คลังเก็บป้ายกำกับ: SONY

โซนี่เปิดตัวแอพ Apple TV บนสมาร์ททีวีหลายรุ่น เพลิดเพลินไปกับ Apple TV+ และช่อง Apple TV ได้แล้ววันนี้

บริษัท โซนี่ไทย จำกัด ประกาศว่าลูกค้าผู้ใช้ทีวีบราเวียสามารถใช้งานแอพพลิเคชั่น Apple TV[i] บนสมาร์ททีวีบางรุ่นของโซนี่ได้แล้ว โดยลูกค้าสามารถเพลิดเพลินกับคอนเทนต์บน Apple TV+ , ช่อง Apple TV รวมถึงภาพยนตร์ใหม่ๆและภาพยนตร์ที่กำลังได้รับความนิยมมากมาย

โดยสามารถคัดกรองเนื้อหาตามความสนใจและเลือกชมรายการแนะนำได้ ซึ่งแอพพลิเคชั่น Apple TV จะเริ่มเปิดตัวในประเทศไทยวันนี้ สามารถใช้งานได้บนบราเวียซีรี่ส์ X9000H ของโซนี่ที่ผ่านการอัพเดตซอฟต์แวร์แล้วเท่านั้น

sony

แอพพลิเคชั่น Apple TV เป็นช่องทางในการรับชมรายการบันเทิงและภาพยนตร์ที่หลากหลายในที่เดียว มาพร้อม Apple TV+ ซึ่งเป็นบริการวีดีโอแบบสมัครสมาชิกของ Apple นำเสนอรายการต้นฉบับ ภาพยนตร์ และสารคดี โดยนักเล่าเรื่องที่มีความคิดสร้างสรรค์ระดับโลก อาทิ  The Morning Show , See , Defending Jacob , Ted Lasso , Greyhound , The Banker , Boys State และ Beastie Boys Story เป็นต้น

สมาร์ททีวีของโซนี่ จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเนื้อหา และบริการต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ด้วยหน่วยประมวลผลภาพที่ดีที่สุดอย่าง X1™ Processor รวมไปถึงจอแสดงผล TRILUMINOS™ และพลังเสียงที่สมจริง ให้ลูกค้าได้เข้าถึงประสบการณ์ในการรับชมเนื้อหาต่างๆ ดั่งที่ผู้สร้างตั้งใจ ด้วยแอพพลิเคชั่น Apple TV ผู้ใช้สามารถค้นหาเพื่อซื้อ หรือเช่าภาพยนตร์เรื่องใหม่ๆ รวมถึงภาพยนตร์ที่มีความละเอียดระดับ 4K HDR และระบบเสียง Dolby Atmos ตลอดจนเพลิดเพลินกับคำแนะนำเฉพาะบุคคล และสามารถเข้าถึงคลังภาพยนตร์ที่ซื้อจาก Apple ได้

นอกจากนั้นทีวีโซนี่ยังรองรับ AirPlay2 และ HomeKit[ii] ซึ่ง AirPlay2  จะช่วยผู้ใช้สามารถเล่นวิดีโอและเนื้อหาอื่นๆจาก iPhone, iPod หรือ Mac บนสมาร์ททีวีได้โดยตรง ในขณะที่ HomeKit จะช่วยให้ลูกค้าควบคุมสมาร์ททีวีของโซนี่ได้อย่างง่ายดายและปลอดภัยผ่าน Home App หรือการสั่งงาน Siri บนอุปกรณ์ Apple

ลูกค้าสามารถสมัครใช้งาน Apple TV+ บนแอพ Apple TV บนสมาร์ททีวีของโซนี่ หรือผ่านทางอุปกรณ์ iPhone, iPad, Apple TV, iPod touch, Mac และแพลตฟอร์มอื่นๆ รวมถึงสมัครผ่านทาง http://tv.apple.com/th ในราคา 99 บาทต่อเดือน และภายในช่วงเวลาที่จำกัด ลูกค้าที่ซื้อ iPhone, iPad, Apple TV, iPod touch หรือ Mac เครื่องใหม่ จะสามารถรับสิทธิ์ชมApple TV+ ฟรี 1 ปี[iii] ทั้งนี้แอพพลิเคชั่น Apple TV จะเปิดให้บริการบนสมาร์ททีวีของโซนี่ สำหรับรุ่นปี 2018 ในบางรุ่น รวมถึงรุ่นปี 2019 และปี 2020 เกือบทุกรุ่นภายในสิ้นปีนี้

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร. 0-2715-6100 หรือเยี่ยมชม www.sony.co.th และสามารถทดสอบประสิทธิภาพ และซื้อทีวีบราเวียได้ที่ โชว์รูมโซนี่ สโตร์ทุกสาขา ร้านโซนี่ เซ็นเตอร์ และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ



[i] แอพพลิเคชั่น Apple TV จะใช้งานได้เร็ว ๆ นี้ โดยผ่านซอฟท์แวร์เพื่อทำการอัพเดตอัตโนมัติ หรือแมนนวล บนทีวีบราเวีย ของโซนี่ (www.apple.com/apple-tv-app/devices/) ตามภูมิภาค (support.apple.com/HT204411). 

[ii] ต้องรองรับ iOS 12.2 หรือมากกว่า หรือ macOS 10.14.4 หรือมากกว่า และต้องมีบัญชี Apple ID การสมัครสมชิกอาจต้องเข้าสู่บางเนื้อหา รวมทั้งต้องอัพเดท AirPlay firmware ซึ่งจะให้บริการในช่วงปลายปี 2020.[iii] หนึ่งการสมัครสมาชิกต่อกลุ่มการแชร์กันในครอบครัว แผนบริการจะมีการต่ออายุโดยอัตโนมัติจนกว่าจะยกเลิก อาจมีข้อจำกัดและ ข้อกำหนด อื่นๆ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  apple.com/promo

from:https://www.mobileocta.com/sony-released-the-apple-tv-app-on-a-number-of-smart-tvs/

Sony เปิดตัวแอป Apple TV บนสมาร์ตทีวีหลาย รับชมบริการ Apple TV+ และ iTunes ได้แล้ว

Sony เปิดตัวแอป Apple TV บนสมาร์ตทีวีหลายรุ่น เพลิดเพลิ […] More

from:https://www.iphonemod.net/sony-released-apple-tv-apple-on-smart-tv.html

Kratos จาก God of War และ The Mandalorian จะโผล่ใน Fortnite ซีซัน 5

Fortnite เปิดตัวอีเวนท์ Zero-point ซึ่งเป็น Chapter 2 ของซีซัน 5 ไปแล้ว โดนมี Agent Jones เป็นตัวกลางเล่าเรื่อง

และล่าสุดแอคเคาท์ทวิตเตอร์ของ PlayStation โพสต์คลิปเสียงทีเซอร์ที่เป็นเสียง log ส่วนตัวของ Agent Jones ตัวละครจากอีเวนท์ใน Fortnite ซึ่งพูดถึงตัวละครตัวใหม่ที่ปราบก๊อดมาแล้วนับไม่ถ้วน ด้วยมือเปล่าและความโกรธที่ควบคุมไม่ได้

