คลังเก็บป้ายกำกับ: TIPS__TRICK

ปุ่มลัด ที่ไม่ลับ ใช้งาน Tips Google Chrome ได้แบบมืออาชีพ

หากคุณยังชื่นชอบเว็บเบราซ์เซอร์ที่มากไปด้วยลูกเล่น อย่าง Google Chrome และในปัจจุบันยังได้ปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเอาใจนักท่องเน็ต เล่นเว็บกันอย่างต่อเนื่องแล้ว วันนี้เรามีทิปเพิ่มเติมเล็กๆ แต่เป็นเทคนิคที่จะช่วยให้คุณสนุกไปกับการใช้ Chrome ได้แบบมืออาชีพ สะดวกกว่าเดิม เพิ่มเติมคือ เล่นเกมเพลินๆ ยามว่างได้อีกด้วย จัดมาให้ 7 ทิป ลองใช้กันดูได้เลย

Tips Google Chrome
  1. กดปุ่ม Ctrl + Enter หลังจากพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ จะใส่ .com ให้อัตโนมัติ บอกก่อนว่า ใช้ได้กับเว็บไซต์ที่ลงท้ายด้วย .com เท่านั้น .net ไม่ได้จ้าาา – Tips Google Chrome
  2. กดปุ่ม Ctrl + Shift + T เรียกคืนหน้าเว็บที่เพิ่งปิดไปก่อนหน้านี้ขึ้นมาให้เหมือนเดิม ป้องกันเผลอกดปิด
  3. กดปุ่ม Spacbar เลื่อนหน้าเพจ ดูแบบเร็วๆ เหมือน Scroll down แบบไวๆ
  4. กดปุ่ม Ctrl + เครื่องหมาย บวก (+) ซูมเข้าขยายหน้าเว็บไซต์ที่กำลังดู, และกด Ctrl + เครื่องหมาย ลบ (-) ซูมออกหน้าเว็บเล็กลง
  5. คลิ๊กขวา บนแท็บของเว็บไซต์ที่คุณชื่นชอบ แล้วเลือก Pin จะเป็นการปักหมุดเว็บไซต์ไว้ที่ด้านหน้าสุด ไม่หลุดหายไปแน่นอน
  6. ย้ายคอมไปใช้เครื่องใหม่ Bookmark bar ไม่หาย แค่ Log-in ด้วยแอคเคาต์เดิมที่ใช้ ก็กลับมาไว้ที่เดิม
  7. Tips Google Chrome เล่นเกมแก้เบื่อระหว่างทำงานด้วยการพิมพ์ Atari Breakout ใน Google ก็คลิ๊กเข้าเกมได้ทันที แต่บอกเลยเกมนี้ไม่ง่าย อย่างที่นายคิด!

from:https://notebookspec.com/tips-google-chrome-hot-key-2020/530930/

5 วิธี ค้นหา ภาพ ไฟล์ วีดีโอลับ Windows Search บน Windows 10 หาง่าย อะไรก็เจอ

Windows Search หรือฟีเจอร์การ ค้นหา บน Windows 10 เป็นอีกคุณสมบัติที่หลายคนใช้งานบ่อยที่สุด ไม่ใช่แค่การ ค้นหาไฟล์ หรือโฟลเดอร์ รูปภาพ ที่ต้องการเท่านั้น แต่ระบบ Search Windows 10 ยังรวมเอาการค้นหาแอพฯ เว็บไซต์ บุคคล รวมถึงสิ่งอื่นๆ ที่มีการค้นหากันในชีวิตประจำวัน โดยที่วินโดวส์ที่อัพเดตใหม่ล่าสุด ก็ยังได้รับการปรับปรุงให้มีรูปแบบการค้นหาข้อมูลได้หลากหลาย แบบที่แทบจะไม่ต้องเปิดเว็บเบราวซ์เซอร์ เพื่อหาสิ่งที่คุณต้องการ แต่ด้วย Windows 10 Search นี้ ก็ช่วยให้คุณทำได้เช่นกัน ด้วยการ ค้นหา (Search) ทั้ง 7 รูปแบบนี้ จะช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น

windows search

ถ้าคุณใช้ Windows 10 Build ตั้งแต่ในช่วงกลางปีที่แล้ว ก็สามารถใช้งานได้ เริ่มต้นการค้นหา สิ่งต่างๆ บนวินโดวส์ได้ด้วยการ กดปุ่ม Win+S เพื่อเปิดหน้าต่าง Search ขึ้นมา

