คลังเก็บป้ายกำกับ: Uncategorized

WERK ธุรกิจพัฒนาพื้นที่ว่างบนบีทีเอส ให้ออกมา ‘เวิร์ค’ กว่าเดิม

WERK คือแหล่งรวมร้านค้าออนไลน์ที่มีหน้าร้านจริงๆ อยู่บนสถานีของบีทีเอส  ภายใต้แนวคิด “Every Store is a Story” (ทุกร้านคือเรื่องราว) ความน่าสนใจคือที่เป็นทีมของคนรุ่นใหม่ที่เชื่อว่าแบรนด์ยุคใหม่สร้างความแตกต่างได้ด้วยเรื่องราวและแนวคิด จึงได้จัดสรรพื้นที่บนสถานีรถไฟฟ้าให้คนรู้สึกสนุกสนานกับการเดินทางมาที่ร้านด้วยตัวเอง  แม้ในยุคของการสั่งสินค้าออนไลน์  ลองมาคุยกับกาณฑ์ สมบัติศิริ และ ภวินท์ สิงหละชาติ กันดีกว่าว่าทำไมพวกเขาถึงได้เริ่มธุรกิจนี้กัน

จุดเริ่มต้นของการทำ WERK

เกิดจากการที่ได้เดินผ่านไปผ่านมาแถวๆ พื้นที่บนบีทีเอส  จนเกิดเป็นความรู้สึกว่าพื้นที่ตรงนี้มันค่อนข้างจะมีค่า  และเหมือนพื้นที่ทองเจ๋งๆ  ซึ่งสิ่งที่เรามองมันคือว่าเหตุผลการออกจากบ้านของเด็กสมัยใหม่ใรทุกวันนี้ค่อนข้างยาก  และที่ที่เดียวที่สามารถรวมกลุ่มคนได้เป็นล้านๆ คนต่อวันนั่นคือบีทีเอสนั่นเอง

คอนเซปต์ของ WERK

คำว่า ” WERK” ก็จะเห็นสะกดแตกต่าง  โดยโลโก้ของเราจริงๆ จะเป็นเหมือนบันได  เพราะเราเป็นเหมือนบันไดเพื่อเป็นแพลนต์ฟอร์มให้แบรนด์ที่เข้ามา  หรือว่าให้ไปเติมเต็มสู่ความสำเร็จของแบรนด์นั้นจริงๆ

นิยามของ WERK คืออะไร?

ที่เราวางตำแหน่งตัวเองไว้จริงๆ มันคือ ‘ตัวขายปลีก’ มากกว่า  คือเราใช้พื้นที่เป็นเหมือน ‘Pop-up Retail’ นั่นคือเชื่อมต่อกับบรนด์  แล้วแบรนด์ก็จะใช้พื้นที่ตรงนี้เป็นเหมือนเครื่องมือสื่อสาร  หรือว่าใช้เป็น Marketing Tool  ซึ่งเราอยากให้มองว่าร้านที่ตั้งเหมือนเป็น ‘3D Billboard’ ที่แบรนด์สามารถใช้พื้นที่ตรงนี้การโต้ตอบกับลูกค้าได้  เพราะรู้สึกว่ามันให้ประโยชน์ได้

จุดเด่นของธุรกิจให้เช่าพื้นที่ของ WERK

อย่างที่บอกคือจุดเด่นของเราเป็น “การใช้พื้นที่ตรงรนี้ให้กลายมาเป็น Marketing Tool” เช่น ทำอย่างไรให้เขา Lead กลับไปที่ออนไลน์ได้  อย่างง่ายๆ ที่เราเจอก็คือแบรนด์ทำ Facebook Live ที่นี่  ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ลูกค้าสามรถมีปฎิสัมพันธ์กับเจ้าของได้จริงๆ

