คลังเก็บป้ายกำกับ: ULTRASONIC_FINGERPRINT_SCANNER

iPhone 13 series อาจมากับ Touch ID สแกนนิ้วใต้หน้าจอ แต่ Face ID ยังไม่หายไปไหน

ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่า Apple อาจจะใส่ Touch ID กลับมาให้กับ iPhone 13 series แต่รอบนี้มีเซอร์ไพรส์ใส่มาให้ใต้หน้าจอแบบมือถือ Android ส่วนใหญ่ ล่าสุดดูเหมือนว่าจะใกล้ความจริงมากขึ้น เพราะอดีตพนักงานของบริษัทได้ออกมารายงานว่า iPhone 13 series อาจมี Touch ID สแกนนิ้วใต้หน้าจอแบบ Optical มาให้

แหล่งข่าวระบุว่า Touch ID ใต้หน้าจอที่ลือ ๆ กันว่าจะใช้ใน iPhone 13 series นั้นจะเลือกใช้เซ็นเซอร์เป็นแบบ Optical แต่อาจจะใส่เทคโนโลยีล้ำๆ มาให้ จนทำให้ Touch ID นี้อาจจะมีความปลอดภัยมากกว่าเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบ Ultrasonic ที่ทาง Qualcomm เคลมเอาว่ามีความปลอดภัยมากกว่าเซ็นเซอร์แบบ Optical เสียอีก

โดยเหตุผลที่ทำไมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ Optical ถึงมีความปลอดภัยไม่เทียบเท่ากับ Ultrasonic ก็มาจากเซ็นเซอร์ตัวดังกล่าวนั้นมักจะโดนหลอกง่ายๆ ด้วยการอาศัยช่องโหว่เอาภาพ 2 มิติมาสแกนแทนนั่นเอง ส่วน Ultrasonic นั้นจะใช้คลื่นเสียงไปส่องกระทบเพื่อสร้างลายนิ้วมือแบบจำลองขึ้นมาแทนเลย

เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ Touch ID ที่มีอยู่ใน iPhone, iPad และ Mac ในปัจจุบัน จะใช้เซ็นเซอร์แบบ Capacitive ซึ่งเซ็นเซอร์ชนิดนี้จะเก็บข้อมูลลายนิ้วมือโดยการปล่อยคลื่นสัญญาณไฟฟ้าเพื่อที่จะจำลองลายนิ้วมือขึ้นมา โดยเซ็นเซอร์แบบ Capacitive ก็ถือว่ามีความปลอดภัยกว่าแบบ Optical อยู่ดี

Apple อาจใช้เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้จอที่ผสานเทคโนโลยีแบบ Optical และ Capacitive เข้าด้วยกัน

เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ Touch ID ใต้หน้าจอที่ Apple เตรียมใส่เข้ามาใน iPhone 13 series คาดว่าน่าจะใช้เทคโนโลยีที่ผสมผสานเข้าข้อดีของเซ็นเซอร์แบบ Optical และ Capacitive เข้าด้วยกัน หรือจะเรียกง่าย ๆ ก็คือ iPhone 13 series จะใช้เซ็นเซอร์แบบ Optical-Capacitive Hybrid นั่นเอง

ซึ่งเซ็นเซอร์แบบ Optical-Capacitive นี้ จะใช้จุดแข็งในเรื่องความปลอดภัยจากเซ็นเซอร์ Capacitive และจะใช้ความรวดเร็วในการสแกนของเซ็นเซอร์ Optical มาใช้

Ming-Chi Kuo เห็นต่างบอก iPhone 13 series จะเลือกใช้ Touch ID แบบ Ultrasonic ต่างหาก

แต่ว่า…นักวิเคราะห์สุดแม่นชื่อดังอย่าง Ming-Chi Kuo กลับเห็นต่างกับรายงานข้างต้น เผยว่า Apple น่าจะเลือกใช้เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบ Ultrasonic เหมือนกับคู่แข่งอย่าง Galaxy S21 series มากกว่า หลังล่าสุด Qualcomm เพิ่งเปิดตัวเซ็นเซอร์รุ่นใหม่ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิม รวมถึงสแกนนิ้วได้เร็วกว่าเดิมอีกต่างหาก

ซึ่งพอข่าวเป็นแบบนี้ ก็น่าจะยืนยันได้แบบกลาย ๆ แล้วว่า iPhone 13 ปีนี้จะเลือกใส่ Touch ID มาให้อย่างแน่นอน เพราะเมื่อไม่นานมานี้ Apple ก็เพิ่งจดสิทธิบัตร Acoustic Touch ID ไป ที่คาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอนี่แหละ

Face ID ยังไม่หายไปไหน

ส่วนฟีเจอร์สแกนหน้าอย่าง Face ID ก็น่าจะยังไม่หายไปไหน แม้ว่าพักหลัง ๆ ฟีเจอร์ดังกล่าวแทบจะไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติเลย เพราะคนส่วนมากยังจำเป็นต้องใส่หน้ากากกันหมดในช่วงโรค COVID-19 ระบาดนี้ โดยเชื่อว่า Touch ID ใต้หน้าจอน่าจะเข้ามาเป็นตัวเลือกเสริมให้กับผู้ใช้งาน มากกว่าจะเข้ามาแทนที่ Face ID

