คลังเก็บป้ายกำกับ: TIPS__TRICKS

13 เคล็ดลับ Google Chrome ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเป็นกอง ตั้งค่าง่าย ๆ ใช้งานสะดวก

หลังจากแนะนำวิธีการปรับแต่งและเคล็ดลับ Google Chrome ไป 2 บทความก่อนหน้านี้ ทั้งการแก้ไขปัญหา Google Chrome กินแรม และตั้งค่าให้ Google Chrome ทำงานได้เร็วขึ้น แต่ Chrome มีเคล็ดลับดี ๆ ซ่อนอยู่อีกมากมาย ซึ่งเราอาจจะมองข้ามหรือไม่รู้วิธีการเปิดใช้งานก็ได้ แต่ถ้าได้ทดลองใช้เมื่อไหร่ นอกจากจะติดใจแล้วก็ทำให้งานเสร็จได้เร็วและไม่เสียจังหวะอีกด้วย

ส่วนใครที่ยังไม่ได้โหลด Google Chrome มาใช้หรือเพิ่งลบออกจาเครื่องไปก็สามารถโหลดมาติดตั้งใหม่แล้วทำตามเคล็ดลับที่ผู้เขียนนำมาแนะนำในบทความนี้ได้เลย แต่ผู้เขียนแนะนำว่าให้จัดการแก้ปัญหา Chrome กินแรมและตั้งค่าให้ Chrome ทำงานได้เร็วขึ้นก่อนจะช่วยให้ใช้งานได้เต็มที่ยิ่งขึ้น

เคล็ดลับ google chrome

13 เคล็ดลับ Google Chrome น่าทำ ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเป็นกอง

device global desktop e1618559958773

หลายคนอาจจะเคยทดลองหรือใช้ฟีเจอร์ในเคล็ดลับ Google Chrome เหล่านี้อยู่บ้างเช่นกัน แต่บางฟีเจอร์ก็เชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจจะไม่รู้ว่า Chrome สามารถทำแบบนี้ได้เหมือนกัน โดยเคล็ดลับที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้จะมีดังนี้

  1. เปิดเบราเซอร์แล้วโหลดแท็บที่ต้องใช้ขึ้นมาทันที
  2. Pin Tab ที่ต้องการเอาไว้ จะได้ไม่หายหรือเผลอกดปิด
  3. เอาปุ่ม Home กลับมา
  4. เว็บไหนเข้าบ่อยทำ Shortcut ไว้บน Desktop เลย
  5. Address Bar เป็นอะไรมากกว่าที่คุณคิด
  6. เอา Bookmarks bar กลับมา
  7. ทำ Bookmark bar ให้เหลือแต่ไอค่อนง่าย ๆ
  8. ปุ่มลัดเปิดโหมดไม่ระบุตัวตน
  9. เปิด Task Manager ของ Google Chrome มาปิดแท็บที่ค้างได้เลย
  10. คลิกซ้ายลากไฟล์ที่โหลดมาไปไว้ไหนก็ได้!
  11. ทำ Folder ใส่ Bookmark แล้วคลิก เปิดหลายแท็บพร้อมกันได้ง่าย ๆ
  12. กด Ctrl+ตัวเลขเพื่อสลับแท็บอย่างรวดเร็ว!
  13. ตั้งค่าหน้า New Tab ให้เข้ากับการใช้งานของเรา
1. เปิดเบราเซอร์แล้วโหลดแท็บที่ต้องใช้ขึ้นมาทันที

tab

 

คนที่มีแท็บต่าง ๆ ที่ต้องใช้งานเป็นประจำ อย่างเช่นเปิดข่าว, เมล์ และแท็บเฉพาะสำหรับทำงานของบริษัทอยู่เป็นประจำแล้วไม่อยากมาไล่เปิดทีละแท็บให้เสียเวลาก็ตั้งค่าให้ Google Chrome เปิดทุกแท็บขึ้นมาพร้อมกันตอนเริ่มใช้โปรแกรมเลยก็ได้ แต่ Chrome จะใช้ CPU และ RAM ทำงานค่อนข้างหนักแล้วทำให้เครื่องช้าชั่วระยะหนึ่งจนกว่าจะโหลดทุกแท็บเสร็จ ซึ่งจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนที่เคยทำแบบนี้กับโน๊ตบุ๊ค Intel Core i5-8250U แรม 8 GB DDR4 ก็ทำเครื่องช้าไปชั่วระยะหนึ่งก่อนจะกลับมาใช้งานได้ปกติ ดังนั้นขอแนะนำให้ตั้งค่าเปิดแท็บเอาไว้ราว 5-6 แท็บ หรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับสเปคเครื่องของเรา

ส่วนคนที่ต้องการตั้งค่าให้ Chrome เปิดทุกแท็บให้พิมพ์คำว่า chrome://settings/ เข้าไปที่ช่องพิมพ์ URL แล้วกด Enter เพื่อเข้าหน้าตั้งค่า จากนั้นในช่องค้นหาด้านบนสุดให้พิมพ์คำว่า Tab เข้าไปตามสัญลักษณ์จุดที่ 1 จากนั้นเลือก “Open a specific page or set of pages” ในจุดที่ 2 ซึ่งถ้าเราเคยเซฟหน้าที่ต้องการเปิดเอาไว้ก็จะมี URL ของเว็บไซต์แสดงอยู่ในส่วนนี้ด้วย

ถ้าเราต้องการเพิ่มเว็บไซต์ที่ต้องการเปิดเป็นพิเศษ ให้เพิ่มโดยคลิกคำว่า “Add a new page” ที่เครื่องหมายเลข 3 จากนั้นพิมพ์ URL ที่ต้องการเข้าไปได้เลย ส่วนเคล็ดลับแนะนำให้เปิดแท็บทั้งหมดที่ต้องการขึ้นมาแล้วก็คลิก “Use current pages” ที่หมายเลข 4 ได้เลย แล้ว Chrome จะบันทึกหน้าปัจจุบันที่เราเปิดค้างเอาไว้ให้เลย

2. Pin Tab ที่ต้องการเอาไว้ จะได้ไม่หายหรือเผลอกดปิด

pin1

เคล็ดลับ Google Chrome อีกอันที่หลาย ๆ คนอาจจะไม่ได้ใช้กันบ่อยแต่แนะนำให้ลองใช้งานกันคือการ Pin Tab หรือปักหมุดแท็บนั้น ๆ ที่ใช้งานอยู่แล้วไม่อยากให้ปิดโดยไม่ตั้งใจได้ โดยคลิกขวาที่แท็บนั้น ๆ แล้วเลือกคำว่า Pin ก็จะปักหมุดแท็บนั้น ๆ เอาไว้

pin2

เมื่อปักหมุด จะเห็นว่าแท็บที่เลือกนั้นย่อลงไปเป็นอันเล็ก ๆ และเครื่องหมายกากบาทหายไป ทำให้เราไม่เผลอกดปิดโดยบังเอิญนั่นเอง ซึ่งวิธีนี้เอาไว้ใช้ป้องกันการเผลอปิดด้วยเมาส์เท่านั้น แต่ถ้าเรากดปิดแท็บโดย Ctrl+W หรือกดปิดหน้าต่าง Chrome อันนั้นก็ยังถูกปิดอยู่ดี

pin3

และเวลาต้องการเลิก Pin Tab นั้นทิ้งไป ให้เราคลิกขวา เลือกคำว่า Unpin แล้วแท็บก็จะกลับมาเป็นแบบเดิม ดังนั้นถ้าใครไม่อยากให้แท็บ Podcast หรืองานที่ทำอยู่หายไปก็แนะนำให้ Pin ทิ้งเอาไว้เลยจะดีที่สุด

3. เอาปุ่ม Home กลับมา

home botan

 

หลายคนที่ใช้เบราเซอร์มาแล้วอาจจะหาปุ่ม Home เอาไว้ย้อนกลับไปหน้า New Tab แต่เวอร์ชั่นใหม่ ๆ กลับโดนปิดเอาไว้ในการตั้งค่า ซึ่งเราสามารถเปิดปุ่มนี้กลับมาได้ด้วยการเข้า chrome://settings/ แล้วพิมพ์คำว่า Home ในช่องค้นหาได้เลย แล้วจะมีแถบคำสั่ง “Show Home button” ให้คลิกเปิดตรงนี้ได้เลย จากนั้นปุ่ม Home จะกลับมาอยู่ตรงด้านข้างปุ่ม Refresh ข้างแถบ Address bar อีกครั้ง

now home

4. เว็บไหนเข้าบ่อยทำ Shortcut ไว้บน Desktop เลย

shortcut

เคล็ดลับ Google Chrome อันนี้เหมาะกับคนที่เข้าเว็บไซต์ใดเว็บหนึ่งเป็นประจำทุกวันแล้วไม่อยากมานั่งพิมพ์เว็บนั้นให้เสียเวลา ก็สามารถสร้างเป็น Shortcut ทิ้งเอาไว้บน Desktop ได้เหมือนกัน โดยเปิดหน้าเว็บนั้นขึ้นมา จากนั้นกดที่ปุ่มในหมายเลข 1 เลือก More tools แล้วเลือก “Create shortcut…” 

create shortcut

Google Chrome จะถามว่าเราต้องการทำ Shortcut เพื่อเข้าเว็บนี้โดยเฉพาะเลยหรือไม่ ถ้าใช่ให้กด Create แล้ว Chrome จะสร้าง Shortcut ทิ้งเอาไว้ที่หน้า Desktop บนเครื่องของเรา โดยเป็นโลโก้ของเว็บไซต์ที่เราตั้งเอาไว้

เมื่อคลิก Shortcut แล้ว Chrome จะเปิดหน้าเว็บไซต์เป็นอีกแท็บบน Google Chrome แต่ถ้าต้องการทำเป็นหน้าต่างสำหรับเว็บไซต์นั้นโดยเฉพาะ ให้ติ๊กเลือกตรงช่อง “Open as windows” ด้วย แล้ว Chrome จะเปิดเป็นหน้าต่างสำหรับเว็บไซต์นั้นโดยเฉพาะทันที

open in windows

ซึ่งถ้าต้องการเปิดเป็นหน้าต่างแบบนี้ ผู้เขียนแนะนำให้ใช้กับเว็บดูหนังเช่น Netflix, HBO Go เป็นต้น จะได้อรรถรสยิ่งขึ้น ไม่แนะนำสำหรับ YouTube เพราะว่าพอเราต้องการเปิดคลิปพักเอาไว้รอดูหลาย ๆ คลิปแล้วจะไม่แยกออกเป็นหลายหน้าต่าง แต่กลายเป็นเปิดแท็บใน Google Chrome แทน 

5. Address Bar เป็นอะไรมากกว่าที่คุณคิด

ในช่อง Address bar ของเบราเซอร์ทั่วไปจะเอาไว้พิมพ URL ของเว็บไซต์นั้น ๆ แต่ฟีเจอร์และเป็นเคล็ดลับ Google Chrome ที่อยากแนะนำให้ลองใช้กันคือ แถบนี้มี API ที่เรียกว่า Omnibox search ฝังเอาไว้ด้วย เพียงแค่พิมพ์สิ่งที่เราอยากรู้เข้าไปก็สามารถค้นหาได้ทันที

search

สำหรับวิธีสังเกตคือ เมื่อเราพิมพ์ชื่อเว็บไซต์นั้น ๆ เข้าไป โดยเฉพาะบริการของ Google จะใช้งานได้เลย โดยพิมพ์เว็บไซต์ที่ต้องการเข้าไปจากนั้นเมื่อมีคำว่า Press tab to search … ขึ้นมา ให้กด Tab หนึ่งครั้งแล้ว แถบชื่อ URL ของเว็บไซต์ทางซ้ายมือจะเปลี่ยนเป็นคำว่า Search … เอาไว้ค้นหาในเว็บไซต์นั้น เช่นถ้าเราต้องการเปิดช่องไหนใน YouTube ทำ Omnibox นี้แล้วก็พิมพ์ชื่อช่องแล้วกด Enter ได้เลย แล้วหน้าช่องนั้นจะโหลดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

calculator
currency
inch to mm

 

นอกจากนี้ยังใช้ Omnibox ตัวนี้เอาไว้ค้นหาสิ่งต่าง ๆ ที่ต้องการเช่นแปลงค่าเงิน, คิดเลข หรือจะแปลงความยาวจากค่าหนึ่งเป็นค่าหนึ่งก็ได้เช่นแปลง 1 นิ้วเป็นมิลลิเมตร เป็นต้น ช่วยให้หลาย ๆ คนทำงานได้สะดวกขึ้นหลายเท่าเลย

6. เอา Bookmarks bar กลับมา

bookmark bar1

Bookmark bar เรียกว่าเป็นแถบที่ผู้ใช้เบราเซอร์ต้องการให้มันลอยอยู่ใต้ Address bar เพราะว่าเปิดเว็บที่ต้องการได้ง่ายและเร็ว แต่ถ้าเพิ่งติดตั้งเบราเซอร์มาใหม่ ๆ เจ้าแถบนี้ก็ไม่อยู่ให้ใช้งานเสียด้วย ซึ่งวิธีการเปิดนั้นก็ไม่ได้ยากมาก ซึ่งเราเปิดได้สองวิธีคือเข้า chrome://settings/ แล้วพิมพ์คำว่า bookmark เข้าไป แล้วเลือกคำว่า Show bookmarks bar เพื่อเปิดแถบ Bookmark กลับมาใช้งานได้เลย

bookmark2

อีกวิธีคือกดที่ปุ่มสามจุดตรงมุมบนขวามือแล้วเลือกคำว่า Bookmarks แล้วเลื่อนมาเลือกคำว่า Show bookmarks bar หรือจะกดปุ่มทางลัดอย่าง Ctrl+Shift+B ก็ได้ แล้ว Bookmark bar จะเลื่อนขึ้นมาให้ใช้ได้เหมือนเดิมนั่นเอง

7. ทำ Bookmark bar ให้เหลือแต่ไอค่อนง่าย ๆ

bookmark mgr

เคล็ดลับ Google Chrome เพื่อคนที่มีเว็บที่ต้องใช้งานหลายเว็บแล้วไม่อยากให้ชื่อยาวจนเบียดชื่อเว็บอื่นจนตกขอบ สามารถแปลงให้ลิ้งค์ที่เซฟเอาไว้เหลือแต่ไอคอนอย่างเดียวได้ง่าย ๆ ซึ่งเราสามารถทำได้บน Bookmark manager โดยเข้าทางปุ่มสามจุด Bookmarks แล้วเลือก Bookmark manager หรือจะกดปุ่มลัด Ctrl+Shift+O ก็ได้

site icon

เมื่อเข้ามาหน้า Bookmark manager แล้วจะเห็นชื่อเว็บไซต์ที่เราเซฟเอาไว้ทั้งหมด ซึ่งถ้าเว็บไหนเราจำไอคอนได้อยู่แล้วก็คลิกขวา เลือกที่ Edit จากนั้นลบชื่อเว็บไซต์นั้นทิ้งได้เลย

site icon 2

เมื่อลบชื่อแล้วเซฟ ตัวลิ้งค์จะเปลี่ยนจากไอคอนกับชื่อเหลือแต่ไอค่อนของเว็บไซต์นั้นอย่างเดียว ทำให้เราได้พื้นที่ Bookmark bar กลับมาโชว์เว็บไซต์ที่ต้องการได้มากขึ้นด้วย

8. ปุ่มลัดเปิดโหมดไม่ระบุตัวตน

incognito

Incognito mode เป็นโหมดเพิ่มความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ ซึ่งเมื่อเปิดใช้งานแล้ว Google Chrome จะไม่บันทึกการเข้าเว็บไซต์หรือค่า cookies เอาไว้ในเครื่อง ช่วยให้มีเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่ได้เป็นการปกปิดตัวตนอย่างสมบูรณ์แบบบนอินเตอร์เน็ต เพียงแค่ไม่ให้เบราเซอร์เก็บข้อมูลส่วนตัวของเราเท่านั้น 

incognito2

สำหรับวิธีการเปิด Incognito mode นั้นจะมีสองวิธีด้วยกันคือการกดเปิด New incognito window โดยตรงก็ได้ หรือกดปุ่มทางลัด Ctrl+Shift+N ก็สะดวกเช่นกัน

9. เปิด Task Manager ของ Google Chrome มาปิดแท็บที่ค้างได้เลย

chrome task manager1

 

หลาย ๆ คนอาจจะไม่รู้ว่า Google Chrome เองก็มี Task Manager ส่วนตัวเอาไว้ปิดแท็บที่มีปัญหาและเอาไว้ดู Process ของแต่ละแท็บรวมทั้งเอาไว้ดูการทำงานของเบราเซอร์ได้อย่างละเอียดอีกด้วย ซึ่งนี่เป็นเคล็ดลับ Google Chrome ที่เอาไว้ใช้ปิดแท็บที่มีปัญหาแล้วทำให้เบราเซอร์ค้างทำงานไม่ได้ได้ง่ายขึ้น โดยวิธีการเปิดคือกด Shift+Esc เพื่อเปิดหน้าต่างนี้ จากนั้นเลือกปิดแท็บที่มีปัญหาได้เลย

10. คลิกซ้ายลากไฟล์ที่โหลดมาไปไว้ไหนก็ได้!

drag and drop

ใครที่โหลดไฟล์หรือโปรแกรมมาใช้งานเยอะแล้วหาไม่เจอว่าไฟล์ไปเก็บเอาไว้ตรงไหนหรือไม่อยากคลิกเปิดหาให้เสียเวลา มีเคล็ดลับ Google Chrome ง่าย ๆ คือเราสามารถคลิกลากแล้ววาง (Drag & Drop) กับหน้าแสดงรายการดาวน์โหลดของ Chrome ได้ด้วย

ที่หน้าดาวน์โหลด เมื่อเราเจอไฟล์ที่เราต้องการแล้วให้เลื่อนมาตรงชื่อไฟล์ที่เราต้องการจนกลายเป็นเคอร์เซอร์มือคลิก จากนั้นให้คลิกซ้ายค้างจากนั้นลากมาวางไว้ตรงพื้นที่ที่เราต้องการได้เลย ในภาพจะเห็นว่าไฟล์ BlueStacks ที่ผู้เขียนคลิกลากจะลอยออกมาเหมือนกำลังลากไฟล์นั้นอยู่นั่นเอง

drag and drop2.png

เมื่อปล่อยคลิกเมาส์แล้วไฟล์ที่โหลดมาจะโดน Copy มาทิ้งไว้ตรงพื้นที่ที่เราลากมาวางไว้ หรือจะกด Show in folder ที่อยู่ข้างล่างเพื่อเปิดแฟ้มที่เก็บไฟล์นั้นขึ้นมาก็ได้เหมือนกัน

11. ทำ Folder ใส่ Bookmark แล้วคลิก เปิดหลายแท็บพร้อมกันได้ง่าย ๆ

tabs1

เวลาเราเก็บ Bookmark เอาไว้ใน Google Chrome แล้ว เราสามารถจัดหมวดหมู่ให้มันได้โดยการสร้าง Folder เอาไว้เก็บได้และถ้าต้องการเปิดแท็บในนั้นทุกแท็บพร้อมกันก็ทำได้ง่าย เพียงแค่กด Ctrl ค้างจากนั้นคลิกซ้ายตรง Folder นั้นได้เลย แล้ว Chrome จะเปิดทุกแท็บใน Folder ที่เราคลิกขึ้นมาทันที แต่ข้อจำกัดคือ Folder นั้นจะต้องอยู่ที่แถบ Bookmark bar ใต้ช่อง Address bar เท่านั้น ในแถบอื่นจะกดเปิดแบบนี้ไม่ได้

tabs2

ถ้าใน Folder นั้นมีไม่กี่ลิ้งค์ ระบบจะเปิดให้ทันที แต่ถ้ามีหลายแท็บแล้วอาจจะทำให้เครื่องทำงานช้าลง Chrome จะส่งข้อความถามเราว่าต้องการเปิดแท็บทั้งหมดนี้หรือเปล่า ถ้าใช่ให้กด Yes ได้เลย

tabs3

เมื่อกดแล้ว Google Chrome จะเปิดทุกแท็บขึ้นมาให้เราทันที ประหยัดเวลาตอนเราต้องเปิดแท็บลิ้งค์สำหรับทำงานได้อย่างรวดเร็วขึ้น

12. กด Ctrl+ตัวเลขเพื่อสลับแท็บอย่างรวดเร็ว!

