คลังเก็บป้ายกำกับ: TAIWAN

ปธ. สภาพัฒน์ไต้หวันเผย สหรัฐสั่งให้ตัดสัมพันธ์เฉพาะ Huawei ไม่ใช่จีนทั้งหมด

หลังสหรัฐต่อคำสั่งประธานาธิบดีแบน Huawei ต่ออีกปีและบีบให้บริษัทนอกสหรัฐที่จะขายชิปให้ Huawei ต้องขออนุญาตก่อน ซึ่งบริษัทใหญ่ของไต้หวันอย่าง TSMC ก็โดนบีบกลาย ๆ ไปด้วย

ล่าสุด Kung Ming-hsin ประธานสภาพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติของไต้หวันเปิดเผยว่า สหรัฐไม่ได้กดดันไต้หวันให้ตัดความสัมพันธ์กับจีนทั้งหมด เป้ามีแค่ Huawei เจ้าเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ เขาบอกว่า TSMC แม้จะได้รับผลกระทบจากออเดอร์ Huawei ที่หายไป แต่ตอนนี้ก็ได้ออเดอร์จากลูกค้ารายอื่นเข้ามาแทนที่ได้ทั้งหมดแล้ว

เมื่อ TSMC และซัมซุง จะไม่ผลิตชิป ก่อนหน้านี้เลยมีรายงานว่า Huawei ต้องหันไปหาผู้ผลิตในจีนที่เป็นรายเล็กกว่าอย่าง MediaTek และ UNISOC แทน

ที่มา – Reuters

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/117082

งาน Computex 2020 ที่ไต้หวันยกเลิกแล้ว

Computex งานโชว์เคสเทคโนโลยีที่จัดทุกปีในไต้หวันต้องยกเลิกเพราะโรคระบาดอีกราย ปกติแล้ว Computex จะจัดช่วงกลางปีของทุกปี มีแบรนด์ฮาร์ดแวร์, เกมมิ่ง, IoT ไปจัดแสดงมากมาย

ตอนแรก ทางผู้จัดได้เลื่อนจัดงานและจะทำเป็นอีเว้นท์ออนไลน์ แต่ล่าสุดทางผู้จัดงานประกาศยกเลิกแล้ว เพราะการเดินทางข้ามประเทศยังทำได้ยาก อาจเป็นอุปสรรคในการจัดงานแม้จะเป็นงานออนไลน์ก็ตาม และยังประกาศด้วยว่า Computex จะกลับมาอีกครั้งในวันที่ 1 – 5 มิถุนายน 2021

No Description

ที่มา – Engadget

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/116860

บริษัทไต้หวันย้ายฐานการผลิตจากจีนกลับบ้าน หลังความขัดแย้งสหรัฐ-จีนกลับมารุนแรง แถมรัฐบาลจูงใจ

บริษัทไต้หวันที่เน้นผลิตสินค้าไฮเทค เริ่มทยอยย้ายฐานการผลิตจากจีนกลับถิ่นเก่า หลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและจีนมากขึ้น ขณะเดียวกันข้อเสนอจูงใจของรัฐบาลไต้หวันเองก็ทำให้บริษัทเหล่านี้อยากย้ายกลับมาเพิ่มขึ้นด้วย

Taipei Taiwan
ภาพจาก Unsplash

บริษัทในไต้หวัน เริ่มย้ายกำลังการผลิตจากจีนแผ่นดินใหญ่กลับบ้านเกิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนกลับมาปะทุอีกครั้ง ขณะเดียวกันผลกระทบจาก COVID-19 ในจีนเองก็ได้สร้างความปั่นป่วนให้กับห่วงโซ่การผลิตทั่วโลก ซึ่งไต้หวันเองก็ได้รับผลกระทบนี้ ยิ่งเป็นตัวเร่งทำให้บริษัทต่างๆ เหล่านี้ย้ายฐานกลับไต้วันไวกว่าเดิม

ความขัดแย้งของสหรัฐและจีนกลับมาปะทุอีกครั้งหลังจากที่สหรัฐมีท่าทีฉีกสัญญาข้อตกลงทางการค้าฉบับแรกที่ทำกับจีน ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้กล่าวว่ากำลังจับตามองจีนว่าจะทำตามสัญญาว่าจะซื้อสินค้าและบริการจากสหรัฐหรือไม่ ไม่เพียงแค่นั้นทรัมป์เองยังได้ขู่จีนว่าอาจขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีน ถ้าหากไม่ทำตามสัญญา

