คลังเก็บป้ายกำกับ: STORAGE

[Guest Post] Data Storage รุ่นไหนเหมาะกับธุรกิจคุณ IBM V5030E vs V5100/F

IBM Storwize V5000 ใหม่รุ่นไหน เหมาะกับธุรกิจคุณระหว่าง V5030E และ V5100/F โดยคำนึงถึงความเหมาะสม ฟังก์ชั่นการใช้งาน ความคุ้มค่า และทั้ง 2 รุ่นยังมาพร้อมกับซอฟต์แวร์อัจฉริยะที่รองรับการทำงานพื้นฐาน Thin Provisioning, SnapShot, Cloning, Auto-Tiering, Replication, IP Compression & Optimization และโปรแกรมตรวจเช็คเครื่องที่มี AI Support ช่วยให้คุณตรวจสอบสถานะของเครื่องได้ทุกที่ทุกเวลาผ่าน Web Browser

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด โทร 02 311 6881 #7151 หรือ email : cu_mkt@cu.co.th

สนใจ Promotion IBM Storwize V5000 ใหม่ คลิกลิงค์ : http://www.cu.co.th/distributor/โปรโมชั่น-v5000/

from:https://www.techtalkthai.com/ibm-storwize-v5000-promotion-03-by-computer-union/

โฆษณา

ระวัง! แรนซั่มแวร์สายพันธุ์ใหม่ กำลังเล็งเหยื่อที่เป็นอุปกรณ์ QNAP NAS

แรนซั่มแวร์สายพันธุ์ใหม่ที่เรียกชื่อกันว่า eCh0raix กำลังเล็งเหยื่อที่เป็นอุปกรณ์ QNAP Network Attached Storage (NAS) แบบที่ทำงานบนลีนุกซ์ โดยแรนซั่มแวร์จะพยายามเข้าติดเชื้อและเข้ารหัสไฟล์โดยใช้การเข้ารหัสแบบ AES

มัลแวร์นี้ถูกเขียนและแปลงโค้ดด้วยภาษาโปรแกรมมิ่งที่เรียกว่า Go ซึ่งใช้โค้ดเพียงแค่ 400 บรรทัด จึงทำให้ตรวจจับได้ยากมาก และเล็งกลุ่มเหยื่อเฉพาะที่เป็นเซิร์ฟเวอร์ QNAP NAS แบบลีนุกซ์ ซึ่ง QNAP เป็นบริษัทสัญชาติไต้หวันที่มีชื่อเสียงด้านเซิร์ฟเวอร์ NAS และตัวเล่นมีเดีย

โดยทั่วไปแล้ว เซิร์ฟเวอร์ NAS ถูกนำมาใช้เก็บข้อมูลและไฟล์ขนาดใหญ่ ซึ่งแรนซั่มแวร์ที่ชื่อ “QNAPCrypt” โดย Intezerและ “eCh0raix” โดย Anomali มีฟังก์ชั่นการทำงานที่คล้ายกับแรนซั่มแวร์ทั่วไป แต่ก็มีข้อแตกต่างบางอย่างที่สำคัญด้วย

เมื่อมัลแวร์นี้รันการทำงาน ก็จะเริ่มติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์ควบคุมเพื่อแจ้งว่ากำลังเริ่มกระบวนการเข้ารหัสข้อมูล ซึ่งก่อนเข้ารหัสนั้นจะมีการร้องขอที่อยู่วอลเล็ต และข้อมูล Public RSA จากเซิร์ฟเวอร์ควบคุมด้วย เป็นการสื่อสารผ่านพร็อกซี่ SOCKS5 Tor ด้วยข้อมูลที่เข้ารหัสแบบ JSON

ที่มา : GBHacker

from:https://www.enterpriseitpro.net/ransomware-attacking-linux-file-storage-servers-qnapcrypt/

พบ Ransomware ตัวใหม่ ‘eChoraix’ สามารถโจมตีอุปกรณ์ QNAP NAS ได้

ผู้เชี่ยวชาญจาก Anomali Threat Research ได้ออกมาแจ้งเตือนถึง Ransomware ตัวใหม่ที่ตั้งชื่อตาม String ที่ปรากฏในโค้ดภาษา Go ของมัลแวร์ว่า ‘eCh0raix’ โดยมีความสามารถที่น่าสนใจคือการ Brute-force โจมตีอุปกรณ์ NAS Storage ของค่าย QNAP ได้

