คลังเก็บป้ายกำกับ: STADIA

Lenovo จับมือ Google แจก Stadia Pro ฟรี 3 เดือน พร้อมพีซีและโน้ตบุ๊กเกมมิ่ง

Lenovo ประกาศจับมือกับ Google แจกอายุสมาชิก Stadia Pro บริการเกมสตรีมมิ่งของ Google ฟรี 3 เดือน เมื่อซื้อโน้ตบุ๊กเกมมิ่งตระกูล Lenovo Legion หรือเกมมิ่งพีซี Ideapad รุ่นผลิตหลัง 5 เมษายน 2021 เป็นต้นไป สามารถเข้าไปกดรับสิทธิได้ในเมนู “My Software” ที่ติดมากับอุปกรณ์ Lenovo

สมาชิก Stadia Pro จะสามารถเล่นเกมฟรี ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ทุกเดือน คล้ายกับ PlayStation Plus (แต่ก็จะเล่นเกมฟรีในเดือนก่อนๆ ได้ด้วย) รวมถึงจะได้ส่วนลดในการซื้อเกมบนแพลตฟอร์ม Stadia

โปรโมชั่นแถม 3 เดือนนี้ มีใน อเมริกาเหนือ ยุโรป และประเทศอื่นๆ รวม 22 ประเทศ อย่างไรก็ตาม Stadia ยังไม่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในบ้านเรา แปลว่าในบ้านเราก็คงไม่มีโปรโมชั่นนี้ด้วยเช่นกัน

อีกจุดสังเกตคือ Stadia หรือบริการเกมสตรีมมิ่งอื่นๆ มักมุ่งเป้าไปที่คอมพิวเตอร์รุ่นเก่า หรือคอมพิวเตอร์ที่สเปกไม่แรงพอเล่นเกมบนเครื่องได้ ดูไม่น่าจะแถมมากับเกมมิ่งพีซีที่เล่นเกมได้อยู่แล้วเท่าไร

แคมเปญนี้ น่าจะเป็นแผนการตลาดของ Google ในการกระตุ้นยอดผู้ใช้ หลังมีข่าวว่ายอดผู้เล่นต่ำกว่าเป้าหมายที่ Google วางไว้ และสตูดิโอผลิตเกมของ Google เอง ก็โดนปิดทั้งหมด ซึ่ง Lenovo เองก็คงยินดีให้ความร่วมมือกับดีลนี้ เพื่อกระตุ้นยอดขายเกมมิ่งโน้ตบุ๊กและพีซีเช่นกัน

ที่มา – Lenovo

No Description

from:https://www.blognone.com/node/121799

คืนดีกันแล้ว Terraria กลับมาทำเวอร์ชัน Stadia ต่อ หลังได้บัญชี Google คืนมา

ความคืบหน้าจากข่าว Terraria เลิกทำเกมเวอร์ชัน Stadia เพราะนักพัฒนาหลักโดนแบนบัญชี Google Account

หลังจากเรื่องนี้กลายเป็นข่าวดัง ทางทีมงานกูเกิลก็ติดต่อไปยังทีมพัฒนา Terraria เพื่อกู้คืนบัญชีให้แล้ว หลังจากนั้นมีการเจรจาจากทีม Stadia และ 505 Games ที่เป็นผู้จัดจำหน่าย ทำให้ทีม Terraria ตัดสินใจกลับมาทำเวอร์ชัน Stadia ต่อดังเดิม

สถานะตอนนี้คือ Terraria เวอร์ชัน Stadia อยู่ระหว่างการรีวิวของกูเกิล โดยอิงจาก build 1.4.0.5 ซึ่งเป็นเวอร์ชันล่าสุดในตอนนี้ด้วย

