คลังเก็บป้ายกำกับ: SONY_WF-1000XM4

5 หูฟังตัดเสียงรบกวนตัวเด็ด ฟังเพลงเพลินไม่มีใครขัด อัพเดทปี 2022

มีหูฟังตัดเสียงรบกวนติดกระเป๋าเอาไว้สักตัว ฟังเพลงโปรดได้เพลินๆ ไม่ต้องโดนเสียงแทรก!

tws cover

หูฟังตัดเสียงรบกวนในปัจจุบันนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เพราะเทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวนที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ใช้หลายๆ คนหาซื้อหูฟังตัดเสียงมาฟังเพลงได้ง่าย ซึ่งถ้าใครชอบฟังเพลงตอนเเดินทางให้เข้าบรรยากาศหรือฟังเพลงที่ชอบให้ได้อารมณ์และสมาธิตอนทำงานในออฟฟิศก็น่าจะชื่นชอบหูฟังนี้ไม่น้อย

Advertisementavw

ในตอนนี้ ถ้าจะหาหูฟังตัดเสียงดีๆ เอาไว้ทั้งฟังเพลงและโทรติดต่องานแล้วจะลงทุนซื้อของดีมาใช้จะได้อยู่กันยาวๆ ไม่ต้องเปลี่ยนอีกสักพักนั้น ในตอนนี้แบรนด์ชั้นนำผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ชั้นนำก็พากันเข็นหูฟัง True Wireless พร้อมฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนราคาหลักพันต้นถึงปลายออกมาให้เลือกหลากหลายรุ่นพร้อมอัดฟีเจอร์ล้ำสมัยมาให้อีกเพียบ

หูฟังตัดเสียงรบกวน

5 หูฟังตัดเสียงรบกวนน่าโดน ตัดเสียงคม ฟังเพลงเพลิน

หากจำกันได้ ผู้เขียนเองก็เคยแนะนำหูฟัง True Wireless ไปเมื่อต้นปีที่แล้วพร้อมแนะนำวิธีเลือกหูฟัง True Wireless ด้วย แล้วในปี 2022 นี้จะมีหูฟังตัดเสียงรุ่นไหนน่าซื้อมาฟังเพลงบ้าง? ในบทความนี้ผู้เขียนมีรุ่นน่าสนใจมาแนะนำทั้งหมด 5 รุ่นด้วยกัน ได้แก่

  1. AUKEY EP-N6 (2,290 บาท)
  2. EDIFIER TWS NB2 PRO (2,490 บาท)
  3. HUAWEI FreeBuds Pro (3,890 บาท)
  4. Beats Studio Buds (5,500 บาท)
  5. Sony WF-1000XM4 (8,990 บาท)
1. AUKEY EP-N6 (2,290 บาท)

aukey

ถ้าพูดถึง AUKEY เชื่อว่าผู้ใช้หลายๆ คนน่าจะคิดถึงปลั๊กชาร์จไวหรือ Power Bank ที่ใส่ฟีเจอร์เด็ดๆ มาให้ผู้ใช้ได้ใช้งานกัน แต่หูฟังตัดเสียงรุ่น AUKEY EP-N6 รุ่นนี้ก็ถือว่าเป็นรุ่นน่าสนใจที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน โดยหูฟังตัวนี้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตด้วย Bluetooth 5.1 แบบแยกหูซ้ายขวา ส่วนไดรเวอร์หูฟังแบบไดนามิคขนาด 10 มม. ตอบสนองความถี่ที่ 20 Hz – 20 kHz พร้อมฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน Hybrid Active Noise Cancellation ลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้มากถึง 32 เดซิเบล ไมโครโฟนเป็นแบบ MEMS ตอบสนองความถี่ 100 Hz – 10 kHz ใช้งานต่อเนื่องแบบเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้ 4 ชั่วโมง วนชาร์จในเคสได้อีก 4 ครั้ง สุทธิ 22 ชั่วโมง ถ้าปิดระบบตัดเสียงรบกวนจะเพิ่มเป็น 7 ชั่วโมง รวมชาร์จในเคสได้ 35 ชั่วโมง ชาร์จแบตเตอรี่ด้วยสาย USB-C รองรับ Gesture Control กับ Siri, Google Assistant รวมทั้งกันน้ำและฝุ่นระดับ IPX5 ด้วย ดังนั้นถ้าใครอยากได้หูฟังตัดเสียงรบกวนดีๆ ไว้ใช้สักตัวอาจจะเริ่มจาก AUKEY รุ่นนี้ก่อนเลยก็ได้

สเปคของ AUKEY EP-N6
  • เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.1 แบบแยกหูซ้ายขวา
  • ไดรเวอร์หูฟังแบบไดนามิคขนาด 10 มม. ตอบสนองความถี่ที่ 20 Hz – 20 kHz
  • ฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน Hybrid Active Noise Cancellation ลดเสียงรบกวนได้ 32 เดซิเบล
  • ไมโครโฟนเป็นแบบ MEMS ตอบสนองความถี่ 100 Hz – 10 kHz
  • ใช้งานแบบเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้ 4 ชั่วโมง วนชาร์จในเคสได้อีก 4 ครั้ง สุทธิ 22 ชั่วโมง ปิดระบบตัดเสียงรบกวนจะเพิ่มเป็น 7 ชั่วโมง รวมชาร์จในเคสได้ 35 ชั่วโมง
  • ชาร์จแบตเตอรี่ด้วยสาย USB-C
  • รองรับ Gesture Control กับ Siri, Google Assistant
  • ราคา 2,290 บาท (AUKEY LazMall)
2. EDIFIER TWS NB2 PRO (2,490 บาท)

edifier tws nb2pro 01

หลังจากผลิตลำโพงคอมพิวเตอร์คุณภาพดีออกมาอย่างต่อเนื่องแล้ว EDIFIER ก็เปิดตัวหูฟังตัดเสียงรบกวนรุ่น EDIFIER TWS NB2 PRO ที่ดีไซน์ดูสวยล้ำสมัยและรองรับ Game Mode ทำให้ดูหนังหรือเล่นเกมได้แล้วภาพกับเสียงไม่มีดีเลย์ ปรับตั้งค่าหูฟังได้ด้วยแอพฯ Edifier Connect ที่มีให้โหลดไปใช้งานทั้งใน iOS, Android ส่วนการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตใช้เป็น Bluetooth 5.0 กันน้ำและฝุ่นระดับ IP54 ส่วนหูฟังติดตั้งไดรเวอร์ 10 มม. ตอบสนองความถี่ 20 Hz – 20 kHz มีโหมด Statial Sound ไมค์คู่พร้อมใช้ตัดเสียงรบกวน ENC และมี In-Ear Detection ถ้าถอดหูฟังออกแล้วเพลงจะหยุดเล่นอัตโนมัติ สามารถใช้ฟังเพลงแบบเปิดฟังก์ชั่นตัดเสียงรบกวนได้ 7 ชั่วโมง วนชาร์จในเคสได้รวมทั้งสิน 25 ชั่วโมง ถ้าปิดระบบตัดเสียงรบกวนใช้ได้ 9 ชั่วโมง วนชาร์จในเคสได้รวมทั้งสิ้น 32 ชั่วโมง มีฟีเจอร์ชาร์จไว 15 นาทีฟังเพลงได้ 2 ชั่วโมง ชาร์จแบตเตอรี่ด้วยสาย USB-C ซึ่งถ้าใครเคยใช้ลำโพงของ Edifier แล้วมั่นใจคุณภาพเสียงของหูฟังตัวนี้ก็แนะนำให้ซื้อหูฟังนี้ไปใช้งานได้เลย