ก่อนที่แอคเคาท์ @hypex จะโพสต์ภาพโปรโมท Fortnite ที่มีตัวละคร Kratos จาก God of War ที่จะมาร่วมอีเวนท์ Zero-point นี้ นอกจากนี้ยังมี Din Djarin (Mando) และ Grogu (Baby Yoda) จาก The Mandalorian ที่จะมาร่วมแจมด้วยเช่นกัน

ที่มา – Polygon, @hypex, @playstation

from:https://www.blognone.com/node/119925

Sony เผยกำหนดการอัปเดต Android 11 ให้กับมือถือ Xperia จำนวน 5 รุ่น ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2021

ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา เราจะไม่ค่อยได้เห็นมือถือ Xperia จากแบรนด์ญี่ปุ่นอย่าง Sony เปิดตัวออกมามากนัก แต่สำหรับสาวกอารยธรรมที่ใช้มือถือของแบรนด์นี้อยู่ ก็เตรียมเฮกันได้ค่ะ เพราะล่าสุดได้มีข้อมูลของกำหนดการสำหรับการอัปเดต Android 11 ให้กับมือถือ Xperia ทั้งหมด 5 รุ่น โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม 2020 ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2021 ค่ะ

สำหรับมือถือรุ่นแรกของ Sony ที่จะได้รับการอัปเดตเป็น Android 11 ก่อนใครก็คือ Xperia 1 II เรือธงที่เปิดตัวไปเมื่อต้นปี 2020 ซึ่งจะได้รับการอัปเดตภายในเดือนธันวาคมนี้ ส่วนรุ่นที่เปิดตัวในปี 2019 อย่าง Xperia 5 II และ Xperia 10 II นั้นคาดว่าได้รับการอัปเดตในช่วงสิ้นเดือนมกราคม 2021 สำหรับมือถือที่เปิดตัวเมื่อปี 2019 อย่าง Xperia 1 และ Xperia 5 อาจจะได้รับการอัปเดตกันในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปี 2021 ค่ะ

รายชื่อ Sony Xperia ที่จะได้รับ Android 11

ธันวาคม 2020

  • Sony Xperia 1 II

มกราคม 2021

  • Sony Xperia 5 II
  • Sony Xperia 10 II

กุมภาพันธ์ 2021

  • Sony Xperia 5
  • Sony Xperia 1

สำหรับรุ่นอื่นๆ ของ Sony อย่าง Xperia 10, 10 Plus, L3, และ L4 ตอนนี้ยังไม่ได้มีการพูดถึงเลย ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะไม่ได้รับการอัปเดตเป็น Andriod 11 ก็ได้ ซึ่งก็น่าเสียดายอยู่นะคะ

Sony Xperia 10 ที่อาจไม่ได้ไปต่อ

ปกติ UI ของ Sony นั้นก็ไม่ได้ตกแต่งอะไรมากมายเหมือนกับแบรนด์อื่นๆ ออกจะเป็นกึ่งๆ Pure Android ด้วยซ้ำไปนะคะ เพราะแบบนี้ทำให้เมื่ออัปเดต Andriod 11 ก็น่าจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรนอกจากเพิ่มลูกเล่นฟีเจอร์ใหม่ที่มีใน Andriod 11 เท่านั้น แต่นั่นก็จะทำให้ตำแหน่งของการแจ้งเตือนและการควบคุมใช้งานง่ายขึ้นด้วยเหมือนกันค่ะ สำหรับคนที่ถือสมาร์ทโฟนที่อยู่ในรายชื่อดังกล่าวและได้ไปต่อก็ยินดีด้วยค่ะ เพราะต้องรอ Android 11 กันอีกไม่นานนี้แล้ว

 

ที่มา : Gizchina via Android Authority

from:https://droidsans.com/sony-reveals-android-11-update/

Xperia เตรียมได้อัพเดต Android 11 หลังเดือนธันวาคมเป็นต้นไป, Xperia 1 II เป็นรุ่นแรก

หน้าข่าวของ Sony ประเทศเยอรมัน เปิดเผยช่วงเวลาการอัพเดต Android 11 ของมือถือ Xperia 1 II, Xperia 5 II, Xperia 1 และ Xperia 5 ว่าจะเริ่มได้รับอัพเดตเวอร์ชั่น Android 11 ตั้งแต่ช่วงใด มีรายละเอียดดังนี้

  • Xperia 1 II – เริ่มได้อัพเดตตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นไป
  • Xperia 5 II – เริ่มได้อัพเดตตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมเป็นต้นไป
  • Xperia 10 II – เริ่มได้อัพเดตตั้งแต่เดือนปลายมกราคมเป็นต้นไป
  • Xperia 5 – เริ่มได้อัพเดตตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป
  • Xperia 1 – เริ่มได้อัพเดตตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป

แต่ละรุ่นจะทยอยได้อัพเดตตั้งแต่ช่วงเวลาที่ระบุเป็นต้นไป แต่อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ก่อนจะได้รับอัพเดตครบทุกเครื่องในทุกภูมิภาค อ่านรีวิวฟีเจอร์ใหม่ๆ ใน Android 11 ระหว่างรอไปพลางๆ ได้ที่นี่

ที่มา – Sony

from:https://www.blognone.com/node/119876

ข้อมูลหลุดจาก Sony ชี้ว่าเกม Single Player ยังมีคนเล่นอยู่ แค่หาเวลาเล่นต่อเนื่องได้ยาก

ก่อนหน้านี้ Sony เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่บน PS5 ที่มีชื่อว่า “Activities” ซึ่งจะแบ่งเนื้อเรื่องหรือเควสต์ย่อยในเกม Single Player มาในรูปแบบการ์ด พร้อมเขียนเวลาในการเคลียร์กำกับไว้ เพื่อให้ผู้เล่นสามารถแบ่งเวลามาเล่นส่วนนั้นได้ง่ายยิ่งขึ้น และกลับมาเล่นหลังจากเว้นไปนานได้ง่าย

โดยมีทั้งคนที่ชอบฟีเจอร์นี้ เพราะสะดวกในการเล่นเป็นช่วงสั้นๆ และคนที่ไม่ชอบฟีเจอร์นี้ เพราะรู้สึกว่าการเล่นย่อยๆ หรือกระโดดข้ามไปมาระหว่างเกม ลดความอินกับโลกของเกมมากเกินไป

เว็บไซต์ Vice ได้รับรายงานหลุดที่ Sony ส่งให้ผู้พัฒนารายหนึ่งที่ไม่เปิดเผยตัวตน อธิบายเหตุผลของฟีเจอร์ “Activities” นี้ โดยในรายงานระบุว่าแม้เกม Multiplayer จะดูเหมือนขายดีกว่า แต่จากข้อมูลของ Sony พบว่าแฟนๆ PlayStation ใช้เวลาเล่นเกม Single Player มากกว่า และเกม Single Player ก็กำลังไปได้สวย แค่ติดปัญหาบางเรื่อง เช่น

