คลังเก็บป้ายกำกับ: TELECOM

ค่ายโทรศัพท์มือถือในเกาหลีพากันเพิ่มแบนวิดท์ หลังยอดสมาชิก Netflix เกินล้านคน

KT ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือของเกาหลี เตรียมขยายบริการเครือข่ายเพื่อปรับปรุงคุณภาพการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต รองรับปริมาณผู้ใช้ Netflix ที่เพิ่มสูงขึ้น และพบปัญหาการร้องเรียนจากสมาชิก Netflix เรื่องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ทำให้คุณภาพวิดีโอต่ำ

นับเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายที่สามในเกาหลีที่ต้องอัพเกรดเครือข่ายครั้งใหญ่ หลัง Netflix ได้รับความนิยมสูง

ในการรับชมวิดีโอจาก Netflix คุณภาพระดับ HD ผู้ใช้จะต้องมีความเร็วของอินเทอร์เน็ตในการเชื่อมต่อที่ 5 Mbps หรือเร็วกว่านั้น หากต้องการชมวิดีโอแบบ Ultra HD จะต้องมีความเร็วของอินเทอร์เน็ตที่ 25 Mbps

Netlifx ไม่ได้รายงานยอดผู้ใช้ในเกาหลีโดยตรง แต่จากรายงานของ Wise App จำนวนผู้ใช้ Netflix บนอุปกรณ์ Android ในเกาหลีเพิ่มขึ้นจาก 340,000 รายในเดือนมกราคม ปี 2561 เป็น 1.27 ล้านรายในเดือนธันวาคมของปีเดียวกัน

ปริมาณผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้นมากเช่นนี้ส่งผลให้เครือข่ายต้องขยายแบนวิดท์มาแล้วหลายราย โดย SK Broadband เพิ่งเพิ่มแบนด์วิดท์ออกต่างประเทศเป็น 100Gbps เพื่อรองรับการใช้งาน

ที่มา : The Investor, ภาพจาก @NetflixKR

No Description

from:https://www.blognone.com/node/107994

โฆษณา

5G จะเป็นกลไกสำคัญนำไปสู่โลกของการทำงานแบบไร้สถานที่

แนวคิดของการเปิดโอกาสให้พนักงานทำงานจากที่บ้านหรือนอกสถานที่ได้มีประสิทธิภาพเท่าเทียมหรือมากกว่าในออฟฟิศนั้น ถือเป็นความฝันของทั้งพนักงานเอง และเจ้าของกิจการที่อยากลดต้นทุนค่าเช่าสำนักงานมานานมาก เสียแต่มีอุปสรรคมากมายเข้ามาขัดขวาง ทั้งเรื่องแบนด์วิธการเชื่อมต่อ, ความปลอดภัย, ความหน่วง, และปัญหาเกี่ยวกับเชื่อมต่อทั้งบนเครือข่ายโทรคมนาคมและ Wi-Fi

แต่ด้วยการมาถึงของเทคโนโลยี 5G ที่มุ่งมั่นขจัดปัญหาทั้งหลายข้างต้น ด้วยการให้บริการบรอดแบรนด์ที่มีประสิทธิภาพ น่าเชื่อถือ และปลอดภัย พร้อมรองรับการประยุกต์ใช้ทางธุรกิจอย่างครอบคลุมแล้ว ย่อมทำให้หลายคนมองการเปิดกว้างการทำงานจากบ้านหรือร้านกาแฟว่าไม่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นเกี่ยวกับ 5G ที่สำคัญดังต่อไปนี้

• ส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตอย่างรวดเร็ว

โดยเฉพาะการผลักดันสู่การทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นการเปิดให้พนักงานทำงานนอกสถานที่, การคุยผ่านวิดีโอ, ไปจนถึงการประสานงานภายในทีมจากระยะไกลจะกลายเป็นเรื่องปกติ แม้แต่ตำแหน่งที่ต้องคุยกับลูกค้าโดยตรงอย่างฝ่ายบริการซัพพอร์ตลูกค้า ด้วยแบนด์วิธ 5G ที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 10Gbps ย่อมขจัดอุปสรรคแม้ในเวลาที่ต้องการเข้าถึงข้อมูลปริมาณมหาศาลในเวลาอันรวดเร็ว เช่น วิศวกรที่ทำ Autocadหรือกราฟิกที่ทำงานเกี่ยวกับภาพหรือวิดีโอความละเอียดสูง

