คลังเก็บป้ายกำกับ: TWITTER

งนวิจัยชี้ บ็อทในทวิตเตอร์ แพร่ข้อมูลปลอมได้ไม่กี่วินาที เข้าถึงคนกว้างกว่า เจาะจง influencer

นักวิจัย Indiana University เผยผลการวิจัยพบว่าบรรดาข่าวปลอมที่แชร์กันในทวิตเตอร์ช่วงเลือกตั้งสหรัฐฯปี 2016 สัดส่วน 31% นั้นมาจากบ็อทในทวิตเตอร์เพียง 6 บัญชี แสดงให้รู้ว่าบ็อทสามารถเผยแพร่ข้อมูลปลอมได้เร็วมากในเวลาไม่กี่วินาที

ช่วงระยะเวลาที่บ็อทใช้ในการเผยแพร่ข้อมูลปลอมอยู่ที่ 2-10 วินาที Filippo Menczer ผู้ร่วมทำการวิจัยบอกเหตุผลที่บ็อทมีอิทธิพลต่อการแพร่ข่าวปลอมว่าเป็นเพราะ social bias หรือความเห็นของสังคมที่มีแนวโน้มจะไปสนใจสิ่งที่ได้รับความนิยมหรือ popular ซึ่งบ็อททำสิ่งนี้ได้ดีและเร็วกว่าคน

No Description
ภาพจาก Nature Communications

MIT ยังเคยวิจัยเรื่องนี้ด้วยและมีความสิดคล้องกันตรงที่ ข้อมูลปลอม เดินทางได้เร็วและแพร่หลายกว่า โดยจากเรื่องราวบนทวิตเตอร์ทั้งหมด 126,000 จากผู้ใช้งาน 3 ล้านราย ตั้งแต่ปี 2007-2017 พบว่า ข้อมูลจริง ใช้เวลา 60 ชั่วโมงในการเข้าถึงผู้ใช้งาน 1,500 ราย แต่ข้อมูลปลอมใช้เวลาแค่ 10 ชั่วโมงเท่านั้น

นักวิจัยที่ Indiana University ยังบอกด้วยว่า ตัวช่วยสำคัญเสริมการแพร่ข้อมูลปลอมคือบรรดา influencer บนทวิตเตอร์ที่มีคนติดตามมาก ไม่ว่าจะเป็นดารา นักการเมือง เพียงแค่พวกเขารีทวีตข้อมูลปลอมก็ช่วยให้คนอื่นเชื่อมากขึ้นไปอีก นักวิจัยบอกว่าถือเป็น useful idiot

มีงานวิจัยอีกที่จาก University of Southern California สำรวจโพสต์บนทวิตเตอร์ 4 ล้านโพสต์เรื่องการลงประชามติแยกคาตาลันออกจากสเปน นักวิจัยบอกว่าบ็อทไม่ได้แรนดอม แต่เจาะจงไปยัง influencer ที่เผยแพร่ข้อมูลผิดไม่มีแหล่งอ้างอิง และคนเหล่านั้นไม่มีทางรู้ตัว

นักวิจัยบอกว่าสิ่งนี้เป็นเหมือน endemic หรือโรคที่เกิดขึ้นเฉพาะในโซเชียลมีเดีย และแสดงถึงด้านมืดที่บ็อทจะถูกนำไปใช้ ทั้งที่บ็อทก็มีประโยชน์สามารถแจ้งเตือนได้ทันท่วงทีหากมีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้น

ที่มา – Ars Technica

from:https://www.blognone.com/node/106570

Advertisements

โปรโมทแคมเปญบน “Twitter” ยังไงให้ได้ผล เมื่อภาพสวยไม่ใช่คำตอบ

จากสถิติผู้เล่น Twitter ที่เติบโต 33% จากปีที่ผ่านมาเเละคาดว่าจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ต่างจาก Facebook ที่นอกจากยอดผู้เล่นจะลดลงฮวบฮาบเเล้ว ระบบก็ไม่เสถียร ค่าบูสต์ Ads ก็เเพงลิบโลก

ส่งผลให้นักการตลาดหลายเเบรนด์หนีมาซบ Twitter เเทน เเต่เรื่องมันไม่ได้ง่ายอย่างนั้น เมื่อทั้งสองเเพลตฟอร์มไม่เหมือนกันสักนิด

