คลังเก็บป้ายกำกับ: VENDORS

VDO Webinar : เพิ่มประสิทธิภาพข้อมูลด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อธุรกิจของคุณ

สำหรับผู้ที่พลาดงานสัมมนาออนไลน์เรื่อง “Empowering Data driven by AI-Ready for your Business เพิ่มประสิทธิภาพข้อมูลด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อธุรกิจของคุณ” สามารถติดตามได้จาก VDO นี้

โดย VDO ชิ้นนี้ โซลูชั่นด้านการจัดเก็บข้อมูลอัจฉริยะจากทาง Western Digital ที่จะมาแนะนำเพื่อให้เห็นถึงรูปแบบการใช้งานดิสก์และสตอเรจในงานที่แตกต่างกัน ตลอดจนคุณจะได้พบกับกรณีศึกษา ที่น่าสนใจต่างๆ อาทิ
การบริหารจัดการข้อมูลระบบความปลอดภัยกล้องวงจรปิด (Smart Security), การบริหารจัดการข้อมูลระบบไฟจราจร (Smart City) การบริหารจัดการข้อมูลทางสาธารณะสุข (Smart Health) เป็นต้น บรรยายโดย ผศ.ปัญญา เหล่าอนันต์ธนา ผู้ช่วยอธิการบดีและอาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นวิทยากรร่วมบรรยาย

from:https://www.enterpriseitpro.net/vdo-webinar-empowering-data-driven-by-ai-ready/

IBM พัฒนาระบบป้องกันแรนซั่มแวร์บนสตอเรจแบบ On-Premise

จากความรุนแรงของการโจมตีด้วยแรนซั่มแวร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนยากจะหยุดยั้งได้นั้น ทาง IBM จึงตัดสินใจติดตั้งตัวแอนติแรนซั่มแวร์อย่าง Safeguarded Copy ในตัว FlashSystems และบริการสตอเรจผ่านคลาวด์แบบ On-Premise ด้วย

Safeguarded Copy เป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ตระกูล IBM FlashSystemSafeguarded Copy เป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์สตอเรจแบบแฟลชล้วนในตระกูล IBM FlashSystem ที่คอยสร้าง Snapshot ของข้อมูลสำรองไว้ให้อัตโนมัติ และจัดเก็บไว้ให้อย่างปลอดภัยชนิดที่ไม่มีใครอื่นสามารถเข้าถึงหรือแก้ไขอะไรได้

ฟีเจอร์นี้พัฒนาขึ้นบนเทคโนโลยีในสตอเรจเมนเฟรมตระกูล DS8000 ของ IBM เอง คอยสำรองข้อมูลทั้งวอลุ่มเพื่อใช้กู้คืนกลับมาใหม่ให้เหมือนเดิม หรือไปใช้สร้างวอลุ่มใหม่ที่ไม่มีความเสียหาย โดยจะใช้ข้อมูลที่เก็บได้อีกครั้งก็ต่อเมื่อผ่านการกู้คืนกลับมาที่วอลุ่มใหม่แล้วนั่นคือ แรนซั่มแวร์จะไม่สามารถเข้าไปทำอะไรกับข้อมูลที่แบ๊กอัพอยู่ไม่ได้เลย

ทั้งนี้ ฟีเจอร์ Safeguard Copy จะรวมมาในซอฟต์แวร์ IBM Spectrum Virtualize for Public Cloud ที่อยู่ใน FlashSystem ทุกรุ่น รวมทั้งรองรับทั้ง IBM Cloud และ AWS ด้วย

ที่มา : Networkworld

from:https://www.enterpriseitpro.net/ibm-on-premise/

Rackspace เผยแผนปรับโครงสร้างใหม่ พร้อมปลดพนักงานกว่า 10 เปอร์เซ็นต์

ผู้ให้บริการเทคโนโลยีมัลติคลาวด์ Rackspace Technology ได้เผยแผนปรับโครงสร้างองค์กรที่จะมีการเชิญพนักงานบริษัทตัวเองออกคิดเป็นประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ พร้อมทั้งลงทุนเพิ่มกว่า 65 ถึง 70 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

โดยเป็นการลงทุนเพื่อโยกทรัพยากรมาเน้นด้านผลิตภัณฑ์และบริการที่เติบโตอย่างรวดเร็ว อย่างบริการคลาวด์ที่เน้นการย้ายระบบขึ้นคลาวด์, วิศวกรรมที่เน้นความยืดหยุ่น, การพัฒนาแอพพลิเคชั่นจากบนคลาวด์, AI, แมชชีนเลิร์นนิ่ง, และบริการด้านความปลอดภัย

ซึ่งเมื่อวันพฤหัสที่แล้ว บริษัทได้ยื่นเรื่องทางกฎหมายว่าจะมีการเลย์ออฟพนักงานกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งกว่า 85% ของตำแหน่งที่ว่างนั้นเป็นส่วนของศูนย์ให้บริการที่อยู่ต่างประเทศ โดยมีการแจ้งพนักงานให้ทราบเมื่อวันพุธก่อน

