คลังเก็บป้ายกำกับ: TELECOM

คุณทราบไหมว่า Wi-Fi 6E เหนือกว่า Wi-Fi 6 ธรรมดาตรงไหน?

ทาง Wi-Fi Alliance เพิ่งทำในสิ่งที่หลายคนรอคอยมานานด้วยการเปลี่ยนชื่อมาตรฐาน Wi-Fi ที่เคยระบุในรูปรหัสตัวเลขทางเทคนิคต่อท้าย IEEE ที่มักสร้างความสับสน ให้อยู่ในรูปใหม่ที่เข้าใจง่ายขึ้น

ทำให้ในปัจจุบันนั้นแทนที่จะนั่งจำว่ามาตรฐานอันไหนใหม่ที่สุด หรือมีประสิทธิภาพดีที่สุดระหว่าง IEEE 802.11n, 802.11ac, และ 802.11ax ก็เปลี่ยนมาเรียกเป็น Wi-Fi 4, Wi-Fi 5, และ Wi-Fi 6 แทน แต่ทว่าหลังมีข่าวดีไม่นาน ก็มีชื่อที่ซับซ้อนกว่างอกขึ้นมาใหม่

อย่างมาตรฐานที่เพิ่งประกาศล่าสุด Wi-Fi 6E จนทำให้หลายองค์กรแปลกใจว่า Wi-Fi 6 กับ Wi-Fi 6E ต่างกันตรงไหน แล้วจำเป็นที่ต้องอัพเกรดหรือหันมาใช้ 6E แทนหรือไม่ เนื่องจาก Wi-Fi 6 เพิ่งเริ่มมีการใช้ได้ไม่นาน อยู่ดีๆ ก็ประกาศมาตรฐาน Wi-Fi 6E ออกมา

แต่ถ้าคุณศึกษาพบว่าตัว Wi-Fi 6E นี้ใช้รหัสสเปกของ IEEE ตัวเดียวกับ Wi-Fi 6 เพียงแค่เพิ่มความสามารถด้านช่วงความยาวคลื่นที่ครอบคลุมเพิ่มเติมเท่านั้น ก็จะเห็นความแตกต่างชัดเจนมากขึ้น

อันที่จริงแล้ว Wi-Fi 6E เหมือนกับ Wi-Fi 6 เพียงแต่ฮาร์ดแวร์ไร้สายมาตรฐานใหม่จะสามารถใช้งานช่วงย่านความถี่อิสระใหม่อย่างย่าน 6 GHz ได้ด้วย หรือถ้าระบุให้เจาะจงก็คือ ทาง Alliance ได้มองการใช้ช่องสัญญาณเพิ่มขนาด 80 MHz จำนวน 14 ช่อง และช่องสัญญาณขนาด 160 MHz อีก 7 ช่องสำหรับผู้ที่อยู่ในสหรัฐฯ

ขณะที่รัฐบาลของประเทศอื่นต่างก็กำลังมองหาย่านความถี่อิสระและช่องสัญญาณขนาดคล้ายกันเพื่อนำมาใช้เหมือนกันด้วย

ดังนั้น ตัว “E” ในคำว่า Wi-Fi 6E จึงย่อมาจากคำว่า “Extended” ที่หมายถึงการมีช่วงความถี่ไร้สายให้ใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น ซึ่งมาตรฐาน Wi-Fi 6E นี้อยู่บนข้อสันนิษฐานที่ว่าทาง FCC จะเปิดให้ใช้ย่านความถี่ 6 GHz เพื่อนำมาใช้กับเครือข่าย Wi-Fi ได้อย่างอิสระ

ที่มา : Networkcomputing

from:https://www.enterpriseitpro.net/comparing-wi-fi-6e-to-wi-fi-6-2/

AIS 5G ร่วมแรงสู้ฟื้นฟูประเทศไทย พร้อมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

