คลังเก็บป้ายกำกับ: Tips

Tips | วิธีสมัคร Instagram บัญชีใหม่ง่ายๆ โดยไม่ต้องกรอกอีเมล เบอร์โทร หรือรหัสผ่าน

อาจจะไม่ใช่ทิปใหม่อะไรแต่อย่างใดนะครับ แต่เชื่อว่าน่าจะยังมีคนที่ยังไม่ทราบว่า Instagram สามารถสร้างบัญชี Instagram ขึ้นมาใหม่ โดยที่ไม่ต้องกรอกข้อมูลทั้งอีเมล เบอร์โทรศัพท์ หรือแม้กระทั่งรหัสผ่านเลย อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อแม้นิดหน่อยตรงที่ต้องมีบัญชี Instagram อย่างน้อย 1 บัญชีก่อน ถึงจะทำแบบนี้ได้ ว่าแต่ทำยังไง ทำยากไหม มาดู วิธีสมัคร Instagram แบบไม่ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่าครับ

วิธีสมัคร Instagram แบบไม่ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว

ก่อนอื่นให้อัพเดทแอป Instagram เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดก่อนนะครับ (เผื่อใครที่ใช้เวอร์ชั่นเก่าอยู่แล้วฟีเจอร์นี้ยังไม่มา) และต้องสมัครบัญชี Instagram เอาไว้แล้วอย่างน้อย 1 บัญชี หากอัพเดทแอปเสร็จแล้วให้กดค้างไปที่รูปโปรไฟล์ของเรา จะอยู่บริเวณด้านล่างขวาของหน้าจอ ตามที่วงกลมสีแดงๆ ไว้เลยครับ เข้าจากหน้าไหนก็ได้นะ ไม่จำเป็นต้อง Home อย่างเดียว

วิธีสมัคร Instagram

หลังจากดค้างที่รูปโปรไฟล์แล้ว ก็จะมีหน้านี้ขึ้นมาครับ โดยจะเป็นหน้าทั้งหมดของบัญชี Instagram ที่ล็อกอินเอาไว้ในเครื่องนั่นเอง จากตรงนี้ให้กดเลือกที่ Add Account

วิธีสมัคร Instagram

พอกด Add Account เสร็จแล้ว ก็จะมีให้เลือกระหว่าง Log In to Existing Account กับ Create New Account นะครับ ตรงนี้ให้กดไปที่ Create New Account ครับ

ตอนนี้จะอยู่ที่หน้าเลือก Username แล้ว ให้กรอกชื่อที่คิดเอาไว้ไปได้เลย จะอะไรก็ได้ ตามสะดวกเลยครับ (แต่ซ้ำกับคนอื่นไม่ได้นะ ฮ่าๆ) เลือกชื่อเสร็จ อย่าลืมกด Next นะ

ถ้ากรอกชื่อ Username เท่ๆ เกร๋ๆ ที่คิดได้เสร็จสรรพ ขั้นตอนสุดท้ายก็เลือกเลยครับ ว่าจะเอาบัญชีใหม่ที่เพิ่งสมัครเมื่อสักครู่ ไปลิงก์หรือเชื่อมต่อกับบัญชีไหนของเรา โดยหากเชื่อมต่อ การล็อกอินครั้งหน้า ใส่อีเมล และรหัสผ่านครั้งเดียว ก็จะมีบัญชีอีกอันที่เราเพิ่งเชื่อมเมื่อกี้ ติดมาด้วยเลย ไม่ต้องกรอกหลายๆ รอบ ให้เสียเวลา เท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อย ได้บัญชี Instagram อันใหม่ขึ้นมาแบบที่ไม่ต้องกรอกข้อมูลอีเมล เบอร์โทรศัพท์ หรือแม้กระทั่งรหัสผ่านอะไรเลย

สรุปวิธีสมัคร Instagram ง่ายๆ ไม่ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวใดๆ อีกสักรอบ

  • อัพเดทแอป Instagram ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด และต้องมี Instagram ก่อนอยู่แล้ว 1 บัญชี
  • กดค้างที่รูปโปรไฟล์ด้านล่างขวา
  • เลือก “Add Account”
  • เลือก “Create New Account”
  • ใส่ Username เกร๋ๆ เท่ๆ ที่คิดขึ้นมาได้ และไม่ซ้ำกับคนอื่น
  • เลือกบัญชีที่จะลิงก์ข้อมูลการ Log In ของบัญชีใหม่
  • เรียบร้อย มีบัญชี IG ใหม่แล้ว ไม่ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวใดๆ ทั้งสิ้น

