คลังเก็บป้ายกำกับ: SONY

Sony ประกาศจับมือ Meizu เตรียมนำฟีเจอร์และแอปของ Flyme มาลงมือถือ Xperia ในจีน

Xperia 1 III บุกไปสร้างความฮือฮาถึงจีนตั้งแต่วันแรกที่วางจำหน่ายโดยติด 1 ใน 10 มือถือเรือธงที่ขายดีที่สุดบนแพลตฟอร์ม JD ซึ่งไม่เคยมีแบรนด์ญี่ปุ่นทำได้มาก่อน ล่าสุด Sony เดินหน้าต่อเนื่อง ประกาศความร่วมมือทางธุรกิจกับ Meizu เตรียมนำฟีเจอร์บางส่วนและแอปบางตัวของ Flyme มาปรับแต่งแล้วใส่ลงในมือถือของตัวเอง เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าชาวจีนได้ดีกว่าเก่า เพราะปัจจุบันรอมนี้มีฐานผู้ใช้งานกว่า 1 ร้อยล้านคน เรียกได้ว่า ประสบการณ์โชกโชนหายห่วง

Sony กล่าวว่า รอมของ Xperia 1 III รวมถึง Xperia 5 III และรุ่นใหม่ ๆ ที่จะมาในอนาคตจะยังคงยึดตาม Android แบบดั้งเดิมเอาไว้ ส่วนแอปจากฝั่ง Flyme ที่จะถูกเพิ่มเข้ามาในเบื้องต้นได้แก่ Email, Weather, News และที่สำคัญคือ App Store เพราะในจีนไม่มี Play Store ของ Google

สำหรับ Xperia 1 III ในจีนที่ถูกซื้อไปก่อนหน้านี้จะมีเฟิร์มแวร์ออกมาให้อัปเดตกันภายในเดือนตุลาคมครับ ส่วน Xperia 5 III ที่หลายคนถามหา ตอนนี้ในจีนก็ยังไม่ประกาศวันวางขายอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด… เช่นเดียวกับอีกหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก

 

ที่มา : Sony

from:https://droidsans.com/sony-meizu-xperia-flyme-os/

โซนี่ไทยเปิดตัวมีเดียรีซีฟเวอร์รุ่นใหม่ล่าสุด XAV-AX3200 ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่พลาดทุกการเชื่อมต่อ

XAV-AX3200

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เปิดตัวมีเดียรีซีฟเวอร์รุ่นใหม่ล่าสุด XAV-AX3200 ที่จะเปลี่ยนการนั่งรถของคุณให้ไม่ธรรมดาอีกต่อไป ด้วยฟังก์ชั่นอัจฉริยะที่จะมอบประสบการณ์ การเชื่อมต่อในรถยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การนำทาง การสื่อสาร และความบันเทิงที่ได้รับการปรับปรุงให้ มีประสิทธิภาพดีขึ้น ด้วยการเพิ่มอินพุต A/V ที่ช่วยให้การเชื่อมต่อกับแหล่งสัญญาณภาพ และเสียงเป็นไปด้วยความราบรื่น ทำให้สนุกทุกการขับขี่ และไม่พลาดทุกการเชื่อมต่อ โดยผลิตภัณฑ์ Media Receiver รุ่น XAV-AX3200 พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนตุลาคม ศกนี้ เป็นต้นไป ในราคา 11,990 บาท


คุณสมบัติหลักของ Media Receiver รุ่น XAV-AX3200

Pic XAV AX3200 E Front Home Red Mid
  • หน้าจอแสดงผลแบบสัมผัสขนาด 6.95 นิ้ว สว่างชัดและป้องกันแสงสะท้อนน พร้อมไอคอนขนาดใหญ่ ใช้งานง่ายและให้ทัศนวิสัยที่ดีขึ้น รวมถึงการติดตั้งสะดวก ประหยัดพื้นที่ด้วยโครงสร้างด้านหลังขนาดมาตรฐาน 1 Din (Single-DIN) กะทัดรัด แบบทำให้ติดตั้งง่ายเหมาะกับการเปลี่ยนสลับแทนวิทยุรุ่นเก่า
  • รองรับการเชื่อมต่ออินพุต A/V – ช่องต่อสัญญาณเข้าวิดีโอแบบ 3.5 มม. ด้านหลังช่วยให้สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Audio/Video ภายนอกได้เป็นอย่างดี อาทิ ทีวีจูนเนอร์ เครื่องเล่นดีวีดี เครื่องเล่นเกม เป็นต้น
Pic XAV AX3200 ALL Front Apple CarPlay Mid
  • รองรับการเชื่อมต่อเต็มรูปแบบผ่านฟังก์ชั่น Apple Carplay เข้ากับจอแสดงผลและส่วนควบคุมของเครื่องเสียงรถยนต์ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถโทรออก-รับสาย, เข้าถึงเพลง, ส่งและรับข้อความ รวมถึงการแสดงเส้นทางให้เหมาะกับสภาพการจราจรในขณะขับขี่ได้อย่าง มีประสิทธิภาพ โดยล่าสุดฟังก์ชั่น Apple Carplay สามารถรองรับแอปพลิเคชั่นสำหรับนำทางของบริษัทอื่นได้เป็นอย่างดี เพื่อให้ผู้ใช้มีตัวเลือกเพิ่มเติมในการไปถึงจุดหมายที่รวดเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย
  • รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนในแพลตฟอร์มแอนดรอยด์ผ่านฟังก์ชั่น Android Auto™ ที่ออกมาแบบมาโดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกสบายของผู้ใช้เป็นสำคัญ ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อความบันเทิงในขณะขับขี่บนท้องถนนได้โดยการกดปุ่มควบคุมบน XAV-AX3200
Pic XAV AX3200 ALL Front WebLink Mid
  • เพิ่มความสะดวกด้วย WebLink® Cast ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการนำเสนอแอพขนาดเล็กที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานในรถยนต์โดยเฉพาะ ด้วยการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Android หรือ iOS ทำให้สามารถสะท้อนหน้าจอสมาร์ทโฟนบนจอแสดงผลได้โดยตรง เพื่อให้อินโฟเทนเมนท์ตอบสนองทุกเวลาขณะใช้งานบนท้องถนน
Pic XAV AX3200 Rear View Camera Ready Mid 1
  • กล้องมองหลังพร้อมแนวทางการจอดรถที่ปรับได้ เมื่อผู้ขับขี่เปลี่ยนคันเกียร์ของรถไปยังตำแหน่งถอยหลัง หรือเพียงแตะที่ไอคอนกล้องบนหน้าจอแสดงผลก็สามารถเชื่อมต่อกับกล้องหลังได้เป็นอย่างดี
  • จอแสดงผลพร้อมใช้งานได้ทันทีหลังจากเปิดสวิตซ์กุญแจ
  • ปรับแต่งเสียงเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด Sound Optimization เพราะอคูสติคภายในห้องโดยสารรถแตกต่างกัน การประมวลผลเสียงแบบดิจิตอล (DSP) ที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งเสียงให้ดังกระหึ่มได้ตามความชอบส่วนตัวด้วยระบบปรับแต่ง Equalizer 10-band (EQ10) และ Dynamic Stage Organizer (DSO) พร้อมการตั้งค่าล่วงหน้า 10 แบบ ให้การปรับความถี่ที่ง่ายและมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับสภาพแวดล้อมการ ฟังเพลงที่หลากหลาย
  • รองรับไฟล์เสียง Lossless Audio Codec(FLAC) ที่บีบอัดโดยไม่เสียคุณภาพ โดยสามารถเล่นไฟล์ FLAC 24 บิต และความถี่ในการสุ่มตัวอย่างที่ 48 เฮิรตซ์ได้อีกด้วย
Pic XAV AX3200 WebLink Mid 1
  • รองรับการเชื่อมต่อ 3-Pre-Out ที่จะช่วยให้ผู้ใช้สร้างระบบเสียงเต็มรูปแบบ ผสานการทำงานร่วมกับ ซับวูฟเฟอร์, โมโนแอมพลิฟลายเออร์ และแอมพลิฟลายเออร์แบบ 4 แชนแนล สำหรับการสร้างเสียงที่ดัง และทรงพลังมากยิ่งขึ้น

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร 02-715-6100 หรือเยี่ยมชม www.sony.co.th

from:https://notebookspec.com/web/618904-xav-ax3200

Sony อเมริกา เปิดให้สั่งซื้อ PS5 โดยพิจารณาจากประวัติการใช้งาน PSN

PlayStation 5 ประสบปัญหาสินค้าขาดตลาดนับตั้งแต่วางขายเป็นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2563 ลากยาวจนถึงตอนนี้ ซึ่งกินเวลาเกือบ 1 ปีแล้ว Sony เคยออกมาพูดย้ำถึงเรื่องนี้อยู่หลายครั้งว่า บริษัทฯ ไม่ได้นิ่งเฉย พยายามหาทางแก้ไขอยู่ตลอด ล่าสุดได้มีนโยบายที่น่าสนใจออกมาจากทางฝั่ง Sony อเมริกา โดยเปิดให้ลูกค้าลงทะเบียนจองเครื่องเกมผ่านเว็บไซต์ แล้วบริษัทฯ จะคัดเลือกผู้ที่มีสิทธิ์ซื้อโดยพิจารณาจากกิจกรรมของ PSN นั้น ๆ

ทำไม PS5 ถึงขาดตลาด ?