เอไอเอส ประกาศวิสัยทัศน์เครือข่าย AIS 5G – Forging Thailand’s Recovery สร้าง5G ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศให้เป็น Digital Infrastructure ใหม่ของประเทศ รวมถึงสนับสนุนการขับเคลื่อนระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor – EEC) พร้อมผนึกผู้นำอุตสาหกรรมทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา วิกฤตโควิด-19 นำมาซึ่งผลกระทบอย่างรุนแรงไปทั่วโลกยิ่งกว่าวิกฤตอื่นๆ ที่เคยมีมา และก่อให้เกิด “ชีวิตวิถีใหม่” ที่ไม่มีวันกลับไปเหมือนเดิมแบบทันทีทันใดในทุกระดับ โดยจะเห็นปรากฏการณ์เป็น 3 ช่วง คือ ช่วงตกต่ำจากวิกฤต หรือ FALL ต่อมาคือ ช่วงแห่งการต่อสู้เพื่อให้ก้าวผ่านวิกฤตไปให้ได้ หรือ FIGHT และช่วงสร้างอนาคตอย่างยั่งยืน หรือ FUTURE ซึ่งในทุกช่วงเวลาล้วนแล้วแต่ต้องมีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเข้ามาเป็นฐานรากที่แข็งแกร่งเพื่อช่วยประคับประคองและเสริมขีดความสามารถทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด อย่าง AIS 5G ที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ดิจิทัลเส้นใหม่ ที่ได้เริ่มนำมาใช้ช่วยเหลือ เพื่อหล่อเลี้ยงประเทศจากวันนี้เป็นต้นไป”

“ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี เอไอเอสได้ลงทุนมากกว่า 1.1 ล้านล้านบาท โดยในปีนี้ได้เตรียมงบลงทุนไว้ที่ 35,000-45,000 ล้านบาท ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเพื่อคนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเอไอเอสเป็นผู้ให้บริการ Digital Life Service Provider ที่ถือครองคลื่นความถี่มากที่สุด คือ LOW BAND (700-900 MHz) 50 MHz, MID BAND (1800-2600 MHz) 170 MHz และ HIGH BAND (26 GHz) 1200 MHz และเปิดให้บริการ AIS 5G เป็นรายแรกของประเทศตั้งแต่วันที่  21 กุมภาพันธ์ 2563 พร้อมขยายเครือข่ายไปครบทั้ง 77 จังหวัดเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เดือนพฤษภาที่ผ่านมา”

นวัฒกรรม AIS 5G ที่ทำให้ประเทศไทยเป็นกลุ่มแรกของโลกที่นำมาใช้งานจริงประกอบไปด้วย

  • 5G Dual Mode SA/NSA

ประเทศไทย เป็นกลุ่มแรกของโลกที่ใช้ เทคโนโลยี SA Stand Alone และ NSA None Stand Alone  Dual Mode ที่สามารถผสมผสานระหว่าง เครือข่าย 5G โดยเฉพาะ และเครือข่าย 5G ที่ทำงานร่วมกับ 4G พร้อมรับอนาคตในการใช้งาน 5G ในหลากหลายประโยชน์ในรูปแบบ Massive IoT และ Mission Critical

  • 5G Network Slicing

ครั้งแรกของเมืองไทย กับเทคโนโลยี 5G Network Slicing  ที่เสมือนมีหลากหลายเครือข่ายอยู่ในเครือข่ายเดียว (Multi Network In One Network)  ทำให้เราสามารถออกแบบเครือข่ายแต่ละชั้นได้อย่างสอดคล้องและยืดหยุ่นกับลักษณะของอุตสาหกรรมแต่ละรูปแบบ แต่ละพื้นที่ ได้อย่างคล่องตัว เต็มประสิทธิภาพ ตอบโจทย์การทำธุรกิจของแต่ละองค์กรได้อย่างเต็มที่

จากขีดความสามารถของเครือข่าย AIS 5G เมื่อผสมผสานเข้ากับคุณสมบัติของ 5G คือ  ความเร็ว แรง เสถียร, สนับสนุนและยกระดับการใช้งาน Multi Media Content สู่ VR หรือ AR, รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoTได้ในจำนวนมหาศาล และมีอัตราการตอบสนองที่รวดเร็วจากความหน่วงต่ำ จึงยิ่งทำให้ 5G เหมาะสมอย่างยิ่งต่อการเสริมขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมหลักทั้งหมด ที่จะเป็นกลไกในการฟื้นฟูประเทศนั่นเอง ในแต่และภาคส่วนดังต่อไปนี้

  • ภาคสาธารณสุข

AIS 5G ทำงานร่วมกับ Robot และ AI เข้าไปสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ในการ คัดกรองคนไข้ (Robot for Care), Telemedicine, AI Assisted CT SCAN และ Mobile Stroke Unit ตลอดช่วงระยะของการแพร่ระบาดรุนแรง จนถึงการผนึกกำลังกับเครือข่ายพันธมิตร (Strategic Partner) เพื่อพัฒนา Telemedicine อย่างต่อเนื่อง

  • ภาคอุตสาหกรรมในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก Eastern Economic Corridor EEC)

5G ในฐานะ ICT Infrastructure เพื่อเสริมขีดความสามารถในการบริหารจัดการในทุกๆส่วนงาน ประกอบด้วย

