คลังเก็บป้ายกำกับ: VENDORS

Webinar : สร้างความปลอดภัยบนวัฒนธรรมการทำงานใหม่แบบไฮบริด (21 ก.ค.65)

หลายองค์กรในปัจจุบัน หลีกหนีไม่พ้นกับความต้องการของพนักงานที่ต้องการทำงานแบบไฮบริด การทำงานจากที่ไหนก็ได้ จากที่ทำงาน ที่บ้าน ตามที่ต้องการ เป็นส่วนช่วยให้พนักงานมีความสุขมากขึ้น การออกแบบด้านความปลอดภัยในแก่พนักงาน ถือเป็นโจทย์ที่สำคัญต่อวัฒนธรรมการทำงานใหม่แบบไฮบริด

อินแกรม ไมโคร ได้ร่วมมือกับทาง ซิสโก้ เชิญทุกท่านเข้าร่วมงาน Webinar เพื่อเตรียมความพร้อมกับก้าวสำคัญในการสร้างความปลอดภัยให้กับการทำงานแบบไฮบริด (Take the next steps to secure your new hybrid workforce) โดยมีกำหนดการดังนี้

กำหนดการ
วัน : พฤหัสบดีที่ 21 กรกฏาคม 2565
เวลา : 09:30 – 11.00 น.
ช่องทางการบรรยาย : Webex (ภาษาไทย)
วิทยากรผู้บรรยาย : คุณบูรฉัตร ประเสริฐสำราญ Cybersecurity Sales Specialist
คุณจตุพร พึ่งเสือ Technical Solutions Architect Sales

สิ่งที่ท่านจะได้ทราบเกี่ยวกับงานสัมมนาครั้งนี้
– “การทำงานแบบไฮบริด” มาตรฐานใหม่ของการทำงาน
– 5 แนวทาง ในการสร้างความปลอดภัยในการการทำงานแบบไฮบริด
– ตัวอย่างการทำงานแบบไฮบริดที่ปลอดภัย

ท่านที่สนใจ สามารถลงทะเบียนได้ที่ Link ข้างล่างนี้
https://forms.gle/1gtFcoXQKncGSoef9

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-001-9973 หรือ webinar@enterpriseitpro.net

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/take-the-next-steps-to-secure-your-new-hybrid-workforce/

[คลิป VDO] ทิม คุก โดนวิจารณ์อย่างหนักกรณีให้สัมภาษณ์ชมนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในจีน

สมาชิกสภาฯ พรรครีพับลิกัน ออกมาแสดงความไม่พอใจที่ซีอีโอแอปเปิ้ล ทิม คุก ให้สัมภาษณ์กับสื่อของรัฐบาลจีนเมื่อช่วงต้นเดือน ที่ตอนหนึ่งเขาได้กล่าวยกย่องนักพัฒนาแอพและซอฟต์แวร์ของจีนว่า “มีความคิดสร้างสรรค์” และ “ชอบสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ”

ทิม คุก กล่าวกับสำนักข่าว China Daily ในการสัมภาษณ์ผ่านวิดีโอเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่มีการโพสขึ้นยูทูปไว้ว่า “ด้วยจำนวนนักพัฒนาชาวจีนที่มีมากกว่า 5 ล้านคน จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมประเทศจีนจึงเป็นหนึ่งในชุมชนที่เต็มไปด้วยนักพัฒนาที่มีศักยภาพมากที่สุดของโลก”

แถมยังชมต่อด้วยว่า “การที่เขาได้พบกับเหล่านักพัฒนาจากจีนนี้ทำให้ประทับใจกับความคิดสร้างสรรค์ และความชื่นชอบอย่างแรงกล้าในการใช้เทคโนโลยีมายกระดับความเป็นอยู่ของทุกคน” รวมถึงชื่นชมนักพัฒนาจีนที่ “ทำรายได้มากขึ้นเป็นเท่าตัวในเวลาแค่สองปี”

แน่นอนว่า Mike Waltz (R-Fla.) ตัวแทนรีพับบลิกันออกมาโจมตีทิม คุก ว่าทั้งๆ ที่แอปเปิ้ลเป็นตัวแทนภาคลักษณ์บริษัทหัวก้าวหน้าของประเทศที่สนับสนุนการรณรงค์อย่าง Black Lives Matter และกลุ่มริเบอรัลต่างๆ ทำไมถึงชื่นชมประเทศที่โดนกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการกักกันชาวอูรกูร์แบบนั้น

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – NYPost

from:https://www.enterpriseitpro.net/apple-ceo-tim-cook-slammed-for-gushing-interview-with-chinese/

เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant RL300 ที่มาพร้อมชิป Ampere แบบคลาวด์

