คลังเก็บป้ายกำกับ: UNIFIED_COMMUNICATIONS

Webinar : ทำความเข้าใจ Unified Infrastructure ด้วย Aruba ESP (14 ก.ค. 63)

HPE Aruba และ Simplify IT ขอเรียนเชิญ IT Manager, Network Engineer, IT Admin และทุกท่านที่สนใจ เข้าร่วมฟัง Webinar ในหัวข้อเรื่อง “The Secret of Unified Infrastructure by Aruba ESP”

องค์กรต้องประสบกับปัญหาที่โครงสร้างระบบเครือข่ายทำงานแยกเป็นส่วนๆ มานาน ไม่ว่าจะเป็นในแง่การบริหารจัดการที่ยาก ต้องใช้บุคคลากรที่มีความเชี่ยวชาญหลายคน หาต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นได้ช้า และ ไม่สามารถรองรับความต้องการของธุรกิจใหม่ๆ ได้ Aruba ขอแนะนำโครงสร้างระบบเครือข่ายแบบใหม่ “Unified Infrastructure” ในวันอังคารที่ 14 กรกฏาคม 2563 เวลา 10.00 – 11.00 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: The Secret of Unified Infrastructure by Aruba ESP
ผู้บรรยาย: คุณอนุสิทธิ์ รัชดาเลิศณรงค์ HPE Aruba และ simplify IT
วันเวลา: วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.00 – 11.00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 1,000 คน
ภาษา: ไทย

“Unified Infrastructure” หนี่งใน Aruba Edge Service Platfrom ที่จะทำให้ระบบโครงข่ายของคุณเป็นหนี่งเดียวกันทั้งแบบมีสาย ไร้สาย สาขา และ ดาต้าเซ็นเตอร์ มาดูว่า Aruba Unified Infrastructure จะรองรับการเติบโตของธุรกิจคุณได้อย่างไร

1. Aruba Central – ระบบบริหารจัดการแบบ Cloud-Native
2. เครือข่ายองค์กรแบบ Aruba : Connectivity – Policy – Cloud Service
3. Aruba SD-Branch : เครือข่ายสาขาที่เป็นหนึ่งเดียวกันกับส่วนกลาง
4. อุปกรณ์ในโครงสร้าง Unified Infrastructure
1. Aruba CX Switch
2. WiFi 6 Access Point
3. Branch Gateway

มาทำความรู้จัก Aruba ESP ด้วยกัน โดยการเข้าร่วมรับฟัง Webinar ซึ่งนำเสนอเป็นภาษาไทยโดยทีมงาน HPE Aruba และ simplify IT ที่พร้อมจะตอบทุกคำถามและข้อสงสัย

ลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรี!!
https://arubanetworks.zoom.us/webinar/register/6115926224997/WN_PDFr5il7T7K2Mbhb3x0sEQ

โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.enterpriseitpro.net/unified-infrastructure-%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2-aruba-esp/

Webinar : ทำความเข้าใจ Unified Infrastructure ด้วย Aruba ESP (14 ก.ค. 63)

HPE Aruba และ Simplify IT ขอเรียนเชิญ IT Manager, Network Engineer, IT Admin และทุกท่านที่สนใจ เข้าร่วมฟัง Webinar ในหัวข้อเรื่อง “The Secret of Unified Infrastructure by Aruba ESP”

องค์กรต้องประสบกับปัญหาที่โครงสร้างระบบเครือข่ายทำงานแยกเป็นส่วนๆ มานาน ไม่ว่าจะเป็นในแง่การบริหารจัดการที่ยาก ต้องใช้บุคคลากรที่มีความเชี่ยวชาญหลายคน หาต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นได้ช้า และ ไม่สามารถรองรับความต้องการของธุรกิจใหม่ๆ ได้ Aruba ขอแนะนำโครงสร้างระบบเครือข่ายแบบใหม่ “Unified Infrastructure” ในวันอังคารที่ 14 กรกฏาคม 2563 เวลา 10.00 – 11.00 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: The Secret of Unified Infrastructure by Aruba ESP
ผู้บรรยาย: คุณอนุสิทธิ์ รัชดาเลิศณรงค์ HPE Aruba และ simplify IT
วันเวลา: วันอังคาร ที่ 14 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.00 – 11.00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 1,000 คน
ภาษา: ไทย

“Unified Infrastructure” หนี่งใน Aruba Edge Service Platfrom ที่จะทำให้ระบบโครงข่ายของคุณเป็นหนี่งเดียวกันทั้งแบบมีสาย ไร้สาย สาขา และ ดาต้าเซ็นเตอร์ มาดูว่า Aruba Unified Infrastructure จะรองรับการเติบโตของธุรกิจคุณได้อย่างไร

1. Aruba Central – ระบบบริหารจัดการแบบ Cloud-Native
2. เครือข่ายองค์กรแบบ Aruba : Connectivity – Policy – Cloud Service
3. Aruba SD-Branch : เครือข่ายสาขาที่เป็นหนึ่งเดียวกันกับส่วนกลาง
4. อุปกรณ์ในโครงสร้าง Unified Infrastructure
1. Aruba CX Switch
2. WiFi 6 Access Point
3. Branch Gateway