  • ภาคพื้นดิน : กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ประกอบด้วย อมตะ คอร์ปอเรชัน, สหพัฒนา อินเตอร์โฮลดิ้ง, กลุ่ม WHA ที่เริ่มทดลองสอบ 5G Smart City แล้ว
  • ภาคทางอากาศ : บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น ในนาม กลุ่มกิจการร่วมค้าบีบีเอส ผู้ชนะการประมูลโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ที่เริ่มทดลองทดสอบ 5G Smart Airport แล้ว
  • ภาคทางทะเล : การท่าเรือแห่งประเทศไทย ที่เริ่มทดลองทดสอบ 5G แล้ว ในบริเวณท่าเรือแหลมฉบัง
  • ภาคการค้าปลีก

AIS 5G อยู่ระหว่างการพัฒนา 5G Smart Retail ร่วมกับกลุ่มเซ็นทรัลรีเทล ในฐานะหัวหอกสำคัญของภาคอุตสาหกรรมค้าปลีก ที่ครอบคลุมตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ของการใช้ชีวิตของคน ในฐานะการกระจายรายได้ระหว่างผู้ผลิตกับผู้ซื้อ รวมถึงมีอัตราการจ้างงานถึง 2 ใน 3 ของประเทศ

  • Multimedia ใหม่สร้าง Immersive Experience

5G Immersive Experience กับเทคโนโลยี AR/VR พร้อมร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สร้างประสบการณ์ใหม่ของ Unseen Thailand ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึง คอนเทนต์ด้านการศึกษา และความบันเทิง พลิกโฉมการสร้างสรรค์คอนเทนท์ของ Creator สัญชาติไทย ด้วย Next Reality Studio – AR/VR Studio แห่งแรกของเมืองไทย

  • Sustainability Development

5G กับการพัฒนา สิ่งแวดล้อม การเกษตร และการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน โดยผนึกพันธมิตรกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สร้าง SDG Lab ในพื้นที่ 100 ไร่ ใน อุทยานการเรียนรู้ป๋วย 100 ปี หรือสวนป๋วย ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ต้นแบบการรณรงค์ให้คนไทยเห็นความสำคัญของการดูแลสิ่งแวดล้อมที่เป็นรูปธรรมที่สุดแห่งหนึ่ง”

รวมทั้งประกาศแพลทฟอร์มการเรียนรู้ LearnDi จาก AIS Academy for Thais ขยายการสร้างความเข้มแข็งการพัฒนาบุคลากรสู่แต่ละองค์กรทั่วประเทศ

นายสมชัย กล่าวในตอนท้ายว่า “ชาวเอไอเอส พร้อมอย่างยิ่งที่จะนำ AIS 5G ที่ดีที่สุด เข้ามาเป็นเส้นเลือดใหญ่ดิจิทัลหลักของประเทศไทยจากวันนี้เป็นต้นไป เพราะวิกฤตโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาเป็นบทเรียนสำคัญของคนไทยและทั่วโลกว่า ท่ามกลางวิกฤตยังมีโอกาสอันยิ่งใหญ่อยู่เสมอ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะฉกฉวยโอกาสนั้นอย่างไร  โดยในส่วนของประเทศไทยนั้น ถือว่ามีจุดแข็งซึ่งได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วนว่า มีระบบสาธารณสุขที่เป็นเลิศ,มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม, เป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ และอื่นๆอีกมากมาย ดังนั้นเมื่อนำดิจิทัลอย่าง 5G เข้าไปผสมผสานในกระบวนการที่เกี่ยวข้องของภาคอุตสาหกรรมดังกล่าวข้างต้น ย่อมทำให้เป็นพลังช่วยพลิกฟื้นประเทศไทยให้ก้าวผ่านวิกฤตได้อย่างดีที่สุด ดังนั้นนอกจากการปรับตัวให้พร้อมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ผมยังอยากเชิญชวนทุกภาคส่วนให้เข้ามาร่วมในภารกิจฟื้นฟูประเทศ ขานรับกับนโยบาย “รวมไทยสร้างชาติ” ของรัฐบาลไปด้วยกันอีกด้วย”

from:https://www.enterpriseitpro.net/ais-5g-forging-thailands-recovery/

AIS เตรียมขยาย 5G ครอบคลุมกรุงเทพ เดือนกรกฎาคม, ทั้งประเทศภายในเดือนสิงหาคมนี้

ในงานแถลงข่าวแบบออนไลน์ AIS 5G Forging Thailand’s Recovery นี้ AIS อัพเดตการพัฒนาโครงข่าย 5G เน้นที่การพัฒนาคลื่น 3600Mhz ที่ซัพพอร์ต 4G และ 5G ร่วมกันก่อน และจะพัฒนาการใช้งานคลื่น 900MHz 1800Mhz และ 2100MHz ตามมาในอนาคต

