คลังเก็บป้ายกำกับ: TWITTER

ทวิตเตอร์เพิ่มป้ายกำกับโพสต์ที่อาจได้มาจากการแฮ็ก หรือมีข้อมูลรั่วไหล

มีคนไปเจอทวิตเตอร์เพิ่มป้ายกำกับโพสต์ชนิดใหม่ ระบุว่าเป็นข้อมูลที่อาจได้มาจากการแฮ็ก หรือมีข้อมูลรั่วไหล เห็นจากโพสต์ของบัญชี The Grayzone เว็บไซต์ข่าวอิสระที่ลงเนื้อหาโพสต์เรื่องเอกสารรั่วไหลที่เกี่ยวกับการเมืองอังกฤษและรัสเซีย

ตัวป้ายกำกับระบุว่า These materials may have been obtained through hacking และจะปรากฏตอนที่ผู้ใช้งานพยาสยามรีทวีตด้วย เป็นการย้ำเตือนให้รู้อีกครั้งก่อนจะรีทวีตออกไป ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ทวิตเตอร์แสดงป้ายกำกับในสื่อที่ลงเป็นภาษาอังกฤษ

โดยก่อนหน้านี้เคยแสดงในโพสต์ข่าวภาษาอิตาลีเรื่องเกี่ยวกับวัคซีน COVID-19 ของไฟเซอร์ ระบุว่า These materials may have been obtained through hacking or may be manipulated เชิงว่าอาจมีข้อมูลที่ได้มาจากการแฮ็ก หรือถูกควบคุม

ทวิตเตอร์ระบุว่าที่ต้องเพิ่มป้ายกำกับ เพราะก่อนหน้านี้ ทวิตเตอร์บล็อกโพสต์ของ New York Post ที่มีเนื้อหาเอกสารรั่วไหลจากโน้ตบุ๊กของ Hunter Biden ลูกชาย Joe Biden แล้วทวิตเตอร์ถูกวิจารณ์ว่าหุนหันพลันแล่นเกินไป ทวิตเตอร์จึงทำเป็นป้ายกำกับแทน

No Description

ที่มา – Mashable

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121349

Twitter เริ่มเปิดฟีเจอร์ DM ด้วยเสียงพูดในบางประเทศ จำกัดความยาว 140 วินาที

Twitter เริ่มทดสอบการส่งข้อความส่วนตัว (direct message หรือ DM) ด้วยเสียงพูด ความยาวจำกัดที่ 140 วินาที ในบางประเทศแล้ว เช่น อินเดีย บราซิล ญี่ปุ่น โดยทยอยเปิดให้ผู้ใช้ทีละกลุ่ม

ในคลิปโปรโมทของ Twitter อธิบายชัดเจนว่าฟีเจอร์ DM ด้วยเสียงออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหา “ขี้เกียจพิมพ์” ซึ่งแอพส่งข้อความส่วนตัวอย่าง WhatsApp, Facebook Messenger หรือ LINE ต่างก็มีฟีเจอร์อัดเสียงแบบเดียวกันอยู่ก่อนแล้ว

Twitter เริ่มทดสอบฟีเจอร์นี้มาตั้งแต่เดือนกันยายน 2020 ตอนนั้นจำกัดที่ 20 วินาที

No Description

ที่มา – Android Central

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121255

เจาะลึก Clubhouse สตาร์ทอัพยูนิคอร์นน้องใหม่ที่จะมา disrupt ยักษ์ใหญ่ในทศวรรษนี้

Clubhouse คือแอปพลิเคชั่นน้องใหม่ซึ่งมาแรงมากในประเทศไทยช่วงในขณะนี้ แต่ในฐานะผู้ใช้งานเรารู้จักแอปพลิเคชั่นนี้ดีแค่ไหน หรือแท้จริงแล้วเรารู้ที่มาที่ไปของแอปพลิเคชั่นนี้แค่เพียงผิวเผิน

