คลังเก็บป้ายกำกับ: VENDORS

ข้อมูลน่ารู้ – ทำไมธุรกิจดิจิทัลจึงต้องหันมาใช้ Wi-Fi 6E

Wi-Fi ได้กลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันของพวกเราทุกคน โดยจากสถิติล่าสุดได้แสดงให้เห็นว่า 59.5% หรือเกินกว่าครึ่งของประชากรโลกนั้นได้มีการใช้งาน Internet อยู่แล้ว และวิกฤตโรคระบาดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ก็ได้ยิ่งขับเน้นให้เห็นถึงความจำเป็นของ Wi-Fi ที่ทำให้ธุรกิจในแต่ละวันยังคงดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี เมื่อองค์กรมีการใช้งานระบบ Videoconference ที่ต้องการใช้แบนด์วิดธ์มากขึ้น มีการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และการเร่งปรับตัวสู่การใช้งาน Cloud ระบบเครือข่ายที่มีอยู่ในปัจจุบันก็ต้องแบกรับภาระที่มากขึ้น ซึ่งความต้องการในการทำงานได้จากทุกที่ทุกเวลานี้ก็ส่งผลให้ระบบเครือข่ายไร้สายต้องรองรับการเชื่อมต่อที่มากยิ่งขึ้นรวมถึงต้องการช่องสัญญาณรับส่งข้อมูลที่มากยิ่งขึ้นตามไปด้วย ในขณะที่ระบบเครือข่าย Wi-Fi ที่ถูกใช้งานอย่างต่อเนื่องทุกวันนี้ก็เริ่มเผชิญกับข้อจำกัดด้านช่องความถี่สัญญาณที่มีให้ใช้งานได้แล้ว

ประเด็นนี้เองที่ทำให้ Wi-Fi 6E ได้รับความสำคัญ ด้วยการคาดการณ์ว่าจะมีการใช้งานอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ Wi-Fi 6E มากกว่า 338 ล้านชุดในปี 2021 แต่เทคโนโลยีดังกล่าวนี้แตกต่างจากเทคโนโลยี Wi-Fi ก่อนหน้าอย่างไร? และเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้องค์กรสามารถเร่งการทำ Digital Transformation ที่ Edge ได้อย่างไร?

รองรับการใช้งานได้มากยิ่งขึ้น

ประเด็นแรกที่เป็นพื้นฐานเลยนั้นก็คือ Wi-Fi 6E นี้ถูกออกแบบโดย Wi-Fi Alliance เพื่อให้ Wi-Fi 6 สามารถใช้งานได้ในย่านความถี่ 6GHz โดยการตัดสินใจของ U.S. Federal Communications Commission ที่เปิดให้ย่านความถี่ 6GHz สามารถใช้งานได้เมื่อเดือนเมษายน 2020 ก็ได้เป็นจุดเริ่มต้นให้ประเทศอื่นทั่วโลกได้ดำเนินการตาม โดยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เกาหลีใต้นั้นเป็นประเทศแรกที่เป็นให้ใช้งานย่านความถี่ 6GHz ได้เมื่อปีที่ผ่านมา ในขณะที่ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, ญี่ปุ่นและไต้หวันนั้นก็เริ่มมีแนวทางไปในทิศทางเดียวกัน

ทำไมประเด็นนี้จึงสำคัญ? ตัวอักษร ‘E’ ใน Wi-Fi 6E นี้ย่อมาจากคำว่า ‘Extended’ ซึ่งเดิมทีเทคโนโลยี Wi-Fi 6 ที่เราคุ้นเคยนั้นจะใช้ย่านความถี่ 2.4GHz และ 5GHz เท่านั้น ในขณะที่ Wi-Fi 6E จะเพิ่มย่านความถี่ที่ใช้งานได้มากกว่าเดิมเกินกว่า 2 เท่าเลยทีเดียว ซึ่งด้วยย่านความถี่ที่จะถูกแย่งกันใช้งานน้อยลง, มีช่องสัญญาณที่กว้างขึ้น และรองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายได้มากขึ้นนี้ ก็ส่งผลให้ Wi-Fi 6E สามารถสนับสนุนการใช้งานในรูปแบบใหม่ๆ และรองรับนวัตกรรมใหม่ๆ จากหลากหลายอุตสาหกรรมได้เป็นอย่างดี

เปิดโอกาสสำหรับการใช้งานรูปแบบเดิมและรูปแบบใหม่

หนึ่งในกรณีการใช้งานที่เห็นได้ชัดเจนของ Wi-Fi 6E นี้ก็คือ Augmented Reality (AR) และ Virtual Reality (VR) ที่ต้องการความเร็วในระดับ Multi-Gigabit โดยทั้งสองเทคโนโลยีนี้ต่างก็เป็นที่รู้กันดีถึงความสามารถในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดื่มด่ำและการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้เป็นอย่างดี หากอ้างอิงจากรายงานของ Grand View Research จะพบว่าการใช้งาน AR นั้นมีการเติบโตมากขึ้นและมีแนวโน้มที่จะเติบโตอย่างรวดเร็ว (ด้วยมูลค่าตลาดโดยประมาณที่สูงถึง 340,000 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ) ภายในปี 2028

