คลังเก็บป้ายกำกับ: VIRTUALIZATION__CONTAINER

Red Hat Webinar: มีอะไรใหม่ใน Red Hat Advanced Cluster Management?

TechTalkThai ขอเรียนเชิญ IT Manager, DevOps Engineer, Software Engineer, และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมฟัง Red Hat Webinar ในหัวข้อเรื่อง “มีอะไรใหม่ใน Red Hat Advanced Cluster Management? โดย Red Hat” เพื่อทำความรู้จักกับเครื่องมือในการช่วยบริหารจัดการ Kubernetes Cluster สำหรับธุรกิจองค์กรได้อย่างง่ายดาย ในวันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2020 เวลา 13.30 – 15.00 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

  • หัวข้อ: มีอะไรใหม่ใน Red Hat Advanced Cluster Management? โดย Red Hat
  • ผู้บรรยาย: คุณนัทที จิรัฐติวงศ์วิบูล, Solutions Architect – Platform, Thailand, Red Hat
  • วันเวลา: วันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2020 เวลา 13.30 – 15.00 น.
  • ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
  • ภาษา: ไทย

แอปพลิเคชันแบบ Cloud-Native ที่ทำงานอยู่บนระบบ Container นั้นมีความต้องการในการบริหารจัดการที่แตกต่างออกไปจากระบบ Virtual-based อย่างในอดีต และความต้องการเหล่านี้เองก็เป็นเหตุผลที่เราต้องเปิดตัว Red Hat Advacned Cluster Management for Kubernetes ซึ่งเป็นโซลูชันด้นาการบริหารจัดการใหม่ล่าสุดที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถเพิ่มขยายระบบ Red Hat OpenShift ที่เป็นแพลทฟอร์มด้าน Kubernetes ชั้นนำสำหรับองค์กรได้

Red Hat Advanced Cluster Management for Kubernetes จะช่วยให้องค์กรบริหารจัดการ Kubernetes Cluster ได้อย่างเป็นระบบท่ามกลาง Hybrid Cloud ไม่ว่าจะเป็นระบบ Red Hat OpenShift ที่ทำงานแบบ On-Premises, บนเครื่อง Bare Metal หรือบนบริการ Public Cloud ของผู้ให้บริการรายใหญ่ไปจนถึงระบบ Native Cluster จาก Amazon Web Services, Google Cloud Platform, IBM Cloud และ Microsoft Azure อีกทั้งยังสามารถช่วยติดตาม, บังคับ, ควบคุมได้ตามความต้องการขององค์กรเพื่อให้สามารถเพิ่มขยายระบบ Container และยังคงบริหารจัดการต่อไปได้ นอกเหนือจากนี้ Red Hat Advanced Cluster Management for Kubernetes ก็ยังสามารถตอบโจทย์องค์กรที่กำลังปรับระบบแอปพลิเคชันสู่สถาปัตยกรรมสมัยใหม่ได้ไม่ว่าจะในสถานะใด ไม่ว่าจะเป็นองค์กรที่กำลังเริ่มต้นใช้ระบบ Container แรก หรือจะเป็นองค์กรที่ต้องการความสามารถในการบริหารจัดการชั้นสูงอย่างเช่นการกำหนดนโยบายเพื่อควบคุมบังคับใช้ และเร่งให้เกิดการใช้งาน Container ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

ใน Webinar นี้เราจะนำเสนอและสาธิตเกี่ยวกับความสามารถของ Red Hat Advanced Cluster Management ในการบริหารจัดการ OpenShift และ Kubernetes บน Cloud ใดๆ ก็ตาม

Webinar ครั้งนี้จะนำเสนอเป็นภาษาไทยโดยทีมงาน Red Hat ที่พร้อมตอบทุกคำถามที่เกี่ยวข้อง

ลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://events.redhat.com/profile/form/index.cfm?PKformID=0x195834abcd&sc_cid=7013a000002gnurAAA โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/red-hat-webinar-whats-new-in-advanced-cluster-management/

[Video Webinar] จัดการ Cloud-Native อย่างไรให้มั่นคงปลอดภัยในยุค New Normal

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย Webinar เรื่อง “จัดการ Cloud-Native อย่างไรให้มั่นคงปลอดภัยในยุค New Normal” พร้อมร่วมพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญทั้งจาก Palo Alto Networks, GCP และ NTT Thailand เพื่อให้รู้จักและเข้าใจการใช้งาน Kubernetes ได้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนการสร้างความมั่นคงปลอดภัยซึ่งเป็นสิ่งสำคัญและเรื่องท้าทายที่ทุกองค์กรต้องเผชิญ ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

ผู้บรรยาย:

  • คุณพิชิต เตชะวิเศษ และคุณคมเดช บุญแท้ ผู้เชี่ยวชาญจาก Palo Alto Networks
  • คุณนันทวัฒน์ เอี่ยมเจริญ Partner Consultant จาก Google
  • คุณปฐมพร วิมลเก็จ Solution Consultant Manager, Digital Infrastructure and Security จาก NTT Thailand

ในโลกยุคดิจิทลนี้ ทุกองค์กรต่างต้องการให้ระบบ IT ของตนสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว วางระบบซอฟต์แวร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงสามารถปรับขยายระบบได้ตามความต้องการ ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งความมั่นคงปลอดภัยและการทำงานที่สอดคล้องกับกฎระเบียบและข้อบังคับต่างๆ แนวคิดเรื่อง Container และแพลตฟอร์มบริหารจัดการอย่าง Kebernetes จึงเป็นทางเลือกที่หลายองค์กรเริ่มนำเข้าใช้

