คลังเก็บป้ายกำกับ: travel

IATA ประเมินอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกรับผลกระทบเกือบ 1 ล้านล้านบาทจากไวรัส COVID-19

รายงานจาก IATA ล่าสุดได้วิเคราะห์ว่าอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกจะได้รับผลกระทบจากเชื้อไวรัส COVID-19 นี้อาจสูงถึงเกือบๆ 1 ล้านล้านบาท

Handena Airport Tokyo Japan สนามบินฮาเนดะ ญี่ปุ่น
ภาพจาก Shutterstock

สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ได้คาดการณ์ผลกระทบที่เกิดจากไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ COVID-19 นั้นส่งผลทำให้อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกสูญเสียรายได้ไปถึง 29,300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 920,899 ล้านบาท และสายการบินในทวีปเอเชียคือผู้ที่ได้รับผลกระทบหลักๆ ซึ่งในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมานี้สายการบินเริ่มทยอยลดเที่ยวบินลง เนื่องจากผู้โดยสารลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ

เที่ยวบินระหว่างประเทศที่ IATA ได้เก็บข้อมูลนับตั้งแต่ต้นปีมาลดลงถึง 4.7% ซึ่งถือว่าเป็นการลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงวิกฤติการเงินระหว่างปี 2008-2009 โดยสายการบินในทวีปเอเชียที่ IATA วิเคราะห์ไว้ ได้รับผลกระทบมากถึง 27,800 ล้านเหรียญสหรัฐ (ในส่วนนี้มาจากจีนสูงถึง 12,800 ล้านเหรียญสหรัฐ) ขณะที่สายการบินจาก
ทวีปอื่นๆ ได้รับผลกระทบประมาณ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ

ในช่วงที่ผ่านมาสายการบินต่างๆ โดยเฉพาะในเอเชียได้ทยอยลดเที่ยวบินเนื่องจากผลกระทบจากไวรัส COVID-19 ไม่ว่าจะเป็นการบินไทย สิงคโปร์แอร์ไลน์ แควนตัส จนไปถึงสายการบินในประเทศจีน นอกจากนี้สายการบินจากยุโรปและสหรัฐก็ได้ทยอยยกเลิกเที่ยวบินเพิ่มมากขึ้น เช่น บริติช แอร์ไลน์ ลุฟฮันซ่า เป็นต้น

นอกจากนี้ IATA ยังได้กล่าวถึงตัวเลขนี้ยังไม่แน่นอนเท่าไหร่นัก นั่นทำให้โอกาสที่สายการบินที่จะสูญเสียรายได้มากกว่านี้มีมากขึ้นไปอีก แต่ IATA ยังเชื่อว่าการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินจะกลับมาได้อย่างรวดเร็วแบบ
V-Shape โดยยกกรณีสมัยโรค SARS ที่ท้ายสุดอุตสาหกรรมก็ฟื้นตัวได้ไว

อย่างไรก็ดีในบทวิเคราะห์จาก Cowen ซึ่งเป็นวาณิชธนกิจของสหรัฐ ได้วิเคราะห์ว่า รายงานของ IATA อาจประเมินสภาพต่ำกว่าความเป็นจริงจากผลกระทบของ COVID-19 ด้วยซ้ำ เนื่องจากไม่ได้กล่าวถึงกรณีผู้เสียชีวิตหรือติดเชื้อนอกประเทศจีน เช่น ในเกาหลีใต้ ฯลฯ

สถานการณ์ล่าสุดวันนี้มีผู้ติดเชื้อ COVID-19 ทั่วโลกกว่า 76,778 ราย และเสียชีวิตไปกว่า 2,247 ราย

ที่มา – BBC, TRT World

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/global-air-traffic-could-fall-this-year-iata-report-effective-covid-19-today-worth-about-30-billion-usd-and-maybe-more-than-this-from-this-effect/

รองนายกฯ สมคิด เข็นมาตรการช่วยเหลือภาคการท่องเที่ยวเพิ่มเติม หลังนทท. จีนหาย

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เตรียมที่ออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือภาคการท่องเที่ยวของไทย หลังจากที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ออกมาตรการไปบางส่วนแล้ว

Bangkok Erawan Shrine
ภาพจาก Shutterstock

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เตรียมออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยภาคการท่องเที่ยว หลังจากไทยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่แพร่ระบาดในประเทศจีน ส่งผลทำให้นักท่องเที่ยวจากจีนไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศ เนื่องจากรัฐบาลจีนได้แบนกรุ๊ปทัวร์ โดยนักท่องเที่ยวจากจีนเป็น 1 ในรายได้สำคัญของภาคการท่องเที่ยวไทย ถึง 1 ใน 3

