คลังเก็บป้ายกำกับ: THAILAND

ก.ล.ต. เปิดร่างกำกับธุรกิจคริปโต ห้ามให้บริการรับชำระค่าสินค้าหรือบริการด้วยเงินคริปโต

คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แถลงข่าวถึงการกำกับดูแลการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เป็นสื่อกลางชำระค่าสินค้าและบริการ (Means of Payment) ที่แม้จะระบุว่าเป็นการกำกับ แต่เนื้อหาร่างประกาศที่ขอรับฟังความเห็นเป็นการห้ามธุรกิจเงินคริปโตภายใต้การกำกับดูแลของก.ล.ต. ให้บริการรับชำระ โดยข้อห้ามมีประเด็นดังนี้

  • ห้ามโฆษณาว่าพร้อมให้บริการแก่ร้านค้า ว่าสามารถรับชำระด้วยเงินคริปโตได้
  • ห้ามจัดทำระบบหรือเครื่องมืออำนวยความสะดวกแก่ร้านค้าเพื่อรับชำระด้วยเงินคริปโต
  • ห้ามให้บริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (wallet) แก่ร้านค้าเพื่อรับชำระ
  • การขายเงินคริปโตเป็นเงินบาท ต้องโอนเข้าบัญชีตัวเองเท่านั้น (ขายเป็นเงินบาทพร้อมกับโอนไปร้านค้าเลยไม่ได้)
  • ห้ามให้บริการโอนเงินคริปโตสำหรับการชำระค่าสินค้าและบริการ
  • ห้ามดำเนินการอื่นใดที่สนับสนุนหรือส่งเสริมการใช้เงินคริปโตมาเป็นสื่อกลางการชำระค่าสินค้าและบริการ

หากประกาศครั้งนี้มีผลบังคับใช้ก็แทบจะปิดทางการใช้เงินคริปโตในการแทนเงินจริงๆ แม้จะจำกัดเฉพาะธุรกิจภายใต้กำกับก.ล.ต. เท่านั้นก็ตาม แต่การรับชำระโดยไม่ผ่านตัวกลางเหล่านี้ก็จะยุ่งยากขึ้นมากจนธุรกิจส่วนมากน่าจะไม่พร้อมลงทุน แนวทางนี้นับว่าตรงกับท่าที่ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่เคยออกมาระบุว่าไม่สนับสนุนการใช้เงินคริปโตชำระค่าสินค้า

ที่มา – ก.ล.ต., ธปท.

No Description

from:https://www.blognone.com/node/126848

Bitkub สนับสนุนทีมชาติไทยและไทยลีก เตรียมทำ NFT ให้แฟนบอลไทยสะสม

หลัง Bitkub เปิดตัวเป็นผู้สนับสนุนทีมชาติไทยและไทยลีกเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา วันนี้ Bitkub ได้มอบเงิน 30 ล้านบาท และของสะสม NFT ชิ้นแรกของวงการฟุตบอลไทย ให้กับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และบริษัทไทยลีก จำกัด เพื่อเริ่มต้นการเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการแล้ว ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยจะสนับสนุนการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกประจำฤดูกาล 2564-2565 และฤดูกาล 2565-2566

นอกจากนี้ Bitkub ยังร่วมกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เตรียมจัดกิจกรรม ทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ โดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน ให้แฟนฟุตบอลชาวไทยได้สะสมสินทรัพย์ดิจิทัล NFT ในรูปแบบของสะสมดิจิทัลต่างๆ เช่น ภาพโมเมนต์ความประทับใจ ภาพนักฟุตบอลของนักกีฬาทีมชาติไทย, และสโมสรต่างๆ ในไทยลีก รวมไปถึงของสะสมอื่นๆ เร็วๆ นี้

No Descriptionภาพ Bitkub

ที่มา – Khaosod, Bitkub

from:https://www.blognone.com/node/126836

ประเทศไทยขอให้ Google ลบเนื้อหาวิจารณ์รัฐบาล ด้วยสัดส่วน 95% สูงที่สุดในโลกในช่วง 10 ปี

Surfshark ได้เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2554 จนถึง 2563 ประเทศไทยมีการขอให้ Google ลบเนื้อหาออกจากแพลตฟอร์มเป็นจำนวนทั้งสิ้น 1,147 รายการ มากที่สุดเป็นอันดับที่ 16 ของโลก แต่ที่น่าสนใจกว่าคือ จากคำร้องในจำนวนนี้ เป็นเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลไปเสีย 1,092 รายการ ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดเหนือทุกประเทศ ตามมาด้วยเรื่องเกี่ยวกับการหมิ่นประมาท 1.48 % และอื่น ๆ อีกอย่างละไม่ถึง 1%

