คลังเก็บป้ายกำกับ: UNIFIED_COMMUNICATIONS

อุดรฯ วางแผน 6 โครงการ มุ่งสู่เมืองอัจฉริยะ “Udoncity Creative Community”

อันนี้ต้องบอกว่าเป็นข่าวดีของชาวอุดรธานีจริงๆ เมื่อทางเทศบาลนครอุดรธานี ได้วางแผนแม่บทในการพัฒนายุทธศาสตร์ด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เทศบาลนครอุดรธานี ระยะเวลา พ.ศ.2562 – พ.ศ.2565 โดยจะพัฒนาเทศบาลนครอุดรธานี ให้กลายเป็นสมาร์ทซิตี้ ภายใต้แนวคิด Udoncity Creative Community ชุมชมสร้างสรรค์กับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ประกอบด้วยแผนที่จะพัฒนาด้วยกัน ดังนี้

1.ศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ (Planetarium Edutainment Discovery Space : PED Space) จะเป็นศูนย์ที่ให้ผู้คนสามารถเข้าถึงและเรียนรู้วิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ หรืออาจจะเรียนกว่าเป็น ท้องฟ้าจำลองเทศบาลนครอุดรธานี ก็ว่าได้

2.ศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมดิจิทัล (Digital Innovative Learning Center)
ส่งเสริมการเรียนรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับเยาวชน ประชาชน และบุคลากรเทศบาล จัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะด้านการพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมและต่อยอดสู่การนำไปสร้างมูลค่าเป็นธุรกิจ ยกระดับศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัล มุ่งพัฒนาทักษะความสามารถ (Skill Set) ที่จำเป็นในยุคดิจิทัลให้กับทุกภาคส่วนให้สามารถพร้อมต่อการขับเคลื่อนสังคมเศรษฐกิจในยุคดิจิทัล เสริมศักยภาพการแข่งขันของพื้นที่

3.แหล่งเรียนรู้ของนักสร้างนวัตกรรม (Market Space)
สถานที่ที่ผู้คนซึ่งมีความสนใจเดียวกัน เข้ามาร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ หรือทำโครงงานร่วมกันภายใต้สิ่งแวดล้อมที่มีความพร้อมและเหมาะสมกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อรองรับนักสร้าง (Maker) หรือนักนวัตกรรม (Innovator) ที่ต้องการจะมุ่งสู่ความเป็นมืออาชีพ พร้อมให้บริการแหล่งความรู้ สื่อ หนังสือ วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือที่มีราคาสูง กิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ ในการส่งเสริมและพัฒนานักสร้าง

4.พื้นที่ทำงานร่วมกัน (Co-Working Space) เพื่อส่งเสริมอุดรเมืองศูนย์กลาง
จะเป็นศูนย์กลาง Start-Up ที่มีศักยภาพ ในระดับสากล พร้อมเป็นพื้นที่ทำงานร่วมกันที่มีสาธารณูปโภคเพียบพร้อมในการบ่มเพาะศักยภาพผู้ประกอบการในพื้นที่ และเป็นชุมชนย่อม ๆ อีกทั้งยังจะสร้างบรรยากาศการลงทุน และพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ในพื้นที่ทั้งผู้ประกอบการ และเยาวชนที่มีความต้องการเป็นผู้ประกอบการในอนาคตให้พร้อมต่อการเป็น “ผู้ประกอบการในยุคดิจิทัล”

5.E-Sport Stadium พื้นที่สร้างสรรค์ในการพัฒนาอาชีพและเศรษฐกิจในยุคดิจิทัลด้าน E-Sport
เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ในการพัฒนาอาชีพและเศรษฐกิจในยุคดิจิทัล ด้าน e-Sports ซึ่งเป็นที่ต้องการของภาคอุตสาหกรรม เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนที่สนใจด้านเกม ได้พัฒนาความสามารถเชิงสร้างสรรค์ สร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างคุณค่าด้วยการสร้างสิ่งใหม่ ๆ ที่จะนำไปต่อยอดเป็นอาชีพที่มั่นคงในอนาคตได้ อาทิ อาชีพนักพัฒนาเกม (Game Developer) นักกีฬา e-Sports สตรีมเมอร์ ผู้จัดการแข่งขัน นักพากย์ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกของอุตสาหกรรมเกมต่อสังคมไทย