tabs switch

ปกติเวลาเราต้องการสลับไปมาระหว่างแท็บต่าง ๆ เชื่อว่าหลายคนจะกด Ctrl+Tab เพื่อเลื่อนไปแท็บถัดไปหรือ Ctrl+Shift+Tab เพื่อเลื่อนไปแท็บก่อนหน้านี้ แต่มีอีกวิธีที่เร็วและง่ายกว่านั้น คือกด Ctrl กับแถบตัวเลขเหนือปุ่ม QWERTY ได้เลย จะช่วยให้เราสลับไปมาระหว่างแท็บที่เปิดเอาไว้ได้เร็วยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องเลื่อนแบบเรียงไปทีละแท็บก็ได้

1117

แต่ข้อจำกัดคือ การกด Ctrl+ตัวเลข นั้นจะกดได้แค่แท็บที่ 1-8 เท่านั้น ถ้าเราเปิดเกิน 10 แท็บแล้ว เวลากด Ctrl+ตัวเลข จะเป็นการสลับไปมาแค่แท็บที่ 1-8 ส่วนเลข 9 จะเป็นแท็บขวาสุดเสมอและเลข 0 จะไม่ทำงานกับฟีเจอร์นี้ แต่วิธีนี้ก็ช่วยให้สลับไปแท็บที่ต้องการได้เร็วยิ่งขึ้นเช่นกัน

13. ตั้งค่าหน้า New Tab ให้เข้ากับการใช้งานของเรา

set new tab

หน้า New Tab ของ Google Chrome ก็มีวิธีการตั้งค่าใหม่ให้ตรงกับวิธีการใช้งานและธีมที่เราชอบได้ด้วย แต่การเปิดขึ้นมาตั้งค่านั้นจะหายากเล็กน้อย ให้เราคลิกตรงไอคอนปากกาตรงมุมล่างขวาของหน้า New Tab ตามภาพตัวอย่างได้เลย

new tab background

คลิกแล้ว Google Chrome จะเปิดให้ปรับแต่งหน้า New Tab ได้ 3 หัวข้อหลัก ๆ คือ Background, Shortcuts, Colour and theme โดยอันแรกอย่าง Background จะเป็นภาพพื้นหลังของหน้านี้ ซึ่งมีเป็นหมวดหมู่ภาพตัวอย่างที่ Google ทำเอาไว้และเปลี่ยนให้เราเป็นระยะ ๆ ถ้าไม่ชอบก็กด No background เพื่อปิดภาพพื้นหลังทิ้งไปหรือใส่ภาพที่เราต้องการแทนตรง Upload from device ก็ได้

new tab shortcut

ส่วนของ Shortcuts จะมีให้เลือก 2 แบบคือ Most-visited sites แสดงหน้าไอคอนเว็บไซต์ที่เราเข้าเป็นประจำหรือเลือก My shortcuts เพื่อตั้งค่า Shortcuts ด้วยตัวเองก็ได้ ส่วน Hide shortcuts จะปิดฟีเจอร์นี้ทิ้งไป แต่ถ้าต้องการใช้ก็เปิดในภายหลังก็ได้

new tab color

ส่วนแถบ Colour and theme เอาไว้เปลี่ยนสีตรงแถบด้านบนของ Google Chrome ได้ตามความชอบหรือโฉลกสีของเราก็ได้ เลือได้ทั้งแบบที่ Google ทำมาให้แล้วหรือจะจิ้มเลือกสีด้วยตัวเองก็ได้ตรงวงแรกสุดที่มีไอคอนตัวจุ่มสีอยู่ 

new tab custom color

เมื่อคลิกเลือกแล้ว จะมีหน้าต่างเลือกสีขึ้นมาให้ หรือใส่ RGB Color code มาใส่เพื่อเจาะจงสีที่ชอบก็ได้เช่นกัน ส่วนวิธีง่าย ๆ ก็จิ้มเลือกสีได้เหมือนใช้โปรแกรมแต่งภาพเลย

จากเคล็ดลับ Google Chrome ทั้งหมดที่รวบรวมเอาไว้ในบทความนี้ น่าจะช่วยให้ใครหลาย ๆ คนทำงานได้สะดวกยิ่งกว่าเดิมอย่างแน่นอนและไม่เข้าไปยุ่งกับระบบส่วนลึกของเบราเซอร์ให้เสี่ยงโปรแกรมพังจนใช้งานไม่ได้หรือไม่เสถียรอีกด้วย ดังนั้นถ้าใครใช้ Google Chrome ทำงานเป็นประจำก็ลองเอาเคล็ดลับนี้ไปใช้ก็น่าจะช่วยให้งานเสร็จเร็วขึ้นหลายเท่าเลย

from:https://notebookspec.com/web/588942-13-google-chrome-tips-you-should-use

สอนใช้โปรแกรม Auto Click ช่วยคลิกเมาส์ ไม่ต้องกดเอง ฟรี!

โปรแกรมช่วยคลิกเมาส์ Auto Click

โปรแกรม Auto Click

หลาย ๆ ครั้งเวลาที่เราใช้งานคอมพิวเตอร์เพื่อทำอะไรสักอย่าง เช่น การเล่นเกมส์ ที่ต้องคอยกดเมาส์ซ้ำ ๆ ก็อาจต้องการตัวช่วย ซึ่งทีมงาน Notebookspec ก็อยากนำเสนอตัวช่วยในการคลิกเมาส์ที่จะทำให้ผู้ใช้งาได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นไปอีก ไม่ต้องคอยกดคอยคลิกเมาส์ให้เมื่อยนิ้ว แถมยังมีเวลาไปทำอย่างอื่นระหว่างช่วงเวลานั้นอีกด้วย สำหรับโปรแกรม Auto Click ช่วยคลิกเมาส์ที่จะมาแนะนำกันนั้นมีด้วยกัน 2 โปรแกรม นั่นก็คือ AutoClicker และโปรแกรม Auto Mouse Clicker จะเป็นอย่างไรนั้น ไปดูกันเลย


โปรแกรมช่วยคลิกเมาส์ AutoClicker

AutoClicker เป็นโปรแกรมคลิกเมาส์เอง แบบ Open Source ที่เขียนด้วยภาษา C# จากผู้พัฒนา mousetool ที่อยู่บนเว็บไซต์ Source Forge โดยตัวโปรแกรมนั้นได้เปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานและพัฒนาต่อกันได้อย่างฟรี ๆ ไม่เสียค่าใช้จ่ายตามข้อตกลง Creative Commons Attribution Non-Commercial License V2.0 คือ ห้ามนำไปพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์

โปรแกรมมีความสามารถที่เด่น ๆ เลยก็คือการตั้งค่าการคลิกเมาส์โดยอัตโนมัติ ซึ่งผู้ใช้สามารถกำหนดตำแหน่งบริเวณที่ต้องการคลิกได้ผ่านการใช้แกน X และแกน Y เป็นตัวกำหนด นอกจากนี้โปรแกรมยังสามารถตั้งค่ากำหนดปุ่มบนคีย์บอร์ดที่ใช้ในการเริ่ม/หยุดการทำงานของโปรแกรมได้อีกด้วย

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจของโปรแกรม

  • Auto Clicker เป็นโปรแกรมช่วยคลิกเมาส์ ที่เปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานและพัฒนาต่อยอดได้ฟรี
  • สามารถเลือกตำแหน่งในการคลิกเมาส์ได้ตามต้องการ
  • สามารถตั้งค่าได้ ว่าต้องการจะให้เมาส์คลิกซ้ายหรือคลิกขวา
  • ตั้งค่าได้ว่าต้องการให้เป็นการคลิกแบบทีเดียวหรือดับเบิลคลิก
  • สามารถตั้ง Hotkey (ปุ่มลัด) ที่ใช้ในการทำงาน/หยุดทำงานของโปรแกรมได้
  • บันทึกการตั้งค่าไปใช้ในครั้งต่อไปได้
  • โปรแกรม Auto Clicker เป็นโปรแกรมคลิกเมาส์เอง ที่มีขนาดไฟล์ที่เล็ก ทำให้ไม่กินพื้นที่และทรัพยากรภายในเครื่อง
  • ไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรม สามารถใช้งานได้ทันที

ข้อมูลอ้างอิง: Thaiware

Auto Clicker Download

การดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรม AutoClicker

Auto Click โปรแกรมช่วยคลิกเมาส์

โปรแกรม AutoClicker นั้นเป็นโปรแกรม Auto click คลิกเมาส์เอง เปิดให้เราดาวน์โหลดมาใช้งานได้อย่างฟรี ๆ และเมื่อดาวน์โหลดมาแล้วก็ไม่ต้องทำการติดตั้งโปรแกรมก็สามารถใช้งานได้ทันที

ดาวน์โหลดโปรแกรม AutoClicker

การใช้งานโปรแกรมช่วยคลิกเมาส์ AutoClicker เบื้องต้น

สำหรับการใช้งานเริ่มต้นนั้น เมื่อเราทำการดาวน์โหลดโปรแกรมมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราก็สามารถใช้งานได้ทันทีโดยการกดที่ ‘Start’ (โดยปุ่มเริ่ม/หยุดนั้น ค่าเริ่มต้นจะเป็น F6 ซึ่งเราสามารถกำหนดได้ว่าจะให้เป็นปุ่มใด โดยการกดเลือกที่ ‘Hotkey setting’)

  • Click interval: เมนูส่วนนี้จะเป็นการตั้งค่าความหน่วงของการคลิก ช่วงเวลาในการคลิกซ้ำ โดยเราสามารถกำหนดได้ว่าต้องการให้คลิกในระยะเวลาชั่วโมง กี่นาที กี่วินาที หรือมิลลิวินาที โดยค่าเริ่มต้นจะให้มาที่ 100 milliseconds (มิลลิวินาที) ถ้าหากเราต้องการให้การคลิกมีความช้าลดก็สามารถตั้งค่าได้
  • Click Options: จะเป็นการเลือกว่าให้โปรแกรมทำงานเป็นการคลิกซ้ายหรือคลิกขวา คลิกครั้งเดียวหรือดับเบิลคลิก
  • Click repeat: เป็นการตั้งค่าการทำซ้ำของการคลิกโดยเราสามารถเลือกจำนวนได้ว่าจะให้โปรแกรมคลิกกี่ครั้ง หรือทำซ้ำเรื่อย ๆ จนกว่าเราจะกดหยุด
  • Click Position: ส่วนนี้จะเป็นการตั้งค่าตำแหน่งขอ

โปรแกรม Auto Mouse Clicker

Auto Mouse Clicker เป็นโปรแกรมสำหรับคลิกเมาส์อัตโนมัติบนหน้าจอได้แบบไม่จำกัดจำนวน เปิดให้สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานกันได้ฟรี ๆ (สามารถดาวน์โหลดเวอร์ชัน Standard ไปใช้งานได้ฟรี แต่หากต้องการฟังก์ชันเต็มรูปแบบก็อาจมีการเสียค่าใช้จ่าย) โปรแกรม Auto Mouse Clicker ยังเป็นโปรแกรมที่มีขนาดไฟล์เล็ก ทำให้ไม่กินพื้นที่และทรัพยากรภายในเครื่อง มีหน้าตาการใช้งานที่เรียบง่าย แม้จะเป็นผู้เริ่มต้นก็สามารถใช้งานโปรแกรมนี้ได้ง่าย ๆ

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจของโปรแกรม

  • เป็นโปรแกรมที่เปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรี
  • ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
  • สามารถตั้ง Hotkey ที่ใช้ในการทำงาน/หยุดทำงานของโปรแกรมได้
  • สามารภทำงานได้อย่างรวดเร็ว
  • ตั้งค่าความหน่วงในการคลิกได้
  • ตั้งค่าให้โปรแกรมคลิกซ้ำ ๆ ได้ตามต้องการ
  • เป็นโปรแกรมมีขนาดไฟล์ที่เล็ก ทำให้ไม่กินพื้นที่และทรัพยากรภายในเครื่อง
  • ไม่จำเป็นต้องติดตั้งโปรแกรม สามารถใช้งานได้ทันที

ขอมูลอ้างอิง: Thaiware

การดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรมคลิกเมาส์เอง Auto Mouse Clicker

Auto Mouse Clicker

โปรแกรม Auto Mouse Clicker นั้นเป็นโปรแกรมคลิกเมาส์อัตโนมัติ เปิดให้เราดาวน์โหลดมาใช้งานได้อย่างฟรี ๆ และเมื่อดาวน์โหลดมาแล้วก็ไม่ต้องทำการติดตั้งโปรแกรมก็สามารถใช้งานได้ทันที

ดาวน์โหลดโปรแกรม Auto Mouse Clicker 2.0

การใช้งานเบื้องต้น

สำหรับการใช้งานเริ่มต้นนั้น เมื่อเราทำการดาวน์โหลดโปรแกรมมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราก็สามารถใช้งานได้ทันทีโดยการเลือกปุ่ม Hotkey ที่จะมีให้เราตั้งค่าเป็นปุ่มเริ่ม/หยุดการทำงานของโปรแกรม โดยสามารถเลือกตั้งค่าได้ในช่อง ‘Start/Stop Hotkey’ และในช่อง ‘Play Hotkey’ นอกจากนี้ในส่วนด้านล่างก็จะมี

  • การทำซ้ำของการคลิกโดยเราสามารถเลือกจำนวนได้ว่าจะให้โปรแกรมคลิกกี่ครั้ง หรือทำซ้ำเรื่อย ๆ จนกว่าเราจะกดหยุด
  • การตั้งค่าความหน่วงของการคลิก ช่วงเวลาในการคลิกซ้ำ โดยค่าเริ่มต้นจะให้มาที่ 300 milliseconds (มิลลิวินาที) ถ้าหากเราต้องการให้การคลิกมีความช้าลดก็สามารถตั้งค่าได้

วิธีปรับความไวเมาส์ Windows 10

สำหรับใครที่เพิ่งจะซื้อเมาส์มาใหม่ หรือเปลี่ยนเมาส์สลับมาจากคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ก็จะพบกับปัญหาเมาส์เลื่อนช้าไปหรือไวเกินไป ซึ่งปัญหานี้มาจากค่า DPI (ค่าความไวในการขยับเมาส์) ของเมาส์ โดยเมาส์แต่ละตัวนั้นจะมีค่า DPI เฉพาะตัว ทำให้ใครที่เคยชินกับเมาส์ที่ใช้อยู่ พอเปลี่ยนเมาส์ก็จะทำให้รู้สึกว่าเมาส์ตัวใหม่นี้ช้าเกินไป หรือไวเกินไป มาดูวิธีที่ง่ายที่สุดในการปรับความไวเมาส์ Windows 10

เริ่มต้นให้เราเปิด Control Panel >> คลิกเลือก Hardware and Sound

ปรับความไวเมาส์

เมื่อเข้ามาในหน้า Hardware and Sound ให้ดูที่หัวข้อ Devices and Printers >> เลือก Mouse

ปรับความไวเมาส์

จากนั้นจะปรากฏหน้าต่าง Mouse Properties ขึ้นมา ให้เลือกที่แถบเมนู Pointer Options >> สามารถเลือกปรับความช้า – ไว ของเมาส์ได้ที่ Motion

ปรับความไวเมาส์

เพียงเท่านี้เราก็สามารถ ปรับความไวเมาส์ แก้ปัญหาเมาส์เลื่อนช้า/เร็วเกินไป ด้วยวิธีที่ง่ายที่สุด ใน Windows 10 ได้เรียบร้อยแล้ว


แนะนำเมาส์ไร้สายยอดนิยม อัพเดต 2021

Logitech MX Anywhere 2S

Logitech MX Anywhere 2S
Credit : Lazada

Logitech MX Anywhere 2S เป็นเมาส์ขนาดเล็กที่มีประสิทธิภาพนั้นไม่เล้กตาม สะดวกต่อการพกพาไปทำงานได้ทุกที่ มาพร้อมเทคโนโลยี Logitech Flow ที่ช่วยให้สามารถทำงานได้หลายเครื่อง สลับสับเปลี่ยนไปมาได้อย่างรวดเร็ว สามารถใช้งานได้ดีแม้จะเป็นพื้นผิวกระจกเพราะมีเซ็นเซอร์ Darkfield 4000 dpi ในด้านแบตเตอร์รี่นั้นชาร์จเพียง 3 นาทีก็สามารถใช้ได้ทั้งวัน และเมื่อชาร์จแบตเต็มก็จะสามารถใช้งานได้นานประมาณ 70 วันเลยทีเดียว ในส่วนของการเชื่อมต่อ จะเป็นแบบ Logitech Unifying หรือ Bluetooth สามารถสลับเมาส์ไปมาระหว่างเครื่องได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย Easy-Switch เชื่อมต่อได้มากที่สุด 3 เครื่อง นอกจากนี้ยังมีศูนย์บริการ และการรับประกันที่ดีเยี่ยม เหมาะกับคนที่ชอบเมาส์ขนาดเล็ก แต่ฟังชันการใช้งานยอดเยี่ยม และสามารถใช้ได้ยาวนาน


 Logitech MX Master 2S

Logitech MX Master 2S
Credit : nerdtechy

Logitech MX Master 2S เมาส์ไร้สายที่มีชนาดใหญ่กว่าตัว MX Anywhere 2S อยู่พอสมควร มาพร้อมรูปทรงที่ปรับให้เข้ากับรูปมือ มีส่วนที่รองรับให้เข้ากับหัวแม่มือ ในส่วนของการใช้งานนั้นก็จะมีความคล้ายคลึงกับ MX Anywhere 2S เช่น เทคโนโลยี Logitech Flow ที่สามารถทำให้เมาส์รุ่นนี้ สลับเปลี่ยนเครื่องได้อย่างง่ายดาย ด้วยการกดแค่ปุ่มเดียว สามารถใช้งานได้ดีแม้จะเป็นพื้นกระจก หรือบนผ้าด้วยเซ็นเซอร์ 4000 dpi รวมไปถึงเรื่องของแบตเตอรี่ด้วย ที่ชาร์จเพียง 3 นาทีก็จะใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 8 ชั่วโมง และหากชาร์จเต็มแล้วจะใช้ได้มากถึง 70 วัน (ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคน) เชื่อมต่อด้วย wireless 2.4 Ghz แบบ Logitech Unifying หรือ Bluetooth เหมาะกับใครที่ต้องใช้งานคอมพิวเตอร์นาน ๆ เพราะเมาส์ตัวนี้ออกแบบมาเพื่อ รองรับการใช้งานได้อย่างสบายข้อมือมากยิ่งขึ้น


HP S1000 Plus

HP S1000 Plus

เมาส์ไร้สาย HP S1000 Plus นี้ จะเป็นเมาส์ที่มีเสียงเบา แทบจะไม่มีเสียงรบกวนขณะที่ใช้งาน เหมาะกับการทำงานทั่วไป หรือทำงานในออฟฟิศที่ต้องใช้งานบ่อย ๆ และในที่ที่มีคนเยอะ โดยรูปทรงของตัวนี้ จะเป็นแนวเรียบ ๆ ไม่ได้มีลวดลายหรือรูปทรงที่ต่างจากแบบทั่วไปมากนัก แต่มีฟังก์ชันมาให้ครบครัน สามารถเชื่อมต่อได้แบบไร้สาย wireless 2.4 Ghz ไกลสูงสุด 10 เมตร หรือจะใช้ USB ต่อก็ได้เช่นกัน dpi ปรับได้หลากหลาย ตั้งแต่ 800/1200/1600 มีน้ำหนักเบา และใช้ถ่าน AA ในการทำงาน เพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนถ่านด้วย ไม่ต้องคอยเสียบชาร์จแบต ความคุ้มของตัวนี้อยู่ตรงราคา ที่ไม่ได้แพงมากนัก เหมาะกับนักเรียน หรือคนทั่วไปก็ใช้งานได้


Apple Magic Mouse 2

Apple Magic Mouse 2

มาทางฝั่ง Apple กันบ้างซึ่ง Apple นั้นก็ยังคงเป็นอีกยี่ห้อนึงที่มีอุปกรณ์ทั้งคีย์บอร์ด และเมาส์มาให้ใช้งานควบคู่ไปกับผลิตภัณฑ์ของ Apple แต่ถึงจะไม่ได้ใช้ MacBook หรือ iMac ก็ตาม เราก็ยังสามารถใช้เมาส์ของ Apple ได้อยู่ดี ซึ่งรูปทรงของเมาส์รุ่นนี้ ก็ออกแบบมาตามสไตล์ของ Apple เลย ที่เน้นความเรียบง่าย ไร้รอยต่อ ดูพรีเมียม และสามารถจับได้ถนัดมือ เหมือนกับการวางมือไปบนโต๊ะเลย เมาส์ไร้สายตัวนี้ จะใช้การชาร์จแบบสาย Lightning ถ้าชาร์จเต็มสามารถใช้ได้หลายเดือนเลย ขึ้นอยู่กับการใช้งานของเราด้วย การเชื่อมต่อนั้นจะเชื่อมผ่าน Bluetooth หรือจะเชื่อมสายต่อก็ได้ แล้วแต่ความถนัด ซึ่งตัวนี้ถึงแม้ว่าจะเป็นความชอบเฉพาะกลุ่ม แต่ก็ยังติดอันดับคนใช้งานเยอะอยู่ดี ด้วยความคุ้มค่าของตัวเมาส์ และการดีไซน์ที่ยังดูใหม่อยู่เสมอ