ผมว่าสิ่งที่ออนไลน์ไม่สามารถทำได้ก็คือการทำ ‘Community’ ที่เป็นปฎิสัมพันธ์ของมนุษย์จริงๆ  โดยเรารู้สึกว่าออฟไลน์ตรงนี้ชนะขาด  และทุกๆ ปียอดของร้านค้าที่เพิ่มขึ้นมาก็เกิดขึ้นทุกปี  ซึ่งก็มองว่าสิ่งที่ร้านค้าออนไลน์พวกนี้สามารถนำเสนอได้นอกจากแค่ Pixle กับ Sound ก็คือ ‘หน้าร้าน’

เพราะเรารู้สึกว่าการไปออนไลน์อย่างเดียววิธีการอยู่รอดในทุกวันนี้มันยากขึ้นสำหรับแบรนด์  หรือไปแต่ออฟไลน์ไม่ใช้ออนไลน์เลยมันก็มีความค่อนข้างท้าทาย

แล้วมีวิธีการเลือกร้านมาลงอย่างไร

พยายามเลือกแบรนด์ที่มาอยู่ด้วยกันแล้วช่วยกัน  โดยทุกแบรนด์ก็จะมีเรื่องราวที่ตัวเองอยากจะเล่า  และก็นำแบรนด์ที่มีกลุ่มเป้าหมายใกล้ๆ กัน  รวมทั้งมองไปถึงว่าคนที่ใช้บีทีเอสอยู่เป็นคนกลุ่มไหน มีคาร์แรคเตอร์ประมาณไหน  สุดท้ายก็เลือกออกแนวไลฟ์สไตล์หน่อย  และเป็นพวกสินค้าแฟชั่นที่คนซื้อกันอยู่แล้วตลอดเวลา

แล้วทำไมลูกค้าในออนไลน์ต้องมาที่หน้าร้านอีก

ในส่วน Journey ที่เรามองคือแบรนด์จะโปรโมทมาตั้งแต่ออนไลน์เลย  ตัวอย่างร้านที่เข้ามาขายรูปสินค้าก็จะขึ้นไปอยู่ใน Instagram หรือ Facebook Account ของเขา  แล้วลูกค้าก็จะเลื่อนดูว่ามีสินค้าตัวไหนที่น่าสนใจ  จากนั้นก็จะค้นหาว่าถ้าเกิดมาลองสินค้าจริงนั้นจะลองได้ที่ไหนบ้าง  ซึ่งกระบวนการที่เราตั้งใจคือให้มาง่ายที่สุด สะดวกที่สุด นั่นคือก็บีทีเอส

คนที่มาใช้บริการเป็นแบบไหน

เราเห็นว่าโฟลว์คนที่มาจะเป็น “คนที่ใช้สถานีนี้อยู่แล้ว” โดย Journey ของเขาจะเหมือนสำรวจมาแล้วว่ามีแบรนด์อะไรน่าสนใจ อยากซื้อ อยากลอง แล้วเขาก็เดินทางมาแล้วแวะลงมาตรงนี้มาดูของกันแล้วเดินทางกลับด้วยบีทีเอส  ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาด้วยบีทีเอสอยู่แล้วก็จะอยู่กันแบบ 30-40 นาที หรือเดินหลายๆ ร้านก็อาจเต็มที่หนึ่งชั่วโมง

แผนการทำธุรกิจของ WERK 

ภายในปีสองปีนี้เราอยากไปได้ทั้งหมดตามแนวที่รถไฟฟ้าโต  เพราะเราอยากไปอยู่ในทุกๆ ที่ที่เข้าถึงกลุ่มคน  ที่ในที่สุดเรามองว่าสิ่งที่เราอยากเป็นจริงๆ คือเราต้องการเชื่อมโยงแบรนด์  หรือไอเดียเจ๋งๆ ให้กับพื้นที่ที่มันน่าสนใจ