Facebook ไม่เหมือนเดิม

ในปีที่ผ่านมา นักการตลาดส่วนใหญ่เลือกใช้ Facebook เป็นเเพลตฟอร์มหลักในการโปรโมทเเคมเปญออนไลน์เพราะมีผู้เล่นที่เยอะ เเละเครื่องมือที่หลากหลาย

ทำให้เเคมเปญหลายเเบรนด์ประสบความสำเร็จในการโปรโมท ยิ่งถ้ามีเม็ดเงินอัดฉีดสูงๆ ก็ยิ่งผลักดันให้ทุกอย่างปังขึ้น

จึงเกิดศึกเเบรนด์ฟาดฟันกันอย่างหนักหน่วง ภาพเเต่ละเเคมเปญสวยปังจนต้องกดซื้อ เเต่เมื่อเวลาผ่านไปอะไรก็เปลี่ยน ปี 2561 เห็นได้ชัดสุดว่า Facebook ไม่ใช่เเพลตฟอร์มที่เเบรนด์จะฝากไว้ทั้งหมด

เพราะระบบไม่เสถียรเเละค่าใช้จ่ายในการบู้ท Ads ที่สูงขึ้น เเต่ถึงมีเงินอัดฉีดเเค่ไหน เเคมเปญก็ไม่ปังอยู่ดี นักการตลาดหลายคนจึงเลือก Twitter

เป็นเเพลตฟอร์มใหม่ ซึ่งคงไม่ได้ยากอะไร เเค่เปิดเเอคเคาท์ Twitter เเละเอาคอนเทนต์จาก Facebook มาอัพลงก็พอ

เเต่เรื่องมันไม่ได้อย่างงั้นน่ะสิ!

เเพลตฟอร์มใหม่อะไรก็เปลี่ยน

ถ้านักการตลาดคิดเเค่ เอาภาพคอนเทนต์จาก Facebook เเล้วมาอัพลง Twitter บอกเลยว่าคุณกำลังทำให้ทุกอย่างเเย่ลง เพราะทั้งเสียเวลาเเละยิ่งเพิ่มความล้มเหลวของเเคมเปญ

นักการตลาดต้องย้ำตัวเองเสมอว่า ทุกเเพลตฟอร์ม พฤติกรรมการเล่นไม่เหมือนกันสักนิด! 

  • Twitter คือความเรียล ข้อความที่โพสต์เเทบจะเป็นด้านมืดที่ลงใน Facebook ไม่ได้เเละที่นี่คือเเหล่ง Insight ชั้นดี
  • เพราะความเรียลทำให้รูปภาพไม่จำเป็นต้องสวยเพราะมันดูปลอม เเต่ภาพต้องมีความรู้สึก มีสตอรี่เเค่เห็นก็เข้าใจเลยว่าจะสื่ออะไร
  • Twitter โดดเด่นเรื่องเเฮชเเท็ก #เลือดข้นคนจาง จะติดเทรนด์เสมอเมื่อละครฉาย

ประเด็นหลักของ Twitter มีเเทบไม่กี่อย่างคือคอนเทนต์ต้องดูเรียลไม่ปลอมเเละมีเเฮชเเท็ก เป็นสองประเด็นหลักที่จับกันได้ง่ายๆ เเต่ทำมันไม่ง่ายเลย

เเค่เเอบเนียนในเเฮชเเทคมันไม่พอ

ถ้า Facebook มีเพจดัง ใน Twitter ก็มีเซเลปเช่นกัน ซึ่งก็คือเเอคเคาท์ที่มียอดติดตามสูงๆ หรือถ้ามากหน่อยก็เรียกว่าเป็น Micro Influencer  ซึ่งเป็นกลุ่มที่นักการตลาดหลายเเบรนด์เลือกใช้

โดยขั้นเเรกคือให้ Micro Influencer ปั่นเเฮชเเท็กให้ติดเทรนด์ให้ได้ ซึ่งส่วนใหญ่ที่ทำคือโพสต์เรื่องที่เกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับเเบรนด์เเต่ติดเเฮชเเท็กไว้ เเละปั่นให้ได้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ เเต่มันจะเกิดประโยชน์อะไรถ้าข้อมูลของสินค้าไม่ออก

