คลังเก็บป้ายกำกับ: STORAGE

NVIDIA เปิดตัวชิป CPU ในดาต้าเซ็นเตอร์ตัวแรก พร้อมนวัตกรรมใหม่ๆในงาน GTC 2021

ที่งาน Graphics Technology Conference (GTC) 2021 ของ Nvidia มีข่าวใหม่น่าตื่นตาตื่นใจจาก Nvidiaหลายอย่าง โดยไฮไลต์คือการประกาศเปิดตัว CPU ระดับดาต้าเซ็นเตอร์ตัวแรก รวมถึง Data Processing Unit (DPU) รุ่นใหม่ แพลตฟอร์มด้าน Autonomous Driving และ Framework สำหรับงานด้าน Quantum Computing และ Cybersecurity เราจึงขอสรุปไฮไลต์เหล่านั้นมาให้ได้ติดตามกันครับ

credit : zdnet.com

1.) GRACE – CPU ในดาต้าเซ็นเตอร์ตัวแรกจาก Nvidia

เมื่อปีก่อนเราคงได้ยินข่าวการเข้าซื้อ ARM ของ Nvidiaแล้ว (ติดตามข่าวเก่าได้จาก TechTalkthai https://www.techtalkthai.com/nvidia-to-acquire-arm-about-40-billions-from-softbank/) โดยผลงานจากวันนั้นคือการเปิดตัวชิปบนสถาปัตยกรรม ARM สำหรับงานด้าน AI หรือที่ต้องการประมวลผลแรงสูงอย่าง HPC ภายใต้ชื่อ ‘GRACE’

CPU ตัวใหม่นี้ทาง Nvidia คุยว่าสามารถเทรนพารามิเตอร์ในงาน Natural Language Processing (NLP) หลักล้านล้านตัวได้เร็วกว่าระบบ Nvidia DGX บน x86 ถึง 10 เท่า นอกจากนี้ด้วยเทคโนโลยี NVLink interconnect 4th ยังเร่งเร้าการเชื่อมต่อระหว่าง GRACE และ Nvidia GPU ได้ถึง 900 GB/s ซึ่งสูงกว่าแบนด์วิดท์ที่ทำได้ในเซิร์ฟเวอร์ทุกวันนี้กว่า 30 เท่า ไม่เพียงเท่านั้นยังรองรับ LPDDR5x ที่ให้แบนด์วิดท์สูงกว่า DDR4 2 เท่าและมีประสิทธิภาพด้านพลังงานดีกว่า 10 เท่า รวมถึงสถาปัตยกรรมแบบใหม่ยังสามารถบูรณาการ Cache เข้าด้วยกันใน Memory Address Space เป็นผืนเดียวกันง่ายต่อการโปรแกรมเข้าไปอีก

โดย Nvidia ประมาณการว่า GRACE จะออกสู่ตลาดได้ราวปี 2023 ซึ่งมีลูกค้าอย่าง Swiss National Supercomputing Centre (CSCS) และ the US Department of Energy’s Los Alamos National Laboratory มารอแล้วใน Supercomputer ที่จะถูกผลิตโดย HPE ในปี 2023

2.) Ominiverse Enterprise

Ominiverse Design เป็นโซลูชันที่ถูกเปิดตัวมาตั้งแต่ธันวาคมปีก่อน โดยสามารถบูรณาการ GPU เข้าด้วยกันเพื่อสร้างระบบ Simulation ประกอบกับรวบรวมแพลตฟอร์มที่จำเป็นกับการทำงาน 3D สำหรับ Omniverse Enterprise ก็เป็น License สำหรับองค์กรที่มาพร้อมกับ เซิร์ฟเวอร์ Nucleus สำหรับการปฏิบัติงานตอบโจทย์ทุกสเกลของงาน โดยปัจจุบัน Ominiverse มีลูกค้าแล้วกว่า 400 บริษัทอย่าง BMW ในโรงงานแบบ Digital Twin สำหรับการผลิตรถยนต์หรือผู้ผลิตเกมต่างๆ

ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ https://developer.nvidia.com/nvidia-omniverse-platform

3.) DPU BLUEFIELD-3 

credit : Zdnet.com

Data Processing Unit (DPU) รุ่นใหม่ของ Nvidia หรือ BlueField-3 โดย DPU เป็นแนวคิดแยกส่วนประมวลผลเพื่อเร่งเร้าประสิทธิภาพของการทำงานให้ SDN, Storage หรือ Cybersecurity โดยชิปรุ่นใหม่ BlueField-3 มาพร้อมกับ Arm A78 16 คอร์ ซึ่งสามารถยกระดับการประมวลผลทราฟฟิคด้านเครือข่ายได้ถึง 400 Gbps หากเมื่อเทียบกับ DPU รุ่นก่อน BlueField-3 มีประสิทธิภาพด้านการเข้ารหัสได้ดีว่าถึง 4 เท่าและมีพลังการประมวลผลได้ดีกว่า 10 เท่า นอกจากนั้นยังรองรับกับ PCIe 5

โดย Nvidia เตรียมความพร้อมในการโปรแกรม BlueField ให้ผ่าน DOCA 1.0 SDK ปัจจุบันมีเสียงตอบรับแล้วจากพาร์ทเนอร์อย่าง Dell Technologies, Inspur, Lenovo และ Supermicro รวมถึงผู้ให้บริการคลาวด์อย่าง Baidu, JD.com, UCloud และแพลตฟอร์มชั้นนำอย่าง Canonical, Red Hat และ VMware ในด้านตลาด Cybersecurity และ Storage ตัว BlueField ยังสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้เล่นชั้นนำด้านนี้อย่าง Fortinet, Guardicore, DDN, NetApp, Cloudflare, F5 และ Juniper Networks คาดว่า BlueField-3 จะพร้อมลงสนามได้ราว Q1 ปี 2022

4.) CUQUANTUM SDK

ถึงแม้ Nvidia จะไม่ใช้ผู้ผลิต Quantum Computer แต่ก็มีส่วนในการพัฒนางานนี้ สำหรับการใช้ Classical เพื่อทำ Quantum Simulation ที่อาศัย GPU ตัว cuQuantum SDK ที่ Nvidia ประกาศออกมานี้ จะช่วยให้นักวิจัยเข้าไปดึงความสามารถจาก GPU มาใช้ตอบโจทย์นั้น โดยนักวิจัยจาก Caltech ได้สร้างสถิติใหม่ด้วยการใช้ cuQuantum กับ Google Sycamore circuit ซึ่งให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นถึง 9 เท่าต่อ GPU

5.) EGX AI Platform for Enterprise

ไอเดียคือการทำ Certified ให้การใช้งานระหว่างแพลตฟอร์มระดับองค์กร โดยมีการทำ Certified 2 ส่วนคือแพลตฟอร์ม NVIDIA EGX กับ Atos, Dell Technologies, GIGABYTE, H3C, Inspur, Lenovo, QCT และ Supermicro อีกส่วนคือ Nvidia A10 และ A30 แพลตฟอร์มอย่าง VMware vSphere ซึ่งแพลฟอร์มเหล่านี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานในแอปพลิเคชันขององค์กรอยู่แล้ว เมื่อเพิ่ม Nvidia เข้ามาก็เพิ่มความสามารถด้าน AI Workload เข้ามาด้วย หรือกล่าวคือเพิ่มความสามารถ AI จากโซลูชัน Nvidia ให้แอปพลิเคชันขององค์กรนั่นเอง ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ https://nvidianews.nvidia.com/news/nvidia-and-global-computer-makers-launch-industry-standard-enterprise-server-platforms-for-ai