คำสั่งนี้เปิดให้พนักงานออกจากบริษัทภายใน 12 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ทาง Rackspace คาดว่าแผนปรับโครงสร้างนี้จะมีค่าใช้จ่ายได้เกิดขึ้นประมาณ 70 – 80 ล้านเหรียญฯ ในช่วง 12 – 24 เดือนถัดจากนี้ แลกกับการประหยัดได้ถึง 95 – 100 ล้านเหรียญฯ ต่อปี

ที่มา : CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/rackspace-laying-off-10-percent-of-workforce/

ปิดฉากคดีหวยออนไลน์ ล็อกซเล่ย์ รับทรัพย์ทั้งหนี้และดอกกว่า 2 พันล้านบาท

บริษัทล็อกซเล่ย์ จีเท็คฯ เตรียมรับเงินค่าชดเชยจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นเงินกว่า 1.6 พันล้านบาทภายในเดือนสิงหาคม โดยทั้งสองฝ่ายได้เข้าทำบันทึกข้อตกลงและยื่นต่อสำนักบังคับคดีปกครอง สำนักงานศาลปกครอง เรียบร้อยแล้ว

ตามที่ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ชำระเงิน 1,654,604,627.54 บาท ให้แก่ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค เทคโนโลยี จำกัด พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันฟ้องจนถึง 10 เมษายน 2564 ต่อจากนั้นอัตราดอกเบี้ยจะเป็นร้อยละ 3 บวกเงินเพิ่มอีกร้อยละ 2 จนถึงวันชำระเสร็จ โดยให้ชำระเสร็จภายใน 60 วัน ตามหนังสือที่อ้างถึงนั้น

นายสุรช ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า วันนี้ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) ได้รับแจ้งจาก บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมที่บริษัทถือหุ้นทางตรงและทางอ้อม รวมเป็นจำนวน 35% ระบุว่า สำนักงานสลาก และ ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค ได้มีการเจรจาชำระหนี้กัน และในวันที่ 22 กรกฎาคม 2564 ที่ประชุมคณะกรรมการสำนักงานสลากได้มีมติชำระหนี้กรณีสัญญาจ้างบริการระบบเกมสลากให้แก่ ล็อกซเล่ย์ จีเท็ค ดังนี้

1. ชำระหนี้จำนวน 1,654,604,627.54 บาท ภายในเดือนสิงหาคม 2564

2. ชำระดอกเบี้ยจำนวน 444,745,338.27 บาท ภายในปีงบประมาณ 2565 โดยชำระงวดแรกภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2564 งวดที่สองภายในวันที่ 4 มกราคม 2565 งวดที่สามภายในวันที่ 1 เมษายน 2565 และงวดที่สี่ภายในวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 โดยแบ่งจ่ายงวดละเท่า ๆ กัน

โดยในวันนี้ คู่ความทั้งสองฝ่ายได้เข้าทำบันทึกข้อตกลงและนำไปยื่นต่อสำนักบังคับคดีปกครอง สำนักงานศาลปกครอง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

from:https://www.enterpriseitpro.net/loxley-lotto-online/

เพิ่มความคล่องตัว สร้างความมั่นคง ด้วยบริการ Fujitsu Work Life Shift

ธุรกิจในปัจจุบันต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ทำให้รูปแบบการทำงานจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป องค์กรแต่ละแห่งต้องสามารถดำเนินการ อยู่รอด และเติบโตได้ ไม่ว่าโลกรอบตัวจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างรูปแบบเรียนรู้อย่างรวดเร็ว สร้างกลยุทธ์ ที่สามารถปรับเปลี่ยนทันท่วงที ถือเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกความสำเร็จ

ซึ่งคุณพรชัย พงศ์เอนกกุล หัวหน้ากลุ่ม DX Modernization บริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Fujitsu Work Life Shift หนึ่งในบริการสำคัญที่ช่วยให้ฟูจิตสึสามารถปรับตัว รับมือกับความท้าทาย พลิกโฉมการทำงาน ขับเคลื่อนธุรกิจในยุค New Normal และเติบโตได้อย่างยั่งยืน ที่สำคัญ วันนี้ฟูจิตสึพร้อมแล้วที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ และนำ Fujitsu Work Life Shift มาสู่องค์กรในประเทศไทย เพื่อร่วมนำพาธุรกิจไปข้างหน้าร่วมกัน

บทความนี้จึงขอสรุปรูปแบบการให้บริการ Fujitsu Work Life Shift เพื่อให้องค์กรต่าง ๆ มองเห็นภาพ และนำไปประยุกต์ใช้ในองค์กร

ทำไมองค์กรต้องใช้ Fujitsu Work Life Shift ?

