คลังเก็บป้ายกำกับ: STARBUCKS

ซักถ้วยมั้ย…Samsung จับมือ Starbucks ปล่อยเคสคอลเลคชั่นพิเศษสำหรับ Galaxy S22 และ Galaxy Buds

Samsung ไปจับมือกับแบรนด์ยอดนิยมอื่น ๆ เอามาเปิดตัวคอลเลคชั่นเกร๋ ๆ อีกแล้ว โดยคราวนี้ไปร่วมกับแบรนด์กาแฟสุดฮิตอย่าง Starbucks ปล่อยเคสลายน่ารักน่าลุ้นสำหรับมือถือซีรีส์ Galaxy S22 ทั้ง Galaxy S22, S22+ และ S22 Ultra แถมยังมีเคสสำหรับหูฟัง Galaxy Buds เป็นรูปถ้วยกาแฟที่ยิ่งน่ารักจนชวนให้ใจละลายไปอีก

แน่นอนว่าการไปจับมือกับ Starbucks แบบนี้ เคสที่ออกมาก็ต้องเป็นธีมของร้าน Starbucks นั่นเอง โดยเคสสำหรับมือถือรุ่นท็อปอย่าง Galaxy S22 Ultra จะออกมาในโทนสีเขียวอ่อน และเขียวเข้ม มาพร้อมกับสายรัดข้อมือด้านหลังให้เลือก 2 แบบ คือลายหมีใส่ผ้ากันเปื้อน และอีกแบบเป็นสายรัดที่มีลายเป็นใบเสร็จของร้าน


ส่วนเคสสำหรับรุ่น Galaxy S22 และ S22+ จะดูไม่ว้าวเท่าของรุ่นพี่เท่าไหร่ เพราะเป็นเคสปกติที่มาในธีมสีเขียวเข้มพร้อมโลโก้ Starbucks กับอีกแบบที่เป็นโลโก้ + คำโปรย Count stars in your Galaxy หรือ นับดาวที่อยู่ในกาแล็กซี่ของคุณสิ


แต่ที่ดูแล้วมากับลูกเล่นที่น่าจะถูกใจสาวกร้านกาแฟที่สุด ก็คือเคสสำหรับหูฟังไร้สาย Galaxy Buds Series ที่สามารถใช้ได้ทั้ง Galaxy Buds 2, Galaxy Buds Pro และ Galaxy Buds Live โดยตัวไฮไลท์คือเคสที่เป็นรูปถ้วยกาแฟสีขาวที่มีทั้งหูถ้วย และฝาปิดที่เป็นลาเต้อาร์ตน่ารัก ๆ ส่วนอีกแบบจะเป็นเคสธรรมดาสีเขียวเข้มมีโลโก้ Starbucks ด้านบน



คอลเลคชั่น Samsung x Starbucks นี้เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แต่น่าเสียดาย…เพราะคอลเลคชั่นนี้จะวางจำหน่ายเฉพาะในประเทศเกาหลีใต้เท่านั้น แถมยังมีจำนวนจำกัดอีกต่างหาก และคาดว่าน่าจะไม่มีการวางจำหน่ายในประเทศอื่นด้วย (เหมือนตอนเปิดตัว Galaxy Z Flip3 Pokémon Edition ที่ขายเฉพาะในเกาหลีเท่านั้น ขายหมดแล้วหมดเลย)

 

ที่มา : Starbucks (เกาหลี)

from:https://droidsans.com/samsung-starbucks-collab-special-collection-galaxy-s22-series-galaxy-buds/

เต่าบินมีร้อง! เนสท์เล่ เตรียมขยายจุดบริการตู้กดกาแฟ Starbucks กระตุ้นยอดขายลูกค้าองค์กร

เนสท์เล่ โพรเฟสชันนัล เจ้าของตู้กดกาแฟ Starbucks เตรียมขยายจุดบริการไปที่มหาวิทยาลัย อาคารสำนักงาน และสถานที่อื่น ๆ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่อยากดื่มเครื่องดื่มพรีเมียม และเพิ่มโอกาสการสร้างรายได้ฝั่งลูกค้าองค์กร

ตู้กด Starbucks

เนสท์เล่ ขยายจุด We Proudly Serve Starbucks

เครือวัลย์ วรุณไพจิตร ผู้อำนวยการบริหารหน่วยธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหาร และ เนสท์เล่ โพรเฟชชันนัล ประจำภูมิภาคอินโดไชน่า กล่าวว่า หลังจากนี้บริษัทมีแผนนำเสนอบริการ We Proudly Serve Starbucks Coffee Program ซึ่งตู้กด Starbucks คือหนึ่งในนั้น ในโรงพยาบาล, สถานที่ทำงาน, สถาบันการศึกษา และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ

“ลูกค้าในช่องทางเหล่านี้ มีความต้องการ และความคาดหวังในด้านความพึงพอใจจากการให้บริการที่สูงขึ้น ซึ่ง We Proudly Serve Starbucks Coffee Program ที่ถูกควบคุมคุณภาพโดยสตาร์บัคส์จะเข้ามาตอบโจทย์เรื่องนี้ได้ ทั้งยังมอบประสบการณ์พิเศษให้กับลูกค้าเช่นกัน”