มาทำความรู้จัก Aruba ESP ด้วยกัน โดยการเข้าร่วมรับฟัง Webinar ซึ่งนำเสนอเป็นภาษาไทยโดยทีมงาน HPE Aruba และ simplify IT ที่พร้อมจะตอบทุกคำถามและข้อสงสัย

ลงทะเบียนเข้าร่วม Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรี!!
https://arubanetworks.zoom.us/webinar/register/6115926224997/WN_PDFr5il7T7K2Mbhb3x0sEQ

โดยทีมงานขอความกรุณากรอกข้อมูลชื่อบริษัทด้วยชื่อเต็มของหน่วยงานหรือองค์กร เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการจัดการกับข้อมูลการลงทะเบียน

from:https://www.enterpriseitpro.net/unified-infrastructure-aruba-esp/

6 ทักษะฮอตฮิตด้านเน็ตเวิร์กที่ควรมีเอาไว้ เพราะจะทำให้รายได้สูงขึ้น

ไม่ว่าจะอยากเอาดีกับทักษะเฉพาะด้านอันไหนก็ตาม สิ่งที่สำคัญอยู่เสมอก็คือการพึงระลึกว่ ทักษะใดๆ ที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมนั้น จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านเน็ตเวิร์กที่แข็งแกร่งรองรับไว้ก่อนเสมอ

และสำหรับการเป็นแอดมินเน็ตเวิร์กในปี 2020 นี้ ย่อมจำเป็นต้องมีความรู้และทักษะที่ก้าวล้ำไปกว่า “ทักษะที่ใช้ในหน้าที่หลัก” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเราท์ติ้ง, สวิชชิ่ง, WiFi, การเข้าถึงจากระยะไกล, และการรักษาความปลอดภัยให้อุปกรณ์ระดับพื้นฐาน

แต่ผู้ที่มีพื้นฐานเหล่านี้ครบถ้วนแล้ว ก็อาจจะเริ่มสงสัยว่าควรเอาดีกับทักษะเฉพาะด้านอันไหนกันแน่ ที่ไม่เพียงแค่สนุกและน่าสนใจสำหรับตัวเองเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ต้องการในตลาดเป็นอย่างมากด้วยเป็นที่ต้องการในตลาดเป็นอย่างมากด้วย ซึ่งตอนนี้มีทักษะอยู่ 6 ด้านที่เหล่าองค์กรทั้งหลายไขว่คว้ากันอยู่ดังนี้

ด้านความปลอดภัยเครือข่าย (Network security)

ขณะที่ผู้ที่ทำงานด้านไอทีจำนวนมากพยายามฝึกทักษะด้านความปลอดภัยทางไอทีที่ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดนั้น ตัวคุณเองอาจเลือกเชี่ยวชาญเฉพาะด้านย่อยๆ ในกลุ่มของความปลอดภัยทางไอทีแทน

เนื่องจากโลกของความปลอดภัยด้านไอทีนั้นมีความก้าวหน้าและขยายการครอบคลุมอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นการยากที่จะเชี่ยวชาญไปหมดทุกอย่าง บางทีทางเลือกที่ดีกว่าอาจจะเป็นการให้ความสำคัญกับเครื่องมือหรือกระบวนการอย่างใดอย่างหนึ่งที่ใช้ปกป้องเครือข่าย เป็นต้น

ด้านออโตเสชั่น การผสานการทำงาน และสื่อสารการทำงานระหว่างกันบนเน็ตเวิร์ก (Network automation, integration, and interoperation)

ข่วงก่อนหน้านี้ไม่นาน แอดมินเครือข่ายมักไม่จำเป็นต้องมีทักษะการเขียนโปรแกรมมากมายนัก เนื่องจากทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ด้านเน็ตเวิร์กมักถูกผูกขาดกับแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งโดยธรรมชาติ

แอดมินมักตั้งค่าระบบได้จำกัดแค่เท่าที่ผู้ผลิตเปิดทางให้เท่านั้น แต่ในทศวรรษล่าสุดนี้ ลูกค้าเริ่มมองหาทางเลือกอื่นที่เป็นโอเพ่นซอร์ส ที่ให้ความยึดหยุ่นกับอุปกรณ์เครือข่ายทั้งด้านการประสานการทำงาน ออโตเมชั่น และในแง่ของการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ด้วยกันเอง

การสื่อสารแบบยูนิฟายด์ (Unified communications)

ความก้าวหน้าทางด้านการสื่อสารแบบยูนิฟายด์หรือ UC ได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการโยกระบบ UC จากในบริษัทขึ้นไปอยู่บนคลาวด์ ไปจนถึงความก้าวหน้าของการสตรีมมิ่งวิดีโอและทูลคอลลาบอเรต

รวมไปถึงการผสานระบบสร้างประสบการณ์แก่ลูกค้าหรือ CX ที่มี AI อยู่เบื้องหลัง ทำให้ผู้ที่ทำงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบ UC รวมทั้งมีพื้นฐานด้านเครือข่ายระดับองค์กรที่แข็งแกร่ง

ด้านการมองเห็นเครือข่าย (Network visibility)

