คลังเก็บป้ายกำกับ: THAILAND

กสทช. รับคืนใบอนุญาต 7 ช่องทีวีดิจิทัล ดึงคืนคลื่น 700MHz พร้อมจ่ายเงินเยียวยาให้รอบวง กว่า 30,000 ล้าน!

เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมา กสทช. ได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลแสดงความจำนงค์ขอคืนใบอนุญาตฯทีวีดิจิทัลได้ โดยมีผู้แสดงความจำนงค์ขอคืนใบอนุญาตมากถึง 7 ช่อง จนกลายเป็นประเด็นอยู่ในเวลานี้ เพราะนอกจากจะให้คืนใบอนุญาตกันง่ายๆแล้ว ทาง กสทช. ยังประกาศให้เม็ดเงินช่วยเหลือและเยียวยาทั้งวงการด้วยวงเงินกว่า 30,000 ล้านบาท

กสทช. ดึงคืนคลื่น 700MHz เพื่อทำ 5G

ตั้งแต่ปลายปี 2018 เป็นต้นมา ทางกสทช.ได้มีความพยายามบริหารจัดการคลื่นความถี่ย่าน 700 MHz กันใหม่ จากที่ปล่อยประมูลสำหรับธุรกิจทีวีดิจิทัลไปก่อนหน้า แต่อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่าธุรกิจทีวีช่วงหลังมานี้ ไปได้ไม่สวยเท่าไหร่ จากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน คนเลิกดูทีวีและหันไปรับชมเนื้อหาต่างๆจากช่องทางออนไลน์กันแทน ซึ่งนั่นหมายถึงเม็ดเงินโฆษณาที่หายตามไปด้วยเช่นเดียวกัน และเมื่อรายได้ไม่ได้อู้ฟู่ตามที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรกจึงทำให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลหลายรายประสบปัญหาขาดทุนกันเป็นแถบ

แต่ด้วยความที่ว่าคลื่น 700MHz นี้ สำหรับอุตสาหกรรมโทรคมฯ มีมูลค่าที่สูงมาก การจะปล่อยให้ธุรกิจทีวีดิจิทัลที่ประสบปัญหาไม่ทำกำไรใช้งานต่อ ก็ดูจะไม่คุ้มค่าและเกิดปัญหากับทุกฝ่าย แทนที่จะได้คลื่นมาพัฒนาทำเครือข่ายดีๆ กลับกลายต้องเป็นภาระของผู้ประกอบการหลายราย ทางกสทช. น่าจะเห็นดังนี้จึงปิ๊งไอเดีย ขอดึงคืนใบอนุญาตคืนสำหรับช่องที่สมัครใจ เพื่อจะนำเอาคลื่นมาใช้พัฒนาเทคโนโลยี 5G ต่อไป ซึ่งถือว่าเป็นการเรียกคืนก่อนหมดอายุใบอนุญาตไปถึง 10 ปีเลยทีเดียว (ใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัลจะหมดอายุปี 2029) และแน่นอนว่าเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาและข้อกฎหมายที่อาจจะตามมาได้ในอนาคต จึงได้ขอใช้ ม.44 ในการออกคำสั่งครั้งนี้ เพื่อสร้างเกราะป้องกันการฟ้องร้องที่จะเกิดตามขึ้นมาได้นั่นเอง

ค่ายมือถือมองปริบๆ ยังไม่ตอบรับประมูลคลื่น 700MHz

เบื้องต้นทางผู้ให้บริการเครือข่ายทั้ง 3 ค่ายหลักยังพร้อมใจกันสงวนท่าทีในการเข้าร่วมประมูลหากทางกสทช. เปิดประมูลคลื่น 700MHz ขึ้นในเร็ววันนี้ ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะ

  • ความพร้อมทางด้านการลงทุน
  • ราคาของใบอนุญาต
  • กฎกติกาการประมูลยังไม่ชัดเจน
  • โมเดลธุรกิจการทำ 5G ทั่วโลกยังไม่ชัดเจน
  • คลื่นความถี่ 700 MHz ไม่ใช่คลื่นหลักสำหรับ 5G
  • กสทช. ไม่มีแผนการประมูลคลื่นความถี่อื่นๆในระยะยาวออกมา

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับเครือข่ายมือถือและคลื่น 700MHz นี้เดี๋ยวขอยกไปอีกบทความนึงนะครับ

สำหรับมาตรการจัดสรรคลื่น 700MHz ใหม่ตามมติกสทช.นั้น มี Options ให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลทั้ง 22 รายที่ประกอบการอยู่เลือก 2 รูปแบบคือ