Microsoft Wireless Mouse 1850

Microsoft Wireless Mouse 1850

บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft ก็ได้ทำเมาส์ออกมาวางขายอยู่หลายรุ่นอยู่เหมือนกัน และส่วนใหญ่ก็จะเป็นเมาส์ที่ดีมาก ๆ เสียด้วย ซึ่งเมาส์ตัวที่เรานำมาแนะนำตัวนี้ เป็นเมาส์ที่มีขนาดเล็ก ง่ายต่อการพกพาไปทำงานหลาย ๆ สถานที่ กระชับมือแม้ว่าจะเป็นคนที่ถนัดมือซ้ายก็ตาม เพราะตัวนี้ได้ออกแบบมาสำหับการใช้งาน ที่ไม่ว่าจะเป็นคนถนัดข้างไหน ก็สามารถใช้งานได้ปกติ การเชื่อต่อเป็นแบบ RF แบบ 2.4 GHz มีน้ำหนักที่เบา เซ็นเซอร์มีค่า 800 dpi กำลังดี มีราคาที่ไม่แพงมากนัก แบตเตอรี่นั้นจะใช้เป็นถ่าน AA 1 ก้อน สามารถเปลี่ยนได้เองเลย และไม่ต้องติดตั้ง หรือตั้งค่าอะไรเลย เพียงเชื่อมต่อกับเครื่องก็สามารถใช้งานได้เลย มีหลายสีให้เลือกเพื่อเป็นตัวเลือกให้มากขึ้น เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษาที่อาจจะต้องเคลื่อนที่ย้ายอยู่บ่อย ๆ หรือคนที่ต้องทำงานนอกสถานที่ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน

อ่านบทความ ‘แนะนำเมาส์ไร้สายยอดนิยม 10 รุ่น ฟังก์ชันครบ ใช้งานได้ทุกสถานการณ์’ ได้ที่นี่


และทั้งหมดนี้ก็คือการแนะนำ ดาวน์โหลด และการใช้งานเบื้องต้น สำหรับโปรแกรมช่วยคลิกเมาส์ Auto Click ที่ทีมงานได้นำมาแนะนำกัน สำหรับใครที่มองหาตัวช่วยในการคลิกเมาส์ ที่ทำให้เราไม่ต้องเมื่อยมือเวลากด โดยเฉพาะกับการเล่นเกมที่ต้องคลิกรัว ๆ นั้น ก็สามารถลองดาวน์โหลด และใช้งานโปรแกรมได้จากวิธีที่ทีมงานได้เขียนไว้เลย รับรองว่ามือใหม่ก็สามารถทำตามได้ง่าย ๆ อย่างแน่นอน


อ่านบทความเพิ่มเติม/บทความที่เกี่ยวข้อง

Format Factory
Adobe Acrobat Reader
IDM
winrar
LINE TV
โปร iPhone 12
โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020
แคปภาพหน้าจอ
ลบไฟล์ขยะ

from:https://notebookspec.com/web/552924-auto-click-auto-mouse-clicker

วิธีดูแลรักษา iPhone ในช่วงหน้าร้อน (อัปเดต 2021)

  อุณหภูมิมีผลต่อ iPhone และอายุการใช้งานของแบตเตอ […] More

from:https://www.iphonemod.net/how-to-prevent-iphone-from-hot-summer.html

15 ซีรีย์เกาหลีน่าดู Netflix, VIU, IQIYI อัพเดตเดือน เมษายน – พฤษภาคม 2021

เริ่มต้นปีใหม่ 2021 กันมาสักพักแล้ว แต่ก็ยังหนีไม่พ้นกับช่วงวิกฤตของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างอย่างต่อเนื่อง การหาความบันเทิงมาเสพก็เป็นเรื่องที่ช่วยจรรโลงใจของเราได้โดยเฉพาะในสถานการณ์เช่นนี้ ทีมงาน Notebookspec จึงพามาดู 15 ซีรีย์เกาหลีน่าดูและเตรียมลงจอ อัพเดตเดือนเมษายน-พฤษภมคม 2021 ดีทั้งเนื้อเรื่อง ภาพ เสียง และนักแสดง สามารถดูได้ทาง Netflix, VIU, IQIYI ฯลฯ

ซีรีย์เกาหลีน่าดู 2021

ซีรีย์เกาหลี 2021 แนะนำเดือนเมษายน – พฤษภาคม ที่ไม่ควรพลาด

สำหรับซีรีย์ที่เราจะมาแนะนำกันนี้ บางเรื่องงก็มีกำหนดออกฉายไปแล้วตั้งแต่ในช่วงปลายปี 2020 แต่กระแสความน่าสนใจก็ไม่ได้ลดน้อยลงไปเลย จึงอยากมาแนะนำสำหรับใครที่อยากหาซีรีย์เกาหลีที่จบไปแล้ว เนื้อเรื่องดี น่าสนใจ มาดู และอีกส่วนที่ทีมงานอยากแนะนำนั่นก็คือซีรีย์เกาหลีที่มีกำหนดออกฉายในช่วงเดือน มกราคม-กุมภาพันธ์ ที่มีข้อมูลในด้านเนื้อหาไม่แพ้กัน จะมีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลย


1. Vincenzo

ซีรีย์เกาหลี 2021

ซีรีย์เกาหลีเรื่องแรกที่อยากจะมาแนะนำกันเลยก็คือ Vincenzo ที่เล่าเรื่องราวของ Vincenzo Cassano (รับบทโดย ซงจุงกิ) ทนายความและที่ปรึกษามาเฟียที่เดินทางกลับจากอิตาลีมายังเกาหลีหลังขัดแย้งกับองค์กร การกลับมาของเขาทำให้เขาได้พบกับ ทนายความสาว ฮงชายอง (รับบทโดย จอนยอบิน) ซึ่งเป็นทนายความที่ทำทุกหนทางเพื่อชนะคดี และพวกเขาได้มาร่วมกันสร้างความชอบธรรมตามวิถีวายร้าย ซึ่งในซีรีส์จะนำเสนอเรื่องราวของฮีโร่ด้านมืดที่กำจัดเหล่าคนร้ายที่กฎหมายไม่สามารถทำอะไรได้

เมื่อตอนที่เขาอายุได้ 8 ขวบ พัคจูฮยอง ได้ถูกส่งตัวไปอยู่ที่อิตาลี หลังจากที่เขาได้รับอุปการะจากครอบครัวที่นั่น เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว บัดนี้เขาได้เติบใหญ่กลายเป็นชายหนุ่มสุดสมาร์ท พร้อมกับชื่อใหม่และตัวตนใหม่นามว่า วินเชนโซ คาสโน เขาเป็นนักกฎหมายฝีมือดี ที่ร่วมงานและสมคบคิดให้กับแก๊งมาเฟีย แต่เมื่อเกิดความขัดแย้งระหว่างกลุ่มมาเฟียในพื้นที่ เขาจึงตัดสินใจกลับมายังมาตุภูมิอีกครั้ง เพื่อค้นหาทองคำแท่งที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ตึกห้องเช่าใจกลางกรุงโซล เขาได้ใช้ทักษะทางกฎหมายที่มีติดตัว เริ่มแสดงศักยภาพในแวดวงความยุติธรรมของที่นี่ ทำให้ได้มาพัวพันและรู้จักกับ ฮงชายอง นักกฎหมายสาวผู้เย็นชา เป็นคนประเภทต้องทุกอย่างเพื่อจะต้องชนะคดีความให้ได้ สำหรับซีรีย์เรื่องนี้สามารถรับชมได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ทาง Netflix


2. River Where the Moon Rises

ซีรีย์เกาหลี 2021

เรื่องต่อมา จะเป็นซีรีย์อิงประวัติศาสตร์ที่จะพาให้ผู้ชมได้ ย้อนกลับไปสู่ยุคทองสมัยก่อน River Where The Moon Rises สร้างจากนิทานพื้นบ้านคลาสสิกของเกาหลีที่บอกเล่าเรื่องราวความรักระหว่างพยองกังและออนดาล เมื่อดัล (จีซู) อาศัยอยู่กับแม่ที่คอยปกป้องเขามากเกินไปซึ่งห้ามไม่ให้เขาเดินทางไกลออกไปจากป่าที่เขาอาศัยอยู่  ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเขาจึงเดินออกไปที่ตลาดในหมู่บ้านและได้พบเจ้าหญิงพย็องกัง (คิมโซฮยอน) ต่อมาพย็องกังไปเยี่ยมบ้านของเขาและบอกว่าเธอต้องการอยู่กับเขา ในทางกลับกันเธอจะสอนวิธีอ่านเขียนและต่อสู้ให้เขา พย็องกังฝันที่จะเป็นแทวังหญิงคนแรกของโกคูรยอ แต่รู้สึกสับสนกับความรู้สึกใหม่ ๆ ที่เธอพบหลังจากพบกับดัล เธอจะเลือกที่จะไล่ตามความฝันหรือล้มเลิกความฝันเพื่อทำตามหัวใจของเธอ? เรื่องนี้เป็นการประชันบทบาทกันอีกครั้งระหว่างจีซูและคังฮานึลหลังจากจบเรื่อง Moon lover 2017 สามารถรับชมได้ทาง VIU


3. Sisyphus: The Myth

ซีรีย์เกาหลี อัพเดตมกราคม-กุมภาพันธ์ 2021

Sisyphus: The Myth ซีรีย์แนวไซไฟลึกลับ บอกเล่าเรื่องราวของ ฮันแทซุล (รับบทโดย โจซึงอู) ชายผู้เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อให้เกิดบริษัทเทคโนโลยีสุดล้ำหน้าและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการวิศวกรรมศาสตร์ แต่บังลังก์ของเขาก็ได้สั่นคลอนเนื่องด้วยความจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์เสียชีวิตของพี่ชายเขา ที่เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อน ที่ได้ถูกเปิดเผยขึ้น ส่งผลให้เขาต้องตกอยู่ท่ามกลางอันตราย โดยมี คังซอแฮ (รับบทโดย พัคชินฮเย) ทหารหญิงที่ได้เข้ามาร่วมเส้นทางอันตรายเส้นนี้กับเขาด้วย ผลงานซีรีย์เรื่องนี้มีกำหนดออกอากาศประมาณ เดือนกุมภาพันธ์ 2021 โดยจะออกอากาศทางช่อง JTBC


4. Taxi Driver

3 1

ซีรีย์แนวแอคชัน อาชญากรรม สยองขวัญ ที่สร้างมาจากเว็บตูน บอกเล่าเรื่องราวของ คิมโดกี (อีเจฮุน) เจ้าหน้าที่จู่โจมใต้น้ำ UDT ที่จบการศึกษาจากโรงเรียนนายเรือ แต่ชีวิตของเขาก็ต้องพบกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อแม่ของเขาถูกฆ่าด้วยฝีมือของฆาตกรต่อเนื่อง ปัจจุบันเขากลายมาเป็นคนขับแท็กซี่ระดับดีลักซ์ (Deluxe Taxi) ของบริษัทแท็กซี่เรนโบว์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการพิเศษ คือ “การแก้แค้น” หากลูกค้าต้องการใช้บริการแก้แค้น คิมโดกีและทีมของเขาก็จะลงมือจัดการให้ตามที่ต้องการ สำหรับซีรีย์เรื่องนี้นั้นจะออกอากาศทางช่อง SBS จะออนแอร์ในช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2021


5. Undercover

ซีรีย์เกาหลี 2021

Undercover เป็นซีรีย์ที่บอกเล่าเรื่องราว ที่วนเวียนอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างฮันจองฮยอน (จีจินฮี) เอเจนต์ระดับท็อปจาก NIS ผู้ปิดบังตัวตนของตัวเองมาเป็นระยะเวลายาวนาน ตัวแทนของสำนักงานวางแผนความมั่นคงแห่งชาติ และชเวยอนซู (คิมฮยอนจู) ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนที่ต่อสู้เพื่อความยุติธรรม จองฮยอนตกหลุมรักยอนซูขณะปฏิบัติภารกิจลับสุดยอดและแต่งงานกันโดยไม่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงกับเธอในที่สุด อย่างไรก็ตามชีวิตที่เป็นความลับของเขาได้รับการเปิดเผยอย่างช้า ๆ เมื่อภรรยาของเขาเข้ารับตำแหน่งใหม่ในตำแหน่งหัวหน้าหน่วยสืบสวนการทุจริตของข้าราชการอาวุโส เรื่องราวจะเป้นอย่างไรต่อไปนั้น สามารถติดตามได้ใน Undercover


6. Dark Hole

ซีรีย์เกาหลี 2021

ซีรีย์เกาหลีแนวลึกลับไซไฟที่บอกเล่าเรื่องราวของ อีฮวาซอน (คิมอกบิน) เป็นตำรวจสายสืบของหน่วยสืบสวนภูมิภาคของสำนักงานตำรวจนครบาลโซล จนกระทั่งวันหนึ่งชีวิตของเธอต้องเปลี่ยนไป เมื่อได้รับโทรศัพท์จากฆาตกรที่ฆ่าสามีของเธอ และบอกเธอให้มาที่เมืองมูจี แต่เมื่อเธอมาถึงที่นั่นก็ต้องตกตะลึง เพราะผู้คนในเมืองแห่งนี้กลายเป็นอสุรกายหลังจากสูดควันสีดำลึกลับจากหลุมยุบเข้าไป ทำให้เธอต้องดิ้นรนเพื่อช่วยชีวิตผู้คนและไล่ล่าฆาตกรที่ฆ่าสามีของเธอไปพร้อมกัน

ในขณะเดียวกัน ยูแทฮัน (อีจุนฮยอก) ผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองมูจีมาตลอดชีวิต ครั้งหนึ่งเขาเคยทำงานเป็นตำรวจนักสืบ แต่ก็ต้องลาออกเพราะเรื่องอื้อฉาวจากความเข้าใจผิด และในตอนนี้เขาทำงานเป็นคนขับรถบรรทุกที่ยังคงรักความยุติธรรม จนกระทั่งวันหนึ่งเขาต้องเผชิญความหายนะและความโกลาหลที่เมืองของเขา เพราะควันสีดำที่ทำให้ผู้คนกลายเป็นอสุรกาย เขาจึงร่วมมือกับอีฮวาซอนเพื่อช่วยชีวิตผู้คนในเมืองแห่งนี้

เรื่องราวของกลุ่มผู้รอดชีวิตที่ต้องต่อสู้กับเหล่าบรรดามนุษย์กลายพันธุ์นี้จะเป็นอย่างไรนั้น สามารถติดตามได้ใน Dark Hole


7. Great Real Estate

ซีรีย์เกาหลี 2021

ชื่อเรื่อง :  Sell Your Haunted House / 대박부동산 / Great Real Estate / The Chronicle of Haunted Real Estate / Daebak Real Estate

ประเภท :  คอมเมดี้ , แฟนตาซี

จำนวนตอน :  16  ตอน

ผู้กำกับ: Park Jin Suk

นักเขียนบท: Ha Soo Jin, Lee Young Hwa, Jung Yeon Seo

ออกอากาศช่อง :   KBS

ฉายเมื่อ :   14 เมษายน 2021 – 3 มิถุนายน 2021

วัน-เวลาอากาศที่เกาหลี :  วันพุธและพฤหัสบดี  เวลา 21:30 น. KST

เรื่องย่อ Great Real Estate 

ซีรีย์แนวคอมเมดี้แฟนตาซี อย่าง Great Real Estate บอกเล่าเรื่องราวของ ฮงจีอา (จางนารา) ซีอีโอบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์​ Daebak Real Estate ซึ่งมีบริการกำจัดผีตามที่อยู่อาศัยก่อนจะส่งมอบบ้านให้กับลูกค้า เธอสืบทอดความสามารถหมอผีจากแม่ของเธอ ส่วน โออินบอม (จองยงฮวา) เขาเป็นนักต้มตุ๋นที่ใช้ผีเพื่อหารายได้ ฮงจีอาและโออินบอมร่วมมือกันเพื่อไขความลับเบื้องหลังการเสียชีวิตของแม่ของเธอเมื่อ 20 ปีก่อน


8. Amor Fati

ซีรีย์เกาหลี 2021

ซีรีย์เกาหลีที่จะมาเยียวยาหัวใจของผู้ชมอย่างเรา ๆ Amor Fati บอกเล่าเรื่องราวของคนที่ลุกขึ้นสู้อีกครั้ง ขณะเผชิญกับช่วงเวลาแห่งความสิ้นหวังในชีวิต โดยอนฮี (ชเวจองยุน) เป็นลูกสะใภ้ของตระกุลดัง มีชีวิตที่เหมือนจะสมบูรณ์แบบ แต่ชีวิตของเธอต้องเปลี่ยนไป หลังจากหย่ากับสามี และตรวจพบว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็ง ฮันแจคยอง (อันแจโม) อดีตนักกอล์ฟที่ยอมทิ้งความฝันเพื่อสนับสนุนภรรยาที่อยากไปเรียนต่อเมืองนอก แต่หลังจากที่เธอกลับมา ทั้งคู่ก็หย่าขาดจากกันและเขาต้องลำบากเลี้ยงลูกชายแต่เพียงลำพัง ซีรีย์เรื่องนี้จะออกฉายทางช่อง SBS และสามารถรับชมอย่างถูกลิขสิทธิ์ได้ที่ Viu โดยจะออกอากาศในช่วงเดือนเมษายน 2021 นี้


9. So I Married An Anti-Fan

ซีรีย์เกาหลี 2021

So I Married an Anti-Fan เป็นผลงานซีรีย์เกาหลีแนวโรแมนติก คอมเมดี้ ที่รีเมคจากต้นฉบับนวนิยายชื่อดังในชื่อเดียวกัน ซึ่งแต่งโดยนักเขียนคิมอึนจอง โดยก่อนหน้านี้นวนิยายดังกล่าวได้ถูกซื้อลิขสิทธิ์นำไปรีเมคในเวอร์ชั่นภาพยนตร์จีน เมื่อปี 2016 ว่าด้วยเรื่องราวความรักระหว่างไอดอล K-POP ชื่อดัง ฮูจุน (รับบทโดย ชเวแทจุน) กับ นักข่าวที่กลายมาเป็นแอนตี้แฟนของเขา อีกึนยอง (รับบทโดย ซูยอง) ที่สุดท้ายต้องมาอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน โดยซีรีย์เรื่องนี้จะออกอากาศในช่วงเดือนเมษายน 2021 นี้ สามารถรับชมได้ทางแอพพลิเคชัน iQiyi


10. Law School

ซีรีย์เกาหลี 2021

Law School ผลงานจากช่อง JTBC บอกเล่าถึงการต่อสู้ของนักเรียนโรงเรียนกฎหมายและอาจารย์ในโรงเรียนกฎหมายชั้นนำของเกาหลีใต้ นักศึกษากฎหมาย 2 คนอย่าง คังซอล (รยูฮเยจอง) และฮันจุนฮวี (คิมบอม) ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายแพ่ง คิมอึนซอง (อีจองอึน) และศาสตราจารย์ด้านกฎหมายอาญา ยางจองฮุน (คิมเมียงมิน) พวกเขาได้รับการพัวพันในกรณีที่ผิดปกติ ความคิดเห็นของพวกเขาเกี่ยวกับกฎหมายและความยุติธรรมถูกท้าทายเมื่อพวกเขาต้องเจอกับคดีที่ไม่ปกติธรรมดาและร่วมกันหาทางออก


11. Dear M.

ซีรีย์เกาหลี 2021

ชื่อเรื่อง : Dear. M | 디어엠
แนว : วัยรุ่น | โรแมนติก | คอมเมดี้ | มิตรภาพ
ผู้กำกับ : พัคจินอู (ผลงานก่อนหน้า “To.Jenny”)| ซอจูวาน (ผลงานก่อนหน้า “Love Revolution”)
คนเขียนบท : อีซึล (ผลงานก่อนหน้า “Love Playlist”)
ช่อง : KBS
จำนวนตอน : 12
ช่วงเวลาออนแอร์ : 26 กุมภาพันธ์ – 14 พฤษภาคม 2564
วัน-เวลาออนแอร์ : ศุกร์ 23.10 น. (ตามเวลาเกาหลี)

ซีรีย์แนววัยรุ่นผลงานจากช่อง KBS อย่าง Dear.M นั้น เล่าเรื่องราวของการตามหา ‘M’ ซึ่งเป็นบุคคลลึกลับที่ถูกพูดถึงบนโพสต์ชุมชนออนไลน์ของมหาวิทยาลัยซอยอนโดยไม่ระบุตัวตน ซึ่งในเรื่องจะถ่ายทอดเรื่องราวความรักที่สมจริง ผ่านการติดตามการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ และความโรแมนติกที่ก่อตัวขึ้น ในขณะที่ชื่อของ ‘M’ เป็นที่ฮือฮาไปทั่วมหาวิทยาลัย ความสัมพันธ์ของนักศึกษาทั้ง 4 คน ได้แก่  มาจูอา (รับบทโดย ปาร์กฮเยซู), ชามินโฮ (รับบทโดย จองแจฮยอน), ซอจีมิน (รับบทโดย โนจองอี) และ ปาร์กฮานึล (รับบทโดย แบฮยุนซอง) จะเป็นอย่างไรนั้น สามารถติดตามได้ใน Dear M.