แอดมินส่วนใหญ่มักมีพื้นฐานในด้านการตรวจสอบเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ SNMP, Syslog, และ NetFlow/IPFIX ที่ช่วยให้แอดมินประสานทุกอย่างจนได้มุมมองพื้นฐานของเครือข่ายที่ไม่ได้มีระบบศูนย์กลางตรวจสอบควบคุม แต่ก็มักสร้างช่องโหว่จนทำให้เกิดปัญหาด้านความปลอดภัยได้

ด้านการเชื่อมต่อผ่าน WAN และระบบคลาวด์ (WAN/Cloud connectivity)

เนื่องจากการใช้อุปกรณ์ IoT เพิ่มขึ้นอย่างที่ไม่คาดคิดมาก่อน ที่จะสร้างการเชื่อมต่อบนเครือข่ายของบริษัทเพิ่มขึ้นในช่วงอีก 10 ปีข้างหน้า ทำให้ทางแอดมินและสถาปนิกเครือข่ายจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาด้านการสื่อสารข้อมูลบนเครือข่ายที่ไม่ได้รวมอยู่ในศูนย์กลางอีกต่อไป

สำคัญสุดคือความรู้พื้นฐาน

ไม่่ว่าคุณจะเชี่ยวชาญไปในด้านไหนก็ตาม แต่เหนืออื่นใดเลยคือ คุณจำเป็นต้องมีพื้นฐานความรู้ด้านเน็ตเวิร์กให้แน่นเปี๊ยะ ซึ่งเมื่อทราบพื้นฐาน ทราบถึงโครงสร้างต่างๆ มีแบ็กกราวด์ที่ดี นั่นแหล่ะจะทำให้คุณสำเร็จในทักษะอื่นๆ ได้ไม่ยาก

ที่มา : Networkcomputing

from:https://www.enterpriseitpro.net/6-hot-network-specializations-to-pursue-2/

พบช่องโหว่ใน Cisco Webex Meetings บนวินโดวส์ที่ทำให้ข้อมูลรั่วไหลได้

ช่องโหว่ในโปรแกรม Cisco Webex Meetings Desktop เวอร์ชั่นสำหรับวินโดวส์นี้ เปิดช่องให้ผู้โจมตีที่อยู่บนเครื่องปัจจุบันที่ผ่านการยืนยันตัวแล้ว สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นความลับบนเครื่องได้

ช่องโหว่นี้อยู่ภายใต้รหัส CVE-2020-3347 โดยมีลักษณะของการใช้หน่วยความจำร่วมกันของแอพพลิเคชั่นที่ไม่ปลอดภัย จากข้อมูลของผู้ที่พบช่องโหว่นี้อย่าง Trustwave SpiderLabs Security พบว่าถ้าผู้ใช้ที่ลงทะเบียนเป็นไคลเอนต์ล็อกอินเข้าระบบแบบอัตโนมัติแล้วตัวไคลเอนต์จะมีไฟล์ที่สัมพันธ์กับหน่วยความจำบางไฟล์ที่ไม่ได้รับการป้องกันทั้งการเขียนและอ่านข้อมูล

ดังนั้น ผู้ใช้ที่ไม่หวังดีจึงสามารถเปิดและดูดข้อมูลในไฟล์ออกมาได้ถ้าพวกเขาสามารถล็อกอินเข้าเครื่องได้ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือผู้ใช้รายอื่นจะสามารถเปิดเข้ามาในเซสชั่นเดิมเพื่อเข้ามาอ่าน และบันทึกคอนเท็นต์ภายในเซสชั่นนั้นๆ ได้

ช่องโหว่นี้เปิดช่องให้ผู้โจมตีที่สามารถเข้าถึงหน่วยความจำของระบบ โดยรันแอพพลิเคชั่นบนเครื่องคอมพิวเตอร์เดียวกัน

ที่มา : GBHackers

from:https://www.enterpriseitpro.net/cisco-webex-meetings-for-windows-let-hackers/

ใส่ “สมอง” ให้เน็ตเวิร์ก กับเทคโนโลยี Aruba Edge Services Platform (ESP)

ความพยายามในการสร้างระบบเครือข่ายให้มีความอัจฉริยะ และสภาพแวดล้อมการทำงานในแบบ Edge Computing โดยสามารถที่จะเข้าใจพฤติกรรมการใช้งาน, แยกแยะอุปกรณ์, แบ่งเส้นทางที่ถูกต้อง, ลดโหลดในการปฏิบัติการ หรือแม้กระทั่งป้องกันความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ นับเป็นเรื่องยากมาก และยิ่งความต้องการของผู้ใช้งานมีการเปลี่ยนแปลง การบริหารจัดการที่ยากและซับซ้อนของระบบดั้งเดิมนั้น จึงไม่ใช่ทางที่ตอบโจทย์ขององค์กรไอทียุคใหม่