Hewlett Packard Enterprise ประกาศเปิดตัวโซลูชั่นประมวลผลแบบคลาวด์ซีรีส์ใหม่ที่ใช้ชิปแบบคลาวด์อย่าง Ampere Altra และ Ampere Altra Max ในชื่อ HPE ProLiant RL300 ที่ทำงานบนชิปแบบ ARM

เซิร์ฟเวอร์รุ่นนี้เน้นเจาะตลาดผู้ให้บริการและองค์กรต่างๆ ที่ต้องการย้ายมาใช้ระบบแบบคลาวด์เต็มขั้น เริ่มจากเซิร์ฟเวอร์ HPE ProLiant RL300 Gen11 ที่เป็นตัวแรกในซีรีส์นี้ที่ให้ประสิทธิภาพการประมวลผลแบบ Next-Gen ที่ใช้พลังงานคุ้มค่ากว่าเดิมด้วยชิป Ampere

มีข้อสังเกตว่าเซิร์ฟเวอร์นี้จัดอยู่ในตระกูล ProLiant หมายความว่าเป็นการนำซีพียู ARM มาใช้ในผลิตภัณฑ์กลุ่มหลักของ HPE เลยทีเดียว พร้อมกับชุดฟีเจอร์ของเซิร์ฟเวอร์ระดับองค์กรเต็มรูปแบบอย่างเช่น iLO

รวมทั้งให้คุณภาพระดับไฮเอนด์ที่สูงกว่าเซิร์ฟเวอร์สำหรับคลาวด์อื่นๆ ฟีเจอร์ที่น่าสนใจได้แก่สล็อต OCP สำหรับการเชื่อมต่อผ่านเครือข่xายความเร็วสูง และสล็อต PCIe Gen4 เพิ่มเติมอีก 3 สล็อตสำหรับใส่การ์ตเพิ่ม และสล็อต 10 Gen4 NVMe ด้วย

อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่นี่ – Storagereview

from:https://www.enterpriseitpro.net/hpe-proliant-rl300-servers-with-ampere-cloud-native-silicon-launched/

AIS ผนึก ตำรวจไซเบอร์เข้าจับกุมมิจฉาชีพ ทลายแก๊งคอลล์เซ็นเตอร์

หลังจากที่เอไอเอสเปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียนสายด่วน 1185 AIS Spam Report Center ผ่านการทำงานร่วมกับ กสทช., สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ตำรวจไซเบอร์ โดย AIS ได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียนจากลูกค้า รวมถึงได้ตรวจสอบข้อมูลทั้งเบอร์โทรและ SMS และหากพบว่าเป็นกลุ่มมิจฉาชีพก็จะทำการส่งข้อมูลดังกล่าวไปยัง ตำรวจไซเบอร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศหรือภัยไซเบอร์โดยตรง อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวันนี้ฝ่ายความมั่นคงเข้าจับกุมมิจฉาชีพแก็งคอลล์เซ็นเตอร์ที่หลอกลวงประชาชนได้สำเร็จซึ่งจะเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายขั้นสูงสุดต่อไป จึงนับว่าเป็นผลจากการร่วมทำงานเชิงรุกระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อปกป้องลูกค้าและประชาชนจากมิจฉาชีพ

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS กล่าวว่า “จากกรณีปัญหามิจฉาชีพละเมิดการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ของประชาชน ที่สร้างความเดือดร้อน รำคาญ ไปจนถึงความเสียหายต่อทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งปัจจุบันเกิดเพิ่มขึ้นตามลำดับ ดังนั้นในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัล ที่มีเป้าหมายสูงสุดคือ การปกป้องข้อมูลและการใช้งานระบบสื่อสารของลูกค้า ที่ผ่านมานอกเหนือจากการพัฒนาดิจิทัลเซอร์วิสเพื่อช่วยป้องกันภัยไซเบอร์ อาทิ AIS Secure Net , Google Family Link ที่สามารถดูแลการใช้งานโทรศัพท์มือถือให้อยู่บนความปลอดภัยจากสแปม,ฟิชชิ่ง,ไวรัสแล้ว เรายังได้ร่วมทำงานกับภาครัฐ อย่าง กสทช.และฝ่ายความมั่นคงอย่าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ตำรวจไซเบอร์ ผ่านบริการสายด่วน 1185 AIS Spam Report Center ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา”

“ดังนั้นในวันนี้ที่ฝ่ายความมั่นคง สามารถจับกุมมิจฉาชีพแก็งคอลล์เซ็นเตอร์ได้อย่างรวดเร็ว ถือเป็นผลจากการร่วมทำงานระหว่างภาครัฐและเอกชน ที่สามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างไร้รอยต่อ โดยเอไอเอส ยินดีที่จะสนับสนุนและร่วมทำงานกับภาครัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องลูกค้าและประชาชนจากมิจฉาชีพที่จะถูกดำเนินการทางกฏหมายต่อไป”

พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือตำรวจไซเบอร์ กล่าวว่า “จากการรวมรวมหลักฐานเอกสารขอข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อมูลสำคัญจากการร้องเรียนผ่านช่องทางสายด่วน 1185 จากการทำงานร่วมกับ AIS อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ทำให้กระบวนการทำงานของเราสามารถมีประสิทธิภาพ แม่นยำ และรวดเร็วมากขึ้น

พบว่ากลุ่มมิจฉาชีพได้โทรศัพท์เข้ามาแจ้งว่าผู้เสียหายมีใบสั่งค้างชำระค่าปรับจราจร แจ้งว่าส่งพัสดุที่ผิดกฎหมาย ต้องทำการโอนเงินไปชำระ หรือต้องโอนเงินไปตรวจสอบแล้วแต่กรณี ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนไปให้มิจฉาชีพ ต่อมาทราบว่าถูกหลอกลวงจึงดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ Thaipoliceonline.com และได้ทำการร้องเรียนผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียนสายด่วน 1185 AIS Spam Report Center อีกส่วนหนึ่ง จากการตรวจสอบ และวิเคราะห์ข้อมูลในระบบรับแจ้งความออนไลน์พบว่า กรณีดังกล่าวมีความเชื่อมโยงเชื่อมกันกับผู้เสียหายอีกหลายราย เชื่อว่าเป็นกลุ่มคนร้ายกลุ่มเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสืบสวนสอบสวน รวมถึงประสานงานกับฝ่ายเทคนิคผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่คนร้ายใช้หาเบาะแสเพิ่มเติม กระทั่งทราบตัวผู้กระทำความผิด และสถานที่ที่ใช้ในการกระทำความผิด

เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.สอท. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันเข้าตรวจค้นสถานที่ต่างๆ ตามหมายค้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 8 จุด ในพื้นที่ เขตบางนา ห้วยขวาง และลาดพร้าว

ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมนายสุรชาติ แซ่โจ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343, 83 มีอัตราโทษจ าคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14(1) มีอัตราโทษจ าคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

และพบผู้ต้องสงสัยอีก 3 ราย ตรวจยึดของกลางเครื่องสัญญาณ IP PBX จำนวน 43 เครื่อง เครื่องส่งญาณไร้สาย wireless router จำนวน 30 เครื่อง และของกลางอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกหลายรายการ เช่น สมุดบัญชีธนาคาร โทรศัพท์มือถือ โดยได้นำตัวผู้ต้องหา และของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.สอท.ดำเนินคดีตามกฎหมาย สอบสวนขยายผลไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อไป

from:https://www.enterpriseitpro.net/ais-police-call-center-gang/

รถเทสล่ากว่า 59,000 คันทั่วโลกถูกเรียกคืนเนื่องจากมีความผิดพลาดทางซอฟต์แวร์

ผู้จำหน่ายรถไฟฟ้ารายใหญ่ Tesla ต้องเจอกับปัญหาอีกครั้ง เมื่อหน่วยงานด้านจราจรในเยอรมันสั่งเรียกคืนรถโมเดล Y และโมเดล 3 หลังพบประเด็นในระบบโทรฉุกเฉินอัตโนมัติ ซึ่งล่าสุดกระทบกับรถจำนวนมากถึง 59,129 คันทั่วโลกเลยทีเดียว

หน่วยงานภาครัฐของเยอรมันครั้งนี้ Kraftfahrt-Bundesamt (KBA) ได้ออกมาเตือนว่า ปัญหาซอฟต์แวร์ดังกล่าวทำให้ระบบโทรออกฉุกเฉินของรถเทสล่าไม่ทำงาน ทำให้ไม่สามารถโทรอัตโนมัติหาผู้ติดต่อที่ตั้งค่าไว้ในช่วงที่เกิดเหตุฉุกเฉินได้ ข่าวการเรียกคืนรถล็อตใหญ่นี้รายงานโดยสำนักข่าวท้องถิ่น Rundfunk Berlin-Brandenburg (RBB) เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ตอนนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ารถยนต์ 59,129 คันที่โดนหางเลขนี้ มีที่จดทะเบียนในเยอรมันกี่คัน ทั้งนี้ รายงานผลประกอบการไตรมาสที่สองของเทสล่าระบุว่า ได้ส่งออกรถไฟฟ้าลดลงกว่าไตรมาสก่อนหน้าอยู่ 17.9% อันเนื่องมาจากการล็อกดาวน์ในจีนจากปัญหาโควิด-19 ที่กระทบกับการผลิต