windows search

1.ค้นหาทุกอย่าง
ในกรณีที่คุณคิดไม่ออก ว่าต้องการหาไฟล์ หรือรูปภาพ และสิ่งอื่นใด คุณอาจจะไม่สามารถเลือกตัวกรองได้ หรือเป็นการค้นหาแค่คำที่ตรงกับที่ต้องการ เมื่อเข้าสู่หน้าต่าง Windows Search นี้ แล้วพิมพ์ คำที่ต้องการ ลงไปในช่อง Search ที่บริเวณด้านล่างได้เลย สิ่งที่ได้จะปรากฎอยู่ตรงแถบด้านซ้ายของหน้าต่าง อยากได้ผลลัพธ์แบบไหน ก็คลิ๊กเมาส์เลือกได้เลย หรือจะใช้ปุ่มลูกศรในการเลือกก็ได้ เป็นรูปแบบพื้นฐานในการใช้งานโหมดค้นหานี้

windows search

2.ค้นหาแอพฯ Apps
เคยเจอกันมั้ยครับ ลงโปรแกรมหรือติดตั้งแอพฯ ไปแล้ว หาไม่เจอ ไม่รู้ไปอยู่ตรงไหน เพราะว่าบางครั้งโปรแกรม ถูกซ่อนด้วยโฟลเดอร์ของโปรแกรมอีกทีหนึ่ง และเป็นคนละชื่อ ทีนี้ก็ส่องเข้าไปสิ อย่างกับเล่นซ่อนหา แต่บน Windows 10 แค่เปิดหน้าต่าง Search ขึ้นมา จากนั้นไปแตะเลือกที่ Apps บริเวณแถบด้านบน แล้วใส่ชื่อแอพฯ ที่กำลังค้นหา ในช่อง Search ด้านหลัง apps: … เท่านี้ก็เจอแล้ว

windows search

3.ค้นหาเอกสาร Document
เข้าใจนะครับว่าแค่ผู้ใช้ตามบ้านทั่วไป ทำงานบ้าง ดูหนัง ฟังเพลง ไฟล์ในชีวิตประจำวันก็เยอะอยู่แล้ว คนที่ต้องทำงาน ไปเรียน ก็ต้องมีไฟล์เอกสารเยอะเป็นธรรมดา ถ้าไม่เก็บให้เป็นระบบระเบียบดีๆ ก็ยิ่งหายาก แต่ในกรณีที่คุณนึกไม่ออกจริงๆ ว่าไฟล์ที่เก็บไว้อยู่ไหน ไม่ว่าจะเป็น .txt, doc, xls หรือ ppt ก็ตาม ให้ใช้หน้าต่าง Search แล้วเลือกที่ Document แถบด้านบน จากนั้นใส่ชื่อ เอกสาร หรือคำที่คาดว่าอยู่ในชื่อของไฟล์เอกสารเหล่านั้น เมื่อเจอแล้วกด Enter ได้เลย

windows search

4.ค้นหาอีเมล์ email
ไม่ใช่แค่ไฟล์ทั่วไป แต่ระบบ Search ยังค้นหาอีเมล์ได้อีกด้วย โดยการเปิดหน้าต่าง Search แล้วคลิ๊กที่เมนู More จากนั้นเลือก Email แล้วใส่คำค้นเกี่ยวกับอีเมล์เหล่านั้น โดยระบบจะซิงก์กับอีเมล์ที่ลงทะเบียนเอาไว้ เช่น Mail หรือ Outlook เป็นต้น

5.ค้นหา Music, Photo และ Video
จะคล้ายๆ กับการค้นหาสิ่งต่างๆ ก่อนหน้านี้ เพียงแต่เลือกตัวกรองให้ละเอียดมากยิ่งขึ้น ด้วยการเลือกที่ Music, Photo หรือ Video จากนั้นพิมพ์ชื่อที่ต้องการค้นหาลงไปในช่อง Windows Search เมื่อสิ่งที่ต้องการปรากฏขึ้นช่องทางด้านซ้าย ก็ให้กดปุ่มลูกศรเลือก แล้วกด Enter หรือใช้เมาส์คลิ๊กก็ได้เช่นกัน

from:https://notebookspec.com/5-easy-windows-search-on-windows-10/530871/

Tips – 12 คีย์ลัด 2020 ปุ่ม Win ลดเวลา ไม่ต้องคลิ๊กเมาส์ เมนูลัด 2020 บน Windows 10

จัดให้เกือบครบกันแล้ว สำหรับ คีย์ลัด ที่ว่ากันตั้งแต่ Ctrl, Shift และ Alt จนมาล่าสุด ปุ่ม Windows หรือ ปุ่ม Win ที่หลายคนคุ้นเคยกันดี ก็เป็นอีกปุ่มหนึ่งที่มีบทบาทหลายหน้าที่ เมื่อนำมาใช้คู่กับปุ่มอื่นๆ จัดได้ว่า สารพัดประโยชน์เลยทีเดียว ที่สำคัญใช้ง่าย ใกล้มือ มีทั้งช่วยการเปิดโปรแกรม ซูมขยายหน้าจอ ล็อคหน้าจอ จับภาพ และอื่นอีกเพียบ ซึ่งในครั้งนี้จัดมาให้ถึง 12 ปุ่มด้วยกัน จำได้ครึ่งหนึ่ง ก็ถือว่าคุณลดเวลาในการทำงานได้เยอะทีเดียวในชีวิตประจำวัน ไม่ต้องคลิ๊กให้เมาส์สึก