  • เลือกย้ายไปดำเนินการบนคลื่นความถี่ช่วง 470-510 MHz แทน ซึ่งจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตที่เหลืออยู่ (หรือเรียกง่ายๆว่าใช้ฟรี) รวมไปถึงค่าใช้จ่ายเช่าบริการจัดสรรโครงข่ายระบบทีวีดิจิตอล (MUX) ตลอดอายุสัญญาคงเหลือรวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆในการย้ายคลื่นอีกด้วย
  • เลือกยื่นหนังสือแสดงความจำนงค์ขอคืนใบอนุญาตใช้คลื่นและประกอบการทีวีดิจิตอลโดยจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมที่เหลืออยู่รวมถึงค่าชดเชยพิเศษตามสูตรคำนวณของกสทช.อีกด้วย (ท่อนหลังนี้แหละที่เป็นประเด็นกันอยู่ตอนนี้ เพราะเหมือนให้เลิกสัญญาได้โดยนอกจากไม่ต้องจ่ายค่าใบอนุญาตที่ไม่ไปต่อกันแล้ว ยังได้เงินไปหมุนกันอีกซะอย่างนั้น)
7 ช่องที่ขอคืนใบอนุญาต ทำเอาช่องเด็ก-ครอบครัวสูญพันธุ์

หายไป 7 ช่อง พร้อมรับเงินอุดหนุนกันถ้วนหน้า กสทช. เปย์อีกกว่า 30,000 ล้านบาท!

ผลอย่างเป็นทางการปรากฎว่า เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการฯมากถึง 7 ช่องยื่นเรื่องแสดงเจตจำนงค์ขอคืนใบอนุญาต ได้แก่

  1. ช่อง 3 Family (13)
  2. MCOT Family (14)
  3. Springnews (19)
  4. Bright TV (20)
  5. Voice TV (21)
  6. Spring 26 (26)
  7. 3 SD (28)

โดยล้วนชี้แจงเหตุผลที่สอดคล้องกันด้านการจัดการความสามารถในการแข่งขันทั้งภายในอุตสาหกรรมทีวีด้วยกัน รวมไปถึงกลุ่มสื่อ OTT ทั้งหลายที่เข้ามาแย่งส่วนแบ่งผู้ชมไปอย่างมีนัยยะสำคัญ ไหนจะต้นทุนที่ไม่สัมพันธ์กันส่งผลให้เกิดการขาดทุนต่อเนื่องนับตั้งแต่เริ่มให้บริการมา 5 ปี

โดยทาง กสทช. ได้มีการประเมินเงินชดเชยเอาไว้เบื้องต้นสำหรับ 7 ช่องที่ขอคืนใบอนุญาตรวมกันจ่อจะมากถึง 4,000 ล้านบาท แถมบางช่องอาจมีได้มากสุดถึง 900 ล้านบาทเลยทีเดียว โดยทางกสทช.ให้เหตุผลตามตัวเลขประเมินนี้เอาไว้ว่าทางผู้ประกอบการต้องนำไปพยุงกิจการและรวมถึงเยียวยาพนักงานจำนวนกว่า 1,500 ชีวิตที่คาดว่าจะต้องเปลี่ยนงานเพราะเหตุคืนใบอนุญาตเลิกประกอบกิจการทีวีดิจิตอล

นอกจากนั้นแล้ว อีก 15 ช่องที่เหลือ ที่ยังตัดสินใจดำเนินกิจการต่อนั้น จะได้รับการยกเว้นค่าใบอนุญาตส่วนที่เหลืออีก 10 ปีคิดเป็นเงินราวๆ 9,700 ล้านบาท รวมถึงงบประมาณอุดหนุนค่าเช่าโครงข่าย (MUX) ตลอดเวลาที่เหลือตามใบอนุญาตอีกกว่า 18,000 ล้านบาท สิริรวมเป็นวงเงินกว่า 30,000 ล้านบาทที่กสทช.ต้องจ่ายให้บรรดาผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมทีวีดิจิตอลนี้ ซึ่งถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียวหากมองว่าหลายส่วนควรจะเป็นรายได้เข้ารัฐต่อเนื่องได้ งานนี้นอกจากไม่ได้รายได้จากใบอนุญาตแล้วยังต้องจ่ายเงินอุดหนุนให้ผู้ประกอบการอีกด้วย

อดีตกรรมการกสทช.ร้อง ทำแบบนี้ก็ได้เหรอ

แน่นอนว่าไม่ใช่แค่คุณที่รู้สึกแปลกๆ ว่ากสทช.ชุดนี้ทำแบบนี้ก็ได้เหรอ เพราะการออกคำสั่งม.44 ในครั้งนี้มันคือการอุ้มนายทุนขั้นสุด ซึ่งหนึ่งในคนที่ทราบเรื่องดีที่สุดก็ไม่ใช่ใครแต่เป็นคุณสุภิญญา กลางณรงค์ ซึ่งเป็นอดีตกรรมการของกสทช.เอง ที่ออกมาทวงถามหลายเรื่องจากการออกคำสั่งในครั้งนี้

สำคัญกว่านั้นคือจะไปถอนเงินหลายพันล้านเป็น Pocket Money ให้เอกชนไปเริ่มต้นใหม่ได้เขียน TOR เงื่อนไขที่จะดูแลพนักงานไหม และต้องให้คืนประโยชน์แก่คนดูทีวีด้วยไหมกับแผนที่จะให้สิทธิพิเศษกับช่องที่ยังประกอบการต่ออีกด้วย แบบนี้ก็ได้หรือ อันนี้ถามจริงๆด้วยความห่วงใยทุกฝ่าย…

คุณ Supinya Klangnarong | อดีตกรรมการ กสทช.

