คลังเก็บป้ายกำกับ: TABLET

รวมรีวิว Pixel Slate แท็บเล็ตกูเกิล จอคมชัด, แบตอึด แต่ยังมีข้อจำกัดเหมือน iPad และแพง

สื่อต่างประเทศหลายแห่งเริ่มปล่อยรีวิว Pixel Slate แท็บเล็ต Chrome OS ตัวใหม่จากกูเกิล ประเด็นที่ได้รับคำชมคือหน้าจอที่สวยงาม คมชัด (เป็นจอแบบใหม่ที่กูเกิลเรียกว่า Molecular Display ความละเอียด 3000 x 2000 พิกเซล, 293 ppi)

No Description

รีวิวของ The Verge ระบุว่า Pixel Slate มีขนาดใกล้เคียงกับ iPad Pro 2018 ขนาด 12.9 นิ้ว เมื่อรวมคีย์บอร์ด Pixel Slate Keyboard น้ำหนักเพิ่มมากขึ้น แต่โดยรวมยังเบากว่า Pixelbook ขณะที่พอร์ต USB-C ที่ให้มาสองพอร์ตสามารถเสียบสายชาร์จ USB-C และเสียบสายหูฟังที่เป็น USB-C ได้พร้อมกัน

เรื่องแบตเตอรี่ของ Pixel Slate เว็บไซต์ Androd Central ระบุว่าสามารถใช้งานได้นานสูงสุดถึง 12 ชั่วโมง มีสายชาร์จที่ให้กำลังไฟ 45 วัตต์ สามารถชาร์จ 15 นาทีใช้งานได้ 2 ชั่วโมง

ประเด็นเรื่องของ Chrome OS ยังเป็นปัญหาสำหรับการรันแอพจาก Android เนื่องจากบางแอพยังไม่สามารถใช้งานในโหมดแนวนอนได้ เช่น Instagram เป็นต้น

ส่วนปากกา Pixelbook Pen เขียนได้ไหลลื่น, อาศัยแบตเตอรี่แบบ AAAA, มีปุ่มที่ตัวปากกาเพื่อเรียกใช้ Google Assistant, ตัวปากกาไม่มีแม่เหล็กสำหรับติดกับแท็บเล็ต และ Android Authority ชี้ว่าแม้ปากกา Pixelbook Pen จะเป็นเครื่องมือที่ดีสำหรับขีดเขียน แต่ก็ไม่มีผลอะไรหากไม่ได้ซื้อมาใช้ และใช้ได้กับเฉพาะ Pixel Slate เท่านั้น

No Description

นอกจากนี้ Pixel Slate ยังไม่สามารถแนบไฟล์ด้วยวิธีลากไฟล์ประเภท JPEG หรือไฟล์อื่นๆ มาวางไว้บนหน้าเดสก์ทอปของ Pixel Slate ได้ ต้องใช้การลากวางไฟล์ไปยังโฟลเดอร์ My File หรือ Google Drive เท่านั้น และไม่รองรับ SD Card ใดๆ นับเป็นข้อจำกัดที่เหมือน iPad ด้วย

เรื่องของราคาและความคุ้มค่า รีวิวส่วนใหญ่มองว่า Pixel Slate มีราคาแพงเริ่มตั้งแต่ 599 ดอลลาร์ (Celeron) ดอลลาร์ ซึ่งเป็นชิป Celeron ไปจนถึง 1,599 ดอลลาร์ ในรุ่น Core i7 และ Pixelbook Pen กับ Pixel Slate Keyboard ที่ต้องซื้อแยกอีกด้วย

คะแนนรีวิว

  • The Verge 5.5/10
  • Android Central 4/5
  • WIRED 7/10

ที่มา : WIRED, Android Authority, Android Central, The Verge, ภาพจาก Google

from:https://www.blognone.com/node/106729

Advertisements

Samsung – เผยยังไม่มีแผนที่จะเปิดตัวสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้ภายในปี 2018 นี้ แต่ปี 2019 ก็ไม่แน่