ภายในงานสัมมนานี้ ผู้เชี่ยวชาญจาก Palo Alto Networks, Google และ NTT Thailand จะมาแนะนำวิธีเริ่มต้นใช้ Container อย่างมั่นคงปลอดภัย พร้อมรองรับการประมวลผลในรูปแบบคลาวด์ (Cloud Computing Model) อาทิ การรองรับความยืดหยุ่นตาม Workload ของงาน ช่วยให้เหล่า Developers และ Programmers สามารถส่งมอบ Cloud-native Apps ได้อย่างมั่นใจ ตอบโจทย์การทำงานบนนระบบคลาวด์ในยุค Digital Transformation

หัวข้อการบรรยายประกอบด้วย

  • รู้จัก Container และ Orchestrator
  • แนะนำ Google Cloud Platfrom, Kubernetes และ Google Kubernetes Engine (GKE)
  • วิธีจัดการความมั่นคงปลอดภัยสำหรับ Cloud Workload
  • บริการพิเศษด้านความมั่นคงปลอดภัยจาก NTT Thailand

from:https://www.techtalkthai.com/video-webinar-secure-cloud-native-apps-by-palo-alto-networks/

VMware ประกาศออก NSX Advanced Load Balancer 20.1

VMware ได้ประกาศออก NSX Advanced Load Balancer เวอร์ชัน 20.1 ซึ่งคาดว่าจะพร้อมให้ใช้งานในสิ้นเดือนนี้

Credit: Vmware

สำหรับ NSX Advanced Load Balancer เวอร์ชัน 20.1 มีความสามารถใหม่เพิ่มเติมเช่น Integrate การทำงานเข้ากับ GCP และ NSX-T ได้อย่างสมบูรณ์ เพิ่มความสามารถในการอัปเดต Global Load Balancer และมี Architecture ใหม่ที่สามารถรองรับ Kubernetes Ingress Service ให้สามารถปรับแต่งสำหรับการ Deploy Multi-cluster นอกจากนี้ยังได้ปรับปรุง Web Application Security และบริการหลายด้านที่อำนวยความต้องการให้แก่ลูกค้าในกรณีต่างๆ

ที่มา :  https://www.zdnet.com/article/a-year-after-acquiring-avi-networks-vmware-expands-load-balancing-capabilities/ และ  https://www.vmware.com/company/news/releases/vmw-newsfeed.Customers-Choose-VMware-NSX-Advanced-Load-Balancer-to-Replace-Thousands-of-Legacy-Load-Balancers-with-Modern-Software-based-Solution.ac54e06a-badf-4412-8bf7-44df591893d2.html

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-launches-nsx-advanced-load-balancer-20-1/

[Video Webinar] Fast and Simple Hybrid Cloud Deployment by CSL

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย CSL Webinar เรื่อง “Fast and Simple Hybrid Cloud Deployment” พร้อมเจาะลึกคุณสมบัติ VMware Cloud Foundation on VxRail ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานของ On-premise Cloud หรือ Data Center ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

ผู้บรรยาย: Watchara Kingkaew, ICT Partner Management Specialist, CSL และ Suwat Saelim, Senior Systems Engineer, Dell Technologies

หลังเกิดเหตุ COVID-19 แพร่ระบาดไปทั่วโลก ทำให้หลายๆ องค์กรถูกบังคับให้ต้องพลิกโฉมการดำเนินธุรกิจอย่างปฏิเสธไม่ได้ แน่นอนว่าระบบ IT ถือเป็นหัวใจหลักที่ช่วยให้องค์กรสามารถ Transform ระบบต่างๆ ให้สอดรับกับวิถีชีวิตใหม่ (New Normal) ที่ต้องทำงานได้แบบ Work Anywhere จากเดิมที่บางบริษัทมี Data Center หรือ On-premiese Cloud ซึ่งติดตั้งระบบต่างๆ ไว้ที่ออฟฟิส อาจต้องปรับให้มีการนำบางระบบไปวางไว้ที่ Local Cloud หรือ Public Cloud แทน เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว

ภายใน Webinar นี้ท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับโซลูชัน On-premises Cloud by CSL ที่ร่วมมือกับ Dell Technologies พร้อมเจาะลึกคุณสมบัติของ VMware Cloud Foundation on VxRail ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานของ On-premises Cloud ให้มีความง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ Data Center ทั้งยังสามารถปกป้องข้อมูลสำคัญของธุรกิจไม่ให้รั่วไหลสู่ภายนอกได้ นอกจากนี้ สำหรับองค์กรหรือบริษัทที่ต้องการใช้ประโยชน์จากบริการต่างๆ บน Public Cloud สามารถเข้าใช้งานได้ง่าย รวดเร็ว และไม่ต้องเรียนรู้ทักษะเพิ่ม

from:https://www.techtalkthai.com/video-webinar-fast-and-simple-hybrid-cloud-deployment-by-csl/

Leadership Vision: Enterprise Container & Multi-Cloud บทสัมภาษณ์คุณเอกภาวิน สุขอนันต์ VMware Thailand

Container ได้ถูกใช้งานกันอย่างแพร่หลายในธุรกิจองค์กร และจะกลายเป็นส่วนประกอบสำคัญหนึ่งในระบบ IT Infrastructure ที่ทุกธุรกิจต้องใช้งาน แต่ธุรกิจควรนำ Container มาใช้งานอย่างไร? อนาคตของ Hybrid Cloud และ Multi-Cloud จะเกิดขึ้นด้วย Container ได้อย่างไร? และธุรกิจองค์กรต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อเปิดรับต่อการใช้ Container บ้าง? พบคำตอบของคำถามเหล่านี้ได้ใน “Leadership Vision: Enterprise Container & Future of Data Center” บทสัมภาษณ์คุณเอกภาวิน สุขอนันต์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท วีเอ็มแวร์ (ประเทศไทย) จำกัด

ผู้ถูกสัมภาษณ์: คุณเอกภาวิน สุขอนันต์

บริษัท: บริษัท วีเอ็มแวร์ (ประเทศไทย) จำกัด

ตำแหน่ง: ผู้จัดการประจำประเทศไทย

ประวัติโดยย่อ:

คุณเอกภาวินได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำประเทศไทยของบริษัทในปี 2557 ก่อนก้าวขึ้นรับตำแหน่งผู้จัดการประจำประเทศไทยในปัจจุบัน ก่อนร่วมงานกับวีเอ็มแวร์ คุณเอกภาวินยังเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายขายที่ออราเคิลประเทศไทยและอินโดจีน โดยขณะดำรงตำแหน่งดังกล่าวเอกภาวินรับหน้าที่ในการวางกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจและฝ่ายขาย นอกจากนี้เขายังได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงให้กับบริษัทข้ามชาติสายอุตสาหกรรมด้านไอทีทั้ง Sun Microsystems, Computer Associates, SVOA, Kernal Computer และ IBM ซึ่งคุณเอกภาวินได้นำความรู้และประสบการณ์ทำงานในแวดวงวิศกรเฉพาะทางและเซลล์มาปรับใช้กับวีเอ็มแวร์ ประเทศไทยได้อย่างสมบูรณ์

คุณเอกภาวินสำเร็จการศึกษาวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต (วิศวกรรมไฟฟ้า) จากมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และสำเร็จการศึกษาในระดับมหาบัณฑิต สาขาการบริหารจัดการระบบสารสนเทศจากรั้วจามจุรี

เกี่ยวกับ VMware:

วีเอ็มแวร์เป็นผู้นำระดับโลกด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความซับซ้อน ด้วยความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์กว่า 75,000 ราย ผนวกกับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของวีเอ็มแวร์ อาทิ ระบบประมวลผล ระบบคลาวด์ โมบิลิตี้ เน็ตเวิร์คกิ้ง และระบบรักษาความปลอดภัย วีเอ็มแวร์จึงเป็นผู้ให้บริการระบบดิจิทัลพื้นฐานที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคล่องตัว โดยให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 500,000 รายทั่วโลก

สำนักงานใหญ่วีเอ็มแวร์ตั้งอยู่ที่เมืองพาโล อัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย ในปีนี้ วีเอ็มแวร์ฉลองครบรอบ 20 ปีแห่งความก้าวหน้าในการพัฒนานวัตกรรมที่สร้างผลประโยชน์ต่อทั้งภาคธุรกิจและสังคม

ช่องทางการติดต่อ:

Website บริษัท: https://www.vmware.com
อีเมล์ติดต่อบริษัท: SEAK.generalenquiry@vmware.com
กรอกแบบฟอร์มเพื่อติดต่อบริษัท: https://www.vmware.com/content/microsites/learn/en/51104_TH_Hybrid_REG.html

Q: แนวโน้มการใช้งาน Container ภายในธุรกิจองค์กรมีปัจจัยมาจากอะไร?

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า Container นั้นก็เหมือนกับเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น AI , ML คือเป็นเทคโนโลยีที่มีอายุมานานกว่า 10 ปีแล้ว แต่ Use Case หรือโครงสร้างพื้นฐานในอดีตนั้นยังไม่เอื้ออำนวย ทำให้ยังไม่เป็นที่นิยมในขณะนั้น ซึ่ง Container บน Linux เองก็มีมานาน ออราเคิลก็มี Solaris Container แต่ก็เป็นที่นิยมกันเฉพาะภายในกลุ่ม Software ของตัวเอง

ภายหลังเมื่อ Cloud กลายเป็นเทคโนโลยีที่เติบโตจนมีการใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ในมุมของผู้ใช้งานเทคโนโลยีต่างๆ เองก็ต้องการประสบการณ์ใช้งานที่ดี มีความเชื่อมโยงของบริการต่างๆ และมีความต่อเนื่องในการใช้งาน ส่วนทางด้านคนทำซอฟต์แวร์ก็นิยมใช้เทคโนโลยีที่เรียบง่ายแบบ Container ที่ช่วยรองรับการทำงานของระบบ Application ซึ่งมีขนาดที่เล็กลงกว่าการติดตั้งทั้ง OS เป็นอย่างมาก และยังคล่องตัวในการนำไปใช้งานที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ข้อมูลภายในบริษัท และบริการ Public Cloud ซึ่งด้วยแรงผลักดันหลักที่เกิดขึ้นมาจากความต้องการทางธุรกิจ ประสบการณ์ใหม่ที่เชื่อมโยงต่อเนื่องของผู้ใช้ และการเติบโตของคลาวด์ ทั้งหมดนี้ก็ทำให้ Container กลายเป็นเทคโนโลยีที่ถูกใช้งานกันทั่วโลกในทุกวันนี้

Credit: ShutterStock.com

Q: ธุรกิจแบบใดที่เหมาะสมต่อการใช้งาน Container?

ทุกธุรกิจในปัจจุบันต้องใช้ Container กันหมด เพราะต่อไปคงมีน้อยที่เราจะสร้าง Application ด้วย Architecture แบบเดิมอย่างในอดีตกัน ดังนั้นการรองรับ Application ใหม่ๆ นั้น Container ย่อมต้องเป็นส่วนประกอบสำคัญ

Cloud Native Application Development คือแนวทางการพัฒนา Application ในยุคปัจจุบันนี้ที่เราใช้ Cloud กันอย่างกว้างขวาง ครอบคลุมทั้งด้าน Business Application, AI, ML, Mobile Application ไปจนถึง Platform สำหรับรองรับ Wearable Device และ IoT พูดอีกมุมคือเป็นการเปลี่ยนถ่ายจาก Data Center to Cloud to Edge to Devices

ลองนึกดูครับว่า แม้แต่พระทุกวันนี้ก็ยังมีการเทศนาผ่าน Social Platform โดยยังมี Application ให้สาธุชนเข้าถึงผ่าน Mobile Device ได้ ตอนนี้ถือเป็นยุคที่เทคโนโลยีสามารถช่วยได้ทุกภาคส่วนของสังคมอย่างแท้จริง

Q: แนวโน้มสำหรับภาคธุรกิจองค์กรไทยที่ใช้งาน Container เป็นอย่างไร? มีภาคส่วนใดที่ใช้บ้าง?