รวมทั้งยังส่งผลถึงโรงงานใหม่ในเท็กซัสและเบอร์ลินที่ต้อง “เสียหายหลักพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ” อันเนื่องจากปัญหาท่าเรือของจีน และการขาดแคลนแบตเตอรี่ด้วย แน่นอนว่าผลกระทบด้านตัวเลขนี้ย่อมหนักขึ้นอีกจากปัญหาการรีคอลรถกลับจากความผิดพลาดในซอฟต์แวร์ eCall นี้

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – ITPro

from:https://www.enterpriseitpro.net/59000-tesla-cars-recalled-globally-over-software-glitch/

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประกาศ “เพิ่มความเข้ม” ลดแผนการจัดจ้างวิศวกรลงอย่างน้อย 30%

เมื่อต้นสัปดาห์ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของบริษัทแม่ของเฟซบุ๊กอย่างเมต้า หลุดกล่าวออกมาว่า ตนเองต้องการโละพนักงานที่ประสิทธิภาพไม่ได้ตามมาตรฐานใหม่ที่เข้มข้นมากขึ้น เพื่อรับกับภาวะเศรษฐกิจที่กำลังไปสู่ขาลงตอนนี้

เหตุดังกล่าวเกินขึ้นระหว่างเซสชั่นถามตอบกับพนักงาน ที่เขากล่าวเตือนว่าภาวะถดถอยในตลาดล่าสุดนี้ “อาจเป็นช่วงขาลงที่เลวร้ายที่สุดที่เคยเห็นมาก็ได้” รวมทั้งคำพูดที่ชวนสยองอย่างเช่น “อันทีจริง ก็มีคนจำนวนหนึ่งในบริษัทที่ไม่สมควรอยู่ในบริษัทต่อ”

“เรากำลังมองที่จะเพิ่มความคาดหวัง และเป้าหมายที่เข้มข้น ท้าทายมากขึ้น เหมือนเคี่ยวให้ร้อน ให้ดิ้นรนมากกว่าเดิมสักหน่อย ซึ่งคนที่ตัดสินใจว่าคุณจะยังอยู่ที่นี่ต่อไหมก็คือตัวคุณเอง ซึ่งผมก็พอใจกับการพิจารณาตัวเองของพนักงานในลักษณะนั้น”

นอกจากนี้ มาร์กยังระบุว่า Meta เตรียมลดแผนการจัดจ้างวิศวกรลงจากเดิมอย่างน้อย 30% ในปีนี้ นั่นคือจะเหลือพนักงานใหม่ที่จะจ้างแค่ประมาณ 6 – 7 พันคน จากแพลนเดิมที่หนึ่งหมื่นคน และบางตำแหน่งที่ยังหาพนักงานไม่ได้ก็จะยังปล่อยว่างไว้เนื่องจากต้องการเคี่ยวคนที่อยู่เดิมให้ทำงานมากขึ้น

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – NYPost

from:https://www.enterpriseitpro.net/mark-zuckerberg-meta-wants-to-oust-workers-who-shouldnt-be-here/

IBM เปิดบริการแอพแบบไฮบริดคลาวด์บนเมนเฟรม z/OS

IBM เปิดตัวบริการใหม่แก่ลูกค้าเมนเฟรมของตัวเอง สำหรับสร้างระบบบนคลาวด์ในการพัฒนาและทดสอบแอพโดยเฉพาะ ในชื่อ Wazi as a Service ที่เปิดให้สร้างอินสแตนช์ที่เป็นระบบบน z/OS สำหรับทดสอบแอพ z/OS ได้

โดยอยู่ในรูปแซนด์บ็อกซ์แบบคอนเทนเนอร์ที่เวอร์ช่วลไลซ์ขึ้นมา ทำงานบนระบบ Red Hat OpenShift ที่อยู่บนฮาร์ตแวร์ x86 อีกที บริการนี้ยังเปิดให้เข้าถึงระบบ z/OS และผสานการทำงานเข้ากับแพลตฟอร์มจัดการซอร์สโค้ดอย่าง GitHub และ GitLab ได้ด้วย

เพียงแต่บริการ Wazi as a Service นี้ไม่สามารถใช้รีแฟคเตอร์หรือปรับแต่งแก้ไขแอพพลิเคชั่นบน z/OS ที่มีอยู่เดิมเพื่อเปลี่ยนแพลตฟอร์ม และไม่สามารถใช้กับโหลดงานโปรดักชั่นหลัก บริการนี้รองรับการจัดสรรระบบ z/OS ด้วยตนเองใน IBM Cloud Virtual Private Cloud (VPC)

บริการนี้ยังเปิดให้จัดการทรัพยากรประมวลผล, สตอเรจ, และเน็ตเวิร์กต่างๆ ได้ Alan Peacock ผู้จัดการทั่วไปด้านปฏิบัติการและลริการคลาวด์ของ IBM กล่าวว่า “บริการนี้สามารถสร้างระบบ z/OS ออกมาได้ในเวลาไม่ถึง 6 นาที”

