คลังเก็บป้ายกำกับ: travel

แคนาดาและเนเธอร์แลนด์เริ่มทดสอบการตรวจคนเข้าเมืองโดยไม่ใช้หนังสือเดินทาง ส่งข้อมูลผ่านแอปแล้วผ่านประตูตรวจ Biometric ได้เลย

แคนาดาและเนเธอร์แลนด์ประกาศทดสอบระบบหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ Known Traveller Digital Identity (KTDI) ทำให้ไม่ต้องพกหนังสือเดินทางเป็นเล่มอีกต่อไป แต่สามารถส่งข้อมูลไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองผ่านแอป แล้วเดินผ่านประตูอัตโนมัติได้ทันที

KTDI อาศัยการแชร์ข้อมูลในหนังสือเดินทางที่ปกติทุกวันนี้หนังสือเดินทางมีข้อมูลผู้เดินทางพร้อมลายเซ็นดิจิทัลของประเทศต้นทางอยู่แล้ว ก่อนเดินทางหรือขณะจองตั๋วผู้เดินทางสามารถแชร์ข้อมูลนี้ให้กับประเทศต้นทางและปลายทางได้ทันที ทำให้ด่านตรวจคนเข้าเมืองทั้งสองประเทศมีข้อมูลหนังสือเดินทางและข้อมูลชีวมิติ (biometric) ของผู้เดินทางรออยู่แล้วล่วงหน้า

เมื่อเดินทางจริงผู้เดินทางสามารถเดินผ่านด่านต่างๆ ที่จะตรวจข้อมูลชีวมิติ โดยไม่ต้องแสดงหนังสือเดินทางอีก

โครงสร้างของ KTDI มีตั้งแต่ระบบการเซ็นลายเซ็นดิจิทัลเพื่อยืนยันความถูกต้องข้อมูล และการใช้บล็อคเชนเพื่อนยืนยันประวัติการเข้าถึงข้อมูล

แคนาดาและเนเธอร์แลนด์จะทดสอบ KTDI นี้เป็นการภายในก่อน และน่าจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปใช้งานได้จริงในปี 2020 แต่ก็ยังเป็นการทดสอบระหว่างสองชาติเท่านั้น การใช้งานในวงกว้างยังต้องใช้ความร่วมมือจากรัฐบาล, หน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง, และภาคเอกชนอีกจำนวนมาก

ที่มา – eTurboNews, World Economic Forum

No Description

from:https://www.blognone.com/node/110601

โฆษณา

LINE เปิดตัว Odekake NOW บริการจองร้านอาหาร และกิจกรรมการท่องเที่ยว

LINE เปิดตัวบริการใหม่ Odekake NOW ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริการ LINE Travel jp จากเดิมที่สามารถจองเที่ยวบินและที่พัก คราวนี้ LINE ขยายมาให้บริการจองร้านอาหาร, เข้าร่วมอีเวนต์ ตลอดจนหากิจกรรมในบริเวณสถานที่โดยรอบ

บริการ Odekake NOW ยังเป็นความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ อาทิ OZmall, Ikyu.com, Asoview และเว็บไซต์จองร้านอาหารและกิจกรรมในการท่องเที่ยว

แผนในอนาคตงานนั้น LINE จะเชื่อมต่อข้อมูลการจองกิจกรรมและร้านอาหาร โดยอิงกับพยากรณ์อากาศด้วย และจะมีเครื่องมือแนะนำกิจกรรมน่าสนใจ อ้างอิงจากกิจกรรมที่เคยจองไว้ก่อนหน้านี้

Odekake NOW เริ่มให้บริการแล้ววันนี้ในส่วนของ LINE Travel jp เฉพาะผู้ใช้งานในญี่ปุ่น

ที่มา: LINE

alt="LINE"

alt="LINE"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/110587

เปิดตัว Airbnb Luxe บริการที่พักแบบหรูหรา มีที่พักปราสาท, เกาะส่วนตัว, วิวทะเลสาบให้เลือก

Airbnb เปิดตัวบริการใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความหรูหราในชื่อ Airbnb Luxe ที่จะมอบประสบการณ์ที่พักในแบบที่พิเศษสุด ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวที่สนใจบ้านพักที่ราคาสูง

Airbnb ระบุว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวสนใจการจองที่พักในราคาแพงมากขึ้น โดยในปีที่แล้วบนแพลตฟอร์ม Airbnb มียอดจองห้องพักที่ราคาต่อคืน 1,000 ดอลลาร์ขึ้นไปเพิ่มสูงขึ้นกว่า 60% ซึ่งจะเห็นได้ว่านักท่องเที่ยวบนแพลตฟอร์ม Airbnb เริ่มหาที่พักที่หรูและราคาแพงขึ้น