 

ที่มา : MacRumors

from:https://droidsans.com/rumour-iphone-13-touch-id-optical-sensor/

Qualcomm เปิดตัว Ultrasonic Fingerprint Sensor ใหญ่ขึ้น 77% คาดประเดิมกับ Galaxy S21 series

ย้อนกลับไปเมื่อสองปีที่แล้วในงานเปิดตัว Snapdragon 855 ทาง Qualcomm ได้ถือโอกาสนำเอาเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบ 3D Sonic มาให้ชาวโลกได้ยลโฉมกัน โดยจะใช้เทคโนโลยี Ultrasonic Waves เข้ามาช่วย ทำให้การสแกนนั้นปลอดภัยและแม่นยำกว่าเซ็นเซอร์ Optical ปกติ ล่าสุดเซ็นเซอร์ Ultrasonic Fingerprint นี้ก็มีเจนสองแล้ว ขนาดใหญ่ขึ้น ทำงานไวขึ้น

โดย Ultrasonic Fingerprint Sensor ตัวใหม่ของ Qualcomm จะมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเมื่อเทียบกับรุ่นที่แล้วอยู่ถึง 77% และสามารถสแกนลายนิ้วมือได้ไวกว่าเดิมถึง 50% นอกจากนี้ ยังแคปเจอร์ลายนิ้วมือได้เยอะกว่าเดิม 1.7 เท่าอีกด้วย ทำให้เซ็นเซอร์รุ่นนี้จะมีความปลอดภัยหนาแน่นมากกว่ารุ่นเดิมเสียอีก

คาดว่า Samsung ก็น่าจะตบเท้าเป็นเจ้าแรกๆ ที่นำเซ็นเซอร์สุดล้ำรุ่นนี้ไปใช้ตามเคย เพราะในอดีตพวกเขาก็เบิกร่องใช้เซ็นเซอร์ตัวนี้กับสมาร์ทโฟนเรือธงไปแล้ว ทำให้มีความเป็นไปได้สูงมากๆ ที่ Galaxy S21 series ที่มีคิวจะเปิดตัวในคืนวันที่ 14 มกราคม 2021 นี้ จะมาพร้อมกับ Ultrasonic Fingerprint Sensor ตัวใหม่จาก Qualcomm 

อย่างไรก็ดี ต้องบอกเอาไว้นิดนึงนะว่า Ultrasonic Fingerprint Sensor รุ่นใหม่ที่ว่านี้ ไม่ถือเป็นเซ็นเซอร์สแกนนิ้วที่ใหญ่ที่สุดของ Qualcomm นะ เพราะหากใครยังจำกันได้เมื่อปีก่อน พวกเขาได้นำเอา 3D Sonic Max Sensor มาเปิดตัวกัน ซึ่งใหญ่กว่ารุ่นเดิมถึง 17 เท่า แต่ก็น่าเสียดายที่จนถึงตอนนี้ Qualcomm ยังไม่สามารถนำเอาเซ็นเซอร์ตัวดังกล่าวมาใช้งานแบบเชิงพาณิชย์ได้

 

ที่มา: XDA

from:https://droidsans.com/qualcomm-announced-new-ultrasonic-fingerprint-sensor-larger-quicker/

เป็นเรื่อง.. ธนาคารในหลายประเทศทะยอยตัดมือถือ Galaxy S10 และ Note 10 ออกจากแอป e-Banking เพราะปัญหาสแกนนิ้วมือ

จากข่าวเตือนภัยเรื่องช่องโหว่ของระบบสแกนนิ้วมือใน Galaxy S10 ซึ่งมีคนพบว่าถ้าใช้ฟิล์มกันรอยหน้าจอแบบไม่ได้มาตรฐานแล้ว ตัวฟิล์มจะมีลายนิ้วมือเจ้าของเครื่องติดอยู่บริเวณเซ็นเซอร์สแกนนิ้ว ทำให้หลังจากนั้นแม้แต่คนที่ไม่ได้ลงทะเบียนลายนิ้วมือเอาไว้ก็สามารถปลดล็อคเครื่องได้สบายๆ ทำให้ตอนนี้ธนาคารหลายแห่งทั่วโลก เริ่มทะยอยปลดมือถือทั้ง Galaxy S10 และ Note 10 ออกจากแอป e-Banking กันแล้ว

ถึงแม้ว่ามือถือรุ่น Galaxy Note 10 จะยังไม่มีข่าวออกมาว่าจะเจอปัญหาเดียวกันรึเปล่า หากใช้ฟิล์มกันรอยที่ไม่ได้มาตรฐาน แต่เนื่องจากมือถือรุ่นนี้ใช้เซ็นเซอร์สแกนนิ้วแบบ Ultrasonic แบบเดียวกับที่ใช้ใน Galaxy S10 ทำให้มีความเป็นไปได้ว่ามันอาจจะมีข้อบกพร่องแบบเดียวกัน

