คลังเก็บป้ายกำกับ: VIRTUAL_DESKTOP

[Video Webinar] Workforce Transformation สู่ยุค New Normal ด้วย Dell Technologies

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย Geton | Dell Webinar เรื่อง “Workforce Transformation สู่ยุค New Normal” พร้อมแชร์กรณีศึกษาจากความสำเร็จในการพลิกโฉมการทำงานสู่วิถีใหม่ (New Normal) ของ Dell Technologies ที่มีพนักงานกว่า 120,000 คน ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

ผู้บรรยาย: คุณ Kittikhun Donsrikaew, Client Solutions Technologist, Senior Principal Engineer จาก Dell Technologies และคุณ Nuttapong Sakdapipanich, Product Manager จาก Get On Technology

เหตุการณ์แพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนคาดคิดมาก่อน ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว ยังก่อให้เกิดสถานการณ์ที่ไม่เคยมีใครเตรียมการล่วงหน้า เช่น การจำกัดการเดินทาง ทำให้แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะ “ดำเนินธุรกิจตามปกติ” อีกด้านหนึ่ง COVID-19 กลับเป็นตัวผลักดันองค์กรให้เข้าสู่ยุคดิจิทัลเร็วขึ้น ก่อให้เกิดการปฏิรูปกำลังแรงงาน (Workforce Transformation) การปรับตัวต่อสถานการณ์เฉพาะหน้า และอีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ การปรับเปลี่ยนให้พนักงานทำงานจากภายนอกสถานที่ (Remote Working)

แม้ว่าการปฏิรูป การเปลี่ยนแปลง การปรับตัวเหล่านี้จะทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินการต่อไปได้ แต่จะมั่นใจได้อย่างไรว่า การทำงานจะยังคงมีประสิทธิภาพเช่นเดิม มีปัจจัยไหนที่จะช่วยให้การสร้างกระบวนการทำงานใหม่แบบนี้เกิดขึ้นได้จริงและรวดเร็ว รวมถึงมีเทคโนโลยีใดที่จะทำให้องค์กรมั่นใจได้ว่าจะสามารถบริหารจัดการอุปกรณ์ที่หลากหลายได้อย่างครอบคลุมและมั่นคงปลอดภัย

เข้าร่วม Webinar นี้เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ความสำเร็จจากการพลิกโฉมสู่การทำงานแบบ Work from Home ของ Dell Technologies ที่มีพนักงานกว่า 120,000 คนภายใต้สถานการณ์ COVID-19 นี้ พร้อมแนะนำ 5 วิธีเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานจากภายนอกสถานที่ ได้แก่

  • ความมั่นคงปลอดภัยที่มาพร้อมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ของ Dell
  • เครื่องมือที่ทำให้คอมพิวเตอร์ของ Dell แตกต่าง ซึ่งจัดการได้ทั้งระดับ OS ไปถึงระดับเฟิร์มแวร์
  • เทคโนโลยีที่ผนวก AI/ML ทำให้ PC/Laptop เป็นมากกว่า “คอมพิวเตอร์”
  • ความแตกต่างระหว่าง Zero Client และ Thin Client พร้อมการนำไปใช้จริง
  • Infrastructure ของ Dell Technologies ที่ช่วยให้องค์กรเริ่ม Workforce Transformation ได้ง่ายและเร็วยิ่งขึ้น

from:https://www.techtalkthai.com/video-webinar-workforce-transformation-by-dell-technologies/

NTT Webinar: Secure Virtual Desktop in Digital World

TechTalkThai ขอเรียนเชิญ IT Manager, ผู้ดูแลระบบ IT และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมฟัง NTT Webinar ในหัวข้อเรื่อง “Secure Virtual Desktop in Digital World โดย NTT” เพื่อรับชมถึงประเด็นด้าน Security ที่ภาคธุรกิจองค์กรต้องใส่ใจในการใช้งานบริการ Desktop-as-a-Service (DaaS) เพื่อรับมือกับ New Normal ของการทำงาน ในวันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2020 เวลา 10.30 – 12.00 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Secure Virtual Desktop in Digital World โดย NTT
ผู้บรรยาย: คุณ Suwat Sangkhayanon, Cloud Product Specialist
วันเวลา: วันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2020 เวลา 10.30 – 12.00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
ภาษา: ไทย

รูปแบบการทํางานแบบ Work From Home นั้นเป็นเทรนด์การทํางานยุคใหม่ที่สามารถทํางานผ่านอุปกรณ์การสื่อสารส่วนตัวได้ อย่างแล็ปท็อป สมาร์ทโฟน โดยไม่มีข้อจํากัดในเรื่องของสถานที่ และเวลา แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน Work Form Home ได้กลายเป็น “ทางรอด” ให้กับธุรกิจองค์กร เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด และไม่สามารถเข้าทํางานในออฟฟิศได้ตามปกติ

แม้ว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายลง กลับมาสู่สภาวะปกติ หลายองค์กรก็ยังต้องตระหนักถึงรูปแบบการทํางานดังกล่าว และการเตรียมความพร้อมในสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด ที่ส่งผลต่อการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที (IT Infrastructure) รวมทั้งปรับปรุงความมั่นคงปลอดภัยโดยรวมของระบบ เพื่อตอบโจทย์การทํางานรูปแบบใหม่ อีกทั้งจะต้องสอดคล้องกับ พ.ร.บ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล NTT ได้เล็งเห็นถึงความต้องการดังกล่าว จึงได้พัฒนา DaaS (Desktop-as-a-Service) เพื่อรองรับการทํางานไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก ทั้งยังมีความมั่นคงปลอดภัย ตอบ โจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจ เพื่อลดภาระทางด้านการลงทุน และลดความ ซับซ้อนในการบริการจัดการระบบ IT ขององค์กร

Key Benefit:

  • มั่นคง ปลอดภัย บริหารจัดการ ได้จากศูนย์กลาง
  • ตอบรับต่อการทํา Compliance และประเด็นทาง ด้านข้อกฎหมาย
  • เข้าใช้งานได้จากทุกอุปกรณ์ ทํางานได้อย่างยืดหยุ่น
  • ใช้ Bandwidth จากผู้ใช้งาน เพียงแค่ 100 – 200kbps สําหรับใช้งานทั่วไป
  • เลือกประสิทธิภาพของ DaaS เองได้ รองรับการทํางานที่แตก ต่างกันของแต่ละทีม

การเข้าร่วมฟัง Webinar ครั้งนี้จะนำเสนอเป็นภาษาไทยโดยทีมงาน NTT ที่พร้อมตอบทุกคำถามที่เกี่ยวข้อง

ลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://zoom.us/webinar/register/WN_DV4M-Ae6RoW7DdAEUAdQew โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/ntt-webinar-secure-virtual-desktop-in-digital-world/

Get On | Dell Webinar: Workforce Transformation สู่ยุค New Normal

Get On Technology ร่วมกับ Dell Technologies ขอเรียนเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน IT เข้าร่วมสัมมนาออนไลน์เรื่อง “Workforce Transformation สู่ยุค New Normal” พร้อมแชร์กรณีศึกษาจากความสำเร็จในการพลิกโฉมการทำงานสู่วิถีใหม่ (New Normal) ของ Dell Technologies ที่มีพนักงานกว่า 120,000 คน ในวันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2020 เวลา 14:00 น. ผ่าน Live Webinar ฟรี

พิเศษ!! ผู้ที่ลงทะเบียนเข้าฟังบรรยายและตอบแบบสอบถามหลังจบงานสัมมนา 30 ท่านแรก รับทันที Starbucks Voucher มูลค่า 200 บาท (รวม 30 รางวัล)