หนึ่งในข้อจำกัดในการออกแบบสมาร์ทโฟนคือเรื่องของ หน้าจอ ทำให้สมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ออกมามีหน้าตาเดิมๆ จะเป็นอย่างไรถ้าเราสามารถทำให้สมาร์ทโฟนของเรามีรูปทรงแบบอื่นได้ ผมว่าคงจะแปลกอยู่ในตอนแรก และแน่นอนว่าหนึ่งในผู้ผลิตหน้าจอชั้นนำของโลกอย่าง Samsung ก็คิดเรื่องที่จะทลายข้อจำกัดของหน้าจอในสมาร์ทโฟนอยู่เช่นกัน

เมื่อไม่นานมานี้ได้มีข้อมูลหลุดออกมาว่าสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จากทาง Samsung จะมาพร้อมกับหน้าจอที่พับได้ และจากข้อมูลที่ผ่านๆ มาก็เชื่อได้ว่าทาง Samsung มีคความพยายามอย่างมากที่จะพัฒนาหน้าจอแบบพับได้ ส่วนเรื่องที่ทำได้หรือไม่ได้ในตอนนี้ยังไม่ได้เปิดเผยออกมาปี 2018 ส่วน 2019 ค่อยว่ากัน

หนึ่งในเรื่องที่น่ากังวลของหน้าจอแบบพับได้คงจะเป็นเรื่องของความทนทาน ซึ่งถ้าถูกพับบ่อยๆ จะเป็นอย่างไร แต่เชื่อว่าระดับ Samsung คงจะไม่เพียงแค่เอาหน้าจอมาต่อกันหรอกนะ

หากหน้าจอแบบพับได้ถูกผลิตออกมาขายจริงๆ คงจะทำให้สมาร์ทโฟนมีขนาดเล็กลงกว่าปัจจุบัน แต่ยังคงได้หน้าจอที่ใหญ่เหมือนเดิม หรือแท็บเล็ตที่มีหน้าจอขนาดเท่าโน๊ตบุ๊คในขนาดเครื่องเท่าแท็บเล็ตก็จะไม่ใช่ฝันเกินจริง

ที่มา wccftech

from:https://notebookspec.com/samsung-foldable-smartphone-arrive-customers-q2-2019/460529/

เปิดตัว Honor WaterPlay 8 แท็บเล็ตจอ 8 นิ้ว, ชิปเซ็ท Kirin 659, รองรับ GPU Turbo และกันน้ำกันฝุ่นได้

ในวันเปิดตัว Honor Magic 2 สมาร์ทโฟนเรือธงที่มาพร้อมกล้องหน้าสไลด์ขึ้นที่ผ่านมา นอกจากจะมีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนที่ว่านี้แล้ว Honor ยังได้เปิดตัว Honor WaterPlay 8 แท็บเล็ตอีกรุ่นที่มาพร้อมจอขนาด 8 นิ้ว ที่รองรับการกันน้ำ และติดตั้งกล้องหลังคู่ ในราคาไม่ถึงหมื่น

สเปก Honor WaterPlay 8

Honor WaterPlay 8

มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ความละเอียด 1920 x 1200 พิกเซล ความละเอียดพิกเซล 283PPI ขนาด 8 นิ้ว และมีสัดส่วนระหว่างหน้าจอกับตัวเครื่องที่ 74.13%

Honor WaterPlay 8

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core โดยใช้ชิปเซ็ท Kirin 659,  หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali T830-MP2, รองรับเทคโนโลยี GPU Turbo, RAM 4GB, หน่วยความจำ 64GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 256GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 8.0 Oreo ครอบทับด้วย EMUI 8.0

