คลังเก็บป้ายกำกับ: THAILAND

Google ประกาศรายชื่อโฆษณาที่ได้รับรางวัล YouTube Ads Leaderboard 2018

เวียนมาอีกปีกับการประกาศรางวัล YouTube Ads Leaderboard หรือรางวัลโฆษณาที่ได้รับความนิยมบน YouTube ประเทศไทย ปีนี้มีโฆษณา 10 เรื่องี่มีจำนวนการเข้าชมรวมกันมากกว่า 90 ล้านครั้งในปีที่ผ่านมา ดังนี้คือ

No Description

เนื้อหาโฆษณาในปีนี้มีความน่าสนใจตรงที่นอกจากแทรกประเด็นความฮาแบบที่คนไทยเข้าถึงง่าย และยังมีการต่อยอดคอนเทนต์ละครทีวีที่โด่งดังมาทำเป็นสตอรี่โฆษณาแล้ว ในเนื้อหาโฆษณาบางชิ้นอย่างแชมพูซันซิลค์และนม S-26 Gold Progress มีการพูดถึงเพศสภาพ ความหลากหลายทางเพศและการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียนด้วย

ที่มา – ข่าวประชาสัมพันธ์

from:https://www.blognone.com/node/108850

โฆษณา

กูเกิล, เฟซบุ๊ก ปรับหน้าเว็บรับวันเลือกตั้ง

กูเกิลและเฟซบุ๊ก ปรับหน้าเว็บรับวันเลือกตั้งของไทยในวันนี้ โดยฝั่งของกูเกิลนั้นเป็นภาพกล่องเลือกตั้งที่กำลังหย่อนบัตร (พับบัตรไม่ครบด้วย) โดยเมื่อกดภาพไปจะเป็นหน้าค้น “Thailand Elections”

ขณะที่เฟซบุ๊กจะมีฟีเจอร์มากกว่าสักหน่อย คือบอกจำนวนผู้แชร์ข้อความว่าจะไปเลือกตั้ง (ณ เวลาที่เขียนข่าว ประมาณ 18,000 คน), มีลิงก์ไปยังเว็บค้นหาคูหาเลือกตั้งของกกต. และชวนแชร์ข้อความว่าไปเลือกตั้งมาแล้ว

เฟซบุ๊กตกเป็นข่าวอย่างหนักในช่วงหลังเพราะคนจำนวนมากเชื่อว่าเฟซบุ๊กถูกใช้เป็นแหล่งกระจายข่าวปลอมเพื่อหวังผล โดยที่ผ่านมาเฟซบุ๊กระบุว่าดำเนินการไปหลายอย่าง ทั้งไล่ปิดบัญชีปลอม, บังคับให้ผู้โฆษณาทางการเมืองแสดงตัว, และตรวจสอบการแทรกแซงจากนอกประเทศ

แม้ว่าทวิตเตอร์จะไม่มีการปรับหน้าเว็บใดๆ เพื่อรับวันเลือกตั้งโดยตรง แต่แฮชแท็กจำนวนมากในตอนนี้ก็เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งอยู่

No Description

No Description

from:https://www.blognone.com/node/108813

เลือกตั้ง 2562 เปิดนโยบายเศรษฐกิจของพรรคการเมือง 4 สำคัญ ก่อนออกไปเลือกตั้ง

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง Brand Inside รวบรวมนโยบายเศรษฐกิจของพรรคต่างๆ ไว้ให้ตัดสินใจก่อนออกไปเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้

ภาพจาก Shutterstock

ใกล้เลือกตั้งเข้ามาเพียงอีกไม่กี่วัน Brand Inside ขอรวบรวมนโยบายเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับประชาชน นอกจากนโยบายทางการเมืองที่แต่ละพรรคได้ขับเคี่ยวกันไปแล้ว แต่นโยบายทางเศรษฐกิจของไทยก็สำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งแต่ละพรรคการเมืองได้งัดนโยบายเศรษฐกิจในด้านต่างๆ มาสู้กันอย่างสูสี หรือแม้แต่นโยบายเศรษฐกิจใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็นในรัฐบาลก่อนๆ ก็มีมากเช่นกัน