สำหรับการขยาย We Proudly Serve Starbucks Coffee Program จะแบ่งเป็น 4 โซลูชันคือ

  • รูปแบบบริการเสิร์ฟโดยบาริสต้า (Served Solution) เสิร์ฟเครื่องดื่มสตาร์บัคส์ที่ทุกคนชื่นชอบและเมนูสร้างสรรค์อื่น ๆ โดยมีบาริสต้ามาให้บริการตามความต้องการของลูกค้าอย่างลงตัว โดยบาริสต้าจะได้รับการฝึกอบรมตามมาตรฐานของแบรนด์และการสนับสนุนด้านเทคนิค ณ จุดให้บริการเครื่องดื่ม
  • รูปแบบบริการตนเอง (Self-Serve Solution) นำเสนอเครื่องดื่มที่เป็นเอกลักษณ์ของสตาร์บัคส์ทั้งแบบร้อนและเย็นให้กับลูกค้าในทุกเวลา ผ่านเครื่องกดกาแฟบริการตนเอง โดยลูกค้าสามารถชำระเงินผ่าน QR code ลดการสัมผัสโดยตรงและเพิ่มความสะดวกสบายอีกด้วย
  • รูปแบบบริการแบบแคปซูล (Single Serve Solution) เพื่อให้แขกที่เข้าพักในโรงแรมได้สัมผัสกับสุนทรียภาพของกาแฟคุณภาพสูง ผลิตจากเมล็ดกาแฟอาราบิก้าแท้ชั้นดีที่ปลูกอย่างมีความรับผิดชอบ เช่นเดียวกับที่เสิร์ฟในร้านสตาร์บัคส์ทั่วโลก มาในรูปแบบแคปซูล ที่สะดวกสบาย เหมาะกับโมเมนต์ กาแฟในห้องพักของโรงแรม
  • รูปแบบบริการกาแฟชงสด (Brewed Solutions) กาแฟชงสดจาก กาแฟคั่วบดละเอียด Starbucks Pike Place™ Roast เป็นโซลูชันที่มาพร้อมกับเครื่องชงกาแฟมาตรฐานสตาร์บัคส์และชุดเซตสำหรับจ่ายกาแฟพร้อมโลโก้แบรนด์ จึงเป็นโซลูชันที่เหมาะสำหรับงานประชุม สัมมนา และอีเวนต์ต่าง ๆ อย่างยิ่ง

ความร่วมมือระหว่างเนสท์เล่ และสตาร์บัคส์ เกิดขึ้นในปี 2018 โดยเนสท์เล่ได้รับสิทธิ์ขาดในการทำการตลาด และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์กาแฟของสตาร์บัคส์ในช่องทางสำหรับการดื่มกาแฟในบ้าน หรือนอกบ้านทุกช่องทาง ที่มิใช่ในร้านสตาร์บัคส์

ส่วนในประเทศไทย We Proudly Serve Starbucks Coffee Program เดินหน้าทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2020 โดยมีตู้กด Starbucks ที่ AIS eSports Studio เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อ นอกจากนี้ยังมีให้บริการในโรงแรม สิเหน่ ภูเก็ต ลักซ์ชัวรี่ ในรูปแบบบริการเสิร์ฟโดยบาริสต้า และโรงพยาบาลกรุงเทพ ในรูปแบบบริการตัวเอง

สรุป

ถือเป็นการเดินเกมที่น่าสนใจของเนสท์เล่ เพราะตัวตู้กด Starbucks ยังติดกระแส และมีคนอยากไปลองใช้บริการสักครั้ง ยิ่งตอนนี้ เต่าบิน สร้างการรับรู้ว่ากาแฟชงสดกดตู้มีอยู่จริง การที่เนสท์เล่จะใช้อานิสงส์นี้เร่งทำตลาดเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า และสร้างรายได้ฝั่งลูกค้าองค์กรให้มากขึ้นคือเรื่องที่ถูกต้อง

อ้างอิง // ข่าวประชาสัมพันธ์เนสท์เล่

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post เต่าบินมีร้อง! เนสท์เล่ เตรียมขยายจุดบริการตู้กดกาแฟ Starbucks กระตุ้นยอดขายลูกค้าองค์กร first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/nestle-thai-expand-starbucks/

CEO Starbucks คุกเข่าอ้อนวอนขอร้องให้พนักงานหยุด Work from Home และกลับมาทำงานที่ออฟฟิศ

Elon Musk มีเพื่อนแล้ว เพราะล่าสุด Howard Schultz ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Starbucks ร้องขอให้พนักงานกลับมาทำงานที่ออฟฟิศอีกครั้ง โดยเขายอมคุกเข่า หรือวิดพื้นที่ครั้งก็ได้เพื่อให้หยุด Work from Home กันเสียที