ติดตั้งกล้องหลังคู่ความละเอียด 13+5 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และรูรับแสง f/2.0 รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือบนปุ่มโฮมใต้หน้าจอ, รองรับการกันน้ำกันฝุ่นตามาตรฐาน IP67, ลำโพงคุู่สเตอริโอจาก Harman Kardon

รองรับ Wi-Fi 802.11 b/n/n/ac, Bluetooth 4.2 with BLE, GPS, GLONASS, USB Type-C และ USB OTG และแบตเตอรี่มความจุ 5,100mAh รองรับชาร์จเร็ว 9V 2A

ทั้งนี้ Honor WaterPlay 8 มีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 1,499 หยวน หรือประมาณ 7,150 บาท และจะเริ่มวางจำหน่ายที่ประเทศจีนในวันที่ 6 พฤศจิกายนนี้

ที่มา : Fonearena

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Honor ที่นี่ >>> http://bit.ly/2PPwmMD

 

from:http://mobileocta.com/honor-waterplay-8-launch-specs-price/

เปิดตัว iPad Pro (2018) มาพร้อมจอชิดขอบ, รองรับ Face ID และพอร์ต USB-C ราคาเริ่มต้น 28,900 บาท

Apple ประกาศเปิดตัว iPad Pro (2018) รุ่นใหม่ล่าสุดพร้อมดีไซน์แบบหน้าจอทั้งหมดและสมรรถนะเจเนอเรชั่นถัดไป ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดของ iPad เท่าที่เคยมีมา

ดีไซน์แบบใหม่หมดขยายจอภาพ Liquid Retina 11 นิ้วและ 12.9 นิ้วไปจนถึงขอบของ iPad Pro อีกทั้งยังมี Face ID สำหรับปลดล็อค iPad

iPad Pro

ชิป A12X Bionic กับ Neural Engine เจเนอเรชั่นถัดไปใน iPad Pro มีสมรรถนะดีกว่าแล็ปท็อปส่วนบุคคลส่วนใหญ่ อีกทั้งยังมีช่อง USB-C, LTE ระดับกิกะบิต และพื้นที่จัดเก็บข้อมูล 1TB เพื่อรองรับขั้นตอนการทำงานบนมือถือที่หลากหลายยิ่งขึ้น

แอปฯหลายล้านตัวได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้ประโยชน์จากจอภาพ Multi-Touch ขนาดใหญ่ รวมถึงแอปฯเจเนอเรชั่นถัดไปอย่างเช่น Photoshop CC บน iPad (พร้อมใช้ในปี 2019) iPad Pro รุ่นใหม่นี้จะขยายขอบเขตสิ่งที่ผู้ใช้สามารถทำได้บนคอมพิวเตอร์ให้กว้างขึ้นไปอีก

Apple Pencil รุ่นที่สองจะยึดติดกับ iPad Pro ด้วยพลังแม่เหล็กและชาร์จแบบไร้สายในเวลาเดียวกัน เซ็นเซอร์ระบบสัมผัสแบบใหม่ที่ติดตั้งไว้บน Apple Pencil จะตรวจจับการแตะ เพื่อนำเสนอวิธีการใหม่ในการโต้ตอบภายในแอปฯ Smart Keyboard Folio รุ่นใหม่มาพร้อมกับดีไซน์ที่เฉียบกว่าเดิมและปรับได้เพื่อให้ใช้งานได้หลากหลายยิ่งขึ้น

iPad Pro มาพร้อมกับจอภาพที่คุยว่าทันสมัยที่สุดในโลก ซึ่งก็คือจอภาพ Liquid Retina แบบจรดขอบอันงดงาม พร้อมทั้งมุมมนที่เข้ากับส่วนโค้งของตัวเครื่อง iPad Pro แบบ Unibody ด้วยแก้วขึ้นรูปความเที่ยงตรงสูง การมาส์กพิกเซลขั้นสูง การลดรอยหยักพิกเซลย่อย และดีไซน์ไฟแบ็คไลท์ใหม่

