คลังเก็บป้ายกำกับ: THAILAND

Sony ประเทศไทยลบโพสต์ Xperia 1 III หลังถูกโยงการเมือง

เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2563 เวลาประมาณ 11 นาฬิกา เพจเฟซบุ๊กโซนี่ประเทศไทย (Sony Thai) ได้โพสต์ภาพเชิญชวนให้รับชมการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเกิดขึ้นในเวลา 14 นาฬิกาของวันเดียวกัน แต่กลับโดนกระแสตอบกลับของคนบางกลุ่มที่เชื่อมโยงว่าโซนี่กำลังประกาศจุดยืนทางการเมืองในไทย

ภาพดังกล่าวมีข้อความว่า ‘เตรียมตัวให้พร้อม 14 April 2021 14:30 #SonyXperia‘ พร้อมสัญลักษณ์ขีดเส้นตรงแนวตั้งสามขีด (III) ซึ่งแสดงถึงหมายเลขรุ่นของ Xperia 1 III อันเป็นเลขโรมัน (อ่านว่า มาร์ค ทรี)

สัญลักษณ์ดังกล่าวมีความคล้ายคลึงกันกับสัญลักษณ์ที่มีการใช้ในขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยในประเทศไทย ที่เริ่มมีการใช้แพร่หลายในช่วงสองปีที่ผ่านมา โดยเส้นทั้งสามขีดนั้นเป็นตัวแทนของ เสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพ สัญลักษณ์ดังกล่าวนี้ถูกนำมาใช้ภายหลังจากมีการปรากฏในภาพยนตร์ The Hunger Games

ในภาพดังกล่าวปรากฏความคิดเห็นหลากหลายที่เกี่ยวโยงกับการเมืองในไทย เช่น ‘ขอบคุณ Sony ที่ยืนเคียงข้างประชาชน‘, ‘เรื่องจริงใช่มั้ย จะได้เปลี่ยนไปใช้ยี่ห้ออื่น‘ และ ‘ตกใจนึกว่ามีนัดวันนี้‘ เป็นต้น

ขณะเดียวกันก็พบว่ามีความคิดเห็นที่คล้ายคลึงกันอย่างมาก ปรากฏซ้ำเป็นจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีการกล่าวถึงยี่ห้อดังอีกยี่ห้อในประเทศไทย ‘ปกติยอดขายมือถือก็หืดขึ้นคออยู่แล้ว พอมาทำแบบนี้ก็จบข่าวเลย บ๊ายบาย ฉันรัก Sxxxxxg

ไม่กี่ชั่วโมงให้หลัง พบว่าโพสต์ดังกล่าวไม่สามารถเข้าถึงได้แล้ว

ทั้งนี้ โซนี่ในประเทศอื่นก็ใช้ภาพเดียวกันนี้ในการโปรโมต Xperia 1 III เช่นกัน อาทิ บัญชีทวิตเตอร์ของ Sony สหรัฐอเมริกา และบัญชีทวิตเตอร์ของ Sony สหราชอาณาจักร

แหล่งข้อมูล: Facebook (ลบไปแล้ว)

บทความ Sony ประเทศไทยลบโพสต์ Xperia 1 III หลังถูกโยงการเมือง มีต้นฉบับอยู่ที่ Thai App Update.

from:https://thaiappupdate.com/2021/04/16886/

Twitter ทำอีโมจิชานม ฉลองครบรอบ 1 ปี ความเคลื่อนไหว พันธมิตรชานม #MilkTeaAlliance

Twitter เปิดตัวอีโมจิสำหรับ #MilkTeaAlliance หรือพันธมิตรชานม เป็นอีโมจิรูปแก้วชานมที่มีพื้นหลังสามสีซึ่งสะท้อนถึงสีต่างๆ ของชานมในแต่ละประเทศ โดย MilkTeaAlliance เป็นพันธมิตรความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันทางออนไลน์ซึ่งเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายนปี 2020 ที่ผ่านมา

การแสดงอีโมจิชานม สามารถพิมพ์ได้ทั้งภาษาไทยว่า พันธมิตรชานม และภาษาอื่นๆ คือ ภาษาอังกฤษ จีน เกาหลี เมียนมา ทาง Twitter บอกด้วยว่า มีการทวีตพูดคุยถึงพันธมิตรชานม 11 ล้านทวีตในปีที่ผ่านมา

No Description

พันธมิตรชานม เกิดขึ้นจากชาวเน็ตฮ่องกง ไต้หวัน และไทย ที่ร่วมต่อสู้กับกลุ่มชาตินิยมจีน เริ่มจากการที่มีคนไทยบอกว่าไต้หวันเป็นประเทศ แต่มีชาวจีนออกมาโต้แย้งว่าไต้หวันเป็นของจีน