  • ผู้เล่นไม่รู้ว่าเล่นเนื้อเรื่องส่วนนี้ต้องใช้เวลาเท่าไร เลยไม่อยากเล่นถ้าไม่มีเวลาว่างมากพอ
  • ถ้าไปต่อไม่ได้ ต้องใช้เวลานานในการดูวิดีโอเฉลย หรือหาข้อมูล
  • ไม่รู้จะคุยกับคนอื่นยังไงโดยไม่สปอยล์เนื้อเรื่อง
  • ไม่ได้เล่นนาน จนลืมว่าก่อนหน้านี้ทำอะไรอยู่ หรือเล่นยังไง

สุดท้ายแล้ว Sony จึงแก้ไขปัญหาเหล่านี้ด้วยการใช้การ์ด “Activities” เข้ามาแบ่งกิจกรรมต่างๆ ในเกมเป็นส่วนย่อย เพื่อพยายามแก้ไขปัญหาเหล่านี้ของเกม Single Player และให้ผู้เล่นเล่นได้มากขึ้นนั่นเอง

ที่มา – Vice via DualShockers

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/119875

REVIEW | รีวิว Xperia 5 II ขนาดพอดีมือ น้ำหนักเบา กล้องถ่ายสนุก แบตอึดกว่าที่คิด

Xperia 5 II สมาร์ทโฟนเรือธงขนาดกะทัดรัดรุ่นล่าสุดจาก Sony โดดเด่นมากเรื่องการจับถือและใช้งานมือเดียว แอปกล้องปรับตั้งค่าได้เยอะ UI น่าใช้งาน พร้อมปุ่มชัตเตอร์แยก ทำให้รู้สึกสนุกกับการถ่ายภาพ แบตเตอรี่อึดสุด ๆ ใช้งานข้ามวันก็ยังไหว จอภาพ OLED 120Hz พร้อมลำโพงคู่ เล่นเกมก็ดี ดูหนังก็เพลิน แถมด้วยประสบการณ์การใช้งานที่ใกล้เคียงกับ pure Android แท้ ๆ ในราคา 28,990 บาท

สเปค XPERIA 5 II

  • จอภาพ :
    – CinemaWide OLED 6.1 นิ้ว, Full HD+ 2520 × 1080 พิกเซล, สัดส่วน 21:9
    – อัตรารีเฟรช 120Hz, อัตราตอบสนองการสัมผัส 240Hz
    – รองรับ HDR
  • ชิป : Qualcomm Snapdragon 865 5G
  • หน่วยความจำ : RAM 8GB + 256GB, รองรับ micro SD card สูงสุด 1TB
  • กล้องหลัง :
    – Wide 12MP (ƒ/1.7), 24 มม.
    – Ultra-wide 12MP (ƒ/2.2), 16 มม.
    – Telephoto 12MP (ƒ/2.4), 70 มม.
    – เลนส์ ZEISS T*
  • กล้องหน้า : 8MP (ƒ/2.0)
  • เครือข่าย : GSM / HSPA / LTE / 5G (ไม่รองรับคลื่นความถี่ 2600 MHz)
  • การเชื่อมต่อ :
    – Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax
    – Bluetooth 5.1
    – GPS, A-GPS, A-Glonass, Beidou, Galileo, QZSS9
    – USB Type-C 3.1
  • เซนเซอร์ : สแกนลายนิ้วมือ (รวมกับปุ่มพาวเวอร์)
  • แบตเตอรี่ : 4000mAh, รองรับชาร์จไว USB Power Delivery (USB PD) 3.0 21W
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 10
  • ความทนทาน :
    – กันน้ำและฝุ่นมาตรฐาน IP65/68
    – Corning Gorilla Glass 6 (ด้านหน้า, ด้านหลัง)
  • ขนาด : 158 × 68 × 8 มม.
  • น้ำหนัก : 163 กรัม
  • สี :  ชมพู,  น้ำเงิน, ◉ ดำ
  • ราคา : 28,990 บาท

อุปกรณ์ภายในกล่อง

Sony ใส่อุปกรณ์พื้นฐานมาให้ในกล่อง Xperia 5 II อย่างครบครัน ได้แก่ สาย USB-C to USB-C สำหรับชาร์จไฟและถ่ายโอนข้อมูล, อะแดปเตอร์แปลงไฟ USB PD (Power Delivery) ขนาด 18W และสุดท้าย หูฟังอินเอียร์รุ่น MH750 ที่ชาวอารยธรรมน่าจะคุ้นเคยกันดี

ไม่มีเข็มสำหรับจิ้มถาดซิมแถมมาให้ เพราะ Xperia 5 II สามารถดึงถาดซิมออกมาได้โดยใช้เพียงแค่เล็บเกี่ยว จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้เข็มจิ้มถาดซิมนั่นเอง ส่วนวัสดุของบรรจุภัณฑ์นั้นทำมาจากกระดาษแข็งแทบทั้งหมด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมดี

เป็นเรื่องน่าเสียดายเล็กน้อยที่ Sony เลือกแถมอะแดปเตอร์แปลงไฟขนาด 18W มาให้ แทนที่จะเป็นตามระดับสูงสุด 21W ที่ Xperia 5 II รองรับ

ดีไซน์ภายนอกและการจับถือ

ความรู้สึกหลังจากที่ได้ลองจับ Xperia 5 II ต้องบอกว่า เป็นอะไรที่สร้างประทับใจได้มากถึงมากที่สุด ด้วยขนาดตัวเครื่องที่เล็ก น้ำหนักที่เบา และเฟรมเครื่องที่โค้งมน ทำให้ทุกอย่างดูลงตัวไปหมด ถือได้กระชับ เข้ามือมาก ๆ ใช้งานมือเดียวได้โดยที่นิ้วโป้งยังคงเอื้อมถึงขอบหน้าจออีกฝั่งได้แบบไม่ต้องฝืนหรือเกร็งเลย งานประกอบทำได้เนี๊ยบ ไม่รู้สึกถึงรอยต่อระหว่างชิ้นส่วนเท่าไหร่ เพราะตรงมุมจะมีความโค้งมนทั้งหมด เต็ม 10 ไม่หัก

ปุ่มกดทั้งหมดของ Xperia 5 II จะมากองรวมอยู่ที่ฝั่งขวา ไล่จากบนลงล่าง ประกอบด้วย ปุ่มปรับระดับเสียง, ปุ่มพาวเวอร์พร้อมเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, ปุ่ม Google Assistant และสุดท้ายคือ ปุ่มชัตเตอร์ โดยส่วนตัวรู้สึกว่า ตำแหน่งของปุ่มโดยรวมจะอยู่ค่อนข้างต่ำ เข้าใจได้ว่า Sony ต้องการออกแบบให้ใช้งานมือเดียวได้ถนัด กดปุ่มต่าง ๆ โดยการขยับเพียงแค่นิ้ว ไม่ต้องขยับทั้งมือ ใช้ไปสักพักคงชินไปเอง

การที่ปุ่มกดทั้งหมดอยู่รวมกันในฝั่งเดียวนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียในคราวเดียวกัน ซึ่งจะพูดถึงในส่วนถัดไป และบริเวณมุมขวาบนของหน้าจอจะมีไฟ LED สำหรับบอกสถานะหรือการแจ้งเตือนมาให้ด้วย