โอกาสเติบโตของธุรกิจนี้

เรามองว่าอนาคตของห้างค้าปลีกต่างๆ นั้นถ้าเกิดดูกระแสจากต่างประเทศ  จะมีความค่อนข้างชิฟมาทาง Pop-up Retail เพราะว่า Frequency ต่างๆ ที่เรารู้สึกว่าต้องเร็ว  เพราะพฤติกรรมของเด็กยุคใหม่นั้นค่อนข้างเปลี่ยนไป  ซึ่งวันหนึ่งอาจจะดู Facebook เล่น LINE ดู Netflix มันโดนล่อใจด้วยเทคโนโลยีพวกนี้หมด

เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ทำให้เรามองเห็นว่ามีโอกาสซ่อนอยู่ในทุกๆ อย่างเสมอ  โดยขอเพียงช่างสังเกตและคิดต่อยอดจากสิ่งเดิมๆ ให้มากขึ้นค่ะ

ชมคลิปสัมภาษณ์ :

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2019/02/werk-more-than-space-in-bts/

โฆษณา

คอร์สเรียนออนไลน์เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ: ของฟรีมีในโลก!! CHULA MOOC

          ปัจจุบันการศึกษาในมหาวิทยาลัยต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก เมื่อความรู้และเทคโนโลยีพัฒนาเร็วจนมหาวิทยาลัยเปลี่ยนแปลงตามไม่ทัน การปรับปรุงหลักสูตรที่ยุ่งยาก 5 ปีเปลี่ยนครั้ง มันทำให้องค์ความรู้ที่นำมาสอนนักศึกษามันล้าหลัง ไม่ทันโลก คำตอบของความท้าทายนี้จึงต้องพึ่งพาเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่เข้ามาช่วย เมื่อความรู้พัฒนาเร็ว การเรียนการสอนก็ต้องเปลี่ยนและพัฒนาให้เร็วยิ่งกว่า

MOOC ย่อมาจาก Massive Open Online Courseware คือการเรียนออนไลน์แบบเปิด ที่ใคร ๆ ก็สามารถเข้าไปเรียนได้ เป็นคอร์สเรียนระยะสั้น และฟรี!! และเมื่อเรียนจบสามารถขอรับ Certificate of Completion ได้ เอาไว้ไปสมัครงานหรืออัพเกรดเงินเดือน อันนี้ก็แล้วแต่บุคคลครับ กลุ่มเป้าหมายหลักในช่วงเริ่มต้นจะเป็นกลุ่มคนทำงานที่ต้องการพัฒนาทักษะวิชาชีพของตัวเอง เพราะจะอาศัยเพียงความรู้ทีเรียนในมหาวิทยาลัยไม่ได้ และจะศึกษาด้วยตนเองก็มีข้อจำกัดแตกต่างกันไปในแต่ละคน ถือว่าเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างแท้จริง

ก่อนที่จะผมจะไหลเรื่องวิชาการจนเกินไป เข้าเรื่องกันดีกว่าครับ ฮ่า ๆ !! วันนี้ผมจะมาแนะนำ MOOC เจ้านึง ที่ถือว่าเป็นผู้บุกเบิกการเรียนการสอนในลักษณะนี้จนประสบความสำเร็จ นั่นคือ CHULA MOOC ซึ่งปัจจุบันมีคอร์สเรียนกว่า 100 วิชา มีผู้ลงทะเบียนเรียนไปแล้วกว่า 1 แสนคน สิ่งเหล่านี้ช่วยตอกย้ำความสำเร็จของ MOOC ในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี จนหลายมหาวิทยาลัยเริ่มวางแผนทำ MOOC ของตนเองเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในยุคที่จำนวนผู้เรียนตามวัยน้อยลงทุกวัน มหาวิทยาลัยต้องเปิดพื้นที่ดึงดูดวัยทำงานและวัยเกษียณให้เข้ามาเรียน คำตอบที่เหมาะสมที่สุดในตอนนี้ ก็คือ MOOC นั่นเอง

 

คอร์สเรียน CHULA MOOC มีตัวไหนน่าสนใจบ้าง?