ที่ผ่านมา Twitter ได้ออกอีโมจิสำหรับความเคลื่อนไหวต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็น #MeToo, #BlackLivesMatter

ที่มา – Twitter

from:https://www.blognone.com/node/122093

หนัง SeaSpiracy ใน Netflix ส่วนหนึ่งตีแผ่แรงงานประมงไทย ทำประยุทธ์ไม่พอใจ จี้ให้ประชาชนเข้าใจใหม่

เพจข่าวจาก วาสนา นาน่วม รายงานว่า ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ระบุ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมและเป็นผู้อำนวยการ ศรชล. ด้วย ได้ดูหนังสารคดีตีแผ่การประมงเรื่อง SeaSpiracy ใน Netflix ซึ่งมีฟุตเทจส่วนหนึ่งถ่ายที่ไทยด้วยนั้น ประยุทธ์จึงสั่งการให้ ศรชล. ตรวจสอบและชี้แจงให้ Netflix และประชาชนเข้าใจใหม่ให้ถูกต้อง

เบื้องต้น ฟตเทจในหนังถ่ายทำมา 5-6 ปีแล้ว ทาง ศรชล. ยืนยันว่าสามารถชี้แจงได้ และพร้อมจะประสานไปยัง Netflix ให้ผู้ถ่ายทำ ไปตรวจสอบสถานที่ด้วยตัวเอง

ที่มา – วาสนา นาน่วม

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/122078

KBTG เปิดตัว Tech Kampus ร่วมพัฒนาหลักสูตรในมหาวิทยาลัย เตรียมความพร้อม นศ. สู่ตลาดจริง

หนึ่งในปัญหาใหญ่ของวงการไอทีคือ ขาดแคลนบุคลากร นักพัฒนาซอฟต์แวร์, วิศวกร, คนทำ AI, คนทำงานด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ล้วนแล้วแต่เป็นตำแหน่งที่ตลาดงานต้องการสูง แต่การเตรียมความพร้อมบุคลากรยังไม่สามารถป้อนตลาดงานได้ทัน

KBTG บริษัทเทคโนโลยีในเครือธนาคารกสิกรไทยเห็นปัญหานี้ ได้เปิดตัวโครงการ Tech Kampus เพื่อส่งเสริมคุณภาพการศึกษาทางด้านเทคโนโลยีในประเทศไทย สร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่เปี่ยมศักยภาพ โดย KBTG จะเข้าไปร่วมมือกับมหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาหลักสูตร ยกระดับคุณภาพการศึกษาในสาขา Data Science และ Artificial Intelligence (AI) รวมทั้งต่อยอดและผลิตงานวิจัยใหม่ๆ ทางด้านเทคโนโลยี

No Description

ในโครงการ Tech Kampus นั้น KBTG ร่วมมือกับ 2 องค์การภาครัฐ คือศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) และสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT)

ด้าน 7 มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล และวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล

No Description

นอกจากร่วมพัฒนาหลักสูตรแล้ว KBTG ยังเปิดรับนิสิตนักศึกษาเข้ามาเรียนรู้และเข้ามาฝึกงานกับทาง KBTG วิจัยเทคโนโลยีใหม่ๆ และเตรียมความพร้อมสู่โลกทำงาน เพื่อทักษะที่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานด้านไอทีมาใช้งานจริง

เมื่อการร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและเอกชน คือสิ่งจำเป็น

ในงานเปิดตัวโครงการ Tech Kampus มีเสวนาจากคณาจารย์ เรื่องความสำคัญของการจัดทำหลักสูตรการศึกษาด้าน Data Science/AI ระดับอุดมศึกษาในประเทศไทยและพูดถึงภาพรวมความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคธุรกิจ ได้มุมมองที่น่าสนใจ ดังนี้

No Description

ดร. อักฤทธิ์ สังข์เพชร ผู้อำนวยการหลักสูตรคาร์เนกีเมลลอน มหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล (CMKL University) บอกว่าที่ผ่านมา ทางสถาบันดำเนินการเรียนการสอนด้วยการร่วมมือกับเอกชนเสมอ เพื่อให้นักศึกษาได้มีที่ปล่อยของ หนึ่งในหลักสูตรที่พัฒนาคือ Computer Engineering นำผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและต่างประเทศมาตีโจทย์และแก้ไขปัญหาประเทศด้วยกัน ซึ่งทางสถาบันจะขยายหลักสูตรนี้ไปยังปริญญาตรีด้วย

