คลังเก็บป้ายกำกับ: SSD

ย้าย Windows 10 ไป SSD บนโน๊ตบุ๊ค จาก HDD ลูกเก่า เปลี่ยนเป็น SSD ไม่ต้องลงวินโดว์ใหม่

ปัญหาที่เพื่อนๆ ชาว NBS สอบถามกันเข้ามาเยอะคือ โน๊ตบุ๊คตัวเก่าที่ใช้มานาน มีฮาร์ดดิสก์มาให้ ตอนนี้คอมช้า ย้าย Windows 10 ไป SSD ที่ซื้อมาใหม่บนโน๊ตบุ๊ค เพราะ HDD ธรรมดามี Windows แท้อยู่แล้ว แต่ไม่รู้ว่ามีวิธีใดบ้าง ที่ทำได้ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ไม่อยากฟอร์แมตใหม่ เพราะมีโปรแกรมและข้อมูลหลายอย่าง ที่ไม่อยากลงใหม่ หรือปรับเปลี่ยนพื้นที่จัดเก็บ จะวิธีการแบบไหน อย่างไรบ้าง ซึ่งโดยพื้นฐานก็จะมีด้วยกัน 2-3 รูปแบบ แต่ที่นิยมใช้กันมากก็คือ การใช้ซอฟต์แวร์ในการ Clone Drive เพราะเป็นวิธีที่ค่อนข้างสะดวก ไม่วุ่นวายเกินไป รองรับการใช้งานตั้งแต่ไดรฟ์เดียว พารทิชั่นเดียว ไปจนถึงการ Clone แบบที่มีฮาร์ดดิสก์หลายลูกได้อีกด้วย ส่วนต้องทำยังไงบ้างไปดูกันครับ

ย้าย Windows 10 ไป SSD

ย้าย Windows 10 ไป SSD บนโน๊ตบุ๊ค

เตรียมอุปกรณ์และติดตั้ง

ย้าย Windows 10 ไป SSD

บนโน๊ตบุ๊คเกมมิ่งหลายรุ่น มักจะมีฮาร์ดดิสก์หรือพื้นที่สำหรับติดตั้ง Storage แบบ 2.5″ มาให้ ซึ่งเดิมอาจจะใช้ในการติดตั้งฮาร์ดดิสก์โน๊ตบุ๊คเอาไว้ สามารถเลือกเปลี่ยนเป็น SSD ได้ตามความต้องการ

ย้าย Windows 10 ไป SSD

แต่ถ้าในกรณีที่ต้องการเปลี่ยนเป็น SSD ก็เพียงเลือก SSD ในแบบที่ต้องการ และควรจะต้องเช็คสล็อตในโน๊ตบุ๊คด้วย ว่ามีรองรับไว้หรือไม่ และเป็นสล็อตแบบใด M.2 NVMe PCIe หรือ M.2 SATA

ย้าย Windows 10 ไป SSD

ตัวอย่างในโน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ มาพร้อมสล็อต M.2 NVMe จำนวน 1 สล็อต รองรับในแบบ 2280 ซึ่งหาซื้อได้ทั่วไป

ย้าย Windows 10 ไป SSD

เมื่อได้ SSD มาแล้ว ก็ทำการติดตั้งลงไปในสล็อตที่ว่างอยู่นี้ แล้วลองบูตระบบ เพื่อเช็คว่ามองเห็นได้นี้อย่างถูกต้องหรือไม่

ย้าย Windows 10 ไป SSD

ก่อนจะย้าย Windows 10 ไป SSD ให้เข้าไปที่ BIOS ด้วยการกดปุ่มบนคีย์บอร์ด เช่น F2, F9 หรือ F11 ขึ้นอยู่กับโน๊ตบุ๊คแต่ละรุ่น จากนั้นเข้าไปในหน้า Bootable ในเบื้องต้นให้บูตระบบจากฮาร์ดดิสก์ลูกเดิม เมื่อย้ายระบบทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว จึงเปลี่ยนมาเป็นการบูตจาก SSD ที่เปลี่ยนใหม่ ให้มาเป็น First Boot หรือ Boot Option 1 เป็นต้น อย่าลืมเลือก CSM support ให้เป็น Enable เพื่อให้ระบบรู้จัก SSD ในแบบ M.2 NVMe PCIe และใช้งานได้ตามปกติ

Portable SSD ต่อภายนอก หรือแค่ External HDD แบบไหนคุ้ม?

เลือก SSD

การจะย้าย Windows 10 ไป SSD ก็ต้องดูตามความเหมาะสมกับและการสนับสนุนของโน๊ตบุ๊คที่ใช้ ว่ารองรับ SSD ในแบบใดได้บ้าง เพราะเวลานี้มีให้เลือกหลายประเภทในตลาด ไม่ว่าจะเป็น SSD SATA หรือ NVMe PCIe ซึ่งเป็นแบบที่ใช้กันอยู่ทั่วไป โดยทั้ง 2 แบบ มีความแตกต่างกันที่ทั้งในเรื่องของรูปแบบ form factor ความเร็วและประสิทธิภาพ ขึ้นอยู่ที่การเลือกใช้ตามความเหมาะสม พอร์ตเชื่อมต่อที่เรามี อย่างโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ สามารถเชื่อมต่อในแบบ PCIe NVMe ได้เกือบหมด ส่วนจะมีที่เป็น SATA 2.5″ เพิ่มเติมเข้ามา ก็ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตแต่ละราย รวมถึงรูปแบบของโน๊ตบุ๊คที่ต่างกันออกไป เช่น บางเบา เกมมิ่ง ทำงาน Workstation หรือจะเป็นโน๊ตบุ๊ตแบบประหยัดก็ตาม มีเพียงโน๊ตบุ๊ครุ่นเก่าๆ จะเชื่อมต่อแบบ SATA 2.5 นิ้ว หรือ M.2 SATA เป็นหลัก แต่จะเลือกแบบไหนนั้น มาดูวิธีง่ายๆ กัน

Unbox KIOXIA SSD 22
  • PCIe NVMe M.2 เป็นอินเทอร์เฟสที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะเป็น SSD ที่มีความเร็วสูง เวลานี้มีแบบที่เป็น PCIe Gen 4 x4 ความเร็วสูงกว่า 7,000 MB/s Read หรืออย่างน้อยๆ ก็มากกว่า 2,000 – 3,500 MB/s สำหรับ PCIe Gen 3 x4 เรียกว่าเปิดเครื่องได้ เข้าโปรแกรมเร็ว ใช้ร่วมกับพีซีและโน๊ตบุ๊คได้แล้วเวลานี้ ซึ่งสังเกตได้จากโน๊ตบุ๊คในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ จะเป็นแบบ PCIe NVMe เกือบหมดแล้ว เหมาะกับใครก็ตามที่ต้องการประสิทธิภาพที่สูงขึ้น สำหรับการเล่นเกมและงานกราฟิก วีดีโอหรือใช้งานร่วมกับอัลตร้าบุ๊กและพีซีที่มีสล็อต M.2 เป็นตัวเลือกที่ดีในการย้าย Windows 10 ไป SSD เพื่อเพิ่มความเร็วให้โน๊ตบุ๊ค
  • SATA M.2 มีหน้าตาเป็นการ์ดเหมือน PCIe NVMe แต่จะต่างที่ขาพินที่เสียบเข้ากับสล๊อต และชิปควบคุม ว่ากันตามสเปคจะอ่าน/ เขียนได้ช้ากว่า PCIe อยู่ที่ความเร็วใกล้เคียงกับ SATA ในแบบ 2.5″ คือประมาณ 500 MB/s เพราะอยู่บนมาตรฐาน SATA เช่นเดียวกับแบบต่อสาย แต่ข้อดีคือไม่ต้องต่อสาย หรือจ่ายไฟเพิ่ม รวมไปถึงโน๊ตบุ๊คในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเน้นความบางเบาก็จะเป็นพอร์ตเชื่อมต่อแบบนี้
Unbox KIOXIA SSD 8
  • SATA III 2.5 นิ้ว เป็นแบบมาตรฐานดั้งเดิม รูปร่างลักษณ์จะเป็นแบบ HDD 2.5″ SATA ก็ว่าได้ ใช้งานบนโน๊ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ บางรุ่นที่เตรียมพอร์ตมาให้ได้ โน๊ตบุ๊คต่อให้เก่ามากๆ ก็ยังพอใช้ SSD แบบนี้ได้ ข้อดีคือ ติดตั้งง่าย และให้ประสิทธิภาพได้ดีกว่า HDD ด้วยความเร็วที่สูงถึง 500MB/s (Read / Write) จึงเหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไป

ถ้าว่ากันที่โน๊ตบุ๊คยุค 2021 นี้ ควรเลือก SSD ในแบบ NVMe PCIe ที่ให้ประสิทธิภาพดีกว่า เมื่อทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่นต่างๆ การเล่นเกม รวมถึงการถ่ายโอนข้อมูลด้วยความเร็วสูง ที่สำคัญราคายังถูกลงมามาก เมื่อเทียบกับในอดีต อีกทั้งเรายังช้อปออนไลน์ด้วยโปรโมชั่นพิเศษอีกเพียบได้อีกด้วย

อย่าลืม! สำรองไฟล์

  1. My Document: เป็นพื้นที่ที่ผู้คนส่วนใหญ่ใช้ในการเก็บไฟล์ข้อมูลพื้นฐาน เพราะค่าปกติเวลาที่เซฟงานจะอยู่ที่นี่หมด ควรจะเป็นโฟลเดอร์แรกๆ ที่ให้ความสำคัญ
  2. Picture, Video, Music และ Download: เวลาที่เซฟไฟล์รูปหรือเก็บไฟล์มัลติมเดีย รวมถึงไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาจากอินเทอร์เน็ต รวมถึงไฟล์ที่มีการแก้ไขต่างๆ มักจะกระจายตามหมวดหมู่ในโฟลเดอร์เหล่านี้ ฉะนั้นลองดูให้ดี
  3. Desktop: ข้อมูลจิปาถะ ที่หลายๆ คนมักจะโยนเข้าไปไว้ในนี้ บางทีเล่นเอาเต็มหน้าจอ อย่าลืมแบ็กอัพเอาไว้ด้วย
  4. Game: หลายเกมสามารถ Save ข้อมูลการเล่นหรือค่า Settings เดิมไว้ได้ โดยเฉพาะคนที่เล่นเกมเก่าๆ และสามารถนำไปใช้กับเครื่องอื่นได้ด้วย โดยส่วนใหญ่ก็จะเก็บไว้ในโฟลเดอร์เกมหรือ Program file ขึ้นอยู่กับตัวเกม
  5. ข้อมูลงาน: กรณีที่แบ่งพาร์ทิชันสำหรับเก็บข้อมูลแยกเอาไว้ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่ที่อยู่ในไดรฟ์ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการ ก็ควรจะเซฟเก็บมาไว้ให้หมด

Clone HDD เก่าลง SSD ลูกใหม่

Install Windows 10 HDD 1

ผู้ใช้สามารถ ย้าย Windows 10 ไป SSD ด้วยการใส่ HDD กับ SSD ตัวใหม่ที่ซื้อมาลงในเครื่องให้เรียบร้อย (หรือผ่าน Docking ก็ได้) แล้วใช้โปรแกรม Clone ฮาร์ดดิสก์จาก HDD ธรรมดาลูกเดิมไปที่ SSD ซึ่งมีหลายโปรแกรมให้เราเลือกใช้ โดยในที่นี้ทีมงานแนะนำโปรแกรม EaseUS Todo Backup Software ซึ่งเป็นโปรแกรมที่สามารถใช้งานได้ทั้ง HDD ธรรมดาหรือ SSD ทุกยี่ห้อทุกแบรนด์ ขั้นตอนดังนี้คือ

**หมายเหตุ การ Clone HDD to SSD มีปัจจัยหลายอย่าง ดังนั้นโอกาสที่จะไม่สมบูรณ์สามารถเกิดขึ้นได้ จึงควรทำด้วยความระมัดระวัง แนะนำให้สำรองไฟล์ข้อมูลต่างๆ เอาไว้ ก่อนทำสิ่งใดๆ

  • โหลดโปรแกรม EaseUS Todo Backup Software มาติดตั้งให้เรียบร้อย ดาวน์โหลด ที่นี่
  • จากนั้นก็เปิดโปรแกรม ด้านซ้ายมือกดแท็ป  Clone
cl1 2
  • ในหน้า Source เลือกไดรฟ์ที่เป็นต้นฉบับจะโคลน จากนั้นกด Next (คือไดร์ C ของฮาร์ดดิสก์ธรรมดาที่มีวินโดว์อยู่) ในรูปเป็นเพียงตัวอย่าง
cl2 2
  • ถัดไปในหน้า Target เลือกดิสก์อันใหม่ที่เราจะโคลนใส่เข้าไป จากนั้นกด Next (คือไดรฟ์ SSD ลูกที่เอาซื้อมาใหม่) ในรูปเป็นเพียงตัวอย่าง
cl3 2
  • สุดท้ายกด Proceed -> Yes รอจนกว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการ
cl4 yes 2

เช็คความพร้อมของระบบให้เรียบร้อย จากนั้นพอทำทุกอย่างเสร็จสิ้น ให้ไปเซ็ตหน้า BIOS ให้บูทผ่าน SSD แทน HDD ลูกเดิม จากนั้นรอจนกว่าระบบจะบูตเข้าที่ และต่ออินเทอร์เน็ต เพื่อทำการ Optimize ระบบต่อไป

ใช้โปรแกรม Macrium Reflect 7

Software Clone Windows 3

อีกหนึ่งซอฟต์แวร์ ที่จะช่วยให้คุณสามารถย้าย Windows 10 ไป SSD ด้วยการ Clone ระบบ และย้าย Windows 10 จากฮาร์ดดิสก์ ไปยัง SSD ลูกใหม่ของคุณบนโน๊ตบุ๊คได้ ขั้นแรกให้เข้าไป ดาวน์โหลดโปรแกรม ตามลิงก์นี้ Click

Software Clone Windows 4

เมื่อทำการลงทะเบียนและดาวน์โหลดโปรแกรมมาติดตั้งแล้ว จะเข้ามาสู่หน้าแรก สำหรับการติดตั้งในแท็ป Create & Backup ให้เลือกไดรฟ์ที่เป็นฮาร์ดดิสก์ ในที่นี้ของทีมงานเป็น Disk 2 สังเกตง่ายๆ คือ จะมีข้อมูลและพาร์ทิชั่นเดิมอยู่ ถ้าเป็น SSD ลูกใหม่ ที่จะเอามาย้าย Windows จะไม่มีพาร์ทิชั่นใดๆ อยู่ ให้คลิ๊ก Clone this disk ตามภาพ

Software Clone Windows 5

จากนั้นระบบจะย้ายมายังหน้าที่ให้เราเลือกปลายทาง “Destination” หรือ SSD ที่เราติดตั้งเอาไว้ ให้คลิ๊กที่ Select a disk to clone to…

Software Clone Windows 6

จะเห็นว่ามีไดรฟ์ของ SSD ปรากฏขึ้น ตัวอย่างของเราจะเป็น Disk 1 ซึ่งจะไม่มีข้อมูลใดๆ อยู่ในไดรฟ์นี้ ให้เราคลิ๊กเมาส์ที่ไดรฟ์ดังกล่าวนี้

Software Clone Windows 10

เมื่อเลือกแล้ว ก็จะมีตัวเลือกให้เราใช้งาน เช่น จะ Backup ไว้ด้วยเลยหรือไม่ ตรงนี้แล้วแต่ความต้องการของแต่ละคน จากนั้นกด Ok

Software Clone Windows 13

ระบบจะเริ่มทำตามกระบวนการ ซึ่งจะรวมถึงการ Backup file ด้วย ในขั้นตอนนี้จะใช้เวลานานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปริมาณข้อมูล ในตัวอย่างของเราจะมีประมาณ 400GB ก็ใช้เวลาในระดับหนึ่ง

Software Clone Windows 15

สุดท้าย เมื่อเสร็จสิ้นการย้าย Windows 10 ไป SSD ก็ตรวจเช็คในหน้าหลักของโปรแกรมได้ทันที ว่าไดรฟ์ SSD ที่เรานำมา Clone Windows นั้น ตรงกันหรือไม่ เท่านี้ถือว่าพร้อมใช้งาน