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Workforce Transformation สู่ยุค New Normal
ผู้บรรยาย: คุณ Kittikhun Donsrikaew, Client Solutions Technologist, Senior Principal Engineer จาก Dell Technologies และคุณ Nuttapong Sakdapipanich, Product Manager จาก Get On Technology
วันเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2020 เวลา 14:00 – 15:30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 500 คน
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/WN_JZLc2QBxQ_i9OFfH01LI5w

เหตุการณ์แพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนคาดคิดมาก่อน ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพแล้ว ยังก่อให้เกิดสถานการณ์ที่ไม่เคยมีใครเตรียมการล่วงหน้า เช่น การจำกัดการเดินทาง ทำให้แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะ “ดำเนินธุรกิจตามปกติ” อีกด้านหนึ่ง COVID-19 กลับเป็นตัวผลักดันองค์กรให้เข้าสู่ยุคดิจิทัลเร็วขึ้น ก่อให้เกิดการปฏิรูปกำลังแรงงาน (Workforce Transformation) การปรับตัวต่อสถานการณ์เฉพาะหน้า และอีกประเด็นที่น่าสนใจ คือ การปรับเปลี่ยนให้พนักงานทำงานจากภายนอกสถานที่ (Remote Working)

แม้ว่าการปฏิรูป การเปลี่ยนแปลง การปรับตัวเหล่านี้จะทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินการต่อไปได้ แต่จะมั่นใจได้อย่างไรว่า การทำงานจะยังคงมีประสิทธิภาพเช่นเดิม มีปัจจัยไหนที่จะช่วยให้การสร้างกระบวนการทำงานใหม่แบบนี้เกิดขึ้นได้จริงและรวดเร็ว รวมถึงมีเทคโนโลยีใดที่จะทำให้องค์กรมั่นใจได้ว่าจะสามารถบริหารจัดการอุปกรณ์ที่หลากหลายได้อย่างครอบคลุมและมั่นคงปลอดภัย

เข้าร่วม Webinar นี้เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ความสำเร็จจากการพลิกโฉมสู่การทำงานแบบ Work from Home ของ Dell Technologies ที่มีพนักงานกว่า 120,000 คนภายใต้สถานการณ์ COVID-19 นี้ พร้อมแนะนำ 5 วิธีเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานจากภายนอกสถานที่ ได้แก่

  • ความมั่นคงปลอดภัยที่มาพร้อมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ของ Dell
  • เครื่องมือที่ทำให้คอมพิวเตอร์ของ Dell แตกต่าง ซึ่งจัดการได้ทั้งระดับ OS ไปถึงระดับเฟิร์มแวร์
  • เทคโนโลยีที่ผนวก AI/ML ทำให้ PC/Laptop เป็นมากกว่า “คอมพิวเตอร์”
  • ความแตกต่างระหว่าง Zero Client และ Thin Client พร้อมการนำไปใช้จริง
  • Infrastructure ของ Dell Technologies ที่ช่วยให้องค์กรเริ่ม Workforce Transformation ได้ง่ายและเร็วยิ่งขึ้น

พิเศษ!! ผู้ที่ลงทะเบียนเข้าฟังบรรยายและตอบแบบสอบถามหลังจบงานสัมมนา 30 ท่านแรก รับทันที Starbucks Voucher มูลค่า 200 บาท (รวม 30 รางวัล)

กด Interested หรือ Going เพื่อติดตามอัปเดตและรับการแจ้งเตือนบน Facebook Event: https://www.facebook.com/events/981603612303499/

from:https://www.techtalkthai.com/get-on-dell-webinar-workforce-transformation/

Dell Webinar: Remote Workplace วิถีใหม่การทำงานยุคดิจิทัล

การปรับรูปแบบระบบการทำงานของพนักงานในองค์กรให้สามารถทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลา เพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ ดูแลรักษาฐานลูกค้า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผล ในการทำงานที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรแบบไม่มีสิ่งใดมาหยุดยั้งได้นั้น เป็นเรื่องที่องค์กรต่างกำลังหันมาให้ความสำคัญ แต่การที่จะก้าวสู่ Remote Workplace นั้น มีหลายปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงไม่ใช่แค่เพียงอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่เลือกใช้ แต่ยังมีเรื่องการเชื่อมต่อ และการผสานการทำงานของแอพพลิเคชันต่างๆ และระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีขององค์กร และที่สำคัญที่สุดคือเรื่องความปลอดภัย

Dell Technologies ร่วมกับ Microsoft และ VMware ขอเรียนเชิญท่านร่วมงานสัมมนาออนไลน์ Remote Workplace วิถีใหม่การทำงานยุคดิจิทัล ในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2563 เพื่อรับฟังและค้นหาคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญของเราในทุกเรื่องที่ท่านกำลังค้นหาคำตอบ

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีทันทีที่ https://dell.zoom.us/webinar/register/WN_pCR7RQbhSgSW6yRiag6X4w

กำหนดการ

9:30 – 9:40 Introduction and Welcome

9:40 – 10:30 Navigate Transition to the Remote Workplace & Security Transformation for the Way People Work

Kanednat Chayamornchattarakoop, DPA
Product Technologist Client Solutions Group (CSG), Dell Technologies

10:30 – 11:00 Modern Provisioning. From the factory to desk, ready for work

Prasit Lodarbchai
Services Business Development Thailand & ROIC, Dell Technologies

11:00 – 11:30 Microsoft Modern Workplace with Windows 10 Pro and Microsoft 365

Mongkol Tiensakunpanya
Commercial Master Trainer, Microsoft Thailand

11:30 – 12:00 Work from Anywhere by VMware

Kanit Raksasri
Product Specialist | VMware Synergy, Dell Technologies

12:00 – 12:30 — BREAK —

12:30 – 12:45 How to Work from Anywhere

Kanit Raksasri
Product Specialist | VMware Synergy, Dell Technologies

12:45 – 13:25 Virtual Workplace with Dell EMC Ready Infrastructure Solution

Prasarn Lerkumnueychok
Systems Engineer | Data Center & Compute Group, Dell Technologies

13:25 – 14:05 Data Protection for Virtual Workplace Environment

Polsorn Ukkaraputthiporn
Systems Engineer | Data Protection Solutions, Dell Technologies

14:05 – 14.15 Wrap up / Q & A / Closing Remark

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีทันทีที่ https://dell.zoom.us/webinar/register/WN_pCR7RQbhSgSW6yRiag6X4w

from:https://www.techtalkthai.com/dell-webinar-remote-workplace/

VMware Webinar: จบปัญหา WFH ขององค์กรด้วย VMware Workspace ONE และ Dell Unified Workspace

TechTalkThai ขอเรียนเชิญ IT Manager, ผู้ดูแลระบบ IT, และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมฟัง VMware Webinar ในหัวข้อเรื่อง “จบปัญหา WFH ขององค์กรด้วย VMware Workspace ONE และ Dell Unified Workspace” เพื่อเรียนรู้ถึงการออกแบบ Business Continuity Plan ในส่วนของ Endpoint Device เพื่อให้พนักงานยังคงทำงานได้ต่อเนื่องแม้จะเกิดวิกฤตหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันใดๆ ในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2020 เวลา 10.30 – 12.00 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: จบปัญหา WFH ขององค์กรด้วย VMware Workspace ONE และ Dell Unified Workspace
ผู้บรรยาย: คุณ Sarayut Yooin, Senior System Engineer – End User Computing (EUC), VMware Thailand
วันเวลา: วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2020 เวลา 10.30 – 12.00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
ภาษา: ไทย

ในมุมมองขององค์กรเชิงธุรกิจ ความพึงพอใจของลูกค้าย่อมมาเป็นที่หนึ่ง แต่ในสายตาของไอที ความปลอดภัย ความเสถียรของระบบปฏิบัติการก็สำคัญเป็นอันดับหนึ่งเช่นกัน เพราะหากจะตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูแลระบบให้ปลอดภัยและสามารถทำงานได้อย่างสม่ำเสมอ