Digital TV ไทยปรับตัวไม่ทัน แข่งกันเองก็ไม่ไหวแล้ว ไหนจะต้องเจอ Netflix, YouTube, Facebook เข้าไปอีก…

รายได้จากค่าโฆษณาที่จะหายไปพร้อมการคืนใบอนุญาตของ 7 ช่องนั้นอยู่ที่ราวๆ 3% ของมูลค่ารวมในตลาดของทีวีดิจิตอล ซึ่งหลายฝ่ายเห็นตรงกันว่าในทางสถานภาพของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ จะไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เชื่อว่ากลุ่มสื่อออนไลน์จะเข้าใช้ประโยชน์ทางช่องว่างของมูลค่าตลาดตรงนี้ได้อย่างรวดเร็วและโดยง่ายเพราะปัจจุบันสื่อโฆษณาผ่านช่องทาง Online (รายการผ่านรูปแบบ Over-the-Top รวมไปถึง Social Media ต่างๆ) และ Out of Home (สื่อโฆษณานอกบ้าน เช่น ป้ายโฆษณาตามรถไฟฟ้าหรือทางด่วน) ก็ค่อยๆแย่งส่วนแบ่งจากมูลค่าการโฆษณาของช่องทางโทรทัศน์ไปเรื่อยๆอยู่แล้ว ซึ่งก็เป็นอีกสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลจำนวนมากเริ่มเจอกับทางตัน ไม่ใช่แค่เฉพาะ 7 ช่องที่ขอคืนใบอนุญาต แต่รวมไปถึงช่องที่ตัดสินใจสู้ให้บริการกันต่อไปด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการปรับตัวว่าเปิดรับเอาเทรนด์ใหม่ๆของการบริโภคเข้ามาเป็นส่วนนึงของกิจการได้มากน้อยเพียงใด

สำหรับมูลค่าของตลาดการโฆษณาของประเทศไทยรวมทุกรูปแบบนั้นอยู่ที่ราวๆ 89,500 ล้านบาทสำหรับปี 2018 โตขึ้น 3.5% จากปี 2017 โดยถูกคาดการณ์ว่าในปี 2019 จะโตต่อเนื่องไปอีกราวๆ 5-10% จากกำลังบริโภคและช่องทางของการโฆษณาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยปัจจุบันส่วนแบ่งหลักๆระหว่าง โฆษณาโทรทัศน์แบบดั้งเดิมอยู่ที่ 45% ลดลงปีละราวๆ 10-15% ในขณะที่รูปแบบสื่อ Online และ Out of Home นั้นมีส่วนแบ่งอยู่ที่ 14% และ 10% ตามลำดับ หากแต่ทั้ง 2 รูปแบบหลังนี้เติบโตต่อเนื่องที่อัตรากว่า 23% ทำให้ชัดเจนว่ากินส่วนแบ่งของมูลค่าโฆษณาของกิจการโทรทัศน์ไปเรื่อยๆนั่นเอง

ถ้ามองอย่างเข้าใจความยากลำบากของผู้ประกอบการทีวีเหล่านี้ ถึงแม้รายได้จากการโฆษณาโทรทัศน์ยังเป็นเม็ดเงินมหาศาลสำหรับประเทศไทยอยู่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอัตราการเติบโตที่สวนทางกันอย่างชัดเจนกับสื่อออนไลน์นั้น แสดงให้เห็นว่าการเข้าสู่การให้บริการทีวีดิจิตอลในประเทศไทยนั้น อาจมาในช่วงเวลาที่พอดิบพอดีกับพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างเราๆที่เปลี่ยนไปใส่ใจ Online Content มากขึ้น ซึ่งอีกสิ่งนึงที่สวนทางกันก็คือต้นทุนอันมหาศาลของผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลเทียบกับเจ้าของช่อง YouTube เพจ Facebook หรือแม้แต่รายการบน Netflix ก็ตามเพราะกลุ่มสื่อออนไลน์เหล่านี้ไม่ต้องมีต้นทุนเรื่องการถือครองหรืออาศัยคลื่นความถี่เองเพื่อถ่ายทอด (แน่นอนว่ามีต้นทุนมหาศาลในด้านโครงสร้างพื้นฐานของระบบอยู่กับเจ้าของสื่อกลุ่มนี้ แต่ก็มีฐานลูกค้าและผู้ผลิตสื่อที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ประเทศไทย)

