คลังเก็บป้ายกำกับ: SPAM

Facebook แบนเพจดิจิทัลเอเยนซี่ในฟิลิปปินส์ คนตามกว่าสิบล้าน เพราะผิดกฎเรื่องสแปม

Facebook เดินหน้าปราบปรามเรื่องบัญชีปลอม และสแปม ล่าสุดประกาศแบนเพจดิจิทัลเอเยนซี่ในฟิลิปปินส์ที่เป็นเพจใหญ่มีคนติดตามราว 10 ล้าน และเพจในเครืออื่นๆ ที่มียอดไลค์หลักล้านอีกหลายเพจ

เพจดังกล่าวเป็นของบริษัท Twinmark Media Enterprises โดย Facebook บอกว่าทางบริษัทละเมิดนโยบาย บิดเบือนความจริง สร้างสแปม ทำบัญชีปลอม พยายามซื้อยอดไค์ยอดแชร์เพื่อหวังผลกำไร

ตัวอย่างของเนื้อหาที่ผิดกฎของเพจดังกล่าวคือ มีการเปลี่ยนชื่อเพจ เป้าหมายของเพจ หลังจากที่มีคนติดตามเยอะ เป็นการส้รางความเช้าใจผิดให้กับผุ้ติดตาม ถือเป็นการละเมิดกฎแพลตฟอร์มอย่างชัดเจน และข่าวที่แชร์ก็พาดหัวชวนให้คลิกและชวนให้เข้าใจผิด หรือแนวคลิกเบท

No Description

เพจที่แบนไปทั้งหมดมี 220 เพจ บัญชี Facebook 73 บัญชี และ Instagram 29 บัญชี โดยเพจ ที่มีคนติดตามสูงสุดคือ

  • Filipino Channel Online มีคนตาม 10.4 ราย
  • Gorgeous Me มีคนตาม 5.7 ล้าน
  • Unhappy มีคนตาม 4.9 ล้าน
  • Text Message มีคนตาม 4.4 ล้าน
  • TNP Media มีคนตาม 4.3 ล้าน

ฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีพฤติกรรม click farm สูง หรือการรับจ้างกดไลค์เพื่อปั๊มตัวเลขให้สูงเกินจริง ประเศอื่นที่มีชื่อเรื่องนี้คือ จีน อินเดีย เนปาล ศรีล้งกา บังกลาเทศ อินโดนีเซีย

ที่มา – Facebook Newsroom

from:https://www.blognone.com/node/107519

Advertisements

ผลศึกษาเผยไฟล์ยอดนิยม 5 ชนิดที่มักแนบมาใน Spam

F-Secure ผู้ให้บริการดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยได้ออกรายงานที่สำรวจพบว่า Spam ยังคงเป็นลูกเล่นหลักในปัจจุบันที่เหล่าอาชญากรออนไลน์นิยมใช้ นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญยังเผยว่าที่วิธีการนี้ได้ผลเพราะผู้ใช้งานทั่วไปสอบตกในการจดจำหน้าตาของสแปม

Credit: Lucian3D/ShutterStock
สถิติจากรายงานที่น่าสนใจมีดังนี้
  • ยอดการคลิกเข้าดูสแปมอีเมลยังคงเพิ่มขึ้นจาก 13.4% (ครึ่งหลังปี 2017) เป็น 14.2% (ต้นปี 2018)
  • ในช่วงเวลาของการจัดทำรายงาน Spam ที่เกิดขึ้นมีสัดส่วนคือ 46% คือ Dating Scam (หลอกเหยื่อด้วยเรื่องของการออกเดท), 23% เป็นอีเมลที่แนบมากับไฟล์อันตราย และ 31% มีลิ้งก์ไปยังเว็บไซต์อันตราย
  • 85% ของไฟล์อันตรายที่แนบมามี 5 ชนิดดังนี้ ZIP, DOC, XLS, PDF และ .7z
  • Spam ไม่ใช่วิธีการที่ได้ประสิทธิภาพสูงสุดเพราะต้องส่งกราดไปหาผู้ใช้งานให้มากที่สุดและอาจได้เหยื่อมาแค่จำนวนหนึ่งแต่เมื่อเทียบวิธีการอื่นก็ยังได้ผลดีกว่า ดังนั้นอาชญากรไซเบอร์จึงยังใช้งานต่อไปเรื่อยๆ
  • ถ้า Spam ส่งมาจากคนที่ผู้รับรู้จักจะมีโอกาสได้ผลเพิ่มขึ้น 12%
  • ถ้าแต่งชื่อหัวข้อได้ดี เหมาะสม โอกาสสำเร็จจะเพิ่มอีก 4.5% ดังนั้นการเล่นคำ เช่น บอกไม่หมด กำกวม และวิธีการแต่งอีเมลคือเรื่องสำคัญของความมั่นคงปลอดภัยในปัจจุบันนั่นเอง

ที่มา : https://www.bleepingcomputer.com/news/security/just-five-file-types-make-up-85-percent-of-all-spam-malicious-attachments/

from:https://www.techtalkthai.com/report-reveals-5-popular-file-types-among-spam/