ก่อนที่จะไปกันต่อ อยากจะขออธิบายถึงสภาวะแวดล้อมการทำงานแบบ Edge กันเสียหน่อย ซึ่งในยุคปัจจุบันนี้หมายถึงการเกิดการประมวลผลที่อยู่ในส่วนปลายของเครือข่าย ที่มีการส่งข้อมูลเข้ามาในระบบเครือข่ายมากขึ้น และมีอุปกรณ์ที่ส่งข้อมูลไปมากกว่าแค่อุปกรณ์โน้ตบุ๊ก พีซี มือถือ แต่ยังรวมไปถึงอุปกรณ์ประเภท IoT ต่างๆ อุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือแม้แต่อุปกรณ์เครื่องจักรอุตสาหกรรม เป็นต้น ซึ่งข้อมูลที่หลั่งไหลเข้าระบบเครือข่ายเหล่านี้มันมีมหาศาล และที่สำคัญ การบริหารจัดการเครือข่ายแบบเดิม ไม่อาจจะวิเคราะห์และแยกแยะอุปกรณ์เหล่านั้นได้เลย (ถึงทำได้แต่ก็ต้องใช้ความมานะพยายามอย่างสูงและสลับซับซ้อนมาก)

อรูบ้า (Aruba) ซึ่งเป็นผู้นำในโลกแห่งการบริหารจัดการเครือข่าย ได้ตระหนักถึงประเด็นดังกล่าว พวกเขาพยายามคิดค้นวิธีการบริหารจัดการด้านเน็ตเวิร์กที่ให้เกิดความง่ายแต่มีประสิทธิภาพมากที่สุด มีระบบการจัดการต่างๆ ออกมาให้เราเห็น ไม่ว่าจะเป็น Aruba ClearPass, Aruba Central และอื่นๆ อีกมากมาย จนในที่สุดพวกเขาก็ค้นพบแล้วว่า หลักการที่จะทำให้เครือข่ายขององค์กรมีความอัจฉริยะได้ก็คือ การใส่ “สมอง” และ กลไกการขับเครื่องอัตโนมัติ ให้กับมัน

สมอง ที่ว่านี้ก็คือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่ทำงานร่วมกับ กลไกการปฏิบัติการแบบอัตโนมัติ เพื่อที่จะจัดการกับอุปกรณ์ด้านเน็ตเวิร์ก ควบคุมดูแลดีไวซ์ในทุกรูปแบบ (รวมไปถึงอุปกรณ์ IoT) ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด มันจึงเกิดเป็นแพลตฟอร์มใหม่ Aruba Edge Services Platform (ESP) ขึ้นมา ที่จะช่วยสร้างระบบการบริหารจัดการที่ง่ายและสะดวกรวดเร็ว พร้อมทั้งให้ความฉลาดและมีความปลอดภัยที่สูงให้กับเครือข่ายของคุณ โดยมีองค์ประกอบที่สำคัญ 3 ประการคือ

– การสร้างโครงสร้างพื้นฐานแบบรวมศูนย์ (Unified Infrastructure) ทั้งหมดอันได้แก่อุปกรณ์สวิตช์, Wi-Fi และ SD-WAN ครอบคลุมทุกระบบเครือข่ายระดับ Campus Network , Data Center รวมถึงสาขา และ สภาพแวดล้อมที่มีผู้ปฏิบัติงานเข้ามาจากระยะไกลมาไว้ร่วมกันได้

– การใช้เทคโนโลยี AIOps เป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดของ Aruba ESP ซึ่งใช้ AI และการวิเคราะห์หาต้นเหตุของปัญหาที่มีความถูกต้องมากกว่า 95% ทำให้ระบบเครือข่ายสามารถแก้ไขปัญหาเครือข่ายได้เองโดยอัตโนมัติ ตรวจสอบประสบการณ์ของผู้ใช้งานในเชิงรุก สามารถปรับแก้ระบบเครือข่ายเพื่อป้องกันปัญหาก่อนที่จะเกิดขึ้น

– สร้างความมั่นคงปลอดภัยของระบบเครือข่ายแบบ Zero Trust เป็นการรวมเทคโนโลยีการให้สิทธิการเข้าถึง โดยใช้ฟีเจอร์อย่างเช่น Device Insight ในการแบ่งแยกอุปกรณ์ และใช้ฟีเจอร์ Dynamic Segmentation เพื่อกำหนดสิทธิ์ให้อุปกรณ์ในการทำอะไรได้ หรือทำอะไรไม่ได้เป็นต้น

องค์ประกอบทั้งหมดทำให้ Aruba ESP ค่อนข้างโดดเด่นมากในแง่ของการจัดการเครือข่าย มันยังเป็นแพลตฟอร์มที่เปิดรับระบบอื่นๆ ให้ทำงานร่วมได้ ซึ่งทำให้ผู้ดูแลระบบไม่จำเป็นต้องกังวลถึงความยากลำบากในการดูแลอุปกรณ์, การแยกเครือข่าย, การปรับจูนเครือข่าย หรือแม้แต่คอยสอดส่องความปลอดภัยอุปกรณ์และยูสเซอร์อีกต่อไป เพราะ ESP จะทำงานให้หมด