12. Youth of May

ซีรีย์เกาหลี 2021

Youth of May ซีรีย์แนวโรแมนติก วัยหนุ่มสาว บอกเล่าเรื่องราวความรักของคนหนุ่มสาวสองคนที่มีส่วนร่วมในการจลาจลและการชุมนุมที่กวางจูซึ่งเกิดขึ้นในฤดูใบไม้ผลิปี 1980 คิมมยองฮี (โกมินซี) เป็นพยาบาลที่มีฝีมือแต่เย็นชาที่หนีออกจากบ้านและตอนนี้อาศัยอยู่ในกวางจูด้วยตัวเอง ในทางกลับกันฮวางฮีแทได้เข้าเรียนที่วิทยาลัยแพทยศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซลในฐานะผู้ทำคะแนนสูงสุดแม้จะมีภูมิหลังทางครอบครัวที่โหดร้ายก็ตาม ในเรื่องนี้โกมินซีรับบทเป็นคิมมยองฮีในขณะที่อีโดฮยอนจาก 18 Again (2020) ได้รับการเสนอให้รับบทเป็นฮวางฮีแทด้วยเช่นกัน สำหรับซีรีย์เรื่องนี้นั้น จะออกอากาศในช่วงเดือน พฤษภาคม – มิถุนายน 2021 นี้ ทางช่อง KBS


13. Hospital Playlist Season 2

12

ซีซั่นแรกของซีรีส์ทางการแพทย์เรื่องนี้ได้รับความนิยมมากจนผู้ออกอากาศของรายการนี้ tvN ตัดสินใจปล่อยซีซั่นที่สอง เช่นเดียวกับซีซั่นแรก Hospital Playlist 2 จะจัดขึ้นใน Yulje Medical Center และติดตามชีวิตของแพทย์ 5 คนที่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดตั้งแต่พวกเขาเริ่มโรงเรียนแพทย์ในปี 1999 ในฤดูกาลที่จะมาถึงนี้แฟน ๆ สามารถรอคอยความโรแมนติกที่กำลังเบ่งบานระหว่างอีอิกจุน (โจจองซอก) และแชซงฮวา (จอนมีโด) ซีรีส์เรื่องเบา ๆ นี้ที่แตกต่างจากซีรีส์ทางการแพทย์ทั่วไป จึงไม่น่าแปลกใจที่ซีรีส์เรื่องนี้สมควรได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในรายชื่อซีรีส์เกาหลีที่ดีที่สุดที่เราจะดูในปี 2021 Hospital Playlist ซีรีส์ซีซั่นแรกและซีซั่นสองนี้จะมีให้บริการบน Netflix พร้อมคำบรรยาย


14. Fly High Butterfly

ซีรีย์เกาหลี 2021

Fly High Butterfly ซีรีย์แนวดราม่าชีวิต เรื่องราวของร้านทำผมที่ชื่อว่า Fly High Butterfly กีบึม (คิมฮยางกี) เด็กฝึกงานที่อายุน้อยที่สุดในร้านเสริมสวย ในขณะที่ กวางซู (ชเวแดเนียล) เป็นช่างทำผมที่กระตือรือร้น ทั้งคู่ทำงานภายใต้ผู้อำนวยการร้านเสริมสวยมิเชล (โอยุนอา) ซีรีย์เรื่องนี้จะพาผู้ชมไปสัมผัสกับกิจวัตรประจำวันของผู้คนที่ทำงานในร้านทำผม รวมถึงการเติบโตของชีวิตที่พวกเขาต้องเผชิญ สำหรับซีรีย์เรื่องนี้ จะออกอากาศทางช่อง JTBC


15. Bossam: Stealing Fate

ซีรีย์เกาหลี 2021

เรื่องราวของที่เกิดขึ้นในรัชสมัยของกษัตริย์กวางแฮแห่งราชวงศ์โชซอน บาอู (รับบทโดย จองอิลอู) ชายหนุ่มผู้เสื่อมทรามและมักจะทำ Bossam (ขั้นตอนการลักพาตัวแม่หม้ายไปแต่งงานอีกครั้งซึ่งในยุคโชซอนหญิงสาวห้ามแต่งงานซ้ำ) เพื่อหาเงิน เขาอยู่อย่างหลบซ่อนและปิดบังตัวตนที่แท้จริง ในครั้งหนึ่งซึ่งวางแผนจะลักพาตัว เขาได้ลักพาตัวหญิงสาวผิดคน ซึ่งคนที่ถูกลักพาตัวมาผิดคือ องค์หญิงซูคยอง (รับบทโดย ควอนยูริ) เธอเป็นบุตรสาวของ องค์ชายกวังแฮ ซึ่งจากการตกลงทางการเมือง องค์หญิงซูคยอง ได้เข้าพิธีอภิเษกสมรสกับชายผู้อาวุโสกว่าซึ่งเป็นพี่ชายของคนที่เธอรัก แต่ในวันอภิเษกสมรสนั้น สามีของเธอกลับเสียชีวิต และเธอก็กลายมาเป็นแม่หม้ายในทันใด การเผชิญหน้าครั้งแรกของพวกเขาไม่เป็นที่พอใจ อย่างไรก็ตามเมื่อทั้งสองใช้เวลาร่วมกันพวกเขาตกหลุมรักและเรียนรู้ที่จะแบ่งปันการต่อสู้ซึ่งกันและกัน ซีรีส์เรื่องนี้จะแสดงถึงการกดขี่ที่ผู้หญิงและเรื่องราวความยากจนของคนสมัยนั้น ซีรีย์เรื่องนี้จะออกอากาศในช่วง เดือนพฤษภาคม – มิถุนายน 2021 ทางช่อง MBN


16. The Silent Sea

ซีรีย์เกาหลีแนะนำ 2021

แถมอีกหนึ่งเรื่องที่น่าติดตามรับชมไม่แพ้กัน นั่นก็คือ The Silent Sea ซีรีย์แนวสยองขวัญ, ลึกลับ, ไซไฟ ละครเรื่องนี้สร้างจากภาพยนตร์สั้นชื่อเรื่อง The Sea of Tranquility (2014) กำกับโดย Choi Hang-yong เล่าเรื่องราวของโลกอนาคตที่ขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม เจ้าหน้าที่หน่วยพิเศษได้ถูกส่งไปเก็บตัวอย่างลึกลับจากสถานีวิจัยรกร้างบนดวงจันทร์ โดย กงยู รับบท ฮันยุนแจ หัวหน้าทีมสำรวจภารกิจสำคัญนี้ แบดูนา รับบท ซงจีอัน นักชีววิทยาอวกาศ และ อีจุน รับบท รยูแทซอก หัวหน้าวิศวกรที่เป็นสมาชิกคนสำคัญของกระทรวงกลาโหม


และทั้งหมดนี้ก็เป็น 15 (+1) ซีรีย์เกาหลี ที่ทั้งน่าดูและน่าติดตาม อัพเดตเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2021 นี้นั่นเอง ใครที่เป็นแฟนซีรีย์สัญชาติเกาหลีอยู่แล้วนั้นก็ต้องลองไปหามารับชมกันดูได้เลย ส่วนซีรีย์ที่เตรียมลงจอนั้นก็ต้องรอติดตามกันต่อไปว่าเมื่อออกฉายแล้ว เนื้อเรื่องตัวเต็มน่าจะสนใจและน่าติดตามอย่างในข้อมูลเรื่องย่อที่เปิดเผยมาหรือไม่


อ่านบทความเพิ่มเติม/บทความที่เกี่ยวข้อง

ปัญหา LINE
รวมไฟล์ PDF ออนไลน์
แชทบอท LINE Away COVID-19
แอพจราจร
แอพสั่งอาหาร

from:https://notebookspec.com/web/570698-15-k-drama-monthly-2021

6 คำแนะนำ ป้องกันไม่ให้ iPhone แบตเสื่อมไว (อัปเดต 2021)

 บางครั้งเราอาจไม่ทราบว่าพฤติกรรมการใช้งานของเราอาจทำใ […] More

from:https://www.iphonemod.net/6-tips-prevent-battery-drop.html

7 วิธี โหลดคลิปจากยูทูป ด้วยโปรแกรมฟรี ใช้งานง่าย โหลดได้ทุกคลิป

แม้ว่าในทุกวันนี้อินเทอร์เน็ตจะเข้าถึงผู้คนเป็นจำนวนมาก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังมีคนอีกจำนวนมากเช่นกันที่อินเทอร์เน็ตไม่มีความเสถียร โดยเฉพาะกับเครือข่ายผู้ให้บริการมือถือ และไม่ใช่ได้เชื่อมต่อ Wi-Fi ความเร็วสูงไว้ตลอดเวลา ดังนั้น ถ้าหากเราอยากดูคลิปวิดีโอ แล้วอินเทอร์เน็ตไม่ดี ดูไม่ได้ ดูแล้วกระตุก ก็ย่อมทำให้สูญเสียอรรถรสในการดูเป็นอย่างมากแน่นอน

โหลดคลิปจากยูทูป

ทีมงาน Notebookspec จึงได้นำวิธีดี ๆ ในการ โหลดคลิปจากยูทูป มาเก็บไว้ดูในเครื่องไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ก็ตาม นอกจากนี้ยังโหลดฟรี อีกด้วย


โหลดคลิปจากยูทูป ผิดกฎหมายจริงหรือ ??

ก่อนที่จะไปดูวิธีการ โหลดคลิปจากยูทูป เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าการดาวน์โหลดคลิปจาก Youtube นั้น ในด้านกฎหมายแล้วถือเป็นความผิดหรือไม่ ถ้าพูดกันตามความจริงแล้ว การใช้โปรแกรม/แอพพลิเคชัน ฯลฯ ของบุคคลที่สามในการดาวน์โหลดคลิปวิดีโอจาก Youtube นั้น ถือว่าเป็นการขัดต่อข้อกำหนดในการให้บริการของ Youtube ที่ได้ระบุว่าผู้ใช้สามารถสตรีมวิดีโอได้โดยตรงจากเซิร์ฟเวอร์ของ Youtube การที่เราดาวน์โหลดวิดีโอ YouTube นั้นจึงการละเมิดลิขสิทธิ์ นอกเสียจากว่าเราจะได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์นั้น หรือไม่ก็เป็นเจ้าของวิดีโอนั้นเอง

แต่อย่างไรก็ตาม การดาวน์โหลดคลิปจากยูทูปอาจจะต้องมองดูที่จุดประสงค์ของการโหลดมาด้วย ซึ่งเชื่อว่าหลาย ๆ คนก็คงเคยโหลดคลิปจากยูทูปมาเก็บไว้เพื่อดูในยามที่ไม่มีอินเทอร์เน็ต หรืออินเทอร์เน็ตสัญญาณไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นการโหลดผ่านโปรแกรม เว็บไซต์ หรือแอพพลิเคชัน ซึ่งก็มีให้ผู้ใช้ได้เลือกเยอะแยะมากมาย การดาวน์โหลดคลิปจากยูทูปนั้นถึงแม้ว่าจะสามารถทำได้อย่างฟรี ๆ ไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ผู้ใช้ก็ควรตระหนักอยู่เสมอว่าไม่ควรนำไปเผยแพร่ต่อ ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ต่อ ส่งต่อ หรือเชิงพานิชย์ ควรจะดาวน์โหลดมาเพื่อดูส่วนตัวจะเป็นทางที่ดีที่สุด

ดังนั้น ทีมงานจึงได้นำเสนอ 7 วิธีโหลดคลิปจากยูทูป ด้วยวิธีที่ง่าย และทำได้ฟรี ทั้งบริการผ่านเว็บ โปรแกรม และจากทางแอพพลิเคชันของ Youtube เอง และมีวิธีที่ครอบคลุมตั้งแต่ ระบบปฏิบัติการ iOS, Android, Mac และ PC


1. โหลดคลิปจากยูทูป ผ่าน Youtube Premium

เริ่มต้นด้วยการดาวน์โหลดคลิปจาก Yourube มาเก็บไว้ดูได้โดยไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตหรือการดูในโหมดออฟไลน์สำหรับใครที่เป็นสมาชิก Youtube Premium อยู่แล้ว ซึ่งการเป็นสมาชิกแบบ Premium นี้ก็มีข้อดีมากมาย ทั้งการดูคลิปที่ลื่นไหลแบบไม่มีโฆษณามาคั่นให้รำคาญใจ แล้วยิ่งหารกับเพื่อน ๆ ก็จะยิ่งถูกลงมาก ๆ สำหรับค่าสมาชิกแบบรายเดือน และอีกฟีเจอร์ที่ดีมาก ๆ สำหรับ Youtube Premium นั่นก็คือการที่เราสามรถโหลดคลิปมาดูได้แบบฟรี ๆ แบบออฟไลน์ แถมอยู่ได้เรื่อย ๆ เพียงแค่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบ้างในระยะเวลา 30 วัน

วิธีนี้ถือเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด และไม่ผิดกฎหมายหรือละเมิดลิขสิทธิ์แต่อย่างใด แถมยังทำได้ผ่าน Youtube เอง โดยไม่ต้องไปหาเว็บหรือแอพฯ มาเพิ่มเติมให้ยุ่งยาก แถมยังสามารถทำได้ทั้งในระบบปฏิบัติการ iOS และ Android อีกด้วย ข้อดีที่เยี่ยมมากเลยก็คือ เราสามารถเลือกปรับความละเอียดของวิดีโอที่จะดาวน์โหลดได้แบบชัดสุด ๆ มากเท่าที่คลิปนั้นตั้งความละเอียดสูงสุดไว้ได้เลย

อย่างไรก็ตามวิธีการนี้ก็มีข้อเสียด้วยเช่นกัน เพราะเราจะต้องเสียค่าใช้จ่ายรายเดือนสำหรับสมาชิก Youtube Premium และการดาวน์โหลดไฟล์นี้จะไม่ได้มาอยู้ในเครื่องของเรา แต่จะต้องดูผ่านแอพฯ Youtube เท่านั้น แต่มันกินพื้นที่ในเครื่องของเราด้วยนะ ซึ่งถ้าใครที่มีความจำเครื่องเหลือไม่มาก ทีมงานก็ไม่แนะนำให้โหลดในความละเอียดสูงสุด เพราะยิ่งความละเอียดสูง ไฟล์ก็จะยิ่งมีขนาดใหญ่ และกินพื้นที่ภายในเครื่องของเราเยอะตามไปด้วย ที่สำคัญโปรดจำไว้ว่า วิดีโอที่เราดาวน์โหลดมานั้น นอกจากจะต้องเล่นภาพแอพฯ Youtube เท่านั้นแล้ว เรายังไม่สามารถย้ายไฟล์วิดีโอไปยังอุปกรณ์อื่น หรือดูด้วยเครื่องอื่นได้

  • เริ่มต้นเลย ก่อนที่เราจะดาวน์โหลดคลิปวิดีโอนั้นให้เข้าไปตั้งค่าความละเอียดหรือคุณภาพของวิดีโอในการดาวน์โหลดก่อน
  • เมื่อสมัคร Youtube Premium หรือใครที่เป็นสมาชิกอยู่แล้วก็ให้เปิดแอพพลิเคชัน Youtube >> จากนั้นไปที่ Library ตรงแถบเมนูด้านล่าง >> เลือก ‘Downloads’ >> เมื่อเข้ามาในหน้า Download แล้ว เลือกที่สัญลักษณ์ ‘จุด 3 จุดเรียงกัน’ ที่อยู่มุมบนด้านขวามือ >> เลือก ‘Settings’ >> เราก็จะเข้าสู้หน้า ‘Background and downloads’ ซึ่งในหน้านี้เราสามารถเลือกปรับคุณภาพของวิดีโอที่เราจะทำการดาวน์โหลดได้เลย แถมยังเลือกได้ว่าจะใช้ Wi-Fi ในการโหลดคลิปเพียงอย่างเดียว หรือต้องการจะใช้อินเทอร์เน็ตเครือข่ายในการดาวน์โหลดได้ด้วย
โหลดคลิปยูทูป
  • เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้ว เราก็เลือกวิดีโอที่เราต้องการดาวน์โหลดได้เลย โดยสามารถดาวน์โหลดได้จากหน้าที่รวมหลาย ๆ วิดีโอ ทำได้โดยการเลือกที่ ‘สัญลักษณ์จุด 3 จุด เรียงกัน’ ที่ด้านขวามือของวิดีโอ >> จากนั้นเลือก ‘Download’ แล้วเลือกความละเอียดของวิดีโอที่ต้องการได้เลย

2. ดาวน์โหลดวิดีโอ Youtube ขณะเล่น (Youtube Premium)

อีกวิธีคือการดาวน์โหลดจากหน้าจอของวิดีโอที่เราทำการเปิดหรือเล่นอยู่ในขณะนั้น โดยสามารถเลือกคำสั่ง ‘Download’ ที่อยู่ด้านล่างของวิดีโอได้เลย จากนั้นจึงเลือกความละเอียดที่เราต้องการแล้วกด ‘ตกลง’

การเข้าไปดูวิดีโอที่เราได้ดาวน์โหลดไว้ก็ทำได้ไม่ยากเลย เพียงแค่เข้าแอพฯ แล้วไปที่ ‘Library (คลังวิดีโอ)’ >> เลือก ‘Downloads (การดาวน์โหลด)’ ก็จะพบกับวิดีโอที่เราโหลดไว้อยู่ในนั้น ซึ่งเราสามารถดูได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแต่อย่างใด

โหลดวิดีโอ Youtube

โหลดคลิปจากยูทูป บนสมาร์ทโฟน/แท็บเล็ต

3. วิธีโหลดคลิปจาก Youtube ในระบบปฏิบัติการ Android

การ โหลดวิดีโอจากยูทูป สำหรับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตในระบบปฏิบัติการ Android นั้นสามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่ดาวโหลดแอพฯ ที่มีชื่อว่า ‘Save Master‘ ซึ่งเป็นแอพพลิเคชันที่อยู่ใน Play Store สามารถดาวโหลดได้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยขั้นตอนและวิธีการดาวน์โหลดคลิปจากยูทูปนั้นสามารถทำได้ง่ายมาก ๆ ดังนี้