6.) Data Center Security Framework ‘Morpheus’ 

Morpheus เป็น AI Framework ด้าน Cybersecurity ที่ Nvidia แนะว่าจะสามารถดึงเข้าความสามารถ AI ของตนและ BlueFiled-3 ซึ่งอย่างหลังอาจวางอยู่บน Edge อยู่แล้ว โดย Morpheus จะช่วยให้สามารถประมวลผลแพ็กเก็ตที่วิ่งผ่าน Data Center ได้แบบเรียลไทม์ หลังจากนั้นจะส่งข้อมูลต่อไปยัง EGX Server เพื่อวิเคราะห์เชิงลึกต่อไป ทั้งหมดนี้พาร์ทเนอร์อย่าง ARIA Cybersecurity Solutions, Cloudflare, F5, Fortinet, Guardicore, Canonical, Red Hat และ VMware  ได้ขานรับ Framework นี้เพื่อทำงานร่วมกันกับ Nvidia แล้ว

7.)  Jarvis conversational AI framework

Nvidia ได้ประกาศพร้อมใช้งาน Javis หรือ conversational AI framework ให้นักพัฒนาได้นำไปเทรนโมเดล Deep Learning เพื่อสร้าง AI ในการสนทนาแล้ว โดย Framework มีจุดเด่นอย่างการทำ Speech Recognition ได้อย่างแม่นยำ มีความสามารถในการแปลได้หลายภาษาในระดับเรียลไทม์ รวมถึง Text-to-Speech ยิ่งเมื่อรวมกับปัจจัยจาก Nvidia GPU จะยิ่งแสดงศักยภาพได้ดีขึ้น

8.) Autonomous Platform

ในมุมของพาหนะขับเคลื่อนอัตโนมัติ Nvidia ได้ประกาศนวัตกรรมใหม่คือ Atlas หรือแพลตฟอร์มที่มีศักยภาพของโปรเซสเซอร์ถึง 1000 TOPS ซึ่งแรงกว่ารุ่นก่อนหน้า 4 เท่า โดย System-on-chip (SOC) อาศัยสถาปัตยกรรม GPU และ Arm CPU ใหม่ผสานพลังกับ BlueField ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ช่วยป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ชนกับแพลตฟอร์มรุ่นก่อนอย่าง Orin (254 TOPS) ที่กำหนดเริ่มปี 2022 ทาง Nvidia ได้ประกาศแผนของ Atlas ในปี 2025

โดยผลงานของ Orin ทาง Nvidia คุยว่าลูกค้าอย่าง Volvo ได้เตรียมนำไปใช้ในรถยนต์อัตโนมัติรุ่นใหม่ ซึ่งคาดว่ารุ่นแรกน่าจะเป็น Volvo XC90 อย่างไรก็ดี Autonomous Platform เป็นสิ่งที่ควบคู่กันไปกับ Omniverse ในการทำเทรนโมเดลในระบบ Perception ในงานด้านนี้เพื่อจำลองกระบวนการตัดสินใจได้

9.) DGX Superpod

DGX superPOD เป็น Cloud-Native Supercomputer (https://www.nvidia.com/en-us/data-center/dgx-superpod/) ซึ่งในรุ่นต่อไปจะมีการพัฒนาไปใช้ DGX A100 มากกว่า 20 ตัวที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Nvidia InfiniBand HDR networking โดยย้อนไปที่รุ่นปัจจุบันของ superPOD มีการใช้งาน BlueField-2 อย่างไรก็ดีคาดว่า superPOD ใหม่จะสามารถให้บริการผ่านทางพาร์ทเนอร์ได้ใน Q2 ปีนี้ ในวาระเดียวกัน Nvidia ยังได้ประกาศถึง DGX Station A100 หรือเดสก์ท็อปสำหรับงาน AI สนนราคา Subscription ที่ 9,000 เหรียญสหรัฐฯต่อเดือน 

ที่มา : https://www.zdnet.com/article/everything-announced-at-nvidias-gtc-2021-a-data-center-cpu-a-new-autonomous-driving-soc-an-sdk-for-quantum-circuit-simulations-and-more/

from:https://www.techtalkthai.com/nvidia-launches-first-cpu-grace-omniverse-enterprise-bluefield3-morpheus-cuquantum-sdk-and-more-in-gtc-2021/

ผลสำรวจผู้บริหารระดับสูงถึง 58% พบปัญหาความล้มเหลวในการสำรองข้อมูล

ความท้าทายในการป้องกันข้อมูลกำลังบั่นทอนความสามารถขององค์กรทั่วโลกในการเปลี่ยนถ่ายเข้าสู่โลกดิจิทัล (Digital Transformation, DX) อ้างอิงผลการสำรวจในรายงาน Veeam® Data Protection Report 2021 พบว่าองค์กรถึง 58% ไม่สามารถสำรองข้อมูลได้สำเร็จหรือปล่อยข้อมูลไว้โดยไม่ได้รับการป้องกัน รายงานการสำรวจนี้จัดทำขึ้นโดย Veeam Software ผู้นำด้านโซลูชั่นสำรองข้อมูลในรูปแบบการจัดการข้อมูลผ่านระบบคลาวด์ Cloud Data Management™ ซึ่งพบว่า หลังจากที่โลกต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของ COVID-19 และสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรถึง 40% ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คืออุปสรรคครั้งใหญ่ในการเปลี่ยนผ่านสู่โลกดิจิทัลในช่วง 12 เดือนจากนี้ ระบบการป้องกันข้อมูลที่ไม่แข็งแกร่ง ผนวกกับความท้าทายเรื่องความอยู่รอดของธุรกิจ ได้กลายมาเป็นความกังวลที่แพร่ไปในหลายองค์กร จนถึงขั้นที่จำเป็นต้องเลือกที่จะชะลอกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลไว้ก่อน

Veeam Data Protection Report 2021 นี้เป็นรายงานการสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านไอทีจากองค์กรทั่วโลก เพื่อทำความเข้าใจแนวทางการป้องกันและจัดการข้อมูลในองค์กร และเรียนรู้รูปแบบการเตรียมความพร้อมรับความท้าทายต่อระบบไอทีที่พวกเขาต้องเผชิญ รวมถึงขีดความสามารถในการตอบสนองการเปลี่ยนแปลง และปัจจัยหรือสถานการณ์ เช่น COVID-19 ที่ทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบไอที และกระบวนการปรับเปลี่ยนองค์กรและธุรกิจในการก้าวสู่โลกดิจิทัล

“ช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ผู้บริหารระดับสูงต่างต้องเผชิญความท้าทายอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน ในการดูแลป้องกันข้อมูลขององค์กรให้แข็งแกร่งได้เช่นเดิมท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์ในปัจจุบัน” แดนนี อัลลัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยีและรองประธานอาวุโสด้านกลยุทธผลิตภัณฑ์จากบริษัท Veeam กล่าวว่า “เพื่อตอบโจทย์ความจำเป็นขององค์กรธุรกิจ ซึ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมา ต่างเร่งเดินหน้าเปลี่ยนแปลงสู่โลกดิจิทัล เพื่อให้ทันกับความต้องการของธุรกิจ อย่างไรก็ตามแนวทางการจัดการและป้องกันข้อมูลนั้นยังคงเป็นจุดอ่อน เพราะหลายองค์กรยังติดอยู่กับระบบไอทีเดิม และมีระบบป้องกันข้อมูลที่ล้าสมัย แถมด้วยปัจจัยเรื่องเวลาและเงินทุนที่ไม่เพียงพอต่อการรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่คาดไม่ถึง อย่าง COVID-19 ต้องรอให้ปัญหาเหล่านี้ได้รับการแก้ไขก่อน จึงจะดำเนินการสู่ Digital Transformation ได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว”