ผศ.ดร. รัชฎา คงคะจันทร์ ผู้อำนวยการหลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิตสาขาวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมข้อมูล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้แง่คิดว่า อาจารย์ผู้สอน มีความพยายามตั้งใจสอนอย่างดีที่สุด เปรียบเหมือนช่างตัดเสื้อที่พยายามตัดให้เนี้ยบที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน คนตัดเสื้อก็ต้องดูเทรนด์แฟชั่นในขณะนั้น การมีเอกชนเข้ามาร่วมมือกับมหาวิทยาลัยจะช่วยให้เรารู้ว่าเทรนด์เป็นอย่างไรบ้าง

อ.สมโชค เรืองอิทธินันท์ รองหัวหน้าภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ และประธานหลักสูตรปริญญาตรีสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ยอมรับว่า อนาคต มหาวิทยาลัยไม่พ้นต้องปรับตัว ซึ่งภาคเอกชนเขาปรับตัวอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว ทางมหาวิทยาลัยต้องผลักดันนโยบายร่วมมือกับเอกชนอย่างจริงจัง การ reskill ก็เป็นประเด็นสำคัญที่ควรนำมาพิจารณา เนื่องจากหลักสูตรเก่าๆ หลักสิบปีไม่ตอบโจทย์ตลาดงานปัจจุบันแล้ว คนที่เรียนจบไปนานควรกลับมาพึ่งมหาวิทยาลัยได้เมื่อต้องการ reskill ใหม่

ผศ.ดร. ฆนัท ตั้งวงศ์ศานต์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล มองว่า การร่วมมือกับเอกชนช่วยให้นักศึกษารู้ตัวได้เร็วขึ้นว่าตัวเองอยากทำอะไร และคณาจารย์จะได้มีโอกาสทำงานวิจัยที่ออกไปใช้งานจริงได้มากขึ้น

ศ.ดร. ธนารักษณ์ ธีระมั่นคง นายกสมาคมปัญญาประดิษฐ์แห่งประเทศไทย บอกว่า แต่ละสถาบันการศึกษามีแนวโน้มปรับตัวอยู่แล้ว การที่ KBTG เข้ามาร่วมมือตรงๆ จะกลายเป็นโครงการนำร่องและนโยบายนี้จะสามารถขยายไปยังมหาวิทยาลัยอื่นๆ ต่อไป

สรุป

เรืองโรจน์ พูนผล ประธาน KBTG ระบุว่า เป้าหมายระยะยาวของธนาคารกสิกรไทยคือ One of the World Digital Bank ซึ่งทางธนาคารไม่สามารถไปได้ด้วยตัวคนเดียวได้ เราต้องร่วมกับหน่วยงานอื่น โดยเฉพาะสถาบันการศึกษา เพื่อขอแรงมาช่วยให้บริษัทขับเคลื่อนต่อไปได้

Tech Kampus ถือเป็นอีกก้าวสำคัญ และไม่ได้มีมีเป้าหมายเพียงหาบุคลากรที่ตอบโจทย์ความต้องการของบริษัทเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญกับการศึกษาและเศรษฐกิจของประเทศ ที่อนาคต นักศึกษาจะได้เรียนรู้ทักษะเทคโนโลยีที่เอาไปใช้งานจริง ตรงกับเทรนด์โลกได้จริงเมื่อเข้าสู่วัยทำงาน และที่สำคัญคือ สามารถอยู่รอดได้ในภาวะ disruption

หากสถาบันใดสนใจเข้าร่วมโครงการ KBTG Tech Kampus สามารถติดต่อได้ที่ kbtgtechkampus@kbgt.tech

from:https://www.blognone.com/node/122042

Imagine Cup 2021 รอบ World Finals ประกาศผล นักศึกษาไทยชนะประเภท Lifestyle

ไมโครซอฟท์ประกาศผลการแข่งขัน Imagine Cup 2021 รอบ World Finals โดยทีม Threeotech จากม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้ผ่านเข้ารอบเป็น 4 ทีมสุดท้ายและคว้ารางวัลเป็นผู้ชนะในประเภท Lifestyle ด้วยผลงาน JustSigns ในวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา

Imagine Cup เป็นการแข่งขันพัฒนาซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีสำหรับนักเรียนนักศึกษาจากไมโครซอฟท์ ในปีนี้เป็นการแข่งขันปีที่ 19 โดยในปีที่ผ่านมา มีเยาวชนเข้าร่วมประชันความสามารถแล้วกว่า 2 ล้านคนจาก 190 ประเทศทั่วโลก

ความสำเร็จของ Threeotech ในปีนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีสถิติที่ยอดเยี่ยมในการแข่งขัน Imagine Cup ด้วยตำแหน่งแชมป์โลกเป็นครั้งที่ 7 จากครั้งล่าสุดในปี 2016 โดยเกม Timelie ของทีม PH21 (อ่านข่าวเก่า)

