คลังเก็บป้ายกำกับ: THAILAND

กรรมาธิการสาธารสุขเผย กระทรวงสาธารณสุขมีแผนฉีดวัคซีนในปี 2021 เพียง 20% ของประชากรไทย

นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ สส.พรรคก้าวไกล และโฆษกกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนฯ เปิดเผยถึงข้อมูลการประชุมกรรมาธิการเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน โดยระบุว่ากระทรวงสาธารณสุขในมีแผนจัดหาวัคซีนในปี 2021 เพียง 22 ล้านโดส ครอบคลุมประชากร 11 ล้านคนเท่านั้น

นอกจากนี้เอกสารยังระบุว่าวัคซีน 26 ล้านโดสจาก AstraZeneca จะส่งมอบให้ไทยเป็นสองช่วง คือปี 2021 นี้ส่งมอบเพียง 16 ล้านโดสและปี 2022 จึงส่งมอบอีก 10 ล้านโดส สำหรับปีนี้แผนการเดิมือการจัดหาจาก COVAX อีก 3 ล้านโดส และช่องทางอื่นอีก 2 ล้านโดส (ซึ่งตอนนี้ได้จาก Sinovac)

ภายใต้แผนการนี้กระทรวงสาธารณสุขวางแผนให้คนไทยได้ฉีดวัคซีน 50% ของประชากรภายในเวลา 3 ปี หรือปี 2023 แถลงการของกระทรวงสาธารณสุขระบุว่ามีเป้าหมายฉีดวัคซีนฟรีไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 แต่ไม่ระบุกรอบเวลา

ที่มา – @DoctorEkk

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/120818

สถาบันวิจัยปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทยปล่อยโมเดลทางภาษาไทย WangchanBERTa

สถาบันวิจัยปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (VISTEC-depa Thailand Artificial Intelligence Research Institute) ปล่อยโมเดล WangchanBERTa ซึ่งเป็นโมเดลทางภาษาไทยสำหรับงานประมวลผลภาษาธรรมชาติโดยฝึกฝนบนสถาปัตยกรรม RoBERTa

โมเดล WangchanBERTa ถูกฝึกฝนด้วยชุดข้อมูลกว่า 78.48 GB ใช้ตัวตัดคำย่อย SentencePiece ในการแบ่งคำและ ใช้เวลาฝึกฝนโมเดล 3 เดือน

ทำให้โมเดล WangchanBERTa ถือเป็นโมเดลภาษาไทยที่ใหญ่ที่สุด ณ ขณะนี้ ซึ่งในการฝึกฝนใช้ไฟฟ้าทั้งหมด 10,566.5 kWh หรือคิดเป็นรอยเท้าคาร์บอน 7.5 ตัน เทียบเท่าการใช้รถ 1.6 คันในหนึ่งปี

ที่มา: VISTEC-depa AI Research Institute of Thailand

from:https://www.blognone.com/node/120783

รัฐบาลเตรียมดันโมเดลเศรษฐกิจ BCG เน้นความยั่งยืน ชี้เป็นวาระสำคัญของชาติหลังการแพร่ระบาด COVID-19

รัฐบาลไทยเตรียมผลักดันโมเดลเศรษฐกิจ BCG หลังจากนี้ และจะอยู่ในวาระสำคัญของชาติ รวมถึงในงบประมาณปี 2022 หลังจากนี้ โดยมองว่าจะสามารถใช้โมเดลเศรษฐกิจดังกล่าวขับเคลื่อนไทยได้

Thailand Forest ป่า ไทย
ภาพจาก Shutterstock

รัฐบาลไทยเตรียมผลักดันโมเดลเศรษฐกิจ BCG โดยมองว่าเป็นการพัฒนาต่อยอดจากจุดแข็งของประเทศไทยคือ ความหลากหลายทางชีวภาพ และความหลากหลายทางวัฒนธรรม และยังเป็นการเชื่อมโยงกับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนี้รัฐบาลยังมองว่ายังจะสามารถเพิ่มขนาดของเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยได้มากกว่าเดิม เพิ่มการจ้างงานได้มากขึ้นอีกทางหนึ่ง