สำหรับอุปกรณ์ที่ถูกรายงานเข้ามาจากผู้ใช้งานแล้วในขณะนี้ก็คือ QNAP รุ่น TS-251, TS-451, TS-459 Pro II และ TS 253B เป็นต้น ทั้งนี้ทาง QNAP เองก็มีคำแนะนำสำหรับกู้คืน Snapshot เผยแพร่ไว้อยู่แล้วที่นี่ นอกจากนี้จากหลักฐานที่พบคือ eCh0raixได้ใช้กุญแจแตกต่างกันในเหยื่อแต่ละราย รวมถึงใช้เซิร์ฟเวอร์ควบคุมผ่านเครือข่าย Tor แต่ใช้ SOCKS5 Proxy ส่งสารแทนการใช้ Tor Client ซึ่งความน่าสนใจคือคนร้ายได้เลือกละเว้นเหยื่อที่ใช้ภาษาของกลุ่มประเทศรัฐเอกราช (CIS Country) ด้วย

โดยหลังจากที่เชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ได้แล้วจะมีการดาวน์โหลดไฟล์เรียกค่าไถ่และใช้ RSA Public Key เพื่อเข้ารหัส Key เข้ารหัสสำหรับเหยื่ออีกทีหนึ่ง รวมถึงมีการติดตามกิจกรรมของมัลแวร์ด้วย อย่างไรก็ตามนักวิจัยพบว่าคนร้ายจะไม่สามารถแยกแยะเหยื่อได้เนื่องจากไม่มีการส่งข้อมูลของระบบ ทั้งนี้คนร้ายยังได้พัฒนา API ขึ้นมาสำหรับร้องขอข้อมูลอื่นที่สันนิษฐานว่าอาจใช้ร้องขอ Public Key ตามเลขแคมเปญด้วย ตามรูปด้านล่าง

credit: Bleepingcomputer

eCh0raix ค้นหาและสั่ง Kill โปรเซสบน NAS ด้วยคำสั่ง service stop %s หรือ systemctl stop %s กับโปรเซส เช่น apache2, httpd, nginx, mysqld, mysqd และ php-fpm เป็นต้น รวมถึงยังละเว้น Path และไฟล์ตามรูปด้านล่างอย่างอัตโนมัติ โดยจะเข้ารหัสไฟล์เอกสารจำพวก Microsoft Office, Open Office, PDF, Text, Archive, Database, รูปภาพ, หนัง, เพลง และไฟล์อิมเมจต่างๆ ผ่านอัลกอริทึม AES ในโหมด Cipher Feedback (CFB)

credit: Bleepingcomputer

ในท้ายที่สุดแล้วคนร้ายจะร้องขอเงินค่าไถ่ราว 0.05 – 0.06 BTC เพื่อแลกกับตัวถอดรหัส อย่างไรก็ดีผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า “มัลแวร์ใช้แพ็กเกจทางคณิตศาสตร์เพื่อสร้าง Secret Key ซึ่งไม่ได้สุ่มขึ้น ดังนั้นเป็นไปได้ในทางปฏิบัติที่จะเขียน Decryptor ขึ้นมาได้” โดย QNAP NAS ไม่ได้มีโซลูชัน Anti-malware ติดมาและถึงแม้ว่ามีก็ยังยากที่จะป้องกัน เพราะจากการทดสอบด้วย 55 โซลูชันบน VirusTotal พบว่ามีเพียง 3 โซลูชันเท่านั้นที่สามารถตรวจจับ eCh0raix ได้ว่าเป็นมัลแวร์

ที่มา :  https://www.bleepingcomputer.com/news/security/new-ech0raix-ransomware-brute-forces-qnap-nas-devices/

from:https://www.techtalkthai.com/echoraix-ransomware-can-brute-force-attack-qnap-nas/

[Guest Post] ทำไมต้องจ่ายแพง?? … IBM Storwize V5010E ใหม่คุ้มค่าการใช้งาน เริ่มต้นในราคาเบา ๆ

น้องเล็กสุดในตระกูล V5000 เป็น Data Storage สำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน Enterprise Storage ที่ต้องการความคุ้มค่าในการใช้งาน โดยมีจุดเด่นสำคัญ ๆ ดังนี้

  • รองรับการอัปเกรด
  • ความจุสูงสุดถึง 12 PB
  • สามารถตรวจสอบแบบออนไลน์
  • ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก
  • มี Feature การทำงานหลัก ๆ สำคัญ ๆ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด โทร 02 311 6881 #7151 หรือ email : cu_mkt@cu.co.th