ทางทีมงาน Brand Inside หวังว่าประชาชนชาวไทยจะออกไปเลือกตั้งให้มากที่สุด เลือกพรรคที่ท่านชอบทั้งในนโยบายเศรษฐกิจและการเมือง เพื่อที่จะได้พาประเทศไทยสู่ความเจริญ

อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ – ภาพจาก Shutterstock

พรรรคพลังประชารัฐ

สำหรับพรรคพลังประชารัฐ จะเน้นในเรื่องสำคัญๆ 3 ด้านคือ เน้นทั้งด้านความสงบสุข ความสุขของสังคม นโยบายปากท้อง โดยนโยบายเศรษฐกิจสำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็น การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำที่ 425 บาทต่อวัน โดยพรรคเชื่อว่าจะเป็นการยกระดับแรงงานให้ได้แรงงานที่มีคุณภาพ ไม่จ้างแรงงานที่มีคุณภาพต่ำ แม้แต่ผู้ที่จบปริญญาตรีก็เริ่มต้นที่เดือนละ 20,000 บาท ส่วนนโยบายอื่นๆ ที่ได้ทำไปแล้วเช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ฯลฯ โดยพรรคพลังประชารัฐเชื่อว่าทุกนโยบายของพรรคทำได้จริง

ขณะเดียวกันนโยบายอื่นๆ ที่น่าสนใจก็เช่น

  • เว้นภาษีออนไลน์สำหรับแม่ค้า
  • การพักชำระหนี้เกษตรกร
  • ชูเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเศรษฐกิจแบ่งปัน
  • ยกระดับความสามารถผู้ผลิต 
  • เกษตรประชารัฐ 4.0 ปรับโครงสร้างภาคเกษตร ได้แก่ “เพิ่มรายได้ เพิ่มนวัตกรรม เพิ่มทางเลือก” และ “ลดภาระหนี้ ลดความเสี่ยง ลดต้นทุน”
  • พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต การที่จะปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในครั้งนี้ จำเป็นจะต้องมีการลงทุนขนาดใหญ่ เน้นโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล โดยเฉพาะ 5G

อ่านนโยบายของพรรคเต็มๆ ได้ที่นี่ รวมไปถึงจากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

ภาพจาก Shutterstock

พรรคเพื่อไทย

ทางพรรคเพื่อไทยมองว่าที่ผ่านมาประเทศไทยประสบปัญหาเศรษฐกิจเติบโตไม่ถึงรากหญ้า ทำให้ประชาชนกำลังประสบปัญหาความเดือดร้อน กระทบไปถึงภาคการบริโภคในประเทศ โดยทางพรรคได้ลงไปพูดคุยกับประชาชนและได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจไทยภายใน 180 วัน เช่น การปรับหนี้ ทำให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น ลดภาษี สร้างเศรษฐกิจใหม่ เปิดโอกาสคราฟต์เบียร์และสุรากลั่นชุมชน ไม่ผูกขาดแต่รายใหญ่ๆ เพียงไม่กี่ราย

นอกจากนี้พรรคยังมีนโยบายสำคัญๆ ที่พึ่งส่งออกมาเป็นไม้ตายได้แก่ “หวยบำเหน็จ” โดยนโยบายนี้พรรคมองว่าเป็นการช่วยให้ชาวบ้านสามารถออมเงินผ่านการซื้อหวยได้ ขณะเดียวกันผู้สูงอายุสามารถส่งต่อเงินส่วนนี้ให้กับลูกหลานได้อีกทาง

นโยบายอื่นๆ ที่น่าสนใจ

  • กิโยตินกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายที่ขวางและเป็นอุปสรรคแก่การทำมาหากิน ลดขั้นตอนความยุ่งยาง เพิ่มความโปร่งใส
  • กองทุนปรับเปลี่ยนหน้าดิน ทำให้เกษตรกรปลูกพืชผลที่มีคุณภาพและปลอดภัยแก่ผู้บริโภคได้ราคาสูงมากขึ้น
  • ลดภาษีอย่างชาญฉลาด พรรคเพื่อไทยมองว่ารัฐก็ต้องหารายได้เป็นโดยที่ไม่ทำให้ประชาชนทั่วไปเดือดร้อน
  • สิทธิพิเศษทางภาษีสำหรับธุรกิจของคนไทย พรรคมองว่าธุรกิจของคนไทยควรได้รับสิทธิภาษีเท่าเทียมกัน ไม่ใช่มีเพียงแค่ BOI หรือสิทธิพิเศษทางภาษีให้กับธุรกิจที่ต้องการอยู่ใน EEC
  • กองทุนคนเปลี่ยนงาน เพิ่มทักษะใหม่ สร้างงาน สร้างธุรกิจให้กับพนักงานที่ถูกเลิกจ้างจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี สามารถเป็นแรงงานที่มีทักษะมากขึ้นกลับเข้าไปสู่ตลาดแรงงานได้

