คลังเก็บป้ายกำกับ: TWITTER

Twitter นำฟีเจอร์ “Fleets” ที่คล้ายกับไอจีสตอรี่ ออกจากแอปแล้ว

3 สิงหาคม 2021, Twitter ตัดสินใจนำฟีเจอร์ “Fleets […] More

from:https://www.iphonemod.net/twitter-drop-fleets-3-aug-2021.html

ทวิตเตอร์จะแสดงเนื้อหา AP, Reuters เป็นข้อมูลประกอบสิ่งที่กำลังเป็นเทรนด์ในขณะนั้น

ทวิตเตอร์ขยายความร่วมมือกับ AP และ Reuters เพื่อจัดการกับข่าวปลอม โดยจะแสดงเนื้อหาจากแหล่งข่าวเชื่อถือได้เป็นข้อมูลประกอบบน Trends, Explore Tab, Search, Prompts (แบนเนอร์เหตุการณ์สำคัญที่กำลังเกิดขึ้นอย่างโอลิมปิกหรือการเลือกตั้ง) และ Labels หรือการติดป้ายกำกับระบุข้อมูลเท็จหรือบิดเบือน

ภายใต้ความร่วมมือนี้ ทีม Curation หรือทีมดูแลเนื้อหาบนทวิตเตอร์จะสามารถคัดเลือกเนื้อหาจาก AP และ Reuters มาเป็นข้อมูลประกอบบนสิ่งที่กำลังเป็นเทรนด์ หรือกำลังเป็นที่ถกเถียงบนทวิตเตอร์ในขณะนั้น ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีข้อมูลปลอม การเพิ่มข้อมูลจาก AP และ Reuters อาจช่วยชะลอการแพร่กระจายของข้อมูลปลอมได้

ช่วงเริ่มต้นจะยังใช้งานในเนื้อหาภาษาอังกฤษก่อน ซึ่งทวิตเตอร์มีแผนจะขยายไปยังภาษาอื่นด้วย นอกจากนี้ AP และ Reuters ยังเป็นหนึ่งในพาร์ทเนอร์ของ Facebook ช่วยตรวจสอบข้อมูลปลอมด้วย

No Description

ที่มา – TechCrunch, ทวิตเตอร์

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/124029

Twitter เพิ่มทางเลือกล็อกอินด้วย Google Account หรือ Apple ID ได้แล้ว

Twitter ประกาศเพิ่มสองทางเลือกสำหรับการล็อกอินหรือสมัครสร้างบัญชีใหม่ โดยสามารถใช้ Google Account หรือ Apple ID (ผ่าน Sign in with Apple) ในการล็อกอินได้แล้ว

ทั้งนี้การล็อกอินผ่านบัญชีกูเกิล จะรองรับการล็อกอินผ่านทั้งแอปและบนเว็บ ส่วนการล็อกอินด้วย Apple ID รองรับเฉพาะแอปบน iOS ในตอนนี้ โดยเวอร์ชันบนเว็บจะมีเร็ว ๆ นี้

ทางเลือกใหม่ที่เพิ่มมานี้ น่าจะเพิ่มความสะดวกสำหรับคนที่ต้องการสมัครบัญชีใหม่ แต่ก็อาจดูแปลกสำหรับผู้ใช้ปัจจุบันเพราะ Twitter เอง ก็มีบริการใช้บัญชี Twitter ในการล็อกอินเข้าสู่ระบบต่าง ๆ ด้วยอยู่แล้ว

ที่มา: Engadget ภาพ Pixabay

alt="Twitter"

from:https://www.blognone.com/node/124028

เปิดความสำเร็จ Skinsista แบรนด์ Skincare ที่ใช้ Twitter เป็นอาวุธสำคัญในการเติบโต