No Description

สร้างคำบรรยายและล่ามภาษามือแบบเสมือนด้วย JustSigns

JustSigns เป็นเว็บแอปสำหรับสร้างคำบรรยายภาษามือแบบอัตโนมัติสำหรับผู้ผลิตสื่อ เพื่อช่วยผู้พิการทางการได้ยินสามารถรับชมภาพเคลื่อนไหวภาษามือ 3 มิติควบคู่กับวิดีโอต้นฉบับและเข้าถึงสื่อต่าง ๆ ได้อย่างเท่าเทียมมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายของผู้ผลิตสื่อในการจ้างล่ามภาษามือและพัฒนามาตรฐานของการผลิตสื่อให้มีการใส่คำบรรยายภาษามืออย่างแพร่หลายอีกด้วย

No Description

เทคโนโลยีของ Microsoft Azure ที่ใช้ใน JustSigns ได้แก่ Azure Static Web Apps / Azure Functions / Azure SQL Database และบริการอื่น ๆ

สมาชิกในทีม Threeotech

  1. นายเจตนิพิฐ ธารทะเลทอง
  2. นายศุภากร จาง
  3. นายธัชวิน วิวัฒนโสภา

นักศึกษาภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

ผลการแข่งขัน Imagine Cup 2021 รอบ World Finals

  • ผู้ชนะในประเภท Earth ได้แก่ ทีม ProTag จากประเทศนิวซีแลนด์ กับผลงานสมาร์ทแท็กติดหูที่สามารถตรวจจับการเจ็บป่วยระยะแรกของสัตว์ในฟาร์มและให้ข้อมูลเชิงลึกแก่เกษตรกรได้แบบเรียลไทม์
  • ผู้ชนะในประเภท Education ได้แก่ ทีม Hand-On Labs จากสหรัฐอเมริกา กับผลงานแล็บที่สามารถควบคุมเครื่องมือทางกายภาพต่าง ๆ จากระยะไกล ตอบโจทย์การเรียนออนไลน์สำหรับนักเรียน
  • ผู้ชนะในประเภท Healthcare ได้แก่ ทีม REWEBA จากประเทศเคนยา กับผลงาน IoT ที่สามารถตรวจกรองทารกแรกเกิด (Infant Screening) จากระยะไกลและส่งข้อมูลการตรวจวัดไปยังแพทย์ ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตและป้องกันทารกจากโรคร้ายแรง
  • ผู้ชนะในประเภท Lifestyle ได้แก่ ทีม Threeotech จากประเทศไทย กับผลงาน JustSigns

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามการแข่งขันและเชียร์ทีมต่าง ๆ ในรอบ World Championship ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้

ผู้ชนะในรอบ World Championship จะได้รับเงินรางวัล 75,000 เหรียญและสิทธิ์เข้าร่วม Mentoring Session แบบตัวต่อตัวกับคุณ Satya Nadella ซีอีโอของไมโครซอฟท์

ที่มา – Imagine Cup Thailand และ Student Developer Blog

from:https://www.blognone.com/node/122013

KBTG ร่วมกับมหาวิทยาลัย 7 แห่ง พัฒนาหลักสูตร Data Science, AI รับนักศึกษาเข้ามาฝึกงานด้วย

KBTG เปิดตัวโครงการ Tech Campus ร่วมกับมหาวิทยาลัยช่วยพัฒนาหลักสูตรเกี่ยวกับ Data Science, AI ผลิตบุคลากรให้ตอบโจทย์เชิงธุรกิจด้านเทคโนโลยี พร้อมทั้งส่งนิสิตนักศึกษาเข้าฝึกงานจริงใน KBTG มีมหาวิทยาลัย 7 แห่งที่เข้าร่วมโครงการคือ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัย CMKL, มหาวิทยาลัยนานาชาติ มหิดล

ในโครงการนี้ได้ร่วมมือกับองค์กรรัฐ 2 แห่งด้วยคือศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ และสมาคมปัญญาประดิษฐ์ ในโครงการ Tech Campus นอกจากร่วมพัฒนหลักสูตรแล้ว ยังเป็นความร่วมมือทางการวิจัยทางด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ นำไปต่อยอดให้วงการธุรกิจไทย