Fujitsu Work Life Shift คือ บริการที่ช่วยรองรับการทำงานในรูปแบบใหม่ ที่ช่วยองค์กรธุรกิจ สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้สอดรับกับการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง สู่การทำงานจากที่ใดก็ได้ หรือ Work from Anywhere ที่ไม่เพียงทำให้พนักงานสามารถทำงานได้เหมือนเดิมเท่านั้น แต่ยังต้องเพิ่มประสิทธิภาพ และส่งมอบประสบการณ์แบบไร้พรมแดนที่สะดวก และปลอดภัยไปพร้อมกัน

Fujitsu Work Life Shift ไม่ได้เป็นเพียงบริการที่ช่วยให้พนักงานทำงานได้จากทุกที่เท่านั้น แต่ยังช่วยให้พนักงานสามารถทำงานร่วมกันได้เสมือนนั่งอยู่ที่ออฟฟิศ Work Life Shift ประกอบขึ้นจากโซลูชันแบบครบวงจรที่สามารถปรับให้เหมาะสมตามความต้องการที่ต่างกันของแต่ละธุรกิจ ทำให้องค์กรสามารถปรับใช้บริการได้อย่างรวดเร็ว อันจะช่วยส่งผลดีต่อองค์กรยุคใหม่ในด้านต่าง ๆ ได้แก่

การมอบประสบการณ์การทำงานที่ดีแก่พนักงาน (User Experience) ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่สะดวกและปลอดภัยในทันทีต้องการ ด้วย Workplace Support ที่พร้อมให้บริการ แม้ผู้ใช้จะทำงานอยู่นอกสถานที่หรือ Work From Home ก็ตาม การวิเคราะห์ข้อมูล Workforce Analytics อันจะช่วยให้เข้าใจพฤติกรรม และความต้องการของพนักงานในองค์กรได้ดีขึ้น การรวมระบบ คน และข้อมูลในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ผ่านการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย และเป็นส่วนตัวด้วยแนวคิดด้านความมั่นคงปลอดภัย (Zero Trust Network) ไม่ว่าจะใช้งานจากอุปกรณ์ใดก็ตาม

เพิ่มประสิทธิภาพด้วยระบบอัตโนมัติ (Automation) ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ และนำข้อมูลมาช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ (Data Driven Analysis) เพื่อเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และการเปลี่ยนระบบการทำงานหลังบ้าน (Back Office Transformation) โดยการนำระบบอัตโนมัติอย่าง RPA เข้ามาช่วยทำงานแทนมนุษย์ ทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและลดความผิดพลาดไปพร้อมกัน ช่วยให้พนักงานมีเวลาทุ่มเทให้แก่งานที่มีความสำคัญ และสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจมากขึ้น

นอกจากนี้ Fujitsu Work Life Shift ยังช่วยให้ธุรกิจสามารถมองภาพรวมว่าจะสามารถให้บริการตอบสนองต่ออุตสาหกรรมใดได้บ้าง ทำให้ธุรกิจสามารถกำหนดเป้าหมายได้ชัดเจนมากขึ้น และด้วยความสามารถ การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการรับ-ส่งงาน บน Cloud Based ทำให้สามารถที่จะใช้เก็บข้อมูล ฝากไฟล์ ส่งอีเมล์ จากที่ใดก็ได้ ผ่านโซลูชันจากมีพันธมิตร อาทิ Microsoft, Palo Alto Prisma เป็นต้น และผ่านจุดเดียวในการเข้าจัดจัดการ (Remote Working)

บริการ Fujitsu Work Life Shift ยังได้รับการรับรอง และคว้ารางวัลจาก Gartner ในฐานะผู้ให้บริการที่สามารถช่วยเหลือองค์กรต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงสู่รูปแบบดิจิทัล โดยสามารถตอบโจทย์ความคุ้มค่า และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง แต่คงไว้ซึ่งประสิทธิภาพเท่าเดิม หรือดีขึ้น

อีกทั้งบริการของ ฟูจิตสึ ยังเป็นบริการที่ผสานรวมความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของฟูจิตสึ เข้ากับองค์ความรู้เชิงปฏิบัติที่ได้รับจากการพัฒนาโซลูชัน เพื่อรองรับพนักงานในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก รวมไปถึงการดำเนินโครงการปรับเปลี่ยนสถานที่ทำงานสำหรับพนักงานของฟูจิตสึกว่า 130,000 คนทั่วโลก ที่พร้อมช่วยธุรกิจออกแบบ และวางระบบรูปแบบการทำงานใหม่ให้ง่ายขึ้น

การนำ Fujitsu Work Life Shift มาเปลี่ยนแปลงองค์กรประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 3 ด้าน ได้แก่ 1. การกำหนดรูปแบบการทำงานที่เหมาะสม (Smart Working), 2.ปรับเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติในสำนักงาน (Borderless Office) และ 3.ปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร (Culture Change) โดยมีรายละเอียดดังนี้