ซึ่งแน่นอนว่าช่องโหว่ดังกล่าว จะทำให้เกิดความเสี่ยงสูงสุดๆ ในการใช้งานแอปเกี่ยวกับธุรกรรม หลักๆ ก็คือแอปจำพวกธนาคารต่างๆ (e-Banking) ที่เราสามารถโอนเงิน หรือถอนเงินได้ ด้วยการใช้เซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือในการยืนยันตัวตน ทำให้ตอนนี้ธนาคารหลายแห่งทั่วโลกอย่างเช่น Nationwide Building Society, NatWest (อังกฤษ), Bank of China (จีน), Hapolim Bank (อิสราเอล) เริ่มส่งคำเตือนให้กับผู้ใช้งานแอป e-Banking ว่าตอนนี้ได้ตัดมือถือ Galaxy S10 และ Note 10 ออกจากรายชื่ออุปกรณ์ที่รองรับการใช้งานแล้ว ส่วนธนาคารอออนไลน์ KaKao Bank (เกาหลีใต้) ก็ได้ส่งคำเตือนให้ผู้ใช้งาน Galaxy S10 และ Note 10 ว่าควรปิดระบบปลดล็อคเครื่องด้วยลายนิ้วมือไปก่อน แต่ก็ยังไม่ได้ตัดมือถือทั้ง 2 รุ่น ออกจากรายชื่อ

การแจ้งเตือนจากธนาคาร NatWest ของอังกฤษ ให้กับผู้ใช้งาน Galaxy S10

อย่างไรก็ตาม Samsung ก็กำลังเตรียมปล่อยอัพเดทเพื่อแก้ไขช่องโหว่ภายในเร็วๆ นี้ แต่ในระหว่างนั้น เจ้าของมือถือ Galaxy S10 หรือ Note 10 ที่รู้ตัวว่ากำลังใช้ฟิล์มกันรอยราคาถูกและไม่ได้มาตรฐานอยู่ ก็ควรจะปิดระบบปลดล็อคด้วยลายนิ้วมือไปก่อน เพื่อความปลอดภัยจนกว่าจะได้รับการแก้ไขจาก Samsung นะครับ

 

ที่มา : GSMarena

from:https://droidsans.com/banks-around-the-world-removed-galaxy-s10-note-10-from-e-banking-apps/

เตือนภัย!!! พบ Galaxy S10 ใช้นิ้วมือที่ไม่ได้ลงทะเบียน ปลดล็อคหน้าจอได้ ด้าน Samsung รับทราบเตรียมปล่อยอัพเดทแก้ไข

งานเข้าซะแล้วสำหรับผู้ใช้งานมือถือซีรีส์ Galaxy S10 หลัง BBC รายงานว่ามีหญิงสาวชาวอังกฤษซื้อฟิล์มกันรอยหน้าจอราคาถูกมาติดโทรศัพท์ แล้วพบว่าหลังจากนั้น ทุกคนสามารถใช้นิ้วมือสแกนปลดล็อคหน้าจอของเธอได้แบบสบายๆ แม้ยังไม่ได้ลงทะเบียนลายนิ้วมือ ด้าน Samsung รับรู้ปัญหา และเตรียมปล่อยอัพเดทเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

เรื่องมีอยู่ว่าคุณ Lisa Neilson วัย 34 ปี ชาวอังกฤษได้ไปสั่งซื้อฟิล์มกันรอยราคาถูกสำหรับ Galaxy S10 จากเว็บไซต์ eBay มาใช้ในราคา 2.7 ปอนด์ (ราวๆ 105 บาท) และหลังจากที่ติดเข้ากับหน้าจอเรียบร้อยแล้ว เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อเธอดันเผลอใช้นิ้วข้างที่ไม่ได้ลงทะเบียนสแกนลายนิ้วมือไว้มาแตะที่เซ็นเซอร์ ทว่า.. กลับสแกนผ่านซะงั้น เท่านั้นยังไม่พอ Lisa ยังลองให้สามีของเธอที่ลายนิ้วมือไม่ได้ลงทะเบียนไว้เช่นกัน ทดสอบสแกนลายนิ้วมือดูว่าจะสามารถปลดล็อคตัวเครื่องได้ไหม สรุปก็ยังสามารถปลดล็อคได้เหมือนกัน

ด้าน Samsung เมื่อทราบข่าวดังกล่าวก็ออกมาให้ความกระจ่างว่า เหตุการณ์นี้น่าจะเกิดขึ้นได้เมื่อเราประทับนิ้วมือลงบนฟิล์มที่ไม่ได้คุณภาพ แล้วลายนิ้วมืออาจติดอยู่บนแผ่นฟิล์มบริเวณเซ็นเซอร์ เมื่อมีนิ้วใหม่มากดทับลงไปอีกที มันก็จะไปสแกนลายนิ้วมือเดิมที่ติดอยู่บนฟิล์มนั่นเอง

พร้อมกันนี้ Samsung ยังให้คำสัญญาว่าทางบริษัทเตรียมปล่อยอัพเดทแพทช์เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดแล้ว.. เพื่อนๆ ชาวดรอยด์แซนส์คนไหนที่ถือ Galaxy S10 series อยู่แล้วเจอปัญหานี้ ให้ไปปิดการตั้งค่าสแกนลายนิ้วมือในแอปธนาคารหรือแอปสำคัญต่างๆ โดยด่วน จนกว่าปัญหาจะคลี่คลาย หรือไม่ก็ควรใช้ฟิล์ม / กระจกกันรอย ที่ได้มาตรฐานเพื่อความปลอดภัยจะดีกว่าครับ