No Description

เรืองโรจน์ พูนผล ประธาน KBTG ระบุว่า เป้าหมายระยะยาวของธนาคารกสิกรไทยคือ One of the World Digital Bank และยังมีธนาคารเปิดใหม่ในต่างประเทศทั้งจีนและเวียดนาม ซึ่งทางธนาคารไม่สามารถไปได้ด้วยตัวคนเดียวได้ เรายังต้องการคนอีกเยอะ จึงจำเป็นต้องร่วมกับหน่วยงานอื่น โดยเฉพาะสถาบันการศึกษา เพื่อขอแรงมาช่วยให้บริษัทขับเคลทื่อนต่อไปได้ และทางบริษัทก็สามารถช่วยมหาวิทยาลัยใสการพัฒนาหลักสูตรและงานวิจัย

เรืองโรจน์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีการลงทุนงานวิจัย R&D เพียง 0.34% ของ GDP ไทย ซึ่งน้อยเมื่อเทียบกับนานาประเทศ กุญแจสำคัญที่จะทำให้เกิดความก้าวหน้าเชิงเทคโนโลยีด้วยต้องใช้ยุทธศาสตร์ Deep Collaboration ร่วมกับหลายถาคส่วนเพื่อพัฒนาบุคลากรและการวิจัย นอกจากนี้ยังต้องใช้ยุทธศาสตร์ Deep Focus เพื่อให้การวิจัยชัดเจน ไม่สะเปะสะปะ

ที่ผ่านมา KBTG ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีให้กับองค์กรภาครัฐ เช่น โครงการ Thai NLP (Thai Natural Language Processing) ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ลดช่องว่างในการสื่อสารภาษาธรรมชาติระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์, วิจัย Facial Recognition กับสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) พัฒนา Face Liveness Detection พิสูจน์ความเป็นบุคคล ป้องกันการปลอมแปลง และโครงการ CU NEX ที่พัฒนาร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ที่มา – งานแถลงข่าว

from:https://www.blognone.com/node/121976

ทีมวิจัยจาก VISTEC เสนอโมเดลสร้างภาพสามมิติจากภาพถ่ายมีความลึก

ทีมวิจัยจากสถาบันวิทยสิริเมธี (Vidyasirimedhi Institute of Science and Technology – VISTEC) เสนองานวิจัย NeX ระบบแปลงภาพถ่ายที่มีความลึก (multiplane image – MPI) มาเป็นภาพสามมิติที่สมจริง

ภาพแบบ MPI เป็นภาพที่เราเห็นบ่อยขึ้นในเฟซบุ๊ก แม้จะคล้ายภาพสามมิติแต่ภาพแต่ละชั้นก็ยังแบนๆ บอกได้เพียงว่าชั้นใดอยู่หน้าหลังเท่านั้น แต่ NeX สามารถเรนเดอร์ภาพออกมาได้เหมือนกำลังมองภาพสามมิติอย่างสมบูรณ์ แม้แต่แสงเงาก็สมจริง

นอกจาก NeX จะสามารถสร้างภาพที่สมจริงแล้ว ทีมวิจัยยังระบุว่าประสิทธิภาพการสร้างภาพก็ดีกว่างานวิจัยที่เคยเสนอมากว่าพันเท่าตัวทำให้สามารถเรนเดอร์ในอุปกรณ์พลังประมวลผลไม่สูงนัก เช่น โทรศัพท์มือถือได้

งานวิจัย NeX: Real-time View Synthesis with Neural Basis Expansion โดย Suttisak Wizadwongsa, Pakkapon Phongthawee, Jiraphon Yenphraphai, และ Supasorn Suwajanakorn นำเสนอในงานประชุมวิชาการ CVPR 2021

ที่มา – NeX MPI

from:https://www.blognone.com/node/121971

เทรนด์ท่องเที่ยวไทย 2021: คนจะเที่ยวไม่บ่อย แต่ละรอบอยู่นานขึ้น เที่ยวไปทำงานไปมาแรง

วิกฤตท่องเที่ยวที่กระทบผู้ประกอบการโรงแรมไทยอย่างหนักหนาสาหัสในยุคแห่งโควิด ปรากฏว่าเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น ปัจจัยหลักคือการเข้ามาของวัคซีนต้านโควิดที่จะพลิกโฉมสถานการณ์ให้เป็นไปในทางบวก

ข้อมูลจาก SiteMinder แพลตฟอร์มจองโรงแรม ทำรายงานประเมินสถานการณ์การท่องเที่ยวในปี 2564 โดยสรุปว่าจะมีทั้งหมด 5 กระแสที่เกิดขึ้น ดังนี้

1. ท่องเที่ยวในประเทศจะกลับมา ส่วนระหว่างประเทศค่อยๆ ฟื้นตัว

ภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย จะได้นักท่องเที่ยวไทยเป็นกลุ่มลูกค้าหลักมาช่วยเพิ่มอัตราการจองห้องพักโดยตรงให้กับโรงแรม ซึ่งส่วนใหญ่จองผ่านแพลตฟอร์มและเว็บไซต์ต่างๆ