Starbucks
ภาพ Howard Schultz จาก Starbucks

CEO Starbucks อยากให้กลับมาทำงานที่ออฟฟิศ

Howard Schultz ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Starbucks พูดในเวทีสัมมนา DealBook ที่จัดโดยสำนักข่าว New York Times ว่า การจูงใจให้พนักงานกลับมาทำงานที่สำนักงานอีกครั้งอาจไม่มีประสิทธิภาพ หลังทุกคนชินกับการทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home เพราะจำนวนพนักงานยังกลับมาไม่ถึงขั้นที่ต้องการ

“ผมยอมคุกเข่าขอร้อง วิดพื้นที่ครั้งก็ได้ เพื่อให้พวกเขากลับมา เพราะเราเป็นบริษัทที่ต้องร่วมมือกันสร้างสรรค์สิ่งใหม่ และผมยอมรับว่าผมเป็นคนรุ่นเก่าที่โตมาในคนละยุคสมัย” Schultz กล่าว โดยเขาเข้าที่ทำงานเวลา 07.00 น. และออก 19.00 น. เป็นประจำ และอยากให้พนักงานกลับเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศอย่างน้อย 2-3 วัน/สัปดาห์

อย่างไรก็ตาม Starbucks ยังมีนโยบาย Work from Home และ Hybrid Work อยู่ โดยบริษัทมีการระบุรูปแบบการทำงานดังกล่าวไว้บนหน้าสมัครงาน เช่น หากตำแหน่งงานนั้นไม่จำเป็นต้องมีสถานที่ทำงานชัดเจนจะสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้เต็มรูปแบบ

ทั้งนี้แนวคิดการกระตุ้นให้พนักงานกลับมาทำงานที่สำนักงานเริ่มดุเดือดมากขึ้น เช่น กรณี Tesla ที่ Elon Musk ส่งอีเมลไปถึงพนักงานทุกคนเพื่อให้พวกเขากลับมาทำงานที่สำนักงาน หากไม่ปฏิบัติตามก็ขอให้เซ็นใบลาออกจากบริษัท ถือเป็นการบังคับให้กลับมาทำงานที่ออฟฟิศอย่างเข้มงวด

สรุป

Work from Home อาจไม่ถูกจริตกับผู้บริหารรุ่นใหญ่ เพราะมองว่าการเข้าออฟฟิศคือเรื่องที่ทุกคนควรทำ แต่ปัจจุบันการระบาดของโรคโควิด-19 ช่วยพิสูจน์ว่าพนักงานสามารถทำงานจากที่ใดก็ได้ ดังนั้นตัวองค์กรคงต้องชั่งน้ำหนักว่าจะขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างไรให้พอใจทั้งผู้บริหารระดับสูง และพนักงานตัวเล็ก

อ้างอิง // Business Insider

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post CEO Starbucks คุกเข่าอ้อนวอนขอร้องให้พนักงานหยุด Work from Home และกลับมาทำงานที่ออฟฟิศ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/starbucks-ceo-no-work-from-home/

ไปต่อไม่ไหว: สตาร์บัคส์เตรียมปิด 130 สาขาในรัสเซีย หลังทำธุรกิจยาวนาน 15 ปี

ในที่สุดก็มาถึงวันนี้ วันที่ McDonald เพิ่งประกาศขายกิจการกว่า 800 แห่งให้นักธุรกิจชาวรัสเซียได้ไม่นาน พร้อมรีแบรนด์ตั้งชื่อใหม่และสานกิจการต่อ Starbucks ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ใหญ่ที่น่าเลื่อมใสต่อน้ำจิตน้ำใจที่พยายามดูแลชาวรัสเซียที่เป็นพนักงานอย่างดี ด้วยการรับผิดชอบจ่ายเงินเดือนต่อเนื่องนับตั้งแต่ระงับการดำเนินกิจการในรัสเซียเพื่อตอบโต้ที่รัสเซียบุกยูเครน ในที่สุดก็ถึงคราวที่ สตาร์บัคส์ประกาศถอนตัวออกจากรัสเซียแล้ว

Starbucks-leave-Russia

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมที่ผ่านมา Starbucks (สตาร์บัคส์) แถลงผ่านเว็บไซต์สตาร์บัคส์เพื่ออัพเดตสถานการณ์ธุรกิจสตาร์บัคส์ในรัสเซีย เนื้อความระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคมเป็นต้นมา ทางบริษัทได้ระงับการทำกิจกรรมทางธุรกิจในรัสเซีย รวมทั้งยุติการขนส่งผลิตภัณฑ์ของสตาร์บัคส์ทั้งหมดมายังรัสเซีย สตาร์บัคส์ตัดสินใจแล้วว่าจะออกจากตลาดนี้ และจะไม่มีแบรนด์นี้ปรากฏอยู่อีกต่อไป

อย่างไรก็ดี ทางสตาร์บัคส์จะยังให้การสนับสนุนพันธมิตรผ้ากันเปื้อนสีเขียวเกือบ 2,000 คนในรัสเซียด้วยการจ่ายเงินเดือนให้เป็นระยะเวลา 6 เดือน เพื่อช่วยให้ช่วงเวลาที่เปลี่ยนผ่านต่อจากนี้ ทำให้พันธมิตรของเราได้พบเจอกับโอกาสใหม่ๆ นอกสตาร์บัคส์ต่อไป