AIS เปิดเผยว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ของโลกที่ใช้เทคโนโลยี 5G แบบ Dual Mode SA/NSA ที่สามารถใช้งานระบบผสมผสานระหว่าง เครือข่าย 5G แบบแยกเดี่ยว (Stand Alone) และเครือข่าย 5G ที่ทำงานร่วมกับ 4G (None Stand Alone) เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลาย

No Description

ผนวกกับระบบ 5G Network Slicing ที่สามารถสร้างเครือข่ายเสมือนแยกย่อยจากเครือข่ายหลักได้ เพื่อแยกประเภทการใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น เครือข่ายมือถือ, เครือข่ายสำหรับการใช้งาน AR/VR, เครือข่าย IoT, เครือข่ายสำหรับยานพาหนะอัตโนมัติ และเครือข่ายสำหรับการแพทย์ หรืออุตสาหกรรม

ปัจจุบัน AIS มีเสาสัญญาณ 5G ครบทั้ง 77 จังหวัดกว่า 3,700 จุดแล้ว แต่มีเฉพาะในเขตตัวเมือง สถานที่สำคัญ และเขตที่มีการใช้ 4G หนาแน่นเท่านั้น หลังจากนี้จะขยายให้ครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ และเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ภายในเดือนกรกฎาคม และจะครอบคลุมทั่วประเทศไทยภายในเดือนสิงหาคมนี้ โดยตั้งเป้าหมายไว้ที่เสาสัญญาณ 4,700 จุด เข้าถึงประชากร 13% ของประเทศ และ 50% ของประชากรในกรุงเทพภายในสิ้นปีนี้

No Description

นอกจากนี้ AIS ยังจับมือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยหลังวิกฤต COVID-19 ทั้งภาคสาธารณสุข ด้วยเทคโนโลยี Telemedicine เทคโนโลยี AI CT Scan เพิ่มความรวดเร็วในการตรวจพบโรค COVID-19 ในผู้ป่วย

ภาคอุตสาหกรรม โฟกัสการพัฒนาในเขต EEC โดยจะจับมือกับ อมตะ คอร์ปอเรชัน, สหพัฒนา อินเตอร์โฮลดิ้ง และกลุ่ม WHA ในภาคพื้นดินด้วยเทคโนโลยี 5G Smart City รวมไปถึงในภาคพื้นอากาศกับ บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น ด้วยเทคโนโลยี 5G Smart Airport

No Description

ภาคการค้าปลีก จับมือกับกลุ่มเซ็นทรัลรีเทล สร้าง 5G Smart Retail และในภาค Multimedia ก็เตรียมสร้าง AR/VR Content ส่งเสริมการท่องเทียว Unseen Thailand และจะมี สตูดิโอ VR คือ Next Reality Studio ซึ่งเป็นสตูดิโอ AR/VR แห่งแรกของประเทศไทย เพื่อผลิตคอนเทนต์ VR อื่นๆ

AIS ยังร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมเทคโนโลยี 5G เข้ากับการพัฒนาแบบยั่งยืน สร้าง SDG Lab (Sustainable Development Goals) เพื่อการพัฒนา สิ่งแวดล้อม การเกษตร และพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ในอุทยานการเรียนรู้ป๋วย 100 ปี หรือสวนป๋วย ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตอีกด้วย

ที่มา – AIS 5G Forging Thailand’s Recovery

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/117138

ช่องโหว่ใหม่ ! บนโปรโตคอลอินเทอร์เน็ตของอุปกรณ์พกพา ทำให้ผู้ใช้ 5G เสี่ยง!

พบช่องโหว่ร้ายแรงบนโปรโตคอลที่ใช้ในการสื่อสารปัจจุบันของผู้ให้บริการโครงข่ายโทรศัพท์ ที่เปิดช่องให้ดูดข้อมูลผู้ใช้ หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการสื่อสารเพื่อสวมรอย หลอกลวง หรือทำให้เกิดการโจมตีแบบ Denial-of-Service (DoS) ได้

การค้นพบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ระบุไว้ในรายงานชื่อ Vulnerabilities in LTE and 5G Networks 2020 ตีพิมพ์โดยบริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ในกรุงลอนดอนอย่าง Positive Technologies ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

รายงานฉบับนี้อธิบายผลการตรวจประเมินด้านความปลอดภัยที่ทำกันในช่วงปี 2018 – 2019 กับผู้ให้บริการโครงข่ายโทรศัพท์กว่า 28 แห่ง ทั้งในยุโรป, เอเชีย, แอฟริกา, และอเมริกาใต้ ซึ่งโปรโตคอลเจ้าปัญหานี้มีชื่อว่า GPRS Tunnelling Protocol (GTP)

