ออกมาเปิดเผยผ่านสื่อโซเชียล Weibo ว่า Vivo Pad จะมาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่และขอบบาง ความละเอียด Full HD+ รองรับรีเฟรชเรท 120Hz ใช้หน้าจอแบบเจาะรู ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 870 ตัวเดียวกับ Xiaomi Pad 5 Pro, Lenovo Xiaoxin Pad Pro และ OPPO Pad ที่มีผลคะแนน Geekench หลุดออกมาก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ ยังจะมากับแบตเตอรี่ 7860 mAh มีชาร์จไวสุดแรง 44W ที่คาดว่าชาร์จไม่นานก็ได้แบตเต็ม 100%

คาดว่า Vivo น่าจะเคาะชื่อแท็บเล็ตรุ่นแรกของทางค่ายว่า “Vivo Pad” เนื่องจากเมื่อปีกลายที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ไปจดทะเบียนสิทธิบัตรในชื่อดังกล่าวมา แต่ก็ยังไม่มีอะไรมายืนยันได้แบบ 100% ว่า Vivo Pad จะเป็นชื่อทางการของแท็บเล็ตรุ่นนี้จริง ๆ ส่วนวันเปิดตัวคาดว่าน่าจะเดินทางมาในช่วงสิ้นเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ครับ

 

SOURCE :

from:https://droidsans.com/vivo-tablet-key-specs-appeared-online/

Apple ครองอันดับ 1 ส่วนแบ่งการตลาดมือถือในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2021 ด้วยอานิสงส์ iPhone 13 Series

จากการสำรวจข้อมูลการตลาดมือถือทั่วโลกในปี 2021 จาก Canalys พบว่าเมื่อช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2021 ค่าย Apple กลับมาผงาดขึ้นอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่งการตลาดสูงที่สุด คิดเป็น 22% ตามมาแบบหายใจรดต้นคอด้วยคู่แข่งอย่าง Samsung ที่ 20% และอันดับ 3 คือ Xiaomi ส่วนยอดการส่งออกมือถือทั่วโลกรวม ๆ แล้วแทบไม่กระเตื้อง จากผลกระทบชิปขาดแคลนและโรคระบาดที่ยังคงตามมาหลอกหลอนในหลาย ๆ ประเทศ

ตลอดปี 2021 ที่ผ่านมา ค่าย Apple มีส่วนแบ่งการตลาดมือถืออยู่ในอันดับ 2 – 3 มาตลอด ส่วนอันดับ 1 ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากคู่แข่งตลอดกาลอย่าง Samsung นั่นเอง แต่ในช่วงไตรมาสที่ 4 ค่าย Apple กลับมาชิงส่วนแบ่งการตลาดได้มากที่สุดจนขึ้นมาอยู่ในอันดับ 1 ด้วยยอดส่งออก 22% ได้อานิสงส์จากการเปิดตัวและวางจำหน่าย iPhone 13 Series เมื่อเดือนกันยายนนั่นเอง ซึ่งจริง ๆ แล้ว Apple น่าจะทำยอดส่งออกได้มากกว่านี้ด้วยซ้ำ ถ้าไม่ติดเรื่องชิปขาดแคลนจนผลิต iPhone 13 ได้ไม่พอกับความต้องการของตลาด

ส่วนอันดับ 2 ก็คือแชมป์เก่าอย่าง Samsung ที่ได้ส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 20% ซึ่งนับว่าทำได้ดีขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปี 2020 (ปีที่แล้วทำส่วนแบ่งการตลาดได้ 17%) ตามมาด้วยอันดับ 3 คือ Xiaomi ทำส่วนแบ่งการตลาดไปได้ 12% เท่ากับเมื่อช่วงปีที่แล้ว

อันดับ 4 คือ OPPO (อันดับนี้นับรวมทั้ง OPPO + OnePlus ด้วย) ทำส่วนแบ่งการตลาดไปได้ 9% ลดลงจากปี 2020 ที่ทำได้ 10% และอันดับ 5 คือ Vivo มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 8% ลดลงจากปี 2020 ที่ทำได้ 9%

แต่สำหรับยอดส่งออกโดยรวมของมือถือทั่วโลกในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2021 เรียกว่าต่ำเตี้ยเรี่ยดินอยู่ที่ 1% เท่านั้น เนื่องจากผลกระทบของสถานการณ์ชิปขาดตลาดที่คาดว่าจะยังไม่คลี่คลายเร็ว ๆ นี้ รวมไปถึงสถานการณ์ COVID-19 ที่กลับมาระบาดหนักในหลาย ๆ ประเทศด้วย

สำหรับยอดส่วนแบ่งการตลาดของ Apple ที่ขึ้นมาจนกลายเป็นอันดับ 1 ช่วงไตรมาส 4 ดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติของทุก ๆ ปีไปแล้ว เพราะในช่วงเวลาดังกล่าวทาง Apple จะเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ และวางจำหน่ายหลังจากนั้นไม่นาน ก็เลยทำให้มียอดส่งออกแบบพุ่งพรวดนั่นเองครับ

 

ที่มา : Canalys

from:https://droidsans.com/apple-took-1st-market-share-q4-2021/

สเปค Vivo V23 5G มือถือกล้องเซลฟี่คู่ 50MP พร้อมฝาหลังเปลี่ยนสีได้ เคาะราคา 17,999 บาท

หนุ่ม ๆ สาว ๆ สายเซลฟี่ทั้งหลาย เตรียมตัวทุบกระปุกหมูต้อนรับการเปิดตัวของ Vivo V23 5G กันได้เลย เพราะรับรองว่ามือถือรุ่นนี้ต้องถูกใจคนชอบถ่ายเซลฟี่แน่นอน ด้วยจุดเด่นกล้องหน้าที่ให้มา 2 ตัว ความละเอียดสูงสุดถึง 50MP ส่วนสเปคอื่น ๆ ก็จัดมาให้แบบลื่นไหลใช้งานได้หมดทุกอย่างในยุคนี้ เคาะราคาขายในบ้านเรามาที่ 17,999 บาท โดยเริ่ม Pre-order ตั้งแต่วันที่ 21 มค. 2565 เป็นต้นไป

Vivo V23 5G ใช้หน้าจอพาเนล AMOLED ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080) อัตราส่วน 20:9 รีเฟรชเรท 90Hz Touch Sampling 180Hz รองรับ HDR10+ ใช้ดีไซน์แบบ Notch ตรงกลางสำหรับวางกล้องเซลฟี่ 2 ตัว

ตัวเครื่องมีการออกแบบด้วยขอบเหลี่ยมตามสมัยนิยม ขนาดอยู่ที่ 157.20×72.42×7.39 มม. น้ำหนักเบา ๆ แค่ 179 กรัมเท่านั้น โดยตัวเครื่องสี Sunshine Gold มากับลูกเล่นฝาหลังที่ใช้ Fluorite AG Glass ซึ่งสามารถเปลี่ยนสีจากสีทองกลายเป็นสีฟ้าอมเขียวได้เมื่อโดนแสงแดดหรือแสง UV ซักพัก ซึ่งการเปลี่ยนสีนี้ คือการเปลี่ยนสีแบบจริง ๆ ไม่ใช่แค่เป็นการเปลี่ยนสีเพราะแสงกระทบเท่านั้น

สเปคแรงหายห่วงใช้งานในปัจจุบันได้หมด ทั้งเล่นเกม 3D หรือจะดูหนัง 4K ด้วยชิป Dimensity 920 5G, RAM แบบ LPDDR4X ขนาด 12GB, ความจุแบบ UFS 3.1 ขนาด 256GB มีแบตเตอรี่ขนาด 4200 mAh รองรับชาร์จไว 44W