ไม่ใช่เเค่ติดเทรนด์ Twitter เเปลว่าเเคมเปญนี้ประสบความสำเร็จ ต่อให้ติดเทรนด์อันดับ 1 ก็ยังไม่สำเร็จ ถ้าเปิดเข้าไปดูเเฮชเเท็ก เเล้วมีเเต่โพสต์ที่ไม่เกี่ยวกับเเบรนด์เลยสักนิด

นี่คือความสำเร็จเเบบปลอมๆ ที่นักการตลาดออนไลน์ต้องดูให้ออก เเละการจะมีเเฮชเเท็ก เเค่ชื่อเเบรนด์ตรงๆ ก็จะดูฮาร์ดเซลเกินไป เอาหละสิ นั่นไม่ดี นี่ไม่ได้ เเล้วที่ดีคืออะไร

เราจึงขอหยิบกรณีศึกษาที่น่าสนใจ ไม่ต้องปั่นเเฮชเเทคอะไร อย่างเคสของ Meiji Yoghurt

 

Meiji Yoghurt ออกโยเกิร์ตเนื้อใหม่ที่นุ่มเเละเต็มไปด้วยเนื้อผลไม้ โดยให้เหล่า Micro Influencer ในทวิตรีวิวโยเกิร์ตเเบบง่ายๆ ดูไม่ได้ตั้งใจพูดถึงเเบรนด์

เเต่ภาพสื่อถึงเนื้อผลไม้อัดเเน่นในถ้วย เเละภาพไม่ต้องสวยอะไรมาก เน้นเเค่เนื้อสตอเบอร์รี่ที่อยู่ในถ้วยเยอะๆ พอ ซึ่งตรงกับ Key message คือ เนื้อเเน่น ฟินด้วยเนื้อผลไม้  

ผลปรากฏว่า Meiji Yoghurt ขาดตลาดหาซื้อไม่ได้เพราะว่าขายหมดเกลี้ยง เเละคนที่ซื้อไปก็เอาไปรีวิวต่อเรื่อยๆ ว่าซื้อเเล้วนะเนื้อเยอะจริง

กลายเป็นว่าสินค้าขายได้ด้วยตัวมันเอง ซึ่งเป็นความสำเร็จในการโปรโมทเเคมเปญบน Twitter อย่างมาก

หรือถ้าหลายเเบรนด์ยังไม่มีงบในการตลาดมากนักให้เนียนใช้เเฮชเเท็กที่ดังอย่าง #Howtoperfect #รีวิวเซเว่น อย่างใดอย่างหนึ่ง

เพราะการที่เเฮชเเท็กเยอะๆ จะดูตั้งใจจะมารีวิวมากเกินไป สำหรับคอนเทนต์บน Twitter ยังคงต้องอาศัยความเนียนในการรีวิวอยู่

ไม่เหมือน Facebook ที่ต้องบอกเลย ว่าเป็นโพสต์ของสปอนเซอร์ เพราะถ้าเนียนเเบบไม่มีศิลป์ คนจะลดความเชื่อถือลง

ข้อดีของเเฮชเเท็ก

เเฮชเเทคเป็นหัวใจหลักของ Twitter  เพียงเเค่ใช้ให้ถูกที่ถูกทาง อย่าง #ความลับมีในโลก เพื่อโปรโมทเพลงใหม่ของ INK WARAUNTORN

ที่ช่วงเเรกให้ Micro Influencer สายดราม่าดันเเฮชเเท็ก #ความลับไม่มีในโลก ซึ่งเนื้อหาเกี่ยวกับความรักที่เราเเอบปิดเป็นความลับ เพราะรู้ว่าต่อให้บอกไปก็คงไม่มีอะไรดีขึ้นมา

งั้นขอปิดเป็นความลับจะดีกว่า จี้ใจสายเเอบรักที่เป็นกลุ่ม Target เพลงความลับมีในโลก ทำให้การโปรโมทในครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างมากซึ่งจุดที่เหมือนกับ Meiji Yoghurt คือการที่ทำให้กลุ่ม Taget ของเรา

โพสต์เเละติดเเฮชเเท็กของเราขึ้นมาเอง (User generate content : UGC) หรือเรียกว่ากลุ่มเป้าหมายผลิตคอนเทนต์ด้วยตัวเอง เป็นการเพิ่มกระเเสได้ดีมากเพราะเกิดการกระจายจากกลุ่ม Taget เอง