นโยบายของพรรคเต็มๆ อ่านได้ที่นี่

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ – ภาพจาก Shutterstock

พรรคประชาธิปัตย์

สำหรับพรรคประชาธิปัตย์มาพร้อมกับนโยบายทางเศรษฐกิจของพรรคที่ว่า ยกระดับความเป็นอยู่ประกันรายได้คนไทย ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยมั่นใจว่าถ้าหากพรรคเป็นรัฐบาลสามารถลงมือทำได้ทันที และสามารถเปิดเผยงบประมาณที่นำมาใช้ในนโยบายของพรรคได้ ขณะเดียวกันก็เน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน สร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศไทย

นโยบายสำคัญๆ ของพรรคได้แก่

  • ประกันรายได้แรงงานไม่ต่ำกว่า 120,000 ต่อปี รัฐบาลก็จะจ่ายเงินส่วนต่างให้ถ้าหากคำนวนแล้วไม่ถึงที่กำหนด
  • กองทุนน้ำชุมชน พรรคประชาธิปัตย์มองว่าเรื่องของน้ำสำคัญกับเกษตรกร เพื่อที่จะมีน้ำใช้ตลอดปี โดยจะมีเงินทำแหล่งน้ำทุกหมู่บ้าน ปลดล็อกกฎระเบียบของราชการ
  • ประกันรายได้เกษตรกรครอบคลุมพืชทุกชนิด เช่น ข้าวไม่ต่ำเกวียนละ 10,000 บาท ยางพาราไม่ต่ำกว่า 60 บาทต่อกิโลกรัม
  • โครงการโฉนดสีฟ้า โครงการนี้จะให้ชุมชนจัดการเรื่องของโฉนดที่ดินกันเอง และยกระดับของ สปก. ให้สามารถเข้าแหล่งเงินทุนได้ และเตรียมผลักดันโครงการธนาคารที่ดิน
  • เบี้ยผู้สูงอายุ 1,000 บาทต่อเดือน รวมไปถึง เบี้ยสวัสดิการผู้ยากไร้ 800 บาทต่อเดือน

นอกจากนี้พรรคประชาธิปัตย์เตรียมที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องของโครงสร้างภาษี โดยเฉพาะชนชั้นกลางที่ได้รับผลกระทบ และเศรษฐีจะต้องเสียภาษีอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ – ภาพจาก Shutterstock

พรรคอนาคตใหม่

สำหรับพรรคน้องใหม่มาแรงในช่วงโค้งสุดท้ายอย่างพรรคอนาคตใหม่ นั้นมาด้วยนโยบายเศรษฐกิจที่เน้นไปเรื่องของการทำลายการผูกขาดทางเศรษฐกิจ ซึ่งพรรคมองว่าการผูกขาดของกลุ่มธุรกิจไม่กี่กลุ่มในประเทศไทยทำให้คนเพียงไม่กี่กลุ่มได้ผลประโยชน์ เช่น อุตสาหกรรมเหล้าเบียร์ ฯลฯ แต่พรรคได้กล่าวว่าพรรคไม่ได้เกลียดกลุ่มทุนขนาดใหญ่ แต่แค่ไม่ต้องการให้หากินบนฐานภาษีของประชาชน

นโยบายที่พรรคเน้นเรื่องปลดล็อกการผูกขาด เช่น

  • บังคับการใช้กฎหมายเพื่อการแข่งขันอย่างจริงจัง โดยพรรคมองว่ากฎหมายเหล่านี้ไม่ได้บังคับใช้จริงจัง
  • ประมูลสัมปทางของภาครัฐอย่างยุติธรรม เปิดให้ผู้เล่นหน้าใหม่สามารถเข้ามาแข่งขันได้
  • ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุนได้มากขึ้น