6.ศูนย์ปฏิบัติการเมืองอัจฉริยะ (Smart City Operation Center)
เป็นศูนย์เชื่อมต่อข้อมูลกลางของเมืองอัจฉริยะ และควบคุมสั่งการเมืองแบบบูรณาการ ใช้งานที่ครอบคลุมการจัดการสารสนเทศ และการควบคุมสั่งการการจราจรและความปลอดภัยในเขตเมือง ควบคุมสั่งการและประสานการดำเนินงานในสถานการณ์ฉุกเฉิน ติดตามสถานะ การดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดเทศบาลนครอุดรธานีได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นปัจจุบัน

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/udoncity-creative-community/

ทำความรู้จัก “Planetcomm” ผู้เชี่ยวชาญระบบประชุมทางไกลแบบครบวงจร

เทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (Video Conference) หรือการประชุมทางไกลด้วยภาพและเสียง ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดค่าใช้จ่ายขององค์กรในยุคดิจิทัลได้เป็นอย่างดี

นั่นเพราะเราสามารถประชุมได้จากทุกที่ ทุกเวลา แม้ในชั่วโมงที่เร่งรีบ อยู่ท่ามกลางการจราจรที่ติดขัด อยู่นอกสถานที่ หรือแม้แต่อยู่คนละซีกโลก ก็สามารถนัดประชุมทางไกลได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางและช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาประชุม

ครบเครื่องโซลูชันการประชุมทางไกลจากซิสโก้
ด้วยการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ Cisco เป็นผู้ผลิตระบบสื่อสาร (Network System) การทำงานร่วมกัน (Collaboration) และระบบประชุมทางไกล (Video Conference) รายใหญ่ที่สุดของโลก อันจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันระหว่างบุคคลากรทั้งในและนอกองค์ได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งมีเทคโนโลยีล้ำหน้าและทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน ประกอบด้วยโซลูชันต่างๆ ได้แก่

Webex Room Series: ระบบภายในห้อง ประกอบด้วยอุปกรณ์อัจฉริยะที่ใช้งานง่ายในทุกพื้นที่ มีให้เลือกใช้หลากหลายรูปแบบ ลงตัวทุกขนาดห้องประชุมและการใช้งาน
Webex Board: อุปกรณ์แบบ All-in-One สำหรับการทำงานร่วมกันเป็นทีม เป็นทั้งกระดานไวท์บอร์ดอัจฉริยะ สามารถเขียนโต้ตอบกันได้ อุปกรณ์ประชุมทางไกลทั้งภาพและเสียง จอภาพแสดงผลแบบไร้สาย รวมกันในหนึ่งเดียว
Video Desktop: อุปกรณ์เพื่อการประชุมและทำงานร่วมกัน ให้ภาพวิดีโอ คมชัดระดับ HD พร้อมติดตั้งและใช้งานได้ทันทีที่โต๊ะทำงานของคุณ
IP Phone: โทรศัพท์ระบบ VoIP ที่สามารถสื่อสารได้ทั้งภาพและเสียง เพื่อตอบสนองความต้องการหลากหลายรูปแบบ
Webex Meetings: แพลตฟอร์มเพื่อการประชุมทางไกล ที่จะสร้างประสบการณ์ใช้งานที่เป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น ยกระดับการประชุมทางไกลให้เหนือกว่าที่คุณได้รับมาในอดีต เพราะการประชุมยุคดิจิทัล เราไม่จำเป็นต้องเดินทางไปเจอกันอีกต่อไป

Planetcomm เป็นมืออาชีพที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี
Planetcomm เป็นตัวแทนจำหน่ายระบบประชุมทางไกลของ Cisco อย่างเป็นทางการและเป็นผู้ให้บริการแบบครบวงจร มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์มามากกว่า 20 ปี ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน พร้อมให้บริการโซลูชันวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ของซิสโก้แบบครบวงจร และมีศูนย์ซ่อมที่มีเครื่องมือทดสอบและอะไหล่ให้บริการได้ทันที ซึ่งครบคลุมด้วยบริการต่างๆ ได้แก่