Brand Inside ขอชวนมาทำความรู้จัก Clubhouse สตาร์ทอัพยูนิคอร์นน้องใหม่ในแง่มุมที่เจาะลึกมากขึ้น 

clubhouse
clubhouse

ทำความรู้จัก Co-Founder และจุดเริ่มต้นของ Clubhouse

Rohan Seth และ Paul Davison คือ Co-Founder ของ Clubhouse

ในตอนแรกที่ได้มารู้จักกัน พวกเขายังไม่ได้มีไอเดียเรื่องการสร้างแอปพลิเคชั่น Clubhouse แต่พวกเขากลับมาพูดคุยเพื่อปรึกษาหารือกันเรื่องการระดมเงินเพื่อช่วยเหลือ Lydia ลูกสาว Rohan Seth ซึ่งเกิดมาพร้อมกับความผิดปกติของยีนส์ในร่างกาย ทำให้เธอไม่สามารถเดินหรือพูดคุยกับคนอื่นๆ ได้

ในที่สุด พวกเขาก็ได้ก่อตั้งมูลนิธิไม่แสวงหาผลกำไรชื่อ Lydian Accelerator ขึ้นมาเพื่อทำการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับโรคที่ Lydia เป็น หลังจากนั้นเลยมีนักลงทุนเข้ามาเพื่อสนับสนุนการผลิตยารักษาอาการนี้กว่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

เมื่อ Rohan Seth และ Paul Davison ได้พูดคุยกันบ่อยๆ พวกเขาจึงตัดสินใจทำธุรกิจร่วมกันจนกลายมาเป็นแอปพลิเคชั่น Clubhouse ซึ่งเป้าหมายของธุรกิจนี้คือเพื่อช่วยให้ การทำพอดแคสต์ เป็นเรื่องง่ายมากขึ้น ทางทีมจึงพยายามตัดฟีเจอร์ทุกอย่างที่ไม่จำเป็นออกไป

หลังจากสร้าง Clubhouse ได้เพียง 10 เดือนก็มีนักลงทุนกว่า 180 คนมาให้การสนับสนุนแอปพลิเคชั่นนี้ ทำให้ธุรกิจมีมูลค่าพุ่งสูงถึง 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

จนมีผู้กล่าวว่า Clubhouse เป็นแอปพลิเคชั่นที่น่าสนใจมากๆ ในรอบหลายทศวรรษที่ผ่านมา

สิ่งที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ ความสำเร็จครั้งนี้แลกมาด้วยความร่วมมือของพนักงาน Clubhouse เพียง 12 คนเท่านั้น นับได้ว่าเป็นทีมขนาดเล็กที่ทำงานมีประสิทธิภาพมากๆ 

 

ทำไมแอปพลิเคชั่น Clubhouse ถึงดังเปรี้ยงขึ้นมา

แอปพลิเคชั่นนี้ดังเปรี้ยงขึ้นมาเมื่อ Elon Musk ซีอีโอของ Tesla และ SpaceX โพสต์ในทวิตเตอร์ว่าจะจัดทอล์คใน Clubhouse เรื่องความใฝ่ฝันของเขาที่อยากย้ายไปใช้ชีวิตอยู่ที่ดาวอังคาร ทำให้ในวันนั้นมีคนเสนอขาย invite ด้วยราคาสูงถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,000 บาท)

ประเด็นที่น่าสนใจของ Clubhouse คือ ‘การใส่ใจในเรื่องการเป็น community’

สังเกตได้จาก รูปไอคอนของแอปพลิเคชั่น ที่ใช้โฉมหน้าของผู้คนที่สร้างอิมแพคต่างๆ ให้กับ community ของ Clubhouse