กล้องหลังมีทั้งหมด 3 ตัว ประกอบด้วย กล้องหลักความละเอียด 64MP + กล้องความละเอียด Ultrawide 8MP + กล้องความละเอียด Macro 2MP 

จุดเด่นอยู่ที่กล้องเซลฟี่คู่เลนส์ Wide ความละเอียด 50MP + กล้อง Super wide-angle Night Selfie ความละเอียด 8MP พร้อมแฟลช LED คู่ จะเซลฟี่แบบหน้าชัดหลังเบลอก็เนียน หรือจะถ่ายในที่แสงน้อยก็ชัดเจน นอกจากนี้ทั้งกล้องหน้าและหลังยังมีระบบกันสั่น EIS มาช่วยเพิ่มความเนียนให้กับการถ่าย VLOG ได้อีก

กล้องหน้าของ Vivo V23 5G ยังมีฟีเจอร์ Eye AF Dual Selfie ช่วยโฟกัสดวงตาได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำโดยไม่ต้องคอยแตะโฟกัสภาพเอง แถมยังเป็นเซนเซอร์กล้องแบบพิเศษที่ใช้เทคโนโลยี Pixel Isolation ช่วยเก็บสีและรายละเอียดได้แบบครบ ๆ แม้ถ่ายในที่แสงน้อย นอกจากนี้ยังถ่ายวิดีโอเซลฟี่ได้สูงสุดถึงระดับ 4K ด้วย

สเปค VIVO V23 5G

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2400 x 1080) รีเฟรชเรท 90Hz
  • CPU : MediaTek Dimensity 920 5G
  • RAM : 12GB
  • ความจุ : 256GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    – กล้องหลักความละเอียด 64MP (f/1.9)
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP (f/2.2)
    – กล้อง Macro ความละเอียด 2MP (f/2.4)
  • กล้องหน้า 2 ตัว
    – กล้องหลัก ความละเอียด 50MP (f/2.0)
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP (f/2.3)
  • การเชื่อมต่อ : 5G, Wi-Fi 802.11, a/ac/b/g/n/n 5GHz, BT 5.2
  • เซนเซอร์ : Fingerprint (ใต้จอ), Accelerometer, Ambient Light Sensor, Proximity Sensor, E-compass, Gyroscope Sensor
  • แบตเตอรี่ : 4200mAh รองรับชาร์จไว 44W
  • ระบบ Android 11
  • ขนาด / น้ำหนัก : 157.2 x 72.42 x 7.39 มม. / 179 กรัม

Vivo V23 5G (12/256GB) จะเริ่ม Pre-order ในประเทศไทยตั้งแต่วันนี้จนถึง 20 มกราคม จะเริ่มวางขายจริงตั้งแต่ 21 มกราคม 2565 เป็นต้นไป โดยมีราคาอยู่ที่ 17,999 บาท โดยผู้ที่ทำการ Pre-order จะได้รับการอัปเกรดประกันเครื่องเป็น 2 ปี พร้อมรับ V23 5G Premium Gift มูลค่า 1,899 บาท และยังมีสิทธิ์ลุ้นรับ vivo V23 5G Win Special Gift Set มูลค่า 1,999 บาทด้วย

from:https://droidsans.com/vivo-v23-5g-thailand-official/

รีวิว vivo V23 5G สุดยอดสมาร์ทโฟนกล้องหน้าคู่ 50 MP คมชัดทุกโมเมนต์! ดีไซน์ขอบโลหะ เครื่องสวย สเปคดี รองรับ 5G ทั้งสองซิม!

สวย! เห็นแล้วโดนใจแน่นอนครับ สำหรับ vivo V23 5G ตัวเครื่องโดดเด่นมากด้วยการดีไซน์แบบวัสดุโลหะ และผิววัสดุแบบส่องประกายสลับสีเมื่อโดนแสง และเป็นสมาร์ทโฟนที่ไม่ได้สวยเพียงแค่หน้าตาภายนอก แต่มากับกล้องหน้าคู่ 50 ล้านพิกเซล AF Dual Camera ที่มีความละเอียดและคุณภาพของตัวกล้องสูงมาก คมชัด

สเปคความแรงก็ค่อนข้างดี เพราะใช้ชิปเซ็ต Dimensity 920 เทคโนโลยีระดับ 6 นาโน รองรับ 5G ทั้งแบบ SA และ NSA และยังเป็นสมาร์ทโฟนที่พร้อมแล้วสำหรับระบบ Android 12 ตั้งแต่แกะกล่อง เรียกว่ามาแบบครบเครื่อง เรามาดูรายละเอียดในบทความรีวิวนี้กันดีกว่าครับ ว่ามีอะไรที่น่าสนใจในสมาร์ทโฟนรุ่นนี้กันบ้าง

vivo-V23-5G-DSC09826

vivo V23 5G เรียกได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ยกเครื่องใหม่ของทาง vivo อีกครั้งครับ ใช้การออกแบบที่แตกต่างออกไปจากรุ่นก่อนๆ ด้วยดีไซน์โลหะ ขอบตัด เก็บงานเนี้ยบ เรียบหรู น้ำหนักกำลังดี ดูเป็นสมาร์ทโฟนพรีเมี่ยมเกรดสูงตั้งแต่แรกเห็นตัวเครื่องภายนอกเลยครับ

vivo-V23-5G-DSC09821

ฝาหลังใช้เทคโนโลยีการผลิตชั้นนำ เป็นพื้นผิวกระจก Satin AG ให้สัมผัสละมุนมือ เรียบแต่ไม่ลื่น ใช้งานไม่เกิดคราบรอยนิ้วมือใดๆ ทนทานต่อการเกิดรอยขีดข่วน และที่สำคัญ มันเหลื่อมสีเปลี่ยนไปมาได้เป็นร้อยๆ เฉดด้วยแสงที่เขามากระทบ

vivo-V23-5G-DSC09809

การออกแบบเด็ดขาดมาก หรูและสวยงามจริงๆ ตัวเครื่องเย็นมือ และทนทาน เพราะโครงเครื่องล้อมด้วยโลหะทั้งตัว

vivo-V23-5G-DSC09912
vivo-V23-5G-DSC09915
vivo-V23-5G-DSC09910
vivo-V23-5G-DSC09951

มีเข้ามาสองสีครับ Stardust Black และ Sunshine Gold ซึ่งเป็นเครื่องที่เห็นในรีวิวนี้ โดยเครื่องสี Sunshine Gold จะมีคุณสมบัติ Color Charging Glass เป็นผิวที่มีการเปลี่ยนสีได้โดยแสง UV ถ้าลองเอาไฟฉาย UV มาส่องลงไปบนพื้นผิวของมัน สีฝาหลังก็จะเปลี่ยนสีไปจากเดิมในช่วงเวลาหนึ่งครับ เอามาตกแต่งลวดลายเล่นกันได้เลย ^^

vivo-V23-5G-DSC08348
vivo-V23-5G-DSC08347

ขนาดตัวเครื่องของสี Sunshine Gold จะอยู่ที่ 157.2×72.42×7.55 มม และหนัก 181 กรัมครับ ใครชอบสมาร์ทโฟนเครื่องดูหรู เป็นโลหะ ตัวนี้ถูกใจแน่นอน

vivo-V23-5G-DSC09800

หน้าจอชิดขอบเครื่อง เป็นจอ AMOLED 6.44 นิ้ว ความละเอียด FullHD+ รีเฟรชเรท 90Hz จอดี ขอบเล็ก ภาพสวยครับ รองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอโดยตรง

 

vivo-V23-5G-DSC09827

ด้านบนหน้าจอวางกล้องหน้าคู่ Auto Fucus ความละเอียดสูง 50 ล้านพิกเซล + เลนส์มุมกว้าง Wide Angle 8 ล้านพิกเซล รองรับการสแกนใบหน้าเข้าใช้งานได้ด้วยเช่นกัน คุณภาพของกล้องหน้าอยู่ในระดับสุดยอดเลยครับ ทั้งคมทั้งสวย สามารถถายภาพเซลฟี่มุมกว้างได้ด้วยเลนส์ไวด์

vivo-V23-5G-DSC09771

คุณภาพของภาพถ่ายในแต่ละโหมดไม่ต่างจากเอากล้องหลังคุณภาพดีๆ มาถ่ายเซลฟี่กันเลยครับ และไม่ใช่แค่ดีในงานภาพนิ่งเท่านั้น แต่กล้องหน้าคู่รุ่นนี้รองรับการถ่ายวีดีโอ 4K Selfie และ HDR selfie VDO สำหรับการแก้ปัญหาในบางจังหวะที่เรากำลังถ่ายวีดีโออยู่ แล้วหันไปในมุมที่ย้อนแสงพระอาทิตย์ หน้าเราจะมืดครับ แต่ในกล้องหน้ารุ่นนี้ไม่ต้องกลัวเหตุการณ์ถ่ายย้อนแสงแบบนั้นครับ

กล้องหลังเป็นชุดกล้อง AI สามตัว 64 ล้านพิกเซล AF + Super Wide Angle 8 ล้านพิกเซล + Super Macro 2 ล้านพิกเซล ตีกรอบเรียบง่าย เสริมฐานทำสีเดียวกับขอบเครื่อง

vivo-V23-5G-DSC09796

 

รุ่นนี้จะไม่มีพอร์ทหูฟัง 3.5 มม. นะครับ ใช้ที่ชาร์จเป็น USB Type C แบตเตอรี่ 4,200 mAh และรองรับชาร์จไว Flash Charge 44W จากอุปกรณ์ชาร์จที่แถมมาให้ภายในกล่อง

vivo-V23-5G-DSC09949

ซึ่งของในกลุ่มรุ่นนี้มีมาให้ครบเลยครับ ทั้งสายดาต้า USB Type C และที่ชาร์จ Flash Charge 44W รวมถึงเคสใสซิลิโคน ชุดหูฟัง 3.5mm. และหัวแปลง USB Type C ให้เป็นพอร์ทหูฟัง 3.5 มาให้ด้วยครับ

vivo-V23-5G-DSC09942 vivo-V23-5G-DSC09936

รองรับสองซิมการ์ดแบบ DSDS 5G หรือการสแตนด์บายใช้งาน 5G ได้พร้อมกันในทั้งสองซิมครับ รองรับทั้งคลื่นแบบ SA และ NSA ฉะนั้นสำหรับการรองรับ 5G ใช้งานกันได้ยาวๆ ทั้งในเทคโนโลยีวันนี้ และในอนาคตที่เราจะขยับไปใช้ 5G SA กันแบบเต็มตัว และรุ่นนี้ยังรองรับสัญญาณ Wi-Fi 6 อีกด้วยนะครับ ครบ!

vivo-V23-5G-DSC09962

การใช้งานภายใน

สเปคดีครับ ใช้หน่วยประมวลผลซีรี่ส์นิยมของยุค 5G เป็นชิปเซ็ต Dimensity 920 ที่ผลิตมาในมาตรฐานระดับ 6นาโน ประสิทธิภาพสูง ใช้พลังงานน้อยมาก และมากับแรมขนาดใหญ่ RAM 12 GB เลยทีเดียว และที่สำคัญ vivo V23 5G ยังรองรับเทคโนโลยี Extended RAM 2.0 หรือการขยายขนาด RAM ด้วยพื้นที่หน่วยความจำตัวเครื่องที่ยังไม่ใช้งานนำมาขยายแรมได้ จาก 12GB เพิ่มพื้นที่ได้อีก 4GB รวมเป็นขนาด 16GB ลื่นๆ เหลือๆ เลยครับ และหน่วยความจำภายในก็ให้มาไม่น้อย 256 GB

รันด้วยระบบใหม่สุด Android 12 พร้อมใช้ระบบใหม่ของ Android ตั้งแต่แกะกล่อง ครอบทับด้วย FunTouch OS 12 ระบบใหม่ด้วยเช่นกันครับ

vivo-V23-5G-007
vivo-V23-5G-214
vivo-V23-5G-100
vivo-V23-5G-101
vivo-V23-5G-102

ระบบ FunTouchOS 12 เป็นระบบที่มีฟังก์ชั่นเพียบครับ มีทั้งตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานอย่าง Multi Turbo จะเป็นตัวจัดการทรัพยากรเครื่องให้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด คอยเคลียปัญหา จัดสรร และทำหน้าที่ควบคุมทุกอย่างให้ทำงานสอดคล้องเหมาะสม ตั้งแต่ชิพประมวลผล หน่วยความจำ การรับส่งข้อมูล รวมไปถึงการเชื่อมต่อกับสัญญาณไร้สายต่างๆ ทำให้เครื่องมีประสิทธิภาพการทำงานดียิ่งขึ้นไปกว่าสเปคที่ตัวเครื่องมีเลยครับ

vivo-V23-5G-177
vivo-V23-5G-002

การทดสอบใช้งานสมาร์ทโฟนของ vivo จะไม่พบกับปัญหาใดๆ ในการใช้งานเลย ไม่ค้าง ไม่แลค ไม่ช้า ไม่มีปัญหาและตอบสนองได้ดีมากๆ ครับ

ระบบด้านความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ iManager แอพตัวจัดการเคลียไฟล์ขยะและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวต่างๆ เพื่อป้องกันแอพประสงค์ร้ายที่อาจจะหลุดเข้ามาภายในเครื่องของเรา รวมถึงมีระบบล็อคแอพไม่ให้ผู้อื่นเข้าใช้ รวมถึงพื้นที่พิเศษสำหรับการป้องกันความปลอดภัยพิเศษสำหรับแอพธุรกรรมทางการเงินครับ แยกเอาไว้ในพื้นที่ทางการเงิน จะถูกคุ้มกันไม่ให้การทำงานอื่นๆ เข้ามาแทรกแซงได้เลยครับ

vivo-V23-5G-167
vivo-V23-5G-168
vivo-V23-5G-169
vivo-V23-5G-170

การปรับแต่งด้านความสวยงาม ก็สามารถปรับได้หมด ทั้งอนิเมชั่นการสแกนใบหน้าและลายนิ้วมือ การแสดงการแจ้งเตือนที่ติดต่อเข้ามาด้วยแสงไฟตามขอบหน้าจอ และภาพแสดงการชาร์จไฟ เราสามารถปรับเลือกให้เป็นสไตล์ที่เราชื่นชอบได้ทั้งหมดครับ

vivo-V23-5G-158
vivo-V23-5G-159
vivo-V23-5G-161
vivo-V23-5G-162
vivo-V23-5G-163

บริการสำรองข้อมูลไว้บนคลาวด์ รายชื่อ ข้อความ เราสามารถสำรองขึ้นไปจัดเก็บบน vivo Cloudได้ฟรีครับ สำหรับใช้เรียกคืนข้อมูลเหล่านี้ลงมาเมื่อเปลี่ยนมือถือรุ่นใหม่ หรือในกรณีเราอาจจะทำเครื่องหายหรือชำรุด บริการคลาวด์ของ vivo ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่เตรียมไว้ให้ใครที่ต้องการสำรองข้อมูลตัวเองเอาไว้

vivo-V23-5G-171

ด้านความสะดวก FuntouchOS 12 ก็ใส่ Gesture สั่งงานไว้ให้มาเยอะครับ เซฟหน้าจอโดยการสไลด์สามนิ่วลง แบ่งหน้าจอทำงานสองแอพด้วยการสไลด์สามนิ้วขึ้น การกำหนดปุ่มปรับระดับเสียงให้เป็นปุ่มเรียกใช้พิเศษตามการตั้งค่า ทุกอย่างไม่ใช่แค่ทำได้ จากที่ทดสอบต้องบอกว่าใช้ได้ดีด้วยครับ รองรับ Gesture ได้แม่นยำ เรียกใช้งานไม่ช้า ทำงานได้ตามสั่งดีมากครับ