เป็นมาตรฐานการสื่อสารบน Internet Protocol (IP) มีการกำหนดกฎจำนวนหนึ่งเกี่ยวกับทราฟิกข้อมูลบนเครือข่ายทั้ง 2G, 3G, และ 4G นอกจากนี้ยังเป็นพื้นฐานของเครือข่ายแกนหลักของ GPRS และเป็นรุ่นถัดมาจาก Evolved Packet Core (EPC) เดิม

ที่มา : THN

from:https://www.enterpriseitpro.net/new-mobile-internet-protocol-vulnerabilities/

อินเทลเปิดตัวซีพียูไฮบริดจ์ Lakefield สำหรับพีซีสองหน้าจอแบบพับได้

อินเทลเปิดตัวซีพียูตระกูล Intel Core ตัวใหม่สำหรับพีซีแบบสองหน้าจอที่พับได้ มาพร้อมกับนวัตกรรมมากมาย และขนาดรูปร่างที่เบามาก ถือเป็นครั้งแรกที่มีการนำเทคโนโลยีแพกเกจแบบ Foveros 3D มาใช้ร่วมกับสถาปัตยกรรมซีพียแบบไฮบริดจ์

โดยหน่วยประมวลผลขนาดเหรียญสลิงที่ใช้กำลังไฟ 7 วัตต์นี้ได้ถูกเปิดตัวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเรียกชื่อเต็มๆ ว่า Intel Core processors with Intel Hybrid Technology ทางอินเทลประกาศว่าครั้งนี้เป็นการปฏิวัติตลาดพีซีครั้งใหญ่

ซีพียูตัวนี้ก่อนหน้าเคยเรียกภายใต้โค้ดเนมว่า Lakefield ตั้งแต่ที่เริ่มมีการเผยข้อมูลออกมาในงาน CES 2019 และอุปกรณ์ตัวแรกที่จะได้ใช้หน่วยประมวลผล Lakefield ใหม่นี้ก็คือ Lenovo ThinkPad X1 Fold ซึ่งเป็นพีซีตัวแรกที่มีหน้าจอ OLED พับได้ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มออกวางจำหน่ายภายในปีนี้

นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์อย่าง Samsung Galaxy Book S ที่จะเริ่มจำหน่ายในบางภูมิภาคในเดือนนี้ และแท็บเล็ตสองหน้าจออย่าง Surface Neo ของไมโครซอฟท์ด้วย

ที่มา : CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/intel-launches-lakefield-hybrid-cpus/

ดีแทคเปิดบริการแพลทฟอร์ม “ห้องเรียนเด็กล้ำ” หลักสูตรที่ไม่มีในห้องเรียน แต่มีในโลกชีวิตจริง

ดีแทคเดินหน้าสร้างวัคซีนเพิ่มภูมิคุ้มกันภัยร้ายในโลกออนไลน์ให้กับเยาวชน ส่งหลักสูตรออนไลน์  “ห้องเรียนเด็กล้ำ” แพลตฟอร์มอีเลิร์นนิ่ง ที่นอกจากจะรวบรวมบทเรียนที่เน้นสร้างความเข้าใจและหาวิธีรับมือกับภัยร้ายในโลกออนไลน์แล้ว ยังมีบทเรียนที่ช่วยสร้างทักษะการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ และการสร้าง data visualization เพื่อเป็นพื้นฐานสู่การเป็นแกนนำพลเมืองอินเทอร์เน็ตที่มีความรับผิดชอบ (Responsible Netizen) และช่วยเปิดโลกทัศน์ให้เห็นโอกาสจากการใช้เทคโนโลยีอีกด้วย “ห้องเรียนเด็กล้ำ” เปิดให้เข้าใช้งานแล้ววันนี้ เพียงลงทะเบียนเข้าเรียนผ่าน learn.safeinternet.camp  สานต่อพันธกิจภายใต้โครงการ Safe Internet ก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 พร้อมชูหัวข้อความหลากหลายทางเพศเป็นสิ่งที่สังคมต้องให้ความสำคัญ หลังพบเยาวชนในกลุ่ม LGBTQ ตกเป็นเหยื่อจากการกลั่นแกล้งล้อเลียนกว่า 80%