สตาร์บัคส์ไม่มีคาเฟ่อยู่ในยูเครน แต่มีคาเฟ่อยู่ในรัสเซียถึง 130 แห่ง อีกทั้งทำธุรกิจอยู่ในประเทศนี้มาอย่างยาวนานถึง 15 ปีแล้วแต่ก็ทำรายได้ต่อปีต่ำกว่า 1% การหันหลังให้รัสเซียของสตารบัคส์ก็เหมือนกับหลายบริษัทก่อนหน้า ทั้ง McDonald, Exxon Mobil และ British American Tobacco ทั้งผู้บริโภคและนักลงทุนต่างก็กดดันบริษัทตะวันตกให้ตัดความสัมพันธ์กับรัสเซียเพื่อแสดงจุดยืนให้เห็นว่าไม่สนับสนุนการบุกยูเครนของรัสเซีย

Starbucks

ก่อนหน้านี้ มูลนิธิสตาร์บัคส์ก็บริจาคเงิน 5 แสนเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 17 ล้านบาทให้กับ World Central Kitchen และกาชาดเพื่อช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวยูเครน อย่างไรก็ดี ทางสตาร์บัคส์ไม่ได้เปิดเผยถึงผลกระทบทางการเงินหลังระงับการทำธุรกิจไป แต่ก็มีการคาดการณ์ว่าน่าจะมีผลกระทบเพียงเล็กน้อยหากเทียบกับกรณี McDonald ที่ทำธุรกิจอยู่ในรัสเซียมาแล้วกว่า 30 ปี

สำหรับแม็คโดนัลด์ที่ระงับการทำธุรกิจทั้งในรัสเซียและยูเครนสร้างความเสียหายกว่า 127 ล้านเหรียญสหรัฐประมาณ 4.3 พันล้านบาทในช่วงไตรมาสแรก เนื่องจากทั้งรัสเซียและยูเครนนั้นสร้างรายได้ให้องค์กรมากถึง 9% ในปี 2021

ผลประกอบการของสตาร์บัคส์ไตรมาส 2 ปี 2022 อยู่ที่ 7.64 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 2.61 แสนล้านบาท มากกว่าที่คาดการณ์เดิมไว้ที่ 7.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ กำไรสุทธิ 674.5 ล้านเหรียญสหรัฐหรือ 2.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 659.4 ล้านเหรียญสหรัฐหรือเพิ่มขึ้นจาก 56 เซนต์เป็น 58 เซนต์ต่อหุ้น

Starbucks
Image from Starbucks

รายได้จากหน้าร้านของสตาร์บัคส์ในไตรมาส 2 ปี 2022 เพิ่มขึ้น 7% โดยเฉพาะในอเมริกาเหนือและสหรัฐอเมริกามียอดขายหน้าร้านเพิ่มขึ้น 12% ถ้าเปรียบเทียบกับยอดขายจากต่างประเทศมียอดขายหน้าร้านลดลง 8% สำหรับสตาร์บัคส์ในจีนที่มีการใช้มาตรการจัดการโควิดเข้มข้นก็นำไปสู่ยอดขายที่ลดลงอย่างมากถึง 23%

นอกจากนี้ สตาร์บัคส์ก็เปิดสาขาใหม่อีก 313 แห่งทำให้มีสตาร์บัคส์อยู่ทั่วโลกรวม 34,630 แห่ง โดยมีสาขาอยู่ในสหรัฐอเมริกา 15,544 แห่งและจีน 5,654 แห่ง

ที่มา – Starbucks (1), (2), CNBC (1), (2)

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ไปต่อไม่ไหว: สตาร์บัคส์เตรียมปิด 130 สาขาในรัสเซีย หลังทำธุรกิจยาวนาน 15 ปี first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/starbucks-will-close-130-cafes-in-russia/

Starbucks แจกกากกาแฟฟรี สำหรับปลูกต้นไม้ที่บ้าน ลดของเหลือทิ้ง เนื่องในโอกาส Earth Day

สตาร์บัคส์ ประเทศไทย แจกกากกาแฟสำหรับการปลูกต้นไม้ที่บ้านฟรี เนื่องในโอกาส Earth Day ใช้ของเหลือทิ้งให้เป็นประโยชน์ ภายใต้กิจกรรม #GroundsForYourGarden 

คุณเนตรนภา ศรีสมัย กรรมการผู้จัดการ สตาร์บัคส์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ในโอกาสวันคุ้มครองโลกปีนี้ สตาร์บัคส์ ขอเชิญชวนลูกค้ามารับกากกาแฟจากร้าน เพื่อนำไปเป็นส่วนประกอบของดินในการปลูกต้นไม้ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้โลกของเรา เราหวังว่ากิจกรรม #GroundsForYourGarden นี้ จะเป็นตัวเชื่อมของการร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับโลกของเรา”