อย่างที่ตอบไปก่อนหน้านี้ มีการใช้งาน Container ครบหมดทุกภาคส่วนของธุรกิจองค์กรไทย แต่การที่จะใช้งานหรือ Run ระบบใดๆ บนโครงสร้างพื้นฐานที่บริหารจัดการได้ง่าย มีความยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ เข้าถึงและใช้งานได้อย่างสะดวกและมั่นคงปลอดภัย ปัจจัยเหล่านี้ยังคงถูกนำเสนอในระดับที่ไม่เท่ากันตามแต่เทคโนโลยีและผู้ให้บริการแต่ละราย

ลูกค้าเองก็มีทางเลือกที่พร้อมให้บริการมากมายในตลาด ซึ่งผู้ใช้งานของแต่ละธุรกิจจะเป็นคนกำหนดระดับการให้บริการ การรักษาความมั่นคงปลอดภัย ภาคเอกชนที่แข่งขันสูงเช่นโทรคม การเงินการธนาคาร หรือค้าปลีก ก็มีแนวโน้มจะนำหน้าไปก่อนภาครัฐ โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์ COVID-19 แพร่ระบาดนี้ ก็จะเป็นอีกแรงผลักดันให้ต้องเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อโยงเชื่อมข้อมูล และให้บริการประชาชนอย่างสอดคล้องและเป็นเอกภาพ โดยไม่ติดขัดเมื่อมีเหตุไม่คาดฝัน สิ่งเหล่านี้จะเกิดตามมาอย่างเร็วนับจากนี้

Q: ในการวางระบบ IT Infrastructure สำหรับธุรกิจองค์กรนั้น นอกจากเรื่องของการบริหารจัดการแล้ว ยังมีประเด็นใดบ้างที่ควรเสริม?

เวลาเราพูดถึงโครงสร้างพื้นฐานหรือระบบ IT Infrastructure เราก็จะเห็นได้ชัดว่า Hardware, Network, Storage, OS และ Security ล้วนถูกทดแทนโดยบริการที่มีใช้งานได้บน Cloud และผู้ให้บริการแต่ละรายก็จะมีจุดเด่นของตัวเอง ผู้ใช้มีแนวโน้มจะเลือกใช้บริการจากผู้ให้บริการหลายราย และสุดท้ายก็จะเกิดปัญหาเรื่องความไม่เชื่อมโยง ความไม่เข้ากันของเครื่องมือ ส่งผลให้การบริหารจัดการ การพัฒนาซอฟแวร์ การให้บริการไปยังลูกค้าองค์กร อีกทั้งการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทำได้ยากเพราะระบบโครงสร้างพื้นฐานที่กระจัดกระจาย เหมือนเรามีหลายเกาะที่มันแยกกัน ก็จะดูแลรักษาระบบให้แข็งแรงปลอดภัยได้ยาก ดังนั้นการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานไอทีในยุคต่อไป ก็ควรจะมีกลยุทธ์สำหรับการใช้ประโยชน์จากหลายๆ Cloud หรือที่เราเรียกกันว่า Multi-Cloud Strategy โดยคำนึงการ Build, Run, Manage (Service & Application) และ Secure & Connect กับ End User Workspace ด้วย

Q: VMware มีเทคโนโลยีใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับ Container และจะนำมาใช้เติมเต็มให้กับภาคธุรกิจองค์กรได้อย่างไร?

VMware ตั้งใจจะให้ลูกค้า Focus กับการสร้างสรรค์ทางธุรกิจเป็นหลัก เราได้พูดเสมอว่าลูกค้าต้องทำงานได้บน Any Clouds, Any Applications และ Any Devices โดยในแต่ละส่วน เรามีเทคโนโลยีที่ครอบคลุมในประเด็นดังต่อไปนี้

  • Build ให้สามารถสร้าง Cloud Native Application และสร้างโครงระบบสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับไปพร้อมกัน ในลักษณะ Infrastructure as Code โดย VMware เราเป็นผู้พัฒนา Spring Framework และทีม Heptio ของเราคือผู้ริเริ่มโครงการ Kubernetes และเรายังมี Vmware Tanzu ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยลูกค้าทำการพัฒนา Applications บน Multi-Cloud ได้ดีที่สุด
  • Run ชัดๆ เลยคือ VMware VSphere 7 ที่สามารถ Run Container ด้วย Kubernetes ในแบบ Native Mode ได้โดยตรง ในอนาคตต่อไป Container จะกลายเป็นประชากรชั้น 1 บน VMware vSphere เช่นเดียวกับ Virtual Machine หรือ VM ที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีในดีต
  • Manage เราก็จะใช้สิ่งที่ลูกค้าคุ้นเคยที่สุดคือ VMware vCenter มาบริหารจัดการทั้ง Container และ VM ได้พร้อมกันบนเครื่องมือชุดเดียวกัน และ VMware Tanzu Mission Control ก็จะเข้ามาช่วยบริหารจัดการ Multi-Cloud ให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นไปอีกด้วย
  • Secure and Connect คือการเชื่อมโยงและรักษาความมั่นคงปลอดภัย ซึ่งเราก็เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี SDN และ SD-WAN อยู่แล้ว โดยล่าสุดจากการเข้าซื้อกิจการของ Carbon Black มาเสริม ก็ทำให้เรามีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีการเชื่อมต่อถึงกันอย่างสมบูรณ์และตอบโจทย์ด้านเครือข่ายและความมั่นคงปลอดภัยได้อย่างครบถ้วน รวมถึง VMware เรายังมีแนวคิดด้านความตื่นรู้ในการรักษาความปลอดภัยหรือที่เราเรียกว่า Intrinsic Security มาเสริมอีกด้วย
  • End User Computing คือการบริหารจัดการผู้มีสิทธิ์เข้ามาใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความมั่นคงปลอดภัยสูง โดย VMware Workspace ONE ก็เป็นผู้นำในด้านนี้ อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญเรื่อง Business Continuity ในช่วงวิกฤติ COVID-19 ที่เราได้ช่วยให้ลูกค้าสามารถให้บริการผู้ใช้งานภายในองค์กรที่ต้องทำงานจากบ้าน อย่างทันท่วงทีและมั่นใจได้ในความมั่นคงปลอดภัย