คีย์ลัด

Win + Tab = คีย์ลัด เปิดดูแท็ปที่มีบนเดสก์ทอปเดิม และสร้างเดสก์ทอปใหม่
Win + D = ซ่อนทุกหน้าต่างโปรแกรมมาอยู่ในทาส์กบาร์
Win + E = เปิด File Explorer หรือ My Computer
Win + ลูกศรซ้าย = ย้ายหน้าต่างโปรแกรมที่ใช้อยู่ ให้มาชิดด้านซ้าย
Win + Shift + S = จับภาพหน้าจอแบบเลือกพื้นที่ได้เอง
Win + เครื่องหมาย + หรือ – = ซูมขยายหรือย่อหน้าจอ ด้วย Magnifier
Win + I = เข้า Windows Settings
Win + L = Lock หน้าจอคอม
Win + G = คีย์ลด บันทึกหน้าจอขณะเล่นเกม Game Mode
Win + X = เปิดเมนูลัด
Win + ตัวเลข 1,2,3… = แสดงหน้าต่างโปรแกรมที่ตั้งเอาไว้
Win + PrtScn = จับภาพหน้าจอ แล้วบันทึกลงในโฟลเดอร์ Screenshot อัตโนมัติ

from:https://notebookspec.com/tips-12-hotkey-2020-win-key-windows-10/530524/

Tips – 8 คีย์ลัด 2020 ปุ่ม Shift ใช้งานเร็ว สั่งงานไว ไม่เสียเวลา เมนูลัด Windows 10

การใช้ คีย์ลัด ได้อย่างคล่องแคล่ว จะช่วยลดเวลาในการทำงานของคุณไปได้มาก ยิ่งบน Windows 10 นั้นมีการใช้ คีย์ลัด เพื่อการทำงานอยู่อย่างมากมาย หลายคนเลือกใข้การกดปุ่ม มากกว่าการคลิ๊กเมาส์ ในหลายๆ โอกาส โดย ปุ่ม Shift ร่วมกับปุ่มอื่นๆ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้คุณใช้งาน วินโดวส์ ได้ไวขึ้น รวมไปถึงการ ท่องเน็ต ด้วยเว็บเบราวซ์เซอร์อย่าง Google Chrome และการทำงานบน MS Word ซึ่งช่วยลดเวลาไปได้ไม่น้อยทีเดียว เรามาดูกันว่า คีย์ลัด ปุ่ม Shift ทำอะไรได้บ้าง

Shift + Delete = ลบไฟล์โดยไม่ทิ้งไว้ใน Recycle bin
Shift + Ctrl + Esc = เปิดเข้าดู Process ใน Task Manager
Shift + Ctrl + N = สร้างโฟลเดอร์ใหม่ ใน File Explorer
Shift + กดปุ่มเมาส์ซ้าย = เปิดหน้าต่างโปรแกรมใหม่ หรือ New Window
Shift + กดปุ่มคลิ๊กซ้าย ใน MS Word = ทำไฮไลต์คลุมข้อความแบบทั้งชุด
Shift + Ctrl + T = เรียกคืนหน้าเว็บที่เพิ่งปิดไปก่อนหน้านี้บนเว็บเบราว์เซอร์
Shift + Ctrl + Del = Clear cache, History และ Cookies ใน Google Chrome
Shift + Ctrl + Tab = ย้อนไปที่แท็บก่อนหน้า (กรณีเปิดหลายแท็บไว้บนหน้าเดียว) บน Google Chrome หรือ MS Edge

from:https://notebookspec.com/tips-9-hotkey-2020-shift-increase-work-flow/529966/

เล่นเกม คอมค้าง ไม่อยากลงวินโดวส์ใหม่ Restore points แก้ปัญหาได้ Windows 10

คงเป็นเรื่องที่เซ็งสุดๆ เวลาที่กำลังทำงาน ท่องเว็บหรือกำลังเล่นเกมอยู่ดีๆ เกิดอาการ คอมค้าง เครื่องค้าง หรือ หน้าจอค้าง ขยับเมาส์ไม่ได้ก็มี หรือบางทีเกิด Error หน้าจอฟ้า ปัญหา คอมค้าง ก็ถือว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ว่ากันตั้งแต่ฮาร์ดแวร์ ซีพียูร้อน การ์ดจอร้อน หรือเมนบอร์ดเสีย แรมมีปัญหา ไปจนถึง ปัญหาฮาร์ดดิสก์ 100% ก็มีเหมือนกัน แต่ที่มักพบกันบ่อยๆ ก็มีในเรื่องของไดรเวอร์ ซอฟต์แวร์ หรือการอัพเดตวินโดวส์ในบางโอกาส ก็ส่งผลได้เช่นกัน การแก้ปัญหาก็มีทั้ง การ Check Error ด้วยระบบ และหลายคนมักใช้วิธีแก้แบบโหดๆ คือ ลงวินโดวส์ใหม่ ซึ่งก็ทำให้เสียเวลาไม่น้อย แต่มีอีกวิธีการหนึ่ง ง่ายและเร็วกว่า ทำได้บ่อยๆ อีกด้วย นั่นคือการ สร้าง Restore point เก็บระบบที่ดีที่สุดในเวลานั้นเอาไว้ เมื่อเกิดปัญหา ก็แค่เรียกใช้ Restore ระบบก็กลับมาสู่ปกติ ตามที่คุณได้เก็บเอาไว้นั่นเอง

