คลังเก็บป้ายกำกับ: SOUTHEAST_ASIA

Ninja Van รับเงินเพิ่มทุนอีกกว่า 9,000 ล้านบาท จากผู้ก่อตั้ง Facebook และจาก Grab

Ninja Van สตาร์ทอัพผู้ให้บริการขนส่งพัสดุจากสิงคโปร์ ประกาศรับเงินเพิ่มทุนซีรี่ส์ D อีก 279 ล้านดอลลาร์ หรือราว 9,000 ล้านบาท จากกลุ่มนักลงทุน อาทิ GeoPost บริษัทขนส่งพัสดุรายใหญ่ของยุโรป, B Capital Group กองทุนของ Eduardo Saverin ผู้ร่วมก่อตั้ง Facebook, Golden Gate Ventures, Intouch Holding และ Grab

ทั้งนี้ Ninja Van ไม่ได้ประกาศมูลค่ากิจการจากการเพิ่มทุนรอบล่าสุด โดยบริษัทได้เงินเพิ่มทุนไปแล้วรวมกว่า 400 ล้านดอลลาร์

Ninja Van ปัจจุบันให้บริการใน 6 ประเทศ โฟกัสที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ไทย และเวียดนาม มีพาร์ทเนอร์เป็นอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ในภูมิภาค ทั้ง Lazada และ Shopee บริษัทระบุว่าเงินทุนก้อนใหม่นี้ จะนำมาเน้นขยายธุรกิจส่วน B2B (business-to-business)

ที่มา: TechCrunch ภาพ Instagram ninjavan.th

alt="Ninja Van"

from:https://www.blognone.com/node/116171

[Video Webinar] Top Infrastructure to Support the Growth of Hybrid Cloud in Southeast Asia

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย SUPERNAP (Thailand) WEBINAR เรื่อง “Top Infrastructure to Support the Growth of Hybrid Cloud in Southeast Asia” เพื่ออัปเดตแนวโน้มการใช้ Hybrid Cloud ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และปัจจัยที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกใช้บริการ Hybrid Cloud ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมการบรรยายซ้ำอีกครั้ง สามารถเข้าชมวิดีโอบันทึกย้อนหลังได้ที่บทความนี้ครับ

ผู้บรรยาย: คุณ Nitipong Boon-long, Ph.D., Commercial Director และคุณ Krisada Uthayopas จาก SUPERNAP (Thailand)

Cloud Transformation เป็นกลยุทธ์สำคัญที่องค์กรส่วนใหญ่เลือกใช้เพื่อพลิกโฉมการให้บริการธุรกิจของตนสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งในปัจจุบัน โมเดลแบบ Hybrid Cloud เริ่มเป็นที่นิยมเนื่องจากตอบโจทย์ทั้งความยืดหยุ่นและกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ ภายใน Webinar นี้ท่านจะได้อัปเดตแนวโน้มการใช้บริการ Cloud ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, เปรียบเทียบการใช้ Cloud รูปแบบต่างๆ , การเติบโตของตลาด Hybrid Cloud ในประเทศไทย และปัจจัยที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกใช้บริการ Hybrid Cloud สำหรับธุรกิจทุกอุตสาหกรรม

เนื้อหาที่จะบรรยายประกอบด้วย

  • ภาพรวมของตลาด Cloud ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • เปรียบเทียบการใช้ Private Cloud, Public Cloud และ Hybrid Cloud
  • ปัจจัยขับเคลื่อนที่ทำให้ตลาด Hybrid Cloud กลายเป็นที่นิยม
  • แนวโน้มเกี่ยวกับการใช้ระบบ Cloud ที่จะส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ
  • การเติบโตของตลาด Hybrid Cloud ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย
  • ปัจจัยที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกใช้ Hybrid Cloud ได้แก่ Carrier Neutrality, Availability, Scalability และ Physical Security

from:https://www.techtalkthai.com/video-webinar-top-infrastructure-to-support-the-growth-of-hybrid-cloud-in-southeast-asia-by-supernap-thailand/