สเปคของ Edifier TWS NB2 Pro
  • เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.0 มี Game Mode, ANC แบบ ENC
  • ไดรเวอร์หูฟังแบบไดนามิคขนาด 10 มม. ตอบสนองความถี่ที่ 20 Hz – 20 kHz
  • ไมโครโฟนคู่พร้อมฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน ANC แบบ ENC
  • ใช้งานแบบเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้ 7 ชั่วโมง วนชาร์จในเคสได้สุทธิ 25 ชั่วโมง ปิดระบบตัดเสียงรบกวนจะเพิ่มเป็น 9 ชั่วโมง รวมชาร์จในเคสได้ 32 ชั่วโมง
  • ชาร์จแบตเตอรี่ด้วยสาย USB-C
  • ตั้งค่าได้ด้วยแอพฯ Edifier Connect
  • ราคา 2,490 บาท (425Degree)
3. HUAWEI FreeBuds Pro (3,890 บาท)

huawei freebuds pro device switch 1

HUAWEI FreeBuds Pro รุ่นนี้แม้จะเป็นหูฟังตัดเสียงรบกวนที่เปิดตัวมาสักพักแล้ว แต่จากสเปคและฟีเจอร์ที่ HUAWEI ใส่มาให้ใช้งานต้องถือว่ายังจัดเต็มไม่แพ้กับหูฟังตัดเสียงรบกวนรุ่นใหม่ๆ เลย เพราะทาง HUAWEI ติดตั้ง Bone Sensor ทำงานคู่กับไมโครโฟนอีก 3 ตัว มีโหมดตรวจจับเสียงภายนอกเพื่อตัดเสียงรบกวน เป็น ANC แบบไดนามิคและรองรับการเชื่อมต่อ 2 อุปกรณ์พร้อมกันและกันน้ำกันฝุ่นระดับ IPX4 ควบคุมและตั้งค่าโดยแอพฯ HUAWEI AI Life รองรับทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS

ตัว HUAWEI FreeBuds Pro รองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.2 ไดรเวอร์มีขนาด 11 มม. แบบไดนามิคพร้อมไมโครโฟนที่ HUAWEI ปรับแต่งมาพร้อมใช้ถ่าย Vlog ได้สบายๆ รองรับ Gesture Control เพื่อควบคุมเวลาฟังเพลงหรือเปิดปิดระบบตัดเสียงรบกวน สามารถใช้ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 4 ชั่วโมงเมื่อเปิดฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน ถ้าปิดใช้งานได้นาน 7 ชั่วโมง นำกลับไปชาร์จในเคสแล้วใช้งานได้นานสุด 30 ชั่วโมง ชาร์จแบตเตอรี่คืนให้หูฟังด้วยสาย USB-C หรือระบบชาร์จไร้สายก็ได้ จัดเป็นหูฟังตัดเสียงรบกวนที่ให้ฟีเจอร์มาครบเครื่องน่าใช้อีกรุ่นหนึ่ง

สเปคของ HUAWEI FreeBuds Pro
  • เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.2 ติดตั้ง Bone Sensor ทำงานคู่กับไมโครโฟนอีก 3 ตัว
  • ไดรเวอร์หูฟังแบบไดนามิคขนาด 11 มม. 
  • ไมโครโฟนคู่ ปรับแต่งมาพร้อมใช้ถ่าย Vlog ได้
  • ใช้งานแบบเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้ 4 ชั่วโมง ปิดระบบตัดเสียงรบกวนจะเพิ่มเป็น 7 ชั่วโมง รวมชาร์จในเคสได้ 30 ชั่วโมง
  • ชาร์จแบตเตอรี่ด้วยสาย USB-C หรือชาร์จไร้สาย
  • ตั้งค่าได้ด้วยแอพฯ HUAWEI AI Life
  • ราคา 3,890 บาท (Jaymart LazMall)
4. Beats Studio Buds (5,500 บาท)

 

MJ503

Beats Studio Buds รุ่นนี้ถือเป็นหูฟังตัดเสียงรบกวนในเครือ Apple สามารถเชื่อมต่อได้ทั้ง iPhone และสมาร์ทโฟน Android โดยผู้เขียนได้ทดลองฟังเพลงด้วยหูฟังนี้มาก่อนหน้าแล้ว พบว่าเสียงของ True Wireless ตัวนี้มิติเสียงถือว่าดีกว่า Beats รุ่นก่อนๆ ในอดีตและไม่มีอาการเบสบวมแล้วและสเตจถือว่ากว้างกำลังดีอีกด้วย ด้านหูฟังตัวนี้เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth Class 1 ติดตั้งไดอะแฟรมคู่เพื่อให้เสียงเพลงมีมิติและได้เสียงเคลียร์ฟังชัดกับไมค์แบบ Beamforming คู่ ช่วยตัดเสียงรบกวนแบบ ANC หรือจะกดเพื่อเปิดให้เสียงภายนอกเข้าก็ได้ และข้อดีคือไมค์ของ Beats Studio Buds รุ่นนี้จะได้คุณภาพเสียงดีฟังชัดเจน ทำให้เวลาโทรติดต่องานก็สามารถพูดคุยกับคู่สนทนาปลายสายได้ชัดเจน ด้านการใช้งานสามารถฟังเพลงต่อเนื่องแบบเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้ 5 ชั่วโมง ถ้าปิดใช้ได้ 8 ชั่วโมง วนชาร์จในเคสแล้วใช้งานได้นานสุด 24 ชั่วโมง รองรับการชาร์จไว 5 นาทีฟังเพลงได้ 1 ชั่วโมง ชาร์จแบตเตอรี่คืนให้ตัวหูฟังด้วยสาย USB-C และยังกันน้ำกันฝุ่นระดับ IPX4 อีกด้วย 