สนใจ Promotion IBM Storwize V5000 ใหม่ คลิกลิงค์ : http://www.cu.co.th/distributor/โปรโมชั่น-v5000/

from:https://www.techtalkthai.com/ibm-storwize-v5010e-features-infographic-by-computer-union/

ทลายทุกข้อจำกัดเรื่องจัดเก็บข้อมูลระดับ Enterprise ทุกอย่างจะเร็วและง่ายด้วย HPE Nimble

HPE Nimble เป็นเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลแบบอัจฉริยะ สามารถช่วยให้การจัดเก็บข้อมูลขององค์กรขนาดใหญ่ทำได้ง่าย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม

บนโลกธุรกิจ การทำงานในวันนี้กลายเป็นโลกที่แข่งขันกันด้วยข้อมูลไปแล้ว และเมื่อเอ่ยถึงเรื่องระบบการจัดเก็บข้อมูล ในทุก ๆ องค์กรธุรกิจไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็กหรือใหญ่ มักจะมอบหมายหน้าที่นี้ให้เป็นเรื่องของฝ่ายไอที เพราะรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนและเข้าใจยาก แต่ในวันนี้ที่เราเข้าสู่ยุคของ Big Data ในอนาคตข้างหน้าอีกไม่ช้าบุคลากรในระบบผู้บริหารขององค์กรต่าง ๆ จะต้องทำการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับบุคลากรฝ่ายไอทีมากขึ้น เพราะเทคโนโลยีการบริหารจัดเก็บข้อมูลนั้นจะส่งผลต่อศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจอย่างมาก ทั้งนี้การทำความรู้จักเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาช่วยให้การจัดเก็บ ประมวลผล และวิเคราะห์ข้อมูลทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นนั้น จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับคนทั้งองค์กร ซึ่งหนึ่งเทคโนโลยีที่น่าสนใจและตอบโจทย์การจัดเก็บข้อมูลในระดับ Enterprise ในวันนี้ คงไม่มีใครเกิน HPE Nimble

HPE Nimble คืออะไร

HPE Nimble คือ เทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลประสิทธิภาพสูง โดยได้มีการนำหลักการของแมชชีนเลิร์นนิ่ง (Machine Learning) เข้ามาช่วยให้การจัดเก็บข้อมูลระดับองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 

ศักยภาพที่เหนือระดับของ HPE Nimble

เชื่อว่าองค์กรในระดับ Enterprise น่าจะมีความคุ้นเคยกับระบบการจัดเก็บข้อมูลแบบ SAN Storage และหลาย ๆ องค์กรธุรกิจก็อาจจะยังมีการใช้ระบบนี้อยู่ ซึ่งขอปูพื้นความเข้าใจกันอีกครั้ง SAN Storage เป็นรูปแบบการจัดเก็บข้อมูลแบบหนึ่ง ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายยาวนานมากว่า 10 ปี จะมีการนำ HDD ติดตั้งลงใน Storage แล้วส่งข้อมูลผ่านข้อมูลผ่าน SAN Switch โดยมีการนำ Storage มาเชื่อมต่อกับ Server หลายเครื่อง และก็จะมีระบบเฉพาะเข้ามาช่วยให้อุปกรณ์ต่าง ๆ ทำงานตามหน้าที่ประสานกันในการรับส่งข้อมูล แม้ระบบนี้จะดีแต่ก็ยังมีข้อจำกัดในตัวอุปกรณ์ที่เป็นอุปสรรคทำให้ระบบทำงานได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ ข้อจำกัดดังกล่าวก็อยู่ตรงที่ HDD ที่ระบบการทำงานนั้นยังเป็นแบบจานหมุน การจะรับส่ง บันทึก หรือค้นหาข้อมูลแต่ละครั้งจะทำได้ไม่เร็วพอ เพราะกว่าหัวอ่านจะไปค้นหาตำแหน่งข้อมูลที่บันทึกอยู่ในจานหมุน หรือค้นหาตำแหน่งที่เหมาะสมที่จะบันทึกข้อมูลก็ต้องใช้เวลา ซึ่งเทคโนโลยี HPE Nimble นั้นได้เข้ามาทลายข้อจำกัดในเรื่องฮาร์ดแวร์ตรงนี้ออกไป โดยในมีการพัฒนาระบบที่เรียกว่า CASL เข้ามาช่วยค้นหาและบันทึกข้อมูลลง HDD ได้เร็วขึ้น ซึ่งนั่นทำให้ประสิทธิภาพการอ่าน เขียน และบันทึกข้อมูลของ HDD สามารถทำได้เร็วเทียบเท่ากับการใช้อุปกรณ์จัดเก็บแบบ SSD เลยทีเดียว พร้อมกันนั้นเทคโนโลยีนี้ยัง สามารบีบอัดข้อมูลขนาดใหญ่ ๆ ให้เล็กลงได้โดยไม่ทำให้ไฟล์ข้อมูลต้องสูญเสียคุณภาพ เพื่อการจัดเก็บ รับส่ง และสำรองข้อมูลได้ง่ายขึ้น 