Skincare มีหลากหลายแบรนด์ในประเทศไทย แต่น้อยนักที่จะประสบความสำเร็จ ลองมาทำความรู้จัก Skinsista แบรนด์ Skincare ที่มองเห็นโอกาสจากการใช้ Twitter ในการทำการตลาด จนถูกพูดถึงในวงกว้าง และมียอดขายเติบโตอย่างรวดเร็ว

skinsista

การเติบโตของ Skinsista

Skinsista เริ่มต้นจากวิสัยทัศน์ของ อู๊ด-ชาญวิทย์ เขียวนาวาวงศ์ษา และ ณัฐ-ณัฐพร พงษ์ชาญชวลิต ที่เห็นโอกาสในตลาดผลิตภัณฑ์บำรุงผิว หรือ Skincare ว่ายังมีช่องว่างอยู่ จึงจัดตั้งบริษัท Skin Laboratory เพื่อทำตลาด Skincare ภายใต้แบรนด์ Skinsista ขึ้นมา และเน้นจำหน่ายที่ช่องทางร้านสะดวกซื้อ กับร้านขายยาชั้นนำ

แบรนด์ Skinsista มีผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ เจลล้างหน้า(Cleansing Gel), วิตามินบูสเตอร์(Vitamin Booster), ครีมซองพรีเมียม(Premium Booster & Cream) และ แอมพูล(Ampoule Molecular Skincare) ที่ช่วยลดสิว หรือทำให้ผิวกระจ่างใสมากขึ้น ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ดังที่เป็นที่พูดถึงในวงการคนรักความสวยความงาม

เราจะเห็นได้ว่า มีคนแชร์และรีวิวประสิทธิภาพของสินค้า และผลลัพธ์หลังการใช้ที่พิสูจน์ว่าใช้แล้วเห็นผลจริงกันเยอะมาก

Skinsista ที่เห็นเห็นคุณค่าของทุกเสียงจากผู้ใช้งานจริง จึงต่อยอดไอเดีย นำเสียงของผู้บริโภคไปเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักทางการตลาดบน Twitter และจุดนี้เองที่ทำให้ Skinsista เติบโตอย่างเร็วจนขึ้นมาเป็นแบรนด์แถวหน้าของวงการ Skincare

เหตุที่ Skinsista เลือกใช้ช่องทาง Twitter เป็นอาวุธในการสื่อสารของแบรนด์ เริ่มจาก Twitter เป็นแพลตฟอร์มที่มีผู้คนจริงๆ มาถกเถียงและแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผย หากสิ่งไหนดีหรือผู้ใช้ชื่นชอบ ก็มักจะถูกชื่นชม และถูกพูดถึงแบบปากต่อปาก จนชื่อแบรนด์ Skinsista กระจายออกไปได้อย่างรวดเร็ว

skinsista
ณัฐ-ณัฐพร พงษ์ชาญชวลิต กับ อู๊ด-ชาญวิทย์ เขียวนาวาวงศ์ษา

Ambassador ที่น่าเชื่อถือที่สุดคือผู้ใช้จริง

“Brand Purpose ของ Skinsista คือการที่เราอยากจะสร้างสินค้าที่มีคุณภาพให้กับลูกค้าได้ใช้ และเนื่องจากเราค่อนข้างจะเน้นในด้านคุณภาพของสินค้า เราจึงเชื่อว่า Ambassador ที่น่าเชื่อถือที่สุดก็คือ เสียงผู้ใช้จริง” ชาญวิทย์ เขียวนาวาวงศ์ษา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Skin Laboratory กล่าว

ยิ่งมีการสนทนาเกี่ยวกับความสวยความงาม, ผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว และเครื่องสำอาง บน Twitter กว่า 119 ล้านข้อความ การที่ช่องทาง Twitter จะช่วยให้ Skinsista ไปพบกับผู้ที่ชื่นชอบการใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ และมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้ใช้รายอื่นย่อมมีโอกาสมากขึ้น