ออกแบบ (Design)
ทีมวิศวกรของ PlanetComm มีความเชี่ยวชาญ ช่วยลูกค้าออกแบบระบบประชุมทางไกลและการเชื่อมต่อโครงข่ายอินเทอร์เน็ตรูปแบบต่างๆ ให้เหมาะสมตามความต้องการ คุ้มค่าการลงทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในติดต่อสื่อสารทั้งภายในและภายนอกองค์กร

ติดตั้ง (Install)
PlanetComm ให้บริการติดตั้งระบบอุปกรณ์ประชุมทางไกลและอุปกรณ์การเชื่อมต่อโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างจุดต่อจุด และทำการทดสอบการทำงานของระบบ โดยวิศวกรที่ได้รับการอบรมและหนังสือรับรองจาก Cisco มั่นใจได้ในคุณภาพ

อบรม (Training)
PlanetComm จัดอบรมการใช้งานระบบประชุมทางไกลโดยวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้อุปกรณ์ได้อย่างถูกวิธีจัดประชุมได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

เซอร์วิสเซ็นเตอร์ (Service Center)
ศูนย์บริการของ PlanetComm มีความพร้อมให้บริการหลังการขายให้แก่ลูกค้าอย่างมีคุณภาพ ประกอบด้วย

รับประกันสินค้า (Warranty)
อุปกรณ์สำรอง (SWAP): มีอุปกรณ์สำรองไปเปลี่ยนทดแทนให้ใช้งาน เพื่อให้สามารถใช้งานอุปกรณ์ได้อย่างต่อเนื่องไม่ติดขัด
การบำรุงรักษาตามระยะเวลา (Maintenance) เพื่อให้ระบบทำงานได้เต็มประสิทธิภาพตลอดเวลาและอย่างต่อเนื่อง
การเข้าแก้ไขเมื่ออุปกรณ์ชำรุดหรือขัดข้อง(Corrective) โดยวิศวกรที่ได้รับการฝึกอบรมการบำรุงรักษาจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ มีความรู้ความชำนาญและประสบการณ์ในอุปกรณ์ประชุมทางไกล พร้อมเครื่องมือทดสอบและอะไหล่คุณภาพสูง

ทั้งหมดนี้เป็นความมุ่งมั่นของเรา เพื่อนำเทคโนโลยีระบบประชุมทางไกล เสริมศักยภาพการแข่งขันให้กับองค์กรในยุคดิจิทัล ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานไปพร้อมๆ กัน

ด้วยโซลูชันที่คุ้มค่าแก่การลงทุน เราพร้อมให้คำปรึกษาจากทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสรรสร้างเทคโนโลยีที่ลงตัวกับทุกความต้องการของคุณ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :
บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด (มหาชน)
โทร. 02 792 2400 Contact Center: 02 792 2300
อีเมล: marketing@planetcomm.com
เว็บไซต์www.planetcomm.com

from:https://www.enterpriseitpro.net/planetcomm-cisco-vdo-conference/

ลงทะเบียนร่วมงานสัมมนาฟรี ! ระบบ VDO Conference & Cloud Collaboration

บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด (มหาชน) ผู้เชี่ยวชาญและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Poly (Polycom and Plantronics) ได้เตรียมจัดงานที่ชื่อว่า “Poly, Better Together”

การจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อเปิดตัวเทคโนโลยีการสื่อสารระบบและอุปกรณ์ประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (VDO Conference) พร้อมทั้งแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Poly และระบบ Cloud Collaboration รวมถึงบริการบำรุงรักษา (Managed Service) การแนะนำบริการของ แพลนเน็ตคอมฯ (PlanetComm’s Services) พร้อมทั้งการสาธิตการใช้งานผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น Poly รุ่น G7500 ซึ่งมีคุณสมบัติเด่น ไม่ว่าจะเป็น การแชร์คอนเทนต์แบบไร้สาย ความละเอียดสูง 4K โดยใช้ แบนด์วิชท์ต่ำ, ฟังค์ชั่นกระดานบอร์ดอิล็กทรอนิกส์แบบไม่จำกัดพื้นที่และอื่นๆ อีกมากมาย

จึงใคร่ขอเรียนเชิญท่านเข้าร่วมงานดังกล่าว ในวันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2562 ณ ห้องแกรนด์ ทองหล่อ ชั้น 6 โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์พอยท์ เวลา 09.00 – 13.30 น. และรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น (การบรรยายเป็นภาษาไทย)