ด้วยเล็งเห็นความสำคัญทั้งเชิงธุรกิจและด้านเทคนิคที่ต้องเดินไปด้วยกัน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Dell Technologies และ VMware สองผู้นำด้านเทคโนโลยีของโลก จึงได้ทุ่มเทเพื่อพัฒนาโซลูชันหลากหลายรูปแบบ เพื่อเสริมศักยภาพในการทำงานจากทางไกล หรือ remote workforce เพื่อให้แน่ใจว่าองค์กรของท่านจะสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้ ถึงแม้พนักงานจะต้อง WFH ในช่วงภาวะวิกฤติดังเช่นปัจจุบัน

เพื่อสร้างความเข้าใจในการวางระบบการทำงานผ่านระยะไกลให้ง่ายต่อการใช้งานของพนักงานภายในองค์กร รวมทั้งสามารถตอบโจทย์ความต้องการภายนอกขององค์กร จึงขอเรียนเชิญท่านเข้าร่วมฟัง webinar ในครั้งนี้ โดยเนื้อหาจะครอบคลุมถึง

  • การสร้าง digital workspaces ภายในองค์กรที่สามารถช่วยให้พนักงานเข้าถึงระบบปฏิบัติการได้ผ่านอุปกรณ์ปลายทางหลากหลายที่มี
  • การป้องกันตั้งแต่การเข้าถึงระบบภายในองค์กรไปจนถึง endpoints ที่พนักงานใช้งานเพื่อเข้าสู่ระบบ เมื่อต้องทำงานผ่านทางไกล
  • การเพิ่มประสิทธิภาพและเร่งความเร็วในการทำงานของแอปพลิเคชันขององค์กรเมื่อต้องทำการเชื่อมต่อระยะไกล
  • พบกับโปรโมชันพิเศษ และตัวทดลองใช้งานฟรี ที่อาจเหมาะสมกับองค์กรของท่านจาก VMware

Webinar ครั้งนี้จะนำเสนอเป็นภาษาไทยโดยทีมงาน VMware ที่พร้อมตอบทุกคำถามที่เกี่ยวข้อง

ลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://vmware.zoom.us/webinar/register/WN_V1D6-pkYQwmB4d3RHSACTA โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/vmware-webinar-wfh-with-vmware-workspace-one-and-dell-unified-workspace/

AMR Asia เปิดบริการ Desktop as a Service ด้วยขุมพลังจาก HPE SimpliVity

สถานการณ์และข้อท้าทายที่เกิดขึ้น

จากวิกฤตโคโรน่าไวรัส (COVID-19) ทำให้หลายองค์กรต้องออกนโยบาย Work from Home อย่างเร่งด่วน ทำให้ไม่สามารถรับมือได้ทันท่วงที หลายองค์กรให้พนักงานทำงานจากที่บ้านผ่าน VPN ซึ่งในความเป็นจริงยังคงมีความเสี่ยงด้านภัยคุกคาม หรือการโจมตีจากภายในที่มาจากตัวพนักงานเอง (Internal Threats) ที่หลายองค์กรมักมองข้ามและคาดไม่ถึง และปัญหาคอขวดของระบบ Network ที่อาจตามมากรณีมีพนักงานที่ทำงานจากที่บ้านจำนวนหลักร้อย หลักพันคนเชื่อมต่อเข้ามาในองค์กร อาจประสบปัญหาเรื่อง Performance ที่ส่งผลทำให้การใช้งานแอปพลิเคชั่นช้า กระทบกับประสบการณ์ของผู้ใช้งานโดยตรง (User Experience) อย่างเลี่ยงไม่ได้

ปัญหาด้าน Manageability & Security

กลุ่มพนักงานที่ต้องทำงานจากที่บ้าน มักจะคัดลอกข้อมูลใส่ Flash Drive ใช้งานผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวที่บ้าน หรือบางองค์กรจัดซื้อ Laptop ใหม่ให้พนักงานกลุ่มนี้ใช้งาน ทำให้เสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูล (Data Leakage) ที่อาจนำมาซึ่งความเสียหายในธุรกิจอย่างคาดไม่ถึง และทำให้ในอนาคตฝ่ายไอทีจะต้องบริหารจัดการเครื่อง Laptop เพิ่มขึ้นจำนวนมากมายมหาศาล ยังไม่รวมถึงปัญหาชุด Applications ที่ใช้งานที่บริษัท ที่ไม่ได้ถูกติดตั้งอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้าน และ Web Applications ขององค์กรที่ต้องใช้งานก็อาจไม่รองรับกับเว็บเบราว์เซอร์เวอร์ชันที่ติดตั้งอยู่ในคอมพิวเตอร์ที่บ้านอีก

สิ่งที่องค์กรต้องคำนึง คือ จะทำยังไงให้พนักงานที่ต้อง Work from Home สามารถเข้าถึง Applications และข้อมูลขององค์กรได้อย่างราบรื่นที่สุดผ่านอุปกรณ์ที่มีอยู่ที่บ้าน และต้องมีความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล

Virtual App, Virtual Desktop เข้ามาตอบโจทย์

หัวใจของ Virtual App, Virtual Desktop คือ แนวคิดการวาง OS, Applications และ User Profiles ของผู้ใช้งานไว้ที่ Data Center แทนที่จะติดตั้งลงที่ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ และทำการติดตั้งเพียง Agent ที่เครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้น นั่นหมายความว่าการประมวลผลถูกย้ายออกไปจากเครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทางทันที การบริหารจัดการทั้งหมดก็ทำที่ส่วนกลาง (Centralized Management)

การเข้าใช้งาน Virtual App, Virtual Desktop สามารถเข้าใช้งานได้ผ่าน Agent ที่ติดตั้งไว้ที่ตัวเครื่อง รองรับทั้ง Windows, MAC, Linux, iOS และ Android หรือจะเข้าใช้งานผ่านเว็บเบราว์เซอร์ค่ายไหนก็ได้  ทำให้รองรับการทำงานแบบ Anywhere, Anytime, Any Device รองรับนโยบาย Work ดrom Home ได้อย่างสมบูรณ์แบบ (Real Mobility)

Virtual App, Virtual Desktop หากมีผู้ใช้งานจำนวนมากจะช้าไหม?

เทคโนโลยี  Virtual App, Virtual Desktop ไม่ช้า เพราะเป็นเทคโนโลยีที่รับคำสั่งเพียง  Key Stroke จากแป้นคีย์บอร์ดและเมาส์เท่านั้น ส่งผ่าน Network ที่ใช้แบนด์วิดท์เพียงน้อยนิด เข้ามาเรียกเปิดใช้งาน Applications และ Desktop ที่รวมศูนย์อยู่ที่ Data Center กรณีที่ใช้พิมพ์งานเอกสาร ใช้งานอีเมล หรือ Web Applications ใช้แบนด์วิดท์เพียง 14 – 20 kbps/session เท่านั้น! ทำให้แม้มีผู้ใช้งานจากที่บ้านจำนวนหลายพันคนก็จะได้รับประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม (Excellent User Experience)

Virtual App, Virtual Desktop มั่นคงปลอดภัยแค่ไหน?