  • เริ่มต้นให้เราเข้าแอพพลิเคชัน Google Play Store >> จากนั้นดาวน์โหลดแอพพลิเคชันที่ชื่อว่า Save Master
โหลดคลิปจากยูทุป
  • เมื่อทำการโหลดแอพฯ มาเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มต้นใช้งานแอพฯ ได้เลย โดยที่เมื่อเปิดแอพฯ ขึ้นมาตัวแอพฯ ก็จะขอการเข้าถึงพื้นที่จัดเก็บของเรา >> จากนั้นก็จะพบกับวิธีใช้งานที่ง่ายมาก ๆ
โหลดคลิป Youtube
  • ให้เราเข้าพลิเคชัน Youtube เพื่อหาวิดีโอที่เราต้องการดาวน์โหลด จากนั้นให้กดปุ่มแชร์จากสัญลักษณ์จุด 3 จุด ด้านข้างวิดีโอ หรือในหน้าการเล่นวิดีให้เราเลือกเครื่องหมายลูกศรขวา เพื่อเข้าหน้าการแชร์วิดีโอ >> จากนั้นให้เราเลือก ‘Copy link’ ของวิดีโอ
โหลดคลิปจากยูทุป
  • สลับแอพฯ ไปยัง Save Master >> นำลิงก์ที่ได้จากคลิปที่เลือกวางลงไปในช่อง ‘Input video url here’ >> กด ‘Download’ >> ตัวแอพฯ ก็จะปรากฏความละเอียดต่าง ๆ ของคลิปมาให้เราเลือกดาวน์โหลด (ต้องขอบอกว่าในความละเอียดที่สูงนั้นจะส่งผลให้คลิปวิดีโอที่ทำการดาวน์โหลดมาไม่มีเสียง โดยจะขึ้นข้อความบอกเราด้านหลังความละเอียดว่า ‘No Audio’ ซึ่งเราอาจจะต้องทำใจยอมรับว่าอาจจะไม่ได้คลิปวิดีโอที่คมชัดสมบูรณ์แบบ) >> เมื่อเลือกความละเอียดที่ต้องการได้แล้ว แอพฯก็จะทำการดาวน์โหลดวิดีโอให้เรา
โหลดคลิปจาก Youtube

เมื่อดาวน์โหลดเสร็จแล้ว วิดีโอจะเข้ามาอยู่ใน Gallery, ไฟล์ หรือพื้นที่จัดเก็บของเราเรียบร้อย เราสามารถดูได้เลยทันที ไม่ต้องใช้เน็ตอีกต่อไป


4. วิธีโหลดคลิปจาก Youtube ในระบบปฏิบัติการ iOS

การ โหลดคลิปจากยูทูป บน iPhone/iPad ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS/iPadOS นั้นทำได้ไม่ยาก ไม่ต้องลงแอพพลิเคชันเพิ่มก็ทำได้ เพราะการที่เราจะโหลดคลิปจากยูทูปสำหรับอุปกรณ์ที่ใช้บริการของ App Store ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะแอพพลิเคชันที่ทำออกมาเพื่อการดาวน์โหลดคลิปวิดีโอจาก Youtube นั้น ทำออกมาได้ไม่นานก็โดนถอดออกจาก App Store ไปเสียแล้ว ดังนั้นทีมงานจึงขอแนะนำเว็บไซต์ที่จะทำให้การดาวน์โหลดคลิปจาก Youtube เป็นเรื่อง่าย

สำหรับเว็บไซต์ที่ทีมงานได้เลือกมานั่นก็คือ Savefrom.net

โหลดคลิปจากยูทูป

การโหลดคลิปจาก Youtube นี้จะทำให้ไฟล์ที่เราได้โหลดมานั้นไปอยู่ในแอพฯ ที่ชื่อว่า ‘Files’ ซึ่งโดยปกติจะมีติดเครื่องกันอยู่แล้วทั้ง iPhone และ iPad แต่สำหรับใครที่ไม่มีแอพฯ นี้ หรือเผลอกดลบไปแล้วก็สามารถเข้าไปโหลดได้ที่  App Store

  • เริ่มต้นให้เราเข้าไปในแอพฯ Youtube >> ทำการ Copy link ของวิดีโอที่ต้องการ จากนั้นนำลิงก์ที่ได้ไปวางในเว็บไซต์ Savefrom.net ซึ่งเมื่อเราใส่ลิงก์ลงไปแล้วเว็บไซต์ก็จะทำการให้เราเลือกว่าต้องการความละเอียดแบบใด (การดาวน์โหลดคลิปวิดีโอนี้มีการจำกัดความละเอียดเช่นกัน เพราะหากเป็นไฟล์วิดีโอที่มีความละเอียดสูงย่อมกินพื้นที่หน่วยความจำเยอะและทำให้ไฟล์มีขนาดใหญ่ ทำให้วิดีโอที่ได้จะไม่มีเสียง)
  • เมื่อเลือกแล้วให้กด “ดาวน์โหลด” จะมี Pop up ขึ้นมาเพื่อให้เรายืนยัน การดาวน์โหลดอีกครั้ง ให้กดดาวน์โหลด เพื่อยืนยัน (ถ้ามีโฆษณาขึ้น ให้กดปิดไปก่อน) >> หลังจากดาวน์โหลดเรียบร้อยแล้ว ให้เข้ามาดูในแอพฯ ‘Files’ ก็จะมีวิดีโอที่โหลดมาจาก Youtube ได้แล้ว สามารถกดดูได้เลย ไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต

แต่ในกรณีที่ขึ้นข้อความแจ้งเตือนเกี่ยวกับ VPN ดังรูป

โหลดคลิปจากยูทูป

วิธีการแก้ไขก็คือ ให้เราทำการปิดหน้าต่างนั้นไปก่อน จากนั้นเข้าไปกดดาวน์โหลดใหม่อีกครั้ง ให้เราเปิดคลิปผ่าน Safari ในรูปแบบขนาดเล็ก จนปรากฏเครื่องมือเว็บไซต์ด้านล่าง >> กดที่สัญลักษณ์สำหรับแชร์ >> เลือก ‘Save to Files’ หรือจะเลือกตรงสัญลักษณ์ดาวน์โหลดที่อยู่ด้านบน ถัดจากแถบ URL เว็บไซต์ก็ได้เช่นกัน >> เมื่อดาวน์โหลดเสร็จแล้ว ไฟล์ที่ได้ก็จะมาอยู่ในแอพฯ Files เป็นที่เรียบร้อย


โหลดคลิปจากยูทูป สำหรับ PC/Notebook

การดาวน์โหลดคลิปจากยูทูปลงในคอมพิวเตอร์อย่าง PC/Notebook ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows นั้นถือเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายและมีวิธีการที่หลากหลายมากมายกว่าวิธีดาวน์โหลดลงในอุปกรณ์อย่างสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต เพราะเนื่องจากว่าโปรแกรมหรือเว็บไซต์ส่วนใหญ่ที่ให้บริการในการดึงคลิปวิดีโอจาก Youtube มาดาวน์โหลดนั้น ออกมาแบบเพื่อใช้งานในคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว ทีมงานจึงได้เลือกวิธีการที่ดีและได้ผลแน่นอนมาฝากกันทั้งแบบที่ใช้โปรแกรมและไม่ต้องใช้โปรแกรมในการดาวน์โหลด

5. โหลดคลิปจาก Youtube โดยไม่ต้องใช้โปรแกรม

วิธีการดาวน์โหลดคลิปจาก Youtube โดยไม่ต้องใช้โปรแกรมนั้นเป็นวิธีที่ง่ายมาก ๆ ไม่ซับซ้อนและไม่ยุ่งยากโดยเฉพาะกับคนที่ไม่ต้องการความยุ่งยากวุ่นวาย ไม่ต้องมีโปรแกรมก็สามารถโหลดไฟล์มาได้เลยเพียงแค่เข้าเว็บ แต่ข้อเสียก็คือ อาจจะไม่สามรถดาวน์โหลดไฟล์วิดีโอที่มีความละเอียดสูงมาก ๆ ได้ (โดนจำกัดความละเอียด ถ้าเลือกความละเอียดสูงก็จะไม่มีเสียง) แต่ถ้าใครที่ไม่ซีเรียสแค่พอดูได้ก็โอเค วิธีนี้ก็เป็นวิธีที่ดีเลยทีเดียว

  • วิธีนี้ถือเป็นวิธีที่เรียกว่าคลาสสิกและง่ายมาก ๆ เพียงแค่เราเข้าเว็บไซต์ Youtube >> จากนั้นเข้าไปในวิดีโอที่เราต้องการจะดาวน์โหลด >> ทำการเปลี่ยนชื่อลิงก์ของ Youtube ในช่อง URL ด้วยการเติม ‘ss’ ลงไปด้านหน้าของคำว่า youtube (ตัวอย่างเช่น https://www.ssyoutube.com/watch…..) >> จากนั้นกด ‘Enter’
โหลดคลิปจากยูทูป
  • เว็บไซต์จะพาเรามายังหน้าสำหรับการดาวน์โหลดใน savefrom.com และ Converter ให้โดยอัตโนมัติ >> ให้เราเลือกความละเอียดที่ต้องการ (ส่วนใหญ่ถ้าความละเอียดเกิน 720p นั้นวิดีโอที่เราดาวน์โหลดจะไม่มีเสียง เพราะเนื่องจากไฟล์ที่มีขนาดใหญ่เกินไป) >> เมื่อได้ความละเอียดที่ต้องการแล้วให้กด ‘Download’

เพียงเท่านี้ไฟล์วิดีโอก็จะทำการดาวน์โหลดโดยอัตโนมัติแล้วก็มาอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้เราก็ไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการดูวิดีโอนั้น ๆ อีกต่อไป

โหลดคลิปจากยูทูป

6. โหลดคลิปจาก Youtube โดยใช้โปรแกรม

มาดูอีกวิธีการกันบ้างสำหรับการดาวน์โหลดวิดีโอจาก Youtube โดยการใช้โปรแกรม ซึ่งวิธีนี้นั้นเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่ต้องการดาวน์โหลดวิดีโอที่มีความละเอียดสูง และมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย โดยเฉพาะกับมัลแวร์ที่มักจะมาพร้อมกับโฆษณาแบบ Pop up ที่มักจะเด้งขึ้นมาบนเว็บไซต์ ซึ่งโปรแกรมที่ทีมงานได้เลือกมานั้น ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้จำนวนมาก และมีรีวิวออกมาแล้วว่าใช้งานได้ดี ปลอดภัย แถมได้วิดีโอที่มีความละเอียดสูงอีกด้วย และโปรแกรมที่ว่านั้นก็คือ ‘4K Video Downloader‘ นั่นเอง ซึ่งไม่เพียงแต่จะสามารถโหลดคลิปจาก Youtube ได้เท่านั้น แต่ยังสามารถโหลดคลิปจากสื่อโซเชียลอื่น ๆ ได้อีกด้วย 

สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมได้ที่นี่: 4K Video Downloader

  • กดดาวน์โหลดโปรแกรม ‘4K Video Downloader’ มาเรียบร้อยแล้ว แล้วทำการ Install ให้เรียบร้อย
โหลดคลิปจากยูทูป
  • เมื่อทำการติดตั้งโปรแกรม 4K Video Downloader เสร็จสิ้นแล้ว >> ให้เปิดโปรแกรมขึ้นมา จากนั้นเข้าไปที่เว็บไซต์ Youtube >> เลือกคลิปวิดีโอที่เราต้องการดาวน์โหลด >> ทำการ Copy URL ของลิงก์คลิปวิดีโอจากเว็บไซต์ 
โหลดคลิปจากยูทูป
  • จากนั้นให้เปิดโปรแกรมขึ้นมาอีกครั้งแล้วทำการกด Paste ลิงก์ หรือ วางลิงก์ โดยการกดปุ่ม ‘Ctrl+V’ ได้เลย >> แล้วโปรแกรมก็จะทำการดึงวิดีโอมาโดยอัติโนมัติ >> จากนั้นจะปรากฏความละเอียดต่าง ๆ มาให้เราเลือก ซึ่งเราก็สามารถเลือกได้เลยตามใจว่าต้องการได้ไฟล์แบบไหน ความละเอียดเท่าไร >> เมื่อได้ความละเอียดที่ต้องการแล้วให้กด ‘Download’ เพียงเท่านี้คลิปวิดีโอก็จะถูกดาวน์โหลดมาไว้ในเครื่องของเราเรียบร้อยแล้ว
โหลดคลิปจากยูทูป

7. วิธีดาวน์โหลดวิดีโอ YouTube บน Mac

โหลดคลิปจากยูทูป

สำหรับการดาวน์โหลดคลิปวิดีโอจาก Youtube มาไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์อย่าง Mac นั้น ทีมงานขอแนะนำเป็นโปรแกรม MacX YouTube Downloader ซึ่งเป็นโปรแกรมโหลดคลิปวิดีโอ บนเครื่อง Mac โดยโปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมที่ใช้ดาวน์โหลดคลิปวิดีโอออนไลน์ (Video Online) สำหรับเครื่องระบบ Mac OS โดยไม่เพียงแต่จะสามารถโหลดวิดีโอจากบน YouTube ได้เท่านั้น โปรแกรมนี้ยังรองรับการดาวน์โหลดไฟล์วิดีโอจากเว็บไซต์ต่าง ๆ ได้มากกว่า 300 เว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Dailymotion และเว็บไซต์ผู้ให้บริการวิดีโอคลิปอื่น ๆ อีกมากมาย

สำหรับโปรแกรมโหลดคลิป MacX YouTube Downloader มีฟังก์ชันและรูปแบบการใช้งานที่ง่าย เพียงแค่ใส่ลิงค์ URL ของวิดีโอที่เราต้องการลงไป ก็สามารถกดดาวน์โหลดได้ทันที

ตัวโปรแกรมได้ออกแบบมาให้สนับสนุนการดาวน์โหลดไฟล์วิดีโอนามสกุลไฟล์ต่าง ๆ (Formats) ได้หลากหลายรูปแบบ เช่นไฟล์ MP4 ไฟล์ WebM ไฟล์ FLV รวมไปถึงประเภทของวิดีโอที่มีความละเอียดสูงๆ อย่าง HD 4K ก็ได้อีกด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ โปรแกรม MacX YouTube Downloader ยังมีระบบเทคโนโลยีการดาวน์โหลดไฟล์ แบบ Multi-threading ที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้สามารถดาวน์โหลดไฟล์วิดีโอได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่สูญเสียคุณภาพของวิดีโอจากต้นฉบับเดิม และที่สำคัญยังเป็นโปรแกรมที่สามารถใช้งานได้ฟรี โดยที่ไม่มีมัลแวร์หรือสปายแวร์แอบแฝง (ขอขอบคุณข้อมูลจาก Thaiware)


และทั้งหมดนี้คือวิธีการ โหลดคลิปจากยูทูป ที่ทีมงาน Notebookspec ได้นำมาฝากกัน ซึ่งทุกวิธีนั้นสามารถทำได้อย่างง่ายดายและไม่ซับซ้อน แม้จะเป็นมือใหม่หรือไม่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีก็สามารถทำได้ แต่อย่างไรก็ตามทีมงานก็อยากให้ผู้ที่ดาวน์โหลดคลิปวิดีโอจาก Youtube นั้น ดาวน์โหลดคลิปมาดูเพียงเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่นำไปเผยแพร่ แชร์ต่อ หรือนำไปใช้ในเชิงพานิชย์ เพราะอย่างไรการดาวน์โหลดคลิปออกมาจาก Youtube นั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องอยู่ดี


อ่านบทความเพิ่มเติม/บทความที่เกี่ยวข้อง

รวมไฟล์ Word
แคปหน้าจอคอม
โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ
เกมทำอาหาร
แอพสั่งอาหาร

from:https://notebookspec.com/web/533656-download-clips-from-youtube

10 โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ โหลดฟรี ใช้งานง่าย เป็นมือใหม่ก็สบาย

ปัจจุบันในการทำงานนั้นเสื่อมีเดียได้เข้าถึงไปแทบทุกรูปแบบงานแล้ว เรียกได้ว่าน้อยมากที่เราจะไม่เห็นการใช้งานสื่อ ไม่ว่าจะเป็นภาพ เสียง หรือวิดีโอ ล้วนมีเข้ามีไปบทบาทในการทำงานแทบทุก ๆ ด้าน ทีมงาน Notebookspec จึงมาแนะนำ 10 โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ ที่สามารถโหลดไปใช้งานได้ฟรี แถมยังใช้งานง่ายแม้ว่าจะเป็นมือใหม่ก็สามารถใช้ได้อย่างสบาย

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ

ก่อนจะไปดูโปรแกรมที่ทีมงานจะมาแนะนำกันนั้น อยากพูดถึงการทำงานด้าน Video Marketing กันก่อน โดยปัจจุบันนั้น เราก็จะเห็นได้ว่าในโลกของธุรกิจ การทำงาน ไม่ว่าจะด้านใด ๆ วิดีโอเข้ามามีบทบาทกันแทบทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการโปรโมทสินค้า นำเสนอคอนเทนต์ แนะนำการใช้งาน ฯลฯ แถมยังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากอีกด้วย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย เข้าใจได้ง่าย เห็นภาพชัดเจน ในต้นปี 2020 รายงานของ Breadnbeyond ได้ระบุว่า

  • กว่า 78% ของผู้บริโภคหรือผู้ใช้งานนั้น ดูวิดีโอทุกสัปดาห์ และมีกว่า 55% ที่ดูทุกวัน
  • 72% ของผู้บริโภคนั้น ชอบดูข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการต่าง ๆ ผ่านทางวิดีโอมากกว่าคอนเทนต์ ในรูปแบบอื่น ๆ
  • ผู้บริโภคนั้นสามารถที่จะ จดจำเนื้อหาที่อยู่ในวิดีโอได้ถึง 95% เลยทีเดียว
  • 81% ของกลุ่มธุรกิจนั้นใช้วิดีโอเป็นส่วนหนึ่งของการทำการตลาด เพิ่มขึ้นกว่า 95% จากปีก่อนหน้า

จากข้อมูลเหล่านี้เราจะเห็นได้ถึงความสำคัญของวิดีโอที่มีเพิ่มมากขึ้น และการเราจะมีวิดีโอดี ๆ ที่จะนำมาใช้งานนั้น โปรแกรมตัดต่อวิดีโอก็เป็นเรื่องจำเป็นเช่นกัน

ต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่า โปรแกรมที่ฟรีนั้น หลาย ๆ ตัวก็อาจจะต้องแลกมาด้วยการจำกัดฟังก์ชันการใช้งาน ซึ่งถ้าเราต้องการที่จะใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพก็อาจจะต้องยอมเสียค่าใช้จ่ายเพื่อแลกมากับโปรแกรมที่มีฟังก์ชันการใช้งานครบครัน ซึ่ง 10 โปรแกรมฟรีที่ดีและใช้ง่ายนั้นจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย


1. Lightworks Free Edition

Lightworks เป็นโปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอที่มีความสามารถเทียบเท่ากับโปรแกรมระดับสูงที่ต้องเสียเงินซื้อเลยทีเดียว มาพร้อมเครื่องมือมากมาย สามารถตัดต่อได้ทั้งงาน Video, Audio ได้อย่างรวดเร็ว มาพร้อมเครื่องมือและลูกเล่นต่าง ๆ มากมาย นอกจากนี้ยังรองรับการทำงานร่วมกันกับการ์ดจอทั้ง AMD และ NVIDIA โปรแกรมนี้ยังมาพร้อมกับการทำงานแบบ Real-Time ที่สามารถอัพโหลดวิดีโอของขึ้น Youtube, Facebook, Twiiter และอื่น ๆ ได้ทันที

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS, Linux

ใครที่สนใจดาวน์โหลด โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : Lightworks

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ
Cr: lwks

2. Openshot

Openshot เป็นโปรแกรมที่ถูกพัฒนาโดยทีมงานจากบริษัท OpenShot Studios ออกแบบมาเพื่อใช้เป็นโปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอ มีรูปแบบการใช้ที่หลากหลาย มีเครื่องมือครบครัน และสามารถใช้งานได้ง่าย ตัวโปรแกรมมีฟังก์ชั่นในการแทรกไฟล์เสียง (Audio files) เข้าไปในตัววิดีโอได้อย่างสะดวกรวดเร็ว พร้อมกับมีฟีเจอร์การ Preview เพื่อดูวิดีโอก่อนที่จะแก้ไขวิดีโอได้แบบ Real-Time สามารถส่งออกไฟล์เป็น 4K UHD 60fps ได้ โปรแกรม Openshot ยังสามารถตกแต่งแสงและสีของวิดีโอผ่านการใช้ Effect ที่มีให้เลือกมากมาย และยังสามารถใส่ตัวอักษรทั้งแบบธรรมดาและแบบสามมิติลงไปในวิดีโอได้ด้วย แต่มีข้อที่น่าสังเกตของเจ้าโปรแกรมตัวนี้ก็คือค่อนข้างที่จะมีอาการ Bug บ่อย ๆ แต่อย่างไรก็ตาม Openshot นั้นเป็นโปรแกรมประเภท Open Source จึงเปิดโอกาสให้เหล่าผู้พัฒนาโปรแกรมคนอื่น ๆ สามารถนำโปรแกรมนี้ไปพัฒนาต่อได้ ส่งผลให้ตัวโปรแกรมมีการอัพเดทอย่างต่อเนื่อง

