คลังเก็บป้ายกำกับ: STREAMING

Netflix ได้ลิขสิทธิ์ฉายหนังใหม่ของ Sony Pictures เช่น Uncharted, ภาคต่อ Spider-Man: Into the Spider-Verse

Netflix และ Sony Pictures ทำข้อตกลงทางลิขสิทธิ์ โดย Netflix ได้สิทธิ์ฉายหนังใหม่ของ Sony Pictures ตัวอย่างหนังเซตแรกในปี 2022 เช่น. Morbius, Uncharted, Where the Crawdads Sing และ Bullet Train

นอกจากนี้ยังมีหนังในซีรีส์ภาคต่อของ Spider-Man: Into the Spider-Verse รวมถึงหนังอีกหลายเรื่องที่มีตัวละคร Marvel รวมถึง Venom และ Spider-Man นอกจากนี้ยังมีหนังภาคต่อของหนังแฟรนไชส์ ​​Jumanji และ Bad Boys

alt="Netflix"

ที่มา – Engadget

from:https://www.blognone.com/node/122101

[Guest Post] สงครามกับบอท ปราบการฟังลวงและสตรีมโหลด

ทุกเช้า คนนับล้านตื่นเช้ามาจิบกาแฟ ฟังเพลงโปรดอย่างสบายใจ และเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าเพลงที่ฟังอยู่นั้นจะมาจากบริการสตรีมมิ่งเพลง แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งซึ่งกำลังเฟื่องฟูได้เปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเพลงของผู้คนอย่างมีนัยยะสำคัญ งานวิจัยของดีลอยต์เรื่องชีวิตดิจิทัลซึ่งกำลังเติบโตในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รายงานว่า การฟังเพลงผ่านสตรีมมิ่งคือหนึ่งในสามความบันเทิงทางดิจิทัลอันดับต้นที่นิยมในหมู่คนหนุ่มสาว เนื่องจากจำนวนผู้ที่หันมาใช้ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลในเอเชียแปซิฟิกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประมาณการว่าตลาดสตรีมมิ่งดนตรีในภูมิภาคนี้จะเติบโตกว่า 13 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2570

April Tayson, รองประธานภูมิภาค INSEA, Adjust

 

การฟังเพลงผ่านสตรีมมิ่งกำลังเติบโตอย่างแข็งแรงและสม่ำเสมอนี้เปิดโอกาสให้อุตสาหกรรมดนตรีมีโอกาสทำรายได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยในระยะยาว อย่างไรก็ตามมีมิจฉาชีพที่สนใจการให้บริการสตรีมมิ่งและต้องการจะขโมยรายได้อันชอบธรรมจากศิลปินและนักดนตรี อุตสาหกรรมสตรีมมิ่งดนตรีกำลังลงมือต่อสู้กับการฉ้อโกงผ่านบอท ซึ่งใช้สตรีมโหลและการฟังลวงเป็นเครื่องมือ

เศรษฐกิจของสตรีมมิ่ง

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจการทำงานของเศรษฐกิจสตรีมมิ่ง เมื่อสมาชิกจ่ายค่าสมาชิกรายเดือน จำนวนเงินสะสมจะไปรวมอยู่ที่กองกลาง แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งจะรับส่วนแบ่งจากกองกลาง เป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ตามที่ตกลง อย่างไรก็ตามรายได้ส่วนใหญ่มักจะตกอยู่กับค่ายเพลง ตัวแทนจำหน่าย ผู้ผลิต และสมาคมผู้สะสมเพลง พวกสุดท้ายในรายการนี้คือนักดนตรี มีรายได้ตามแต่ที่ระบุไว้ในสัญญาว่าจ้าง

แผ่นดิสค์เกาะมหาสมบัติ

สองพื้นที่หลักซึ่งพวกฉ้อโกงโดยใช้บอท ใช้เพื่อโอนถ่ายรายได้จากครีเอทีฟมาเข้ากระเป๋าพวกมันเอง ได้แก่ อย่างแรกคือการเล่นเพลงหรือแทร็ค “ลวง” วนในลูป ซึ่งเจ้าของเพลงไม่ใช่ศิลปินในแพลตฟอร์ม ทำให้ศิลปินรายนั้นได้ “มีผู้ฟัง” เพิ่มขึ้นและดูเหมือนจะได้รับความนิยมเพราะได้อันดับและเรตติ้งสูงขึ้นในบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง บอทสามารถช่วยให้ผู้ที่ไม่ใช่ศิลปินบนแพลตฟอร์มดูดรายได้เป็นล้านๆเหรียญไปจากศิลปินที่มีความชอบธรรมตามกฎหมายได้ด้วยการสร้างบัญชีปลอมเป็นพันๆหมื่นๆบัญชีและเล่นเพลงซึ่งพวกมิจฉาชีพมาขึ้นทะเบียนไว้

ในบริการสตรีมมิ่งหลายราย เพลงนั้นต้องยาวกว่า 30 วินาทีจึงจะสามารถสร้างรายได้ได้ วันหนึ่งมี 86,400 วินาที พวกบอทจึงสามารถเล่นเพลงได้ถึง 2,880 เพลงต่ออุปกรณ์หนึ่งเครื่อง บอท 1,000 ตัวก็เล่นได้ 2.9 ล้านแทร็ก ประมาณว่าในหนึ่งเดือน มีการเล่นเพลงไม่ถูกกฎหมาย 86.4 ล้านครั้ง คิดเป็นเงินหนึ่งในสี่ล้านดอลลาร์ นั่นคือรายได้ที่หายไป