Sony เลือกใช้กระจก Gorilla Glass 6 จาก Corning เป็นวัสดุสำหรับทั้งหน้าจอและฝาหลังของ Xperia 5 II ซึ่งดูเหมือนมีการเคลือบสารลดรอยนิ้วมือมาให้แล้ว แต่หากจับบ่อย ๆ ก็หนีไม่พ้นอยู่ดี รวมถึงเฟรมเครื่องที่เป็นโลหะผิวมันวาวเองก็เช่นกัน ถ้าหงุดหงิดกับอะไรแบบนี้ แนะนำให้หาเคสมาใส่ก็จะดีกว่า

มีหลายคนสงสัยเกี่ยวกับสีของตัวเครื่อง โดยเฉพาะสีชมพู ซึ่งเครื่องที่ผมได้มาก็บังเอิญเป็นสีชมพูพอดี ของจริงสีจะออกหม่น ๆ อมม่วง อมเทา เล็กน้อย หากกระทบกับแสงจะสะท้อนแบบเมทัลลิก ให้ความรู้สึกพรีเมียมและหรูหรา แต่ถ้าไม่โดนแสงตรง ๆ จะเป็นสีแบบพาสเทล สวยไปอีกแบบ ผู้ชายถือได้ไม่มีปัญหาแน่นอน โดย Xperia 5 II รุ่นนี้ยังคงผลิตที่ประเทศไทยบ้านเราเหมือนเดิม แต่ไม่มีการสกรีนบอกเอาไว้ที่ฝาหลังนะครับ

จอภาพและการแสดงผล

Xperia 5 II มาพร้อมกับจอภาพ CinemaWide OLED 6.1 นิ้ว หากดูจากความยาวตามแนวทแยงอาจดูเหมือนเยอะ แต่จริง ๆ แล้วเครื่องไม่ได้ใหญ่อะไรเลย เพราะจอภาพมีสัดส่วน 21:9 ยาวเป็นพิเศษ ด้านกว้างจึงสั้น และหน้าจอขนาดประมาณนี้ถือว่าหาได้ยากมาก ๆ สำหรับสมาร์ทโฟนในสมัยนี้ ยิ่งกับพวกเรือธงด้วยยิ่งแล้วใหญ่

เรื่องสีสันนั้นทำได้ดีตามมาตรฐาน แสดงผลสีดำได้มืดสนิทตามแบบฉบับ OLED โดย Xperia 5 II มีโปรไฟล์การแสดงผลให้เราเลือก 2 รูปแบบ ได้แก่ โหมด Standard สีสดจี๊ดจ๊าด บาดลึกไปทั้งหัวใจ อุณหภูมิสีจะอมฟ้าแบบที่หลายคนน่าจะชอบ (แต่หากไม่ถูกใจก็สามารถปรับเอาทีหลังได้) ส่วนอีกรูปแบบหนึ่งก็คือ โหมด Creator ที่เน้นความถูกต้องเที่ยงตรงของเฉดสี ให้ผู้ใช้งานได้เสพสีสันที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่ผู้ผลิตคอนเทนต์ต้องการจะสื่อมากที่สุด โดยจะรองรับการแสดงผลสีในขอบเขตสเปกตรัม BT.2020 และสีแบบ 10-bit


โหมด Creator เน้นความถูกต้องของสี / โหมด Standard เน้นความสดใสของสี


ปรับอุณหภูมิสีของหน้าจอได้ด้วยนะ

ยิ่งไปกว่านั้น Sony ยังใส่เทคโนโลยี X1 for mobile มาให้กับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ด้วย เมื่อเปิดใช้งานจะเป็นการเพิ่มความสดใสและความคมชัดให้แก่วิดีโอ ฟีเจอร์นี้จะเปิดใช้งานได้เฉพาะโปรไฟล์ Standard ถ้าไม่ชอบก็สามารถปิดได้ตามสะดวก ซึ่งส่วนตัวผมก็ปิดเอาไว้ เพราะรู้สึกว่า เมื่อเปิดใช้งานแล้วภาพวิดีโอมันดูแข็ง ๆ กระด้างแปลก ๆ เพราะมันไปเร่งความคมชัด จนเกิดเป็นเอฟเฟกต์เฮโล (halo effect) ในภาพ ขึ้นเป็นขอบขาว ๆ และคอนเทนต์สมัยนี้ก็มีความคมชัดมากพออยู่แล้ว จนไม่มีความจำเป็นต้องไปยัดเยียดแบบฝืน ๆ เข้าไปอีก

อัตรารีเฟรช 120Hz แสดงผลได้ลื่นไหลเนียนตาสุด ๆ แต่มีจุดสังเกตเล็กน้อยตรงที่ Xperia 5 II มีให้เลือกแค่ 60 Hz กับ 120Hz เท่านั้น ไม่มีโหมด adaptive ที่จะปรับเปลี่ยนอัตรารีเฟรชไปตามสถานการณ์โดยอัตโนมัติ ดังนั้น หากเปิดใช้งาน 120Hz คงต้องทำใจล่วงหน้าเลยว่า มันจะสูบแบตเพิ่มขึ้น


อัตรารีเฟรช 120Hz เลือกได้แค่ เปิด หรือ ปิด

สำหรับมือถือขนาดปกติทั่ว ๆ ไป ผมสามารถแยกความแตกต่างระหว่างความละเอียดจอภาพ Full HD กับ 2K หรือสูงกว่าได้อย่างง่ายดาย แต่กับ Xperia 5 II ที่มีพื้นที่การแสดงผลค่อนข้างเล็ก แม้จะมีความละเอียดระดับ Full HD แต่ความหนาแน่นของจุดพิกเซลก็สูงเกินพอ ระดับ 449 PPI สามารถใช้งานได้โดยไม่ติดขัดอะไรเลย

จากที่ได้ลองใช้งาน Xperia 5 II มาสักระยะหนึ่ง ผมพบกับสิ่งชวนหงุดหงิดในเรื่องจอภาพของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้อยู่ 3 ประการด้วยกัน อันดับแรกคือ ระดับความสว่าง ทั้งต่ำสุดและสูงสุด ซึ่งทำได้ไม่ดีเท่าไหร่นักหากเทียบกับมือถือที่ใช้หน้าจอ OLED เหมือน ๆ กันจากที่ส่วนตัวเคยสัมผัสมา ซึ่งสร้างปัญหาให้กับผมเป็นอย่างมากเมื่อใช้งานกลางแจ้ง ต่อให้ไม่ใช่สภาพที่มีแดดจัดก็แทบมองไม่เห็นอะไรเลย ต้องคอยเอามือมาป้องบังแดดเอาไว้

ผมไม่มีอุปกรณ์สำหรับวัดระดับความสว่าง จึงแอบไปส่องผลทดสอบจากแลปของเว็บต่างประเทศมา พบว่า Xperia 5 II ทำความสว่างสูงสุดได้ประมาณ 530 nit เท่านั้น เป็นค่าความสว่างที่ต่ำมากหากเทียบกับสมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นอื่นที่ทำได้สูงสุดทะลุเกิน 800 nit ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีข่าวลือว่า เรือธงรุ่นต่อไปของ Sony จะได้รับการปรับปรุงในส่วนนี้ ส่วน Xperia 5 II คงต้องรับสภาพกันไป เพราะมันเป็นปัญหาระดับฮาร์ดแวร์ แก้ไขอะไรไม่ได้