นางอรอุมา ฤกษ์พัฒนาพิพัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานสื่อสารองค์กรและการพัฒนาที่ยั่งยืน บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “ห้องเรียนเด็กล้ำ ถูกออกแบบมาเพื่อให้ความรู้และทักษะที่ไม่มีในระบบการศึกษาตามหลักสูตรสามัญ หากแต่มีความสำคัญกับการใช้ชิวิตของเด็กและเยาวชน ที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกอินเตอร์เน็ตมากกว่า 9 ชั่วโมงต่อวันโดยเฉลี่ย ดีแทคกำหนดเป้าหมายว่า เมื่อเยาวชนได้ผ่านการเรียนใน ‘ห้องเรียนเด็กล้ำ’ แล้ว จะต้องมีทักษะและความสามารถในการวิเคราะห์ เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นกับตนเอง และบุคคลรอบข้างที่กำลังตกประสบกับภัยร้ายบนโลกไซเบอร์ ไม่ว่าจะเป็นการถูกด่าทอ ประจาน หรือกลั่นแกล้ง การถูกล่วงละเมิดทางเพศ การรับข่าวสารที่น่าเคลืบแคลงสงสัย หรือเนื้อหาที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม รวมไปถึง การถูกละเมิดความเป็นส่วนตัว เยาวชนจะต้องรู้วิธีรับมือ และสามารถช่วยเหลือเพื่อนและสมาชิกครอบครัวเมื่อประสบกับภัยออนไลน์ดังกล่าวได้อย่างมีสติ ยิ่งไปกว่านั้น ดีแทคคาดหวังว่า ‘ห้องเรียนเด็กล้ำ’ จะช่วยให้เยาวชนสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองให้กลายเป็นผู้นำต้นแบบของเพื่อนๆและเยาวชนคนอื่นในการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างมีความรับผิดชอบและชาญฉลาด เพื่อสร้างโอกาสในชีวิตอนาคต”

หลักสูตรใน ‘ห้องเรียนเด็กล้ำ’ แบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนที่หนึ่ง คือ หลักสูตรการสร้างทักษะในการแยกแยะภัยในโลกออนไลน์ผ่านระบบการคิดเชิงวิพากษ์ และวิธีรับมืออย่างเป็นระบบ รวมทั้ง แนวทางปฏิบัติตนที่เหมาะสมในโลกออนไลน์ เพื่อสร้างให้เยาวชนมีความพร้อมที่จะเป็นพลเมืออินเทอร์เน็ตที่มีความรับผิดชอบ

  • Online Privacy & Sexual abuse เรียนรู้เรื่องลักษณะของข้อมูลส่วนบุคคล ความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคล เรียนรู้เรื่องการละเมิดและแสวงหาประโยชน์ทางเพศ
  • Diversity Respect to Stop Cyber Bullying เริ่มต้นจากการทำแบบสอบถาม เพื่อให้เข้าใจถึงความหลากหลายในสังคม จนเกิดทัศนคติที่ดีต่อความแตกต่าง เกิดความเคารพ และยั้งคิดก่อนที่จะกลั่นแกล้งผู้อื่นให้เกิดความอับอายหรือเสียหาย หลักสูตรนี้เป็นผลมาจากการวิจัยและศึกษาของดีแทคเกี่ยวกับการกลั่นแกล้งล้อเลียนในโลกไซเบอร์ในกลุ่มเด็กนักเรียนในระดับมัธยมต้น – ปลายที่พบว่า กลุ่มที่ตกเป็นเหยื่อในการกลั่นแกล้งรังแกมากที่สุดคือ นักเรียนที่เป็น LGBTQ เรื่องที่ล้อเลียนส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวความแตกต่าง โดยเฉพาะความแตกต่างทางเพศ โดยงานวิจัยดังกล่าวนี้ แสดงให้เห็นว่า เยาวชนที่เป็น LGBTQ กว่า 80% เคยถูกล้อเลียน โดยเฉลี่ยจะถูกกระทำสัปดาห์ละครั้งและสถานที่เกิดเหตุส่วนใหญ่ก็คือ ห้องเรียนของเด็กเอง
  • Anatomy of Fake News เรียนรู้ความหมายและองค์ประกอบต่างๆ ของข่าวปลอม วิธีและเครื่องมือที่สามารถใช้ในการแยกแยะ และระบุข่าวปลอม

และหลักสูตรในส่วนที่สอง คือ หลักสูตรที่สอนให้เยาวชนใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลที่กำลังทวีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนโลก อาทิ แชทบอท ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) การแสดงผลข้อมูลด้วยภาพ (Data Visualization)  เทคนิคการเล่าเรื่อง (Story Telling)  และการสร้างบอร์ดเกม  ซึ่งเป็นเนื้อหาที่เด็กเยาวชนยุคใหม่ควรเรียนรู้  เพิ่มทักษะสู่การเป็นพลเมืองยุคดิจิทัลในศตวรรษที่ 21 นี้ต่อไป