เครื่องมือที่ได้รับความนิยม

จากงานวิจัยของ Counterpoint รายได้และการสมัครแบบจ่ายเงินของ Spotify เติบโตขึ้นในช่วงไตรมาศที่ 1 ของปี 2562 ส่วนหนึ่งมาจากความนิยมใช้งานอย่างมากในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และเนื่องด้วยแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอย่าง Spotify, Amazon และ Apple Music ได้ให้บริการในภูมิภาคนี้ ผู้ใช้ที่สนใจจะลองฟังเพลงผ่านสตรีมมิ่งมีจำนวนมากขึ้น จากทั้งข้อเสนอพิเศษช่วงโปรโมชั่น การให้ทดลองใช้ฟรี อีกทั้งเพลย์ลิสต์ที่สามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบและบราวเซอร์ซึ่งเข้าถึงได้ง่าย ล้วนแต่ดึงดูดผู้ใช้หน้าใหม่ๆ ให้มาใช้เแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเหล่านี้

ผู้ใช้ซึ่งมีเวลาน้อยหรือรู้จักเลือก มักจะหันไปติดตามลิสต์เพลงฮิต หรือฟังดนตรีที่กำลังกำลังอยู่ในเทรนด์ แทนที่จะสร้างเพลย์ลิสต์ของตัวเอง ผู้ให้บริการบอทไร้ยางอายจะใช้ลูกเล่นต่างๆ ของบอทพลิกแพลงขั้นตอนตามปกติของการทำงานในแพลตฟอร์ม โดยใช้ผ่านสตรีมมิ่งครั้งละปริมาณมาก หรือ bulk streaming ส่วนวิธีการหารายได้นั้นก็ไม่ได้ซับซ้อน พวกฉ้อโกงจะสร้างอุปกรณ์ฟาร์มบอทขนาดใหญ่ไว้ฟังแทร็กเป็นพันเป็นหมื่นครั้ง ซึ่งมีทำให้เพลงนั้นขยับขึ้นตำแหน่งที่สูงขึ้นในการค้นหา เป็นไปได้ว่าอาจได้รับการบรรจุไว้ในเพลย์ลิสต์ยอดนิยม และที่สำคัญที่สุดคือ — ดึงดูดความสนใจของคนฟัง ด้วยกระบวนการดังกล่าว ผู้ให้บริการบอทจึงเล่นกับระบบ โดยใช้ลูกเล่นซึ่งเป็นไม้ตายของการโปรโมตดนตรี — นั่นคือสร้างจุดน่าสนใจเพื่อดึงดูดความสนใจ แม้สิ่งนี้จะไม่ส่งผลกระทบด้านรายได้ต่อศิลปินโดยตรง แต่มันก็ย้ายเป้าหมายอย่างหน้าตาเฉย คนที่มีทุนทรัพย์สามารถว่าจ้างผู้ให้บริการบอทเพื่อทำให้คนหันมาสนใจ แต่ไม่ได้สนใจศิลปินซึ่งควรเป็นเป้าหมายที่แท้จริง

วิธีเอาชนะบอท

การตรวจสอบความถูกต้องของสตรีมมิ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการแบ่งปันผลประโยชน์กันอย่างเที่ยงธรรมในหมู่ศิลปินและเจ้าของลิขสิทธิ์ เรื่องนี้สำคัญทั้งในแง่ของค่ายเพลงและผู้ให้บริการสตรีมมิ่ง อย่างไรก็ตาม ภัยจากการฉ้อโกงด้วยบอทยังคงคุกคามวงการนี้ เช่นเดียวกับวงการเกมมิ่งและอีคอมเมิร์ซ และยังไม่มีวี่แววว่าจะหายไป

การป้องกันจากการฉ้อโกงก็ถูกพัฒนาให้เฉียบขึ้น ส่วนทางฝ่ายโจมตีฉ้อโกงก็คมขึ้นเช่นกัน กุญแจสำคัญในการก้าวไปข้างหน้าในเกมนี้คือการเตรียมพร้อมในระดับองค์กร  บริษัทควรจัดทีมเฉพาะกิจไว้คอยอัพเดตนวัตกรรมล่าสุดทางเทคโนโลยีด้านบอทในการสตรีมมิ่ง รวมทั้งมาตรการณ์ต่างๆ ของการป้องกันการฉ้อโกงด้วย  ถ้าทำได้เช่นนั้น แอปของเราก็จะทันเกม ด้วยข้อเท็จจริงที่อัพเดตเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ที่สามารถป้องกันแอปได้แต่เนิ่นๆ การฉ้อโกงส่งผลขนาดบ่อนทำลายความไว้วางใจของผู้ใช้ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อธุรกิจของตน ให้แน่ใจว่าเราลงมือทำงานเพื่อรักษาความไว้วางใจนี้ และแจ้งให้ผู้ใช้ทราบถึงการดำเนินการเพื่อจัดการกับการฉ้อโกงของบอท