ที่มา – Terraria via Kotaku

No Description

from:https://www.blognone.com/node/121436

[ลือ] ยอดผู้เล่น Stadia ไม่เข้าเป้า ต่ำจากเป้าหมายของกูเกิลเป็นหลักหลายแสนคน

Bloomberg รายงานข่าวว่า Stadia มียอดผู้เล่นน้อยกว่าเป้าที่กูเกิลตั้งไว้ “เป็นหลักหลายแสนคน” (hundreds of thousands) และบริษัทผลิตตัวคอนโทรลเลอร์มาเยอะเกินไป จนต้องมาไล่แจกฟรีในภายหลัง

ปัญหาสำคัญคงมาจากตัว Stadia เองที่ช่วงแรกมีเกมน้อย ขาดฟีเจอร์หลายอย่างที่เคยสัญญาไว้ อีกทั้งโมเดลการคิดเงินจำเป็นต้องให้ผู้เล่นมาซื้อเกมใหม่บน Stadia อีกรอบ แทนการเหมาจ่ายรายเดือนแบบที่ Xbox Game Pass ทำ หรือที่ลูกค้าคุ้นเคยมาจาก Netflix

Stadia ยังใช้แนวทางการเปิดตัวที่ต่างไปจากบริการอื่นๆ ของกูเกิล ที่มักทดสอบ Beta เป็นระยะเวลานานมากๆ กว่าจะพร้อมแล้วค่อยเปิดตัวจริงจัง (Gmail อยู่ในระยะ Beta นานถึง 5 ปี) แต่ Phil Harrison หัวหน้าทีมที่มาจากโลกคอนโซล กลับใช้วิธีเปิดตัวยิ่งใหญ่ โชว์ฟีเจอร์แบบจัดเต็มก่อน สุดท้ายเมื่อกลับทำไม่ได้อย่างที่พูดไว้ (เช่น การดูคลิป YouTube แล้วกระโดดเข้ามาเล่นใน Stadia ก็ยังไม่เกิดขึ้นมา 2 ปีแล้ว) ทำให้ผู้เล่นผิดหวัง

No Description

ที่มา – Bloomberg, ภาพจาก Stadia

from:https://www.blognone.com/node/121429

Google ถูกฟ้องเพราะเคยโฆษณาว่า Stadia เล่นเกมระดับ 4K ได้ แต่จริงๆ ใช้การอัพสเกล

Google ถูกผู้บริโภครวมตัวกันฟ้องแบบกลุ่ม เนื่องจากการทำธุรกิจแบบไม่เป็นธรรมและหลอกลวง เกี่ยวกับข้อมูลด้านความละเอียดและคุณภาพของภาพในเกมบน Stadia

คำฟ้องมี Google, Bungie, และ id Software เป็นจำเลยร่วม จากโฆษณาที่เคยระบุ ทั้งในทวิตเตอร์ของ Doom ทวิตเตอร์ที่ Phil Harrison ตอบผู้ใช้ที่ถามถึงเรื่องความละเอียด และข้อมูลจาก Bungie เกี่ยวกับความละเอียดของเกม Destiny บน Stadia รวมถึงระบุว่า Google ไม่แก้ไข หรือชี้แจงข้อมูล แต่กลับบอกว่าเตรียมให้ผู้พัฒนาปรับประสิทธิภาพของตัวเกมอยู่

นอกจากเรียกร้องเงินชดเชยจากการที่ผู้ฟ้องซื้ออุปกรณ์ Stadia แล้ว ในคำฟ้องยังระบุให้ Google ต้องแสดงข้อมูลความละเอียด และเฟรมต่อวินาทีของทุกเกมบน Stadia เป็นสาธารณะอีกด้วย

ที่มา – gamesindustry.biz

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121353

ผู้เล่นขอทีมงานแก้บั๊กเกมบน Stadia แต่ทีมงานทำไม่ได้ เพราะโดน Google ไล่ออกหมดทีมแล้ว

การซื้อสตูดิโอสร้างเกมมา แล้วปิดสตูดิโอเหล่านั้นลงไปของ Google เริ่มสร้างปัญหาให้กับผู้เล่นเกมบน Google Stadia แล้ว