อนึ่ง การที่จะสร้างเครือข่ายอัจฉริยะแบบ ESP ได้นั้น จำเป็นจะต้องใช้อุปกรณ์ของอรูบ้าทั้งหมด ซึ่งพวกเขาก็ตระหนักถึงเรื่องของค่าใช้จ่ายที่องค์กรจะต้องจ่ายในการเปลี่ยนผ่านอุปกรณ์ ดังนั้นอรูบ้าก็มีโมเดลในการให้บริการในลักษณะ IT Consumption Based Model ผ่านทางบริษัทแม่อย่าง HPE ในบริการ HPE Financial Services เป็นทางเลือกทางการเงินที่ช่วยให้องค์กรลดภาระการลงทุนได้ โดยเป็นการใช้จ่ายตามจริง คือ “ใช้เท่าไหร่ ก็จ่ายเท่านั้น” อาจจะจ่ายในวันแรก 1-10% ของโครงการ และไปกำหนดชำระในส่วนที่เหลืออีก 90% ในระหว่างปีการใช้งานก็ทำได้

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่อรูบ้าคิด และวางแผนให้ตั้งแต่เทคโนโลยีและโซลูชั่น ตลอดไปจนถึงเรื่องของไฟแนนซ์กันเลยทีเดียว

เรียบเรียงโดย : ทีมงาน Enterprise ITPro

from:https://www.enterpriseitpro.net/aruba-esp/

รายงานของ Cisco เผย Zoom มีช่องโหว่ร้ายแรงสองรายการที่อาจถูกแฮ็กระบได้

ถ้าคุณกำลังใช้ Zoom โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติที่ต้องเรียนหนังสือ ทำธุรกิจ หรือมีส่วนร่วมทางสังคมในขณะนี้แล้ว ให้แน่ใจว่าคุณกำลังใช้เวอร์ชั่นล่าสุดของซอฟต์แวร์นี้อยู่บนคอมพิวเตอร์ของคุณด้วย

จากข่าวล่าสุดนั้นมีการแจ้งเตือนที่เกี่ยวกับช่องโหว่ร้ายแรง 2 รายการที่ถูกค้นพบใหม่โดยนักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Cisco Talos ที่ออกมาเผยเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่า พบช่องโหว่ร้ายแรงบนซอฟต์แวร์ Zoom ที่เปิดให้ผู้โจมตีแฮ็กเข้าระบบของสมาชิกในกรุ๊ปแชทหรือแม้แต่ผู้ใช้แต่ละรายจากระยะไกลได้

โดยบั๊กทั้งสองนี้เป็นเรื่องของการแปลงพาธที่สามารถเขียนหรือฝังไฟล์บนระบบที่กำลังรันซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นที่มีช่องโหว่อยู่เพื่อสั่งรันโค้ดอันตรายได้ การแฮ็กนี้ไม่จำเป็นต้องอาศัยการกระทำของเป้าหมายแต่อย่างใด

ที่มา : THN

from:https://www.enterpriseitpro.net/two-critical-flaws-in-zoom/

Zoom เข้าซื้อ Keybase ขยายขีดความสามารถในการเข้ารหัสด้านความปลอดภัยเพิ่ม

Zoom ได้ประกาศว่าพวกเขาได้เข้าซื้อ Keybase ซึ่งเป็นผู้ให้บริการการเข้ารหัสในการรับส่งข้อความและแชร์ไฟล์  การเข้าซื้อกิจการที่รวมเอาทีมวิศวกรด้านระบบรักษาความปลอดภัยและการเข้ารหัสที่มีความเชี่ยวชาญสูงนี้ จะช่วยเร่งแผนการของ Zoom ในการสร้างการเข้ารหัสแบบครบวงจรที่สามารถรองรับและขยายขีดความสามารถของ Zoom ในปัจจุบันให้ก้าวหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว

“เรามีทั้งแพลตฟอร์มการสื่อสารที่เข้ารหัสแบบครบวงจร มีทั้งแพลตฟอร์มการสื่อสารที่ปรับการใช้งานระบบซีเคียวริตี้ได้ง่าย มีทั้งแพลตฟอร์มการสื่อสารระดับองค์กร เราเชื่อว่าไม่มีแพลตฟอร์มอื่นใดในปัจจุบันที่จะมอบสิ่งเหล่านี้ให้ได้ทั้งหมด นี่คือสิ่งที่ Zoom วางแผนที่จะสร้างขึ้นมาเพื่อมอบให้กับผู้ใช้ของเรา ทั้งระบบรักษาความปลอดภัย ความสะดวกในการใช้งาน ประสิทธิภาพในการรองรับทุกขนาดองค์กร ทั้งหมดพร้อมกัน” กล่าวโดย อีริค เอส หยวน ซีอีโอของ Zoom

“Keybase รู้สึกตื่นเต้นและยินดีอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมทีมกับ Zoom!” กล่าวโดย แม็กซ์ โครห์น ผู้ร่วมก่อตั้งและนักพัฒนาของ Keybase.io “ทีมงานของเราคือผู้ที่มีความหลงใหลในการสร้างสรรค์และพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว และเรารู้สึกเป็นเกียรติที่สามารถนำความเชี่ยวชาญด้านการเข้ารหัสของเราไปต่อยอดบนแพลตฟอร์มที่มีผู้เข้าใช้งานร่วมหลายร้อยล้านคนต่อวัน”

from:https://www.enterpriseitpro.net/zoom-buys-keybase-to-boost-encryption-capabilities/