มี Widget น่ารักๆ มาให้ใช้ นำมาวางบนหน้าจอเพื่อความสะดวกในการควบคุมเพลงด้วยเครื่องเล่นเพลงไซด์มินิ ^^ สติ๊กเกอร์ทำมาแปะหน้าจอเพื่อแจ้งเตือนกันลืมต่างๆ กรอบรูปที่แสดงภาพแบบสไลด์โชว์น่ารักหลายขนาด เป็น Widget พิเศษที่ใส่เข้ามาให้ใช้ใน FuntouchOS 12 ตัวนี้ครับ

vivo-V23-5G-173
vivo-V23-5G-174
vivo-V23-5G-175
vivo-V23-5G-176

และแน่นอนด้วยสเปคและหน้าจอแบบนี้ หลายคนก็คงจะเอามาใช้เล่นเกมหรือการดูหนังอย่างแน่นอนครับ ทาง vivo ก็ใส่โหมดสำหรับคนเล่นเกม Ultra Game Mode มาให้ เป็นแบบยกเครื่องใหม่ สวยงามและเท่กว่าเดิม ^^

vivo-V23-5G-193

มีประโยชน์เยอะมากครับ มันเป็นระบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อคนเล่นเกมจริงๆ เข้าใจปัญหาของคนเล่น โดยใน Ultra Game Mode จะมีความสามารถในการควบคุมการแจ้งเคือนที่จะเข้ามาในช่วงขณะเรากำลังเล่นเกมได้หลากหลาย การปิดกันสายเรียกเข้า รวมถึงการปรับรูปแบบข้อความแจ้งเตือนไม่ให้เด้งมาบังหรือทำเกมเราหลุดเสียจังหวะ

การจัดลำดับความสำคัญในการเล่นเกมของเราแบ่งได้สามระดับ เพื่อการดึงประสิทธิภาพเครื่องออกมาสูงสุดโดยไม่ต้องคำนึงถึงการเปลืองพลังงาน และการเล่นเกมแบบเบาๆ เพื่อถนอมแบตให้ใช้งานได้ยาวนานได้ตลอดวัน เราเลือกได้เองครับ และตัวเครื่องจะตอบสนองด้วยการจัดระบบให้เป็นไปตามต้องการ

vivo-V23-5G-195

มีเครื่องมือสำหรับคนเล่นเกมตัวจริง เช่นการเปลี่ยนเสียงไมค์เวลาใช้คุยกันกับเพื่อนในขณะเล่นเกม มีเครื่องมือบันทึกภาพและวีดีโอในขณะเล่น และระบบพิเศษเช่น “การสั่น 4 มิติ” สำหรับในกรณีที่เราเล่นเกมที่รองรับอย่างเช่น PUBG ตัวเครื่องจะสั่นตอบสนองต่อการลั่นไกยิงของเราได้ด้วยนะครับ สนุกมากขึ้น สมจริงมากขึ้น ยิงแล้วเครื่องสั่นตามจังหวะปืน ^^

vivo-V23-5G-185
vivo-V23-5G-186
vivo-V23-5G-187
vivo-V23-5G-188
vivo-V23-5G-190

ซึ่งทั้งหมดใน Ultra Game Mode เราสามารถเรียกใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องออกจากเกมครับ แค่สไลด์หน้าจอพิเศษจากด้านข้างจอเข้ามา เพื่อเลือกใช้ฟังก์ชั่นที่ต้องการต่างๆ ได้ตลอดเวลา และเรายังสามารถเรียกใช้งานแอพอื่นขึ้นมาซ้อนหน้าต่างกันได้ทันทีด้วยนะครับ โดยการสไลด์สามนิ้วขึ้นจากด้านล่าง เรียกใช้งานแอพแชตเพื่อเล่นเกมไปพร้อมคุยกันกับเพื่อนครับ

vivo-V23-5G-198
vivo-V23-5G-199

หน้าจอใหญ่ ขอบจอแทบไม่มี ด้านหน้าเป็นจอภาพแทบจรดสุดขอบ เวลาเล่นเกมดูหนังภาพเด่นมากครับ ให้ความรู้สึกที่ดีเวลาใช้งาน การตอบสนองว่องไว ใช้งานได้เต็มที่แม้จะเป็นเรื่องของการเล่นเกมครับ ลำโพงเสียงดังชัด ไม่มีปัญหาใดๆ ในการทดสอบรีวิว vivo V23 5G ตั้งแต่ใช้งานมา

vivo-V23-5G-DSC09871

ขอบจอเล็กบางแบบนี้ มองไปเหมือนมีแต่จอเลยครับ ภาพเด่นมาก

vivo-V23-5G-DSC09898

การจับสัญญาณต่างทำได้ดี รองรับ WiFi 6 และเชื่อมต่อ 5G ได้ทั้งสองซิมการ์ด จับสัญญาณ GPS ได้ไวมากครับแม้จะไม่ใช้อินเตอร์เน็ตช่วย การออกแบบเสาสัญญาณแบบรอบตัว ทำให้รับคลื่นไร้สายต่างๆ ได้ไม่มีปัญหาต่อการถือจับของเราครับ

vivo-V23-5G-155
vivo-V23-5G-212
vivo-V23-5G-213

กล้องถ่ายภาพ

ต้องบอกว่า vivo V23 5G เป็นสมาร์ทโฟนที่มีสุดยอดกล้องหน้าอยู่ที่รุ่นนี้เลยครับ กล้องหน้าคู่ ultra clear 50 ล้านพิกเซล ทำงานกับเลนด์มุมกว้าง 8 ล้านพิกเซล เลนส์ที่กว้างถึง 105 องศา จะเห็นว่าสเปคกล้องหน้ายังกับกล้องหลัง และยังมีการใส่ซอฟท์แวร์ด้านกล้องที่สุดยอดของ vivo เข้ามาอีก ไม่ว่าจะเป็นระบบตรวจจับโฟกัสดวงตา จับโฟกัสแม่นเวอร์มากครับ หนีโฟกัสกล้องกันไม่พ้น จัดดวงตาจับใบหน้า คุณภาพสูงทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังเลยครับ

vivo-V23-5G-216
vivo-V23-5G-215
vivo-V23-5G-014

vivo นำเอา AI มาปรับใช้ในการถ่ายภาพเซลฟี่ โดยมีโหมดถ่ายภาพบุคคคล HD Portrait ที่จะทำให้รายละเอียดบนใบหน้าต่างๆ เช่นคิ้ว ขนตา ผิว สามารถปรับให้เนียนละเอียดได้มากขึ้น รวมถึงการใส่คุณสมบัติ HDR เข้ามาช่วยในกรณีถ่ายภาพย้อนแสงจนหน้าแบบอาจจะมืดลงไป ฟังก์ชั่นต่างๆ จะทำงานช่วยให้ภายสวยงามในทุกสถานะการณ์ โดยผู้ถ่ายไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องหรือเข้าใจวิธีการทำงานของกล้องมากนัก แต่สิ่งต่างๆ ที่ถูกออกแบบไว้ใน vivo V23 5G จะช่วยให้เราเอาอยู่หมด ทุกมุมถ่าย และทุกสภาพแสงครับ

vivo-V23-5G-030
vivo-V23-5G-035
vivo-V23-5G-042

โฟกัสไว จับแม่น และยังได้กล้องความละเอียดสูงแบบนี้ ภาพออกมาสวยเนียนชัดทุกรูปครับ ฟิลเตอร์ก็ใช้สนุกครับ ปรับสีเล่นกับแสงได้หลากหลายแนว แน่นอนเมื่อกล้องมี AI ที่สามารถเรียนรู้จักใบหน้ามนุษย์ได้อย่างละเอียด ระบบการปรับแต่งใบหน้าของกล้องก็จะสามารถปรับได้หลากหลายและละเอียดมากขึ้นกว่าในอดีตด้วยเช่นกัน โดยการปรับแต่ใบหน้าของ vivo V23 5G มีหลากหลายรูปแบบครับ เน้นความเป็นธรรดมชาติ Natural Portrait หรือจะแต่งเติมความสดใสและจัดจ้านให้กับใบหน้าได้หลายเฉด

IMG 20220112 170118
IMG 20220112 165906
IMG 20220112 170618
IMG 20220112 170010
IMG 20220112 170635
IMG 20220112 165930

กล้องเซลฟี่มีโหมดมุมกว้าง ผู้ที่ถือถ่ายสามารถยืดได้สุดแขนโดยที่ไม่เลยเฟรมเลยครับ ^^ เก็บผู้คนได้มากขึ้นถ้าถ่ายกับเพื่อน เก็บทิวทัศน์ได้กว้างขึ้นถ้าไปถ่ายในสถานที่สวยๆ และออกแอคชั่นได้มากขึ้น โดยไม่ต้องกังวลว่าเราจะล้นเฟรม

vivo-V23-5G-051
vivo-V23-5G-053

และมีโหมดพิเศษ Party Portrait เป็นฟังก์ชั่นการถ่ายที่เล่นกับแสงไฟโดยไม่ต้องใช้เทคนิคแบบพวกตากล้องระดับโปร ถ่ายหน้าตัวเองหนึ่งครั้ง และถ่ายแสงไฟด้านหลังอีกหนึ่งครั้งโดยการเขย่าเครื่องสมาร์ทโฟน เพื่อให้ได้ภาพที่มีเส้นแสงไฟสวยๆ แบบอารมณ์งานปาร์ตี้ครับ

IMG 20220112 172725
IMG 20220112 184243

ยังเล่นกับโบเก้ฉากหลังได้สวยงาม ปรับรูปแบบไฟโบเก้เป็นรูปทรงแปลกตาได้ เช่นดาว ผีเสื่อ หรือดอกไม้

vivo-V23-5G-046
vivo-V23-5G-049

IMG 20220112 170919
IMG 20220112 171313
IMG 20220112 171207

และไม่ต้องกลัวการถ่ายภาพที่แสงน้อย กล้องหน้ารองรับการถ่ายภาพเซลฟี่ในเวลากลางคืน และ vivo V23 5G มาพร้อมกับไฟส่องสว่าง Dual-Tone Spotlight ทีเป็นเหมือนไฟสตูดิโอแบบพกพาในตัว ส่องสว่างช่วยเพิ่มแสงให้ในยามกลางคืน และเป็นไฟแบบทูโทนที่ช่วยปรับสีผิวให้ดูเปล่งปลั่ง เนียนสวยกว่าความเป็นจริง ไม่สว่างโอเวอร์จนหน้าขาวเสียเหมือนไฟแฟลชทั่วไปครับ

vivo-V23-5G-DSC09972

ไม่ใช่แค่ภาพนิ่งนะครับ แต่งานวีดีโอกล้องหน้าก็รองรับความละเอียดระดับ 4K 30fps และโหมด HDR และระบบกันสั่นติดตามใบหน้า เพื่อวีดีโอที่ใบหน้าจะไม่แกว่ง ไม่สั่นไหว จนดูแล้วเวียนหัวครับ กล้องหน้ารุ่นนี้มีมาครบเครื่องจริงๆ

vivo-V23-5G-058
vivo-V23-5G-059

ส่วนกล้องหลัง จะเป็นกล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ทำงานกับกล้อง ultra wide-angle 120 องศา 8 ล้านพิกเซล และกล้อง macro 2 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายภาพระยะใกล้ 4 เซนติเมตร ไปจนถึงซูมภาพแบบดิจิทัลที่ 10x

vivo-V23-5G-000
vivo-V23-5G-142
vivo-V23-5G-064
vivo-V23-5G-063

รองรับการถ่ายภาพบุคคลละลายหลัง พร้อมการปรับแต่งใบหน้าได้ทุกส่วน และฟิลเตอร์สีแสงเยอะมากครับ กล้องรุ่นนี้

vivo-V23-5G-077
vivo-V23-5G-079
vivo-V23-5G-070-1
vivo-V23-5G-073

โหมด Bokeh Flare Portrait ปรับแต่งแสงพื้นหลังให้เป็นโบเก้ที่สวยงาม ภาพออกมาเหมือนเลนส์มืออาชีพ ใช้งานได้ทั้งการถ่ายภาพกลางวันเล่นกับแสงรอดต่างๆ และภาพถ่ายกลายคืนที่เล่นกับแสงไฟ

IMG 20220112 184525
IMG 20220112 184557
IMG 20220112 184828
IMG 20220112 184838

ฟังก์ชั่น Double Exposure การถ่ายภาพแบบซ้อนกัน นำภาพถ่ายเก่ามาผสมซ้อนกับภาพใหม่ หรือจะถ่ายภาพใหม่สองครั้งมาซ้อนกันก็ได้ครับ และมร v23 5G มีของเล่นใหม่ เป็นการใช้กล้องหน้าและกล้องหลังถ่ายซ้อนกันพร้อมกันสองกล้องเลย ^^

vivo-V23-5G-081
vivo-V23-5G-083
vivo-V23-5G-084
vivo-V23-5G-085
vivo-V23-5G-090

และอีกหนึ่งโหมดที่ใช้งานสองกล้องได้พร้อมๆ กัน ก็คือ “มุมมองคู่” การถ่ายวีดีโอแบบหน้าและหลังไปพร้อมกัน ปรับรูปแบบการแสดงได้หลายแบบ สามารถนำไปใช้ในการรีวิวสิ่งของ สถานที่ หรือการถ่ายภาพวีดีโอที่อยากให้เห็นตัวเองกับวิวทิวทัศน์ หรือคนที่เราไปด้วยพร้อมๆ กันได้ครับ

vivo-V23-5G-095
vivo-V23-5G-097
vivo-V23-5G-094

โหมดถ่ายภาพกลางคืนก็ยังสวยงาม มีฟิลเตอร์คู่สีใหม่ๆ มาให้ใช้งานกันในโหมดกลางคืนของกล้องรุ่นนี้

vivo-V23-5G-148

ไปได้กับเราทุกที่ครับ สำหรับ vivo V23 5G กล้องดี ฟังก์ชั่นเยอะ กล้องหน้าสุดยอดมาก ทั้งความคมชัดของกล้องและความสามารถ ถ่ายคนง่าย ถ่ายวิวดี ถ่ายกลางคืนภาพก็ยังสวยครับ