อย่างไอคอนล่าสุดก็เป็นรูป Axel Mansoor ครีเอเตอร์ของ Lullaby Club เขาเล่าว่า ตนเองเริ่มใช้แอปพลิเคชั่นนี้โดยร้องเพลงกล่อมก่อนนอนร่วมกับเพื่อนสองสามคนเท่านั้น แต่ปัจจุบันเขามีผู้ติดตามบน Clubhouse กว่า 4 หมื่นคน เขาจึงรู้สึกขอบคุณสำหรับโอกาสนี้มากๆ

Facebook และ Twitter จะพัฒนาอะไรมาสู้กับ Clubhouse ในอนาคต

เมื่อแอปพลิเคชั่น Clubhouse มีชื่อเสียงขึ้นมา ฝั่งแอปพลิเคชั่นชื่อดังอย่าง Facebook ก็ไม่ยอมน้อยหน้า

ล่าสุด Mark Zuckerberg ออกมาเปรยๆ ว่าจะพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ขึ้นมาสู้เช่นกัน เพียงแต่ยังอยู่ในช่วงต้นๆ ของการพัฒนาเท่านั้น

ส่วนทาง Twitter กำลังเปิดให้ทดลอง Spaces หรือห้องแชทที่สามารถมีผู้พูดได้มากถึง 10 คน และไม่จำกัดจำนวนผู้เข้าฟัง

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้แอปพลิเคชั่น Clubhouse ถูกแบนในบางเมืองของประเทศจีน เพราะมีชาวจีนจำนวนมากมาร่วมพูดคุยกันในหัวข้อเกี่ยวกับการเมือง ทั้งในประเด็นของแรงงานอุยกูร์ที่ซินเจียง และประเด็นการประกาศเอกราชของไต้หวัน

Li Yuan คอลัมนิสต์ของ New York Times ถึงกับโพสต์ในทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า ทำไมพวกเราถึงได้มีอิสระในการพูดคุยในช่วงเวลาอันสั้นขนาดนี้

ข้อน่ากังวลของ Clubhouse

ข้อแรกคือ จนถึงตอนนี้ทาง Clubhouse ยังไม่ได้มีกระบวนการในการตรวจสอบ การแชร์ข้อมูลไม่ถูกต้อง ในแอปพลิเคชั่นเท่าที่ควร ซึ่งสิ่งอาจทำให้อาจจะเกิดปัญหาในอนาคตได้ (เป็นปัญหาเดียวกันกับ Social Media อื่นๆ ทั่วโลก)

ที่เห็นได้ชัดคือการให้ข้อมูลผิดๆ เรื่องโควิด-19 อย่างเช่น วัคซีนรักษาโควิดผลิตมาจากเซลล์ของตัวอ่อนในครรภ์ที่ตายแล้ว หรือรัฐบาลขอให้คนยืนห่างกัน 2 เมตรเพราะพวกเขาจะใช้ดาวเทียมมาควบคุมเรา ซึ่งเรื่องเหล่านี้ล้วนไม่น่าเชื่อถือทั้งสิ้น

สิ่งที่น่ากลัวคือถ้าผู้ฟังได้ยินข้อมูลที่ผิดซ้ำหลายๆ ครั้งผ่านห้องสนทนาต่างๆ ของ Clubhouse พวกเขาก็อาจจะเข้าใจว่านั้นเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง และด้วยความที่การพูดคุยในแอปพลิเคชั่นนี้เป็นแบบเรียลไทม์ ข้อมูลผิดๆ จึงอาจจะถูกกระจายต่อไปได้อย่างรวดเร็ว ทั้งๆ ที่ผู้ฟังอาจจะยังไม่ได้ไตร่ตรองมากเท่าที่ควร

สรุป

เราในฐานะผู้ใช้งานก็คงต้องติดตามกันว่าในอนาคตแอปพลิเคชั่น Clubhouse จะมีทิศทางการพัฒนาอย่างไร หรือจะมีฟีเจอร์อะไรใหม่ๆ มาเซอไพร์สพวกเราอีกบ้าง