SUPERNAP (Thailand) WEBINAR: Top Infrastructure to Support the Growth of Hybrid Cloud in Southeast Asia

SUPERNAP (Thailand) ขอเรียนเชิญเหล่าผู้บริการและผู้ปฏิบัติงาน IT ทุกท่านเข้าร่วมฟังบรรยาย SUPERNAP (Thailand) WEBINAR เรื่อง “Top Infrastructure to Support the Growth of Hybrid Cloud in Southeast Asia” เพื่ออัปเดตแนวโน้มการใช้ Hybrid Cloud ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และปัจจัยที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกใช้บริการ Hybrid Cloud โดยทีมผู้เชี่ยวชาญจาก SUPERNAP (Thailand) ในวันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2020 ผ่าน Live Webinar ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

รายละเอียดการบรรยาย

หัวข้อ: Top Infrastructure to Support the Growth of Hybrid Cloud in Southeast Asia
ผู้บรรยาย: คุณ Nitipong Boon-long, Ph.D., Commercial Director และคุณ Krisada Uthayopas จาก SUPERNAP (Thailand)
วันเวลา: วันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2020 เวลา 14.00 – 15.00 น.
ช่องทางการบรรยาย: Online Web Conference
ภาษา: ไทย
ลิงค์ลงทะเบียน: https://zoom.us/webinar/register/WN_p5_xadLESom3XWBPXp_D5g

Cloud Transformation เป็นกลยุทธ์สำคัญที่องค์กรส่วนใหญ่เลือกใช้เพื่อพลิกโฉมการให้บริการธุรกิจของตนสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งในปัจจุบัน โมเดลแบบ Hybrid Cloud เริ่มเป็นที่นิยมเนื่องจากตอบโจทย์ทั้งความยืดหยุ่นและกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ ภายใน Webinar นี้ท่านจะได้อัปเดตแนวโน้มการใช้บริการ Cloud ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, เปรียบเทียบการใช้ Cloud รูปแบบต่างๆ , การเติบโตของตลาด Hybrid Cloud ในประเทศไทย และปัจจัยที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกใช้บริการ Hybrid Cloud สำหรับธุรกิจทุกอุตสาหกรรม

เนื้อหาที่จะบรรยายประกอบด้วย

  • ภาพรวมของตลาด Cloud ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • เปรียบเทียบการใช้ Private Cloud, Public Cloud และ Hybrid Cloud
  • ปัจจัยขับเคลื่อนที่ทำให้ตลาด Hybrid Cloud กลายเป็นที่นิยม
  • แนวโน้มเกี่ยวกับการใช้ระบบ Cloud ที่จะส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ
  • การเติบโตของตลาด Hybrid Cloud ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย
  • ปัจจัยที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกใช้ Hybrid Cloud ได้แก่ Carrier Neutrality, Availability, Scalability และ Physical Security
  • ถามตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับ Hybrid Cloud โดยผู้เชี่ยวชาญจาก SUPERNAP (Thailand)

กด Interested หรือ Going เพื่อติดตามอัปเดตและรับการแจ้งเตือนบน Facebook Event: https://www.facebook.com/events/3869208363119823/

from:https://www.techtalkthai.com/supernap-thailand-webinar-top-infrastructure-to-support-the-growth-of-hybrid-cloud-in-southeast-asia/

ผู้บริหาร Shopee เผย แพลตฟอร์มนี้เติบโตได้ดี เพราะเริ่มต้นหลังคู่แข่ง

Zhou Junjie หัวหน้าฝ่ายธุรกิจของ Shopee ให้สัมภาษณ์กับ South China Morning Post ถึงความสำเร็จของ Shopee ที่เป็นอีคอมเมิร์ซอันดับ 1 เมื่อวัดจากจำนวนทราฟิกผู้เข้าชม ตลอดจนแอปมียอดดาวน์โหลดสูงสุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Shopee เริ่มให้บริการในช่วงต้นปี 2015 เท่ากับอายุของอีคอมเมิร์ซรายนี้ยังไม่ครบ 4 ปี โดย Zhou บอกว่าเมื่อย้อนไปตอนนั้นบริษัทสนใจเข้าสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซ เพราะเห็นโอกาสเติบโตหลายอย่าง รวมทั้งผู้เล่นในตลาดเดิมก็ยังไม่ได้ทำในสิ่งที่ Shopee เห็นว่าเป็นโอกาสในภูมิภาค ซึ่งคือการเน้นการขายผ่านแอปบนมือถือ