จอภาพ Liquid Retina แบบใหม่ใน iPad Pro จึงกลายเป็นจอภาพ iPad ที่สว่างที่สุดและมีสีสันถูกต้องแม่นยำที่สุดของ Apple พร้อมทั้งรองรับช่วงสีกว้าง, True Tone และเคลือบสารกันแสงสะท้อนเพื่อให้ประสบการณ์การรับชมถูกต้องเป็นธรรมชาติทั้งในร่มและกลางแจ้ง

เทคโนโลยี ProMotion ปรับอัตรารีเฟรชหน้าจอสูงสุด 120Hz อัตโนมัติเพื่อให้การเลื่อนไปมาลื่นไหลสุด ๆ และการตอบสนองรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อใน iPad Pro

iPad Pro 11 นิ้วรุ่นใหม่มีจอภาพขนาดใหญ่กว่าและมีพิกเซลมากกว่ารุ่น 10.5 นิ้วที่มีขนาดเดียวกัน แต่หนักเพียง 1 ปอนด์ iPad Pro 12.9 นิ้วรุ่นใหม่บรรจุจอภาพขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดา iPad ทุกรุ่นไว้ในตัวเครื่องที่พกพาง่ายขึ้น

เพราะปริมาตรลดลงถึง 25 เปอร์เซ็นต์ ทั้งสองรุ่นมีความบางเพียง 5.9 มม. ซึ่งเป็นดีไซน์ iPad ที่บางที่สุดเท่าที่เคยมีมา ที่ตัวเครื่องยังมาพร้อมกับกล้องและเซ็นเซอร์ขั้นสูง ตลอดจนลำโพงทั้ง 4 ตัวที่ได้รับการปรับปรุงใหม่

ชิป A12X Bionic ได้รับการผลิตขึ้นมาเพื่อ iPad Pro โดยเฉพาะและเป็นชิปที่ชาญฉลาดและทรงพลังมากที่สุดในแท็บเล็ต ทำให้แม้กระทั่งงานประมวลผลที่หนักที่สุดอย่างเช่นการตัดต่อรูปภาพหรือการสร้างโมเดล 3 มิติรวดเร็วและตอบสนองไวขึ้น ผลิตขึ้นจากเทคโนโลยี 7 นาโนเมตรชั้นนำของอุตสาหกรรม

ชิป A12X Bionic แปดคอร์อันทรงพลังมีคอร์ประมวลผลการ 4 ตัวและคอร์ประหยัดพลังงาน 4 ตัว เพื่อให้สมรรถนะการทำงานแบบคอร์เดียวเร็วขึ้นถึง 35% และตัวควบคุมสมรรถนะแบบใหม่สำหรับการใช้งานพร้อมกันทั้ง 8 คอร์

GPU เจ็ดคอร์ที่ Apple ออกแบบเองมอบสมรรถนะด้านกราฟิกสูงขึ้นเป็นสองเท่า เพื่อประสบการณ์ AR ที่ยอดเยี่ยมและดื่มด่ำและคุณภาพกราฟิกระดับคอนโซล iPad Pro รุ่นใหม่ยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานถึง 10 ชั่วโมง

Neural Engine เจเนอเรชั่นถัดไปของ Apple ได้รับการสร้างขึ้นมาสำหรับการเรียนรู้ของเครื่องขั้นสูงทุกรูปแบบตั้งแต่การถ่ายภาพไปจนถึง AR เพราะมีความเร็วในการประมวล 5 ล้านล้านคำสั่งต่อวินาที

Neural Engine ทำให้ Face ID เร็วขึ้น การตรวจจับระนาบสำหรับแอปฯ AR เร็วขึ้น และคุณลักษณะใหม่อื่น ๆ ที่ใช้การเรียนรู้ด้วยเครื่องแบบเรียลไทม์เร็วขึ้น