บริการ Airbnb Luxe นี้เกิดขึ้นจากการเข้าซื้อ Luxury Retreats เมื่อสองปีก่อน ทำให้ Airbnb ได้ทักษะด้านที่พักระดับหรูหราและนำมาเปิดตัวใหม่อีกครั้งภายใต้ Airbnb โดยที่พักของ Airbnb Luxe จะถูกคัดสรรเป็นพิเศษว่าต้องผ่านมาตรฐานระดับสูงที่กำหนดไว้อย่างครอบคลุมกว่า 300 รายการ เช่น วัสดุตกแต่งระดับพรีเมียม, การออกแบบที่ใช้งานได้จริง, พื้นที่ที่รองรับคนได้อย่างสะดวกสบาย, อุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวระดับเชฟ และห้องน้ำที่มีจำนวนเพียงพอต่อห้องนอน

ส่วนเรื่องการบริการ บ้านพักของ Airbnb Luxe จะอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าหลายรูปแบบ เช่น เชฟส่วนตัวในบ้าน, บริการนวด, เทรนเนอร์ที่คอยให้คำแนะนำการออกกำลังกาย, คนดูแลเด็ก รวมถึงมีผู้ให้บริการออกแบบทริปที่ได้รับการเทรนมาอย่างดี คอยรับคำปรึกษาและวางแผนทริปให้ผู้จองห้องพักตามความต้องการ

No Description
Te Kahu, Wanaka, New Zealand

นอกจากเรื่องมาตรฐานที่ Airbnb วางไว้อย่างพรีเมียมแล้ว บ้านพักของ Airbnb Luxe ยังถูกเสริมด้วยความพรีเมียมอีกหลายอย่าง เช่น หาดส่วนตัว, เกาะส่วนตัว, ทัศนียภาพที่สวยงาม รวมถึงหลายที่ยังมีเรื่องราวของตัวเองอีกด้วย เช่น

  • Te Kahu บ้านพักทำจากต้นสนที่ได้รับรางวัลด้านสถาปัตยกรรม ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ Wanaka
  • Nukutepipi เกาะส่วนตัวใน French Polynesia
  • The Fleming Villa ใน Jamaica เป็นสถานที่ที่ Ian Fleming เขียนนิยาย James Bond

สำหรับใครที่สนใจจองบ้านพักระดับพรีเมียมทั่วโลก สามารถเข้าไปดูได้ที่ Airbnb Luxe โดยในไทยตอนนี้มีที่เกาะสมุย, ภูเก็ต และพังงา

ที่มา – Airbnb

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/110570

9 อินไซต์ของนักท่องเที่ยวในการจองที่พักในไทย จับตา “จีน-อินเดีย” พักหรูมากขึ้น

Expedia Group เปิดข้อมูลของนักท่องเที่ยวในการจองที่พักในประเทศไทย พบว่าสหรัฐอเมริกายังเป็นตลาดใหญ่ที่สุด รวมถึงชาวจีน และอินเดียมีแนวโน้มมีกำลังซื้อมากขึ้น

Photo : Shutterstock

Expedia Group แพลทฟอร์มด้านการท่องเที่ยวที่ใหญ่ เปิดเผยเทรนด์ความต้องการที่พักล่าสุดในไทย โดยผู้ประกอบการที่พักในไทยยิ้มรับยอดจองที่เติบโตอย่างต่อเนื่องข้อมูลจาก Expedia Group เผยว่าความต้องการที่พักจากนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยรวมในประเทศไทยเติบโตขึ้นปีต่อปีถึง 10% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

ความต้องการที่พักของนักเดินทางชาวจีนและอินเดียเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิสราเอลและแอฟริกาใต้เป็นตลาดเกิดใหม่ที่มีความต้องการระดับสูง

Expedia Group ได้ทำการรวบรวมข้อมูลจากแบรนด์การท่องเที่ยวที่หลากหลายซึ่งอยู่บนแพล็ตฟอร์มของทางบริษัทพบว่า มี 9 ข้อมูลเชิงลึก ดังนี้

1. นักเดินทางจากสหรัฐอเมริกายังคงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดสำหรับไทย โดยความต้องการที่พักเติบโตขึ้นประมาณ 20% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ในขณะที่จีนคือตลาดที่ใหญ่รองลงมา ซึ่งแซงญี่ปุ่นฮ่องกงและเกาหลีใต้เป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา นอกจากจีนแล้ว อินเดียก็ไต่อันดับขึ้นมา 3 อันดับ โดยขึ้นมาอยู่อันดับที่ 10 ของนักเดินทางต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทยมากที่สุด