อย่างไรก็ตาม บอทยังสามารถเข้านอกออกในแอปได้โดยที่ไม่ถูกตรวจจับได้และยังสร้างความเสียหายแก่แอปได้มากมาย การตรวจจับบอทนั้นเป็นงานที่ต้องลงทุนลงแรง นอกจากนั้นการเฝ้าระวังเองภายใน ทำให้ทีมไอทีต้องเสียเวลามาก ด้วยเหตุนี้ ธุรกิจจึงต้องแน่ใจว่าทีมไอทีของตนมีเครื่องไม้เครื่องมือพร้อมจะรับมือ โดยจะต้องมีเครื่องมือระดับแนวหน้าที่ใช้ในการตรวจหาและกำจัดบอท ด้วยปัญญาประดิษฐ์ machine learning และใช้ประโยชน์จากความซับซ้อนของข้อมูลเซนเซอร์ไม่ระบุตัวตน จากปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์กับอุปกรณ์ โซลูชั่นที่ใช้ตรวจหาบอทสามารถแยกแยะรูปแบบของพฤติกรรมต่างๆ และแยกความแตกต่างระหว่างมนุษย์กับบอทได้ จากจุดนั้น ก็เป็นเรื่องง่ายที่จะกรองเอาบอททิ้งจากระบบของคุณ และกลับมากุมบังเหียนในธุรกิจสตรีมมิ่งได้ต่อไป เขียนโดย April Tayson, รองประธานภูมิภาค INSEA, Adjust

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-adjust-bulk-streaming-and-fake-listens/

สื่อบันเทิงรายงาน Netflix ทุ่ม 450 ล้านเหรียญ สร้างภาคต่อหนังสืบสวน Knives Out

เว็บไซต์ Variety รายงานว่า Netflix ทุ่มทุน 450 ล้านดอลลาร์ สร้างภาคต่อจากหนังเรื่อง Knives Out หนังสืบสวนหักมุมที่โด่งดังในปี 2019 เป็นการสร้างเพิ่มอีก 2 ภาค โดย Daniel Craig ยังคงรับบทนักสืบ Benoit Blanc เช่นเคย

Knives Out กำกับโดย Rian Johnson เคยกำกับ Star Wars: The Last Jedi มาก่อน ด้าน Knives Out ได้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม ตัวหนังประสบความสำเร็จทั้งด้านกระแสและรายได้ กวาดรายได้ไป 311.4 ล้านทั่วโลก ทั้งที่ทุนสร้างเพียง 40 ล้านดอลลาร์

ยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมว่าจะเป็นการสร้างหนังลงสตรีมมิ่งอย่างเดียว หรือฉายควบคู่กันระหว่างโรงหนังและสตรีมมิ่ง

ที่มา – Variety

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121983

Tenet ของผู้กำกับ Nolan จะลงฉาย HBO Max พ.ค. นี้ แม้เขาเคยบอกว่าเป็นสตรีมมิ่งที่แย่ที่สุด

Tenet หนังไซไฟเล่นกับเวลาของผู้กำกับชื่อดัง Christopher Nolan ที่กวาดเงินจากการฉายในโรงเมื่อปีที่แล้วไป 363 ล้านเหรียญ เตรียมลงฉายบน HBO Max เดือนพฤษภาคมนี้

ก่อนหน้านี้ Nolan เคยประกาศไว้ว่าไม่เห็นด้วยกับยุทธศาสตร์ของ Warner ที่ฉายหนังบน HBO Max แบบชนโรง เขายังบอกด้วยว่า HBO Max เป็นสตรีมมิ่งที่แย่ที่สุด ตัว Nolan มีความคิดชัดเจนมาตลอดว่า ประสบการณ์ดูหนังต้องดูในโรงภาพยนตร์ เขายังเคยบอกด้วยว่า ทั้งผู้ผลิตชื่อดัง ดารา ต่างก็ทำงานหนัก เพื่อสร้างผลงานที่เหมาะกับประสบการณ์จอใหญ่

Tenet นำแสดงโดย John David Washington, Robert Pattinson, Elizabeth Debicki, Michael Caine และ Kenneth Branagh ได้เข้าชิงออสการ์สองรางวัลคือ Best Achievement in Visual Effects และ Best Achievement in Production Design

No Description

ที่มา – The Verge

from:https://www.blognone.com/node/121811

[Guest Post] วิศวะมหิดล เปิดหลักสูตรใหม่ “มินิ-วิศวกรรมการเงิน (MINI-FE)” 120 ชม. รับสมัครวันนี้ – 27 มี.ค. 64

โลกเปลี่ยน…ชีวิตและธุรกิจขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีฟินเทค ทำให้มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินจำนวนมากที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดี เช่น ตราสารทุน หรือ หุ้น, ตราสารหนี้ ตลอดจนกองทุนต่างๆ อย่างไรก็ตามการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงย่อมมีความเสี่ยงสูง คนไทยและนักลงทุนควรจะต้องมีความรู้ความเข้าใจด้านวิศวกรรมการเงิน (Financial Engineering) ซึ่งเป็นศาสตร์การนำความรู้ด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ เปรียบเสมือนการออกแบบกลไกผลิตกระแสเงินสด หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล นอกจากนี้ ความรู้พื้นฐานในกิจการที่ลงทุนนั้นมีผลต่อความสำเร็จ โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เช่น ชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์ สื่อสารข้อมูล พลังงานสะอาด หรืออุปกรณ์การแพทย์ เป็นต้น

 

รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า โลกการเงินซึ่งเป็นส่วนสำคัญของชีวิตเราเปลี่ยนไปรวดเร็วมาก ในอีกไม่นาน ประเทศไทยโดยธนาคารแห่งประเทศไทยก็กำลังเร่งศึกษาพัฒนา ’เงินบาทดิจิทัล’ สำหรับประชาชน โครงการมินิ-วิศวกรรม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดตัวหลักสูตร มินิ-วิศวกรรมการเงิน เป็นครั้งแรก โดยเป็นหลักสูตร 120 ชม.เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – 27 มี.ค. 64 โดยเรียนวันเสาร์ – อาทิตย์ เริ่มตั้งแต่ 27 มี.ค.64  วัตถุประสงค์ของหลักสูตร มุ่งเสริมสร้างศักยภาพของคนไทย ผู้บริหารธุรกิจ ผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้สนใจช่องทางโอกาสการเป็นเจ้าของธุรกิจที่มีศักยภาพผ่านการลงทุนในตลาดการเงินและตลาดหุ้นในยุคดิจิทัลดิสรัพชั่น เน้นความเข้าใจแนวคิดทางวิศวกรรมการเงินในการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่ายั่งยืน และสามารถจัดพอร์ตการลงทุนที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล แลกเปลี่ยนประสบการณ์การลงทุน และช่วยลดความเสี่ยงจากสภาวะเศรษฐกิจความผันผวน เพิ่มพูนทักษะการวิเคราะห์การเงิน การลงทุน การจัดการความเสี่ยงและมีความสามารถในการใช้เครื่องคำนวณและโปรแกรมคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับ Digital Trading ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย เสริมสร้างอนาคตตลาดการเงินและตลาดหุ้นของไทยให้เข้มแข็งด้วยองค์ความรู้

รศ.ดร.ศุภชัย ไพบูลย์ ประธานโครงการมินิ-วิศวกรรม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า โครงการมินิ-วิศวกรรม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริการวิชาการ ในรูปแบบการอบรมหลักสูตรระยะสั้น ให้คำแนะนำและการวิจัยแก่หน่วยงานและบุคคลทั่วไป หลักสูตรมินิ-วิศวกรรมการเงิน (Financial Engineering) มีโครงสร้างหลักสูตร แบ่งออกเป็น 4 หมวด คือ 1. คณิตศาสตร์ที่จำเป็นสำหรับการลงทุน 18 ชม. 2. การคำนวณและการเขียนโปรแกรมเทรด 18 ชม. 3. เศรษฐศาสตร์และการเงิน 18 ชม. และ 4. การจัดพอร์ตและการเทรด (ภาคปฏิบัติ) 54 ชม. รวม 120 ชม. (รวมกิจกรรมวันเปิดอบรมและการสอบ Pre Test) โดยผู้อบรมจะได้รับความรู้ควบคู่ทักษะปฏิบัติ เช่น พีชคณิตเชิงเส้น สำหรับการวิเคราะห์กราฟ , สถิติและความน่าจะเป็น , สโตคาสติก , การเขียนโปรแกรม Python, กลยุทธ์การซื้อขายอัตโนมัติ , การคิดแบบ AI , เศรษฐศาสตร์ทั่วไป , การวิเคราะห์รายงานการเงิน , จริยธรรมและกฎหมายทางการเงิน , วิเคราะห์แนวโน้มการเติบโตของบริษัทด้านเทคโนโลยี , การเขียนรายงานวิเคราะห์การตลาด, การฝึกเทรดด้วย STREAMING , การขุด Bitcoin เป็นต้น

หลักสูตรมินิ-วิศวกรรมการเงิน นี้ เหมาะกับผู้ประกอบการ นักธุรกิจ นักลงทุน นักบริหารและผู้สนใจที่แสวงหาโอกาสการลงทุนวิถีใหม่ที่ตอบโจทย์ คุ้มค่าและยั่งยืน ผู้ผ่านการอบรมและทดสอบจะได้รับ วุฒิบัตร มินิ-วิศวกรรมการเงิน (MINI-FE)

            ผู้สนใจ เข้าร่วมอบรม หลักสูตรมินิ-วิศวกรรมการเงิน รุ่นที่ 1 ได้ที่ลิ้งค์ http://bit.ly/EGMINIFE หรือE-mail: Mini.eng_training@hotmail.com สอบถามได้ที่ คุณแอล โทร. 02-262-6780, 064-996-4964

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-mahidol-engineering-mini-fe-120-hour/

HBO GO ล่มทั่วโลก หลัง Justice League ฉายวันแรก

บริการสตรีมมิ่ง HBO GO ล่มทั่วโลกหลังวันนี้แพลตฟอร์มเริ่มฉาย Zack Synder’s Justice League เป็นวันแรก

สำหรับเว็บ hbogo.co.th ที่ให้บริการในประเทศไทยผมพบว่าบางส่วนของเว็บช้าอย่างเห็นได้ชัด API บางส่วนของเว็บใช้เวลาหลายสิบวินาทีจึงตอบ

เว็บ Down Detector มีรายงานเว็บมีปัญหาประปรายจนถึงช่วงบ่ายสองที่ผ่านมาเว็บจึงเริ่มล่ม