สาเหตุที่ PlayStation 5 ขาดตลาด หลัก ๆ แล้วมาจากวิกฤตชิปเซมิคอนดักเตอร์ขาดแคลน ประกอบกับสินค้าความต้องการซื้อสูง มีคนจำนวนไม่น้อยที่ยอมจ่ายในราคาแพงกว่าปกติ 2 – 3 เท่าเพื่อให้ได้เครื่องมาครอบครอง ก่อให้เกิดพ่อค้ารีเซลตามมาโดยปริยาย เพราะเป็นช่องทางที่ทำกำไรได้ดี มีความเสี่ยงต่ำ และที่หนักกว่านั้นคือพ่อค้าที่ใช้บอตเข้ามาช่วย ทำให้กักตุนสินค้าแต่ละรอบได้เยอะ ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นหลายแห่งทั่วโลก ทั้งไทย อเมริกา หรือแม้กระทั่งญี่ปุ่นที่เป็นบ้านเกิดของ Sony จนทั้งบริษัทฯ และร้านค้าตัวแทนต่างออกมาคิดมาตรการรับมือด้วยวิธีการต่าง ๆ นานา แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลสักเท่าไหร่จนถึงก่อนหน้านี้

นโยบายใหม่ของ Sony ป้องกันพ่อค้ารีเซลและบอต พร้อมให้ความสำคัญกับลูกค้าเก่า

Sony ได้ระบุอย่างชัดเจนใน FAQ ว่า กิจกรรมและความสนใจเกี่ยวกับ PlayStation ของบัญชี PSN ที่ลงทะเบียนคือเกณฑ์ที่ใช้พิจารณา แม้จะมีช่องโหว่อยู่บ้าง ยกตัวอย่างกรณีที่เคยเกิดกับ Steam Deck ของทาง Valve ที่มีการขอซื้อบัญชีผู้ใช้งานที่มีสิทธิ์ในการซื้ออีกทอด (บางคนเป็นฝ่ายเสนอขายเองด้วยซ้ำไป) แต่อย่างน้อย ๆ นโยบายนี้ก็น่าจะป้องกันพ่อค้าที่ใช้บอตกับพวกที่ปั๊มบัญชีใหม่ได้อย่างหมดจด อีกทั้งยังดูเป็นการให้ความสำคัญกับลูกค้าเก่าที่เป็นเจ้าของ PlayStation 4 มาก่อนด้วย เพราะตรวจสอบได้จากประวัติการใช้งานของบัญชี PSN

ผู้ที่ได้รับเลือก มีสิทธิ์ซื้ออะไรบ้าง ?

สำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิ์ในการซื้อ PlayStation 5 จาก Sony อเมริกา จะถูกจำกัดการซื้อ 1 บัญชี ต่อ 1 เครื่อง โดยสามารถเลือกเครื่องเกมได้ทั้งรุ่นธรรมดา (มีช่องอ่านแผนบลูเรย์) และรุ่นดิจิทัล อุปกรณ์เสริมอื่น ๆ เองก็ถูกจำกัดจำนวนการซื้อเอาไว้เช่นกัน ตามรายการด้านล่าง

  • เครื่องเกม PS5 – จำนวน 1 เครื่อง (เลือกระหว่างรุ่นธรรมดาและรุ่นดิจิทัล)
  • จอย DualSense (ชุดบันเดิล, สีดำ, หรือสีแดง) – จำนวน 2 ชุด / ตัว
  • จอย DualSense  (สีขาว) – จำนวน 3 ตัว
  • หูฟัง PULSE 3D – จำนวน 1 ตัว
  • รีโมต PS5 Media Remote – จำนวน 1 ชิ้น

Sony จะแจ้งให้ลูกค้าที่ได้รับเลือกทราบในเดือนพฤศจิกายน 2564 ผ่านทางอีเมลเดียวกับ PSN ที่ใช้ลงทะเบียน ซึ่งในเนื้อหาจะมีรายละเอียดของวันที่ เวลา และขั้นตอนการสั่งซื้อ PlayStation 5 ระบุอยู่ และลูกค้าต้องสั่งซื้อให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลาตามที่บริษัทฯ แจ้ง ไม่อย่างนั้นจะถูกตัดสิทธิ์ นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย คือ ที่อยู่ในการจัดส่งต้องอยู่ในอเมริกาเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันการรีเซลอีกเช่นกันครับ

 

ที่มา : Sony

from:https://droidsans.com/sony-invite-purchase-ps5-psn-id/

Sony เตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ 26 ต.ค. 2564 อาจเป็น Xperia 1 III PRO

Sony ประกาศเตรียมจัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในซีรีส์ Xperia วันที่ 26 ตุลาคม เวลา 10.00 น. ตามเวลาประเทศไทย แต่บริษัทฯ ไม่ได้ให้รายละเอียดหรือบอกใบ้อะไรเลย ที่พอจะเป็นไปได้มากที่สุดคงเป็น Xperia 1 III PRO เพราะเป็นอุปกรณ์เพียงชิ้นเดียวที่มีข่าวหลุดออกมาในช่วงหลายเดือนหลัง โดยจะมาพร้อมกับชิป Snapdragon 888+ ตัวท็อปจาก Qualcomm และมี RAM มากถึง 16GB

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า Xperia 1 III PRO จะไม่ใช่สมาร์ทโฟนในไลน์อัปสำหรับมือชีพเหมือนอย่าง Xperia PRO ที่มีราคาสูงเฉียด 8 หมื่นบาท ถึงแม้จะมีชื่อ “โปร” ห้อยท้ายมาเหมือนกัน หากแต่จะเป็นรุ่นที่อัปเกรดขึ้นมาจาก Xperia 1 III ให้มีฮาร์ดแวร์ที่ทรงพลังมากขึ้น ถึงกระนั้น ตอนนี้ก็ยังแทบไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมากไปกว่านี้…

 

ที่มา : Sony

from:https://droidsans.com/sony-xperia-new-product-launch-oct-26/

เนื้อหอมกว่าใคร TSMC กำลังหารือโซนี่ เตรียมตั้งโรงงานผลิตชิปที่ญี่ปุ่น

ท่ามกลางวิกฤตชิปขาดตลาดยาวนาน บริษัทที่โดดเด่นที่สุดในตอนนี้ย่อมเป็น TSMC (Taiwan Semiconductor Manufacturing Co.) ในฐานะโรงงานผลิตชิปที่ใหญ่ที่สุดในทำให้หลายๆ ประเทศเชิญชวนให้ TSMC ไปตั้งโรงงานในแผ่นดินของตัวเอง

ประเทศล่าสุดที่กำลังจะชวน TSMC มาอยู่ด้วยสำเร็จคือญี่ปุ่น ที่ TSMC กำลังหารือกับ Sony Group เพื่อตั้งโรงงานผลิตชิปมูลค่า 7 พันล้านดอลลาร์ที่จังหวัดคุมาโมโต้ ตอนนี้ยังไม่มีข่าวประกาศอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าน่าจะเริ่มเดินสายการผลิตได้ในปี 2024

แม้ยังเป็นโรงงานที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตขนาด 20 นาโนเมตร แต่ก็จะตอบโจทย์อุตสาหกรรมรถยนต์และการผลิต ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ชิปขนาดเล็กที่สุด แต่ประสบปัญหาขาดแคลนชิปจนต้องหยุดสายการผลิตกันบ้างแล้ว