2. ชาวจีน-อินเดีย ลูกค้ากลุ่มพรีเมี่ยม ที่น่าสนใจคือนักเดินทางจากจีนและอินเดียมีแนวโน้มการจองที่พักระดับพรีเมียมที่มากขึ้น โดย 60% ของการจองที่พักโดยนักเดินทางชาวจีน และ 55% ของการจองโดยนักเดินทางชาวอินเดียเป็นการจองที่พักระดับ 4 ดาวและ 5 ดาว ซึ่งเทรนด์การจองนี้เป็นไปตามกลยุทธ์ของรัฐบาลไทยที่มุ่งเน้นดึงดูดนักท่องเที่ยวระดับพรีเมี่ยมจากจีน และอินเดียให้มากขึ้น

3. ด้านของเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอย่าง กรุงเทพฯ พัทยา และภูเก็ต ก็คือจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวชาวจีนและอินเดียเลือกไปพักผ่อนมากที่สุด มากไปกว่านั้นมีสถานที่ดังต่อไปนี้ มีการขยายการเติบโต ได้รับความนิยมด้านการจองที่พักจากนักเดินทางมากถึง 3 หลัก เมื่อเปรียบเทียบอัตราการเติบโตแบบปีต่อปีในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งหัวหินโต 110% ,เกาะพีพีโต 100% ,และเกาะหลีเป๊ะโต 100% ตามลำดับ

4. ผลสำรวจล่าสุดระบุว่า 80% ของนักเดินทางจากต่างชาติ โดยไม่ได้อ้างอิงถึงอายุเชื่อว่าการจองที่พักให้เสร็จสมบูรณ์ในที่เดียวนั้นถือว่าเป็นประโยชน์มาก โดยข้อมูลจาก Expedia Group ยืนยันว่าความต้องการประสบการณ์การจองแบบครบวงจรในที่เดียวที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้การจองแพ็คเกจระดับนานาชาติเพิ่มขึ้นปีต่อปีถึง 50%

5. นอกจากนี้ข้อมูลยังเผยว่ากลุ่มนักเดินทางชาวจีนคือ ตัวขับเคลื่อนความต้องการด้านแพ็คเกจในประเทศไทย โดย 1 ใน 3ของแพ็คเกจที่จองโดยนักเดินทางต่างชาติมาจากชาวจีน จีนยังเป็นตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในด้านความต้องการแพ็คเกจ ซึ่งพุ่งสูงถึง 200% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว อินเดียก็เติบโตไปในทิศทางเดียวกัน โดยความต้องการแพ็คเกจเติบโตขึ้นปีต่อปีถึง 160% นอกจากนี้ไอร์แลนด์ เกาหลีใต้และอินโดนีเซียต่างก็มีความต้องการแพ็คเกจที่สูงขึ้นปีต่อปีถึง 130%,120% และ 100% ตามลำดับ

6. UAE-แอฟริกาใต้ ตลาดใหม่สุดพรีเมี่ยมที่ควรเจาะ เมื่อเจาะลึกถึงข้อมูลเกี่ยวกับตลาดนานาชาติที่เกิดขึ้นใหม่ซึ่งมีการเติบโตที่น่าประทับใจ Expedia Group ยืนยันว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แอฟริกาใต้ และอิสราเอลคือตลาดใหม่ระดับไฮเอนด์ที่ผู้ประกอบการด้านที่พักควรลงทุน นักเดินทางจากตลาดดังกล่าวใช้จ่ายค่าที่พัก 15% ที่สูงกว่า และเข้าพักนานกว่าประมาณ 1 วัน เมื่อเทียบกับนักเดินทางต่างชาติทั่วไป

7. ซึ่ง 70% ของการจองโดยนักเดินทางจากประเทศเหล่านี้เป็นการจองที่พักระดับ 4 ดาว และ 5 ดาว และยังมียอดใช้จ่ายค่าที่พักรายวันมากกว่านักเดินทางต่างชาติอื่น ๆ 50%

8. นักท่องเที่ยวจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แอฟริกาใต้ และอิสราเอลนิยมมาพักที่กรุงเทพฯ เพื่อสัมผัสบรรยากาศและเสน่ห์ของเมืองหลวง หรือแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลอย่างภูเก็ต พัทยา เกาะสมุย และเกาะพะงัน