No Description

from:https://www.blognone.com/node/121758

Twitter ปิดดีล ! เข้าซื้อกิจการสตรีมมิ่งเพลง Tidal ตั้ง Jay-Z นั่งบริหารต่อ

Tidal นับเป็นอีกบริการสตรีมมิ่งเพลงระดับคุณภาพ ที่แรปเปอร์และโปรดิวเซอร์ชื่อดังอย่าง Jay-Z ปลุกปั้นมากับมือแต่กลับต้องประสบปัญหาทางการเงินที่เรียกได้ว่าขาดทุนสะสมมาเป็นเวลานาน แต่ดูเหมือนล่าสุดจะมีคนเห็นโอกาสจากแพลตฟอร์มนี้ โดยเป็นทางบริษัทในเครือ Twitter อย่าง Square ที่ตัดสินใจเข้าถือหุ้นใหญ่มูลค่ากว่า 9 พันล้านบาท ทำให้ Tidal กลายเป็นส่วนนึงของ Twitter เป็นที่เรียบร้อย

ในช่วงสุดสัปดาห์แรกรับเดือนมีนาคมนี้เอง ที่ทางบริษัท Square ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Twitter ทำธุรกิจประเภทบริการทางการเงินและรวมถึงทำหน้าที่เสมือน Holding Company สำหรับ Twitter ได้มีประกาศอย่างเป็นทางการถึงการตัดสินใจเข้าถือหุ้นส่วนใหญ่ในธุรกิจสตรีมมิ่งเพลงชื่อดังอย่าง Tidal โดยใช้วิธีการเข้าซื้อหุ้นส่วนด้วยเงินสดและแลกเปลี่ยนสัดส่วนหุ้นในเครือ คิดเป็นเม็ดเงินรวมกว่า 297 ล้านเหรียญ หรือสูงถึง 9 พันล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งการเข้าถือหุ้นครั้งนี้ทำให้ Tidal กลายมาเป็นธุรกิจในเครือของ Twitter อย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อย

Tidal – แผนการครองพื้นที่สื่อบันเทิงในสังคมออนไลน์ของ Twitter | แต่นักลงทุนยังกังวล… มองไม่เห็นหนทางทำกำไร

หลายฝ่ายมองว่าดีลนี้มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับโลกของธุรกิจทางด้านเทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย และอุตสาหกรรมเพลง ซึ่งมีความใกล้ชิดกันเป็นพิเศษ เพราะเทคโนโลยีคือสิ่งที่ทำให้เกิดทั้งโซเชียลมีเดียและการบริโภคสื่อมัลติมีเดียหรือเพลงอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และสื่อบันเทิงทั้งหลายนี้เองก็เป็นเสมือนส่วนนึงใหญ่ ๆ ที่มักจะถูกพูดถึงกันในสังคมออนไลน์ การที่ Twitter ตัดสินใจเข้าถือครองธุรกิจนี้ของ Tidal จึงกลายเป็นจุดสนใจขึ้นมาในทันที

ย้อนไปในปี 2014 Tidal นั้นถูกก่อตั้งขึ้นในระยะเวลาสั้น ๆ โดยวิศกรอิสระกลุ่มหนึ่ง ก่อนที่ในปีเดียวกันนั้น ศิลปินชื่อดังอย่าง Jay-Z ผู้เห็นโอกาสในธุรกิจเพลงออนไลน์จะประกาศเข้าซื้อกิจการควักกระเป๋าไปเกือบ 2 พันล้านบาท โดยในช่วงแรกนั้น Tidal นับเป็นแพลตฟอร์มที่ถือหุ้นโดยศิลปินอเมริกันชื่อดังจำนวนมากไม่ว่าจะเป็น Alicia Keys – Beyoncé – Calvin Harris – Chris Martin (Coldplay) – Daft Punk – Kanye West – Lil Wayne – Madonna – Nicki Minaj – Usher หรือแม้แต่แม่ริริ Rihanna ขวัญใจชาวไทยผู้เสมือนออกจากวงการเพลงไปแล้วก็เคยมีชื่อเป็นผู้ลงทุนใน Tidal ด้วยกันทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม ในฝั่งของนักลงทุนนั้นเริ่มมีกระแสในทางลบอยู่ไม่น้อยเช่นกันต่อการตัดสินใจครั้งนี้ของเครือ Twitter เพราะเป็นที่รู้กันดีในกลุ่มนักลงทุนสาย Tech เลยว่า ในบรรดาธุรกิจสตรีมมิ่งเพลงนั้น Tidal มี Business Model ที่ทำกำไรยากที่สุด ซึ่งอันที่จริงก็เป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาแตกต่าง จากการชูจุดเด่นอยู่ 2 เรื่องคือ

  1. Tidal มีการให้บริการคุณภาพเสียงระดับ Lossless (สูงสุดถึง 1411 Kbps)
  2. ส่วนแบ่งค่า Streaming แบ่งจ่ายให้กับศิลปินสูงที่สุดในตลาด ซึ่งล้วนแต่เป็นการแบกต้นทุนที่สูงกว่าคู่แข่งชื่อดังอย่าง Spotify และ Apple Music แบบมหาศาล โดยคู่แข่งเองก็ใช่ว่าจะทำกำไรได้มากในช่วงนี้เพราะการแข่งขันที่สูงมาก