ลองนึกภาพกันดูง่ายๆว่า “ทุกวันนี้พวกเรานั่งดู TV ไปพร้อมๆกับการไถหน้าจอ Facebook Feed ส่องชีวิตเพื่อนๆ ในสังคมออนไลน์ที่เรามีส่วนร่วมในการกดไลค์คอมเม้นท์หรือแชร์ได้ เราจดจ้องอยู่กับสิ่งใดมากกว่ากัน นี่ยังไม่นับว่าเผลอๆ TV ที่เปิดดู เราเปิด Youtube | Netflix ดูอยู่ด้วยนะ เพราะเราเลือกสิ่งที่ต้องการดูได้เอง เรียกว่าจัดการเวลาออกอากาศได้เองเลยล่ะ”

อ้างอิง: Prachachat | Bangkok Post | Techsauce | Twitter คุณ Supinya Klangnarong

from:https://droidsans.com/thailands-700mhz-for-5g-favors-digital-tv-businesses-for-license-return/

โฆษณา

[วิเคราะห์] ภูมิทัศน์สื่อโทรทัศน์เปลี่ยนครั้งใหญ่หรือไม่? หลัง 7 ทีวีดิจิทัลขอคืนใบอนุญาตกับ กสทช.

ถือเป็นอีกหนึ่งวันประวัติศาสตร์ที่ต้องบันทึกไว้เมื่อวันนี้ (10 พฤษภาคม 2562) ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขา กสทช.) ได้แถลงข่าวเวลาประมาณ 15.00 น. เผยถึงจำนวนช่องทีวีโทรทัศน์ในระบบภาคพื้นดิน (ทีวีดิจิทัล) ที่ยื่นขอใช้สิทธิ์รับเงินเยียวยาพร้อมกับคืนใบอนุญาตประกอบการทีวีดิจิทัล

จากคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 4/2562 เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม วันที่ 11 เมษายน 2562 รวมถึงประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการจ่ายค่าชดเชย อันเนื่องมาจากการคืนใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล วันที่ 2 พฤษภาคม 2562

โดยฐากรเปิดเผยว่ามีจำนวนทีวีดิจิทัลทั้งหมด 7 ช่อง ได้แก่

  • ช่องในหมวดเด็กและครอบครัว (SD) อย่างช่อง 3 Family หมายเลข 13 และช่อง MCOT Family หมายเลข 14
  • ช่องในหมวดข่าวและสาระ อย่าง Spring News หมายเลข 19, Bright TV หมายเลข 20 และ Voice TV ช่อง 21
  • ช่องในหมวดวาไรตี้ (SD) อย่าง Spring 26 (เดิมชื่อ NOW26) หมายเลข 26 และช่อง 3 SD ช่อง 28

ส่วนตัวเลขเงินชดเชยที่ 7 ช่องจะได้คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาท แต่ละช่องจะได้เงินชดเชยประมาณ 1 งวดของค่าใบอนุญาตที่ชำระมาภายในเดือนสิงหาคม 2562  โดยหลังจากแสดงความจำนงคืนใบอนุญาตแล้ว จะต้องดำเนินการ

  • ส่งเอกสารให้ กสทช. ภายใน 60 วัน เพื่อให้คณะอนุกรรมการพิจารณา
  • ต่อมา กสทช. จะกำหนดมาตรการการคืนใบอนุญาตและยุติการออกอากาศ
  • หนังจากนั้น ทั้ง 7 ช่องต้องประชาสัมพันธ์และยุติการออกอากาศภายใน 30-45 วันหลังวันที่ กสทช. มีมติอนุมัติ
  • หนึ่งวันหลังการออกอากาศวันสุดท้าย ผู้ประกอบการจะได้เงินชดเชยเยียวยา

แยกดูบริษัทไหนคืนช่องเยอะสุด และเรามองเห็นอะไรในการคืนครั้งนี้

หากเราลองแยกดูตามชื่อบริษัทที่คืนใบอนุญาตทีวีดิจิทัล จะได้ออกมาเป็นดังนี้

  • บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด คืนใบอนุญาตช่อง 3 SD และช่อง 3 Family
  • บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) คืนใบอนุญาตช่อง MCOT Family
  • บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด คืนใบอนุญาตช่อง Spring News
  • บริษัท ไบรท์ ทีวี จำกัด คืนใบอนุญาตช่อง Bright TV
  • บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด คืนใบอนุญาตช่อง Voice TV
  • บริษัท เอ็นบีซี เน็กซ์ วิชั่น จำกัด คืนใบอนุญาตช่อง Spring 26

หากไล่เรียงดูจะพบว่าบริษัทที่คืนใบอนุญาตทีวีดิจิทัลมากที่สุดคือ BEC ที่คืนไปมากที่สุดถึง 2 ช่อง ทำให้เห็นชัดแล้วว่าทิศทางช่อง 3 หลังจากนี้อาจจะออกอากาศทีวีอนาล็อกจนหมดสัญญาปี 2563 และหลังจากนั้นก็ย้ายมาออกอากาศช่อง 3 HD แบบเต็มตัว