ไทยและเวียดนาม เป็นประเทศที่ขอให้ Google ลบเนื้อหาวิจารณ์รัฐบาลเยอะเป็นพิเศษ

จากสถิติชี้ให้เห็นว่า เนื้อหาที่ประเทศส่วนใหญ่ขอให้ Google ลบทิ้งนั้นเกี่ยวกับเรื่องการหมิ่นประมาท มีเพียงไทยและเวียดนามเท่านั้นที่สัดส่วนคำร้องในเรื่องการวิจารณ์รัฐบาลสูงขึ้นมาอย่างโดดเด่นที่ 95.2 และ 70.4 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ แต่ถ้านับเป็นจำนวนรายการแล้ว รัสเซียจะนำมาเป็นอันดับ 1 ที่ 1,631 รายการ จากทั้งหมด 123,606 รายการ ตามด้วยไทย เวียดนาม และตุรกี

ทั้งนี้ คำขอ 1 รายการ อาจมีเนื้อหาที่ถูกลบทิ้งจริงมากกว่า 1 รายการ อย่างเช่นในกรณีของเกาหลีใต้เมื่อปีที่แล้ว มีเนื้อหาที่ Google ลบไป 54,330 รายการ จาก 2,397 คำร้อง ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการที่เนื้อหาในคำร้องนั้น ๆ ได้ไปปรากฏอยู่บนหลาย ๆ แฟลตฟอร์ม

YouTube คือแพลตฟอร์มที่ Google ถูกยื่นคำร้องให้ลบเนื้อหามากที่สุด

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา YouTube คือแพลตฟอร์มที่ถูกยื่นคำร้องให้ลบเนื้อหาออกไปเยอะที่สุด 101,015 รายการ ต่อด้วย Web Search ที่ 60,898 รายการ แต่ถ้าดูเฉพาะในปี 2563 เพียงอย่างเดียว ทั้ง 2 แพลตฟอร์มมีสัดส่วนเกือบจะเท่ากันอยู่แล้ว ด้วยจำนวน 19,775 ต่อ 19,198 รายการ

สำหรับการยื่นคำขอให้ Google ลบเนื้อหา รัฐต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น และต้องระบุเจาะจงเกี่ยวกับเนื้อหาเท่าที่จะเป็นไปได้ พร้อมอธิบายว่า เนื้อหาดังกล่าวขัดต่อกฎหมายอย่างไร จากนั้นบริษัทถึงจะเริ่มประเมินคำร้องโดยดูจากกฎหมายในประเทศนั้น ๆ ควบคู่กันไปด้วย

 

อ้างอิง : Surfshark | Pulse | Google

from:https://droidsans.com/thai-government-ask-google-remove-content/

JAS ปฏิเสธ ไม่ได้รับการติดต่อ และไม่มีการพยายามขาย 3BB ให้กับ AIS

หลังก่อนหน้านี้มีกระแสในโลกโซเชียลว่าบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS กำลังเตรียมขายกิจการ 3BB ให้กับบริษัท AIS จนอาจเกิดผลกระทบต่อราคาหุ้นได้ ล่าสุด JAS ทำจดหมายชี้แจงกับตลาดหุ้นแล้ว โดยระบุว่าบริษัทไม่ได้ดำเนินการหรือมีพัฒนาการใดๆ ในเรื่องการขายธุรกิจบรอดแบนด์ของ 3BB รวมทั้งไม่ได้รับการติดต่อจาก AIS

ปัจจุบัน 3BB คือผู้เล่นอันดับสองในตลาดอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ในไตรมาส 3 ของปี 2021 มีผู้ใช้ทั้งหมด 3.6 ล้านราย จากทั้งตลาดราว 10 ล้านราย ส่วน AIS สิ้นไตรมาส 3 ปี 2021 มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงภายใต้แบรนด์ AIS Fibre ราว 1.6 ล้านราย เป็นอันดับสามของตลาด

หากมีการพยายามควบรวมกิจการจริง ยอดผู้ใช้งานก็จะแซง True Online ซึ่งเป็นอันดับหนึ่งของตลาดในปัจจุบัน คล้ายเป็นการเอาคืนการพยายามควบรวมกิจการของ Dtac กับ True ในตลาดเครือข่ายมือถือ ซึ่งคงต้องติดตามกันต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร

ที่มา – SET

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/126745

GULF จับมือ Binance เตรียมศึกษาและจัดตั้งกระดานเทรดคริปโตในประเทศไทย

บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF บริษัทพลังงานรายใหญ่ในประเทศไทย ทำหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าบริษัทกัลฟ์ อินโนวา จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ GULF ถือหุ้นร้อยเปอร์เซ็นต์ เตรียมจับมือกลุ่มธุรกิจ Binance เจ้าของ Binance.com เว็บไซต์กระดานเทรดคริปโตที่มีปริมาณซื้อขายมากที่สุดในโลก เพื่อศึกษาาและจัดทำแผนพัฒนาธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange) และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในประเทศไทย

ในจดหมายแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์เกี่ยวกับการลงนามบันทึกความร่วมมือนี้ บริษัทระบุว่าการทำข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ เป็นไปเพราะบริษัทเล็งเห็นถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลในประเทศไทย ซึ่งสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบการเงินของประเทศ และมีความสำคัญในชีวิตประชาชนมากขึ้น และการร่วมมือกับ Binance จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีบล็อคเชนของประเทศ

No Description

ตัวแทนของ Binance ระบุกับเว็บไซต์สื่อ Bloomberg ว่าการทำข้อตกลงครั้งนี้เป็นก้าวแรกในการสำรวจโอกาสทางการลงทุนในประเทศไทย ส่วน GULF และตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทย ยังไม่ให้ความเห็นใดอย่างเป็นทางการ

ถือว่าเป็นก้าวที่น่าจับตา เพราะหากภาครัฐต้องการเก็บภาษีคริปโตอย่างจริงจัง การนำกระดานเทรดคริปโตต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยอย่างถูกต้องและมีการเสียภาษี พร้อมกับรายงานสถานะต่างๆ อย่างเป็นทางการ น่าจะเป็นอีกวิถีทางป้องกันเม็ดเงินไหลออกไปยังกระดานเทรดคริปโตนอกประเทศ

ที่มา – จดหมายต่อตลาดหลักทรัพย์ของ GULF, Bloomberg

from:https://www.blognone.com/node/126743

ทวิตเตอร์สรรพากรไทยถูกแฮก แฮกเกอร์ระบุรับโฆษณา NFT

ทวิตเตอร์กรมสรรพากรไทย @RevenueDept ถูกแฮกเกอร์ยึดบัญชี ลบทวีตออกทั้งหมด แล้วประกาศรับโฆษณาโครงการ NFT

ตัวแฮกเกอร์ไม่ได้ประกาศแรงจูงใจอื่น หลังก่อนหน้านี้กรมสรรพากรระบุว่าการจัดเก็บภาษีคริปโตต้องจ่าย 15% ทุกรายการโดยไม่หักรายการที่ขาดทุน

No Description

from:https://www.blognone.com/node/126735

ตลาดหลักทรัพย์เตรียมเปิดกระดานซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล คาดเริ่มให้บริการไตรมาส 3

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประกาศแผนการลงทุน โดยจะเปิดนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (Thai Digital Assets Exchange: TDX) คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในไตรมาส 3 ของปีนี้ ยังไม่มีข้อมูลรายละเอียดการให้บริการว่า TDX จะเป็นรูปแบบใด หรือมีเงินคริปโตตัวใดอยู่บนกระดานบ้าง

ตอนนี้ผู้ได้รับใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลมีทั้งหมด 8 ราย (Huobi ถูกระงับ 1 ราย และ SCBS ยังไม่เริ่มธุรกิจอีก 1 ราย) หากทางตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะเข้ามาเป็นศูนย์ซื้อขายภายในไตรมาส 3 เราก็น่าจะได้เห็นการเริ่มขอใบอนุญาตและนโยบายการเลือกสินทรัพย์เข้ากระดานในอีกไม่ช้า

นอกจากการเปิดบริการ TDX แล้วตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยยังขยายแพลตฟอร์มระดมทุนบริษัท SME และสตาร์ตอัพเป็น LiVE Exchange เปิดให้ซื้อขายภายในไตรมาส 1 ของปีนี้

ที่มา – SET.or.th

No Description

ภาพโดย PIX1861

from:https://www.blognone.com/node/126652

สรรพากรรับลูกนายก เตรียมนัดถกภาษีคริปโต ระบุเสร็จสิ้นภายในเดือนมกราคมนี้

กรมสรรพากรระบุว่ากำลังเร่งดำเนินการหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาแนวทางการคิดภาษีจากกำไรการขายหรือลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล หรือคริปโทเคอเรนซี ให้เหมาะสมและเป็นปัจจุบัน ตามที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มอบหมาย โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม ปี 2565 นี้

กรมสรรพากรระบุด้วยว่าเตรียมคุยกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงเดินหน้าเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนที่ดำเนินการ ในเรื่องของสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้เกิดความเหมาะสม และมีประโยชน์กับทุกฝ่าย พร้อมยืนยันยึดหลักผู้เสียภาษีเป็นศูนย์กลาง