Neural Engine ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบสมรรถนะที่ดีขึ้นสำหรับงาน Core ML ซึ่งช่วยเปิดทางให้นักพัฒนาสามารถสร้างแอปฯและขั้นตอนการทำงานใหม่ ๆ ของ iPad ที่ใช้เอนจิ้นการเรียนรู้ของเครื่องอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

iPad Pro รุ่นใหม่นี้ยังเป็นครั้งแรกของ iPad ที่มาพร้อมกับ Face ID ที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้ในขณะถือ iPad Pro ในตำแหน่งใดก็ตาม หรือในขณะนั่งโดยใช้ Smart Keyboard Folio ใหม่

นอกจากนี้ Face ID ยังใช้ประโยชน์จากระบบกล้อง TrueDepth เพื่อเชื่อมโยงและจดจำใบหน้าอย่างแม่นยำเพื่อปลดล็อค iPad Pro อย่างปลอดภัย เปิดใช้งาน Apple Pay ในแอปฯและทางออนไลน์

และช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงแอปฯที่ปลอดภัยได้อย่างง่ายดายเช่นกัน กล้อง TrueDepth บน iPad Pro ยังช่วยให้ใช้ Animoji และ Memoji ได้เช่นกัน

ช่องต่อ USB-C ใหม่มาแทนที่ช่องต่อ Lightning เพื่อรองรับรูปแบบการใช้งาน iPad Pro ที่หลากหลายยิ่งขึ้น ทั้งจ่ายไฟฟ้าสำหรับการชาร์จ รองรับ USB 3.1 รุ่นที่ 2 สำหรับการถ่ายโอนข้อมูลแบนด์วิธสูงถึงสองเท่าจากกล้องและเครื่องดนตรี และทำหน้าที่เชื่อมต่อจอภาพภายนอกสูงสุด 5K แม้กระทั่งการชาร์จ iPhone ด้วย iPad Pro ผ่าน USB-C ก็เป็นไปได้

iOS 12 นำคำสั่งนิ้วใหม่ ๆ มาสู่ iPad ที่ผู้ใช้ iPhone X และ iPhone XS คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ได้แก่การแตะเพื่อปลุกและการปัดนิ้วเพื่อไปหน้าจอโฮม เข้าถึงศูนย์ควบคุม และสำหรับการทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน

แอปฯคำสั่งลัดใหม่ช่วยผู้ใช้ iPad เชื่อมโยงขั้นตอนการทำงานอัตโนมัติเข้าด้วยกันได้อย่างเรียบง่ายและมีประสิทธิภาพ ได้แก่ขั้นตอนการตัดต่อภาพ การตัดต่อวิดีโอ และการจัดการไฟล์และสินทรัพย์ การปรับปรุงการนำเข้ารูปภาพและการรองรับการตัดต่อภาพ RAW โดยตรง ช่วยให้ช่างภาพมีวิธีการทำงานที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและทำงานหลายอย่างบน iPad Pro ในเวลาเดียวกันได้

FaceTime แบบกลุ่มทำให้การติดต่อกลุ่มเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานในเวลาเดียวกันเป็นเรื่องง่าย คุณสามารถเพิ่มผู้เข้าร่วมได้ทุกเมื่อ เข้าร่วมในภายหลังหากการสนทนายังคงดำเนินอยู่ และเลือกที่จะเข้าร่วมโดยใช้วิดีโอหรือเฉพาะเสียงจาก iPhone, iPad หรือ Mac

ผู้ใช้สามารถใช้ประโยชน์จากหน้าจอขนาดใหญ่ร่วมกับ Animoji ใหม่และ Memoji แบบปรับแต่งเองได้บน iPad เพื่อเพิ่มความเฉพาะตัวให้กับภาพถ่ายและวิดีโอในแอปฯข้อความและ FaceTime