เทคโนโลยี Virtual App, Virtual Desktop มีการเข้ารหัสข้อมูล (Data Encryption) และทำให้ข้อมูลที่ส่งผ่านเป็นรูปภาพ (Image) หมายความว่าจะไม่มีข้อมูลจริงวิ่งผ่าน Network เลย ส่งผลให้มีความมั่นคงปลอดภัยสูง นอกจากนี้ยังสามารถกำหนดให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งาน Data ได้เพียงบน Virtual App, Virtual desktop เท่านั้น ไม่สามารถบันทึกข้อมูลลงเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ ปิดพอร์ต USB ได้ กำหนดให้ไม่สามารถถ่ายภาพหน้าจอได้ รวมถึงแสดง Water Mark บนตัวเอกสาร หรือ Applications ได้ โดยแสดงชื่อ/รหัสพนักงาน และวันเวลา ทำให้ข้อมูลมีความมั่นคงปลอดภัยสูงสุด (Extremely High Security)

AMR Asia นำ HPE SimpliVity มาให้บริการ Desktop as a Service

โซลูชัน Virtual App, Virtual Desktop จำเป็นต้องใช้ IT Infrastructure ที่มีประสิทธิภาพและมีความเสถียรภาพ จึงได้จับมือกับ HPE SimpliVity เทคโนโลยี Hyper-Converged Infrastructure (HCI) ระดับโลก เข้ามาให้บริการเป็น Desktop as a Service โดยเป็นการวางโซลูชันแบบ On-Premise แต่คิดค่าบริการเป็นแบบ as-a-service ทำให้ตอบโจทก์องค์กรขนาดกลางขนาดใหญ่ที่ต้องการเก็บรักษา IT Asset และความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลไว้ที่องค์กร อีกทั้งยังสามารถเชื่อมกับ Active Directory (User AD) ได้ โดยคิดค่าบริการรายเดือนแค่ 799 บาท/ผู้ใช้ เท่านั้น ทำสัญญาเป็นรายปี พร้อมติดตั้ง และบำรุงรักษาด้วยทีมงานมืออาชีพจาก AMR Asia ที่มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี Virtual App และ Virtual Desktop จากการวางระบบมาแล้วกว่า 400 โครงการ ทำให้วางใจได้ว่า ท่านจะได้รับบริการ Desktop as a Service โดยบริษัทชั้นนำและมีประสบการณ์ Virtual App และ Virtual Desktop  มากกว่า 20 ปี ของประเทศไทย บนเทคโนโลยี Hyper-Converged Infrastructure (HCI) ระดับโลกอย่าง HPE SimpliVity 

AMR Asia มีโปรโมชั่น HPE DaaS   มานำเสนอ

สนใจ Solution ติดต่อ AMR Asia

💻 Email: itsales@amrasia.com
✉ Inbox: https://www.facebook.com/amrasia/
💻 Twitter: https://twitter.com/amrdigitalmkt
📷 IG: https://www.instagram.com/amr_asia/
📱 Line Official Account: @amrasia
📞 Tel: 02-589-9955 #248, #262

from:https://www.techtalkthai.com/amr-asia-introduces-desktop-as-a-service-by-hpe-simplivity/

TechTalk Webinar: Working from Home Via VMware Horizon & Workspace ONE in the Age of COVID-19 โดย YIP IN TSOI และ VMware

ขอเรียนเชิญ CIO, CTO, COO, IT Manager, ผู้จัดการในส่วนต่างๆ ของธุรกิจ, ผู้ดูแลระบบ IT, และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมฟัง TechTalk Webinar ในหัวข้อเรื่อง “Working from Home Via VMware Horizon & Workspace ONE in the Age of COVID-19 โดย YIP IN TSOI และ VMware” เพื่อร่วมรับฟังการเตรียมองค์กรทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่จะเปลี่ยนวิถีการทำงานไปในรูปแบบของการทำงานแบบ Work from home พร้อมแนะนำเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ใน วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 2020 เวลา 14.00 – 15.30 น. โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Working from Home Via VMware Horizon & Workspace ONE in the Age of COVID-19 โดย YIP IN TSOI และ VMware
ผู้บรรยาย: คุณณภัทร ธัญญามโนรถ Business Development Manager,บริษัท ยิบอินซอย จำกัด และ คุณระวิตา ฟ้าสว่าง Senior Partner Solution Engineer, VMware
วันเวลา: วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 2020 เวลา 14.00 – 15.30 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 100 คน
ภาษา: ไทย

การเตรียมองค์กรทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ในปัจจุบันและในอนาคต เพื่อให้แต้มต่อของเทคโนโลยีสารสนเทศ ไม่สามารถที่จะปฏิเสธที่จะต้องการเตรียมแผนบริหารความต่อเนื่องของธุรกิจ (Business Continuity Plan) การออกแบบระบบไอทีและระบบ เพื่อให้สามารถเชื่อมเข้าสู่ระบบและทำงานจากที่ไหนก็ได้อย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นในสถานกาณ์ปกติ หรือ ในทุกสถานการณ์

การทำงานแบบเสมือนจะเปลี่ยนวิถีการทำงานแบบเดิมออกไปมากยิ่งขึ้น Virtual Workplace และแอปพลิเคชันแบบเสมือน (Virtual Desktop & Virtual Application สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อทำงานจากที่ไหนก็ได้ เครื่องมือเหล่านี้จะช่วยให้การใช้งาน แอปพลิเคชันบนเว็บหรืออุปกรณ์มือถือ หรือการใช้งานเครือข่ายภายในองค์กร ผ่านอุปกรณ์ BYOD มีความยืดหยุ่นและปลอดภัย และได้ Experience ในการทำงานเสมือนการนั่งทำงานที่สำนักงาน

ใน Webinar ครั้งนี้ ทีมงาน YIP IN TSOI และ VMware จะเล่าและแบ่งปันประสบการณ์การทำงานของ Horizon และ Workspace one ในแง่มุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การใช้งานในสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน และ สถานการณ์ทั่วไป เพื่อที่จะได้ใช้เป็นแนวทางในการวางแผนการปรับปรุงหรือขยายงานทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้ตรงจุดมุ่งหมาย ให้มีประสิทธิภาพ และสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับองค์กร

การเข้าร่วมฟัง Webinar ครั้งนี้จะนำเสนอเป็นภาษาไทยโดยทีมงาน YIP IN TSOI และ VMware ที่พร้อมตอบทุกคำถามที่เกี่ยวข้อง

ลงทะเบียนเข้าร่วม TechTalk Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม TechTalk Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://zoom.us/webinar/register/WN_y4gnonOwQdKfgEaVX4hm9A โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/techtalk-webinar-working-from-home-via-vmware-horizon-and-workspace-one-by-yip-in-tsoi-and-vmware/

เตรียม Work from Home อย่างมั่นใจ ด้วยบริการ Desktop-as-a-Service จาก NTT

จากผลกระทบ Covid-19 ส่งผลให้องค์กรหลายภาคส่วนเริ่มดำเนินการใช้นโยบาย ทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) และมีแนวโน้มว่าการทำงานลักษณะดังกล่าวจะยังคงต้องดำเนินต่อไปอีกระยะ แม้ว่าการระบาดของโรคดังกล่าวจะสิ้นสุดลง ดังนั้นองค์กรต่างๆ จึงต้องตระหนักถึงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที (IT Infrastructure) รวมทั้งปรับปรุงความมั่นคงปลอดภัยโดยรวมของระบบ เพื่อตอบโจทย์การทำงานรูปแบบใหม่ อีกทั้งจะต้องสอดคล้องกับ พ.ร.บ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล NTT ได้เล็งเห็นถึงความต้องการดังกล่าว จึงได้พัฒนา DaaS (Desktop-as-a-Service) เพื่อรองรับการทำงานไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก ทั้งยังมีความมั่นคงปลอดภัย ตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจ เพื่อลดภาระทางด้านการลงทุน และลดความซับซ้อนในการบริการจัดการระบบ IT ขององค์กร

Credit: ShutterStock.com

DaaS คืออะไร? ต่างจาก VDI อย่างไร?