IMG 20220112 165906-1
IMG 20220112 165908
IMG 20220112 170919-1
IMG 20220112 171901
IMG 20220112 171910
IMG 20220112 171940
IMG 20220112 172016
IMG 20220112 172229
IMG 20220112 172232
IMG 20220112 172036
IMG 20220112 172725-1
IMG 20220112 172850
IMG 20220112 181122
IMG 20220112 181352
IMG 20220112 185838
IMG 20220112 184557-1
IMG 20220112 185251
IMG 20220112 185259

สรุปท้ายรีวิว

ตัวเครื่องสวยงาม ตัวบอดี้งานโลหะ ฝาหลังทำสีแบบพิเศษ ทนทาน หรูหรา มาพร้อมกับสเปคเครื่องที่ดีด้วย ชิปเซ็ตแรง แรมเยอะ และรองรับ 5G ทั้งสองซิม จอภาพใหญ่ขอบจอบางเฉียบ ระบบชาร์จไว 44W คุณสมบัติรอบด้านครบเครื่องครับ

และกล้องของ vivo V23 5G เรียกได้ว่าเป็นตัวท็อปของตลาดสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะกล้องหน้าคู่ที่มีความละเอียดสูง ความสามารถเยอะมาก คุณภาพของภาพทำได้เหมือนกล้องหลังตัวหลัก ใช้งานได้ดีทั้งกลางวันและกลางคืน

vivo V23 5G เปิดจำหน่ายในไทยสองสี คือ Stardust Black และ Sunshine Gold ราคา 17,999 บาท เตรียมเปิดให้เป็นเจ้าของได้เร็วๆ นี้ ที่ vivo Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

vivo-V23-5G main-key-visual

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่www.vivo.com/th

ข่าว: รีวิว vivo V23 5G สุดยอดสมาร์ทโฟนกล้องหน้าคู่ 50 MP คมชัดทุกโมเมนต์! ดีไซน์ขอบโลหะ เครื่องสวย สเปคดี รองรับ 5G ทั้งสองซิม! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/review-vivo-v23-5g-50mp-af-dual-camera/

รู้ก่อนซื้อ vivo V23 Pro 5G มีอะไรน่าสนใจบ้าง เหมาะกับคุณหรือไม่

ยังคงมีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่องสำหรับผู้ผลิตอย่าง vivo ที่อยู่คู่กับผู้ใช้ทั่วโลกมาอย่างยาวนาน โดยจุดเด่นของสมาร์ทโฟนจากยี่ห้อนี้ก็คือเรื่องของดีไซน์ตัวเครื่องที่หรูหราสวยงาม กล้องเซลฟี่ที่ถ่ายออกมาสวย และสเปคการใช้งานที่มีให้เลือกในทุกระดับตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงรุ่นเรือธง และหลังจากเปิดตัว vivo V23e 5G ไปได้ไม่นาน ล่าสุดก็ถึงคิวของ vivo V23 Pro 5G น้องใหม่ที่บอกเลยว่าไม่ทำให้เสียชื่อมือถือในตระกูลนางฟ้าเซลฟี่ ส่วนจะน่าสนใจแค่ไหนเราไปดูพร้อมๆ กันเลย

จุดเด่นแรกเลยของเจ้า vivo V23 Pro 5G คงต้องยกให้กับดีไซน์การออกแบบตัวเครื่องที่มากับหน้าจอขอบโค้ง 3 มิติ ผลิตจากวัสดุโลหะผสมกระจก ในแบบ Fluorite AG Glass เพิ่มลูกเล่นด้วยฝาหลังที่สามารถเปลี่ยนสีได้เมื่อโดนแสงแดดนาน 5-6 นาที โดยมีเฉพาะรุ่นสีทอง Sunshine Gold ส่วนรุ่น Stardust Black ไม่สามารถเปลี่ยนสีฝาหลังได้ รุ่นนี้ได้หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาด 6.56 นิ้ว คมชัดระดับ Full HD+ ความละเอียด 2400 x 1080 พิกเซล มีค่ารีเฟรชเรตอยู่ที่ 90Hz อัตราการตอบสนองการสัมผัสที่ 240Hz รองรับการแสดงผลแบบ HDR10+ เรียกว่าจะดูหนังหรือเล่นเกมก็คมชัดและให้กราฟิกที่ลื่นไหล รวมถึงตอบสนองการสัมผัสได้ดีอีกด้วย

มาดูในส่วนของการประมวลผลและหน่วยความจำภายในเครื่องกันบ้าง โดย vivo V23 Pro 5G ขับเคลื่อนการทำงานด้วยขุมพลังในรุ่น Dimensity 1200 จากทาง MediaTek ความเร็วสูงสุด 3.0 GHz จับคู่กับ RAM ขนาด 8 GB และ 12 GB ความจุภายในเครื่อง 128 GB และ 256 GB ด้านกราฟิกใช้ GPU ในรุ่น Mali-G77 MC9 รันบนระบบปฏิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย FunTouch 12 แบตเตอรี่ความจุ 4,300 mAh รองรับการชาร์จเร็ว 44W รองรับการเชื่อมต่อ 5G ทั้งแบบ SA และ NSA, รองรับ Bluetooth 5.2 ครบเครื่องเรื่องการเชื่อมต่อที่จำเป็นในยุคปัจจุบัน

ไฮไลต์ของ vivo V23 Pro 5G ยังคงอยู่ที่กล้องถ่ายรูปที่รอบนี้จัดเต็มเช่นเคยทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง โดยในส่วนของกล้องหน้านั้นเป็นกล้องเลนส์คู่ที่ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.0 กล้องอีกตัวเป็นเลนส์ ultra-wide มุมมอง 105 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีระบบออโต้โฟกัสและแฟลชคู่แบบ Dual LED ช่วยให้เซลฟี่ออกมาได้อย่างสวยงามมากยิ่งขึ้น ส่วนกล้องหลังนั้นใส่มาทั้งหมด 3 ตัวด้วยกันคือ กล้องหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล, ค่ารูรับแสง f/1.9, มีระบบ PDAF, กล้องตัวที่ 2 เป็นเลนส์ ultra-wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มุมมอง 120 องศา ปิดท้ายด้วยเลนส์มาโครความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พ่วงมาด้วยโหมดถ่ายภาพอีกมากมายให้ได้เลือกใช้งานกัน

สนนราคาของ vivo V23 Pro 5G แบ่งออกตามรุ่นได้ดังนี้คือ

  • vivo V23 Pro 5G รุ่น RAM 8 GB ความจุ 128 GB ราคา 38,990 รูปีอินเดีย หรือประมาณ 17,400 บาท
  • vivo V23 Pro 5G รุ่น RAM 12 GB ความจุ 256 GB ราคา 43,990 รูปีอินเดีย หรือประมาณ 19,600 บาท

โดย vivo V23 Pro 5G เปิดให้พรีออเดอร์แล้วผ่านทางเว็บไซต์ทางการของผู้ผลิตและทางร้านค้าออนไลน์คือ Flipkart ส่วนกำหนดวางขายอย่างเป็นทางการคือวันที่ 13 มกราคมนี้เป็นต้นไป ซึ่งในบ้านเราก็จะมีการนำเข้ามาด้วยส่วนจะเปิดราคาออกมาได้น่าสนใจแค่ไหน อีกไม่กี่วันรู้กันแน่นอน

from:https://www.9tana.com/node/vivo-v23-pro-5g/

เปิดตัว Vivo V23 และ V23 Pro ฝาหลังเปลี่ยนสีได้ ชิป MediaTek จอ 90Hz รองรับชาร์จไว 44W

เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ Vivo V23 Series ที่รอบนี้ขนมาด้วยกันถึง 2 รุ่น ได้แก่ V23 รุ่นธรรมดา และ V23 Pro มาพร้อมกับจุดเด่นฝาหลังเปลี่ยนสีได้ ชิปเซ็ตตัวแรงจาก MediaTek กล้องเซลฟี่คู่ความละเอียด 50MP รองรับ Eye Autofocus และแบตเตอรี่ 4300 mAh รองรับระบบชาร์จไว 44W ในราคาเริ่มต้น 29,990 รูปี หรือแปลงเป็นเงินไทยแล้วอยู่ที่ราว ๆ 13,500 บาท

Vivo V23

Vivo V23 มาพร้อมกับฝาหลังแบบ Fluorite AR Glass ที่ทางค่ายบอกว่า สามารถเปลี่ยนสีได้ เมื่อนำไปตากแดดเป็นเวลา 5 – 6 นาที ตัวสมาร์ทโฟนมีให้เลือกด้วยกันสองสี ได้แก่ สีดำ Stardust Black และสีทอง Sunshine Gold โดยฟีเจอร์ฝาหลังเปลี่ยนสีนั้น จะมีแค่เฉพาะในเวอร์ชั่นสี Sunshine Gold เท่านั้น

มาพร้อมกับกล้องหน้าแบบคู่ ความละเอียดสูงสุด 50MP รองรับฟีเจอร์ Eye Autofocus ส่วนอีกตัวเป็น Super-Wide Angle Night Selfie ความละเอียด 8MP สำหรับถ่ายภาพกล้องหน้าในที่แสงน้อย นอกจากนี้ Vivo V23 ยังมาพร้อมกับไฟแบบ Dual-Tone Spotlight อีกด้วย

กล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วยเซ็นเซอร์หลักความละเอียด 64MP, กล้อง Super-Wide Angle ความละเอียด 8MP และกล้อง Super Macro ความละเอียด 2MP โดย Vivo V23 ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Dimensity 920 ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรมขนาด 6 นาโนเมตร ซีพียู 8 แกน ถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K @30fps

Vivo V23 มาพร้อมกับแบตเตอรี่ 4200 mAh รองรับชาร์จไว 44W Flash Charge สามารถชาร์จจาก 1% ไป 68% ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้น

สเปค Vivo V23

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ รีเฟรชเรท 90Hz
  • ชิปเซ็ต Dimensity 920
  • RAM 8GB / 12GB
  • ความจุ 128GB / 256GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    • Wide: 64MP f/1.89 รองรับ AF
    • Wide-Angle: 8MP f/2.2
    • Macro: 2MP f/2.4
  • กล้องหน้า 2 ตัว มีไฟ Dual-Tone Spotlight
    • Wide: 50MP f/2.0 รองรับ Eye Autofocus
    • Wide-Angle: 8MP f/2.28
  • WiFi 2.4GHz / 5GHz และ Bluetooth 5.2
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ
  • แบตเตอรี่ 4200 mAh รองรับชาร์จไว 44W
  • สีให้เลือก : สีดำ Stardust Black และสีทอง Sunshine Gold (เปลี่ยนสีฝาหลังได้)

Vivo V23 Pro

โดย Vivo V23 Pro ก็มาพร้อมกับเทคโนโลยี Fluorite AR Glass เหมือนกัน สามารถเปลี่ยนสีฝาหลังได้เมื่อนำไปโดนแสงแดด มีให้เลือกสองสีเช่นเดียวกัน ได้แก่ สีดำ Stardust Black และสีทอง Sunshine Gold โดยเหมือนกับ Vivo V23 รุ่นธรรมดา ฟีเจอร์เปลี่ยนสีฝาหลังจะมีให้เลือกแค่เฉพาะบนรุ่นสี Sunshine Gold เท่านั้น

สเปคกล้องหน้าของ Vivo V23 Pro จะเหมือนกันกับรุ่นธรรมดาทุกอย่าง มาพร้อมกล้องเซลฟี่แบบคู่ ความละเอียด 50MP + 8MP รองรับฟีเจอร์ Eye Autofocus เหมือนกัน มีไฟ Dual-Tone Spotlight สำหรับถ่ายในที่แสงน้อยเช่นเดียวกัน

เซ็นเซอร์หลักของ Vivo V23 Pro จะได้รับการอัปเกรดจาก 64MP มาเป็น 108MP ถ่ายภาพคมชัดรายละเอียดยิบย่อยเก็บครบกว่าเดิม โดย Vivo V23 Pro ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Dimensity 1200 ที่มีสถานะเป็นถึงชิปเรือธงระดับไฮเอนด์ของ MediaTek เมื่อปีกลาย

มากับแบตเตอรี่ 4300 mAh รองรับชาร์จไว 44W FlashCharge เหมือนกับรุ่นธรรมดา ชาร์จไฟจาก 1% ไป 63% ภายในเวลา 30 นาที

สเปค Vivo V23 Pro

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.56 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ รีเฟรชเรท 90Hz
  • ชิปเซ็ต Dimensity 1200
  • RAM 8GB / 12GB
  • ความจุ 128GB / 256GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    • Wide: 108MP f/1.88 รองรับ Autofocus
    • Wide-Angle: 8MP f/2.2
    • Macro: 2MP f/2.4
  • กล้องหน้า 2 ตัว มีไฟ Dual-Tone Spotlight
    • Wide: 50MP f/2.0 รองรับ Eye Autofocus
    • Wide-Angle: 8MP f/2.28
  • WiFi 2.4GHz / 5GHz และ Bluetooth 5.2
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอ
  • แบตเตอรี่ 4300 mAh รองรับชาร์จไว 44W
  • สีให้เลือก : สีดำ Stardust Black และสีทอง Sunshine Gold (เปลี่ยนสีฝาหลังได้)

ราคาและวันวางจำหน่าย

Vivo V23 Series จะเริ่มเปิดให้จองเป็นเจ้าของผ่านเว็บไซต์ของ Vivo และช่องทางการจำหน่าย Flipkart ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยบริษัทฯ จะเริ่มจัดส่งสมาร์ทโฟนในวันที่ 13 มกราคมสำหรับรุ่น Pro และ 19 มกราคมสำหรับรุ่นธรรมดา สำหรับราคาค่าตัวของทั้งสองก็ตามด้านล่างเลยครับ

  • Vivo V23 
    • รุ่น RAM 8GB + ROM 128GB ราคา 29,990 รูปี หรือประมาณ 13,500 บาท
    • รุ่น RAM 12GB + ROM 256GB ราคา 34,990 รูปี หรือประมาณ 15,700 บาท
  • Vivo V23 Pro 
    • รุ่น RAM 8GB + ROM 128GB ราคา 38,990 รูปี หรือประมาณ 17,500 บาท
    • รุ่น RAM 12GB + ROM 256GB ราคา 43,990 รูปี หรือประมาณ 19,800 บาท

 

source: vivo (1) (2)

from:https://droidsans.com/vivo-v23-series-officially-launched/

เปิดตัว iQOO 9 Series มือถือเรือธงชิป Snapdragon 8 Gen 1 พร้อมเลนส์ Ultrawide มุมกว้างสูงสุด 150°