นอกจาก AR และ VR แล้ว การใช้งานในภาคอุตสาหกรรมเองก็ยังได้รับประโยชน์จาก Wi-Fi 6E ด้วยเช่นกัน โดยในภาคการศึกษา Wi-Fi 6E จะช่วยให้เกิดการเชื่อมต่อที่น่าเชื่อถือและไร้รอยต่อสำหรับโลกในยุค Digital Transformation ที่ทำให้เกิดห้องเรียนแบบดิจิทัลและโรงเรียนอัจฉริยะ อีกทั้งยังรองรับการใช้งานในพื้นที่ที่มีการเชื่อมต่ออย่างหนาแน่นอย่างเช่นหอประชุม, ห้องเรียน และหอพัก เพื่อส่งมอบประสบการณ์ด้านการเรียนที่เข้มข้นและช่วยให้การบริหารจัดการสถานศึกษาเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สำหรับภาคสาธารณสุข Wi-Fi 6E สามารถช่วยให้แอปพลิเคชันที่มีความสำคัญสูงทำงานได้ดียิ่งขึ้นและให้บริการด้านการรักษาผู้ป่วยได้โดยไม่ต้องกังวลถึงประเด็นด้าน Latency หรือความเร็วในการเชื่อมต่อเครือข่าย ซึ่งประเด็นเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อเจ้าหน้าที่และผู้ป่วยที่จะต้องเดินทางภายในอาคารอยู่ตลอดเวลาและมีการเชื่อมต่อใช้งานจากอุปกรณ์หลายร้อยชิ้นพร้อมๆ กัน นอกจากนี้ภาคสาธารณสุขยังจำเป็นต้องอัปเกรดไปสู่การใช้ Wi-Fi 6E เพื่อรองรับการใช้งานแอปพลิเคชันและบริการใหม่ที่ต้องใช้ข้อมูลปริมาณมหาศาล อย่างเช่นระบบรักษาทางไกลที่เป็นที่นิยมท่ามกลางวิกฤตโรคระบาด เป็นต้น

มองสู่อนาคต

เมื่อปัญหาความหนาแน่นในการใช้ Wi-Fi เกิดมากขึ้น ประสบการณ์ของผู้ใช้งานก็ย่อมได้รับผลกระทบ โดยท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลานี้ เราก็ยังคงต้องพึ่งพาการเชื่อมต่อเครือข่ายไม่ว่าจะเป็นจากที่บ้าน, ที่โรงเรียน, ที่ทำงาน หรือแม้แต่ในพื้นที่สาธารณะก็ตาม Wi-Fi 6E จึงเป็นเทคโนโลยีที่จะเปิดโอกาสใหม่ให้กับองค์กรที่จะเปลี่ยนแปลงธุรกิจไปสู่การนำเสนอประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน ไม่ว่าผู้ใช้งานรายนั้นๆ จะเชื่อมต่อจากช่องทางใดก็ตาม

บทความโดยคุณ Steve Wood, Vice President, APJ แห่ง Aruba บริษัทในเครือ Hewlett Packard Enterprise

 

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/aruba-wifi-6e/

McAfee ออกแพ็ตช์ ป้องกันแฮ็กเกอร์รันโค้ดด้วยสิทธิ์ SYSTEM

McAfee Enterprise (ที่ปัจจุบันรีแบรนด์เป็นชื่อ Trellix) ได้ออกแพ็ตช์ด้านความปลอดภัยที่พบในซอฟต์แวร์ McAfee Agent บนวินโดวส์ เปิดให้ผู้โจมตียกระดับสิทธิ์การใช้งาน และรันการทำงานของโค้ดอันตรายได้ด้วยสิทธิ์ระดับ SYSTEM

McAfee Agent เป็นส่วนที่ทำงานฝั่งไคลเอนต์ของระบบ McAfee ePolicy Orchestrator (McAfee ePO) ที่ไว้ดาวน์โหลดและบังคับใช้โพลิซีสำหรับเอนด์พอยต์ รวมทั้งติดตั้งซิกเนเจอร์ของแอนติไวรัส, อัพเกรด, แพ็ตช์, ผลิตภัณฑ์ใหม่บนเอนด์พอยต์ระดับองค์กร