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ที่ https://www.veeam.com

from:https://www.enterpriseitpro.net/veeam-data-protection-report-2021/

Dell Technologies อัปเดตความสามารถให้ PowerProtect Platform รองรับ SaaS

Dell Technologies ได้จับมือกับ Druva หรือ PowerProtect Backup Service เพื่อขยายความสามารถให้ PowerProtect รองรับการใช้งาน SaaS ได้

Credit: Dell Technologies

แพลตฟอร์ม PowerProtect นั้นถูกปล่อยออกมากว่า 2 ปีแล้วแต่บริการใหม่ที่ผนึกเอาความสามารถของ Druva (https://www.druva.com/) หรือ PowerProtect Backup Service จะรองรับข้อมูลของแอปพลิเคชัน SaaS อย่าง Microsoft 365, Google Workspace, Salesforce รวมถึงสามารถบริหารจัดการ Workload ทั้งหมดได้จาก Web-based

ในส่วนของ AWS ผู้ใช้งานจะสามารถใช้ PowerProtect Cloud Snapshot Manager และ PowerProtect DD Virtual Edition เพื่อทำสำเนา Snapshots ไปยัง Object Storage ได้ 

ที่มา : https://www.zdnet.com/article/dell-launches-new-dell-emc-powerprotect-backup-service/ และ https://www.sdxcentral.com/articles/news/dell-powerprotect-gets-saas-y-backup-protection/2021/04/ และ https://blocksandfiles.com/2021/01/22/dell-emc-druva-backup-as-a-service-offering/

from:https://www.techtalkthai.com/dell-powerprotect-platform-backup-service-power-by-druva/

ดูแลรักษาระบบ Virtualization อย่างครบวงจรแบบอัตโนมัติ ด้วย HPE InfoSight ระบบ AI อัจฉริยะช่วยจัดการ Data Center จาก HPE

ระบบ Virtualization นั้นได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของระบบ IT ภายในหลายธุรกิจองค์กร โดยไม่ว่าระบบนั้นๆ จะติดตั้งใช้งานบน Server, Storage, HCI หรือ dHCI ก็ตาม ท้ายที่สุดแล้วเมื่อระบบถูกใช้งานไปนานๆ และมีการเพิ่มขยายทรัพยากรในระบบอย่างต่อเนื่อง ระบบก็จะมีความซับซ้อนที่สูงขึ้น และยากต่อการดูแล

HPE มีวิสัยทัศน์ในการช่วยเหลือผู้ดูแลระบบ IT ทั่วโลกให้สามารถรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ได้ ด้วยการประยุกต์นำเทคโนโลยี AI มาใช้ช่วยดูแลระบบ Data Center ในทุกส่วนตั้งแต่ Virtualization, Server, Storage และ Network ได้อย่างครอบคลุม ภายใต้โซลูชัน HPE InfoSight ผู้ช่วย AI อัจฉริยะที่พร้อมช่วยดูแลทุกโซลูชันจาก HPE นั่นเอง

HPE InfoSight: ให้ AI เป็นผู้ช่วยดูแล Data Center ของธุรกิจองค์กร

credit : HPE

HPE InfoSight นั้นถือเป็นโซลูชันระบบ AIOps แรกๆ ของวงการที่ถูกเปิดตัวออกมาและใช้งานเป็นวงกว้าง โดยแนวคิดของ HPE InfoSight นั้นก็คือการมีระบบ AI ที่ทำงานอยู่บน Cloud ซึ่งทำหน้าที่รวบรวม จัดเก็บ และวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพและปัญหาที่ถูกตรวจพบภายในระบบ Virtualization, Server และ Storage นั่นเอง

แรกเริ่มนั้น HPE InfoSight สามารถใช้งานได้กับโซลูชัน HPE Nimble Storage เท่านั้น และโซลูชันดังกล่าวนี้ก็ได้ถูกต่อยอดมาใช้งานกับโซลูชันอื่นๆ ของ HPE เพิ่มเติมมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น HPE Primera, HPE 3PAR StoreServ, HPE SimpliVity, HPE Synergy หรือแม้แต่ HPE ProLiant Server และ HPE Apollo Server ก็ตาม

ความสามารถของ HPE InfoSight นั้นมีด้วยกันหลากหลาย เช่น

  • การตรวจสอบค้นหาปัญหาหรือแนวโน้มการเกิดปัญหาภายในระบบต่างๆ ได้โดยอัตโนมัติด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลผสานรวมจากหลายระบบ ทั้ง Virtualization, Server, Storage และ Network พร้อมแนะนำแนวทางการแก้ไขปัญหา
  • การวิเคราะห์แนวโน้มการเติบโตของระบบส่วนต่างๆ และทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การวางแผนลงทุนเพิ่มขยายระบบเป็นไปได้อย่างแม่นยำ
  • การทำงานแบบ Proactive Maintenance ด้วยการเปิด Ticket ไปยัง HPE โดยอัตโนมัติ และจัดการตรวจสอบว่าหากปัญหาถูกแก้ไขแล้ว ก็ให้ทำการปิด Ticket ได้ด้วยตนเองแบบอัตโนมัติ
  • สามารถเรียนรู้ปัญหาใหม่ๆ เพิ่มเติมได้ด้วยตนเอง จากข้อมูลที่ได้รับจากระบบ IT ต่างๆ กว่า 100,000 ระบบที่ทำการส่งข้อมูลมาทำการวิเคราะห์บน HPE InfoSight อย่างต่อเนื่อง

ด้วยแนวทางดังกล่าวนี้ HPE InfoSight จึงเป็น AI ที่จะมีความชาญฉลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา ด้วยการรวบรวมองค์ความรู้จากปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบ IT ของธุรกิจองค์กรทั่วโลก และนำองค์ความรู้เหล่านั้นมาใช้แก้ไขปัญหาให้กับระบบอื่นๆ ได้โดยอัตโนมัติ

กรณีศึกษา: HPE InfoSight + HPE Nimble Storage dHCI บริหารจัดการทั้ง Stack ของ Virtualization Infrastructure ได้ด้วย AI

credit : HPE

ท่ามกลางกระแสความนิยมของโซลูชัน Hyperconverged Infrastructure (HCI) ที่เกิดขึ้นทั่วโลก เนื่องจากความง่ายดายในการติดตั้งและเริ่มต้นใช้งาน ทำให้งานของผู้ดูแลระบบ IT ใน Day 0 และ Day 1 นั้นกลายเป็นเรื่องง่าย แต่หลายธุรกิจองค์กรเองก็เริ่มเผชิญกับปัญหาในการใช้ระบบ HCI ในระยะยาวกันแล้ว นั่นก็คือการดูแลรักษาระบบในระยะยาวหรือ Day 2 Operation นั่นเอง