ขณะที่นโยบายสำคัญๆ เช่น

นโยบายของพรรค เต็มๆ อ่านได้ที่นี่

นอกจากนี้ยังมีนโยบายสวัสดิการแก่ประชาชน เช่น เมื่อเข้าสู่วัยการทำงานทั้งในและนอกระบบ จะต้องมีหลักประกันในอนาคต ภายใน 5 ปี นอกจากนี้ยังพร้อมที่จะปรับปรุงระบบประกันสังคมให้สอดคล้องกับความเป็นจริงอีกด้วย

ที่มาหนังสือพิมพ์คมชัดลึก, หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ [1], [2], หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ [1], [2]

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/thailand-election-with-policies-about-economics-and-business/

Lenovo เปิดร้านออนไลน์ของตัวเองในไทยอย่างเป็นทางการ มีให้เลือกปรับสเปคเองได้

Lenovo ประกาศไทยประกาศการเงินร้านค้าออนไลน์ของตัวเองอย่างเป็นทางการ ผ่านทางหน้าเว็บ lenovo.com/th พร้อมทางเลือกในการปรับแต่งสเปคเอง

การชำระเงินผ่านการซื้อออนไลน์ก็มีทั้ง ผ่านบัตรเครดิต โอนเงินผ่านธนาคาร และเก็บเงินปลายทาง รวมถึงสามารถติดตามสถานะการจัดส่งได้แบบเรียลไทม์ ส่วนรุ่นที่ผ่านการปรับแต่ง ข้อมูลจะถูกส่งไปตรงไปยังโรงงานผลิตของเลอโนโวโดยใช้ระยะเวลาในการประกอบและขนส่งราว 3 สัปดาห์หลังจากการสั่งซื้อ

นอกจากนี้ในโอกาสการเปิดบริการร้านออนไลน์อย่าเป็นทางการ Lenovo จัดโปรลดราคา ThinkPad ทั้งหมด 5 รุ่นด้วย

ที่มา – อีเมลประชาสัมพันธ์

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/108791

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้ทีมช่วยเหลือกู้ภัยถ้ำหลวง, Elon Musk ได้ด้วย

วันนี้ในราชกิจจานุเบกษา มีประกาศจากสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง “พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ให้แก่บุคคลที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย” โดยประกาศว่า

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ให้แก่ผู้ที่มีส่วนช่วยเหลือกู้ภัยจากกรณีที่นักฟุตบอลและโค้ชของโรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ ติดอยู่ในถ้ำหลวงตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน – 10 กรกฎาคม 2561 ตามคำกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระราชวินิจฉัยของรัฐบาล

จำนวนผู้ที่ได้รับพระราชทานมีทั้งสิ้น 187 ราย แบ่งตามลำดับชั้นของเครื่องราชอิสริยาภรณ์ได้ ดังนี้

  • ชั้นที่ 1 ปฐมดิเรกคุณาภรณ์ จำนวน 15 ราย
  • ชั้นที่ 2 ทุติยดิเรกคุณาภรณ์ จำนวน 7 ราย
  • ชั้นที่ 3 ตติยดิเรกคุณาภรณ์ จำนวน 29 ราย
  • ชั้นที่ 4 จตุตถดิเรกคุณาภรณ์ จำนวน 25 ราย
  • ชั้นที่ 5 เบญจมดิเรกคุณาภรณ์ จำนวน 26 ราย (Elon Musk ได้รับพระราชทานระดับชั้นนี้)
  • ชั้นที่ 6 เหรียญทองดิเรกคุณาภรณ์ จำนวน 85 ราย

อนึ่ง เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ เป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่สถาปนาขึ้นในปี พ.ศ. 2534 เพื่อพระมหากษัตริย์พระราชทานแก่บุคคลผู้กระทำความดีความชอบอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ แทนที่เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก และ เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ที่แต่เดิมเคยเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ใช้พระราชทานในกรณีเหล่านี้มาก่อน มีทั้งหมด 7 ชั้น

ที่มา – ราชกิจจานุเบกษา (เล่มที่ 136 ตอนที่ 7 ข หน้า 1-9), สำนักนายกรัฐมนตรี (ข้อมูลเพิ่มเติม)

No Description
ภาพจากทวิต @elonmusk

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/108774

“ข่าวปลอมบนออนไลน์” มีลักษณะเป็นแบบไหน?