อันดับถัดมาคือ การไล่ระดับความสว่างที่ไม่นุ่มนวล แทนที่จะไล่เป็นสเต็ป 1, 2, 3, 4, 5, … อย่างที่ควรจะเป็น แต่ Xperia 5 II กลับกระโดดเป็น 1, 5, 13, 15, 19, … เสียอย่างนั้น ส่วนอันดับสุดท้ายคือ อาการภาพซ้อนแบบแปลก ๆ เมื่อปรับระดับความสว่างต่ำกว่า 10% ลงไป พบได้ทั้ง 60Hz และ 120Hz

กล้องและการถ่ายภาพ

Xperia 5 II มีกล้องหลังจำนวน 3 ตัว ประกอบด้วย กล้องหลัก ความยาวโฟกัส 24 มม. รูรับแสง ƒ/1.7 ซึ่งกล้องนี้จะมีคุณภาพสูงที่สุด + กล้องอัลตร้าไวด์ ให้ภาพมุมกว้าง 124 องศา กว้างเป็นอันดับต้น ๆ ของสมาร์ทโฟน รูรับแสง ƒ/2.2 + กล้องเทเลโฟโต้ ความยาวโฟกัส 70 มม. รูรับแสง ƒ/2.4 ความละเอียด 12 MP ปิดทับด้วยเลนส์ ZEISS T* คุณภาพสูงที่ได้รับการเคลือบผิวมาเป็นพิเศษ ขยับขึ้นมาด้านบนเล็กน้อยจะมีไฟแฟลช LED และเซนเซอร์ RGB-IR สำหรับช่วยประมวลผลไวต์บาลานซ์ให้ถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้น

แอปกล้องของ Xperia 5 II มีด้วยกัน 3 แอป Camera เป็นแอปกล้องพื้นฐานที่ปรับตั้งค่าอะไรแทบไม่ได้เลย เน้นถ่ายง่าย ๆ ไว ๆ ส่วนแอป Photo Pro กับ Cinema Pro เป็นแอปใหม่ Sony ที่พัฒนาโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากกล้องในตระกูล Alpha ของตัวเอง ดังนั้น ทั้งหน้าตา UI การปรับตั้งค่า รวมทั้งเสียงตอนโฟกัสและกดชัตเตอร์ จะเหมือนกับกล้อง Alpha เป๊ะ ๆ เลย ใครชอบถ่ายภาพ บอกเลย ฟินมาก

ในการทดสอบถ่ายภาพ ผมจะใช้แอป Photo Pro ในโหมดออโต้เป็นหลัก ปน ๆ กับเซมิออโต้บางภาพ แต่จะไม่ใช้โหมดแมนนวล เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะใช้งานโหมดนี้ได้เป็น และในบางสถานการณ์อาจไม่ได้มีเวลามากพอให้เรามานั่งปรับตั้งค่าอย่างประณีต









.
ภาพถ่ายจาก Xperia 5 II มีสีสันแนวธรรมชาติ โทนกลาง ๆ ตัวซอฟต์แวร์ไม่ได้บูสต์ความสดมาให้สักเท่าไหร่ ข้อดีคือ เอาภาพไปแต่งต่อได้ง่าย ไดนามิกเรนจ์กว้างพอที่จะตอบรับกับสถานการณ์ทั่วไปได้สบาย ๆ การวัดแสงตัวแบบไวต์บาลานซ์ทำงานได้ดีในสถานการณ์ส่วนใหญ่ น่าจะเป็นอานิสงส์จากเซนเซอร์ RGB-IR ส่วนระบบโฟกัสทั้งแบบปกติและแบบ Eye AF ติดตามดวงตาก็รวดเร็วและแม่นยำไว้ใจได้






.
แม้ว่า Xperia 5 II จะมีไวต์บาลานซ์ที่เชื่อที่ได้ แต่จากภาพตัวอย่างด้านล่าง แสดงให้เห็นว่า เมื่อกับแสงจากหลอดไฟทังสเตน ภาพจะอมเหลือง ๆ ส้ม ๆ ทันที ซึ่งเป็นปัญหาที่สมาร์ทโฟนรุ่นอื่น ๆ ก็เจอเหมือนกัน



.
การถ่ายภาพกลางคืนและในสภาวะแสงน้อย Xperia 5 II พอถู ๆ ไถ ๆ ไปได้ เท่าที่ผมสังเกต Sony เลือกใช้เทคนิคการลากความเร็วชัตเตอร์นาน ๆ ไม่ได้ใช้เทคนิคการรวมภาพ (image fusion) แบบที่ค่ายอื่นนิยมใช้กันในปัจจุบัน ข้อดีคือ ไม่เกิด artifact หรือการเรนเดอร์เพี้ยน ๆ จากการรวมภาพ ส่วนข้อเสียคือ มือต้องนิ่ง ไม่อย่างนั้นภาพที่ถ่ายออกมาจะเบลอ ไดนามิกเรนจ์แคบกว่า และต้องรอประมวลผลนาน


ไดนามิกเรนจ์เมื่อถ่ายในสภาวะแสงน้อยมีจำกัด เพราะไม่มี image fusion


เมื่อเจอกับสภาวะแสงน้อย Xperia 5 II จะพยายามเกลี่ยนอยส์ให้เนียน ภาพจึงขาดความคมชัดและรายละเอียด

เลนส์อัลตร้าไวด์มีซอฟต์แวร์แก้ความบิดเบี้ยวที่ดี แทบไม่รู้สึกถึงความบวมของภาพเลย เก็บงานได้เนียนกริบ ซึ่ง Sony ได้ให้อิสระแก่เราในการตั้งค่าตรงนี้ สามารถเลือกปิดการแกไขความบิดเบี้ยวได้ มุมมองจะกว้างขึ้นอีกสเต็ป แต่ภาพก็จะป่อง ๆ บวม ๆ ตามข้อจำกัดของเลนส์


เลนส์อัลตร้าไวด์ ปิดการแก้ไขความบิดเบี้ยว


เลนส์อัลตร้าไวด์ เปิดการแก้ไขความบิดเบี้ยว


เปรียบเทียบความกว้างของภาพกับเลนส์หลัก

เลนส์เทเลโฟโต้ของ Xperia 5 II มีความยาวโฟกัสเทียบเท่า 70 มม. ซึ่งเป็นระยะที่ทับซ้อนกับระยะซูมไกลสุดแบบดิจิทัลของเลนส์หลัก เอาจริง ๆ ผลลัพธ์ที่ออกมาแทบไม่แตกต่างกันเลย ผมจึงคิดว่า หาก Sony ขยับความยาวโฟกัสขึ้นเป็น 85 มม., 100 มม. หรือ 135 มม. ดูจะเป็นอะไรที่มีประโยชน์มากกว่า