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – Networkworld

from:https://www.enterpriseitpro.net/ibm-mainframe-z-os/

PCI Express ใหม่ เพิ่มบิทเรตเป็นสองเท่า ความเร็วทะลุขีด 128 GT/S

ถือเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ PCI Express (PCIe) รุ่นล่าสุด ได้เพิ่มอัตราการรับส่งข้อมูลขึ้นอีกเท่าตัวเมื่อเทียบกับสเปกรุ่นก่อนหน้า โดยเป็นรุ่น PCI Express 7.0 ซึ่งจะให้อัตราส่งอยู่ที่ 128 Gigatransfers per second (GT/s)

นอกจากนี้ยังเพิ่มอัตรารับส่งสองทิศทางเป็น 512 GB/s ด้วยเลนสล็อต x16 (แต่ไม่ใช่ว่าทุกสล็อตของ PCI Express ในพีซีหรือเซิร์ฟเวอร์จะใช้ครบทั้ว 16 เลน) อ้างอิงจากทาง PCI-SIG ที่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมในการดูแลและพัฒนาสเปกด้านนี้

ประเด็นคือ เวอร์ชั่นก่อนหน้าอย่าง PCI Express 6.0 ยังไม่ทันออกมาจำหน่ายในตลาดดีเลย แล้วกลายเป็นว่าการเพิ่มอัตราส่งข้อมูลขึ้นเท่าตัวในแต่ละเวอร์ชั่นกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปเสียแล้ว ซึ่งการเพิ่มแบนด์วิธทำให้ตอบโจทย์ความต้องการยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี

โดยเฉพาะงานที่มีความต้องการสูงอย่าง AI, แมชชีนเลิร์นนิ่ง, และแอพพลิเคชั่นที่ต้องการการประมวลผลประสิทธิภาพสูง ทั้งนี้ทาง PCI-SIG ระบุด้วยว่า PCIe 7.0 ออกมาเพื่อใช้กับอีเธอร์เน็ตระดับ 800G, AI/ML, คลาวด์, ควอนตัมคอมพิวติง และการใช้งานที่เน้นดาต้าเข้มข้นอย่างดาต้าเซ็นเตอร์ระดับไฮเปอร์สเกล

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – Networkworld

from:https://www.enterpriseitpro.net/new-pci-express-spec-doubles-the-bit-rate/

HPE เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ Ampere รุ่นใหม่ที่ใช้ชิป Arm รุ่น Altra และ Altra Max

HP Enterprise ประกาศว่า กำลังเตรียมเปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ชุดใหม่ที่ใช้ชิป Altra และ Altra Max ที่ใช้สถาปัตยกรรมของ Arm ซึ่งพัฒนาโดย Ampere สตาร์ทอัพผู้ผลิตซีพียูที่ดำเนินงานโดยอดีตผู้บริหารอินเทลอย่าง Renee James

อย่าไปสับสนกับ Ampere ที่เป็นชื่อเดียวกับชิปกราฟิกของ Nvidia นะ! Ampere ในที่นี้เป็นผู้ผลิตชิปที่ชนะใจเหล่าผู้ให้บริการคลาวด์มากมาย แม้แต่คลาวด์ดังๆ อย่าง Microsoft Azure และ Oracle Cloud Infrastructure แม้จะยังไม่เข้าตาพาร์ทเนอร์ OEM เท่าไร

กลับมาที่ HPE ที่กล่าวว่า เริ่มตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ จะมีการวางจำหน่ายเซิร์ฟเวอร์ ProLiant RL300 Gen11 ที่มีทั้งแบบขายขาด กับแบบปล่อยเช่าผ่านโมเดลบริการ GreenLake ของตัวเอง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เซิร์ฟเวอร์ของตัวเองนี้จะใช้ชิปของ Ampere

อันได้แก่ Altra แบบ 80 คอร์ และ Altra Max ที่มีถึง 128 คอร์ มาในดีไซน์แบบซิงเกิลซ็อกเก็ต รองรับแอพพลิเคชั่นแบบ Scale-out ไม่ว่าจะเป็นบริการดิจิตอลต่างๆ , มีเดียสตรีมมิ่ง, แพลตฟอร์มโซเชียล, อีคอมเมิร์ซ, บริการทางการเงิน และออนไลน์อื่นๆ