ศักยภาพที่เหนือระดับอีกประการของ HPE Nimble ก็คือการพัฒนาระบบการทำงานให้มีความอัจฉริยะมากขึ้น สามารถที่จะงานทำการเชื่อมโยงระบบ Data Center ขององค์กรไว้เป็นหนึ่งเดียว และระบบการทำงานแบบอัจฉริยะจะช่วยคาดการณ์แนวโน้มของปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการรับส่ง หรือสำรองข้อมูล รวมถึงวิเคราะห์ปัญหาและทำการแจ้งเตือนให้ผู้ดูแลระบบรู้ล่วงหน้าก่อนปัญหาจะเกิดขึ้นได้อย่างเสร็จสรรพ นี่จึงเป็นศักยภาพที่เหนือระดับของ HPE Nimble ที่องค์กรต่าง ๆ มองข้ามไปไม่ได้

ทำไมคุณควรใช้เทคโนโลยี HPE Nimble 

มาถึงตรงนี้หลาย ๆ ท่านอาจจะเริ่มเห็นประโยชน์และศักยภาพของเทคโนโลยี HPE Nimble กันแล้ว แต่อาจจะยังไม่แน่ใจว่าองค์กรของตนควรจะลงทุนกับเทคโนโลยีนี้ดีหรือไม่ จึงขอสรุปเพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจของทุกท่านดังนี้ 

  • เทคโนโลยีนี้ช่วยลดปัญหาข้อจำกัดต่าง ๆ ในการจัดเก็บข้อมูลในระดับองค์กรได้เป็นอย่างดี สามารถที่จะจัดเก็บข้อมูลบันทึกและอ่านข้อมูลได้อย่างแม่นยำ รวมถึงสำรองข้อมูลจำนวนมาก ๆ ในองค์กรขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว มีความปลอดภัยสูง และยังสามารถทำงานเชื่อมต่อกับระบบ Cloud ขององค์กรได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วด้วย จึงนับเป็นทางเลือกที่ดีที่สามารถตอบโจทย์เรื่องการจัดเก็บข้อมูลตั้งแต่องค์กรขนาดกลางไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่
  • เทคโนโลยีนี้ช่วยลดต้นทุนให้กับองค์กรได้ เพราะโดยปกติแล้วในทุก ๆ องค์กรจะต้องมีการซื้อลิขสิทธิ์ระบบสำรองข้อมูลและกู้คืนข้อมูล เป็นค่าใช้จ่ายแยกย่อยออกมาจากเรื่องของการสร้างระบบจัดเก็บข้อมูล แต่หากเลือกใช้เทคโนโลยีนี้ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้อีกเลย เพราะเทคโนโลยี HPE Nimble สามารถดูแลครอบคลุมในเรื่องสำรองข้อมูลและกู้คืนข้อมูลได้อย่างครบครัน
  • เทคโนโลยีนี้ช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการเรื่อง Data Center ได้ง่ายมากขึ้น สามารถนำไปใช้กับการแก้ไขปรับปรุงศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center ขององค์กรได้อย่างสะดวกและง่ายมากยิ่งขึ้น จึงเป็นการช่วยลดภาระงานด้านไอทีให้กับองค์กร
  • เทคโนโลยีนี้ช่วยลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นในระบบการจัดเก็บข้อมูลแบบเดิม ๆ โดยใช้ Machine Learning เข้ามาช่วยทำให้ระบบมีความอัจฉริยะ สามารถที่จะทำงานร่วมกับระบบ Network, Server, ฐานข้อมูล และแอปพลิเคชันขององค์กรได้แบบครบจบในที่เดียว ช่วยให้กระบวนการต่าง ๆ ในการทำงานเกี่ยวกับข้อมูลลดความซับซ้อนลง จึงช่วยให้องค์กรมีศักยภาพในการแข่งขันด้านข้อมูลที่สูงขึ้น ส่งผลให้องค์กรสามารถเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วได้

