คลังเก็บป้ายกำกับ: VIDEO_STREAMING

Netflix เตรียมหยุดให้บริการบน Nintendo Wii วันที่ 31 มกราคมปีหน้า

Netflix ได้แจ้งผู้ใช้ว่า Nintendo เตรียมจะปิดบริการ Netflix รวมถึงวิดีโอสตรีมมิ่งอื่น ๆ บน Wii หลังจากวันที่ 31 มกราคมปีหน้า โดยสำหรับผู้ใช้ Wii นั้น ตอนนี้จะยังไม่มีทางเลือกอื่นในการรับชม Netflix นอกเสียจากใช้งานฮาร์ดแวร์อื่นเท่านั้น

การประกาศข่าวนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจนัก เนื่องจาก Nintendo ก็มีกำหนดปิด Wii Shop Channel ร้านขายเกมดิจิทัลดาวน์โหลดบน Wii โดยจะมีผลในปี 2019 เช่นกัน

ที่มา – Engadget

No Description
ภาพประกอบจาก Amazon

from:https://www.blognone.com/node/106387

Advertisements

ผู้บริหาร Netflix บอกไม่กลัว Disney+ เพราะคอนเทนต์ต่างกัน จะสมัครทั้งสองค่ายก็ได้

Ted Sarandos ผู้บริหารของ Netflix ตำแหน่ง Chief Content Officer ที่ดูแลงานด้านคอนเทนต์ทั้งหมด ตอบคำถามสื่อเอเชียเรื่องการแข่งขันระหว่าง Netflix กับ Disney+ ที่เพิ่งเปิดตัว ว่าเขาไม่กลัวคู่แข่งใดๆ

Sarandos บอกว่าตลาดวิดีโอสตรีมมิ่งมีผู้เล่นหน้าใหม่ๆ เข้ามาหลายราย ซึ่ง Disney เป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ที่กำลังจะเข้าตลาด แน่นอนว่าคอนเทนต์ของ Disney+ แตกต่างกับ Netflix ดังนั้นก็ขึ้นกับผู้บริโภคว่าชอบดูหนัง/ซีรีส์จากค่ายใด หรือจะสมัครทั้งสองค่ายก็ไม่ผิดอะไร

Sarandos บอกว่า Disney จะมองบริการสตรีมมิ่งเป็นช่องทางหนึ่งในการเข้าถึงผู้บริโภค จากช่องทางที่มีหลากหลาย ทั้งโรงภาพยนตร์ ทีวี ดีวีดี แต่ Netflix มีธุรกิจอย่างเดียวคือสตรีมมิ่ง ดังนั้น Netflix ต้องทำทุกอย่างให้บริการของตัวเองออกมาดีที่สุด

No Description

Ted Sarandos

from:https://www.blognone.com/node/106329

Netflix บอกเล่ากระบวนท่าที่ทำให้แอปบนมือถือมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้น

Netflix อาจจะเป็นบริการสตรีมมิ่งที่มีภาพลักษณ์ที่โดดเด่นในเรื่องของการทำระบบให้มีการแนะนำหนังและซีรีส์ใหม่ๆ ให้เหมาะกับผู้ใช้งานแต่ละคน แต่นั่นไม่ใช่แค่อย่างเดียวเท่านั้นที่ทำให้ Netflix โดดเด่นแตกต่างจากคู่แข่งในตลาดการดูหนังออนไลน์ วันนี้ผมได้ร่วมเข้าฟังคุณ Todd Yellin รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Netflix และนำมาเล่าให้ฟังกันครับว่า Netflix มีกระบวนท่าอะไรบ้างที่ทำให้ผุ้ใช้มีประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับแอปพลิเคชันในมือถือ

การออกแบบหน้าตาของแอป

ปัญหาที่ Netflix (และเชื่อว่าหลายๆ ผู้พัฒนาแอปด้วยกัน) พบก็คือการแสดงผลบนหน้าจอมือถือนั้นมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัดมาก และมีทั้งการใช้งานในแนวตั้งและแนวนอน Netflix ได้ตัดสินใจเลือกใช้การแสดงผลในแนวตั้งสำหรับการค้นหาข้อมูล เฉกเช่นเดียวกับแอปส่วนใหญ่ และไม่มีการแสดงผลแนวนอน (นอกจากตอนสตรีม) เพื่อที่ะจะคุมให้ได้ UX ที่ดี เพราะการแสดงผลหน้าค้นหาแนวนอนจะทำให้การแสดงผลและการใช้งานนั้นลำบากขึ้นกว่าเดิม