ในปี 2019 เว็บไซต์โรงแรมจัดอยู่ในอันดับ 3 ของช่องทางที่มีคนจองห้องพักมากที่สุด ไต่อันดับขึ้นมาจากอันดับที่ 4 ในปีก่อนหน้า ยิ่งทำให้การจองห้องพักโดยตรงกับโรงแรมของนักท่องเที่ยวไทยในปีนี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้ว

ในงานศึกษาของ SiteMinder ระบุว่า อัตราการท่องเที่ยวในประเทศที่เพิ่มมากขึ้นจะทำให้เราได้เห็นบทบาทที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องของช่องทางการจองระดับประเทศและระดับภูมิภาค ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมาเราได้เห็นผู้เล่นระดับภูมิภาคอย่าง Agoda ที่ไต่ขึ้นมาครองอันดับหนึ่งแทนที่ Booking.com เนื่องจากนักท่องเที่ยวมองหาประสบการณ์การท่องเที่ยวและส่วนลดข้อเสนอของโรงแรมในประเทศ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่มีแนวโน้มว่าจะได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่นักท่องเที่ยวในประเทศจะยังคงเป็นกลุ่มลูกค้าหลักในอีกหลายเดือนข้างหน้านี้ ได้มีการคาดการณ์จะได้เห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนกว่า 2 ล้านคนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยในช่วงปลายปี 2564

แม้การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติจะช้าหรือเร็วมีส่วนขึ้นอยู่กับประสิทธิผลและการแจกจ่ายวัคซีน โรงแรมในประเทศควรเริ่มเตรียมวางแผนรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ที่คาดว่าจะสามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยได้โดยไม่จำเป็นต้องกักตัวในเดือนตุลาคมนี้

2. เทรนด์ท่องเที่ยวแบบกระทันหันจะเป็นที่นิยม

เทรนด์การจองที่พักแบบกระทันหันได้รับความนิยมในปีที่แล้วและจะยังคงต่อเนื่องในปีนี้ เช่น

  • การกระโดดขึ้นรถแล้วขับออกไปท่องเที่ยว
  • การจองตั๋วเครื่องบินทริปสั้นๆ เพื่อหลีกหนีความจำเจ

ข้อมูลจาก Changing Traveller Report ฉบับล่าสุดของประเทศไทย บอกว่า นักท่องเที่ยวชาวไทยเกือบ 60% ระบุว่า ผลจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้พวกเขาวางแผนการจองที่พักภายในประเทศล่วงหน้าเพียงไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ก่อนออกเดินทาง ซึ่งคาดว่าจะเป็นเทรนด์ที่นิยมต่อเนื่องในหมู่นักท่องเที่ยว นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังมีความต้องการเพิ่มขึ้นในการการยกเลิก/แก้ไขการจองที่พักที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้นเพื่อความอุ่นใจสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีความรอบคอบในการวางแผนการท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวที่วางแผนก่อนการออกเดินทางก็จะกลับมามีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในปีนี้เช่นกันซึ่งเป็นผลจากการมองสถานการณ์ในทิศทางบวกและความต้องการกลับมาท่องเที่ยวที่สะสมมาเป็นระยะเวลานาน ทำให้เริ่มมีการจองที่พักล่วงหน้าในประเทศไทยเป็นเวลาหลายเดือนมากขึ้น ซึ่งเราได้เริ่มเห็นอัตราการจองที่พักช่วงคริสต์มาสของโรงแรมในไทยแม้จะยังไม่สูงมากแต่ก็มากพอที่จะนับเป็นสัญญาณที่ดี  ซึ่งราคาที่พักและแพ็คเกจที่คุ้มค่ารวมถึงความยืดหยุ่นในการจองมีผลช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวและส่งผลให้อัตราการจองที่พักล่วงหน้าเพิ่มสูงมากขึ้นเช่นกัน

Business Travel
Travel Photo: Shutterstock

3. ความต้องการของนักท่องเที่ยวจะเพิ่มมากขึ้น

วิกฤตที่เกิดขึ้นทำให้ธุรกิจโรงแรมทั่วโลกต้องปรับแนวทางการทำธุรกิจครั้งใหญ่แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตั้งแต่การปรับพื้นที่ใช้งานของโรงแรมให้เหมาะกับการทำงานแทน ไปจนถึงการสร้างกระแสรายได้จากช่องทางใหม่ อาทิ บริการจัดส่งอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่แขกเริ่มมีความคาดหวังสูงขึ้นที่จะได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการใช้บริการ