ที่ผ่านมา TSMC มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยโตเกียวตั้งแต่ปี 2019 และเมื่อต้นปีนี้ก็ประกาศตั้งศูนย์วิจัยที่เมือง Tsukuba ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับโตเกียว เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีด้านการผลิตชิปแบบ 3D เรียงวงจรซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ

ที่มา – Nikkei, Reuters

from:https://www.blognone.com/node/125220

อดีตหัวหน้า PlayStation Studios เผยเหตุผลที่พอร์ตเกมลงพีซี เพราะอยากขยายฐานลูกค้า

Shawn Layden อดีตซีอีโอ SIE Worldwide Studios ที่ลาออกจากโซนี่เมื่อปี 2019 ยังขยันเดินสายออกสื่ออยู่เรื่อยๆ ก่อนหน้านี้ เขาออกมาพูดเรื่องต้นทุนค่าพัฒนาเกมที่สูงขึ้นเรื่อยๆ จนแตะหลัก 200 ล้านดอลลาร์ต่อเกม

ล่าสุด Layden ไปออกรายการพ็อดแคสต์ What’s Up PlayStation และพูดถึงการพอร์ตเกมของ PlayStation มาลงพีซี ซึ่งเขาพยายามผลักดันมาตั้งแต่สมัยยังทำงานอยู่

Layden เล่าว่าเหตุผลหลักของการพอร์ตเกมคือต้องการขยายฐานผู้เล่นให้กว้างขึ้น เมื่อผู้เล่นเหล่านี้ไม่สนใจมาบ้าน PlayStation ดังนั้นโซนี่ต้องเป็นฝ่ายเดินไปหาผู้เล่นแทน วิธีที่ง่ายที่สุดคือนำเกมยอดนิยมของ PlayStation พอร์ตไปยังพีซีซึ่งเป็นฐานผู้เล่นขนาดใหญ่ที่พร้อมใช้งาน และการนำเกมที่วางขายไปแล้ว 18-24 เดือนมาพอร์ตลงพีซี ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อยอดขายเกมบน PlayStation อยู่แล้ว

Layden มองว่าโซนี่ยุคปัจจุบันจะยังคงนโยบายนี้ และไม่เชื่อว่าโซนี่จะออกเกมใหม่พร้อมกันทั้งบน PlayStation และพีซีด้วย

ทิศทางของโซนี่ในช่วงหลังๆ เองก็ชัดเจนว่าเดินหน้าไปทางนี้ ดังที่เห็นได้จาก การซื้อกิจการ Nixxes ที่เก่งเรื่องการพอร์ตเกมลงพีซี แม้ยังไม่ได้ประกาศว่า Nixxes จะมาช่วยพอร์ตเกมใดก็ตาม

ตอนนี้โซนี่มีเกมบนพีซีแล้ว 3 เกมคือ Horizon Zero Dawn, Days Gone และล่าสุดคือ Uncharted 4 โดยเว็บไซต์ Ars Technica เก็งกว่าเกมต่อไปน่าจะเป็น Ghost of Tsushima

No Description

ที่มา – Ars Technica

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/125111

6 หูฟังไอโฟนไร้สายน่าโดน ฟังเพลงเพลินไม่มีสายมารุงรัง! เริ่มแค่ 1,599 บาทเท่านั้น!

จะซื้อหูฟังไอโฟนใหม่สักตัวไม่ต้องหาแบบมีสายแล้ว ยุคนี้ True Wireless Earphone ดีๆ ราคาไม่แพงมีเยอะเลย!

tws cover

ถ้าใครเป็นแฟนคลับ Apple และใช้ iPhone มาตลอด จะจำได้ว่าตอนซื้อมือถือมาจะได้หูฟังไอโฟนแบบมีสายแถมมาให้ในกล่องด้วย แต่ตอนนี้เมื่อ Apple ไม่แถมหูฟังมาให้ในกล่องแล้วเปิดตัวหูฟัง True Wireless อย่าง AirPods ออกมา ฝั่งผู้ใช้เองก็หันมาใช้หูฟังไร้สายแบบนี้มากขึ้นและค่อยๆ แพร่หลาย ประกอบกับมีผู้ผลิตจากหลายๆ แบรนด์พากันเปิดตัวหูฟังประเภทนี้ออกมาอย่างต่อเนื่องแล้วราคาจับต้องได้อีกด้วย เลยทำให้หูฟังประเภทนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แต่สำหรับไอโฟน นอกจาก AirPods ของ Apple เองแล้ว ก็มีหูฟังอีกหลายแบรนด์น่าสนใจให้เลือกซื้อไปใช้ฟังเพลงและโทรติดต่องานได้สะดวกขึ้นด้วย และข้อดีของหูฟังแบบ True Wireless คือ หูฟังประเภทนี้เมื่อไม่มีสายไฟเชื่อมต่อระหว่างหูฟังกับสมาร์ทโฟนแล้ว ก็ไม่ต้องกังวลว่าสายจะรกรุงรังและไม่เกิดอุบัติเหตุอย่างสายไฟไปคล้องโดนข้าวของต่างๆ แล้วดึงมือถือให้หลุดจากกระเป๋าแล้วตกกระทบพื้นเสียหายอีกด้วย

หูฟังไอโฟน

แต่ก่อนจะเลือกซื้อหูฟัง True Wireless ใหม่มาใช้สักตัว นอกจากรู้สเปคของหูฟังแล้วผู้เขียนก็แนะนำให้ดู Codec เสียงที่ไอโฟนรองรับด้วยว่ารองรับตัวไหนบ้าง ซึ่งถ้าอิงตามหน้าสเปคของ iPhone 13 แล้ว Codec ที่มือถือเครื่องนี้รองรับจะเป็นดังนี้

  • Audio Format support รองรับ AAC‑LC, HE‑AAC, HE‑AAC v2, Protected AAC, MP3, Linear PCM, Apple Lossless, FLAC, Dolby Digital (AC‑3), Dolby Digital Plus (E‑AC‑3), Dolby Atmos, and Audible (formats 2, 3, 4, Audible Enhanced Audio, AAX, and AAX+)
  • รองรับ Spatial audio

ถ้าไล่จากรายชื่อ Audio Format ที่ไอโฟนรองรับ จะเห็นว่ารองรับ Codec หลักๆ ครบถ้วน เช่น AAC, MP3, Lossless, FLAC แต่จะเห็นว่ารองรับระบบเสียงของ Dolby หลายตัว รวมไปถึง Dolby Atmos และ Spatial audio อีกด้วย

6 หูฟังไอโฟนไร้สายน่าโดน ฟังเพลงเพลินชัวร์!

ถ้าใครซื้อไอโฟนเครื่องใหม่มาใช้หรือสายหูฟังอันเก่าที่มีอยู่โทรมจนไม่น่าใช้แล้ว ส่วนตัวผู้เขียนก็แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้หูฟัง True Wireless ไปเลย เพราะตอนนี้ราคาของหูฟังไร้สายประเภทนี้ราคาก็ถูกลงเรื่อยๆ และมีรุ่นน่าใช้งานให้เลือกเต็มไปหมดอีกด้วย โดยรุ่นที่ผู้เขียนเลือกมาแนะนำจะมีดังนี้

  1. Soundpeats Air3 (1,599 บาท)
  2. Edifier TWS200 Plus (1,990 บาท)
  3. Jabra Elite 3 (2,990 บาท)
  4. Fender Tour (3,690 บาท)
  5. Sony WF-1000XM3 (5,990 บาท)
  6. B&O Beoplay E8 Gen3 (12,900 บาท)
1. Soundpeats Air3 (1,599 บาท)

1a450c4c06e38c4e0121bc524d7c41c1

ถ้าใครหาหูฟังไอโฟนไร้สายคุณภาพดีแต่ราคาเป็นมิตรมาฟังเพลงล่ะก็ Soundpeats Air3 นั้นถือเป็นหูฟังไร้สายที่ดีรุ่นหนึ่ง ซึ่งโทนเสียงจะได้ออกโทนอุ่นฟังสบายและเบสหนักแน่นกว่ารุ่น TrueAir2 จนสื่อต่างประเทศหลายเจ้าชื่นชมและแนะนำว่าถ้าจะซื้อ True Wireless ดีๆ มาใช้แล้วไม่อยากซื้อ AirPods ล่ะก็ จะขยับมาใช้แบรนด์นี้เลยก็ดีเช่นกัน