สำหรับโมเดล BCG ของประเทศไทยนั้นย่อมาจาก Bio-Circular-Green Economy หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว แนวคิดที่ทำให้รัฐบาลไทยต้องการผลักดันนั้นมาจาก ความเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อมจากการพัฒนาเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา ขณะเดียวกันการพัฒนาโมเดลเศรษฐกิจไทยเป็นรูปแบบทำมากแต่ได้น้อย ไม่เกิดการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้มากที่ควร

โดยโมเดลเศรษฐกิจ BCG ที่รัฐบาลจะผลักดันในช่วง 5 ปีข้างหน้านี้ ประกอบไปด้วย 4 ด้านสำคัญได้แก่

  1. เกษตรและอาหาร
  2. สุขภาพและการแพทย์
  3. พลังงาน วัสดุและเคมีชีวภาพ
  4. การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์

สำหรับ 4 ด้านเศรษฐกิจไทยข้างต้นมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศปี 2018 รวมกัน 3.4 ล้านล้านบาท คิดเป็น 21% ของ GDP ไทย และยังมีการจ้างแรงงานรวมกัน 16.5 ล้านคน หรือคิดเป็นประมาณ 50% ของการจ้างงานรวมของไทย

นอกจากนี้รัฐบาลไทยยังเตรียมยกโมเดลเศรษฐกิจ BCG เป็นวาระแห่งชาติ สำหรับการดำเนินวิถีชีวิตใหม่หลังการระบาดของ COVID-19 และจะเตรียมอยู่ในกรอบการทำงานของงบประมาณปี 2565 ด้วย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post รัฐบาลเตรียมดันโมเดลเศรษฐกิจ BCG เน้นความยั่งยืน ชี้เป็นวาระสำคัญของชาติหลังการแพร่ระบาด COVID-19 first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/thai-gov-push-bcg-economic-models-after-pandemic-20-jan-2021/

Ookla เผย เน็ตบ้านของไทยเร็วเฉลี่ยอันดับ 1 ของโลกแล้ว แซงรวดทั้งสิงคโปร์และฮ่องกง

Ookla เจ้าของ Speedtest.net เว็บไซต์ทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตยอดนิยม จัดทำ Speedtest Global Index เป็นประจำทุกเดือน รวบรวมความเร็วเฉลี่ยของอินเทอร์เน็ตของทั่วโลกไว้ทั้งอินเทอร์เน็ตบ้านและมือถือ

ล่าสุด Ookla ได้เปิดสถิติประจำเดือนธันวาคม 2020 แสดงให้เห็นว่าความเร็วเฉลี่ยขาดาวน์โหลดของเน็ตบ้าน (Fixed Broadband) ในประเทศไทยได้ขึ้นสู่อันดับ 1 ของโลกแล้ว โดยอยู่ที่ 308.35 Mbps แซงรวดเดียวทั้งสิงคโปร์ (245.31 Mbps) และฮ่องกง (226.80 Mbps) ที่เคยเป็นอันดับ 1 และ 2 ตามลำดับในเดือนพฤศจิกายน 2020

alt="lDVc0R.png"ภาพโดย Ookla

นอกจากนี้ในฝั่งเน็ตมือถือ อันดับ 1 คือประเทศกาตาร์ (178.01 Mbps) ที่แซงทั้งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (177.52 Mbps) และเกาหลีใต้ (169.03 Mbps) โดยประเทศไทยอยู่อันดับ 33 ของโลกที่ความเร็วเฉลี่ย 51.75 Mbps แม้อันดับจะไม่สูงนัก แต่ก็น่าสนใจตรงที่ไทยแซงขึ้นมาถึง 11 อันดับในเดือนเดียว