ตามรายงานเบื้องต้นเปิดเผยว่าซีอีโอและผู้ก่อตั้งของ Twitter อย่าง Jack Dorsey จะเข้ามามีบทบาทโดยตรงใน Tidal ต่อไป ส่วนในฝั่งเจ้าของเก่าอย่าง Jay-Z ก็ยังคงได้รับความไว้วางใจให้นั่งตำแหน่งบอร์ดบริหารของ Tidal ต่อไปทันทีหลังดีลเข้าซื้อนี้เสร็จสิ้นลง ส่วนความเคลื่อนไหวฝั่งนักลงทุนแสดงความกังวลเป็นที่เรียบร้อยดึงมูลค่าหุ้นของ Square (SQ) ร่วงปิดตลาดติดลบ 7% เชื่อเป็นผลจากความสามารถในการทำกำไรที่ค่อนข้างย่ำแย่ของ Tidal นั่นเอง

 

อ้างอิง: CNN Tech

from:https://droidsans.com/twitter-done-deal-on-tidal-acquisition/

อดีตเกิร์ลกรุ๊ปสตรีมนอนใน Twitch 5 ชม. ได้ Donate ร่วมแสน!

ใน Twitch เราจะเห็นการ Live Stream เนื้อหาแบบต่าง ๆ แต่ก็มีความแหวกแนวใหม่อย่างการสตรีมนอนออกมาเป็นระยะ ๆ เช่นกัน ซึ่งครั้งนี้คนสตรีมเป็นอดีตไอดอลสาว Wang Yiming ชาวมาเลเซียวง AMOi-AMOi ที่เพิ่งยุบวงไปแล้วเจ้าตัวมาอาศัยอยู่ในไต้หวันได้สตรีมตัวเองนอนให้ชาวทวิตช์ดูกัน ซึ่งการสตรีมของเธอก็มีคนมาดูร่วมหมื่นคนทีเดียว

สตรีมนอน

Wang Yiming สตรีมนอนร่วม 5 ชั่วโมงได้เงินเกือบแสน

wang yinming

twitch stream sleeping 1
นอนละเหรอนุด

ปกติแล้ว Wang Yiming จะไลฟ์สตรีมเกมให้ชาวทวิทช์ดูเป็นประจำ แต่ครั้งนี้เจ้าตัวอยากจะลองทำอะไรใหม่ ๆ จึงลองสตรีมตัวเองนอนดูบ้าง ซึ่งเธอหลับตั้งแต่ 5 โมงเย็นจน 4 ทุ่ม สตรีมนี้ยาวราว 5 ชั่วโมง มีผู้ชมเข้ามาดูเธอนอนสูงสุดร่วม 11,200 คน และมีคนกด Donate ให้เธอร่วม 3,000 ดอลลาร์ หรือราว 91,000 บาท ไม่รวมเงินที่ได้จากการโฆษณาและอื่น ๆ เลย 

จากการสตรีมครั้งนี้จึงทำให้ Wang ได้ยอดผู้ชมและ Donate ในสตรีมไปจนไต่อันดับขึ้นมาเป็นสตรีมเมอร์ที่มีรายรับสูงสุดในไต้หวันทันที แต่อย่างไรก็ตามผู้ชมบางส่วนใน Twitch ก็เห็นว่ากลุ่มที่นั่งดูเธอเป็นพวกลามกเพราะเอาแต่มองผิวของเจ้าตัวที่นอนอยู่

อย่างไรก็ตามแม้การสตรีมตัวเองนอนจะไม่มีเขียนห้ามเอาไว้ในกฏของ Twitch ก็ตาม แต่ผู้ที่ไลฟ์สตรีมใน Twitch หลาย ๆ คนก็ให้ความเห็นว่าการปล่อยการสตรีมตัวเองทิ้งเอาไว้แล้วไม่ได้เข้ามาทำกิจกรรมอะไรเป็นช่วงระยะหนึ่งก็อาจจะผิดกฏการสตรีมได้ด้วย ซึ่งอาจจะเกิดปัญหาการโดนแบน User ของตัวเองได้ และวิธีการแก้โดนแบนนั้นไม่ใช่แค่การสมัคร ID มาใหม่แต่จะยุ่งยากกว่านั้นเพราะ Twitch จะแบนไปถึง IP ของเครื่องเราอีกด้วย

ดังนั้นการสตรีมตัวเองนอนแม้จะแปลกใหม่แต่ก็อาจจะมีปัญหาต่อไอดีได้เช่นกัน ดังนั้นการไลฟ์สตรีมแบบนี้อาจจะไม่แนะนำนักและผู้เขียนเห็นว่าถ้าเราอยากให้การสตรีมนั้นออกมาดีก็ควรวางแผนการสตรีมและมองหาคอนเทนต์ใหม่ ๆ มานำเสนอผู้ชมน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดอย่างแน่นอน

ที่มา : Ubergizmo, Oddity Central

from:https://notebookspec.com/web/579992-sleep-streaming-in-twitch-get-3000-usd

[Guest Post] การสตรีมมิ่งผ่านสมาร์ทโฟนเข้าสู่เมนสตรีม เปิดโอกาสครั้งสำคัญสำหรับการโฆษณาในตลาดขนาดมหึมานี้

รายงานใหม่ล่าสุดของ Adjust เรื่องการสตรีมมิ่งผ่านสมาร์ทโฟน ระบุว่า นับแต่การระบาดของไวรัสโควิด-19 เมื่อปีที่แล้ว 52.5% ของผู้บริโภคทั่วโลกใช้สมาร์ทโฟนเพื่อการสตรีมมิ่งคอนเทนต์วิดีโอมากขึ้น

 