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS, Linux

ใครที่สนใจดาวน์โหลด โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Openshot

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ
Cr: openshot

3. Shotcut

Shotcut เป็นโปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอ Open Source ที่ฟรี มีคุณสมบัติมากมายและใกล้เคียงกับโปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอระดับมืออาชีพ เหมาะมาก ๆ สำหรับใครที่อยากเริ่มต้นเรียนรู้การตัดต่อวิดีโอ หรือมือสมัครเล่นที่ต้องการตัดต่อวิดีโอให้ออกมาได้อย่างมืออาชีพ มาพร้อมเครื่องมือมากมายและครบครัน รองรับการแปลงไฟล์ ทั้งภาพ เสียง วิดีโอ ได้หลากหลาย โปรแกรมยังสามารถตัดต่อได้ตั้งแต่ไฟล์ได้ตั้งแต่ความละเอียดแบบ SD, HD, 2K และสูงสุดอย่าง 4K

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS, Linux

ใครที่สนใจดาวน์โหลด โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Shotcut

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ
Cr: shotcut

4. Davinci Resolve 16

โปรแกรม Davinci Resolve 16 เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่เหมาะกับทั้งมือใหม่และมืออาชีพ ที่กำลังมองหาโปรแกรมสำหรับแก้ไขสีของวีดีโอ ตัดต่อวิดีโอ ทำภาพยนตร์ หนังสั้น ฯลฯ โปรแกรมยังมาพร้อมเครื่องมือสำหรับ Color grading ที่ให้คุณภาพสูงระดับ 32-bit และสามารถแก้ไขสีสันเฉดต่าง ๆ ได้มากมาย แถมตัวโปรแกรมทำงานค่อนข้างไว แต่ในเวอร์ชันที่เปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานกันอย่างฟรี ๆ นั้น ในบางเครื่องมือก็จะถูกจำกัดไว้ หรือบางฟิลเตอร์ก็จะมีลายน้ำติดอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม โปรแกรม Davinci Resolve 16 ก็เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่ดีมีประสิทธิภาพและน่าใช้งาน

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS, Linux

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Blackmagicdesign

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ
Cr: blackmagicdesign

5. HitFilm Express

Hitfilm Express โปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอที่ฟรี มีครบเครื่องทั้งเรื่องตัดต่อ แก้ไข (Editor) และการใส่ VFX (Visual Effects) ทั้งแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ ลงบนวิดีโอประเภทต่าง ๆ โปรแกรมนี้ถูกพัฒนาโดยทีมผู้พัฒนา FXhome ที่เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดกันได้แบบฟรี ๆ แต่มีการจำกัดบางฟีเจอร์ไว้ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อการทำงานโดยรวมแต่อย่างใด รูปแบบหน้าตาการใช้งานของโปรแกรมนี้นั้นดูเรียบหรู เข้าใจง่าย มีการจัดเรียงเครื่องมือต่าง ๆ ไว้อย่างเป็นระเบียบ ฟังก์ชันหลัก ๆ ที่อยู่ในเวอร์ชันฟรีนั้นก็ได้แก่ การครอบวิดีโอ, รวมวิดีโอ, เพิ่มเพลง, เพิ่ม Transition/Credit, เพิ่มมาสก์ (Mask), เพิ่มเอฟเฟคท์ (Effect) ที่เราสามารถสร้างเองก็ได้, และปรับสีของวิดีโอได้ตามต้องการ

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: HitFilm Express

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ
Cr: fxhome

6. Videopad

Videopad เป็นโปรแกรมมสำหรับการตัดต่อวิดีโอที่เหมาะมาก ๆ สำหรับมือใหม่ ตัวโปรแกรมมีการสอนการตัดต่อให้กับผู้เริ่มต้นฟรีด้วย ตัวโปรแกรมถูกออกแบบมาให้เน้นการใช้งานง่ายเป็นหลัก เน้นการใช้หลักการลากแล้ววาง (Drag-and-Drop) มาพร้อมกับ Effect ไม่ว่าจะเป็นการสลับหน้าจอ, เปลี่ยนฉาก (Transition Effects) และลูกเล่นอื่น ๆ กว่า 50 แบบให้ได้เลือกใช้งาน นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์การปรับความช้า-เร็วของวิดีโอได้ด้วย เผื่อให้งานที่ออกมานั้นมีความเป็นมืออาชีพมากที่สุด นอกจากนี้ยังรอบรับไฟล์ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น avi, mpeg, wmv, divX, Xvid, mpeg, mp4, mov, gif, jpg, png, tif ฯลฯ

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Videopad

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ
Cr: nchsoftware

7. Movavi Video Editor

โปรแกรม Movavi Video Editor มีเครื่องมือการใช้งานที่จำเป็นทุกอย่างสำหรับการตัดต่อไฟล์มัลติมีเดีย มีเครื่องมือสำหรับการสร้างวิดีโอที่สวยงาม มีความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพในการแสดงผลกราฟฟิกทั้ง AMD และ NVIDIA ในระหว่างการเรนเดอร์วิดีโอ มีเครื่องมือการประมวลไฟล์เสียงที่ดีโดยผู้ใช้สามารถเพิ่ม Soundtrack, เสียงจากไมโครโฟน หรืออุปกรณ์ดนตรีต่าง ๆ ลงไปในวิดีโอได้ นอกจากนี้เครื่องมือยังมีความเรียบง่าย แม้ว่าจะเป็นมือใหม่ก็สามารถใช้งานได้สบาย

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Movavi Video Editor

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ
Cr: movavi

8. VSDC Free Video Editor

VSDC เป็นโปรแกรมตัดต่อวีดีโอแบบ non-linear ที่สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรี ใช้งานง่าย รองรับไฟล์หลากหลาย มีเครื่องมือให้ใช้มากมายและครบกันไม่ว่าจะเป็น ความสามารถใส่เอฟเฟค (Effect) ให้กับไฟล์ Video หรือไฟล์ Audio เช่น Color Correction, Object Transformation, Object Filters, Transition Effects ฯลฯ โปรแกรมยังสนับสนุนการตัดต่อวิดีโอแบบ HD ในระดับ 30fps และ 1080p ซึ่งให้ความคมชัดสูงสุด สามารถสร้างภาพเคลื่อนไหวเป็นวิดีโอในรูปแบบวัตถุเคลื่อนไหว (Animated Object) ได้จากภาพนิ่งที่มีอยู่ในเครื่อง ทั้งนี้ VSDC จึงถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีมาก ๆ สำหรับโปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอในปัจจุบัน

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: VSDC

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ
Cr: videosoftdev

9. Kdenlive

โปรแกรม Kdenlive (โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ KDE แบบ Non-Linear) สามารถสร้างผลงานด้านวิดีโอได้ตั้งแต่ระดับเบสิคไปจนถึงระดับมืออาชีพ รองรับการใช้งานร่วมกับไฟล์มัลติมีเดียได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ไฟล์วิดีโอ (Video Files) ไฟล์เสียง (Audio Files) หรือ ไฟล์รูปภาพ (Image Files) โปรแกรมมีเอฟเฟคสำหรับแต่งวิดีโอและเสียงให้เลือกมากมาย ทั้งยังสามารถย้าย, บล็อก, และเปิดหรือปิดไฟล์ที่ต้องการได้ และที่สำคัญผู้ใช้สามารถ import ไฟล์วิดีโอและไฟล์เสียงได้เกือบทุกประเภทโดยไม่ต้องแปลงไฟล์ก่อน

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS, Linux

ใครที่สนใจดาวน์โหลด โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Kdenlive

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ
Cr: kdenlive

10. Adobe Premiere Pro

โปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอที่เรียกได้ว่ายอดฮิต ยอดนิยม และเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงมืออาชีพ เพราะโปรแกรม Adobe Premiere Pro สามารถรองรับการตัดต่อที่มีความละเอียดต่ำไปจนถึงความละเอียดสูง ไฟล์ขนาดเล็กไปจนถึงไฟล์ขนาดใหญ่ รวมไปถึงไฟล์วิดีโอความละเอียด 4K, 5K และ 6K เลยทีเดียว แถมยังใช้งานร่วมกันกับโปรแกรมอื่น ๆ ในตระกูล Adobe ไม่ว่าจะเป็น Photoshop, Illustrator, After effect ฯลฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย 

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Adobe Premiere Pro

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ
Cr: blog.adobe

จบกันไปแล้วสำหรับ 10 โปรแกรมตัดต่อวิดีโอน่าใช้งาน และมีประสิทธิภาพดี แต่ขอแถมอีก 2 โปรแกรมที่ใช้ตัดวิดีโอด้วยแล้วกัน นั่นก็คือ

11. Vegas Pro

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอตัวนี้จะเน้นไปที่การตัดต่อวิดีโอระดับมืออาชีพและความละเอียดสูง รองรับไฟล์หลากหลายรูปแบบ เหมาะกับงานหลากหลายไม่ว่า่จะเป็น ตัดต่อหนังสั้นไปจนถึงทำงานระดับโปรดักซ์ชันโฆษณา ภาพยนตร์ หรือสื่อบันเทิงอื่น ๆ ตัวโปรแกรมมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากมาย เช่น Motion tracking, World-class Video Stabilization (ปรับภาพสั่นให้นิ่งได้), HLG HDR Support (ปรับแต่งแสงละสีให้ดูสดใส) เป็นต้น รองรับการตัดต่อไฟล์หลายคุณภาพตั้งแต่ SD, HD, 2K, 4K ไปจนถึง 8K

โปรแกรม Vegas Pro เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอระดับมืออาชีพที่ต้องซื้อมาใช้งาน แต่กระนั้นก็มีเวอร์ชันฟรีให้ทดลองใช้ได้ 30 วัน

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Vegas Pro Free Trial

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ
Cr: vegascreativesoftware

12. VideoStudio Pro

VideoStudio Pro ตัวนี้เป็นโปรแกรมที่เอาไว้ใช้ในการตัดต่อวิดีโอ คลิปวิดีโอต่าง ๆ ที่สามารถทำได้ง่ายและรวดเร็ว มีเครื่องมือให้เลือกใช้งานมากมาย รองรับวิดีโอระดับ Ultra HD และล่าสุด 4K สามารถ export วิดีโอเป็นไฟล์ได้หลากหลายนามสกุล เช่น ไฟล์ AVI, ไฟล์ MPEG-2, ไฟล์ MPEG-4, ไฟล์ WebM, ไฟล์ WMA, HTML5 เป็นต้น

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows

โปรแกรม VideoStudio เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่ต้องซื้อมาใช้งาน แต่กระนั้นก็มีเวอร์ชันฟรีให้ทดลองใช้ได้ 30 วัน

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: VideoStudio Free Trial

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ
Cr: videostudiopro

และทั้งหมดนี้คือโปรแกรมสำหรับการตัดต่อวิดีโอที่สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานกันได้ฟรี และมีฟังก์ชันการใช้งานที่ดี ประสิทธิภาพการตัดต่องานวิดีโอก็ทำได้เยี่ยม แม้จะเป็นมือใหม่หัดใช้ก็สามารถใช้ได้ไม่ยากจนเกินไป ทั้งนี้ทั้งนั้น สำหรับโปรแกรมตัดต่อวิดีโอบางตัวที่ต้องจ่ายเงินเพื่อให้ได้ฟังก์ชันที่ครบครันนั้น ทีมงานเองมีความคิดเห็นว่า คงจะคุ้มค่าไม่น้อยหากเรายอมเสียเงินไปเพื่อคุณภาพงานที่ดีเยี่ยมและเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งกว่า

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: Thaiware


อ่านบทความเพิ่มเติม/บทความที่เกี่ยวข้อง

สมัคร Gmail
โหลดคลิปจากยูทูป
แคปหน้าจอคอม
เว็บทำเรซูเม่
เว็บอ่านนิยายฟรี

from:https://notebookspec.com/web/534464-10-video-editor-programs

7 วิธี แคปหน้าจอคอม ง่าย ๆ ทำได้ฟรี ไม่ต้องลงโปรแกรม

หลาย ๆ คนคงรู้จักวิธีการ แคปหน้าจอคอม กันอยู่แล้วสำหรับคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะกับระบบปฏิบัติการ Windows นั้นสามาถทำได้ง่ายมาก ๆ ไม่ต้องดาวน์โหลดโปรแกรมอื่น ๆ มาเพิ่มแต่อย่างใด แต่สำหรับใครที่ใช้คอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ macOS เองก็มีวิธีเช่นกัน และทำได้ง่ายไม่แพ้วินโดวส์เลยด้วย ทีมงาน Notebookspec จึงจะมาแนะนำวิธีการ แคปหน้าจอคอม โดยใช้เครื่องมือที่ติดมากับตัววินโดวส์อยู่แล้วโดยเฉพาะใน Windows 10 นอกจากนี้ยังมีวิธีการแคปจอสำหรับคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ macOS ด้วย ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย

แคปหน้าจอคอม

แคปหน้าจอคอม สำหรับผู้ใช้ Windows

แคปหน้าจอคอมด้วย Print Screen

บนแป้นคีย์บอร์ดสำหรับคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็น PC หรือ Notebook นั้นจะมีปุ่ม Print Screen Capture หรือปุ่ม Print Scrn SysRq หรือบางเครื่องอาจจะเขียนว่า ‘PrtScn,’ ‘PrntScrn,’ ‘Print Scr’ หรือ ‘Prt sc’ โดยปุ่มนี้มักจะอยู่บริเวณด้านบนใกล้ ๆ กันกับปุ่ม F12 หรือในคีย์บอร์ดบางรุ่นนั้นปุ่ม Prt Scn ก็จะอยู่ใกล้กับปุ่ม Home หรือปุ่ม Insert นั่นเอง โดยเพียงแค่เรากดปุ่ม ‘Prt Scn’ นี้ (ในคอมพิวเตอร์บางเครื่อง อาจจะต้องมีการใช้ร่วมกับปุ่ม ‘Fn’ โดยให้กดปุ่ม ‘Fn + Prt Scn‘) ระบบคอมพิวเตอร์ก็จะทำการแคปภาพหน้าจอให้เราโดยอัตโนมัติ เราเพียงแค่นำภาพหน้าจอไปวางในโปรแกรม Paint, PhotoScape ฯลฯ เพื่อนำไปบันทึกเป็นไฟล์แต่ละชนิดตามที่ต้องการ หรือจะนำไปวางไว้ในช่องแชทอย่าง Facebook Messenger หรือ Line ในกรณีอยากส่งภาพหน้าจอให้เพื่อนก็สามารถทำได้

แต่อย่างไรก็ตาม หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่ากดปุ่มนี้ไปแล้วก็ไม่เห็นจะมีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งจริง ๆ แล้วนั้น ระบบได้ทำการแคปภาพหน้าจอให้เราไปเรียบร้อยแล้ว เราเพียงแค่นำไป Past หรือกด Ctrl + V ลงบนโปรแกรมต่าง ๆ เพียงเท่านี้ภาพที่เราแคปไว้ก็จะขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว แต่วิธีนี้ เราจะต้องนำไปวางและบันทึกภาพด้วยตัวเอง ระบบจะไม่ได้ทำการบันทึกให้เรา

ตัวอย่างการแคปภาพหน้าจอด้วยการกดปุ่ม Prt Scn

แคปหน้าจอคอม

เมื่อวางภาพที่เราแคปไว้ลงโปรแกรมอย่าง Paint แล้วนั้น เราก็สามารถขีดเขียนได้โดยใช้เครื่องมือของโปรแกรม Paint ได้ตามต้องการ จากนั้นก็ทำการบันทึกลงในคอมพิวเตอร์ ซึ่งการบันทึกนั้น ใน Paint เองก็สามารถบันทึกได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ไฟล์ PNG, JPEG, BMP ฯลฯ

แคปหน้าจอคอม

แคปหน้าจอด้วยปุ่ม Windows Key + Print Screen

สำหรับใครที่ต้องการให้ไฟล์หน้าจอที่เราแคปนั้นทำการเซฟโดยอัตโนมัติ จะได้ไม่ต้องนำไปวางในโปรแกรมอื่น ๆ แล้วเมื่อต้องการใช้ก็ค่อยนำภาพที่แคปนี้ไปเข้าโปรแกรมแต่งรูปภายหลัง วิธีการนั้นก็ง่ายมาก ๆ เพียงแค่เรากดปุ่ม ‘Windows Key + Prt Sc‘ หรือในบางเครื่องอาจจะใช้เป็นปุ่ม ‘Windows Key + Ctrl + Prt Sc’ หรือ Windows Key + Fn + Prt Sc’ 

โดยเมื่อเราทืำการกดปุ่มดังกล่าวแล้วนั้น หน้าจอจะมีเกิดการสลัวลงวูบหนึ่ง คล้ายการแคปภาพหน้าจอบทสมาร์ทโฟน นั่นแสดงว่าระบบได้ทำการแคปหน้าจอให้เราเรียบร้อยแล้ว และไฟล์ภาพของเราจะถูกเก็บไว้ในโฟลเดอร์ที่ชื่อว่า ‘ScreenShots’ การจะเปิดโฟลเดอร์นี้ก็ง่ายมาก ๆ โดยเราสามารถพิมพ์ค้นหาในช่อง Search ของ Windows 10 ได้เลย หรือจะไปที่ This PC >> Pictures >> ScreenShorts ก็ได้เช่นกัน

แคปภาพหน้าจอคอม

แคปหน้าจอเพียงหน้าต่างเดียว

ในกรณีที่เราเปิดโปรแกรมอยู่หลายโปรแกรมซ้อน ๆ กัน แต่เราต้องการที่จะแคปหน้าจอเพียงแค่หน้าของโปรแกรมเดียว ในกรณีสามารถทำได้ง่ายมาก ๆ เพียงเรากดปุ่ม ‘Alt + Prt Sc’ เพียงเท่านี้ระบบก็ทำแคปหน้าจอให้เรา โดยจะแคปแค่เพียงหน้าต่างของโปรแกรมที่อยู่ด้านหน้าสุดเท่านั้น

ตัวอย่างการแคปหน้าจอเพียงหน้าต่างเดียว

แคปหน้าจอคอม

จากภาพ จะเห็นว่ามีการเปิดหน้าต่างของโปรแกรมหลาย ๆ โปรแกรมซ้อนกันอยู่ แต่เมื่อกดปุ่ม ‘Alt + Prt Sc‘ ภาพหน้าจอที่ได้ จะมีเพียงภาพของหน้าต่างโปรแกรม Notepad เท่านั้น เพราะเป็นโปรแกรมที่เปิดอยู่ด้านหน้าสุด

แคปหน้าจอคอม

แคปหน้าจอคอมด้วย Snip & Sketch

Windows 10 ให้เพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ใช้มากยิ่งขึ้นด้วยโปรแกรม Snip & Sketch (เดิมมีชื่อว่า Screen Sketch) ที่ทำให้เราสามารถแคปหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเราได้โดยง่าย แถมยังกำหนดขนาดได้อย่างตามใจของเราว่าอยากจะแคปส่วนไหน หรือแคปทั้งหมด ทั้งยังเขียนลงไปในรูปได้ทันทีด้วย การเข้าโปรแกรมนี้ก็ทำได้ง่าย ๆ ด้วยการ กดปุ่ม ‘Windows key + shift + s

เมื่อเรากดคีย์ดังกล่าวแล้ว รูปที่เราแคปจะทำการคัดลอกไปยังคลิปบอร์ดทันที ซึ่งเราก็สามารถวางรูปในโปรแกรมอื่น ๆ ได้เช่นกัน

(ฟีเจอร์ Snip & Sketch นี้จะมีในอยู่ใน Windows 10 เวอร์ชั่น Creators Updates ขึ้นไปเท่านั้น)

ในส่วนของเมนูของ Snipping Tool จะมีให้เลือก 4 ฟังก์ชัน คือ

  • Rectangular Clip: แคปภาพแบบสี่เหลี่ยม สามารถเลือกพื้นที่ได้ตามต้องการ
  • Freeform Clip: แคปภาพได้อย่างอิสระ สามารถเลือกพื้นที่ได้ตามต้องการ
  • Windows Snip: แคปภาพหน้าจอตามโปรแกรมที่เปิด ในกรณีเปิดซ้อนกันหลาย ๆ โปรแกรม สามารถเลือกได้ว่าจะแคปหน้าต่างโปรแกรมไหน
  • Fullscreen Clip: แคปภาพแบบเต็มจอ

เมื่อกด ‘Windows Key + Shift + S‘ จะปรากฏหน้าต่างการแคปของ Snip & Sketch ขึ้นมา โดยเราสามารถเลือกใช้งานการแคปตามฟังก์ชันต่าง ๆ ได้ตามต้องการ