ส่วนค่าเฉลี่ยขาดาวน์โหลดของเน็ตบ้านทั่วโลกอยู่ที่ 96.43 Mbps, อัพโหลดอยู่ที่ 52.31 Mbps และเน็ตมือถือขาดาวน์โหลดอยู่ที่ 47.20 Mbps, อัพโหลดอยู่ที่ 12.67 Mbps

สาเหตุที่ค่าเฉลี่ยของไทยก้าวขึ้นสู่อันดับ 1 ของโลกได้ น่าจะเป็นเพราะผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตต่างแข่งขันกันสูง ออกโปรโมชันราคาไม่แพงแต่ได้สปีดสูงกันอยู่ตลอด

ที่มา – Speedtest Global Index, Facebook: Speedtest by Ookla

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/120704

เราชนะ เปิดให้ลงทะเบียน 29 มกราคม นำเงินไปใช้ขนส่งสาธารณะได้ ใช้เงินได้ถึงเดือนพฤษภาคมเท่านั้น

เราชนะ โครงการดังกล่าวจะเปิดให้ลงทะเบียนได้ในวันที่ 29 มกราคมนี้เป็นต้นไป โดยโครงการจะให้เงินเดือนละ 3,500 บาทในระยะเวลา 2 เดือน โดยเงินดังกล่าวจะใช้บริการขนส่งสาธารณะ และเม็ดเงินดังกล่าวจะใช้ได้ถึงเดือนพฤษภาคมเท่านั้น

Bangkok Bus รถเมล์ กรุงเทพ
ภาพจาก Shutterstock

อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้แถลงข่าวถึงโครงการเราชนะ หลังจากที่ได้ประชุมกับรัฐบาลมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง เพื่อแบ่งเบาภาระของประชาชน โดยโครงการจะแจกจ่ายเงินคนละ 3,500 บาทเป็นระยะเวลา 2 เดือนตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นไป มีกรอบวงเงิน 212,000 ล้านบาท

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยังได้กล่าวเสริมว่า โครงการเราชนะ จะเน้นการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อลดการใช้เงินสด ลดการแออัดเวลาลงทะเบียน หรือแม้แต่การถอนเงินสดออกมา

สำหรับผู้มีสิทธิ์เข้าโครงการเราชนะ จะใช้เงื่อนไขคัดกรองตามเงื่อนไข 7 ข้อ ไม่ว่าจะเป็น ชาวไทยผู้มีสิทธิ์ 18 ปีขึ้นไป ไม่เป็นผู้ประกันตนของสำนักงานประกันสังคม ฯลฯ โดยผู้มีสิทธิ์รับเงินทุกๆ สัปดาห์ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แอปพลิเคชั่นเป๋าตังค์ ขึ้นอยู่กับผู้ที่ผ่านเงื่อนไขชนิดไหน

กลุ่มเป้าหมายของโครงการเราชนะในรอบนี้ประมาณ 31 ล้านคน ประกอบไปด้วย

  • ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้สิทธิ์โดยอัตโนมัติ
  • ประชาชนที่มีฐานข้อมูลก่อนหน้านี้ แอพเป๋าตังค์ จะได้สิทธิ์โดยอัตโนมัติ
  • ประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลภาครัฐ จะต้องลงทะเบียนผ่าน http://www.เราชนะ.com

สำหรับช่วงเวลาการรับเงินของผู้ได้สิทธิ์แต่ละกลุ่มจะแตกต่างกันไป คือ

  • ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับเงินเพิ่มเติมเพิ่มจากเงินที่ได้อยู่แล้ว โดยเริ่มโอนเงินวันที่ 5 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป โดยเงื่อนไขจะแตกต่างกันไปสำหรับรายได้ของแต่ละคน
  • กลุ่มที่มีฐานข้อมูลและใช้แอปพลิเคชั่นเป๋าตังค์ จะได้รับเงินตั้งแต่ 18 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป
  • กลุ่มยังไม่มีฐานข้อมูล จะได้รับเงินตั้งแต่ 18 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป

ผู้มีสิทธิ์เข้าโครงการเราชนะสามารถใช้บริการซื้อสินค้า รวมถึงใช้บริการอื่นๆ ที่ไม่เป็นนิติบุคคลได้ เช่น แท็กซี่ บริการซักรีด ฯลฯ บริการขนส่งสาธารณะ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้กล่าวว่า สำหรับการใช้บริการขนส่งสาธารณะนั้นถือเป็นการทดลองระบบไปในตัว และในภายหลังจะมีการพัฒนาระบบดังกล่าวเป็น E-Ticket

การใช้เงินภายใครโครงการเราชนะสามารถใช้ได้จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมเท่านั้น โดยจะเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการได้ภายในวันที่ 29 มกราคม ถึง 12 กุมภาพันธ์​ 2564

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เราชนะ เปิดให้ลงทะเบียน 29 มกราคม นำเงินไปใช้ขนส่งสาธารณะได้ ใช้เงินได้ถึงเดือนพฤษภาคมเท่านั้น first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/raochana-open-for-register-soon-give-7-k-baht-19-jan-2021/

แบงก์ชาติมองโควิดรอบใหม่ผลต่อเศรษฐกิจไทยไม่รุนแรงเท่ารอบก่อน มองท่องเที่ยวฟื้นตัวไตรมาส 3 เป็นต้นไป

ธนาคารแห่งประเทศไทยวิเคราะห์ถึงการระบาดของ COVID-19 รอบใหม่ของไทยจะไม่กระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากเท่าในรอบที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็กังวลถึงกลุ่มที่มีรายได้เปราะบางที่อาจประสบปัญหามากขึ้น

Thailand Bangkok People wear face masks คนใส่หน้ากาก ช่วงโควิด
ภาพจาก Shutterstock

ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้มีมุมมองหลังจากมีการแพร่ระบาดรอบใหม่ของ COVID-19 โดยมองว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยจะมีน้อยกว่าการแพร่ระบาดในรอบแรก เนื่องจากความพร้อมด้านสาธารณสุขมีมากขึ้น พัฒนาการวัคซีนที่กำลังจะทยอยเข้ามาในประเทศไทยในเร็วๆ นี้ ขณะเดียวกันภาคการส่งออกของไทยยังขยายตัวได้ดี ตามเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า แต่ยังมองถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจไทยหลังจากนี้จากหลายๆ ปัจจัย

ขณะเดียวกันธนาคารแห่งประเทศไทยยังกังวลว่า การฟื้นตัวหลังจากนี้นั้นจะมีความต่างกัน ทั้งในเชิงพื้นที่ กลุ่มธุรกิจ และกลุ่มแรงงาน โดยพื้นที่ที่อยู่ภายใต้มาตรการควบคุมเข้มงวด 28 จังหวัด ซึ่งครอบคลุมสัดส่วนกิจกรรมทางเศรษฐกิจสูงเกินครึ่งของประเทศจะได้รับผลกระทบมากที่สุด

ทางด้านกลุ่มธุรกิจนั้นคาดว่าจะมีธุรกิจรายได้ที่ลดลงในช่วงนี้ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจภาคบริการ ซึ่งจะเพิ่มจำนวนธุรกิจที่เปราะบางมากขึ้นไปอีก และบางกลุ่มที่มีฐานะการเงินอ่อนแออยู่ก่อนแล้ว เช่น ธุรกิจในภาคการท่องเที่ยว จะได้รับผลกระทบจากการระบาดระลอกใหม่นี้เพิ่มเติม ขณะที่ผลกระทบต่อแรงงาน คาดว่ากลุ่มแรงงานในพื้นที่สีแดงที่มีมาตรการการควบคุมเข้มงวด มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบประมาณ 4.7 ล้านคน โดยส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างรายวันและผู้มีอาชีพอิสระ ที่จะมีชั่วโมงการทำงานลดลงและมีรายได้ลดลงมาก