 

ที่มา: The Sun 

from:https://droidsans.com/samsung-galaxy-s10-screen-protector-ebay/

เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือในสมาร์ทโฟน มีกี่แบบ และต่างกันยังไงบ้าง

ตั้งแต่เหล่ามือถือเริ่มเปลี่ยนมาใช้ระบบสแกนนิ้วมือเพื่อปลดล็อคเครื่องตั้งแต่ราวๆ 6 – 7 ปีที่ผ่านมา เราก็ได้เห็นระบบสแกนที่แตกต่างกันออกไปในมือถือแต่ละรุ่น โดยยุคแรกๆ เราจะสแกนนิ้วผ่านปุ่ม Home กัน ถัดจากนั้นก็เริ่มล้ำขึ้นมาด้วยการสแกนนิ้วบนหน้าจอได้.. แล้วการสแกนนิ้วแต่ละแบบเนี่ย มันแตกต่างกันยังไงบ้าง และแบบไหนที่ปลอดภัยกว่ากัน?

ในปัจจุบัน มือถือที่วางขายอยู่ในตลาดตอนนี้จะใช้เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ 3 แบบ คือ Capacitive, Optical และ Ultrasonic ซึ่งการทำงานของเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือทั้ง 3 แบบนี้ ดูเผินๆ มันก็แทบไม่แตกต่างอะไรเลย เพราะก่อนใช้งานก็ต้องลงทะเบียนลายนิ้วมือของเจ้าของเครื่องซะก่อนด้วยการแตะไปที่ตัวเซ็นเซอร์หลายๆ มุม ให้มันเก็บลายนิ้วมือเราได้แบบทั่วทั้งนิ้ว (เพราะเวลาแตะผิดมุมมันก็จะยังจำได้อยู่) แต่ถ้าพูดถึงการทำงานของเซ็นเซอร์ทั้ง 3 แบบนี้ รับรองว่าต่างกันแน่นอน

เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบ Capacitive

ระบบสแกนลายนิ้วมือแบบคลาสสิคที่ใช้กันมาตั้งแต่ยุคแรกๆ จนถึงปัจจุบันก็มีมือถือหลายๆ รุ่นที่ใช้เซ็นเซอร์แบบนี้อยู่ ทั้งรุ่นประหยัดไปจนถึงเรือธง โดยเซ็นเซอร์แบบนี้จะใช้การสัมผัสโดยตรงไปที่ตัว Capacitor เพื่อเก็บข้อมูลรายละเอียดของสัญญาณไฟฟ้าที่ปล่อยออกมาจากเส้นลายนิ้วมือแต่ละเส้นและบันทึกเอาไว้ในหน่วยความจำ (ช่องว่างระหว่างเส้นลายนิ้วมือก็จะไม่มีสัญญาณไฟฟ้าออกมา) และเมื่อมีนิ้วมาแตะในครั้งต่อไป มันก็จะเอาข้อมูลเก่ามาเทียบว่าตรงกันรึเปล่า

ข้อดีของเซ็นเซอร์แบบ Capacitive ก็คือมีความปลอดภัยสูง และโดนหลอกยากกว่าเซ็นเซอร์แบบ Optical ยิ่งเซ็นเซอร์ที่สามารถเก็บรายละเอียดได้มากก็ยิ่งแม่นยำและปลอดภัยมากขึ้นไปอีก

เซ็นเซอร์แบบ Capacitive ในรุ่น Galaxy S7+

เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบ Optical

เป็นระบบสแกนนิ้วมือในมือถือรุ่นใหม่ๆ ที่มีระบบสแกนนิ้วบนหน้าจอบางรุ่น ซึ่งการทำงานของมันจะใช้เซ็นเซอร์ Optical ที่เป็นกล้องตัวเล็กๆ ในการบันทึกภาพลายนิ้วมือแบบ 2 มิติ โดยเมื่อเราแตะไปที่บริเวณเซ็นเซอร์ดังกล่าว หน้าจอบริเวณนั้นก็จะติดขึ้นมาเพื่อส่องไฟมาที่นิ้ว และจากนั้นก็จะถ่ายรูปเก็บเอาไว้ในหน่วยความจำ หลังจากนั้นเมื่อจะปลดล็อคเครื่อง พอเราเอานิ้วไปแตะที่เซ็นเซอร์อีกครั้ง มันก็จะเอาภาพลายนิ้วมือที่เก็บไว้ตอนแรกมาเทียบกับภาพลายนิ้วมือที่มันกำลังเห็นอยู่ตอนนี้นั่นเอง

ซึ่งเซ็นเซอร์แบบนี้ ถ้ารุ่นที่มีความละเอียดในการเก็บภาพมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งแม่นยำและรวดเร็วมากขึ้นเท่านั้น เพราะมันสามารถเก็บภาพของแสงเงาที่แตกต่างกันของลายนิ้วมือแต่ละเส้นได้เลยทีเดียว

เซ็นเซอร์ Optical ใน Mate 20 Pro

แต่แน่นอนว่าถึงจะแม่นยำขนาดไหนมันก็ยังสามารถโดนหลอกได้อยู่ดี เพราะมันจะบันทึกภาพของลายนิ้วมือไว้ได้เป็น 2 มิติ เท่านั้น ทำให้มันโดนหลอกด้วยภาพถ่ายของนิ้วที่เก็บเอาไว้ในหน่วยความจำได้ ถ้าหากลายนิ้วมือจากภาพนั้นมีความละเอียดมากพอ

เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบ Ultrasonic

เซ็นเซอร์แบบใหม่ล่าสุดที่เราพึ่งจะได้เห็นและรู้จักกันในมือถือเรือธงอย่าง Galaxy S10 / S10+ (แต่มือถือรุ่นแรกที่ใช้ระบบนี้ก็คือ LETV Le Max Pro ออกมาเมื่อปี 2016 ซึ่งน่าจะมีคนรู้จักน้อยมาก…) โดยการทำงานของมันจะใช้คลื่นเสียงความถี่สูง หรือ Ultrasonic ส่งออกมากระทบกับนิ้วมือของเรา และคลื่นเสียงบางส่วนจะถูกดูดซับเข้าไปในผิวหนัง แต่บางส่วนจะเด้งกลับมาที่ตัวรับสัญญาณ ซึ่งลายนิ้วมือของแต่ละคนก็จะมีการเด้งกลับของสัญญาณเสียงที่ต่างกัน จากทั้งลายเส้น และความลึกของลายนิ้วมือได้แบบ 3 มิติ ทำให้เราไม่ต้องออกแรงจิ้มที่ตัวเซ็นเซอร์มากเหมือนแบบอื่น แค่แตะปึ๊บเดียวก็ปลดล็อคได้แล้ว

ข้อดีอีกอย่างของมันที่มีมากกว่าเซ็นเซอร์แบบ Capacitive และ Optical ก็คือมันสามารถสแกนนิ้วที่มีความชื้นหรือเปียกน้ำนิดๆ หน่อยๆ ได้ด้วย ในขณะที่เซ็นเซอร์ 2 แบบแรกเจอความชื้นที่นิ้วเข้าไปก็ตายสนิทอ่านลายนิ้วไม่ออกกันไปเลย

แต่ข้อเสียสุดๆ ของมันก็คือระยะจำกัดของคลื่นเสียงที่ส่งออกไป ทำให้มือถือที่ยัดเซ็นเซอร์ดังกล่าวไว้ใต้หน้าจออย่าง Galaxy S10 / S10+ ไม่สามารถใช้งานกับฟิล์มหรือกระจกกันรอยบางชนิดได้ เพราะถ้าหนาไปคลื่นเสียงก็จะไม่สามารถทะลุขึ้นมาถึงนิ้วมือได้นั่นเอง

เซ็นเซอร์ Ultrasonic ใน Galaxy S10

สุดท้ายระบบล็อคเครื่องด้วยการสแกนนิ้วก็ยังถือว่าเป็นระบบที่ค่อนข้างปลอดภัย, สะดวก และไม่ได้ใช้ต้นทุนในการผลิตมากเหมือนระบบล้ำๆ อย่างเช่นการสแกนม่านตา หรือสแกนใบหน้าแบบ 3 มิติ ซึ่งถึงแม้จะมีหลายคนที่พยายามสรรหาวิธีมาหลอกเซ็นเซอร์เหล่านี้ด้วยการใช้ภาพถ่ายนิ้วบ้าง หรือลงทุนใช้เครื่องปริ๊นท์ 3 มิติ สร้างนิ้วใหม่ขึ้นมาบ้าง โดยวิธีการเหล่านั้นแม้ว่าจะสามารถทำได้จริง และแฮ็คได้จริง แต่มันก็ยังเป็นวิธีที่ทำยากมากๆ สำหรับเหล่ามิจฉาชีพทั่วไป เพราะฉะนั้นมันก็ยังถือว่าเป็นระบบที่มีความปลอดภัยสูงระบบนึงเลยล่ะ

ข้อมูลอ้างอิง : GuidingTech, Androidauthority, Techburner

from:https://droidsans.com/fingerprint-scanner-type/

Samsung รับทราบปัญหาแสกนใต้หน้าจอใน Galaxy S10 ระบุเป็นปัญหาระดับซอฟท์แวร์ แก้ไขได้

วางขายกันไปได้สักพักแล้วสำหรับ Galaxy S10 และ Galaxy S10+ แม้ว่าหลายคนจะชอบใจในหลายฟีเจอร์ใหม่บน Galaxy S10 แต่ดูเหมือนว่าปัญหาเรื่องการแสกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอไม่ค่อยจะติด จะมีคนพบเจอมากขึ้นแม้จะลองทำตามคำแนะนำที่บางคนได้เคยบอกเอาไว้ก่อนหน้าแล้วก็ไม่หาย ซึ่งหลังจากที่เราได้คุยกับทีมพัฒนา ทางเค้าก็แจ้งรับทราบและเตรียมแก้ปัญหาให้เสร็จในเร็ววันนี้

การแสกนลายนิ้วมือใต้จอของ Galaxy S10 / S10+ นี้เรียกได้ว่าเป็นรุ่นแรกของทาง Samsung ที่ใส่ฟีเจอร์นี้มาให้ โดยเลือกใช้วิธีที่ต่างจากแสกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอของค่ายอื่นๆ ที่ใช้แบบ Optical ส่วนใน Galaxy S10 นี้จะเป็นแบบ Ultra Sonic ซึ่งทาง Samsung เคลมว่า Ultra Sonic จะดีกว่า Optical 3 ด้าน คือ