Desktop-as-a-Service หรือ DaaS นั้น จริงๆ แล้วก็คือบริการของระบบ Virtual Desktop Infrastructure (VDI) บน Cloud นั่นเอง ซึ่งถึงแม้จะมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ต่างกัน แต่เรามาทำความรู้จักกับ VDI กันก่อนที่จะเข้าสู่ DaaS ก็จะทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
เดิมทีการใช้ PC หรือ Notebook ในการทำงานนั้นถึงแม้จะเป็นทางเลือกที่เราคุ้นชินกันดี แต่ก็เป็นทางเลือกที่มีข้อจำกัดหลายประการ อาทิ เมื่ออุปกรณ์เกิดความเสียหายก็ต้องมีการซ่อมแซม ตั้งแต่การติดตั้ง Software ใหม่ การถ่ายโอนข้อมูล ที่อาจมีความเสี่ยงทำให้ข้อมูลสูญหายได้ ในขณะที่การอัปเกรดระบบปฏิบัติการหรือ Software ในแต่ละเครื่องเองก็อาจมีผลลัพธ์ที่ไม่เหมือนกัน บางเครื่องทำได้สำเร็จ บางเครื่องไม่สามารถทำได้ ทั้งหมดนี้ทำให้ขั้นตอนในการดูแลรักษาอุปกรณ์ PC และ Notebook มีความยุ่งยากมาก

รวมไปถึง หากต้องมีการทำงานจากภายนอกองค์กร การทำงานจากอุปกรณ์เหล่านี้ก็อาจมีความเสี่ยงได้จากหลายสาเหต ทั้งการที่ Software ไม่ได้รับการอัปเดตจนมีช่องโหว่ หรือแม้แต่การทำอุปกรณ์สูญหายและทำให้ข้อมูลสำคัญขององค์กรรั่วไหลออกไปสู่ภายนอก

ด้วยเหตุเหล่านี้ VDI จึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเติมเต็มช่องโหว่เหล่านี้ หลักการคือ เปลี่ยนจากอุปกรณ์ Desktop หรือ Notebook ให้กลายเป็น Virtual Desktop ที่ติดตั้งอยู่ภายใน Data Center พร้อมเทคโนโลยีในการบริหารจัดการแบบศูนย์กลางเพื่อทำการติดตั้ง Software หรืออัปเดตระบบทั้งหมดได้ และเปลี่ยนจากการดูแลอุปกรณ์หลายๆ เครื่อง มาเป็นการดูแล Image ของ Virtual Desktop ในแต่ละแผนกแทน โดยผู้ใช้งานก็สามารถทำการ Remote เชื่อมต่อเข้ามาใช้ Virtual Desktop ของตนเองจากอุปกรณ์สื่อสารใดก็ได้ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ทั้งยังได้รับประสบการณ์ในการทำงานที่เหมือนเดิมอยู่เสมอ

ไม่เพียงแต่การบริหารจัดการและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเท่านั้น VDI ยังคงช่วยให้การเพิ่มลดหรืออัปเกรด Virtual Desktop ง่ายดายยิ่งขึ้นด้วย หากแผนกใดมีพนักงานเพิ่ม ผู้ดูแลระบบก็เพียงแค่ Clone Virtual Desktop เพิ่มเท่านั้น และหากต้องการเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ผู้ดูแลระบบก็เพียงแค่จัดสรรทรัพยากรให้ใหม่เท่านั้น ไม่ต้องลำบากทำเรื่องจัดซื้อแต่อย่างใด

อย่างไรก็ดี การลงทุนในระบบ VDI นั้นถือว่ามีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง และมีระบบเบื้องหลังที่มีความซับซ้อนทำให้การดูแลรักษานั้นต้องใช้ทักษะเฉพาะ ดังนั้นบริการ DaaS จึงถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อให้ธุรกิจองค์กรสามารถใช้งาน VDI ได้อย่างสะดวกสบายผ่านบริการ Cloud รวมถึงยังมีการคิดค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือนเพื่อไม่ให้ธุรกิจองค์กรต้องลงทุนสูงทั้งในด้านของ Hardware และ Software ตั้งแต่แรกเริ่ม ซึ่ง NTT ก็ได้ให้บริการ DaaS นี้แก่ธุรกิจองค์กร เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการลงทุนด้านอุปกรณ์สำหรับผู้ทำงาน

การใช้ NTT DaaS เพื่อรับมือกับการทำงานแบบ Remote

ที่ผ่านมาใน NTT เองนั้นได้ให้บริการ DaaS เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายในรูปแบบการทำงานของธุรกิจอยู่แล้ว เช่น

Credit: NTT
  • การใช้ DaaS เพื่อรองรับการทำงานที่บ้านได้อย่างมั่นคงปลอดภัย ไม่ต้องกังวลเรื่องข้อมูลรั่วไหล เพราะข้อมูลทั้งหมดถูกจัดเก็บอยู่บน Cloud ของ NTT และผู้ใช้งานเพียงแค่ทำการ Remote เข้าไปเท่านั้น
  • การใช้ DaaS แทน PC และ Notebook ในกรณีที่ธุรกิจมีหลายสาขา ทำให้การบริหารจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยทำได้จากศูนย์กลาง และไม่ต้องกังวลว่าอุปกรณ์ที่พนักงานนำมาใช้ทำงานจะทำให้เกิดช่องโหว่ที่โจมตีไปยังระบบที่ใช้ทำงานได้
  • การใช้ DaaS เพื่อแก้ปัญหาด้านการทำ Inventory Management และ Compliance เปลี่ยนให้พนักงานทุกคนทำงานจากอุปกรณ์ส่วนตัว (BYOD) แทน ลดการจัดการอุปกรณ์ที่ซ้ำซ้อนและฟุ่มเฟือย รวมถึงลดค่าใช้จ่ายด้านการควบคุมไม่ให้ข้อมูลรั่วไหลจากอุปกรณ์ของผู้ใช้งาน

NTT มีความมั่นใจในการให้บริการ DaaS แก่ธุรกิจองค์กรไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการรับมือกับ COVID-19 อย่างในปัจจุบันนี้

มั่นคง ปลอดภัย บริหารจัดการได้จากศูนย์กลาง

ในมุมของผู้ดูแลระบบ IT การใช้ DaaS นั้นจะทำให้การบริหารจัดการ การสนับสนุนการใช้งาน การอัปเดตระบบรักษาความปลอดภัย ไปจนถึงการอัปเกรดระบบปฏิบัติการหรือ Software ครั้งใหญ่นั้นเกิดขึ้นได้จากศูนย์กลางทั้งหมด รวมถึงการจัดการด้านการเชื่อมต่อระหว่าง Virtual Desktop ไปยัง Business Application ที่อาจจะอยู่ภายใน Data Center หรือ Cloud นั้นสามารถทำได้ง่าย และมั่นใจได้ว่าการเชื่อมต่อทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเส้นทางของระบบเครือข่ายที่เราควบคุมได้อย่างครบถ้วน

Credit: NTT

การเลือกใช้ DaaS นี้ทำให้ผู้ดูแลระบบไม่ต้องพิจารณาใช้โซลูชันอื่นๆ ที่วุ่นวายกว่าอย่าง VPN, Desktop Management, และอื่นๆ ที่หลากหลายในการตอบรับต่อนโยบาย Work from Home นี้ โดยที่ยังคงต้องตอบรับต่อการทำ Compliance และประเด็นทางด้านข้อกฎหมายไปพร้อมๆ กัน แต่สามารถเลือกใช้เฉพาะสิ่งที่จำเป็นเสริมเข้าไปใน DaaS ได้

เข้าใช้งานได้จากทุกอุปกรณ์ เพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงาน

ในมุมของผู้ใช้งานนั้นก็มีความสะดวกสบาย เพราะการเชื่อมต่อไปยัง DaaS นั้นสามารถทำผ่านทุกอุปกรณ์การสื่อสารไม่ว่าจะเป็น PC หรือ Notebook ของที่ทำงานหรือของที่บ้าน, Tablet หรือแม้แต่ Smartphone ทำให้ในยามฉุกเฉินก็ยังสามารถเชื่อมต่อไปจัดการงานสำคัญได้ และหากมีอุปกรณ์ใดเสียหายก็สามารถนำอุปกรณ์อื่นๆ มาใช้ได้ทันที โดยระบบ DaaS ของ NTT นี้สามารถรองรับได้ทั้งการเชื่อมต่อผ่านทาง Windows, Mac, Linux, iOS, Android และยังเข้าถึงได้ผ่าน Web Browser ที่รองรับ HTML5 รวมทั้งยังสามารถใช้ Thin Client หรือ Zero Client ได้ด้วย