กรณีศึกษาองค์กรระดับโลกกับการใช้เทคโนโลยี HPE Nimble

องค์กรใหญ่ระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจด้านอุตสาหกรรมพลังงาน วิศวกรรมการผลิตไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งมีสาขาอยู่ที่ประเทศไทยด้วย อย่างบริษัท Siemens เป็นองค์กรที่ช่วยยืนยันได้ว่าประสิทธิภาพของเทคโนโลยีนี้เข้ามาเปลี่ยนแปลงและส่งผลดีต่อองค์กรอย่างไร หากมองจากโครงสร้างองค์กรและรูปแบบธุรกิจของ Siemens ก็จะเห็นว่ามีความเกี่ยวข้องกับเรื่องของ Data จำนวนมาก มีปริมาณข้อมูลที่ต้องวิเคราะห์ ประมวลผลและจัดเก็บมากมายในแต่ละวัน 

ซึ่งแต่เดิมวิศวกรของ Siemens เมื่อจะทำโครงการอะไรสักชิ้น ก็จะต้องมาคำนึงถึงเรื่องของ Data ว่าจะค้นหาอย่างไร จะจัดเก็บอย่างไร ซึ่งทำให้เสียเวลาในการโฟกัสงานหลัก ๆ ไปพอสมควร โครงการต่าง ๆ ที่ควรจะใช้เวลาทำเพียงนิดเดียวจึงมีความจำเป็นต้องยืดเวลาออกไปโดยไม่จำเป็น ผู้บริหาร Siemens มองเห็นปัญหานี้จึงเลือกที่จะใช้ HPE Nimble เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการข้อมูล โดยทาง Siemens ได้นำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในส่วนของงาน Digital Factory ขององค์กร ทำให้เหล่าวิศวกรของ Siemens สามารถที่จะมีเวลามากขึ้นกับการโฟกัสงานของตนเอง มีเวลามากขึ้นในการหาแนวคิดใหม่ ๆ ที่ดีขึ้นในการทำงาน โดยไม่ต้องไปเสียเวลากับเรื่องของการหาวิธีจัดเก็บหรือรับส่งข้อมูลต่าง ๆ ในงานโครงการต่าง ๆ ดังเช่นที่เคยเป็นมาอีกต่อไป 

หลังจากที่ Siemens ได้ใช้งานเทคโนโลยีนี้มาสักระยะปรากฎว่าไม่เพียงที่เทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยลดเวลาในการจัดการข้อมูลต่าง ๆ และช่วยลดปริมาณงานเท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับระบบซอฟต์แวร์การทำงานขององค์กรได้เป็นอย่างดี ช่วยให้พวกเขาสามารถบริหารจัดการเรื่อง Data Center ได้ง่ายขึ้น และยังสามารถที่จะคาดการณ์ปัญหาของระบบการจัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นล่วงหน้าได้ชัดเจนและรวดเร็วมากยิ่งขึ้นด้วย

นี่คือ ความน่าสนใจของเทคโนโลยี HPE Nimble ที่สามารถทลายทุกข้อจำกัดแบบเดิม ๆ ในเรื่องการจัดเก็บข้อมูลองค์กรระดับ Enterpriseได้อย่างตอบโจทย์  เป็นเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับองค์กรธุรกิจยุคใหม่ที่ต้องการเติบโตอย่างก้าวกระโดด หนึ่งโซลูชั่นด้านไอทีที่บอกเลยว่าลงทุนแล้วคุ้มค่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับ HPE Nimble Storage  และสินค้ากลุ่ม Storage  เพิ่มเติมได้ที่ บริษัท ควิกเซิร์ฟ โปรไวเดอร์ จำกัด โทร 024961234 หรือเว็บไซต์ https://www.quickserv.co.th

from:https://www.techtalkthai.com/quickserv-introduces-hpe-nimble-storage-for-enterprises/

[Guest Post] IBM Storwize V5000 Series เป็น Data Storage Gen ใหม่ที่ใช้งานง่ายเข้าถึงได้ทุกธุรกิจ