เมื่อการแสดงผลระหว่างค้นหน้าคอนเทนต์ดุเป็นแนวตั้ง สิ่งที่ตามมาก็คือการนำเสนอภาพปกของซีรีส์และวิดีโอพรีวิวที่ต้องทำให้เป็นแนวตั้งไปด้วย ปัญหาที่ Netflix พบก้คือ การทำวิดีโอพรีวิวบนแอปมือถือควรจะนานเท่าไรดี จากการทดสอบเก็บข้อมูลผู้ใช้งานทำให้ Netflix พบว่าเลขมหัศจรรย์ที่พอเหมาะพอดีสำหรับเวลาของวิดีโอคือประมาณ 30 วินาที หากมากกว่านี้คนจะเริ่มไม่ดูกันแล้ว

Netflix เล่าให้ฟังว่าก่อนหน้านี้เคยทดสอบเอากลุ่มหนังหรือซีรีส์ที่กำลังจะเข้าฉายเร็วๆ นี้ (Coming soon) มาแทรกไว้ระหว่างการไถหาซีรีส์ดู แล้วพบว่าไม่เวิร์ค เพราะผู้ใช้จำนวนมากคาดหวังว่าระหว่างไถจะเจอเรื่องที่น่าสนใจและพร้อมดู พอพบว่าเป็นเรื่องที่ยังไม่มาก็ทำให้กลายเป็นประสบการณ์การใช้งานที่ไม่ดี ต่อมา Netflix จึงแยกกลุ่มออกมาเป็นอีกแท็บหนึ่งเหมือนที่เป็นในปัจจุบันี้ สำหรับใครที่สนใจก็ค่อยเปิดดู

Smart Download ระบบโหลดที่รู้ใจผู้ใช้

เชื่อว่าถ้าใครเปิด Netflix กันบ่อยน่าจะเห็นฟีเจอร์นี้มาสักพักแล้วครับสำหรับเจ้า Smart Download ที่ Netflix เปิดตัวมาสักพักหนึ่งแล้ว ซึ่งฟีเจอร์นี้ก็ได้กระแสตอบรับที่ดีมากจากความสามารถของมัน

Netflix เล่าว่าฟีเจอร์นี้เกิดจากการสำรวจตลาดแล้วพบว่ามีผู้ใช้จำนวนมากที่ใช้ระบบการดาวน์โหลด โดยเฉพาะในแถบอินเดียที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตมือถือไม่เสถียรนัก ทำให้คนจำนวนมากเลือกที่จะโหลดทิ้งไว้แล้วค่อยดูกัน เลยกลายเป็นแนวคิดที่ว่าเวลาที่เราดูตอนๆ หนึ่งจบไปก็ให้แอปเตรียมดาวน์โหลดตอนต่อไปรอเลย และไหนๆ ก็ดูตอนเก่าจบแล้ว ก็ให้ระบบลบตอนนั้นทิ้งเลยจะได้ไม่เปลืองพื้นที่เครื่อง จนกลายมาเป็นฟีเจอร์ Smart Download ตัวนี้นั่นเอง (ตอนนีใช้งานได้เฉพาะแอปในแอนดรอยด์เท่านั้น)

ปริมาณเน็ตเท่าเดิม เพิ่มเติมคือเวลาที่ดูนานขึ้น

Netflix ได้ลงทุนกับการวิจัยการบีบอัดวิดีโอให้ได้ประสิทธิภาพที่สูงขึ้น เพื่อที่จะได้วิดีโอที่มีขนาดไฟล์เล็กลง ในขณะที่คงคุณภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่กระทบต่ออรรถรสในการรับชม โดยได้เล่าประวัติศาสตร์อันยาวนานในการจัดการเรื่องของอัตราการส่งข้อมูล (Bandwidth) มีลำดับดังนี้

ช่วงปี 2011 จะเป็นการเข้ารหัสวิดีโอแบบทั่วไปคือจับทุกเรื่องทุกตอนมาคุม bit-rate เท่ากันอยู่ที่ 1000 kbps

ช่วงปี 2015 เริ่มปรับให้แต่ละเรื่องแต่ละหมวดนั้นมีการเข้ารหัสที่แตกต่างกันไป เช่น อนิเมชัน 2D จะคุม bit-rate ได้ต่ำหน่อย ส่วนถ้าเป็นหนังคนแสดงโดยเฉพาะหนังแอคชันก็จะปรับให้ bit-rate สูงขึ้นมาหน่อยภาพจะได้ไม่วุ้นนัก

ล่าสุดในปี 2018 ได้มีการปรับใหม่ไปเป็น Per-shot encoding หรือการเข้ารหัสเป็นซีนๆ ไป เช่น ฉากที่มีแสงสว่าง สภาพแสงดีก็จะปรับลด bit-rate ได้เยอะ แต่ถ้าเป็นฉากแสงมืดเช่นตามผับ ก็จะคง bit-rate ไว้สูงเพื่อคุณภาพที่ยังดีอยู่ โดยการทำงานรวมๆ ส่วนนี้ Netflix เรียกว Dynamic Optimizer Encoding