ครั้งนี้เป็นการแก้ไขช่องโหว่ร้ายแรงระดับสูงที่เปิดให้ยกระดับสิทธิ์ใช้งานบนเครื่องปัจจุบัน (LPE) อยู่ภายใต้รหัส CVE-2022-0166 ถูกค้นพบโดยนักวิเคราะห์ช่องโหว่ของ CERT/CC คุณ Will Dormann โดยตัวอัพเดทนี้ออกมาพร้อมกับเวอร์ชั่น 5.7.5 เมื่อวันที่ 18 ที่ผ่านมา

สำหรับ McAfee Agent ทุกเวอร์ชั่นที่เก่ากว่านั้นถือว่ามีช่องโหว่ที่เปิดให้ผู้โจมตีที่ไม่มีสิทธิ์ใช้งาน สามารถรันโค้ดโดยใช้สิทธิ์ของบัญชี NT AUTHORITY\SYSTEM ซึ่งเป็นสิทธิ์ระดับสูงที่สุดบนระบบวินโดวส์ที่ถูกใช้โดยโอเอสและเซอร์วิสต่างๆ

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – Bleepingcomputer

 

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/mcafee-agent-bug-lets-hackers/

เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น เสริมความปลอดภัยให้การทำงานแบบ Hybrid Work ด้วยโซลูชันจาก ซิสโก้

บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี ได้เลือกระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อใช้งานในองค์กรจากซิสโก้ เข้ามาเสริมเกราะการรักษาความปลอดภัย สร้างความแข็งแกร่งจากภายในสู่ภายนอก ให้พนักงานทำงานได้อย่างปลอดภัยไม่ว่าจะอยู่ใน หรือนอกองค์กร

เมื่อโลกธุรกิจจำเป็นต้องเปลี่ยนสู่การทำงานได้จากทุกที่ทุกเวลา เมื่อนั้นพรมแดนการใช้งาน และเข้าถึงทรัพยากรไอทีก็ไม่ได้จำกัดอยู่ในออฟฟิศอีกต่อไป เพราะพนักงานบางส่วนต้องทำงานจากที่บ้าน หรือทำงานจากนอกสถานที่ คำถามคือ องค์กรจะขยายขอบเขตการรักษาความปลอดภัยทางไอทีจากภายในองค์กรไปสู่บ้าน ร้านกาแฟ หรือสถานที่ใดก็ตามที่พนักงานนั่งทำงานอยู่ได้อย่างไร และสิ่งที่ตามมานั้น ก็คือความท้าทายด้านระบบรักษาความปลอดภัยที่หลายองค์กรต้องเผชิญ

“เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น ก็เช่นเดียวกัน ทางเราสั่งสมประสบการณ์ และให้ความช่วยเหลือลูกค้าเพื่อแก้ปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์มาอย่างยาวนาน ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่เราจะต้องเลือกระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อใช้งานในองค์กร เราจึงต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุด” นายเชิงชาย มะลิหอม ตำแหน่ง Security Specialist Presales บริษัท เมโทรซิสเต็มส์คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าว

และเพื่อรักษาความปลอดภัยในการทำงานภายใต้สภาพแวดล้อม Hybrid Working เมโทรซิสเต็มส์ฯ ได้เลือกใช้ 3 ผลิตภัณฑ์จากซิสโก้ ได้แก่

1. Cisco DUO เพื่อระบุตัวตนผู้ใช้และอุปกรณ์ ไม่ว่าจะทำงานจากที่ใด
2. Cisco Secure Email เพื่อตรวจสอบและคัดกรองภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่แฝงตัวมากับอีเมล
3. Cisco Umbrella เพื่อเป็นด่านแรกของการปกป้องพนักงานจากทุกที่ทุกเวลา สกัดทุกภัยคุกคามตั้งแต่อยู่บนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะใช้แอปพลิเคชัน หรืออุปกรณ์ใดในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต

การเลือกโซลูชันเหล่านี้มาใช้งานไม่เพียงช่วยรักษาความปลอดภัยให้แก่สภาพแวดล้อมการทำงานแบบ Hybrid เท่านั้น แต่จะเป็นความเชื่อมั่นที่เมโทรซิสเต็มส์ฯ มีในผลิตภัณฑ์จากซิสโก้ และพร้อมที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ช่วยลูกค้าขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยี สร้างระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง เพื่อพร้อมรับมือกับทุกภัยคุกคามในโลกดิจิทัล

from:https://www.enterpriseitpro.net/metrao-system-choose-cisco-product/

ไมโครซอฟท์ปิดการทำงานมาโครของ Excel 4.0 เพื่อบล็อกมัลแวร์

ไมโครซอฟท์ได้ประกาศว่ามาโครของ Excel 4.0 ที่เรียกว่า XLM ได้ถูกปิดการทำงานแล้วโดยดีฟอลต์เพื่อปกป้องลูกค้าจากเอกสารอันตราย โดยก่อนหน้านี้เมื่อตุลาคมที่ผ่านมา ได้ระบุไว้ในข้อความอัปเดตของ Microsoft 365 Message Center ไว้ดังนี้