• แต่ก็มีอุปสรรคด้านเงินลงทุน แต่ก็คุ้มค่า

ยิ่งช่วงแรกที่อุปกรณ์ 5G ออกมาน้อยอยู่ย่อมมีราคาแพง และมีจำหน่ายในปริมาณจำกัด จึงกลายเป็นอุปสรรคทั้งการส่งเสริมให้พนักงานเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ที่รองรับ 5G ไปจนถึงความจำเป็นที่ต้องลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรเพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่นี้ด้วย ทำให้บริษัทต่างๆ อาจต้องทบทวนความคุ้มทุนระยะยาวระหว่างการประหยัดค่าเช่าสถานที่ปฏิบัติงาน กับการบำรุงรักษาการเชื่อมต่อแบบ 5G ได้ แต่สุดท้ายแล้ว ด้วยความประหยัดทั้งค่าเดินทางนอกสถานที่หรือต่างประเทศ หรือแม้แต่การอบรมและสื่อสารได้สะดวกทั่วโลก ย่อมจูงใจพนักงานผู้มีความสามารถเข้าร่วมงานกับบริษัทที่ดีได้แบบไร้พรมแดน

• อาจมีปัญหาด้านความปลอดภัยใหม่ๆ

เช่น การเพิ่มความยากลำบากในการจัดการ BYOD จากที่จะมีอุปกรณ์หลากหลายมากขึ้น จนนำไปสู่ช่องโหว่และความเสี่ยงที่จะเผชิญกับมัลแวร์, ภัยทางไซเบอร์จากคนใน, การหลอกลวงผ่านอุปกรณ์พกพา, ไปจนถึงการโจมตีแบบ Man-in-the-Middle เพิ่มเติมได้ แต่ก็เชื่อว่าจะมีเครื่อมือด้านความปลอดภัยที่สามารถจัดการได้ในที่สุด

• แม้จะยังเป็นแค่การเริ่มต้น แต่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด

เพราะตอนนี้ 5G ยังอยู่ในช่วงของการเริ่มนำเข้ามาทดลองใช้เท่านั้น ยังยากที่จะมองเห็นการใช้งานจริงอย่างแพร่หลายในเร็วๆ นี้ แต่อย่างไรก็ดี 5G ย่อมนำมาซึ่งความต้องการเพิ่มเติมมากมายของผู้ใช้ปลายทาง และโอกาสของการพัฒนาผลิตภัณฑ์, บริการ, และการสร้างประสบการณ์ใหม่แก่ลูกค้าอย่างแน่นอน

ที่มา : Networkworld

from:https://www.enterpriseitpro.net/5g-will-lead-decentralized-workforce/

กลุ่มทรู จับมือ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมพัฒนา 5G

คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ร่วมกับ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศความร่วมมือสร้าง “TRUELAB@CHULAENGINEERING: 5G & INNOVATIVE SOLUTION CENTER” ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อเป็นพื้นที่ศูนย์กลางในการพัฒนานวัตกรรมและสร้างสรรค์เทคโนโลยี 5G ตลอดจนโซลูชั่นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

รวมทั้งกลุ่มทรูยังได้สนับสนุนทุนวิจัยแก่นิสิตตั้งแต่ระดับปริญญาตรีไปจนถึงปริญญาเอก เพื่อเตรียมความพร้อมของประเทศในการเข้าสู่ยุค 5G โดยมี นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช. และนายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช. ร่วมเป็นเกียรติในงาน