ที่สำคัญคือ ยักษ์ใหญ่อย่าง Facebook หรือ Twitter จะแก้เกมนี้อย่างไร เมื่อ Clubhouse เข้ามาแย่งจำนวนและเวลาของผู้ใช้งานไปเป็นจำนวนมาก

นี่เป็นศึกครั้งใหญ่ของวงการเทคโนโลยีที่เราต้องจับตามองกันต่อไป

ที่มา : businessinsider (1), (2), (3)(4), aljazeera, vice

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เจาะลึก Clubhouse สตาร์ทอัพยูนิคอร์นน้องใหม่ที่จะมา disrupt ยักษ์ใหญ่ในทศวรรษนี้ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/clubhouse-startup-application/

ทวิตเตอร์ขยายการระบุสื่อที่เป็นของรัฐบาลไปยังประเทศอื่นเพิ่มเติม มีไทยด้วย

ทวิตเตอร์เริ่มระบุใต้โปรไฟล์สำนักข่าวที่รัฐบาลเป็นเจ้าของเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว และเริ่มใช้งานในสหรัฐฯ อังกฤษ รัสเซีย จีน ฝรั่งเศส ล่าสุด ทวิตเตอร์บอกว่าเตรียมจะขยายไปยังประเทศอื่นเพิ่มเติม คือ แคนาดา, คิวบา, เอกวาดอร์, อียิปต์, เยอรมนี, ฮอนดูรัส, อินโดนีเซีย, อิหร่าน, อิตาลี, ญี่ปุ่น, ซาอุดีอาระเบีย, เซอร์เบีย, สเปน, ไทย, ตุรกีและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ทวิตเตอร์จะระบุบัญชีสื่อที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นของรัฐ โดยอ้างอิงการยืนันจากเจ้าหน้าที่รัฐ หน่วยงานทางการทูต รวมถึงจะยืนยันบัญชีบุคคลของรัฐด้วย โดยไทยอยู่ในเฟสสอง เริ่มเปิดใช้งานวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้

No Description

ที่มา – ทวิตเตอร์

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121163

ทวิตเตอร์บอก โดนัลด์ ทรัมป์ โดนแบนตลอดไป แม้เขาลงเลือกตั้งอีกในสมัยหน้าก็ตาม

Ned Segal ซีเอฟโอของทวิตเตอร์ให้สัมภาษณ์กับ CNBC นักข่าวถามคำถามว่า ทวิตเตอร์จะมีท่าทีอย่างไรในระยะยาวต่อการแบนโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ Segal บอกว่า ตามนโยบายของทวิตเตอร์ ไม่ว่าผู้ใช้คนนั้นจะเป็นใคร หสกเขาถูกลบออกไปจากทวิตเตอร์แล้ว เท่ากับถูกลบออกตลอด

Segal บอกเพิ่มด้วยว่า นโยบายของทวิตเตอร์ คือไม่ให้คนมาใช้งานเพื่อยุยงส่งเสริมความรุนแรง หากมีใครทำเช่นนั้น ก็ต้องถูกลบ และตามนโยบายของทวิตเตอร์แล้วนั้น ไม่อนุญาตให้คนนั้นๆ กลับมาได้อีก

ทรัมป์โดนแบนจากทวิตเตอร์เมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา หลังเหตุการณ์ม็อบสนับสนุนทรัมป์บุกรัฐสภาสหรัฐฯเพียงสองวัน เพราะเขามีพฤติกรรมโพสต์ยุยงให้เกิดความรุนแรง ตามด้วย Facebook, Instagram, Snapchat, Twitch