ลง Windows ใหม่บน SSD

สิ่งที่ต้องเตรียมในการลงวินโดว์ 10

  1. แฟลชไดรฟ์ ความจุอย่างน้อย 8GB ที่ไม่มีข้อมูลใดๆ เพราะเมื่อระบบเริ่มสร้างตัวบูตบนแฟลชไดรฟ์ ข้อมูลภายในจะถูกลบทั้งหมด
  2. การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต สำหรับใช้ในการดาวน์โหลดไฟล์ ISO ดาวน์โหลด Windows 10 USB
  3. โน๊ตบุ๊คหรือพีซี ใช้สำหรับการสร้างตัวบูต ควรมีพอร์ต USB ว่างๆ สำหรับติดตั้ง USB แฟลชไดรฟ์สำหรับการสร้างตัวบูต
Windows 10 Installation 2021 36 1

ปกติคอมพิวเตอร์จะถูกกำหนดให้เริ่มบูตจากฮาร์ดดิสก์หรือ SSD ที่ติดตั้งไว้ในเครื่อง แต่เนื่องจากเราต้องการลงวินโดว์ 10 ในเครื่องนี้ และต้องการให้บูตจาก USB Flash drive ในช่วงที่กำลังบูต เราจึงต้องกดปุ่มบนคีย์บอร์ด เพื่อเลือกตัวบูตให้ระบบเอง (Boot Device) ส่วนปุ่มที่เป็นตัวเลือกก็จะต่างกันออกไป เช่น F9, F11 หรือจะเป็น F2 ให้ศึกษาจากเว็บไซต์ผู้ผลิตของแต่ละค่ายกันได้เลย

วิธีลงวินโดว์ด้วย USB Flash drive ด้วยตัวเอง ง่ายเวอร์

SSD ลงเกมไม่พอ แก้ได้

แต่ถ้าในกรณีที่คุณ ยังหางบประมาณในการเลือกซื้อ SSD ราคา ค่อนข้างสูง และไม่อยากลงทุนเวลานี้ แล้วเจอปัญหา พื้นที่ลงเกมไม่พอ เกมใหม่ๆ ใช้พื้นที่เยอะมาก อยากจะ เพิ่มพื้นที่ว่าง ในฮาร์ดดิสก์ SSD จะทำอย่างไรดี วันนี้ลองนำวิธีง่ายๆ 5 ข้อทำกันเองได้ มาฝากกัน

MSI OPTIX G273QF 58 1

1.เลือกเกมที่เล่นบ่อยเก็บไว้: เข้าใจหัวอกเกมเมอร์ด้วยกัน เรื่องการลบเกม เป็นเรื่องสะเทือนใจ เพราะแม้จะไม่ค่อยได้เล่น แต่บางทีเบื่อๆ ก็เปิดเล่นนิดหน่อย อย่างไรก็ดี แม้จะเป็นเกมเล็กๆ แต่บางเกมก็ใช้พื้นที่ไปหลาย GB การตัดสินใจลบ เป็นทางออกที่ดีสำหรับการจะลงเกมที่คุณต้องการเล่นจริงๆ การที่ไม่เล่น ก็ลบทิ้ง จะเป็นสิ่งที่ช่วยคุณตัดใจได้

2.Uninstall program: สิ่งนี้สำคัญเสมอ ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องของการเล่นเกมเท่านั้น แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบโดยรวมด้วย เพราะว่าโปรแกรมต่างๆ เหล่านี้ มักมีส่วนในการจับจองการทำงานของแรม และซีพียูไว้ด้วย การลบโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้ โปรแกรมที่ทำงานซ้ำๆ กัน รวมถึงโปรแกรมที่ Expire หมดประโยชน์ ก็ควรจะ Remove ด้วยการ Uninstall ออกไป แล้วคุณจะพบว่า พื้นที่ SSD ตัวน้อยของคุณ เพิ่มพื้นที่ว่าง มากขึ้น

3.ลบ Windows.old: สำหรับคนที่อัพเกรด Windows ในเวอรชั่นที่เก่ากว่า Windows 10 ให้ลองคลิ๊กที่ Drive C: ของคุณ จะเห็นโฟลเดอร์ Windows.old ไฟล์จะมีขนาดประมาณ 7GB ขึ้นไป ในกรณีที่คุณไม่ต้องการจะย้อนกลับไปในเวอร์ชั่นเก่าๆ สามารถลบไฟล์นี้ ย้ำ! เมื่อลบแล้วจะไม่สามารถย้อนคืนกลับ Windows เก่าที่คุณเคยอัพเดตมานะครับ “Windows.old ไม่สามารถลบได้ด้วยการกด Delete แต่ให้เข้าไปที่ Disk Cleanup จากนั้นคลิ๊กที่ Clean up system files ระบบจะทำการสแกนให้จนเสร็จสิ้น ในช่อง Files to delete: ให้ใส่เครื่องหมายหน้า Previous Windows installation จากนั้นเลือก Ok กดปุ่ม Delete files บนหน้าต่างเล็กๆ ที่เด้งขึ้นมา แล้วคลิ๊ก Yes เพื่อยืนยัน”

delete temporary files Windows 10 safety 6

4.ลบไฟล์ Download ที่ไม่ใช้: เอาจริงๆ ก็ไม่รู้ว่าหลายคนจะเก็บไฟล์ดาวน์โหลดเก่าๆ เอาไว้ทำไม บางคนมีไดรเวอร์การ์ดจอเก่าหลายเวอร์ชั่น หรือบางทีก็เก็บไฟล์ที่ไม่ได้ใช้ ไฟล์ซ้ำๆ รวมไปถึงเกมขนาดใหญ่ ที่จะเอาไว้ลองเล่นในภายหลัก

5.ใช้บริการ Cloud: ในยุคที่อินเทอร์เน็ตเร็วแสงระดับ Gigabit per second (Gbps) นี้ การเลือกใช้ Cloud storage ก็เป็นทางเลือกที่ดีในการ เพิ่มพื้นที่ว่าง ให้กับคอมของคุณ เพราะนอกจากจะให้พื้นที่ว่างแล้ว หลายที่ยังให้ใช้ฟรี แต่จำกัดปริมาณ หรือบางครั้งจ่ายแค่หลักร้อยต่อปีเท่านั้น และแทบไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว เพราะคุณมั่นใจได้ในความปลอดภัยบนเซิร์ฟเวอร์ระดับโลก

เป็นอย่างไรกันบ้างกับวิธีย้าย Windows 10 ไป SSD บนโน๊ตบุ๊ค จะเห็นได้ว่าขั้นตอนไม่ได้ยากเลย สามารถทำได้เองที่บ้าน ซึ่งหากใครซื้อในงานหรือตามร้านค้าต่างๆ ถ้าตัวเครื่องมี Windows แท้มาให้อยู่แล้วก็สามารถให้ร้านทำให้ได้หากไม่อยากทำเอง ซึ่งใครจะทำเองก็แนะนำทั้ง 2 แบบ ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละบุคคลเลยครับ

from:https://notebookspec.com/web/462836-how-to-move-ssd-new-windows-upgrade-hdd

Western Digital เตรียมเข้าซื้อ Kioxia ผู้ผลิต SSD คาดดีลกว่า 3 หมื่นล้านดอลล่าร์

เมื่อวันพุธที่ผ่านมานั้น สำนักข่าว The Wall Street Journal รายงานว่า Kioxia ผู้ผลิตหน่วยความจำและ SSD ที่แยกตัวออกมาจากโตชิบ้าเมื่อปี 2018 ตอนนี้กำลังตกเป็นเป้าหมายที่บริษัทใหญ่ต่างหมายปองไม่ว่าจะเป็น Micro Technology หรือ Western Digital

ซึ่งดีลดังกล่าวน่าจะได้ข้อสรุปภายในฤดูใบไม้ผลิที่จะถึงนี้ โดยอาจตีมูลค่า Kioxia ไว้สูงถึงประมาณ 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ทั้งนี้ Kioxia ก่อนหน้าที่จะแยกตัวมาเมื่อเดือนตุลาคม 2019 เคยเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Toshiba Memory ถึงจะออกมาเป็น Kioxia แต่ก็ยังครองตำแหน่งผู้นำตลาดระดับโลกด้านเทคโนโลยีหน่วยความจำและ SSD โดยเฉพาะหน่วยความจำแฟลช SLC NAND, NAND ที่มาพร้อมกับคอนโทรลเลอร์, และเทคโนโลยี 3D BiCS FLASH เจาะตลาด SSD ทั้งระดับองค์กร ดาต้าเซ็นเตอร์ และไคลเอนต์

เมื่อปีที่แล้ว Kioxia เลื่อนการเปิด IPO เนื่องจากข้อจำกัดด้านการส่งออกไปจำหน่ายแก่ Huawei ในประเทศจีนในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งๆ ที่หลายคนมองว่าจะเป็นการเข้าตลาดครั้งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นประจำปี 2020 ด้วยซ้ำ

ที่มา : CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/western-digital-micron-eyeing-kioxia-acquisition/

รีวิว WD My Passport GO SSD พกพาราคาคุ้ม

SSD พกพา ในทุกวันนี้ราคาถูกลงมามาย อย่าง WD My Passport GO ที่ทีมงานมารีวิวในวันนี้เป็น SSD พกพาที่ราคาต่อความจุถูกที่สุดในตลาด พร้อมขนาดที่กะทัดรัด กันกระแทก แถมยังอ่านเขียนได้เร็วกำลังดี เร็วกว่าฮาร์ดดิสค์พกพาแน่นอน

WD My Passport GO

WD My Passport GO เป็น SSD พกพาที่ทาง WD เน้นทำราคาให้ถูกคุ้มค่ากว่า SSD พกพารุ่นอื่นๆ อย่างรุ่นที่ทีมงานซื้อมารีวิวนี้ความจุ 1TB ในราคาแค่ 3,590 บาท เท่านั้น แน่นอนว่าแพงกว่าฮารืดดิสค์พกพาราวเท่าตัว แต่ก็แลกมาด้วยความเร็วที่สูงกว่าหลายเท่า ด้วยความเร็วราว 400 MB/s อีกทั้งยังมาพร้อมพอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB 3.0 และยังออกแบบให้กันตกกันกระแทกอีกด้วย

สเปค WD My Passport GO

  • ความจุ : 500 GB ,1 TB ,2TB
  • อินเทอร์เฟซ : USB 3.0
     
  • ความสามารถใช้งานร่วมกัน : macOS 10.13+ ,Windows 10
  • ขนาด (L x W x H) : 95mm x 67mm x 10mm

WD My passport GO 001 WD My passport GO 002

WD My Passport GO มาในโทนสีขาว ส้ม บอกข้อมูลครบครัน หน้าตาไม่เหมือนใคร โชว์ความบางเบา

WD My passport GO 003

อุปกรณ์ภายในกล่องมีเพียงแค่คู่มือเพิ่มเข้ามา

WD My passport GO 006

WD My passport GO 004 WD My passport GO 005

WD My Passport GO มากับขนาดที่กะทัดรับทีเดียว พร้อมขอบยางเป็นสีต่างๆที่นอกจากเพื่อความสวยงามแล้ว ยังช่วยวับแรงกระแทกอีกด้วย โดยวัสดุหลักของตัวกล่องจะเป็นพลาสติกสีดำเทา พร้อมสาย USB Type A ด้านหลัง ซึ่งสามารถเก็บสายได้ในตัว สะดวกดีไม่ต้องคอยหาสาย แต่ถ้าสายเสียก็ตัวใครตัวมันนะ

WD My passport GO 010

ด้านขางดูไม่หนามาก พร้อมขอบยางช่วยกันกระแทก

WD My passport GO 011

ภายในช่องเก็บสาย USB ก้จะระบุข้อมูลสเปคของตัว SSD นี้

WD My passport GO 015

WD My Passport GO มาพร้อมสายเชื่อมต่อในตัวแบบ USB Type A ทำให้สามารถเชื่อมต่อกับโน้ตบุ๊คต่างๆได้เลย แต่ถ้าเป็นโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่ๆ บางเบา หรือ Macbook ที่มีแต่ USB Type C ก้คงต้องหาสายแปลงกันหน่อย

CrystalDiskInfo 8.7.0 x64 2 11 2021 2 58 28 PM

สเปคเบื่องต้นของ WD My Passport GO แม้ชื่อโชว์จะเป็น Sandisk แต่คือ WD My Passport GO ถูกต้องแล้ว

HD Tune 2.55 Hard Disk Utility 2 11 2021 3 21 51 PM HD Tune 2.55 Hard Disk Utility 2 11 2021 3 21 55 PM

สเปคความเร็วในโปรแกรม HD Tune

AS SSD Benchmark 1.9.5986.35387 2 11 2021 3 02 36 PM  CrystalDiskMark 6.0.2 x64 2 11 2021 3 17 49 PM

ความเร็วการอ่านเขียนของ WD My Passport GO เป็นไปตามสเปคที่ระบุราว 430 MB/s ซึ่งเร็วกว่าฮาร์ดดิสค์พกพาแน่นอน แต่อาจจะไม่ได้เร็วเท่า SSD พกพารุ่นใหม่ที่ส่วนใหญ่วิ่งราว 500 MB/s หรือตัวแพงๆก็ไปถึง 1,000 MB/s แต่ก็แลกมาด้วยราคาต่อความจุที่ถูกกว่า

ซึ่งความเร้วระดับนี้ทำให้สามารถลงเกมใน WD My Passport GO เพื่อเล่น หรือแรนเดอร์วีดีโอ โอนไฟล์ไปมาได้เร็ว ดีกว่าฮาร์ดดิสค์หลายเท่าแล้ว

WD My passport GO 016

WD My Passport GO อาจจะไม่ได้มีความเร็วนรกแตกเหมือนพวก SSD พกพาระดับท๊อป แต่ด้วยความเร็วการอ่านเขียนระดับ 400 MB/s ก็เพียงพอต่อการสำรองข้อมูล โอนย้ายไฟล์ระหว่างเครื่อง ไปจนถึงการแรนเดอร์วีดีโอ หรือเล่นเกมบนตัว WD My Passport GO ก็ยังไหว นึกง่ายๆว่าความเร็วใกล้เคียงกับ พอร์ต SATA บนพีซีนั่นเอง อาจจะช้า แต่ก้เพียงพอ และที่สำคัญคือราคาต่อความจุที่คุ้มค่ามากกว่านั่นเอง

WD My Passport GO มีให้เลือก 2 สเปค ที่จำหน่ายในบ้านเรา

  • 500 GB ราคา 2,190 บาท
  • 1 TB ราคา 3,590 บาท

จุดเด่น

  • บางเบา พกพาสะดวก
  • กันกระแทก
  • ราคาต่อความจุคุ้ม
  • อ่านเขียนเร็วกว่าฮาร์ดดิสค์

ข้อสังเกต

  • สายในตัว ถ้าเสียหรือหักเปลี่ยนยาก
  • อ่านเขียนไม่ได้เร็วแรงมาก

หรือถ้า WD My Passport GO ทีมงานก็ขอแนะนำ WD My Passport SSD รุ่นใหม่ล่าสุดที่บางเบากว่า และยังอ่านเขียนได้เร็วถึงเกือบ 1,000 MB/s เลยทีเดียว

from:https://notebookspec.com/web/576850-review-wd-my-passport-go

จับโน๊ตบุ๊คเก่ามาเปลี่ยน HDD เป็น SSD จะดีขึ้นขนาดไหน | NotebookSPEC

มือใหม่แล้วไง? EP.2 จับโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่า เปลี่ยน HDD เป็น SSD จะดีขึ้นขนาดไหน | NotebookSPEC

เปลี่ยน HDD เป็น SSD

เปลี่ยน HDD เป็น SSD

ถ้าโน๊ตบุ๊คที่ใช้งานอยู่เริ่มช้า เริ่มมีอาการอืด เปิดเครื่องก็ติดช้า เปิดโปรแกรมขึ้นมาแต่ละทีแล้วต้องรอเป็นวัน กินข้าวก็แล้ว ดูหนังก็แล้ว ยังโหลดไม่เสร็จ เราอาจไม่ต้องลงมือลงแรงถึงขั้นเปลี่ยนเครื่องใหม่ หากแต่เปลี่ยน HDD เป็น SSD ก็เรียกความเร็วของคอมพิวเตอร์/โน๊ตบุ๊ค ให้เร็วขึ้นได้เกือบเท่าตัวแล้ว และสำหรับวันนี้ ทีมงานก็จะมาพูดถึงการเปลี่ยน HDD เป็น SSD โดยเฉพาะกับในโน๊ตบุ๊คว่า SSD นั้นดีอย่างไร มีกี่ประเภท และมี SSD น่าใช้งาน และได้รับความนิยมจากเว็บไซต์ของเรากันบ้าง ไปดูกันเลย


