คลังเก็บป้ายกำกับ: SONY_BRAVIA

Sony เผยโฉมทีวี 8K BRAVIA Z9G ใหญ่ยักษ์ 98 นิ้ว ในกลุ่ม Master Series และ 4K OLED BRAVIA A9G

ทุกๆ ปี Sony มักจะขนเอาเทคโนโลยีในฝั่งเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ๆ มาเซอร์ไพรส์กันอยู่เสมอ ล่าสุดในงาน CES 2019 ก็ได้มีการเปิดตัว TV รุ่นใหม่ในตระกูล Master Series คือ Z9G ซึ่งเป็น TV รุ่นแรกของค่ายที่รองรับความละเอียดระดับ 8K

Sony BRAVIA Master Series Z9G 8K

Sony BRAVIA Z9G เป็นทีวีรุ่นเรือธงรุ่นล่าสุดจาก Sony ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี 8K X-Reality™ PRO ทีทำงานร่วมกับ Backlight Master Drive เพื่อประมวลผลให้ภาพคมชัด สวยจัด สวยจริง ในระบบ 8K ในส่วนของลำโพง จะมี 4 ตัว โดยจะติดตั้งบริเวณด้านบนและด้านล่างของเครื่องเพื่อให้ได้อรรถรสของความบันเทิงประหนึ่งว่าเสียงดังออกมาจากฉากในจอจริงๆ BRAVIA MASTER Series Z9G มีให้เลือก 2 ขนาดคือ จอ 85″ และ 98″

นอกจากนั้นยังมีฟีเจอร์เด่นๆ ที่น่าสนใจมากมายอย่าง Netflix Calibrated Mode  ที่มีการปรับจูนความคมชัด คุณภาพสีที่แม่นยำถูกต้อง และการเคลื่อนไหวที่สมจริง รวมถึงเสียงตามมาตรฐานของ Netflix  มาให้ พร้อมใส่ฟีเจอร์ IMAX Enhanced ที่ทางโซนี่ได้พัฒนาร่วมกับ IMAX DTS ทำให้ภาพและเสียงออกมาแจ่มแจ๋วเหมือนยกโรงหนังมาอยู่ที่บ้าน

 

Sony BRAVIA Master Series OLED A9G

ในงานเดียวกันนี้ Sony ก็ยังเปิดตัวทีวี 4K เรือธงรุ่นใหม่ อย่าง OLED BRAVIA MASTER Series A9G สำหรับรุ่นนี้จะมีจอขนาด 55″, 65″ และ 77″ โดยจะมีความบางกว่ารุ่นก่อนหน้า เมื่อนำไปติดตั้งบริเวณกำแพงหรือฝาบ้านแล้วจะดูสวยงาม กลมกลืนไปกับพื้นผิว

BRAVIA A9G เป็น TV จอ OLED ใช้ชิปประมวลผลภาพระดับท็อป ที่ทำงานร่วมกับ Pixel Contrast Booster ทำให้ Contrast ของภาพที่ออกมามีสีสวยงามและคมชัด ให้เสียงกระหึ่มแบบรอบทิศทางด้วยลำโพงคู่ Acoustic Surface Audio+ พร้อมระบบเซอรราวด์ Dolby Atmos®

สำหรับทั้งสองรุ่นนี้ใช้ชิปประมวลผล X1 Ultimate ที่ส่งมอบประสบการ์ณในการชมภาพและเสียงได้คมชัด สมจริง ใครที่ชื่นชอบความบันเทิงระดับโฮมเธียร์เตอร์และชื่นชอบ  Sony คงจะถูกใจไม่น้อย ส่วนสนนราคาสำหรับทั้งสองรุ่นนั้น ยังไม่มีการเปิดเผยค่ะ คาดว่าคงจะปล่อยราคาออกมาเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน

 

ที่มา  sony.net

from:https://droidsans.com/sony-bravia-master-series-8k-lcd-and-oled-4k/

Advertisements

Sony เปิดตัว BRAVIA 4K HDR OLED TV พรีเมี่ยม รุ่นล่าสุด พร้อมกองทัพทีวีจอใหญ่บุกไทยอีก 23 รุ่น

ช่วงนี้ใครที่เล็งๆ อยากเปลี่ยนหรืออยากได้ทีวีจอยักษ์สเปคดี ฟีเจอร์เด็ด ก็เตรียมเสียเงินเสียทองกันได้เลย เพราะตอนนี้ Sony ได้เปิดตัวทีวี OLED รุ่นใหม่ล่าสุด อย่าง BRAVIA 4K HDR OLED ทีวีระดับเรือธงที่อัดเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดทั้งภาพและเสียงเอาไว้ในเครื่องเดียว และยังไม่พอแค่นี้ เพราะ Sony ยังขนทีวีจอยักษ์เข้ามาจำหน่ายในบ้านเราอีก 23 รุ่น เลยทีเดียว

เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยสำหรับทีวี OLED ระดับเรือธง BRAVIA 4K HDR OLED TV A8F Series ที่ถือว่าเป็นทีวีระดับท็อปของปีนี้เลย โดยมาพร้อมกับหน้าจอ OLED ความละเอียดสูงถึง 8MP ให้ภาพสวยคมชัด สีสันสดใสแต่สมจริง ไม่สดจนดูเวอร์เกินไป และยังรองรับการแสดงผลภาพแบบ High Dynamic Range ที่ความละเอียดระดับ 4K (4K HDR) ได้อีกด้วย

และไม่ใช่ว่า BRAVIA 4K HDR OLED TV A8F Series จะมีดีแค่ภาพเท่านั้นนะ แต่ระบบเสียงจากเทคโนโลยี Acoustic Surface + Subwoofer ในตัวที่ให้เสียงสุดกระหึ่มจนแทบจะไม่ต้องซื้อชุดโฮมเธียเตอร์เพิ่มเลยล่ะ

นอกจากนี้ BRAVIA 4K HDR OLED TV A8F Series ยังเป็นทีวีอัจฉริยะที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 7.0 ทำให้สามารถดาวน์โหลดแอป หรือเกมต่างๆ มาเล่นได้บนหน้าจอทีวีขนาดยักษ์ รวมถึงพวกแอปดูหนังออนไลน์อย่าง Netflix ก็สามารถรับชมได้แบบ 4K HDR เลยล่ะ (แต่ก็ต้องสมัครแพ็คเกจ 4K ไว้ด้วยนะ) และไม่ใช่ว่า BRAVIA 4K HDR OLED TV A8F Series จะเป็น Android TV ที่มีประโยชน์แค่เรื่องดูหนัง เล่นเกม เท่านั้น แต่เรายังสามารถควบคุมอุปกรณ์ IoT ในบ้าน ผ่านทีวีตัวนี้ได้อีกด้วย (สั่งงานผ่านไมค์ที่รีโมท) ไม่ว่าจะเป็นหลอดไฟอัจฉริยะ, เครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะ แม้แต่สั่งให้ทีวีปรับระดับเสียง หรือปิดเครื่องได้ด้วยการสั่งงานด้วยเสียง

สำหรับทีวีจอยักษ์ตระกูล BRAVIA รุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในปีนี้ ก็มีตามนี้เลย