จากการปรับปรุงการเข้ารหัสวิดีโอของ Netflix ทำให้จากเดิมก่อนปี 2015 ที่ปริมาณข้อมูล 4 GB จะดูซีรีส์ได้ราว 7 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นมาเป็นราว 10 ชั่วโมง และในปัจจุบันที่ได้ใช้การเข้ารหัสใหม่ล่าสุด สามารภเพิ่มเวลาขึ้นไปสูงถึง 26 ชั่วโมงเลยทีเดียวครับ และล่าสุดก็เตรียมที่จะปรับไปใช้การเข้ารหัส AV1 ที่บริษัทไอทีหลายเจ้าร่วมกันพัฒนา ซึ่งจะทำให้ปริมาณข้อมูล 4 GB นั้นรับชม Netflix ได้ยาวนานถึง 33 ชั่วโมงเลยทีเดียวครับ

 

วัดคุณภาพของวิดีโอย่างไร ในเมื่อความพอใจเราไม่ตรงกัน

จากการปรับการเข้ารหัสวิดีโอ มีการปรับลด bit-rate ก็อาจจะทำให้หลายสงสัยว่าจะคงคุณภาพไว้ได้ยังไง และใช้เกณฑ์อะไรมาตัดสินว่าคุณภาพยังดีอยู่

Netflix เลือกใช้การผสมระหว่างการให้คนมานั่งดูคุณภาพของภาพ ประกอบกับอ้างอิงหลักการรับรู้ภาพของมนุษย์ นำมาพัฒนา Machine Learning เพื่อช่วยในการคัดกรองคุณภาพาของภาพจากวิดีโอว่ามีคุณภาพพอหรือไม่ โดยตัวซอฟต์แวร์ตัวนี้มีชื่อว่า VMAF (video Multi-Method Assessment Fusion) โดยมีการเปิดให้นักพัฒนาอื่นๆ นำไปใช้งานกันได้ด้วยครับ

 

 

from:https://droidsans.com/netflix-better-mobile-experience/

ชื่อดีมีชัยกว่าครึ่ง Disney เตรียมเปิดตัวบริการสตรีมมิ่ง Disney+ ปลายปีหน้า

ในที่สุดก็ประกาศชื่อแล้วกับบริการสตรีมมิ่งของ Disney ที่จะใช้ชื่อว่า Disney+ โดยจะเปิดให้บริการในสหรัฐปลายปี 2019

หน้าเว็บ preview.disneyplus.com ที่เปิดให้ลงทะเบียนอีเมลเพื่อรับข่าวสารขึ้นโลโก้ที่ชี้ว่า นอกจากคอนเทนท์ในเครือดิสนีย์อย่าง Disney, Pixar, Marvel และ Star Wars แล้วยังมีคอนเทนท์จาก National Geographic เข้ามาด้วย และที่สำคัญคือหน้าเว็บนี้มีภาษาไทย พอจะบอกใบ้ว่าน่าจะเข้าไทยหลังสหรัฐไม่นาน

ที่ผ่านมามีการประกาศสร้างซีรีส์ออริจินัลบน Disney+ ไปแล้วอย่าง The Mandalorian, Clone War Season 7 หรือฝั่งมาร์เวลอย่างซีรีส์ของ Loki ล่าสุด Bob Iger ระบุว่าจะสร้างดิสนีย์จาก Star Wars อีกเรื่องซึ่งเกี่ยวกับ Cassian Andor สปายฝ่ายกบฎตัวเอกจาก Rogue One: A Star Wars Story ด้วย

ที่มา – Disney

No Description

from:https://www.blognone.com/node/106322

Netflix ออกหุ้นกู้อีกกว่า 6.5 หมื่นล้านบาท นำมาลงทุนผลิตคอนเทนต์เพิ่ม

Netflix ยังคงเดินหน้าปั๊มคอนเทนต์ที่ผลิตเพื่อฉายลงแพลตฟอร์มตนโดยเฉพาะต่อเนื่อง ล่าสุดเตรียมออกหุ้นกู้อีก 2,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 6.5 หมื่นล้านบาท) เพื่อเพิ่มเงินสดสำหรับการทำคอนเทนต์โดยเฉพาะ

ถึงแม้ Netflix จะมีความสามารถในการออกหุ้นกู้เพื่อหาเงินมาใช้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามในงบดุลของบริษัท หากรวมรายการหุ้นกู้ใหม่นี้เข้ามา Netflix ก็มีรายการหนี้สินสะสมตอนนี้สูงกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์แล้ว ซึ่งถึงตอนนี้ก็ยังไม่ใช่ปัญหา เพราะบริษัทจ่ายผลตอบแทนหุ้นกู้ได้โดยไม่เป็นภาระบริษัท