รองนายกรัฐมนตรี ในวันนี้จะได้ประชุมร่วมกับ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง รวมไปถึงกระทรวงแรงงาน ซึ่งกระทรวงเหล่านี้มีเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย เช่น ผู้ประกอบการท่องเที่ยว เจ้าของโรงแรมและร้านอาหาร แรงงานในภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ฯลฯ

เว็บไซต์ไทยรัฐ ได้รายงานว่า ได้รายงานเรื่องมาตรการที่ออกมานี้จะเป็นมาตรการรองรับและเยียวยา โดยเฉพาะจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวที่ลดลง แต่ไม่ใช่มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว นอกจากนี้ล่าสุดอาจมีมาตรการเพิ่มเติม เช่น การเพิ่มวันหยุด

Maybank Kim Eng ได้วิเคราะห์ถึงสัดส่วนของนักท่องเที่ยวจากจีนก็ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยนับตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา สำหรับประเทศในอาเซียน ไทยนั้นพึ่งพานักท่องเที่ยวจากจีนเป็นอันดับ 2 รองจากเวียดนาม

ก่อนหน้านี้ทางรัฐบาลได้ออกมาตรการออกมาช่วยเหลือผู้ประกอบการบางส่วน ไม่ว่าจะเป็นโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ฯลฯ จนไปถึงมาตรการด้านภาษี เช่น มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศ มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงกิจการโรงแรม ฯลฯ

มุมมองของ Citi ได้วิเคราะห์ว่าในกรณีที่แย่สุดของประเทศไทยนั้นนักท่องเที่ยวจากจีนในปีนี้อาจหายไปถึงประมาณ 21.8% โดยในปี 2019 ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวจีนได้เข้ามาในประเทศไทยอยู่ที่ 11 ล้านคน

ที่มา – มติชน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/th-deputy-prime-minister-somkid-take-more-measures-to-help-travel-industry-and-also-extend-more-holiday-to-boost-travel-in-country/

ไวรัสโคโรนาส่งผลให้เที่ยวบินถึง 2 ใน 3 จากจีนต้องยกเลิก สายการบินของไทยได้รับผลกระทบหนัก

เที่ยวบินระหว่างประเทศในจีนโดนยกเลิกไปถึง 2 ใน 3 ช่วงสถานการณ์ไวรัสโคโรนาระบาด สิ่งที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวของไทยอย่างแน่นอนแล้ว

Airport People Masks Coronavirus
ภาพจาก Shutterstock

บทวิเคราะห์จาก OAG Worldwide ได้เก็บข้อมูลเที่ยวบินระหว่างประเทศ ได้ออกรายงานถึงผลกระทบจากไวรัสโคโรนาที่ส่งผลทำให้เที่ยวบินระหว่างประเทศในจีนถูกยกเลิกไปถึง 2 ใน 3 นับตั้งแต่วันที่ 20 มกราคมจนถึงล่าสุดวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้มีปริมาณผู้โดยสารเหลือเพียงแค่ 1.4 ล้านที่นั่ง ซึ่งเท่ากับปริมาณผู้โดยสารระหว่างประเทศของสนามบินทั่วประเทศฝรั่งเศสใน 1 อาทิตย์เท่านั้น

เส้นทางที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือเส้นทางเมืองต่างๆ ในประเทศจีน มาที่ฮ่องกง ขณะที่รองลงมาคือเส้นทางไปยังประเทศไทย รวมไปถึงไต้หวัน ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากเที่ยวบินระหว่างประเทศถูกยกเลิกในจีน โดยเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เที่ยวบินจากจีนหายไปนั่นก็คือการแบนกรุ๊ปทัวร์จากประเทศจีนนั่นเอง

ผลที่เกิดขึ้นทำให้นักท่องเที่ยวจีนไม่สามารถมาเที่ยวประเทศไทยได้ทันที โดยบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร นักท่องเที่ยวจีนคิดเป็นสัดส่วน 28% ของนักท่องเทียวชาวต่างชาติที่เข้ามาในไทย ขณะที่รายได้การท่องเที่ยวไทยคิดเป็น 12% ของ GDP ถือเป็นสัดส่วนสำคัญของการท่องเที่ยวไทย