การเปิดให้ลงทะเบียนเรียนของ CHULA MOOC จะเปิดเป็นช่วง ๆ ไม่เปิดทีเดียว 100 วิชา มีกำหนดเวลาชัดเจน แม้การเรียนออนไลน์จะเข้าเรียนได้ไม่จำกัด แต่ว่าในแต่ละคอร์สของ CHULA MOOC จะจำกัดจำนวนผู้เรียน และจำกัดระยะเวลาในการเรียนด้วย ถือเป็นเทคนิคในการทำให้เกิดการเรียนสำเร็จมากขึ้น(จากผลการวิจัยระบุว่าการเรียนออนไลน์มีเปอร์เซ็นต์การเรียนสำเร็จน้อยมาก ๆ) และสร้างกระแสตอบรับให้เกิดขึ้นอย่างแพร่หลาย ซึ่งเราจะเห็นว่าเมื่อมีการประกาศเปิดให้ลงทะเบียน ผู้เรียนจะเกิดการแย่งกันทะเบียนเรียนก่อนที่จะครบจำนวนที่กำหนดของแต่ละคอร์ส ส่วนคอร์สที่น่าสนใจและได้รับความนิยม ได้แก่

  • Introduction to Data Analytics and Big Data
  • ตั้งไข่ไวยกรณ์ : มหากาพย์ อังกฤษ อัพเกรด
  • ไวยกรณ์พร้อมรบ : มหากาพย์ อังกฤษ อัพเกรด
  • ทำอย่างไรให้สินค้า Go Inter ขายได้ขายดี และดังข้ามโลก
  • กฏหมายกับธุรกิจยุค Thailand 4.0 และภาษีกับธุรกิจ
  • การสร้างชิ้นงานจากโปรแกรมสร้างภาพสามมิติ
  • การสร้าง Infographics : What & How?
  • ภาษาอาหรับเบื้องต้น และภาษาอาหรับในชีวิตประจำวัน

นี่เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งในคอร์สการเรียนที่หลากหลายมากของ CHULA MOOC ใครที่อยากพัฒนาตัวเอง พัฒนาทักษะอาชีพ โดยอาจารย์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่เชี่ยวชาญทั้งในการสอนและความรู้แน่น ๆ ก็สามารถเข้าไปศึกษาคอร์สเรียนต่าง ๆ ได้เลยครับ และใครที่อยากติดตามข่าวสารว่ามีการเปิดลงทะเบียนเมื่อไหร่ อย่างไรบ้าง ก็ติดตามได้จากแฟนเพจของ CHULA MOOC ครับ

 

ลักษณะการเรียนการสอนออนไลน์ของ CHULA MOOC เป็นอย่างไร?

ผมขอเริ่มตั้งแต่การลงทะเบียนนะครับ ซึ่งปกติแล้วผมจะติดตามข่าวสารการเปิดลงทะเบียนผ่านแฟนเพจ CHULA MOOC โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนกันประมาณ 2 เดือน และรับจำนวนจำกัด 4,000 คน ระยะเวลาในการเรียน 1-3 เดือน แต่ละคอร์สจะมี 5-10 บทเรียน มีแบบทดสอบก่อนเรียน และแบบทดสอบหลังเรียน นอกจากนี้กลุ่มใน Facebook ที่เปิดไว้ให้พูดคุยสอบถามได้แยกตามรายวิชาในช่วงที่เปิดให้มีการเรียนการสอนเท่านั้น หากผู้เรียนทำตามเงือนไขได้ทั้งหมด เช่น เรียนอย่างน้อย 80% ของบทเรียน ทดสอบหลังเรียนผ่านเกณฑ์ที่กำหนด เราก็จะได้ Certificate of Completion เอาไว้ไปใช้ในการทำงานได้ แต่หากเรียนไม่จบก็ไม่เป็นไรครับ เราแค่เข้าไปเอาความรู้เท่าที่เราต้องการก็ได้ เพราะนี่คือการเรียนออนไลน์ มันขึ้นอยู่กับเราอยู่แล้ว

ตัวอย่างหน้าจอขณะเรียน

 