ด้วยความที่ระบบ HCI นั้นถูกออกแบบมาให้ทำงานแบบ Software-Defined ทั้งหมด และมีส่วนประกอบภายในที่หลากหลายได้แก่ Virtualization, Compute, Storage และ Network ในหนึ่งเดียว ในขณะที่ตัว Server Hardware ที่ถูกนำมาใช้ใน HCI เองนั้นก็ยังคงมีส่วนของ CPU, RAM, Disk, Network Interface และ BIOS/Firmware ในส่วนต่างที่ยังต้องดูแลอยู่เหมือนเดิม ดังนั้นถึงแม้ HCI จะติดตั้งและเริ่มต้นใช้งานได้ง่าย แต่ในการดูแลรักษานั้นก็แทบจะไม่แตกต่างจากระบบ Virtualization แบบดั้งเดิมมากนัก เพียงแค่เปลี่ยนจากการดูแลระบบ Physical Hardware จำนวนมากที่เชื่อมต่อกัน มาเป็น Software-Defined ที่หลากหลายซึ่งทำงานร่วมกันและมีระบบบริหารจัดการแบบศูนย์กลางเท่านั้น

HPE InfoSight ในฐานะของระบบ AI อัจฉริยะที่จะเข้ามาช่วยผู้ดูแลระบบ IT ในการดูแลรักษา Data Center ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และวางแผนเพิ่มขยายได้อย่างแม่นยำนี้ ก็สามารถตอบโจทย์การดูแลรักษาระบบ HCI ไปจนถึงระบบที่เป็นทางเลือกสำหรับ HCI อย่าง Disaggregated HCI ได้อย่างง่ายดาย โดยในบทความนี้เราจะหยิบยกตัวอย่างของการนำ HPE InfoSight มาใช้เพื่อช่วยดูแลรักษาระบบ HPE Nimble Storage dHCI ซึ่งเป็นโซลูชัน Disaggregated HCI จาก HPE กัน

1. การดูแลรักษาระบบในระดับ Virtualization

HPE InfoSight จะทำการรวบรวมข้อมูลสถิติการใช้งานภายในระบบ Virtualization อย่าง VMware เพื่อนำไปแสดงผลการใช้งานและทำการวิเคราะห์เพื่อแนะนำถึงตรวจสอบค้นหาปัญหาต่างๆ เช่น การใช้พลังประมวลผลของแต่ละ VM ที่อาจมากผิดปกติ, ปริมาณการใช้ RAM ที่อาจเพิ่มขึ้นจนระบบมีไม่เพียงพอให้ใช้งาน หรือการเข้าถึงข้อมูลบางส่วนที่อาจเกิด Latency มากเกินไป เป็นต้น

HPE InfoSight ไม่เพียงแต่นำข้อมูลบนระบบ Virtualization มาใช้ในการวิเคราะห์เท่านั้น แต่ยังสามารถนำข้อมูลจากระบบส่วนอื่นๆ เช่น Server, Storage และ Network มาใช้ร่วมวิเคราะห์ได้ด้วย ทำให้เมื่อเกิดปัญหาใดๆ ขึ้นมา HPE InfoSight จะสามารถช่วยค้นหาต้นเหตุของปัญหาเหล่านั้นได้อย่างแม่นยำ และยังสามารถให้คำแนะนำได้ว่าควรจะต้องแก้ไขอย่างไร

2. การดูแลรักษาระบบในส่วนของ Compute

HPE InfoSight สามารถติดตามปริมาณการใช้งาน CPU และ RAM ที่เกิดขึ้นในระบบได้ และยังสามารถตรวจจับเหตุการณ์การใช้ทรัพยากรในการประมวลผลที่สูงผิดปกตินี้ได้ทั้งในระดับของ VM และ Server เพื่อให้สามารถทำการแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกจุด เช่น การแนะนำให้ย้าย VM ที่ใช้ทรัพยากรบางส่วนสูงไปยัง Physical Server เครื่องอื่นในระบบที่ยังคงมีทรัพยากรส่วนนั้นอย่างเพียงพอ เป็นต้น

การรวบรวมข้อมูลในส่วนนี้จะผสานรวมกันทั้งข้อมูลจากระบบ Virtualization และข้อมูลที่ได้รับจาก HPE iLO ซึ่งเป็นข้อมูลจาก Physical Server โดยตรง ดังนั้น HPE InfoSight จึงสามารถใช้ช่วยในการบริหารจัดการลงไปได้ถึงระดับของ Hardware, BIOS และ Firmware เลยทีเดียว

3. การดูแลรักษาระบบในส่วนของ Storage

สำหรับระบบ HCI ทั่วๆ ไปนั้น ข้อมูลในส่วนของ Storage จะถูกรวบรวมจากระบบ Software-Defined Storage ที่ใช้งานและข้อมูลจาก SSD/HDD ภายใน Server แต่สำหรับกรณีของ HPE Nimble Storage dHCI นี้ ส่วนของ Storage จะถูกย้ายมาอยู่บน HPE Nimble Storage แทนทั้งหมด ซึ่ง HPE InfoSight ก็สามารถทำการรวบรวมข้อมูลจาก HPE Nimble Storage มาวิเคราะห์ร่วมกันได้

ในการวิเคราะห์ข้อมูลของ HPE Nimble Storage นี้ จะมีทั้งส่วนของความจุหรือ Capacity ที่ระบบสามารถแสดงผลพื้นที่ที่ถูกใช้ในการจัดเก็บข้อมูล และการทำ Data Reduction เพื่อลดพื้นที่จัดเก็บข้อมูลด้วยวิธีการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำ Deduplication, การทำ Compression หรือการ Clone ก็ตาม ในขณะที่ข้อมูลเชิงประสิทธิภาพอย่างเช่น Latency หรือ Bandwidth นั้นก็สามารถถูกตรวจสอบได้ถึงระดับของ VM เพื่อให้ทราบถึงพฤติกรรมการใช้งาน Storage ของแต่ละ VM และแจ้งเตือนเมื่อเกิดกรณีผิดปกติได้

4. การดูแลรักษาระบบในภาพรวม

HPE InfoSight จะนำข้อมูลทุกส่วนมาผสานรวมกันและแสดงผลเป็นภาพรวมการทำงานของระบบว่ามีปัญหาใดเกิดขึ้นบ้างในระดับของ Server และ Storage พร้อมจัดลำดับความสำคัญของปัญหาให้โดยอัตโนมัติ และแนะนำวิธีการแก้ไขปัญหา ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบข้อมูลของปัญหาเหล่านั้นและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างเป็นระบบ

5. การแจ้งเตือนและให้บริการป้องกันหรือแก้ไขปัญหาโดยอัตโนมัติ

ในการแก้ไขปัญหาหรือแนวโน้มของการเกิดปัญหาใดๆ นั้น HPE InfoSight ยังสามารถทำการเปิด Support Ticket ไปยังทีมงาน HPE ได้โดยอัตโนมัติเมื่อเกิดปัญหาใดๆ ขึ้น เพื่อให้ทีมงาน HPE ทำการจัดส่ง Hardware ใหม่มาทดแทนอุปกรณ์เดิมที่เสียหาย และเมื่ออุปกรณ์เหล่านั้นถูกเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว ระบบก็จะทำการอัปเดต Ticket นั้นๆ และปิดเคสให้โดยอัตโนมัติเมื่อมีปัญหา

แนวทางนี้ได้ช่วยให้การแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นไปได้โดยอัตโนมัติสูงสุด โดยที่ผู้ดูแลระบบ IT ไม่ต้องวุ่นวายกับการเปิด Ticket, การรวบรวมข้อมูล Log ที่เกี่ยวข้อง และการติดตามเคสด้วยตนเองอีกต่อไป