  • BRAVIA 4K HDR OLED TV A8F Series : ขนาด 65 และ 55 นิ้ว (ราคายังไม่กำหนด)
  • BRAVIA 4K HDR TV X90F Series : ขนาด 75, 65, 55 และ 49 นิ้ว (ราคายังไม่กำหนด)
  • BRAVIA 4K HDR TV X85F Series : ขนาด 75 นิ้ว 119,990 บาท, 65 นิ้ว 69,990 บาท, 55 นิ้ว 39,990 บาท, 49 นิ้ว 30,990 บาท และ 43 นิ้ว (ราคายังไม่กำหนด)
  • BRAVIA 4K HDR TV X83F Series : ขนาด 70 และ 60 นิ้ว (ราคายังไม่กำหนด)
  • BRAVIA 4K HDR TV X75F Series : ขนาด 49 นิ้ว ราคา 27,990 บาท ส่วนขนาด 55 และ 43 นิ้ว ราคายังไม่กำหนด
  • BRAVIA 4K HDR TV X70F Series : ขนาด 65, 55, 49 และ 43 นิ้ว (ราคายังไม่กำหนด)
  • BRAVIA Full HD HDR TV W80F Series : ขนาด 49 นิ้ว ราคา 24,990 บาท และ 43 นิ้ว ราคา 20,990 บาท
  • BRAVIA Full HD HDR TV W66F Series : ขนาด 50 นิ้ว ราคา 18,490 บาท และ 43 นิ้ว ราคา 15,490 บาท

 

ยัง…ยังไม่หมด Sony ยังจัดแคมเปญพิเศษเอาใจคอลูกหนังต้อนรับศึกฟุตบอลระดับโลกด้วย SONY BIG MATCH (สำหรับทีวีรุ่นที่ร่วมรายการ) โดยสามารถแลกซื้อ PlayStation 4 Slim 1TB ได้ในราคา 8,990 บาท, แลกซื้อ Sound Bar รุ่น HT-MT300 ได้ในราคา 4,990 บาท และขยายเวลารับประกันสูงสุดถึง 3 ปี, ผ่อนนานสูงสุด 10 เดือน (ระยะเวลาของแคมเปญคือ 14 พ.ค. – 15 ก.ค. 2561 นี้) โดยผู้ที่สนใจสามารถแวะเวียนเข้าไปดูของได้ที่ศูนย์ Sony หรือเข้าชมที่เว็บไซท์ Sony เองเลยก็ได้

from:https://droidsans.com/sony-bravia-new-series/

Sony เปิดตัว BRAVIA OLED A1 แอนดรอยด์ทีวีตัวเทพราคาเหยียบแสน

ได้ยินข่าวของ Sony Bravia รุ่นใหม่ตัวนี้ตั้งแต่เมื่อต้นปีในงาน CES 2017 มาวันนี้ทางโซนี่ประเทศไทยก็พร้อมนำเอาเข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการเรียบร้อย เช่นเดิมว่าทางโซนี่ยังคงเลือกใช้ Android TV เป็นระบบปฎิบัติการณ์หลัก เวอร์ชั่น 7.0 ตัวล่าสุด พร้อมยึดเทคโนโลยีเทพๆใส่เข้ามาเพียบ ทั้งหน้าจอแบบ OLED และเทคโนโลยีเสียงดังกระหึ่มแต่ไร้ลำโพง ในราคาที่ไม่มีเงินเหลือไม่ต้องมองต่อ ต่ำกว่าแสนเค้าไม่ทำ

สำหรับ BRAVIA OLED A1 ตัวนี้เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ Sony หันมาทำทีวีจอ OLED ในระดับผู้ใช้งานทั่วไป (ก่อนหน้านี้เคยทำพวกจอสำหรับ Professional) และเพียงแค่เปิดตัวมาเป็นรุ่นแรกก็สามารถคว้ารางวัลต่างๆ มาได้ไม่น้อยแล้วซะด้วย สำหรับรางวัลที่ BRAVIA OLED A1 ได้มาแล้ว ณ ขณะนี้ก็คือ

  • Top Tech of CES 2017: Home Video จาก Digital Trends
  • Top Pick CES 2017, จาก HD Guru
  • 2017 CES Best TV, จาก Tom’s Guide
  • 2017 CES Editors’ Choice Awards, จาก Reviewed.com
  • Best of the Best, Reddot Award 2017

รวมถึงบทรีวิวจากเว็บไซต์หลายสำนักก็พูดไปในทางเดียวกันว่าเป็นทีวีที่มีคุณภาพหน้าจออยู่ในขั้นดีมาก คิดว่าคงไม่ต้องพรรณนาอะไรให้มาก มาดูสเปคและรายละเอียดเกี่ยวกับ BRAVIA OLED A1 ตัวนี้กันเลยดีกว่าครับ

Sony BRAVIA OLED TV – A1 Series
ขนาดหน้าจอ 65″ 55″
ภาพ รูปแบบ OLED
ความละเอียด 4K (3849×2160)
หน่วยประมวลผล 4K HDR Processor X1 Extreme
เทคโนโลยีภาพ 4K X-Reality PRO, Dual Database processing
เทคโนโลยีสี Triluminos Display, Super Bit Mapping 4K HDR, Precision Colour Mapping
คอนทราส Object-based HDR remaster, Dynamic Contrast Enhancer
รูปแบบHDR ที่รองรับ HDR10, Dolby Vision, HLG (Hybrid Log Gamma)
เสียง เทคโนโลยีลำโพง Acoustic Surface
หน่วยประมวลผล S-Master Digital Amplifier, S-Force Front Surround, ClearAudio+, DTS Digital Surround
OS Android TV 7.0
รีโมท Premium Aluminum Voice Remote
การดีไซน์ One Slate Design
ดิจิตอลทีวี DVB-T2/C/S2
น้ำหนัก รวมขาตั้ง 29.8 Kg 25 Kg
แขวนผนัง 36.2 Kg 28.8 Kg
ขนาด รวมขาตั้ง 145.1 x 83.2 x 33.9 ซม. 122.8 x 71.0 x 33.9 ซม.
แขวนผนัง 145.1 x 83.4 x 8.6 ซม. 122.8 x 71.1 x8.6 ซม.
ขาตั้ง ประมาณ 46.8 ซม. ประมาณ 46.8 ซม.