รู้จัก Huawei AI Computing Platform สร้าง AI Infrastructure ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

เป็นที่รู้กันชัดเจนแล้วว่า AI นั้นจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกๆ ธุรกิจไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง และการนำ AI มาใช้งานให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดนั้น การเลือกหน่วยประมวลผลและ Platform ให้เหมาะสมต่อแต่ละการใช้งานก็ถือเป็นสิ่งที่จำเป็น บทความนี้เราพาไปรู้จักกับโซลูชันทางด้าน AI ของ Huawei ทั้งในส่วนของ Software, Hardware และ Cloud กันอย่างครบวงจรครับ

การใช้ชิปประมวลผลเฉพาะทาง จะทำให้การประมวลผล AI มีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น
การประมวลผลที่เกี่ยวข้องกับงานทางด้าน AI นั้นมีความแตกต่างจากการประมวลผลทั่ว ๆ ไปค่อนข้างมาก โดยทั่วไปแล้วหน่วยประมวลผลที่เราใช้กันอยู่ในทุกวันนี้จัดอยู่ในกลุ่ม General Purpose หรือการรองรับการประมวลผลได้หลากหลาย ในขณะที่การประมวลผลงานทางด้าน AI นั้นจะเน้นการประมวลผลกระบวนการทางคณิตศาสตร์สำหรับข้อมูลขนาดใหญ่ที่ต้องทำซ้ำอย่างต่อเนื่องเป็นหลัก หน่วยประมวลผลแบบ General Purpose จึงไม่ตอบโจทย์นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพนัก และทำให้เหล่าผู้ผลิตหน่วยประมวลผลทั่วโลกต้องพัฒนาหน่วยประมวลผลเฉพาะทางออกมารองรับงานทางด้าน AI กันมากขึ้น

ไม่เพียงแต่ในแง่ประสิทธิภาพการประมวลผลเท่านั้น แต่ประเด็นด้านพลังงานเองก็สำคัญ หน่วยประมวลผลสำหรับ AI นอกจากจะต้องมีประสิทธิภาพที่ดีและรองรับ Operation ที่เหมาะสมได้แล้ว การประหยัดไฟได้ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จำเป็น เพื่อให้การประมวลผลในการ Training AI สำหรับสร้างโมเดลออกมานั้นสามารถทำได้โดยใช้ต้นทุนต่ำที่สุด และการทำ Inference หรือการนำ AI ไปใช้งานนั้นเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลาตามความต้องการของภาคธุรกิจโดยไม่ต้องกังวลเรื่องข้อจำกัดทางด้านพลังงานมากนัก

Huawei Intelligent Computing: ตอบโจทย์ AI ได้ในทุกกรณีการใช้งาน

Huawei เองก็เป็นหนึ่งในผู้พัฒนาเทคโนโลยีที่เล็งเห็นว่า AI นั้นมีความสำคัญต่อธุรกิจในหลากหลายแง่มุม จึงได้ทำการพัฒนา Platform ทางด้าน AI ที่ครอบคลุมทุกด้านเพื่อให้ภาคธุรกิจเลือกใช้งานกันได้ตามความเหมาะสม ภายใต้ Huawei Intelligent Computing เพื่อให้การนำ AI ไปใช้ได้นั้นรองรับได้ทั้ง Device-Edge-Cloud อย่างครบถ้วน

สิ่งที่ Huawei นำเสนอนั้นมีตั้งแต่ชิปประมวลผลทางด้าน AI โดยเฉพาะอย่าง Huawei Ascend, ระบบ Server และ Cluster สำหรับงานทางด้าน AI อย่าง Atlas, Framework สำหรับงานทางด้าน AI อย่าง MindSpore และโซลูชัน Huawei Cloud ที่สามารถรองรับการประมวลผล AI ได้อย่างยืดหยุ่น

Huawei Ascend – ชิปประมวลผล AI ประสิทธิภาพสูง

สำหรับชิปประมวลผลอย่าง Huawei Ascend นี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้การประมวลผลทางด้าน AI ที่เกิดขึ้นใน Server หรือ Edge นั้นเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ แยกส่วนจาก CPU ออกมา ทำให้การประมวลผลเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและประหยัดพลังงาน โดยปัจจุบันนี้มี Huawei Ascend 2 รุ่นหลักๆ ได้แก่

• Huawei Ascend 910 หน่วยประมวลผล AI ที่มีประสิทธิภาพระดับ 256 TFLOPS@FP16 และ 512 TOPS@INT8 โดยใช้พลังงานสูงสุดเพียง 310W เท่านั้น เหมาะสำหรับการนำไปใช้ประมวลผลในการทำ Training เพื่อสร้างโมเดลสำหรับ AI

• Huawei Ascend 310 หน่วยประมวลผล AI ที่มีประสิทธิภาพระดับ 16 TOPS@INT8 และ 8 TFLOPS@FP16 โดยใช้พลังงานสูงสุดเพียงแค่ 8W เหมาะสำหรับการนำไปใช้ในอุปกรณ์ Edge, IoT หรือหุ่นยนต์ ที่ต้องทำ Inference ใช้งานโมเดล AI