ท่าทีของความขัดแย้งที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกรอบทำให้บริษัทไต้หวันเองทยอยย้ายฐานการผลิตกลับไต้หวัน เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง เช่น Quanta ผู้ผลิตเซิฟเวอร์และโน๊ตบุ๊ครายใหญ่ได้ลงทุนโรงงานการผลิตในไต้หวันด้วยงบลงทุนมากถึง 15,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ หรือราวๆ 15,914 ล้านบาท แม้ว่าจะมีการแพร่ระบาดของ COVID-19 บริษัทก็ยังเดินหน้าก่อสร้างโรงงานอย่างต่อเนื่อง

ในช่วงเวลา 20 กว่าปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมในไต้หวันและประเทศต่างๆ ได้ย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศจีน เช่น Foxconn ฯลฯ เนื่องจากค่าแรงในประเทศจีนมีราคาถูก

Barry Lam ประธานของ Quanta ได้กล่าวกับ Nikkei Asian Review ว่า “ลูกค้าของบริษัทต้องการสินค้าที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เราต้องเพิ่มงบลงทุนในไต้หวัน” ขณะที่ผู้ผลิตสินค้าเทคโนโลยีหลายๆ แห่งเองได้รับความต้องการสินค้าที่ไม่มีส่วนประกอบจากประเทศจีนเพิ่มมากขึ้น

หรือแม้แต่ Giant ผู้ผลิตจักรยานรายใหญ่ในไต้หวัน ก็ได้ลงทุนโรงงานใหม่ในไต้หวันมากถึง 5,000 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ หรือประมาณ 5,308 ล้านบาท เพื่อที่จะส่งออกจักรยานไปสหรัฐอเมริกา ซึ่งไต้หวันเองไม่ได้รับผลกระทบจากสหรัฐได้ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าเหมือนกับในจีนแผ่นดินใหญ่

ขณะเดียวกันความสำเร็จส่วนหนึ่งมาจากนโยบายของรัฐบาลไต้หวันที่เชิญให้บริษัทที่มีฐานการผลิตในประเทศจีน เช่น บริษัทผลิตชิป หรือแม้แต่บริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีฐานการผลิตในประเทศจีน ให้ย้ายฐานการผลิตกลับมาที่ไต้หวัน โดยรัฐบาลมีเม็ดเงินสนับสนุนให้ รวมไปถึงจัดสร้างพื้นที่ใหม่ และเพิ่มพื้นที่อุทยานวิทยาศาสตร์ละแวกเมืองไถ่หนาน เพื่อรองรับการพัฒนาและวิจัย

ข้อมูลล่าสุดจาก Taipei Times นั้น 473 บริษัทได้รับปากรัฐบาลไต้หวันที่จะกลับมาลงทุนที่บ้านเกิด ซึ่งมีมูลค่ามากถึง 989,100 ล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ และอีก 56 บริษัทกำลังรอการอนุมัติจากรัฐบาลไต้หวัน นอกจากนี้ในช่วงที่ผ่านมางบพัฒนาและวิจัยของไต้หวันยังทำสถิติสูงสุดใหม่ในรอบ 5 ปี อยู่ที่ 7.9% ของ GDP

เป้าหมายของรัฐบาลไต้หวันหลังจากนี้คือการปรับยุทธศาสตร์เป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าไฮเทคแบบพรีเมี่ยม ขณะเดียวกันยังเน้นไปที่อุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น พลังงานสะอาด รวมไปถึงการพัฒนาการอาวุธยุทโธปกรณ์ โดยรัฐบาลได้เตรียมพื้นที่ในละแวกภาคใต้ของไต้หวัน เป็นฐานการผลิตแห่งใหม่