“Twitter เป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มที่ค่อนข้างตรงกับกลุ่มลูกค้าที่ Skinsista มองหา คือมีการพูดคุย และให้ความสนใจกับการดูแลตัวเอง ความสวยความงาม ทั้งบอกต่อสินค้าที่ใช้แล้วให้ผลลัพธ์ดี Skinsista จึงเริ่มทำตลาดบนช่องทางนี้” ณัฐพร พงษ์ชาญชวลิต กรรมการผู้จัดการ Skin Laboratory เสริม

Allowlisting เครื่องมือสำคัญของ Skinsista

การทำตลาดบน Twitter ทาง Skinsista เลือกใช้เครื่องมือ Allowlisting หรือการโปรโมท Tweet ของผู้ใช้รายใดรายหนึ่งให้เกิดการรับรู้มากขึ้น ซึ่งในกรณีของ Skinsista คือการนำ Tweet ของผู้ใช้จริงที่รู้สึกดีต่อสินค้าแบรนด์มาโปรโมท เพื่อสื่อสารคุณภาพของสินค้าด้วยผลลัพธ์ของผู้ใช้จริง

“Skinsista คือสินค้าที่เน้นเรื่องผลลัพธ์ และไม่มีใครที่จะบอกต่อได้ดีเท่าผู้ใช้จริง Allowlisting จึงเป็น Solution ที่เหมาะสม แต่การนำ Advocacy ของผู้ใช้งานจริงไปถึงคนอื่น ผมว่าต้องมีสิ่งอื่นมาเสริม เช่น Image Ads หรือ Video Ads เพื่อสื่อสารข้อความจากแบรนด์ด้วย ชาญวิทย์ แนะนำ

จากการผสานเครื่องมือทั้งสอง ทำให้แคมเปญการตลาดบน Twitter ของ Skinsista มี Engagement Rate สูงกว่าเกณฑ์ถึง 55% โดย Skinsista เริ่มทำตลาดผ่านการโฆษณาบน Twitter เดือน ก.ค. 2020 ทำให้ดัชนี Brand Conversion เพิ่มขึ้น 24 เท่า (เทียบระหว่างเดือน ก.ค. 2019-2020 กับเดือน ก.ค. 2020-2021)

สรุป

Skinsista พิสูจน์แล้วว่า “Words of mouth” หรือการบอกต่อผ่านเสียงของผู้ใช้จริงยังคงได้ผลอย่างดีในปี 2021 แต่การบอกต่อก็ต้องวางกลยุทธ์ให้ดี Twitter ถือเป็นหนึ่งช่องทางที่อุดมไปด้วยบทสนทนาเกี่ยวกับสกินแคร์และความสวยความงาม

การเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของบทสนทนาเหล่านั้น และต่อยอดบทสนทนาเกี่ยวกับแบรนด์ด้วยเครื่องมือการตลาดของ Twitter อย่างต่อเนื่อง ทำให้ Skinsista สามารถสร้างคุณค่าจนแบรนด์ถูกพูดถึงเป็นวงกว้าง นำมาสู่ยอดขายที่พุ่งขั้นอย่างไม่รู้จบ

หากแบรนด์ไหนอยากเดินตามรอยความสำเร็จของ Skinsista ก็ลองมาทำการตลาดบน Twitter กันนะ

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เปิดความสำเร็จ Skinsista แบรนด์ Skincare ที่ใช้ Twitter เป็นอาวุธสำคัญในการเติบโต first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/skinsista-twitter/

ทวิตเตอร์ทดสอบ Shop Module แสดงแบนเนอร์สินค้าสำหรับบัญชีขายของ กดซื้อได้ทันที

ทวิตเตอร์ทดสอบ Shop Module เป็นแบนเนอร์ขายของปรากฏใต้ข้อมูลโปรไฟล์ โดยบัญชีธุรกิจ ขายของจะสามารถแสดงรายการสินค้าของตนตรง Shop Module ได้