ล่าสุดเกมผจญภัย Journey to the Savage Planet เวอร์ชั่น Google Stadia ที่มีบั๊กเยอะจนผู้เล่นแทบจะไม่สามารถเล่นได้ ทั้งค้าง แครช เฟรมตก และอื่นๆ จนผู้เล่นต้องติดต่อไปยัง 505 Games ผู้จัดจำหน่าย หลัง Google บอกว่าจะทำงานร่วมกับผู้จัดจำหน่ายเกมนี้เพื่อแก้ปัญหา

คำตอบจาก 505 Games คือทีมผู้จัดจำหน่ายคงทำอะไรไม่ได้ เพราะเกมนี้เป็นของ Google ไปแล้ว และ Typhoon Studios ทีมพัฒนาเกมนี้ก็ถูก Google ซื้อไปในปี 2019 ซึ่งปัจจุบันทีมงานก็ถูก Google ไล่ออกไปหมดแล้วเช่นกัน แปลว่าถ้า Google จะซ่อมเกมนี้จริงๆ คงต้องให้คนจากทีมอื่นมาซ่อม แต่ถ้ามองตามความเป็นจริงแล้ว การซ่อมบั๊กเกมนี้ก็ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้

เป็นอีกครั้งที่การทำงานแบบเริ่มไว ทิ้งไว ยุบทีมไวของ Google สร้างปัญหาให้กับทั้งทีมงานที่ต้องถูกไล่ออก และผู้ใช้ หรือผู้เล่น ที่ยังต้องการเล่นเกมบางเกมบน Google Stadia ต่อไป ที่จะไม่ได้รับการซัพพอร์ตอีก หลังทีมงานของเกมนั้นๆ ถูก Google ไล่ออก หรือยุบทีมไป

ที่มา – Kotaku

No Descriptionเกม Journey to the Savage Planet

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121329

Google Stadia ประกาศเพิ่ม 100 เกมเข้าแพลตฟอร์ม แม้ปิดสตูดิโอสร้างเกมไปแล้ว

ก่อนหน้านี้กูเกิลประกาศปิดสตูดิโอพัฒนาเกม Stadia Games and Entertainment ทั้ง 2 แห่งในแคนาดาและลอสแองเจลิส แต่แพลตฟอร์ม Stadia ยังต้องดำเนินต่อไป ล่าสุดกูเกิลประกาศจะเพิ่มเกมเข้าแพลตฟอร์ม 100 เกม

ตัวอย่างเช่น FIFA 21 (17 มีนาคม), Judgment (23 เมษายน), Kaze and the Wild Masks (26 มีนาคม), Shantae: Half-Genie Hero Ultimate Edition และ Shantae: Risky’s Revenge – Director’s Cut (23 กุมภาพันธ์) รวมถึง Killer Queen Black, Street Power Football และ Hellpoint ที่ยังไม่กำหนดวันเปิดให้เล่น

No Description

อ่านบทวิเคราะห์ ตลาดเกมไม่ง่าย รวยล้นฟ้าแบบ Google และ Amazon ก็ซื้อความสำเร็จไม่ได้

ที่มา – Engadget, Stadia

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/121186

Terraria เลิกทำเกมเวอร์ชัน Stadia เพราะนักพัฒนาหลักโดนแบนบัญชี Google Account

Andrew Spinks นักพัฒนาผู้สร้าง Terraria เกมแนวแซนด์บ็อกซ์ 2 มิติชื่อดัง ประกาศยกเลิกโครงการพอร์ต Terraria เวอร์ชัน Stadia เนื่องจากเขาโดนแบนบัญชีกูเกิลโดยไม่ทราบสาเหตุ และไม่สามารถกู้คืนบัญชีได้