ข้อมูลจาก Facebook ประเทศไทย และหน่วยงานอื่นๆ ร่วมมือกันออกคำแนะนำที่น่าสนใจรับช่วงเลือกตั้ง เพื่อให้รู้เท่าทันว่าข่าวแบบไหนคือข่าวปลอม (Fake News)

ข่าวปลอม (Fake News) บนโลกออนไลน์ในเวลานี้มีขึ้นมามากมายหลายรูปแบบ ระหว่างที่ผู้เขียนเขียนข้อมูลต่างๆ ตอนนี้ก็อยู่ในช่วงใกล้เลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม 2562 แล้ว ทำให้สงครามข้อมูลจากหลายฝั่งเกิดขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

YouGov ร่วมมือกับ Facebook เผยการสำรวจเกี่ยวกับทักษะเชิงดิจิทัลในเอเชียแปซิฟิค ช่วงเดือนธันวาคม 2561 มีข้อมูลที่น่าสนใจออกมาดังนี้

  • ผู้ตอบแบบสำรวจ 42 เปอร์เซ็นต์ มั่นใจว่าตัวเองสามารถระบุข่าวปลอมได้
  • ผู้ตอบแบบสำรวจ 41 เปอร์เซ็นต์ มั่นใจว่าตัวเองสามารถระบุโปรไฟล์ปลอมได้
  • ผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทย 71 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าพวกเขาอ่านบทความจนจบก่อนที่จะแชร์ต่อ
  • ผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทย 41 เปอร์เซ็นต์ ตรวจสอบว่าภาพที่อยู่ในบทความมีที่มาจากไหน
  • ผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทย 33 เปอร์เซ็นต์ ตรวจสอบข้อมูลสนับสนุนเพิ่มเติมจากการรายงานอื่นๆ
  • ผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทย 2 ใน 3 ระบุว่าพวกเขาตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลว่ามาจากองค์กรที่น่าเชื่อถือหรือไม่

วันนี้เราจึงขอแนะนำวิธีตรวจสอบข่าวปลอมบนโลกออนไลน์ โดย thumbsup จะชี้ให้เห็นว่าข่าวปลอมมีลักษณะอย่างไรบ้าง
ข่าวแบบไหนที่น่าจะเป็นข่าวปลอมบนโลกออนไลน์

1. พาดหัวสะดุดตา

พาดหัวข่าวมีการใช้เครื่องหมายตกใจ หรือภาพปกอาจมีการใช้อักษรตัวหนา หากอ่านข้อความพาดหัวแล้วรู้สึกว่ามีความหวือหวาและไม่น่าเป็นไปได้ ข่าวนั้นน่าจะเป็นข่าวปลอม

2. ลิงก์ผิดไปจากปกติ

ลิงก์ปลอมหรือลิงก์ที่ดูคล้ายของจริง จะมีลักษณะใกล้เคียงกับชื่อสำนักข่าวที่มีอยู่จริง อาจมีการเปลี่ยนตัวอักษรบางตัวเล็กน้อย เราสามารถเปรียบได้ด้วยการค้นหาเว็บไซต์ข่าวจริงๆ เปรียบเทียบได้

3. มีที่มาแปลกๆ หรือไม่มีที่มาของข่าว

ตรวจสอบเนื้อหาอื่นๆ ที่ถูกนำเสนออยู่บนเว็บไซต์ แง่มุมในการนำเสนอข่าว และรายละเอียดติดต่ออื่นๆ ที่ปรากฎบนเว็บไซต์ นอกจากนี้ คุณควรระวังเว็บไซต์ปลอมที่แสร้งว่าเป็นองค์กรข่าวที่ดูน่าเชื่อถือ ซึ่งมักจะใช้วิธีเลียนแบบรูปแบบการจัดหน้าและการใช้ URL ที่มีชื่อคล้ายคลึงกัน

4. สะกดคำผิด/จัดรูปแบบแปลกๆ

เว็บไซต์ข่าวปลอมหลายแห่งมัก
สะกดคำผิดหรือมีการจัดวางรูปแบบที่ดูไม่เป็นมืออาชีพ หากคุณเห็นลักษณะเหล่านี้ควรอ่านข่าวอย่างระมัดระวัง