ตรง Shop Module จะแสดงรูปสินค้า ราคา โดยผู้ใช้งานคนอื่นที่เข้ามาเยี่ยมชมโปรไฟล์สามาระเลื่อนขวาเพื่อดูแคตตาล็อกสินค้าอื่นๆ ได้ เริ่มทดสอบในผู้ใช้กลุ่มหนึ่งในสหรัฐฯ เฉพาะฝั่ง iOS

จากรูปภาพมีผู้เข้ารับการทดสอบแล้วคือบริษัทขายเกม @GameStop และบริษัทเกี่ยวกับการท่องเที่ยว @ArdenCove และจะมีแบรนด์อื่นๆ อีกประมาณ 10 แบรนด์ในอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์ การค้าปลีก เกม สื่อและความบันเทิง เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่จะเข้าถึงคุณลักษณะใหม่นี้

No Description

บัญชีที่อยู่ในกลุ่มทดสอบ Professional Profiles หรือโปรไฟล์ธุรกิจสามารถเข้าร่วมการทดสอบ Shop Module

ที่มา – ทวิตเตอร์, TechCrunch

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/123949

เหตุเกิดจากโควิดสายพันธุ์เดลตา ทวิตเตอร์, กูเกิล เลื่อนเปิดสำนักงานในสหรัฐฯ

จากการที่ CDC หรือ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ ออกคำแนะนำรับมือโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา ให้เริ่มสวมใส่หน้ากากอนามัยอีกครั้งแม้จะได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว ส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยีหลายรายที่เริ่มกลับมาเปิดสำนักงานต้องเปลี่ยนท่าทีใหม่

โดยทวิตเตอร์ประกาศปิดสำนักงานที่นิวยอร์กและซานฟรานซิสโก ทั้งที่เพิ่งเปิดให้กลับมาทำงานเมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ส่วนกูเกิลประกาศเลื่อนเปิดสำนักงานไปยังเดือน ต.ค. และบอกด้วยว่าพนักงานที่กลับมาทำงานต้องได้รับวัคซีนครบโดส ด้านเฟซบุ๊กประกาศต่อพนักงานง่า คนที่จะกลับเข้ามาทำงานต้องได้รับวัคซีนครบโดสเช่นกัน

ด้านแอปเปิลยังไม่ออกประกาศอะไรเพิ่มเติม แต่ก่อนหน้านี้ออกมาประกาศเลื่อนเปิดสำนักงานไปเดือนตุลาคมแล้ว

alt="Googleplex"

ที่มา – TechCrunch, CNBC, CNBC

from:https://www.blognone.com/node/123946

Twitter เริ่มทดสอบแบนเนอร์แจ้งผู้ใช้หากบัญชีถูกล็อกหรือระงับถาวร

Twitter เริ่มทดสอบแสดงแบนเนอร์สำหรับแจ้งเตือนผู้ใช้ที่ทำผิดกฎของบริษัทจนบัญชีถูกล็อกหรือระงับถาวร เพื่อประกาศให้ผู้ใช้รับทราบสถานะของบัญชีตัวเอง

สำหรับผู้ใช้ Twitter กรณีบัญชีถูกล็อก จะแจ้งผู้ใช้ว่าหลังจากตรวจสอบสอบแล้วพบว่าบัญชีผิดกฎของ Twitter ดังนั้นบัญชีจึงเข้าสู่โหมดอ่านอย่างเดียวชั่วคราว ผู้ใช้ไม่สามารถทวีต, รีทวีต หรือไลค์ได้ ส่วนมากจะได้รับการคืนสถานะเข้าใช้งานเต็มรูปแบบภายใน 1 สัปดาห์ แต่บางกรณีอาจนานกว่านั้น