สตาร์บัคส์ระบุถึงปัญหาว่า “เนื่องจากการให้บริการเครื่องดื่มลูกค้าในแต่ละวัน ทำให้ที่ร้านสตาร์บัคส์จะมีกากกาแฟจำนวนมากที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ อาทิ การที่สตาร์บัคส์ ประเทศไทยนำกากกาแฟมาพัฒนาผลิตเป็นโต๊ะ และถาดรองจานสำหรับใช้ภายในร้าน และที่รองแก้วเป็นสินค้าเฉพาะฤดูกาล” 

นอกจากนี้ กากกาแฟยังมีส่วนประกอบสำคัญสำหรับการปลูกต้นไม้ ทางแบรนด์จึงขอเชิญชวนลูกค้าร่วมกันปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวร่วมกัน

วิธีการบำรุงต้นไม้ ด้วยกากกาแฟ

สำหรับผู้ที่สนใจ สตาร์บัคส์แนะนำวิธีการนำกากกาแฟมาใช้บำรุงต้นไม้ คือ เมื่อได้รับกากกาแฟจากหน้าร้านสตาร์บัคส์แล้ว ให้นำมา (วางบนหนังสือพิมพ์) ตากแดดให้กากกาแฟแห้งสนิทไม่มีความชื้น 

จากนั้นจึงเลือกใช้กากกาแฟเป็นส่วนประกอบในการปลูกต้นไม้ได้ 3 วิธี ดังนี้

  1. กากกาแฟ + ดิน นำกากกาแฟมาผสมกับดินในปริมาณพอเหมาะ หรืออาจผสมเศษหญ้าร่วมด้วย เพื่อปรับสมดุลของค่าพีเอช (pH) ในดินสำหรับปลูกต้นไม้ที่ชอบดินที่มีความเป็นกรด
  2. กากกาแฟ + ปุ๋ยหมัก นำกากกาแฟมาผสมกับปุ๋ยหมักในปริมาณไม่เกิน 25% ของปุ๋ยหมักที่ใช้ เนื่องจากในกากกาแฟมีค่าคาร์บอนต่อธาตุไนโตรเจน (C:N ratio) ในอัตราส่วน 20:1 ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ปุ๋ยหมักทำงานได้ดีขึ้น
  3. กากกาแฟ + ใบไม้แห้ง นำกากกาแฟมาใช้ร่วมกับใบไม้แห้ง เพื่อเป็นอาหารให้กับหนอนในดิน โดยการกินอาหารและการดำรงอยู่ของหนอนประเภทที่เป็นมิตรต่อต้นไม้ จะกระตุ้นให้เกิดกระบวนการทางธรรมชาติที่ช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดี

ทั้งนี้ สตาร์บัคส์ชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ของกากกาแฟที่มีต่อต้นไม้หลายด้าน เช่น

  1. ‘เพิ่มพัฒนาการของพืช’ เพราะมีปริมาณธาตุไนโตรเจนที่เป็นแหล่งอาหารสำคัญของพืชสูง และยังมีโพแทสเซียมและฟอสฟอรัสอยู่ด้วย
  2. ‘กากกาแฟช่วยกักเก็บน้ำในดิน’ ทำให้ต้นไม้มีวัฏจักรการเติบโตที่ต่อเนื่อง ทั้งยังช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของวัชพืช เช่น หอยทาก และการโรยกากกาแฟบนหน้าดินจะช่วยป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงมารบกวน
  3. ‘กากกาแฟมีความเป็นกรด’ จึงช่วยเสริมประสิทธิภาพของดินให้เหมาะสมต่อการปลูกพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีความเป็นกรด เช่น บลูเบอร์รี แคร์รอต กะหล่ำปลี หัวผักกาดแดง ต้นไม้ขนาดเล็ก เช่น แคกตัส ไม้อวบน้ำ รวมถึงดอกไม้บางชนิด เช่น กุหลาบ กุหลาบพันปี ลิลี ไฮเดรนเจีย ฮอลลี่

ที่มา – สตาร์บัคส์ ประเทศไทย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Starbucks แจกกากกาแฟฟรี สำหรับปลูกต้นไม้ที่บ้าน ลดของเหลือทิ้ง เนื่องในโอกาส Earth Day first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/starbucks-thailand-give-free-coffee-ground-for-planting/

ไม่มีแล้วพลาสติก! Starbucks ญี่ปุ่น ให้ยืมกระบอกน้ำ เลิกให้ฝาปิด ใช้แก้วจริงเสิร์ฟเครื่องดื่ม

Starbucks กำลังเดินหน้าแผนรักษ์โลกด้วยการลดใช้พลาสติกลง 50% ล่าสุด Starbucks ประเทศญี่ปุ่น สนองนโยบายนี้ด้วยการเลิกให้ฝาปิดแก้ว, ให้เช่ากระบอกน้ำ, ใช้ช้อนส้อมที่ทำจากพืช และใช้แก้วจริงเสิร์ฟเครื่องดื่ม

starbucks

Starbucks ญี่ปุ่น กับนโยบายรักษ์โลก

รายงานข่าวแจ้งว่า Starbucks ประเทศญี่ปุ่น เดินหน้านโยบายรักษ์โลกตามบริษัทแม่ที่ต้องการลดการใช้พลาสติกลง 50% ภายในปี 2573 ผ่านการลดการใช้งานวัสดุ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ทำจากพลาสติก เช่น ฝาปิดเครื่องดื่ม, ช้อนส้อม รวมถึงแก้วที่ใช้เสิร์ฟเครื่องดื่มเย็น โดนแผนดังกล่าวประกอบด้วย 4 คือ