9. พันธมิตรด้านผู้ประกอบการต่าง ๆ ที่ต้องการเจาะตลาดนักเดินทางระดับไฮเอนด์ควรตระหนักเรื่องช่วงเวลา หรือฤดูที่มีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากทั้งนี้ข้อมูลรายงานว่านักเดินทางจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ชอบเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน และธันวาคมถึงมกราคม ในขณะที่นักเดินทางจากอิสราเอลและแอฟริกาใต้มักจะเดินทางท่องเที่ยวในเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/9-insight-hotel-demand-trends-thailand/

ลาก่อน Google Trips กูเกิลสั่งปิดบริการ ให้ย้ายไปใช้เว็บ Google Travel แทน

กูเกิลประกาศปิดบริการ Google Trips แอพรวมข้อมูลการท่องเที่ยวบนมือถือที่เปิดตัวในปี 2016 โดยจะใช้ได้ถึงวันที่ 5 สิงหาคมนี้

เหตุผลที่ปิดตัวคือ กูเกิลให้ไปใช้เว็บไซต์ Google Travel ที่เพิ่งเปิดตัวในงาน Google I/O 2019 แทน โดยฟีเจอร์บางอย่างของ Google Trips เช่น การบันทึกสถานที่, แนะนำสิ่งที่น่าทำในเมืองนั้น (Things to do) หรือข้อมูลการจองที่พัก-การเดินทาง จะสามารถใช้ได้จาก Google Travel หรือ Google Maps โดยตรง

Google Trips มียอดดาวน์โหลดมากกว่า 5 ล้านดาวน์โหลด (นับเฉพาะบน Android) แต่ตัวเลขนี้อาจไม่สูงพอสำหรับกูเกิล ซึ่งมีแอพระดับพันล้านดาวน์โหลดหลายตัว จนต้องปิดตัวไปในที่สุด

ที่มา – Ars Technica

from:https://www.blognone.com/node/110215

มวยคู่ใหม่ Booking และ Expedia ออกมาเตือน AirAsia ว่า “ธุรกิจเอเยนต์ท่องเที่ยวออนไลน์ไม่ง่าย”

ตัวแทนของ Booking.com และ Expedia ได้ออกมาให้ความเห็นหลังจากที่ AirAsia เตรียมที่จะเปิดตัวแพลตฟอร์มธุรกิจเอเยนต์ท่องเที่ยวออนไลน์ ซึ่งสายการบินคาดว่าจะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ๆ

Low cost AirAsia Malaysia Airport แอร์เอเชีย
ภาพจาก Shutterstock

Booking.com และ Expedia ได้ออกมาเตือน AirAsia ถึงสายการบินราคาประหยัดจากประเทศมาเลเซียที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งใหญ่ในการมาขายตั๋วเครื่องบิน ที่พัก รวมไปถึงบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวว่า ไม่ง่าย และยังไม่ได้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นของสายการบินเองด้วย

Tony Fernandes นายใหญ่ของ AirAsia ยังได้กล่าวว่าจะมีงบรายปีสำหรับลงทุนแพลตฟอร์มนี้ประมาณ 100 ล้านริงกิตมาเลเซีย โดยแพลตฟอร์มนี้เขาได้ให้ฉายาว่า “Amazon ของการท่องเที่ยว”

ขณะเดียวกัน Marsha Ma หัวหน้าแผนกประเทศจีนของ Booking.com ได้กล่าวว่า “เราจะสู้ทุกวิถีทาง” นอกจากนี้เธอยังได้กล่าวว่า กว่าที่ Booking.com จะมาถึงจุดนี้ได้ใช้เวลานานมาก และการที่จะเป็นเอเยนต์ท่องเที่ยวออนไลน์นั้น การบริหารระบบที่พักเป็นเรื่องหนักหนาสำหรับธุรกิจนี้มากๆ

อีกคนที่แสดงความเห็นในเรื่องนี้คือ Greg Schulze ซึ่งเป็นหัวหน้ากลยุทธ์การขายและบริหารของ Expedia ให้ความเห็นว่า “แม้ว่าธุรกิจสายการบินราคาประหยัด AirAsia จะทำได้ดีมาก แต่การที่จะเป็นเอเยนต์ท่องเที่ยวออนไลน์นั้นถือว่ารูปแบบคนละเรื่องกับการทำสายการบิน” นอกจากนี้เขายังได้กล่าวว่า “การที่สายการบินราคาประหยัดจากมาเลเซียลงมาเล่นธุรกิจนี้ นอกจากที่จะไม่แก้ปัญหาเดิมแล้ว ยังอาจเพิ่มปัญหาใหม่ๆ เข้ามาอีก”