แคปหน้าจอคอม

เมื่อแคปภาพหน้าจอแล้ว จะปรากฏแถบแจ้งเตือนข้างด้านข้างของหน้าจอ 

แคปหน้าจอคอม

ถ้าเราคลิกเข้าไปในการแจ้งเตือนนี้ ก็จะปรากฏหน้าต่างของ Snip & Sketch ขึ้นมา โดยเราสามารถขีดเขียน หรือใส่ข้อความต่าง ๆ ในรูปที่เราแคป และบันทึกภาพได้เลยจากในโปรแกรมเครื่องมือนี้

แคปหน้าจอคอม

แคปหน้าจอคอมด้วยโปรแกรม Snipping Tool

ขึ้นหัวข้อมาว่าการแคปหน้าจอด้วยโปรแกรม แต่จริง ๆ โปรแกรม Snipping Tool นั้น เป็นโปรแกรมที่ติดมาพร้อมกับตัว Windows อยู่แล้ว ทำให้เราไม่ต้องไปหาโหลดมามาเพิ่มเติม แถมการใช้งานนั้นก็ง่ายมาก ๆ โดยเราสามารถเข้าไป

  • เปิดใช้งานโปรแกรม Snipping Tool นี้ได้จาก Start >> Windows Accessories >> Snipping Tool  หรือจะพิมค้นหาโปรแกรมในช่อง Search ของ Windows ก็ได้เช่นกัน

สำหรับฟังก์ชันของ Snipping Tool นั้นค่อนข้างคล้ายกันกับ Snip & Sketch แต่ข้อดีที่ Snipping Tool ทำได้มากกว่านั่นก็คือ ฟังก์ชัน Delay ซึ่งสามารถกำหนดการหน่วงเวลาก่อนที่จะทำการแคปภาพหน้าจอได้สูงสุด 5 วินาที ซึ่งเป็นประโยชน์มาก ๆ กับผู้ใช้

(ดูเหมือนว่า Snipping Tool นั้น ในอนาคตข้างหน้า ทาง Windows คงจะนำไปผนวกรวมกับ Snip & Sketch ซึ่งมีฟังก์ชันการใช้งานที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งเราก็คงต้องติดตามข่าวสารกันต่อไป)

แคปหน้าจอคอม

แคปหน้าจอสำหรับผู้ที่ใช้งาน Windows 7, 8.1

ขอเสริมสำหรับผู้ที่ใช้งาน Windows 7, 8.1 นั้น ก็สามารถที่จะใช้ Snipping Tool ในการแคปหน้าจอได้ด้วยเช่นกัน แต่จะไม่สามารถใช้งาน Snipping Tool เวอร์ชันใหม่ได้ เพราะจะรองรับดเฉพาะใน Windows 10 เท่านั้น ในส่วนของ ผู้ใช้งาน Windows 7, Windows 8,1 นั้น สามารถแคปหน้าจอได้ดังนี้

บน Windows 7 สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการอาศัยโปรแกรมจับภาพหน้าจอ Snipping Tool ที่ติดมากับระบบปฏิบัติการ Windows อยู่แล้ว โดยให้ผู้ใช้งานเปิดโปรแกรม Snipping Tool ขึ้นมา จากนั้นเลือกว่าต้องการแคปหน้าจอแบบใด ซึ่งมีให้เลือก 4 แบบ

  • แคปหน้าจอเฉพาะส่วน (Free-form Snip)
  • แคปหน้าจอบางพื้นที่ (Rectangular Snip)
  • แคปหน้าจอเฉพาะหน้าต่าง (Window Snip)
  • แคปหน้าจอแบบเต็มจอ (Full-screen Snip)

นอกจากนี้ยังสามารถแก้ไขภาพที่คุณแคปหน้าจอไว้ได้อีกด้วย

สำหรับผู้ใช้ Windows 8.1 (และ Windows 10) สามารถแคปภาพหน้าจอทั้งหมดได้ง่าย ๆ เพียงกดปุ่ม Windows + PrtSc (Print Screen) บนคีย์บอร์ด ภาพที่แคปหน้าจอไว้ก็จะถูกจัดเก็บไว้บนเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว โดยภาพแคปหน้าจอดังกล่าวจะไปอยู่ในโฟลเดอร์ Screenshots ในอัลบั้ม Picture อัตโนมัต หรือ กดปุ่ม Print Screen บนคีย์บอร์ด จากนั้นให้เปิดโปแกรมแต่งรูปพื้นฐาน Paint ที่ติดมากับระบบปฏิบัติการ Windows ขึ้นมา และกดปุ่ม Ctrl + V บนคีย์บอร์ดอีกครั้ง เพื่อวางภาพที่แคปหน้าจอมาไว้บนโปรแกรมแต่งรูปดังกล่าว จากนั้นทำการเซฟ เพียงเท่านี้ก็จะได้ภาพแคปหน้าจอคอมพิวเตอร์ของคุณแล้ว

สำหรับ Windows 8.1 (และ Windows 10) ที่ได้ทำการ Active Windows แล้วเท่านั้น สามารถที่จะ กดปุ่ม Alt + Print Screen บนคีย์บอร์ด จากนั้นเปิดโปแกรมแต่งรูป Paint ขึ้นมาและกดปุ่ม Ctrl + V บนคีย์บอร์ดอีกครั้ง เพื่อวางภาพที่แคปหน้าจอมาไว้บนโปรแกรม และทำการเซฟ เพียงเท่านี้ก็จะได้ภาพแคปหน้าจอคอมพิวเตอร์เรียบร้อยแล้ว


แคปหน้าจอคอม สำหรับผู้ใช้ macOS

แคปหน้าจอคอม
Cr: Apple

หลังจากดูวิธีการแคปหน้าจอคอมสำหรับผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ Windows กันไปแล้ว มาดูทางฝั่งระบบปฏิบัติการ macOS กันบ้าง ที่ก็สามารถจะแคปหน้าจอผ่านการใช้งานคำสั่งบนคีย์บอร์ดได้โดยไม่ต้องใช้โปรแกรมเพิ่มเช่นเดียวกัน โดยสามารถทำได้ 2 แบบด้วยกัน นั่นคือ การเซฟภาพให้เป็นไฟล์นามสกุล .png ลงในเครื่องแบบทันที และการเซฟภาพแบบ Clipboard เพื่อนำภาพไปวางในโปรแกรมแต่งรูปต่าง ๆ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนำภาพที่แคปไปแก้ไขหรือตกแต่งต่อไป

การแคปหน้าจอ macOS ให้เซฟเป็นไฟล์รูป .png ลงในเครื่อง

  • กดปุ่ม Shift + Command + 3 สำหรับแคปหน้าจอทั้งหมด
  • กดปุ่ม Shift + Command + 4 สำหรับแคปหน้าจอบางส่วน โดยสามารถเลือกพื้นที่ที่ต้องการแคปได้ตามต้องการ
  • กดปุ่ม Shift + Command + 4 + Space Bar + คลิกหน้าต่างที่ต้องการแคป สำหรับแคปเฉพาะหน้าต่างที่ต้องการ
  • กดปุ่ม Shift + Command + 6 สำหรับแคป Touch Bar (เฉพาะผู้ใช้ macOS Sierra 10.12.2 ขึ้นไป)

แคปหน้าจอ macOS แบบ Clipboard

  • กดปุ่ม Control + Shift + Command + 3 สำหรับแคปหน้าจอทั้งหมด
  • กดปุ่ม Control + Shift + Command + 4 สำหรับแคปหน้าจอบางส่วน โดยสามารถเลือกพื้นที่ที่ต้องการแคปได้ตามต้องการ
  • กดปุ่ม Control + Shift + Command + 4 + Space Bar และคลิกหน้าต่างที่ต้องการแคป สำหรับแคปเฉพาะหน้าต่างที่ต้องการ
  • กดปุ่ม Control+ Shift + Command + 6 สำหรับแคป Touch Bar (เฉพาะผู้ใช้ macOS Sierra 10.12.2 ขึ้นไป)

และทั้งหมดนี้ก็เป็นวิธีการแคปหน้าจอคอมที่ทางทีมงานได้เอามาฝากกัน ซึ่งวิธีการก็แสนง่ายมาก ๆ ไม่ต้องใช้โปรแกรมอื่นมาช่วย ทำได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows และ macOS และไม่ว่าใครก็สามารถทำได้แม้ว่าจะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในการใช้งานคอมพิวเตอร์ก็ตาม


อ่านบทความเพิ่มเติม/เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

โหลดคลิปจากยูทูป
แก้ไขเสียงไม่ออกหูฟัง Windows 10
เล่นยูทูปปิดหน้าจอ
เฟสบุ๊คเข้าไม่ได้
ค้นหาด้วยรูปภาพ image search

from:https://notebookspec.com/web/534237-7-ways-screen-capture-for-computer

10 เว็บแจกรูปภาพฟรี ใช้งานได้จริง ไม่มีลิขสิทธิ์ ไม่เสียเงินสักบาท

สำหรับใครที่ทำงานแล้วต้องการใช้รูปภาพ วันนี้ทีมงานจะมาแนะนำ 10 เว็บแจกรูปภาพฟรี ที่ไม่มีลิขสิทธิ์ สามารถนำไปใช้งานได้จริง จะมีอะไรกันบ้างมาดูกันเลย

10 เว็บแจกรูปภาพฟรี

หลายคนคงเคยทำงานแล้วติดปัญหาเรื่องรูปภาพไม่สวย ดูแล้วไม่ดึงดูดให้น่าอ่าน หรือหารู้ภาพประกอบบทความหรือคอนเทนต์ไม่ได้ ถ้าให้ไปเสิร์ชหาภาพจาก Google มาใช้งาน แบบไม่มีที่มาที่ไป ก็กลัวว่าจะโดนเรื่องของ ลิขสิทธิ์รูปภาพเอาได้ แต่จะให้ไปหาซื้อตามเว็บไซต์ขายภาพออนไลน์ ราคาของภาพบางภาพก็ดูจะสูงเกินไป แถมยังต้องซื้อเป็นเครดิตไว้ด้วย ทำให้ใครหลายคนพยายามมองหาเว็บไซต์ที่ มีการแจกรูปภาพฟรีนั่นเอง แต่ก็อาจเกิดความไม่มั่นใจว่า เว็บไซต์ไหนบ้างที่แจกรูปภาพฟรีแบบ 100% หรือมีเว็บไซต์ไหนที่น่าเข้าไปดาวน์โหลดภาพมาใช้งานบ้าง

ทีมงาน NotebookSPEC จึงได้รวบรวม 10 เว็บไซต์แจกภาพฟรี แบบไม่ติดลิขสิทธิ์ และสามารถนำไปใช้งานได้จริง มาแนะนำกัน โดยสามารถนำไปใช้ได้กับงานออกแบบ ทำงานภาพประกอบบนเว็บไซต์ ได้เลย โดยบางเว็บไซต์ที่เรานำมาแนะนำนั้น ก็ต้องมีการสมัครสมาชิกกันก่อนที่จะสามารถดาวน์โหลดภาพไปใช้งานได้


10 เว็บไซต์แจกรูปภาพฟรี แถมมีคุณภาพ

1. streetwill.co

เว็บแจกรูปภาพฟรี

เว็บไซต์แรกที่เราอยากจะมาแนะนำกันเลยนั้นก็คือ Streetwill ซึ่งถือเป็นแหล่งที่ใครหลายคน ชอบไปหยิบยืม ดาวน์โหลดภาพมาใช้งานอยู่บ่อย ๆ ตัวเว็บออกแบบมาในรูปแบบสไตล์ Minimal เข้ากับยุคสมัย และมีภาพฟรีให้ดาวน์โหลดการเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญแต่ละภาพนั้น สวยงามภาพ ๆ เลยด้วย ตัวเว็บเองก็มียอดดาวน์โหลดพุ่งทะลุ 450,000 ครั้งไปแล้ว

ภายในเว็บไซต์ก็จะมีภาพให้เราเลือกดาวน์โหลดมากมาย ทั้งแบบ Full Image และ Thumbnails ซึ่งภาพโดยส่วนใหญ่ก็จะผ่านการตกแต่งมาแล้ว และถ่ายออกมาในมุมมองของช่างภาพแบบมืออาชีพเลยทีเดียว ตอบโจทย์มาก ๆ สำหรับใครที่ชอบภาพสไตล์ทันสมัย ถ่ายจากมุมมองที่แปลกตา แต่ให้ภาพที่ออกมาดูโดดเด่นน่ามอง สำหรับใครที่มองหาภาพประกอบที่สวย ๆ ก็ต้องไม่พลาดเว็บไซต์นี้เลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แม้ว่าจะเป็นภาพที่แจกให้นำไปใช้งานได้ฟรี เราก็ต้องคำนึงถึงความถูกต้องในการนำไปใช้งานด้วย ไม่ควรนำภาพเหล่านี้ไปใช้งานในเชิงพาณิชย์


2. pexels.com

เว็บแจกรูป/แจกรูปภาพ

เป็นอีกเว็บไซต์ที่ชอบมาก ๆ เพราะตัวเว็บมีระบบค้นหาที่ฉลาดโดยการค้นจากคีย์เวิร์ดหรือแท็กที่เกี่ยวข้อง บวกกับการใช้งานที่ง่ายจึงตอบโจทย์คนที่กำลังตามหาภาพแบบเร่งด่วน เพราะกดค้นหาครั้งเดียวก็เจอภาพที่ต้องการแน่นอน

หากใครกำลังมองหาภาพแนว street แนวฮิปสเตอร์ หรือภาพคูล ๆ ไว้ตกแต่งเว็บไซต์ รับรองว่ามาเว็บนี้ถูกใจแน่นอน เพราะภาพถ่ายส่วนใหญ่ในนี้ค่อนข้างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก และถ้าเลือกภาพถูกทาง จะสื่อสาร key messege ได้อย่างตรงจุดเลยทีเดียว ถ้าไม่เชื่อลองเข้าไปดูด้วยตัวเองนะครับ ส่วนเงื่อนไขไม่มีข้อห้ามอะไรเลย สามารถใช้ได้ตามสะดวก


3. lifeofpix

เว็บแจกรูป/แจกรูปภาพฟรี

สำหรับเว็บไซต์แจกภาพฟรี อย่าง Life of Pix นั้น เป็นเว็บไซต์ที่มีภาพที่ค่อนข้างจะเน้นอารมณ์ ความรู้สึก และถือเป็นอีกแหล่งที่ควรค่าแก่การเข้าไปดูรูปภาพมาก ๆ แม้ว่ารูปภาพภายในเว็บไซต์นั้น อาจไม่ได้เยอะมากเหมือนเว็บไซต์อื่น ๆ แต่รูปที่นำมาอัพโหลดในเว็บนั้นก็เป็นภาพที่ บ่งบอกได้ถึงคุณภาพได้เป็นอย่างดี สำหรับใครที่ต้องการภาพที่แสดงอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างลึกซึ่งและดีเยี่ยมนั้น เว็บไซต์นี้ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีมาก ๆ เลยทีเดียว เพราะนอกจากภาพจะสวยแล้ว คุณภาพของไฟล์ก็ถือว่าดีมาก ๆ ด้วย


4. Unsplash

แจกภาพฟรี

อีก 1 เว็บไซต์ที่อยากจะแนะนำ ภาพบนเว็บนี้จุดเด่นอยู่ที่ภาพวิวทิวทัศน์ต่างๆที่บอกได้เลยว่าสวยไม่แพ้เว็บ Stock Photo แถมยังมี Plugins สำหรับ Photoshop ให้ได้โหลดภาพมาใช้งานแบบรวดเร็วอีกด้วย ดูวีดีโอการใช้ Plugins ได้ที่วีดีโอด้านล่าง

อีกหนึ่งเว็บโหลดรูปฟรีที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพ จนอดนึกถามในใจไม่ได้ว่า อันนี้ให้โหลดฟรีจริงๆ ใช่มั้ย? ซึ่งฟรีจริง ๆ ส่วนใหญ่เป็นภาพถ่ายที่สวยงาม และมีเอกลักษณ์ บางรูปแทบไม่ต้องแต่งอะไรต่อก็สามารถนำไปใช้เป็น print ads หรือทำภาพโฆษณาได้ทันที หรือถ้าจะเอาไปตกแต่งเว็บไซต์ก็สวยงามไม่แพ้กัน ส่วนเงื่อนไขไม่มีข้อห้ามอะไรเช่นกัน

5. pixabay

เว็บแจกรูป/แจกรูปภาพ

ถ้ากำลังมองหาภาพเพื่อมาใช้งานออกแบบเว็บ Pixabay มีภาพให้เลือกมากว่า 300,000 ภาพ โดยส่วนมากจะเป็นภาพที่ไว้ใช้ในการโฆษณาหรือภาพแบบปกติทั่วไป ไม่ใส่สีฟิลเตอร์หรือย้อมสีภาพ

เป็นยังไงกันบ้างกับ สุดยอด 5 เว็บไซต์แจกภาพฟรีไม่มีลิขสิทธิ์ หวังว่าเว็บไซต์ที่คัดมาจะเป็นประโยชน์ให้กับนักออกแบบ หรือ คนที่กำลังหาภาพไปใช้งานต่าง ๆ ได้ไม่มากก็น้อย

เว็บไซต์ยอดนิยมสำหรับการค้นหาภาพแบบไม่ติดลิขสิทธิ์ ซึ่งรูปฟรีแต่ละรูปในเว็บนี้บอกได้เลยว่าสวยงามไม่แพ้บรรดาเว็บเสียเงินเลยจริงๆ ซึ่งจุดเด่นของเว็บนี้อยู่ที่ภาพถ่ายเป็นหลัก ผู้ใช้สามารถนำไปใช้ประกอบการโฆษณา, แก้ไข, ตัดต่อ หรือตกแต่งเว็บไซต์ได้เลย ส่วนเวกเตอร์ และภาพประกอบต่างๆ ก็มีให้เลือกเช่นเดียวกัน ส่วนข้อห้ามมีแค่ไม่กี่อย่าง ดังนี้

– ห้ามนำภาพจาก Pixabay ไปขายต่อที่อื่น
– ห้ามนำภาพไปขายในรูปแบบสินค้าที่จับต้องได้ เช่น โปสเตอร์, โปสการ์ด หรือผลิตภัณฑ์เป็นชิ้น
– ห้ามนำภาพที่มีใบหน้าบุคคลไปใช้ในทางเสื่อมเสีย
– ห้ามนำภาพไปใช้ในแนวทางที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด


6. flaticon.com

เว็บแจกรูป/แจกรูปภาพ

เห็นจากชื่อก็คงไม่ต้องบอกว่าเว็บไซต์นี้โดดเด่น และเรียกได้ว่าเป็น เว็บลูกรักของบรรดานักออกแบบ UX/UI หรือ Graphic Designer ที่ต้องการไอคอน หรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ ไปปรับใช้กับรูปภาพหรือทำ Infographic สวย ๆ สักชิ้น ได้สบาย ๆ ซึ่งเว็บนี้มีให้เลือกทั้งแบบฟรี และแบบเสียเงิน โดยมีเงื่อนไข ดังนี้

ฟรี แบบไม่ลงทะเบียน (non-registered) : จำกัดโควต้าแค่ 1 คอลเลกชั่น (50 ไอคอน) และจำกัดการดาวน์โหลดเพียง 10 ไอคอน/วัน
ฟรี แบบลงทะเบียน (registered user) : จำกัดโควตา 3 คอลเลกชั่น (150 ไอคอน) และจำกัดการดาวน์โหลดที่ 100 ไอคอน/วัน
แบบเสียเงิน (Premium Plan) : ไม่จำกัดคอลเลกชั่น (256 ไอคอน/คอลเลกชั่น) และดาวน์โหลดได้ 2,000 ไอคอน/วัน


7. Freepik.com

เว็บแจกรูป/แจกรูปภาพ

เว็บนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเว็บที่กราฟิกหลายคนชอบใช้กัน โดย freepik มี source แบบไม่ติดลิขสิทธิ์ให้เลือกทั้งรูปภาพ, ไอคอน, PSD และเวกเตอร์ แต่ส่วนที่เด่นที่สุดน่าจะเป็นเวกเตอร์ที่มีแบบสวย ๆ ให้เลือกมากมาย ใช้อันที่มีให้โหลดฟรีก็น่าจะเพียงพอในระดับหนึ่งแล้ว ส่วนสิทธิ์ที่เปิดให้ใช้ก็เรียกว่าแทบจะใช้ได้ทุกอย่าง โดยสิทธิ์ที่ว่าก็จะมีดังต่อไปนี้