คอมค้าง

วิธีการแก้ไข ด้วยวิธี Restore points มีขั้นตอนที่ง่าย และแทบจะไม่ต้องทำอะไรมาก แค่คุณพื้นที่ว่างๆ ในฮาร์ดดิสก์ หรือ SSD อยู่บ้าง ก็สามารถสร้างระบบที่ดีเก็บเอาไว้ได้แล้ว และยังเลือกที่จะเก็บในช่วงไหน เวลาใดก็ได้ เมื่อเกิดปัญหาวินโดวส์ ก็แค่เรียกใช้งาน ตามวิธีการนี้เลย

คอมค้าง

ขั้นแรกให้เข้าไปที่ System Properties ถ้าไม่รู้จะเข้ายังไง กดปุ่ม Win แล้วพิมพ์คำว่า Restore จากนั้นคลิ๊กเลือกที่ Create a restore points เลื่อนลงมาหัวข้อด้านล่าง คลิ๊กที่ปุ่ม Create…

คอมค้าง

หน้าต่าง System Protection จะปรากฏขึ้นมา และให้เราเริ่มสร้าง Restore Points เริ่มต้นให้เราใส่ชื่อลงไป จะเป็นชื่ออย่างไรก็ได้ ตามที่เราเข้าใจ จะใส่วันเวลาก็ได้เช่นกัน จากนั้นกดปุ่ม Create

คอมค้าง

ระบบจะเริ่มทำการสร้าง Restore Points ให้รอในขั้นตอนนี้ จนกว่าแถบสีเขียวจะเรียบร้อย ใช้เวลาไม่นาน

คอมค้าง

เมื่อสร้างเสร็จแล้ว ระบบจะแจ้งให้ทราบดังหน้าต่างนี้

คอมค้าง

และเมื่อ Windows ของคุณมีปัญหา เล่นเกม คอมค้าง หรือระบบล่ม รวมไปถึงสิ่งที่อาจเกิดจากซอฟต์แวร์ เช่น หลังจาก อัพเดตไดรเวอร์ อัพเดตวินโดวส์ รวมถึงการติดตั้งโปรแกรมอื่นๆ เข้ามา แล้วเกิดปัญหา ก็สามารถใช้การ Restore ได้ โดยให้เปิดหน้าต่าง System Properties ขึ้นมาอีกครั้ง จากนั้นกดที่ปุ่ม System Restore

คอมค้าง

จะเข้ามาสู่หน้าต่าง Restore system files and settings ถ้าคุณมีเก็บ Restore points ไว้จุดเดียว ระบบก็จะให้คุณเลือกที่ Recommended restore: แล้วคลิ๊ก Next

คอมค้าง

แต่ถ้าในกรณีที่คุณมี Restore points เก็บเอาไว้เยอะ ก็สามารถคลิ๊กที่ Choose a different restore point แล้วระบบจะเข้ามาสู่หน้าต่างใหม่ ในนี้จะมีรายละเอียดในช่วงวันเวลา ให้คุณเลือกว่าระบบอันไหนที่คุณต้องการ ก็แค่คลิ๊กในเวอร์ชั่นที่คิดว่าสมบูรณ์ที่สุด แล้วคลิ๊ก Next จากนั้นทำตามขั้นตอนที่ระบบแนะนำไปจนเสร็จ จากนั้นรีสตาร์ทระบบใหม่อีกครั้ง

อย่าลืมว่า ปัญหาเล่นเกม คอมค้าง อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ บางครั้งอาจไม่ได้เกิดจาก การอัพเดตไดรเวอร์ หรือเกมมีปัญหาเพียงอย่างเดียว แต่เรื่องของฮาร์ดแวร์ก็อย่าได้มองข้ามไป ทั้งเรื่องความร้อน อุปกรณ์เสีย ก็มีส่วนต่อการเล่นเกมเช่นกัน โอกาสหน้าจะมาแนะนำกันว่า จะแก้ปัญหาฮาร์ดแวร์ได้อย่างไรบ้าง