บทสรุปของการโปรโมทเเคมเปญบท Twitter

วิธีสร้างกระเสบนโลก Twitter อาจมีหลายวิธีตามเเผนเเต่ละเเบรนด์ เเต่สิ่งสำคัญคือต้องเรียลต้องจริง ถามว่าภาพสวยทำไมถึงไม่ส่งผล

เพราะภาพสวยเเสดงถึงความตั้งใจที่มากเกินไป ไม่ธรรมชาติ ทำให้ภาพสวยไม่ใช่คำตอบ เเละการสร้างเเคมเปญบนโลก Twitter

ควรสร้างให้เป็นคอนเทนต์เเบบ UGC  คือกลุ่ม Target ชื่นชอบเเละสร้างคอนเทนต์ด้วยตัวเอง เพื่อให้กระเเสกระจายไปได้ไกลกว่าเดิม เเละเมื่อกดเเฮชเเท็กเข้าไป ก็เต็มไปด้วย Message ที่เราอยากจะสื่อออกมา เเสดงว่าเเคมเปญโปรโมทในครั้งนี้ประสบความสำเร็จ

 

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2018/11/promote-campaign-on-twitter/

ซีอีโอ Twitter บอกเองอีกครั้ง ว่ากำลังพิจารณาเพิ่มปุ่มแก้ไขทวีต

Jack Dorsey ซีอีโอ Twitter ได้ขึ้นเวทีสัมมนาในงานที่อินเดีย และได้พูดถึงฟีเจอร์หนึ่งที่ผู้ใช้ Twitter เรียกร้องมากที่สุด ว่าเขากำลังศึกษาวิธีการเพิ่มปุ่มแก้ไขทวีตที่ส่งออกไปแล้วอย่างระมัดระวัง โดยเขาต้องการให้เครื่องมือนี้มีไว้สำหรับแก้ไขทวีตที่สะกดคำผิดเป็นหลัก

Dorsey บอกว่า เขามองว่าเหตุผลที่คนต้องการปุ่มแก้ไขทวีต ก็เพื่อแก้ไขคำสะกด หรือแก้ไข url ที่ไม่ถูก ซึ่ง Twitter อยากให้ฟีเจอร์นี้ทำหน้าที่นี้มากกว่าที่จะสามารถแก้ไขทวีตเมื่อใดก็ได้ที่ต้องการ

และก็เหมือนเคย นั่นคือ Dorsey บอกว่า Twitter แค่พิจารณาเรื่องปุ่มแก้ไขทวีต แต่ไม่ได้บอกว่าจะมีออกมาให้ใช้จริงเมื่อใด เพราะอย่างน้อย เราก็ได้ยินข่าวนี้กันตั้งแต่ 5 ปีที่แล้ว

ที่มา: 9to5Mac

alt="Twitter"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/106383

ทวิตเตอร์ Elon Musk ปลอม หลอกตุ๋นเงิน Bitcoin ไปกว่า 6 ล้านบาทในวันเดียว

พบอาชญากรไซเบอร์ปลอมบัญชี Twitter เป็น Elon Musk เจ้าของบริษัท Tesla แล้วใช้แคมเปญชวนเชื่อหลอกตุ๋นเงิน Bitcoin ผู้ใช้ไปกว่า 28 Bitcoins (ประมาณ 6,000,000 บาท) ภายในวันเดียว

การหลอกตุ๋นเงินครั้งนี้เริ่มต้นจากการที่แฮ็กเกอร์รายหนึ่งทำการแฮ็กบัญชีทวิตเตอร์ที่ผ่านการรับรอง (Verified Twitter Account) แล้วเปลี่ยนรูปโปรไฟล์ รวมไปถึงชื่อที่แสดงเป็น “Elon Musk” จากนั้นทำการทวีตในฐานะ Elon Musk (ปลอม) ไปหลายครั้งว่าจะจัดแคมเปญเพื่อแจกเงิน Bitcoin ให้กับผู้ใช้ Twitter จำนวนสูงถึง 10,000 Bitcoins ซึ่งเป็นการแจกเหรียญคริปโตที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก พร้อมแนบลิงค์เพื่อให้ผู้ที่สนใจกดเข้าร่วมแคมเปญนี้