Andrew Spinks เล่าเรื่องผ่านทวิตเตอร์ว่า บัญชี Google Account ของเขาโดนแบนเป็นเวลา 3 สัปดาห์แล้ว ส่งผลกระทบต่อทุกอย่างที่เป็นกูเกิล เช่น Google Play, Google Drive, YouTube, Gmail โดยไม่ทราบสาเหตุ เขาพยายามติดต่อกูเกิลผ่านช่องทางต่างๆ แต่ก็ไม่สำเร็จเช่นกัน

เขาจึงตัดสินใจยกเลิก Terraria บน Stadia เพราะไม่ต้องการร่วมมือกับกูเกิลอีกต่อไป เขาบอกว่าบริษัทแห่งนี้ไม่สนใจลูกค้าและพาร์ทเนอร์เลย การทำธุรกิจด้วยจึงเป็นภาระมากกว่าเป็นประโยชน์

No Description

Re-Logic สตูดิโอของ Spinks ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมว่า Terraria และเกมอื่นๆ ในอนาคตจะไม่ลงแพลตฟอร์มของกูเกิลอีกแล้ว แต่ Terraria เวอร์ชัน Android ที่มีอยู่แล้วจะยังมีให้เล่นต่อไป

ข่าวนี้คงไม่ใช่ข่าวดีสำหรับ Stadia มากนัก เพราะเพิ่งประกาศปิดสตูดิโอพัฒนาเกมของตัวเอง และหวังพึ่งเกมจากพาร์ทเนอร์อย่างเดียว แต่ไม่ทันไรก็มีปัญหากับพาร์ทเนอร์ซะแล้ว

ที่มา – IGN

from:https://www.blognone.com/node/121094

[วิเคราะห์] ตลาดเกมไม่ง่าย รวยล้นฟ้าแบบ Google และ Amazon ก็ซื้อความสำเร็จไม่ได้

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวน่าสนใจในวงการเกมที่เกี่ยวเนื่องกันคือ กูเกิลตัดสินใจปิดสตูดิโอพัฒนาเกมของ Stadia และ Amazon Games ประสบปัญหาในการพัฒนาเกมให้ดี แม้เปิดมาหลายปีแล้ว

ทั้งสองข่าวนี้แสดงให้เห็นว่า การเข้ามาสู่วงการเกมไม่ใช่เรื่องง่าย ต่อให้เป็นบริษัทขนาดใหญ่ Top 5 ของโลก มีเงินล้นฟ้า ก็ยังไม่สามารถประสบความสำเร็จโดยง่าย หากไม่มีประสบการณ์ในวงการเกมมาก่อน

บทความนี้จะวิเคราะห์การแข่งขันในตลาดเกมยุคหน้า ที่คลาวด์เกมมิ่งกำลังกลายมาเป็นสมรภูมิสำคัญ

No Description

จากคอนโซลสู่คลาวด์เกมมิ่ง เปิดโอกาสผู้เล่นหน้าใหม่ชิงตลาด

เกมในฐานะ interactive entertainment ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ และธุรกิจเกมก็มีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ จนหลายบริษัทสนใจเข้ามาชิงเค้กก้อนมหีมานี้

ในอดีตเราอาจเห็นโมเดลการเล่นเกมผ่านคอนโซลที่เป็นระบบปิด ใช้เงินลงทุนสูง (มาก) ต้องลงทุนวิจัยทั้งฮาร์ดแวร์ และสร้างซอฟต์แวร์เกมเพื่อดึงดูดเหล่าเกมเมอร์ให้มาซื้อเครื่อง การแข่งขันที่ดุเดือนทำให้ปัจจุบัน ตลาดคอนโซลจึงเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 3 รายคือ Xbox, PlayStation และ Nintendo

แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีเครือข่ายที่พัฒนาขึ้นมาก เปิดโอกาสให้เราสามารถให้บริการเกมผ่านสตรีมมิ่ง หรือที่เราเรียกกันว่า “คลาวด์เกมมิ่ง” บนอุปกรณ์ใดๆ ก็ได้ กำแพงเรื่องการเล่นเกมบนคอนโซลหรือฮาร์ดแวร์จำเพาะใดๆ เพียงอย่างเดียวจึงเริ่มถูกทำลายลงไป

การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้บริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ ที่ไม่เคยอยู่ในธุรกิจเกมมาก่อน หันมาสนใจตลาดนี้กันมากมาย โดยรายที่เข้ามาสู่ธุรกิจเกมจริงจังได้แก่

สังเกตว่าบริษัททั้ง 5 รายนี้มียุทธศาสตร์คล้ายกันคือ เริ่มบุกตลาดมาทางฝั่งแพลตฟอร์มก่อน ตัวบริการใช้โมเดล subscription (ส่วนจะเล่นผ่านคลาวด์หรือไม่นั้นอีกเรื่อง) และบางบริษัทเริ่มหันมาสร้างเกมของตัวเองด้วยเพื่อเป็นจุดขาย (Stadia/Amazon)

No Description

บริษัทซอฟต์แวร์เกมเริ่มขยับ จากขายขาดสู่เหมาจ่าย

ในอีกทาง เราเริ่มเห็นบริษัทพัฒนาเกมแบบดั้งเดิม เริ่มขยับตัวจากโมเดลขายขาด (ซื้อเกมแล้วจบ) มาเป็นบริการเหมาจ่ายรายเดือน subscription เล่นเกมได้ไม่อั้นเช่นกัน

บริษัทเกมยักษ์ใหญ่รายแรกๆ ที่ลองทำตลาดด้วยวิธีนี้คือ EA เริ่มทำบริการเหมาจ่าย EA Access ก่อนใครตั้งแต่ปี 2014 ตามด้วย Origin Access บนพีซีในปี 2016 แล้ววิวัฒนาการมาเป็น EA Play ในปี 2020 แถมยังไปจับมือกับ Xbox Game Pass อีกต่างหาก

โมเดลของ EA ถูกตอกย้ำด้วยทิศทางของ Ubisoft ที่เปิดบริการคล้ายๆ กันชื่อ Uplay+ ในปี 2019 แล้วรีแบรนด์เป็น Ubisoft+ ในปี 2020 โดยแนวทางของ Ubisoft ที่เป็นเจ้าของไลเซนส์เกมอย่างเดียว ใช้วิธีไปจับมือกับเจ้าของแพลตฟอร์มคลาวด์ (ที่ยังไม่ค่อยมีเกม) ทั้ง Stadia และ Luna

ตอนนี้เรายังไม่เห็นท่า subscription จากค่ายเกมใหญ่รายอื่นๆ มากนัก เพราะการทำท่านี้ได้ต้องมีคลังเกมในมือจำนวนมหาศาล แต่เราก็เห็นค่ายใหญ่อย่าง Take Two นำเกมลงสตรีมมิ่ง (เช่น Red Dead Redemption 2 บน Stadia) หรือ Cyberpunk 2077 ที่ลงทั้ง Stadia/GeForce Now

No Description

เจ้าของคอนโซลก็ขยับ แต่ด้วยโมเดลที่แตกต่าง

ในฝั่งของเจ้าของแพลตฟอร์มคอนโซลเองก็ไม่ปล่อยให้ผู้เล่นสายคลาวด์มาแย่งตลาดไปง่ายๆ เช่นกัน เพราะมีทุกอย่างครบหมดแล้วทั้งฐานผู้เล่นและซอฟต์แวร์เกมที่เป็นเอ็กซ์คลูซีฟ การต่อยอดมาทำคลาวด์เกมมิ่งจึงไม่ยากเลย

เอาเข้าจริงแล้ว เจ้าพ่อคอนโซลอย่าง Sony ถือเป็นผู้ริเริ่มบริการคลาวด์เกมมิ่งรายแรกๆ เลยด้วยซ้ำ เพราะ PlayStation Now (Gaikai เดิม) เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2014 แต่จะเป็นด้วยปัจจัยว่ามาก่อนกาล หรือเป็นเพราะวิธีคิดที่มองว่าขัดแย้งกับธุรกิจคอนโซลแบบดั้งเดิม (ซื้อเครื่อง ซื้อเกม) ก็ไม่ทราบได้ Sony กลับไม่ค่อยจริงจังกับ PS Now เท่าที่ควร ตัวเลขสมาชิกที่เปิดเผยล่าสุดคือ 2.2 ล้านคนในปี 2020