“TrueLab@ChulaEngineering: 5G & Innovative Solution Center” จะตั้งอยู่ที่อาคาร 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีพื้นที่กว่า 600 ตร.ม. โดยสร้างให้เป็นพื้นที่ศูนย์กลางเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรมด้วยเทคโนโลยี 5G ที่จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ทั้งด้านการศึกษา การแพทย์ การขนส่ง ความปลอดภัย รวมถึงการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ตลอดจนเป็นพื้นที่จัดแสดงผลงาน Use case/Showcase ที่เกิดจากความร่วมมือของจุฬาฯ และกลุ่มทรู นอกจากนี้ TrueLab@ChulaEngineering: 5G & Innovative Solution Center” ยังเป็นพื้นที่ในการคิดค้น (Innovative Idea) แลกเปลี่ยน เรียนรู้ ฝึกอบรม และถ่ายทอดประสบการณ์ต่างๆ ในรูปแบบของ Open Innovation ซึ่งกลุ่มทรูจะสนับสนุนทั้งทางด้านเทคโนโลยี อุปกรณ์เครื่องมือ และความเชี่ยวชาญของบุคลากร รวมทั้งการสนับสนุนทุนวิจัยให้แก่นักวิจัย และนักศึกษาอีกด้วย

นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กลุ่มทรู ร่วมผลักดันนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศไทยในยุค Thailand 4.0 อย่างเต็มที่ ซึ่งที่ผ่านมาเราเป็นผู้นำในการทดสอบการใช้งาน 5G อย่างต่อเนื่อง รวมถึงจัดงาน “True 5G Digital Thailand, The 1st Showcase powered by TrueMove H” ให้คนไทยสัมผัสประสบการณ์ 5G บนสภาพแวดล้อมจริงอย่างเต็มรูปแบบ ล่าสุดกลุ่มทรูได้ผนึกกำลังครั้งสำคัญกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ตามแนวทางของกสทช. ที่มุ่งขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ได้ประกาศให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นสนามทดสอบ 5G เพื่อพัฒนาให้เกิดองค์ความรู้ของประเทศเกี่ยวกับ 5G โดยกลุ่มทรูได้ลงทุนสร้างศูนย์การทดลองและวิจัย 5G ที่ครบวงจรเป็นแห่งแรกในไทย ซึ่งเราตั้งใจให้ “TrueLab@Chula Engineering: 5G & Innovative Solution Center” เป็นพื้นที่หลักในการทดสอบและวิจัยเทคโนโลยี 5G ตลอดจนพัฒนาและสร้างสรรค์รูปแบบการใช้งานต่างๆ (Use Case) โดยจะเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษา หน่วยงาน และองค์กรธุรกิจต่างๆ ที่สนใจเข้าใช้งานได้ เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ของประเทศ และเอื้อประโยชน์ต่อภาคการศึกษาให้ได้เรียนรู้ และสร้างนวัตกร เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติ”

รศ. ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “ทางจุฬาฯ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ เล็งเห็นถึงความสำคัญของนวัตกรรมและ เทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะ 5G ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญทั้งภาคเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต ทางคณะฯ จึงได้เตรียมความพร้อมทั้งในด้านของบุคลากรและการสร้างงานวิจัยพัฒนาที่เกี่ยวช้องกับการให้บริการ 5G เพื่อให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงและทั่วถึง ซึ่งความร่วมมือกับกลุ่มทรูครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญที่ภาคการศึกษาไทยจะได้ทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด ซึ่งรวมถึงการเปิดพื้นที่แห่งการพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรมและโซลูชั่นที่ TrueLab @ChulaEngineering: 5G & Innovative Solution Center ตลอดจนการให้ทุนสนับสนุนงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมั่นใจว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อคณาจารย์ นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงนิสิตนักศึกษาให้ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง สามารถทดสอบและทดลองโซลูชั่นหรือ Use Case ต่างๆ ด้วยตัวเอง รวมทั้งจะเป็นการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยอีกด้วย