  • เลิกใช้แก้วพลาสติก และใช้แก้วจริงเสิร์ฟเครื่องดื่มเย็น เมื่อสั่งดื่มในร้าน
  • เลิกให้ฝาปิดพลาสติก เมื่อสั่งเครื่องดื่มเย็นดื่มในร้าน
  • ให้ยืมกระบอกน้ำ เพื่อลดจำนวนแก้วใช้แล้วทิ้ง
  • เปลี่ยนช้อนส้อมพลาสติก เป็นช้อนส้อมสแตนเลส และช้อนส้อมที่ทำด้วยวัสดุจากพืช

ทั้งหมดนี้จะเริ่มต้นตั้งแต่ เม.ย. 2565 ในบางสาขา และทยอยเปลี่ยนทั่วประเทศญี่ปุ่นช่วง มิ.ย.-ก.ย. 2565 แต่หากลูกค้าไม่สะดวก สามารถขอใช้แก้ว และฝาพลาสติกเพื่อใช้งานได้ ส่วนการให้เช่ากระบอกน้ำ ไม่ใช่ญี่ปุ่นที่ทำเป็นที่แรก เพราะก่อนหน้านี้ Starbucks ทำในสหราชอาณาจักร, สิงคโปร์ และเกาหลีใต้มาแล้ว

Takafumi Minaguchi ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Starbucks ประเทศญี่ปุ่น แจ้งว่า การให้วิธีที่เหมาะสมในการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนคือกลยุทธ์ในการดำเนินกิจการหลังจากนี้ โดยตั้งเป้าที่จะประสบความสำเร็จจากการเปลี่ยนผ่านการใช้พลาสติก สู่วัสดุรักษ์โลกอย่างประสบความสำเร็จ

ทั้งนี้ในประเทศญี่ปุ่นมี Starbucks มากกว่า 1,000 สาขา และก่อนหน้านี้บริษัทเคยเดินหน้ากลยุทธ์รักษ์โลกด้วยการไม่แถมหลอดพลาสติก ส่วนในประเทศไทย การไม่แถมหลอดพลาสติกทำมาระยะหนึ่งแล้ว ส่วนแผนการไม่แถมฝาปิด หรือใช้แก้วจริงในการเสิร์ฟ ยังไม่มีการแจ้งออกมา

อ้างอิง // Starbucks

อ่านข่าวเกี่ยวกับ Starbucks เพิ่มเติมได้ที่นี่

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post ไม่มีแล้วพลาสติก! Starbucks ญี่ปุ่น ให้ยืมกระบอกน้ำ เลิกให้ฝาปิด ใช้แก้วจริงเสิร์ฟเครื่องดื่ม first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/starbucks-japan-end-of-plastic/

McDonald’s และ Starbuck ปิดร้านค้าเกือบ 1 พันแห่ง ตอบโต้รัสเซีย ยุติการดำเนินการในประเทศ

ทุนอเมริกัน ตอบโต้รัสเซีย

จากกรณีแบรนด์ต่างๆ ออกมาตอบโต้รัสเซียจากกรณีบุกยูเครน ล่าสุด บริษัทข้ามชาติที่เปรียบเสมือนไอคอนของทุนนิยมอเมริกันในยุคโลกาภิวัตน์ทั้ง McDonald’s, Starbucks, Coca-Cola และ PepsiCo ก็ได้ออกมาตรการตอบโต้รัสเซียแล้วเป็นที่เรียบร้อย

McDonald’s ออกแถลงการณ์ว่าจะปิดร้านอาหาร 847 แห่ง รวมถึงหยุดการดำเนินงานในรัสเซียชั่วคราว โดยจะยังจ่ายค่าจ้างให้กับพนักงานกว่า 62,000 คน นอกจากนี้ แบรนด์ก็จะปิดร้านอาหารกว่า 100 แห่ง ในยูเครนเช่นเดียวดัน เนื่องมาจากผลกระทบจากสงคราม โดยจะยังจ่ายค่าจ้างแก่พนักงานตามปกติ

Starbucks ประกาศว่าจะปิดหน้าร้านกว่า 130 แห่ง หลังจากเจรจากับตัวแทนที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจภายใต้แบรนด์ในประเทศรัสเซียได้สำเร็จ นอกจากนี้ บริษัทประกาศว่าจะบริจาคเงินจากกิจการในรัสเซียในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในยูเครน และบริจาคเงิน 5 แสนเหรียญ แก่ World Central Kitchen และกาชาดสากล

Coca-Cola Predicts Drop In Profit This Year
(Photo by George Frey/Getty Images)

Coca-Cola และ PepsiCo ประกาศว่าจะยุติการดำเนินธุรกิจในประเทศรัสเซีย โดยในรายของ PepsiCo ได้ชี้แจงว่าจะหยุดการโฆษณาในรัสเซียทั้งหมดแต่จะคงกิจการในส่วนของสินค้าจำเป็น เช่น นมและอาหารเด็กเอาไว้