 

โดยสรุปคือในรุ่น A1 Series นี้จะมีจุดเด่นที่เป็นความเปลี่ยนแปลงหลักๆอยู่สามส่วนคือ หน้าจอ OLED, Acoustic Surface, และ Android 7.0 นั่นเอง ไว้ถ้ามีโอกาสได้ลองค่อยมาสาธยายแต่ละฟีเจอร์ให้ได้อ่านกัน ซึ่งในตอนนี้เพื่อไม่ให้มันยืดเยื้อจนเกินไป  ก็ขอกล่าวโดยสรุปในแต่ละข้อประมาณนี้นะ

  • หน้าจอ OLED ให้แสงสีดำที่สมบูรณ์แบบ คอนทราสที่กว้างมากขึ้น อารมณ์เดียวกับการเอาจอ AMOLED ที่ใช้กันบนมือถือมาทำเป็นหน้าจอทีวีใหญ่ๆนั่นแหละ (อ่านเพิ่มเติมที่ IPS LCD vs AMOLED)
  • Acoustic Surface เปลี่ยนหน้าจอให้เป็นลำโพง เพื่อดีไซน์ที่สวยงามขึ้น แต่ยังคงคุณภาพเสียงที่ดี โดยทาง Sony จะใช้ Actuator ในการสร้างแรงสั่นไปยังพื้นผิวและสร้างคลื่นเสียงขึ้นมาได้
  • Android 7.0 ระบบปฎิบัติการณ์ล่าสุดที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถเรียกจอเล็กขึ้นมาดู และสลับไปมาระหว่างแอปได้อย่างรวดเร็ว เหมือนใช้งานบนสมาร์ทโฟนยังไงอย่างงั้นเลย
Actuator ด้านหลัง BRAVIA A1 Series

แถบดำๆที่คาดด้านหลังทีวีคือตัว Actuator ซึ่งทำหน้าที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปยังหน้าจอเพื่อสร้างเสียงให้เกิดขึ้นบนหน้าจอทีวี

ขาตั้งด้านหลัง BRAVIA A1 Series

ที่เห็นเป็นขาตั้งนั้นเมื่อแกะออกมาดูจะพบว่ามันเป็น Subwoofer ซึ่งจะสามารถสะท้อนเสียงจากผนังสร้างเสียงทุ้มได้เป็นอย่างดี

Android TV 7.0 on Sony BRAVIA

เพิ่มความสามารถให้เก่งขึ้นไปอีกด้วย Android TV 7.0 ทำอะไรได้มากขึ้นเพียบ

ราคา Sony BRAVIA A1 รุ่น 65 นิ้ว

ราคา Sony BRAVIA A1 รุ่น 65 นิ้ว เบาๆที่ 229,990 บาท

ราคา Sony BRAVIA A1 รุ่น 55 นิ้ว

ราคา Sony BRAVIA A1 รุ่น 65 นิ้ว เบาๆที่ 119,990 บาท

เริ่มเปิดจองตั้งแต่ 24 ก.ค. – 13 ส.ค. นี้ ที่โชว์รูมโซนี่สโตร์ และร้านตัวแทนจำหน่าย โดยคนที่จองในช่วงเวลานี้จะได้รับของแถมเป็นเครื่องเล่นเกม PS4 Pro ที่สามารถเล่นได้ทั้งเกมและหนังคุณภาพระดับ 4K HDR พร้อมแถมเกมให้ด้วยอีกเกมคือ Crash Bandicoot มูลค่า 18,000 บาทอีกด้วยนะ

นอกจากนี้ภายในงานยังมีเปิดตัว Line Up ของทีวีทั้งหมดในปีนี้ที่ Sony ขนมาวางจำหน่าย

Sony BRAVIA 2017 Line Up

Sony BRAVIA 2017 Line-up Chart

จากตารางข้างต้นนี้ทาง Sony ได้มีการแบ่งกลุ่มของ TV ออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่คือ 4K Premium, 4k Entry-Mid, และ 2K ความแตกต่างก็กดลิงก์เข้าไปดูไฟล์ใหญ่ละเอียดๆกันได้ ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละรุ่นก็จะมีราคาที่ต่างกันออกไป และผมขอรวบรวมราคา และวันวางจำหน่ายเท่าที่ทราบมาให้ดังนี้นะครับ

กลุ่ม รุ่น ขนาด ราคา วันวางจำหน่าย
4K Premium A1 65″ 229,990 บาท เริ่มจำหน่าย ส.ค.
55″ 119,990 บาท
X90E 65″ 91,990 บาท เริ่มมิ.ย.นี้
55″ 56,990 บาท
4K Entry-Mid X85E 75″ 149,990 บาท เริ่มมิ.ย.นี้
65″ 79,990 บาท
55″ N/A
X80E 55″ 39,490 บาท วางขายแล้ว
49″ 30,490 บาท
43″ 26,990 บาท
 X70E 65″ 68,990 บาท เริ่มมิ.ย.นี้
55″ 32,990 บาท
49″ 27,490 บาท
43″ 24,990 บาท
2K X75E 49″ 24,490 บาท วางขายแล้ว
43″ 21,490 บาท
W66E 49″ 21,990 บาท วางขายแล้ว
40″ 17,990 บาท

ถ้าดูตารางแล้วมึน ไม่รู้ว่าจะเลือกตัวไหนดี สำหรับผมคิดว่า Android TV ตัวที่ประหยัดที่สุด และขนาดกำลังดีอย่างรุ่น X80E ขนาดหน้าจอ 49″ ที่ราคา 30,490 บาท น่าจะกำลังสวย ถ้าหาดีๆก็น่าจะได้ราคาถูกลงอีก หรือถ้าหารุ่นของปีที่แล้วเล่นก็ไม่ได้ต่างอะไรกันนัก เพราะเห็นว่าก็จะได้อัพเดทเวอร์ชั่นเป็น Android 7.0 เหมือนกัน เทคโนโลยีภายในของซีรีย์ X80 ปีที่แล้วและปีนี้ก็แทบไม่ได้ต่างกัน ได้ราคาของรุ่นปีที่แล้วถูกๆได้ก็คุ้มดีครับ

 

จริงๆเพิ่งได้มีโอกาสซื้อทีวีใหม่ไป ไว้เดี๋ยวมาแชร์ว่าซื้อรุ่นไหนไป และเหตุผลว่าทำไมถึงซื้อรุ่นนั้นให้ได้อ่านกันเร็วๆนี้ครับ ^^

 

ปล. ภาพทั้งหมดถ่ายจาก moto Z2 Play นะครัช ไม่ได้แต่งอะไรทั้งสิ้น มีเพียงบางภาพ crop บ้างเล็กน้อยเท่านั้น

from:https://droidsans.com/sony-intoduces-bravia-oled-a1-series/

รีวิว Bravia X85D 65″ ภาคต่อ Android TV ของค่าย Sony ในปี 2016

เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผมได้เคยเขียนข่าวการเปิดตัว Sony Android TV รุ่นใหม่ของปี 2016 กันไปแล้ว ซึ่งในรุ่นนี้ก็จะมีจุดขายที่ถูกชูขึ้นมาคือหน้าจอ 4K HDR ที่จะแสดงผลภาพได้สวยงาม มีสีสันและคอนทราสที่จัดและสมจริงมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้ทดสอบ ลองเล่นอีกหลายๆส่วน และในที่สุดเราก็ได้มันมาลองเล่นลองแงะกันแบบเต็มๆซะที Laughing out loud มาดูกันดีกว่าว่าภาคต่อของ Android TV จาก Sony จะเป็นอย่างไรครับ

ก่อนอื่น ขอลากพาไปดูสเปคของมันกันก่อน

สเปคของ Sony BRAVIA รุ่น X85D (Model : KD-65X8500D)

Device Type : Android TV

Android Version : 5.1.1 (32-bit)

CPU : SoC MediaTek MT5890

GPU : Mali-T624 (OpenGL ES 3.1 Supported)

RAM : 1.5GB

Storage : 8.363GB

Display :

  • Screen Size : 65”