เท่านี้ก็เป็นอันเรียบร้อยแล้วครับ เพื่อนๆ สามารถสมัครบัญชี Instagram เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอัน (หรือจะสองอันสามอันก็แล้วแต่..) ได้ โดยที่ไม่ต้องสมัครอีเมลใหม่ หรือเปิดเบอร์มือถือใหม่อะไรแต่อย่างใด เพราะทาง Instagram จะใช้ข้อมูลการ Log In ชุดเดียวกับบัญชีหลักของเราเลย…ทีนี้ก็สร้างโปรไฟล์ใหม่เอาไว้ไป Follow คนอื่น หรือจะสร้างโลกใบใหม่กันได้ง่ายๆ แล้วล่ะ

 

ป.ล. ส่วนใครอยากเล่นฟิลเตอร์สวยๆ เท่ๆ ก็เข้าไปดูที่บล็อกรวมฟิลเตอร์ได้นะ

from:https://droidsans.com/how-to-make-instagram-account-without-email-address/

สเต็ปง่าย ๆ ล้างประวัติการเดินทาง ใน Google Maps เพิ่มความเป็นส่วนตัว แถมปลอดภัยจากคนข้าง ๆ

ในยุคนี้เพียงแค่มี Google Maps เดินทางไปไหนมาไหนได้ง่าย ๆ แถมสะดวกสบายมาก ๆ เพราะ Google Maps มีฟีเจอร์ให้เราเลือกใช้มากมาย ทั้งยังมีการแบ่งหมวดหมู่สถานที่ให้เราได้เลือกได้ตามต้องการ โดยเฉพาะกับใครที่ชอบเดินทาง Google Maps ถือว่ามีประโยชน์อย่างมาก และหลาย ๆ คนคงทราบกันแล้วว่าการที่เราใช้ Google Maps ผ่านสมาร์ทโฟนของเรานั้น ก็จะมีการเปิดให้ Google Maps เข้าถึงข้อมูลการเดินทาง และทำการบันทึกประวัติไว้ ซึ่งถือเป็นข้อดีที่เราสามารถดูได้ว่าเราไปไหนมาไหนมาแล้วบ้าง แต่ถ้าเกิดกรณีที่บางคนนั้น เวลาไปไหนมาไหนแล้วไม่ได้บอกคนข้าง ๆ หรือครอบครัวให้รับรู้ เคราะห์กรรมก็อาจจะเกิดกับเราได้ถ้าหากเขาเหล่านั้นเข้ามาดูประวัติการเดินทางของเรา

ทีมงาน Notebookspec จึงได้นำเคล็ดไม่ลับ ฉบับง่าย ๆ ในการเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้เราด้วยการล้างประวัติการเดินทางใน Google Maps มาฝากกัน

เริ่มต้นให้เราเปิดแอพพลิเคชั่น Google Maps ของเราขึ้นมา (ในกรณีใช้ผ่านเว็บเบราว์เซอร์ก็เข้าไปที่ https://www.google.co.th/maps) >> ไปที่รูปโปรไฟล์ Google ของเรา แล้วเลือก ‘Settings’

จะปรากฏหน้า Settings ให้เราเลื่อนลงมาจนถึงเมนู ‘Account Settings’ เลือก ‘Personal Content’ >> เลื่อนลงมาแล้วเลือก ‘Delete Location History Range’ (เมื่อเข้ามาแล้วจะปรากฏตัวเลือกให้เราได้เลือกลบประวัติการเดินทางตามช่วงเวลา) >> ‘Delete’

 

ในกรณีที่เราอยากจะตั้งค่าให้ระบบทำการลบประวัติของเราแบบอัตโนมัติก็สามารถทำได้โดยในหน้า ‘Personal Content’ >> เลือก ‘Automatically delete Location History’ ซึ่งในหน้านี้ก็สามารถเลือกตั้งเวลาการลบประวัติการเดินทางแบบอัตโนมัติได้เลย

 

เพียงขั้นตอนง่าย ๆ เท่านี้เราก็สามารถล้างประวัติการเดินทางของเราใน Google Maps ได้แล้ว นอกจากจะปลอดภัยจากคนข้าง ๆ ก็ยังเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้เราได้มากขึ้นอีกด้วย

from:https://notebookspec.com/how-to-delete-location-history-range-on-google-maps/516204/