น.พ. ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า “ภารกิจของกสทช. ในการผลักดันประเทศไทยให้มีความพร้อมก้าวเข้าสู่ยุค 5G เทียบเท่ากับสากลนั้น เป็นภารกิจที่ใหญ่และต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้การสนับสนุน ทั้งการจัดตั้งศูนย์ทดลองทดสอบ และการสร้างการรับรู้ถึงประโยชน์จากการใช้ 5G ซึ่งจะเข้าไปมีบทบาทและมีบริการที่เกี่ยวกับหลากหลายภาคส่วน อาทิ อุปกรณ์เชื่อมต่อ Internet of Things (IoT) ระบบการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล Big Data ระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ (Intelligent Transportation System: ITS) ระบบสาธารณสุขทางไกล (Telehealth) เป็นต้น ซึ่งกสทช. เชื่อว่าว่าการลงทุนจัดตั้ง True Lab นี้จะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนการวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยี 5G ของประเทศไทยมีความรุดหน้าอย่างรวดเร็วและนำพาให้ไทยเข้าสู่ 5G ได้ตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้คือภายในปี 2563 นี้ โดยกสทช.มีความตั้งใจที่จะช่วยผลักดันเอกชนให้เกิดบริการที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ และที่สำคัญคนไทยได้ทำความรู้จักกับเทคโนโลยี 5G ได้รับประโยชน์จากการประยุกต์ใช้งานต่างๆ อย่างทั่วถึง”

from:https://www.enterpriseitpro.net/true-5g-lab-chula/

AIS ประกาศให้บริการ WiFi 6 (802.11ax) ในชื่อ Super WiFi+, เร็วขึ้น 40%

AIS ประกาศในงาน AIS Vision 2019 เปิดบริการ Wi-Fi ที่ใช้เทคโนโลยี Wi-Fi 6 หรือ 802.11ax ภายใต้ชื่อ AIS Super WiFi+

ประโยชน์ของการใช้ 802.11ax เหนือกว่ามาตรฐาน 802.11ac ในปัจจุบันคือความเร็วเพิ่มขึ้น 40%, รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์จำนวนมากขึ้น, อายุของแบตเตอรี่ยาวนานขึ้น

ช่วงแรกที่ยังไม่มีอุปกรณ์ 802.11ax ในตลาดมากนัก AIS จะเริ่มทดลองให้บริการที่ร้าน AIS Store ใน Central World ก่อนเป็นที่แรก ส่วนกำหนดการเปิดบริการยังไม่ระบุชัดเจน

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/107879

เอไอเอส ผนึก วิศวะ จุฬา และ กสทช. พร้อมเปิด 5G Garage Innovation LAB

เอไอเอส และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการศึกษา วิจัย เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี 5G เมื่อเดือนธันวาคม 2561 ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุดนี้ รศ. ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ร่วมกับ นายวสิษฐ์ วัฒนศัพท์ หัวหน้าฝ่ายงานปฏิบัติการและสนับสนุนเทคนิคทั่วประเทศ เอไอเอส ตรวจความเรียบร้อย การติดตั้งเครือข่าย 5G ที่อาคารคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อรองรับการเปิดตัว “5G Garage Innovation LAB ที่เป็นความร่วมมือระหว่าง เอไอเอส และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้การสนับสนุนจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เพื่อเป็นพื้นที่ให้นิสิต นักศึกษา รวมถึงนักพัฒนา ใน 5G Ecosystem ได้เข้ามาใช้ 5G Garage Innovation LAB เป็นพื้นที่ทดลอง ทดสอบ เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรม 5G ในการพัฒนาประเทศ

ภายใน 5G Garage Innovation LAB จะประกอบไปด้วยข้อมูลเทคโนโลยีเกี่ยวกับ 5G ที่จะเป็นองค์ความรู้พื้นฐานแบบครบวงจร ตั้งแต่ รายละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้างการทำงานของเทคโนโลยี 5G, อุปกรณ์โครงข่าย, อุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณ ตลอดจนตัวอย่างรูปแบบการใช้งาน หรือ Use case ที่มาจากความร่วมมือของผู้ผลิตอุปกรณ์ระดับโลก พร้อมทั้งการ work shop เพื่อพัฒนาความรู้ ความชำนาญในทางเทคนิค รวมไปถึงร่วม Co-Develop บริการต้นแบบบน 5G เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการขององค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนทุกระดับในประเทศไทย อย่างต่อเนื่อง โดยคณาจารย์จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, วิทยากรผู้เชี่ยวชาญทั้งจากเอไอเอส และ พาร์ทเนอร์ในแวดวงโทรคมนาคมทั้งในและต่างประเทศ