Hard Disk VS SSD

ฮาร์ดดิสหรือหน่วยความจำหลักสำหรับเก็บข้อมูลต่าง ๆ ถ้าเป็นสมัยก่อนแทบไม่มีผลต่อการใช้งานเครื่องเท่าไร เพราะเป็นฮาร์ดดิสค์จานหมุน จึงจะมีผลกับพื้นที่เก็บข้อมูลมากกว่ายิ่งความจุมากก็เก็บข้อมูลได้เยอะ แต่ปัจจุบันฮาร์ดดิสค์มีแบบ SSD (solid state drive) หรือฮาร์ดดิสค์ที่เป็นแบบชิป ข้อดีของมันก็คือเร็วกว่าฮาร์ดดิสค์จานหมุนถึง 10 เท่า เพราะว่าไม่ต้องหมุนจานเพื่อหาตำแหน่งข้อมูล แต่มีข้อสังเกตคือถ้า SSD เสีย ก็จะไม่สามารถกู้ข้อมูลใด ๆ ได้ ในขณะที่ HDD แบบจานหมุนยังพอสามารถเข้าศูนย์กู้ข้อมูลออกมาได้

SSD จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการความเร็วในการเปิดเครื่อง เปิดโปรแกรม หรือค้นหาไฟล์ในเครื่องเป็นหลัก ถ้าเปลี่ยนมาใช้ SSD ชีวิตจะเปลี่ยนไปทันทีแล้วแทบไม่สามารถกลับมาใช้ฮาร์ดดิสค์ธรรมดาได้เลย เปิดเครื่องในระดับไม่ถึงนาที หรือเปิดโปรแกรม เปิดไฟล์ได้รวดเร็ว หาไฟล์ในเครื่องแทบจะในทันทีไม่ต้องรอฮาร์ดดิสค์หมุน และที่สำคัญคือไม่มีเสียรบกวนและประหยัดพลังงานยิ่งกว่า แต่ด้วยพื้นที่จำกัดอาจจะต้องมีฮาร์ดดิสค์แบบ USB ไว้เก็บข้อมูลสักอัน หรือบางรุ่นที่มีพอร์ตเชื่อมต่อฮาร์ดดิสค์ 2 แบบก็จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องความจุได้ด้วย

โดยปกติแล้วโน๊ตบุ๊คทั่วไปจะมีช่องสำหรับติดตั้งฮาร์ดดิสค์ แบบ 2.5 นิ้ว 1 ตัวเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว การอัพเกรดจึงเป็นการเพิ่มความจุ หรือเปลี่ยนชนิดของฮาร์ดดิสค์เป็น SSD แบบ 2.5 นิ้ว มีขายทั่วไป ในราคาไม่แพงมาก สามารถซื้อมาใส่แทนตัวเก่าได้เลย จากนั้นก็ลงวินโดวส์เหมือนฮาร์ดดิสค์ธรรมดา และเพื่อความคุ้มค่าสูงสุด เรายังสามารถเอาฮาร์ดดิสค์ตัวเก่าที่ถอดมา ใส่กล่อง เพื่อทำเป็นฮาร์ดดิสค์ USB ได้ด้วย ราคากล่องแค่หลักร้อยคุ้มกว่าไปซื้อฮาร์ดดิสค์ USB ต่อเพิ่ม

มีโน๊ตบุ๊คบางรุ่นที่มีช่องสำหรับติดตั้งฮาร์ดดิสค์แบบ SSD นามว่า M.2 ซึ่งสลีอตนี้จะเป็นแบบเดียวกับที่ใช้ต่อการ์ด WiFi มีขนาดเล็ก ทำให้สามารถติดตั้งบนโน๊ตบุ๊คได้โดยไม่เปลืองพื้นที่ และยังสามารถมีฮาร์ดดิสค์แบบ 2.5 นิ้ว อีกลูกได้ด้วย โดย SSD แบบ M.2 จะแบบยาว ๆ คล้ายการ์ด WiFi โดยโน๊ตบุ๊คทั่วไป ซึ่งก็จะแบ่งแยกย่อยออกเป็น 2 แบบอีกคือ M.2 แบบธรรมดา ซึ่งจะให้ความเร็วเทียบเท่ากับพอร์ต SATA ธรรมดา อีกแบบคือ PCI Express หรือ PCIe แบบเดียวกับซล๊อตบนเมนบอร์ดเครื่องพีซี ซึ่งให้ความเร็วสูงกว่า M.2 ธรรมดา อย่างน้อย 2 เท่าขึ้นไป แต่ก็ขึ้นอยู่กับตัว SSD ด้วยว่าสามารถรันได้ที่ความเร็วเท่าไร ซึ่งความต่างนอกจาก PCIe จะมีการระบุถึงชิป Nvme ที่เป็นชิปคอนโทรลแล้ว สล๊อตเชื่อมต่อก็ยังต่างกันอีกด้วย M.2 ทั่วไปจะมี 2 ร่อง ขณะที่ PCIe จะมีร่องเดียว

ซึ่งเราต้องดูก่อนว่า โน๊ตบุ๊คของเรามีสล๊อตหรือไม่ และเป็นแบบใด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแบบ M.2 แต่ถ้าเป็นโน๊ตบุ๊คที่มีราคาแพง ระดับ 29,990 บาทขึ้นไป ก็มักจะเป็นแบบ PCIe แนะนำว่าเช็คจากผู้ผลิตอีกทีเพื่อความแน่ใจ โดย PCIe จะมีราคาแพงกว่าพอสมควรอย่างน้อย 20 -30% แต่ก็แลกมาด้วยความเร็วสูงกว่า จากนั้นก็มีดูความจุที่ต้องการ 128GB ไปจนถึง 2TB สำหรับเครื่องที่มีฮาร์ดดิสค์ 2.5 นิ้ว อีกลูกอาจจะซื้อแค่ 128GB ก็เพียงพอ (หากต้องการเก็บข้อมูลหรือลงเกมหนัก ๆ ก็สามารถเลือกลงที่ฮาร์ดดิสค์ธรรมดาได้) แต่ถ้าหากโน๊ตบุ๊คมีช่อง M.2 อันเดียว ควรจะซื้อความจุ 256GB ขึ้นไปมาใส่ดีกว่า

เปลี่ยน HDD เป็น SSD

ประเภทของ SSD

  • PCIe M.2 NVMe  ถือเป็นพอร์ตที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน และเป็น SSD ราคา ค่อนข้างสูง แต่สามารถทำความเร็วอ่านเขียนได้ถึงระดับ 5,000 MB/s ใน PCIe 4.0 หรืออย่างต่ำๆก็ได้ 1500 – 3500 MB/s แล้ว เปิดเครื่องไวเปิดโปรแกรมเร็ว เมนบอร์ดส่วนใหญ่ในปัจจุบันทั้งพีซีและโน๊ตบุ๊ครองรับ ถ้าซื้อเครื่องมาใหม่แนะนำใช้แบบ PCIe NVMe ไปเลย
  • SATA M.2 มีหน้าตาเป็นการ์ดเหมือน PCIe NVMe แต่จะต่างที่ขาสล๊อต และชิปควบคุม ตามสเปคจะอ่านเขียนได้ช้ากว่า PCIe ที่ราวๆ 500 MB/s เพราะอยู่บนมาตรฐาน SATA เช่นเดียวกับแบบต่อสาย แต่ได้ข้อดีคือไม่ต้องต่อสาย หรือจ่ายไฟเพิ่ม รวมไปถึงโน๊ตบุ๊คในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเน้นความบางเบาก็จะเป็นพอร์ตเชื่อมต่อแบบนี้
  • SATA III 2.5 นิ้ว เป็นพอร์ตที่เชื่อมต่อโดยการใช้สาย แบบเดียวกับฮาร์ดดิสค์เลย เมนบอร์ดโน๊ตบุ๊ค พีซีรองรับเกือบทุกตัวเลยก็ว่าได้ เพราะเมนบอร์ดส่วนใหญ่จะมีช่องต่อสาย SATA มาให้แน่นอน ไปจนถึงพีซีรุ่นเก่าหรือโน๊ตบุ๊คต่อให้เก่ามากๆยังไงก็ยังสามารถใช้ SSD แบบนี้ได้

ลือก SSD ราคา ความจุ เท่าไรถึงพอเหมาะ?

  • 128GB ความจุเริ่มต้น จัดเป็น SSD ราคา ประหยัด เหมาะกับเครื่องที่เน้นใช้งานทั่วไป ลงวินโดวส์ โปรแกรมออฟฟิต และเก็บไฟล์รูป หนังอีกนิดหน่อย ไม่เหมาะกับการลงเกมหรือโปรแกรมใหญ่ๆ เหมาะกับการซื้อไปอัพเกรทพีซีเครื่องเก่า หรือมีฮาร์ดดิสค์ไว้เก็บข้อมูลอยู่แล้ว
  • 256GB ความจุพื้นฐาน เป็นความจุที่เหมาะสมทั้งการใช้งานทั่วไป ลงเกมหรือโปรแกรมได้ประมาณนึง แต่ก็ไม่สามารถติดตั้งเกมหรือโปรแกรมใหญ่ๆได้มากนัก แนะนำว่าใช้งานคู่กับฮาร์ดดิสค์จะดีที่สุด ไม่ควรใช้ลูกเดียวจบเพราะอาจจะไม่พอใช้งาน
  • 512GB ความจุระดับกลาง เป็น SSD ราคา แนะนำ ความจุเหมาะสมของทีมงาน สำหรับเกมเมอร์ที่ใช้ SSD เพราะมีความยืดหยุ่นสูง ลงเกม หรือโปรแกรมหนักๆได้เยอะ หรือจะสายตัดต่อก็ยังมีพื้นที่ไว้เก็บไฟล์งานได้ สามารถใช้ลูกเดียวจบได้โดยไม่ต้องมีฮาร์ดดิสค์มาเสริม แต่ถ้าท่านข้อมูลเยอะ ไฟล์งานมาก ก็อาจจะหาฮาร์ดดิสค์พกพามาสำรองข้อมูลเป็นพักๆ
  • 1TB ความจุน่าใช้ ลูกเดียวจบ ลงได้ทั้งเกม โปรแกรม ไฟล์งาน หนังรูปเพลง โดยไม่ต้องห่วงเรื่องความจุ ใส่ในโน๊ตบุ๊คหรือพีซีลูกเดียวไม่จำเป็นต้องมีฮาร์ดดิสค์ไว้สำรองข้อมูลก็ยังได้ เหมาะกับท่านที่เน้นความสะดวกไม่อยากเก็บข้อมูลหลายที่ และไม่ต้องมาห่วงเรื่องความจุเต็ม
  • 2TB ความจุเหลือใช้ เหมาะกับท่านที่จบตรง SSD ราคา ไม่ใช่ปัญหา ลูกเดียวครบ เก็บเพลง หนัง งาน โปรแกรม เกม เป็นสิบเป็นร้อยก็ยังไหว แต่ต้องระวัง SSD บินนะครับ เพราะไม่อย่างงั้นชีวิตท่านจะสูญสลายไปด้วย ยังไงต่อให้ SSD ความจุสูง ก็ต้องมีฮาร์ดดิสค์ไว้เก็บข้อมูลด้วยนะ

10 อันดับ SSD ยอดฮิตในหน้าจัดสเปค NBS

  1. SAMSUNG 970 EVO Plus 500GB NVMe
  2. Western Digital SN850 SSD 1TB Black
  3. Western Digital Black SN750 250GB NVMe
  4. Western Digital Blue 1TB 3D NAND
  5. Kingmax PQ3480 SSD 1TB
  6. Western Digital SN850 SSD 500GB Black
  7. Western Digital Blue SN550 500GB NVMe
  8. SAMSUNG 970 EVO Plus 1TB NVMe
  9. Western Digital Black SN750 500GB NVMe
  10. SAMSUNG 860 EVO 1TB

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี่


กล่าวโดยสรุปแล้ว การเปลี่ยน HDD เป็น SSD นั้น นอกจากจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับคอมพิวเตอร์ของเราให้รวดเร็วขึ้นแล้ว ก็ยังเป็นการยืดอายุการใช้งานออกไปได้อีกด้วย เพราะคอมพิวเตอรืสามารถทพงานได้อย่างลื่นไหลมากยิ่งขึ้น รันโปรแกรมได้รวดเร็วขึ้น โดยที่เราไม่ต้องไปลงทุนผ่านเงินก้อนใหญ่ในการซื้อโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่แต่อย่างใด ในส่วนของความจุ ว่าถ้าเปลี่ยน HDD เป็น SSD แล้วนั้น ควรจะใช้ SSD กี่ GB ก็สามารถเลือกได้ตามความต้องการ รวมไปถึงการบริหารพื้นที่ในการใช้งานของเราด้วย เช่น เราอาจจะซื้อ SSD ความจุ 240GB มาใช้เป็นไดรฟ์ติดตั้ง Windows 10 เอาไว้และโปรแกรมหลักแล้วมี HDD เอาไว้เป็นไดรฟ์เสริมสำหรับบันทึกไฟล์งานสัก 1TB ก็ดีเช่นกัน หรือจะเอาซื้อ 500GB แล้วเอางานทั้งหมดใส่ไว้ใน External Hard disk เพื่อจะได้ไม่ต้องกินพื้นที่ในไดรฟ์ C ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับจินตนาการและการพลิกแพลงการใช้งานของผู้ใช้ ว่าจะบริหารการใช้งานเครื่องของเราอย่างไร


อ่านบทความเพิ่มเติม/บทความที่เกี่ยวข้อง

เปลี่ยนแรมโน๊ตบุ๊คครั้งแรก
สเปค ssd
ssd ราคา

from:https://notebookspec.com/web/581896-change-hdd-to-ssd-notebookspec

รวมวิธีอ่านสเปค SSD ที่คนขายไม่เคยบอก อัพเดตล่าสุด 2021

ตอนซื้อ SSD นั้นไม่ใช่แค่เรื่อง PCIe รุ่นไหน ความเร็วเท่าไหร่ เพราะสเปค SSD นั้นเขียนรายละเอียดอื่น ๆ ที่มีผลต่อการใช้งานเอาไว้เยอะมากจนผู้ใช้ทั่วไปอาจจะเลือกมองข้าม เพราะดูแล้วยุ่งยากมากเกินไปเลยเลือกแค่ดูเรื่องความเร็วอย่างเดียวแล้วจบ เพราะถ้าเราดูข้อมูลในหน้ากระดาษสเปคของผู้ผลิตจะเห็นว่า SSD ไม่ว่าจะเป็น SATA, NVMe หรือแม้แต่ External SSD จะมีรายละเอียดอยู่มากมายทีเดียว

สำหรับคนที่ไม่มีความรู้เรื่อง SSD หรือคนที่เคยเลือกซื้อ SSD ด้วยวิธีการดูแค่ความเร็วอย่างเดียวแล้วมีความสนใจอยากรู้ว่าในสเปคจากผู้ผลิตเขียนอะไรเอาไว้บ้าง เราจะมาไล่ดูรายละเอียดทีละส่วนในบทความนี้กัน

สเปค ssd
สเปคข้างใน SSD สักตัวบอกเลยว่าสำคัญกว่ามีไฟ RGB เป็นไหน ๆ

สเปค SSD มีเรื่องสำคัญกว่าแค่ดูความเร็ว Read/Write และไฟ RGB

14756 01 biostar launches new m700 2 pcie nvme ssds

จากในบทความเกี่ยวกับ SSD ที่ผ่านมานั้น ผู้เขียนก็ได้สอดแทรกข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับ SSD ในส่วนต่าง ๆ เอาไว้บ้างแล้ว แต่ก็เป็นรายละเอียดประกอบการตัดสินใจซื้อ SSD และอุปกรณ์อื่น ๆ อยู่เป็นระยะ ๆ ทั้งประเภทของ flash memory ในบทความ “ไขข้อข้องใจ SSD กี่ GB ดี? 256GB หรือ 512GB? หรือ 1TB เลยจบๆ”, จุดเด่นของ SSD ทั้งแบบ SATA และ NVMe ใน “SSD รุ่นไหนดี มาดู NVMe 6 รุ่นนี้ได้เลย สเปคดีฟีเจอร์เด็ดแน่” และคีย์แบบต่าง ๆ ของ NVMe ในบทความ “แนะนำ 4 กล่อง SSD ใส่ NVMe ใช้เซฟงานได้ Clone Windows ก็ดี”