Vivo เปิดตัวมือถือเรือธง iQOO 9 Series ที่มาทั้ง iQOO 9 และ iQOO 9 Pro โดยทั้งคู่จัดเต็มสุด ๆ ทั้งเรื่องของสเปคที่แรงหายห่วงด้วยชิป Snapdragon 8 Gen 1, หน้าจอสุดแจ่ม และกล้องหลังที่ถ่ายภาพได้แบบงาม ๆ ไฮไลท์อยู่ที่รุ่น Pro ซึ่งมากับกล้อง Ultrawide ให้มุมกว้างสุดลูกหูลูกตาถึง 150° เลยทีเดียว…ส่วนสเปคที่เหลือจะเด็ดดวงแค่ไหน มาดูกันเลยดีกว่า

iQOO 9

เริ่มกันที่รุ่นน้องอย่าง iQOO 9 ที่แม้ว่าจะไม่ได้มีคำว่า Pro ต่อท้าย แต่สเปคต่าง ๆ ยังจัดอยู่ในระดับเรือธงแท้ ๆ มีหน้าจอแบบแบนราบเจาะรูไว้ตรงกลางด้านบนสำหรับวางกล้องเซลฟี่ ใช้พาเนล AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (1080 x 2400) รีเฟรชเรท 120Hz รองรับการแสดงผลแบบ HDR และสามารถเร่งความสว่างหน้าจอได้สูงสุดถึง 1500 nit

สเปคแรงจัดจ้านด้วยชิป Snapdragon 8 Gen 1, RAM แบบ LPDDR5 มีให้เลือกทั้ง 8GB / 12GB, ความจุแบบ UFS 3.1 ให้เลือก 2 ขนาดคือ 256GB และ 512GB ส่วนแบตเตอรี่ให้มา 4700 mAh รองรับระบบชาร์จไวสูงสุด 120W ชาร์จจาก 0% จนเต็ม 100% ในเวลาเพียง 19 นาทีเท่านั้น

กล้องหลังจัดมาให้ 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลักเซนเซอร์ ISOCELL GN5 ความละเอียด 50MP (f/1.75), กันสั่น OIS + กล้อง Ultrawide ความละเอียด 13MP (f/2.2) มุมกว้าง 120° + กล้อง Telephoto ความละเอียด 12MP (f/1.9) ซูม Optical 2x และกล้องเซลฟี่ความละเอียด 16MP (f/2.5)

สเปค iQOO 9

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด ความละเอียด FHD+ (1080 x 2400) รีเฟรชเรท 120Hz
  • CPU : Snapdragon 8 Gen 1
  • GPU : Adreno 730
  • RAM (LPDDR5) : 8GB / 12GB
  • ความจุ (UFS 3.1) : 256GB / 512GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    – กล้องหลักเซนเซอร์ ISOCELL GN5 ความละเอียด 50MP (f/1.75), กันสั่น OIS
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 13MP (f/2.2) มุมกว้าง 120°
    – กล้อง Telephoto ความละเอียด 12MP (f/1.9) ซูม Optical 2x
  • กล้องหน้า : 16MP (f/2.5), กันสั่น EIS
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, BT 5.2
  • เซนเซอร์ : Fingerprint (ใต้จอ), accelerometer, gyro, proximity, compass
  • ระบบเสียง : ลำโพงคู่, ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • แบตเตอรี่ 4700 mAh รองรับชาร์จไวมีสาย 120W
  • ระบบ Android 12 ครอบด้วย Origin OS Ocean

 

iQOO 9 Pro

ต่อด้วยรุ่นท็อป iQOO 9 Pro ที่จัดเต็มกว่าด้วยหน้าจอขอบโค้งพาเนล AMOLED ขนาดเท่ากันที่ 6.78 นิ้ว แต่ให้ความละเอียดมาสูงกว่าที่ระดับ QHD (1440 x 3200) และเป็นหน้าจอที่ใช้เทคโนโลยี LTPO 2.0 ที่สามารถปรับรีเฟรชเรทได้แบบอัตโนมัติตามการใช้งานตั้งแต่ 1Hz – 120Hz

สเปคจัดเต็มเหมือนรุ่นน้องด้วยชิป Snapdragon 8 Gen 1, RAM แบบ LPDDR5 ให้เลือก 2 ขนาด 8GB / 12GB, ความจุแบบ UFS 3.1 ให้เลือก 2 ขนาด 256GB / 512GB ส่วนแบตเตอรี่ให้มาเท่ากันที่ 4700 mAh รองรับชาร์จไวมีสาย 120W แต่พิเศษกว่าเพราะเพิ่มชาร์จไร้สาย 50W มาให้

กล้องหลังให้สเปคมาแบบจัดเต็มกว่า ประกอบด้วยกล้องหลักเซนเซอร์ ISOCELL GN5 ความละเอียด 50MP (f/1.75), กันสั่น OIS + กล้อง Ultrawide ความละเอียด 50MP (f/2.3) ให้มุมมองกว้าง 150°, มีออโต้โฟกัส + กล้อง Telephoto ความละเอียด 16MP (f/2.2) ซูมสูงสุด 2.5x, กันสั่น OIS และกล้องหน้า 16MP (f/2.5)

สเปค iQOO 9 Pro

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด ความละเอียด QHD (1440 x 3200) รีเฟรชเรท 120Hz
  • CPU : Snapdragon 8 Gen 1
  • GPU : Adreno 730
  • RAM (LPDDR5) : 8GB / 12GB
  • ความจุ (UFS 3.1) : 256GB / 512GB
  • กล้องหลัง 3 ตัว
    – กล้องหลักเซนเซอร์ ISOCELL GN5 ความละเอียด 50MP (f/1.75), กันสั่น OIS
    – กล้อง Ultrawide ความละเอียด 50MP (f/2.3) ให้มุมมองกว้าง 150°, มีออโต้โฟกัส
    – กล้อง Telephoto ความละเอียด 16MP (f/2.2) ซูมสูงสุด 2.5x, กันสั่น OIS
  • กล้องหน้า : 16MP (f/2.5), กันสั่น EIS
  • การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, BT 5.2
  • เซนเซอร์ : Fingerprint (ใต้จอ), accelerometer, gyro, proximity, compass
  • ระบบเสียง : ลำโพงคู่, ไม่มีรูหูฟัง 3.5 มม.
  • แบตเตอรี่ 4700 mAh รองรับชาร์จไวมีสาย 120W, ไร้สาย 50W
  • ระบบ Android 12 ครอบด้วย Origin OS Ocean

ราคา

  • iQOO 9 (8GB / 256GB) : ราคา 3999 หยวน หรือประมาณ 21,000 บาท
  • iQOO 9 (12GB / 256GB) : ราคา 4399 หยวน หรือประมาณ 23,000 บาท
  • iQOO 9 (12GB / 512GB) : ราคา 4799 หยวน หรือประมาณ 25,100 บาท
  • iQOO 9 Pro (8GB / 256GB) : ราคา 4999 หยวน หรือประมาณ 26,150 บาท
  • iQOO 9 Pro (12GB / 256GB) : ราคา 5499 หยวน หรือประมาณ 28,800 บาท
  • iQOO 9 Pro (12GB / 512GB) : ราคา 5999 หยวน หรือประมาณ 31,400 บาท

ทั้ง iQOO 9 และ iQOO 9 Pro จะเริ่มวางจำหน่ายในจีนตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2022 เป็นต้นไป แต่ยังไม่มีข้อมูลว่าจะวางจำหน่ายในต่างประเทศด้วยรึเปล่าครับ

 

ที่มา : iQOO 9, iQOO 9 Pro (จีน)

from:https://droidsans.com/iqoo-9-iqoo-9-pro-officially-announced/