5G Garage Innovation LAB ตั้งอยู่ที่อาคารวิศวฯ ๑๐๐ปี จะพร้อมเปิดให้บริการแก่นิสิต นักศึกษา และเหล่านักพัฒนาภายในไตรมาส 1 ของปี 2562 โดยถือเป็นพื้นที่ทดลอง ทดสอบ 5G แห่งแรกในเมืองไทย ที่เปิดให้ได้ลงมือพัฒนาได้จริง ภายใต้เครือข่าย 5G LIVE ที่ กสทช. ให้การสนับสนุน

from:https://www.enterpriseitpro.net/5g-garage-innovation-lab-ais/

คนร. อนุมัติควบรวม “TOT-CAT” เป็น “บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด” ภายในมิถุนายนนี้

คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) อนุมัติให้ควบรวมกิจการระหว่าง บมจ.ทีโอที (TOT) และ บมจ.กสท โทรคมนาคม (CAT) ตั้งเป้าควบรวมกิจการแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 ของปีนี้

ภาพจาก Shutterstock

คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) อนุมัติให้ควบรวมกิจการระหว่าง บมจ.ทีโอที (TOT) และ บมจ.กสท โทรคมนาคม (CAT) ตั้งเป้าควบรวมกิจการแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 ของปีนี้ แต่ยังต้องรอประเด็นด้านกฎหมายคดีข้อพิพาทต่างๆ เช่น ค่าเชื่อมโยง ฯลฯ ซึ่งต้องรอความเห็นจากอัยการสูงสุดด้วย

แนวคิดในการควบรวมทั้ง 2 องค์กรครั้งนี้ เป็นข้อเสนอของสหภาพแรงงานของทั้ง 2 บริษัท เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับแนวทางฟื้นฟูกิจการที่ คนร. กำหนดให้รวมทรัพย์สินของทั้ง 2 ฝ่าย แล้วค่อยแยกออกมาตั้งเป็น 2 บริษัทลูก ได้แก่ บริษัท โครงข่ายบรอดแบนด์แห่งชาติ จำกัด (NBN) และบริษัท โครงข่ายระหว่างประเทศและศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต จำกัด (NGDC)

ไม่ใช่เรื่องใหม่

สำหรับไอเดียการควบรวมกิจการนั้นก่อนหน้านี้ในปี 2549 ในช่วงสมัยรัฐบาลของ คมช. เคยมีแนวความคิดในการควบรวมกิจการระหว่างทั้ง 2 มาแล้ว แต่ได้รับเสียงต่อต้านจากสหภาพแรงงาน ขณะเดียวกันในปี 2557 ก็มีแนวคิดนีอีกรอบเช่นกันแต่ในปี 2557 ที่ผ่านมาทั้ง 2 องค์กรกำลังประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก และรัฐบาลกำลังหาโมเดลที่จะทำให้ทั้ง 2 กลับมามีกำไร

แต่สำหรับในปี 2562 นี้ เรื่องการควบรวมกลับออกมาจากสหภาพแรงงานทั้ง 2 ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะปกติแล้วอย่างที่ทราบดีว่าสหภาพแรงงานไม่ต้องการที่จะควบรวมกิจการ เนื่องจากความกังวลเรื่องของการปลดพนักงาน

ควบรวมแล้วจะเห็นอะไรบ้าง

ปัจจุบันทั้ง 2 บริษัทมีการทำงานที่ถือว่าทับซ้อนรวมไปถึงแข่งขันกันเองอยู่ไม่น้อย เช่น อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง บริการโทรศัพท์มือถือ รวมไปถึงเรื่องของศูนย์ข้อมูล ฯลฯ ถ้าหาก คนร. เองสนับสนุนการควบรวมกิจการจริงๆ แล้ว การประหยัดต่อขนาดรวมไปถึงการลงทุนถือว่าคุ้มค่าในอนาคต