HPE ระบุว่าในการใช้ HPE InfoSight ร่วมกับโซลูชันของ HPE Nimble Storage นี้ จะทำให้งานของผู้ดูแลระบบ IT มีประสิทธิภาพมากขึ้นเป็นอย่างมาก เช่น

  • สามารถทำนายแนวโน้มของปัญหาและแก้ไขประเด็นเหล่านั้นได้โดยอัตโนมัติมากถึง 86% ช่วยลด Downtime ของระบบและทำให้การใช้งานระบบยังคงเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • สามารถใช้เวลาในการแก้ไขปัญหาลงได้ถึง 85% ด้วยข้อมูลแวดล้อมที่ครบถ้วน และคำแนะนำในการเพิ่มทรัพยากรส่วนที่จำเป็นของระบบ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่จัดเก็บข้อมูล, ประสิทธิภาพของระบบ หรือ Bandwidth ที่ต้องการ
  • สามารถช่วยแก้ไขปัญหาในส่วนที่นอกเหนือจาก Storage ได้หลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นการทำ Performance Tuning, การปรับแต่งด้าน Security ไปจนถึงการทำ Proactive Maintenance ที่แม่นยำ

สำหรับผู้ที่สนใจ HPE InfoSight, HPE dHCI หรือโซลูชันอื่นๆ จาก HPE และอยากขอคำปรึกษา, ออกแบบระบบ หรือขอใบเสนอราคา สามารถติดต่อทีมงาน Metro Connect ได้ทันทีที่ Email: MKTMCC@metroconnect.co.th  หรือโทร 02-089-4880 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ Metro Connect ได้ทันทีที่ https://www.metroconnect.co.th/

from:https://www.techtalkthai.com/automate-manage-your-virtualize-system-with-hpe-infosight-by-mcc/

Western Digital เตรียมเข้าซื้อ Kioxia ผู้ผลิต SSD คาดดีลกว่า 3 หมื่นล้านดอลล่าร์

เมื่อวันพุธที่ผ่านมานั้น สำนักข่าว The Wall Street Journal รายงานว่า Kioxia ผู้ผลิตหน่วยความจำและ SSD ที่แยกตัวออกมาจากโตชิบ้าเมื่อปี 2018 ตอนนี้กำลังตกเป็นเป้าหมายที่บริษัทใหญ่ต่างหมายปองไม่ว่าจะเป็น Micro Technology หรือ Western Digital

ซึ่งดีลดังกล่าวน่าจะได้ข้อสรุปภายในฤดูใบไม้ผลิที่จะถึงนี้ โดยอาจตีมูลค่า Kioxia ไว้สูงถึงประมาณ 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ทั้งนี้ Kioxia ก่อนหน้าที่จะแยกตัวมาเมื่อเดือนตุลาคม 2019 เคยเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Toshiba Memory ถึงจะออกมาเป็น Kioxia แต่ก็ยังครองตำแหน่งผู้นำตลาดระดับโลกด้านเทคโนโลยีหน่วยความจำและ SSD โดยเฉพาะหน่วยความจำแฟลช SLC NAND, NAND ที่มาพร้อมกับคอนโทรลเลอร์, และเทคโนโลยี 3D BiCS FLASH เจาะตลาด SSD ทั้งระดับองค์กร ดาต้าเซ็นเตอร์ และไคลเอนต์

เมื่อปีที่แล้ว Kioxia เลื่อนการเปิด IPO เนื่องจากข้อจำกัดด้านการส่งออกไปจำหน่ายแก่ Huawei ในประเทศจีนในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งๆ ที่หลายคนมองว่าจะเป็นการเข้าตลาดครั้งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นประจำปี 2020 ด้วยซ้ำ

ที่มา : CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/western-digital-micron-eyeing-kioxia-acquisition/

เก็บติดตัวไว้ ! 16 สุดยอดบริการ Cloud Storage ให้คุณใช้ฟรี! ประจำปี 2021

บริการคลาวด์สตอเรจนั้นเหมาะอย่างยิ่งในการใช้แชร์ไฟล์กับเพื่อนๆ หรือครอบครัว รวมทั้งทำให้เอกสารต่างๆ ซิงค์ระหว่างอุปกรณ์ของคุณด้วย เป็นต้น ยิ่งเป็นบริการฟรีก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ ซึ่งเรามีบริการสตอเรจออนไลน์ที่ฟรีอย่างแท้จริง อย่างไม่มีข้อผูกมัดให้เลือกมากมาย

แม้บริการเหล่านี้ส่วนใหญ่มักมีทางเลือกในการซื้อบริการระดับพรีเมียมขึ้นเพื่อใช้เนื้อที่มากกว่าเดิม แต่ออพชั่นแบบใช้งานฟรีก็ถือว่ามากเกินพอแล้วสำหรับคนทั่วไป นอกจากนี้บริการส่วนใหญ่ยังเปิดให้ชวนเพื่อนมาใช้เพิ่มหรือทำอะไรบางอย่างแลกกับเนื้อที่ฟรีเพิ่มขึ้นด้วย

1. MEGA
ให้เนื้อที่สตอเรจฟรีบนคลาวด์มากถึง 50GB พร้อมทั้งมีการเข้ารหัสข้อมูลอย่างปลอดภัยที่ครอบคลุมแบบ End-to-End ที่ช่วยต่อกรกับภัยทางไซเบอร์ที่จ้องรุกล้ำความเป็นส่วนตัวด้วย สามารถเรียกดู อัพเดทไฟล์ได้ทั้งบนบราวเซอร์ บนตัวไคลเอนต์ที่ซิงค์บนเดสก์ท็อป หรือแอพบนอุปกรณ์พกพาได้

2. pCloud
ให้เนื้อที่สตอเรจอยู่ที่ 10GB แต่ถ้าเชิญเพื่อนมาใช้พร้อมทำกิจกรรมอื่นเพิ่มเติมก็สามารถได้โบนัสรวมจนถีบสตอเรจขึ้นไปถึง 20GB ได้ ตัวไคลเอนต์บนเดสก์ท็อปสามารถติดตั้งได้ทั้งบนวินโดวส์ เครื่องแมค และลีนุกซ์ พร้อมแอพที่ใช้งานได้ง่าย

3. MediaFire
ให้บริการโฮสไฟล์ออนไลน์ฟรีทันที 10GB และสามารถเพิ่มขึ้นได้ฟรีสูงสุดถึง 50GB หรือมากกว่าด้วยการเชิญเพื่อนมาใช้และการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นที่กำหนดด้วย บริการนี้มีทางเลือกการแชร์ไฟล์และโฟลเดอร์มากมาย อีกทั้งอัพโหลดไฟล์หรือทั้งโฟลเดอร์ได้ง่ายผ่านเว็บไซต์

4. Dropbox
ผู้ใช้ Dropbox จะเริ่มต้นที่ 2GB สำหรับเนื้อที่ให้ใช้ฟรี แต่ก็มีกิจกรรมอื่นให้ทำเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มสตอเรจฟรีให้ได้มากถึงประมาณ 18 GB คุณสามารถเรียกดูและอัพโหลดไฟล์จากเดสก์ท็อปหรือแอพบนอุปกรณ์พกพา รวมทั้งแชร์ให้คนอื่นได้แม้เค้าไม่มีบัญชี Dropbox

5. Box
Box (ชื่อก่อนหน้านี้คือ Box.net) ให้เนื้อที่สตอเรจออนไลน์ฟรี 10 GB มีแอพบนอุปกรณ์พกพาเกือบทุกประเภทให้คุณอัพโหลด ดาวน์โหลด หรือแชร์คอนเทนต์ นอกจากนี้ยังมีตัวไคลเอนต์สำหรับซิงค์ข้อมูลบนเดสก์ท็อปด้วย