McDonald’s ตัวแทนสายสัมพันธ์อเมริกา-รัสเซีย หลังสงครามเย็น

McDonald’s คือตัวแทนของความกลมเกลียวระหว่างอเมริกาและรัสเซียหลังสหภาพโซเวียตล่มสลาย เพราะ McDonald’s คือบริษัทข้ามชาติสัญชาติอเมริกันรายแรกๆ ที่เข้าไปเปิดให้บริการในรัสเซียในปี 1991 โดยมีสาขาแรกอยู่ที่จัตุรัสปุชกินใจกลางกรุงมอสโคว ในช่วงคาบเกี่ยวระหว่างที่สหภาพโซเวียตกำลังล่มสลาย (1988-1991)

พูดง่ายๆ ว่า McDonald’s เป็นเหมือนไอคอนของความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นระหว่างอเมริกาและรัสเซียหลังสงครามเย็น ความเฟื่องฟูของระบบการค้าการลงทุนโลก และชัยชนะของอุดมการณ์ทุนนิยมเหนือคอมมิวนิสต์นั่นเอง

ดังนั้น การยุติการดำเนินธุรกิจของ McDonald’s ในรัสเซียลงเป็นการชั่วคราวจึงเป็นกระจกสะท้อนสัญญะบางอย่าง โดย Jeffrey Sonnenfeld ศาสตราจารย์จาก Yale School of Management ชี้ว่า “ความเคลื่อนไหวของ McDonald’s สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจพอๆ กับที่สร้างผลกระทบในเชิงสัญลักษณ์”

ที่มา – Reuters (1)(2), Bloomberg (1)(2), Starbucks, Mcdonald’s

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post McDonald’s และ Starbuck ปิดร้านค้าเกือบ 1 พันแห่ง ตอบโต้รัสเซีย ยุติการดำเนินการในประเทศ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/mcdonalds-and-starbucks-close-thousand-russian-branches-in-sum/

โดนใจสายสุขภาพ! Starbucks อังกฤษ ให้ลูกค้าเปลี่ยนนมในเครื่องดื่ม เป็นนมอัลมอนด์-โอ้ต ฟรี

Starbucks อังกฤษ ให้ลูกค้าเปลี่ยนนมในเครื่องดื่มเป็นนม plant-based แบบฟรีๆ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ตอบรับกระแสรักโลก โดนใจสายสุขภาพแน่นอน!

หลายคนคงคุ้นเคยกับการสั่งเครื่องดื่ม Starbucks แล้วต้องจ่ายเงินเพิ่มเพื่อเพิ่มส่วนผสมพิเศษลงไปในเมนูไม่ว่าจะเป็นนมเพื่อสุขภาพ ไซรัปหลากรส หรือวุ้นรสกาแฟ

แล้วรู้หรือไม่ว่าล่าสุด Starbucks ประเทศอังกฤษให้ลูกค้าเปลี่ยนนมในเครื่องดื่มเป็นนมเพื่อสุขภาพแบบฟรีๆ ไม่ว่าจะเป็นนมถั่วเหลือง นมอัลมอนด์ นมข้าวโอ้ต หรือนมมะพร้าว ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ทั้งนี้ Starbucks อังกฤษจะให้บริการนม plant-based ฟรี ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา ในร้านค้า Starbucks กว่า 1,020 สาขา ทั่วประเทศ จากเดิมที่ต้องจ่ายเงิน 0.4 ปอนด์ (ประมาณ 20 บาท) 

Starbucks พูดถึงสาเหตุของการเปลี่ยนนโยบายว่า “ด้วยการที่ Starbucks ให้ความสำคัญกับการปรับแต่งเมนูอย่างหลากหลายเสมอมา การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะเพิ่มทางเลือกใหม่ๆ ให้กับลูกค้าในการปรับแต่งเครื่องดื่มตามแบบฉบับของตัวเอง และเอื้อให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจได้โดยง่ายว่าจะเลือกบริโภคนมหรือผลิตภัณฑ์ทางเลือกอื่นๆ”

Starbucks รับกระแสสิ่งแวดล้อม ตอบเทรนด์การบริโภคแบบใหม่

หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ Starbucks ต้องหันมาให้บริการนมทางเลือกแบบฟรีๆ เป็นเพราะรูปแบบของการบริโภคและความคาดหวังของลูกค้าที่เปลี่ยนไปในช่วงหลังๆ จากการที่ผู้คนตระหนักถึงวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

โดยเฉพาะในยุโรป ที่เทรนด์การบริโภคมังสวิรัติมาแรง ทำให้นอกจากการให้บริการนมแบบ plant-based ฟรีๆ แล้ว Starbucks ยังออกเมนูใหม่ๆ เช่น แซนด์วิชทูน่า แบบ plant-based ไปจนถึง 3 เมนูเครื่องดื่มโอ้ตลาเต้ ทั้ง Strawberry & Vanilla, Honey & Hazelnut และ Dark Cocoa & Orange