กลายเป็น Microsoft ที่มาแรงแซงโค้ง จัดหนักทั้งบริการเกมเหมาจ่าย Xbox Game Pass ที่ทุ่มสรรพกำลังส่งเกมมาให้เล่นแบบ Day 1 และต่อยอดด้วยบริการคลาวด์เกมมิ่ง xCloud เล่นจากที่ไหนก็ได้ (ตัวเลขล่าสุดของสมาชิก Game Pass คือ 18 ล้านคน) เท่านั้นยังไม่พอ ทุ่มเงินมหาศาลไล่ซื้อสตูดิโอเกมอีกรัวๆ โดยเฉพาะเคสสำคัญคือการซื้อ ZeniMax/Bethesda ในปี 2020

ผู้เล่นตลาดคอนโซลรายเดียวที่ยังไม่สนใจขยับมาตลาดนี้คือ Nintendo ซึ่งเรารู้กันดีว่ามีความเป็นตัวของตัวเองสูง (มาก) และเมื่อยอดขาย Switch ยังไปได้สวย Nintendo ย่อมไม่มีเหตุผลใดๆ ที่ต้องดิ้นรนออกมาจากฐานที่มั่นตัวเอง

จะเห็นว่าเจ้าของคอนโซลทั้ง 3 รายต่างขยับตัวด้วยโมเดลที่ต่างกัน เริ่มจาก Microsoft ทุ่มสุดตัว (เพราะเป็นรองในตลาดฮาร์ดแวร์), Sony มาบ้างแบบกั๊กๆ (เพราะฮาร์ดแวร์ยังขายดีอยู่) และ Nintendo ที่ไม่สนใจเลย

วิเคราะห์ศึกชิงเค้กคลาวด์เกมมิ่ง

เมื่อเรานำผู้เล่นทั้ง 3 กลุ่มมาวิเคราะห์เปรียบเทียบกัน จะได้ออกมาเป็นแผนภาพ Venn Diagram ดังที่เห็น

No Description

กลุ่มแพลตฟอร์ม

พยายามชิงตลาดนี้ด้วยการสร้างแพลตฟอร์มอย่างเดียว (มี Apple รายเดียวที่เป็นเจ้าของ iPhone/Apple TV แต่ก็ไม่ใช่เครื่องเล่นเกมโดยตรง ถือเป็นฮาร์ดแวร์อื่นที่เล่นเกมได้) โดย Google และ Amazon พยายามสร้างความแตกต่างด้วยการพัฒนาเกมเอง

ผลคือ Google ล้มเหลวต้องถอนตัว ส่วน Amazon ไม่ประสบความสำเร็จเลย แต่ซีอีโอใหม่ Andy Jassy ก็ยังสัญญาว่าจะสู้ต่อ

ทิศทางของตลาดนี้ในระยะยาวคือ ตัวฟีเจอร์พื้นฐานของแพลตฟอร์มคลาวด์เกมมิ่งจะทันกันหมด การเล่นเกมเดียวกัน (เช่น Cyberpunk) บน GeForce Now, Stadia หรือ Luna จะไม่แตกต่างกันเลย เจ้าของแพลตฟอร์มจึงต้องไปสร้างจุดขายด้วยวิธีอื่น เช่น ซื้อสิทธิ์เอ็กซ์คลูซีฟ (Epic Model!) หรือใช้ประโยชน์จากการขายพ่วงบริการอื่น เช่น Stadia พ่วง YouTube, Luna พ่วง Twitch หรือ Apple Arcade พ่วง iPhone