แต่ทั้งหมดนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของการเลือก SSD ทั้ง SATA และ NVMe เท่านั้น นั่นเพราะหน้าสเปคจากผู้ผลิตนั้นยังมีรายละเอียดสเปค SSD รุ่นนั้น ๆ เขียนเอาไว้อีกหลายส่วนซึ่งผู้ใช้เช่นเราอาจจะมองข้ามไปเพราะไม่เข้าใจว่าจริง ๆ แล้วมันคืออะไร ทั้งที่จริง ๆ แล้วสำคัญไม่แพ้เรื่องความเร็ว Read/Write ซึ่งถูกนำมาโฆษณาอยู่เป็นประจำ

Screenshot 2021 02 27 161944

อย่างไรก็ตามถ้าเรากดเข้าไปดูหน้าสเปค SSD ตามหน้าเว็บไซต์ผู้ผลิตต่าง ๆ เช่น Western Digital ในหน้าสเปคของ WD Blue SN550 ก็อาจจะเห็นข้อมูลเพียงแค่ Sequential Read Performance และ Sequential Write Performance สูงเท่าไหร่เท่านั้น ซึ่งนั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งซึ่งเข้าใจได้ง่ายที่สุด แต่จริง ๆ แล้วถ้าเราคลิกในส่วนของ Spec โดยละเอียดของ SSD รุ่นนั้น ๆ ขึ้นมาอ่าน ก็จะเป็นหน้าเอกสาร PDF แสดงสเปค SSD รุ่นนั้นโดยละเอียด

wd blue 1tb

จะเห็นว่าในหน้าข้อมูลจำเพาะจะมีข้อมูลแสดงรายละเอียดทั้งหมดของ SSD รุ่นนั้น ถ้าดูในส่วนของอินเตอร์เฟส จะเห็นข้อมูลส่วนแรกคือ M.2 2280 คือเป็น SSD แบบ M.2 NVMe ขนาด 2280 (กว้าง 22 มม. ยาว 80 มม.) และเป็น NVMe ที่ใช้อินเตอร์เฟส PCIe Gen3 มีความเร็วในการอ่านเขียนไฟล์ที่ 8Gb/s

สำหรับคนที่สงสัยว่า PCIe Gen3 เอาไปใช้กับเมนบอร์ดที่มีช่อง M.2 PCIe Gen4 ได้หรือไม่ คำตอบคือ ได้ แต่จะทำงานที่ความเร็วสูงสุดเท่ากับ PCIe รุ่นที่ต่ำกว่า นั่นคือจะวิ่งได้ความเร็วสูงสุดที่ PCIe Gen 3 เท่านั้น

จะเห็นว่า ความเร็วในการอ่านอ่านตามลำดับสูงสุด (Max Sequential Read Performance) และความเร็วในการเขียนตามลำดับสูงสุด (Max Sequential Write Performance) ของ WD Blue SN550 จะเป็นความเร็วเดียวกันกับที่เขียนเอาไว้ตรงหน้าแรกของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ 

Random vs sequential access

สำหรับการเขียนและอ่านข้อมูลเข้าออก SSD นั้นจะแบ่งออกเป็นสองแบบคือ Sequential (เรียง) และ Random (สุ่ม) โดย Sequential จะเป็นผลความเร็วในการอ่านเขียนไฟล์ขนาดใหญ่ที่ทางผู้ผลิตนำมาเสนอในหน้าแสดงสเปคให้ผู้ใช้เห็นนั่นเอง

โดยไฟล์ที่ SSD จะอ่านแบบ Sequential คือไฟล์ขนาดใหญ่เกิน 128 kB ขึ้นไป ส่วนการอ่านแบบ Random จะใช้กับไฟล์ขนาดเล็ก เช่นไฟล์ 4KB เป็นพวกไฟล์ cache, Cookies ต่าง ๆ ซึ่งผู้ใช้เช่นเราก็จะได้ใช้งานทั้งสองแบบนี้สลับกันไปมา

CrystalDiskMark 6.0.2 x64 2 11 2020 11 47 45 AM

อิงจากรีวิว WD Blue SN550 ความจุ 1TB ที่ Notebookspec เคยรีวิว จะได้ผล Benchmark ก็จะเห็นว่าการอ่านแบบ Sequential Read Performance จะได้อยู่ 2,432MB/s และ Sequential Write Performance อยู่ที่ 2,033MB/s ซึ่งถ้าใช้งานกับโปรแกรมและไฟล์ขนาดใหญ่ก็จะอ่านเขียนได้เร็วทีเดียว

ส่วนไฟล์แคชขนาดเล็กในส่วน 4KiB จะได้ Read 1,036MB/s และ Write 1,231MB/s ซึ่งถ้าเป็นไฟล์แคชขนาดเล็กก็จะเห็นว่าประสิทธิภาพลดลงไปครึ่งหนึ่ง

wd blue 1tb IOPS TBW

หัวข้อ IOPS (Input/Output Operations per second) หรือความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูลเข้าและออก SSD แบบสุ่มในความเร็วต่อวินาที ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ควรโฟกัสเวลาอ่านรีวิว SSD รุ่นต่าง ๆ เพราะเป็นความเร็วตอนเขียนอ่านไฟล์เช่น cache file, cookies, pages file, ความเร็วในการเซฟและโหลดเซฟเกม ฯลฯ ซึ่งถ้ามีค่ามากก็จะยิ่งทำให้ SSD อันนั้นสามารถอ่านเขียนข้อมูลได้เร็วยิ่งขึ้นนั่นเอง เรียกว่าเป็นค่าความเร็วจริงของ SSD รุ่นนั้น ๆ 

ดังนั้นในส่วนนี้ถ้ามีค่า IOPS สูง ก็จะทำให้ NVMe ลูกนั้น ๆ สามารถจัดการคำสั่งต่าง ๆ ที่ผู้ใช้ทำได้เร็วยิ่งขึ้นนั่นเอง และ IOPS จะมีความเกี่ยวข้องกับส่วนของ 4KB Random Read, 4KB Random Write ด้วย

1800655

หัวข้อ TBW หรือ Terabytes Written เป็นส่วนแสดงอายุการใช้งานของ SSD นั้น ๆ ว่ามีอายุการใช้งานมากน้อยเท่าไหร่ เช่นของ WD Blue SN550 ตัวนี้จะอยู่ที่ 600TBW คือสามารถเขียนไฟล์ทับลงไปใน flash memory ของ SN550 ได้ 600TB

หากเทียบพื้นที่ขนาด 1TB เป็นจำนวนเพลง เราจะสามารถจุเพลงเอาไว้ได้ 200,000 เพลง ถ้าใช้ลง Windows 10 Home ขนาด 32GB (คิดจากตอนไฟล์ทั้งหมดติดตั้งลงเครื่องและบูตขึ้นมาพร้อมใช้งานแล้ว) ก็จะลง Windows 10 Home ซ้ำ ๆ ใน SSD ลูกนั้นได้ 31.25 ครั้ง ถึงจะครบ 1TB ดังนั้นอายุการใช้งาน 600TBW นั้นถือว่ายาวนานมาก

หัวข้อความเชื่อถือได้ ในข้อมูลของสเปค SSD นั้น จะเป็นการประเมินชั่วโมงการใช้งานของ SSD ลูกนั้นโดยผู้ผลิตจะเขียนทั้ง MTTF (Mean Time To Failure) และ MTBF (Mean Time Between Failure) ซึ่งทั้งสองหัวข้อนี้จะมีความหมายใกล้เคียงกันแต่ไม่เหมือนเสียทีเดียว โดย

  • MTTF (Mean Time To Failure) – เป็นการประเมินอายุการใช้งานโดยรวม ตั้งแต่เริ่มใช้งานจนกระทั่งเสียหายและใช้งานไม่ได้อีกเลยและซ่อมให้กลับมาใช้งานไม่ได้
  • MTBF (Mean Time Between Failure) – เป็นการประเมินอายุการใช้งาน ซึ่งจะเป็นเวลาใช้งานโดยเฉลี่ยจนกว่าจะเกิดปัญหาระหว่างใช้งาน แต่ยังซ่อมกลับมาใช้งานได้

ซึ่งค่า MTTF และ MTBF จะเขียนหน่วยในหน้าสเปคเอาไว้ระดับล้านชั่วโมง จะเห็นว่า SN550 นี้เขียนเป็น MTTF นั่นคือผู้ผลิตประเมินอายุการใช้งานเอาไว้ที่ 1.7 ล้านชั่วโมง ถ้าคำนวนเป็นเวลา 24 ชั่วดมง (1 วัน) จะอยู่ที่ 70,833 วัน หรือราว 190 ปี แต่อย่างไรก็ตามการประเมินนี้จะเป็นการคำนวนจากระบบและอัลกอริธึ่มของผู้ผลิต ซึ่งถ้าใช้งานจริงอาจจะมีตัวแปรอื่น ๆ ทำให้อายุการใช้งานสั้นลงได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องการจ่ายไฟฟ้าไม่เสถียร, สภาพอากาศและอื่น ๆ

temp and warranty

หัวข้อสภาพแวดล้อม จะเป็นเรื่องอุณหภูมิระหว่างการใช้งาน SSD ลูกนั้น ๆ ซึ่งถ้าอยู่ในระดับความร้อนที่เหมาะสมก็จะทำให้ใช้งานได้นานขึ้นนั่นเอง ซึ่งในตัวอย่างจะเห็นว่าอุณหภูมิการตอนทำงานอยู่ที่ 0-70 องศาเซลเซียส และตอนไม่ใช้ทำงาน อยู่ที่ -55 ถึง 85 องศาเซลเซียส ซึ่งถ้าเราใช้งานตามปกติก็จะไม่มีปัญหาใด ๆ กับตัว SSD อย่างแน่นอน

หัวข้อการรับประกันแบบจำกัดเงื่อนไข จะเห็นว่าตัว SSD นี้จะมีอายุรับประกันที่ 5 ปี แต่ตรงหัวข้อถูกเขียนตัวเลขหมายเหตุเอาไว้ จะเห็นว่าผู้ผลิตนั้นกำหนดเงื่อนไขรับประกันเอาไว้ว่าถ้า SSD ลูกนี้มีอายุการใช้งานที่ 5 ปี หรือ ค่าความทนทานการใช้งาน (Terabytes Written) เขียนถึงกำหนดก่อน ก็จะหมดประกันการใช้งานไปโดยปริยาย ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนมองว่าถ้า SSD ลูกนั้นไม่ถูกนำไปทำเป็น Server หรือฮาร์ดดิสก์ที่ถูกเขียนอ่านข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ค่า TBW ก็จะไม่เต็มง่าย ๆ อย่างแน่นอน แต่ประกันตามอายุการใช้งานที่กำหนดน่าจะหมดก่อนเสียมากกว่า

นอกจากนี้ถ้าผู้อ่านคนไหนเห็นคำว่า 3D NAND อยู่ในหน้าสเปค นั่นคือ SSD แบบที่ใช้วิธีการผลิตโดยซ้อน cell ของ flash memory ลงไป 32 เลเยอร์ เพื่อเพิ่มความหนาแน่นของ flash memory ให้ SSD มีความจุมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันเราจะเห็น SSD ที่ใช้ 3D NAND มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยใช้ flash memory แบบ TLC และ QLC มากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย

sata ssd

เมื่ออ่านข้อมูลสเปค SSD ว่าแต่ละหัวข้อหมายถึงอะไรบ้างมาถึงจุดนี้แล้ว จะเห็นว่าในหน้าข้อมูลของ SATA SSD ก็จะเขียนข้อมูลแบบเดียวกันกับ NVMe SSD แต่จะต่างกันตรงอินเตอร์เฟสที่เปลี่ยนจาก PCIe 3.0 หรือ 4.0 ไปเป็น SATA III ความเร็ว 6Gb/s แทน

sata ssd Copy

แต่จุดสังเกตในสเปค SSD แบบ SATA คือ อินเตอร์เฟสจะมีแบบ M.2 2280 ด้วย ซึ่งมีหน้าตาคล้ายกับ M.2 NVMe เป็นอย่างมากและใช้หน้าพิน เป็น M-Key แบบเดียวกันได้ด้วยเช่นที่เคยอธิบายไปในบทความที่แล้ว 

798d4dc6a3b1f9022fe8f8052a33b047 e1614427415580
ถ้าสังเกตหน้ากล่องตรงตัว SSD ที่สกรีนเอาไว้ จะมีคำว่า SATA M.2 2280 เขียนอยู่

ตัวอย่างเช่น WD Green PC SSD SATA M.2 2280 ในตัวอย่างจะเขียนคำว่า SATA เอาไว้ตรงภาพ SSD ที่หน้ากล่อง หรือไม่ก็สังเกตว่าตรงอินเตอร์เฟสที่เอามาต่อกับคอมพิวเตอร์เป็น B & M Key ก็จะรับส่งข้อมูลได้ที่ระดับ PCIe x2 เท่านั้น ดังนั้นจะมีความเร็วระดับ SATA เท่านั้น อย่างที่ทางเว็บไซต์เคยรีวิวไปก่อนหน้านี้ 

ดังนั้นเราจะเห็นแล้วว่าในหน้าสเปค SSD ถ้าอ่านโดยละเอียดและสังเกตดี ๆ ก็จะเห็นว่ามีรายละเอียดต่าง ๆ ให้อ่านมากมายทำให้เรารู้ว่า SSD รุ่นนั้น ๆ มีประสิทธิภาพดีอย่างที่เราต้องการหรือไม่ และก่อนซื้อก็ควรเช็คเมนบอร์ดของเราเสมอว่าสามารถใช้ SSD แบบไหนบ้าง จะได้เลือกซื้อ SSD อันใหม่มาอัพเกรดเครื่องของเราได้โดยไม่เสียเงินฟรีนั่นเอง

from:https://notebookspec.com/web/579455-easy-way-to-read-ssd-spec-sheet

SSD รุ่นไหนดี มาดู NVMe 6 รุ่นนี้ได้เลย สเปคดีฟีเจอร์เด็ดแน่

จะพีซีหรือโน๊ตบุ๊คสำหรับใช้ทำงานหรือเล่นเกม ก็เชื่อว่าหลาย ๆ คนก็มองหา SSD สักรุ่นเอาไปใช้ให้เครื่องทำงานได้เร็วทันใจแน่นอน แต่ปัญหาว่าจะซื้อ SSD รุ่นไหนดีก็น่าจะวนเวียนอยู่ในหัวของใครหลาย ๆ คน แน่ เพราะแบรนด์ผู้ผลิตฮาร์ดดิสก์หลายเจ้าก็ผันตัวมาผลิต SSD กันจนมีหลายรุ่นหลากสเปคให้เลือกกันเยอะแยะไปหมด

นอกจากนี้ถ้าหาข้อมูลอีกนิด หลายคนก็จะเห็นว่า SSD มีให้เลือกทั้งแบบ SATA และ NVMe จนไม่รู้ว่าต้องเลือกตัวไหนดีถึงจะคุ้มแล้วแต่ละรุ่นจะมีฟีเจอร์อะไรน่าใช้บ้าง ในบทความนี้เราจะหยิบ NVMe รุ่นน่าสนใจพร้อมฟีเจอร์น่าสนใจมาคลายความสงสัยว่าจะซื้อ SSD รุ่นไหนดีให้รู้กัน