  1. สามารถใช้งานได้แม้ในที่สว่างมากๆ
  2. มีความปลอดภัยมากกว่า ปลอมแปลงด้วยภาพไม่ได้ เพราะอ่านค่าจากความลึกตื้นของลายนิ้วมือ
  3. สามารถใช้งานตอนนิ้วเปียกหรือชื้นได้

อย่างไรก็ดีแม้ว่าทาง Samsung จะแจ้งถึงข้อดีที่มากกว่าแบบออพติคัลอย่างไร แต่ถ้าการใช้งานจริงปลดล็อคยาก ก็คงจะเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดและทำให้เชื่อได้ยากว่ามันดีกว่า และยังไม่รวมถึงกรณีที่ตัวเซนเซอร์มีปัญหา จะไม่สามารถแยกซ่อมได้ เพราะมันจะติดกับหน้าจอไปเลย ต้องเปลี่ยนยกแผงรวมจำ ทำให้ค่าใช้จ่ายจะพุ่งขึ้นสูงมาก ซึ่งมีรายงานว่ากรณีที่หน้าจอส่วนเซนเซอร์นี้เป็นรอยขึ้นมาก็อาจจะทำให้ไม่สามารถใช้งานแสกนลายนิ้วมือได้เลยอีกต่างหากด้วย

ปัญหาอยู่ที่ซอฟท์แวร์ สามารถแก้ไขได้

ทางเราได้มีโอกาสพูดคุยกับทางทีมพัฒนาของ Galaxy S10 และแจ้งถึงปัญหานี้ไป ซึ่งทางเค้าแจ้งว่ารับทราบถึงปัญหาแล้ว และบอกว่าเป็นเรื่องของซอฟท์แวร์ สามารถปรับแต่งให้ดีขึ้นได้อีกอย่างแน่นอน โดยเตรียมจะปล่อยอัพเดทออกมาเพิ่มเติมเร็วๆนี้ โดยระหว่างนี้ มีคำแนะนำจากหลายแหล่ง รวมถึงทาง Samsung เอง ออกมาบอกถึงวิธีทำให้สามารถแสกนลายนิ้วมือได้ดีขึ้นอยู่ 3 วิธี ซึ่งก็น่าลองใช้ดูระหว่างที่รอการอัพเดทอย่างเป็นทางการต่อไปครับ

วิธีแก้ไขปัญหาที่หลายคนแนะนำ

  1. ลองแตะเบาๆ – วิธีแรกที่หลายคนรวมถึงเราเคยแนะนำให้ทราบกันไปแล้ว ว่าการปลดล็อคหน้าจอด้วยลายนิ้วมือนี้ ไม่จำเป็นต้องกดแรง ๆ หรือขยี้นิ้วลงหน้าจอ เพราะอาจจะทำให้ตัวเซนเซอร์มันเห็นเป็นคนละนิ้วได้ ถ้าแตะหน้าจอเบา ๆ จะทำให้ปลดล็อคได้ง่ายและรวดเร็วกว่านะ
  2. ลบและบันทึกใหม่ – เป็นวิธีสุดคลาสิก แนะนำจาก Samsung เอง โดยวิธีนี้เชื่อว่าการบันทึกลายนิ้วมือในครั้งแรกนั้น อาจจะไม่สมบูรณ์ดีเท่าไหร่ หน้าจอหรือนิ้วไม่สะอาด ทำให้การใช้งานมีโอกาสเกิดความผิดพลาดสูงได้ เมื่อลองบันทึกและลงใหม่ก็จะช่วยและปลดล็อคได้รวดเร็วขึ้นทันที
  3. บันทึกใหม่ใช้ลายนิ้วเดิม – ถ้าเกิดว่าวิธีแรกไม่หาย ให้ลองทำวิธีนี้ดูก็น่าสนใจไม่น้อย โดยเมื่อเราลงทะเบียนลายนิ้วมือเสร็จไปเรียบร้อยแล้ว ให้ใช้ไปสักพักก่อนแล้วลองบันทึกลายนิ้วมือใหม่ โดยให้ลงทะเบียนด้วยนิ้วเดิมนั่นแหละ ซึ่งโดยปกติระบบจะสามารถตรวจจับได้ว่าเราเคยลงทะเบียนด้วยนิ้วนี้ไปแล้ว แต่น่าสนใจว่าในบางกรณี เช่น ครั้งแรกที่ลงทะเบียนเราอยู่ในห้องแอร์ ตัวแห้ง แล้วเมื่อลองบันทึกอีกทีเวลาอยู่ข้างนอก มีความชื้นสูง เมื่อลงทะเบียนแล้วระบบระบบกลับยินยอมให้ลงทะเบียนได้ เหมือนกับมันเห็นนิ้วเราเป็นอีกลายนึงไปเลย และเมื่อเราลงทะเบียมเพิ่มเรียบร้อยแล้วก็จะทำให้โอกาสการปลดล็อคง่ายขึ้นได้อีกนั่นเอง