กลุ่มผู้สร้างเกม

ทิศทางชัดเจนว่าเริ่มเข้าสู่ subscription มากขึ้น โดยแบ่งเป็น 2 ระดับคือ จ่ายรายเดือน เข้าถึงสิทธิเล่นเกมแบบดั้งเดิม (ดาวน์โหลดมาติดตั้งในเครื่อง) และจ่ายรายเดือน เล่นเกมผ่านคลาวด์โดยตรง

บริษัทเกมแบบ EA และ Ubisoft ยังสามารถให้บริการได้เฉพาะในระดับแรก (ดิจิทัลดาวน์โหลดมาติดตั้งก่อน) แต่หากมองไปถึงคลาวด์เกมมิ่ง อาจไม่มีศักยภาพทางเทคโนโลยีถึงขั้นนั้น ทำให้ทั้ง EA และ Ubisoft ต้องไปจับมือกับพาร์ทเนอร์ที่เป็นแพลตฟอร์ม (EA จับมือ Xbox, Ubisoft จับมือ Stadia/Luna) ซึ่งทิศทางของบริษัทเกมรายอื่นๆ คงไปในลักษณะเดียวกัน

บริษัทเกมมีจุดแข็งคือเป็นเจ้าของเกมอยู่แล้ว (ในโลกของเกม สิ่งสำคัญที่สุดก็คือตัวเกม) อำนาจต่อรองกับแพลตฟอร์มจึงสูงกว่า การขายไลเซนส์เกมให้แพลตฟอร์มจึงเป็นโมเดลที่ปลอดภัยกว่าไปลงทุนทำแพลตฟอร์มเอง

กลุ่มคอนโซล

ถ้าพิจารณาผู้เล่น 2 กลุ่มข้างต้น จะเห็นว่าแต่ละกลุ่มต่างมีจุดอ่อนสำคัญ เจ้าของแพลตฟอร์มคลาวด์ไม่มีเกม เจ้าของเกมไม่มีแพลตฟอร์ม ทำให้ต้องมาร่วมมือกัน

แต่เจ้าของคอนโซลไม่มีปัญหาแบบนั้น เพราะมีทุกอย่างพร้อมอยู่แล้ว ทั้งสตูดิโอเกม แบรนด์ ฐานผู้เล่นมหาศาล

การปรับตัวเข้าสู่บริการเหมาจ่ายและคลาวด์เกมมิ่งจึงไม่ต้องลงทุนมากเท่ากับผู้เล่นกลุ่มอื่นๆ แถมยังมีจุดเด่นเรื่องเกมเอ็กซ์คลูซีฟที่มีเฉพาะแพลตฟอร์มนี้เท่านั้น

หากมีแพลตฟอร์มเกมที่เล่นจากที่ไหนก็ได้ (คลาวด์เกมมิ่ง) มีเกมใหญ่ๆ ระดับ Cyberpunk หรือ RDR2 ให้เล่นตั้งแต่วันแรก (หลายแพลตฟอร์มมีเหมือนกัน) แต่มีอยู่หนึ่งแพลตฟอร์มมีเกมอย่าง The Last of Us หรือ God of War ให้เล่นเพียงที่เดียว แทบไม่ต้องคิดเลยว่าผู้เล่นจะเลือกจ่ายรายเดือนให้แพลตฟอร์มไหน

ปัจจัยที่เหลือจึงมีแค่เรื่องเทคโนโลยีคลาวด์ กับความจริงจังในการบุกตลาดนี้เท่านั้น

ตรงนี้ทำให้ Microsoft โดดเด่นกว่า Sony มาก เพราะมีคลาวด์ของตัวเองมาตั้งแต่แรก (และ Sony ต้องใช้คลาวด์ Microsoft) มีแรงจูงใจในการทำตลาดนี้ (เพราะยอดขายคอนโซลเป็นรอง) ที่สำคัญที่สุดคือมีเงิน! เพราะไมโครซอฟท์ร่ำรวยจากธุรกิจอื่นๆ จนสามารถเอาเงินมาทุ่มซื้อสตูดิโอเกมชุดใหญ่ และเอาเงินมาชดเชยการขาดทุนของ Game Pass/xCloud ได้ในช่วงแรก