ยังไม่แน่ชัดว่านโยบายจะออกมาแบบไหน และเหตุใดจึงไม่มีการปรึกษาหารือหรือพูดคุยกับฝ่ายต่างๆ ก่อนจะออกนโยบายภาษี น่าสนใจว่าเวลาภายในเดือนมกราคมที่เหลืออยู่เพียง 21 วัน กับกระบวนการทำงานที่น่าจะมีความสลับซับซ้อนและต้องประสานงานกับหลายฝ่าย จะทำให้สุดท้ายแล้วมาตรการภาษีที่ได้รับการปรับปรุง จะออกมาในรูปแบบใด

ที่มา – กรมสรรพากร

from:https://www.blognone.com/node/126636

ขาดทุนคือกำไร สรรพากรแจงเก็บภาษีคริปโต คิดทุกรายการ ขาดทุนนำมาหักกลบไม่ได้

เมื่อเช้านี้คุณสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี และโฆษกกรมสรรพากร ให้ข้อมูลในรายการ The Morning Wealth ถึงแนวทางการจัดเก็บภาษีคริปโต (ช่วงนาทีที่ 33 เป็นต้นไป) โดยระบุว่าการคิดภาษี เป็นการคิดภาษีเงินได้ คิดจากการทำธุรกรรมคริปโตทุกรายการ (transactions) ที่มีกำไรเป็นเงินสด

หากตีความจากคำอธิบายนี้ สมมุติว่าผู้เสียภาษีทำการแลกเปลี่ยนบนแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยน 10 รายการในปีนั้น โดยขายเหรียญได้กำไรเป็นเงินสด (THB) 5 รายการ รวม 200,000 บาท แต่อีก 5 รายการ ขายเหรียญแล้วขาดทุน 500,000 บาท รวมทั้งปีผู้เสียภาษีขาดทุนจากการแลกเปลี่ยนรวม 300,000 บาท ภาษี 15% นั้นก็จะต้องระบุเงินได้เพื่อเสียภาษีจากกำไร 200,000 บาทอยู่ดี แม้ยอดรวมทั้งปีจะขาดทุน หรือแม้จะยังไม่ได้ถอนเงินบาทออกมาจากพอร์ตบนแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนก็ตาม เนื่องจากสรรพากรถือว่าการสั่งขายเป็นเงินได้ทันที แม้จะยังไม่ได้ถอนเงินออกมา

ทั้งนี้กรมสรรพากรระบุว่ามี Big Data และ Data Analytic มาช่วยในการวิเคราะห์ หากผู้เสียภาษีอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเสียภาษีไม่ถูกต้อง ผู้เสียภาษีอาจต้องทำการพิสูจน์ว่าการยื่นแบบเสียภาษี ต่ำกว่าความเป็นจริงหรือไม่ ถ้าต่ำกว่าก็ต้องชำระเพิ่มในส่วนที่ยื่นขาด และยังต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 1.5 ต่อเดือน ในส่วนที่ยื่นขาด และกำลังประสานกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยน เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการนำส่งข้อมูลภาษีของผู้ซื้อและผู้ขายให้กับกรมสรรพากร

ที่มา – คุณสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ในรายการ The Morning Wealth นาที่ที่ 33.11

from:https://www.blognone.com/node/126585

ชัยวุฒิ ลั่น กระทรวง DES ตั้งเป้าล้างบางแก๊ง SMS ภายในปี พ.ศ. 2565 ต้องลดลงหรือไม่มีเลย

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดการเว็บพนันออนไลน์ หรือเว็บไซต์เงินกู้ ที่ส่ง SMS หลอกลวงประชาชน ระบุว่ายังมีช่องว่างอยู่มาก ถึงปิดไปแล้วก็ยังเปิดมาใหม่ได้ แต่กำลังประสานกับ กสทช. และผู้เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและดำเนินการตามกฎหมาย

ส่วนในกรณีที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ดำเนินการจากต่างประเทศ นายชัยวุฒิระบุว่านายกรัฐมนตรีได้กำชับให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสานความร่วมมือกับต่างประเทศอย่างเต็มที่ เพื่อทะลายแหล่งกบดานและจับกุมดำเนินคดี

นอกจากนี้ยังเตรียมปรับปรุงกฎหมายเอาผิดกับผู้รับจ้างเปิดบัญชีเพื่อรับโอนเงินในไทย หรือที่เรียกกันว่า “บัญชีม้า” ให้เข้มข้นขึ้น ทั้งหมดนี้เพื่อเป้าหมายจัดการแก๊ง SMS ให้ลดลง หรือไม่เหลือเลย ในปี 2565

ที่มา – คม ชัด ลึก, CH3Plus

from:https://www.blognone.com/node/126529