ที่มา : ข่าวพีอาร์

from:https://www.enterpriseitpro.net/dtac-launches-online-learning-camp/

CEO เอไอเอส ควง ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา ลงพื้นที่บางคล้า ส่งต่อความห่วงใย

เอไอเอส นำโดย นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายระพี ผ่องบุพกิจ เยี่ยมชมฐานปฏิบัติการเพื่อสุขภาพคนไทย ส่งมอบกำลังใจและเทคโนโลยีดิจิทัลให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) นักรบเสื้อเทา ยุคดิจิทัล ในการเป็นด่านหน้าเฝ้าระวัง และติดตามกลุ่มเสี่ยงโควิด-19 อย่างใกล้ชิด มอบความอุ่นใจให้ประชาชน

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำเครือข่ายและบริการดิจิทัลเพื่อการพัฒนาประเทศ ที่ได้ประกาศเดินหน้านำนวัตกรรมดิจิทัล พร้อมด้วยขีดความสามารถของเครือข่าย 5G เข้าเสริมประสิทธิภาพงานด้านสาธารณสุขไทย เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ภายใต้โครงการ “เอไอเอส 5G สู้ภัยโควิด-19” ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมีนาคม และมีส่วนช่วยให้การปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างไม่สะดุด

ทั้งการติดตั้งเครือข่าย 5G ในโรงพยาบาลที่รับตรวจและรักษาผู้ป่วย COVID-19 ทั่วประเทศ, ตั้งศูนย์ AIS Robotic Lab by AIS NEXT เพื่อร่วมผลักดันนวัตกรรมการแพทย์, การพัฒนาหุ่นยนต์บริการทางการแพทย์ 5G ROBOT FOR CARE เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยแพทย์ รวมถึงการติดปีกดิจิทัลให้กับ อสม. นักรบเสื้อเทา นำเทคโนโลยี ซิมแพ็กเกจพิเศษ และประกันโควิด-19 เสริมประสิทธิภาพและสร้างความอุ่นใจในการปฏิบัติงาน

from:https://www.enterpriseitpro.net/ais-ceo-somchai/

ระวัง! สปายแวร์บนแอนดรอยด์ที่ชื่อ Mandrake แอบซ่อนตัวนานกว่า 4 ปี

นักวิจัยด้านความปลอดภัยจาก Bitdefender ค้นพบสปายแวร์ตัวใหม่ที่มีความซับซ้อนสูง จ้องเล่นงานผู้ใช้แอนดรอยด์เพื่อหาประโยชน์ด้านการเงิน โดยมีการกระจายตัวเองผ่าน Google Apps Marketplace อีกด้วย

นักวิจัยตั้งชื่อว่า “Mandrake” คาดว่ามีผู้ใช้ตกเป็นเหยื่อหลายแสนรายแล้วในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มัลแวร์ตัวนี้จะเข้าควบคุมโทรศัพท์แอนดรอยด์ที่ติดเชื้ออย่างสมบูรณ์ สามารถปรับระดับเสียงของโทรศัพท์ลง บล็อกโทรศัพท์หรือแมสเสจ ไปจนถึงการขโมยรหัสผ่าน ดูดข้อมูล สั่งโอนเงิน หรือแม้แต่เอาข้อมูลเราไปข่มขู่แบล็กเมล์ได้

ขบวนการ Mandrake นี้มีการแฝงตัวในแอพพลิเคชั่นอันตราย 7 รายการได้แก่ “Abfix, CoinCast, SnapTune Vid, Currency XE Converter, Office Scanner, Horoskope, and Car News“

ทั้งหมดนี้มีอยู่บน Google Play ทั้งสิ้นเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ในการปลอมตัวให้ดูเหมือนแอพที่ปลอดภัยนั้น แต่ละแอพจะมีเว็บไซต์ย่อย หน้าเพจเฟซบุ๊ก และบัญชีผู้ใช้โซเชียลมีเดียอื่นอย่างทวิตเตอร์, Telgram, Reddit หรือแม้แต่ยูทูปให้ดูน่าเชื่อถือด้วย

ที่มา : GBHackers

from:https://www.enterpriseitpro.net/beware-of-an-android-spyware-mandrake-that-went-undetected-for-last-4-years/

ตามมาอีกราย กองทุน KKR ประกาศซื้อหุ้น Jio Plarforms ของอินเดีย 1.5 พันล้านดอลลาร์