from:https://notebookspec.com/windows-error-fixed-it-by-restore-point/529874/

Tips – คลิ๊กแค่ 2 จุดนี้ กันไฟล์ Word หาย สำรองไฟล์ ก็อปปี้ไฟล์ ให้อัตโนมัติ

การที่ทำงานอยู่ดีๆ คอมดับ ไฟตก พิมพ์งานอยู่ดีๆ งานที่ทำก็หายไปเฉยๆ ก็เป็นเรื่องที่น่าปวดหัวไม่น้อย ยิ่งในช่วงที่งานเร่งๆ ต้องรีบส่งด้วย งานสำคัญมาเสียไปแบบนี้ อาจมีผลต่อหน้าที่การงานเลยด้วยซ้ำ แต่ก็มีวิธีง่ายๆ ที่ให้คุณเพิ่มความปลอดภัย ไม่ต้องกลัวไฟล์หาย ยกเว้นว่าเครื่องระเบิด ฮาร์ดดิสก์พัง หรือโนขโมย อันนั้นก็สุดวิสัยจะแก้ไข แต่ถ้าใช้งานบนพื้นฐานทั่วไปแล้วล่ะก็ แค่คลิ๊ก 2 จุดนี้ ก็เซฟชีวีงานบน MS Word ของคุณได้แล้วครับ

Word หาย

ขั้นแรก เมื่ออยู่ในหน้า MS Word ให้คลิ๊กไปที่ เมนู File ด้านบนซ้ายของหน้าจอ จากนั้นเลื่อนลงมาด้านล่าง ให้เลือกที่ Options แล้วเลื่อนลงมาที่เมนู Save จากนั้น ให้ใส่เครื่องหมายหน้า Save AutoRecovery information every … minutes

Word หาย

และหากว่าคุณจะย้ายพื้นที่สำหรับการเก็บไฟล์ Recovery ให้คลิ๊ก Browse แล้วเลือก Location ที่ต้องการ ซึ่งอาจจะเลือกเก็บคนละไดรฟ์ก็ได้ เพื่อความปลอดภัย

Word หาย

ต่อมาให้เลื่อนเมาส์มาทางเมนูด้านซ้าย ไปที่หัวข้อ Advanced แล้วไปที่แถบชื่อ Save ทางด้านขวา ให้ใส่เครื่องหมายหน้า Always create backup copy

Word หาย

จากนั้นคลิ๊ก Ok แล้วปิดหน้าต่างนี้ไปครับ

ในกรณีที่ต้องการเช็คว่า MS Word ของคุณได้ทำการ Copy หรือสำเนาไฟล์งานเอาไว้หรือยัง ให้ลองทำงานบน MS Word แล้ว Save สัก 2-3 งาน จากนั้นคลิ๊กที่ Start Menu แล้วพิมพ์คำว่า Backup of ระบบจะค้นหาไฟล์ที่ถูกสำรองและเก็บเอาไว้ มาให้คุณได้เลือก

from:https://notebookspec.com/tips-recovery-ms-word-save-file/529263/

Tips – 9 คีย์ลัด 2020 ปุ่ม Alt เพิ่มความเร็ว เปิดเมนูลัด ท่องเน็ต ทำงานเอกสารเร็วขึ้น

หลายคนชื่นชอบการใช้ คีย์ลัด ด้วยการกดปุ่มบนคีย์บอร์ด มากกว่าคลิ๊กเลือกด้วยเมาส์ เพื่อเข้าไปยังเมนูต่างๆ ส่วนหนึ่งเพราะความเคยชิน และประโยชน์ที่ได้กลับมาคือ ความรวดเร็วในการทำงาน โดยปุ่มที่นิยมใช้มีอยู่มากมาย และ ปุ่ม Alt ก็ถือว่ามีส่วนในการใช้งานอยู่มากมาย โดยเฉพาะเมื่อกดปุ่มร่วมกับปุ่มอื่นๆ ก็จะให้คุณเข้าถึงการใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ บางครั้งเร็วกว่าการเลื่อนเมาส์ไปคลิ๊กอีกด้วย เรามาลองดูว่า ปุ่ม Alt จะใช้กับอะไรได้บ้าง

คีย์ลัด

Alt+Tab = สลับหน้าต่างโปรแกรม
Alt+Left Arrow = ย้อนกลับ Go back เช่น ย้อนกลับไปหน้าก่อนในการดู Web browser
Alt+Right Arrow = ไปข้างหน้า Go forward
Alt+Up Arrow = กลับไปยังโฟลเดอร์ก่อนหน้า 1 สเตป ใน File Explorer
Alt+Enter = เปิด Full screen เต็มหน้าจอในการเล่นเกม
Alt+F4 = ปิดหน้าต่างโปรแกรมที่ใช้อยู่
Alt+Ctrl+F2 = เปิดเมนู Open file ใน Word, Excel
Alt+Enter = เปิดดู Properties รายละเอียดของภาพบน Photo
Alt+Prt screen = แคปเจอร์ภาพเฉพาะหน้าต่างโปรแกรมที่เปิดใช้อยู่