มุมมองต่างๆ ของธนาคารประเทศไทยที่มองถึงการแพร่ระบาดครั้งใหม่นี้

  • ปัจจุบันจังหวัดที่เป็นพื้นที่สีแดงนั้นมีสัดส่วนมากถึง 3/4 ของกิจกรรมเศรษฐกิจไทย
  • ถ้าหากมาตรการควบคุมของรัฐบาลแบบปานกลางใช้ไม่ได้ผล อาจกระทบต่อเศรษฐกิจไทยได้มากถึง 4 จุดของ GDP ไทย แต่ถ้ามาตรการปัจจุบันใช้ได้ผลก็จะกระทบกับ GDP มากสุดเพียงแค่ 1.5 จุดเท่านั้น
  • มาตรการช่วยเหลือจะต้องตรงจุดไปยังผู้ที่ได้รับผลกระทบจริงๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่เปราะบางทางการเงิน
  • ธนาคารประเทศไทยมองว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจะกลับเข้ามาไทยอีกครั้งช่วงไตรมาส 3 ของปี
  • ขณะเดียวกันประชาชนเริ่มออมเงินน้อยลง และเริ่มเห็นความกังวลเรื่องของรายได้หลังจากนี้
  • ความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทย 3 อย่างคือเรื่องการแพร่ระบาดระลอกใหม่ช่วงครึ่งปีหลัง มาตรการจากภาครัฐ การกระจายวัคซีน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post แบงก์ชาติมองโควิดรอบใหม่ผลต่อเศรษฐกิจไทยไม่รุนแรงเท่ารอบก่อน มองท่องเที่ยวฟื้นตัวไตรมาส 3 เป็นต้นไป first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/new-pandemic-not-effect-more-to-thai-econ-bot-says-16-jan-2021/

ทีมอาสาพัฒนา “หมอชนะ” ประกาศยกแอพให้ภาครัฐดูแล 100%, fork โครงการใหม่

ทีมพัฒนาแอพ “หมอชนะ” ซึ่งเป็นอาสาสมัครภาคเอกชนที่ใช้ชื่อกลุ่มว่า Code for Public ประกาศส่งมอบสิทธิการดูแลซอร์สโค้ดและกระบวนการพัฒนาทั้งหมดให้ “รัฐบาล” (ในโพสต์นี้ไม่ระบุชัดว่าเป็นหน่วยงานใด ผู้รับผิดชอบหลักก่อนหน้านี้คือ DGA) แต่ทีมงานเดิมจะ fork โครงการออกเป็นชื่อใหม่ว่า SQUID

ตอนนี้ซอร์สโค้ด, repository เดิม, และเฟซบุ๊ก “หมอชนะ” ถูกส่งมอบให้รัฐบาลแล้วเมื่อวานนี้ (15 มกราคม 2564) โดยทีม Code for Public ระบุว่าจะแก้บั๊กรอบสุดท้ายให้ภายใน 2 สัปดาห์ แต่จะนำขึ้นอัพเดตในแอพเวอร์ชันแจกจ่ายบน store หรือไม่ ขึ้นกับแนวทางของหน่วยงานภาครัฐ

กระบวนการพัฒนาแอพ “หมอชนะ” เปิดเป็นโอเพนซอร์สมาตั้งแต่ต้น โดยซอร์สโค้ดอยู่บน GitHub Code for Public

ที่มา – Code for Public Facebook

No Description

from:https://www.blognone.com/node/120646

กลุ่ม ALTDOS ยืนยันข้อมูล 3BB หลุดเกินหมื่นรายการ เปิดไฟล์บัญชี Wi-Fi จุฬาเกือบแสนรายการ