  • Resolution : UHD 3840 × 2160

  • Density : ~67.78 PPI

Connections

  • USB OTG

  • WiFi Direct

  • Bluetooth (BLE Supported)

  • Microphone

  • Ethernet

  • WiFi

  • Miracast (Screen Mirroring)

  • Google Cast (Cast Screen)

 

ถ้าใครจำได้ จะเห็นว่า Chipset ของ BRAVIA ตัวใหม่นี้จะเป็นชิปเซตตัวเดิมที่ใช้ในปีที่แล้ว แถมหนำซ้ำ RAM ยังให้มาน้อยลงกว่าเดิม จาก 2GB เหลือ 1.5GB เท่านั้น แต่…..อย่าเพิ่งรีบตำหนิ เพราะกลับกลายเป็นว่าภาพรวมใช้งานได้ลื่นขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเดี๋ยวผมจะมาเล่าให้ฟังต่อไปนะครับ

ดีไซน์ + ขนาดและน้ำหนัก

  • ไม่รวมแท่นตั้งโต๊ะ
    • 57.24 x 33.15 x 1.73 นิ้ว (145.4 x 84.2 x 4.4 ซม.)
    • 20.3 กก.
  • รวมแท่นตั้งโต๊ะ
    • 57.24 x 35.2 x 10.98 นิ้ว (145.4 x 89.4 x 27.9 ซม.)
    • 23.9 กก.

ดีไซน์ของ Sony BRAVIA ตัวนี้ก็มีการปรับบริเวณขาตั้งเล็กน้อย จากเป็นโครงเหล็กดู minimal ก็ทำมาให้เป็นแผ่นเหล็กดูแข็งแรงขึ้น (แต่แผ่นครอบด้านบนเป็นพลาสติกนะครับ) ด้านหลังก็มีการทำปรับเพิ่มเติมให้ผู้ใช้สามารถรวบเก็บสายได้ได้เรียบร้อย สะดวก และดูสวยงามขึ้น แต่อาจจะมีปัญหาเรื่องสายที่ถ้ายาวไม่พอก็จะเอาไปลากอ้อมลงด้านล่างไม่ได้อยู่นะ

ส่วนน้ำหนักของเจ้าอุปกรณ์ความบันเทิงประจำห้องนั่งเล่นนี้ ถ้าดูเป็นตัวเลขก็อาจจะไม่หนักมาก แต่พอยกจริงๆเท่านั้นแหละ คนเดียวนี่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เนื่องด้วยขนาดของมันที่ค่อยข้างใหญ่ การกระจายแรงไปยังมือแค่สองข้างจากคนเดียวก็ค่อนข้างยาก จึงต้องใช้คนไม่น้อยกว่า 2 มาช่วยกันขนย้ายนั่นเอง

แต่สิ่งที่ทำให้พวกเราประทับใจกับเจ้า Sony BRAVIA ตัวนี้มากๆก็จะเป็นที่ความบางของมันที่หนากว่า ดินสอปากกานิดเดียวเท่านั้น จับแขวนขึ้นผนังแล้วทำให้ห้องนั้นๆดูดีมีชาติตระกูลขึ้นอีกมากเลยทีเดียว 555

มาดู Interface เชื่อมต่อในเครื่อง Sony Android TV (KD-65X8500D)

  • HDMI x4 (ข้าง x3 + หลัง x1)

  • HDMI Audio In x1

  • Input Composite VDO VIDEO  x2 (ด้านข้าง 1 แปลงสัญญาณอนาล็อก/ด้านหลัง 1 ไฮบริดพร้อม Component)

  • Component In x1

  • Input RF Connection

  • LAN x1

  • USB 2.0 (5V500mA) x2, USB 3.0 x1

  • Audio Out x1

  • Digital Audio Out x1

  • Cable / Antenna (ต่อ digital TV) x1

  • รองรับ TV Digital แต่ต้องไปซื้อเสาสัญญานมาต่อเพิ่มเอง

เรียกว่าให้มาครบครันดี น่าจะสะใจเหล่าคนเล่น AV นะครับ

 

มาทดสอบการใช้งานกันต่อ ผมขอเขียนเป็นสองส่วนคือเรื่องของ คุณภาพของภาพที่ตัวทีวีแสดงผลออกมาและการใช้งาน Android TV ว่าออกมาเป็นอย่างไรนะครับ

 

คุณภาพของภาพ

4K HDR upscaling from 4K X-reality PRO, Triluminos, Dynamic Contrast Enhancer

ออกตัวก่อนว่าอาจจะไม่ได้เป็นคอ AV ที่จะมาวิเคราะห์วิแคระอะไรได้ละเอียดมากมาน แต่จะขอแชร์ตามที่เห็นและได้ลองเปรียบเทียบกับทีวีอีกยี่ห้อซึ่งเป็นตัวท็อปของปีที่แล้ว แบบคร่าวๆมาให้ได้ทราบกันนะครับ

 

4K HDR คืออะไร มันดียังไง?

ก่อนที่จะไปต่อมาขอเล่าให้ฟังเกี่ยวกับเรื่อง 4K HDR ก่อนนะครับ เพราะนี่เป็นฟีเจอร์หลักและจุดเด่นของเจ้า Sony BRAVIA เครื่องนี้ที่หลายๆคนให้ความสนใจเลย

สำหรับ 4K นี่หลายๆคนคงจะทราบอยู่แล้วว่ามันคือตัวเลขของความละเอียดหน้าจอนั่นเอง ที่จะสูงถึง 3840 x 2160 ละเอียดแบบเห็นริ้วรอยทุกส่วนบนใบหน้าก็ว่าได้ แต่ที่เพิ่มขึ้นมาและคนจะยังไม่ค่อยทราบกันก็คือ  HDR ซึ่งก่อนหน้านี้จะเห็นแค่เพียงบนกล้องเท่านั้น แต่ปัจจุบันนี้ HDR กำลังจะมาเป็นเทรนด์ใหม่สำหรับ หน้าจอทีวีด้วย ซึ่ง Sony ได้เริ่มทำเป็นเจ้าแรกๆ และเหล่าผู้ผลิตหลักเจ้าอื่นๆก็เตรียมผลิตออกมาวางจำหน่ายตามมาเร็วๆนี้ครับ

คลิปอธิบายให้เห็นภาพจากทาง Sony

เพื่อให้เห็นภาพได้มากขึ้น ลองนึกว่าสีที่มีทั้งหมดในโลกนี้คือกรอบสีใหญ่สุด ส่วน TV ทั่วไปจะสามารถแสดงสีได้เป็นสามเหลี่ยมกรอบเล็กๆเท่านั้น แต่ HDR TV จะช่วยขยายขนาดของสามเหลี่ยมให้มีขนาดใหญ่ขึ้นได้นั่นเองครับ