Q: Container และ Multi-Cloud นั้นเกี่ยวข้องกันอย่างไรในมุมของ VMware? และองค์กรควรวางกลยุทธ์เพื่อตอบรับต่อทั้งสองแนวโน้มนี้อย่างไร?

Container เป็นเสมือนตู้ขนาดเล็กที่สุดที่เอาไว้สร้างและรันแอพพลิเคชัน ซึ่งทำงานอยู่บนศูนย์ข้อมูลหรือ Data Center และบน Cloud ต่างๆ ทำให้ธรรมชาติของ Cloud Native Application ที่มี Container เป็นพื้นฐานนี้สามารถทำงานได้บน Multi-Cloud อยู่แล้ว แต่ก็มีข้อสังเกตว่า ผู้ให้บริการหรือเจ้าของเทคโนโลยีหลายรายมีการนำ Open Source Kubernetes มาพัฒนาเพิ่มเติมจนเมื่อมี Update ใหม่จาก Community หลักก็ไม่สามารถจะปรับเปลี่ยนหรืออัปเดตตามได้ทัน กลายเป็นข้อจำกัดไปอย่างน่าเสียดาย

VMware vSphere 7 จึงถูกออกแบบมาให้รองรับ Upstream Kubernetes ได้เลย ทำให้รองรับความสามารถใหม่ๆ ที่ถูกอัปเดตเพิ่มเติมจากชุมชนนักพัฒนาได้ตลอดเวลา และไม่เกิดปัญหา Vendor Lock-In หรือถูกบังคับให้ผูกติดกับ Kubernetes ที่ถูกพัฒนาต่อยอดโดยผู้ผลิตรายใดรายหนึ่งเท่านั้น

Q: ในอนาคต ทักษะของผู้ดูแลระบบ Data Center ที่ควรจะต้องมีเพิ่มเติมนั้นคืออะไรบ้าง?

ในอนาคต ผู้ดูแลระบบ IT นั้นต้องปรับตัวกันไม่น้อย โดยควรเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจเรื่องของแนวคิดและเทคโนโลยีด้าน Cloud Native Application และ Kubernetes ก่อน โดยขอแนะนำให้เข้าเรียนพื้นฐานที่ https://kube.academy/ ที่สามารถเริ่มต้นเรียนฟรีได้บน Internet

ส่วนในการทำงานจริงนั้น การดูแลรักษาระบบก็จะง่ายขึ้นสำหรับทุกท่านที่ใช้ VMware vSphere 7 ก็จะสามารถใช้ VMware vCenter ที่คุ้นเคยในการบริหารจัดการได้ทั้ง Container และ VM ร่วมกัน แต่หลักสำคัญคือผู้ดูแลระบบนั้นจะต้องเข้าใจวิธีทำงานพื้นฐานของเทคโนโลยีเหล่านี้ให้ดีเสียก่อน

from:https://www.techtalkthai.com/leadership-vision-enterprise-container-and-multi-cloud-by-ekpawin-sukanan-vmware-thailand/

HPE Webinar : Hybrid Learning Infrastructure

TechTalkThai ขอเรียนเชิญ CTO, CIO, CHRO, IT Manager, HR Manager, HR, ผู้ดูแลระบบ IT และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมฟัง TechTalk Webinar ในหัวข้อเรื่อง “Hybrid Learning Infrastructure” โดย HPE พื่อทำความรู้จักกับเทคโนโลยีสำหรับการเรียนการสอนและการฝึกอบรมระยะไกลผ่านระบบระบบออนไลน์ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2563 เวลา 10.00-12.00 น. โดยมีกำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียด

หัวข้อ:  Hybrid Learning Infrastructure

ผู้บรรยาย:   ทีมงาน HPE Thailand และ Lannacom

วันเวลา:  พฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2563 เวลา 10.00-12.00 น.

ช่องทางการบรรยาย:   Online Web Conference

ภาษา : ไทย

ในสถานการณ์ของโลกปัจจุบันทำให้รูปแบบการเรียน การสอน หรือการทำงานนั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จะเห็นได้ว่าแต่ละองค์กรกำลังก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ด้วยเหตุนี้ทาง HPE และ Lannacom จึงได้จัดสัมมนาออนไลน์ครั้งนี้ขึ้นเพื่อถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์เพื่อให้องค์กรนั้นนำไปปรับใช้ให้ทันกับยุคสมัยของโลกดิจิทัลในปัจจุบัน

สำหรับในหัวข้องานสัมมนาครั้งนี้ท่านจะได้เรียนรู้กับโซลูชันของ HPE ที่สามารถตอบโจทย์ในกรณีศึกษาต่างๆ เช่น ห้องเรียนอัจฉริยะ การสอบหรือการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์

Agenda:

  • Hybrid Learning situation by Lannacom
  • Hybrid Class Room by Lannacom
  • HPE Smart Class Room by HPE
  • HPE Smart Exam Online by HPE
  • Q & A

ลงทะเบียนเข้าร่วม HPE Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม HPE Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://zoom.us/webinar/register/WN_CJjGxgEwQa-SEyUbQzd_PQ โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/hpe-webinar-hybrid-learning-infrastructure/