Zhou บอกว่าการเลือกโฟกัสแอปมือถือ ทำให้ Shopee ได้เปรียบที่มาทีหลัง เพราะได้รู้ลักษณะตลาดผู้ซื้อว่ามีแนวโน้มอย่างไร และจะสร้างความแตกต่างได้อย่างไรบ้าง ซึ่งรวมทั้งการทำแอปมือถือแยกออกมาสำหรับแต่ละประเทศ เพราะแต่ละที่มีรูปแบบเฉพาะตัว จึงต้องมีทีมงานสำหรับแต่ละประเทศเพิ่มเติมด้วย

อย่างไรก็ตามแม้ Shopee จะมีจำนวนทราฟิกและยอดดาวน์โหลดที่สูงกว่า แต่คู่แข่งสำคัญอย่าง Lazada ก็ยังมีจำนวนผู้ใช้งาน MAUs ที่มากกว่า อีกทั้งยังมีเงินทุนใหญ่อย่าง Alibaba สนับสนุนด้วย

ที่มา: South China Morning Post

Shopee

from:https://www.blognone.com/node/113861

[ไม่ยืนยัน] Disney+ “อาจ” ให้บริการในไทย เร็วที่สุด ครึ่งหลังปี 2020

บริการสตรีมมิ่ง Disney+ เริ่มให้บริการในอเมริกาและอีกไม่กี่ประเทศไปแล้ว (อ่านรีวิว) โดยเตรียมขยายจำนวนประเทศที่ให้บริการเพิ่มเติมในวันที่ 31 มีนาคม ปีหน้า อย่างไรก็ตามคำถามที่หลายคนอยากทราบก็คือแล้วเมืองไทยจะมาเมื่อใด?

เว็บไซต์ TechCrunch อ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง 2 ราย ระบุตรงกันว่าแผนเปิดตัว Disney+ ในต่างประเทศเพิ่มเติมนั้นวางไว้เป็น อินเดีย กับบางประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะเริ่มให้บริการได้เร็วที่สุดในช่วงครึ่งหลังปี 2020 หรือปีหน้า

ตามแผนงานที่ระบุ Disney+ จะขายเป็นแพ็คเกจพ่วงไปกับบริการสตรีมมิ่ง Hotstar ในอินเดีย ที่ดิสนีย์เป็นเจ้าของอยู่แล้ว จากนั้นจึงขยายต่อมายังอินโดนีเซียกับมาเลเซีย รวมทั้งประเทศอื่นในภูมิภาค ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าไทยจะรวมอยู่ด้วยหรือไม่นั่นเอง

ที่มา: TechCrunch

Disney+

from:https://www.blognone.com/node/113151

Grab เข้าลงทุนใน Ninja Van นำบริการรับส่งพัสดุมารวมไว้ในแอป

Grab ประกาศเข้าลงทุนในบริษัทขนส่งพัสดุสินค้า Ninja Van ด้วยมูลค่าที่ไม่เปิดเผย ซึ่งจากนี้บริการของ Ninja Van จะถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งที่แสดงผลในแอปของ Grab ผ่านบริการขนส่งพัสดุ GrabExpress

นอกจากความร่วมมือด้านขนส่งสินค้า Ninja Van ยังเตรียมเพิ่มตัวเลือกการจ่ายเงินผ่าน GrabPay และให้บริการประกันภัยผู้ขนส่งสินค้าผ่าน Grab Financial อีกด้วย

Ninja Van เป็นบริษัทให้บริการขนส่งพัสดุสินค้าที่ทำตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยให้บริการอยู่ใน 450 เมือง และมีสาขาในประเทศไทย