SSD รุ่นไหนดี
NVMe SSD ตัวแรงสเปคดียุคนี้หามาใช้ได้ง่ายมากแถมราคาก็ถูกลงไปมาก

SSD รุ่นไหนดี ซื้อSATA หรือไป NVMe เลย

หากใครได้อ่านบทความ “ไขข้อข้องใจ SSD กี่ GB ดี? 256GB หรือ 512GB? หรือ 1TB เลยจบๆ” ไปแล้ว ผู้เขียนก็เชื่อว่าผู้อ่านหลาย ๆ คนน่าจะมีคำตอบในหัวของตัวเองแล้วว่าจะซื้อ SSD รุ่นไหนดีมาติดตั้งในเครื่องของเราดีแต่กำลังอยู่ระหว่างชั่งน้ำหนักกันว่าจะเลือกซื้อ SATA SSD หรือว่าเอา NVMe มาใส่ในพีซีของเราดีกว่า ซึ่งทั้งสองแบบก็มีจุดเด่นและข้อสังเกตกันทั้งนั้น ซึ่งถ้าจำแนกตามข้อดีและข้อสังเกตก็จะมีดังนี้

wd black sn850 nvme ssd family.png.thumb .1280.1280

NVMe SSD

  • ข้อดี
    • อ่านเขียนข้อมูลได้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพสูงกว่า SATA SSD ร่วม 5-7 เท่า
    • ราคาในตอนนี้ไล่เลี่ยกับ SATA SSD หลาย ๆ รุ่นซึ่งมีความจุเท่ากัน
    • บางรุ่นมีฟีเจอร์เข้ารหัสข้อมูล AES-256 ติดตั้งมาในตัว
    • บางรุ่นติดตั้งซิ้งค์ระบายความร้อนมาช่วยระบายความร้อนบนตัวชิป flash memory ทำให้รับส่งข้อมูลได้เร็วและเสถียร และ flash memory เสื่อมสภาพช้าลง
    • ผู้ผลิตมีเฟิร์มแวร์เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ NVMe เปิดให้โหลดไปใช้ได้
  • ข้อสังเกต
    • ดีไซน์ของ NVMe SSD กับ M.2 SSD มีหน้าตาคล้ายกัน ต้องสังเกตที่ขาเชื่อมต่อเข้าพอร์ต PCIe X4 
    • ต้องดูว่าเมนบอร์ดของพีซีหรือโน๊ตบุ๊ครุ่นเก่ารองรับหรือไม่
    • เมนบอร์ดในปัจจุบันยังรองรับ NVMe สูงสุดเพียง 2 ช่องเท่านั้น ถ้าต้องการทำ RAID 0 หรือ RAID 1 ต้องเลือกเมนบอร์ดที่มี NVMe x 2 ช่อง ถึงจะทำได้
    • NVMe SSD บางรุ่นที่มีฮีตซิ้งค์ระบายความร้อนไม่สามารถติดตั้งในโน๊ตบุ๊คได้เพราะใหญ่เกินฝาหลังโน๊ตบุ๊ค

331480 des 02 hikvision ssd sata iii c100 120 gb

SATA SSD

  • ข้อดี
    • ราคาเข้าถึงง่าย ปัจจุบันหลายรุ่นหาซื้อได้ในราคาหลักร้อยบาท
    • ใช้กับพีซีหรือโน๊ตบุ๊คในปัจจุบันได้ทุกรุ่น ใช้แทนฮาร์ดดิสก์ 2.5″ ในเครื่องได้ทันที
    • สามารถหาซื้ออะแดปเตอร์แปลง SATA เป็น USB 3.0 มาต่อแล้วเปลี่ยนเป็น External Harddisk ได้ด้วย
    • ติดตั้ง SATA SSD ได้มากเท่าที่พอร์ต SATA และสายไฟเลี้ยง SATA มีให้ใช้งาน
    • ทำ RAID ได้เหมือน HDD ทั่วไป ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้นและราคาไม่แพงมาก
  • ข้อสังเกต
    • ความเร็วน้อยกว่า NVMe ร่วม 5-7 เท่า เพราะ SSD รับส่งข้อมูลได้เร็วถึงขอบเขตความเร็วสูงสุดของพอร์ต SATA 3 แล้ว
    • ใช้ไฟฟ้ามากกว่า NVMe พอสมควร ถ้าใช้ในโน๊ตบุ๊คจะทำให้ระยะเวลาทำงานด้วยแบตเตอรี่ลดลงไปบ้าง
    • ไม่มีฟีเจอร์เข้ารหัสรักษาความปลอดภัยเช่น AES-256 อยู่ในตัว ถ้าใช้งานกับพีซีหรือโน๊ตบุ๊คที่มี TPM ถึงจะปลอดภัยขึ้น
พีซีเก่าใส่ NVMe ไม่ได้ไม่เป็นไร M.2 PCie Adapter ช่วยได้!

nvme

เมื่อรู้ถึงข้อดีของ NVMe SSD แล้ว ก็เชื่อว่าน่าจะคลายข้อสงสัยว่าจะเลือก SSD รุ่นไหนดีไปได้มากทีเดียว แต่ถ้าปัญหาคือเมนบอร์ดของพีซียังเป็นรุ่นเก่าและยังไม่อยากเสียเงินซื้อเมนบอร์ด, ซีพียู, แรม และอาจรวมถึงฮีตซิ้งค์ระบายความร้อนตัวใหม่ด้วย ก็ยังสามารถใช้งาน NVMe SSD ได้เช่นกัน เพียงหาซื้ออุปกรณ์เสริม เช่น M.2 PCIe Adapter มาใส่ NVMe แล้วติดตั้งเข้าพอร์ต PCIe X4 หรือ X16 บนเมนบอร์ดก็ได้เช่นกัน

นอกจากนี้ถ้าเราต่อ M.2 PCIe Adapter ตัวนี้เข้ากับพีซีแล้ว ก็ช่วยแก้ปัญหาเมนบอร์ดมี NVMe SSD เพียงช่องเดียวแล้วต้องการเพิ่ม NVMe ตัวที่สองได้ทันที และตั้งค่าให้ทำ RAID กับ NVMe ตัวหลักได้อีกด้วย ช่วยให้เราจ่ายเงินน้อยลงและไม่ยุ่งยากมากด้วย

แนะนำ SSD สเปคดี ฟีเจอร์เด็ดสำหรับพีซี

สำหรับ SSD แบบ NVMe ในบทความนี้ จะคัดเลือกจาก NVMe รุ่นจัดจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเพื่อเป็นตัวเลือกสำหรับคนที่มองหาอยู่ว่าจะซื้อ SSD รุ่นไหนไปติดตั้งในพีซีหรือโน๊ตบุ๊คเครื่องประจำของเราดี โดยจะเลือกแนะนำเป็นรุ่นความจุ 500GB ประสิทธิภาพดีและราคาไม่สูงมากให้เลือกซื้อไปติดตั้งในเครื่องกัน โดยมีรุ่นแนะนำดังนี้

  1. WD Blue SN550 500GB (2,190 บาท)
  2. Kingston A2000 500GB (2,250 บาท)
  3. ADATA SX8200 Pro 512GB (2,750 บาท)
  4. WD Black SN750 500GB (2,790 บาท)
  5. Samsung 970 EVO Plus 500GB (3,590 บาท)
  6. Seagate FIRECUDA 520 500GB (3,790 บาท)
1. WD Blue SN550 500GB (2,190 บาท)

wd blue sn550 nvme ssd.png.wdthumb.1280.1280 e1613985423532

WD Blue SN550 เป็นรุ่นเริ่มต้นราคาไม่แพงมากและน่าเลือกซื้อรุ่นหนึ่งถ้ากำลังสงสัยว่าจะซื้อ SSD รุ่นไหนดี เป็น NVMe M.2 2280 แบบไม่มีฮีตซิ้งค์จึงเอาไปใช้กับพีซีหรือโน๊ตบุ๊คก็ได้ มีความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูลอยู่ที่ Read 2,400 MB/s และ 1,750MB/s จัดว่าเร็วมากพอที่จะใช้ทำงานและเปิดโปรแกรมต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดย Notebookspec เคยทำรีวิวไปแล้วด้วย

นอกจากความเร็วแล้ว ยังมีค่า 4K Read IOPS ถึง 300K IOPS และ 4K Write IOPS ที่ 240K IOPS รวมทั้งความทนทานในการเขียนข้อมูลมากถึง 300TBW (Terabytes Written) สามารถใช้งานต่อเนื่องได้หลายปี ส่วน flash memory เป็น TLC 

สเปคของ WD Blue SN550

  • ความจุ 500GB
  • ชนิดของ flash memory : TLC
  • ความเร็วในการอ่าน : 2,400 MB/s
  • ความเร็วในการเขียน : 1,750 MB/s
  • 4K Read IOPS : 300K IOPS
  • 4K Write IOPS : 240K IOPS
  • ความทนทานในการเขียนข้อมูล : 300TBW
  • ราคา 2,190 บาท (JIB)
2. Kingston A2000 500GB (2,250 บาท)

a2000

Kingston A2000 ก็เป็นอีกตัวเลือกคุณภาพดีสำหรับคนเลือกซื้อ NVMe ไปใช้งานสักตัวหนึ่ง แม้เรื่องความเร็วจะเป็นรอง แต่ความเสถียรและความปลอดภัยนั้นจัดว่าไว้ใจได้สำหรับคนที่กำลังสงสัยว่าจะซื้อ SSD รุ่นไหนดี โดยเฉพาะคนทำงานเพราะ Kingston ใส่ฟีเจอร์เข้ารหัสความปลอดภัยอย่าง TCG Opal,  XTS-AES แบบ 256-bit และ eDrive ฝังเอาไว้ในตัวไดรฟ์อีกด้วย จึงไว้ใจเรื่องความปลอดภัยได้เลย รวมทั้งเป็น NVMe M.2 2280 แบบไม่มีฮีตซิ้งค์ ตัวไดรฟ์จึงบางจนติดตั้งในโน๊ตบุ๊คหรือพีซีก็ได้ ซึ่งผู้สนใจสามารถคลิกอ่านรีวิวได้ที่นี่

ด้านประสิทธิภาพของ Kingston A2000 ความจุ 500GB จะมีความเร็วในการอ่าน Read 2,200 MB/s และเขียน Write 2,000 MB/s ส่วนความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล 4K Read IOPS อยู่ที่ 180K และ 4K Write IOPS ที่ 200K มีความทนทานการเขียนข้อมูล 350TBW ทำให้ใช้งานได้นานหลายปีแน่นอน ส่วน flash memory เป็น TLC

สเปคของ Kingston A2000

  • ความจุ 500GB
  • ชนิดของ flash memory : TLC
  • ความเร็วในการอ่าน : 2,200 MB/s
  • ความเร็วในการเขียน : 2,000 MB/s
  • 4K Read IOPS : 180K IOPS
  • 4K Write IOPS : 200K IOPS 
  • ความทนทานในการเขียนข้อมูล : 350TBW
  • ราคา 2,250 บาท (JIB)
3. ADATA SX8200 Pro 512GB (2,750 บาท)

productGallery7095 Copy

ADATA SX8200 Pro ก็เป็น NVMe M.2 2280 ความจุ 512GB น่าเลือกซื้อในรายชื่อรุ่นแนะนำถ้ากำลังคิดว่าจะเลือก SSD รุ่นไหนดี เพราะมีความทนทาน, ทำงานได้เสถียร และมีโปรแกรม Acronis True image HD สำหรับ Migrate ย้าย Windows 10 จากคอมพ์เครื่องเก่าไปเครื่องใหม่ได้ง่าย ๆ ให้ใช้งานอีกด้วย

สเปคของ ADATA SX8200 Pro นั้นใช้ flash memory แบบ 3D TLC มีความเร็วในการอ่าน 3,500 MB/s และเขียนเร็ว 3,000 MB/s กับค่า 4K Read IOPS อยู่ 390K IOPS ส่วน 4K Write IOPS อยู่ที่ 380K IOPS และรองรับการเขียนข้อมูลบนไดรฟ์ได้สูงสุด 320TBW ซึ่งถือว่ามากไม่แพ้กับ NVMe ตัวอื่น ๆ ทีเดียว

สเปคของ ADATA SX8200 Pro

  • ความจุ 512GB
  • ชนิดของ flash memory : 3D TLC
  • ความเร็วในการอ่าน : 3,500 MB/s
  • ความเร็วในการเขียน : 3,000 MB/s
  • 4K Read IOPS : 390K IOPS
  • 4K Write IOPS : 380K IOPS 
  • ความทนทานในการเขียนข้อมูล : 320TBW
  • ราคา 2,750 บาท (Advice)
4. WD Black SN750 500GB (2,790 บาท)

wd black sn750 nvme ssd noheatsink1.png.wdthumb.1280.1280

WD Black SN750 จัดเป็น SSD ตัวแรงประสิทธิภาพสูงน่าเลือกซื้อเช่นกัน เชื่อว่าถ้ามีคนถามว่าจะซื้อ SSD รุ่นไหนดี ก็น่าจะมีหลายคนนึกถึง WD Black SN750 รุ่นนี้หลุดปากออกมาบ้างเหมือนกัน ซึ่งนอกจากจะมีซอฟท์แวร์ WD Align Windows – Powered by Acronis สำหรับใช้ Migrate ระบบปฏิบัติการ Windows 10 จากไดรฟ์เก่ามายัง WD Black ตัวนี้แล้ว ยังมี Western Digital Dashboard สำหรับปรับจูนประสิทธิภาพให้ทำงานได้เร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย และสามารถอ่านรีวิวทดสอบความแรงของ WD Black SN750 ได้ที่นี่

สเปคของ NVMe M.2 2280 ตัวนี้เป็น flash memory ของ SanDisk 64-layer TLC มีความเร็วในการอ่านที่ 3,470 MB/s และเขียน 2,600 MB/s มีค่า 4K Read IOPS สูงถึง 420K IOPS และ 4K Write IOPS อยู่ที่ 380K IOPS และความทนทานในการเขียน 300TBW จัดว่าทำงานได้เร็วแรงถึงใจ เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการ NVMe ประสิทธิภาพสูงไว้ใช้ทำงานและเล่นเกมอย่างมาก และตอนนี้มีรุ่นใหม่อย่าง SN850 เปิดตัวออกมาแล้วด้วย

สเปคของ WD Black SN750

  • ความจุ 500GB
  • ชนิดของ flash memory : SanDisk 64-layer TLC
  • ความเร็วในการอ่าน : 3,470 MB/s
  • ความเร็วในการเขียน : 2,600 MB/s
  • 4K Read IOPS : 420K IOPS
  • 4K Write IOPS : 380K IOPS 
  • ความทนทานในการเขียนข้อมูล : 300TBW
  • ราคา 2,790 บาท (Advice)
5. Samsung 970 EVO Plus 500GB (3,590 บาท)

Screenshot 2021 02 22 173415

Samsung 970 EVO Plus แม้จะเป็นรุ่นที่รองจากตัว Pro ก็ตาม แต่สเปคและประสิทธิภาพก็ไม่น้อยหน้าและมีซอฟท์แวร์สำหรับ Migrate จากฮาร์ดดิสก์ลูกเก่ามายัง 970 EVO Plus และซอฟท์แวร์เพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วในการทำงานอีกด้วย รวมทั้งใช้คอนโทรลเลอร์คุมการทำงานของ Samsung เอง ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องประสิทธิภาพที่ทำงานได้เร็วอย่างโดดเด่นซึ่งคนที่กำลังคิดว่าจะซื้อ SSD รุ่นไหนดีที่เน้นประสิทธิภาพการใช้งานสูงและราคาไม่แพงเกินไป และทาง Notebookspec เคยทำรีวิวไปแล้ว สามารถคลิกอ่านได้ที่นี่

สำหรับ Samsung 970 EVO Plus จะใช้ flash memory แบบ Samsung V-NAND 3-bit MLC ถ้าเทียบกันแล้วเทียบเท่ากับ TLC ตัว SSD เป็นแบบ 2280 มีความเร็วในการอ่าน 3,500 MB/s และเขียน 3,200 MB/s ส่วนค่า 4K Read IOPS อยู่ที่ 480K IOPS กับ 4K Write IOPS ที่ 550K IOPS ส่วนความทนทานในการเขียนข้อมูลลงไดรฟ์อยู่ที่ 300TBW ซึ่งเหมาะกับผู้ใช้ที่ชอบความเร็วและประสิทธิภาพระดับสูง ช่วยให้โหลดโปรแกรมขนาดใหญ่ต่าง ๆ ได้เร็วทันใจทีเดียว