เลนส์เทเลโฟโต้ มีทางยาวโฟกัสทับซ้อนกับการซูมแบบดิจิทัลของเลนส์หลัก


ภาพนี้ถ่ายด้วยเลนส์เทเลโฟโต้ ซูมดิจิทัลไปที่ 100 มม. ผลลัพธ์พอรับได้ ไม่ถึงกับแย่มาก

Xperia 5 II ไม่มีเลนส์มาโครสำหรับถ่ายภาพระยะใกล้ แต่เลนส์หลักและเลนส์อัลตร้าไวด์ต่างก็มีระยะโฟกัสที่ค่อนข้างใกล้ ประมาณ 8.5 ซม. และ 8 ซ.ม. ตามลำดับ พอแก้ขัดได้บ้างในระดับหนึ่งหากจำเป็นต้องใช้งานขึ้นมาจริง ๆ


ไม่มีเลนส์มาโคร แต่สามารถใช้เลนส์หลักแก้ขัดได้โดยการซูมถ่าย

การถ่ายภาพแบบ burst shooting เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของ Xperia 5 II หากถ่ายด้วยเลนส์หลักจะสามารถล็อกโฟกัสและความสว่างของวัตตุขณะถ่ายรัว ๆ ได้ที่ความเร็วสูงสุด 20 fps จำนวนสูงสุด 200 ภาพ (หากอยากถ่ายต่อ ต้องกดชัตเตอร์ใหม่) เอาไว้ถ่ายสิ่งที่เคลื่อนไหวเร็ว ๆ หรือคาดเดาไม่ได้ เช่น ถ่ายเด็กเล็ก ถ่ายสัตว์เลี้ยง หรือถ่ายกีฬา เป็นต้น การใช้งานโหมดนี้ต้องแลกมาด้วยสีสันและรายละเอียดของภาพที่ด้อยลงไปกว่าการถ่ายปกติ และไม่สามารถบันทึกภาพเป็นไฟล์ RAW ได้ แต่ผมกลับชอบนะ สีภาพจะซีด ๆ เฟด ๆ คอนทราสต์ต่ำมาก เหมือนภาพจากกล้องฟิล์มไม่มีผิด

ปัญหาเรื่องความร้อนที่หลายคนกังวลกัน แม้ยังร้อนอยู่บ้าง แต่กล้องไม้ตัด เครื่องไม่ดับ แอปไม่เด้งแล้ว ส่วนเรื่องประมวลผลช้า ยังคงมีอยู่สำหรับภาพถ่ายกลางคืน ต้องรอสักอึดใจใหญ่ ๆ เลยกว่าจะประมวลผลเสร็จและถ่ายภาพต่อได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ Sony ควรปรับปรุง

ข้อเสียหลัก ๆ เกี่ยวกับแอปถ่ายภาพของ Xperia 5 II คือ เมื่อเราปรับตั้งค่าอะไรเอาไว้ แล้วละออกจากหน้าจอ เช่น เรียกดูภาพ สลับไปแอปอื่น หรือออกมาหน้าจอโฮม พอกลับเข้าแอปกล้องอีกที ระยะการซูมที่เราตั้งค่าเอาไว้จะถูกรีเซตหายไปหมด กลับมาเป็นระยะดั้งเดิมของเลนส์นั้น ๆ ยิ่งกับแอป Camera พื้นฐาน ยิ่งแล้วใหญ่เลย เพราะจะเด้งกลับมาเป็นเลนส์หลักเสมอ เป็นอีกจุดหนึ่งที่ Sony ควรแก้ไขแบบด่วน ๆ


หน้าตาอินเทอร์เฟซภายในแอป Photo Pro


เมื่อตั้งค่าระยะการซูมไว้แล้วสลับไปหน้าจออื่นหรือเปลี่ยนโหมดการถ่ายภาพ การตั้งค่าจะถูกรีเซต

นอกจากนี้ ผมพบว่า การสลับกล้องแต่ละตัวขณะถ่ายภาพนั้นทำได้ช้า ราวกับว่า กล้องตัวที่เหลืออื่น ๆ ไม่ได้มีการสแตนด์บายเอาไว้ให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา พอสลับกล้องทีก็ต้องรอให้กล้องเปิดการทำงานใหม่ ทำให้ขาดความต่อเนื่องในการใช้งาน

กลับมาเรื่องของปุ่มกด ตามที่ค้างคาไว้ด้านบน ข้อดีของการที่ Xperia 5 II มีปุ่มอยู่ฝั่งเดียวกันทั้งหมด คือ เมื่อถ่ายรูปในแนวนอนแล้วต้องวางโทรศัพท์ราบไปกับพื้น จะวางได้ระนาบพอดีโดยไม่มีปุ่มจากอีกฝั่งมารบกวน เช่น หากเป็นปุ่มปรับระดับเสียง ก็อาจลั่นไปโดนกลายเป็นกดถ่ายรูปได้โดยไม่ตั้งใจ แต่ทั้งนี้ก็มีข้อเสียเหมือนกัน คือ Xperia 5 II จะเจอปัญหาเมื่อใช้งานกับขาจับสมาร์ทโฟนสำหรับยึดกับขาตั้งกล้องทั่วไป เพราะปุ่มเรียงติดกันเป็นพืด จนไม่มีที่ว่างเหลือพอสำหรับหนีบ

ระบบเสียงและการฟังเพลง

Xperia 5 II มีลำโพงคู่สเตอรีโอแบบหันหน้าเข้าหาผู้ใช้งาน เวลาฟังเพลงที่มีการแพนเสียงจากซ้ายไปขวา (หรือขวาไปซ้าย) จะรู้สึกได้ในทันที ข้อดีคือ สามารถปรับระดับเสียงได้ละเอียดยิบถึง 30 ระดับ แต่ข้อเสียก็มีเหมือนกัน คือ เสียงเบามากและมีความอู้อี้พอสมควร เหมือนเสียงไปอุดอยู่ข้างในเครื่อง ส่งผลให้ฝาหลังสั่นมากเมื่อเปิดลำโพงด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานนมือถือ Sony บ่นกันมาหลายรุ่นแล้ว และใน Xperia 5 II ก็ยังคงมีปัญหาดังกล่าวอยู่ ส่วนแจ็กหูฟัง 3.5 มม. ในรุ่นนี้ไม่ได้ถูกตัดหายไปไหน

การฟังเพลงผ่านหูฟังนั้นทำได้ดีไม่มีปัญหาอะไร ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อผ่านสายหรือไร้สายก็ตาม Xperia 5 II มีเทคโนโลยีด้านเสียงเด่น ๆ 2 อย่าง คือ DSEE Ultimate โดยจะเป็นการนำ AI เข้ามาช่วยเพิ่มคุณภาพไฟล์เพลงธรรมดาให้เทียบเท่า Hi-Res และ 360 Reality Audio ฟอร์แมตเสียงสามมิติรูปแบบใหม่ ให้ประสบการณ์ที่แปลกแหวกแนว แต่อย่างหลังหูฟังกับแอปก็ต้องรองรับด้วยนะครับ ถึงจะใช้ได้