ดีไซน์หูฟังตัวนี้จะเป็นแบบ Earbuds ใส่ไดรเวอร์ขนาด 14.2 มม. มาให้ในตัว มีชิป Qualcomm QCC3040 รองรับ Codec อย่าง SBC, aptX, aptX Adaptive เชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth 5.2 รองรับโปรไฟล์ HSP, HFP, A2DP, AVRCP ครบถ้วน ส่วนค่า Frequency response อยู่ที่ 20-20,000 Hz ใช้ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 5 ชั่วโมงและเอากลับไปชาร์จในเคสจนแบตเตอรี่เต็มได้อีก 2 รอบ ส่วนการชาร์จแบตเตอรี่กลับให้ตัวเคสและหูฟังจะชาร์จผ่านสาย USB-C

สเปคของ Soundpeats Air3
  • หูฟังดีไซน์ Earbuds ไดรเวอร์ขนาด 14.2 มม. ติดตั้งชิป Qualcomm QCC3040 รองรับ Codec อย่าง SBC, aptX, aptX Adaptive
  • เชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth 5.2 รองรับโปรไฟล์ HSP, HFP, A2DP, AVRCP
  • Frequency response อยู่ที่ 20-20,000 Hz
  • ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 5 ชั่วโมง นำกลับไปชาร์จในเคสได้อีก 2 รอบ
  • ชาร์จแบตเตอรี่ให้เคสและหูฟังผ่านพอร์ต USB-C
  • ราคา 1,599 บาท (Soundpeats Official Shopee Mall)
2. Edifier TWS200 Plus (1,990 บาท)

EDIFIER TWS200 1

ชื่อของ Edifier นั้นจะโด่งดังในฐานะของลำโพงคอมพิวเตอร์ที่ได้เรื่องเสียงดี เบสแน่น แต่เมื่อเร็วๆ นี้ทางบริษัทก็เปิดตัวหูฟัง True Wireless ออกมาให้เลือกซื้อเช่นกัน ซึ่งถ้าใครอยากได้หูฟังไอโฟนเสียงดี โทนเสียงออกบาลานซ์และเบสฟังกำลังเพลินแล้วราคาไม่แพงเกินไป แนะนำให้ดู Edifier TWS200 Plus ตัวนี้เอาไว้ฟังเพลงได้เลย

สเปคของหูฟังไอโฟนรุ่นนี้ดีไซน์เป็น Earbuds กันน้ำระดับ IP54 จึงใส่ออกกำลังกายได้ ใช้ไดรเวอร์ขนาด 13 มม. เคลือบไดอะแฟรมหูฟังด้วย Liquid crystal polymer ให้คุณภาพเสียงดีขึ้น ติดตั้งชิป Qualcomm QCC3040 รองรับ aptX, aptX Adaptive, SBC เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.2 ค่า Frequency response 20-20,000 Hz ติดตั้งไมโครโฟนคู่ มีฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน CVC ติดตั้งมาให้ ช่วยตัดเสียงรบกวนตอนคุยโทรศัพท์ ตัวหูฟังสามารถฟังเพลงต่อเนื่องได้ 6 ชั่วโมง ส่วนตัวเคสสามารถใช้ชาร์จหูฟังได้อีก 18 ชั่วโมง สรุปแล้ว Edifier TWS200 ตัวนี้สามารถฟังเพลงต่อเนื่องได้นานสุด 24 ชั่วโมง และชาร์จแบตเตอรี่กลับให้เคสและหูฟังผ่านพอร์ต USB-C ได้เลย ซึ่งถ้าใครเคยใช้ลำโพงของแบรนด์นี้มาแล้วประทับใจ จะซื้อหูฟังไร้สายมาใช้จะเริ่มจากตัวนี้ก็ดี

สเปคของ Edifier TWS200 Plus
  • หูฟังดีไซน์ Earbuds ไดรเวอร์ขนาด 13 มม. ติดตั้งชิป Qualcomm QCC3040 รองรับ Codec อย่าง SBC, aptX, aptX Adaptive
  • เชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth 5.2 กันน้ำระดับ IP54
  • Frequency response อยู่ที่ 20-20,000 Hz
  • ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 6 ชั่วโมง นำกลับไปชาร์จในเคสได้อีก 18 ชั่วโมง
  • ชาร์จแบตเตอรี่ให้เคสและหูฟังผ่านพอร์ต USB-C
  • ราคา 1,990 บาท (Mercular)
3. Jabra Elite 3 (2,990 บาท)

a53a68d0484090ce6b4f434e5ff6d5d9

คนที่เคยซื้อหูฟังบลูทูธมาต่อมือถือโทรติดต่องานบ่อยๆ น่าจะคุ้นแบรนด์ Jabra ที่เป็นเจ้าตลาดของหูฟังประเภทนี้อย่างแน่นอน และหูฟังไอโฟนรุ่นที่ผู้เขียนแนะนำสำหรับคนที่เน้นใช้งานแนวนี้บ่อยๆ จะแนะนำให้ดูเป็น Jabra Elite 3 ที่ติดตั้งไมโครโฟนมาให้ 4 ตัวพร้อมฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน มี Surround sound สำหรับปล่อยเสียงภายนอกเข้ามาให้เราได้ยินโดยไม่ต้องถอดหูฟังได้ และกันน้ำระดับ IP55 แล้วปรับแต่งเสียงได้ด้วยแอพฯ Jabra Sound+ ได้อีกด้วย

ด้านดีไซน์จะเป็นทรง Earbuds จุกซิลิโคน ติดตั้งไดรเวอร์ขนาด 6 มม. รองรับ aptX, SBC เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นด้วย Bluetooth 5.2 รองรับ A2DP, AVRCP, HFP, HSP รองรับ Google Fast Pair ทำให้จับคู่สมาร์ทโฟน Android กับหูฟังนี้ได้อย่างรวดเร็ว ค่า Frequency response 20 – 20,000 Hz ใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 7 ชั่วโมง รวมกับแบตเตอรี่ในเคสด้วยจะใช้งานได้นานสุด 28 ชั่วโมง และชาร์จแบตเตอรี่กลับให้หูฟังไอโฟนตัวนี้ได้ด้วย USB-C ซึ่งถ้าใครเน้นเรื่องการโทรติดต่องานมากกว่าฟังเพลงล่ะก็ แนะนำให้ดู Jabra ตัวนี้เอาไว้ได้เลย

สเปคของ Jabra Elite 3
  • หูฟังดีไซน์ Earbuds ไดรเวอร์ขนาด 6 มม. รองรับ Codec อย่าง SBC, aptX
  • เชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth 5.2 รองรับ Codec A2DP, AVRCP, HFP, HSP กันน้ำระดับ IP55
  • Frequency response อยู่ที่ 20-20,000 Hz
  • ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 7 ชั่วโมง นำกลับไปชาร์จในเคสได้อีกรวม 28 ชั่วโมง
  • ชาร์จแบตเตอรี่ให้เคสและหูฟังผ่านพอร์ต USB-C
  • ราคา 2,990 บาท (Munkong Gadget)
4. Fender Tour (3,690 บาท)

a0d81e7147e8861aa9b11f5c6b11477a

ถ้าใครเป็นสายดนตรีน่าจะได้ยินชื่อของผู้ผลิตกีตาร์ชื่อดังอย่าง Fender แน่นอน รวมทั้งหูฟังไอโฟนไร้สายรุ่น Fender Tour ซึ่งคุณภาพเสียงเรียกว่าเหมาะกับสายฟังเพลงเป็นอย่างมาก ซึ่งตัวหูฟังจะได้เบสหนักแน่นแยกเสียงเครื่องดนตรีและเสียงนักร้องชัดเจน เหมาะกับคนที่ชอบฟังเพลงมาก