สเปคของ Samsung 970 EVO Plus

  • ความจุ 500GB
  • ชนิดของ flash memory : Samsung V-NAND 3-bit MLC
  • ความเร็วในการอ่าน : 3,500 MB/s
  • ความเร็วในการเขียน : 3,200 MB/s
  • 4K Read IOPS : 480K IOPS
  • 4K Write IOPS : 550K IOPS 
  • ความทนทานในการเขียนข้อมูล : 300TBW
  • ราคา 3,590 บาท (JIB)
6. Seagate FIRECUDA 520 500GB (3,790 บาท)

520

Seagate FIRECUDA 520 จัดเป็น SSD สเปคเกมเมอร์เน้น ๆ ซึ่งนอกจาก Samsung ในข้อที่แล้วก็มี Seagate FIRECUDA 520 ตัวนี้เป็นรุ่นแนะนำเช่นกัน เนื่องจากเป็น PCIe Gen 4.0 สามารถอ่านเขียนข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและมีอายุใช้งานยาวนาน ไม่มีฮีตซิ้งค์เลยเอาไปติดตั้งในเกมมิ่งโน๊ตบุ๊คได้เช่นกัน รวมทั้งรองรับ AMD Ryzen 5000 Series แล้วด้วย

สเปคของ Seagate FIRECUDA 520 ความจุ 500GB ใช้ flash memory แบบ 3D TLC เป็น NVMe M.2 2280 มีความเร็วในการอ่าน 5,000 MB/s ซึ่งจัดว่าสูงมากสุดในกลุ่ม NVMe รุ่นแนะนำและเขียน 2,500 MB/s ส่วนค่า 4K Read IOPS อยู่ที่ 430K IOPS และ 4K Write IOPS สูงถึง 630K IOPS ทีเดียว และทนทานมากเพราะรองรับการเขียนลงไดรฟ์ 850TBW มากกว่ารุ่นอื่นร่วมสองเท่า เหมาะกับผู้ใช้ที่อยากได้ NVMe ประสิทธิภาพสูงและใช้งานได้ทนทานระดับลืมไปแล้วว่าซื้อมาเมื่อไหร่เป็นอย่างมาก ซึ่งผู้สนใจสามารถอ่านรีวิวของ Seagate FIRECUDA 520 ได้ที่นี่

สเปคของ Seagate FIRECUDA 520

  • ความจุ 500GB
  • ชนิดของ flash memory : 3D TLC
  • ความเร็วในการอ่าน : 5,000 MB/s
  • ความเร็วในการเขียน : 2,500 MB/s
  • 4K Read IOPS : 430K IOPS
  • 4K Write IOPS : 630K IOPS 
  • ความทนทานในการเขียนข้อมูล : 850TBW
  • ราคา 3,790 บาท (JIB)

สรุป – เลือกซื้อ SSD รุ่นไหนดี ถึงเป็นตัวจบ

จะเห็นว่าสเปคของ NVMe แต่ละรุ่นนั้นมีประสิทธิภาพที่สูงมากและมีจุดเด่นแตกต่างกัน ซึ่งถ้าอ่านตามตารางข้างล่างนี้จะเห็นว่าแต่ละรุ่นใช้ flash memory แบบ TLC กันทั้งหมดแล้ว แต่ก็มีอายุการใช้งานยาวนานมากจนไม่ต้องกังวลการใช้งานเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว

รุ่น / สเปค ชนิดของ flash memory ความเร็วอ่าน ความเร็วเขียน 4K Read IOPS 4K Write IOPS ความทนทาน ราคา
WD Blue SN550 500GB TLC 2,400 MB/s 1,750 MB/s 300K IOPS 240K IOPS 300TBW 2,190 บาท
Kingston A2000 500GB TLC 2,200 MB/s 2,000 MB/s 180K IOPS 200K IOPS 350TBW 2,250 บาท
ADATA SX8200 Pro 512GB 3D TLC 3,500 MB/s 3,000 MB/s 390K IOPS 380K IOPS 320TBW 2,750 บาท
WD Black SN750 500GB SanDisk 64-layer TLC 3,470 MB/s 2,600 MB/s 420K IOPS 380K IOPS 300TBW 2,790 บาท
Samsung 970 EVO Plus 500GB Samsung V-NAND 3-bit MLC 3,500 MB/s 3,200 MB/s 480K IOPS 550K IOPS  300TBW 3,590 บาท
Seagate FIRECUDA 520 500GB 3D TLC 5,000 MB/s 2,500 MB/s 430K IOPS 630K IOPS 850TBW 3,790 บาท

อย่างไรก็ตามทั้ง 6 รุ่นนี้เป็นเพียงรุ่นน่าสนใจจากมุมมองของผู้เขียนเท่านั้น เพราะว่า NVMe รุ่นน่าสนใจและประสิทธิภาพดีก็ยังมีให้เลือกอีกมากมายในท้องตลาดและมีรุ่นเด่นสเปคดีที่ไม่ได้นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งผู้ใช้สามารถหาซื้อได้ด้วยการสั่งซื้อผ่านทางช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ได้ตามความสะดวกและความชอบของแต่ละคน แต่อย่างไรก็ตามอาจจะไม่แนะนำมากนักเนื่องจากไม่มีการรับประกันในประเทศไทย เมื่อเกิดปัญหาก็จำเป็นต้องส่งเคลมกลับไปต่างประเทศ ไม่ก็ต้องยอมรับสภาพและซื้อ NVMe รุ่นใหม่มาเปลี่ยนแทน

สุดท้ายจะซื้อ SSD รุ่นไหนดีนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของเราว่าจุดประสงค์เน้นเรื่องการใช้ทำงานทั่วไปหรือเน้นเรื่องการเล่นเกมเป็นหลัก เพียงดูข้อมูลเพิ่มเติมและเลือกให้เข้ากับรูปแบบของเราใช้งานสักนิดก็จะช่วยให้เราได้สินค้าที่ตอบโจทย์การใช้งานของเราไปใช้งานอย่างแน่นอน 

from:https://notebookspec.com/web/578565-6-recommend-ssd-to-speed-up-your-pc

ไขข้อข้องใจ SSD กี่ GB ดี? 256GB หรือ 512GB? หรือ 1TB เลยจบๆ

เวลาเดินเข้าร้านคอมพ์เพื่อประกอบพีซีสักเครื่อง ไม่ว่าจะใช้เล่นเกมหรือเอาไปทำงานก็เชื่อว่าหลายคนมีคำถามเดียวกันเสมอว่าจะซื้อ SSD กี่ GB ดี ถึงจะพอใช้งาน? ซึ่งถ้าเป็นคนมีงบประมาณให้คอมพิวเตอร์แบบไม่จำกัดคงจะไม่มีปัญหาเรื่องนี้อย่างแน่นอน แต่คนทั่วไปที่ต้องคุมงบประมาณเอาไว้ก็ต้องนั่งคิดเหมือนกัน ว่าเราจะต้องให้ความสำคัญกับชิ้นส่วนไหนมากหรือน้อยกว่ากัน

ซึ่งนอกจากซีพียูหรือการ์ดจอและระบบไฟ RGB มากมายในเครื่องแล้ว ส่วนบันทึกข้อมูลในเครื่องอย่างฮาร์ดดิสก์หรือ SSD ก็สำคัญมากไม่แพ้ใคร เพราะจะเปิดโปรแกรมใหญ่ ๆ หรือเรียกไฟล์งานขึ้นมาทำได้เร็วหรือช้านั้น SSD ในเครื่องของเราเรียกว่ามีผลไม่แพ้ RAM ในเครื่องของเราเลย

ssd กี่ GB ดี
ขอ Samsung 970 Pro แท่งเล็ก ๆ ด้านล่างซ้ายมือความจุ 1TB ครับ 🙂

รู้จักกันก่อนว่า SSD คืออะไร?

ssd กี่ gb ดี
เมื่อก่อนเป็น SATA SSD ความเร็วก็เร็วกว่า HDD ทั่วไปตั้ง 5 เท่าแล้ว

นับจากวันแรกที่ Solid-State Drive ถูกคิดค้นขึ้นมาเป็นครั้งแรกในปี 1981 ด้วยฝีมือของ Matsuoka Fujio แห่ง Toshiba แล้ว SanDisk นำไปสร้างขึ้นมาจนเป็นโซลิดสเตทไดรฟ์ลูกแรกในปี 1991 แล้ว ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีฮาร์ดดิสก์ความเร็วสูงนี้ก็กลายเป็นอุปกรณ์พื้นฐานในโน๊ตบุ๊คยุคใหม่แทบทุกเครื่องแล้ว เนื่องจากราคาการผลิตชิบ flash memory เพื่อประกอบ SSD ก็เริ่มลดราคาลงเรื่อย ๆ และผู้ใช้ก็ให้ความนิยมจนกลายเป็นฮาร์ดดิสก์ยอดนิยมในปัจจุบันนี้ไปโดยปริยาย

clone hard drive ssd 1

SSD (Solid-State Drive) นั้นเป็นหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์ประเภทหนึ่งที่สร้างมาเพื่อเก็บข้อมูลในเครื่อง โดยเป็นบอร์ดอิเล็กทรอนิกส์ติดตั้ง flash memory เอาไว้เพื่อบันทึกข้อมูลและควบคุมการเข้าออกและเข้าถึงข้อมูลในตัว SSD ด้วยชิป Controller ซึ่งถ้าใช้เป็นรุ่นคุณภาพดีก็จะทำให้ SSD ลูกนั้นมีประสิทธิภาพสูงเช่นกัน

ส่วนอายุการใช้งานของ SSD ลูกหนึ่ง ๆ นั้นจะอยู่กับเราได้นานหรือไม่นานก็ต้องหันไปสนใจส่วนของ flash memory ที่เป็น semiconductor cell สำหรับบันทึกข้อมูลตั้งแต่ 1-5 bit ต่อ cell บนบอร์ดใน SSD ลูกนั้น โดยแบ่งเกรดเป็น 5 ระดับ คือ

  1. Single-Level Cell (SLC) – เป็น flash memory แบบบันทึกข้อมูล 1 bit ต่อ 1 cell มีโอกาส error น้อยมาก เสถียรและอายุใช้งานนานมาก แต่ราคาก็แพงมากเป็นเงาตามตัวเช่นกัน และปัจจุบันนี้ก็เริ่มผลิตออกมาน้อยจนแทบไม่ทำแล้วเนื่องจากเทคโนโลยีปัจจุบันก็สามารถสร้าง MLC, TLC คุณภาพดีออกมาได้เรื่อย ๆ แล้ว โดย SLC มีอายุการเขียนข้อมูลสูงสุด 100,000 ครั้งต่อ cell
  2. Multi-Level Cell (MLC) –  เป็น flash memory บันทึกข้อมูล 2 bits ต่อ cell ตัวข้อมูลใน SSD มีความหนาแน่นกว่า SLC แต่ก็ยังมีอายุการใช้งานที่ดีมาก ราคาจะถูกลงจากตัว SLC ไปพอควร แต่ปัจจุบันก็เริ่มหายากและมีไม่กี่รุ่นเท่านั้น ซึ่งราคาก็สูงพอควรและยังเขียนข้อมูลได้มากสุด 10,000 ครั้งต่อ 1 cell
  3. Triple-Level Cell (TLC) – เราจะเห็น flash memory ประเภทนี้มากสุดในปัจจุบันไม่แพ้กับ QLC ในข้อถัดไปเลย โดยเพิ่มการบันทึกข้อมูลเข้าไปเป็น 3 bit ต่อ cell ทำให้อายุการใช้งานลดลงอีกหน่อย เหลือราว 3,000 ครั้งต่อ 1 cell เท่านั้น แต่ก็แลกกับราคาถูกและหาซื้อได้ง่ายด้วย ซึ่งถ้าเราเอาไว้ใช้งานทั่วไปเช่นเป็นไดรฟ์ C:\ ของพีซีหรือโน๊ตบุ๊คก็ไม่เลว โดยส่วนตัวผู้เขียนก็ใช้ SATA SSD แบบ TLC กับพีซีส่วนตัวที่ใช้งานทุกวันมาร่วมสี่ปีแล้วก็ยังไม่พบปัญหาอะไร และ SSD Health ยังอยู่ระดับ 91% อยู่ จึงนับได้ว่า flash memory แบบ TLC ก็มีอายุการใช้งานดีทีเดียว
  4. Quad-Level Cell (QLC) – เป็น flash memory รุ่นใหม่ เพิ่งเปิดตัวเมื่อไม่นานนี้ราวปี 2009 โดย Toshiba และ SanDisk โดยบันทึกข้อมูล 4 bit ต่อ cell แม้อายุการใช้งานจะลดมาเหลือราว 1,000 ครั้งต่อ 1 cell แต่สำหรับเทคโนโลยีปัจจุบันก็ได้รับการพัฒนาขึ้นมากกว่าในอดีตแล้ว และบริษัทชั้นนำต่าง ๆ เช่น Samsung, Intel, ADATA และ Micron ก็เปิดตัว QLC SSD ออกมาเรื่อย ๆ เช่นกัน
  5. Penta-Level Cell (PLC) – เป็น flash memory รุ่นใหม่อยู่ระหว่างพัฒนา โดยเขียนข้อมูล 5 bit ต่อ cell ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาและคาดว่าจะวางขายในอนาคตนี้

ประเภทของ flash memory เราสามารถเช็คได้ตรงหน้าสเปคของ SSD รุ่นนั้น ๆ ซึ่งทางผู้ผลิตจะระบุข้อมูลเอาไว้ให้อยู่แล้ว โดยส่วนตัวผู้เขียนแนะนำให้เลือก SSD ใช้ flash memory แบบ TLC จะมีอายุการใช้งานนานและราคาสมเหตุสมผล ส่วน flash memory แบบ QLC ก็สามารถเลือกซื้อมาเป็นไดรฟ์รองสำหรับติดตั้งเกมอย่างเดียวแล้วเปลี่ยนทิ้งเมื่อเสียก็ดีเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม นอกจากประเภทของ flash memory แล้ว พฤติกรรมการใช้งานของเราก็มีผลต่ออายุการใช้งานของ SSD เช่นกันว่าจะมีอายุใช้งานนานหรือเปล่า ซึ่งถ้าปล่อยให้คอมพิวเตอร์ของเราไฟกระชาก, ใช้พาวเวอร์ซัพพลายคุณภาพไม่ดี จ่ายไฟไม่เสถียร และโดยเฉพาะการบันทึกไฟล์เอาไว้จนเกือบเต็มก็เป็นการทำให้ SSD เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว

เปลี่ยนจากถามว่า SSD กี่ GB ดี ต้องถามว่าเอาไปใส่อะไรบ้าง?

Screenshot 2021 02 20 164234

คำถามสำคัญนั้นไม่ใช่ว่าเราจะซื้อ SSD กี่ GB ดี แต่ควรคิดกลับกันว่า “เราจะเอาอะไรใส่ลงไปใน SSD ลูกนั้นบ้าง?” จะช่วยให้เราคำนวนและเลือกซื้อความจุของ SSD ได้ง่ายขึ้นว่าเราควรซื้อความจุกี่ GB ถึงจะพอใช้งาน

samsung970pro

เวลาเราเริ่มคำนวน ต้องไปเริ่มต้นจากการคำนวนโปรแกรมรวมไปถึงระบบปฏิบัติการใน SSD ลูกนั้นร่วมกับโปรแกรมอื่นที่ต้องใช้งานก็จะทำให้เรารู้ว่าต้องซื้อ SSD กี่ GB ดี ถึงจะพอเอาไว้ใช้งาน ซึ่งอาจจะคำนวนคร่าว ๆ แบบเอาทุกโปรแกรมมาบวกกันไปเลยก็จะประหยัดเวลาไปได้มาก ตัวอย่างเช่น

  1. ระบบปฏิบัติการ Windows 10 Home (64 bit) ต้องใช้พื้นที่ติดตั้ง 32GB
  2. โปรแกรมตระกูล Adobe คร่าว ๆ ราว 4GB ต่อโปรแกรม (อ้างอิง Adobe Photoshop)
  3. Microsoft Office Home & Student 2019 ต้องการพื้นที่ 4GB เพื่อติดตั้งโปรแกรมใช้งาน
  4. โปรแกรมจิปาถะต่าง ๆ เช่น Google Chrome, Spotify, Discord, GIMP ร่วม 1-2GB

เมื่อนำทุกโปรแกรมมาคิดรวมกันก็จะเป็น 32+4+4+2GB จะได้ 40GB พอดี นั่นหมายความว่า SSD ความจุ 120GB ก็สามารถใช้ได้เช่นกันถ้าเราติดตั้งเฉพาะโปรแกรมใช้ทำงานอย่างเดียว แต่ไม่ได้รวมถึงเกมและโปรแกรมจิปาถะอื่น ๆ ดังนั้นเราควรเผื่อพื้นที่เอาไว้เกือบ 2 เท่าจะดีสุด

red barSSD กี่ GB ดีนะ? แต่ถ้า SSD แถบพื้นที่ว่างแดงแปร๊ดแบบนี้บอกเลยว่าอย่าหาทำ!