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด โทร 02 311 6881 #7151 หรือ email : cu_mkt@cu.co.th

สนใจ Promotion IBM Storwize V5000 ใหม่ คลิกลิงค์ : http://www.cu.co.th/distributor/โปรโมชั่น-v5000/

from:https://www.techtalkthai.com/ibm-storwize-v5000-series-promotion-by-cu/

Azure ประกาศให้ FXT Edge Filer ‘Caching Appliance’ พร้อมใช้งานแล้ว

ครับฟังไม่ผิด Azure เปิดตัว Appliance จริงๆ ซึ่งทำหน้าที่เป็น Caching Appliance เพื่อตอบโจทย์ในการทำ Tier Storage เพิ่มประสิทธิภาพให้แก่การใช้งานของ NAS หรือเป็น Edge คั่นระหว่าง NAS ในองค์กรกับ Blob Storage ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยองค์กรสามารถรองรับงานที่ต้องการ Latency ต่ำหรืองานกลุ่ม HPC

credit : azure.microsoft

รูปแบบของการใช้งานมี 3 ลักษณะคือ

1.Hybrid Storage

สำหรับลักษณะนี้ (ตามภาพด้านบน) FXT Edge จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างการใช้งานในองค์กรด้วย NFS หรือ SMB รวมถึงสามารถติดต่อกับ Blob ด้วย API (เป็น Object Storage วิธีการส่งข้อมูลต่างกัน) ทั้งนี้ประโยชน์ก็คือทำ Cache มาเก็บไว้ใกล้กับการใช้มากกว่าจึงเข้าถึงข้อมูลได้เร็วขึ้นนั่นเอง

2.WAN Caching

แน่นอนว่าการเชื่อมต่อข้าม WAN ย่อมมี Latency มาก ดังนั้นการใช้ FXT Edge ในรูปแบบนี้จึงสามารถช่วยลด Latency ได้ด้วยการทำ Cache เก็บข้อมูลไว้ใกล้กว่าเช่นกัน

credit : azure.microsoft

3.NAS Optimization

แม้ว่าในองค์กรจะมีฟาร์ม NAS Array จากบริษัทชั้นนำ เช่น DELL EMC ใช้งานอยู่แล้ว แต่หากองค์กรมีการใช้งานสูงมากจริงๆ Storage เหล่านั้นก็อาจเกิดคอขวดได้อยู่ดี ดังนั้น FXT Edge ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็น Cache โดยเฉพาะจึงเข้ามาแก้ปัญหานี้ โดย Compute จะสามารถเรียกใช้งานข้อมูลได้รวดเร็วกกว่าไปพยายามเข้าถึง NAS Array นั่นเอง

credit : azure.microsoft

ฮาร์ดแวร์

credit : Azure.microsoft

FXT Edge เป็นฮาร์ดแวร์ที่ถูกผลิตโดย DELL แต่ซอฟต์แวร์มาจาก Microsoft ซึ่งในการประกาศครั้งนี้ Azure ได้นำเสนอโมเดลใหม่ 2 รุ่นคือ FXT 6600 และ 6400 ซึ่งความแตกต่างหลักๆ คือ แรมและ SSD ที่ 6400 เหมาะกับการใช้งานที่น้อยกว่า อย่างไรก็ตาม FXT Edge ทั้งสองไม่ใช่รุ่นแรกเพราะเคยออกรุ่น 5600 และ 5400 มาก่อนแล้ว นอกจากนี้อีกความสามารถหนึ่งที่ต้องทราบคือ FXT Edge สามารถรองรับการเชื่อมต่อผ่าน NFSv2, SMB2 และรองรับการเชื่อมต่อกับฮาร์ดแวร์จาก NetApp, Dell EMC Isilon แม้กระทั่ง Blob หรือ S3 Storage ก็ได้ ยังไม่หมดแค่นั้น FXT Edge ยังสามารถทำ Scale เพิ่มขึ้นได้ตั้งแต่ 3 ถึง 24 โหนดเลยทีเดียว

credit : azure.microsoft

สำหรับผู้สนใจสามารถติดตาม Datasheet ได้หรือสอบถามตัวแทนจำหน่ายที่ท่านรู้จัก

ที่มา :  https://azure.microsoft.com/en-us/blog/azure-fxt-edge-filer-now-generally-available/

from:https://www.techtalkthai.com/azure-announces-fxt-edge-filer-6600-6400-are-ga/