No Description
ภาพจาก Facebook Donald Trump

ก่อนหน้านี้ Facebook โยนเรื่องให้ Oversight Board หรือคณะกรรมการอิสระตรวจสอบอำนาจของ Facebook พิจารณาว่าการแบนทรัมป์เหมาะสมหรือไม่ และมีวิจัยด้วยว่า หลังแบนทรัมป์ ข้อมูลปลอมตามโซเชียลลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ที่มา – Techcrunch, Mashable

from:https://www.blognone.com/node/121142

มีข่าวลือ Facebook กำลังพัฒนาคู่แข่งของบริการมาแรง Clubhouse และส่วนเสริมใหม่ Twitter Spaces ขอชิงชะลอกระแสเอาไว้ก่อน

Clubhouse กำลังเป็นบริการที่ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงเวลานี้ครับ เป็นเครือข่ายโซเชียลแชทด้วยเสียงแห่งใหม่ที่มีผู้ใช้มากขึ้นทุกวัน จนตอนนี้มีข่าวลือว่า Facebook กำลังพัฒนาบริการที่เป็นคู่แข่งโดยตรง ในขณะที่ตอนนี้ได้เริ่มเชิญผู้ใช้ให้เข้าไปทดสอบ ความสามารถใหม่ของ Twitter ในส่วนของ ” Spaces ”  ที่เป็นบริการโซเชียลแชทเช่นเดียวกัน เพื่อชะลอการเติบโตของ Clubhouse
สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้จัก Clubhouse มันเป็นเครือข่ายโซเชียลใหม่ที่ใช้การแชทด้วยเสียงทั้งหมด ผู้ใช้สามารถสร้างห้องหรือเข้าร่วมห้องเพื่อพูดคุยกันแลกเปลี่ยนในหัวข้อที่สนใจร่วมกันได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งสามารถปรับไปใช้เพื่อการทำพอดคาสต์สดได้ด้วยเช่นกัน

เป็นเครือข่ายโซเชียลมาแรงที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากมีผู้มีอิทธิพลและคนดังหลายคนที่ใช้เป็นช่องทางพูดคุยกับผู้ใช้สินค้าหรือผู้ติดตามเขาใน Clubhouse ในนั้นมีหัวข้อสนทนาหลากหลายมากมาย แทบจะครบทุกความสนใจที่คุณอยากจะเข้าไปร่วมแลกเปลี่ยนหรือรับฟัง แน่นอนว่ากระแสใหญ่นี้ทำให้บริษัทอื่นๆ สนใจที่จะสร้างแพลตฟอร์มเสียงของตัวเองก่อนที่ Clubhouse จะได้รับความนิยมมากขึ้นไปอีก

ตามรายงานของ New York Times ให้ข้อมูลว่า Facebook กำลังดำเนินการพัฒนาคู่แข่งของ Clubhouse อยู่ในตอนนี้ ซึ่งรู้จักกันในชื่อ Fireside โดยที่ตัว Mark Zuckerberg เองก็ได้แสดงความสนใจโดยการเข้าร่วมไปพูดคุยในห้อง Clubhouse บางห้องในทุกวันอาทิตย์ แต่ผู้บริหาร Facebook ได้สั่งกำชับพนักงานในทีมห้ามให้ข้อมูลใดๆ ของบริการใหม่ที่กำลังพัฒนาตอนนี้ต่อสาธารณะ บริการใหม่ยังอยู่ในขั้นตอนแรกสุดของการพัฒนา และชื่อรหัสของโครงการนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคตเสมอ ยังไม่มีอะไรชัดเจนแน่นอน

แต่ในขณะเดียวกัน บริการอย่าง Twitter กลับชัดเจนกว่า เพราะล่าสุดได้ขยายฟีเจอร์ใหม่ “Spaces audio” มีการเชิญให้ผู้คนเข้ามาลองทดสอบใช้เป็นจำนวนมากขึ้น Kayvon Beykpour หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Twitter ได้ยืนยันกับ The Verge ว่า ในขณะนี้มีผู้คนราว 3,000 คนที่ได้รับเชิญให้ทดสอบ Twitter Spaces และในขณะนี้ มีผู้ใช้งานถึง 1,000 คนได้เปิดใช้ฟีเจอร์นี้กันจริงจังแล้ว โดย Twitter Spaces จะทำงานในลักษณะเดียวกับ Clubhouse ซึ่งผู้ใช้สามารถสร้างห้องเพื่อพูดคุยกับคนอื่นได้แบบเรียลไทม์เช่นเดียวกัน