แต่พฤติกรรมสำคัญห้ามลืมเด็ดขาดเวลาใช้ SSD คือ ห้ามเซฟไฟล์หรือติดตั้งโปรแกรมจนเกิน 80% ของพื้นที่ทั้งหมดของ SSD ควรมีที่ว่างสำหรับพักไฟล์ให้ SSD ได้ใช้งานด้วย ไม่เช่นนั้น SSD ลูกนั้นจะเสื่อมสภาพไวยิ่งขึ้น รวมทั้งห้าม Defragment and Optimize Drives โดยเด็ดขาด เนื่องจากเพิ่มภาระให้กับ Controller ต้องคอยเขียนไฟล์โดยไม่จำเป็นและทำให้ flash memory อายุการใช้งานสั้นลงอย่างรวดเร็ว

Screenshot 2021 02 20 175759
เว้นให้อยู่สีฟ้า ๆ แบบนี้ จะได้ใช้งานได้นาน ๆ

สำหรับวิธีการเช็คว่าตอนนี้ SSD ของเราเต็มหรือยังแบบง่าย ๆ ให้เปิด File Explorer ขึ้นมา จากนั้นคลิก This PC แล้วจะเห็นแถบแสดงพื้นที่ว่างของ SSD หากถ้ายังเป็นหลอดสีฟ้าแบบนี้ถือว่าโอเคและ SSD ก็จะเสื่อมสภาพช้าลงอีกด้วย

ส่วนคนต้องการใช้พื้นที่ใน SSD ให้ใกล้เคียง 80% เพราะอยากใช้ให้คุ้ม ผู้เขียนแนะนำให้เอาความจุทั้งหมดไปคิดกับเว็บไซต์ Percentage Calculator เพื่อดูว่าเราสามารถบันทึกข้อมูลเอาไว้ในไดรฟ์นั้น ๆ ได้มากสุดกี่ GB และพยายามใช้งานให้ไม่เกินขีด 80% หรือถ้าเกินก็ไม่ควรให้ไฟล์ค้างอยู่ในนั้นนาน ๆ เช่นกัน

เช่นถ้า SSD มีความจุสูงสุด 222GB (หน้าฉลากเป็น 240GB แต่เพราะคอมพิวเตอร์ทำงานบนเลขฐาน 2 ดังนั้นจะมีพื้นที่ไม่เต็ม 100% อย่างที่โฆษณาเอาไว้) เมื่อคำนวนแล้วเหลือ 177GB เวลาใช้งานก็ควรเซฟไฟล์หรือลงโปรแกรมก็ควรระวังไม่ให้เกินเครดิตนี้ และควรหมั่นเช็คเป็นระยะ ๆ 

เกร็ดเล็กน้อยเกี่ยวกับ SSD
  1. SSD แรงกว่า HDD ทั่วไปแน่นอน – หากวัดการรับส่งข้อมูลด้วยโปรแกรม CrystalDiskMark หรือ HDD Tune Pro จะเห็นความแตกต่างของ SSD กับ HDD อย่างชัดเจนว่า HDD นั้นทำงานได้ช้ากว่า SSD ร่วม 2-5 เท่า ดังนั้นถ้าโน๊ตบุ๊คของเรายังมีไดรฟ์หลักเป็น HDD อยู่ก็ควรลงทุนซื้อ SSD มาเปลี่ยนและย้าย HDD ลูกเก่าเป็น External Harddisk จะทำให้เครื่องทำงานได้เร็วขึ้นอย่างแน่นอน
  2. SATA SSD ก็ยังใช้ดีอยู่ – สำหรับคนคร่ำหวอดเรื่อง SSD มาตลอดอาจจะพยายามเฟ้นหา M.2 NVMe SSD เพราะทำงานได้เร็วที่สุดในปัจจุบันนี้แล้ว แต่ถ้าไม่ยี่หระเรื่องความเร็ว (ที่อาจจะเกินจำเป็นในบางโอกาส) ก็อาจจะเลือก SATA SSD ไม่ว่าจะเป็น M.2 หรือเป็นทรง 2.5″ Drive มาติดตั้งในเครื่องก็ยังทำงานได้ดี
  3. เลือก SSD ให้ดูบอร์ดดี ๆ – ถึงจะรู้กันดีว่า M.2 NVMe SSD แรงถึงใจอยากได้มาเชยชม แต่ถ้าเมนบอร์ดของพีซีหรือโน๊ตบุ๊คไม่รองรับ (หรือมีพอร์ตหน้าตาคล้ายกันแต่อินเตอร์เฟสเป็นคนละแบบ) ก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้นก่อนจะกดสั่งซื้อ SSD ลูกใหม่มาติดตั้งในพีซีของเราก็ควรเช็คเมนบอร์ดของเรากับผู้ผลิตให้ดีก่อนซื้อเสมอ แต่ถ้าเน้นเซฟ ซื้อมายังไงก็ได้ใช้งานแน่นอนก็เลือกเป็น 2.5″ SSD Drive แบบ SATA มาใช้ก็ได้ ยังไงก็ใส่ในพีซีหรือโน๊ตบุ๊คได้ทุกเครื่องแน่นอน

ตกลงซื้อ SSD กี่ GB ดี ถึงจะพอใช้งาน?

productGallery255

สำหรับคำถามว่าจะซื้อ SSD กี่ GB ดีนั้น ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคนในปัจจุบันว่าถ้าเอาไปติดตั้งในเครื่องแล้วต้องการเอาไปใช้งานอะไรบ้าง ซึ่งอาจจะเอาไปเป็นไดรฟ์เก็บข้อมูลเสริมในพีซีเครื่องนั้น เพราะไม่อยากเอาทุกอย่างมารวมเอาไว้ในไดรฟ์ C:\ ก็ได้ หรือเป็น External Harddisk ก็ดีเช่นกัน สำหรับ SSD แต่ละความจุเหมาะจะเอาไปใช้งานดังนี้

  • 120GB – SSD ขนาดเริ่มต้น มีขนาดค่อนข้างเล็กมากแต่ยังพอใช้เป็นไดรฟ์ C:\ ให้ Windows 10 และโปรแกรมต่าง ๆ ได้นิดหน่อยหรือเอาไว้ใช้ลง Linux สำหรับใช้งานก็ได้ แต่ควรเอาไว้ใช้ต่างแฟลชไดรฟ์โดยใช้หัวแปลง SATA to USB 3.0 จะดีกว่า
  • 240GB – เป็นความจุระดับมากพอใช้งานทั่วไปในปัจจุบันนี้ ถ้าใช้เป็นไดรฟ์ C:\ สำหรับโน๊ตบุ๊คทำงานถือว่ามีขนาดกำลังดีและอาจติดตั้งเกมออนไลน์ได้ราว 1-2 เกม ให้ดีที่สุดควรมีฮาร์ดดิสก์เสริมอีกหนึ่งตัวสำหรับเซฟงานด้วย จะทำให้ไม่อึดอัดเกินไป
  • 500GB – เป็นความจุระดับกำลังดี ไม่มากไม่น้อยเกินไปซึ่งปัจจุบันเราจะเห็นโน๊ตบุ๊คหลายรุ่นติดตั้ง SSD ความจุ 500GB มาจากโรงงานเป็นมาตรฐานกันแล้ว สำหรับพีซีก็ยังหาซื้อเพิ่มเติมจากร้านขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ได้หลายรุ่น เหมาะกับเกมมิ่งพีซีหรือใส่กับโน๊ตบุ๊คทำงานก็มีพื้นที่เอาไว้เซฟงานได้โดยไม่ต้องคอยกังวลมาก แต่ก็ควรบริหารพื้นที่เป็นระยะ ๆ ด้วย
  • 1TB – เป็นความจุระดับดีสุด ทำให้เราสามารถลงโปรแกรม, เกมและบันทึกไฟล์งานเอาไว้โดยไม่ต้องคอยกังวลว่า SSD จะเต็มเร็ว นอกจากจะติดตั้งเกมและโปรแกรมได้ระดับครบทุกตัวแล้ว ยังมีพื้นที่ว่างเอาไว้เซฟไฟล์งานและอื่น ๆ ได้อีกด้วย
  • 2TB ขึ้นไป – สำหรับคนที่มีโปรแกรมหรือเกมอยู่ในเครื่องเยอะและไม่ต้องการเสียเวลาลบหรือลงใหม่อยู่เป็นระยะ ๆ ซึ่งความจุระดับนี้จัดว่ามากเกินพอดีแต่ก็ใช้งานได้สบาย ๆ อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม เราจะใช้ SSD กี่ GB ก็ได้ถ้าเราบริหารพื้นที่หรือพลิกแพลงการใช้งานไปด้วย เช่นเราอาจจะซื้อ SSD ความจุ 240GB มาใช้เป็นไดรฟ์ติดตั้ง Windows 10 เอาไว้และโปรแกรมหลักแล้วมี HDD เอาไว้เป็นไดรฟ์เสริมสำหรับบันทึกไฟล์งานสัก 1TB ก็ดีเช่นกัน หรือจะเอาหลวม ๆ กำลังดีสัก 500GB แล้วเอางานทั้งหมดใส่ไว้ใน External Harddisk ไปเลย จะได้ไม่ต้องกินพื้นที่ในไดรฟ์ C:\ ก็เป็นวิธีที่เวิร์คเช่นกัน อย่างไรก็ตามทั้งหมดขึ้นอยู่กับจินตนาการและการพลิกแพลงการใช้งานของผู้ใช้ ว่าจะบริหารการใช้งานเครื่องของเราอย่างไร

from:https://notebookspec.com/web/578278-how-much-ssd-do-you-need-in-your-new-pc

Pure Storage เสริมแกร่งผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม FlashBlade และ FlashArray

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ผู้พัฒนาเทคโนโลยีสตอเรจแบบ All-Flash อย่าง Pure Storage ได้ออกมาอัพเดทระบบปฏิบัติการสตอเรจ Purity ของตนเองที่ใช้กับแอเรย์บล็อกสตอเรจ FlashArray และแอเรย์สตอเรจทั้งไฟล์และอ๊อพเจ็กต์อย่าง FlashBlade

โดยจะเป็นการเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลพร้อมกับยกระดับประสิทธิภาพการทำงานไปในตัว นอกจากนี้ทาง Pure Storage ยังแนะนำความร่วมมือครั้งใหม่กับผู้พัฒนาด้านเทคโนโลยี Data-Management-as-a-Service อย่าง Komprise ด้วย

ซึ่งจะนำระบบ Komprise Asynchronous Replication มาช่วยในการทำสำเนาข้อมูลให้ดียิ่งขึ้นสำหรับลูกค้า Pure FlashArray ขณะที่ทางฝั่ง FlashBlade ทาง Pure Storage ก็กำลังมองหาวิธียกระดับประสิทธิภาพของแอเรย์

รวมไปถึงต้องการพัฒนาความสามารถในการดูแลไฟล์ขนาดเล็กกว่าเดิมที่มีปริมาณรวมขนาดใหญ่ด้วย ซึ่งทาง Amy Fowler รองประธานด้านยุทธศาสตร์และโซลูชั่นกล่าวว่า FlashBlade เป็นระบบที่ให้ประสิทธิภาพสูงทั้งไฟล์ขนาดเล็กพิเศษและไฟล์ขนาดใหญ่มาก

ที่มา : CRN

from:https://www.enterpriseitpro.net/pure-storage-beefs-up-flashblade-flasharray-lines/

10 อันดับ SSD ยอดนิยมในจัดสเปคคอม NBS 2021 อัพเกรด ประกอบคอมใหม่

ประกอบคอมกันเวลานี้ ส่วนใหญ่ต้องมี SSD ติดเครื่องไว้บ้าง เพราะอย่างน้อยช่วยให้บูตเร็ว เข้าเกมไวขึ้น ต้นปี 2021 แบบนี้มาดู 10 อันดับ SSD ที่เหล่านักจัดสเปค เข้ามาเลือกในหน้าจัดสเปคคอมของ NBS กันดีกว่าว่ามีรุ่นใด ที่ได้รับความนิยม และน่าใช้กันบ้าง SSD ราคาประหยัดก็ติดเข้ามาในชาร์ทนี้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น SSD SATA หรือว่า M.2 NVMe ก็ตาม หากสนใจก็สามารถเข้าไปจัดสเปคคอมด้วยตัวเองกันได้เลย

เข้าไปดูอันดับยอดนิยมของบรรดาอุปกรณ์ต่างๆ กันได้ที่ NBS Top Chart

10 อันดับ SSD

*MTBF (Mean time between failures) หรือ ระยะเวลาการใช้งานเฉลี่ย

10 อันดับ SSD ยอดฮิตในหน้าจัดสเปค NBS

  1. SAMSUNG 970 EVO Plus 500GB NVMe
  2. Western Digital SN850 SSD 1TB Black
  3. Western Digital Black SN750 250GB NVMe
  4. Western Digital Blue 1TB 3D NAND
  5. Kingmax PQ3480 SSD 1TB
  6. Western Digital SN850 SSD 500GB Black
  7. Western Digital Blue SN550 500GB NVMe
  8. SAMSUNG 970 EVO Plus 1TB NVMe
  9. Western Digital Black SN750 500GB NVMe
  10. SAMSUNG 860 EVO 1TB

1.SAMSUNG 970 EVO Plus 500GB NVMe

10 อันดับ SSD

มาที่ SSD รายแรกซึ่งเข้าป้าย 10 อันดับ SSD มาได้อย่างร้อนแรง และถือว่าเป็นอีกรุ่นที่ยืนยาวในตลาดได้นาน สมเป็นหนึ่งใน 10 อันดับ SSD ของปีที่ผ่านมานี้ สำหรับ Samsung 970 EVO Plus ที่ทำตลาดได้สมกับเป็นเรือธง ด้วยความจุ 500GB ซึ่งมาพร้อม NAND ในแบบ MLC ที่ถือว่ามีความทนทาน แต่ยังคงเป็นเจนเนอเรชั่น ที่ใช้การเชื่อมต่อ PCIe Gen3 x4 ในแบบ M.2 NVMe ให้ความเร็วในการอ่านและเขียนระดับ 3,500 MB/s และ 3,200 MB/s ตามลำดับ แต่จุดที่น่าสนใจอยู่ที่ค่า MTBF มากถึง 1.5 ล้านชั่วโมง และเขียนได้ที่ 300TBW อีกด้วย ซึ่งถ้าเทียบกับ SSD ทั่วไป ตัวเลขนี้ถือว่าออกมาได้น่าสนใจไม่น้อยเลยกับ SSD M.2 NVMe ที่ความเร็วระดับนี้ ราคาอยู่ที่ 3,xxx บาท

  • Interface: M.2 (2280) PCIe Gen 3.0 x 4, NVMe 1.3
  • Capacity: 500GB
  • NAND: Samsung V-NAND 3-bit MLC
  • Controller: Samsung Phoenix Controller
  • Sequential Read/ Write: 3,500 MB/s/ 3,200 MB/s
  • MTBF: 1.5 Million Hours
  • Endurance: 300 TBW
  • Price: 3,xxx บาท