HDR ย่อมาจาก High Dynamic Range ซึ่งถ้าจะให้อธิบายง่ายๆ ก็คือการแสดงผลภาพที่จะทำให้เราเห็นแสงสีได้เต็มอิ่มมากขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง สีสันที่อาจจะไม่สดสมจริงก็จะดูใกล้เคียงจนเกือบเหมือนของจริง หรือแสงสีขาวก็จะสว่างได้จนจ้า หรือถ้ามืดก็จะดำลึกลงไปได้เต็มที่ แต่การที่จะทำให้ทีวีของเราสามารถแสดงผลเป็น HDR ได้นั้นต้องมีการรองรับจากสองส่วนคือ สัญญานภาพที่มาต้องเป็น HDR และตัวโทรทัศน์ก็ต้องรองรับการแสดงผล HDR ด้วย ซึ่งในปัจจุบันจะเริ่มมีเนื้อหาที่ผลิตออกมาเป็น HDR มากขึ้นเรื่อยๆ เช่น หนังอย่าง Mad Max หรือ Life of Pi ก็จะมีทำเป็นแผ่น Blu-ray ออกมาขายบ้างแล้ว ส่วนบริการ Streaming ก็เห็นว่า Netflix จะทำให้รองรับอยู่ ซึ่งการจะ Streaming ดูเนื้อหา HDR นี้เราจะต้องใช้ Bandwidth ที่เพิ่มขึ้นจากเดิมอีก 2.5Mbps จากที่ปกติเนื้อหา 4K ปกติจะต้องการความเร็ว ประมาณ 25 Mbps ครับ

ตัวอย่างการถ่ายภาพ HDR

ปกติการถ่ายภาพที่แสงน้อยหรือมากกว่าปกติ จะได้รายละเอียดที่ต่างกันออกไป การถ่ายภาพ HDR ก็จะเอารายละเอียดที่ได้จากสภาพแสงต่างๆนั้นมารวมกัน จนกลายเป็นภาพที่ได้รายละเอียดครบทั้งที่มืดและที่สว่างนั่นเอง และบางครั้งได้รายละเอียดเยอะกว่าที่ตาของเราจะมองเห็นได้เสียด้วยซ้ำไป Laughing out loud

(ภาพประกอบจาก Wikipedia: High-dynamic-range imaging)

 

เมื่อเรารู้จักว่า 4K HDR มันดียังไงแล้ว ก็มาดูกันว่าเมื่อใช้จริงจะได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นอย่างไรกันครับ

การดู Digital TV

  • ดูช่อง HD ภาพชัดสุดๆ เห็นแล้วถึงกับปลงในสังขาร รูขุมขน รอยตีนกา รองพื้นแตก ฯลฯ มาเต็ม

    ภาพถ่ายจากหน้าจอทีวี

  • ช่อง SD ภาพไม่ชัดเท่า เพราะคุณภาพสัญญานมาได้แค่นี้ แต่ก็สเกลขึ้นมาได้ดูโอเคในระดับนึง
    ภาพถ่ายจากหน้าจอทีวี

  • บริเวณที่ภาพมีการขยับไปมา สังเกตว่า ไม่เป็นวุ้นเหมือนบางรุ่น ที่ดูแล้วน่าหงุดหงิด หรือเคลื่อนไหวเร็วๆก็ยังไม่มีภาพค้างหลอกๆ

  • มี TV Guide ให้ดูแผนผังรายการที่กำลังจะออกอากาศได้ พร้อมตั้งเตือนเปิดเมื่อรายการมา แต่ว่าไม่สามารถตั้งเวลาให้แจ้งเตือนทุกอาทิตย์ได้นะ ต้องตั้งทีละครั้งเท่านั้น

  • ถ้าดูหนังต่างชาติอยู่ จะสามารถเลือกได้ว่าต้องการเล่นเป็นเสียง Soundtrack หรือเสียงพากย์ไทยได้

 

การเล่นเกม หรือเนื้อหาจากแหล่งอื่นๆ

  • ลองเล่นเกม Metal Gear Solid 5 โดยต่อจาก PC สุดแรงเล่นในความละเอียด 4K 60FPS ตัวจอ Sony BRAVIA ก็สามารถแสดงผลได้สมบูรณ์แบบ ได้สีสดสวยสะใจ ไม่มีอาการวุ้น หรือจอโกสแต่อย่างใด ซึ่งต่างจากจอของอีกรุ่น อีกยี่ห้อ ที่เอามาลองตั้งคู่กันแล้วจอนั้นมันไม่สามารถแสดงภาพที่ 4K 60FPS ได้ แถมมีอาการวุ้นๆอีกต่างหาก

    ภาพถ่ายจากหน้าจอทีวีมา

  • ทำการ Streaming หนัง HD (High Definition ที่ไม่ได้ระบุว่าความละเอียดเท่าไหร่กันแน่) จาก Google Play Movies มาก็ได้ภาพชัดแบบละเอียดเต็มตามากกกกกกกกก

 

การใช้งาน Android TV ทั่วไป

Sony BRAVIA เครื่องนี้ขึ้นชื่อว่าเป็น Android TV แน่นอนว่า UI/UX ทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานง่ายสำหรับการกดด้วย Remote Control

  • ผู้ใช้ทั่วไป หรือคนที่มีอายุเยอะก็น่าจะเข้าใจได้ไม่ยากอะไร กดปุ่มเดียวก็ไปดูทีวีได้เลย เลือกช่องอะไรได้ไม่ต่างกับการใช้งานทีวีทั่วไปเลย

    กดทีเดียวก็เข้าไปดูทีวีได้เลย แถมมีการจัดเรียงช่องเป็น 3 5 7 9 ให้ดูง่ายๆขึ้นด้วย

  • ส่วน Power User อันนี้ก็สามารถเลือกใช้งานแบบ Advanced ขึ้นได้เช่นกัน เช่น ค้นหาคลิปด้วยเสียง, ควบคุมผ่านแอปบนโทรศัพท์มือถือ, สั่งเปิดคลิป YouTube จากบนคอมหรือมือถือได้ และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งเดี๋ยวจะมาบอกให้ได้รู้กันว่าทำยังไงครับ

แอพสำหรับควบคุมแทน Remote Control

แนะนำฟีเจอร์และวิธีใช้

Voice Search (with remote) ค้นหาคลิปและรายการได้ด้วยเสียง

ฟีเจอร์นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร เราเห็นความสามารถนี้มาจากใน Android บนมือถือแล้ว แต่ว่าความแตกต่างอยู่ที่ว่า Android TV มันจะทำหน้าที่ค้นหาเป็นหลัก ไม่สามารถใช้งานเป็น Voice Command ได้ (เช่น สั่งเปิดปิด WiFi, เปิดทีวี, ส่งข้อความ) เพราะมันไม่ใช่ Google Now นั่นเอง

การค้นหาด้วยเสียงภาษาไทยทำได้แม่นยำดีเลย ค้นหาหนังหรือเพลงไทยได้โดยไม่ต้องพิมพ์เองเลย

เราสามารถเรียกใช้ Voice Search ได้ง่ายๆจากการกดปุ่มบนรีโมทได้เลย

กดปุ่ม Voice Search ปุ๊บก็จะมีหน้านี้ขึ้นมาเพื่อบอกว่าพร้อมรับคำสั่งแล้ว

ถ้าใครได้เครื่องมาแล้ว แนะนำว่าให้ไปตั้งค่าให้ระบบรองรับเสียงภาษาไทยเป็นหลักนะ ระบบจะได้ฟังได้เข้าใจและสะกดถูกต้องขึ้นกว่าเดิม โดยให้เข้าไปที่