หลังจากสัปดาห์นี้กลุ่ม ALTDOS เปิดเผยว่าเข้าถึงฐานข้อมูลของ 3BB สำเร็จและทางบริษัทออกมายอมรับว่าข้อมูลหลุดออกไปจริงประมาณหมื่นรายการ ทาง ALTDOS ก็เริ่มส่งอีเมลหาสื่อมวลชนในไทยระบุว่าข้อมูลที่ได้ไปจริงๆ มีมากกว่านั้นมาก พร้อมกับส่งไฟล์ตัวอย่างแรก คือ cbp_chula_wifi_01.csv ที่คาดว่าเป็นไฟล์บัญชี Wi-Fi ที่เกี่ยวข้องกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ไฟล์เป็น CSV มีความยาว 99,952 รายการ ค่าแฮช SHA256 เป็น 0051fb367547377798122cf9b6ca71c5a111817e8fb7e241f8a81858f00669e8 ภายในระบุข้อมูล ชื่อ, นามสกุล, หมายเลขประจำตัว (ดูเหมือนเลขบัตรประชาชนแต่ยืนยันไม่ได้), รหัสผ่าน PIN 4 หลักทำ encoding แบบ base64, อีเมล, ค่าซีเรียลผู้ใช้, ชื่อผู้ใช้ในระบบ, หมายเลขโทรศัพท์, วันที่สร้างบัญชี

แม้ข้อมูลจะเกือบแสนรายการแต่ข้อมูลซ้ำๆ กันก็เยอะมาก ผมตรวจสอบหาหมายเลขโทรศัพท์ไม่ซ้ำกันพบว่ามีทั้งหมด 18,279 รายการ ขณะที่อีเมลไม่ซ้ำกันมี 19,619 รายการ นอกจากนี้ ALTDOS ระบุว่าจะปล่อยข้อมูลเพิ่มเติมวันละหลายแสนรายการ

ผมได้ส่งอีเมลสอบถามทาง Jasmine เพื่อให้ยืนยันว่าเป็นข้อมูลจริงหรือไม่ แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับแต่อย่างใด

ที่มา – อีเมล ALTDOS จาก anonymousemail.me

from:https://www.blognone.com/node/120638

Goldman Sachs มองหุ้นธนาคารไทยปี 2021 ฟื้นตัวเด่นครึ่งปีหลัง แต่กังวลกลุ่มธุรกิจ SME ฟื้นตัวช้า

บทวิเคราะห์กลุ่มธนาคารไทยจาก Goldman Sachs มองว่าแบงก์ไทยจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป จากการเติบโตของสินเชื่อบริษัทใหญ่ แต่สำหรับกลุ่มธุรกิจ SME แล้วอาจต้องใช้เวลายาวนานมากกว่านั้น

ATM Bank Thailand
ภาพจาก Shutterstock

บทวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ล่าสุด มองหุ้นกลุ่มธนาคารไทยจะฟื้นตัวได้โดดเด่นในช่วงครึ่งปีหลัง จากปัจจัยบวก เช่น การแพร่กระจายวัคซีน การเดินทาง-ท่องเที่ยวทำได้สะดวกมากขึ้น แต่ในช่วงครึ่งปีแรกนั้นยังมีปัจจัยท้าทายกลุ่มธนาคารไทย จากปัจจัยไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 จากการแพร่ระบาดรอบใหม่ รวมไปถึงปัญหาการเมืองไทยที่ไม่แน่นอน

ขณะเดียวกันในบทวิเคราะห์ยังมองว่าลูกค้าของกลุ่มธนาคารไทยอย่างบริษัทใหญ่ๆ จะเริ่มเห็นการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งโดยเฉพาะงบดุลบริษัท จากความเชื่อมั่นภาพรวมเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ดี Goldman Sachs กังวลถึงกลุ่มลูกค้าธนาคารอย่างธุรกิจ SME ที่คาดว่าต้องใช้เวลานานในการฟื้นตัว ส่งผลทำให้เกิดความอ่อนแอต่องบการเงินหลังจากนี้

Goldman Sachs ยังเชื่อว่านักลงทุนได้มองข้ามถึงกำไรของปี 2021 ออกไป และมองถึงการฟื้นตัวเต็มรูปแบบของกลุ่มธนาคารไทยในช่วงปี 2022 มากกว่า โดยมองจากผลตอบแทนของหุ้นกลุ่มธนาคารที่ฟื้นตัวดีกว่าดัชนีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นอกจากนี้กลุ่มธนาคารไทยยังซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี

ปัจจัยที่ต้องจับตามองของกลุ่มธนาคารไทยปี 2021

  1. กลุ่มธนาคารไทยจะควบคุมเรื่องค่าใช้จ่ายต่อเนื่องในปี 2021 นี้
  2. เงินให้สินเชื่อของกลุ่มธนาคารไทยจะฟื้นตัวจากการปล่อยสินเชื่อให้บริษัทใหญ่เป็นหลักในปีนี้
  3. ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ของธนาคารไทยจะยังมีแรงกดดันอยู่ในปีนี้ จากการปล่อยกู้ที่ลดลง แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะคงตัวในปีนี้ก็ตาม
  4. ต้นทุนความเสี่ยงของเงินสินเชื่อที่ไม่ได้รับชำระเงินต้นคืน (Credit Cost) ของธนาคารไทยยังสูงต่อในปีนี้ แต่จะต่ำกว่าปี 2020 ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ Goldman Sachs ยังมองว่าหุ้นกลุ่มธนาคารไทยยังน่าสนใจจากเงินปันผลที่สูงมากที่สุดในกลุ่มธนาคารในอาเซียนอีกด้วย ซึ่งคาดว่าอัตราส่วนเงินปันผลจะอยู่ราวๆ 4% ขณะเดียวกันก็ยังแนะนำหุ้นธนาคารที่เน้นปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าบริษัทมากกว่า SME

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Goldman Sachs มองหุ้นธนาคารไทยปี 2021 ฟื้นตัวเด่นครึ่งปีหลัง แต่กังวลกลุ่มธุรกิจ SME ฟื้นตัวช้า first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/thai-banks-recovery-on-h2-but-still-concern-sme-business-gs-research-15-jan-2021/

ค่าขนส่งทางเรือหลายเส้นทางทำสถิติสูงสุดใหม่ แถมตู้คอนเทนเนอร์เปล่าขาดแคลนทั่วโลก กระทบผู้ส่งออก

ค่าขนส่งทางเรือหลายเส้นทางทำสถิติสูงสุดใหม่รอบหลายปี ปัจจัยสำคัญมาจากความต้องการของผู้ผลิตที่จะส่งของมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาตู้คอนเทนเนอร์เปล่าขาดแคลน ซึ่งกระทบกับผู้ส่งออกรวมถึงผู้ผลิตสินค้าอย่างมาก

Rotterdam Port Container คอนเทนเนอร์
ภาพจาก Shutterstock

ผู้ส่งออกสินค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปเอเชีย กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก เมื่อราคาค่าขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางเรือหลายเส้นทางได้ทำสถิติสูงสุดในรอบหลายปี โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลนในหลายท่าเรือหลัก นอกจากนี้ผลกระทบดังกล่าวยังลามไปถึงห่วงโซ่การผลิตในหลายประเทศ และอาจกระทบกับภาพรวมของเศรษฐกิจโลกได้

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่าราคาของค่าขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ 40 ฟุต เส้นทางระหว่างเซี่ยงไฮ้-รอตเตอร์ดัม นั้นทำสถิตสูงสุดใหม่อยู่ที่ 8,900 เหรียญสหรัฐต่อ 1 ตู้ ซึ่งราคาปกติอยู่ที่ราวๆ ไม่เกิน 3,000 เหรียญสหรัฐ ขณะที่เส้นทางระหว่างเซี่ยงไฮ้-ลอสแอนเจลิส ได้ทำราคาสูงสุดใหม่เช่นกัน อยู่ที่ราวๆ 4,200 เหรียญสหรัฐ ขณะที่ราคาปกติอยู่แค่เพียงไม่เกิน 2,700 เหรียญสหรัฐ