เมื่อปีที่ผ่านมา Expedia ได้ตกลงกับ AirAsia ในการขายหุ้นสัดส่วน 25% ของ AirAsiaGo ให้กับ Expedia มูลค่า 60 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้เริ่มเป็นพาร์ตเนอร์กันมาตั้งแต่ปี 2011 ก่อนที่สุดท้ายจะแยกทางใครทางมัน

Aireen Omar รองประธานของสายการบินได้กล่าวว่า “สายการบินได้เตรียมตัวรับความเสี่ยงในเรื่องนี้ไว้แล้ว” เธอมองว่าอนาคตธุรกิจของสายการบินไม่ใช่แค่การขนส่งผู้โดยสาร แต่ข้อมูลคืออนาคต เนื่องจากปัจจุบัน AirAsia มีลูกค้ากว่า 100 ล้านราย ทำให้มีข้อมูลมากในเรื่องนี้

เธอยังได้ประกาศว่ากำลังเจรจากับพาร์ตเนอร์ในการพัฒนาระบบ E-commerce ของบริษัท แต่ไม่ได้กล่าวถึงว่าใครคือพาร์ตเนอร์รายใหม่ของ AirAsia และได้กล่าวเสริมอีกว่า “เอเยนต์ท่องเที่ยวออนไลน์มีการระมัดระวังในการทำธุรกิจอยู่แล้ว” ซึ่งเธอเชื่อว่าหลังจากนี้สายการบินต่างๆ ต้องเข้ามาคุยกับ AirAsia เนื่องจากมีข้อมูลลูกค้ามาก

ปัญหาใหญ่ในช่วงที่ผ่านมาของ AirAsia คือปัญหารายได้ของสายการบินที่ไม่สม่ำเสมอ ราคาน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของสายการบินมีความผันผวน โดยล่าสุดราคาขึ้นมาถึง 30% ทำให้สายการบินต้องหาทางออกใหม่ๆ

ที่มาNikkei Asian Review, Livemint, The Star, Strait Times

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/expedia-booking-warn-airasia-about-travel-agent-is-not-easy-and-not-fix-problem-of-airlines/

Google เปิดตัวหน้าเว็บ Trips สำหรับหาข้อมูลเพื่อวางแผนท่องเที่ยวแบบครบวงจร

Google เปิดตัวหน้าเว็บใหม่ Google Trips สำหรับการช่วยวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวแบบครบวงจร ตั้งแต่หาสถานที่ท่องเที่ยว, เที่ยวบิน, โรงแรม และแพคเกจท่องเที่ยว เหมือนกับแอป Google Trips บนมือถือที่ Google เปิดตัวปีที่แล้ว

Google Trips สามารถเข้าใช้งานได้ทั้งทาง google.com/travel หรือจะเข้าผ่าน Google Search และ Google Maps ก็ได้ ผ่านการค้นหาคำต่าง ๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เช่น “เที่ยวบินไปโตเกียว” เป็นต้น

หน้าของ Google Trips นั้น จะมีแท็บให้เลือกทางซ้ายว่าต้องการค้นหาอะไร และถ้าล็อกอินบัญชี Google ไว้ หน้า Google Trips ก็จะมีคำแนะนำเกี่ยวกับการท่องเที่ยวโดยใช้ข้อมูลจากตำแหน่งที่อยู่และการค้นหาก่อนหน้านี้ได้ รวมถึงจะติดตามสถานที่และเที่ยวบินที่บันทึกไว้ด้วย

นอกจากนี้ เมื่อผู้ใช้จองโรงแรมหรือเที่ยวบิน Google Trips ก็จะเพิ่มข้อมูลเข้าไปในไทม์ไลน์ให้อัตโนมัติทันทีที่ผู้ใช้ได้รับอีเมลยืนยันการจอง โดยข้อมูลทั้งหมดนี้ถ้าไม่ต้องการให้ Google ใช้งาน ก็สามารถสั่งปิดได้ผ่านการตั้งค่าของบัญชี Google (วิธีทำ)

นอกจาก Google Trips แล้ว Google ยังออกอัพเดตให้ Google Maps ไฮไลต์ละแวกที่เป็นที่นิยมในพื้นที่ที่ไปเยี่ยมชมได้ด้วย และเดือนหน้า Google จะเปิดให้จองโรงแรมและร้านอาหารผ่านทาง Google Maps ได้ด้วย

ที่มา – Engadget, Google

No Description
ภาพจาก Google

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/109787