ครั้งแรกของ Facebook เผยตัวเลขกำจัดบัญชีปลอมออก 583 ล้านบัญชี

Facebook ออกรายงานการจัดการบัญชีปลอม สแปม เป็นครั้งแรก โดยในไตรมาสแรกของปี 2018 Facebook เผยว่าได้ลบไป 583 ล้านบัญชีปลอม นำสแปมออก 837 ล้านชิ้น

Facebook ยังเผยรายละเอียดการจัดการเนื้อหาไม่ดีอื่นๆ ดังนี้

  • Facebook นำเนื้อหาโป๊ออก 21 ล้านชิ้น โดย 96% ของคอนเทนต์ที่นำออกถูกตรวจจับโดยระบบของ Facebook ก่อนที่จะถูกรีพอร์ต
  • เนื้อหาหรือภาพที่มีความรุนแรง Facebook ได้แปะคำเตือนประกอบ 3.5 ล้านชิ้น
  • เนื้อหา hate speech ทาง Facebook ระบุว่าเทคโนโลยีของ Facebook ยังจัดการปัญหานี้ได้ไม่ดีพอ และยังต้องใช้ทีมงานช่วยรีวิวอยู่ ซึ่งทีมงานได้นำเนื้อหา hate speech ออกไป 2.5 ล้านชิ้น และมีเพียง 38% ที่เทคโนโลยีของ Facebook ตรวจจับได้

No Description

ที่มา – Facebook Newsroom

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/102332

กสทช.สหรัฐฯ สั่งปรับบริษัทโทรโฆษณารบกวนผู้ใช้ 3,850 ล้านบาท

FCC หรือกสทช.สหรัฐฯ สั่งปรับบริษัท Adrian Abramovich ที่โทรโฆษณาผู้ใช้โดยพยายามปกปิดตัวตน ด้วยการปลอมหมายเลขต้นทางให้เป็นหมายเลขในพื้นที่ของผู้รับสาย เพื่อหลอกล่อให้เหยื่อกดรับ แม้จะเป็นหมายเลขที่ไม่รู้จักก็ตาม มูลค่าปรับ 120 ล้านดอลลาร์ หรือ 3,850 ล้านบาท สูงที่สุดที่เคยมีมา

Adrian Abramovich โฆษณาขายแพ็กเกจท่องเที่ยวโดยพยายามทำเหมือนว่าเป็นบริษัทขนาดใหญ่ เช่น Mariott, Expedia, Hilton, หรือ TripAdvisor

FCC สั่งปรับ Adrian Abramovich ฐานปกปิดตัวตนโดยจงใจเพื่อให้ได้ซึ่งผลประโยชน์ จากการโทรจำนวน 96.7 ล้านครั้งในช่วงเวลาสามเดือน โดยสั่งปรับตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่บริษัทยื่นอุทธรณ์ว่าไม่ได้สร้างความเสียหายใดให้กับผู้ใช้ ทาง FCC พิจารณาแล้วยืนยันคำสั่งเดิม

ที่มา – Engadget

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/102327

Facebook ชี้ต้องฝึก AI อีกมากถึงจะจัดการเนื้อหาไม่ดีได้ทันที

Guy Rosen ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ Facebook เขียนบล็อกเรื่อง AI กับการจัดการเนื้อหาไม่ดี ระบุว่าใช้ AI เข้ามามีบทบาทมากในการจัดการสแปม hate speech บัญชีปลอม คนฆ่าตัวตาย อยู่แล้ว พร้อมกับชี้ว่า ความสามารถ AI ยังอีกห่างไกลที่จะจัดการเนื้อหาไม่ดีในทุกรูปแบบอย่างรวดเร็ว

Rosen กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้คนมักจะสงสัยว่าทำไมถึงไม่ทำเทคโนโลยีนี้ให้ก้าวหน้ารวดเร็วกว่านี้ นั่นเป็นเพราะ AI ยังมีข้อจำกัดเรื่องการเข้าใจภาษาเกลียดชังและบริบทที่ใช้ การจัดการจึงยังต้องใช้คนอยู่ นอกจากนี้ AI ยังต้องการการฝึกเทรนนิ่งอีกเยอะมาก เพื่อจะเข้าใจรูปแบบพฤติกรรม และความหมายที่ส่งออกมา ในขณะที่ตอนนี้ Facebook ยังขาดการฝึก AI ในหลายภาษา มีเพียงภาษาอังกฤษเนื่องจากเป็นชุดข้อมูลใหญ่ที่ Facebook มี

Rosen บอกว่าตอนนี้ Facebook กำลังลงทุนในด้านเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความแม่นยำในภาษาใหม่ๆ ยกตัวอย่างเช่น Facebook AI Research (FAIR) ทำให้บางคนเห็นโพสต์และมีคำถามที่ Facebook แนบมาด้วยว่าเนื้อหาในโพสต์นี้เป็น hate speech หรือไม่ ซึ่งการที่ผู้ใช้ให้ความร่วมมือตอบคำถาม Facebook จะช่วยได้