5. รูปภาพไม่มีความเกี่ยวข้องกับข่าว

ข่าวปลอมมักจะประกอบด้วยภาพหรือวิดีโอที่ถูกปรับแต่ง ซึ่งในบางครั้ง รูปภาพนั้นอาจเป็นรูปภาพที่แท้จริง แต่ถูกนำมาเปลี่ยนแปลงบริบท เราจึงควรนำภาพในข่าวไปค้นหาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่อ่านเป็นเรื่องจริงหรือมีความถูกต้อง

6. วันที่ข่าวไม่สมเหตุสมผล

ข่าวปลอมอาจมีลำดับเหตุการณ์ที่ไม่สมเหตุผลหรือมีการเปลี่ยนแปลงวันที่ของเหตุการณ์ เราจึงควรตรวจสอบข่าวอื่นๆ ประกอบเพื่อดูวันที่ของข่าวเดียวกันจากแหล่งอื่นด้วย

7. อ้างอิงชื่อผู้เชี่ยวชาญที่ไม่มีอยู่จริง

ตรวจสอบแหล่งข้อมูลของผู้เขียนเพื่อยืนยันว่าแหล่งข้อมูลนั้นว่าถูกต้อง ข่าวที่ไม่มีหลักฐานหรืออ้างอิงผู้เชี่ยวชาญที่ไม่ระบุชื่อ อาจชี้ให้เห็นว่าข่าวดังกล่าวเป็นข่าวปลอม

แต่ถึงอย่างไรก็ตามหากเรื่องราวนั้นเป็นบทความที่ปรากฏชื่อผู้เขียน (by-line) ควรคำนึงไว้ว่าผู้เขียนคนนั้นจะเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบต่อเนื้อหาทั้งหมด และเราก็ควรตรวจสอบบทความอื่นๆ ของผู้เขียนคนนั้นๆ ด้วย

หากเรื่องราวนั้นเป็นบทความแสดงความคิดเห็นโดยบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือตัวแทนจากองค์กร (op-ed) ควรคาดการณ์ไว้ก่อนว่าบทความอาจมีเนื้อหาที่ลำเอียงหรือมีอคติ แม้ว่าจะประกอบด้วยข้อเท็จจริง แต่เนื้อหาประเภทนี้มักสะท้อนความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนหรือหน่วยงานและมีบทสรุปแบบไม่เป็นกลาง

8. รายงานต่างไปจากสำนักข่าวอื่นมากเกิน

หากไม่มีแหล่งข่าวอื่นที่รายงานเรื่องเดียวกัน ก็อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าข่าวนั้นอาจเป็นข่าวปลอม ถ้าข่าวนั้นมีการรายงานจากหลายแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ ก็เป็นไปได้ว่าข่าวนั้นจะเป็นข่าวจริง

9. มีการเสียดสีหรือใส่มุกตลก

คนเรามีแนวโน้มที่จะเชื่อข้อมูลซึ่งสอดคล้องกับความเชื่อส่วนตัวของเรา ก่อนที่คุณจะระบุว่าเรื่องราวใดๆ ‘ไม่เป็นความจริง’ ควรไตร่ตรองให้ดีว่าอคติส่วนตัวของคุณไม่ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อการพิจารณาเนื้อหาที่มีการเสียดสีหรือใส่มุกตลกลงไปในเนื้อหา

10. บางเรื่องก็จงใจสร้างให้เป็นข่าวปลอม

เรื่องราวบางเรื่องถูกจงใจสร้างขึ้นด้วยข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง ดังนั้นเราจึงควรแชร์ข่าวที่คุณมั่นใจว่าเป็นข่าวที่เชื่อถือได้เท่านั้นด้วยการคิดวิเคราะห์และพิจารณาบริบทอย่างละเอียดถี่ถ้วน
ใช้วิจารณญาณในการอ่าน และแชร์เฉพาะข่าวที่คุณแน่ใจว่าเชื่อถือได้เท่านั้น

ที่มา : Facebook ประเทศไทย ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE), คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย บมจ.อสมท

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2019/03/what-type-of-fake-news/

“ข่าวปลอมบนโลกออนไลน์” มีลักษณะเป็นแบบไหน?