วิธีเคลียร์ Cache Files ง่าย ๆ ให้ Google Chrome กลับมาลื่นปรื๊ด หายหน่วง

ถ้าพูดถึงเว็บเบราว์เซอร์ที่ผู้คนทั่วโลกนิยมใช้กันนั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า Google Chrome จะต้องติดอยู่ในอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน และผู้ใช้จำนวนมากก็มักจะพบกับปัญหาเล็ก ๆ ที่เมื่อใช้เจ้าเว็บเบาวร์เซอร์นี้ไปสักระยะ ก็จะเกิดอาการหน่วง โหลดช้า ทีมงาน Notebookspec จึงขอนำเสนอวิธีการเคลียร์ Cache จัดการกับเจ้าไฟล์ขยะที่เกิดจากการท่องเว็บไซต์ต่าง ๆ ให้ Google Chrome ของเราหายหน่วง กลับมาลื่นไหลกันอีกครั้ง

**สำหรับในตัวอย่างวิธีนั้น เป็น Google Chrome Version 80.0.3987.163**

เริ่มต้นให้เราเปิด Google Chrome ขึ้นมา >> คลิกที่สัญลักษณ์จุด 3 จุดเรียงกัน ที่บริเวณมุมบนด้านขวาของเว็บเบราว์เซอร์ เพื่อเข้าสู่แถบเครื่องมือของ Google Chrome >> เลือก ‘More Tools’ >> เลือก ‘Clear Browsing Data’

หรือเราจะพิม ‘chrome://settings/clearBrowserData’ ลงในช่อง Address bar ของ Google Chrome ก็ได้เช่นกัน

จากนั้นเราก็จะเข้ามาในหน้าของ ‘Clear Browsing Data’ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในหน้าต่างนี้เราสามารถเลือกได้ว่า จะเคลียร์ไฟล์ชนิดใดบ้าง มีตั้งแต่ Data ของเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่เราเคยเข้า หรือจะเป็นประวัติการเข้าชมเว็บไซต์ต่าง ๆ และไฟล์ Cache เจ้าปัญหานั่นเอง

(สำหรับใครที่อยากจะล้างทั้งหมดก็สามารถเลือกทั้งหมดได้เลย แต่หากอยากเก็บประวัติการเข้าชมหรือการจดจำข้อมูลในกรณีที่เราเคยล็อกอินเข้าเว็บไซต์นั้น ๆ ไว้ก็สามารถเลือกแค่ ‘Cache images and files’) >> เมื่อเลือกช่วงเวลาและไฟล์ที่เราต้องการจะเคลียร์ได้แล้ว ก็เลือก ‘Clear data’

ด้วยวิธีง่าย ๆ เพียงเท่านี้ Google Chrome ก็จะจัดการล้างไฟล์ที่เราได้เลือกออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว Google Chrome ของเราก็จะกลับมาลื่นดังเดิม

from:https://notebookspec.com/how-to-clear-cache-files-on-google-chrome/516195/

วิธีซ่อนรูปภาพส่วนตัวบน iPhone และ iPad ในไม่กี่ขั้นตอนง่ายๆ

เชื่อว่าในสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตหนึ่งเครื่อง ต้องมีรูปภาพส่วนตัวอยู่ไม่มากก็น้อย หลายครั้งที่คนรู้จักหรือเพื่อนเรายืมมือถือไป ก็อาจจะทำให้เรากังวลว่ารูปส่วนตัวที่เราอยากเก็บไว้ดูคนเดียวจะมีคนอื่นมาเห็นรึเปล่า แต่ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป ทีมงาน Notebookspec จึงมานำเสนอ วิธีซ่อนรูปภาพส่วนตัวบน iPhone และ iPad ในไม่กี่ขั้นตอนง่ายๆ

**สำหรับตัวอย่างวิธีการนี้ เป็น iOS13.4 **

เริ่มจากเลือกรูปภาพที่เราต้องการจะซ่อน โดยการไปที่ ‘Photos’ >> กดที่ ‘Select’ ที่มุมบนด้านขวา

แตะที่สัญลักษณ์ ‘Share’ >> เลือกลงไปด้านล่าง เลือก ‘Hide’ >> ‘Hide…Photos’