นั่นแปลว่าในช่วงที่ Stadia เพลี่ยงพล้ำ Amazon ยังเข็นไม่ขึ้น ผู้เล่นรายอื่นในตลาดแพลตฟอร์มยังไม่สามารถหาจุดเด่นที่ดึงดูด ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งดีที่สุดคือ Microsoft ที่มีพร้อมแล้วทุกอย่างนั่นเอง

ภาพประวัติศาสตร์ Sony เซ็นสัญญาใช้คลาวด์ Microsoft

from:https://www.blognone.com/node/121059

เกมยังไม่ออกเลย กูเกิลปิดสตูดิโอพัฒนาเกม Stadia แล้ว ทำแพลตฟอร์มอย่างเดียว

กูเกิลประกาศปิดสตูดิโอพัฒนาเกม Stadia Games and Entertainment ทั้ง 2 แห่ง (แคนาดา, ลอสแองเจลิส) ด้วยเหตุผลว่าต้องการโฟกัสที่ตัวแพลตฟอร์มคลาวด์เกมมิ่ง แทนการสร้างเกมของตัวเอง

กูเกิลจะพยายามโยกพนักงานส่วนใหญ่ของ Stadia Games and Entertainment ไปทำงานอื่นในบริษัทในอนาคตอันใกล้นี้ (กูเกิลไม่เปิดเผยตัวเลข แต่ Kotaku ระบุว่ามีพนักงานประมาณ 150 คน) ส่วน Jade Raymond หัวหน้าสตูดิโอ Stadia (ที่ย้ายมาจาก EA) จะลาออกจากบริษัทไปทำอย่างอื่น

กูเกิลเปิดตัวสตูดิโอ Stadia ในเดือนมีนาคม 2019 ด้วยวิสัยทัศน์ว่าอยากทำเกมยุคใหม่ที่รันบนคลาวด์เกมมิ่งอย่างเดียว แต่เวลาผ่านมาเกือบ 2 ปี ยังไม่เห็นเกมเป็นรูปเป็นร่าง สุดท้ายก็ตัดสินใจยุบสตูดิโอทิ้ง

การปิดสตูดิโอ Stadia ถือเป็นจุดเปลี่ยนของกูเกิล ที่จะหันไปเน้นการพัฒนาแพลตฟอร์มแบบที่ถนัด และเน้นดึงเกมจากพาร์ทเนอร์รายอื่นมาให้เล่น แทนการพัฒนาเกมของตัวเอง

No Description

ที่มา – Google, Kotaku

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/120956

Stadia รองรับการเล่นบน iOS แล้ว ต้องผ่านทางเบราว์เซอร์เท่านั้น

Google Stadia รองรับการใช้งานบน iOS แล้ว ตามที่เคยสัญญาไว้ก่อนหน้านี้ โดยเป็นการใช้งานผ่านเบราว์เซอร์ Safari เพื่อเลี่ยงข้อจำกัดเรื่องเงื่อนไขของแอปเปิล

ก่อนหน้านี้มีบริการเกมสตรีมมิ่งคู่แข่งทั้ง Amazon Luna และ GeForce Now รองรับการใช้งานบน iOS ไปก่อนแล้ว ส่วน Microsoft xCloud เพิ่งประกาศว่าจะซัพพอร์ต iOS ช่วงต้นปี 2021 โดยทุกรายต้องผ่านเบราว์เซอร์เหมือนกันหมด

ตอนนี้แพลตฟอร์มที่ใช้งาน Stadia ได้แล้วคือ Android (ยังจำกัดรุ่น), iOS (เบราว์เซอร์), พีซี (เบราว์เซอร์) และทีวีผ่าน Chromecast Ultra

from:https://www.blognone.com/node/120167