Starbucks ระบุว่า “จากความมุ่งมั่นของเราที่จะกลายเป็นบริษัทที่จะใช้ทรัพยากรในเชิงบวก ธุรกิจของ Starbucks จะให้บริการเมนูที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ซึ่งรวมไปถึงการลดการปล่อยมลพิษจากการผลิตนม”

ที่มา – Starbucks, Business Insider

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post โดนใจสายสุขภาพ! Starbucks อังกฤษ ให้ลูกค้าเปลี่ยนนมในเครื่องดื่ม เป็นนมอัลมอนด์-โอ้ต ฟรี first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/starbucks-uk-offer-free-non-dairy-milk-options/

Starbucks ทดลองเมนู ‘ชานมไข่มุก’ เสิร์ฟชา Chai เข้มๆ พร้อมไข่มุกรสกาแฟ

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ชานมไข่มุกกลายเป็นเครื่องดื่มยอดฮิตอย่างมาก Starbucks จึงออกเมนูเครื่องดื่มผสมไข่มุก 2 ตัว ทดลองขายใน 2 สาขาในสหรัฐฯ อยู่ ณ ตอนนี้ เรียกได้ว่าไม่พลาดที่จะตามเทรนด์

โฆษกของ Starbucks ยืนยันเองว่า จะทดลองจำหน่ายเครื่องดื่มไข่มุก 2 ชนิด เป็นเมนูพิเศษสำหรับช่วงหน้าหนาว

ก่อนหน้านี้ ในปี 2019 ซึ่งเทรนด์ชาไข่มุกเริ่มมาแรง Starbucks ก็เคยวางจำหน่าย Dark Caramel Coffee Sphere Frappuccino® เป็นเมนูพิเศษที่จำกัดการขายในช่วงหน้าร้อน แต่ก็ถือว่าเป็นการปล่อยหมัดที่ยังกั๊กๆ เพราะเป็นการเสิร์ฟ กาแฟ+ไข่มุกกาแฟ ยังอยู่ใน comfort zone ของตัวเองที่ถนัด

แต่ในปีนี้ Starbucks เปิดตัว 2 เมนูใหม่เสิร์ฟพร้อมไข่มุกกาแฟ คือ Iced Chai Tea Latte และ In The Dark (Cold Brew) เรียกได้ว่ากล้าที่จะเสิร์ฟ “ชานมไข่มุก” มากยิ่งขึ้น 

ทั้ง 2 เมนู คือ Iced Chai Tea Latte และ In The Dark ในเวอร์ชั่นไข่มุก มีราคาอยู่ที่ 5.45 เหรียญ และ 5.25 เหรียญ (180 บาท และ 175 บาท) ตามลำดับ โดยจะเสิร์ฟในไซส์ Grande เท่านั้น

ที่มา – Insider

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Starbucks ทดลองเมนู ‘ชานมไข่มุก’ เสิร์ฟชา Chai เข้มๆ พร้อมไข่มุกรสกาแฟ first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/starbucks-is-testing-boba-bubble-tea-menu/

Starbucks บอกลาพลาสติก เตรียมให้บริการยืมแก้วแบบใช้ซ้ำได้ ในประเทศญี่ปุ่น

สตาร์บัคส์ญี่ปุ่น ประกาศว่า ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป สตาร์บัคส์ จะเริ่มให้บริการยืมแก้วเครื่องดื่มพกพาในร้านกาแฟ 10 สาขา ในย่าน Marunouchi หรือย่านธุรกิจใจกลางกรุงโตเกียว โดยจะทดลองให้บริการไปจนถึงเดือนพฤษภาคม ปี 2022 เพื่อลดการใช้แก้วแบบใช้แล้วทิ้ง

เงื่อนไขการให้บริการคือ ลูกค้าสามารถเช่าแก้วสแตนเลสแบบเก็บอุณหภูมิเพื่อสั่งเครื่องดื่มกับทางสตาร์บัคส์ได้โดยลงทะเบียนผ่านสมาร์ทโฟนและแจ้งต่อพนักงานขณะสั่งเครื่องดิ่ม 

ลูกค้าจะต้องนำแก้วมาคือภายใน 3 วัน นับจากวันสั่งเครื่องดื่มจึงจะไม่มีค่าบริการสำหรับการเช่าแก้วเครื่องดื่ม

Fukawa Rei จากสตาร์บัคญี่ปุ่นระบุว่า “เราจะทดสอบกันจนถึงเดือนพฤษภาคมที่จะถึง แล้วค่อยดูกันอีกทีว่าบริการยืมแก้วจะช่วยลดขยะได้มากแค่ไหน และหลังจากนั้นจึงค่อยตัดสินใจว่าจะขยายบริการนี้หรือไม่”

ที่มา – Japan Times, NHK

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

The post Starbucks บอกลาพลาสติก เตรียมให้บริการยืมแก้วแบบใช้ซ้ำได้ ในประเทศญี่ปุ่น first appeared on Brand Inside.
from:https://brandinside.asia/japan-starbucks-offer-reusable-cup-rental-service/