Huawei Atlas – Platform ประมวลผล AI สำหรับตอบโจทย์การใช้งานภาคธุรกิจ

Platform สำหรับการประมวลผลทางด้าน AI ที่มีรูปแบบการนำไปใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่การ์ดสำหรับเร่งการประมวลผล AI ไปจนถึง Cluster ขนาดใหญ่สำหรับติดตั้งภายใน Data Center ให้เลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสม ดังนี้

• Huawei Atlas 900 AI Cluster ระบบ Cluster ที่มีการติดตั้ง Huawei Ascend 910 จำนวนหลายพันชุด พร้อมระบบเครือข่าย 100G RoCE เพื่อให้การประมวลผลข้อมูลและการ Train AI เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อม Software จาก Huawei ครบวงจร https://e.huawei.com/en/products/cloud-computing-dc/atlas/atlas-900-ai


• Huawei Atlas 800 AI Server เครื่อง Server ที่รองรับการติดตั้ง Huawei Atlas 300 AI Accelerator Card ได้สูงสุดถึง 8 ชุด รองรับได้ทั้งการทำ Training และ Inference ได้อย่างยืดหยุ่นภายใน Data Center ของธุรกิจองค์กร https://e.huawei.com/en/products/cloud-computing-dc/atlas/atlas-800-ai-server


• Huawei Atlas 800 Deep Learning System ระบบ Appliance สำเร็จรูปที่มาพร้อมกับ Deep Learning Service (DLS) เพื่อให้ AI Developer และ Data Researcher สามารถสร้าง AI ได้ทันที ครอบคลุมทั้งการทำ Data Labeling, Model Generation, Model Training และ Model Inference ในหนึ่งเดียว https://e.huawei.com/en/products/cloud-computing-dc/atlas/atlas-800-ai

• Huawei Atlas 500 AI Edge Station อุปกรณ์สำหรับประมวลผลทางด้าน AI แบบ Edge Computingพร้อมความสามารถในการเชื่อมต่อ Wi-Fi และ LTE ในตัว อีกทั้งยังสามารถประมวลผลภาพหรือวิดีโอได้ด้วยประสิทธิภาพสูง https://e.huawei.com/en/products/cloud-computing-dc/atlas/atlas-500


• Huawei Atlas 300 AI Accelerator Card การ์ดเร่งการประมวลผล AI ที่ใช้ Huawei Ascend 310 และ Ascend 910 สำหรับรองรับงานที่หลากหลายทั้งการทำ Training และ Inference พร้อม Hardware Encoding/Decoding เร่งการประมวลผลภาพและวิดีโอในตัว https://e.huawei.com/en/products/cloud-computing-dc/atlas/atlas-300-ai

• Huawei Atlas 200 AI Accelerator Module ชุดประมวลผลทางด้าน AI ที่มีขนาดเล็กเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของบัตรเครดิต และใช้พลังงานเพียงแค่ 9.5W ที่สามารถประมวลผล HD Video แบบ Real-time ได้พร้อมกันถึง 16 Channel สำหรับการนำไปติดตั้งภายในกล้อง, โดรน และหุ่นยนต์ https://e.huawei.com/en/products/cloud-computing-dc/atlas/atlas-200-ai

• Huawei Atlas 200 DK AI Developer Kit ชุดทดสอบที่ใช้ในการพัฒนาและใช้งาน AI ที่ใช้ Huawei Ascend 310 อยู่ภายใน https://e.huawei.com/en/products/cloud-computing-dc/atlas/atlas-200

Huawei MindSpore – AI Computing Framework สำหรับการพัฒนาระบบ AI

Framework สำหรับใช้ในการพัฒนา AI ที่รองรับตั้งแต่การทำ Model Development, Execution และ Deployment ได้ทั้งสำหรับ Cloud-Edge-Device ในหนึ่งเดียว และสามารถทำงานร่วมกับ Hardware ของ Huawei ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมการประมวลผลแบบ Parallel และการทำ Optimization โดยอัตโนมัติ สำหรับผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถศึกษาได้ที่ https://e.huawei.com/en/products/cloud-computing-dc/atlas/mindspore

Huawei Cloud EI – บริการ AI และ Data บน Cloud ที่พร้อมใช้งานได้ทันที

สุดท้ายนี้ก็คือบริการ Huawei Cloud EI ที่ย่อมาจาก Enterprise Intelligence ซึ่งก็คือบริการทางด้าน AI และ Data จาก Huawei ที่พร้อมให้ภาคธุรกิจนำไปใช้งานได้ทันที ทั้งระบบ AI สำเร็จรูป ไปจนถึง Cloud Infrastructure สำหรับการพัฒนา AI ด้วยตนเอง โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่ดังต่อไปนี้
• Essential Platform บริการพื้นฐานสำหรับการจัดการข้อมูลและการพัฒนาระบบ AI บน Cloud
• Big Data บริการสำหรับการรองรับงานทางด้าน Big Data, Data Warehouse และ Data Lake เพื่อให้ธุรกิจองค์กรสามารถจัดการกับข้อมูลขนาดใหญ่ของตนเองได้อย่างเหมาะสม
• Visual Cognition บริการ AI สำหรับจัดการกับข้อมูลภาพและวิดีโอ
• Speech and Semantics บริการ AI สำหรับจัดการกับข้อมูลข้อความ, ภาษา และเสียง