การสตรีมมิ่ง Over The Top (OTT) กำลังบูมในช่วงของการระบาดทั่วโลกของไวรัสโควิด-19 ตามรายงานล่าสุด ซึ่งเพิ่งจะเผยแพร่วันนี้ โดย Adjust แพลตฟอร์มวิเคราะห์การตลาดแอประดับโลก ทั้งยังแสดงให้เห็นว่ารูปแบบการบริโภคผ่านสมาร์ทโฟนกำลังเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ทั้งยังทำลายมายาคติที่เชื่อกันว่าการสตรีมมิ่งส่วนใหญ่จะเกิดระหว่างการเดินทางไปหรือกลับจากที่ทำงาน 84% ของผู้บริโภคในประเทศที่เป็นเป้าหมายของการวิจัย บอกว่าในช่วงของการระบาดนั้น เขาใช้สมาร์ทโฟนเพื่อสตรีมคอนเทนต์มากกว่าเดิมหรืออย่างน้อยก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย

โดยเฉลี่ยแล้ว กว่าครึ่งของผู้บริโภคที่เราสอบถาม (52.5%) บอกว่าสตรีมคอนเทนต์วิดีโอมากขึ้นตั้งแต่มีการล๊อกดาวน์ มีเพียง 12% ของผู้บริโภคเท่านั้นที่สตรีมน้อยลง ซึ่งหมายความว่าผู้บริโภคมากกว่าคนเหล่านั้นสี่เท่าตัวกำลังใช้สมาร์ทโฟนสตรีมคอนเทนต์วิดีโออยู่

งานวิจัยนี้รวบรวมข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูล 8,000 คนจากประเทศสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี ตุรกี ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีและประเทศจีน รายงานปี 2021 เรื่องการสตรีมมิ่งผ่านสมาร์ทโฟนฉบับนี้ ยังพบว่าในประเทศที่ทุกสิ่งเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน คนทุกช่วงวัยใช้สมาร์ทโฟนในการสตรีมมิ่งชนิดติดหนึบจนเป็นนิสัย กล่าวโดยรวม 90% ของ user อายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป ในประเทศจีน (89.8%) และตุรกี (88.9%) บอกว่าสตรีมผ่านสมาร์ทโฟนทุกวันหรืออย่างต่ำก็สัปดาห์ละครั้ง.

“ความเปลี่ยนแปลงชนิดหน้ามือเป็นหลังมือของกิจวัตรการสตรีมมิ่งผ่านสมาร์ทโฟนซึ่งเกิดขึ้นทั่วโลกและเกิดในทุกช่วงวัย สร้างโอกาสอันมหาศาลในเรื่องการโฆษณา และบทบาทใหม่ๆ ของการวิเคราะห์กิจกรรมในสมาร์ทโฟน” คือคำกล่าวของ นายพอล เอช. มุลเลอร์, ผู้ร่วมก่อตั้งและ CTO ของ Adjust. “เมื่อเราเข้าใจเหตุผลและเวลาที่ผู้บริโภคเลือกจะสตรีม และรู้ว่าช่องทางกับแคมเปญไหนที่ส่งผลกระทบทางการตลาดสูงสุด เราก็จะมีศักยภาพชนิดที่ไร้ขีดจำกัด ในการสร้างฐาน user ซึ่งภักดีพร้อมด้วยมูลค่าตลอดชีพสูง.”

 

หัวข้อน่าสนใจอื่นๆ จากรายงานนี้ได้แก่

  • ผู้บริโภคส่วนใหญ่ใช้สมาร์ทโฟนสตรีมคอนเทนต์อย่างน้อยวันละครั้ง User ในประเทศจีน (93.8%) และตุรกี (91.9%) สตรีมบ่อยที่สุด คือตั้งแต่วันละครั้งหรืออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เทียบกับสหรัฐอเมริกา 69.4%, ญี่ปุ่น 57.2% และสหราชอาณาจกร 45.7%
  • User ทุกช่วงวัยและทุกพื้นที่ใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงต่อการสตรีมมิ่งแต่ละครั้ง พิสูจน์ให้เห็นว่าผู้ชมไม่ได้แค่แวะแทะเล็มคอนเทนต์ชิ้นสั้นๆ เล็กๆ แต่ดูต่อเนื่องกันหลายตอนและดูหนังเป็นเรื่องๆ
  • มิลเลนเนียลซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดที่สตรีมผ่านสมาร์ทโฟน ยังดูคอนเทนต์เป็นเวลานานกว่ากลุ่มอื่นๆ ด้วย ระยะเวลาโดยเฉลี่ยคือเกิน 90 นาทีเล็กน้อย (94.2) ตามมาติดๆ ด้วยเจ็นซี คือต่ำกว่า 90 นาทีเล็กน้อย (87.6)
  • .แม้ user อายุอย่างน้อย 55 ปีจะรั้งท้ายในข้อมูลชุดนี้ แต่ระยะเวลาเฉลี่ย 65 นาทีต่อครั้งสื่อว่าคนกลุ่มนี้กำลังอุ่นเครื่อง คือพร้อมจะตามกลุ่มอื่นๆ มาติดๆ
  • ผู้บริโภคใช้จ่ายเงินไม่น้อยกับสตรีมมิ่งและบริการความบันเทิงชนิดออนดีมานด์อื่นๆ เกาหลีนำลิ่วที่เดือนละ $42.68 เทียบกับสหรัฐอเมริกาที่ $33.58 และสหราชอาณาจักรที่ $34.82