การกำหนดรูปแบบการทำงานที่เหมาะสม (Smart Working) : การเปลี่ยนรูปแบบการทำงานระหว่างบุคลากร ให้มีประสิทธิภาพ มีความคิดสร้างสรรค์ มีการวิเคราะห์ และวางแผนการทำงานร่วมกัน เพื่อให้งานที่ออกมามีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถจัดงานที่มีให้เป็นระเบียบมีประสิทธิภาพ ด้วยโซลูชัน Modern Workspace บริการด้านประสิทธิภาพการทำงาน และพื้นที่ทำงานบนระบบคลาวด์ “Evergreen” นำเสนอบริการด้านการติดต่อสื่อสาร รวมถึง Microsoft 365, Microsoft Teams และ Box, โซลูชัน Secure Remote Working หรือบริการโครงสร้างพื้นฐาน Virtual Desktop “Virtual Workspace” เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ข้อมูลอาจรั่วไหลเพราะอุปกรณ์สูญหายหรือถูกโจรกรรม และโซลูชันทางด้าน Zero Trust Network บริการความยืดหยุ่นในการปรับเพิ่ม หรือลดขนาดตามแนวคิดความปลอดภัย และลดการพึ่งพา VPN ช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อคำร้องขอในกรณีเร่งด่วน เพื่อลดระยะเวลาที่ระบบเกิดขัดข้อง (Downtime) ทำให้ไม่สามารถทำงานได้ และมุ่งในการพัฒนาธุรกิจ และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า

ปรับเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติในสำนักงาน (Borderless Office) : ปรับเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติในสำนักงาน ด้วยการจัดตั้งฝ่ายบริการช่วยเหลือ Service Desk ที่คอยทำหน้าที่ให้บริการตอบข้อซักถาม และแก้ไขปัญหาผ่านโซลูชันCustomer Experience Center บริการช่วยเหลือ “Intelligent Service Desk” บริการตอบข้อซักถาม และแก้ไขปัญหาผ่านทางโทรศัพท์ เว็บ แชท ฯลฯ แก่บุคลากรที่ทำงานนอกสถานที่ และโซลูชัน Workplace Support บริการสนับสนุนด้านเทคนิค และการบำรุงรักษานอกสถานที่ “Global Onsite Operation” ด้วยการจัดส่ง และซ่อมแซมอุปกรณ์ในกว่า 180 ประเทศทั่วโลก ตลอด 24 ชั่วโมง

ปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร (Culture Change) : ให้บริการช่วยเพิ่มความสะดวกในการติดต่อสื่อสารระหว่างพนักงานที่ทำงานร่วมกันในแต่ละหน่วยงาน โดยจะแสดงผลข้อมูลการทำงานร่วมกันในสถานการณ์ต่าง ๆ และรองรับรูปแบบการทำงานที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ด้วยโซลูชัน Virtual Collaboration ซึ่งเป็นบริการพื้นที่เสมือนจริงสำหรับการทำงานร่วมกัน ช่วยเสริมศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และประสิทธิภาพให้กับทีมงาน และสร้างทักษะการประสานงานผ่านโลกเสมือน และโซลูชัน Workforce Analytics เพื่อวิเคราะห์กำลังคน เพื่อสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันของบุคลากรภายในองค์กร ด้วยข้อมูลรูปแบบการทำงานของบุคลากร รองรับการติดต่อสื่อสาร และให้คำแนะนำเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน


ดังนั้นกล่าวได้ว่า Fujitsu Work Life Shift เป็นบริการที่สนองตอบต่อความต้องการขององค์กรในปัจจุบันที่ต้องการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานแบบเชื่อมโยงกัน ไม่จำกัดพื้นที่การทำงานได้เป็นอย่างดี และสามารถนำไปปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างความยืดหยุ่น ได้ในทุกธุรกิจ

ซึ่งปัจจุบันมีหลาย ๆ อุตสาหกรรมได้ใช้บริการ Fujitsu Work Life Shift ของ ฟูจิสึแล้ว โดยอุตสาหกรรมที่ตื่นตัวมาก 3 อันดับแรก ได้แก่ อุตสาหกรรมการผลิต (Manufacturing), อุตสาหกรรมค้าปลีก (Retail) และอุตสาหกรรมยานยนต์ (Automotive) นอกจากนี้บริการ Fujitsu Work Life Shift นี้ยังพร้อมให้บริการผสมผสานกับระบบเดิมที่มีอยู่ได้ในรูปแบบ as-a-service โดยคิดค่าบริการเฉพาะส่วนที่ต้องการใช้งาน