กำหนดการ

ลงทะเบียนได้ที่นี่

หมายเหตุ : ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกผู้เข้าร่วมสัมมนาเป็นยูสเซอร์เท่านั้น โดยทางเราจะติดต่อกลับไปยังเบอร์ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้ 

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/vdo-conference-and-cloud-collaboration/

บริการ Expertise-as-a-service จำเป็นที่ต้องใช้สถานที่ทำงานแบบคล่องตัว

มาตรฐานการทำงานของคนในยุคปัจจุบันกำลังเปลี่ยนไป จากตำแหน่งงานที่มีหน้าที่เดียว หรือทำให้กับบริษัทเดียวเป็นเวลานานต่อเนื่องนั้น กำลังจะหายไป และเปลี่ยนมาเป็นการทำงานระยะสั้นกับหลายบริษัท ที่มีลักษณะของงานเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เรียกได้ว่ายุคของ “พนักงานบริษัท” กำลังหมดไป โดยกลายเป็นยุคของ “พนักงานแบบมือปืนรับจ้าง” ในรูปของที่ปรึกษามืออาชีพที่ใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญที่มีอยู่นำเสนอบริการให้แก่ผู้ที่ให้ค่าจ้างมากที่สุด ในระยะเวลาชั่วคราว สำหรับโปรเจ็กต์งานที่จำเพาะ

จากผลการศึกษาประสิทธิภาพการทำงานในสถานที่ปฏิบัติงานที่เรียกว่า ADAPT 2018 ของ Ricoh ครั้งล่าสุดนั้น พบว่าระดับ CIO ในออสเตรเลียกว่า 32% ที่ตอบแบบสอบถาม ระบุว่าทีมงานของตนเองจะอยู่ในรูปของพนักงานแบบสัญญาจ้างหรือ “การจ้างแบบยืดหยุ่น” ภายในปี 2025 ซึ่งสูงขึ้นถึง 23% เมื่อเทียบกับช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเมื่ออิงตามข้อมูลผลการศึกษาของสำนักงานสถิติของออสเตรเลียในปี 2016 ที่แสดงให้เห็นว่ามีเพียง 9% ของแรงงานในออสเตรเลียที่อยู่ในรูปพนักงานอิสระเมื่อปี 2015

ยิ่งการที่ผลการศึกษาดังกล่าวไม่ได้แสดงถึงจำนวนพนักงานที่ทำงานประจำเต็มเวลา ยิ่งแสดงให้เห็นว่าพนักงานประจำต่างพยายามมองหาอิสระมากขึ้นจากการทำงานที่ชั่วโมงการทำงานยืดหยุ่น หรือการที่สามารถทำงานจากระยะไกลได้

สถานที่ปฏิบัติงานที่เน้นความคล่องตัว

จากการที่แรงงานจำนวนมากขึ้นพยายามทำให้ตัวเองเป็น “บริการความเชี่ยวชาญในเวลาที่ลูกค้าต้องการ” (Expertise-as-a-Service) หรือต้องการอิสระมากขึ้นนั้น บริษัทต่างๆ จำเป็นต้องเลือกใช้วิธีที่ปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่า คล่องตัวกว่าเดิมในการดำเนินธุรกิจ แค่การเปลี่ยนนโยบายของบริษัทให้เอื้อต่อการเป็น “สถานที่ทำงานที่ยืดหยุ่น” นั้นไม่เพียงพอ อันที่จริง คุณกำลังจะมุ่งสู่หนทางแห่งขวากหนามถ้าไม่สามารถทำให้นโยบายที่เน้นความเป็น “อิสระ” ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงสำคัญทั้งกับกระบวนการทำงาน, ระบบ, และเครื่องมือที่คุณนำมาใช้เพื่อทำงานให้สำเร็จได้

นี่จึงเป็นความแตกต่างระหว่างการทำงานแบบยืดหยุ่น กับการทำงานแบบคล่องตัวหรือ Agileที่สำคัญที่สุด การทำงานแบบยืดหยุ่นนั้นเป็นเพียงแค่การอนุญาตให้พนักงานทำงานจากสถานที่และเวลาที่ต้องการ แต่การจัดการทำงานแบบเน้นความคล่องตัวจะเป็นการฝังรากลึกลงในทุกสิ่งทุกอย่างที่องค์กรทำ การทำงานแบบ Agile จะเป็นการขยายขอบเขตของการจัดการโปรเจ็กต์แบบคล่องตัว เพื่อนำเอา “ความเร็ว” มาใช้กับการดำเนินธุรกิจในทุกๆ วัน