“บริษัทเตรียมปิดการทำงานของมาโคร XLM บนระบบของผู้ใช้ทุกรายในกรณีที่ผู้ใช้หรือแอดมินไม่ได้ตั้งค่าปิดหรือเปิดฟีเจอร์นี้ด้วยตัวเองเอาไว้” ทางด้าน Catherine Pidgeon ที่เป็น Principal Program Manager Lead ของไมโครซอฟท์กล่าวว่า

“ขณะที่ย้อนไปช่วงกรกฎาคม 2021 ได้เปิดให้แอดมินวินโดวส์ใช้กรุ๊ปโพลิซีตั้งค่าทำนองนี้ได้เช่นกัน โดยสามารถเซ็ตโพลิซี ‘Enable XLM macros when VBA macros are enabled’ ในส่วนของ Excel Trust Center เพื่อเลือกปิดฟีเจอร์นี้ได้เอง”

ดังนั้น แอดมินสามารถตั้งค่าเปิดใช้มาโครในเอกเซลได้หรือไม่ผ่านการตั้งค่า Group Policy, โพลิซีคลาวด์, และโพลิซี ADMX รวมทั้งสามารถปิดกั้นไม่ให้ใช้มาโคร Excel XLM ในระบบที่ต้องการของตัวเองได้โดยเปิดกรุ๊ปโพลิซี “Prevent Excel from running XLM macros”

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – bleepingcomputer

from:https://www.enterpriseitpro.net/microsoft-close-excel-macros-4-0/

Nvidia ซื้อกิจการ Bright Computing แล้ว

จากภาพลักษณ์ของ Nvidia ที่โดดเด่นแต่ด้านการ์ดจอสำหรับเล่นเกมมาตลอด มาตอนนี้กลับเอาดีทางด้านระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูงและ AI สำหรับองค์กรแทน จนล่าสุดได้ตัดสินใจซื้อบริษัท Bright Computing

บริษัทดังกล่าวเป็นผู้ผลิตซอฟต์แวร์ Bright Cluster Manager ที่ใช้ควบคุมการตั้งค่าคลัสเตอร์ของระบบ HPC ไม่ว่าจะเป็นเซิร์ฟเวอร์ตระกูล DHX ของ Nvidia เอง ระบบ HGX ที่เป็นทั้งแบบ OEM และ ODM นะครอบคลุมไปถึงคลัสเตอร์ของผู้ผลิตรายต่างๆ

คลัสเตอร์เหล่านี้จะเชื่อมต่อเข้าด้วยกันผ่านลิงค์ความเร็วสูงจนรวมเป็นเสมือนหน่วยประมวลผลเดียวกัน ซึ่งถ้าดีลนี้ไปได้สวย Bright Cluster Manager จะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับองค์กรของ Nvidia

ทั้งนี้ Nvidia เองไม่ได้ตั้งใจที่จะหวง Bright Cluster Manager เอาไว้คนเดียว แต่เตรียมเปิดโอกาสให้ Bright ได้ขยายและเติบโตในตลาดผ่านช่องทางจัดจำหน่ายของ Nvidia ด้วย ลูกค้ารายใหญ่เดิมของ Bright ได้แก่ โบอิ้ง, นาซ่า, มหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกิ้นส์, และซีเมนต์ เป็นต้น

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – Networkworld

 

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/nvidia-acquires-bright-computing/

ไอบีเอ็ม เข้าซื้อกิจการ Envizi ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ดาต้าและอนาไลติกส์

ไอบีเอ็ม เข้าซื้อกิจการ Envizi ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ดาต้าและอนาไลติกส์ชั้นนำสำหรับบริหารจัดการการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม ต่อยอดการเดินหน้าลงทุนด้านซอฟต์แวร์ AI อย่างต่อเนื่องของไอบีเอ็ม

ที่ปัจจุบันครอบคลุมโซลูชันด้านการบริหารจัดการสินทรัพย์องค์กร IBM Maximo, โซลูชันการจัดการด้านซัพพลายเชน IBM Sterling, รวมถึง IBM Environmental Intelligence Suite เพื่อช่วยองค์กรสร้างระบบปฏิบัติการและซัพพลายเชนที่ยืดหยุ่นฟื้นตัวไว และตอบโจทย์ด้านความยั่งยืน โดยการเข้าซื้อกิจการได้สำเร็จเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา และไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดด้านการเงิน

ทั้งนี้ ซอฟต์แวร์ของ Envizi สามารถออโตเมทและผนวกรวมข้อมูลกว่า 500 ประเภท รวมถึงสนับสนุนเฟรมเวิร์คการรายงานด้านความยั่งยืนหลักๆ ได้ โดยแดชบอร์ดที่ใช้งานและปรับแต่งได้ง่าย ช่วยให้องค์กรสามารถวิเคราะห์ บริหารจัดการ และรายงานเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ พร้อมวิเคราะห์โอกาสและประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนได้