สเปคของหูฟังตัวนี้จะทนน้ำระดับ IPX4 ใช้ไดรเวอร์ Dynamic ขนาด 7 มม. รองรับ aptX, AAC, SBC เชื่อมต่อ Bluetooth 5.0 ค่า Frequency response 20 – 20,000 Hz ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 5 ชั่วโมง และถ้าชาร์จด้วยเคสจะใช้งานได้นานสุดรวม 22 ชั่วโมงทีเดียว มีไมโครโฟน 4 ตัว แบ่งข้างละคู่ สามารถโหลดแอพฯ Fender Tour มาตั้งค่าต่างๆ รวมทั้งอัพเดทเฟิร์มแวร์ให้หูฟังได้ด้วย ส่วนการชาร์จแบตเตอรี่ใช้สาย USB-C เพื่อชาร์จแบตให้กล่องหูฟังตัวนี้ได้เลย เรียกว่าถ้าใครชื่นชอบการฟังเพลงแล้วกำลังจะซื้อหูฟังไอโฟนไร้สายตัวใหม่อาจจะดู Fender Tour ตัวนี้ไปใช้งานได้เลย

สเปคของ fender Tour
  • หูฟังดีไซน์ Earbuds ไดรเวอร์ Dynamic ขนาด 7 มม. รองรับ Codec อย่าง AAC, SBC, aptX
  • เชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth 5.0 กันน้ำระดับ IPX4
  • Frequency response อยู่ที่ 20-20,000 Hz
  • ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 5 ชั่วโมง นำกลับไปชาร์จในเคสได้อีกรวม 22 ชั่วโมง
  • ชาร์จแบตเตอรี่ให้เคสและหูฟังผ่านพอร์ต USB-C
  • ราคา 3,690 บาท (Munkong Gadget)
5. Sony WF-1000XM3 (5,990 บาท)

Screenshot 2021 10 04 at 10 41 44 Sony หูฟังป้องกันเสียงรบกวนแบบไร้สาย WF 1000XM3

เรื่องเสียงและเพลงยังไงก็ต้องมี Sony เป็นหูฟังรุ่นแนะนำที่จะใช้เป็นหูฟังไอโฟนหรือ Android ก็เวิร์คทั้งคู่ โดยหูฟัง True Wireless รุ่นที่แนะนำยังเป็น Sony WF-1000XM3 ที่ถึงจะเปิดตัวมานานแล้วก็ตาม แต่ยังน่าใช้มาก สามารถตัดเสียงรบกวนภายนอกหรือจะดึงเสียงภายนอกเข้ามาก็ได้ด้วยชิป QN1e และมี DSEE HX ฟีเจอร์เพิ่มคุณภาพไฟล์เสียงดิจิตอลให้ดีขึ้นได้และโหลด Sony Headphones Connect มาควบคุมและตั้งค่าต่างๆ ได้อีกด้วย

ด้านดีไซน์หูฟังตัวนี้จะเป็น Earbuds เช่นกัน ใช้ไดรเวอร์แบบ Dynamic ขนาด 6 มม. คอยล์เสียง CCAW กับแม่เหล็กนีโอดิเมียม รองรับ Codec SBC, AAC ส่วนค่า Frequency response 20 – 20,000 Hz เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.0 โปรไฟล์ A2DP, AVRCP, HFP, HSP ใช้ฟังเพลงได้นานสุด 8 ชั่วโมง และเอาไปชาร์จในเคสด้วยจะอยู่ได้นานรวม 24 ชั่วโมง และชาร์จแบตเตอรี่ได้ผ่านพอร์ต USB-C ที่ตัวเคส ซึ่งโดยรวมแล้วต้องถือว่า Sony WF-1000XM3 ตัวนี้ถึงจะเป็นหูฟังไอโฟนที่ขายมาสักพักแล้ว แต่ก็ยังถือว่าน่าใช้อย่างมากอยู่

สเปคของ Sony WF-1000XM3
  • หูฟังดีไซน์ Earbuds ไดรเวอร์ Dynamic ขนาด 6 มม. รองรับ Codec อย่าง AAC, SBC
  • เชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth 5.0 โปรไฟล์ A2DP, AVRCP, HFP, HSP
  • Frequency response อยู่ที่ 20-20,000 Hz
  • ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 8 ชั่วโมง นำกลับไปชาร์จในเคสได้อีกรวม 24 ชั่วโมง
  • ชาร์จแบตเตอรี่ให้เคสและหูฟังผ่านพอร์ต USB-C
  • ราคา 5,990 บาท (Sony Thailand)
6. B&O Beoplay E8 Gen3 (12,900 บาท)

2c4cdec2916214cb986704b3714b0531

ส่วนหูฟังไอโฟนรุ่นท็อปสุดที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้จะเป็นอีกแบรนด์ที่เป็นคู่แข่งของ Sennheiser อย่าง B&O หรือ Bang & Olufsen จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งรุ่นแนะนำเป็น B&O Beoplay E8 Gen 3 รุ่นล่าสุดที่มิติและคุณภาพเสียงถือว่าสมราคาเพราะโทนเสียงถือว่าสมค่าตัว เบสแน่นเสียงดีและฟังเพลงได้ทุกแนว รวมทั้งมีฟังก์ชั่นตัดเสียงรบกวนและดึงเสียงภายนอกเข้ามาก็ได้โดยไม่ต้องถอดหูฟังออก ส่วนดีไซน์ วัสดุและงานประกอบนั้นจัดว่าอยู่ในระดับหรูหราเลยทีเดียว สามารถควบคุมการทำงานทั้งหมดได้ด้วยแอพฯ ของ Bang & Olufsen และกันน้ำระดับ IP54 อีกด้วย

ดีไซน์ของตัวหูฟังเป็นแบบ In Ear ใช้ไดรเวอร์แบบอีเล็คโทรไดนามิคขนาด 5.7 มม. รองรับ SBC, AAC, aptX ค่า Frequency response 20 – 20,000 Hz เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.1 ใช้ฟังเพลงต่อเนื่องได้นานสุด 7 ชั่วโมง ส่วนระยะเวลาใช้งานนานสุดรวมการชาร์จในเคสด้วยจะอยู่ได้ 35 ชั่วโมงทีเดียว ชาร์จแบตเตอรี่กลับให้หูฟังได้ 2 แบบ คือผ่านพอร์ต USB-C หรือชาร์จไร้สายตามมาตรฐาน Qi (ชี่) ก็ได้ ซึ่งถ้าใครอยากได้หูฟัง True Wireless ระดับพรีเมี่ยมคุณภาพดี ลงทุนครั้งเดียวคุ้มค่าและจบในตัวก็แนะนำให้ลงทุนกับ Beoplay E8 Gen 3 ตัวนี้ได้เลย

สเปคของ B&O Beoplay E8 Gen 3
  • หูฟังดีไซน์ In Ear ไดรเวอร์อีเล็คโทรไดนามิคขนาด 5.7 มม. รองรับ Codec อย่าง AAC, SBC, aptX
  • เชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth 5.1 กันน้ำระดับ IP54
  • Frequency response อยู่ที่ 20-20,000 Hz
  • ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 7 ชั่วโมง นำกลับไปชาร์จในเคสได้อีกรวม 35 ชั่วโมง
  • ชาร์จแบตเตอรี่ให้เคสและหูฟังผ่านพอร์ต USB-C หรือชาร์จไร้สายก็ได้
  • ราคา 12,900 บาท (Munkong Gadget)

สรุปสเปคหูฟังไอโฟนไร้สาย 6 รุ่นน่าใช้ ฟังเพลงเพลิน

สำหรับคนที่อ่านฟีเจอร์เด่นของหูฟังไอโฟนที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้ทั้ง 6 รุ่นแล้ว จะเห็นว่าหูฟังแต่ละรุ่นจะมีฟีเจอร์และราคาแตกต่างกันไป ซึ่งถ้าสรุปสเปคโดยหลักๆ แล้วจะเป็นดังนี้

สเปคหูฟังไอโฟน ดีไซน์และ
ไดรเวอร์
Frequency response การเชื่อมต่อ ระยะเวลาใช้งานและ
การชาร์จ
ราคา
Soundpeats Air3 ดีไซน์ Earbuds

ไดรเวอร์ขนาด 14.2 มม.

รองรับ Codec ได้แก่ SBC, aptX, aptX Adaptive

20-20,000 Hz Bluetooth 5.2

รองรับโปรไฟล์ HSP, HFP, A2DP, AVRCP

ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 5 ชั่วโมง

ชาร์จในเคสได้อีก 2 รอบ

ชาร์จแบตเตอรี่ผ่านพอร์ต USB-C

1,599 บาท
Edifier TWS200 Plus ดีไซน์ Earbuds

ไดรเวอร์ขนาด 13 มม.