from:https://notebookspec.com/tips-9-hotkey-2020-alt-increase-work-flow/528843/

ย้ายรูป Facebook ไป Google Photo ฟรี! ทำง่าย แค่ไม่กี่คลิ้ก

สำหรับคนที่มักจะอัพรูปใน Facebook เป็นประจำ แต่เวลาจะเปิดดูรูปย้อนหลังค่อนข้างลำบาก และบางคนอาจจะกังวลว่า หากเกิดลืมรหัส Facebook หรือไม่ก็โดนลบบัญชี Facebook รูปจะหายไปทั้งหมดด้วย ก็สามารถย้ายรูปใน Facebook ไปไว้ใน Google Photo ได้เช่นกัน ซึ่งเป็นฟีเจอร์ใหม่ ที่เพิ่งมีการเพิ่มเข้ามาใน Facebook

การย้ายรูปไปไว้ใน Google Photo นั้นก็ไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายอะไรครับ มีระบบการจัดการอัลบั้มต่างๆ ให้ด้วย สามารถแชร์ให้เพื่อนๆ หรือครอบครัวเข้ามาดูรูปของเราได้เช่นกัน มีระบบค้นหารูป และฟังก์ชันที่บอกเลยว่าดีมากๆ ใน Google Photo ก็คือ ฟังก์ชั่นจดจำใบหน้า ซึ่งอยากดูรูปใคร ก็เลือกที่หน้าคนนั้น รูปทั้งหมดก็จะแสดงออกมา หมดปัญหาการหารูปคนที่ยุ่งยากอีกต่อไป ตอนนี้มาดูวิธีการกันครับว่า จะย้ายรูป Facebook ไป Google Photo มีวิธีการยังไงบ้าง

วิธีย้ายรูป Facebook ไป Google Photo

เริ่มจากเปิดหน้า Facebook ของเราขึ้นมาครับ จากนั้นก็ไปที่แถบเมนู ที่เป็นไอคอนสามเหลี่ยมหัวคว่ำอยู่ด้านขวามืออันสุดท้าย เลือกที่ Setting หรือการตั้งค่า ตามภาพตัวอย่างได้เลย

ต่อไปเลือกหัวข้อที่ 3 ครับ ตรงคำว่า ข้อมูลบน Facebook ของคุณ

Facebook จะให้กรอกรหัสผ่านอีกครั้ง ก็จัดการกรอกไปให้เรียบร้อย ถ้าใครเกิดลืมรหัสผ่าน ใส่แล้วไม่ถูก ก็กดที่ข้อความ “ลืมรหัสผ่านของคุณใช่ไหม” แล้วทำตามหน้าจอต่อได้เลยครับ ถ้าจำรหัสผ่านได้ ก็กดที่ปุ่ม ดำเนินการต่อ

เราจะเข้าสู่หน้า โอนย้ายสำเนาของรูปภาพหรือวิดีโอของคุณ ให้ดูที่หัวข้อเลือกปลายทาง กดที่ปุ่มสีน้ำเงิน จะมีตัวเลือกขึ้นมาเป็น Google Photos เลือกได้เลย

จากนั้นจะมีตัวเลือกให้เลือกระหว่าง รูปภาพบน Facebook ทั้งหมดของคุณ และวิดีโอบน Facebook ทั้งหมดของคุณ อันนี้ไม่สามารถเลือกทั้ง 2 อย่างพร้อมกันได้ครับ ให้เลือก 1 อย่างก่อน ส่วนอีกอันก็ค่อนมาทำอีกรอบครับ เลือกแล้วก็กดที่ปุ่ม ถัดไป ได้เลย

ต่อไปหน้าจอจะเข้าสู่หน้าบัญชี google ที่เราต้องการใช้ครับ ในกรณีมีหลายอัน ก็จะมีตัวเลือกบัญชีขึ้นมาให้เราเลือก ส่วนใครมีอันเดียวก็เลือกได้เลย หรือใครยังไม่ได้เข้าระบบบัญชี Google ก็เข้าระบบได้เลยครับ ก็จัดการเลือกบัญชี Google ที่เราต้องการใช้

ระบบจะให้เรายืนยันสิทธิ์อีกทีครับ ว่าให้ Facebook มีสิทธิ์เพิ่มรูปไปยัง Google Photos อันนี้ต้องกดอนุญาตอย่างเดียวเท่านั้นนะครับ ถ้าปฏิเสธจะไม่สามารถย้ายรูป Facebook ไป Google Photos ได้ กดคำว่า อนุญาต ได้เลย

ยังครับ ยังไม่จบ.. หน้าจอจะให้ยืนยันอีกที ก็กดปุ่ม อนุญาต อีกรอบ

จากนั้นเราจะกลับสู่หน้าจอ Facebook อีกครั้ง ในส่วนของ เลือกปลายทาง ก็ให้เราทำการกดที่ปุ่ม ยืนยันการโอนย้าย ได้เลย