ที่มา: Channel News Asia

alt="Ninja Van"

from:https://www.blognone.com/node/109407

กูเกิลเปิดข้อมูล ผู้ใช้ใหม่จ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตเพียง 20%, อัตราการจ่ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มสองเท่า

วันนี้ในงาน Google Playtime 2018 งานสรุปภาพรวมประจำปีของ Google Play ระบุว่าผู้ใช้ใหม่ที่จ่ายเงินมักนิยมการจ่ายเงินผ่านเครือข่ายโทรศัพท์หรือบัตรเติมเงินมากกว่า 80% ขณะที่การจ่ายแบบดั้งเดิมเช่นบัตรเครดิตนั้นคิดเป็น 20% เท่านั้น

กูเกิลไม่ได้เปิดเผยว่าผู้ใช้ที่จ่ายเงินในแอปทั้งหมดมีอัตราส่วนเป็นอย่างไร แต่สถิตินี้ก็แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้รายใหม่ๆ นิยมการจ่ายเงินที่ไม่ต้องผูกบัตรเครดิตอย่างมาก โดยตอนนี้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย กูเกิลสามารถตัดเงินผ่านผู้ให้บริการโทรศัพท์ได้ 25 เครือข่ายใน 7 ประเทศ และมีบัตรเติมเงินขายใน 4 ประเทศ

ในแง่การใช้จ่ายในแอป ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตสูง โดยในไตรมาสสาม มีอัตราการจ่ายเงินเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

รายงานของกูเกิลรวมกับเทมาเส็คระบุว่าในปีนี้จะมีอัตราการจับจ่ายผ่านอินเทอร์เน็ต (Internet economy) สูงถึง 72,000 ล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะเติบโตไปจนถึง 240,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025

ภาพรวมระดับโลกกูเกิลระบุว่าตอนนี้มีเครื่องที่อยู่บน Google Play มากกว่า 2,000 ล้านเครื่อง และมีอัตราการดาวน์โหลดแอปมากกว่าวันละ 250 ล้านครั้ง

ที่มา – งาน Google Playtime 2018

No Description

from:https://www.blognone.com/node/106706

พาชมงาน PVP E-Sports Championship ทัวร์นาเมนต์ eSports ระดับภูมิภาค – ไทยคว้าแชมป์ RoV

Blognone ได้รับเกียรติจาก AIS ไปชมการแข่งขัน PVP E-Sports Championship ณ Suntec City Convention Center ประเทศสิงคโปร์เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ชิงความเป็นหนึ่งประจำภูมิภาค พร้อมชิงเงินรางวัลรวมกว่า 300,000 ดอลลาร์

รายการ PVP E-Sports Championship เกิดขึ้นจากความร่วมมือกันในระดับภูมิภาคระหว่าง Singtel Group และ โอเปอเรเตอร์ในเครือรวม 6 ประเทศ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ AIS จากประเทศไทย โดย AIS จัดการแข่งขัน Thailand PVP E-Sports Championship Powered by AIS เพื่อเฟ้นหาตัวแทนประเทศไทยเข้าแข่งขันในรายการนี้ไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา ทีมได้เป็นตัวแทนคือทีม ALPHA X สำหรับ RoV และ Hashtag?.DOTA สำหรับ Dota 2

alt="Imgur"

บรรยากาศในงาน PVP E-Sports Championship นั้นเป็นไปอย่างคึกคัก มีผู้เข้าชมการแข่งขันแวะเวียนกันมาตลอดทั้งวัน นอกจากการแข่งขันในสองเกมหลักดังกล่าวแล้ว งานนี้ยังได้ดึง Blizzard มาร่วมเป็นพันธมิตร จัดการแข่งขัน HTC Singapore สำหรับเกม Hearthstone รวมถึงการแข่งขัน FIFA Online ภายในบริเวณงานอีกด้วย

alt="Imgur"

alt="Imgur"

alt="Imgur"

alt="Imgur"

alt="Imgur"