จากวิธีที่ว่ามาทั้ง 3 ข้อนี้ เห็นว่าทำให้หลายคนปลดล็อคได้รวดเร็วและสะดวกขึ้นไม่น้อยแล้ว และจากข้อ 3 ก็พอสันนิษฐานได้ว่า ซอฟท์แวร์ที่ทางทีมพัฒนาบอกว่ามีปัญหานี้ อาจจะเกิดจากความพยายามตั้งค่าให้ตัวเซนเซอร์มีความไวและละเอียดในการตรวจจับสูงเกินไป แค่มีความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ก็จะปฎิเสธการปลดล็อคไปเลย จนเป็นที่มาของการปลดล็อคที่หลายคนกำลังประสบอยู่นี่เองครับ ก็หวังว่าทาง Samsung จะสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้โดยไวครับ

 

from:https://droidsans.com/galaxy-s10-fingerscan-issue-samsung-acknowledge/

คำแนะนำสำหรับผู้ใช้ Galaxy S10 และ S10+ ที่พบปัญหาติดฟิล์มหรือกระจกแล้วใช้งานสแกนนิ้วไม่ได้

จากที่มีรายงานว่าผู้ใช้งาน Samsung Galaxy S10 และ S10+ กลุ่มแรกที่ได้รับเครื่องไปแล้วจากโปรโมชั่น “กล้าท้าจอง” ประสบปัญหาสแกนนิ้วติดบ้างช้าบ้างหรือสแกนไม่ติดเลยก็มี ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้แนะนำไปรอบนึงแล้วว่าให้สแกนแบบเอานิ้วแตะจึ๊กเดียวก็พอไม่ต้องกดค้าง แต่ถ้าใครที่ยังคงมีปัญหาการสแกนนิ้วอยู่ ก็เป็นไปได้ว่าอาจจะมีสาเหตุอื่นๆ อย่างเช่นฟิล์มกันรอย หรือกระจกกันรอยที่ไปติดเพิ่มมานั่นเอง

เมื่อช่วงก่อนหน้าการเปิดตัวของมือถือซีรีส์ Galaxy S10 ได้มีข่าวลือว่าทาง Samsung จะติดฟิล์มกันรอยมาให้จากโรงงานเลย และปรากฎว่าเครื่องที่วางจำหน่ายก็มีฟิล์มกันรอยติดมาให้จริงๆ ตามข่าวลือ ซึ่งฟิล์มกันรอยที่ติดมาให้นี้ เป็นฟิล์มกันรอยแบบเฉพาะที่สามารถใช้งานได้กับเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือแบบ Ultrasonic ของ Galaxy S10 ได้เป็นอย่างดี และแน่นอนว่ามันก็สามารถปกป้องหน้าจอจากรอยขีดข่วนได้ดีไม่แพ้ฟิล์มของยี่ห้อดังๆ เลยด้วย (ราคาของฟิล์มกันรอยที่ติดมาให้อยู่ที่ราว 30 ดอลลาร์ หรือประมาณ 950 บาท เลยทีเดียว)

มีฟิล์มกันรอยติดมาให้อยู่แล้ว

และจากการที่เราได้ไปรวบรวมปัญหาการสแกนนิ้วไม่ติดของมือถือรุ่นนี้จากเหล่าผู้ใช้งานกลุ่มแรกก็เลยได้ข้อสันนิษฐานว่า.. ด้วยความที่มันเป็นครั้งแรกของมือถือ Samsung ที่มีฟิล์มกันรอยติดมาให้แบบนี้ ทำให้เราไม่ทันสังเกตไปซื้อฟิล์มหรือกระจกมาติดเพิ่ม และไม่ได้ลอกเอาฟิล์มตัวนี้ออกมาก่อน บวกกับฟิล์มใหม่ที่ติดทับลงไปอีก สรุปก็เลยกลายเป็นติดฟิล์ม 2 ชั้น ทำให้คลื่น Ultrasonic มีปัญหาในการเจาะผ่านชั้นฟิล์ม 2 ชั้นดังกล่าวนั่นเอง (ยิ่งถ้าเป็นกระจกกันรอยอาจจะยิ่งหนักถึงขั้นสแกนไม่ติดเลย)

กระจกกันรอยไม่รองรับระบบ Ultrasonic

หรือสำหรับผู้ที่ได้ลอกฟิล์มอันเก่าออกก่อนแล้วไปติดกระจกกันรอยแทน ปัญหาก็อาจจะอยู่ที่ตัวกระจกกันรอยที่อาจจะหนาเกินไป และไม่รองรับการใช้งานกับเซ็นเซอร์ Ultrasonic แบบนี้ก็เป็นได้ ซึ่งในตอนนี้ยังไม่พบว่ามีกระจกกันรอยรุ่นไหนที่รองรับการใช้งานระบบสแกนนิ้วแบบ Ultrasonic ได้แบบ 100%

ลายนิ้วมือจาง

ส่วนข้อสุดท้ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับบางคนก็คือ “ลายนิ้วมือจาง” โดยเคสนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งกับระบบสแกนนิ้วมือออพติคอลในมือถือทั่วไป และระบบ Ultrasonic ใน Galaxy S10 เนื่องจากลายนิ้วมือจางมากจนแทบจะไม่มีร่องรอยให้เซ็นเซอร์อ่านค่าได้นั่นเอง (อันนี้เคยเห็นตัวอย่างจริงๆ มาแล้ว คนอื่นสแกนได้ตามปกติ แต่คนที่ลายนิ้วมือจางมากๆ จะไม่สามารถปลดล็อคเครื่องได้เลยเพราะเซ็นเซอร์อ่านไม่ถูก)