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Huawei Cloud EI ได้ที่ https://www.huaweicloud.com/en-us/ei/

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI, Cloud และ Data Center จาก Huawei ได้ที่ บริษัท ซิมพลิฟาย ไอที (ประเทศไทย) จำกัด
Tel. 02-042-0488
Email : sales@simplifyth.com
Website : www.simplifyth.com

Follow Huawei Intelligent Computing on:
Twitter: https://twitter.com/Huawei_IntCom
Linked in: https://www.linkedin.com/company/huawei-intelligent-computing/
Facebook: https://www.facebook.com/Huawei-Intelligent-Computing-108424713843039/
Website: https://e.huawei.com/th/products/cloud-computing-dc/atlas

from:https://www.enterpriseitpro.net/huawei-ai-computing-platform/

โทรศัพท์ไอพีของซิสโก้มีช่องโหว่ RCE ระดับร้ายแรง ระดับ 9.8

ซิสโก้ได้ออกมาเตือนถึงช่องโหว่ร้ายแรงบนเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่เบื้องหลังโทรศัพท์ไอพี ซึ่งเปิดให้ผู้โจมตีสามารถเข้ามารันโค้ดจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องผ่านการยืนยันตัวตน จนนำไปเปิดฉากการโจมตีแบบ DoS ได้

โดยมีการปล่อยโค้ดเจาะระบบตัวอย่างหรือ Proof-of-concept (PoC) โพสบน GitHub ในฐานะช่องโหว่ภายใต้รหัส CVE-2020-3161 ที่มีคะแนนความร้ายแรงแบบ CVSS มากถึง 9.8 เต็ม 10

ซึ่งล่าสุดทางซิสโก้เองได้ออกแพทช์มาแล้วเมื่อวันพุธก่อน เพื่ออุดช่องโหว่ที่กระทบกับโทรศัพท์ไอพีของซิสโก้หลายรุ่น ทั้งรุ่นที่ใช้กับธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง

ทางผู้ค้นพบอย่าง Jacob Baines จาก Tenable ระบุว่าเว็บเซิร์ฟเวอร์ของโทรศัพท์ไอพี ไม่ได้มีระบบตรวจสอบข้อมูลป้อนเข้าอย่าง HTTP request ที่เหมาะสมเพียงพอ ทำให้ผู้ไม่หวังดีเพียงแค่ส่งคำขอ HTTP request ที่ออกแบบเป็นพิเศษไปยังเอนด์พอยต์ที่เป็นตัว /deviceconfig/setActivationCode ที่อยู่บนเว็บเซิร์ฟเวอร์เป้าหมายเท่านั้น

ที่มา : Threatpost

from:https://www.enterpriseitpro.net/critical-cisco-ip-phone-rce-flaw-154864/

คุณประโยชน์ 4 อย่างในการบริหารจัดการเน็ตเวิร์กผ่านคลาวด์ (ไม่ต้องเพิ่มงบประมาณ)

วันนี้เราจะพาทุกท่านไปดูถึงประโยชน์ที่สำคัญของการบริหารจัดการเน็ตเวิร์กผ่านระบบคลาวด์ โดยมีประโยชน์ที่น่าสนใจดังนี้

1. จัดการระบบเน็ตเวิร์กได้ดีกว่า
ใช้ระบบการจัดการเน็ตเวิร์กผ่านคลาวด์ ช่วยลดปัญหาได้ดีกว่า ปลอดภัยกว่า และมีเวลาไปทำอย่างอื่นได้มากกว่า

2. แบ่งจ่ายตามระยะเวลาการใช้งาน
คุณไม่จำเป็นต้องลงทุนก้อนโต เป็น CapEX ไปเป็น OpEX และนำเงินที่ต้องจ่ายอย่างมหาศาลในตอนแรกไปลงทุนอย่างอื่นได้

3. ให้ความคล่องตัว
ด้วยระบบการจัดการผ่านคลาวด์จะช่วยให้เกิดการลงทุนที่คล่องตัวมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องอิงเรื่องของฮาร์ดแวร์เป็นสำคัญ

4. จัดการปัญหาเรื่อง Wi-Fi ให้ดีขึ้น
ให้คุณทราบทันทีหากเกิดปัญหากับระบบ Wi-Fi ให้ทุกคนในองค์กรใช้งานได้ง่าย

Aruba ให้คุณได้รับประสบการณ์ Network อันน่าทึ่ง ด้วยประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และราคาที่แสนจะคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบ ควบคุม และวิเคราห์การทำงาน ที่ช่วยให้ระบบเครือข่ายมความปลอดภัยและทำงานต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

#SISthai #เอสไอเอส #HPE #Aruba #HPEAruba #ArubaNetwork #ArubaTH #ArubaCentral #Cloud #CloudManagement

บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
โทร. 0-2020-3074 Email : HPEAruba@sisthai.com, aruba.th@hpe.com
หรือเรียนรู้เพิ่มเติมที่ : www.aruba-thai-partner.com

from:https://www.enterpriseitpro.net/aruba-central-cloud-manage-networking/