รองรับ Codec ได้แก่ SBC, aptX, aptX Adaptive

20-20,000 Hz Bluetooth 5.2 ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 5 ชั่วโมง

ชาร์จในเคสได้อีกรวม 18 ชั่วโมง

ชาร์จแบตเตอรี่ผ่านพอร์ต USB-C

1,990 บาท
Jabra Elite 3 ดีไซน์ Earbuds

ไดรเวอร์ขนาด 6 มม.

รองรับ Codec ได้แก่ SBC, aptX

20-20,000 Hz Bluetooth 5.2

รองรับ Codec A2DP, AVRCP, HFP, HSP

ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 7 ชั่วโมง

ชาร์จในเคสได้อีกรวม 28 ชั่วโมง

ชาร์จแบตเตอรี่ผ่านพอร์ต USB-C

2,990 บาท
Fender Tour ดีไซน์ Earbuds

ไดรเวอร์ Dynamic ขนาด 7 มม.

รองรับ Codec ได้แก่ AAC, SBC, aptX

20-20,000 Hz Bluetooth 5.0 ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 5 ชั่วโมง

ชาร์จในเคสได้อีกรวม 22 ชั่วโมง

ชาร์จแบตเตอรี่ผ่านพอร์ต USB-C

3,690 บาท
Sony WF-1000XM3 ดีไซน์ Earbuds

ไดรเวอร์ Dynamic ขนาด 6 มม.

รองรับ Codec ได้แก่ AAC, SBC

20-20,000 Hz Bluetooth 5.0 ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 8 ชั่วโมง

ชาร์จในเคสได้อีกรวม 24 ชั่วโมง

ชาร์จแบตเตอรี่ผ่านพอร์ต USB-C

5,990 บาท
B&O Beoplay E8 Gen 3  ดีไซน์ In Ear

ไดรเวอร์อีเล็คโทรไดนามิคขนาด 5.7 มม.

รองรับ Codec ได้แก่ AAC, SBC, aptX

20-20,000 Hz Bluetooth 5.1 ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 7 ชั่วโมง

ชาร์จในเคสได้อีกรวม 35 ชั่วโมง

ชาร์จแบตเตอรี่ผ่านพอร์ต USB-C หรือชาร์จไร้สาย

12,900 บาท

สุดท้ายสำหรับการเลือกหูฟังไอโฟนเอาไว้ฟังเพลงหรือใช้ติดต่องานสักรุ่นนั้น ส่วนตัวผู้เขียนอยากชี้ให้เห็นว่าถ้าดูแค่สเปคอย่างเดียว จะเห็นว่าสเปคก็ไม่หนีกันมากนัก แต่ในเมื่อหูฟังเป็น Gadget ที่ต้องไปลองฟังเสียงเพลงด้วยตัวเองก่อนซื้อ ว่าเราชอบแนวเสียงของหูฟังรุ่นนั้นๆ หรือเปล่า เพราะไม่อย่างนั้นซื้อมาแบบไม่ได้ลอง พอฟังไปสักพักก็อาจจะรู้สึกไม่ถูกใจ ฟังเพลงไม่สนุกดูหนังไม่สุขเหมือนเดิมจนต้องขายแล้วหาซื้อหูฟังอันใหม่มาลองไปเรื่อยๆ ก็ได้

ทางที่ดีที่ผู้เขียนแนะนำ คือถ้าหาร้านหรือมีเพื่อนที่ใช้หูฟังรุ่นที่เราสนใจอยู่ ก็แนะนำให้ไปขอยืมแล้วลองฟังเพลงที่เราฟังเป็นประจำสัก 2-3 เพลง เพื่อทดลองฟังเสียงดูว่าหูฟังรุ่นที่สนใจได้เสียงเพลงแบบที่เราชอบหรือเปล่า ซึ่งถ้าเสียงเป็นแนวแบบที่ชอบและฟังแล้วถูกใจค่อยซื้อก็ได้


บทความที่เกี่ยวข้อง

iphone usb cover

ipadcover

usb plug cover new

from:https://notebookspec.com/web/616475-6-iphone-true-wireless-earphone

Sony ซื้อกิจการ Bluepoint Games สตูดิโอที่รีเมค Shadow of the Colossus และ Demon’s Souls

โซนี่ประกาศซื้อกิจการสตูดิโอเกม Bluepoint Games ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์กับโซนี่มานาน โดยดีลดังกล่าวไม่ได้เปิดเผยมูลค่า และทำให้เป็นดีลการซื้อสตูดิโอเกมต่อเนื่องในปีนี้จาก Housemarque, Nixxes Software และ Firesprite

ผลงานเด่นของ Bluepoint Games ได้แก่ รีเมค Shadow of the Colossus ลง PS4 และ Demon’s Souls เวอร์ชัน PS5

Marco Thrush ประธานของ Bluepoint Games กล่าวว่า PlayStation มีเกมที่โดดเด่นในแคตตาล็อก และสำหรับเราไม่มีอะไรดีกว่าการนำเกมระดับตำนานนั้นมาสู่ผู้เล่นหน้าใหม่ การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ PlayStation Studios จะช่วยเสริมคุณภาพงานให้ดีมากยิ่งขึ้น

ที่มา: โซนี่

alt="Sony x Bluepoint Games"

from:https://www.blognone.com/node/125033

6 ไมค์อัดเสียงติดกล้องน่าโดน ติดกล้องถ่าย Vlog เพลิน เริ่มแค่ 891 บาทเอง

ไมค์อัดเสียงติดกล้องสำหรับคนอยากถ่ายคลิปทำ Vlog ตอนนี้หาได้ง่ายไม่แพงมากนะ

mic cover

ไมค์อัดเสียงนอกจากแบบตั้งโต๊ะคอมเพื่ออัดทำ Podcast หรือเอาไว้ไลฟ์เกมแล้ว หลายๆ คนที่อยากอัด Vlog มีกล้องเอาไว้ถ่ายครบแล้วแต่สงสัยว่าจะหาไมค์ตัวไหนไปใช้งานดี? ณ ตอนนี้ต้องบอกว่ามีตัวเลือกให้เยอะและหาซื้อได้ง่ายกว่าในอดีตมาก และราคายังถูกลงเรื่อยๆ อีกด้วย ซึ่งตอนนี้ราคาแค่หลักร้อยก็หาซื้อมาใช้งานได้แล้ว เลือกได้ทั้งแบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่เราคุ้นชื่อหรือจะเอาเป็นแบรนด์หน้าใหม่ราคาคุ้มค่ามาใช้งานก็มีให้เลือกทั้งนั้น

โดยไมค์สำหรับกล้องเหล่านี้เรียกว่าไมค์ช็อตกัน (Shotgun microphone) โดยไมค์เหล่านี้จะต่อเข้ากับตัวอแดปเตอร์เหนือกล้องที่เรียกว่า Hot shoe adapter ช่องเดียวกับที่เราต่อแฟลชกล้องเข้าไปได้เลยแล้วต่อเข้ากับกล้องด้วยแจ็คหูฟัง 3.5 มม. ก็พร้อมใช้งานทันที ซึ่งดีกว่าการใช้ไมค์หน้ากล้องอัดเสียงเป็นอย่างมาก

ไมค์อัดเสียง

สำหรับไมค์อัดเสียงที่ต่อเสริมเข้าที่ตัวกล้องนั้น เรียกว่าเป็นไมค์อเนกประสงค์และใช้งานได้ยืดหยุ่นทีเดียว เพราะนอกจากเอาไปต่อกับกล้องได้แล้วยังต่อกับคอมพิวเตอร์เป็นไมค์ตั้งโต๊ะหรือสมาร์ทโฟนก็ได้ ดังนั้นถ้าใครกำลังคิดอยู่ว่าถ้าซื้อมาแล้วจะคุ้มเงินหรือเปล่า ในส่วนนี้ผู้เขียนพูดได้เลยว่าคุ้มแน่นอน ส่วนถ้าใครอยากได้ข้อมูลเรื่องวิธีอ่านสเปคของไมค์ก่อนจะมาดูไมค์รุ่นแนะนำในบทความนี้ สามารถอ่านข้อมูลใน “7 ไมค์คอมพิวเตอร์ตัวเด็ด เพื่อสตรีมเมอร์หรืออัด Podcast ก็แจ่มไม่แพ้กัน!” ที่ผู้เขียนเผยแพร่บทความไปก่อนหน้านี้ได้เลย