สำหรับผลการแข่งขันนั้น Dota 2 แชมป์ตกเป็นของยอดทีมจากยุโรปอย่าง Team Secret ที่เอาชนะเจ้าถิ่นจากโซน SEA อย่าง Fnatic ไปในรอบชิงชนะเลิศด้วยสกอร์ 3-2 เกม รับเงินรางวัล 80,000 ดอลลาร์ และเป็นการคว้าแชมป์แรกของพวกเขากับสมาชิกชุดใหม่อีกด้วย ส่วนทีม Hashtag?.DOTA จากไทยไปไม่ถึงฝั่งฝัน ตกรอบไปในรอบแบ่งกลุ่ม

alt="Imgur"

alt="Imgur"

ส่วนผลการแข่งขัน RoV ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งเพราะทีม ALPHA X จากไทยสามารถคว้าแชมป์มาได้สำเร็จ โดยพวกเขาเอาชนะทีม Monster Shield ทีมเชิญจากประเทศไต้หวันไปในรอบชิงชนะเลิศด้วยสกอร์ 3-0 รับเงินรางวัล 40,000 ดอลลาร์ รวมถึงทำสถิติไม่แพ้ใครเลยแม้แต่เกมเดียวตลอดรายการ

alt="Imgur"

ตัวแทนจาก ALPHA X กล่าวว่า ทัวร์นาเมนต์นี้ถือเป็นการพิสูจน์ตัวเองครั้งสำคัญว่าพวกเขาสามารถทำได้ ทางทีมใช้เวลาเตรียมตัวประมาณ 2 เดือน โดยแบ่งเวลาซ้อมกันอย่างเป็นระบบ และมีการปรับแผนรับมือกับทีมจากประเทศอื่นตลอดเวลา นอกจากนี้ ทางทีมอยากฝากถึงผู้ใหญ่ว่าอยากให้เปิดใจและอย่าปิดกั้นโอกาสของเด็กรุ่นใหม่ และฝากถึงคนที่อยากจะเข้ามาในวงการ eSports ว่าถ้าต้องการเป็นนักกีฬาก็ต้องมีความตั้งใจจริง และ พยายามสุดความสามารถรวมถึงต้องมีระเบียบวินัยในการฝึกซ้อมถึงจะประสบความสำเร็จได้

alt="Imgur"

คุณสุวิทย์ อารยะวิไลพงศ์ หัวหน้างานบริหารผลิตภัณฑ์กลุ่มลูกค้าทั่วไปของ AIS ได้กล่าวถึงการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานในครั้งนี้ว่า งานนี้เกิดขึ้นจากการร่วมมือกันของโอเปอเรเตอร์ใน Singtel Group และพอใจกับงานนี้มาก สำหรับ AIS เองนั้น เกมถือเป็นพื้นที่กลยุทธ์สำคัญในการเข้าถึงผู้บริโภค โดยมี eSports เป็นหนึ่งในนั้น โดยในงานนี้ Singtel Group ยังได้มีการเซ็นข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างโอเปอเรเตอร์ในเครือเพื่อร่วมมือกันมองหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในเกี่ยวกับเกมอีกด้วย

สำหรับมุมมองของ AIS ต่อ eSports คุณสุวิทย์ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า AIS ต้องการเป็นมากกว่าแค่สปอนเซอร์ที่ติดอยู่บนเสื้อทีม แต่อยากเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน eSports ซึ่งงานนี้ถือว่าเป็นงานแรกที่ AIS เข้ามาทำอย่างจริงจัง เนื่องจากผู้เล่นเกมในไทยมีอยู่เยอะมาก จึงอยากสร้างโอกาสให้ทุกคนได้เข้ามาแสดงฝีมือ และเปลี่ยนความคิดของคนในสังคมว่า eSports ก็ไม่ต่างอะไรกับกีฬาที่ต้องมีการใช้ความสามารถในการแข่งขันเช่นเดียวกัน สำหรับเหตุผลที่เลือก RoV และ Dota 2 นั้น เพราะเป็นเกมที่ได้รับความนิยมและสามารถแสดงทักษะของผู้เล่นได้