สุดท้ายก็ขอแนะนำว่าก่อนจะซื้อ Galaxy S10 และ S10+ ให้ไปทดลองการสแกนนิ้วมือกับเครื่องจริงดูก่อนว่ามันมีปัญหากับเรารึเปล่า เพราะตอนที่เราใช้มือถือรุ่นอื่นอาจจะไม่เคยเจอปัญหานี้มาก่อนเลย และถ้าเกิดว่ามันมีปัญหาในการสแกนจริงๆ อาจจะต้องเลี่ยงไปใช้การปลดล็อคด้วยรหัสผ่าน หรือเปลี่ยนไปใช้ระบบสแกนใบหน้าแทน (ซึ่งคำแนะนำในตัวเครื่องบอกเอาไว้ว่าการสแกนนิ้วมือหรือใช้รหัสผ่านมีความปลอดภัยมากกว่า) ส่วนใครที่ไม่มีปัญหากับลายนิ้วมือและกำลังจะไปสอยมาใช้บ้างก็อย่าลืมล่ะว่าเครื่องมันติดฟิล์มกันรอยมาให้อยู่แล้ว ไม่ต้องไปติดเพิ่ม แต่ถ้าจะเปลี่ยนมาใช้กระจกกันรอยก็อย่าลืมหารุ่นที่รองรับการสแกนนิ้วมือด้วยระบบ Ultrasonic มาใช้ และอย่าลืมลอกฟิล์มเดิมออกก่อนด้วยนะครับ

 

ข้อมูล : Phonearena, Samsung members

from:https://droidsans.com/galaxy-10-preinstalled-screen-protector/

ใช้ผิดมาตลอด! ระบบปลดล็อคหน้าจอ Galaxy S10 ไม่ต้องจิ้มค้าง แค่แตะจึ๊กเดียวก็ปลดล็อคได้แล้ว

ตอนนี้น่าจะมีคนที่ได้เป็นเจ้าของมือถือเรือธงสุดเทพรุ่นล่าสุดอย่าง Galaxy S10 / S10+ กันหลายคนแล้ว โดยหนึ่งในฟีเจอร์สุดล้ำที่พึ่งจะได้เห็นกันในรุ่นนี้ก็คือระบบปลดล็อคเครื่องบนหน้าจอแบบ Ultrasonic นั่นเอง แต่ก็ยังมีบางคนที่เจอกับปัญหาน่าหงุดหงิดใจว่า “ทำไมมันใช้เวลาปลดล็อคนานจัง?” ซึ่งจริงๆ แล้วปัญหาดังกล่าวมันไม่ได้เกิดจากตัวฮาร์ดแวร์หรือซอฟท์แวร์อะไรหรอก.. มันผิดที่เราเองนี่แหละ!

เนื่องจากเซ็นเซอร์สแกนนิ้วมือของ Galaxy S10 เป็นแบบ Ultrasonic ซึ่งใช้คลื่นความถี่เสียงส่งจากตัวเซ็นเซอร์มากระทบกับนิ้วของเราเพื่อให้มันเด้งกลับไปที่ตัวเซ็นเซอร์อีกที แล้วจากนั้นมันถึงจะประมวลผลออกมาว่านิ้วนั้นมีลายนิ้วมือตรงกับเจ้าของรึเปล่า (อ่านแล้วเหมือนจะใช้เวลานาน แต่จริงๆ กระบวนการมันใช้เวลาไม่ถึงวินาทีด้วยซ้ำ) ซึ่งตรงนี้แหละที่จะเป็นตัวที่ทำให้เวลาในการสแกนนิ้วมากขึ้นหากเราทำไม่ถูกวิธี

เพราะหากว่าเราเอานิ้วจิ้มไปที่เซ็นเซอร์แล้วแตะค้างเอาไว้ หรือใช้แรงกดเน้นมากไป (เหมือนเซ็นเซอร์สแกนนิ้วแบบออพติคอลที่ใช้ในมือถือรุ่นอื่นๆ) มันก็เลยไม่ยอมปลดล็อคให้ซักที ซึ่งวิธีการปลดล็อคที่ถูกต้องก็คือให้เอานิ้วแตะปึ๊บเดียวแล้วยกออกก็พอ ไม่ต้องกด ไม่ต้องค้าง เท่านั้นเอง นอกจากนี้เรายังสามารถตั้งให้มันสแกนนิ้วปลดล็อคได้โดยไม่ต้องเปิดหน้าจอก่อนด้วยซ้ำ

รู้แบบนี้แล้วเจ้าของ Galaxy S10 และ S10+ ทั้งหลายก็ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการสแกนนิ้วใหม่ด้วยการแตะเบาๆ ไปที่หน้าจอก็พอ รับรองว่ามันใช้เวลาน้อยกว่าการกระพริบตา 1 ครั้งซะอีก

from:https://droidsans.com/ultrasonic-finger-print-scanner-galaxy-s10-youre-doing-it-wrong/