โซลูชันของ Envizi จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการบริหารจัดการภาระงานที่เป็นส่วนหนึ่งของการรายงานโครงการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ขององค์กร ขณะเดียวกันก็ให้มุมมองด้านความยั่งยืนที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้ธุรกิจสามารถนำไปปรับเข้ากับกลยุทธ์ขององค์กรได้

 

สมัครสมาชิก Enterprise ITPro เพื่อรับข่าวสารด้านไอที

form#sib_signup_form_4 {
padding: 5px;
-moz-box-sizing:border-box;
-webkit-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 input[type=text],form#sib_signup_form_4 input[type=email], form#sib_signup_form_4 select {
width: 100%;
border: 1px solid #bbb;
height: auto;
margin: 5px 0 0 0;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn {
margin: 5px 0;
padding: 6px 12px;
color:#fff;
background-color: #333;
border-color: #2E2E2E;
font-size: 14px;
font-weight:400;
line-height: 1.4285;
text-align: center;
cursor: pointer;
vertical-align: middle;
-webkit-user-select:none;
-moz-user-select:none;
-ms-user-select:none;
user-select:none;
white-space: normal;
border:1px solid transparent;
border-radius: 3px;
}
form#sib_signup_form_4 .sib-default-btn:hover {
background-color: #444;
}
form#sib_signup_form_4 p{
margin: 10px 0 0 0;
}form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message {
padding: 6px 12px;
margin-bottom: 20px;
border: 1px solid transparent;
border-radius: 4px;
-webkit-box-sizing: border-box;
-moz-box-sizing: border-box;
box-sizing: border-box;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-error {
background-color: #f2dede;
border-color: #ebccd1;
color: #a94442;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-success {
background-color: #dff0d8;
border-color: #d6e9c6;
color: #3c763d;
}
form#sib_signup_form_4 p.sib-alert-message-warning {
background-color: #fcf8e3;
border-color: #faebcc;
color: #8a6d3b;
}

from:https://www.enterpriseitpro.net/ibm-buy-envizi/

Whitepaper ฟรี : ทำความเข้าใจกับเวอร์ชวลแมชชีนและวิธีการแบ็กอัพ VMware

เวอร์ช่วลแมชชีนของคุณเป็นดั่งหัวใจของการดำเนินธุรกิจ ที่สามารถจัดการกับเวิร์กโหลดได้ทุกรูปแบบตั้งแต่แอปพลิเคชั่นสำรองข้อมูลที่สำคัญ ไปจนถึงการจัดสภาพแวดล้อมสำหรับพัฒนาและทดสอบโปรแกรม

ใน VMware Backup For Dummies นี้ คุณจะเรียนรู้วิธีการแบ็กอัพแบบไม่ต้องใช้เอเจนต์เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสามารถกู้คืนเวิร์กโหลดที่สำคัญได้อย่างต่อเนื่อง ลองมาค้นหาวิธีกู้คืนระบบและวิธีปกป้องข้อมูลที่ดีที่สุดเพื่อรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพถึงขีดสุดกัน

โดยเนื้อหาด้านในประกอบด้วย:

• ทูลและองค์ประกอบต่างๆ ของฟีเจอร์แบ็กอัพใน VMware
• วิธีติดตั้งระบบแบ็กอัพของ VMware
• เข้าใจระดับความต่อเนื่องในการสำรองข้อมูล
• 5 เคล็ดลับแบ็กอัพเวอร์ช่วลแมชชีนให้ได้ดีกว่าเดิม

คลิกดาวน์โหลดฟรีที่นี่

from:https://www.enterpriseitpro.net/vmware-backup-for-dummies/

ไมโครซอฟท์ปล่อยตัวแก้ไขบั๊กวีพีเอ็น บนวินโดวส์เซิร์ฟเวอร์มาแบบด่วนๆ

ไมโครซอฟท์ได้ปล่อยตัว อัปเดตแบบที่เรียกว่า Emergency Out-Of-Band (OOB) เพื่อแก้ปัญหาหลายรายการอันเกิดจากตัววินโดวส์ อัปเดตที่ออกมาประจำเดือนมกราคม 2021 ที่เรียกว่า Patch Tuesday ครั้งล่าสุด โดยประกาศว่าครั้งนี้ออกมาแค่สำหรับวินโดวส์บางเวอร์ชั่นเท่านั้น

สำหรับตัว อัปเดตนี้ออกมาแก้ปัญหาที่เกี่ยวกับการเชื่อมต่อวีพีเอ็น การรีสตาร์ทของวินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ที่เป็นโดเมนคอนโทรลเลอร์ การที่เวอร์ช่วลแมชชีนเริ่มต้นทำงานล้มเหลว รวมทั้งไดรฟ์ภายนอกที่ใช้ระบบไฟล์ ReFS ไม่สามารถเมาท์ได้