No Description
ภาพจาก Shuttertock โดย focal point

ปัญหาเนื้อหาไม่ดีหรือ bad content เป็นอีกหนึ่งความคาราคาซังของ Facebook และโซเชียลมีเดียรายอื่น แต่ hate speech ดูจะเห็นได้ชัดจากกรณีประเทศเมียนมาร์ ศรีลังกา ที่ส่งผลต่อโลกจริง และมีการร้องเรียนไปยัง Facebook หลายครั้ง แม้แต่ UN ก็ออกมาวิจารณ์ว่า Facebook มีส่วนสำคัญที่ทำให้ปัญหาในเมียนมาร์บานปลาย

อีกประเด็นคือ การใช้คนระบุความรุนแรงของเนื้อหากำลังเป็นงานที่ยากลำบากของคนที่ทำงานใน facebook เพราะต้องดูรูปและคลิปรุนแรงตลอดเวลา

ที่มา – Facebook

from:https://www.blognone.com/node/102002

ปี 2017 Google ลบโฆษณาหลอกให้คลิก, ฝังมัลแวร์ ไป 3.2 พันล้านตัว มากกว่าปีก่อน 88%

Google เผยได้ลบโฆษณาที่ละเมิดนโยบายของแพลตฟอร์มไปแล้ว 3.2 พันล้านตัวในปี 2017 มากกว่าปี 2016 ถึง 88% โดยโฆษณาที่ละเมิดประกอบด้วย โฆษณาหลอกให้กด ฝังมัลแวร์ โฆษณาที่มาพร้อมตัวฟิชชิ่ง

Google ระบุด้วยว่า สามารถลบโฆษณาจำพวกนี้ออกไปได้ก่อนที่ผู้ใช้จะได้รับผลกระทบ โดยลบผู้เผยแพร่โฆษณา 320,000 รายออกจากเครือข่ายโฆษณา และได้เพิ่มเข้าบัญชีดำเกือบ 90,000 เว็บไซต์ รวมทั้งแอพพลิเคชั่น 700,000 รายการ

มีโฆษณา 79 ล้านตัวที่พยายามให้ผุู้ใช้ไปยังเว็บไซต์ที่มีมัลแวร์ ซึ่ง Google ได้ทำการลบเว็บไซต์ออกไป 400,000 เว็บไซต์ ลบ 66 ล้านโฆษณาที่หลอกให้คลิก, 48 ล้านโฆษณาที่พยายามให้ผู้ใช้ติดตั้งซอฟต์แวร์อื่นโดยไม่พึงประสงค์

นอกจากนี้ Google ยังบล็อกเว็บไซต์ที่แสดงโฆษณาคู่กับเนื้อหาปลอม 650 เว็บไซต์ และเว็บไซต์แสดงเนื้อหาที่ลอกคนอื่นมา 12,000 เว็บไซต์ รวมทั้งระงับบัญชี AdWords 7,000 ราย ที่ใช้ข้อความเรียกให้คนคลิก แต่นำทางผู้ใช้ไปยังเว็บไซต์สินค้าน่าสงสัย

ทีมโฆษณาของ Google เน้นย้ำว่า ผู้ลงโฆษณาควรให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้ใช้งานมากกว่าตัวโฆษณา โดยแหล่งข่าวต้นทางระบุว่า Google ใช้งบประมาณถึง 12.6 พันล้านดอลลาร์ ให้เว็บไซต์พาร์ทเนอร์เพื่อแสดงโฆษณาต่างๆ ในปีที่ผ่านมา และเพื่อให้มั่นใจว่าแพลตฟอร์มของ Google ยังคงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือ ทางบริษัทก็จำเป็นต้องต่อสู้กับโฆษณาไม่ดีเหล่านี้มากขึ้น

alt="shutterstock_459723628"
ภาพจาก Shutterstock

ที่มา – Venture Beat

from:https://www.blognone.com/node/100567

WhatsApp เริ่มทดสอบระบบแจ้งเตือนข้อความสแปมที่ส่งต่อกันเป็นจำนวนมาก

เว็บไซต์ Whatsappen.hl และ WABetaInfo รายงานว่า ตอนนี้ WhatsApp ได้ทดสอบระบบการแจ้งเตือนเพื่อเตือนให้ผู้ใช้ทราบว่าตัวเองได้รับข้อความที่ส่งต่อมาเป็นจำนวนมาก

การแจ้งเตือนของ WhatsApp นี้จะแจ้งเตือนในทำนองว่าผู้ใช้ได้รับข้อความที่มีการส่งต่อมาหลายครั้งแล้ว (ไม่ได้บอกตรง ๆ ว่าเป็นข้อความสแปมหรือข่าวปลอม) ซึ่งคาดว่าฟีเจอร์นี้น่าจะกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา และยังไม่มีข้อมูลว่า WhatsApp จะเปิดตัวฟีเจอร์นี้หรือไม่

ฟีเจอร์นี้น่าจะเป็นหนึ่งในการพยายามแก้ปัญหาข้อความข่าวปลอมบนแพลตฟอร์มของ WhatsApp โดยโฆษกของ WhatsApp ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับฟีเจอร์นี้

ที่มา – TechCrunch

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/99124