หากองค์กร ที่สนใจนำ Fujitsu Work Life Shift ไปประยุกต์ใช้งานในองค์กร สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมไปงานงานสัมมนาออนไลน์ FUJITSU New Normal Digital Service Expo ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 18 สิงหาคม 2564 ที่จะถึงนี้

สามารถคลิกลงทะเบียนได้ที่นี่

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
บริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด
อาคาร เอ็กเชน ทาวเวอร์ ชั้น 22-23
เลขที่ 388 ถนนสุขุมวิท เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทร. + 66 (0) 2302 1500 แฟ็กซ์ + 66 (0) 2302 1555
เว็บไซต์ http://th.fujitsu.com

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/fujitsu-work-life-shift/

Hybrid IT พลังขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต ยกระดับการดำเนินงานได้อย่างสอดคล้อง

ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ส่งผลให้เกิด “งาน” (workload) รูปแบบใหม่ ๆ ทำให้ธุรกิจต่าง ๆ เผชิญกับความท้าทายจากการเร่งความเร็วในรูปแบบของการสร้าง และการดำเนินงานที่ซับซ้อนด้วยเทคโนโลยี รวมถึงกลยุทธ์ทางดิจิทัลเข้ามาใช้ในการวางรากฐาน เป้าหมาย การดำเนินธุรกิจ ตลอดจนขั้นตอนการทำงาน ทักษะของบุคลากร และวัฒนธรรมขององค์กร (Digital Transformation หรือ DX) เพื่อจัดวางระบบธุรกิจ และแอปพลิเคชันที่เหมาะสมที่สุดตามระดับบริการ แต่ต้องมีความปลอดภัย และเป็นการลงทุนที่เหมาะสม รวมถึงต้องเชื่อมโยงระบบไอทีเก่า ๆ ที่เป็น legacy ให้ยังต้องรันต่อไป ในขณะที่ขึ้นระบบใหม่ ๆ ด้วยเทคโนโลยี ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ยุ่งยากสำหรับการเปลี่ยนแปลงองค์กรธุรกิจให้เข้าสู่ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

จากปัญหานี้เองทำให้ ฟูจิตสึ ต้องการแบบแผน ที่จะใช้ในการจัดการความท้าทายทางด้านธุรกิจที่เพิ่มมากขึ้นในทุก ๆ วัน ด้วยบริการ ฟูจิตสึ ไฮบริด ไอที (Fujitsu Hybrid IT) ที่จะช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้สอดรับกับการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปสู่การทำงานจากที่ใดก็ได้ (Work from Anywhere) ซึ่งช่วยลดภาระการปฏิบัติงาน และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงลดภาระการปฏิบัติงานในระบบไอที ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมไอทีแบบไฮบริดที่ปรับให้เหมาะสมสำหรับธุรกิจของลูกค้า

คุณพรชัย พงศ์เอนกกุล หัวหน้ากลุ่ม DX Modernization บริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด
ทำไมต้องเป็นฟูจิตสึ

“ Fujitsu Hybrid IT Service เป็นโซลูชันที่รวมบริการ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับคลาวด์, ศูนย์ข้อมูล, เครือข่าย, ความปลอดภัย, การทำงานของระบบ และการบำรุงรักษา ผ่านทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี เข้ากับองค์ความรู้เชิงปฏิบัติที่ได้รับจากโซลูชันต่าง ๆ ทั้งจากพันธมิตรชั้นนำ “ คุณพรชัย พงศ์เอนกกุล หัวหน้ากลุ่ม DX Modernization บริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

ฟูจิตสึ มีทีมงานที่มีประสบการณ์ และความรู้ พร้อมนำเสนอชุดบริการต่าง ๆ รวมถึงการประเมิน การให้คำปรึกษา การโยกย้าย การก่อสร้าง และการดำเนินงาน ที่จำเป็นในการย้ายระบบที่มีอยู่ไปยังสภาพแวดล้อมไอทีแบบไฮบริดผ่านโซลูชันที่เหมาะสมที่สุด เช่น การโยกย้ายระบบคลาวด์เดิมไปยังผู้ให้บริการคลาวด์ อื่น ๆ โดยไม่รบกวนการใช้งานในปัจจุบัน เป็นต้น