ส่วน อสมท ก็เน้นทำช่อง 9 MCOT HD ไปเพียงช่องเดียวให้ชัดเจน และอาจโยกย้ายรายการเด็กและครอบครัวที่ตนเองถนัดกลับมาสู่บ้านหลังเดิม เพื่อช่วยให้เรตติ้งของช่องดีขึ้น

ส่วนบริษัทลูกของ บริษัท นิวส์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน) ที่คืนไป 2 ช่อง ได้แก่ Spring News 19 และ Spring 26 ก็ประกาศเน้นดันช่อง Nation TV เพียงช่องเดียว หลังจาก ดีล TV Direct และ Spring News ล่มไม่เป็นท่า พร้อมกลับเคลมในการประกาศคืนช่อง Spring 26 ว่าเป็นการแก้ปัญหาของ “อดีตผู้บริหาร” ที่ทำไว้

ทางด้าน Bright TV ยังไม่มีการเผยแพร่แถลงการณ์ออกมา แต่หากใครดูตัวเลขเรตติ้งทีวีดิจิทัลอยู่ตลอดจะพบว่า Bright TV มีตัวเลขเรตติ้งอยู่ในท้ายตารางมาโดยตลอด นั่นอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ถอดใจออกจากสมรภูมินี้ไป

ส่วนไม้เบื่อไม้เมาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ กสทช. อย่าง Voice TV ที่ได้รับผลกระทบชัดเจนจากการเป็นช่องที่แสดงจุดยืนทางการเมืองชัดเจนแบบคุณแม่ไม่ปลื้ม จน คสช. ต้องร้องเรียนเนื้อหาผ่าน กสทช. อยู่บ่อยครั้ง ส่งผลให้ Voice TV โดนทั้งปรับเงิน เปลี่ยนพิธีกรรายการวิเคราะห์ข่าว และพักการออกอากาศอยู่บ่อยครั้ง ทำให้โฆษณาต่างหายไป ส่งผลให้ Voice TV สะบักสะบอม แม้มีสายป่านยาวก็ตาม แต่สุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนยุทธศาสตร์กันใหม่ไปอยู่บนทีวีดาวเทียมที่เคยรุ่งเรือง

หากสังเกตดีๆ จะพบว่าช่องเด็กและครอบครัวจะไม่มีบนหน้าจอทีวีดิจิทัลแล้ว ซึ่งเมื่อมาถึงตรงนี้แล้ว ต่างช่องต่างมีเหตุผลของตัวเองแตกต่างกันไป แต่สุดท้ายการเลือกที่ “เจ็บแต่จบ” บนฟูกที่ กสทช. วางไว้ ก็ดีกว่าปล่อยให้ตัวเจ็บไปเรื่อยๆ จนอาจ “ทนพิษบาดแผลไม่ไหว” …

กสทช. ย้ำต้องดูแลพนักงาน แต่นักวิชาการ-องค์กรสื่อยังกังวล

เลขา กสทช. ระบุในระหว่างการแถลงข่าววันนี้ว่า นายกรัฐมนตรีก็แสดงความห่วงใยต่อพนักงานในบริษัทที่ตัดสินใจคืนใบอนุญาตทีวีดิจิทัล โดยกำชับให้ กสทช. ดูแลเหล่าพนักงานเหล่านี้

“เมื่อมีการยุติการออกอากาศลง หมายความว่าพนักงานที่ทำงานในช่องนั้นๆ จะต้องตกงานไปด้วย ทางรัฐบาลจึงมีการออก ม.44 ในการชดเชยเงินไปให้ผู้ที่ยุติการออกอากาศ เพราะฉะนั้นขอให้ช่องที่ยื่นคืนทั้ง 7 ช่องให้ความเป็นธรรมกับพนักงานของท่านที่ต้องตกงาน อันนี้เป็นข้อห่วงใยของท่านนายกรัฐมนตรี” – ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.

สหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชนไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ก็ออกแถลงการณ์ร่วมเรียกร้อง กสทช. ให้กำชับผู้ประกอบการที่คืนใบอนุญาต ได้ดำเนินการดูแลชดเชยเยียวยาพนักงานที่ตกงาน มากกว่าที่ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานกำหนด เนื่องจากการคืนใบอนุญาตดังกล่าวผู้ประกอบการเองก็ได้รับเงินคืนจาก กสทช.เช่นกัน และขอให้ผู้ประกอบการชดเชยเยียวยาตามที่ กสทช. กำชับไว้ และต้องออกหนังสือรับรองการทำงานให้ด้วย

ด้าน ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน ระบุว่า กสทช. เสนอให้ประชุมกับผู้ประกอบการ โดยกำหนดให้แบ่งจำนวนเงินที่ได้จาก กสทช. ว่ากี่เปอร์เซ็นต์ไปช่วยพนักงานที่ถูกเลิกจ้างอย่างชัดเจน รวมถึงแนะนำว่าอาจจะตั้งกองทุนเยียวยาพนักงานในระยะยาว ให้สามารถกู้ยืมเงินดอกเบี้ยต่ำได้ในระหว่างที่หางานใหม่ เป็นต้น และขอให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ที่ระบุว่า กสทช. ควรช่วยทีวีดิจิทัลเพราะพนักงานจะตกงาน เมื่อได้เยียวยาแล้ว ก็ควรเห็นความสำคัญของพนักงานในบริษัทตนเองด้วย