สเปคของ Beats Studio buds
  • เชื่อมต่อด้วย Bluetooth Class 1 ติดตั้งไมโครโฟน Beamforming ไว้ตัดเสียงรบกวน
  • ไดรเวอร์หูฟังแบบไดอะแฟรมคู่ ให้คุณภาพเสียงดีขึ้น
  • ไมโครโฟนคู่ พูดคุยเสียงฟังชัดเจนแบบ Beamforming
  • ใช้งานแบบเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้ 5 ชั่วโมง ปิดระบบตัดเสียงรบกวนจะเพิ่มเป็น 8 ชั่วโมง รวมชาร์จในเคสได้ 24 ชั่วโมง ชาร์จไว 5 นาทีฟังเพลงได้ 1 ชั่วโมง
  • ชาร์จแบตเตอรี่ด้วยสาย USB-C 
  • ราคา 5,500 บาท (Wemall Lazmall)
5. Sony WF-1000XM4 (8,990 บาท)

sony

Sony WF-1000XM4 รุ่นนี้จะเป็นหูฟังตัดเสียงรบกวนภาคต่อของรุ่น WF-1000XM3 ที่ Sony เปิดตัวมาก่อนหน้านี้ โดยทาง Sony จัดการลดขนาดของเคสชาร์จให้เล็กลงเล็กน้อยให้พกพาได้สะดวกแล้วใส่ฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนมาให้แบบจัดเต็มเช่นเดิม ดดยฟีเจอร์เด่นของ WF-1000XM4 ได้แก่ระบบตัดเสียงรบกวน Digital ANC ที่ใช้ชิป Integrated Processor V1 เข้ามาช่วยตัดเสียงและปรับเสียงให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและมี Bone-conduction ตรวจจับการสั่นสะเทือนจากเสียงของเราเพื่อตัดเสียงภายนอกและให้เน้นให้เสียงพูดของเราฟังชัดเจน, มี DSEE Extreme ช่วยยกระดับเสียงเพลงให้คุณภาพเสียงดียิ่งขึ้น, ฟีเจอร์ Speak-to-Chat เมื่อคุยกับคู่สนทนาแล้วหูฟังจะหยุดเล่นเพลงชั่วคราวแล้วกลับมาเล่นเพลงต่อโดยอัตโนมัติและตั้งค่าการทำงานได้ด้วยแอพฯ Sony | Headphone Connect รองรับทั้ง Android และ iOS และกันน้ำกับฝุ่นระดับ IPX4 อีกด้วย

สเปคของหูฟังตัวนี้จะรองรับการเชื่อมต่อกับมือถือหรือแท็บเล็ตด้วย Bluetooth 5.2 โดยเชื่อมต่อแยกหูซ้ายขวา รองรับ Google Fast Pair เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน Android และพีซีระบบปฏิบัติการ Windows 10 ได้อย่างรวดเร็ว ใช้ไดรเวอร์ขนาด 6 มม. ตอบสนองความถี่ 20 Hz – 20 kHz  รองรับ Google Assistant และ Alexa สามารถฟังเพลงต่อเนื่องแบบเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้ 8 ชั่วโมง ถ้าปิดจะใช้ได้ 12 ชั่วโมง รวมวนชาร์จในเคสจะใช้งานได้ 24 ชั่วโมง รองรับชาร์จไว 5 นาทีใช้งานได้ 60 นาที สามารถชาร์จแบตเตอรี่คืนให้ตัวหูฟังได้ด้วยสาย USB-C หรือชาร์จไร้สายก็ได้ จัดว่าเป็นหูฟังตัดเสียงรบกวนคุณภาพสูงที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับคนที่ต้องการคุณภาพเสียงแบบจัดเต็ม

สเปคของ Sony WF-1000XM4
  • เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.2 แบบแยกหูซ้ายขวา รองรับ Google Fast Pair
  • ไดรเวอร์หูฟังขนาด 6 มม. ตอบสนองความถี่ที่ 20 Hz – 20 kHz มี DSEE Extreme
  • ฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน Digital ANC ใช้ชิป Integrated Processor V1 เข้ามาช่วยตัดเสียงและปรับเสียงให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและมี Bone-conduction
  • ไมโครโฟนมีฟีเจอร์ Speak-to-Chat หยุดเล่นเพลงชั่วคราวเมื่อคุยกับคู่สนทนาและเล่นเพลงต่อเมื่อคุยเสร็จ
  • ใช้งานแบบเปิดระบบตัดเสียงรบกวนได้ 8 ชั่วโมง ปิดระบบตัดเสียงรบกวนจะเพิ่มเป็น 12 ชั่วโมง รวมชาร์จในเคสได้ 24 ชั่วโมง รองรับชาร์จไว 5 นาทีใช้งานได้ 60 นาที
  • ชาร์จแบตเตอรี่ด้วยสาย USB-C หรือชาร์จไร้สาย
  • รองรับ Gesture Control กับ Google Assistant, Alexa
  • ราคา 8,990 บาท (Sony Thailand)

สรุปสเปค 5 หูฟังตัดเสียงรบกวนตัวเด็ด ฟังเพลงเพลินได้ใจไม่มีใครรบกวน

สายฟังเพลงที่กำลังมองหาหูฟังตัดเสียงรบกวนตัวใหม่หรือจะอัพเกรดจากตัวเดิมมาเป็นรุ่นสเปคเด็ด ตัดเสียงเทพสำหรับปี 2022 นี้ ต้องถือว่ามีตัวเลือกให้เลือกมากมายทีเดียว โดยรุ่นที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำทั้ง 5 รุ่นถ้าสรุปสเปคแล้วจะเป็นดังนี้

สเปคหูฟังตัดเสียงรบกวน การเชื่อมต่อ ไดรเวอร์ ไมค์และการตัดเสียง แบตเตอรี่และการชาร์จ ราคา
AUKEY
EP-N6
Bluetooth 5.1
แยกการเชื่อมต่อหูซ้าย, ขวา
ไดนามิค
10 มม.

ตอบสนองความถี่
20 Hz – 20 kHz

MEMS
100 Hz – 10 kHz

Hybrid Active Noise Cancellation

เปิดตัดเสียงรบกวน
ฟังเพลงได้
4 ชม. รวมชาร์จในเคสได้ 22 ชม.

ปิดตัดเสียงรบกวน
ฟังเพลงได้ 7 ชม. รวมชาร์จในเคสได้ 35 ชม.

ชาร์จด้วย
USB-C

2,290 บาท
Edifier TWS NB2 Pro Bluetooth 5.0

ดีเลย์ต่ำ มี Game Mode

ไดนามิค
10 มม.

ตอบสนองความถี่
20 Hz – 20 kHz

ไมโครโฟนคู่

มี ANC
แบบ ENC

เปิดตัดเสียงรบกวน
ฟังเพลงได้
7 ชม. รวมชาร์จในเคสได้ 25 ชม.

ปิดตัดเสียงรบกวน
ฟังเพลงได้ 9 ชม. รวมชาร์จในเคสได้ 32 ชม.

ชาร์จด้วย
USB-C

2,490 บาท
HUAWEI FreeBuds Pro Bluetooth 5.2 ไดนามิค
11 มม.
ไมค์คู่ ปรับแต่งมาเพื่อถ่าย Vlog

ติดไมค์ 3 ตัวเพื่อตัดเสียงรบกวนและมี Bone Sensor

เปิดตัดเสียงรบกวน
ฟังเพลงได้
4 ชม.