การลงทุนในคอนเทนต์ต่อเนื่อง สะท้อนกลับมาที่ตัวเลขกระแสเงินสดอิสระบริษัท โดยคาดว่าปี 2018 นี้จะติดลบราว 3-4 พันล้านดอลลาร์ จากงบลงทุนคอนเทนต์ราว 3 พันล้านดอลลาร์ และ Netflix ก็บอกว่าปีหน้าจะลบมากกว่านี้อีก

ที่ผ่านมา Netflix ยังมีกำไรในทุกไตรมาส แม้ลงทุนในคอนเทนต์ไปเยอะ เหตุผลเพราะบริษัทบันทึกค่าใช้จ่ายคอนเทนต์ในงบกำไรขาดทุนแบบการลงทุนสินทรัพย์ระยะยาว ทำให้คอนเทนต์แต่ละตัวไม่ต้องรับรู้ต้นทุนทั้งหมดในทันที แต่จะทยอยรับรู้ไปเป็นระยะเวลาพอสมควร

น่าสนใจว่าเกมในระยะยาวของ Netflix ที่ลงทุนคอนเทนต์ไว้เสมือนเป็นพื้นฐานของแพลตฟอร์ม จะเริ่มออกดอกผลที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อใด หรือ Netflix จะต้องทุ่มเงินอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ

ที่มา: Variety และ The New York Times

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/netflix-bond-2-billions-usd/

พบทราฟิก BitTorrent กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง คาดเพราะคนจ่ายเงินดูสตรีมมิ่งทุกค่ายไม่ไหว

Sandvine บริษัทพัฒนาระบบวิเคราะห์ทราฟิกเครือข่าย ออกรายงานประจำครึ่งแรกปี 2018 ของการใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลก มีประเด็นสำคัญหลายอย่างดังนี้

  • มากกว่า 50% ของทราฟิกตอนนี้มีการเข้ารหัส และการใช้ TLS 1.3 ก็เพิ่มขึ้นสูง
  • ดาวน์สตรีมของอินเทอร์เน็ต 58% ตอนนี้มาจากวิดีโอ
  • Netflix มีส่วนแบ่งการใช้ดาวน์สตรีมถึง 15%
  • เกมเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อการเพิ่มปริมาณทราฟิกมากที่สุด ทั้งการดาวน์โหลดเกม, แคสต์เกม และความนิยมใน e-sport ที่เพิ่มขึ้น

แต่หัวข้อที่น่าสนใจคือทราฟิกของ BitTorrent โดยพบว่าทราฟิก BitTorrent กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง หลังจากลดลงต่อเนื่องมาหลายปี ซึ่งตอนนั้นมองว่ามาจากความนิยมในบริการวิดีโอสตรีมมิ่งที่มาทดแทน แต่ตอนนี้ BitTorrent กลับมาเพิ่มขึ้น ซึ่งคาดว่า เพราะผู้ให้บริการสตรีมมิ่งตอนนี้ต่างแข่งขันคอนเทนต์ให้ดูได้เฉพาะแพลตฟอร์มของตน ขณะที่ผู้บริโภคมีกำลังจ่ายเงินจำกัด จึงเริ่มกลับมาใช้บริการละเมิดลิขสิทธิ์แทน

น่าสนใจว่าทิศทางต่อจากนี้ ผู้ผลิตคอนเทนต์แต่ละรายก็ต่างพยายามสร้างแพลตฟอร์มของตนขึ้นมาเอง แล้วสถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไปกันแน่

ดูรายงานของ Sandvine ฉบับเต็มได้ที่นี่

ที่มา: uSwitch และ Sandvine

alt="Sandvine"

from:https://www.blognone.com/node/105982

LINE TV บน iOS ออกอัพเดต ดูบนจอใหญ่ผ่าน Apple TV ด้วย AirPlay ได้แล้ว

LINE TV แอปดูคอนเทนต์วิดีโอของ LINE ออกอัพเดตเวอร์ชัน 3.3.0 ซึ่งมีของใหม่ที่สำคัญหลายรายการดังนี้

  • รองรับการแสดงผลบนโทรทัศน์ด้วย Apple TV ผ่าน AirPlay (ยังไม่มีแอปบน Apple TV)
  • สามารถรับชมคอนเทนต์ได้โดยไม่ต้องล็อกอิน LINE (แอป Android ทำได้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว)
  • แก้ไขบั๊กทั่วไป

ที่มา: App Store

alt="LINE TV"

from:https://www.blognone.com/node/105538