6. Degoo
ให้สตอเรจฟรีมากถึง 100 GB นอกจากนี้ถ้าคุณมีเพื่อนจำนวนมากที่สามารถเชิญมาเปิดบัญชีใช้งานด้วยกันแล้ว ก็สามารถได้เนื้อที่ฟรีเพิ่มขึ้นจนเป็น 500 GB ได้ด้วย รวมทั้งยังสามารถดูโฆษณาเพื่อแลกกับเนื้อที่เพิ่มเติมได้อีก

7. Google Drive
เป็นบริการสตอเรจบนคลาวด์จาก Google ที่ให้เนื้อที่ฟรีสำหรับผู้ใช้รายใหม่คนละ 15 GB และเนื้อที่สตอเรจนี้จะถูกแบ่งการใช้งานระหว่างบริการของกูเกิ้ลด้วยกันอย่างเช่น Gmail และ Google Photo มีทั้งแอพโมบายล์และไคลเอนต์สำหรับซิงค์บนเดสก์ท็อป

8. OneDrive
OneDrive (ก่อนหน้านี้ใช้ชื่อว่า SkyDrive) เป็นบริการสตอเรจออนไลน์จากไมโครซอฟท์ ที่ให้เนื้อที่สตอเรจฟรีเริ่มต้นที่ 5 GB

9. Yandex Disk
เป็นบริษัทจากรัสเซียที่มีชื่อเสียงมากจาก Yandex Search และ Yandex Email ที่ล่าสุดมีบริการ Yandex.Disk ที่ให้เนื้อที่สตอเรจบนคลาวด์ฟรี 10 GB

10. Sync
ให้เนื้อที่สตอเรจฟรีบนคลาวด์ 5 GB มีฟีเจอร์พิเศษอย่าง Vault ที่ให้คุณใส่ไฟล์ที่ไม่ต้องการให้ซิงค์ไปอุปกรณ์อื่นได้

11. Blomp
เป็นสตอเรจเก็บไฟล์ฟรีเนื้อที่ 20 GB มีเว็บไซต์และโปรแกรมที่ใช้งานขนาดเล็กและคล่องตัว แม้จะมีฟีเจอร์มาด้วยเพียงเล็กน้อย

12. Letsupload
ให้เนื้อที่แบ๊กอัพชนิด “ไร้ขีดจำกัด” ไม่ว่าจะเป็น 10 GB, 1 TB, หรือมากถึง 100 TB แถมด้วยฟีเจอร์พิเศษอย่างการตั้งรหัสผ่านแต่ละไฟล์หรือโฟลเดอร์

13. Internxt
ให้เนื้อที่ฟรี 10 GB ค่อนข้างมีความปลอดภัยมากกว่าบริการเจ้าอื่นด้วยการเข้ารหัสแบบ Zero-Knowledge ที่มีแค่ตัวคุณเองที่ดูไฟล์ได้ แต่คนอื่นไม่มีสิทธิ์แม้แต่เจ้าของบริการหรือพนักงาน

14. Icedrive
ให้สตอเรจฟรีบนคลาวด์ 10 GB มาพร้อมกับโปรแกรมบนเดสก์ท็อป แอพบนอุปกรณ์ และเว็บไซต์ที่ออกแบบเรียบง่ายสวยงาม แถมยังสตรีมเพลงและวิดีโอจากบัญชีได้โดยไม่ต้องดาวน์โหลดซ้ำ

15. Jumpshare
สามารถอัพโหลดไฟล์ได้มากกว่าหลายร้อยประเภท ให้สตอเรจฟรี 2GB ที่สามารถเพิ่มได้ถึง 18GB ถ้าเชิญเพื่อนมาสมัครเพิ่ม สามารถบันทึกภาพหน้าจอได้ยาวถึง 30 วินาทีเก็บบนคลาวด์ได้

16. Amazon Drive
เป็นบริการพิเศษสำหรับสมาชิกระดับ Prime ที่เก็บภาพได้ไม่จำกัด และแถมอีก 5GB สำหรับเก็บวิดีโอและไฟล์อื่นเพิ่มเติม

อ่านทั้งหมดที่นี่ Lifewire

from:https://www.enterpriseitpro.net/16-free-cloud-storage-services/

Dell Technologies ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ ” Fuel Your Data-Driven Organization’s Transformation to the Intelligent Futured Enterprise “

Dell Technologies ขอเชิญ ผู้วางแผนกลยุทธ์ด้านไอทีสำหรับองค์กร ผู้บริหารสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้ที่มีส่วนในการเขียนแผนแม่บท ทีมงานไอทีโดยเฉพาะผู้ที่ดูแลด้าน Data Storage, Data Infrastructure, IT Admin และ Digital Transformation เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์เรื่อง “Fuel Your Data-Driven Organization’s Transformation to the Intelligent Futured Enterprise” ในวันพฤหัสบดีที่ 8 เมษายน 2564 เวลา 09.30 – 12.30 น.

หัวข้อ : Fuel Your Data-Driven Organization’s Transformation to the Intelligent Futured Enterprise

วันเวลา : พฤหัสบดีที่ 8 เมษายน 2564 เวลา 09.30 – 12.30 น.

ลงทะเบียนได้ที่ : https://dell.zoom.us/webinar/register/WN_Sd6EZZiPRUeDYfgS_QSs1Q

ปัจจุบันองค์กรมากมายหันมาขับเคลื่อนธุรกิจด้วย Digital Strategy เพื่อ Transform องค์กรสู่การเป็น Intelligent Future Enterprise และองค์กรในยุคนี้ส่วนใหญ่เป็นองค์กรลักษณะ Data-Driven ที่เน้นใช้ข้อมูลในการขับเคลื่อนธุรกิจซึ่ง IT Infrastructure ถือเป็นหัวใจสำคัญ ควรต้องมีระบบการบริหารการจัดเก็บข้อมูลที่ดี ยืดหยุ่น ทันสมัย ช่วยลดค่าใช้จ่าย รองรับรูปแบบของข้อมูลที่หลากหลายได้อย่างเหมาะสมและสามารถเอื้อให้ทำงานได้ต่อเนื่องอย่างมีประสิทธิภาพ

ในงานสัมมนานี้ท่านจะได้ข้อมูลอัพเดทล่าสุดของเทคโนโลยีด้านระบบสตอเรจ และ IT Infrastructure ที่จำเป็นและสำคัญสำหรับองค์กรที่เน้นใช้ข้อมูลธุรกิจในการขับเคลื่อน และท่านจะได้รับทราบถึงเทคโนโลยีสุดล้ำของ Dell EMC Data Storage ที่ถูกพัฒนาและออกแบบมาเพื่อรองรับและสนับสนุนการทำงานขององค์กรที่ใช้ข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินธุรกิจ (Data-Driven Organization)

กำหนดการ

09:30-09:35 น. From Insights to Innovation: Power Your Infrastructure for Intelligent Futured Enterprise