สำหรับตัว อัปเดต OOB ทั้งหมดที่ออกมาวันนี้สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้จากหน้า Microsoft Update Catalog http://www.catalog.update.microsoft.com/Home.aspx โดยมี อัปเดตบางตัวที่สามารถติดตั้งได้จากระบบวินโดวส์ อัปเดตในฐานะตัว อัปเดตทางเลือก

ซึ่งเราจำเป็นต้องกดเช็ค อัปเดตด้วยตัวเองถ้าต้องการติดตั้งตัวแก้ไขฉุกเฉินเหล่านี้ผ่านวินโดวส์ อัปเดต เนื่องจากปกติตัว อัปเดตแบบทางเลือก (Optional) จะไม่ติดตั้งให้โดยอัตโนมัติ สำหรับตัว อัปเดตที่ต้องเข้าไปดาวน์โหลดจากเว็บอย่างเดียวมีอยู่ 2 รายการสำหรับวินโดวส์ 8.1 และเซิร์ฟเวอร์ 2012

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – Bleepingcomputer

from:https://www.enterpriseitpro.net/microsoft-releases-emergency-fixes-for-windows-server/

DHL ขึ้นครองตำแหน่งแชมป์ แบรนด์ที่โดนเอาไปปลอมทำฟิชชิ่งมากที่สุด

DHL กลายเป็นแบรนด์ที่ถูกเอาไปเป็นเครื่องมือปลอมแปลงเพื่อหลอกเหยื่อแบบฟิชชิ่งมากที่สุดในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2021 ผลักไมโครซอฟท์ตกลงมาอยู่ในอันดับที่ 2 และกูเกิ้ลนั้นอันดับความนิยมก็ร่วงลงมาอยู่ในอันดับที่ 4

ก็ไม่แปลกใจนักถ้ามองว่าในไตรมาสสุดท้ายของทุกปีจะมีเทศกาลอย่างแบล็กฟรายเดย์, ไซเบอร์มันเดย์, ไปจนถึงช่วงการช็อปปิ้งรับคริสต์มาส จนทำให้เหล่าผู้ไม่หวังดีอยากจะเกาะกระแสช่วงที่มีพัสดุจัดส่งจำนวนมหาศาล

DHL นั้นเป็นบริการจัดส่งพัสดุและจดหมายด่วนระดับนานาชาติ มีพัสดุที่คอยจัดส่งจำนวนมากกว่า 1.6 พันล้านรายการต่อปี ดังนั้นจึงเป็นช่องทางที่มีศักยภาพมากในการเข้าถึงเหยื่อที่กำลังรอของจัดส่งในช่วงเทศกาลวันหยุด

มุกที่นิยมใช้ก็ได้แก่การที่พัสดุติดศุลกากร แล้วต้องการให้ผู้รับดำเนินการบางอย่างเพื่อใช้ในการเคลียร์คัสต้อม โดยซ่อนรายละเอียดอย่างเลขติดตามพัสดุไว้ในเอกสารไฟล์แนบหรือลิงค์อันตรายที่แนบมากับเมลด้วย

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ – Bleepingcomputer

from:https://www.enterpriseitpro.net/dhl-dethrones-microsoft-as-most-imitated-brand-in-phishing/

ข้อมูลน่ารู้ : รับมือกับภัยพิบัติเกี่ยวกับระบบสื่อสารได้อย่างปลอดภัย

ในยุคดิจิทัลนี้ที่ทุกอย่างขึ้นกับการเข้าถึงข้อมูล ทำให้การกู้คืนการสื่อสารให้กลับมาทำงานได้ตามปกตินั้นถือว่ามีความสำคัญอันดับต้นๆ ไม่ใช่แค่เพราะคนทั่วไปจำเป็นต้องได้รับข่าวสารโดยเฉพาะในเวลาฉุกเฉินเท่านั้น แต่ทุกคนไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่เข้าดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ไปจนถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัยและทางการที่ต้องประสานงานเพื่อเร่งหาตำแหน่งผู้ประสบภัยที่อาจขยับตัวไม่ได้ หรืออาจทำให้งานล่าช้าจนเกิดความเสียหายหนักได้ถ้าปล่อยให้เครือข่ายล่มต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ใช่แค่เครือข่ายสื่อสารเท่านั้นที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ เพราะนอกจากระบบโครงข่ายสื่อสารที่ออกแบบมาเพื่อส่งต่อข้อมูลแล้ว ก็ต้องมีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ส่งกระแสไฟฟ้าควบคู่กันด้วย