จากการทดสอบของ NTT นั้น พบว่าในการทำงานทั่วไป DaaS นี้ต้องการใช้ Bandwidth จากผู้ใช้งานเพียงแค่ 100 – 200kbps เท่านั้น ดังนั้นด้วยความเร็วของ Internet สำหรับใช้งานทั่วไปในทุกวันนี้ รวมถึง 4G เองก็ถือว่าเหลือเฟือมากในการใช้งาน แต่สำหรับการทำงานที่ต้องมีการใช้งานวิดีโอหรือภาพที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ก็อาจใช้ Bandwidth มากกว่านี้ได้

เลือกประสิทธิภาพของ DaaS เองได้ รองรับการทำงานที่แตกต่างกันของแต่ละทีม

บริการ DaaS จาก NTT นี้ได้มีการเตรียม Virtual Desktop หลากหลายขนาดเอาไว้ให้เลือกใช้งานได้ในราคาที่ต่างกัน ดังนั้นธุรกิจองค์กรจึงสามารถเลือก Virtual Desktop ที่มีขนาดเหมาะสมต่อการใช้งาน เพื่อให้การลงทุนมีความคุ้มค่าสูงสุดได้

และในอนาคต หากต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือขยายประสิทธิภาพของ Virtual Desktop ก็สามารถทำได้ทันทีในชั่วข้ามคืนโดยไม่ต้องเสียเวลากับขั้นตอนการจัดซื้อหรือการย้ายระบบมากอย่างการใช้ PC หรือ Notebook จริงอย่างในอดีตอีกด้วย

วางใจได้ด้วย VMware Horizon

เบื้องหลังบริการ DaaS ของ NTT นี้ คือการนำโซลูชัน VMware Horizon มาเปิดให้บริการบน VMware Cloud ที่ NTT ให้บริการอยู่ ดังนั้นธุรกิจองค์กรจึงสามารถมั่นใจได้ว่าเมื่อตัดสินใจเลือกใช้บริการ DaaS จาก NTT แล้ว จะได้เทคโนโลยีชั้นนำจาก VMware ตั้งแต่ระดับของ Hypervisor ขึ้นมาจนถึง VDI อย่างครบถ้วน และมีความสามารถที่เป็นมาตรฐานระดับสากล รองรับระบบปฏิบัติการได้หลากหลาย สามารถบริหารจัดการจากศูนย์กลางได้ง่าย และควบคุมด้านความมั่นคงปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สนใจโซลูชัน DaaS ติดต่อทีมงาน NTT ประเทศไทย ได้โดยตรง

สำหรับผู้ที่สนใจในโซลูชัน DaaS สามารถติดต่อทีมงาน NTT เพื่อขอคำปรึกษาหรือใบเสนอราคาได้ทันทีที่ ap.th.ask@global.ntt หรือ โทร 02-625-0999

เกี่ยวกับ VMware Cloud Provider Program (VCPP)

โครงการ VCPP นี้คือโครงการที่ได้ผสานรวมเอาบริการ VMware Software-as-a-Service เข้ากับเหล่าผู้ให้ริการ VMware Service Provider Partners ทั่วโลก เพื่อให้ธุรกิจองค์กรต่างๆ สามารถใช้งานบริการ Cloud ที่มีเทคโนโลยีของ VMware เป็นเบื้องหลังได้ผ่านทางผู้ให้บริการที่มีมาตรฐาน

ปัจจุบันในประเทศไทยมีผู้ให้บริการด้าน IT ที่ได้เข้าร่วมโครงการ VCPP มากกว่า 20 รายแล้ว ดังนั้นธุรกิจไทยจึงสามารถเลือกใช้งานบริการ Cloud ภายในประเทศที่ให้บริการเทคโนโลยีของ VMware และเชื่อมต่อระบบ Data Center ภายในธุรกิจองค์กรเข้ากับบริการ Cloud เหล่านี้สู่ภาพของ Hybrid Cloud หรือทำ Disaster Recovery ได้ทันที โดยมีทีมงานคนไทยคอยให้บริการแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างใกล้ชิด

ผู้ที่สนใจใช้บริการ VMware ในรูปแบบของการคิดค่าใช้จ่ายตามจริง สามารถติดต่อทีมงานของ VMware ประจำประเทศไทยได้ที่คุณปลา 081-913-3347 หรืออีเมล์ kemwat@vmware.com หรือสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ VCPP ได้ที่ https://www.vmware.com/partners/service-provider.html และสามารถตรวจสอบสถานะของบริษัทต่างๆ ที่เป็น VCPP ได้ที่ https://cloud.vmware.com/providers/

from:https://www.techtalkthai.com/work-from-home-with-desktop-as-a-service-from-vmware-cloud-by-ntt/

TechTalk Webinar: พัฒนาสมรรถนะการเรียนการสอนด้วย HPE Smart Learning โดย HPE, NVIDIA, Samsung, Citrix

TechTalkThai ขอเรียนเชิญผู้ที่ทำงานในสถาบันการศึกษา, IT Manager, ผู้ดูแลระบบ IT และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมฟัง TechTalk Webinar ในหัวข้อเรื่อง “พัฒนาสมรรถนะการเรียนการสอนด้วย HPE Smart Learning โดย HPE, NVIDIA, Samsung, Citrix” เพื่อทำความรู้จักกับโซลูชันสำหรับการศึกษาทางไกลอย่างครบวงจร ด้วยการผสานโซลูชันระหว่าง 4 ผู้พัฒนาเทคโนโลยีชั้นนำ ตั้งแต่อุปกรณ์สำหรับครูและนักเรียนไปจนถึงระบบบน Data Center อย่างครบถ้วน ในวันอังคารที่ 28 เมษายน 2020 เวลา 10.30 – 12.00 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: พัฒนาสมรรถนะการเรียนการสอนด้วย HPE Smart Learning โดย HPE, NVIDIA, Samsung, Citrix
ผู้บรรยาย: คุณธนวิทย์ ชาญสุไชย, Converged Platform Sale specialist , บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด ประเทศไทย
วันเวลา: วันอังคารที่ 28 เมษายน 2020 เวลา 10.30 – 12.00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 100 คน
ภาษา: ไทย

เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนสู่รูปแบบการเรียนการสอน Online และทำให้การศึกษาในยุค 4.0 นั้นก้าวหน้าโดยการให้นักเรียนมาเป็นศูนย์กลางของการศึกษา การนำสื่อการเรียนการสอนในด้านเทคโนโลยีจาก HPE , SAMSUNG , Citrix และ Nvidia มาทำให้การศึกษานั้นสามารถทำได้จากทางไกล หรือ ที่บ้าน ทำให้รองรับการศึกษาได้อย่าง ทุกรูปแบบจึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ

HPE Smart Learning เป็นนวัตกรรมส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ ทักษะด้านสื่อสารสนเทศและเทคโนโลยี รวมทั้งทักษะด้านชีวิตและอาชีพของนักเรียน ตลอดจนพัฒนาความสามารถของครูในการใช้นวัตกรรม HPE Smart Learning ในการจัดการเรียนรู้ และพัฒนาความรู้ความเข้าใจในแนวคิดและวิธีการในการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษใหม่ในแต่ละเนื้อหาวิชาตลอดจนความสามารถในการใช้เทคโนโลยีในการส่งเสริมการเรียนรู้ในแต่ละรายวิชา และเพื่อพัฒนารูปแบบการทำงานร่วมกันระหว่างอาจารย์ นักวิจัยในระดับมหาวิทยาลัย กับศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารและครูที่ทำหน้าที่ในการจัดการเรียนรู้ ทั้งหมดนี้มุ่งเป้าเพื่อพัฒนาศักยภาพนักเรียนอย่างยั่งยืน