เสร็จแล้วครับ หน้าจอจะแสดงข้อความ ขณะนี้กำลังโอนย้ายรูปภาพ ขึ้นมา ตอนนี้ก็รออย่างเดียว ขั้นตอนก็มีเพียงเท่านี้ครับ

สำหรับการย้ายรูป Facebook ไป Google Photos อยากแนะนำให้ทำกันไว้ครับ เพราะที่ผ่านๆ มาเราคงเคยได้ยินมาว่า มีคนโดนปิดบัญชี Facebook อยู่เป็นประจำ จะด้วยสาเหตุใดๆ ก็สุดแล้วแต่ เพราะบางทีเราโพสต์อะไรที่ไม่ถูกไม่ควร หรือไม่ได้ตั้งใจ บัญชี Facebook อาจจะปลิวไปเลยก็ได้ รูปทั้งหมดที่เราเคยโพสต์ไว้ ก็ไม่สามารถเปิดได้เช่นกัน เอาไปเก็บไว้ใน Google Photos สำรองไว้ก็ดีครับ ถือว่าเป็นภาพสำรองกันเอาไว้ ที่สำคัญฟรี! ไม่เสียอะไรเลย ไปลองทำกันดูนะครับ

from:https://notebookspec.com/%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b-facebook-%e0%b9%84%e0%b8%9b-google-photo-%e0%b8%9f%e0%b8%a3%e0%b8%b5-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b9%81/527581/

ลืม password ไม่ต้องตกใจ เช็ค Save Password ใน Google Chrome ได้

เวลาที่หลายๆ คนเข้าใช้งานเว็บไซต์ เว็บบอร์ด หรือทำธุรกรรม อีเมล์และอื่นๆ ในเว็บเบราว์เซอร์ เช่น Google Chrome ก็มักจะเลือกใช้วิธี Remember password หรือ Save Password ที่เป็น Log-in เหล่านั้นลงบน Chrome ด้วย เพื่อจะได้ไม่ต้องกรอกพาสเวิร์ด หรือใส่ล็อคอินกันทุกครั้ง แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่สะดวก แต่บางครั้งเวลาที่คุณไม่ได้ใส่ Pasword บ่อย หรือไปใช้เครื่องอื่น ปัญหาที่เจอก็คือ ลืม Password ก็ทำให้ใช้งานไม่ได้ ต้องไปกด Forget password กันเกือบทุกครั้ง แต่ถ้าคุณใช้ Google Chrome ก็สามารถเข้าเช็ค Save Password ในแต่ละแห่งที่คุณล็อคอินเข้าไปได้แล้ว

ลืม password

วิธีการเข้าดู Save Password บน Google Chrome
กรณีที่ ลืม password เริ่มแรก ให้เปิด Chrome browser แล้วไปที่มุมขวาบนของหน้าต่าง ด้านข้างของ Google Account ของคุณ บางครั้งอาจเป็นจุด 3 จุดที่เรียงต่อกัน ให้คลิ๊ก “Settings”

ลืม password

เมื่อคลิ๊ก Settings แล้ว ให้สกอลล์ลงมาในส่วนของ “Autofill” แล้วคลิ๊กที่ “Password”

ลืม password

บนหัวข้อ “Password” จะเห็นบรรดาลาเบลที่คุณเคย Log-in และให้บันทึกหรือ Save Password เอาไว้ จะมีมากน้อย ก็ขึ้นอยู่กับเว็บที่คุณเคยใช้งาน จะบอกทั้งชื่อ User name และ Password (ที่เป็นเครื่องหมาย***) หากต้องการจะดู Password ก็ให้คลิ๊กที่รูปดวงตา ที่ปรากฏอยู่ด้านหลังในแต่ละบรรทัด

ลืม password

แต่…ต้องบอกก่อนนะครับว่า การที่จะเข้าไปดูนั้น ระบบจะมีการป้องกัน ด้วยการให้คุณ authenticate user หรือล็อกอินด้วย Account ของคุณ บนกล่องข้อความที่ปรากฏขึ้นมาเสียก่อน โดยใส่ Username และ Password ที่ใช้ Log-in บนเครื่องนี้ เมื่อใส่ข้อมูลแล้ว คลิ๊ก Ok แต่ห้าม ลืม password ตรงนี้เด็ดขาด

ลืม password

จากนั้นบรรดาเว็บไซต์หรือการเข้าใช้งานใดๆ ที่คุณ Save Password เอาไว้ ก็จะปรากฏขึ้นมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Username รวมถึง Password ก็ตาม ซึ่งหากอันไหนไม่ได้ใช้งาน หรือถูกเปลี่ยนไปแล้ว ก็สามารถ Remove ทิ้งไปได้เช่นกันครับ