รวมถึงเสนอให้สมาคมวิชาชีพสื่อควรรวบรวมฐานข้อมูลพนักงานที่ถูกเลิกจ้าง โดยเฉพาะคนทำปีกดิจิทัลคอนเทนต์ เพื่อให้นายจ้างสามารถติดต่อหาคนเหล่านี้มาทำงานในที่ใหม่ได้ง่ายยิ่งขึ้น รวมถึงควรทำหลักสูตรพัฒนาคนทำงานทีวีดิจิทัลเพื่อให้พร้อมสู่พัฒนาเนื้อหาลงแพลตฟอร์มออนไลน์

ส่วนสิ่งที่พนักงานทีวีช่องต่างๆ ควรทำ แม้ไม่ได้อยู่ในดิจิทัล 7 ช่องที่ขอคืนใบอนุญาต ดร.มานะเตือนว่าก็มีโอกาสถูกปลดออก เพราะในอนาคตนั้นทีวีอาจจะไม่ได้เป็นสื่อหลักในการส่งข้อมูลข่าวสาร ต้องเร่งพัฒนาคุณภาพการทำงานของตัวเอง และมองข้ามไปถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่อาจจะช่วยให้รอดคนทีวีรอดได้ในระยะยาว

“15 ช่องที่เหลือต้องกลับมาพัฒนาเนื้อหารายการให้มีคุณภาพ หากยังมีรายการแทรกด้วยรายการขายตรงเป็นระยะๆ จนเกินไป จะผลักให้คนดูไป OTT เช่น Netflix หรือ LINE TV ดังนั้น 15 ช่องควรพัฒนาคุณภาพรายการของตัวเองด้วย ขณะที่ กสทช. ควรจับตาการโฆษณาเกินจริงเพื่อสร้างคุณภาพทีวีดิจิทัลดึงคนดูกลับมา” – ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์

ภูมิทัศน์ทีวีไม่เปลี่ยน ลุ้นเงินโฆษณากระจายไปหาช่องไหน

อย่างแรกที่เรามองเห็นเลยคือ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นการกระตุ้นหัวใจอุตสาหกรรมทีวีแบบชั่วคราว ไม่สร้างการเปลี่ยนภูมิทัศน์สื่อทีวีได้แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด (แต่ถึงอย่างไรก็ดีกว่าการไม่ทำอะไรเลย) เพราะต้องยอมรับว่า Social Media และ OTT เข้ามาแบบเต็มตัว ดึงเม็ดเงินโฆษณาจากทีวีและสื่อดั้งเดิมได้มากขึ้นเรื่อยๆ

อ่านประกอบ

แต่ที่น่าสนใจก็คือ ตัวเลขเม็ดเงินโฆษณาภาพรวมเมื่อเทียบกับปี 2561 และการคาดการณ์ปี 2562 พบว่า “ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก” แต่การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เมื่อช่องทีวีดิจิทัลน้อยลง ก็ย่อมหมายความว่าตัวหารน้อยลง ซึ่งอาจจะเป็นสัญญาณที่ดี? จริงหรือไม่?

แต่หลังจากนี้ ต้องรอดูกันว่าแล้วเงินโฆษณาหลังจากนี้จะไปอยู่ที่ช่องไหน เพราะที่ผ่านมาก็กระจุกตัวอยู่ในช่องทีวีดิจิทัลระดับ Top หน้าเดิม 1-2 ราย และหน้าใหม่ 2-3 ราย และช่องที่ยังอยู่ลำดับท้ายตาราง หลังเหลือทีวีดิจิทัลเพียง 15 ช่องจะสู้ต่อไหวหรือไม่ น่าจับตาในระยะยาว

สรุป: ปรับตัว-เพิ่มพูนทักษะดิจิทัลใหม่ๆ คือทางรอด

หลังจากนี้ ขั้นตอนการเยียวยาผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลยังคงดำเนินต่อไปจนกว่าจะสิ้นสุดกระบวนการของมัน ต้องยอมรับว่านี่เป็นมหากาพย์ยาวนานถึง 5 ปี จากการประมูลที่ทุกคนคิดว่าคือความหวังครั้งใหม่ของวงการทีวี ประกอบกับพลาดที่ประเมินว่าเม็ดเงินโฆษณาบนทีวีในปี 2556 (ก่อนปีที่จะประมูลทีวีดิจทัล) ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นๆ อาจทำให้เราไม่ทันได้เอะใจ

จนในที่สุดเข้ามาของ Technology Disruption ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีแบบฉับพลันเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว Facebook, YouTube และสื่อออนไลน์อื่นๆ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว หลายคนอาจจะมองว่ามันมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง หรือเพราะเราไม่ได้ตั้งรับและเตรียมตัวมาก่อนหรือเปล่า นั่นเป็นคำถามที่ชวนคิดกันต่อยาวๆ