ไม่ใช่แค่การย้ายฐานการผลิตกลับไต้หวันเท่านั้น แต่บริษัทไต้หวันเองก็ได้ย้ายกำลังการผลิตออกจากจีนไปที่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น TSMC ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของไต้หวัน ได้ประกาศแผนการลงทุนในสหรัฐ มากถึง 12,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือแม้แต่ Apple เองก็เริ่มคุยกับผู้ประกอบชิ้นส่วนโดยเฉพาะ Foxconn ของไต้หวันให้ทยอยย้ายฐานการผลิตออกจากจีนไปที่อื่นๆ เช่น อินเดีย ฯลฯ

ที่มา – Tech Node, South China Morning Post, Taipei Times [1][2]

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/taiwan-high-tech-firm-moving-shift-from-mainland-china-after-covid-19-and-us-cn-tensions/

TEX Shinobi คีย์บอร์ดสำหรับคนคิดถึงคีย์บอร์ด ThinkPad แบบ 7 แถว

แฟนพันธุ์แท้ของ ThinkPad จำนวนมากชอบคีย์บอร์ดของ ThinkPad เป็นพิเศษ แม้ช่วงหลังคีย์บอร์ดจะเปลี่ยนไปมากแล้วก็ตาม โดยรุ่นสุดท้ายที่ยังถือว่าเป็นแบบคลาสสิค คือรุ่นปี 2012 ที่ยังคงเป็น 7 แถว แต่ปรับแต่งให้ปุ่ม ESC และ Delete ใหญ่ขึ้น ตอนนี้ TEX ผู้ผลิตคีย์บอร์ดจากไต้หวันก็ออก TEX Shinobi ที่ระบุว่าพยายามย้อนเวลากลับมา

TEX Shinobi เป็นคีย์บอร์ดที่ใช้สวิตช์จาก Cherry MX โดยมีให้เลือกถึง 8 แบบ และ TrackPoint ตัวใหม่ที่สัมผัสตอบสนองได้ดีขึ้น อย่างไรก็ดีผมสังเกตว่าคีย์บอร์ดนี้เป็นสวิตช์แบบความสูงเต็ม ไม่ใช่ low-profile ดังนั้นการใช้งานจะต่างจากคีย์บอร์ด ThinkPad พอสมควร

TEX เป็นผู้ผลิตคีย์บอร์ดแมคคานิคที่ออกคีย์บอร์ดเลียนแบบ ThinkPad มาแล้วหลายรุ่น ส่วนใหญ่มี TrackPoint สีแดงคิดมาด้วย

คีย์บอร์ดเริ่มวางจำหน่ายแล้ว ราคาเริ่มต้น 185 ดอลลาร์ขึ้นกับสวิตช์ มีตัวเลือกอัพเกรดไปใช้ Bluetooth ด้วย

ที่มา – TEX, NotebookCheck

No Description

from:https://www.blognone.com/node/115759

รัฐบาลไต้หวัสสั่งแบน Zoom จากประเด็นด้านความมั่นคงปลอดภัย

ไต้หวันสั่งห้ามหน่วยงานรัฐทุกแห่งใช้ Zoom ระบบ Video Conference ยอดนิยมหลังจากมีประเด็นเรื่องความมั่นคงปลอดภัยและความเป็นส่วนบุคคลถูกเปิดเผยออกมาเป็นจำนวนมาก นับเป็นรัฐบาลแรกที่ออกประกาศแบนการใช้ Zoom ในขณะนี้

credit : Zoom.us

รัฐบาลไต้หวันได้ออกคำสั่งเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ระบุว่า หน่วยงานรัฐควรหลีกเลี่ยงการใช้บริการอย่าง Zoom เนื่องจากอาจมีช่องโหว่ด้านความมั่นคงปลอดภัย หลังจากที่หลายหน่วยงาน รวมไปถึงบริษัทเอกชนจากทั่วโลกหันมาใช้ Zoom เพื่อประชุมออนไลน์แทนที่จะนัดเจอกันภายใต้สถานการณ์ที่ COVID-19 กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้

การแบนของรัฐบาลไต้หวันนี้นับเป็นคลื่นยักษ์ที่โหมใส่บริษัท Zoom ทันที หลังจากที่ความเชื่อมั่นของบริษัทถูกสั่นคลอนโดยนักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยจำนวนมากที่ออกมาแจ้งเตือนถึงช่องโหว่ด้านความมั่นคงปลอดภัยและประเด็นด้านความเป็นส่วนบุคคลซึ่งเสี่ยงต่อการถูกแฮ็กเกอร์ดักฟังการประชุมหรือขโมยข้อมูลส่วนบุคคลออกไปได้