เพียงเท่านี้รูปภาพที่เราเลือกไว้ก็จะถูกซ่อนเป็นที่เรียบร้อย

สำหรับรูปที่เราได้ทำการซ่อนนั้นจะไปอยู่ในส่วนของ ‘Hidden’ ในอัลบั้ม วิธีการเข้าไปดูรูปก็ทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่ไปที่ ‘Photos’ >> เลือก ‘Albums’ >> เลือกลงมาด้านล่าง ตรงส่วนของ Others Albums เลือก ‘Hidden’

เราก็จะเจอกับรูปภาพที่เราได้ทำการซ่อนไว้เรียบร้อยแล้ว

และหากเราต้องการที่จะเอารูปภาพส่วนตัวของเราออกจากการซ่อน ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยในอัลบั้ม ‘Hidden’ นั้นกดที่ ‘Select’ ที่มุมบนด้านขวา >> เลือกรูปที่เราต้องการยกเลิกซ่อน >> แตะที่ไอค่อน ‘Share’ ที่มุมล่างซ้ายของจอ >> เลื่อนลงมา เลือก ‘Unhide’

เพียงเท่านี้รูปภาพก็จะถูกยกเลิกการซ่อนและกลับไปอยู่ในอัลบั้มรูปภาพปกติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เป็นอย่างไรบ้างสำหรับขั้นตอนง่าย ๆ ในการซ่อนรูปภาพส่วนตัวทั้งบน iPhone และ iPad ทีมงานหวังว่าทิปส์นี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่าน และสำหรับใครที่อยากจะซ่อนรูปไม่ให้คนอื่นเห็นก็สามารถไปทำตามกันได้ง่าย ๆ เลยนะ

 

 

from:https://notebookspec.com/how-to-hide-photos-on-iphone-and-ipad/516184/

วิธีดาวน์โหลดวิดีโอบน Facebook แบบง่ายๆ ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเสริม

เวลาเจอวิดีโอใครสักคนร้องเพลงโคฟเวอร์เพราะๆ บน Facebook ผมก็มักจะเจอกับปัญหาหลัก คือไม่สามารถหาฟังได้บน YouTube, Spotify หรืออื่นๆ เนื่องจากศิลปินดังกล่าว ไม่ได้เอาเพลงของเขาลงแพลตฟอร์มอื่นๆ เลย…วันนี้ผมเลยมีทริคง่ายๆ ในการดาวน์โหลดวิดีโอบน Facebook แบบง่ายๆ โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมหรือแอปเสริมใดๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งยังไม่ต้องแปลงไฟล์อะไรให้เสียเวลาอีกต่างหาก เพราะมาเป็นไฟล์ MP4 พร้อมดูเลย

วิธีดาวน์โหลดวิดีโอบน Facebook

เริ่มต้น ต้องเลือกวิดีโอที่เราต้องการจะดาวน์โหลดมาไว้ในเครื่อง เพื่อเก็บไว้ดูภายหลังก่อนนะครับ ส่วนนี้ผมขอนำคลิปการฝึกซ้อมของสโมสรฟุตบอลที่เก่งที่สุดในโลกอย่างเชลซีมาแล้วกัน (ฮ่าๆ) โดยใครที่ใช้Facebook ดีไซน์ใหม่อยู่ ก็ให้คลิกไปที่จุด 3 จุดบริเวณมุมขวาบน จากนั้นกดคัดลอกลิงก์ หรือ Copy Link นะครับ (ตามภาพ)

วิธีดาวน์โหลดวิดีโอบน Facebook

ส่วนคนที่ยังใช้ Facebook แบบ Classic ก็สามารถ Copy Link ได้ด้วยการคลิกขวาที่วิดีโอ จากนั้นเลือก Show video URL เสร็จแล้วกด Ctrl + C ก๊อปปี้ลิงก์ได้เลย

วิธีดาวน์โหลดวิดีโอบน Facebook
วิธีดาวน์โหลดวิดีโอบน Facebook

 

เมื่อ Copy Link หรือคัดลอกลิงก์เสร็จแล้ว ให้เปิด Tab Google Chrome ใหม่ (หรือบราวเซอร์ตัวอื่นๆ ก็ได้เหมือนกัน) จากนั้นกดวาง (Paste) ลิงก์ที่เราเพิ่งไปคัดลอกมาเมื่อกี้ ลงในช่องค้นหา