6 ไมค์อัดเสียงคุณภาพ น่าซื้อมาถ่าย Vlog

ผู้ใช้ที่กำลังหาไมค์ตัวใหม่มาใช้กับกล้องหรือจะต่อมือถือเพื่อถ่ายคลิป Vlog อยู่ ไม่ว่าจะเพิ่งเริ่มต้นหรือว่าเป็นมือฉมังที่มีผู้ติดตามเยอะระดับหนึ่งแล้วแต่ยังไม่แน่ใจว่าจะซื้อไมค์ตัวไหนไปใช้ดี ก็สามารถมาเลือกดูรุ่นที่ผู้เขียนเอามาแนะนำเป็นแนวทางหรือจะซื้อตามเลยก็ดีเช่นกัน โดยรุ่นแนะนำได้แก่

  1. BOYA BY-MM1 (891 บาท)
  2. Saramonic Vmic Mini (2,150 บาท)
  3. BOYA BY-BM3030 (2,400 บาท)
  4. RODE VideoMic Go (2,720 บาท)
  5. Sony ECM-GZ1M (3,190 บาท)
  6. Sennheiser MKE 200 (3,745 บาท)
1. BOYA BY-MM1 (891 บาท)

1491816606642

เริ่มต้นด้วยไมค์ติดกล้องราคาเป็นมิตรแต่สเปคดี เหมาะกับผู้เริ่มต้นอย่าง Boya BY-MM1 ตัวนี้ที่เป็นไมค์ Shotgun รับเสียงแบบ Cardioid ตัดเสียงรบกวนได้ในตัวพร้อม Shock mount และ Wind shield ไว้ตัดเสียงรบกวนจากลมและการสั่นสะเทือนต่างๆ ได้ด้วย เชื่อมต่อด้วยแจ็ค 3.5 มม. แบบ TRS สำหรับกล้องหรือ TRRS เข้ากับสมาร์ทโฟนก็ได้ ค่า Frequency response อยู่ที่ 35-18KHz +/-3dB ดังนั้นถ้าใครอยากเริ่มเป็น YouTuber หาไมค์มาต่อกล้องสักตัว มาเริ่มต้นจากไมค์ Boya ตัวนี้ก่อนได้เลย

สเปคของ Boya BY-MM1
  • ไมค์ Shotgun รับเสียงแบบ Cardioid มี Shock mount และ Wind shield แถมมาให้
  • เชื่อมต่อด้วยแจ็ค 3.5 มม. แบบ TRS สำหรับกล้องหรือ TRRS เข้ากับสมาร์ทโฟน
  • Frequency response อยู่ที่ 35-18KHz +/-3dB
  • ราคา 891 บาท (Boya Thailand)
2. Saramonic Vmic Mini (2,150 บาท)

Saramonic Vmic Mini 11

ถัดมาเป็นแบรนด์ระดับโลกที่ครีเอเตอร์หลายๆ คนน่าจะได้ยินชื่อผ่านหูอยู่เป็นระยะๆ อย่าง Saramonic โดยผู้เขียนแนะนำเป็น Saramonic Vmic Mini รุ่นใช้งานง่าย แค่ต่อเข้า Hot shoe ของกล้องแล้วก็ใช้งานได้เลย หรือถ้าต่อสมาร์ทโฟนหรือคอมก็เอาแจ็ค 3.5 มม. ในกล่องมาต่อคอมหรือสมาร์ทโฟนได้เลย สเปคเป็นไมค์แบบ Shotgun รับเสียงแบบ Cardioid (Uni-directional) มีฟองน้ำหุ้มป้องกันเสียงรบกวนติดมาให้ในแพ็คเกจ ส่วนค่า Frequency Range อยู่ที่ 75Hz – 20kHz ±3dB ซึ่งถ้าใครเป็นสายเน้นง่ายต่อกล้องเป็นหลักแล้วเน้นง่าย ก็แนะนำให้เอาไมค์ตัวนี้ไปต่อกล้องอัดเสียงตอนถ่าย Vlog ได้เลย

สเปคของ Saramonic Vmic Mini
  • ไมค์ Shotgun รับเสียงแบบ Cardioid มีฟองน้ำลดเสียงรบกวนแถมมาให้
  • ต่อเข้า Hot shoe ของกล้องหรือต่อแจ็ค 3.5 มม. เข้ากับสมาร์ทโฟนแล้วใช้งานได้เลย
  • Frequency response อยู่ที่ 75Hz – 20kHz ±3dB
  • ราคา 2,150 บาท (ZoomCamera)
3. BOYA BY-BM3030 (2,400 บาท)

05 6

ไมค์อัดเสียงต่อกล้องรุ่นต่อมาเป็น Boya BY-BM3030 ที่เป็นรุ่นอัพเกรดจากตัวแรก โดยผู้ผลิต เคลมว่าคุณภาพเสียงที่ได้จากไมค์ตัวนี้อยู่ในระดับสตูดิโอเลยทีเดียว ส่วนวิธีใช้งานแค่ต่อเข้า Hot shoe ของกล้องหรือตัวอแดปเตอร์จับมือถือแล้วเสียบแจ็ค 3.5 มม. ใส่แบตเตอรี่ AA x 2 ก้อนก็ใช้งานได้เลย มีฟองน้ำ, Shock mount และ Wind Shield ใส่มาให้ครบถ้วน ตัวไมค์ Shotgun นี้รับเสียงแบบ Super-Cardioid ค่า Frequency Range อยู่ที่ 40-20,000 kHz ± 3dB ซึ่งถ้าใครอยากอัพเกรดคุณภาพเสียงตอนถ่ายคลิปให้ดีขึ้นแต่ไม่ต้องจ่ายแพงเกินไป ผู้เขียนแนะนำว่าขยับมาซื้อ Boya ตัวนี้ไปใช้งานก็ถือว่าเวิร์คเหมือนกัน

สเปคของ Boya BY-BM3030
  • ไมค์ Shotgun รับเสียงแบบ Super-Cardioid มีฟองน้ำ, Shock mount และ Wind Shield แถมมาให้
  • ต่อเข้า Hot shoe ของกล้องแล้วเสียบแจ็ค 3.5 มม. เข้ากับกล้องหรือสมาร์ทโฟนแล้วใส่แบตเตอรี่ AA x 2 ก้อน ก็ใช้งานได้เลย
  • Frequency response อยู่ที่ 40-20,000 kHz ± 3dB
  • ราคา 2,400 บาท (Boya Thailand)
4. RODE VideoMic Go (2,720 บาท)

2 1

ถ้าพูดถึงไมค์อัดเสียง ไม่ว่าจะต่อกับคอม, แท็บเล็ตหรือว่าแบบ Shotgun ต่อกล้องก็ต้องมีแบรนด์ RODE รวมอยู่อย่างแน่นอน โดยรุ่นแนะนำเป็น RODE VideoMic Go ที่ราคาไม่แพงเกินไปแต่สเปคดีเกินตัว ต่อกล้องหรือสมาร์ทโฟนผ่านแจ็คหูฟัง 3.5 มม. แล้วใช้งานได้ทันที ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่อีกด้วย โดยไมค์ Shotgun ตัวนี้จะรับเสียงแบบ Super-Cardioid มีฟองน้ำกันลมแถมมาให้พร้อมใช้งาน ติดเข้ากับกล้องด้วย Cold-shoe ในเซ็ตพร้อมตัวกันสั่นลดเสียงรบกวนจากการสั่นของบอดี้กล้องติดมาในแพ็คเกจด้วย ส่วน Frequency Range อยู่ที่ 100Hz – 16kHz ซึ่งถ้าใครเน้นว่าเอาแบรนด์คุณภาพระดับโลกล่ะก็ RODE ตัวนี้ก็น่าสนใจเป็นอย่างมาก