ปิดตัดเสียงรบกวน
ฟังเพลงได้ 7 ชม. รวมชาร์จในเคสได้ 30 ชม.

ชาร์จด้วย
USB-C หรือชาร์จไร้สาย

3,890 บาท
Beats Studio Buds Bluetooth Class 1 ไดอะแฟรมคู่ ให้คุณภาพเสียงดีขึ้น ไมค์ Beamforming คู่ ใช้สนทนาและตัดเสียงรบกวนได้ในตัว เปิดตัดเสียงรบกวน
ฟังเพลงได้
5 ชม.

ปิดตัดเสียงรบกวน
ฟังเพลงได้ 8 ชม. รวมชาร์จในเคสได้ 24 ชม.

ชาร์จไว 5 นาทีฟังเพลงได้ 1 ชั่วโมง

ชาร์จด้วย
USB-C

5,500 บาท
Sony
WF-1000XM4
Bluetooth 5.2

Google
Fast Pair

ไดรเวอร์ 6 มม.

ตอบสนองความถี่
20 Hz – 20 kHz มี DSEE Extreme

ไมค์พร้อมฟีเจอร์ Speak-to-Chat

Digital ANC ใช้ชิป Integrated Processor V1

Bone-conduction sensor

เปิดตัดเสียงรบกวน
ฟังเพลงได้
8 ชม.

ปิดตัดเสียงรบกวน
ฟังเพลงได้ 12 ชม. รวมชาร์จในเคสได้ 24 ชม.

ชาร์จไว 5 นาทีฟังเพลงได้ 60 นาที

ชาร์จด้วย
USB-C หรือชาร์จไร้สาย

8,990 บาท

จะเห็นว่าหูฟัง True Wireless พร้อมฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนนั้นมีให้เลือกตั้งแต่หลักพันต้นๆ ไปจนหลักพันปลายและแต่ละรุ่นก็จะมีฟีเจอร์เด่นแตกต่างกันไป ถ้าใครต้องการเปลี่ยนหูฟังใหม่เอามาฟังเพลงตอนทำงานหรือระหว่างเดินทางก็เลือกจากทั้ง  5 รุ่นที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำเลยก็ได้ หรือจะดูเป็นแนวทางแล้วไปลองเลือกที่ร้านขายหูฟังโดยเฉพาะแล้วทดลองฟังเพลงก่อนว่าหูฟังรุ่นที่เราสนใจเป็นแนวเสียงแบบที่เราชอบหรือไม่ค่อยตัดสินใจซื้อก็ได้เช่นกัน


บทความที่เกี่ยวข้อง

tws 2 cover

tws cover

from:https://notebookspec.com/web/633343-5-anc-tws-for-music-lover

รีวิว SONY WF-1000XM4 หูฟังไร้สายตัดเสียงขั้นเทพ ดีไซน์ใหม่หมด

กลับมาอีกครั้งหลังจากหายไป 2 ปี กับหูฟังไร้สายที่มีระบบตัดเสียงรบกวนยอดเยี่ยมที่สุดจากโซนี่ SONY WF-1000XM4 ต่อยอดมาจากรุ่น WF-1000XM3 กับดีไซน์ใหม่หมดทั้งภายนอกและภายใน ขนาดที่เล็กลงใส่สบายมากขึ้น พกพาง่ายขึ้น รองรับเทคโนโลยี LDAC สัญญาณคุณภาพเสียง Hi-Res Audio Wireless พร้อมฟังก์ชั่นปรับการฟังตามความชอบและกิจกรรมเฉพาะบุคคลด้วย เปิดตัวมาในราคา 8,990 บาท วางจำหน่ายด้วยกัน 2 สี สีเงินและสีดำ หลังจากที่ได้อยู่ด้วยกันกับเจ้า WF-1000XM4 ตัวสีดำมาทั้งอาทิตย์ เราจะมารีวิวให้ชมค่ะว่ามีอะไรใหม่บ้าง

ดีไซน์ใหม่หมด

กลับมาครั้งนี้ทางโซนี่ได้ดีไซน์เจ้า WF-1000XM4 ใหม่หมด จะเห็นว่าหน้าตาจะแตกต่างกับ WF-1000XM3 ที่ตอนนี้ลดราคาลงมาเหลือเพียง 5,990 บาทเท่านั้น ขนาดเล็กลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ตัวเคสชาร์จที่มีขนาดเล็กลงที่เค้าว่าเล็กลงกว่าถึง 40% เลยทีเดียว

รวมถึงกล่องที่ใสตัวหูฟังด้วย ทางโซนี่ใช้วัสดุรีไซเคิลลดการใช้แพคเกจที่ผลิตจากพลาสติกและก่อให้เกิดสารพิษ โดยวัสดุที่ใช้ทางโซนี่ก็เป็นผู้คิดค้นด้วยการใช้วัสดุจากธรรมชาติอย่าง ต้นไผ่  ต้นอ้อย และกระดาษรีไซเคิล เราจะแกะกล่องให้ดูว่าข้างในมีอะไรกันบ้างค่ะ

ตัวเคสชาร์จและหูฟัง SONY WF-1000XM4 รุ่นนี้จะวางจำหน่าย 2 สี สีเงินและดำ ตัวที่เราจะมารีวิวให้ชมกันเป็นตัวสีดำ  ทรงโค้งมน ดีไซน์แบบมินิมอล เรียบๆ สีเกลี้ยงๆ เคลือบผิวเนียบสีดำด้าน แค่มีสกรีนสีทองคำว่า SONY ก็ดูแพงอย่างไม่น่าเชื่อ

ด้านหน้ามีไฟแสดงสถานะของแบตเตอรี่ ด้านบนสกรีนโลโก้โซนี่สีทอง

ด้านหลังเคสชาร์จจะเป็นพอร์ตชาร์จ USB Type C  ดีไซน์ใหม่ให้วางตั้งเพราะได้รุ่นนี้รองรับการชาร์จไร้สายด้วย สามารถวางบนแท่นชาร์จได้เลย รุ่นเก่าจะวางตั้งตรงไม่ได้ เวลาจะตั้งคือต้องกลับตัวมันก็ดูแปลกไปหน่อย

ด้านในเคสชาร์จมีแม่เหล็กดูดติดตัวหูฟัง มันก็จะหนึบๆ เวลาดึงออก ทำให้หล่นยากเพราะด้วยขนาดตัวหูฟังที่สั้น ก็เสี่ยงหล่นง่ายเวลาที่เราเผลอไปคว่ำเคส อย่างหูฟังบางรุ่นที่ทรงสั้นเหมือนกันเวลาเราเผลอเปิดฝาเคสแรงไป ตัวหูฟังกระเด้งหลุดออกด้วย 555 แต่รุ่นนี้หายห่วงค่ะ