พื้นฐานของการทำงาน และการจัดการโปรเจ็กต์แบบเน้นความคล่องตัว
หนึ่งในลักษณะสำคัญของสถานที่ทำงานแบบ Agile คือการส่งเสริมและผลักดันให้มีการติดต่อประสานงานแบบต่อหน้า แม้ประเด็นนี้จะค่อนข้างสวนทางกับสิ่งที่ทุกคนทำอยู่ โดยเฉพาะเมื่อคุณกำลังปรับเปลี่ยนบริษัทให้พึ่งพาพนักงานที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องทำงานทางกายภาพเดียวกันเลยก็ตาม แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราสามารถนำไปสู่ทั้งความยืดหยุ่นและคล่องตัวได้ไปพร้อมกันเมื่อใช้กระบวนการทำงาน ระบบ และเครื่องมือที่เหมาะสม ด้วยเทคโนโลยีที่ทำให้เชื่อมต่อกันได้ดีขึ้น ให้ได้ทีมงานที่ประสานงานใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อให้ความสำคัญในการนำความเชี่ยวชาญของตัวเองมาใช้ในรูปแบบที่มีประสิทธิภาพ และได้ศักยภาพมากกว่าเดิม

โดยคุณสามารถพิจารณาปัจจัยสำคัญเพื่อสร้างสถานที่ทำงานที่เน้นความคล่องตัวมากขึ้นดังต่อไปนี้:

แพลตฟอร์มบริการคอนเท็นต์:

เมื่อพนักงานและผู้เชี่ยวชาญสามารถประสานงานกันจากทุกสถานที่ ก็จำเป็นต้องมีศูนย์กลางเก็บข้อมูลที่ปลอดภัยทั้งความรู้ต่างๆ ข้อมูล และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ที่ถูกสร้างให้เข้าถึงได้อย่างสะดวกรวดเร็ว การแบ่งหมวดหมู่ แปลงให้อยู่ในรูปดิจิตอล และจัดเก็บข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเข้าถึงได้จากทุกที่ทุกเวลานั้น ถือเป็นบันไดก้าวสำคัญที่นำไปสู่ทีมงานที่เน้นความคล่องตัว และทำงานได้จากระยะไกล ในการพัฒนานวัตกรรมและตัดสินใจงานได้อย่างดี

โซลูชั่นการสื่อสารแบบยูนิฟายด์:

โซลูชั่นคอลลาบอเรตสำหรับวิดีโอคุณภาพสูงนั้น ทำให้ทีมงานทุกคนร่วมงานกันได้อย่างง่ายบนทุกอุปกรณ์, เครือข่าย, หรือตำแหน่งที่ตั้ง โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยน้อยมาก นอกจากนี้การสื่อสารผ่านวิดีโอคุณภาพสูงนั้น ทำให้การทำงานเป็นทีมที่ประสิทธิภาพมักขึ้นกับความสามารถในการประสานงาน ยิ่งทำงานได้ผลดีมากขึ้นไปอีกผ่านเครื่องมือคอลลาบอเรตที่ผสานเข้ากับการประชุมผ่านวิดีโออย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น ระบบกระดานไวท์บอร์ดแบบอินเตอร์แอคทีฟที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้จะเข้ามาช่วยทั้งด้านการพัฒนา การประสานงาน และการเก็บภาพ แบ่งปันความคิดเห็นของทีมได้แบบเรียลไทม์

โฟลว์การทำงาน และกระบวนการแบบอัตโนมัติ:

การขจัดอุปสรรคที่ขวางประสิทธิภาพและความสามารถในการทำงานจากระยะไกลนั้นถือว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง คุณสามารถผสานระบบจัดการเอกสารที่แปลงข้อมูลเอกสารและเนื้อหาต่างๆ ให้อยู่ในรูปดิจิตอลและจัดเก็บได้อย่างเป็นระเบียบ พร้อมลงทุนกับโซลูชั่นซอฟต์แวร์ที่รันโฟลว์การทำงานที่ใช้เวลาทำด้วยตัวพนักงานเองเป็นเวลานานให้เป็นแบบอัตโนมัติ หรือเลือกใช้โซลูชั่นงานพิมพ์อัจฉริยะ ที่เปิดให้พนักงานสร้างเอกสารของบริษัทขึ้นได้จากทุกที่ ด้วยเป้าหมายในการทำให้พนักงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดภาระงานที่เสียเวลาโดยใช่เหตุ และทำให้สามารถให้ความเห็นหรือจัดการได้ในทันที ไม่ว่าพนักงานจะอยู่ตำแหน่งไหนบนโลกก็ตาม เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้เวลาได้มากขึ้นกับเนื้อหางานที่คุณจ้างเพื่อใช้ความเชี่ยวชาญของพวกเขาโดยเฉพาะ

ถ้าคุณต้องการปรับปรุงสถานที่ปฏิบัติงานให้มีความคล่องตัวอย่างแท้จริง โดยไม่เพียงแค่หย่อนคำหวานทำนองว่าทำให้สำนักงานมีความยืดหยุ่นมากขึ้นแค่นั้นแล้ว คุณจำเป็นต้องถอยหลังหนึ่งก้าว แล้วย้อนวิเคราะห์ดูว่าจะสามารถผลักดัน หรือปรับปรุงการทำงานของคนในบริษัทให้สามารถตอบโจทย์ของคุณเองได้ดียิ่งขึ้นอย่างไร ซึ่งหลักการนี้ใช้ได้กับทั้งพนักงานที่เป็นแบบสัญญาจ้างหรือ Expertise-as-a-Service และพนักงานประจำของบริษัทคุณเอง

ที่มา : Ricoh

from:https://www.enterpriseitpro.net/ricoh-expertise-as-a-service/

ซิสโก้ยกระดับเทคโนโลยีออพติคัลด้วยการซื้อ Acacia เป็นเงิน 2.6 พันล้านเหรียญฯ

ซิสโก้ ออกมาประกาศว่า กำลังมีแผนที่จะซื้อกิจการของ Acacia Communications ด้วยมูลค่าประมาณ 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเติมเต็มสายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มระบบออพติคัล ซึ่งถือเป็นดีลที่มีมูลค่ามากที่สุดของซิสโก้ถ้าไม่นับการซื้อ AppDynamics ด้วยมูลค่า 3.7 พันล้านดอลลาร์ฯ เมื่อปี 2017

Acadia เป็นผู้พัฒนา ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เชื่อมต่อใยแก้วนำแสงแบบ Coherent ที่ออกแบบมาสำหรับพัฒนาระบบเครือข่ายที่เชื่อมต่อในดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ และในกลุ่มผู้ให้บริการต่างๆ ซึ่งซิสโกเองคุ้นเคยกับ Acacia ในฐานะลูกค้า “รายสำคัญ” มากว่า 5 ปีแล้ว

ลูกค้ารายอื่นของ Acaciaได้แก่ Nokia Oyj, Huawei , และ ZTEโดยรายได้จากซิสโก้คิดเป็นสัดส่วนอยู่ที่18% อ้างอิงจากข้อมูลวิเคราะห์ซัพพลายเชนของ Bloomberg ทั้งนี้David Goeckelerรองประธานบริหารและผู้จัดการทั่วไปของกลุ่มธุรกิจเครือข่ายและระบบความปลอดภัยของ Ciscoกล่าวว่า

“ด้วยความต้องการแบนด์วิธในยุคมัลติคลาวด์นี้ที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก ทำให้เทคโนโลยีการเชื่อมต่อผ่านใยแก้วนำแสงหรือออพติคัลนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่ง การควบรวมกิจการกับ Acacia จะทำให้เราสามารถสร้างความแข็งแกร่งด้านเน็ตเวิร์กทั้งสวิตชิ่ง เราท์ติ้ง และระบบสายไฟเบอร์ได้เป็นอย่างดี”

ที่มา : Networkworld

from:https://www.enterpriseitpro.net/cisco-goes-deeper-into-photonic-optical/

ช่องโหว่บน Zoom ให้แฮ็กเกอร์ควบคุมกล้องได้โดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัว

ช่องโหว่ Zero-day ร้ายแรงที่กระทบกับเว็บไคล์เอนต์ของ Mac Zoom นั้น เปิดช่องให้ผู้โจมตีเข้าควบคุมเว็บแคมจำนวนเกือบ 4 ล้านเครื่องได้ผ่านเว็บไซต์อันตราย และเปิดการทำงานของกล้องได้โดยไม่ต้องอาศัยการอนุญาตจากผู้ใช้