กระแสไฟไหลไปได้ทุกที่ทุกตำแหน่ง

เมื่อกระแส AC ถูกจ่ายออกมาในช่วงแรงส่ง 12,000 ถึง 14,000 เพื่อส่งต่อกระแสออกมานอกโรงผลิตไฟฟ้านั้น ก็จะเริ่มมีการใช้โครงข่ายร่วมกับเครือข่ายโทรคมนาคมด้วย และถึงแม้จะถูกลดทอนต่อๆ กันมาจนมาอยู่ที่ระดับ 120 ถึง 240 โวลต์ที่หน้าบ้านหรืออาคารต่างๆ ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่สร้างอันตรายต่อชีวิตได้ และไม่เพียงแค่กระแส AC เท่านั้น อย่าลืมว่ายังมีไฟฟ้ากระแสตรง DC ตามโรงงานอุตสาหกรรมที่วิ่งอยู่ด้วยกำลัง 44 และ 57 โวลต์บนสายแลนแบบ Power over Ethernet นอกจากนี้เรายังพบกระแส DC ศักย์สูงมากถึง 1500 โวลต์อยู่ตามรางรถไฟฟ้าและมอเตอร์ขนาดใหญ่ที่ใช้กับลิฟท์หรือเครื่องจักรต่างๆ ด้วย

ทุกครั้งที่ระบบจ่ายไฟเสียหาย โครงสร้างอาคารที่เป็นโลหะไม่ว่าชนิดใดก็ตามก็สามารถเป็นตัวนำไฟฟ้าได้ถ้าสัมผัสกับไฟฟ้าแรงสูง ไม่ว่าจะเป็นโครงเหล็ก ราวจับ เคสหุ้มโลหะ หรือแม้แต่อุปกรณ์พกพาและเครื่องใช้ตามบ้านที่มีองค์ประกอบของโลหะ อย่างเวลาน้ำท่วมมิดรูปปลั๊กหรือสายไฟก็อาจทำให้ไฟรั่วจนเสี่ยงที่จะถึงแก่ชีวิตได้

ช่างเทคนิคที่เข้าไปทำหน้าที่กู้ระบบสื่อสาร ทั้งในและใกล้กับบริเวณที่เกิดภัยพิบัตินั้นจึงจำเป็นต้องเข้าใจถึงอันตรายของไฟรั่ว และรู้วิธีที่จะหลีกเลี่ยง ซึ่งเราจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่เหมาะสมในการนี้

เลือกเครื่องมือให้เหมาะกับงาน

ในพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัตินั้น ยากนักที่จะรู้ว่าวัคถุหรือพื้นผิวไหนไฟรั่วออกมา แล้วรั่วออกมากี่โวลต์ อ้างอิงตาม OSHA และมาตรฐานความปลอดภัยอื่นที่เกี่ยวข้องนั้น อุปกรณ์ตรวจจับกระแสไฟจำเป็นต้องรองรับศักย์ไฟฟ้าที่สูงมากพอที่จะรองรับกระแสที่อาจตรวจวัดได้ พร้อมทั้งมีช่วงเผื่อเพื่อความปลอดภัยมากเพียงพอด้วย ตัวอย่างเช่น ถ้าอาจต้องตรวจวัดกระแสรั่วที่สูงมากถึง 15,000 โวลต์แล้ว อุปกรณ์ตรวจจับก็ควรอยู่ในระดับที่อย่างน้อยประมาณ 20,000 โวลต์ (VAC) เป็นต้น

ฉนวนที่ตัดขาดกระแสระหว่างตัวบุคคลที่ตรวจวัดกับโครงสร้างโลหะที่ทำการตรวจทดสอบอยู่ก็ถือว่าสำคัญมาก เพราะไฟฟ้าแรงสูงอาจวิ่งข้ามอากาศหรือฉนวนได้ในระยะหนึ่ง โดยตามที่ทาง NFPA กำหนดนั้น สำหรับผู้ที่ผ่านการรับรองในการตรวจกระแสไฟ จะต้องรักษาระยะห่างไว้ที่ 7 นิ้วจากกระแสไฟฟ้าที่มีความต่างศักย์ในช่วง 750 ถึง 15,000 โวลต์ นอกจากนี้การออกแบบเครื่องมือตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหรือวัสดุที่เลือกใช้ต่างก็มีส่วนสำคัญทั้งสิ้น โดยรูปทรงกลมจะช่วยลดการสะสมศักย์ไฟฟ้าได้ และการใช้วัสดุชิ้นเดียวกันทั้งอุปกรณ์จะปลอดภัยกว่ามากเนื่องจากการเอาหลายชิ้นย่อยมาเชื่อมหรือติดกาวผสานกันอาจทำให้ความเป็นฉนวนไม่ต่อเนื่อง ทำให้ไฟฟ้าแรงสูงเกินช็อตประกายไฟได้ เครื่องมือตรวจสอบลักษณะนี้ก็ควรใช้วัสดุที่เป็นโพลิเมอร์ที่ให้การเป็นฉนวนไฟฟ้าที่ยอดเยี่ยม แข็งแรงทนทาน ทนต่อความชื้นได้ เช่น Acrylonitrile Butadiene Styrene (ABS) และจะดีขึ้นไปอีกถ้าตัวจับเครื่องตรวจกระแสไฟมีกลไกป้องกันการวาบไฟ (Flashover) เพื่อป้องกันผิวไหม้หรือบาดเจ็บได้