ใน Webinar ครั้งนี้ ทีมงาน HPE จะพาทุกท่านไปรู้จักกันกับ HPE Smart Learning Solution ที่ช่วยให้นักศึกษาสามารถเข้าถึงแอพลิเคชั่นขององค์กรด้วยประสบการณ์แบบเดิมบนสภาพแวดล้อมที่ทีมีความปลอดภัย และนักศึกษาสามารถเข้าถึงสื่อการเรียนการสอน และ การสอบจากที่บ้านหรือจากทุกที่ และยังมีการ Live Demo บนอุปกรณ์ Tablet จาก Samsung ไปใช้งานการเรียนการสอนบน HPE SimpliVity กับ Nvidia โดยใช้งานบน Citrix VDI ที่เป็นผุ้นำในด้านการทำงานของ Virtual Desktop ในปัจจุบัน

Webinar ครั้งนี้จะนำเสนอเป็นภาษาไทยโดยทีมงาน HPE ที่พร้อมตอบทุกคำถามที่เกี่ยวข้อง

ลงทะเบียนเข้าร่วม TechTalk Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม TechTalk Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://zoom.us/webinar/register/WN_uolEzYrgQpWhQszqSqhB5w โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.techtalkthai.com/techtalk-webinar-hpe-smart-learning-by-hpe-nvidia-samsung-citrix/

ครบเครื่องเรื่อง Work from Home กับ INET VDI และ VMware Horizon DaaS บริการ Cloud Desktop พร้อมให้เช่า Thin Client, Monitor, Keyboard, Mouse สำหรับทำงานที่บ้าน

สำหรับตอนนี้ทุกธุรกิจคงกำลังเร่งหาโซลูชันสำหรับตอบโจทย์ Work from Home ที่มีประสิทธิภาพกันอยู่ เพราะพนักงานบางคนอาจจะไม่มีเครื่องคอมไว้ทำงานที่บ้านด้วยซ้ำ จะซื้อ Notebook ให้พนักงานทุกคนก็แพงไปแถมยังมีประเด็นเรื่อง VPN และ Security หรือจะทำ VDI ให้พนักงานก็ยังติดทั้งเรื่องงบประมาณในการลงทุนและอุปกรณ์ที่ต้องจัดซื้อให้พนักงานอีกอยู่ดี วันนี้ INET และ VMware มีคำตอบให้ กับบริการ Cloud Desktop ที่มาพร้อมบริการให้เช่าใช้อุปกรณ์ Thin Client, Monitor, Keyboard, Mouse ให้พร้อมทำงานจากที่บ้าน ด้วยการคิดค่าใช้จ่ายแบบรายเดือนนั่นเองครับ

Cloud Desktop คืออะไร? ใช้งานแล้วเป็นอย่างไร?

สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีทางด้าน Virtual Desktop Infrastructure (VDI) และ Cloud Desktop ทางทีมงาน TechTalkThai ขออธิบายสั้นๆ ดังนี้ครับ

Virtual Desktop Infratructure หรือ VDI เป็นแนวคิดในการสร้าง Virtual PC ขึ้นมาบนระบบ Virtualization ภายใน Data Center ขององค์กร เพื่อให้สามารถทำการบริหารจัดการ VM Image ของ PC หรือเรียกกันว่า Virtual Desktop ปริมาณมากจากศูนย์กลางได้พร้อมๆ กัน และควบคุมการเชื่อมต่อ Network ของ Virtual Desktop นั้นๆ ไปยัง Application ได้ง่าย

ในมุมของผู้ใช้งาน การใช้งาน Virtual Desktop ต้องทำการเข้าใช้งานผ่านระบบ Remote ที่อาจมีเป็น Application แยก, ใช้ RDP บน Windows หรือ OS อื่นๆ หรือเข้าใช้งานผ่าน Web ก็ได้ แล้วแต่ว่าผู้ผลิตจะรองรับแนวทางไหนบ้าง ซึ่ง VMware นั้นรองรับหมดทุกรูปแบบครับ โดยเมื่อทำการ Remote เข้าไปแล้วก็จะพบกับหน้าจอ Desktop ของ Virtual Desktop นั้นๆ ทำให้เริ่มใช้งานได้เลย

สำหรับอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อเข้าไปใช้งาน Virtual Desktop ได้นี้ก็มีหลากหลาย จะใช้ PC/Notebook ก็ได้, จะใช้ Smartphone/Tablet ก็ได้ หรือจะใช้ Thin Client ที่เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กสำหรับรองรับการเชื่อมต่อแบบ Remote โดยเฉพาะอย่างเดียวก็ได้เช่นกัน

แนวคิดนี้จะทำให้ Virtual Desktop ของผู้ใช้งานแต่ละคนนี้สามารถถูกเข้าถึงโดยพนักงานคนนั้นๆ ได้จากทุกที่ (หากองค์กรเปิดให้เข้าถึงจากภายนอกได้) ทุกเวลาผ่านทุกอุปกรณ์ ทำให้พนักงานแต่ละคนทำงานได้เสมือนมี Desktop ประจำตัวติดตัวไปอยู่ตลอด เข้าถึง Business Application และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำงานได้อยู่เสมอ ไม่ว่า PC, Notebook, Smartphone หรือ Tablet จะเปลี่ยนไปเป็นอุปกรณ์หรือระบบปฏิบัติการใด ก็ยังคงเข้าถึงระบบเดิมได้เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และไม่ต้องกลัวว่าข้อมูลความลับขององค์กรจะรั่วไหลจากกรณีอุปกรณ์สูญหาย

ส่วนในมุมของผู้ดูแลระบบก็สามารถจัดการติดตั้ง Software และอัปเดตด้านความมั่นคงปลอดภัยได้อย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นการใช้ VDI ภายในองค์กรเท่านั้น หรือเปิดให้พนักงานเข้าถึงได้จากภายนอกก็ตาม และหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่จะทำให้พนักงานไม่สามารถมาทำงานที่บริษัทได้ ก็สามารถเปิดการเชื่อมต่อออกไปยังภายนอก ให้ทุกคนยังคงทำงานต่อเนื่องได้นั่นเอง

ส่วน Cloud Desktop นี้ก็เป็นแนวคิดที่ต่อยอดจาก VDI ขึ้นมาอีกขั้น โดยนำระบบของ VDI มาติดตั้งบน Cloud และเปิดให้บริการ ทำให้ความสามารถทั้งหมดของ VDI นั้นถูกใช้งานได้อย่างครบถ้วน และนำข้อดีของ Cloud ในการเลือกขยายทรัพยากรเองได้อย่างอิสระ และเข้าถึงได้จากทุกที่ พร้อมเสริมระบบด้าน Security เข้าไป ทำให้นอกจากในมุมของผู้ใช้งานนั้นจะไม่แตกต่างจากการใช้งาน VDI แล้ว ในมุมของธุรกิจองค์กรก็ยังสามารถจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยได้ง่ายอีกด้วย โดยในอนาคตหากต้องการเพิ่มจำนวน Cloud Desktop ที่ต้องการใช้งาน ก็สามารถเพิ่มระบบได้ทันที ส่วนการเชื่อมต่อกับ Application หรือข้อมูลภายใน Data Center ขององค์กรนั้น ก็ต้องมีการทำ VPN เชื่อมต่อไป

สรุปง่ายๆ ก็คือ ทั้ง Cloud Desktop และ VDI เวลาใช้งาน จะเหมือนใช้งาน PC/Notebook ทั่วไปนี่แหละครับ เพียงแต่เข้าได้จากอุปกรณ์หลากหลายมากขึ้น และข้อมูลกับการประมวลผลทั้งหมดจริงๆ เกิดขึ้นใน Cloud หรือ Data Center แทนนั่นเอง