Zoom เป็นผู้ให้บริการด้านการประชุมผ่านทางไกลอย่างเช่น การประชุมผ่านวิดีโอ, การประชุมออนไลน์, ระบบแชต, และคอลลาบอเรตผ่านอุปกรณ์พกพา ซึ่งถูกนำมาใช้งานในบริษัทกว่า 750,000 ราย ครอบคลุมธุรกิจต่างๆ ทั่วโลก

ช่องโหว่ที่อยู่ในระบบของ Zoom นี้ ทำให้ผู้โจมตีสามารถเชื่อมต่อกับระบบเรียกเข้าของ Zoom พร้อมเปิดการทำงานของกล้องวิดีโอได้โดยไม่ต้องอาศัยการอนุญาตใดๆ ซึ่งถ้าคุณเคยติดตั้ง Zoom Client บนเครื่องแมคแล้วถอนการติดตั้งออก ก็ยังมีช่องโหว่อยู่ดี

ทั้งนี้เพราะเว็บเซิร์ฟเวอร์ Localhost บนเครื่องแมคของคุณยังสามารถเปิดช่องให้ผู้โจมตีติดตั้งไคลเอนต์ของ Zoom ได้แบบอัตโนมัติอีกครั้งโดยไม่ต้องอาศัยการกระทำใดๆ ของผู้ใช้ แล้วช่องโหว่นี้ยังเปิดให้ผู้โจมตีทำ DoS กับเครื่องแมคผ่านเว็บเพจใดๆ ด้วยการเปิดการเรียกเข้าที่ไม่ถูกต้องระหว่างการประชุมได้ด้วย

ที่มา : GBhackers

from:https://www.enterpriseitpro.net/zoom-webcam-zero-day-vulnerability-let-hackers-control-4-million-webcams-without-users-permission/

ช่องโหว่บน Zoom ให้แฮ็กเกอร์ควบคุมกล้องได้โดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัว

ช่องโหว่ Zero-day ร้ายแรงที่กระทบกับเว็บไคล์เอนต์ของ Mac Zoom นั้น เปิดช่องให้ผู้โจมตีเข้าควบคุมเว็บแคมจำนวนเกือบ 4 ล้านเครื่องได้ผ่านเว็บไซต์อันตราย และเปิดการทำงานของกล้องได้โดยไม่ต้องอาศัยการอนุญาตจากผู้ใช้

Zoom เป็นผู้ให้บริการด้านการประชุมผ่านทางไกลอย่างเช่น การประชุมผ่านวิดีโอ, การประชุมออนไลน์, ระบบแชต, และคอลลาบอเรตผ่านอุปกรณ์พกพา ซึ่งถูกนำมาใช้งานในบริษัทกว่า 750,000 ราย ครอบคลุมธุรกิจต่างๆ ทั่วโลก

ช่องโหว่ที่อยู่ในระบบของ Zoom นี้ ทำให้ผู้โจมตีสามารถเชื่อมต่อกับระบบเรียกเข้าของ Zoom พร้อมเปิดการทำงานของกล้องวิดีโอได้โดยไม่ต้องอาศัยการอนุญาตใดๆ ซึ่งถ้าคุณเคยติดตั้ง Zoom Client บนเครื่องแมคแล้วถอนการติดตั้งออก ก็ยังมีช่องโหว่อยู่ดี

ทั้งนี้เพราะเว็บเซิร์ฟเวอร์ Localhost บนเครื่องแมคของคุณยังสามารถเปิดช่องให้ผู้โจมตีติดตั้งไคลเอนต์ของ Zoom ได้แบบอัตโนมัติอีกครั้งโดยไม่ต้องอาศัยการกระทำใดๆ ของผู้ใช้ แล้วช่องโหว่นี้ยังเปิดให้ผู้โจมตีทำ DoS กับเครื่องแมคผ่านเว็บเพจใดๆ ด้วยการเปิดการเรียกเข้าที่ไม่ถูกต้องระหว่างการประชุมได้ด้วย

ที่มา : GBhackers

from:https://www.enterpriseitpro.net/zoom-webcam-zero-day-vulnerability/