กลไกการตรวจจับกระแสไฟฟ้าให้แม่นยำก็ถือเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน โดยทั่วไปเครื่องตรวจจับกระแสไฟแบ่งเป็นแบบสัมผัสโดยตรงกับแบบเหนี่ยวนำ โดยอุปกรณ์แบบสัมผัสโดยตรง (Direct Contact) จะต้องใช้การสัมผัสกับวัตถุจริงๆ ขณะที่แบบเหนี่ยวนำจะเป็นการตรวจจับสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่อยู่โดยรอบ ซึ่งเครื่องตรวจแบบเหนี่ยวนำนี้นอกจากจะไม่สามารถตรวจจับกระแสตรงแบบ DC ได้แล้ว การที่ไม่ได้สัมผัสตรงๆ ก็ทำให้แยกระหว่างวัตถุที่มีกระแสไหลผ่านกับที่ไม่มีกระแสไหลได้ยากด้วย ตัวอย่างเช่น เวลาตรวจสอบในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากพายุและบริเวณสายไฟที่ขาดห้อยด้วยเครื่องแบบเหนี่ยวนำ อาจให้ผลเหมือนทุกจุดมีกระแสไหลผ่านเหมือนกันหมด นอกจากนี้เครื่องทั้งแบบตัวนำและเหนี่ยวนำไฟฟ้าต่างก็ต้องการวงจรที่ไหลลงกราวด์ ซึ่งไม่ค่อยสะดวกในการใช้งานแบบพกพา จึงควรหาเครื่องมือที่สามารถต่อกราวด์ได้ง่ายด้วย

เดอะบิ๊กชีส

แม้จะดูทั้งใหญ่ทั้งเหลือง ยาวถึง 12 นิ้ว จนอาจดูเทอะทะไปหน่อยในการหนีบเก็บบนที่คาดเอว แต่ถ้าคุณกำลังทำงานด้านการกู้คืนระบบเครือข่าย (ไม่ว่าจะเป็นสายทองแดงหรือไฟเบอร์) ในพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว เจ้า C9970 High Voltage Power Detector Pen ของ Fluke Networks นี้จะเป็นตัวช่วยชีวิตได้เป็นอย่างดี

มีน้ำหนักเบา แถมใช้งานง่ายด้วย โดยตัวตรวจกระแสไฟแบบสัมผัสโดยตรง C9970 นี้สามารถตรวจได้สูงถึง 20,000 โวลต์สำหรับกระแสสลับ (VAC) และ 2,000 โวลต์สำหรับกระแสตรง (VDC) วัดค่าได้เพียงแค่เอาหัวตรงปลายเครื่องที่มีอายุการใช้งานยาวนานนี้สัมผัสกับวัตถุแล้วกดลงเพื่อเปิดการทำงานของแม่เหล็ก จากนั้นสามารถดูผลจากไฟ LED ถ้าเป็นสีเขียวแสดงว่าปลอดภัยไม่มีไฟรั่ว แต่ถ้าขึ้นไฟแดงกระพริบแสดงว่าพบกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่ค่อนข้างอันตราย ตัวปลอกที่สวมหุ้มปลายหัวทดสอบของเครื่องนี้นอกจากเอาไว้ปกป้องหัวทดสอบเมื่อไม่ได้ใช้แล้ว ยังสามารถเอามาต่อกับตัวจับเครื่องเพื่อใช้เป็นตัวกลางเชื่อมต่อกับสายที่วิ่งลงกราวด์เวลาทำงานบนที่สูงได้

เคยผ่านการออกแบบมาสำหรับช่างหน้างานโดยเฉพาะด้วยฝีมือของทาง AT&T Bell Labs เมื่อช่วงปลายทศวรรษ 1970 และจนปัจจุบันที่ได้รับการพัฒนาและผลิตโดย Fluke Networks เครื่องทดสอบศักย์ไฟฟ้า C9970 นี้มาพร้อมรูปลักษณ์ทรงกลม เว้นระยะฉนวนตามมาตรฐาน ออกแบบให้ป้องกันไฟช็อตวาบ มีประสิทธิภาพตอบสนองความต้องการจนเป็นที่ชื่นชอบของช่างเทคนิคประจำผู้ให้บริการทั่วทั้งภูมิภาคอเมริกาเหนือ ถ้าคุณกำลังทำงานด้านการกู้คืนระบบสื่อสารในพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว เครื่องนี้คือของมันต้องมี!

ที่มา : Flukenetworks

from:https://www.enterpriseitpro.net/disaster-due-diligence/