นอกจากดีไซน์ภายนอกที่มีการปรับเปลี่ยนแล้ว ด้านในตัวหูฟังก็ปรับเปลี่ยนด้วยเช่นกัน ตัวหูฟังที่เปลี่ยนจากทรงรีแบนๆ เป็นทรงกลมโค้งมนละมุนมือและมีขนาดเล็กลงกว่าเดิม 10% แต่ตัวหูฟังที่อ้วนป้อมก็มีปัญหากับคนช่องหูเล็ก

จุกหูฟังก็มีการเปลี่ยนมาใช้วัสดุที่ทำจาก โพลียูริเทน มีความคล้ายกับตัวเมมโมรี่โฟมบีบแล้วบู้บี้ไปตามแรงนิ้ว มันก็จะมีความนุ่มนิ่มหนึดใส่แนบสนิทกระชับหูกว่าเดิม ช่วยกันเสียงได้ดีกว่าเดิมเพียงแค่ใส่ก็เก็บเสียงแล้ว

ในกล่องมีมาให้อีก 2 ไซส์ค่ะ เป็น L และ S ควรเปลี่ยนขนาดให้พอดีเพื่ออรรถรสในการฟังและกันเสียงรบกวนจากภายนอกค่ะ

คู่มือการใช้งานสารพัดภาษา ทำมาให้อ่านก็ควรอ่านจั๊กน้อย สรุป..ไม่มีภาษาไทย (ร้องไห้ T-T)

มีสาย USB Type C แบบสั้นมาให้ 1 สายค่ะ

ของในกล่องทั้งหมดก็ตามนี้ค่ะ

การเชื่อมต่ออุปกรณ์

เชื่อมต่อได้อย่างรวดเร็วรองรับ Fast Pair ของ Google จับคู่กับอุปกรณ์ Android ได้ง่าย เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.2 หรือแตะด้านหลังสมาร์ทโฟนที่รองรับ NFC  ขณะที่ Swift Pair ช่วยให้เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ Windows 10 ผ่าน Bluetooth ได้ง่ายขึ้น

แอพพลิเคชั่น SONY / Headphone Connect

โหลดแอพพลิเคชั่นของหูฟัง SONY เพื่อการใช้งานเต็มประสิทธิภาพ ช่วยในการตั้งค่าต่างๆ และควบคุมหูฟัง สมารถเปิด/ปิด ปรับอีควอไลเซอร์ได้ถึง 12 รูปแบบ ให้เหมาะกับเพลงที่ฟัง ตั้งค่าเสียงที่สมบูรณ์แบบให้กับทุกๆ เพลง แอพ ช่วยให้คุณสามารถปรับระดับเสียงเบสของเราได้ และมีการตั้งค่าเสียงล่วงหน้าสำหรับเสียงแบบกลางแจ้ง คลับ ฮอลล์ หรือ แบบเวทีคอนเสิร์ต


ดาว์นโหลดได้ทั้ง Android และ IOS

การสั่งงานด้วยการแตะสัมผัส

มีระบบตรวจจับการสวมใส่ เซ็นเซอร์จะทำการตรวจจับและประเมินระยะห่างของหูฟังแต่ละข้าง เพื่อดูว่าเรากำลังสวมหูฟังอยู่หรือไม่ พอสวมหูฟังใส่หูทั้ง 2 ข้าง..เพลงที่เราเล่นค้างล่าสุดจะขึ้น เอาหูฟังออก 1 ข้างเพลงจะหยุดทันที  นอกจากนี้เราสามารถสั่งงานได้จากภายนอกโดยไม่ต้องเปิดมือถือด้วยการแตะบริเวณตัวหูฟัง

  • แตะที่หูฟังด้านซ้ายเป็นการเปิด Noice Canceling / Ambient Sound
  • แตะค้าง เข้าสู่โหมด Quick Attention เป็นการเงียบเสียงชั่วขณะ เพื่อสนทนาหรือฟังเสียงจากภายนอก โดยเพลงจะเบาลงตลอดการแตะที่หูฟัง
  • แตะหูฟังข้างขวา 1 ครั้ง เป็นการหยุด / เปิด เพลง
  • แตะหูฟังข้างขวา 2 ครั้งเป็นการข้ามเพลง

นอกจากนี้เรายังสามารถเข้าไปตั้งค่าเพิ่มได้ในแอพพลิเคชั่น Headphone Connect

ระบบตัดเสียงรบกวน

การออกแบบหูฟังดีไซน์ใหม่ที่เปลี่ยนจากจุกยางมาเป็นโพลียูริเธน และดีไซน์ให้เข้ากับสรีระหูกรองเสียงจากภายนอกเพิ่มความกระชับมากขึ้น ทำให้แค่ใส่หูฟังเข้าหูก็สัมผัสได้ถึงความเงียบ และชุดประมวลผลใหม่ Intergrated Processor V1  ที่ลงระบบตัดเสียงและการเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth ไว้ด้วยกันในชิปเดียว เซ็นเซอร์จับเสียงรบกวนแบบคู่ที่ปรับปรุงใหม่ ที่จับเสียงรอบข้างได้กว้างและแม่นยำขึ้น

เราสามารถเข้าโหมดตัดเสียงรบกวนรอบข้าง Noice Canceling ได้จากภายนอกเพียงแตะที่ด้านซ้ายของหูฟัง เพื่ออรรถรสในการฟังเพลงที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น หรือแตะอีกครั้งเพื่อเข้าสู่โหมด Ambient Sound หรือโหมดเปิดรับเสียงรอบข้าง ทำให้เราสามารถฟังเพลงไปด้วยและไม่พลาดเสียงจากภายนอก อย่างการแจ้งเตือนบนรถไฟฟ้าหรือสนามบิน

ยังมีฟีเจอร์ Speak-to-Chat ที่เมื่อเราใส่หูฟังฟังเพลงอยู่ แล้วอยากสนทนากับคนข้างๆ เมื่อเราพูดเพลงจะหยุดเล่นอัตโนมัติ แล้วเล่นต่อเมื่อเราหยุดพูด

คุณภาพเสียงของ WF-1000XM4

ชื่อเสียงของหูฟัง SONY แทบไม่ต้องกล่าวอะไรกันมาก มาพร้อมคุณภาพเสียงที่ดีอย่างแน่นอน รองรับเทคโนโลยี LDAC สัญญาณคุณภาพเสียง Hi-Res Audio Wireless ไดร์เวอร์หูฟังขนาด 6 มม. ปรับปรุงใหม่ เพิ่มส่วนกำเนิดสภาพแม่เหล็กขึ้นอีก 20% ในตัวบอดี้ ทำให้ไดอะแฟรมตอบสนองได้ดีขึ้น จากช่วงความถี่ต่ำถึงความถี่สูง เพิ่มคุณภาพเสียงให้โดดเด่น ตัดเสียงรบกวนได้มากขึ้น ตอบสนองความถี่เสียงได้กว้างขึ้น เสียงใส บีทหนักและมีพลัง