โซลูชันภายใน Fujitsu Hybrid IT Service ครอบคลุมตั้งแต่ การเชื่อมต่อการสื่อสารที่เหมาะสำหรับการรับ-ส่งข้อมูลขนาดใหญ่​ (DC-DR Migrate) ที่ต้องการความเร็วสูงเป็นพิเศษระหว่างศูนย์ข้อมูลหลัก และศูนย์สำรองข้อมูล (DR Site) ซึ่งครอบคลุมทั้งอุปกรณ์ และแอปพลิเคชันได้ในทุก ๆ ที่ ด้วยโครงสร้างพื้นฐานเพียงหนึ่งเดียวทั้งที่อยู่บน On Premises และ Cloud, บริการโยกย้าย และออกแบบโปรแกรม ERP อย่าง SAP ขึ้นไปอยู่บนคลาวด์อย่างเหมาะสม, บริการการแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับวิธีการใช้งาน การกำหนด และวางแผนเพิ่มความปลอดภัย (Secure Remote Worker) สำหรับการทำงานที่รองรับการทำงานจากที่ใดก็ได้, บริการเครื่องจำลองเสมือน (เครื่องคอมของออฟฟิศที่ไปตั้งอยู่บนคลาวด์) ที่สามารถรีโมตผ่านบราวเซอร์ไปใช้ได้, บริการการปรับปรุง (Develop) ด้วยการนำวิธีการทํางานใหม่ซึ่งสามารถปฏิบัติตามได้ และเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่นําไปทดลองปฏิบัติจริง และบริการดูแลข้อมูล (Data) ที่อยู่บนคลาวด์ต่าง ๆ ที่จะนำไปใช้เพื่อการวิเคราะห์โดยทีม Data Scientists และ Data Engineer

นอกจากนี้ Fujitsu Hybrid IT Service ยังร่วมมือกับพาทเนอร์ชั้นนำ (Cloud Foundation Platform) กว่า 30 แห่งทั่วโลก อาทิ Microsoft, AWS, VMmare และคลาวด์ของฟูจิตสึ (BaaS/EMS/DMS) เอง โดยช่วยประเมินระบบเดิม (On Premises) และปรับแต่งให้เหมาะกับความต้องการทางธุรกิจ โดยนำเสนอกลุ่มทรัพยากรสาธารณะ และส่วนตัวใหม่ที่สามารถจัดการจากส่วนกลางผ่านพอร์ทัลเดียว ซึ่งสามารถระบุหากอยู่จะมีค่าใช้จ่ายเท่าไร หากย้ายไปบนคลาวด์จะมีค่าใช้จ่ายเท่าไร และจะย้ายระบบในส่วนใด วิธีการดูแล สำรองข้อมูล ด้วยทีมงานที่จะคอยช่วยดูแลข้อมูล และคอยบริหารข้อมูลบนคลาว์ที่อยู่ในประเทศ (Local cloud and cloud managed service offering) ในรูปแบบของบริการต่าง ๆ

อาทิ บริการให้เช่าพื้นที่สำหรับการวางเซิร์ฟเวอร์เพื่อใช้บริการระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต หรือบริการอื่น ๆ บนเครือข่ายกับผู้ให้บริการบนดาต้าเซ็นเตอร์ที่เชื่อถือได้, บริการตรวจสอบพร้อมจัดการระบบ (Monitoring Services) ไม่ว่าจะเป็น การสำรองข้อมูล การจัดการ System และ Network, บริการ Media Management, บริการการเตรียมสถานที่ (Site Prep), บริการทางด้าน Network Link, บริการ (Remote Infrastructure Management : RIM), บริการจัดสรรทรัพยากรจากพาทเนอร์ ตามความต้องการของผู้ใช้บริการ (Managed Subscription) ไม่ว่าจะเป็น Vmware, RedHat, MS (SPLA), Veeam ฯลฯ, บริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ (Cloud Service : LCP- IaaS), บริการการสำรอง และการจัดเก็บข้อมูลให้มีความปลอดภัยผ่านเครือข่ายคลาวด์ (Backup as a Service : BaaS) และการกู้คืนระบบเพื่อป้องกันความสูญเสีย ในกรณีที่อาจเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ (Disaster Recovery as a Service : DRaaS), บริการโฮสติ้ง (Hosting Service) ที่สามารถเช่าใช้วางเซิร์ฟเวอร์ และอุปกรณ์ ทั้งหมดนี้ในศูนย์ข้อมูลทั้ง 2 แห่ง (DC I และ DC II) ของฟูจิตสึ ที่ได้มาตรฐานสากล ทั้งในเรื่อง ระบบไฟฟ้า, สิ่งแวดล้อม, ระบบรักษาความปลอดภัย และการเชื่อมต่อเครือข่าย พร้อมทั้งมีศูนย์ปฏิบัติการ (Operation Center / Service Desk) คอยช่วยเหลือแบบ 24×7 ทั้งในรูปแบบการแจ้งเตือน และการช่วยเหลือจากของทีมงานฟูจิตสึ

ที่มีโซลูชันที่คอยดูแลการเปลี่ยนแปลง การกำหนดค่า และการจัดการ เน็ตเวิร์ค (Network Configuration Manager) หรือ EMS ซึ่งช่วยให้ทำงานอัตโนมัติ และควบคุมการจัดการ และการกำหนดค่าอุปกรณ์ได้ และเป็นไปตามตามข้อกำหนด (NCCM) ไม่ว่าจะเป็นคลาวด์แบบใดก็ตาม