ทางด้านดัชนี Shanghai Containerized Freight Index ล่าสุดอยู่ที่ 2870.34 จุด ทำลายสถิติใหม่เช่นเดียวกัน ซึ่งตัวชี้วัดดังกล่าวนี้แสดงให้เห็นถึงความต้องการขนส่งสินค้าทางเรือกลับมาอีกครั้ง โดยดัชนีดังกล่าวได้วัดจากราคาค่าขนส่งทางเรือจากหลายเส้นทางทั่วโลก

ในช่วงเดือนธันวาคม 2020 ที่ผ่านมานั้น CMA CGM หนึ่งในผู้ให้บริการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางเรือรายใหญ่จากประเทศฝรั่งเศสนั้นชะลอการรับคำสั่งส่งตู้คอนเทนเนอร์เส้นทางเอเชีย-ยุโรป เนื่องจากความต้องการในการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก

ไม่เพียงแค่นั้นถ้าหากผู้ผลิตมีการยกเลิกการขนส่งสินค้า อาจทำให้โดนค่าปรับเพิ่มตามมามากกว่าเดิม เนื่องจากความต้องการส่งสินค้ามากเป็นพิเศษ

มีการวิเคราะห์ถึงว่าสาเหตุสำคัญที่ค่าขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางเรือราคาขึ้นสูงมาจากปัจจัยสำคัญคือยอดค้าปลีกในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 มากนักในหลายๆ ประเทศ ขณะเดียวกันยังมีสินค้าที่มีความต้องการสูงอย่างสินค้าไอที สินค้าทางการแพทย์ สินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในบ้าน รวมถึงความต้องการสต็อกสินค้าจากธุรกิจค้าปลีกทั่วโลก ทำให้ความต้องการส่งตู้คอนเทนเนอร์จึงเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

นอกจากนี้ค่าขนส่งที่เพิ่มมากขึ้นก็มาจากตู้คอนเทนเนอร์ที่อยู่ในประเทศจีนขาดแคลนอย่างหนัก จากความต้องการของผู้ผลิตในจีนที่ต้องการส่งออกสินค้า สอดคล้องกับดัชนีภาคการผลิตของจีนที่ฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง ขณะเดียวกันตู้คอนเทนเนอร์เปล่าที่อยู่ตามท่าเรือใหญ่ๆ ทั่วโลกก็ไม่เพียงพอกับความต้องการในขณะนี้

ผลกระทบจากค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นกลับย้อนมาทำร้ายผู้ผลิตหลายๆ รายได้รับผลกระทบทันที โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ไม่ว่าจะเป็น Volkswagen ที่โรงงานในทวีปยุโรปต้องปรับลดกำลังการผลิตลง ขณะที่ Honda นั้นโรงงานในประเทศญี่ปุ่นก็ต้องลดกำลังการผลิตลงด้วยเช่นกัน จากค่าขนส่งที่แพงมากขึ้น ขณะเดียวกันยังเกิดปัญหาที่สินค้าหรือวัสดุที่ผู้ผลิตเหล่านี้ต้องการกลับส่งมาไม่ทันจากความต้องการขนส่งที่สูงมาก

อย่างไรก็ดีในอาทิตย์ที่ผ่านมา ผู้บริหารของ A.P. Moller-Maersk บริษัทขนส่งทางเรือรายใหญ่ของโลกได้ออกมากล่าวว่า ราคาค่าขนส่งทางเรือในตอนนี้ยังไม่ใช่จุดสูงสุดเสียด้วยซ้ำ และการระบาดของ COVID-19 รอบใหม่อาจทำให้ราคาขนส่งทางเรือที่จะทำจุดสูงสุดใหม่สามารถยืดระยะออกไปอีกด้วยซ้ำ

ที่มา – Statista, The Loadstar, Hellenic Shipping News

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ค่าขนส่งทางเรือหลายเส้นทางทำสถิติสูงสุดใหม่ แถมตู้คอนเทนเนอร์เปล่าขาดแคลนทั่วโลก กระทบผู้ส่งออก first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/thailand-equities-outlook-latest-update-15-jan-2021/