ในโลกปัจจุบันที่ทุกๆ องค์กรต้องเผชิญกับความท้าทายในการดำเนินงานในรูปแบบต่างๆ ซึ่งต้องใช้การปรับเปลี่ยนและขับเคลื่อนทางธุรกิจด้วย Digital Strategy ในการ Transform องค์กรให้ขยับเข้าสู่การเป็น Intelligent Future Enterprise มากขึ้น ขบวนการทำงานในองค์กรจึงต้องพึ่งพาการใช้งานข้อมูลเพื่อช่วยในการขับเคลื่อนโดยการสร้างวัฒนธรรมองค์กรแบบ Data-Driven Organization ดังนั้นระบบ IT infrastructure ที่จะต้องรองรับการจัดเก็บข้อมูลที่มีการใช้งานในองค์กรปัจจุบัน จึงต้องมีเทคโนโลยีที่มีความทันสมัย มีความยืดหยุ่น ความคุ้มค่า พร้อมทั้งความสามารถในการรองรับรูปแบบของข้อมูลที่หลากหลายรูปแบบให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการนำไปใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งข้อมูลที่มีในองค์กรปัจจุบัน มีแหล่งที่มาและมีแนวโน้มในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลใหม่ๆ ที่อยู่นอกระบบ Data Center ขององค์กรมากขึ้นในรูปแบบที่เป็น Edge Infrastructure ซึ่งได้นำเอาเทคโนโลยีด้าน 5G มาประยุกต์ใช้ในการเชื่อมโยงข้อมูลจาก Edge Location ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยให้องค์กรสามารถใช้ประโยชน์ของ Data Gravity เหล่านี้มาใช้ในการตัดสินใจ และสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ในโลกธุรกิจยุค Digital

ผู้บรรยาย : ประหยัด รุ่งสมัยทอง, Presales Director, Dell Technologies

09:40 – 10:05 น. Transform and Mobilize both Traditional and Modern Workloads with The Future of Storage: Data Centric, Intelligent, Adaptable: PowerStore

พบกับ Dell EMC PowerStore ที่เน้นความคล่องตัวและการนำไปใช้สำหรับการสร้าง Cloud Operation Model ด้วยการใช้สถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ที่มีคอนเทนเนอร์ PowerStore ใช้เทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลสมัยใหม่ที่ดีที่สุด เช่น NVMe, DRR อีกทั้งในด้านประสิทธิภาพ ความสามารถในการปรับขยาย ผสมผสานความสามารถขั้นสูงของ ESXi ไฮเปอร์ไวเซอร์ PowerStore ของ VMware มอบความยืดหยุ่นที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยไม่เพียงแต่สามารถรัน VM บน Storage ได้โดยตรงเท่านั้น แต่ยังสามารถทำงานร่วม Infrastructure ของลูกค้าได้อย่างราบรื่น สำหรับการทำงานร่วมกันกับ VMware เดิม

ผู้บรรยาย : อุดร พุ่มเจริญ, System Engineer, Dell Technologies

10:10 – 10:35 น. Modernize Datacenter, Simplify Infrastructure Management and Operations with Enterprise-Class Performance Software-Defined Storage: PowerFlex

เทคโนโลยีสารสนเทศกลายเป็นศูนย์กลางในการทำงานของธุรกิจ ที่จะทำให้เกิดข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่สำคัญ ด้วยเหตุนี้ จึงต้องปรับปรุงศูนย์ข้อมูลของตนให้ทันสมัย โดยเลือกแพลตฟอร์มมีความยืดหยุ่นสูง มีสถาปัตยกรรมที่รองรับ Workload ทั้งปัจจุบันและสมัยใหม่ สามารถเพิ่มขนาดได้ตามความต้องการเป็นอิสระโดยไม่ต้องหยุดระบบ มีประสิทธิภาพสูงรองรับปริมาณงานที่สำคัญและมีความน่าเชื่อถือที่ความปลอดภัยระดับ six 9’s สุดท้ายนี้จะไม่ต้องมีการทำ Data Migration อีก

ผู้บรรยาย : ภราดร บุศรา, PowerFlex Territory Manager, SA and AEM,
Dell Technologies

10:40 – 11:05 น. Innovate with Unstructured Data

โอกาสและความท้าทายในการจัดการการเติบโตและการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้วยข้อมูลภายในองค์กรเป็นเรื่องสำคัญ ในเซสชั่นนี้เราจะพูดคุยเกี่ยวกับการจัดการกับความท้าทายที่องค์กรของท่านต้องเผชิญซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดเก็บข้อมูลและการดึงคุณค่าจากข้อมูลโดยมุ่งเน้นวิธีที่กลุ่มผลิตภัณฑ์ Dell Technologies Unstructured Data Solutions (UDS) สามารถช่วยให้องค์กรของคุณสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ด้วยข้อมูลได้อย่างแท้จริง

ผู้บรรยาย : จิรวุฒิ สุวรรณรัตน์, Advisory System Engineer, Dell Technologies

11:10 – 11:35 น. Modern Cloud Data Protection… Innovation for the Future

การปกป้องข้อมูลที่เป็นหัวใจสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กรในปัจจุบันนี้ ไม่เพียงแต่ต้องคำนึงว่าจะปกป้องข้อมูลนั้น ๆ อย่างไร แต่ยังต้องวางแผนต่อไปอีกด้วยว่า จะบริหารจัดการข้อมูลที่เหล่านั้นอย่างไรเพื่อให้เกิดปรโยชน์สูงสุดกับองค์กร ตัวอย่างเช่น การนำข้อมูลที่ปกป้องไว้กลับมาใช้งานในรูปแบบอื่น ๆ เช่น การสร้างรูปแบบรายงานหรือนำมาใช้ทดสอบระบบ เป็นต้น เมื่อคำนึงถึงเป้าหมายเหล่านี้ Dell Technologies จึงได้สร้างแพลตฟอร์มเพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆไม่เพียง แต่ปกป้อง จัดเก็บและจัดการข้อมูลที่จำเป็นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปได้อีกด้วย

ผู้บรรยาย : พลสรณ์ อัครพุทธิพร, DPS System Engineer, Dell Technologies

11:40 – 12:05 น. Dell EMC Storage and Virtualization Integration

ปัจจุบัน VMware ถือได้ว่าเป็น Platform Virtualization ที่นำมาใช้อย่างแพร่หลายมากที่สุดถึง 80% ในวันนี้ ซึ่งส่วนประกอบสำคัญส่วนหนึ่งของ Datacenter Virtualization แน่นอนว่าจะต้องมี Storage ไว้ทำหน้าที่เก็บ Virtual Machine workloads และเก็บข้อมูลขององค์กร อีกทั้งยังจัดเก็บเทคโนโลยีที่มีการขับเคลื่อน และเปลี่ยนไปใช้ Container Workload Platform มากขึ้น ในหัวข้อนี้ท่านจะได้รับทราบถึงเทคโนโลยีของ VMware เมื่อผนึกกำลังกับ Enterprise Storage ของ Dell Technologies จะสามารถช่วยให้องค์กรเพิ่มโอกาสในการแข่งขันทางธุรกิจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการและการดูแลได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ดีมากยิ่งขึ้นได้

ผู้บรรยาย : คณิต รักษศรี, ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์วีเอ็มแวร์ ภายใต้เดลล์เทคโนโลยี ภาคพื้นเอเซียใต้ ประจำประเทศไทย

12:10 – 12:30 น. ถาม ตอบ และสรุป

ผู้บรรยาย : ประหยัด รุ่งสมัยทอง, Presales Director, Dell Technologies

*หมายเหตุ* ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงกำหนดการโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ คุณพลอยปภัทร โทร. 092-253-3845 หรือ event@aspirecreation.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/dell-technologies-webinar-fuel-your-data-driven-organizations-transformation-to-the-intelligent-futured-enterprise/