ธรรมศาสตร์เผยวิสัยทัศน์ใช้ระบบ “Smart Learning” with HPE SimpliVity สร้างมหาวิทยาลัยยุค Mobility & Touchless Society

ดร. วรุธ ปานนักฆ้อง อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการและระบบโลจิสติกส์ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ออกมาเผยถึงวิสัยทัศน์ของภาควิชาฯ ในการทดลองนำระบบ “Smart Learning” with HPE SimpliVity เพื่อใช้เป็นช่องทางในการสอบสำหรับนักศึกษาปริญญาโท คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการและระบบโลจิสติกส์ และรองรับการต่อยอดสู่ระบบ University App Store ที่ให้นักศึกษา อาจารย์ และบุคลากรของมหาวิทยาลัยสามารถเข้าใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ ที่ใช้ในการเรียน การสอน และการทำงาน รวมถึงสามารถทำข้อสอบได้จากที่บ้าน มุ่งสร้างระบบที่ตอบโจทย์ Touchless Society ให้ได้ในบทบาทของมหาวิทยาลัย

เทคโนโลยีกลายเป็นหัวใจในการแก้ไขปัญหาโจทย์ใหญ่อย่าง COVID-19 ที่เข้ามาอย่างรวดเร็วจนรับมือไม่ทัน การนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาการเรียนการสอน และการสอบออนไลน์จึงกลายเป็นประเด็นสำคัญขึ้นมาทันที

ด้วยการที่เทคโนโลยีเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนโลกในยุคปัจจุบัน ในทุกอุตสาหกรรม  สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงต้องปรับตัวรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ทางการศึกษามากขึ้น  ทำให้อาจารย์ นักศึกษา และบุคลากรของมหาวิทยาลัยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีเหล่านี้มากที่สุด และสามารถรับมือกับสถานการณ์โรคระบาดที่ไม่คาดฝันในอนาคต กลายเป็นเตรียมความพร้อมสู่ Digital Learning และ Touchless Society ได้เป็นอย่างดี

สอบบน Virtual Desktop  ได้จากที่บ้าน

ด้วยสถานการณ์ COVID-19 ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ทดลองใช้ระบบ “Smart Learning” with HPE SimpliVity ให้นักศึกษา ปริญญาโท ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการและระบบโลจิสติกส์ ได้ทดลองนำร่องสอบจริง โดยนำเทคโนโลยี Virtual App, Virtual Desktop หรือที่เรียกว่า แอปพลิเคชันและเดสก์ท็อปเสมือน มาให้นักศึกษาเข้าใช้สอบจากที่บ้าน โดยให้ล็อกอินด้วยรหัสนักศึกษา เข้ามาใช้งานเปิดไฟล์ข้อสอบ  ใช้แอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับการสอบ อาทิ โปรแกรมเฉพาะทางวิทยาศาสตร์ (Science Software) และโปรแกรมไมโครซอฟต์ออฟฟิศ (MS Office) และ ประยุกต์ใช้แอปพลิเคชัน Web Conference เพื่อส่งภาพจากกล้องหน้าที่เห็นหน้าของนักศึกษาผู้สอบ เมื่อนักศึกษาสอบเสร็จ หรือหมดเวลาสอบ ให้บันทึกไฟล์ทั้งหมดไว้ที่ไดร์ฟ C ของนักศึกษารายนั้นๆ ที่ถูกกำหนดสิทธิ์ให้อาจารย์และฝ่ายไอทีสามารถนำไฟล์เหล่านั้นมาตรวจให้คะแนนได้

เข้าสอบได้ผ่าน Web Browser

นักศึกษาสามารถใช้ Web Browser ทำการล็อกอินเข้ามาสอบได้โดยรองรับทั้ง Safari, Chrome, Firefox, Internet Explorer, และ Edge จากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้านได้ ในอนาคตทางมหาวิทยาลัยสามารถฝังระบบดังกล่าวลงบนเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยได้

ไร้กังวลเรื่องข้อสอบหลุด มีทั้งลายน้ำและป้องกัน Screen Capture

ในระหว่างสอบ ที่หน้าจอจะมีการแสดงลายน้ำ (Session Water Mark) ที่ระบุข้อมูลนักศึกษาขึ้นบนจอ อาทิ ชื่อ รหัสนักศึกษา ทำให้เกิดการป้องปรามการนำกล้องถ่ายภาพขึ้นมาถ่ายภาพหน้าจอ ป้องกันการหลุดลอดของข้อสอบ พร้อมทั้งประกาศมาตรการลงโทษเข้มข้นกรณีเกิดการหลุดลอดของข้อสอบ รวมถึงมีระบบป้องกันการบันทึกหน้าจอ (Screen Capture Protection) จากโปรแกรมบน Windows เอง หรือซอฟท์แวร์อื่นๆ สำหรับบันทึกภาพหน้าจอ ทำให้การหลุดลอดของข้อสอบทำได้ยาก

ตรวจสอบหน้าจอนักศึกษาระหว่างการสอบได้แบบเรียลไทม์

โดยในระหว่างสอบ ทางฝั่งมหาวิทยาลัยจะมีแอปพลิเคชันแยกต่างหากสำหรับบันทึกหน้าจอ (Session Recording) ของนักศึกษาผู้สอบทุกคน ทำให้เห็นภาพหน้าจอนักศึกษาแบบเรียลไทม์ สามารถตรวจสอบพฤติกรรมระหว่างการสอบของนักศึกษาได้  และสามารถเรียกดูไฟล์วิดิโอย้อนหลังได้ กรณีอาจารย์สงสัย หรือต้องการตรวจสอบความผิดปกติระหว่างการสอบ สามารถทำได้จากการค้นหาจาก Username และวันเวลาสอบได้