สำหรับการจัดจำหน่าย iPad Pro 11 นิ้วและ 12.9 นิ้วรุ่นใหม่จะวางจำหน่ายในสีเงินและสีสเปซเกรย์ และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลขนาด 64GB, 256GB และ 512GB รวมทั้ง 1TB

iPad Pro 11 นิ้วและ iPad Pro 12.9 นิ้ว และอุปกรณ์เสริมอย่าง Apple Pencil และ Smart Keyboard Folio มีจำหน่ายผ่าน apple.com, ตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตของ Apple และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์บางราย (ราคาอาจแตกต่างกันไป) พร้อมให้สั่งซื้อตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยจะวางจำหน่ายในร้านค้าตั้งแต่วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน ในสหรัฐอเมริกา และอีกกว่า 40 ประเทศและภูมิภาคต่างๆ

ราคา iPad Pro (2018) ในไทย

iPad Pro (2018) จอภาพขนาด 11 นิ้ว

  • รุ่นความจุ 64 GB ราคา 28,900 บาท (Wi-Fi) และ 33,900 บาท (Wi-Fi + Cellular)
  • รุ่นความจุ 256 GB ราคา 33,900 บาท (Wi-Fi) และ 38,900 บาท (Wi-Fi + Cellular)
  • รุ่นความจุ 512 GB ราคา 40,900 บาท (Wi-Fi) และ 45,900 บาท (Wi-Fi + Cellular)
  • รุ่นความจุ 1 TB ราคา 54,900 บาท (Wi-Fi) และ 59,900 บาท (Wi-Fi + Cellular)

iPad Pro (2018) จอภาพขนาด 12.9 นิ้ว

  • รุ่นความจุ 64 GB ราคา 35,900 บาท (Wi-Fi) และ 40,900 บาท (Wi-Fi + Cellular)
  • รุ่นความจุ 256 GB ราคา 40,900 บาท (Wi-Fi) และ 45,900 บาท (Wi-Fi + Cellular)
  • รุ่นความจุ 512 GB ราคา 47,900 บาท (Wi-Fi) และ 52,900 บาท (Wi-Fi + Cellular)
  • รุ่นความจุ 1 TB ราคา 61,900 บาท (Wi-Fi) และ 66,900 บาท (Wi-Fi + Cellular)

ส่วน Apple Pencil ใหม่ราคา 4,490 บาท และ Smart Keyboard Folio ใหม่ราคา 6,490 บาทสำหรับ iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว และราคา 7,290 บาทสำหรับ iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว 

ที่มา : apple.com

from:http://mobileocta.com/apple-launches-ipad-pro-2018/

iPad Pro รุ่นใหม่เปิดตัว มีขนาด 11″ และ 12.9″ ใช้ชิป A12X Bionic, USB-C ราคาเริ่มต้น 799 ดอลลาร์

ไม่เพียงแค่ Macbook Air กับ Mac mini รุ่นใหม่ แอปเปิลยังเปิดตัว iPad Pro รุ่นใหม่ มีสองขนาด ได้แก่ 11 นิ้ว กับ 12.9 นิ้ว ใช้ชิป A12X Bionic เช่นเดียวกับ iPhone XS, XS MAX และ XR มาพร้อม USB-C และไร้ปุ่มโฮม

หน้าจอของ iPad Pro รุ่นใหม่ ใช้หน้าจอ Liquid Retina Display แบบเดียวกับ iPhone XR, ตัวเครื่องตัดปุ่มโฮมทิ้ง พร้อมรองรับ Face ID

iPad Pro รุ่นใหม่ อัพเกรดชิปมาเป็น A12X Bionic, พอร์ทเป็น USB-C ที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้กับ iPhone ได้

อีกหนึ่งส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลง คือ Apple Pencil มีส่วนที่แบนขึ้น มีแม่เหล็กในตัวที่สามารถยึดติดกับตัวเครื่องสำหรับชาร์จแบตให้กับตัวปากกาได้ด้วย

เริ่มพรีออเดอร์ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ก่อนขายจริง 7 พฤศจิกายน ราคาเริ่มต้นที่ 799 ดอลลาร์