ลักษณะบทเรียน

ข้อสอบก่อนเรียน

แล้วมหาวิทยาลัยได้อะไร? เมื่อให้คนเรียนฟรีกันแบบนี้

ก็เหมือนบริการฟรีอื่น ๆ คือ อันดับแรกต้องสร้างฐานของผู้เรียนให้ใหญ่เพียงพอ ต่อไปจะทำอะไรก็มีแต่ได้กับได้ แต่ในเบื้องต้นนั้น ก็คือ การเปิดคอร์สที่ลึกและแน่นขึ้น แต่เราต้องจ่ายเงินในการเรียน ซึ่งผมก็โดนไปแล้ว 1 คอร์ส จากทีเรียนคอร์สฟรีอย่าง Introduction to Data Analytics and Big Data แล้วทำให้อยากเรียนอยากรู้มากขึ้น และอาจารย์ก็สอนดีมาก ๆ จึงต้องไปลงทะเบียนแบบจ่ายเงินให้กับคอร์ส DATA SCIENCE PATHWAY ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากครับ ตอนนี้ก็ต้องเร่งเรียนให้ต่อเนื่อง เพราะจำกัดเวลาในการเรียนแค่ 3 เดือน(ถ้าไม่เราเทเอง ก็เรียนจบแน่นอนครับ)

          ผมขอบอกไว้ก่อนว่า ผมไม่ได้เรียนที่นี่ที่เดียวครับ ยังมีอีกหลายคอร์สออนไลน์ที่ผมลงทะเบียนแบบจ่ายเงินเต็ม ทั้งเพื่อหาความรู้ใส่ตัวและเตรียมจะเปิดคอร์สของตัวเองด้วยครับ ซึ่งเอาไว้คราวหน้าผมจะมาแนะนำคอร์สที่น่าสนใจเหล่านั้นนะครับ รวมทั้งการรีวิวคอร์ส DATA SCIENCE PATHWAY ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ผมเรียนอยู่ด้วยครับ และขอย้ำว่าทุกคอร์สได้ Certificate of Completion ทั้งหมด หากมีคนขอในคอมเม้นท์มาอาจเขียนให้เร็ว ๆ นี้เลย 🙂

 

ข่าว: คอร์สเรียนออนไลน์เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ: ของฟรีมีในโลก!! CHULA MOOC มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2019/02/15/chula-mooc-reviews-online-course.html

แยกย้าย! หมอปราเสริฐ-ลูกสาว จ่ายค่าปรับ 499 ล้าน คดีปั่นหุ้นบางกอกแอร์เวยส์

หลังจากก่อนหน้านี้ ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ พร้อมลูกสาวได้ลาออกจากการเป็นผู้บริหารและบอร์ดของกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพและบางกอกแอร์เวยส์ เพื่อที่จะต่อสู้คดีนี้นั้น แต่ล่าสุดได้จ่ายค่าปรับกับ ก.ล.ต. แทนแล้ว

ภาพจาก Shutterstock

หลังจากที่ ก.ล.ต. ดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 3 ราย ในกรณีสร้างราคาหลักทรัพย์บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA โดยเรียกให้ชำระค่าปรับทางแพ่งรวม 499.45 ล้านบาท และสั่งห้ามเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ประกอบไปด้วย

  1. ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ
  2. ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ
  3. นฤมล ใจหนักแน่น

ล่าสุดทั้ง 3 คนได้ยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งของ ก.ล.ต. โดยการจ่ายค่าปรับรวม 499.45 ล้านบาทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และรวมไปถึงคำสั่งจาก ก.ล.ต. ประกอบไปด้วย

  1. มีคำสั่งห้าม ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เป็นเวลา 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 ถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564
  2. มีคำสั่งห้าม ปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ เป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เป็นเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 ถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563
  3. มีคำสั่งห้าม นฤมล ใจหนักแน่น เป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน (บจ.) เป็นเวลา 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ.62 ถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564