อ่านเพิ่มเติมทีนี่ – Networkworld

from:https://www.enterpriseitpro.net/hpe-announces-arm-based-ampere-servers/

เทคโนโลยี Single-Pair Ethernet (SPE) และสิ่งที่คาดจะเกิดขึ้นในอนาคตซึ่งต้องจับตา

ผ่านมาหลายปีแล้วหลังจากทางสถาบันวิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์หรือ IEEE เปิดตัวมาตรฐาน IEEE 802.3cg-2019 ที่เป็นอีเธอร์เน็ตคู่สายเดี่ยว (SPE) ความเร็ว 10 Mb/s ซึ่งต่อมาก็มีความเคลื่อนไหวและความร่วมมือในวงการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีนี้จำนวนมาก จึงมองว่าตอนนี้เป็นเวลาที่ดีที่เราควรมาอัปเดตสถานะของ Single-Pair Ethernet (SPE) นี้กัน

มีหลายสมาพันธ์และคณะกรรมการดูแลที่ถูกตั้งขึ้นมารับกับการพัฒนาของมาตรฐาน IEEE 802.3cg อย่างทางสมาคมอุตสาหกรรมโทรคมนาคม (TIA) ก็ตั้งคณะกรรมการดูแลด้านอีเธอร์เน็ตคู่สายเดี่ยว (SPEC) ขึ้นมาโดยเฉพาะ ซึ่งประกอบไปด้วยผู้ผลิตอุปกรณ์สายเคเบิลและเครื่องมือทดสอบชั้นนำในตลาด ที่รวมถึง Fluke Networks ด้วย ยังมีสมาพันธ์ระบบอีเธอร์เน็ตซิงเกิลแพร์ (ที่ Fluke Networks ก็เป็นสมาชิกด้วยเช่นกัน) ประกอบด้วยผู้ผลิตอุปกรณ์อัตโนมัติทั้งในอุตสาหกรรมและในอาคารหลายราย รวมถึงผู้จำหน่ายสายเคเบิลและระบบเชื่อมต่อที่ใช้ในพื้นที่โรงงาน นอกจากนี้ยังมีเครือข่าย Single-Pair Ethernet Partner Network และกลุ่มย่อย คณะกรรมการที่เกี่ยวกับ SPE ต่างๆ ภายใต้สมาคมของหลายกลุ่มธุรกิจ ทั้งในด้านอุตสาหกรรมและระบบออโตเมชั่นในอาคารเชิงพาณิชย์ ทางฝั่งผู้จำหน่ายชั้นนำก็มีพัฒนาระบบ Ethernet-APL (Advanced Physical Layer) เพื่อใช้กับระบบประมวลผลในสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายโดยวิ่งบน 10BASE-T1L ความเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้ทั้งภาคการศึกษา การตื่นตัวในตลาด และด้านมาตรฐาน ต่างทำให้มั่นใจได้กับระบบนิเวศการพัฒนาอุปกรณ์และสายเคเบิล, มาตรฐาน, และสเปกทั้งหลายเพื่อเร่งความเร็วในการนำ SPE มาใช้สนับสนุน IoT/IIoT ทั้งในเครือข่ายของเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (OT) และเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT)

ขณะที่ความเคลื่อนไหวจากหลายกลุ่มข้างต้นค่อนข้างใหม่ แต่เทคโนโลยี SPE ก็อยู่คู่กับเรามาหลายปีก่อนแล้ว โดย IEEE เปิดตัวมาตรฐานของ SPE ในรูป 802.3bw 100BASE-T1 เมื่อปี 2015 และ 802.3bp 1000BASE-T1 ในปี 2016 ที่รองรับสายเคเบิลคู่สายเดี่ยวแบบหุ้มฉนวน (STP) ได้ระยะทางถึง 40 เมตร หรือได้ 15 เมตรถ้าใช้สายแบบไม่หุ้มฉนวนพิเศษ (UTP) สเปกของระบบ SPE เหล่านี้ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์เป็นหลักเพื่อใช้ในการสื่อสารภายในตัวรถ และเมื่อมีมาตรฐานใหม่อย่าง 802.3cg 10BASE-T1S/L เปิดตัวเมื่อปี 2019 ก็ถือว่า SPE ก้าวเข้ามาในตลาดเต็มตัว ด้วยช่องทางการใช้งานรูปแบบใหม่ๆ ที่หลากหลายขึ้นทั้งฝั่งอุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์

หลังจากการปล่อยมาตรฐาน 802.3cg ออกมานั้น ทั้งคณะกรรมการไฟฟ้าและเคมีนานาชาติ (IEC) รวมทั้งองค์กรด้านมาตรฐานนานาชาติหรือ ISO ได้พัฒนามาตรฐานหัวต่อชุด 63171 และมาตรฐานสายเคเบิล 61156 สำหรับสภาพแวดล้อมการใช้งานทั้งเชิงพาณิชย์ (MICE1) และเชิงอุตสาหกรรม (MICE2 และ MICE3) มาตรฐานจากทั้ง ISO/IEC และ TIA ต่างอิงตาราง MICE ที่จำแนกลักษณะสภาพแวดล้อมการใช้งาน ที่ M หมายถึงเชิงกล (การโค้งงอ การสั่นสะเทือน), I คือการแทรกซึมเข้าเส้น (เช่น ความชื้น), C คือสภาพอากาศ (อุณหภูมิ) และ E คือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (คลื่นรบกวน) สำหรับ SPE ที่จัดอยู่ในสภาพแวดล้อมใช้งานเชิงอุตสาหกรรมที่เข้าเกณฑ์ MICE ระดับ 2 และ 3 ขณะที่ส่วนที่ใช้งานเชิงพาณิชย์นั้นจะเป็น MICE ระดับ 1 (ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเลเวลของ MICE ได้ในบทความเรื่องปัญหาสายเคเบิลอีเธอร์เน็ตในอุตสาหกรรม flukenetworks.com/blog/cabling-chronicles/industrial-ethernet-cable-probems-mice )