Settings > System Preferences > Speech > Language เลือกให้เป็นภาษาไทยแทน

 

เพื่อทดสอบประสิทธิภาพว่าเจ้า Voice Search มันรับฟังเสียงภาษาไทยได้ดีขนาดไหน นาย Akexorcist จึงได้สร้างแอพขึ้นมาเฉพาะเพื่อเดโมให้ได้ดูกัน…(มันจริงจังมาก คือเขียนแอพสดๆจากศูนย์ แล้วก็ยิงขึ้นทดสอบเลยเว้ยเฮ้ย!!) ขอเชิญติดตามจากคลิป

[youtubew][/youtubew]

เจ้า Voice Search จริงๆสามารถสั่งเปิดแอพได้ แต่ต้องสั่งงานเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นนะ

ถ้าเกิดว่ามันใช้งานเป็น Google Now ดึงข้อมูลต่างๆมาแสดง ควบคุมให้กลายเป็นน้องๆ Google Home ได้ Android TV ก็จะดูล้ำขึ้นไปได้อีกหลายเท่าเลยนะ Tongue

[youtubew]https://www.youtube.com/watch?v=cNP4AW7pqY8[/youtubew]

 

YouTube ดูเพลินๆแทนรายการทีวีได้สบายๆ

เชื่อว่ามีคนไม่น้อยที่ปัจจุบันสิงสถิตย์อยู่บน YouTube แทนที่จะเป็นบนทีวี และแน่นอนว่าทั้ง Android และ YouTube ที่มีเจ้าของเดียวกัน คือ Google นี้ก็ต้องทำมาให้มันรองรับกันได้อย่างสมบูรณ์เต็มที่ ซึ่งปัจจุบันรายการต่างๆบน YouTube ก็มีมากมายทั้งภาษาไทยและอังกฤษ และมากพอที่จะเปิดดูได้เรื่อยๆเป็นปีเลยซะด้วยซ้ำไป และความสามารถของ YouTube บน Android ทีวีนี้ก็มีจุดเด่นๆที่น่าสนใจคือ

 

  • ค้นหารายการด้วยเสียงผ่านรีโมท : หารายการ หรือเพลง ด้วยเสียงได้ทันที มีละครหลังข่าว และรายการต่างๆให้เลือกดูมากมาย

  • เลือกความละเอียดได้ : สามารถเลือกเล่นได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4K ภาพอลังการงานสร้างมาก ละเอียดคมกริบ ดูแล้วจะภูมิใจที่มีความละเอียด 4K เลยล่ะ แต่ต้องบอกนิดนึงก่อนว่า คลิปที่ความละเอียดระดับนี้ จริงๆก็ยังไม่ได้มีมากมายนัก และที่สำคัญคือถ้าคิดจะเล่น Streaming ผ่าน YouTube แล้ว ให้เตรียมเน็ตความเร็วขึ้นต่ำ 30Mbps เพื่อเอาไว้ให้ดูแบบลื่นๆด้วยล่ะ 555

  • ปิดจอฟังเพลงอย่างเดียวได้ : YouTube กลายเป็นคลังเพลงของใครหลายๆคน เปิดทิ้งยาวๆ แบบไม่ต้องง้อคลื่นวิทยุอีกต่อไป ไม่ต้องฟังเสียงดีเจให้ต้องรำคาญใจ ซึ่ง Sony BRAVIA นี้ก็มีฟีเจอร์ปิดหน้าจอให้เหลือแต่เสียงได้ด้วย ประหยัดไฟลงไปได้อีกเพียบ Laughing out loud
    (กดปุ่ม Action Menu บนรีโมททีวีเพื่อเรียกใช้ฟังก์ชั่นนี้นะ)

ความสามารถที่ว่านั้นจริงๆก็ไม่ต้องทำบน YouTube for Android TV ก็ได้นะ 5555 โดยเฉพาะถ้าคุณรู้ว่าจริงๆแล้วเราสั่งควบคุมผ่านมือถือด้วย Google Cast ได้แล้ว ก็แทบจะลืมตัวที่อยู่บน Android TV ไปได้เลยล่ะ

Google Cast สั่งแสดงหน้าจอจากแอพบนมือถือขึ้นทีวีได้ทันที

ฟีเจอร์นี้น่าจะเป็นฟีเจอร์ที่ใช้งานบ่อยที่สุดละ ด้วยความที่มันใช้งานได้สะดวกมากๆนั่นเอง แค่กดเปิดจากบนมือถือ แล้วจิ้มแค่ทีเดียวก็วิ่งขึ้นหน้าจอได้เลยทันที และที่สำคัญคือเราสามารถสลับหน้าจอบนมือถือไปใช้งานอย่างอื่นได้เลย เพราะว่าการทำงานของ Google Cast คือไปรับข้อมูลที่เราต้องการ streaming ไปเล่นต่อให้เองได้เลย ไม่ต้องเปลืองแรงเปลืองแบตมือถือเลยแม้แต่นิดเดียว และสามารถใช้มือถือเป็นตัว Controller ควบคุม Play, Pause, Forward, Reverse ได้หมดเลยครับ (แต่ขึ้นกับแอพด้วยนะนะ)

ไอคอนนี้เจอในแอพไหนสามารถสั่งกดขึ้นไป Cast บนหน้าจอ Android TV ได้ทันที

แนะนำแอพที่น่าเอามาแคสขึ้น Android TV

นอกเหนือจาก YouTube แล้ว ใน Play Store ยังมีแอพ Video Streaming ที่จะนำพาหนังโรงมาให้เราเลือกดูได้อีกเพียบ มีให้เลือกทั้งหนังใหม่และเก่าเต็มไปหมดเลย โดยแอพทีเราแนะนำจะมีดังนี้ครับ

iflix

Google Play Movies

ส่วนตัวผู้เขียนจะใช้แอพแค่เพียง 2 ตัวนี้เป็นหลัก แต่ที่เห็นใช้กันเพิ่มเติมก็จะมี Primetime, Netflix, HOOQ ด้วยนะ แต่ว่า Primetime เพิ่งเลิกรองรับการ Cast จาก Android ไป เข้าใจว่าไปได้ดีลกับแบรนด์ทีวีเจ้านึงเอาไว้ ทำให้ต้องไปสั่งจากบน iOS เท่านั้น ส่วนหนังที่โหลดบิทหรืออะไรมา อันนี้ทางเราไม่ขอยุ่งนะครับ เพราะมันผิดลิขสิทธิ์น่ะ แต่ถ้ามีหนังที่โหลดมาแบบถูกต้องอยู่แล้ว ตัว Sony BRAVIA X85D นี่ก็สามารถไปดึงไฟล์จากคอมมาเล่นได้เลยนะ

Primetime ปัจจุบันถ้าต้องการใช้ Google Cast ใช้ได้เพียงจากบน iOS เท่านั้น โดยกดที่ปุ่มล่างขวา

 

Google Play Store มีแอพอะไรให้เล่นบ้าง

Android TV เปิดตัวมาตั้งแต่กลางปี 2014 จนถึงตอนนี้ก็จะมีแอพที่รองรับอยู่ในระดับนึง ซึ่งที่ได้รับความนิยมหน่อยก็เหล่าแอพสตรีมมิ่งต่างๆ ที่ได้แนะนำไปข้างต้นแล้ว แต่นอกจากนี้แล้วก็ยังมีเหล่าเกมอีกมากมายที่รอให้โหลดมาเล่นอยู่ไม่น้อยเลย