ข้อมูลจาก Facebook ประเทศไทย และหน่วยงานอื่นๆ ร่วมมือกันออกคำแนะนำที่น่าสนใจรับช่วงเลือกตั้ง เพื่อให้รู้เท่าทันว่าข่าวแบบไหนคือข่าวปลอม (Fake News)

ข่าวปลอม (Fake News) บนโลกออนไลน์ในเวลานี้มีขึ้นมามากมายหลายรูปแบบ ระหว่างที่ผู้เขียนเขียนข้อมูลต่างๆ ตอนนี้ก็อยู่ในช่วงใกล้เลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม 2562 แล้ว ทำให้สงครามข้อมูลจากหลายฝั่งเกิดขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

YouGov ร่วมมือกับ Facebook เผยการสำรวจเกี่ยวกับทักษะเชิงดิจิทัลในเอเชียแปซิฟิค ช่วงเดือนธันวาคม 2561 มีข้อมูลที่น่าสนใจออกมาดังนี้

  • ผู้ตอบแบบสำรวจ 42 เปอร์เซ็นต์ มั่นใจว่าตัวเองสามารถระบุข่าวปลอมได้
  • ผู้ตอบแบบสำรวจ 41 เปอร์เซ็นต์ มั่นใจว่าตัวเองสามารถระบุโปรไฟล์ปลอมได้
  • ผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทย 71 เปอร์เซ็นต์ ระบุว่าพวกเขาอ่านบทความจนจบก่อนที่จะแชร์ต่อ
  • ผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทย 41 เปอร์เซ็นต์ ตรวจสอบว่าภาพที่อยู่ในบทความมีที่มาจากไหน
  • ผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทย 33 เปอร์เซ็นต์ ตรวจสอบข้อมูลสนับสนุนเพิ่มเติมจากการรายงานอื่นๆ
  • ผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทย 2 ใน 3 ระบุว่าพวกเขาตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลว่ามาจากองค์กรที่น่าเชื่อถือหรือไม่

วันนี้เราจึงขอแนะนำวิธีตรวจสอบข่าวปลอมบนโลกออนไลน์ โดย thumbsup จะชี้ให้เห็นว่าข่าวปลอมมีลักษณะอย่างไรบ้าง
ข่าวแบบไหนที่น่าจะเป็นข่าวปลอมบนโลกออนไลน์

1. พาดหัวสะดุดตา

พาดหัวข่าวมีการใช้เครื่องหมายตกใจ หรือภาพปกอาจมีการใช้อักษรตัวหนา หากอ่านข้อความพาดหัวแล้วรู้สึกว่ามีความหวือหวาและไม่น่าเป็นไปได้ ข่าวนั้นน่าจะเป็นข่าวปลอม

2. ลิงก์ผิดไปจากปกติ

ลิงก์ปลอมหรือลิงก์ที่ดูคล้ายของจริง จะมีลักษณะใกล้เคียงกับชื่อสำนักข่าวที่มีอยู่จริง อาจมีการเปลี่ยนตัวอักษรบางตัวเล็กน้อย เราสามารถเปรียบได้ด้วยการค้นหาเว็บไซต์ข่าวจริงๆ เปรียบเทียบได้

3. มีที่มาแปลกๆ หรือไม่มีที่มาของข่าว

ตรวจสอบเนื้อหาอื่นๆ ที่ถูกนำเสนออยู่บนเว็บไซต์ แง่มุมในการนำเสนอข่าว และรายละเอียดติดต่ออื่นๆ ที่ปรากฎบนเว็บไซต์ นอกจากนี้ คุณควรระวังเว็บไซต์ปลอมที่แสร้งว่าเป็นองค์กรข่าวที่ดูน่าเชื่อถือ ซึ่งมักจะใช้วิธีเลียนแบบรูปแบบการจัดหน้าและการใช้ URL ที่มีชื่อคล้ายคลึงกัน

4. สะกดคำผิด/จัดรูปแบบแปลกๆ

เว็บไซต์ข่าวปลอมหลายแห่งมักสะกดคำผิดหรือมีการจัดวางรูปแบบที่ดูไม่เป็นมืออาชีพ หากคุณเห็นลักษณะเหล่านี้ควรอ่านข่าวอย่างระมัดระวัง หรือตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่าข่าวนั้นอาจเป็นข่าวปลอม