ไม่ว่า Facebook หรือ Twitter จะประสบความสำเร็จในการเบียดบริการ Clubhouse ในอนาคตหรือไม่ก็ตาม แต่ปัญหาการเติบโตในตอนนี้ของ Clubhouse คือการมีให้บริการเฉพาะสำหรับบนระบบ iOS เท่านั้น และผู้ใช้ต้องได้รับคำเชิญจากผู้ใช้รายอื่นก่อนเพื่อเข้าร่วมการใช้งานในแอป อาจจะได้ลองใช้กันยากสักหน่อยสำหรับคนอยากลองของใหม่

แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณสนใจที่จะทดลองใช้ Clubhouse ได้ฟรีที่ App Store และเข้าไปลงทะเบียนจองชื่อผู้ใช้ของคุณไว้ก๋อน จนกว่าคุณจะได้รับคำเชิญเข้าใช้จากเพื่อนเพื่อเข้าไปใช้ฟังก์ชั่นภายในบริการตัวนี้ครับ

ข่าว: มีข่าวลือ Facebook กำลังพัฒนาคู่แข่งของบริการมาแรง Clubhouse และส่วนเสริมใหม่ Twitter Spaces ขอชิงชะลอกระแสเอาไว้ก่อน มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2021/02/11/facebook-rumored-to-be-working-on-clubhouse-competitor.html

Twitter ไตรมาส 4/2020 จำนวนผู้ใช้งานเพิ่มเป็น 192 ล้านบัญชี

Twitter รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 4 ปี 2020 รายได้รวม 1,289 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน รายได้จากโฆษณาเพิ่มขึ้น 31% เป็น 1,155 ล้านดอลลาร์ และมีกำไรสุทธิ 222 ล้านดอลลาร์

จำนวนผู้ใช้งานประจำทุกวันซึ่งสร้างรายได้ (mDAU – monetizable daily active users) เพิ่มขึ้น 5 ล้านบัญชีจากไตรมาสก่อนหน้านี้เป็น 192 ล้านบัญชี แบ่งเป็นผู้ใช้งานในอเมริกา 37 ล้านบัญชี และต่างประเทศ 155 ล้านบัญชี

Jack Dorsey ซีอีโอ Twitter กล่าวในรายงานว่าปี 2020 ที่ผ่านมา Twitter ได้ร่วมสร้างการสนทนามากมายท่ามกลางภาวะที่ยากลำบาก และบริษัทยังมีแผนที่จะพัฒนาแพลตฟอร์มต่อไปในปี 2021 นี้ เขายังกล่าวเพิ่มเติมในช่วงแถลงผลประกอบการว่า Twitter เป็นแพลตฟอร์มที่ใหญ่มากกว่า การสนทนาจะจำกัดแค่บางหัวข้อ หรือกับบางบัญชีผู้ใช้งานเท่านั้น ซึ่งน่าจะหมายถึงการแบนบัญชีของโดนัลด์ ทรัมป์

ที่มา: Twitter (pdf) และ CNBC

alt="Twitter"

from:https://www.blognone.com/node/121119

รัฐบาลเมียนมาร์สั่งบล็อค Twitter, Instagram เพิ่ม จากที่บล็อค Facebook ไปแล้ว

กระทรวงการสื่อสารของเมียนมา สั่งให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมในประเทศบล็อค Twitter และ Instagram เพิ่มเติมจากที่สั่งบล็อค Facebook ไปก่อนแล้ว หลังเหตุการณ์รัฐประหาร