ลิงค์ที่แนบด้วย ได้แก่ musk.plus, musk.fund และ spacex.plus ซึ่งเมื่อผู้ใช้กดเข้าไปแล้ว จะแสดงข้อความระบุว่าให้โอนเงิน Bitcoin มาให้ก่อน 0.1 – 3 Bitcoins เพื่อยืนยันตัวตน แล้วจะได้รับเงิน 1 – 30 Bitcoins กลับคืนไป นอกจากนี้ยังมีโบนัสสำหรับผู้ที่โอนเงินมาให้มากกว่า 0.3 Bitcoins ซึ่งจะได้รับเงินกลับคืนเพิ่มขึ้นอีก 200%

ทวีตเหล่านี้ยังมีการทำโฆษณาบน Twitter เพื่อให้คนเห็นข้อความที่ทวีตมากขึ้น รวมไปถึงดูเหมือนเป็นทวีตของแท้จาก Elon Musk มากขึ้นอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น แฮ็กเกอร์ยังได้แฮ็กบัญชี Twitter ของหน่วยงานรัฐบาลหลายแห่ง เช่น กระทรวงคมนาคมของประเทศโคลัมเบีย และศูนย์จัดการภัยพิบัติแห่งชาติของประเทศอินเดีย แล้วทวีตข้อความระบุว่าได้โอนเงิน Bitcoin ให้และได้เงินกลับมาเป็นที่เรียบร้อย เพื่อใช้โปรโมตแคมเปญและเพิ่มความน่าเชื่อถือ

จากการตรวจสอบ Bitcoin Address ที่ระบุในข้อความทวีต พบว่าภายในวันเดียวมีผู้โอนเงินเข้า Address ดังกล่าวถึง 392 ครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 28 Bitcoins หรือประมาณ 6,000,000 บาท

อย่างไรก็ตาม เมื่อได้สอบถามไปยัง Twitter เกี่ยวกับแคมเปญหลอกตุ๋นเงินที่เกิดขึ้นนี้ ทางโฆษกกลับบอกแค่ว่า พวกเขาไม่สามารถให้ความเห็นใดๆ เกี่ยวกับบัญชีส่วนบุคคลได้ เนื่องด้วยเหตุผลด้านความเป็นส่วนบุคคลและความมั่นคงปลอดภัย อย่างไรก็ตาม การปลอมเป็นบุคคลอื่นถือว่าละเมิดกฏของ Twitter และ Twitter เองก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะจัดการกับปัญหาเรื่องการต้มตุ๋นเงินคริปโตที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มของตน

ที่มาและเครดิตรูปภาพ: https://www.bleepingcomputer.com/news/security/fake-elon-musk-twitter-bitcoin-scam-earned-180k-in-one-day/

from:https://www.techtalkthai.com/fake-elon-musk-twitter-bitcoin-scam/

Twitter เริ่มทดสอบตัวเลือก Timeline เรียงลำดับเวลาแล้วกับผู้ใช้ iOS จำนวนหนึ่ง

Twitter ประกาศว่าเริ่มตั้งแต่วันนี้ จะเริ่มทดสอบการเรียง Timeline แบบใหม่ โดยเพิ่มตัวเลือกให้ผู้ใช้ หากต้องการเห็น Timeline แสดงแบบเรียงตามลำดับเวลา ซึ่งมีข่าวออกมาก่อนหน้านี้

โดยวิธีการเปลี่ยน Timeline นั้น จะมีตัวเลือกที่มุมบนขวาว่าต้องการแสดงทวีตอย่างไร ระหว่าง latest Tweets กับ top Tweets

Twitter บอกว่าการเปลี่ยนแปลงนี้อยู่ในขั้นตอนทดสอบ และมีผู้ใช้จำนวนไม่มากที่ได้ลองก่อน และมีเฉพาะบน iOS เท่านั้น

alt="Twitter"

นอกจากนี้แอปใน iOS มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย โดยปุ่ม Compose ย้ายมาเป็นปุ่มลอยอยู่มุมล่างขวาแทน และหากกดค้างจะเพิ่มตัวเลือกโพสต์รูป, GIF หรือ draft ได้ด้วย ซึ่ง Twitter บอกว่าสะดวกกว่าสำหรับการใช้งานมือเดียว

ที่มา: 9to5Mac

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/106176

Twitter เผยข้อมูล หลังขยายข้อจำกัดเป็น 280 ตัวอักษร พบว่าค่าเฉลี่ยทวีตไม่ได้ยาวมากขึ้น

Twitter เริ่มขยายทวีตให้ยาวได้ถึง 280 ตัวอักษร จากเดิม 140 ตัวอักษร ไปตั้งแต่เมื่อปีก่อน หลายคนมองว่านี่คือการปลดล็อกและจะทำให้ Twitter มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เวลาผ่านไปคำถามก็คือ คนเราทวีตยาวขึ้นอย่างที่ Twitter อยากให้ทำหรือไม่?