ขณะที่สายการบินของไทยที่ได้รับผลกระทบหนักๆ ที่ OAG Worldwide ได้รายงานคือ Thai Lion Air ปริมาณผู้โดยสารลดลงถึง 44.4% ขณะที่ Thai AirAsia ได้รับผลกระทบหนักสุดปริมาณผู้โดยสารลดลงถึง 48.9% สำหรับสายการบินในประเทศจีนที่ได้รับผลกระทบหนักสุดคือ China Southern Airlines

ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนานี้กว่า 43,100 รายทั่วโลก มีผู้เสียชีวิต 1,018 รายและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะกลายเป็นว่าปริมาณผู้เสียชีวิตได้นำหน้าผู้เสียชีวิตจากโรค SARS ไปแล้ว และอาจส่งผลต่อเนื่องกับเที่ยวบินระหว่างประเทศที่บินออกจากประเทศจีน

ที่มา – ข้อมูลจาก OAG Worldwide

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/oag-worldwide-reports-coronavirus-kills-international-capacity-especially-from-chinese-mainland-flights-cancel-about-2-of-3/

Citi มองกรณีแย่สุดนักท่องเที่ยวจีนหายไปจากไทยถึง 21.8% หลังไวรัสโคโรนาระบาด

Citi ได้ออกบทวิเคราะห์สถานการณ์ล่าสุดของเศรษฐกิจไทยหลังจากที่จีนแบนนักท่องเที่ยว ว่ากรณีแย่สุดอาจทำให้ปีนี้นักท่องเที่ยวจีนหายจากประเทศไทยถึง 21.8% และอาจทำให้ต้องปรับลดประมาณการ GDP ไทยลงมา

Thailand Coronavirus โคโรนาไวรัส หน้ากาก
ภาพจาก Shutterstock

สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง Citi ได้ออกบทวิเคราะห์ล่าสุดเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยหลังจากที่ไวรัสโคโรนาระบาดในประเทศจีนและส่งผลกระทบต่อประเทศไทย โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่มีสัดส่วนต่อ GDP ไทยสูง ซึ่ง Citi คาดว่าในกรณีที่แย่สุดของประเทศไทยนั้นนักท่องเที่ยวจากจีนในปีนี้อาจหายไปถึงประมาณ 21.8% โดยในปี 2019 ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวจีนได้เข้ามาในประเทศไทยอยู่ที่ 11 ล้านคน

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวนั้นเป็นส่วนสำคัญไม่น้อยของ GDP ไทย เพราะในปี 2018 นั้นสัดส่วนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยต่อ GDP สูงถึง 11.5% ขณะที่รายได้จากนักท่องเที่ยวจีนที่มีปริมาณ 1 ใน 3 ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั้งหมดนั้นมีสัดส่วนคิดประมาณ 3.2% ของ GDP ไทย

ในบทวิเคราะห์ของ Citi ยังได้กล่าวว่าถ้าหากนักท่องเที่ยวจีนได้หายไปในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ จะส่งผลทำให้ GDP ของไทยหายไปประมาณ​ 0.4% หรือสูญเสียรายได้ไปประมาณ 2,300 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ถ้าโชคดีอาจได้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ไม่ใช่ชาวจีนมาอุดจุดนี้ไว้ในครึ่งปีหลัง

ผลกระทบของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในกรณีแย่สุดที่ Citi วิเคราะห์ไว้อาจทำให้ปีนี้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทยประมาณ 36.3 ล้านคน แต่ถ้าเป็นกรณีที่ฐานจะอยู่ที่ 39.3 ล้านคน นอกจากนี้ Citi ยังคาดการณ์ว่าในกรณีของไวรัสโคโรนาอาจมีผลกระทบที่แย่กว่าสมัยโรค SARS ที่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ดี Citi ยังไม่ได้นับรวมผลกระทบกรณีการยกเลิก Visa on arrival สำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้าไปไว้ในประมาณการ แต่ในบทวิเคราะห์ยังมองว่านักท่องเที่ยวจีนอาจกลับมาอีกครั้งถ้าหากจีนสามารถควบคุมไวรัสโคโรนานี้ได้

สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ทำให้ Citi คาดว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อาจมีการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายได้ในการประชุมรอบเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ นอกจากนี้ Citi อาจเตรียมปรับประมาณการณ์ตัวเลข GDP ของไทยใหม่อีกครั้งด้วย เนื่องจากปัจจัยต่างๆ ในแง่ลบนั้นเพิ่มเติมเข้ามา