 

การจัดระดับตามหลัก MICE โดย M ย่อจาก Mechanical, I คือ Ingress, C คือ Climatic, และ E คือ Electromagnetic

ถัดจากการปล่อย 802.3cg ตามด้วยการนำ SPE เข้ามาอยู่ในมาตรฐานระบบโครงสร้างพื้นฐานสายเคเบิลอย่าง ISO/IEC 11801 แล้วล่าสุดปี 2022 TIA ได้ปล่อยมาตรฐานชิ้นส่วน SPE สำหรับสภาพแวดล้อมการใช้งานเชิงพาณิชย์อย่าง ANSI/TIA-568.5 ให้สอดคล้องกับทาง ISO/IEC นอกจากนี้ยังมีการนำ SPE เข้าผนวกกับมาตรฐาน TIA-1005 สำหรับสายเคเบิลในโรงงานอุตสาหกรรม และมาตรฐาน TIA-862 สำหรับใช้งานในอาคารอัจฉริยะด้วย

รวมทั้งยังมีคณะทำงานด้านสายเคเบิลอุตสาหกรรม TR-42.9 ที่กำลังพัฒนามาตรฐานใหม่ ANSI/TIA-568.7 สำหรับสายบิดเกลียวคู่เดี่ยวแบบสมดุลสำหรับใช้ในพื้นที่อุตสาหกรรม ทั้งนี้ มาตรฐานสายเคเบิลทั้งฝั่ง ISO/IEC และ TIA ต่างแนะนำให้ SPE ใช้หัวต่อแบบ LC จาก CommScope สำหรับใช้ในสภาพแวดล้อมเชิงพาณิชย์ และหัวต่อแบบ T1 จาก Harting แต่ก็อนุญาตให้ใช้หัวต่อที่ผ่านการรับรองจาก IEC (ตัวอย่างเช่น 63171) ได้

เทรนด์การใช้ SPE ในตลาดกำลังมาแรง
ปัจจุบันมีมาตรฐานและรูปแบบการใช้งานที่เกี่ยวข้องมากมาย จนทำให้ตลาดของ SPE ขยายตัวต่อเนื่อง จากตัวเลขล่าสุดที่ศึกษาโดย The Insight Partners ทำนายว่าตลาด SPE จะเติบโตขึ้นสู่ระดับ 3.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2028 ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ผลิตสายเคเบิลที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ออกมารองรับ SPE จากแนวโน้มในการถูกนำมาใช้ในงานด้านอุตสาหกรรมและระบบออโตเมชั่นในอาคารมากขึ้น รวมไปถึงโซลูชั่นที่ใช้ระบบ SPE นอกจากแค่ภายในรถยนต์และระบบในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีใช้มานานอยู่แล้ว

ส่วนการเติบโตในตลาดมากกว่านี้จำเป็นต้องมีการนำ SPE ไปใช้กับผู้ผลิตอุปกรณ์และเครื่องงมือต่างๆ ด้วย ทั้งในระดับแอพพลิเคชั่นและระดับประมวลผล I/O และหลายเจ้าเองก็มีแผนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้าน SPE แล้วด้วย ทั้งในด้านอุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นสวิตช์และอุปกรณ์ฝั่ง Edge ที่ใช้ SPE อย่างเช่น Programmable Logic Controller หรือตู้ไฟคอนโทรลเลอร์ PLC ที่เป็นเซ็นเซอร์, หัวขับวาล์วควบคุม (Actuator), มิเตอร์ต่างๆ หรือแม้แต่หุ่นยนต์ ซึ่งการนำ SPE มาใช้ผลิตอุปกรณ์และเครื่องมือเหล่านี้จะทำให้ได้ระบบที่รวดเร็ว ใช้งานง่ายแบบ Plug-and-Play ทั้งในโรงงานและสมาร์ทบิวดิ้ง