ดูข้อมูล SSD รุ่นนี้เพิ่มเติมได้ที่: SAMSUNG 970 EVO Plus 500GB

2.Western Digital SN850 SSD 1TB Black

10 อันดับ SSD

เป็น SSD ความเร็วสูง ที่จัดว่ามาแรงในช่วงหลังมานี้ เช่นเดียวกับ 10 อันดับ SSD ที่ถือว่าเป็น SSD เจนเนอเรชั่นใหม่ ซึ่งใช้อินเทอร์เฟส M.2 PCIe Gen4 กับความเร็วที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิมสองเท่า สำหรับ WD SN850 เพราะถ้าดูจากความเร็ว Read/ Write ระดับ 7,000MB/s/ 5,300 MB/s ทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มใหม่จาก AMD และ Intel ก็สามารถรีดความเร็วให้กับการทำงานได้ดี เหมาะทั้งการทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์เฉพาะทาง เปิดไฟล์ขนาดใหญ่และการเล่นเกมแบบจริงจัง มีแบบที่มีซิงก์ระบายความร้อนมาให้เลือกด้วย พร้อมด้วย TLC NAND และเพิ่มค่าความทนทานได้สูงถึง 600 TBW เลยทีเดียว เคาะราคาอาจจะสูงอยู่บ้าง ราวๆ 8,xxx บาท แต่ถ้ามองในแง่ประสิทธิภาพ ถือว่าคุ้มค่าไม่น้อย

  • Interface: M.2 (2280) PCIe Gen 4.0 x 4
  • Capacity: 1TB
  • NAND: 3D NANA TLC
  • Sequential Read/ Write: 7,000MB/s/ 5,300 MB/s
  • MTBF: 1.75 Million Hours
  • Endurance: 600 TBW
  • Price: 8,xxx บาท

ดูข้อมูล SSD รุ่นนี้เพิ่มเติมได้ที่: Western Digital SN850 SSD 1TB

3.Western Digital Black SN750 250GB NVMe

10 อันดับ SSD

WD Black SN750 เป็นหนึ่งในไลน์ของ SSD ระดับแถวหน้าของทาง WD ที่เปิดตัวออกมาท่ามกลางคู่แข่งในท้องตลาดมากมาย แต่อยู่ในช่วงที่กระแสของ Gaming SSD กำลังเติบโต อินเทอร์เฟสในการเชื่อมต่อแบบ PCIe Gen3 x4 ค่า MTTF อยู่ที่ราวๆ 1,750,000 ชั่วโมง ซึ่งถ้าเทียบกับ SSD ในระดับเดียวกัน นับว่าอยู่ในระดับต้นๆ ความเร็วในการทำงานรุ่น 250GB นี้อยู่ที่ 3,100 MB/s Read และ 1,600 MB/s Write ตอบความต้องการทั้งในด้านของเกมและการทำงานได้ดี กับราคาประมาณ 1,xxx บาท จัดว่ามาแรงใน 10 อันดับ SSD นี้ด้วยเช่นกัน

  • Interface: M.2 (2280) PCIe Gen 3 x 4
  • Capacity: 250GB
  • NAND: 3D NAND TLC
  • Sequential Read/ Write: 3,100MB/s/ 1,600 MB/s
  • MTBF: 1.75 Million Hours
  • Endurance: 200 TBW
  • Price: 1,xxx บาท

ดูข้อมูล SSD รุ่นนี้เพิ่มเติมได้ที่: Western Digital Black SN750 250GB

4.Western Digital Blue 1TB 3D NAND

10 อันดับ SSD

ต้องเรียกว่าเป็น SSD ในแบบ SATA3 ที่มีผู้ให้ความสนใจอย่างล้นหลามอีกรุ่นหนึ่งใน 10 อันดับ SSD ด้วยชื่อของ WD Blue ที่อยู่คู่ตลาดมายาวนานตั้งแต่ฮาร์ดดิสก์ WD Blue™ 3D NAND SATA SSD มาในซีรีย์ Blue ที่จะเน้นเรื่องของความคุ้มค่าสเปคต่อราคา โดยมาพร้อมเทคโนโลยีการผลิตชิปแบบ 3D NAND มาในรูปแบบ SATA3 ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 1,750,000 ชั่วโมง ความเร็วการอ่านอยู่ที่ 560 MB/s และเขียนอยู่ที่ 530 MB/s เหมาะกับผู้ใช้งานที่ประกอบเครื่องพีซีใหม่ และอัพเกรด Storage ให้กับโน๊ตบุ๊คหรือพีซี ด้วยความจุที่มากถึง 1TB ก็ทำให้การใช้งานในแบบต่างๆ คล่องตัวขึ้น ไม่รู้สึกอึดอัด แม้จะไม่ได้ความเร็วทะลุหลัก 1,xxxMB/s เหมือนกับ M.2 PCIe ก็ตาม แต่สนนราคาระดับ 3,xxx บาท ย่อมทำให้การตัดสินใจง่ายขึ้น และเหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวันได้ดี

  • Interface: SATA3
  • Capacity: 1TB
  • NAND: 3D NAND
  • Sequential Read/ Write: 560MB/s/ 5300 MB/s
  • MTBF: 1.75 Million Hours
  • Endurance: 400 TBW
  • Price: 3,xxx บาท

ดูข้อมูล SSD รุ่นนี้เพิ่มเติมได้ที่: Western Digital Blue 1TB

5.Kingmax PQ3480 SSD 1TB

10 อันดับ SSD

สำหรับ Kingmax นับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในตลาดเมมโมรีมายาวนาน และด้วยราคาที่ค่อนข้างสบายกระเป๋า สำหรับ PQ3480 รุ่นนี้ ที่เป็น SSD ในแบบ M.2 NVMe PCIe Gen3 x4 ความจุถึง 1TB ก็กลายมาเป็นตัวเลือกของหลายคนอยู่บ่อยครั้ง ในแง่ความเร็วก็จัดว่าทำได้ค่อนข้างดี แม้ในการ Read จะไม่ถึง 2,xxxMB/s แต่อัตราการ Write นั้นไม่ธรรมดา จัดว่าเทียบชั้นกันในรุ่นได้เลย ด้วยการเลือกใช้ 3D NAND TLC ส่วนจุดที่น่าสนใจอยู่ที่ MTBF ที่ระบุไว้ถึง 2 ล้านชั่วโมงกันเลยทีเดียว

  • Interface: M.2 PCIe Gen 3×4, NVMe 1.3
  • Capacity: 1TB
  • NAND: 3D NAND
  • Sequential Read/ Write: 1,950MB/s/ 1,800 MB/s
  • MTBF: 2 Million Hours
  • Endurance: –
  • Price: 3,xxx บาท

ดูข้อมูล SSD รุ่นนี้เพิ่มเติมได้ที่: Kingmax PQ3480 SSD 1TB

6.Western Digital SN850 SSD 500GB Black

10 อันดับ SSD

มาถึง 10 อันดับ SSD ยอดนิยมอีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจกันเยอะ เพราะเป็นรุ่นย่อยของเรือธง WD Black SN850 แต่ความจุ 500GB ซึ่งก็แทบจะไม่ส่งผลกระทบในแง่ของความแรงเท่าใดนัก เพราะจากความเร็วยังอยู่ที่ Read/ Write: 7,000MB/s/ 4,100 MB/s และการเชื่อมต่อแบบ PCIe Gen 4 x4 รุ่นใหม่ ที่ใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์มของ AMD และ Intel ในรุ่นใหม่ๆ ก็ยิ่งทำให้ผู้ใช้ในกลุ่มนี้ มั่นใจได้ในประสิทธิภาพ ทั้งในแง่ของการทำงานหรือการเล่นเกมก็ตาม จุดสำคัญคือ ด้วยการให้ค่า MTBF มาเท่ากับรุ่นความจุสูง และมีค่า Endurance ที่มากถึง 300 TBW ในราคาระดับ 4,xxx บาท ก็ทำให้หลายคนตัดสินใจลงทุนกับความทนทานและความเร็วระดับนี้ได้ไม่ยาก

  • Interface: M.2 PCIe Gen 4 x4
  • Capacity: 500GB
  • NAND: 3D NAND TLC
  • Sequential Read/ Write: 7,000MB/s/ 4,100 MB/s
  • MTBF: 1.75 Million Hours
  • Endurance: 300 TBW
  • Price: 4,xxx บาท

ดูข้อมูล SSD รุ่นนี้เพิ่มเติมได้ที่: Western Digital SN850 SSD 500GB

7.Western Digital Blue SN550 500GB NVMe

10 อันดับ SSD

ถ้าจะว่ากันถึงชื่อชั้นของ WD Blue ก็เรียกว่าอยู่คู่มากับตลาดไอทีบ้านเรามายาวนาน ตั้งแต่ในยุคของฮาร์ดดิสก์ ซึ่งในรุ่นที่เป็น SN550 นี้ ก็เป็นรุ่นรองลงมาจาก WD Black ด้วยการปรับฟีเจอร์บางส่วนลง กลุ่มเป้าหมาย อยู่ที่ประกอบเครื่องใหม่ เน้นความเร็ว และความจุกับราคาอยู่ในระดับที่จับต้องได้ง่ายขึ้น โดยสิ่งที่เห็นได้ชัดคือ การใช้อินเทอร์เฟส PCIe Gen 3 x4 ความเร็วอยู่ที่ Read/ Write: 2,400MB/s/ 1,750 MB/s แต่ยังคงได้ตัวเลขของ MTBF ใกล้เคียงกับในรุ่นพี่ๆ กันเลยทีเดียว ซึ่งความจุ 500GB ก็สามารถตอบโจทย์การติดตั้งเกม โปรแกรมและใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดีพอสมควร อีกทั้งราคาประมาณ 2,xxx บาท พอที่จะจัดสรรสำหรับองค์ประกอบอื่นๆ ได้ลงตัวมากขึ้น

  • Interface: M.2 PCIe Gen 3×4
  • Capacity: 500GB
  • NAND: 3D NAND
  • Sequential Read/ Write: 2,400MB/s/ 1,750 MB/s
  • MTBF: 1.7 Million Hours
  • Endurance: 300 TBW
  • Price: 2,xxx บาท

ดูข้อมูล SSD รุ่นนี้เพิ่มเติมได้ที่: Western Digital Blue SN550 500GB

8.SAMSUNG 970 EVO Plus 1TB NVMe

10 อันดับ SSD

เรียกว่ายังคงเป็นอีกหนึ่ง SSD ที่อยู่คู่ตลาดเกมเมอร์และผู้ที่ต้องการ Performance มาอย่างยาวนาน และใน 10 อันดับ SSD ด้วยประสิทธิภาพที่วางใจได้ของ Samsung 970 Evo Plus ทั้งในแง่ของความเร็วระดับ 3,500MB/s (Read) และ Write 3,300 MB/s ด้วยความเร็วที่มีเสถียรภาพ พร้อมกับ NAND ในแบบ MLC ก็ทำให้น่าใช้ยิ่งขึ้น แม้ว่าจะยังคงใช้อินเทอร์เฟส PCIe Gen3 x4 อยู่ก็ตาม แต่ก็เข้าได้กับโน๊ตบุ๊คหรือพีซีรุ่นใหม่ๆ ได้ดีเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็น Intel หรือ AMD ก็ตาม และราคาระดับ 8,xxx บาท บนความจุ 1TB ก็ถือว่าคุ้มค่าและตอบโจทย์ได้ดีพอสมควร ส่วนที่น่าสนใจก็คือค่า Endurance ยังสูงถึง 600TBW ซึ่งเป็นการการันตีในแง่ของความทนทานได้ดี

  • Interface: M.2 (2280) PCIe Gen 3.0 x 4, NVMe 1.3
  • Capacity: 1TB
  • NAND: Samsung V-NAND 3-bit MLC
  • Sequential Read/ Write: 3,500 MB/s/ 3,300 MB/s
  • MTBF: 1.5 Million Hours
  • Endurance: 600 TBW
  • Price: 8,xxx บาท

ดูข้อมูล SSD รุ่นนี้เพิ่มเติมได้ที่: SAMSUNG 970 EVO Plus 1TB

9.Western Digital Black SN750 500GB NVMe

10 อันดับ SSD

WD Black SN750 จัดเป็นหนึ่ง SSD เรือธงที่เข้าสู่ Rank ได้เกือบทุกความจุ ซึ่งถ้าดูจากความสามารถ ก็ต้องบอกว่าสมราคา เพราะว่ากันตั้งแต่สเปค ไปจนถึงประสิทธิภาพ แม้ว่าจะมี SN850 ที่เป็น PCIe Gen4 ออกมาให้เป็นทางเลือกแล้ว แต่สำหรับคนที่ยังใช้ระบบเดิมอยู่ และยังเป็นเพียง PCIe Gen3 ตัวเลือกในรุ่นนี้ ยังถือว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะราคาเปิดที่ 2,xxx บาทเท่านั้น กับความเร็วในการอ่านเขียนที่ไม่เป็นรองใคร ในระดับเดียวกัน รวมถึงเรื่องของความทนทานและการรับประกันที่ดี จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเป็นตัวเลือกของเกมเมอร์และคนที่ต้องการศักยภาพในการทำงานที่สูงขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะอัพเกรดมาจาก HDD หรือประกอบคอมใหม่ก็ตามที

  • Interface: M.2 (2280) PCIe Gen 3.0 x 4
  • Capacity: 500GB
  • NAND: 3D NAND TLC
  • Sequential Read/ Write: 3,430 MB/s/ 2,600 MB/s
  • MTBF: 1.75 Million Hours
  • Endurance: 300 TBW
  • Price: x,xxx บาท

ดูข้อมูล SSD รุ่นนี้เพิ่มเติมได้ที่: Western Digital Black SN750 500GB

10.SAMSUNG 860 EVO 1TB

10 อันดับ SSD

มาถึง SSD วัยเก่า แต่ก็ยังเก๋า มีความน่าสนใจอยู่ในตัว จนกลายเป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง ซึ่งเข้ามาติด 10 อันดับ SSD ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา สำหรับ SAMSUNG 860 EVO มาในรูปแบบของ ไดรฟ์ 2.5″ อินเทอร์เฟส 2.5″ และให้ความเร็วในการทำงานที่ 550MB/s (Read), 520MB/s (Write) เข้ากับพีซีและโน๊ตบุ๊คได้หลากหลาย สำหรับรุ่นที่มี SATA port พร้อมกับ NAND Flash คุณภาพ MLC จาก Samsung โดยมี MTBF อยู่ที่ 1.5 ล้านชั่วโมงและ 150 TBW ซึ่งจัดว่าเป็นตัวเลขที่สูงมากทีเดียว เมื่อเทียบกับ SSD ในระดับเดียวกัน สนนราคาบนความจุ 1TB ประมาณ 4,xxx บาทเท่านั้น

  • Interface: SATA3 2.5″
  • Capacity: 1TB
  • NAND: 3D NAND MLC
  • Sequential Read/ Write: 550 MB/s/ 520 MB/s
  • MTBF: 1.5 Million Hours
  • Endurance: 150 TBW
  • Price: 4,xxx บาท

ดูข้อมูล SSD รุ่นนี้เพิ่มเติมได้ที่: SAMSUNG 860 EVO 1TB

from:https://notebookspec.com/web/573714-top-10-ssd-nbs-spec-2021

Gigabyte, MSI, Kingston เปิดตัว SSD แบบ NVMe PCIe 4.0 ความเร็วอ่านเขียนระดับ 7GB/s

ในงาน CES ที่ผ่านมาผู้ผลิต SSD ต่างพากันอัพเดตสินค้าชุดใหม่ โดยตระกูลคอนซูมเมอร์ตัวท็อปมีความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือหลายแบรนด์หันมาใช้ PCIe 4.0 และทำความเร็วอ่านเขียนได้ระดับ 7GB/s กันแล้ว

  • Kingston ผู้ผลิตสินค้าและ OEM ให้แบรนด์อื่นๆ ประกาศ SSD ชื่อรหัส Ghost Tree ใช้อินเทอร์เฟซเป็น NVMe PCIe 4.0 8-channel ขนาด1TB ถึง 4TB
  • MSI SSD เปิดตัว SSD แบบ PCIe 4.0 ระบุความเร็วการอ่าน 7GB/s และเขียน 6.9GB/s ขนาดใหญ่สุด 4TB
  • Gigabyte เปิดตัว AORUS Gen4 7000s ระบุความเร็วการอ่าน 7GB/s และเขียน 6.85GB/s พร้อมเคสระบายความร้อนเฉพาะตัว มีความจุ 1TB และ 2TB

ทั้งสามแบรนด์ยังไม่ประกาศช่วงเวลาวางขายแน่ชัด

ที่มา – Kingston, Gigabyte, MSI

No Description

No Description

No Description

from:https://www.blognone.com/node/120690