สเปคของ RODE VideoMic Go
  • ไมค์ Shotgun รับเสียงแบบ Super-Cardioid มีฟองน้ำกันลมแถมมาให้พร้อมตัวกันสั่นลดเสียงจากบอดี้กล้อง
  • ต่อเข้า Cold-shoe ของกล้องแล้วเสียบแจ็ค 3.5 มม. เข้ากับกล้องหรือสมาร์ทโฟนแล้วใช้งานได้เลย
  • Frequency response อยู่ที่ 100Hz – 16kHz
  • ราคา 2,720 บาท (Digital2Home)
5. Sony ECM-GZ1M (3,190 บาท)

sony

ถ้าพูดถึงแบรนด์เรื่องความบันเทิงและเสียงล่ะก็ ต้องมี Sony ร่วมด้วยอย่างแน่นอน โดยไมค์ Shotgun รุ่นที่เลือกมาแนะนำเป็น Sony ECM-GZ1M รุ่นนี้ที่ครีเอเตอร์หลายๆ คนเลือกใช้งานกัน สามารถเลือกโหมดเสียงของไมค์ได้ 2 แบบ ทั้ง Zoom หรือ Gun ทำให้สลับโหมดตอนอัดเสียงได้ตามต้องการ แล้วต่อตัวไมค์ผ่านทาง Multi Interface shoe ของตัวกล้องแล้วใช้งานได้ทันที มีฟองน้ำซับเสียงแถมมาให้ในแพ็คเกจและรองรับ Frequency Response ที่ 150 Hz – 15 kHz เรียกว่าเป็นไมค์ที่เหมาะกับครีเอเตอร์ที่อยากเริ่มจริงจังและเพิ่มคุณภาพงานให้ดีขึ้นเป็นอย่างมาก

สเปคของ Sony ECM-GZ1M
  • ไมค์ Shotgun รับเสียงแบบ Gun หรือ Zoom มีฟองน้ำกันลมแถมมาให้
  • ต่อเข้า Multi Interface shoe ของกล้องแล้วใช้งานได้เลย
  • Frequency response อยู่ที่ 150 Hz – 15 kHz
  • ราคา 3,190 บาท (Sony Thailand)
6. Sennheiser MKE 200 (3,745 บาท)

ถัดมาที่แบรนด์เจ้าแห่งหูฟังและเสียงเพลงอย่าง Sennheiser เองก็มีไมค์อัดเสียงสำหรับต่อกับกล้องให้เลือกซื้อด้วย เป็นรุ่น Sennheiser MKE 200 ตัวนี้ที่ดีไซน์ดูเท่มีสไตล์ เชื่อมต่อง่ายผ่านทางแจ็ค 3.5 มม. ก็ใช้งานได้ทันที มีสายแบบ TRS ของกล้องและ TRRS สำหรับสมาร์ทโฟนติดมาให้ครบทั้งสองเส้น โดยตัวไมค์ Shotgun นี้ จะรับเสียงแบบ Super-Cardioid ต่อเข้ากับ Hot shoe ของกล้องแล้วใช้งานได้เลย รองรับ Frequency Response ที่ 40 Hz – 20 kHz ซึ่งถ้าใครอยากได้ไมค์ Shotgun ตัวนี้เอาไว้ใช้อัพเกรดคุณภาพเสียงตอนทำงานหรืออัดคลิปล่ะก็ แนะนำให้ซื้อเอาไว้ใช้งานได้เลย ส่วนไมค์นี้จะไม่มีโฟมหุ้มภายนอกเนื่องจากทาง Sennheiser จัดการบุโฟมเอาไว้อย่างแน่นหนาภายในตัวไมค์แล้ว ดังนั้นใครที่อยากใช้ก็สามารถต่อกล้องแล้วใช้งานได้เลย

สเปคของ Sennheiser MKE 200
  • ไมค์ Shotgun รับเสียงแบบ Super-Cardioid 
  • รองรับการเชื่อมต่อผ่านแจ็ค 3.5 มม. แบบ TRS, TRRS ต่อเข้า Hot shoe ของกล้องแล้วใช้งานได้เลย
  • Frequency response อยู่ที่ 40 Hz – 20 kHz
  • ราคา 3,745 บาท (Fotofile Shopee Official)

สรุปสเปค 6 ไมค์อัดเสียงติดกล้องน่าโดนไว้ถ่าย Vlog

สำหรับสเปคโดยสรุปของไมค์อัดเสียงทั้ง 6 รุ่นที่เลือกมาแนะนำจะเป็นดังนี้

สเปคไมค์อัดเสียง รูปแบบเสียงและอุปกรณ์เสริม การเชื่อมต่อ Frequency Response ราคา
Boya BY-MM1 เสียงแบบ Cardioid

มี Shock mount กับ Wind shield แถมมาให้

ต่อ Hot shoe ของกล้อง

ต่อแจ็ค 3.5 มม. แบบ TRS, TRRS

35-18KHz +/-3dB 891 บาท
Saramonic Vmic Mini เสียงแบบ Cardioid

มีฟองน้ำลดเสียงรบกวนแถมมาให้

ต่อ Hot shoe ของกล้อง

ต่อแจ็ค 3.5 มม.

75Hz – 20kHz ±3dB 2,150 บาท
Boya BY-BM3030 เสียงแบบ Super-Cardioid

มีฟองน้ำ, Shock mount และ Wind Shield แถมมาให้

ต่อ Hot shoe ของกล้อง

ต่อแจ็ค 3.5 มม.

ใช้ถ่าน AA x 2 ก้อน

40-20,000 kHz ± 3dB 2,400 บาท
RODE VideoMic Go เสียงแบบ Super-Cardioid

มีฟองน้ำและ Shock mount แถมมาให้

ต่อ Cold-shoe ของกล้อง

ต่อแจ็ค 3.5 มม.

100Hz – 16kHz 2,720 บาท
Sony ECM-GZ1M ไมค์ Shotgun ปรับเสียงได้ว่าเป็น Gun หรือ Zoom

มีฟองน้ำกันลมแถมมาให้

ต่อ Multi Interface shoe แล้วใช้งาน 150 Hz – 15 kHz 3,190 บาท
Sennheiser MKE 200 เสียงแบบ Super-Cardioid ต่อ Hot shoe ของกล้อง

ต่อแจ็ค 3.5 มม. แบบ TRS, TRRS

40 Hz – 20 kHz 3,745 บาท

จะเห็นว่าไมค์อัดเสียงในตอนนี้ราคาไม่แพงมากและเริ่มเพียงแค่หลักร้อยเท่านั้นและรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนที่เป็นอุปกรณ์ประจำตัวใครหลายๆ คนได้อีกด้วย ซึ่งถ้าใครอยากเริ่มเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์สายถ่าย Vlog อาจจะเริ่มจากตัวที่ไม่แพงมากและเชื่อมต่อผ่านทางแจ็ค 3.5 มม. ได้ก่อนจะดีที่สุด เพราะใช้งานได้หลากหลายเครื่องและราคาไม่แพงมาก แต่คนที่ต่อกับสมาร์ทโฟนอาจจะต้องหาตัวแปลงจากพอร์ตของสมาร์ทโฟนมาเป็นแจ็ค 3.5 มม. สักหน่อยก็พร้อมทำคอนเทนต์ได้แล้ว


บทความที่เกี่ยวข้อง

mic cover

live cover

mousemat cover

from:https://notebookspec.com/web/616003-6-shotgun-mic-for-camera

ซื้อมายังไม่ครบเดือน Firesprite สตูดิโอใหม่สังกัด PlayStation ซื้อกิจการเพิ่ม ขยายทีมพัฒนา

เมื่อต้นเดือนนี้ เราเห็นข่าว PlayStation Studios ซื้อกิจการ Firesprite สตูดิโอเกมอังกฤษที่สร้าง The Playroom เพื่อเสริมกองทัพผลิตเกมแข่งกับไมโครซอฟท์

เวลาผ่านมาไม่ถึงเดือน Firesprite ประกาศข่าวซื้อกิจการ Fabrik Games สตูดิโอเกมจากอังกฤษอีกแห่ง (Firesprite อยู่ลิเวอร์พูล ส่วน Fabrik อยู่แมนเชสเตอร์) เพื่อผนวกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Firesprite อีกที เพิ่มจำนวนทีมพัฒนาของ Firesprite ให้ใหญ่ขึ้นเป็น 265 คน (เท่ากับว่า PlayStation Studios มีสตูดิโอในสังกัด 14 แห่งเท่าเดิม แต่คนเยอะขึ้น)

Fabrik Games ก่อตั้งเมื่อปี 2014 โดย Graeme Ankers ผู้บริหารของ Firesprite มีผลงานเกมอินดี้ 2 เกมคือ Filthy Lucre และ The Lost Bear (เกมหลังเป็น VR) นอกจากนี้ยังมีบทบาทช่วย Firesprite พัฒนาเกม The Persistence ด้วย เรียกว่าคุ้นเคยกันอย่างดีทั้งในอดีตและปัจจุบัน

No Description

ที่มา – Firesprite, Eurogamer

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/125013