ที่มาหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/dr-prasert-and-daughter-pay-499m-thb-in-bangkok-airways-mislead-price-case/

TechTalk Webinar: รู้จักกับระบบ ERP แบบ Two-Tier เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ โดย Oracle NetSuite

Oracle NetSuite ขอเรียนเชิญเหล่าองค์กรที่มีธุรกิจย่อยภายในเครือ และกำลังมองหาระบบ ERP ที่สามารถตอบโจทย์การบริหารจัดการธุรกิจเหล่านี้ทั้งหมดได้จากศูนย์กลาง เข้าร่วม Webinar ในหัวข้อเรื่อง “รู้จักกับระบบ ERP แบบ Two-Tier เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ โดย Oracle NetSuite” เพื่อรับฟังแนวทางในการประยุกต์ใช้แนวคิด Two-Tier ERP เพื่อบริหารจัดการธุรกิจทั้งในภาพรวม และการทำงานของแต่ละธุรกิจย่อยในเครือให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในวันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2019 เวลา 14.00 – 15.30 โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: รู้จักกับระบบ ERP แบบ Two-Tier เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจ โดย Oracle NetSuite
ผู้บรรยาย: คุณ Nattawutt Nattee, Principal Solution Consultant, Oracle NetSuite
วันเวลา: วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2019 เวลา 14.00 – 15.30
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
จำนวนผู้เข้าร่วมสูงสุด: 100 คน
ภาษา: ไทย

ธุรกิจที่มีบริษัทในเครือจำนวนมากนั้น ได้กลายเป็นโครงสร้างที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบันแทนการมีองค์กรใหญ่องค์กรเดียวที่ทำทุกอย่างเหมือนในอดีต ซึ่งถึงแม้ธุรกิจจำนวนมากนั้นจะนิยมบริหารจัดการธุรกิจในเครือแบบแยกขาดจากกันเพื่อความคล่องตัวในการทำงาน แต่ด้วยการมาของ Digital Economy ทั่วโลกนั้นก็ทำให้เหล่าธุรกิจองค์กรที่มีบริษัทในเครือจำนวนมาก ต้องทำการบริหารจัดการภาพรวมของธุรกิจทั้งหมดในเครือด้วย และนี่เองที่เป็นประเด็นสำคัญซึ่งส่งผลกระทบต่อกลยุทธ์ด้านระบบ ERP โดยรวม

เพื่อตอบรับกับโจทย์ดังกล่าว หลายองค์กรก็ได้ประยุกต์นำกลยุทธ์ Two-Tier ERP มาใช้เพื่อลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มตัวชี้วัดในการควบคุมและจัดการธุรกิจให้ได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในขณะที่ธุรกิจในเครือทั้งหมดเองก็ยังสามารถทำงานได้อย่างอิสระ ไม่ต้องมีกระบวนการการทำงานที่ขึ้นต่อกันแต่อย่างใด

เข้าร่วมรับชม Webinar ครั้งนี้ของ NetSuite เพื่อเรียนรู้ว่าธุรกิจอย่าง Shaw Industry และ Scoot Airlines ได้นำแนวคิด Two-Tier ERP ไปใช้อย่างไร และคุณจะประยุกต์นำแนวคิดนี้ไปใช้รองรับการเติบโตของธุรกิจคุณเองได้อย่างไร

1 ชั่วโมงเต็มกับ TechTalk Webinar ผ่านระบบ Online Web Conference (Webinar)

หลายท่านอาจประสบปัญหาเรื่องเวลา หรือการเดินทางมายังงานสัมมนาที่ต่างๆ ทำให้พลาดโอกาสในการอัพเดทเทรนด์และเทคโนโลยีอันเป็นที่น่าสนใจในปัจจุบัน TechTalkThai จึงได้ริเริ่มโปรเจ็คท์ TechTalk Webinar สำหรับกระจายความรู้ และอัพเดทข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ผ่านทางระบบ Online Web Conferencing เพื่อให้ทุกท่านสามารถรับชมและฟังการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญและ Vendor ต่างๆ จากที่ไหนก็ได้ ที่สำคัญคือ ทุกท่านสามารถเข้าร่วม TechTalk Webinar ได้ฟรี โดยไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