INET VDI และ VMware Horizon DaaS: บริการ Cloud Desktop สำหรับธุรกิจทุกขนาด

INET ได้ร่วมมือกับ VMware นำเทคโนโลยี Cloud Desktop มาเปิดให้บริการในไทย เพื่อให้ธุรกิจสามารถเช่าใช้งานได้ภายในราคาเดือนละหลักพันบาทต่อเครื่อง ไม่ต้องลงทุนด้าน Hardware และ Software สำหรับการทำ VDI ด้วยตนเองอีกต่อไป โดยนอกจากจะให้บริการในส่วนของ Cloud Desktop แล้ว INET ก็ยังมีอุปกรณ์ Thin Client, Monitor, Keyboard และ Mouse ให้เช่าใช้งานได้ ธุรกิจจึงไม่ต้องลงทุนซื้ออะไรเป็นของตัวเองเลย และทาง INET ยังทำ Backup ย้อนหลังให้ฟรีถึง 7 วันอีกด้วย

ที่ผ่านมา INET ได้นำบริการนี้ไปเสนอให้กับธุรกิจหลากหลาย เช่น 

  • ร้านค้าที่ต้องการเปิดสาขาใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว สามารถใช้ Cloud Desktop เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารจัดการจากศูนย์กลาง และไม่ต้องลงทุน Hardware ราคาแพงตามสาขา ในขณะที่ได้ระบบซึ่งมีความมั่นคงปลอดภัยสูงและปรับเปลี่ยนได้ง่ายไปใช้ ขึ้นร้านสาขาใหม่ได้ภายในวันเดียว
  • ธุรกิจที่มีพนักงานขายซึ่งต้องออกไปข้างนอกและใช้อุปกรณ์ส่วนตัวทำงานกัน ก็สามารถใช้ Cloud Desktop เพื่อลดโอกาสที่ข้อมูลจะสูญหายไปพร้อมกับอุปกรณ์ทำงานของพนักงานได้
  • ธุรกิจที่ต้องการวางแผน Business Continuity Plan หรือ BCP และมองหาโซลูชันเพื่อรองรับการทำ BCP ในส่วนของ Desktop

แน่นอนว่าเมื่อมีวิกฤต COVID-19 โซลูชัน INET VDI และ VMware Horizon DaaS นี้ก็สามารถถูกนำมาประยุกต์ใช้งานได้ทันที

Cloud Desktop ที่พร้อมรองรับทุก Business Application

บริการ Cloud Desktop จาก INET นี้สามารถรองรับได้ทั้งระบบปฏิบัติการ Windows 7/8/10 ทำให้สามารถตอบโจทย์ของธุรกิจบางแห่งที่ยังคงใช้ระบบปฏิบัติการรุ่นเก่าๆ อยู่ได้ สามารถติดตั้ง Business Application ที่ตนเองเคยใช้งานได้อย่างครบถ้วน

รองรับการใช้งานได้หลายแบบ ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย

INET มีแพ็คเกจให้เลือกใช้งานได้หลากหลาย ได้แก่

  • Horizon Dedicated Desktop ผู้ใช้งานจะได้ Virtual Desktop ไปใช้งานเพียงคนเดียว
  • Horizon Hosted Share 1:1 ผู้ใช้งานจะ Windows Server 2012 R2 – 2019 ไปใช้งานแบบ Remote Session 1 คนต่อ 1 เครื่อง
  • Horizon Hosted Share 1:5 ผู้ใช้งานจะ Windows Server 2012 R2 – 2019 ไปใช้งานแบบ Remote Session 5 คนต่อ 1 เครื่อง
  • Horizon Virtual Application 1:10 ผู้ใช้งานจะ Windows Server 2012 R2 – 2019 ไปใช้งานแบบ Remote Session 10 คนต่อ 1 เครื่อง เข้าใช้งานได้เฉพาะในส่วนของ Application ที่กำหนดไว้เท่านั้น

การเลือกใช้งานแพ็คเกจให้เหมาะสมกับความต้องการของธุรกิจ ก็จะช่วยให้องค์กรสามารถลงทุนเช่าใช้ระบบได้ในค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม และ INET ก็เปิดให้สามารถทำการอัปเกรดสเป็คของ Cloud Desktop ให้เพียงพอต่อความต้องการในการใช้งานได้ด้วยเช่นกัน

เช่าใช้ Monitor, Mouse, Keyboard, Thin Client พร้อม Join Domain และเลือก Office Application ได้ตามต้องการ

นอกจากอุปกรณ์ Thin Client, Monitor, Keyboard และ Mouse ที่ให้เช่าใช้งานร่วมกับ Cloud Desktop ได้แล้ว ทาง INET เองก็ยังมีบริการเสริมอย่างเช่นการ Join Domain หรือการเช่า Office Application อย่าง Microsoft Office และ Thai WPS ไปใช้งานได้ด้วย ทำให้องค์กรไม่ต้องลงทุนด้าน License ของ Office Application เอง

บริการโดยทีมงานมากประสบการณ์ มีลูกค้าจริงแล้วในไทย

เนื่องจากบริการนี้ไม่ใช่บริการใหม่ที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรับมือกับ COVID-19 แต่เป็นบริการที่ INET มีให้ใช้งานอยู่แต่เดิม ดังนั้นทีมงานของ INET จึงมีประสบการณ์พร้อมให้การสนับสนุนได้อย่างเต็มที่ทั้งก่อนการขายและหลังการขาย ดังนั้นหากธุรกิจใดสนใจนำ Cloud Desktop ไปใช้เพื่อรับมือกับนโยบาย Work from Home ในครั้งนี้ ก็สามารถติดต่อทีมงาน INET เพื่อขอคำปรึกษาได้ทันที

สนใจติดต่อ INET ได้โดยตรง

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชัน INET VDI นี้ สามารถติดต่อทีมงาน INET ได้ที่ inet-vdi@inet.co.th หรือติดต่อคุณวัชรพงษ์ ทวิชัย (แทน) 061-387-4293

เกี่ยวกับ VMware Cloud Provider Program (VCPP)

โครงการ VCPP นี้คือโครงการที่ได้ผสานรวมเอาบริการ VMware Software-as-a-Service เข้ากับเหล่าผู้ให้ริการ VMware Service Provider Partners ทั่วโลก เพื่อให้ธุรกิจองค์กรต่างๆ สามารถใช้งานบริการ Cloud ที่มีเทคโนโลยีของ VMware เป็นเบื้องหลังได้ผ่านทางผู้ให้บริการที่มีมาตรฐาน

ปัจจุบันในประเทศไทยมีผู้ให้บริการด้าน IT ที่ได้เข้าร่วมโครงการ VCPP มากกว่า 20 รายแล้ว ดังนั้นธุรกิจไทยจึงสามารถเลือกใช้งานบริการ Cloud ภายในประเทศที่ให้บริการเทคโนโลยีของ VMware และเชื่อมต่อระบบ Data Center ภายในธุรกิจองค์กรเข้ากับบริการ Cloud เหล่านี้สู่ภาพของ Hybrid Cloud หรือทำ Disaster Recovery ได้ทันที โดยมีทีมงานคนไทยคอยให้บริการแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างใกล้ชิด

ผู้ที่สนใจใช้บริการ VMware ในรูปแบบของการคิดค่าใช้จ่ายตามจริง สามารถติดต่อทีมงานของ VMware ประจำประเทศไทยได้ที่คุณปลา 081-913-3347 หรืออีเมล์ kemwat@vmware.com หรือสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ VCPP ได้ที่ https://www.vmware.com/partners/service-provider.html และสามารถตรวจสอบสถานะของบริษัทต่างๆ ที่เป็น VCPP ได้ที่ https://cloud.vmware.com/providers/

from:https://www.techtalkthai.com/wfh-with-inet-vdi-and-vmware-horizon-daas/