ทีวีผ่านสตรีมมิ่งยังปลดล๊อกโอกาสสำคัญเกี่ยวกับการใช้งานจอที่สองอีกด้วย

งานวิจัยของ Adjust ยังให้ความกระจ่างเกี่ยวกับความแพร่หลายของการใช้งานจอที่สอง ซึ่งกำลังเกิดขึ้นทั่วไป พร้อมกับการบูมของทีวีผ่านสตรีมมิ่ง (CTV) โดยเฉลี่ยแล้ว มากกว่าสามในสี่ (76%) ของผู้ตอบบอกว่าใช้สมาร์ทโฟนไปด้วยระหว่างดูทีวี พฤติกรรมการดูแบบนี้ชัดเจนขึ้นในสิงค์โปร์และประเทศจีน (85% ทั้งสองประเทศ) สหรัฐอเมริกาตามมาติดๆ (83%)

ทางเลือกอันดับแรกของคนที่ใช้งานจอที่สองคือแอปโซเชียล ที่ 65.4% โดยเฉลี่ย ตามด้วยแอปธนาคาร (54.9%) และแอปเกม (44.9%) คนที่ใช้งานจอที่สองในประเทศแถบเอเชีย-แปซิฟิกมักหิวและสั่งอาหารเดลิเวอรี ประเทศจีนหิวมากกว่าประเทศอื่น (65.2%) เกาหลี (36.6%) และสิงคโปร์ (48.2%)

ผู้ลงโฆษณาสามารถใช้ประโยชน์จากเทรนด์การใช้งานจอที่สองนี้ได้ โดยใส่ call-to-action ลงในโฆษณาของตน เช่นให้ดาวน์โหลดแอปสมาร์ทโฟนผ่านทางคิวอาร์โค้ด สิ่งนี้มีศักยภาพในการสร้างประสบการณ์ที่ทั้งใหม่และมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ โดยข้ามสองดีไวส์พร้อมกัน

 

วิธีการ

รายงานสตรีมมิ่งมือถือปี 2021 นำมาจากการวิจัยผู้บริโภคที่จัดทำโดย Censuswide ในนามของ Adjust จากการสำรวจทั่วโลกของผู้บริโภคสตรีมมิ่งทีวี วิดีโอทั้งหมด 8,000 คนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป

งานวิจัยนี้ใช้ตัวอย่างที่เป็นตัวแทนในระดับประเทศของผู้บริโภคทีวี / วิดีโอสตรีมมิ่ง 1,000 รายในแต่ละประเทศต่อไปนี้: อังกฤษ เยอรมนี ตุรกี ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลี และจีน ระหว่างวันที่ 6 พฤศจิกายน 2020 ถึง 10 พฤศจิกายน 2020 และสหรัฐอเมริการะหว่าง 23 กันยายนและ 29 กันยายน 2020

 

เกี่ยวกับ Adjust

Adjust คือแพลตฟอร์มวิเคราะห์การตลาดแอประดับโลก เชี่ยวชาญมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานสูงสุดในด้านประสิทธิภาพและความเป็นส่วนตัว โซลูชั่นต่างๆ ของ Adjust ยังรวมไปถึงการระบุแหล่งที่มา การวัดผล การป้องกันการฉ้อโกงและความปลอดภัยทางไซเบอร์ และเครื่องมือด้าน automation ภารกิจของบริษัทคือทำให้การตลาดบนสมาร์ทโฟนเป็นเรื่องง่ายขึ้น ฉลาดขึ้นและปลอดภัยกว่าเดิม สำหรับแอปกว่า 50,000 ซึ่งทำงานกับ Adjust ในขณะนี้

 

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-adjust-streaming-report/

การนอนคืออะไร? Netflix ทุ่มทุนสร้างคอนเทนต์เกาหลีใต้เพิ่มอีก 500 ล้านเหรียญ

ในปี 2015 – 2020 ที่ผ่านมา Netflix ลงทุนสร้างคอนเทนต์ใหม่ๆ ในเกาหลีไปแล้วราว 700 ล้านเหรียญ และในงานอีเว้นท์ของ Netflix ที่เกาหลี มีการประกาศลงทุนเพิ่มอีก 500 ล้านเหรียญ พร้อมประกาศไลน์อัพหนังและซีรีส์ออริจินัลใหม่อีกกว่า 10 รายการ ที่เด่นๆ คือซีรีส์ The Silent Sea นำแสดงโดย กงยูและแบ ดูนา

Netflix ยังบอกด้วยว่า ตัวเลขผู้ใช้งาน Netflix ในเกาหลีเดือนธันวาคม 2020 ทะลุ 3.8 ล้านรายแล้ว และนอกจากการซื้อลิขสิทธิ์เนื้อหาเกาหลี Netflix ยังได้จัดทำคอนเทนต์เกาหลีแบบออริจินัลมาแล้ว 80 รายการ

Ted Sarandos ซีอีโอ Netflix บอกว่า ในช่วงสองปีที่ผ่านมาเราได้เห็นทั้งโลกตกหลุมรักในคอนเทนต์เกาหลี และบริษัทจะยังคงลงทุนและร่วมมือกับนักเล่าเรื่องชาวเกาหลีในหลากหลายรูปแบบ

No Description
ภาพจาก Netflix

ที่มา – CNBC

from:https://www.blognone.com/node/121396