รัฐบาลไต้หวันไม่ใช่องค์กรแรกที่ออกมาตอบสนองต่อประเด็นด้านความมั่นคงปลอดภัยนี้ ก่อนหน้านี้ Elon Musk จาก SpaceX และหน่วยงานด้านการศึกษาของเมืองนิวยอร์กก็ได้ประกาศแบนการใช้ Zoom เช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตาม Zoom ก็ได้ออกมาประกาศแล้วว่า จะหยุดพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ชั่วคราว และหันไปมุ่งปรับปรุงการรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้ดีขึ้นแทน

ที่มา: https://www.businesstimes.com.sg/technology/taiwan-bans-government-use-of-zoom-over-cybersecurity-concerns

from:https://www.techtalkthai.com/taiwan-government-bans-zoom-due-to-cybersecurity-issues/

รัฐบาลไต้หวันสั่งห้ามหน่วยงานรัฐใช้ Zoom

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไต้หวันสั่งห้ามหน่วยงานรัฐทั้งหมดใช้ Zoom ในการประชุมระยะไกล นับเป็นหน่วยงานรัฐล่าสุดที่แบนหลังจากรัฐนิวยอร์คเพิ่งแบนไปก่อนหน้านี้

ประกาศของรัฐบาลระบุคำสั่งแบนว่า “ห้ามหน่วยงานรัฐใช้บริการที่มีข้อกังวลด้านความมั่นคงปลอดภัย เช่น Zoom” โดยไม่ได้ระบุว่าช่องโหว่ใดทำให้ Zoom ถูกแบนโดยตรง

Zoom มีผู้ใช้เพิ่มขึ้นถึง 20 เท่าตัวภายในไม่กี่เดือนหลังการทำงานที่บ้านเพิ่มขึ้นสูงจากการรับมือโรค COVID-19 แต่หลังจากได้รับความนิยม รายงานช่องโหว่ความปลอดภัยก็มีออกมาต่อเนื่องจนบริษัทต้องประกาศหยุดพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ หันไปปรับปรุงความปลอดภัย

ที่มา – Strait Times

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/115672

ไต้หวันเริ่มใช้ระบบติดตามโลเคชันในสมาร์ทโฟน เพื่อติดตามการกักกันตัวของผู้ป่วย

ความเป็นส่วนตัวที่แลกมาด้วยความปลอดภัยมั่นคงของสาธารณะกลายเป็นประเด็นในหลาย ๆ ประเทศอีกครั้งหลังเกิด COVID-19 จากให้รัฐบาลติดตามตัวเพื่อยืนยันการกักกันตัว อย่างก่อนหน้านี้อิสราเอลก็เพิ่งผ่านกฎหมายลักษณะนี้ ล่าสุดเป็นไต้หวัน ที่จะเริ่มบังคับใช้มาตรการนี้แล้ว

รัฐบาลไต้หวันนำโดยกระทรวงความมั่นคงไซเบอร์ ได้ร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่ายในประเทศ ตรวจสอบสัญญาณเครือข่ายโทรศัพท์มือถือของผู้ป่วยที่ต้องกักกันตัวอยู่บ้าน ว่าอยู่บ้านจริง ๆ ไม่ออกไปแพร่เชื้อหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่จะโทรไปตรวจสอบวันละ 2 เวลาด้วยเพื่อตรวจสอบว่าไม่ได้ทิ้งมือถือไว้ที่บ้าน

ตามกฎหมายของไต้หวันหากใครละเมิดการกักกันตัวจะถูกปรับ 1 ล้านดอลลาร์ไต้หวันหรือราว 1 ล้านบาท

ที่มา – Reuters

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/115357

รัฐมนตรีดิจิทัลไต้หวันลงมือแก้โค้ดพร้อมสร้าง pull request ให้เว็บรายงานสถานการณ์ COVID-19 ของญี่ปุ่น

ในช่วงที่มีการระบาดของโรค COVID-19 รัฐบาลกรุงโตเกียวได้เปิดเว็บ COVID-19 Task Force ขึ้นมาพร้อมปล่อยซอร์สโค้ดลง GitHub เพื่อเป็นเว็บสำหรับรายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อในแง่มุมต่างๆ