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/citi-thailand-economist-worst-case-of-chinese-travel-in-thailand-maybe-decline-21-8-percent-this-year-and-maybe-cut-thai-gdp/

วิกฤติ! TripAdvisor เตรียมปลดพนักงานออกบางส่วน หลัง Google รุกหนักธุรกิจท่องเที่ยว

TripAdvisor เตรียมปลดพนักงานออกบางส่วน หลังจากที่ Google ได้รุกตลาดท่องเที่ยวอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ทำให้รายได้และกำไรของบริษัทลดลงอย่างมาก

TripAdvisor ทริปแอดไวเซอร์
ภาพจาก Shutterstock

สำนักข่าว Bloomberg ได้รายงานว่า TripAdvisor เตรียมที่จะปลดพนักงาน 200 คน จากพนักงานทั้งหมดกว่า 3,800 คน หลังจากที่ Google ได้รุกหนักในธุรกิจท่องเที่ยวมากกว่าเดิม โดยเฉพาะการค้นหาโรงแรมและที่พัก ซึ่งกระทบกับธุรกิจหลักของ TripAdvisor ซึ่งเป็นเว็บไซต์รีวิวและค้นหาโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ตั๋วเครื่องบิน รวมไปถึงกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว

โดยหลังจากที่ Google ได้เปิดบริการค้นหาที่พัก รวมไปถึงสิ่งที่เกียวข้องกับการท่องเที่ยว ทำให้ TripAdvisor ต้องมีค่าใช้จ่ายในการลงโฆษณามากขึ้น รวมไปถึงลงโฆษณาใน Google Ads มากกว่าในอดีต นอกจากนี้ตัวโมเดลค้นหาของ Google เองยังถือว่าเป็นคู่แข่งกับตัวบริษัทเองด้วยซ้ำ

ขณะเดียวกันเจ้าของโรงแรมหรือที่พัก ต้องเฉลี่ยการลงโฆษณาออกไปในแพลตฟอร์มอื่นๆ รวมไปถึง Google ส่งผลทำให้รายได้ของบริษัทลดลง ส่งผลทำให้ท้ายที่สุดแล้วบริษัทต้องปรับลดค่าใช้จ่ายซึ่ง 1 ในนั้นคือการปลดพนักงานบางส่วนออก

ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ราคาหุ้นของ TripAdvisor ได้ลดลงไปกว่า 20% ภายในวันเดียว หลังจากที่บริษัทได้ รายงานงบไตรมาส 3 ออกมาย่ำแย่กว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ ขณะที่ CEO ของบริษัทอย่าง Stephen Kaufer ตอบคำถามแก่นักวิเคราะห์หลังงบไตรมาส 3 ออกมาว่า “ยังไม่สามารถบอกได้ว่าแผนธุรกิจของบริษัทที่จะนำบริษัทกลับมามีกำไรโตได้มากกว่าเดิมได้เมื่อไหร่”

ไม่เพียงแค่ TripAdvisor เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบนี้ แต่เว็บไซต์อื่นๆ ที่เกียวข้องกับการท่องเที่ยวเช่น Expedia รวมไปถึง Booking.com ก็ได้รับผลกระทบจากการรุกหนักของ Google ด้วย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/tripadvisor-cuts-jobs-after-google-competition-markets-also-ceo-not-predicting-turn-around-plan/

ฟีเจอร์ใหม่ Google Travel บอกได้ว่าค่าที่พักโรงแรมในเวลานั้นถูกหรือแพงกว่าปกติ

Google Travel ออกฟีเจอร์ใหม่ แนะนำโรงแรมที่จะเข้าพักด้วยข้อมูลที่ครอบคลุมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่คนเข้าพักเยอะ ภูมิอากาศ และหากกดที่ปุ่ม When to visit ระบบจะแสดงแถบบอกราคาเป็นกราฟให้ด้วยว่าราคาในช่วงที่ผู้เข้าพักต้องการจะพักนั้นถูกหรือแพงกว่าปกติ

ตัวอย่างจากรูปภาพด้านล่างคือ ระบบจะเสนอเป็นกราฟเส้นให้เห็นช่วงราคาของโรงแรมนั้น ซึ่งถ้าลูกศรชี้ไปทางขวาที่เป็นสีแดง แสดงว่าช่วงเดือนนั้นราคาที่พักแพง ผู้ใช้งานสามารถลเือกพิจารณาช่วงเวลาอื่นเพื่อประหยัดงบโรงแรมได้