ลงทะเบียนเข้าร่วม TechTalk Webinar ได้ฟรี

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วม TechTalk Webinar ในหัวข้อนี้ได้ฟรีๆ ทันทีที่ https://zoom.us/webinar/register/WN_OuDjBROjSp2uB35B5qMWtQ โดยขอความร่วมมือผู้ลงทะเบียนทุกท่านในการลงทะเบียนด้วยชื่อบริษัทแบบเต็ม เพื่อลดความสับสนในการจัดการข้อมูลการลงทะเบียนครับ

from:https://www.techtalkthai.com/techtalk-webinar-two-tier-erp-for-holding-company-by-oracle-netsuite/

ตั้งค่ารับการแจ้งเตือน เมื่อมีการเข้าสู่ระบบ Facebook ที่ไม่รู้จักบน iPhone

Setting Get Alerts About Unrecognized Login FacebookFacebook เป็นแอปโซเชียลที่คนนิยมใช้กันมากที่สุด และแน่นอนว่าต้องเสี่ยงต่อการถูกแฮ็คบ่อยครั้ง วันนี้ทีมงานจึงมีวิธีตั้งค่ารับการแจ้งเตือน เมื่อมีการเข้าสู่ระบบที่ไม่รู้จักบน Facebook เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยให้บัญชี Facebook ของคุณปลอดภัย การแจ้งเตือนเมื่อมีการเข้าสู่ระบบที่ไม่รู้จักเป็นการตั้งค่าการรักษาความปลอดภัยระดับพิเศษที่จะช่วยให้เราทราบว่ามีการเข้าสู่ระบบจากอุปกรณ์หรือบราวเซอร์อื่นๆ ที่เราไม่เคยใช้งานหรือไม่ได้ใช้งานบ่อย ถึงแม้ว่าเราจะเปิดใช้งานยืนยันตัวตนแบบสองชั้นแล้ว แต่บางเหตุการณ์ก็อาจจะทำให้บุคคลอื่นยังสามารถเข้าถึงบัญชี Facebook ได้ ดังนั้นการเปิดแจ้งเตือนการเข้าสู่ระบบที่ไม่รู้จักบน Facebook จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น ถือว่าป้องกันก่อนดีกว่ามาแก้ไขภายหลัง ตั้งค่ารับการแจ้งเตือน เมื่อมีการเข้าสู่ระบบ Facebook ที่ไม่รู้จักบน iPhone ไปที่แอป Facebook  > แท็บไอคอน 3 ขีด > การตั้งค่าและความเป็นส่วนตัว (Settings & Privacy) > ทางลัดไปการตั้งค่าและความเป็นส่วนตัว (Privacy Shortcuts) > รับการแจ้งเตือนเมื่อมีการเข้าสู่ระบบที่ไม่รู้จัก (Get alerts abount unrecognized logins) เลือกช่องทางการแจ้งเตือน > แตะ รับการแจ้งเตือน (Get Notifications) หลังจากตั้งค่าให้แจ้งเตือนทาง Facebook, อีเมล หรือ […]

from:https://www.iphonemod.net/setting-get-alerts-about-unrecognized-login-facebook.html