แต่ไม่ว่าจะเพราะเหตุผลอะไรก็ตาม เรื่องราวของทีวีดิจิทัลยังคงดำเนินต่อไป เราก็ควรจะเรียนรู้และเพิ่มพูนทักษะใหม่ๆ ในด้านการสร้างคอนเทนต์ การเผยแพร่เนื้อหาสื่อสังคมออนไลน์ การตลาดดั้งเดิม การตลาดดิจิทัล และอื่นๆ กันต่อไป และ thumbsup ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ประกอบการและพนักงานในทีวีดิจิทัลต่อสู้กันในสมรภูมินี้กันต่อไปครับ

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2019/05/thailand-digital-tv-after-some-companies-walked-out-from-battlefield/

สรุปสถานการณ์การจ่ายคลื่นมือถือและคืนช่องทีวีดิจิทัล หลังนายกใช้ ม.44

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรีได้บังคับใช้ ม.44 ให้ค่ายมือถือสามารถยืดการจ่ายค่าธรรมเนียมคลื่น 900MHz และให้ผู้ให้บริการทีวีดิจิทัล สามารถคืนคลื่นได้ โดยวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ผู้ให้บริการทั้งหมดจะสามารถยื่นเรื่องได้

Blognone เลยสรุปสถานการณ์ทั้งหมด ว่าผู้ให้บริการมือถือรายได้ยื่นเรื่องบ้างและทีวีดิจิทัลเจ้าไหนคืนช่องบ้าง

No Description

ผ่อน 0% 10 ปี

ค่ายมือถือทั้ง AIS, True และ dtac ได้เดินทางไปยื่นเรื่องกับ กสทช. เพื่อยื่นเรื่องขอยืดการชำระค่าบริการคลื่น 900MHz เป็นระยะเวลา 10 ปี โดยไม่มีดอกเบี้ย ส่วนเรื่องการเข้าประมูลคลื่น 700Mhz ที่เป็นเงื่อนไขพ่วงกับการขอยืดระยะเวลา 10 ปีนั้น ด้าน dtac เสนอว่าควรเลื่อนการจัดสรรคลื่นออกไปก่อน จนกว่า กสทช. จะจัดทำแผนจัดสรรคลื่นความถี่ที่ชัดเจน และกำหนดมูลค่าคลื่นอย่างเป็นธรรมเสียก่อน

เช่นเดียวกับ AIS และ True ที่ระบุว่าขอพิจารณาหลักเกณฑ์และรอดูความชัดเจนก่อน

No Description

คืนทีวีทั้งหมด 7 ช่อง

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่ามีผู้ประกอบการยื่นเรื่องขอคืนใบอนุญาตแล้วทั้งหมด 7 ราย ได้แก่

  • BEC คืนช่อง 28 3SD และ 13 Family เหลือแค่ช่อง 33 HD
  • MCOT คืนช่อง MCOT Family 14 เหลือช่อง MCOT HD 30
  • Voice คืนช่อง VoiceTV 21
  • Nation คืนช่อง Spring 26 เหลือช่อง NationTV 22
  • NEWS คืน SpringNews 19
  • Bright คืน Bright TV 20

หลังจากนี้ผู้ประกอบการจะต้องส่งแผนยุติกิจการให้ กสทช. ภายใน 60 วัน กสทช.จะพิจารณาประมาณ 30-45 วัน หากไม่มีปัญหาจึงจะอนุมัติให้จอดำได้ ซึ่งทางช่องจะต้องแจ้งให้ผู้ชมรับทราบ 30 วันก่อนจอดำด้วย

ที่มา – Brand Inside, Positioning Mag, MThai, ทันหุ้น

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/109701

AirHelp จัดอันดับสายการบินและสนามบินทั่วโลก การบินไทยได้ที่ 43 สนามบินสุวรรณภูมิได้ที่ 75

AirHelp ได้จัดอันดับสายการบินและสนามบินที่ดีที่สุดในโลกในด้านต่างๆ ในปีนี้การบินไทยได้อันดับ 43 ดีขึ้นกว่าในปีที่แล้ว ขณะที่สนามบินสุวรรณภูมิได้อันดับที่ 75

ภาพจาก Shutterstock

AirHelp เว็บไซต์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเคลมขอรับเงินกรณีเกิดปัญหาในการเดินทาง เช่น เที่ยวบินดีเลย์ ยกเลิกเที่ยวบิน ฯลฯ ได้จัดอันดับสนามบินและสายการบินต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งมีสายการบินและสนามบินของประเทศไทยติดอันดับด้วย

เว็บไซต์ AirHelp ได้คำนวณคะแนนของสนามบินไม่ว่าจะเป็น สถิตของเครื่องบินขึ้นลงตรงเวลาหรือไม่ การให้บริการของสนามบิน หรือแม้แต่อาหารและร้านค้าต่างๆ ส่วนทางด้านของสายการบินได้คำนวณคะแนนจากการตรงต่อเวลา การให้บริการ รวมไปถึงความยากง่ายในการขอรับเงินชดเชยจากสายการบินถ้าหากประสบปัญหาต่างๆ