No Description

No Description

No Description

No Description

No Description

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/106150

เผยโฉม Nubia Hipad เกมมิ่งแท็บเล็ต หน้าจอ 10.1 นิ้ว ใช้ชิป Helio X27 แบตเตอรี่ 7000mAh

หลังจาก Nubia เปิดตัวเกมมิ่งสมาร์ทโฟน Red Magic เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ก็มีรายงานจะออกเกมมิ่งแท็บเล็ตตามออกมาในเร็วๆ นี้ เรียกว่า Hipad โดยมีดีไซน์ด้านหลังที่คล้ายกัน

Nubia Hipad มากับจอแสดงผล IPS LCD ขนาด 10.1 นิ้ว ทำงานบน Android Oreo ใช้ชิปประมวลผล MediaTek Helio X27 พร้อมจีพียู Mali T880 ความจำ RAM 3GB จับคู่กับ ROM 32GB ความจุแบตเตอรี่ 7000mAh และรองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac

ที่มา – IT Home

from:http://www.flashfly.net/wp/231509

Google – เปิดตัว Pixel Slate ต้นแบบแท็บเล็ต Chrome OS และ Android ที่ดีที่สุด

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาทาง Google ได้จัดงาน Made by Google 2018 เพื่อเปิดตัวสินค้าตระกูล Pixel หลายรุ่นด้วยกัน โดยรุ่นที่เราจะพาไปดูกันในวันนี้มีชื่อว่า Google Pixel Slate แท็บเล็ตสองระบบปฏิบัติการ ตัวแรกจากทาง Google ส่วนรายละเอียดจะมีอะไรบ้างไปดูกัน

เริ่มกันที่ดีไซน์ภายนอก ในภาพรวมจะเหมือนกับแท็บเล็ตทั่วไป หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว ตัวเครื่องบางเฉียบ ลำโพงคู่สเตอริโอด้านหน้า พร้อมปุ่มสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Power และมาพร้อมกับช่องต่ออุปกรณ์ Keyboard และปากกา

ด้าน Software ได้มีการปรับแต่ง Chrome OS มาให้เหมาะสมกับการใช้งานบนหน้าจอสัมผัสด้วย ในส่วนของสเปคจะเป็นสเปคที่เป็นลักษณะเดียวกับโน๊ตบุ๊ค

  • ชิพประมวลผล Intel Gen 8  m3, i5, i7 และ Celeron
  • RAM เริ่มต้นที่ 4GB
  • ROM เริ่มต้นที่ 32GB
  • พอร์ต USB-C สองพอร์ต มาพร้อมสายชาร์จ USB-C
  • แบตเตอรี่ขนาด 48 Wh อยู่ได้นาน 12 ชั่วโมง
  • ระบบชาร์จเร็ว 15 นาทีได้แบตอยู่นาน 2 ชั่วโมง
  • ราคาเริ่มต้นประมาณ 19,000 บาท
  • ราคาตัวท็อปจัดเต็มประมาณ 52,000 บาท
  • ราคา Keyboard ประมาณ 6,500 บาท
  • ราคาปากกาประมาณ 3,250 บาท

สำหรับวันวางขายจะวางขายภายในปี 2018 ผ่านร้านค้าออนไลน์ของ Google เรียกได้ว่าในตอนนี้ทางผู้นำโลกไอทีทั้ง 3 เจ้า Apple ,Google ,Microsoft ก็ได้ออกสินค้าของตัวเองที่เป็นลักษณะแท็บเล็ตกันมาครบแล้ว ซึ่งแต่ละรุ่นก็ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานในรูปแบบของตนเอง ซึ่งไม่ซ้ำกันเลย เพื่่อนๆ ละครับชอบรุ่นไหนกันบ้าง

ที่มา theverge #2

from:https://notebookspec.com/google-pixel-slate-tablet-announcement-price-release-date-specs/458265/