ทั้งนี้เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถโยกขึ้นไปอยู่บนคลาวด์ แฟลตฟอร์ม ได้อย่างรวดเร็ว และบริหารจัดการ Infrastructure ได้อย่างเหมาะสมทำให้สามารถเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน

หากองค์กร ที่สนใจนำ Fujitsu Hybrid IT ไปประยุกต์ใช้งานในองค์กร สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมไปงานงานสัมมนาออนไลน์ FUJITSU New Normal Digital Service Expo ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 18 สิงหาคม 2564 ที่จะถึงนี้

สามารถคลิกลงทะเบียนได้ที่นี่

องค์กรที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
บริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด อาคาร เอ็กเชน ทาวเวอร์ ชั้น 22-23
เลขที่ 388 ถนนสุขุมวิท เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทร. + 66 (0) 2302 1500 แฟ็กซ์ + 66 (0) 2302 1555
http://th.fujitsu.com

from:https://www.enterpriseitpro.net/hybrid-it-fujitsu/

พบมัลแวร์บนแมคที่จารกรรมทั้งบัญชี Telegram และข้อมูลบน Chrome

มีนักวิจัยด้านความปลอดภัยออกมาตีแผ่รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีที่มัลแวร์บน macOS ที่เรียกชื่อว่า XCSSET ใช้จารกรรมข้อมูลที่ใช้ล็อกอินจากหลายต่อหลายแอพ จนทำให้แฮ็กเกอร์ที่อยู่เบื้องหลังได้บัญชีเอาไปใช้ประโยชน์

โดยพบว่ามัลแวร์ตัวนี้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พุ่งเป้าไปที่นักพัฒนาบน macOS มานานกว่าหนึ่งปีโดยติดเชื้อฝังในโปรเจ็กต์ Xcode ซึ่งตัว XCSSET จะรวบรวมข้อมูลความลับจากแอพต่างๆ แบบเจาะจงบนเครื่องที่ติดเชื้อเพื่อส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ควบคุม

หนึ่งในแอพที่โดนเล่นงานก็คือซอฟต์แวร์แชทข้อความอย่าง Telegram ที่มัลแวร์จะสร้างไฟล์เก็บข้อมูล “telegram.applescript” ภายในโฟลเดอร์ “keepcoder.Telegram” ที่อยู่ใต้ไดเรกทอรี Group Containers อีกทีหนึ่ง

ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถบันทึกข้อมูลบนแอพรับส่งข้อความนี้ได้เสมือนกับเป็นเจ้าของบัญชีที่ถูกต้อง ทั้งนี้นักวิจัยจากเทรนด์ไมโครอธิบายว่า การคัดลอกโฟลเดอร์ที่ดูดมาจากเครื่องที่มี Telegram ทำให้ผู้โจมตีใช้เข้าถึงบัญชีผู้ใช้ของเหยื่อได้ด้วย

ที่มา : Bleepingcomputer

from:https://www.enterpriseitpro.net/macos-malware-steals-telegram-accounts/

พบมัลแวร์ที่ปลอมเป็นตัวติดตั้งวินโดวส์ 11 กำลังระบาด ติดเชื้อเพียบ!

ตอนนี้นักต้มตุ๋นแห่งโลกไซเบอร์กำลังใช้ประโยชน์จากความตื่นเต้นของวินโดวส์ตัวใหม่จากไมโครซอฟท์ ด้วยการปลอมเป็นตัวติดตั้งวินโดวส์ 11 ที่อัดแน่นไปด้วยมัลแวร์, ตัว Adware, และทูลอันตรายอื่นๆ อีกมากมาย

ขณะที่วินโดวส์ 11 มีแผนที่จะเปิดตัวให้ใช้ทั่วโลกตอนต้นปี 2022 ที่จะถึงนี้ ไมโครซอฟท์ก็เปิดให้ลูกค้าที่สมัครเข้าร่วมโครงการ Insider สามารถโหลดมาทดลองใช้กันก่อนล่วงหน้าได้แล้ว แต่ก็มีผู้ใช้หลายร้อยรายที่หลงไปดาวน์โหลดตัวติดตั้งจากเว็บเถื่อนภายนอก

ซึ่งทางนักวิจัยด้านความปลอดภัยของ Kaspersky ค้นพบว่าคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ตกเป็นเหยื่อติดเชื้อมัลแวร์เป็นจำนวนมาก เป็นที่น่าแปลกใจเนื่องจากทั้งๆ ที่ไมโครซอฟท์ได้ทำเว็บดาวน์โหลดและอธิบายวิธีติดตั้งค่อนข้างชัดเจนอยู่แล้ว