ต่อมาเมื่อวันที่ 8 มีนาคม Audrey Tang รัฐมนตรีดิจิทัลของไต้หวันได้ช่วยแก้โค้ดของเว็บไซต์ดังกล่าวในส่วนของเมนูเปลี่ยนภาษาจีนกลางสำเนียงไต้หวัน (zh-TW) โดยเปลี่ยนจากตัวอักษร 体 เป็นอักษร 體 ที่เหมาะสมกว่า จากนั้นเธอได้สร้าง pull request เพื่อให้ผู้ดูแลโปรเจ็คได้เข้ามารีวิว ซึ่งผู้รีวิวโค้ดสองคนได้ยอมรับการแก้ไขนี้พร้อมคอมเมนต์ขอบคุณ และ merge เข้าโค้ดหลักแล้ว

หลังการช่วยแก้ไขโค้ดดังกล่าว ได้มีผู้ใช้ GitHub เข้ามาร่วมแสดงความขอบคุณกว่าพันคน

alt="Qh8c8N.png"

ทั้งนี้ Tang ใช้งาน GitHub มานานแล้วในชื่อ audreyt โดยมีส่วนร่วมกับโครงการต่างๆ อยู่เสมอ โครงการหลักที่เธอดูแลคือ mask-static ที่เป็น Progressive Web App สำหรับแสดงจุดที่มีหน้ากากอนามัยขาย

alt="QhHTCJ.png"

Audrey Tang เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีดิจิทัลของไต้หวันเมื่อเดือนตุลาคมปี 2016 แบบเป็น “รัฐมนตรีลอย” (Minister without Portfolio) คือไม่ได้ประจำอยู่ในกระทรวงใด แต่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เฉพาะบางอย่าง โดย Tang ได้รับมอบหมายให้ดูแลการสื่อสารด้านนโยบายรัฐบาลและจัดการข้อมูลที่รัฐบาลปล่อยออกมาเพื่อให้สื่อสารกับประชาชนในช่องทางดิจิทัล

แบ็คกราวด์ของ Tang นั้นน่าสนใจ ก่อนมาเป็นรัฐมนตรีเธอเป็นโปรแกรมเมอร์มาโดยตลอด เธอเริ่มหัดเขียนภาษา Perl ตั้งแต่อายุ 12 และลาออกจากโรงเรียนมัธยมเพราะปรับตัวไม่ได้ ต่อมาก็ทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ให้หลายบริษัทตั้งแต่อายุ 19 และเคยทำงานใน Silicon Valley ด้วย นอกจากนี้ในปี 2005 เธอก็เริ่มแสดงออกว่าต้องการเปลี่ยนเป็นเพศหญิงโดยการเปลี่ยนชื่อ และเธอยังเป็นบุคคลข้ามเพศคนแรกในคณะรัฐมนตรีของไต้หวันด้วย

ที่มา – GitHub, Wikipedia

from:https://www.blognone.com/node/115182

ไต้หวันทำได้! ผลิตหน้ากากอนามัยวันละ 10 ล้านชิ้นได้แล้ว ประธานาธิบดีทวีตแจ้งประชาชน

ประธานาธิบดีไต้หวันได้ทวีตกล่าวว่าล่าสุด ไต้หวันสามารถผลิตหน้ากากอนามัยได้ถึงวันละ 10 ล้านชิ้นได้แล้ว หลังจากการแพร่ระบาดของ COVID-19

Taipei Taiwan People wear face masks
ภาพจาก Shutterstock

ไซ อิ้งเหวิน ประธานาธิบดีของไต้หวัน ได้ทวีตแจ้งประชาชนว่าไต้หวันสามารถที่จะผลิตหน้ากากอนามัยได้แล้วถึงวันละ 10 ล้านชิ้นในช่วงวันธรรมดา เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ผลิตเฉลี่ยได้วันละ 9.2 ล้านชิ้น และได้ขอบคุณเหล่าผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ว่าทำให้เธอทึ่งถึงความสามารถของธุรกิจเหล่านี้ หลังจากความต้องการหน้ากากอนามัยที่สูงเนื่องจากการแพร่ระบาด COVID-19