แอพแนะนำให้ลองโหลดไปลองใช้งานกัน

  • Beach Buggy : เกมแข่งรถเล่นแบบ Multiplayer ได้

  • Bomb Squad

  • Final Fantasy Series

 

ลำโพงดีงาม ให้เสียงดีแบบไม่ต้องซื้อลำโพงเพิ่มก็ยังพอได้

ฟีเจอร์ด้านเสียง S-Force Front Surround, ClearAudio+,DSEE

ส่วนตัวจะไม่ใช่คนหูทองอะไรมาก พอแยกแยะออกแค่ว่าลำโพงไหนดีไม่ดีในระดับนึง ซึ่งก็น่าจะเหมือนกับอีกหลายๆคนในที่นี้ ความรู้สึกหลังจากที่ได้ลองฟังเสียงจาก Sony BRAVIA เครื่องนี้แล้วก็ค่อนข้างพอใจนะ เสียงออกมาค่อนข้างโอเค Bass และ Treble ออกมาได้ค่อนข้างครบดี ฟังเพลงหรือเปิดหนังอะไรก็ได้อรรถรสครบแบบที่ไม่ต้องมาวุ่นวายเปิดชุดเครื่องเสียงอะไรเพิ่มอีกได้

 

สรุปการใช้งาน Sony BRAVIA X85D

จากที่ได้ลองมาตลอดสัปดาห์กว่าๆ ก็ต้องบอกว่าเจ้า Android TV เครื่องนี้ มีพัฒนาการขึ้นจากก่อนหน้าที่เคยได้ลองใช้ของค่ายนี้มาพอสมควร ซึ่งแม้ว่าสเปคในด้านการประมวลผลของ OS จะไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง และบางส่วนก็น้อยลงไปนิดนึงอีกต่างหาก แต่ประสบการณ์โดยรวมกลับดีขึ้นอย่างน่าประหลาด UI ต่างๆยังคงออกอาการหน่วงๆ หรือตอบสนองช้าอยู่ แต่ก็ไม่ถึงกับค้างหรือใช้งานไม่ได้ เรื่องภาพและสีสัน มีความคมชัดดี และเสียงก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ ปิดท้ายที่เรื่องดีไซน์ก็ดีงาม บางเฉียบดูหรูเหมาะกับฝาผนังบ้านของคุณๆที่คู่ควรเลยล่ะครัช!

 

สำหรับผู้ที่สนใจเจ้า Android TV จาก Sony ตัวนี้แล้วล่ะก็ สนนราคาค่าตัวของรุ่น X85D จะอยู่ที่ 85,990 บาท กำเงินเดินไปลองจับตัวจริงกันดูเองได้ตามร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำทั่วไปนะ ถ้าได้ลองหรือซื้อแล้วได้ความว่ายังไงมาเล่าสู่กันฟังได้นะครับ ^^

from:http://droidsans.com/review-sony-bravia-x85d-android-tv

Sony เปิดตัว Android TV รุ่นใหม่ เพิ่มโหมดแสดงผลภาพแบบ HDR

เพื่อนๆคงจะคุ้นชินกับโหมด HDR ในการถ่ายภาพกันไปบ้างแล้ว ซึ่งโหมดนี้ถูกนำเอาไปใช้ในการถ่ายภาพที่มีความต่างของแสงสูง เช่น ภาพถ่ายย้อนแสงนั่นเอง แต่ว่าบางคนน่าจะยังไม่เคยได้คุ้นชินชื่อนี้ในจอโทรทัศน์ ซึ่งตอนนี้ทาง Sony ได้นำเอาเทคโนโลยีนี้มาใช้ใน BRAVIA รุ่นใหม่ สามารถแสดงผลภาพเป็นแบบ HDR พร้อมความละเอียดจอระดับ 4K เลยครับ

สำหรับคนที่ติดตามข่าว Sony BRAVIA น่าจะเคยได้ยินข่าวนี้กันตั้งแต่เมื่องาน CES เดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่อาจจะไม่มีการพูดถึงเท่าไหร่นัก พอดีได้ไปงานเปิดตัว และเห็นว่ามันเป็น Android TV เลยขอเอามาเล่าให้เพื่อนๆได้ฟังกันถึงเจ้า BRAVIA series ใหม่นี้

 

อย่างแรกเลยก็ตามชื่อ Theme ในปีนี้เลยครับ HDR4K – โทรทัศน์ที่แสดงภาพเป็น 4K ในโหมด HDR ให้ได้แสงสีที่แจ่ม สมจริงขึ้นกว่าเดิม มาลองดูภาพตัวอย่างเปรียบเทียบกัน

จากภาพก็จะเห็นได้ว่าภาพที่แสดงผลเป็น HDR จะมีสีที่ค่อนข้างสดและได้รายละเอียดเยอะกว่าค่อนข้างมาก มากจนตัวผมเองต้องสงสัยว่ามันใช้ภาพคนละไฟล์กันรึเปล่าเลยทีเดียว…

ส่วนด้านล่างนี่ก็เป็นเหตุผลที่ทาง Sony เอามาอธิบายไว้ว่าการแสดงผลเป็น HDR จะดีกว่าการแสดงผลทั่วไปที่จะได้สีสันจะสวยสดสมจริงอย่างที่ตาเห็นมากกว่าหน้าจอปกติ

นอกจากนี้ก็ยังมีเรื่องการแสดงผลที่มืดที่สว่างที่ดีขึ้นด้วยเทคโนโลยี Slim Backlight Drive (มีเฉพาะรุ่นท็อปสุด ราคาเป็นแสนเท่านั้น) ซึ่งตัวประมวลผลจะทำให้มีแสงสว่างเฉพาะจุดได้ เท่าที่ลองดู Contrast ดีไม่แพ้หน้าจอ OLED เลยทีเดียว ส่วนมืดส่วนสว่างทำออกมาได้ต่างชัด ตอนลองทดสอบในห้องมืด และเปิดภาพที่ถ่ายย้อนแสงพระอาทิตย์แล้วจะเหมือนเราเห็นดวงอาทิตย์สว่างวาบแบบสถานการณ์จริงเลยทีเดียว

ความเปลี่ยนแปลงในเรื่องดีไซน์ก็มีอยู่เล็กน้อย ภาพด้านล่างนี้จะเป็นของรุ่น 2015

แต่ในปี 2016 จะมีการเปลี่ยนฐานใหม่ และปรับด้านหลังรวบสายสำคัญๆให้ซ่อนอยู่ ไม่โผล่ออกมาระเกะระกะด้วยครับ เรียกว่าใส่ใจในรายละเอียดการดีไซน์ดี แต่ถึงเวลาใช้จริงไม่รู้ว่าจะใช้ยากขึ้นกว่าเดิมรึเปล่าเพราะต้องแกะออกมาก่อนใส่ด้วย และด้านหลังปกติก็ไม่น่าจะมีใครสังเกตอยู่แล้วนะว่ามันสายเยอะขนาดไหน (ฮา)

 