สำหรับใครที่พลาดชมการแข่งขัน PVP E-Sports Championship สามารถรับชมย้อนหลังได้ที่แอพ AIS Play และกล่อง AIS Playbox เร็วๆ นี้ และสามารถดูข้อมูลของงานเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ais.co.th/esports

from:https://www.blognone.com/node/105726

ผู้ร่วมก่อตั้ง Grab มองว่าตลาดแอปเรียกรถใน SEA ยังมีการแข่งขัน แม้ไร้เงา Uber

หลัง Grab ควบรวมกิจการของ Uber ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อให้เกิดคำถามตัวใหญ่ๆ ถึงการผูกขาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่ทางฝั่ง Grab เองกลับมองว่าการแข่งขันด้านนี้ในภูมิภาคยังมีพื้นที่เหลืออีกมาก

Hooi Ling Tan ผู้ร่วมก่อตั้ง Grab แสดงความคิดเห็นใน Rise Conference งานประชุมด้านเทคโนโลยีที่ฮ่องกงว่า การแข่งขันด้านนี้ยังคงมีอยู่ และเขาเองก็ไม่คิดว่าการแข่งขันจะหายไป Grab ยังคงเรียนรู้ยุทธศาสตร์และแทคติคจากผู้ให้บริการทางเลือกอื่นๆ อยู่ตลอด

No Description

ขณะที่คู่แข่งอันดับหนึ่งที่ Grab มองมาตลอดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ไม่ใช่บริษัทคู่แข่ง แต่คือ “มือ” – มือของผู้โดยสารที่เรียกรถแท็กซี่ข้างถนน ดังนั้นบริษัทจึงมองด้วยว่าตลาดยังมีพื้นที่อีกมาก

อย่างไรก็ตามหน่วยงานที่ดูแลด้านการแข่งขันและผูกขาดของสิงคโปร์ยังคงเห็นต่างกับ Grab หลังตรววจสอบการควบรวมมาตั้งแต่เดือนเมษายน เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า Grab อยู่ในสภาพเหมือนผูกขาด ไม่มีผู้ให้บริการแอปรายอื่นที่เป็นคู่แข่ง โดยปัญหาเรื่องต้นทุนและเครือข่ายแท็กซี่ เป็นอุปสรรคที่ทำให้ไม่มีผู้ให้บริการรายใหม่ๆ ขึ้นมาแข่งขัน จนทำให้ในระยะหลัง Grab เริ่มขึ้นราคาค่าบริการแล้ว

ทั้งนี้ Go-Jek ผู้ให้บริการแอปแท็กซี่จากอินโดนีเซียก็กำลังอยู่ระหว่างการขยายตลาดไปในภูมิภาคด้วยและกำลังจะเปิดให้บริการในไทยเร็วๆ นี้

ที่มา – TechCrunch

from:https://www.blognone.com/node/103734

Grab เผยรายได้ 12 เดือนย้อนหลัง ทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์แล้ว

Ming Maa ประธานบริษัท Grab ให้สัมภาษณ์โดยเปิดเผยตัวเลขผลการดำเนินงานเป็นครั้งแรก บอกว่า Grab มีรายได้ 12 เดือนย้อนหลังรวมทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์ แล้ว แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดเพิ่มเติม และบอกว่าแม้จะมีรายได้ระดับนี้ แต่บริษัทก็ยังไม่อยู่สถานะที่มีกำไร ซึ่งก็ยังไม่มีแผนจะกำไรในระยะสั้นด้วย

ในช่วง 12 เดือนย้อนหลังที่ผ่านมา Grab ยังขยายพื้นที่ให้บริการไปอีกถึง 162 เมือง ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Maa บอกว่า Grab ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยโฟกัสที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากภูมิภาคนี้อัตราที่ประชากรมีรถยนต์ส่วนตัวนั้นต่ำ และระบบขนส่งสาธารณะก็ยังไม่ดีนัก

ที่มา: Deal Street Asia

alt="Grab"

from:https://www.blognone.com/node/102990