ก่อนหน้านี้ Blognone ได้รายงานว่า ไต้หวันกำหนดโควต้าปันส่วนหน้ากากอนามัยไว้ที่ 3 ชิ้นต่อสัปดาห์สำหรับผู้ใหญ่ และ 5 ชิ้นต่อสัปดาห์สำหรับเด็ก โดยกำหนดให้ผู้ถือบัตรประกันสุขภาพที่มีเลขลงท้ายคู่หรือคี่สามารถซื้อได้ในวันที่แตกต่างกัน ยกเว้นในวันอาทิตย์ที่ทุกคนสามารถซื้อได้ โดยปริมาณหน้ากากอนามัยที่เพิ่มขึ้นทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงหน้ากากอนามัยได้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

ขณะที่ในประเทศไทยเมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา กรุงเทพธุรกิจได้รายงานว่า อธิบดีกรมการค้าภายในได้กล่าวว่าประเทศไทยสามารถผลิตหน้ากากอนามัยได้วันละ 1.35 ล้านชิ้นต่อวัน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/taiwan-president-tsai-ing-wen-tweeted-taiwan-can-produce-face-masks-10-million-per-day-from-9-2-million-per-day/

ไช่ อิงเหวิน โชว์ไต้หวันกระจายหน้ากากอนามัยผ่านระบบโควต้าเช็คการซื้อได้ที่ร้านขายยา

การระบาดของโรค COVID-19 ทำให้หน้ากากอนามัยในประเทศแถบเอเชียขาดแคลนโดยถ้วนหน้า เมื่อวานนี้ ไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีไต้หวันก็โชว์วิดีโอเยี่ยมชมร้านขายยาที่เป็นจุดจำหน่ายหน้ากากอนามัย

ไต้หวันกำหนดโควต้าปันส่วนหน้ากากอนามัยไว้ที่ 3 ชิ้นต่อสัปดาห์สำหรับผู้ใหญ่ และ 5 ชิ้นต่อสัปดาห์สำหรับเด็ก โดยกระจายวันเข้าไปซื้อด้วยการกำหนดให้ผู้ถือบัตรประกันสุขภาพลงท้ายเลขคี่ไปซื้อได้ในวันจันทร์, พุธ, ศุกร์ ส่วนผู้ถือบัตรประกันสุขภาพลงท้ายเลขคู่ให้ไปซื้อได้ในวัน อังคาร, พฤหัส, เสาร์ ส่วนวันอาทิตย์นั้นสามารถซื้อได้ทุกคน และที่ร้านขายยาจะมีเว็บและเครื่องอ่านบัตรประกันสุขภาพของผู้ที่มาซื้อ ว่าสัปดาห์นั้นๆ ได้ซื้อตามโควต้าไปแล้วหรือยัง ร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการจะต้องเชื่อมต่อ VPN เข้าไปยังฐานข้อมูล

นอกจากการกระจายหน้ากากแล้ว รัฐบาลไต้หวันยังอนุมัติงบประมาณบรรเทาสาธารณภัย 200 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 200 ล้านบาท) สร้างสายการผลิต 60 สายการผลิตภายใน 25 วันโดยเริ่มเดินเครื่องแล้ว คาดว่าสัปดาห์หน้าไต้หวันจะผลิตหน้ากากอนามัยได้วันละ 10 ล้านชิ้น โดยเครื่องจักรทั้ง 60 เครื่องกระจายไปตามโรงงาน 15 แห่ง และโรงงานเหล่านั้นจะต้องผลิตหน้ากากคืนรัฐบาลรวม 72 ล้านชิ้น โดยยังเตรียมงบอีก 90 ล้านดอลลาร์ไต้หวันเพิ่มสายการผลิตอีก 30 สายการผลิต ให้กำลังผลิตรวมกลายเป็นวันละ 12 ล้านชิ้น

แม้จะมีระบบกระจายตามโควต้าและกำลังเพิ่มการผลิต แต่การเข้าคิวซื้อหน้ากากอนามัยในไต้หวันก็ยังมีเหตุประชาชนปะทะกันอยู่บ้าง

ที่มา – @iingwen, Taiwan News 1, 2

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/115062