แต่ก็ยังมีหลายคนที่หันไปดาวน์โหลดซอฟต์แวร์จากเว็บอื่นกัน จนผลิตภัณฑ์ของ Kaspersky ตรวจจับความพยายามที่จะแพร่เชื้อมัลแวร์โดยใช้กระแสของวินโดวส์ 11 นี้หลายร้อยรายการ โดยมัลแวร์กลุ่มนี้ส่วนใหญ่อยู่ในรูปตัวดาวน์โหลดที่จะโหลดข้อมูลอันตรายมาเพิ่มเติมหลังติดเชื้อแล้ว

ที่มา : Bleepingcomputer

from:https://www.enterpriseitpro.net/fake-windows-11-installers/

Fortinet ออกมาแก้ไขบั๊กที่ปล่อยให้แฮ็กเกอร์ทะลวงวิธีการยืนยันตัวตนแล้ว

Fortinet ได้ปล่อยตัวอัปเดตสำหรับโซลูชั่นจัดการเน็ตเวิร์กของตัวเองอย่าง FortiManager และ FortiAnalyzer เพื่อแก้ไขช่องโหว่ร้ายแรงที่เมื่อถูกแฮ็กเกอร์ใช้ประโยชน์แล้ว จะสามารถรันโค้ดอันตรายด้วยสิทธิ์การใช้งานสูงสุดได้

ทั้ง FortiManager และ FortiAnalyzer ต่างเป็นโซลูชั่นจัดการเครือข่ายสำหรับระบบที่รองรับอุปกรณ์ได้มากถึง 100,000 เครื่อง มีทั้งแบบที่เป็นเครื่องแอพพลายแอนซ์ทางกายภาพ เป็นแบบเวอร์ช่วลแมชชีน แบบบริการคลาวด์ หรือแม้แต่ที่โฮสต์โดย Fortinet เอง

องค์กรต่างๆ สามารถใช้โซลูชั่นเหล่านี้จัดการติดตั้งและตั้งค่าอุปกรณ์บนเครือข่าย รวมทั้งรวบรวมและวิเคราะห์บันทึก Log เพื่อตรวจจับและยับยั้งอันตรายได้

สำหรับช่องโหว่ครั้งนี้อยู่ภายใต้รหัส CVE-2021-32589 เป็นช่องโหวแบบ Use-After-Free (UAF) ในแดม่อน fgfmsd ของทั้ง FortiManager และ FortiAnalyzer ซึ่งบั๊กประเภทนี้เกิดขึ้นเมื่อมีส่วนของหน่วยความจำเกิดความผิดพลาด แต่กลับถูกระบุว่าเป็นหน่วยความจำว่างพร้อมใช้ เมื่อโปรแกรมเข้าใช้งานจึงทำให้ค้างได้

ที่มา : Bleepingcomputer

from:https://www.enterpriseitpro.net/fortinet-fixes-bug/

ไมโครซฟอท์เคาะราคาของโอเอสบนคลาวด์ Windows 365 แล้ว

ในงาน Microsoft Inspire 2021 ที่ผ่านมานั้น ได้มีการออกมาแง้มข้อมูลเกี่ยวกับ Windows 365 ที่เป็นบริการระบบปฏิบัติการผ่านคลาวด์ที่เปิดให้คุณสตรีมวินโดวส์ 10 หรือวินโดวส์ 11 ไปยังอุปกรณ์ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น iPad, Mac, หรือแท็บเล็ตแอนดรอยด์

แต่ถึงก่อนหน้านี้เราจะได้เห็นฟังก์ชั่นการทำงานบนวินโดวส์ 365 ตัวใหม่นี้กันมาแล้วบ้าง ไมโครซอฟท์ก็ยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลราคาบริการแต่ละแบบตั้งแต่แรก ทว่าในช่วงเซสชั่นของ Inspire ที่โชว์กระบวนการลงทะเบียนบริการนั้น

ทุกคนก็จะได้แอบเห็นราคาบนหน้าจอด้วย โดยสำหรับโปรโมชั่นราคา 31 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือนนั้น คุณจะได้แรม 4GB, สตอเรจ 128GB, และสองเวอร์ช่วลซีพียู (2vCPU) ทั้งนี้โฆษกของไมโครซอฟท์กล่าวกับสำนักข่าว The Verge ว่านี้เป็นแค่ราคาของโปรโมชั่นหนึ่งเท่านั้น

พร้อมทั้งย้ำว่า ไมโครซอฟท์จะมีออพชั่นให้เลือกอีกมากมาย ทั้งในแง่ของสเปกและราคา ซึ่งจะเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการเมื่อเริ่มจำหน่ายจริงในวันที่ 2 สิงหาคมนี้ อีกทั้งยังเผยอีกว่า อัตราราคา 31 ดอลลาร์ฯ ที่ให้แอบเห็นในพรีเซ็นต์นั้นก็ไม่ใช่โปรที่ถูกที่สุดที่มีด้วย

ที่มา : Windowscentral

from:https://www.enterpriseitpro.net/windows-365-cloud-os-pricing-revealed/