เทคโนโลยี AI ในชุดประมวลผล Intergrated Processor V1 ช่วยจดจำแนวเพลงที่เราชอบฟังปรับค่ารายละเอียดของเครื่องดนตรีให้คุณภาพที่ดีที่สุดด้วย แม้ต้นสัญญาณจะถูกบีบอัด อย่างการสตรีมเพลงดิจิทัล Dess Extreme จะช่วยอัพสเกลและคืนรายละเอียดที่ถูกลดทอนช่วยให้ฟังเสียงที่มีคุณภาพต่ำเทียบเท่ากับไฟล์เสียงคุณภาพสูง

ส่วนตัวชอบความเบสหนักของ WF-1000XM4 ส่วนตัวเป็นคนชอบฟังเพลงแนวเฮฟวี่เมททัล รวมถึงเพลงที่บีทหนักเร้าใจ ชอบความเบสตุบๆ ฟังแบบปกติยังไม่ปรับอีควอไลเซอร์เบสก็ดีดพอตัว เข้าไปปรับอีควอฯ ในส่วนที่เราต้องการเพิ่มอรรถรสและเข้ากับแนวเพลงที่เราฟัง ชอบความเบส +8 ของ Excited ดีดขี้หูเด้ง หรือจะเป็นสไตล์อื่นที่ชอบและเหมาะกับเพลงที่ฟัง สามารถปรับได้ถึง 12 รูปแบบ


คุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยมมิติเสียงที่กว้าง ฟังเพราะทุกแนวเพลง เก็บเสียงได้เงียบทำให้การฟังเพลงชัดเจนและเป็นส่วนตัวมากขึ้น เก็บครบทุกเสียงดนตรี

นอกจากนี้ยังสนับสนุนระบบเสียง 360 Reality Audio  สามารถเปิดระบบเสียง 360 Reality ผ่านทางแอปพลิเคชั่น Sony Headphones Connect ให้ความรู้สึกเหมือนวงดนตรีมาแสดงสดอยู่ตรงหน้า มีแอพฯ เพลงสตรีมมิ่งที่รองรับการฟังเพลง 360 องศา 4 แอพฯ  และยังสามารถปรับแต่งเสียงให้เหมาะสมสำหรับการฟังของแต่ละบุคคลได้ด้วย


คุณสมบัติกักน้ำ

กันน้ำในระดับ IPX4 ป้องกันในระดับน้ำกระเด็น ใส่ออกกำลังกายได้ ถูกฝนแบบปรอยๆ ได้

รองรับชาร์จเร็วและชาร์จไร้สาย

เคสชาร์จรองรับชาร์จไร้สายด้วยเทคโนโลยี Qi เพียงวางบนแท่นชาร์จไร้สายและสมาร์ทโฟนที่มีฟังก์ชั่นแชร์แบตเตอรี่ ระบบชาร์จเร็ว ชาร์จ 5 นาที ใช้งานได้ 1 ชั่วโมง

แบตเตอรี่

ฟังเพลงต่อเนื่องได้นานสูงสุด 8 ชั่วโมง ปรับปรุงมาจากรุ่นเดินที่ใช้งานต่อเนื่องได้ 6 ชั่วโมง +16 ชั่วโมงจากเคสชาร์จ รวมแล้วใช้งานได้ 24 ชั่วโมง หมดปัญหาแบตฯ หมดระหว่างวัน

สรุปการใช้งาน

ถือเป็นหูฟังที่น่าใช้ที่สุดในเวลากับคุณภาพเสียงที่ยอดเยี่ยมรองรับเทคโนโลยี LDAC สัญญาณคุณภาพเสียง Hi-Res Audio Wireless ขนาดและดีไซน์ที่ปรับใหม่พกพาง่ายขึ้น แบตเตอรี่ที่ใช้งานต่อเนื่องได้นานขึ้นรองรับชาร์จไร้สาย และระบบตัดเสียงรบกวนที่ดีกว่าเดิม วางจำหน่ายแล้วในราคา 8,990 บาท มี 2 สี สีเงินและสีดำ

 

ข่าว: รีวิว SONY WF-1000XM4 หูฟังไร้สายตัดเสียงขั้นเทพ ดีไซน์ใหม่หมด มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.
from:https://www.appdisqus.com/review-of-sony-wf-1000xm4-wireless-headphones-with-noise-cancellation-all-new-design/

เปิดตัว SONY WF-1000XM4 หูฟังไร้สายรองรับ High-Resolution Audio Wireless มาพร้อม ANC แบตอึด 8 ชม. ราคา 8,990.-

โซนี่ไทยเดินหน้ายกระดับคุณภาพของการฟังเพลงอย่างเหนือชั้ […] More

from:https://www.iphonemod.net/sony-wf-1000xm4.html

Sony เปิดจอง WF-1000XM4 ตั้งแต่ 24 มิ.ย. – 7 ก.ค. ราคา 8,990 บาท

Sony WF-1000XM4 หูฟังไร้สายระบบตัดเสียงสุดเทพ ได้เผยโฉมไปเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เปิดราคามาเท่ากับตัวเดิมที่ 8,990 บาท ล่าสุดโซนี่ประเทศไทย ประกาศวันจองล่วงหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สามารถพรีออเดอร์ได้ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน – 7 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ มีให้เลือกสองสี ได้แก่ สีดำ และสีเงิน

WF-1000XM4 มาพร้อมกับดีไซน์แบบใหม่ ที่ทางโซนี่เคลมว่า พวกเขาได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับรูปทรงของหูจากทั่วโลก มีขนาดและน้ำหนักเบากว่ารุ่นก่อน 10% และตัวเคสขนาดเล็กลงกว่าเดิมเมื่อเทียบกับ WF-1000XM3 อยู่ถึง 40% เลยทีเดียว แต่แม้ว่าขนาดจะเล็กลง แต่คุณภาพและอายุการใช้งานแบตเตอรี่ยังเท่าเดิม ไม่โดนลดทอนแต่อย่างใด

WF-1000XM4 มากับระบบตัดเสียงสุดเทพ Active Noise Cancellation และรองรับเทคโนโลยี LDAC สามารถส่งสัญญาณเสียงความละเอียดระดับ High-Resolution Audio Wireless ได้มากกว่าเดิมถึงสามเท่าเมื่อเทียบกับเทคโนโลยี Bluetooth ทั่วไป ขับเคลื่อนด้วยไดร์เวอร์ชนาด 6 มม. มีหน่วยประมวลผล Integrated Processor V1 เพิ่มคุณภาพเสียงและลดความผิดเพี้ยน

WF-1000XM4 สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง 8 ชั่วโมง และชาร์จผ่านเคสเพิ่มได้อีก 16 ชั่วโมง ทำให้รวม ๆ แล้ว หูฟังตัวนี้จากโซนี่สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีระบบ Quick Charge ชาร์จไฟแค่ 5 นาที ได้แบตมาใช้งานนานถึง 60 นาที หรือ 1 ชั่วโมง โดย WF-1000XM4 รองรับมาตรฐานกันน้ำ IPX4 ใส่ออกกำลังกายได้