– นำไปใช้ส่วนบุคคล หรือเชิงพาณิชย์ได้
– นำไปใช้งานเพื่อสร้างชิ้นงานให้กับลูกค้าได้
– นำไปใช้ในสื่อโฆษณา และบทความเชิงพาณิชย์ได้ ตราบใดที่องค์ประกอบหลักไม่ใช่ภาพนั้นทั้งหมด (อธิบายง่าย ๆ ก็คือ สมมติ เอารูปกล้องมา จะไม่สามารถเอาภาพต้นฉบับที่โหลดมา ไปลง print ad แล้วบอกว่านี่คือสินค้าที่ขายจริง ๆ ได้)
– นำไปใช้บนเว็บไซต์, สื่อนำเสนอ, แอปพลิเคชัน หรือองค์ประกอบของงานดีไซน์ได้
– นำไปใช้กับแบรนด์ และโลโก้ หรือเป็นส่วนประกอบได้ แต่ต้องมีการปรับแต่ง หรือดัดแปลง ให้เป็นชิ้นงานใหม่ในแบบที่แตกต่างกันมากพอ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดจากงานต้นฉบับ


8. Stocksnap.io

เว็บแจกรูป/แจกรูปภาพ

Hubspot จะแจกรูปฟรี 80 รูป จากผลการเสิร์จ 1 ครั้งในเว็บไซต์ นั้นหมายความว่า เราสามารถเสิร์ชรูปจาก Keyword ที่ต้องการ แล้วสามารถโหลดรูปลงเครื่องพร้อมนำไปใช้ได้ทุกช่องทางได้เลย ไม่ว่าจะเป็นโฆษณา บล็อก โพสต์ อีเมล ฯลฯ แต่ก่อนจะโหลด กดลงทะเบียนด้วยอีเมล และตอบแบบสอบสั้น ๆ ก่อน ซึ่งก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเลย เมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับ ซึ่งภาพในเว็บก็ประกอบไปด้วยภาพจำนวนมาก ให้เลือกหลากหลาย ซึ่งในแต่ละคำค้น ก็ตามที่กล่าวไปข้างต้นว่า จะมีรูปภาพแจกฟรีถึง 80 รูป บอกได้เลยว่า ใครที่คิดไม่ออก ไม่รู้จะใช้ภาพไหนดีประกอบบทความ เว็บไซต์นี้ก็น่าจะเป็น ตัวช่วยได้ทีเลยทีเดียว


9. Gratisography

เว็บแจกรูป/แจกรูปภาพ

สำหรับเว็บไซต์ gratisography นี้ เป็นเว็บที่ผู้เขียนว่า “มีสีสันที่สุด สนุกที่สุด อารมณ์มาเต็มสุด” เนื่องจากเป็นเว็บที่รวมผลงานภาพถ่ายโดยช่างภาพ Ryan McGuire ที่เปิดให้คนทั่วไปสามารถดาวน์โหลดรูปภาพได้ฟรี เชื่อว่ามีหลายคนหลังจากได้ดูภาพจากเว็บนี้ ต้องมีไอเดียสนุก ๆ เกิดขึ้น แน่นอน แถมยังตอบโจทย์มาก ๆ สำหรับใครที่ชอบภาพสไตล์สีสันสดใส ดูโดดเด่น แต่ไม่ทำให้รู้สึกปวดตา แถมกราฟฟิกในภาพก็น่ารักมาก ๆ เลยด้วย เหมาะกับการนำไปทำเป็นภาพประกอบได้เป็นอย่างดี


10. Kaboom Pics

เว็บแจกรูป/แจกรูปภาพ

สำหรับเว็บไซต์ Kaboom Pics นี้ ผู้ใช้งานอย่างเรา ๆ นั้น สามารถกำหนดขนาดภาพที่ต้องการได้เอง เพียงเลือกภาพที่ต้องการ แล้วเลือกขนาดภาพ ซึ่งมีให้เลือกด้วยกัน 3 ขนาด และที่สำคัญโหลดฟรีทุกขนาด โดยภาพที่มีอยู่ในเว็บนี้นั้น โดยส่วนใหย่นั้นก็จะเหมาะไปทางภาพประกอบ สีสันของตัวภาพก็จะเป็นในไปโทนเข้ม ๆ ภาพก็จะเป็นแนว ไลฟ์สไตล์ ใครที่มองหาภาพประกอบบทความแนวไลฟ์สไตล์ เว็บไซต์นี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย แถมไฟล์ที่ได้มานตั้นก็ค่อนข้างที่จะมีคุณภาพสูงอีกด้วย ใครที่ดาวน์โหลดไปใช้งาน ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องภาพแตกกันเลย


11. Canva

เว็บแจกรูป/แจกรูปภาพ

อีกหนึ่งเว็บไซต์ที่อยากจะแนะนำ นอกเหนือจาก 10 เว็บไซต์ ที่กล่าวไปแล้วข้างต้น เพราะสำหรับ Canva นั้น เรียกได้ว่าเป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว เหล่านักทำคอนเทนต์ เพราะว่านอกจากจะขึ้นชื่อในเรื่องของ Templates ที่มีให้ผู้ใช้ได้เลือกเข้าไปใช้งาน สร้างสรรค์ปก หนังสือ นิตยสาร เว็บไซต์ รวมไปถึงเรซูมเม่ แล้วนั้น ทาง Canva ก็มีรูปภาพฟรี ให้ดาวน์โหลดไปใช้งานกันด้วย แถมภาพที่ทางเว็บไซตืเปิดให้ดาวน์โหลดฟรี ก็มีแต่ภาพที่สวย ๆ คุณภาพดีทั้งนั้น ใครที่มองหาภาพประกอบคอนเทนต์ หรือ Quote ต่าง ๆ นั้น ก็ต้องไม่พลาดรูปภาพจากภายในเว็บไซต์นี้เลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Canva ก็ไม่ได้เปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานฟรีกันได้ทุกรูป บางภาพก็อาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายด้วยเช่นกัน แต่โดยรวมแล้ว ภาพที่เปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานกันได้ฟรี ๆ นั้นก็มีให้เลือกเยอะมากมาย และเพียงพอต่อการใช้งานแล้ว


และทั้งหมดนี้ก็คือเว็บแจกรูปภาพฟรีที่ทีมงานได้นำมาฝากกัน ซึ่งก็จะมีทั้งรูปภาพแนวไลฟ์สไตล์ รูปภาพกราฟฟิก ไอคอน ฯลฯ ทั้งนี้ ก่อนการดาวน์โหลดนำไปใช้งานนั้น เราก็ต้องอย่าลืมอ่านเงื่อนไขของแต่ละเว็บด้วย เช่น นำภาพไปใช้ได้ แต่ต้องให้เครดิตเจ้าของภาพ, ใช้ฟรีไม่มีเงื่อนไข หรือห้ามนำภาพไปใช้ในเชิงพาณิชย์


อ่านบทความเพิ่มเติม/เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ทำ GIF
โหลดวีดีโอจาก Facebook
แอพกล้องฟิล์ม
โปรแกรมสะกดคำ อ่านภาษาอังกฤษ
แอพเช็คแฟน

from:https://notebookspec.com/web/585755-10-websites-for-free-image

โหลดวิดีโอจาก Facebook ไม่ต้องใช้โปรแกรม ใน 3 คลิก !

เวลาที่ดูวิดีโอใน Facebook แล้วอยากโหลดเอาไว้ดูอีกเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นเพลง หรือวิดีโอตลกๆ ที่ดูแล้วอยากโหลดวิดีโอนั้นไว้เหลือเกินนน! ถึงแม้ว่า Facebook จะมีให้ Save เพื่อดูอีกครั้ง แต่ถ้าเราอยากดาวน์โหลดคลิป Facebook นั้นมาเก็บไว้เป็นของตัวเองล่ะจะทำยังไงดี? แม้ว่าจะมีเว็บให้ Converter แต่วิธีการก็ยุ่งยากแถมยังต้องเสี่ยงกับไวรัสที่ติดมาด้วยอีก 

โหลดวีดีโอจาก Facebook

วันนี้ NotebookSPEC จึงมาแนะนำวิธีดาวน์โหลดวิดีโอ Facebook แบบง่าย ๆ ไม่ต้องใช้โปรแกรมช่วยเลย ไม่ต้องแปลงไฟล์อะไรให้ยุ่งยาก เพราะโหลดมาก็ได้ไฟล์ MP4 มาดูได้ทันที พร้อมแล้วเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า


ขั้นตอนดาวน์โหลดวิดีโอจาก Facebook 

การดาวน์โหลดวิดีโอ Facebook นั้น แน่นอนว่าอย่างแรกที่ต้องทำคือ เปิดวิดีโอที่เราอยากดาวน์โหลดขึ้นมาก่อน ซึ่งการเปิดบนคอมพิวเตอร์กับสมาร์ทโฟนนั้นจะต่างกันอยู่นิดหน่อย 

การดาวน์โหลดวิดีโอ Facebook บนคอมพิวเตอร์

เมื่อเราเปิดวิดีโอที่เราอยากดาวน์โหลดขึ้นมาแล้ว ให้คลิกที่ลิงก์ที่อยู่ด้านบน แล้วเปลี่ยน URL จาก www เป็น mbasic แทนนะ (ตัวอย่างเช่น www.facebook.com ให้เปลี่ยนเป็น mbasic.facebook.com) เสร็จแล้วกด Enter ไปเลย 

โหลดวิดีโอจาก Facebook

เมื่อกดปุ๊บก็จะมีหน้านี้ขึ้นมา ให้เรากดเข้าไปในวิดีโออีกครั้ง

โหลดวิดีโอจาก Facebook

หลังจากนั้นเราจะเห็นได้ว่าบนหน้าจอนั้น มีแต่วิดีโอเปล่าๆแล้ว ให้เรากดคลิกขวาบนวิดีโอและเลือกบันทึกวิดีโอเป็น เพียงเท่านี้เราก็จะดาวน์โหลดวิดีโอจาก Facebook ได้แล้ว วิธีนี้สามารถใช้ได้ทั้ง Facebook ทั้งรูปแบบเก่าและรูปแบบใหม่นะ วิธีดาวน์โหลดเหมือนกันเลย

โหลดวิดีโอ Facebook

ดาวน์โหลดวิดีโอจาก facebook ผ่านเครื่องมือของ HashtagForLike รวดเร็วใน 3 คลิก

f5

วิธีการง่าย ๆ สำหรับดาวน์โหลดวิดีโอจากเว็บไซต์เฟสบุ๊ค โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมใด ๆ บนคอมพิวเตอร์อีกหนึ่งที่อยากแนะนำกันนั้นก็คือ การดาวน์โหลดคลิปผ่านทางเว็บไซต์ HashtagForLike โดยวิธีนี้ ก็เพียงแค่เข้าคลิกเว็บไซต์ HashtagForLike ในหน้า Facebook Downloader คุณก็สามารถ ดาวน์โหลดวิดีโอจากทาง Facebook เก็บไว้บนคอมพิวเตอร์ของคุณได้ง่าย ๆ

ก่อนอื่นเรามารู้จักวิธีการคัดลอกลิงก์กันก่อน

วิธีคัดลอกลิงก์/Copy Link/URL

  1. เลือกคลิปที่จะโหลดจาก Facebook
  2. ที่หัวมุมบนด้านขวา จะมีจุด 3 จุด กดที่จุด 3 จุด จากนั้นเลือก Copy Link หรือคัดลอกลิงก์
  3. นำลิงก์ที่คัดลอกมาวางในช่อง Download Facebook Video
  4. จากนั้นก็กดปุ่ม Download

เมื่อได้ลิงก์ที่ต้องการแล้ว สามารถเข้าไปดาวโหลดวิดีโอจากเฟสบุ๊คจาก หน้าเว็บ hashtagsforlikes.co/th/facebook-downloader แล้วทำตามขั้นตอนดังนี้เลย

  1. เลือกวีดีโอที่คุณต้องการดาวน์โหลดวิดีโอจาก facebook คัดลอก URL ของวิดีโอเพื่อดาวน์โหลด
  2. วาง URL ลงในแถบค้นหา แล้วคลิกค้นหาเพื่อเริ่มดาวน์โหลดวิดีโอจาก facebook
  3. คลิกปุ่มดาวน์โหลดเพื่อบันทึกเรื่องราว วิดีโอจาก facebook ลงในคอมพิวเตอร์ของคุณ

คลิกปุ่มดาวน์โหลด จากนั้นรอแป๊บเดียวคุณก็จะได้ไฟล์วิดีโอที่สามารถ Save ไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ เพื่อมาเปิดดูได้ตลอดเวลา การดาวน์โหลดวิดีโอจาก Facebook กลายเป็นเรื่องง่ายไปเลย


ขั้นตอนการดาวน์โหลดวิดีโอจาก Facebook ในสมาร์ทโฟน

มาถึงการดาวน์โหลดวิดีโอจาก Facebook บนสมาร์ทโฟนกันบ้างนะ ขั้นตอนแรกไม่ต่างกัน เลือกวิดีโอที่เราต้องการดาวน์โหลดขึ้นมาก่อน จากนั้นให้กดตรงจุดตัวเลือกหรือที่เป็นจุดสามจุดนะ (ตามภาพ) และเลือก Copy Link

เลือกเพื่อดาวน์โหลดวิดีโอจาก facebook

นำลิงก์นี้ไปวางบนบราวเซอร์อย่าง Google Chrome หรือบราวเซอร์ที่มีอยู่ในสมาร์ทโฟนของเรานะ หลังจากนั้นให้เปลี่ยน URL จาก www เป็น mbasic เหมือนเดิม มันก็จะได้หน้าตาประมาณนี้ขึ้นมา ให้เรากดเข้าไปที่วิดีโอที่เราจะดาวน์โหลดอีกครั้ง ก็จะได้วิดีโอเปล่า ๆ ขึ้นมา

เปลี่ยน URL เพื่อดาวน์โหลดวิดีโอจาก facebook

จากนั้นก็จิ้มหน้าจอค้างไว้สักพักก็จะมีข้อความเด้งขึ้นมาว่าให้ดาวน์โหลดวิดีโอ เมื่อเรากดดาวน์โหลดเสร็จก็เรียบร้อย

กดจอค้างเพื่อดาวน์โหลดวิดีโอจาก facebook
สรุปขั้นตอนการดาวน์โหลดคลิป Facebook ในคอมพิวเตอร์ และในสมาร์ทโฟน
  • เลือกวิดีโอที่ต้องการดาวน์โหลด
  • ถ้าในสมาร์ทโฟนให้กดตัวเลือกหรือจุดสามจุดแล้ว Copy Link มาแปะบนบราวเซอร์ก่อน ถ้าในคอมฯไม่ต้อง
  • เปลี่ยน URL จาก www เป็น mbasic (เช่น www.facebook.com ให้เปลี่ยนเป็น mbasic.facebook.com) แล้ว Enter
  • กดที่วิดีโอที่ต้องการดาวน์โหลดอีกครั้งให้เป็นหน้าวิดีโอเปล่า
  • ในคอมฯให้กดคลิกขวาแล้วบันทึกเป็น แต่ถ้าในสมาร์ทโฟนให้จิ้มค้างไว้จนข้อความให้ดาวน์โหลดขึ้นมา
  • ดาวน์โหลดวิดีโอจาก Facebook เรียบร้อย

วิธีดาวน์โหลดวิดีโอจาก Facebook แบบนี้ เป็นวิธีที่ง่ายและสามารถทำได้โดยไม่ต้องโหลดโปรแกรมอะไรทั้งสิ้น เพียงแค่เปลี่ยน URL เพียงเล็กน้อยก็สามารถดาวน์โหลดมาเก็บไว้ดูเองได้แล้ว แต่ต้องบอกก่อนว่าคุณภาพของวิดีโอนั้นจะได้เพียง SD เท่านั้น ไม่ถึงขั้น HD นะ และความเร็วในการดาวน์โหลดขึ้นอยู่กับคุณภาพอินเทอร์เน็ตของเราด้วย


ดาวน์โหลดคลิปวีดีโอจาก Facebook ผ่านเว็บไซต์อื่น ๆ

downvids

f1

สำหรับเว็บไซต์นี้ วิธีการดาวน์โหลดคลิปก็ง่าย ๆ เหมือนที่ได้แนะนำวิธีไปข้างต้นเลย โดยเราทำเพียงแปะ url ของ facebook video ลงช่องใส่ url ของเว็บนี้ ข้อดีคือดาวน์โหลดวีดีโอจากเฟสได้ง่าย สะดวก บนมือถือก็ดาวน์โหลดได้ แต่ข้อเสียคือ ระวังปุ่มดาวน์โหลดปลอม ที่มักแตะแล้วไปยังเว็บโฆษณา

fbdown

f2

เว็บไซต์นี้ก็เช่นเดียวกัน เพียงแปะ url ของ facebook video ลงช่องใส่ url ของเว็บนี้ ข้อดีคือ มี Extention ส่วนเสริมบน chtrome ให้ดาวน์โหลดวีดีโอ Facebook ได้สะดวกขึ้น ข้อเสียคือ ต้องระวังปุ่มดาวน์โหลดปลอม ที่มักคลิกแล้วไปยังโฆษณาเช่นกัน

en.savefrom

f4

เมื่อเข้าสู่เว็บไซต์ ให้เราแปะ url ของ facebook video ลงช่องใส่ url ของเว็บนี้ ข้อดีคึอมีทั้งเป็นเว็บแอพ ส่วนเสริมบน Chrome และมีโปรแกรมสำหรับคอมพิวเตอร์พีซีด้วย ตัว sacefrom.net รองรับการ ดาวน์โหลดวีดีโอ Facebook แบบ HD และรองรับการดาวน์โหลดวีดีโอจากเฟส ลงบนโทรศัพท์มือถือได้

keepvid

f3

และอีกเว็บไซต์ที่นอกเหนือจากวิธีต่าง ๆ ที่ได้แนะนำไปแล้ว ก็คือเจ้าแห่งการดาวน์โหลดวีดีโอออนไลน์ ที่สามารถใช้งานง่า แถมไม่ต้องลงแอพอื่น ๆ เสริมเข้าไป นั้นก็คือ keepvid นั่นเอง ตัวเว็บไซต์นั้นเราสามารถเข้าไปแปะลิงก์ แล้วดาวน์โหลดคลิปได้ด้วยวิธีเช่นเดียวกับที่แนะนำไปก่อนหน้านั่นเอง ก็จะได้คลิปวิดีโอมาเก็บไว้ดูแล้ว แต่ข้อสังเกตของเว็บไซต์นี้เลยก็คือ รายการคลิปวิดีโอในบางรายการนั้น อาจต้องจ่ายเงินก่อนดาวน์โหลดนั่นเอง


และทั้งหมดนี้ก็คือ วิธีการดาวน์โหลดคลิปวิดีโอจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ยอดนิยมอย่าง Facebook ที่ทางทีมงานได้นำมาฝากกัน ซึ่งสามารถทำตามกันได้ง่าย ๆ เพียงไม่กี่คลิกเท่านั้น ไม่ต้องไปพึ่งโปรแกรมให้วุ่นวาย เพียงแค่นำลิงก์ไปวางก็สามารถดาวน์โหลดคลิปมาเก็บไว้ดูได้แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม การดาวน์โหลดคลิปวิดีโอที่มีต้นทางมาจากผู้ใช้งานคนอื่นนั้น ก็อาจเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญา หากเรานำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่หากดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ดูเป็นการส่วนตัวนั้นก็อาจไม่เป็นไร แต่ทางที่ดีก็ควรสอบถามไปยังเจ้าของคลิปหรือผู้อัพโหลดคลิปเสียก่อน ว่าอนุญาตให้เราดาวน์โหลดคลิปได้หรือไม่ และวิธีการดาวน์โหลดที่ทีมงานนำมาแนะนำนั้น เพื่อนำไปดาวน์โหลดเก็บไว้ดูส่วนตัวเท่านั้น ไม่สนับสนุนให้ดาวน์โหลดคลิปวิดีโอของผู้อื่นไปใช้ในเชิงพาณิชย์เด็ดขาด


แอพรายรับรายจ่าย
แอพกล้องฟิล์ม
แอพเช็คแฟน
โปรแกรมสะกดคำ อ่านภาษาอังกฤษ
เว็บตัดต่อวิดีโอออนไลน์

from:https://notebookspec.com/web/585344-download-video-clip-from-facebook