เคล็ดลับการค้นหา iPhone ที่วางไว้ลืมที่อย่างรวดเร็วด้วยการสั่งเล่นเพลงผ่าน Siri

How To Fine Forget Iphone Using Play Music By Siriถ้าคุณใช้โทรศัพท์ในบ้านอาจจะต้องพบปัญหาการวางโทรศัพท์ลืมที่พอๆ กับรีโมททีวี ไม่ว่าจะวางใต้โซฟา ใต้หมอน ในห้องครัว เป็นต้น และบางทีโทรศัพท์ก็อาจจะตกไปอยู่ในสถานที่อับสายตา ทำให้เราหาไม่เจอซักที วันนี้ทีมงานจึงมีเคล็ดการค้นหา iPhone ที่ถูกซ่อนอยู่อย่างรวดเร็วด้วยการสั่งเล่นเพลงผ่าน Siri แต่ก่อนอื่นต้องทราบก่อนว่า การสั่ง Siri ให้เล่นเพลงจะต้องเป็นแอปที่รองรับการสั่งงานผ่าน Siri อย่าง Apple Music ส่วน JOOX และ Spotify ยังไม่รองรับการสั่งเล่นเพลงผ่าน Siri สำหรับใครที่สมัครใช้บริการ Apple Music อยู่แล้ว ก็สามารถใช้เคล็ดลับนี้ได้เลย เคล็ดลับการค้นหา iPhone ที่วางไว้ลืมที่อย่างรวดเร็วด้วยการสั่งเล่นเพลงผ่าน Siri เรียก “หวัดดี Siri เล่นเพลง….” ดังตัวอย่างได้สั่งให้ Siri เล่นเพลง เป็นไรไหม > Siri ก็จะเปิดเพลงใน Apple Music ให้ทันที การหาโทรศัพท์ที่วางไว้ลืมที่อาจจะดูเป็นปัญหาที่ไม่ใหญ่มาก เนื่องจากโทรศัพท์ไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ทำให้เรารู้สึกหงุดหงิดเมื่อต้องการจะใช้ก็หาไม่เจอ ถึงแม้ว่าจะใช้ Find My iPhone […]

from:https://www.iphonemod.net/how-to-fine-forget-iphone-using-play-music-by-siri.html

Facebook ลงทุน 32,000 ล้านบาท เปิด Data Center แห่งใหม่ใน New Mexico สร้างงานใหม่ 150 ตำแหน่ง

Facebook ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Data Center แห่งใหม่ที่ Los Lunas, New Mexico ด้วยการลงทุนกว่า 1,000 ล้านเหรียญหรือราวๆ 32,000 ล้านบาท

Credit: Facebook

Data Center แห่งนี้จะมีด้วยกัน 6 อาคาร ใช้พลังงานหมุนเวียนทั้งหมด 100% และสร้างตำแหน่งงานในพื้นที่อีกราวๆ 150 ตำแหน่ง โดย Facebook ระบุว่าสาเหตุที่เลือกลงทุนในพื้นที่แห่งนี้ได้แก่

  • มีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เข้มแข็ง
  • เข้าถึงทรัพยากรบุคคลที่เก่งกาจได้
  • ได้ทำงานร่วมกับทางการของ New Mexico เพื่อผลักดันด้านการใช้พลังงานหมุนเวียนเรียบร้อยแล้ว

Facebook นั้นจริงตังกับประเด็นด้านการใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นอย่างมาก ซึ่งความร่วมมือระหว่าง Facebook กับทางการของ New Mexico นั้นก็คือการผลักดันนโยบายด้านมาตรการทางภาษีสำหรับการใช้พลังงานหมุนเวียน เพื่อจูงใจให้เกิดธุรกิจนี้ใน New Mexico มากขึ้น โดยนอกจากธุรกิจไฟฟ้าพลังงานลมและแสงอาทิตย์นั้นจะเพียงพอต่อการให้บริการสำหรับ Data Center ของ Facebook มากถึง 396 MW เองแล้ว ธุรกิจอื่นๆ ในพื้นที่ก็ยังมีทางเลือกในการซื้อพลังงานมากขึ้นไปด้วย

ทั้งหมดนี้ทำให้ Data Center แห่งนี้ได้กลายเป็น Data Center แห่งแรกของ Facebook เองที่ผ่านมาตรฐาน LEED v4 ในระดับ Gold

ที่มา: https://code.fb.com/data-center-engineering/los-lunas-data-center/

from:https://www.techtalkthai.com/facebook-launches-new-data-center-in-new-mexico/