5. รูปภาพไม่มีความเกี่ยวข้องกับข่าว

ข่าวปลอมมักจะประกอบด้วยภาพหรือวิดีโอที่ถูกปรับแต่ง ซึ่งในบางครั้ง รูปภาพนั้นอาจเป็นรูปภาพที่แท้จริง แต่ถูกนำมาเปลี่ยนแปลงบริบทให้ต่างจากเดิมไป

เราจึงควรนำภาพในข่าวไปค้นหาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่อ่านเป็นเรื่องจริงหรือมีความถูกต้อง

6. วันที่ข่าวไม่สมเหตุสมผล

ข่าวปลอมอาจมีลำดับเหตุการณ์ที่ไม่สมเหตุผลหรือมีการเปลี่ยนแปลงวันที่ของเหตุการณ์ เราจึงควรตรวจสอบข่าวอื่นๆ ประกอบเพื่อดูวันที่ของข่าวเดียวกันจากแหล่งอื่นด้วย

7. อ้างอิงชื่อผู้เชี่ยวชาญที่ไม่มีอยู่จริง

ตรวจสอบแหล่งข้อมูลของผู้เขียนเพื่อยืนยันว่าแหล่งข้อมูลนั้นว่าถูกต้อง ข่าวที่ไม่มีหลักฐานหรืออ้างอิงผู้เชี่ยวชาญที่ไม่ระบุชื่อ อาจชี้ให้เห็นว่าข่าวดังกล่าวเป็นข่าวปลอม

แต่ถึงอย่างไรก็ตามหากเรื่องราวนั้นเป็นบทความที่ปรากฏชื่อผู้เขียน (by-line) ควรคำนึงไว้ว่าผู้เขียนคนนั้นจะเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบต่อเนื้อหาทั้งหมด และเราก็ควรตรวจสอบบทความอื่นๆ ของผู้เขียนคนนั้นๆ ด้วย

หากเรื่องราวนั้นเป็นบทความแสดงความคิดเห็นโดยบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือตัวแทนจากองค์กร (op-ed) ควรคาดการณ์ไว้ก่อนว่าบทความอาจมีเนื้อหาที่ลำเอียงหรือมีอคติ แม้ว่าจะประกอบด้วยข้อเท็จจริง แต่เนื้อหาประเภทนี้มักสะท้อนความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนหรือหน่วยงานและมีบทสรุปแบบไม่เป็นกลาง

8. รายงานต่างไปจากสำนักข่าวอื่นมากเกิน

หากไม่มีแหล่งข่าวอื่นที่รายงานเรื่องเดียวกัน ก็อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าข่าวนั้นอาจเป็นข่าวปลอม ถ้าข่าวนั้นมีการรายงานจากหลายแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ ก็เป็นไปได้ว่าข่าวนั้นจะเป็นข่าวจริง

9. มีการเสียดสีหรือใส่มุกตลก

คนเรามีแนวโน้มที่จะเชื่อข้อมูลซึ่งสอดคล้องกับความเชื่อส่วนตัวของเรา ก่อนที่คุณจะระบุว่าเรื่องราวใดๆ ‘ไม่เป็นความจริง’ ควรไตร่ตรองให้ดีว่าอคติส่วนตัวของคุณไม่ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อการพิจารณาเนื้อหาที่มีการเสียดสีหรือใส่มุกตลกลงไปในเนื้อหา

10. บางเรื่องก็จงใจสร้างให้เป็นข่าวปลอม

เรื่องราวบางเรื่องถูกจงใจสร้างขึ้นด้วยข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง ดังนั้นเราจึงควรแชร์ข่าวที่คุณมั่นใจว่าเป็นข่าวที่เชื่อถือได้เท่านั้นด้วยการคิดวิเคราะห์และพิจารณาบริบทอย่างละเอียดถี่ถ้วน

รวมถึงใช้วิจารณญาณในการอ่าน และแชร์เฉพาะข่าวที่คุณแน่ใจว่าเชื่อถือได้เท่านั้น

ที่มา : Facebook ประเทศไทย ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE), คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย บมจ.อสมท

 
Source: thumbsup

from:https://thumbsup.in.th/2019/03/type-of-fake-news/