WF-1000XM4 เปิดให้จองล่วงหน้าแล้วตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน ถึง 7 กรกฎาคม ศกนี้ ในราคา 8,990 บาท มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ และสีเงิน พร้อมรับโค้ดส่วนลดพิเศษ 1,000 บาท สำหรับการซื้อสินค้าครั้งถัดไปใน Sony Store Online

 

ที่มา: อีเมลประชาสัมพันธ์

from:https://droidsans.com/sony-wf-1000xm4-pre-order-thailand/

Sony เคาะวันเปิดตัว WF-1000XM4 หูฟังระบบตัดเสียงรบกวนสุดเทพ วันที่ 9 มิถุนายน 2564

WF-1000XM4 ว่าที่หูฟังอินเอียร์รุ่นใหม่จาก Sony ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนอันเลื่องชื่อ เริ่มมีข่าวลืออย่างหนาหูในระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ล่าสุดบริษัทฯ ได้ประกาศจัดงาน “Music Lovers” วันที่ 9 มิถุนายน 2564 มีความเป็นไปได้สูงที่จะเปิดตัวหูฟังดังกล่าวภายในงานนี้

จากภาพเรนเดอร์ที่หลุดออกมาเผยให้เห็นว่า WF-1000XM4 ได้ถูกปรับดีไซน์ครั้งใหญ่ให้ดูมีความทันสมัยและกลมกล่อมมากขึ้น รูปลักษณ์ต่างไปจาก WF-1000XM3 อย่างสิ้นเชิง แต่ยังคงโทนสีเดิมเอาไว้ ทั้งสีดำและสีเงินแพลทินัม ตัดกับสีบรอนซ์และทองสุดหรู

แหล่งข่าวต่างประเทศระบุว่า WF-1000XM4 จะขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล V1 ที่ Sony พัฒนาขึ้นมาเอง ซึ่งจะเข้ามาช่วยเสริมประสิทธิภาพของระบบตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancelling (ANC) ให้ดียิ่งขึ้น ตัวหูฟังรองรับการถอดรหัส LDAC และไฟล์เสียงระดับ Hi-Res

ในการใช้งานต่อเนื่องทำได้นานสุดที่ 12 ชั่วโมง และเพิ่มขึ้นได้สูงสุดเป็น 36 ชั่วโมง หากใช้งานร่วมกับเคสชาร์จ นอกจากนี้ WF-1000XM4 ยังมีคุณสมบัติกันน้ำที่ระดับ IPX4 อีกต่างหาก สามารถใส่ออกกำลังกายได้อย่างไม่มีปัญหา

สำหรับค่าตัวของ WF-1000XM4 อาจอยู่ที่ 279 ยูโร (ประมาณ 10,590 บาท) แพงกว่า WF-1000XM3 รุ่นก่อนหน้า 30 ยูโร

from:https://droidsans.com/sony-wf-1000xm4-launch-date/

หลุดสเปค Sony WF-1000XM4 หูฟังไร้สายตัดเสียงเทพ ฟังต่อเนื่อง 12 ชม. กันน้ำ IPX4 ราคาหมื่นต้น ๆ

ก่อนหน้านี้ได้มีภาพเรนเดอร์ของ Sony WF-1000XM4 หูฟังไร้สายสไตล์ TWS ที่มีระบบตัดเสียงที่จะบอกว่าเทพสุดในรุ่นเลยก็ว่าได้หลุดออกมา ล่าสุดเว็บไซต์ WinFuture ก็ออกมาเปิดเผยสเปคของหูฟังตัวเทพรุ่นนี้แบบหมดเปลือก โดยจะมีราคาอยู่ที่ 279.90 ยูโร หรือประมาณ 10,900 บาท

Sony WF-1000XM4 จะมาพร้อมกับดีไซน์ตัวหูฟังแบบใหม่ ทันสมัย และใส่สบายหูกว่าเดิม มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ และสีเทา เหมือนกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง WF-1000XM3 เป๊ะ ๆ


 

มากับระบบตัดเสียง Active Noise Cancellation (ANC) ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผล Sony V1 ที่จะเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพให้ตัว ANC ทำงานได้ดีเยี่ยมกว่าเดิม นอกจากนี้ Sony WF-1000XM4 ยังรองรับการถอดรหัส LDAC และ Hi-Res Audio อีกด้วย

Sony WF-1000XM4 สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุด 12 ชั่วโมงในกรณีที่ปิด ANC แต่ถ้าเปิดใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าว ระยะเวลาก็จะลดหลั่นลงมาเหลือ 8 ชั่วโมง โดยตัวเคสมีแบตในตัว สามารถชาร์จไฟคืนให้กับตัวหูฟัง รวม ๆ แล้ว Sony WF-1000XM4 จะใช้งานได้แบบเพลิน ๆ 24 – 36 ชั่วโมงเลยทีเดียว (รวมชาร์จกับเคสแล้ว)

Sony WF-1000XM4 รองรับมาตรฐานกันน้ำ IPX4 สามารถกันน้ำได้นิดหน่อย ใส่ออกกำลังกายได้ ล้างคราบสกปรกด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำก๊อกได้ แต่ไม่แนะนำให้ใส่ว่ายน้ำหรือเอาไปแช่นะครับ

Sony WF-1000XM4 จะมีคิวเปิดตัวและวางขายในแถบภูมิภาคยุโรปในราคา 279.90 ยูโร หรือคิดเป็นเงินไทยจะอยู่ที่ราว ๆ 10,900 บาท ทั้งนี้ก็ต้องบอกก่อนว่าเข้าไทยอาจจะไม่ได้ราคานี้ เนื่องจากการคิดภาษีบ้านเขาและบ้านเราไม่เหมือนกันนั่นเอง


 

แต่ถ้าอ้างอิงจากรุ่นก่อน ณ ตอนนั้น Sony เคาะราคา WF-1000XM3 ไว้ที่ 8,990 บาทเท่านั้น บอกเลยว่าหาก WF-1000XM4 เปิดมาเท่ากับรุ่นที่แล้ว วงการหูฟัง TWS น่าจะมีสะเทือนกันบ้างไม่มากก็น้อยล่ะ

 

ที่มา: winfuture

from:https://droidsans.com/sony-wf-1000xm-4-specs-leaked/

ภาพหลุดชุดใหม่ Sony WF-1000XM4 แบบชัด ๆ มีสองสี คือ เงินแพลทินัม และดำ

WF-1000XM4 ว่าที่หูฟังอินเอียร์จาก Sony ที่มาพร้อมกับฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวนสุดเทพ เริ่มมีภาพหลุดและข่าวลือปรากฏให้เห็นบนโลกออนไลน์มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 ล่าสุดได้มีภาพเรนเดอร์ที่ดูคล้ายภาพอย่างเป็นทางการโผล่ตามออกมาอีก ซึ่งมีความคมชัดแบบ 100% เหนือกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา








 

ภาพชุดใหม่ของ WF-1000XM4 ถูกเผยแพร่โดยขาประจำอย่าง Roland Quandt จากเว็บไซต์ WinFuture ทำให้เห็นว่า หูฟังรุ่นดังกล่าวมีด้วยกันสองสี คือ คือ เงินแพลทินัม และดำ ซึ่งเป็นสีเดียวกับ WH-1000XM4 เป๊ะ ๆ เลย








 

ดีไซน์โดยรวมของ WF-1000XM4 แตกต่างไปจาก WF-1000XM3 อย่างสิ้นเชิง หน้าตาทันสมัยขึ้น อีกทั้งขนาดของเคสดูเล็กลงอย่างชัดเจน ที่สำคัญคือสามารถวางเคสในแนวตั้งได้แล้ว เพราะในส่วนฐานนั้นแบนและค่อนข้างเรียบ ส่วนพอร์ต USB-C สำหรับชาร์จไฟได้ถูกย้ายเอาไปไว้ที่บริเวณด้านหลังแทน

ทั้งนี้คาดว่า Sony จะเปิดตัว WF-1000XM4 อย่างเป็นในทางในช่วงเดือนมิถุนายน 2564 ที่กำลังจะมาถึงนี้ครับ

 

ที่มา : Roland Quandt

from:https://droidsans.com/sony-wf-1000xm4-render-leak/

เผยภาพ Sony WF-1000XM4 หูฟังไร้สายตัดเสียงเทพภาคต่อ XM3 ดีไซน์เล็กลง ทันสมัยขึ้น

WF-1000XM3 ถือเป็นหนึ่งในหูฟังไร้สายที่มีระบบตัดเสียงที่ดีสุดในตลาด แม้ว่าจะมีอายุอานามเกือบ ๆ 3 ปีแล้วก็ตาม ล่าสุดดูเหมือนว่า Sony จะเตรียมเปิดตัวหูฟังภาคต่อซีรีส์แล้ว มาในชื่อ XF-1000XM4 ดีไซน์ทันสมัยมากขึ้น คาดมากับระบบตัดเสียงสุดเทพเช่นเคย รอบนี้อาจเปิดตัวช่วงเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้

เว็บไซต์ The Walking Blog ได้ออกมาเปิดเผยภาพของ WF-1000XM4 ว่าที่หูฟังไร้สายตัวท็อปรุ่นใหม่ของ Sony มาพร้อมกับดีไซน์แบบกลม ๆ และมีขนาดเล็กลงไปมากเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง WF-1000XM3 โดยคาดว่าหูฟังรุ่นดังกล่าวน่าจะรองรับไฟล์เสียงระดับ Hi-Res ด้วย


รูปหูฟัง WF-1000XM4 มาพร้อมดีไซน์แบบใหม่

นอกจากนี้ ยังมีภาพเคสของ XF-1000XM4 หลุดออกมาเช่นเดียวกัน โดยขนาดเคสจะเล็กลงกว่ารุ่นก่อนแบบชัดเจน น่าจะทำให้ใส่กระเป๋าเสื้อหรือกางเกงยีนส์ง่ายยิ่งขึ้นกว่าเดิม มองไปมองมา แอบคล้ายรุ่น WF-SP800N ที่ทางทีมงานเคยรีวิวไปก่อนหน้านี้อยู่พอสมควรเลย


รูปตัวเคสของ WF-1000XM4 

โดยใต้เคส เรายังได้เห็นข้อมูลรายละเอียดของระบบชาร์จไฟของ WF-1000XM4 ซึ่งรองรับการจ่ายไฟที่ 5V/140mA ซึ่งไวกว่ารุ่นก่อนที่รองรับสูงสุดแค่ 5V/120mA แถมยังมีเบาะแสเพิ่มเติมอีกด้วยว่าหูฟังรุ่นนี้จะรองรับฟีเจอร์ Wireless Charging หรือการชาร์จแบบไร้สาย

ภาพหน้าตั้งค่าที่เผยถึงเบาะแสฟีเจอร์ชาร์จไร้สายของ WF-1000XM4

สำหรับวันเปิดตัวของ XF-1000XM4 หากอ้างอิงจากข้อมูล ก็คาดว่า Sony น่าจะนำหูฟังรุ่นนี้มาเปิดตัวในช่วงหลังวันที่ 9 มิถุนายนที่จะถึงนี้ครับ

 

Source: TheWalkmanBlog Via GSMArena 

from:https://droidsans.com/sony-wf-1000xm4-image-and-release-date-leaked/

หลุดภาพ WF-1000XM4 หูฟัง TWS ระบบตัดเสียง ANC ระดับพระกาฬจาก Sony

Sony WH-1000XM4 นับว่าเป็นหนึ่งในหูฟังแบบครอบหูที่ดีที่สุดในตลาดตอนนี้เลยก็ว่าได้ ด้วยความที่โฟมถูกออกแบบมาสำหรับใช้งานนานๆ โดยเฉพาะ รวมถึงระบบตัดเสียง ANC ก็เงียบแบบเงียบมากๆ ล่าสุดเหมือนว่าทาง Sony จะเตรียมเปิดตัวหูฟังรุ่นนี้ในร่างของ TWS แล้ว

โดยตอนนี้ภาพกล่องของ.. (สูดหายใจเข้าลึกๆ) Sony WF-1000XM4 หลุดออกมาบนเว็บไซต์ฟอรั่มชื่อดังอย่าง Reddit เผยให้เห็นถึงดีไซน์ตัวหูฟัง ที่รอบนี้เหมือนว่าจะมีความแตกต่างจากรุ่นเดิม (WF-1000XM3) อยู่พอสมควร แต่ยังคงไว้ซึ่งตัวจุกหูฟังแบบ In-Ear เหมือนเดิม

และแน่นอนว่า Sony WF-1000XM4 จะยังคงมาพร้อมกับระบบตัดเสียง ANC เหมือนเคย รองรับ Hi-Res Audio และฟังต่อเนื่องได้สูงสุด 6 ชั่วโมง (ชาร์จกับเคสเพิ่มได้อีก 18 ชั่วโมง)

อย่างไรก็ดี รูปตัวอักษรบนกล่อง Sony WF-1000XM4 ด้านบนจะดูใช้ฟ้อนท์ที่บางกว่าปกติทั่วไป จึงมีความเป็นไปได้ที่กล่องดังกล่าวอาจจะเป็น “ของปลอม” เอาเป็นว่าหากมีข้อมูลเพิ่มเติม ทีมงาน DroidSans จะรีบมาเขียนอัปเดตทันทีเลยครับ! 👌🏽 …ว่าแต่เมื่อไหร่พี่ Sony จะตั้งชื่อสินค้าออกมาให้จำง่ายๆ กันนะ ฮ่าๆ

 

ที่มา: Reddit

from:https://droidsans.com/sony-wf-1000xm-4-design-leaked/