กลายเป็นบริษัทมาแรงของโลกตอนนี้ โดยล่าสุด Jio Plarforms ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถืออันดับหนึ่งของอินเดีย ประกาศขายหุ้นบริษัท 2.32% ให้กับกองทุนรายใหญ่ KKR เป็นมูลค่าถึง 1,500 ล้านดอลลาร์ ทำให้ KKR เป็นบริษัทใหญ่ลำดับที่ 5 ที่เข้ามาถือหุ้น Jio Platform ต่อจาก Facebook, กองทุน Silver Lake, Vista Equity Partners และ General Atlantic ที่มูลค่ากิจการ 65,000 ล้านดอลลาร์

ผู้ก่อตั้งกองทุน KKR กล่าวว่า มีบริษัทไม่กี่แห่งที่มีศักยภาพจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างดิจิทัลในระดับประเทศได้ แบบที่ Jio กำลังทำในอินเดีย และอาจทำได้ถึงในระดับโลก

จากดีลในช่วงประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ Jio ได้เงินเพิ่มทุนไปแล้วมากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ จากการขายหุ้นไปราว 17%

ที่มา: TechCrunch

Jio

from:https://www.blognone.com/node/116503

(คลิป VDO) ตามไปดูว่า Xiaomi ดูดข้อมูลท่องเว็บของคุณได้อย่างไร – พร้อมวิธีตั้งค่าป้องกัน

ถ้าคุณมีสมาร์ทโฟน Xiaomi หรือติดตั้งแอพบราวเซอร์ Mi บนอุปกรณ์แอนดรอยด์แม้แต่ของแบรนด์อื่นก็ตาม ก็ควรรีบเปิดการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวอันใหม่ล่าสุดทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทนี้แอบสืบกิจกรรมออนไลน์ของคุณ

ทั้งนี้เพราะผู้ผลิตสมาร์ทโฟนเจ้าดังได้เริ่มอัพเดทตัว Mi Browser/Mi Browser Pro (v12.1.4) และ Mint Browser (v3.4.3) หลังมีความกังวลเกิดขึ้นเกี่ยวกับการส่งต่อประวัติการท่องเว็บ และข้อมูลเมต้าดาต้าของอุปกรณ์กลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ของบริษัท

การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวอันใหม่นี้ทำให้ผู้ใช้ Mi Browser สามารถปิดฟีเจอร์การรวบรวมข้อมูลขณะที่อยู่ในโหมดไร้ตัวตนหรือ Incognito ได้ แต่ประเด็นคือการตั้งค่าดังกล่าวไม่ได้ถูกตั้งให้เปิดใช้งานตั้งแต่แรกแบบดีฟอลต์

ออพชั่นนี้สามารถเข้าถึงได้ด้วยการ
  1. กดไอคอนการตั้งค่าในบราวเซอร์ >
  2. ไปยังการตั้งค่าโหมด Incognito >
  3. จากนั้นให้ปิดการทำงานของ ‘Enhanced incognito mode’ โดยทั้ง Mint Browser และ Mi Browser Pro นั้นได้ถูกดาวน์โหลดจาก Google Play ไปมากกว่า 15 ล้านครั้งแล้ว

ประเด็นดราม่านี้เริ่มจากรายงานของทาง Forbes เมื่อสัปดาห์ก่อน ที่ออกมาเผยให้เห็นว่าบราวเซอร์ของ Xiaomi มีการบันทึกข้อมูลการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ แม้จะอยู่ในโหมด Incognito ก็ตาม

ซึ่งบราวเซอร์เหล่านี้ที่ติดตั้งมาให้แต่แรกบนอุปกรณ์ของ Xiaomi จะคอยจับคำค้นหาบนทั้ง Google และ DuckDuckGo รวมทั้งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโฟลเดอร์ที่ผู้ใช้เปิด ภาพหน้าจอที่กำลังใช้งาน รวมไปถึงข้อมูลสตาตัสบาร์และเมนูการตั้งค่าด้วย

จากนั้นจึงส่งต่อข้อมูลที่รวบรวมได้นี้ไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งอยู่ที่จีนและรัสเซีย ซึ่งเป็นเซิร์ฟเวอร์ที่ทาง Xiaomi เช่าจากบริษัทยักษ์ใหญ่ในจีนอีกเจ้าอย่าง Alibaba โดยชี้แจงว่าเพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้ได้มากขึ้น ซึ่งสิ่งที่น่าเป็นกังวลคือข้อมูลที่ส่งไปนั้นสามารถโยงไปถึงตัวผู้ใช้แต่ละคนได้

ที่มา : THN

from:https://www.enterpriseitpro.net/change-this-browser-setting-to-stop-xiaomi-from-spying/