ในขณะที่ในปีนี้นักท่องเที่ยวชาวไทยบางคนมีความสุขกับการได้ออกเดินทางท่องเที่ยวในสถานที่ใหม่ๆ มีนักท่องเที่ยวชาวไทยอีกมากมายที่คาดหวังจะได้รับการบริการที่ดีขึ้น สิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้น ได้มีช่วงเวลาสำหรับถ่ายภาพอัพโหลดลงอินสตาแกรม รวมถึงความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น ซึ่งผู้ประกอบการโรงแรมชาวไทยมีเวลาที่จะสามารถเรียนรู้และปรับตัวได้ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ก่อนที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับเข้ามา

ในความเป็นจริงแล้ว แม้สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยจะดีขึ้น แต่เรายังคงต้องรักษามาตรฐานด้านสุขอนามัยต่อไป วิกฤตนี้ได้แสดงให้เห็นถึงการยกระดับมาตรการด้านความสะอาดและสุขอนามัยในหลายๆพื้นที่ ซึ่งผู้เข้าพักก็คาดหวังที่จะได้รับมาตรฐานด้านความสะอาดที่มีคุณภาพเช่นนี้ในปีนี้และในอนาคต

4. ช่วงเวลาวันหยุดจะเป็นช่วงที่มีอัตราการจองห้องพักสูง

เนื่องจากนักท่องเที่ยวได้เริ่มวางแผนท่องเที่ยว ผู้ประกอบการโรงแรมอาจได้เห็นจำนวนแขกเข้าพักเพิ่มสูงขึ้นในช่วงวันหยุดเทศกาลปีนี้อีกครั้งหลังจากที่การท่องเที่ยวหยุดชะงักไปในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงนับเป็นตัวอย่างที่ดี

ข้อมูลจาก World Hotel Index พบว่า อัตราการจองที่พักล่วงหน้าทั้งหมด ประมาณ 15% เป็นการจองที่พักโรงแรมในไทยช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่มีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอีกเมื่อเข้าใกล้เทศกาลมากยิ่งขึ้น

5. นักท่องเที่ยวจะลดจำนวนครั้งในการเดินทาง แต่พักระยะเวลานานขึ้น

ในที่สุดแล้วเมื่อนักท่องเที่ยวสามารถกลับมาท่องเที่ยวได้อีกครั้ง แม้จะมีทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติมากมายที่ยังคงนิยมการท่องเที่ยวระยะสั้นและจองที่พักแบบกระทันหัน แต่จะมีนักท่องเที่ยวอีกหลายกลุ่มที่จะกลับไปมองหาการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีความหมายมากขึ้นในปีนี้ ซึ่งเป็นวิถีท่องเที่ยวที่เป็นไปได้ยากในหลายปีที่ผ่านมาเนื่องจากกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เที่ยวบ่อยแต่เป็นการเที่ยวระยะเวลาสั้นเท่านั้น

เมื่อมีการผ่อนปรนมาตรการต่างๆ การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนจะกลายมาเป็นปัจจัยสำคัญของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงภาคธุรกิจ เราจะได้เห็นนักท่องเที่ยวมีความใส่ใจต่อส่วนรวมมากขึ้นเมื่อออกเดินทางท่องเที่ยวและจะมีคำถามกับตัวเองว่า

  • เราจะสามารถเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีและสามารถตอบแทนคืนสู่สังคมได้อย่างไรบ้าง?

นักท่องเที่ยวในกลุ่มนี้จะเลือกบินน้อยลงและพักระยะยาวมากขึ้น การท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนไปพร้อมๆ กับการทำงานจะเป็นที่นิยมมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังนี้ เนื่องจากผู้คนต้องการที่จะพักระยะเวลานานขึ้น เพื่อหนีจากห้องสี่เหลี่ยม และประชุมในสภาพแวดล้อมที่มีวิวสวยงามไม่ใช่เพียงแค่หน้าจอสี่เหลี่ยม

SiteMinder สรุปว่า นับเป็นเวลานานกว่า 14 เดือน ตั้งแต่ประเทศไทยกลายเป็นประเทศแรกรองจากประเทศจีนที่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19  และเป็นเวลากว่าหนึ่งปีตั้งแต่การระบาดครั้งนี้สร้างผลกระทบอย่างรุนแรงให้กับธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม มีดัชนี้ที่บ่งชี้ถึงสัญญาณที่ดีขึ้น หากวัคซีนซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวสามารถดำเนินการได้ตามที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้ ซึ่งเรารู้สึกเชื่อมั่นอย่างยิ่งและมีความหวังที่จะได้เห็นวันที่สดใสและราบรื่นของโรงแรมในประเทศไทยในปี 2564 และในอนาคต