ทว่าการนำเทคโนโลยีมาใช้กันในตลาดจะดูช้ากว่าการพัฒนามาตรฐานที่เกี่ยวข้อง โดยทั่วไปมักต้องใช้เวลาหลายปีกว่าสเปกในระดับกายภาพจะออกมาให้พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์จริง นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำไมตอนนี้เราเพิ่งเห็นโซลูชั่นต่างๆ ออกมาสู่สายตาคนภายนอก ตลาดด้านเทคโนโลยีควบคุมในอาคารเองก็ใช้เวลาในการตามเทรนด์ใหม่ด้วยเนื่องจากธรรมชาติของระบบเหล่านี้เอง และความจำเป็นที่ต้องมีการทดสอบและตรวจสอบให้ครอบคลุมทุกด้าน อย่างในกรณี SPE เอง โรคโควิด-19 ก็เข้ามาส่งผลกระทบต่อการลงทุนเทคโนโลยีใหม่ ทำให้เกิดอุปสรรคในการสร้างซัพพลายเชนด้วย

Fluke Networks ก็จับตามองตลาด SPE อยู่
ขณะที่การย้ายมาใช้ SPE ดูเป็นยุทธศาสตร์ระยะยาว แต่เราก็น่าจะได้เห็นอุปกรณ์หลากหลายแบบเข้ามาในตลาดเพื่อตอบโจทย์เทคโนโลยีอุตสาหกรรมหรือ OT ที่กำลังเปลี่ยนจากระบบที่แยกแบรนด์ แยกไซโลกันหลายระบบ มาเป็นระบบเดียวที่คุยกันได้หมดผ่านอีเธอร์เน็ตที่ช่วยยกระดับทั้งประสิทธิภาพและความสามารถการผลิต

ตัวอย่างเช่น ในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นกำลังต้องการอุปกรณ์ที่ทำงานผสานระบบส่วนปลายเครือข่ายของระบบออโตเมชั่นหรือในระดับ IO เข้ากับสภาพแวดล้อมการทำงานแบบบอีเธอร์เน็ตอุตสาหกรรมเพื่อรองรับเทคโนโลยีระดับ Industry 4.0 และ IIoT อย่าง AI, แมชชีนเลิร์นนิ่ง, และการสื่อสารระหว่างเครื่องจักรด้วยกัน ซึ่ง SPE จะเข้ามาช่วยเรื่องความสอดคล้องตามมาตรฐาน, ให้แบนด์วิธมากขึ้น และลิมิตระยะทางการเชื่อมต่อที่ไกลขึ้น ช่วยลดทั้งค่าใช้จ่ายและน้ำหนักของสายเคเบิล (รวมถึงพื้นที่ใช้งานด้วย) และความสามารถในการส่งต่อกำลังไฟฟ้าไปยังตำแหน่งที่ห่างไกลผ่านเทคโนโลยี Power over Data Line (PoDL) ที่ช่วยตัดความจำเป็นที่ต้องมีระบบสายไฟแยกต่างหาก

ส่วนในพื้นที่ใช้งานเชิงพาณิชย์ SPE ก็ใช้ประโยชน์ที่คล้ายกันทั้งด้านค่าใช้จ่ายและความสะดวกในการจ่ายไฟ ร่วมกับความสามารถในการผสานระบบออโตเมชั่นในอาคารเข้ากับระบบ OT/IT อื่น (เช่น ระบบความปลอดภัย ระบบไฟส่องสว่าง เป็นต้น) เพื่อรองรับ IoT และสมาร์ทบิวดิ้งอย่างเช่นสมาร์ทเซ็นเซอร์, สมาร์ทมิเตอร์, การวิเคราะห์ข้อมูล, การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) และอื่นๆ อีกมากมาย

และแม้ตลาดจะยังไม่มีความต้องการด้านการทดสอบระบบ SPE ที่หน้างานอย่างชัดเจน Fluke Networks เองก็จับตามองตลาดอย่างใกล้ชิดตั้งแต่การเปิดตัวระบบทดสอบ SPE หลังจาก IEEE ปล่อยมาตรฐาน 802.3cg 10BASE-T1S/L ออกมาไม่นาน เราจะยังเข้าไปมีส่วนร่วมในกลุ่มต่างๆ ที่ดูแลมาตรฐานอุตสาหกรรม เช่นเดียวกับสมาพันธ์และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับ SPE รวมไปถึงการทำงานร่วมกับผู้จำหน่ายอุปกรณ์และเครื่องมือหลากหลายประเภทเพื่อขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีนี้ เพื่อที่เมื่อถึงเวลาที่มีการนำ SPE ติดตั้งอย่างแพร่หลาย เราจะพร้อมทันทีในการรองรับการทดสอบและแก้ปัญหาเครือข่าย

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – https://www.flukenetworks.com/blog/cabling-chronicles/single-pair-ethernet

from:https://www.enterpriseitpro.net/spe-has-obvious-industry-momentum/