เผยอนาคตต่อยอดสู่ University App Store ศูนย์กลางแอปพลิเคชันทั้งหมด ของมหาวิทยาลัย สามารถเข้าใช้งานได้แบบ Anywhere, Anytime, Any Devices

ในอนาคตอยากให้นักศึกษาทุกคนมีบัญชีเข้าใช้งานแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับการเรียนในภาควิชาตนเองในปีการศึกษานั้นๆ และเดสก์ท็อปติดตัวนักศึกษาไปตลอดทุกช่วงปีการศึกษา โดยสามารถล็อกอินเข้าใช้งานจากอุปกรณ์อะไรก็ได้ อาทิ โน๊ตบุ๊ก, คอมพิวเตอร์ PC ที่ Spec ไม่สูง แท็บเล็ตหรือสมาร์ตโฟนทั้ง Android และ iOS โดยเข้าใช้งานผ่าน Web Browser หรือลง Agent ไว้ที่เครื่องได้ทั้ง iOS, Android, Windows, Mac ทำให้นักศึกษาสามารถเช้าใช้งานเดสก์ท็อปและแอปพลิเคชันของมหาวิทยาลัยได้จากที่บ้าน นอกบ้าน หรือบริเวณรอบรั้วมหาวิทยาลัยได้อย่างอิสระ รวมถึงอาจารย์และบุคลากรของมหาวิทยาลัยก็สามารถใช้งานเพื่อทำงานได้จากทุกที่ ทุกเวลา และทุกอุปกรณ์เช่นกัน ล็อกอินและเข้าใช้งานได้เลย ไม่ถูกจำกัดด้วยสถานที่และอุปกรณ์อีกต่อไป

สามารถเปลี่ยน PC ในห้องคอมพิวเตอร์เป็น Thin Client ได้ในอนาคต

เมื่อนักศึกษา อาจารย์ และบุคลากร ในมหาวิทยาลัยมีบัญชีเพื่อเข้าใช้งาน Virtual App, Virtual Desktop ผ่าน University App Store นั่นหมายถึงเครื่อง PC ที่มี Windows ในตัวจะไม่จำเป็นอีกต่อไป  จึงสามารถเปลี่ยนเป็น Thin Client ทดแทนได้ และเมื่อนักศึกษาเข้ามาใช้บริการห้องคอมพิวเตอร์ก็ให้ล็อกอินด้วยบัญชีของตนเองผ่านเครื่อง Thin Client ก็จะได้เดสก์ท็อปและชุดแอปพลิเคชันของตนเองเข้ามาใช้งานทันที ทำนักศึกษาให้เกิดความสะดวกอย่างแท้จริง เพราะทั้งเดสก์ท็อป แอปพลิเคชัน และข้อมูลสามารถ Roaming ตามไปได้ทุกที่ ตอบโจทย์ยุค Digital Learning และ Touchless Society ได้อย่างแท้จริง

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ

HPE Thailand

ผู้ให้บริการติดตั้ง ระบบ “Smart Learning” with HPE SimpliVity
บริษัท AMR ASIA Tel: 0-2589-9955 Ext: 248, 262 / Email: info@amrasia.com

from:https://www.techtalkthai.com/siit-builds-mobility-and-touchless-society-with-hpe-smart-learning/

Palo Alto Networks Webinar: จัดการ Cloud-Native อย่างไรให้มั่นคงปลอดภัยในยุค New Normal

Palo Alto Networks ร่วมกับ Google และ NTT (Thailand) ขอเรียนเชิญเหล่า IT Manager, DevOps Engineer, Software Developer และ System Engineer เข้าร่วมสัมมนาออนไลน์เรื่อง “จัดการ Cloud-Native อย่างไรให้มั่นคงปลอดภัยในยุค New Normal” พร้อมร่วมพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญทั้งจาก GCP และ Palo Alto Networks เพื่อให้รู้จักและเข้าใจการใช้งาน Kubernetes ได้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนการสร้างความมั่นคงปลอดภัยซึ่งเป็นสิ่งสำคัญและเรื่องท้าทายที่ทุกองค์กรต้องเผชิญ ในวันอังคารที่ 21 กรกฎาคม 2020 เวลา 14:00 – 15:30 น. ผ่าน Live Webinar

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: จัดการ Cloud-Native อย่างไรให้ปลอดภัยในยุค New Normal
ผู้บรรยาย:

  • คุณพิชิต เตชะวิเศษ และคุณคมเดช บุญแท้ ผู้เชี่ยวชาญจาก Palo Alto Networks
  • คุณนันทวัฒน์ เอี่ยมเจริญ Partner Consultant จาก Google
  • คุณปฐมพร วิมลเก็จ Solution Consultant Manager, Digital Infrastructure and Security จาก NTT (Thailand)

วันเวลา: วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม 2020 เวลา 14:00 – 15:30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/WN_miqb3rTNSnajKeUrCZIWiw

ในโลกยุคดิจิทลนี้ ทุกองค์กรต่างต้องการให้ระบบ IT ของตนสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว วางระบบซอฟต์แวร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงสามารถปรับขยายระบบได้ตามความต้องการ ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งความมั่นคงปลอดภัยและการทำงานที่สอดคล้องกับกฎระเบียบและข้อบังคับต่างๆ แนวคิดเรื่อง Container และแพลตฟอร์มบริหารจัดการอย่าง Kebernetes จึงเป็นทางเลือกที่หลายองค์กรเริ่มนำเข้าใช้

ภายในงานสัมมนานี้ ผู้เชี่ยวชาญจาก Palo Alto Networks, Google และ NTT (Thailand) จะมาแนะนำวิธีเริ่มต้นใช้ Container อย่างมั่นคงปลอดภัย พร้อมรองรับการประมวลผลในรูปแบบคลาวด์ (Cloud Computing Model) อาทิ การรองรับความยืดหยุ่นตาม Workload ของงาน ช่วยให้เหล่า Developers และ Programmers สามารถส่งมอบ Cloud-native Apps ได้อย่างมั่นใจ ตอบโจทย์การทำงานบนนระบบคลาวด์ในยุค Digital Transformation