สำหรับ Sony BRAVIA 4K TV ในปี 2016 นี้ มีรุ่นต่างๆให้เลือกอยู่หลายแบบตามด้านล่างซึ่งผมขอเอามาเปรียบเทียบกับรุ่นเมื่อปีที่แล้วให้ได้เห็นความต่างกันดังนี้ครับ

รุ่น X9300D S8500D X8500D X9300C X9000C X8500C
ขนาดหน้าจอ 65/55 65/55 75/65/55 65 65/66 55
Picture
ความละเอียด 4K
4K Processor Sony X1 Processor
Clarity 4K X-Reality Pro
Colour TRILUMINOS Display
Contrast X-tended Dynamic Range Pro Dynamic Contrast Enhancer X-tended Dynamic Range Pro Dynamic Contrast Enhancer
Slim Backlight Drive yes
Motionflow Motionflow XR 800/960 Motionflow XR 1200 Motionflow XR 800
HDR Compatible 4K HDR
3D 3D 3D 3D 3D
Sound
Digital Sound Processing Clear Audio+ DSEE
Speaker Bass Reflex Speaker
UX
Sony’s Android TV androidtv
Phto Sharing Plus yes
WiFi / Bluetooth yes

อย่างที่เห็นคือส่วนต่างหลักจะเป็นฟีเจอร์ 4K HDR นั่นเอง ส่วนที่เหลือก็จะค่อนข้างคล้ายเดิม ถ้าใครจะซื้อรุ่นของปีที่แล้ว และได้ราคาดีๆ ก็น่าจะยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยนะครับ

อีกส่วนที่น่าสนใจก็คือทาง Sony มีการถอดเอาฟีเจอร์ 3D ออกไปในบางรุ่น ซึ่งทางทีมงาน Sony ก็ให้ข้อมูลว่าเพราะเทรนด์ของฟีเจอร์นี้ดูจะไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่ เช่นเดียวกับฟีเจอร์หน้าจอโค้งที่บอกว่าทาง Sony ก็สามารถทำได้แต่ทางบริษัทไม่ได้โฟกัสเท่าไหร่ เพราะจากตอนแรกที่เชื่อว่าจอโค้งจะทำให้มองภาพได้ดีขึ้น แต่ความจริงแล้วกลับทำให้ผู้ชมปวดหัวมากขึ้นแทนซะงั้น (สวนทางกับอีกเจ้าที่พยายามโปรโมทจอโค้งสุดๆไปเลย) 

ส่วนเรื่องความเป็น Android TV เท่าที่ดูคร่าวๆ ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรมาก ฟีเจอร์ต่างๆเช่น UI ที่เหมาะกับรีโมทและทีวี, การโหลดแอพต่างๆ, หรือ voice search ยังมาแบบครบครัน ไว้ต้องรอมีโอกาสเอาของมาลองแกะ และดูตัว processor ด้านในอีกทีว่าเปลี่ยนตัวใหม่ใส่เข้าไปแล้วหรือยัง หรือยังใช้ตัวเดิมกับปีที่แล้วอยู่ครับ

สำหรับคนที่ไม่ทราบ ปัญหาเรื่องลอยแพใน Android TV จะไม่มีนะ ขึ้นชื่อว่าใช้ได้แล้วก็จะสามารถอัพเดทโดยตรงจากทาง Google ได้เลยนะ หมดห่วงปัญหาน่าปวดหัวไปได้เลย (แต่อาจจะมีอาการช้า หรือหน่วงในเครื่องรุ่นเก่าๆ เวลาเล่นเกม หรือแอพหนักๆได้บ้างนะ

สำหรับใครที่สนใจจะหา Android TV สักเครื่องนึง ผมได้เคยลองเอามาจับและรีวิวไปแล้วสำหรับรุ่นในปี 2015 กลับไปอ่านกันดูได้นะครับ

ทดลองจับ Sony Android TV มันมีอะไรดี? น่าซื้อรึเปล่า?

from:http://droidsans.com/sony-announced-bravia-2016-androidtv

สุดล้ำ!! Sony Bravia X900C สมาร์ททีวีบางที่สุดในโลก ที่บางยิ่งกว่า iPhone 6

Sony เปิดตัวสมาร์ททีวีรุ่นใหม่ภายในงาน CES 2015 กับ Sony Bravia X900C สมาร์ททีวีในแบบ Ultra Slim 4K ที่มีจุดเด่นในเรื่องของความบางของตัวเครื่องที่บางเพียง 4.9 มิลลิเมตร ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นสมาร์ททีวีที่บางที่สุดในโลกในขณะนี้ก็ว่าได้ โดยความบางดังกล่าวเมื่อเทียบกับความบางของสมาร์ทโฟนดังหลายๆรุ่นยกตัวอย่างเช่น iPhone 6 ที่มีความบาง 6.9 มิลลิเมตรแล้วละก็ คงต้องบอกว่า Bravia X900C เป็นสมาร์ททีวีที่บางกว่า iPhone 6 เสียอีก โดยความบางของ Bravia X900C ที่ 4.9 มิลลิเมตรนั้นเท่ากับความบางของสมาร์ทโฟนที่บางที่สุดในโลกอย่าง Oppo R5 อีกด้วย

sony-bravia-CES2015

ทั้งนี้ Bravia X900C มาพร้อมกับเทคโนโลยีความคมชัดของสมาร์ททีวีที่มีการแสดงผลความละเอียดสูงระดับ 4K ซึ่งแน่นอนว่าในปัจจุบันเริ่มมีการผลิตภาพยนตร์ และคลิปรายการสารพันบันเทิงต่างๆที่มีความละเอียดระดับ 4K ออกมามากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากทางผู้ผลิตเองหรือจากช่องทางการรับชมผ่านทาง YouTube รวมไปถึงการที่เริ่มมีอุปกรณ์บันทึกและถ่ายทำคลิปวีดีโอระดับ 4K ออกมาสู่ตลาดมากยิ่งขึ้นทุกวัน ดังนั้นจึงคาดว่าในอนาคตการชมภาพยนตร์หรือสารพันบันเทิงด้วยความละเอียดสูงระดับ 4K คงจะมีเพิ่มมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆอย่างแน่นอน

compare-iphone6-sonysmarTV

Bravia X900C มีการใช้ระบบปฎิบัติการ Android TV ที่ถูกเปิดตัวในปี 2014 ที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้สมาร์ททีวีรุ่นดังกล่าวนี้สามารถใช้งานฟังก์ชันต่างๆที่ถูกใช้งานบนสมาร์ทโฟน ตัวอย่างเช่น การค้นหาด้วยเสียง , การใช้งานทางด้านการฟังเพลง , รูปภาพ , การชมคลิปและภาพยนตร์ , เกม และแอพพลิเคชั่นต่างๆอีกด้วย อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นยังไม่ได้มีการประกาศราคาของ Sony Bravia X900C ออกมาให้เห็นแต่อย่างใด โดยคาดว่าน่าจะมีการวางจำหน่ายในราวช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2015 นี้

sony-bravia-4k-floatingdesign

 

ที่มา – businessinsider , engadget

 http://www.flashfly.net/wp/?p=110317

from:http://www.flashfly.net/wp/?p=110317