แต่ให้เปลี่ยน URL จาก www เป็น mbasic แทน (ยกตัวอย่างเช่น http://www.facebook.com ก็เปลี่ยนเป็น mbasic.facebook.com) เสร็จแล้วให้กด Enter เบาๆ….เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้วครับ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เราก็จะเข้ามาเจอกับหน้าเล่นวิดีโอดังรูปด้านล่าง ซึ่งเราสามารถกดคลิกขวา และกด Save video as เพื่อดาวน์โหลดวิดีโอดังกล่าวลงเครื่องได้เลย

สรุปขั้นตอนการดาวน์โหลด

  1. เลือกคลิปที่จะโหลด
  2. กด Copy Link บน Facebook ดีไซน์ใหม่ (ใครยังเป็น Facebook แบบเดิม ให้กด Show Video URL)
  3. เปิดแท็บใหม่บน Google Chrome หรือบราวเซอร์ที่ใช้ประจำ
  4. แปะ Link ที่ก๊อปมาลงไป
  5. เปลี่ยน URL ด้านหน้าจาก http://www.facebook เป็น mbasic.facebook แล้วกด Enter
  6. เซฟคลิปเก็บไว้ดูได้แล้วจ้า ^ ^

และทั้งหมดนี้ก็คือ วิธีดาวน์โหลดวิดีโอบน Facebook แบบง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเสริมใดๆ ทั้งสิ้นครับ โดยไฟล์ที่ได้จะเป็นไฟล์สกุล mp4 ซึ่งสามารถเอาไปใช้ดูบน Video Play ทั่วไปได้เลย เท่านี้เราก็สามารถเก็บคลิปวิดิโอที่เราชื่นชอบมาไว้บนเครื่องได้แบบสบายๆ แล้ว แต่…วิธีทีนี้ยังมีข้อจำกัดอยู่ที่มันสามารถดาวน์โหลดวิดีโอได้ที่ความละเอียดแบบ SD เท่านั้นนะครับ ถ้าจะเอาแบบ HD ก็ยังคงต้องพึ่งพาแอปเสริม หรือใช้บริการจากเว็บดาวน์โหลดวิดีโอ FB กันไปก่อน

from:https://droidsans.com/tips-how-to-download-video-on-facebook/

เคล็ดไม่ลับ ขั้นตอนง่าย ๆ ในการดาวน์โหลด Chat History ของ Facebook ไว้อ่านก็ได้ เก็บเป็นหลักฐานก็ดี

โซเชียลเน็ตเวิร์คชื่อดังอย่าง Facebook นั้นมีผู้ใช้อยู่แทบจะทั่วทุกมุมโลก ซึ่งแต่ละคนก็ใช้ Facebook ในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ในการรับข่าวสาร หรือแม้กระทั่งในการซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์ โดยเฉพาะการติดต่อสื่อสารที่ส่วนใหญ่มันจะติดต่อกันผ่าน Facebook Messenger และก็ไม่แน่ว่าวันใดวันหนึ่งบนสนทนาระหว่างกันใน Facebook นั้นอาจทำให้เราอยากเก็บมันไว้เป็นความทรงจำที่สามารถหยิบเอามาอ่านเมื่อไหร่ก็ได้ หรือในกรณีการติดต่อซื้อ-ขายสินค้า หรือการติดต่อธุระระหว่างกัน บันทึกบทสนทนาระหว่างกันในรูปแบบของตัวอักษรก็อาจกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญให้กับเราก็ได้ ทีมงาน Notebookspec จึงนำวิธีการง่าย ๆ ที่ทำให้เราสามารถดาวน์โหลดประวัติการสนทนาหรือ Chat history มาเก็บไว้ได้

 

ในหน้าเฟสบุคของเราให้ไปที่ “การตั้งค่า” >> ที่แถบเมนูทางด้านซ้าย เลือก ‘ข้อมูลบน Facebook ของคุณ’ >> “ดาวน์โหลดข้อมูลของคุณ”

จากนั้นจะปรากฏหน้าการดาวน์โหลดข้อมูลของเราขึ้นมา ซึ่งด้านล่างจะปรากฏข้อมูลต่าง ๆ มากมายให้เราได้กดเลือกดาวน์โหลด ซึ่งถ้าหากเราไม่ต้องการที่จะดาวน์โหลดข้อมูลไหน ก็เพียงแค่เอาเครื่องหมายถูกออก นอกจากนี้เรายังสามารถเลือกช่วงเวลา/วันที่ ที่เราต้องการจะดาวน์โหลดข้อมูลได้ด้วย