QNAP ออกมาเตือนถึงขบวนการโจมตีอุปกรณ์ NAS แบบสุ่มพาสส์เวิร์ด

ทาง QNAP ได้ออกมาเตือนลูกค้าเกี่ยวกับการโจมตีที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ที่เล็งเป้าหมายไปที่อุปกรณ์ QNAP NAS  พร้อมทั้งขอร้องให้ลูกค้ารีบยกระดับระบบป้องกันของตัวเองให้เร็วที่สุด

โดยผู้โจมตีครั้งนี้ได้ใช้เครื่องมืออัตโนมัติในการพยายามล็อกอินเข้าอุปกรณ์ NAS ที่เข้าถึงได้จากอินเทอร์เน็ตด้วยรหัสผ่านที่สุ่มสร้างขึ้นมาทันที หรือเอามาจากรายการรหัสผ่านที่เคยหลุดออกมาในอินเทอร์เน็ตก่อนหน้านี้

ซึ่งก่อนหน้าไม่นาน QNAP ได้รับรายงานจากผู้ใช้จำนวนหนึ่งเกี่ยวกับแฮ็กเกอร์ที่พยายามล็อกอินเข้าอุปกรณ์ผ่านการโจมตีแบบ Brute Force ที่ผู้โจมตีพยายามสุ่มรหัสผ่านทุกรูปแบบที่เป็นไปได้เพื่อเข้าถึงบัญชีผู้ใช้บนอุปกรณ์

ดังนั้นถ้าตั้งรหัสผ่านที่เดาง่าย ไม่ซับซ้อน (เช่น “Password” หรือ “12345”) แฮ็กเกอร์ก็สามารถเข้าถึงอุปกรณ์ได้ง่ายมาก เสี่ยงทั้งด้านความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และข้อมูลรั่วไหล ไม่ว่าจะเป็นการจารกรรมเอกสารความลับ หรือแม้แต่แอบฝังมัลแวร์

ที่มา : Bleepingcomputer

from:https://www.enterpriseitpro.net/qnap-warns-of-ongoing-brute-force-attacks-nas/

บทความพิเศษ : ก้าวแรกของการทำธุรกิจด้วย Data อย่างปลอดภัย

ก้าวแรกของการทำธุรกิจด้วย Data อย่างปลอดภัยกับ G-ABLE Data Starter Solution และ HPE Cohesity
 

ยุคนี้คือยุคดิจิทัลที่ใช้ประโยชน์จากข้อมูลหรือ Data เพื่อมาต่อยอดธุรกิจได้เป็นอย่างมาก Data จะทำให้เกิดกลยุทธ์ในการทำธุรกิจได้อย่างถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ

G-ABLE ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Solution ได้มีประสบการณ์สนับสนุนธุรกิจต่างๆ มากมาย โดยทำให้ Data ที่มีอยู่จำนวนมากมายมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อให้ธุรกิจของลูกค้าเติบโตและได้ผลประโยชน์ที่ดีอย่างต่อเนื่อง ด้วย G-ABLE Data Starter Solution ซึ่งเป็นก้าวแรกสำคัญของการนำ Data มาใช้และเป็นลงทุนที่น้อย เมื่อเทียบการสร้างระบบอื่น ซึ่งมำหลักการทำงาน ดังนี้

  • ทำงานผ่าน Platform เดียว แบบ All-in-One ใช้งานง่ายไม่ต้อง Config
  • เชื่อมโยง Data จากทุกแหล่งข้อมูลไว้ด้วยกัน
  • ประมวลผลเร็ว ไร้ขีดจำกัด แม้มีข้อมูลจำนวนมากดึงข้อมูลผ่านหน้าจอการใช้งานแบบง่าย
  • ควบคุมการเข้าถึง Data จากผู้ใช้งานและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลมาตรฐานระดับสากล

นอกจากนี้ G-ABLE ได้นำเอาเทคโนโลยีของ HPE Cohesity มาใช้ร่วมกันเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบมากยิ่งขึ้น ซึ่ง HPE Cohesity มาพร้อมกับการใช้งานที่หลากหลายทั้งงานสำรองข้อมูล, Scale-out NAS, S3 Storage, และการทำงานแบบ Multi-Cloud และยังออกแบบมาเพื่อใช้การป้องกันภัยคุกคามจาก Ransomware ได้อย่างดีเยี่ยมจาก 3 องค์ประกอบหลัก ดังนี้

  1. แนวทางการรับมือและการป้องกัน (Prevent) – ป้องกันในระดับ File system หรือ Immutable file system คือการป้องกันไม่ให้ ransomware สามารถเข้ารหัส File Sharing หรือ ข้อมูลที่ทำการสำรองข้อมูลไว้นั่นเอง
  2. ตรวจได้และรู้ตัวหากเกิดภัยคุกคาม (Detect) – สามารถตรวจสอบความผิดปกติด้วยระบบ Machine Learning เช่น ความเปลี่ยนแปลงของการใช้งานรายวัน และสามารถตรวสอบรูปแบบการใช้งานที่ผิดปกติที่อยู่ในประวัติการใช้งานของผู้ใช้ทั่วโลก
  3. การตอบโต้อย่างรวดเร็ว (Respond) – สามารถค้นหาข้อมูลที่สำรองไว้ในระบบไฟล์ แม้ว่าจะสำรองข้อมูลทั้งเครื่อง ทั้ง VM ก็จะสามารถค้นหาและกู้คืนระดับไฟล์ได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังกู้คืนข้อมูลกลับคืนมาทั้ง Volume, VM หรือไฟล์ได้เพียงเสี้ยววินาที

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ HPE GREENLAKE ได้ที่ https://www.hpe.com/us/en/greenlake/machine-learning.html

หากต้องการให้ทีมงานติดต่อกลับ กรุณาคลิกที่นี่

หรือติดต่อทีมงาน G-Able เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทันทีที่คุณ ฐิติรัตน์ ณ ลำปาง email: thitirat.n@g-able.com

from:https://www.enterpriseitpro.net/g-able-data-starter-solution/

SUSE เลิกขาย Ceph เตรียมทำตลาด Longhorn จาก Rancher อย่างเดียว

ลูกค้าของ SUSE จำนวนหนึ่งได้รับแจ้งจากบริษัทว่ากำลำลังเลิกขาย SUSE Enterprise Storage (SES) ซอฟต์แวร์สตอเรจที่พัฒนามาจาก Ceph แต่จะหันไปทำตลาด Longhorn ซอฟต์แวร์สตอเรจแบบโอเพนซอร์สที่ได้มาจากการเข้าซื้อ Rancher

ทางฝั่ง Rancher นั้นมี Longhorn ที่เป็นสตอเรจสำหรับ Kubernetes โดยเฉพาะแม้จะรองรับการใช้งานแบบ iSCSI ด้วยก็ตาม จุดเด่นของ Longhorn อยู่ที่ความง่ายในการจัดการ และได้รับการยอมรับในวงการค่อนข้างดี ปัจจุบัน Longhorn เป็นโครงการระดับ Sandbox ของ CNCF

ทาง The Register ติดต่อ SUSE และทางบริษัทยืนยันว่าจะซัพพอร์ตลูกค้าเดิมของ SES ต่อไปแม้จะหยุดขายแล้ว นอกจากนี้ทางบริษัทกำลังพัฒนาโซลูชั่นสตอเรจสำหรับอนาคตต่อไป

ที่มา – The Register

No Description

หน้าจอ SES 6

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121915