สิ่งที่ลดความซ้ำซ้อนรวมไปถึงประหยัดต่อขนาด เช่น

  • การเดินเคเบิลใยแก้วนำแสงตามถนนต่างๆ
  • เสาโทรคมนาคม
  • Data Center
  • เคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ
  • การสั่งซื้ออุปกรณ์โทรคมนาคม เช่น โมเด็มลูกค้าตามบ้าน ฯลฯ
  • การจ้าง Outsource ติดตั้งหรือดูแลระบบ
  • การซื้อ Capacity จากต่างประเทศ (IP Transit ฯลฯ)

อย่างไรก็ดีคำถามหลังจากนี้คือ วัฒนธรรมขององค์กรที่ค่อนข้างแตกต่างมาก ถ้าหากทั้ง 2 ควบรวมกิจการไปแล้ว จะแก้ปัญหาตรงนี้ได้หรือไม่ การรวมระบบเครือข่ายเข้าด้วยกันหลังจากควบรวมกิจการแล้วจะเป็นเช่นไร ประสิทธิภาพและประสิทธิผลหลังการควบรวมจะดีขึ้นหรือไม่

สมเกียรติมองว่าเปิดเสรีโทรคมนาคมน่าจะดีกว่า

สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจว่า ถ้าหากควบรวมกิจการกันแล้วเหมือนนำกิจการที่ไม่มีความสามารถในการแข่งขันมาอยู่ด้วยกัน ปัญหาคือทำยังไงให้แข่งขันได้ และไม่ใช่คิดแค่การลงทุนซ้ำซ้อนหรือสินทรัพย์ซ้ำซ้อน นอกจากนี้ยังเสียเวลาในการทะเลาะกันเองภายในอีกด้วย

โดยทางออกที่ดีที่สุดที่สมเกียรติมองไว้คือ การเปิดเสรีโทรคมนาคมให้บริษัทจากต่างประเทศเข้ามาซื้อกิจการของ CAT และ TOT เนื่องจากปัจจุบันอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีรัฐวิสาหกิจแล้ว

ที่มาDeal Street Asia, หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ [1], [2]

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/super-board-agree-to-merge-tot-cat-to-national-telecom-company/

dtac จับมือกูเกิล แจ้งเตือนแพ็กเกจเน็ตใกล้หมดจาก Android โดยตรง ไม่ต้องลงแอพเพิ่ม

Telenor ประกาศความร่วมมือกับกูเกิล เชื่อมต่อข้อมูล data plan ของผู้ใช้แต่ละคนกับฟีเจอร์ Mobile Data Plan ของ Android โดยตรง สามารถแจ้งเตือนเมื่อปริมาณข้อมูลใกล้หมดได้ โดยไม่ต้องติดตั้งแอพเพิ่มเติม

ฟีเจอร์นี้เรียกใช้ผ่าน Mobile Data Plan API ที่มีอยู่แล้วบน Android ทำให้ผู้ใช้งานโทรศัพท์สามารถตรวจเช็คปริมาณข้อมูล, แพ็กเกจเน็ตที่ใช้อยู่ และรับการแจ้งเตือนเมื่อปริมาณข้อมูลใกล้ถึงระดับที่กำหนดไว้ได้

Telenor เป็นโอเปอเรเตอร์รายแรกของโลกที่เข้าถึงฟีเจอร์นี้ และจะเริ่มจากบริษัทลูกคือ dtac ของไทยและ Digi ในมาเลเซียเป็นสองประเทศแรก ตอนนี้ฟีเจอร์ยังอยู่ระหว่างการทดสอบและจะทยอยปล่อยให้ลูกค้าใช้งาน แต่ก็ยังไม่มีกำหนดเวลาอย่างชัดเจน

ที่มา – Telenor

No Description

from:https://www.blognone.com/node/107386