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เทรนด์ท่องเที่ยวไทย 2021: คนจะเที่ยวไม่บ่อย แต่ละรอบอยู่นานขึ้น เที่ยวไปทำงานไปมาแรง first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/travel-trend-thailand-2021/

โครงการร้านซ่อมอิสระของ Apple ขยายมาถึงประเทศไทยแล้ว เปิดรับสมัครปลายสัปดาห์นี้

แอปเปิลประกาศเพิ่มประเทศที่รองรับโครงการผู้ให้บริการซ่อมอิสระ (Independent Repair Provider – IRP) ซึ่งมีจุดประสงค์ให้ผู้บริการซ่อมแซมอุปกรณ์ สามารถเข้าถึงอะไหล่แท้ของแอปเปิล ตลอดจนเครื่องมือ คู่มือการซ่อม และการวินิจฉัยที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ โดยการเข้าร่วมนั้นทำได้ฟรี มีเงื่อนไขคือต้องจัดหาช่างเทคนิคที่ผ่านการรับรองจากแอปเปิล

แอปเปิลได้เริ่มโครงการนี้ในปี 2019 และปัจจุบันมีผู้ให้บริการซ่อมอิสระในโครงการดังกล่าวมากกว่า 1,500 ราย ทั่วอเมริกา แคนาดา และยุโรป

โครงการนี้จะขยายไปอีกมากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก โดยประเทศไทย อยู่ในกลุ่มที่จะเริ่มเปิดให้เข้าร่วมได้ตั้งแต่ปลายสัปดาห์นี้เป็นต้นไป ผู้ให้บริการซ่อมที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติม และสมัครเป็นผู้ให้บริการซ่อมอิสระได้ที่ support.apple.com/irp-program

ที่มา: แอปเปิล

alt="Apple Independent Repair Provider - IRP"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121929

VISA ออกผลสำรวจ โควิดกระตุ้นใช้จ่าย cashless คนไทยอยู่แบบไร้เงินสดได้เฉลี่ย 8 วัน

VISA ประเทศไทยออกผลสำรวจพฤติกรรมและความคิดเห็นคนไทย 1,000 คน อายุระหว่าง 18-65 ปี มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน เริ่มทำการสำรวจตั้งแต่ไตรมาสสามปี 2020 ซึ่งเป็นช่วงหลักประกาศล็อกดาวน์ พบว่า สถานการณ์โรคระบาด กระตุ้นผู้คนให้ใช้จ่ายแบบไร้เงินสดมากขึ้น โดยการถามความเห็นระบุว่า คนไทยสามารถอยู่ได้โดยไม่ใช้เงินสดได้นาน 8 วันโดยเฉลี่ย

ในการถามความเห็นว่าแต่ละคนสามารถอยู่ได้โดยไม่ใช้เงินสดนานเท่าไร พบว่า 19% อยู่ได้นานถึงสัปดาห์, 6% อยู่ได่นานเกินสัปดาห์ แต่ไม่เกินเดือน, 4% อยู่ได้ถึงเดือน และ 7% อยู่ได้นานเกินเดือน สุธิพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการ VISA ประจำประเทศไทย ระบุว่าว่าเป็นผลจากช่องทางรับจ่ายแบบไร้เงินสดมีความหลากหลายและครอบคลุมมากขึ้น เช่นเดลิเวอรี่อาหาร ก็ใช้จ่ายไร้เงินสดได้ หรือขึ้นรถเมล์ซื้อของเซเว่นอีเลฟเว่นก็แตะจ่ายได้

No Description
ภาพโดย multifacetedgirl

มี 26% ในจำนวนผู้ตอบแบบสำรวจ ได้ลองใช้การแตะเพื่อจ่ายผ่านสมาร์ทโฟนเป็นครั้งแรก ซึ่งคาดว่ารวมการจ่ายผ่านอีวอลเลตแล้ว, 23% แตะจ่ายผ่านบัตรแบบ Contactless เป็นครั้งแรก และ 21% จ่ายผ่าน QR เป็นครั้งแรก ในผลสำรวจระบุด้วยว่า 51% พกเงินสดน้อยลง เมื่อเทียบกับการสำรวจปีที่แล้วยังอยู่แค่ 30%

สุธิพงษ์ ระบุเพิ่มเติมว่า ในอนาคต VISA จะทำการรับจ่ายให้ครอบคลุมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแตะจ่ายบนรถไฟใต้ดิน, เรือโดยสาร ซึ่งคาดว่าจะเห็นผลในปีนี้ และขยายแตะจ่ายบนรถเมล์ให้ได้ 3,000 คัน และจะมีความร่วมมือด้านการแบ่งปันข้อมูลกับธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งต้องรอแถลงในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า

No Description

ที่มา – งานแถลงข่าว

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121857