สำหรับการบินไทยได้คะแนน 6.9 จากคะแนนเต็ม 10 อยู่อันดับที่ 43 จากสายการบินทั้งหมด 72 สายการบินทั่วโลกที่ AirHelp ได้ให้คะแนน โดยการบินไทยมีอันดับดีขึ้นจากปีที่แล้วซึ่งได้คะแนน 6.36 คะแนน อยู่ในอันดับ 62 นอกจากนี้คะแนนในด้านต่างๆ ของสายการบินดีขึ้นกว่าในปีที่แล้วเป็นอย่างมากอีกด้วย ขณะที่อันดับ 1 ของสายการบินปีนี้คือ Qatar Airways ได้คะแนน 8.23 จากคะแนนเต็ม 10

ขณะเดียวกันสนามบินสุวรรณภูมินั้นปีนี้ได้คะแนน 7.63 จากคะแนนเต็ม 10 อยู่อันดับที่ 55 จาก 132 สนามบินที่ AirHelp ได้ให้คะแนนสนามบินเป็นปีแรก โดยสนามบินที่ดีที่สุดในโลกคือสนามบิน Hamad ที่ประเทศกาตาร์ ขณะที่สนามบินอันดับแย่ที่สุดคือสนามบิน Lisbon Portela ในประเทศโปรตุเกส

ที่มาBusiness Times, Dailymail

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/airhelp-ranking-airlines-and-airport-around-the-world-2019/

พระโคกินอะไร 2562 ชมถ่ายทอดสดวันพืชมงคล พร้อมกัน เวลา 08:29 น.

โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย เตรียมถ่ายทอดสดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ 2562 ในวันพฤหัสบดีที่ 9 พฤษภาคม 2562 เวลา 08:29 – 08:49 น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งสำหรับคนที่ต้องการติดตามการเสี่ยงทายของพระโคว่าในปีนี้พระโคจะกินอะไร ก็สามารถติดตามการถ่ายทอดสดได้พร้อมๆ กันตามเวลาดังกล่าว

พระโคแรกนา

  • พระโคเพิ่ม มีความสูง ๑๕๙ เซนติเมตร ความยาวลำตัว ๒๓๐ เซนติเมตร  ความสมบูรณ์ รอบอก ๒๐๑ เซนติเมตร อายุ ๙ ปี
  • พระโคพูล มีความสูง ๑๕๗ เซนติเมตร ความยาวลำตัว ๒๓๘ เซนติเมตร  ความสมบูรณ์ รอบอก ๒๐๕ เซนติเมตร อายุ ๙ ปี

ข้อมูลเพิ่มเติม เว็บไซต์กระทรวงกระเกษตรและสหกรณ์

 

from:http://www.9tana.com/node/royal-ploughing-day-2562/

MV เพลงสรรเสริญพระบารมี ร.10 พ.ศ. 2562 เวอร์ชั่นอย่างเป็นทางการ

พร้อมๆ กับ MV เพลงชาติไทยเวอร์ชั่นใหม่ ทางสำนักนายกรัฐมนตรี ยังได้เผยแพร่วีดิทัศน์ (MV) “เพลงสรรเสริญพระบารมี” แรกบนแผ่นดินรัชกาลที่ 10 ฉบับอย่างเป็นทางการออกมา สำหรับใช้ในพิธีการต่างๆ มีความยาว 1 นาที 29 วินาที

วีดิทัศน์ (MV) “เพลงสรรเสริญพระบารมี” แรกบนแผ่นดินรัชกาลที่ ๑๐ จัดทำโดยสำนักนายกรัฐมนตรี

from:http://www.9tana.com/node/thai-royal-anthem/

MV เพลงชาติไทย เวอร์ชั่นใหม่ ปี 2562 รัชกาลที่ 10

สำนักนายกรัฐมนตรี โดยพิพิธภัณฑ์ธงชาติไทย ได้เผยแพร่วีดิทัศน์ “เพลงชาติไทย” แรกบนแผ่นดินรัชกาลที่ 10 หรือ MV เพลงชาติไทยเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดปี 2562 ที่จะใช้เปิดบนหน้าจอทีวีและกิจกรรมต่างๆ แบบเป็นทางการ โดยมีเนื้อหาเน้นความรักชาติ ความเป็นหนึ่งเดียวกันของทุกชนชั้น ทุกสาขาอาชีพ ตลอดจนเทิดพระเกียรติ ในหลวงรัชกาลที่ 10

วีดิทัศน์ (MV) “เพลงชาติไทย” แรกบนแผ่นดินรัชกาลที่ ๑๐ โดยสำนักนายกรัฐมนตรี

ที่มา – thaiflag.org

from:http://www.9tana.com/node/thai-flag-2562/