วิธีนี้เป็นการแก้ปัญหา ลืม password ของผู้ใช้ที่มีหลายแอคเคาต์ในการเข้าถึงเว็บไซต์ หรือการใช้ธุรกรรมต่างๆ ที่มีจำนวนมากได้สะดวกยิ่งขึ้น ขอแค่จำ Password ที่เป็น Account ที่เข้าใช้ระบบวินโดวส์เครื่องนี้อย่างเดียวเท่านั้นก็พอ

ที่มา: Save Password

from:https://notebookspec.com/check-save-password-google-chrome/527521/

Tips – ตั้งค่า Recycle Bin ป้องกัน ไฟล์หาย ไม่เปลืองพื้นที่ ลบไฟล์ บนฮาร์ดดิสก์

โดยปกติเวลาที่เรา ลบไฟล์ ด้วยการกด Del ธรรมดา มันจะเป็นรูปแบบการลบไฟล์ปกติ ซึ่งไฟล์ที่ลบนั้น จะมาอยู่ใน Recycle Bin ก่อน ลองคิดดูว่าถ้าไม่มี Recycle Bin นี้ แล้วคุณเผลอลบไฟล์ แบบไม่ตั้งใจ ปัญหา ไฟล์หาย ยังไงก็ต้องเจอ แล้วจะกู้คืนไฟล์แต่ละที ก็ต้องอาศัยโปรแกรม Third-party มาใช้ ซึ่งจะกู้ได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของการลบและระบบด้วย ถึงแม้ว่าจะมี Recycle Bin ก็อาจจะทำให้ไฟล์ที่คุณลบไปหายได้เช่นกัน เพราะถ้าคุณไม่ได้ตั้งเงื่อนไขเอาไว้ให้ดี

ทำไมต้องตั้ง Settings ของ Recycle Bin เหตุผลมีอยู่ด้วยกัน 2 ข้อคือ
เรื่องแรก ถ้าคุณตั้งขนาดของไฟล์ที่ถูกลบและส่งเข้ามาอยู่ในถังขยะ หรือ Recycle Bin น้อยเกินไป เมื่อขนาดไฟล์ที่ระบุไว้ใน location นั้นเต็ม มันก็จะ ลบไฟล์ เก่าทิ้ง ถึงจะเปิดรับไฟล์ที่ลบมาใหม่ลง นั่นหมายความว่า ถ้าคุณมีไฟล์ที่ก้ำกึ่งหรือคุณอาจพลาดที่ลบไฟล์ลงไปอยู่ในนั้น ก็ยังสามารถ Restore ไฟล์ที่ต้องการกลับมาได้ แต่ถ้ากำหนดพื้นที่ไฟล์เล็กไป มันก็อาจจะหายไปได้เช่นกัน

เรื่องที่สอง การตั้งค่าพื้นที่ไฟล์บน Recycle Bin ใหญ่เกินไป ก็อาจจะทำให้เสียพื้นที่ใช้งานจำนวนมาก ไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะระบบก็จะเก็บไฟล์เอาไว้เรื่อยๆ จนกว่าจะเกินที่ตั้งไว้ แล้วจึงจะ ลบไฟล์เก่า และรับไฟล์ที่ลบใหม่เข้ามา โดยปกติแล้ว ระบบจะตั้งขนาดไฟล์ของ Recycle Bin เอาไว้ประมาณ 10% ของพื้นที่ 40GB บนไดรฟ์แรกระบบ และ 5% ของ 40GB สำหรับไดรฟ์อื่นๆ ซึ่งตัวเลขนี้จะใช้ได้บน Windows 10, 8.1, 8 และ Windows 7

คุณสามารถกำหนดขนาดของ Recycle Bin ด้วยวิธีการง่ายๆ นี้

1. ให้คลิ๊กขวาที่ไอคอน Recycle Bin ที่อยู่บนหน้าจอ Desktop จากนั้นเลือก Properties
2. ในกล่อง General ให้เลือกที่ Local Disk (C:) แล้วเลื่อนลงมาด้านล่าง จะเห็นหัวข้อ Custom size: ใส่ตัวเลขที่คิดว่าเหมาะสมกับคุณ หน่วยเป็น MB ในตัวอย่างนี้ คิดง่ายๆ ตัวเลขกลมๆ 1000MB = 1GB เป็นต้น จากนั้นกด Apply แล้ว Ok เพื่อยืนยัน

ส่วนถ้าคุณไม่ได้สนใจว่าไฟล์ที่ลบเหล่านั้น อาจจะต้องมีเรียกคืนมา ก็สามารถเลือกหัวข้อด้านล่าง Dont’s move files to Recycle Bin… ระบบก็จะไม่นำพาไฟล์ที่คุณกด Del ลงมาที่ Recycle Bin อีกต่อไป แต่นั่นคือสิ่งที่คุณเลือกเอง และต้องรับผิดชอบเอง แต่เราไม่แนะนำ เพราะเสี่ยงเกินไปครับ

ที่มา: Settings RecycleBin

from:https://notebookspec.com/delete-file-recycle-bin-settings/526668/