ส่วนกรณีบัญชีถูกระงับถาวร Twitter จะแจ้งผู้ใช้ว่าหลังจากตรวจสอบสอบแล้วพบว่าบัญชีผิดกฎของ Twitter ดังนั้นบัญชีจึงเข้าสู่โหมดอ่านอย่างเดียวเป็นการถาวร ผู้ใช้ไม่สามารถทวีต, รีทวีต หรือไลค์ได้ รวมถึงไม่สามารถสร้างบัญชีใหม่ได้ด้วย ถ้าผู้ใช้ยืนยันว่าการโดนแบนไม่ถูกต้อง สามารถยื่นเรื่องได้ พร้อมแนบลิงก์ยื่นเรื่องมาให้ในแบนเนอร์

โฆษกของ Twitter ระบุว่า ทางแพลตฟอร์มเริ่มทดสอบฟีเจอร์นี้เพราะผู้ใช้แจ้งมาว่ากว่าจะรับทราบว่าบัญชีอยู่ในโหมดอ่านอย่างเดียวก็คือหลังจากพยายามทวีตหรือติดตามบัญชีใหม่เท่านั้น ซึ่งแบนเนอร์นี้จะแสดงเหนือสุดของฟีด ตอนนี้กำลังทดสอบกับผู้ใช้ Twitter ในกลุ่มผู้ใช้บน iOS, Android และเว็บ

ที่มา – The Verge

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/123930

วุฒิสมาชิกสหรัฐฯเสนอเอาผิดโซเชียลมีเดีย ปล่อยให้มีข้อมูลเท็จต่อต้านวัคซีนโควิด-19

จากประเด็นข่าวปลอมบนโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะข่าวปลอมเรื่องวัคซีนโควิด-19 ทำให้บริษัทโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook, Twitter, YouTube เป็นเป้าโจมตีของหน่วยงานรัฐอีกครั้ง โดยรัฐมองว่าเพราะข่าวปลอมทำให้การฉีดวัคซีนให้ประชากรไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

ล่าสุด วุฒิสมาชิกสภาสหรัฐ Amy Klobuchar และ Ben Ray Luján เสนอกฎหมาย Health Misinformation Act เพื่อเอาผิดบริษัทโซเชียลมีเดียที่จัดการข้อมูลปลอมไม่ดีพอ อัลกอริทึมส่งเสริมข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง จากเดิมที่บริษัทโซเชียลเหล่านี้มีกฎคุ้มครองคือ Section 230 บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่โพสต์โดยผู้ใช้ Health Misinformation Act ก็มีเป้าหมายที่จะลบกฎคุ้มครองนั้นออกไป

No Description
ภาพจาก Facebook

Ben Ray Luján กล่าวในการแถลงการณ์ว่า ตลอดช่วงการระบาดใหญ่ของโควิด-19 บริษัทโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook, Twitter และ YouTube ไม่ได้จัดการอะไรเลย ในขณะที่ข้อมูลเท็จแพร่กระจายบนแพลตฟอร์ม ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจในเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ส่งเสริมทฤษฎีสมคบคิด และทำให้ชีวิตตกอยู่ในความเสี่ยง

ด้าน Kevin Martin รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะของ Facebook บอกว่าทางบริษัทส่งเสริมการปฏิรูป Section 230 และหวังว่าจะได้ร่วมงานกับสภาคองเกรสและอุตสาหกรรมต่างๆ ในการแก้ปัญหาข้อมูลผิดเรื่องสุขภาพ

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทั้ง Klobuchar และ Luján ส่งจดหมายถึง Mark Zuckerberg และ Jack Dorsey พบว่าประมาณ 65% ของเนื้อหาต่อต้านวัคซีน สามารถสืบย้อนไปจังตัวบุคคล 12 ราย ขอให้แพลตฟอร์มทำการแบนพวกเขา ด้านโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มองว่าโซเชียลมีเดียกำลังฆ่าคนทางอ้อม ปล่อยให้มีข้อมูลเท็จวัคซีน

ที่มา – CNET

from:https://www.blognone.com/node/123860