หัวข้อการบรรยายประกอบด้วย

  • รู้จัก Container และ Orchestrator
  • แนะนำ Google Cloud Platfrom, Kubernetes และ Google Kubernetes Engine (GKE)
  • วิธีจัดการความมั่นคงปลอดภัยสำหรับ Cloud Workload
  • บริการพิเศษด้านความมั่นคงปลอดภัยจาก NTT (Thailand)
  • กิจกรรมพิเศษ ร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัล Starbucks Card และเสื้อยืดสุดเท่

กด Interested หรือ Going เพื่อติดตามอัปเดตและรับการแจ้งเตือนบน Facebook Event: https://www.facebook.com/events/302269697631542/

from:https://www.techtalkthai.com/palo-alto-networks-webinar-secure-cloud-native-apps/

[Video Webinar] Enterprise Container Management with Google Kubernetes Engine

สำหรับผู้ที่ไม่เข้าฟังบรรยาย Tangerine | Google Webinar เรื่อง “Enterprise Container Management with Google Kubernetes Engine (GKE)” พร้อมสาธิตความสามารถเด็ดของ GKE ที่จะช่วยให้การบริหารจัดการ Cloud Native Apps มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น บอกลาปัญหา Apps ล่ม ทรัพยากรไม่เพียงพอ และการลงทุนเกินความจำเป็น ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมซ้ำอีกครั้ง สามารถดูวิดีโอย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

ผู้บรรยาย: คุณธีระ วิวัฒน์โชติพร Senior Technical Consultant และคุณคามิน สุทธิมัณฑนกุล Cloud Solutions Architect จาก Tangerine Co.,ltd.

ภายใน Webinar นี้ท่านจะได้เรียนรู้และรับชมการสาธิตความสามารถเด็ดของ Google Kubernetes Engine (GKE) แพลตฟอร์มการจัดการ Cloud Native Apps ที่จะช่วยให้การบริหารจัดการระบบมีความรวดเร็วและประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมฟังบรรยายได้สอบถามและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างเต็มที่กับทีมงานวิศวกรผู้เชี่ยวชาญจาก Tangerine

หัวข้อการบรรยายประกอบด้วย

  • Kubernetes คืออะไรและทำงานอย่างไร
  • เปรียบเทียบการใช้ Google Kubernetes Engine (GKE) กับการสร้าง Kubernetes มาใช้งานด้วยตนเอง
  • Showcase: เจาะลึกการใช้ Kubernetes Autoscaling
  • แนะนำโซลูชันจาก Tangerine

from:https://www.techtalkthai.com/video-webinar-enterprise-container-management-with-google-kubernetes-engine-by-tangerine/

Google Cloud VMware Engine ประกาศ GA แล้ว ใช้ VMware บน Google Cloud ได้โดยตรง

Google ได้ออกมาประกาศให้ Google Cloud VMware Engine หรือ GCVE บริการ Cloud ที่ใช้เทคโนโลยีของ VMware ทำงานอยู่บน Google Cloud เข้าสู่สถานะ Generally Available หรือ GA แล้วอย่างเป็นทางการ

GCVE นี้จะทำให้ธุรกิจองค์กรที่ใช้งาน VMware อยู่ สามารถเลือกใช้ Google Cloud มาทำงานร่วมกับ VMware และสร้างเป็น Hybrid Cloud ได้โดยง่าย ซึ่งเบื้องหลังของ GCVE นี้ก็คือบริการ Managed VMware Cloud Foundation นั่นเอง และมีการใช้งานทั้ง vSphere, vCenter, vSAN, NSX-T และ HCX อยู่ภายใน ทำให้การผสานระบบกับ VMware ที่ใช้งานอยู่ภายในระบบ On-Premises สามารถทำได้ทันที โดยมีทีมงานของ Google Cloud คอยให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง

จุดเด่นของ GCVE นี้ ก็คือการพัฒนาให้ระบบสามารถทำการเริ่มต้นใช้งานและบริหารจัดการได้จาก Google Cloud Console โดยตรงภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น ในขณะที่ Hardware เองก็มีการแบ่งแยกออกมาจากระบบอื่นๆ เป็น Single Tenant เพื่อให้โซลูชันของ VMware สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพบนเครือข่ายความเร็ว 100Gbps และการใช้ All-Flash NVMe Storage บนความจุ 19.2TB ร่วมกับ Intel Xeon Scalable Processor 2 ชุด พร้อม RAM ขนาด 768GB เรียกได้ว่าใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพและมีความเป็นส่วนตัวไม่ต้องแบ่งปันทรัพยากรกับใครเลย

นอกจากนี้ GCVE ยังผสานระบบเครือข่ายเข้ากับ VPC Subnet โดยตรง ทำให้สามารถเลือกใช้การเชื่อมต่อที่มีบน Google Cloud เช่น Cloud Interconnect และ Cloud VPN เพื่อเข้าถึง GCVE ได้เลย ทำให้ง่ายต่อการใช้งาน และทาง Google เองก็ยังเปิดให้นำเทคโนโลยีจาก Partner ของ VMware มาให้ใช้บริการร่วมกันได้ด้วย เช่น Zerto, Veeam, Dell, Cohesity, Actifio, NetApp เป็นต้น รวมถึงยังสามารถนำ Google Kubernetes Engine, Cloud Functions, AI/ML Services, Anthos และ Big Qury มาทำงานร่วมกับ VMware ได้อีกด้วย

ที่มา: https://cloud.google.com/blog/topics/hybrid-cloud/google-cloud-vmware-engine-is-generally-available

from:https://www.techtalkthai.com/google-cloud-vmware-engine-is-now-generally-available/