โดย Twitter ได้เผยข้อมูลพฤติกรรมการทวีต (เฉพาะในภาษาอังกฤษ) ในช่วงที่ผ่านมา พบว่ามีทวีตเพียง 1% ที่ใช้พื้นที่เต็ม 280 ตัวอักษร, 5% ทวีตยาวกว่า 190 ตัวอักษร และ 12% ทวีตยาวกว่าข้อจำกัดเดิม 140 ตัวอักษร

ที่น่าสนใจกว่าคือค่าเฉลี่ยจำนวนตัวอักษรในทวีต ก่อนการเปลี่ยนแปลงนั้นอยู่ที่ 34 ตัวอักษร แต่หลังขยายข้อจำกัดมา ค่าเฉลี่ยกลับตกไปที่ 33 ตัวอักษรด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม Twitter ให้ข้อสังเกตว่า เมื่อขยายข้อจำกัดแล้ว พฤติกรรมการใช้ตัวย่อก็ลดลงด้วย เช่น gr8 ลดลง 36% แต่ great เพิ่มขึ้น 32% นอกจากนี้ยังพบว่าคำว่า please และ thank you มีการใช้งานมากขึ้น 52% และ 22% ตามลำดับ

Twitter บอกว่าจะทำการศึกษาพฤติกรรมการทวีตในภาษาอื่นด้วย ต้องย้ำอีกทีว่านี่เป็นข้อมูลภาษาอังกฤษเท่านั้น ส่วนภาษาไทยคิดเห็นเช่นไรบ้างก็เชิญอภิปรายกันได้

ที่มา: TechCrunch

alt="Twitter"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/106163

[ไม่ยืนยัน] Twitter มีแผนนำปุ่ม Like รูปหัวใจ ออกจากแพลตฟอร์ม

มีรายงานว่า Jack Dorsey ซีอีโอ Twitter ได้สื่อสารในงานภายในบริษัทเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่าเขาเองไม่ค่อยชอบปุ่ม Like รูปหัวใจใน Twitter นัก และต้องการนำปุ่มนี้ออกไปเร็ว ๆ นี้

อาจจะฟังดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ต้องย้อนเรื่องราวก่อนว่า Twitter นั้นเปลี่ยนปุ่มจากรูปดาว (Favorite) มาเป็นรูปหัวใจ (Like) ตั้งแต่ปี 2015 เพราะมองว่าหัวใจเป็นสัญลักษณ์ที่สากลกว่า สื่อสารทางอารมณ์ได้ชัดเจนกว่ารูปดาว นอกจากนี้บรรดา Social Media ทั้งหลายก็มักมีปุ่ม Like อยู่แล้ว ตามแนวทาง Facebook

อย่างไรก็ตาม Dorsey บอกว่าปุ่ม Like ได้สร้างปัญหาขึ้นมาอีกอย่าง คือการทำให้คนพยายามทวีตอะไรก็ได้ที่ได้ Like เยอะ ๆ ซึ่งเขามองว่าไม่ก่อให้เกิดการสนทนาที่ดี บางครั้งข้อความที่ไม่สร้างสรรค์ก็ได้ Like เยอะ สร้างความสับสนในบรรยากาศสนทนา เขาจึงอยากปรับเปลี่ยนเรื่องนี้

ตัวแทนของ Twitter ชี้แจงเพียงว่า เรื่องของการเปลี่ยนแปลงวิธีใช้งาน Twitter นั้น เป็นสิ่งที่มีการคิดเปลี่ยนไปมาตลอด ซึ่งรวมถึงปุ่ม Like ด้วย แต่ตอนนี้ยังไม่มีแผนงานที่ชัดเจนว่าจะเป็นอย่างไร

สำหรับใครที่ยังใช้ Like เพื่อเซฟทวีตไว้มาอ่านทีหลัง ต้องบอกก่อนว่าตอนนี้ Twitter มีฟังก์ชัน Save for Later เพิ่มขึ้นมาให้ใช้งานตั้งแต่ปีก่อนแล้ว

ที่มา: Vox

alt="Twitter Like"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/106145