 

ตัวอย่างข้อมูลที่เราสามารถทำสำเนาเพื่อดาวน์โหลดเก็บไว้ได้

 

ในที่นี้เป็นการดาวน์โหลดประวัติการสนทนา ให้เราเลื่อนรายการข้อมูลลงมาจนเจอหัวข้อ “ข้อความ” >> คลิกทำเครื่องหมายถูกเพื่อเลือกรายการนี้ (ส่วนรายการอื่น ๆ ให้เอาเครื่องหมายถูกออก) จากนั้น >> “สร้างไฟล์” (ไฟล์จะใช้เวลาดำเนินการสักครู่ ขึ้นอยู่กับขนาดของไฟล์และข้อมูล)

เมื่อสร้างไฟล์แล้วให้เลือก “สำเนาที่มี” จะมีข้อมูลเกี่ยวกับช่วงเวลาของข้อความที่เราทำการสำเนาเพื่อดาวน์โหลด เมื่อระบบทำการสำเนาไฟล์ให้เราเรียบร้อยแล้ว เราก็สามารถดาวน์โหลดมาเก็บไว้ที่เครื่องของเราได้เลย โดยไฟล์ที่ได้นั้นจะอยู่ในรูปแบบ .HTML ซึ่งเราจะสามารถเปิดดูได้ผ่านเว็บเบราว์เซอร์นั่นเอง เพียงเท่านี้เราก็จะได้บันทึกประวัติการสนทนาจาก Facebook เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

 

 

from:https://notebookspec.com/how-to-download-facebook-chat-history/515240/

แก้ปัญหา Facebook เห็นแต่โพสต์เก่า ๆ ให้กลับมาเป็นโพสต์ล่าสุด ทันทุกสถานการณ์

หลาย ๆ คนคงประสบกับปัญหาที่ไม่ใหญ่แต่ก็ชวนให้หงุดหงิดอย่างการที่เราพยายามรีเฟรชหน้าฟีดข่าวของ Facebook แต่หน้าฟีดข่าวดันไม่อัพเดตซะอย่างนั้น เจอแต่โพสต์เดิม ๆ ซ้ำ ๆ มาเป็นชั่วโมงแล้ว ซึ่งปัญหาชวนจุกจิกแบบนี้ก็อาจทำให้เราพลาดข่าวใหม่ ๆ หรือโพสต์ล่าสุดจากเพื่อนของเรา ทีมงาน Notebookspec จึงมานำเสนอทิปส์ดี ๆ ที่จะช่วยให้ Facebook ดันโพสต์ใหม่ ๆ มาให้เราดูแทนที่จะเป็นโพสต์เก่า ๆ ซึ่งทั้งนี้เราจะมีทิป์มาฝากทั้ง Facebook ในเวอร์ชั่นคลาสสิกและเวอร์ชั่นใหม่กันเลย

สำหรับในเวอร์ชั่นแอพพลิเคชั่นสำหรับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตนั้น ให้ไปที่ ‘Setting’ >> ‘Most Recent’ (หรือ ถ้าไม่เจอ Most Recent ให้ไปที่ ‘See More’ >> ‘Most Recent’)

ในส่วนของรูปแบบเว็บเบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์นั้น ในเวอร์ชั่นคลาสสิก (เวอร์ชั่นเดิม) ให้ไปที่ ‘แถบด้านข้าง’ จากนั้นเลือก ‘ฟีดข่าว’ >> ‘เรื่องราวยอดนิยม’

สำหรับ Facebook เวอร์ชั่นใหม่ บนคอมพิวเตอร์ ให้ดูที่แถบด้านข้าง เลือก ‘ล่าสุด’ (หรือ ถ้าไม่เจอ ‘ล่าสุด’ ให้ไปที่ ‘ดูเพิ่มเติม’ >> ‘ล่าสุด’)

เพียงเท่านี้ Facebook ของเราก็จะดึงหน้าฟีดข่าวที่เป็นโพสต์ล่าสุดขึ้นมาให้เราได้อ่านได้ติดตามกันแล้ว ไม่ต้องกังวลว่าจะพลาดเรื่องราวใหม่ ๆ อีกต่อไป

from:https://notebookspec.com/how-to-see-facebook-new-feed/515216/