No Description

นอกจากนี้ เมื่อตกลงจะจองที่พักระบบจะแสดงราคาทั้งหมดรวมภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆ เข้ามาให้ด้วย ในสหรัฐฯและแคนาดา ผู้ใช้งานจะสามารถดูราคาเป็นรายวันด้วยว่า ราคาห้องพักรายวันรวมภาษีแล้วอยู่ที่เท่าไร โดยระบบจะแสดงข้อมูลจากหลากหลายเว็บจอง เช่น Booking.com, Hotels.com เป็นต้น

No Description

ที่มา – Google Blog

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/114028

เจ้าของเพลินวาน กล่าว “ไม่ได้ปิดเพราะขาดทุน ให้มองเป็นโอกาสปรับตัว ไม่อยากให้โยงเศรษฐกิจ”

เพลินวาน แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในหัวหิน ได้ประกาศปิดตัวในปลายเดือนมกราคมปีหน้า โดยที่เจ้าของกิจการนั้นมองว่าการปิดตัวนั้นไม่ใช่สาเหตุจากขาดทุน และไม่อยากให้โยงกับเรื่องเศรษฐกิจ

เพลินวาน หัวหิน
ภาพจาก Shutterstock

หลังจากที่มีข่าวว่าสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในเมืองหัวหินอย่าง “เพลินวาน” ได้ประกาศปิดตัวลง หลังจากที่มีการแชร์ภาพจดหมายของผู้บริหารเพลินวาน โดยรายละเอียดจดหมายระบุถึงผู้เช่าเรื่องการบอกเลิกสัญญาเพราะเตรียมปิดกิจการ มีผลนับตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2563 หลังกิจการประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจและขาดทุนหนัก

ล่าสุดนั้น ภัทรา สหวัฒน์ เจ้าของเพลินวาน ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า “ก้าวแรกของเพลินวานเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 12 ปีที่แล้ว จากความคิดที่อยากนำความเชื่อและความชอบมาทำเป็นธุรกิจเพื่อสังคม โดยไม่คาดหวังใดๆ นอกจากมีความสุขที่ได้ทำ สิ่งที่เราได้กลับมาประเมินค่าไม่ได้ มันคือความสุขที่สัมผัสได้จากชุมชนของเรา ทั้งคู่ค้าและลูกค้าที่สนับสนุนเพลินวานมาโดยตลอด

ภัทรา ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกับเว็บไซต์ The Bangkok Insight ว่า “ไม่ได้ปิดกิจการของเพลินวาน เพราะว่าขาดทุน และไม่อยากให้โยงเรื่องเศรษฐกิจ” โดยสาเหตุที่แท้จริงมาจากเรื่องของพฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนไป นอกจากนี้เจ้าของเพลินวานยังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “ตนเองและทีมงานมองว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะปรับเปลี่ยนตัวเอง ทิ้งรูปแบบเดิมๆ กรอบเดิมๆ เพื่อแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ก่อนที่จะไปต่อไม่ได้ในอนาคต และเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ทันแล้ว”

สำหรับการปรับปรุงครั้งล่าสุดของเพลินวานนั้นได้ปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อปีที่ผ่านมาโดยย้อนยุคไปยังปี 2500 ในธีมที่ชื่อว่า เพลินวาน ตอน บางแสน โดยสำหรับการเปิดตัวเพลินวานครั้งแรกอยู่ในธีมย้อนยุคปี 2485 ขณะที่การปรับปรุงรอบแรกนั้นปรับปรุงมาเป็นในธีมย้อนยุคปี 2499 ก่อนที่ล่าสุดจะเป็นธีมบางแสนในข้างต้น

มุมมองของผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตรายหนึ่งได้ทวีตว่า เพลินวานนั้นเหมาะแก่กับการไปเที่ยวเพียงแค่ครั้งเดียว แถมของในเพลินวานเองก็มีราคาที่แพงด้วยซ้ำ ไม่มีจุดขายให้กลับไปซ้ำอีกรอบ ขณะที่ผู้ใช้อีกรายได้ทวีตโดยยกตัวอย่างว่า เครื่องดื่มและสินค้าภายในมีราคาแพงซึ่งทำให้คนส่วนใหญ่ไปเดินเที่ยวมากกว่า จึงไม่แปลกใจที่เพลินวานนั้นจะปิดตัวลง

ที่มา – PPTV, ผู้จัดการออนไลน์

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/plearnwan-market-owner-said-closing-because-not-loss-from-operate-but-its-opportunities-and-its-not-about-economic-situation/