ข้อมูลนี้เปิดเผยโดย Telenor ที่มีธุรกิจในเมียนมาร์ ทาง Telenor ระบุชัดว่าไม่เห็นด้วยกับการบล็อคครั้งนี้ แต่ต้องทำตามเพราะเป็นคำสั่งตามกฎหมายของเมียนมาร์ ซึ่งบริษัทจะพยายามหาวิธีให้เปิดการเข้าถึงโดยเร็วที่สุด

คำสั่งบล็อคนี้ยังมีผลให้ Twitter ล่มในแถบเอเชียเมื่อคืนนี้ ซึ่งเกิดจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในพม่าปรับคอนฟิกเราเตอร์ใหม่

ที่มา – Telenor, CNN, ภาพจาก Twitter

No Description

from:https://www.blognone.com/node/121048

ทวิตเตอร์ล่มแถบเอเชีย

ช่วงห้าทุ่มที่ผ่านมา ผู้ใช้ในไทยจำนวนหนึ่งไม่สามารถเข้าทวิตเตอร์ได้ ผมทดสอบดูพบว่าเป็นปัญหาที่ระดับเน็ตเวิร์คไม่สามารถเชื่อมต่อไปยังไอพีของทวิตเตอร์ได้เลย ทำให้ไม่มีโลโก้ล่มแบบเดิมๆ อีกแล้ว

หน้า status ของทวิตเตอร์ยังระบุว่าระบบทำงานได้ดี แต่ผู้ใช้ในสิงคโปร์ก็รายงานปัญหาว่าล่มเช่นเดียวกัน ทำให้แม้เราจะ VPN ออกไปยังสิงคโปร์ก็ใช้งานไม่ได้อยู่ดี

from:https://www.blognone.com/node/121044

Twitter ปิดการเข้าถึงบัญชีคนดังในอินเดีย 12 ราย อ้างว่าทำตามคำขอทางกฎหมาย

Twitter ปิดกั้นการเข้าถึงบัญชีบุคคลที่มีชื่อเสียงในอินเดีย ทั้งนักแสดง สื่อ นักการเมือง นักเคลื่อนไหว โดยอ้างว่าทำตามคำขอทางกฎหมาย สร้างความสับสนในกลุ่มผู้ใช้ว่าคนเหล่านี้ทำผิดกฎหมายใด

ในกลุ่มคนที่ถูกปิดกั้นการเข้าถึงมี Caravan สื่อเชิงสืบสวนและวิจารณ์การเมือง, Sanjukta Basu นักวิจารณ์การเมือง, Sanjukta Basu นักเคลื่อนไหว, Hansraj Meena นักแสดง, Sushant Singh และ Shashi Shekhar Vempati ผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานถ่ายทอดสด Prasar Bharti, นักการเมืองจากพรรค Aam Aadmi คือ Preeti Sharma Menon และ Jarnail Singh นอกจากนี้ยังมีสองบัญชีผู้ใช้งานที่ถูกปิดกั้นคือ Kisan Ekta Morcha และ Tractor2Twitr ที่เกี่ยวข้องกับการประท้วงในกลุ่มเกษตรกร

Bhuvan Bagga นักข่าว AFP รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวจากรัฐบาลว่า กระทรวงอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีสารสนเทศของอินเดียสั่งให้ Twitter บล็อกทวีตและบัญชีประมาณ 250 รายการที่ใช้แฮชแท็กออกไปในทางข่มขู่และยั่วยุให้เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

ในแถลงการณ์โฆษกของ Twitter กล่าวว่าหลายประเทศมีกฎหมายที่อาจบังคับใช้กับเนื้อหาใน Twitter ซึ่งหากบริษัทได้รับคำขอที่กำหนดขอบเขตอย่างถูกต้องจากหน่วยงานที่ได้รับอนุญาต อาจต้องระงับการเข้าถึงเนื้อหาบางอย่างในบางประเทศเป็นครั้งคราว

ที่มา – TechCrunch

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/120950