นอกจากนี้ Xperia 5 II ยังมีลูกเล่นเก๋ ๆ อย่าง Dynamic Vibration เมื่อเราเล่นเกม ฟังเพลง หรือดูหนัง ตัวเครื่องจะสั่นไปตามจังหวะ คล้ายระบบสั่นบนจอย DUALSHOCK ของเครื่อง PlayStation เลย สนุกไปอีกแบบ

ประสิทธิภาพการใช้งานและอินเทอร์เฟซ

Xperia 5 II ขับเคลื่อนด้วย Snapdragon 865 ชิประดับไฮเอนด์จาก Qualcomm ซึ่งเป็นชิปที่ทรงพลังที่สุดของ Android ในปัจจุบันแล้ว แรงสุดขีด ลื่นหัวทิ่ม เป็นรองแค่ Snapdragon 865+ นิดหน่อยเท่านั้น หัวข้อนี้จึงไม่มีอะไรให้พูดถึงมากเท่าไหร่





หน้าตาอินเทอร์เฟซต่าง ๆ ใน Xperia 5 II เหมือน Android แบบดั้งเดิมแทบทุกประการ (stock Android หรือ pure Android) แต่มีการเสริมฟีเจอร์ Side sense เข้าไป สำหรับเรียกใช้งานทางลัดต่าง ๆ โดยการ แตะ 2 ครั้ง เลื่อนขึ้น หรือเลื่อนลง กำหนดค่าทางลัดต่าง ๆ และตำแหน่งกับขนาดของ Side sense เองได้ตามความถนัดของแต่ละคน


ตัวอย่างการใช้งาน Side sense โดยการแตะขอบหน้าจอ 2 ครั้ง


หน้าจอการตั้งค่า Side sense

เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือทำงานได้แม่นยำและรวดเร็ว แต่ด้วยขนาดหน้าสัมผัสที่เล็ก จึงมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่การสแกนที่อาจไม่ครอบคลุมนิ้วมากนัก เวลาบันทึกลายนิ้วมืออาจต้องขยับนิ้ว ซ้าย-ขวา บน-ล่าง หลาย ๆ ตำแหน่ง หรือใช้วิธีการบันทึกลายนิ้วมือเดิมซ้ำ 2 ครั้ง เพื่อเพิ่มความครอบคลุม หากนิ้วเปียกหรือมีคราบมันจะสแกนไม่ติด ต้องเช็ดให้สะอาดก่อน

การเล่นเกม

Game enhancer แบ่งการทำงานออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก คือ ฮับสำหรับรวมเกมทั้งหมดในเครื่องเอาไว้ในที่เดียว ให้เราปรับตั้งค่าเกมต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกได้จากตรงนี้ อีกส่วนหนึ่งเป็นโอเวอร์เลย์ให้เรียกใช้งานขณะกำลังเล่นเกมอยู่

มีให้เลือกปรับได้ 3 โหมด ได้แก่ Performance preferred จัดเต็มสุด สูบแบตสุด, Balanced เน้นสมดุล ระหว่างประสิทธิภาพและอายุแบตเตอรี่, Battery life preferred ลดทอนประสิทธิภาพลง ยืดอายุแบตเตอรี่ให้ยาวนาน และมีโหมด Custom ให้เรากำหนดค่าต่าง ๆ เองได้ด้วย ทั้งอัตรารีเฟรชหน้าจอ อัตราตอบสนองการสัมผัส และความแม่นยำของการติดตามการสัมผัส ปรับแยกกันแต่ละเกม ของใครของมันได้เลย





ในส่วนนี้เราสามารถล็อกอัตรารีเฟรชหน้าจอได้ ต่อให้เกมที่กำลังเล่นไม่รองรับการแสดงผลถึงระดับนั้นก็ตาม ซึ่งมีให้เลือกปรับสูงสุดที่ 240Hz แต่จะเป็นเพียงการจำลองด้วยซอฟต์แวร์เท่านั้นนะครับ ไม่ใช่ 240Hz แท้ เป็นเทคนิคแทรกเฟรมแบบเดียวที่ใช้กันบนทีวีในปัจจุบัน


ปรับอัตรารีเฟรชได้สูงสุด 240Hz แต่เป็นการจำลองด้วยซอฟต์แวร์

ฟีเจอร์ที่เด็ดที่สุดในหัวข้อนี้ ผมยกให้เป็นของ H.S. power control เมื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้ ขณะเล่นเกมไปด้วยเสียบชาร์จไปด้วย แบตจะชาร์จแทบไม่เข้า เสียบทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง แบตขึ้นมาไม่ถึง 5% แต่…เอ๊ะ ! ชาร์จแบตไม่เข้า…แล้วมันจะไปดีได้ยังไง ? ข้อดีของมันก็คือ เครื่องจะไม่ร้อนเลยแม้แต่นิดเดียวครับ ทำให้ประสิทธิภาพการประมวลผลของซีพียูไม่ดร็อปลงขณะเล่นเกม ซึ่ง H.S. ย่อมาจาก Heat Suppression อีกทั้งยังเป็นการช่วยถนอมแบตเตอรี่ไปในตัวด้วย เหมาะสำหรับเกมที่มีการเปิดบ็อตทิ้งไว้มาก ๆ

แบตเตอรี่และการชาร์จ

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมกราคม ปี 2014 Sony ได้เผยโฉมเรือธงรุ่นจิ๋วเป็นครั้งแรก ในนาม Xperia Z1 Compact มาพร้อมกับหน้าจอขนาดมินิ 4.3 นิ้ว แม้จะมีแบตเตอรี่ความจุเพียง 2300mAh แต่ก็ได้รับคำชมเป็นอย่างมากในเรื่องความอึด ซึ่ง Sony ก็รักษามาตรฐานในเรื่องในได้ดีเสมอมาในรุ่นต่อ ๆ ไปหลังจากนั้น รวมถึง Xperia 5 II เองก็ด้วย

ความจุแบตเตอรี่ของ Xperia 5 II ได้รับการอัปเกรดขึ้นรุ่นก่อน จากเดิม 3140mAh เป็น 4000mAh เท่ากับ Xperia 1 II แล้ว ตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตร่วมกับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ผมไม่เคยมีปัญหาเรื่องแบตเตอรี่หมดระหว่างวันเลยแม้แต่ครั้งเดียว เปิดใช้งานฟังก์ชั่นทุกอย่างเต็มที่ไม่มีกั๊ก อย่างแย่ที่สุด เคยออกจากบ้านด้วยแบต 70% และวันนี้ก็ใช้งานเยอะกว่าทุกที แต่ก็ยังเหลือแบตอีก 15% เมื่อกลับถึงบ้าน


แบตอึดมาก สมราคา Sony

ตามข้อมูลระบุว่า Xperia 5 II รองรับการชาร์จไว USB Power Delivery (USB PD) 3.0 สูงสุด 21W แต่อะแดปเตอร์ที่แถมมาในกล่องเป็นแบบ 18W เท่านั้นนะครับ ด้วยอะแดปเตอร์ที่แถมมา Xperia 5 II สามารถชาร์จจาก 0 – 50% ได้ในเวลาประมาณ 35 นาที และชาร์จจาก 0 – 100% ได้ในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง กับอีก 50 นาที หากเทียบกับ Android ระดับท็อปด้วยกันที่ตอนนี้หลาย ๆ รุ่นสามารถชาร์จจาก 0 – 100% ได้ในเวลาต่ำกว่า 1 ชั่วโมง หรือ 1 ชั่วโมงนิด ๆ คงต้องบอกว่า Sony ต้องทำการบ้านเพิ่มอีกพอสมควร

อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ Batter Care ของ Xperia 5 II นั้นเป็นอะไรที่น่าสนใจ หลักการทำงานของมันก็คือ แบ่งการชาร์จออกเป็น 2 เฟส เฟสแรกเป็นการชาร์จด้วยความเร็วระดับเดียวกับปกติ จากนั้นจะหยุดการชาร์จลงเมื่อถึงความจุที่กำหนด 80% หรือ 90% ยิ่งน้อยยิ่งถนอมแบต และจะทำการชาร์จต่อจนเต็ม 100% เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม


ฟีเจอร์ Battery Care ช่วยถนอมแบตเตอรี่ในระยะยาว

ในการตั้งค่าเริ่มต้น Battery Care จะเรียนรู้พฤติกรรมและระยะเวลาการชาร์จของเราและคำนวณเวลาให้เองโดยอัตโนมัติ ซึ่งก็คือ เวลาเข้านอนกับเวลาตื่นของเรานั่นแหละครับ (ชาร์จเต็มก่อนตื่นนอนเล็กน้อย) หรือถ้าใครไม่อยากเสียเวลารอเครื่องเรียนรู้ ก็สามารถตั้งเวลาได้เอง ทั้งเวลาเริ่มต้นและเวลาที่ต้องการให้ชาร์จเต็ม หรือจะเปิดให้ Batter Care ทำงานตลอดเวลา ลิมิตการชาร์จไวที่ 80% หรือ 90% ก็ทำได้เช่นกัน


หลักการทำงานของ Battery Care คือ แบ่งการชาร์จออกเป็น 2 เฟส

วิธีการถนอมแบตในลักษณะนี้มีใช้กันมานานแล้วกับอุปกรณ์ประเภทแล็ปท็อป โดย Sony เคลมว่า เมื่อรวมฟีเจอร์ Battery Care เข้ากับ H.S. power control แล้วล่ะก็ Xperia 5 II สามารถใช้งานกันได้ยาว ๆ 2 ปี โดยที่ไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องแบตเตอรี่เสื่อมสภาพเลยทีเดียว เจ๋งสุด ๆ ไปเลย ยี่ห้ออื่นน่าเอาไปทำตามบ้าง เป็นอะไรง่าย ๆ ที่ให้ผลลัพธ์ดีมาก

การใช้งาน 5G และ 4G VoLTE ในประเทศไทย

Xperia 5 II ยังไม่สามารถใช้งาน 5G ในไทยได้ เพราะไม่รองรับคลื่นความถี่ 2600 MHz (n41) เฉกเช่นเดียวกับ Xperia 1 II อย่างเร็วที่สุดคงต้องรอไปจนถึงช่วงต้นปี 2021 ให้คลื่นความถี่ 700 MHz (n28) ทำการรีฟาร์มกันให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อน เพราะฉะนั้น ตอนนี้ทำได้แค่รอกันไปยาว ๆ ครับ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่อยากแจ้งไว้ให้ทราบกัน คือ  Xperia 5 II หากใส่ 2 ซิมพร้อมกัน จะสามารถใช้งาน 5G ได้แค่ซิมเดียวเท่านั้นนะครับ


มีตัวเลือก 5G ก็จริง แต่ยังใช้งานในประเทศไทยไม่ได้นะ

ส่วน 4G VoLTE เองก็ยังใช้งานไม่ได้เหมือนกัน ซึ่ง Sony ประเทศไทยพึ่งปล่อยอัปเดตปลดล็อกให้ Xperia 1 II ไปหมาด ๆ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา (18 พฤศจิกายน 2020) ซึ่งกว่า Xperia 5 II จะส่งถึงมือผู้พรีออร์เดอร์ในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2020 เป็นต้นไป ถึงตอนนั้นอาจมีอัปเดตออกมาแล้วก็เป็นได้ครับ

สรุปข้อดีและข้อสังเกต Xperia 5 II

ข้อดี

  • ตัวเครื่องขนาดพอดีมือ จับถือถนัด และมีน้ำหนักเบา
  • งานประกอบและวัสดุสมราคา แทบไม่รู้สึกถึงรอยต่อระหว่างชิ้นส่วนเมื่อสัมผัส
  • จอภาพไม่มีติ่ง บาก หรือกล้องเซลฟี่แบบเจาะรูให้รำคาญตา
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ทั้งวันสบาย ๆ ข้ามวันก็ยังพอไหว
  • มีฟีเจอร์ Battery Care ช่วยยืดอายุการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ในระยะยาว
  • H.S. power control ใช้งานได้จริง ควบคุมอุณภูมิขณะเล่นเกมได้อยู่หมัด
  • มีปุ่มชัตเตอร์แยก ถ่ายภาพและเปิดใช้งานกล้องได้สะดวก
  • UI ของ Photo Pro และ Cinema Pro น่าใช้ ปรับแต่งได้เยอะ ทำให้รู้สึกสนุกกับการถ่ายภาพ และสามารถใช้งานมือเดียวได้โดยไม่ติดขัด
  • ระบบโฟกัสติดตามดวงตา Eye AF ทำงานได้รวดเร็วมาก
  • ไวต์บาลานซ์แม่นยำ เชื่อถือได้ และวัดแสงฉลาดในแทบทุกสถานการณ์ แม้แต่ขณะเปิดแฟลช LED
  • มีแจ็กหูฟัง 3.5 มม. กับไฟ LED แสดงสถานะและการแจ้งเตือน ซึ่งหาได้ยากสำหรับสมาร์ทโฟนเรือธงในปัจจุบัน
  • ถอดถาดซิมได้โดยใช้เล็บเกี่ยว ไม่ต้องอาศัยเข็มจิ้ม
  • กันน้ำและฝุ่น IP65/68
  • UI ของระบบ โล่ง สะอาดตา ตอบสนองได้ฉับไว แทบไม่มี bloatware ให้รกเครื่อง

ข้อสังเกต

  • จอภาพไม่สว่าง ไม่สู้แสง มีปัญหาเวลาใช้งานกลางแจ้ง
  • ปรับระดับความสว่างของหน้าจอได้ไม่ละเอียด
  • แสดงผลเป็นภาพซ้อนเมื่อปรับความสว่างหน้าจอต่ำกว่า 10% ทั้ง 60Hz และ 120Hz
  • มีแอปกล้องถึง 3 ตัว อาจสร้างความสับสนให้ผู้ใช้งาน
  • ซอฟต์แวร์ประมวลผลภาพถ่ายในที่แสงน้อยยังตามหลังคู่แข่ง ทำงานได้ช้า และขาดทั้งรายละเอียดและความคมชัด
  • ลำโพงเสียงเบา อู้อี้ และฝาหลังจะมีอาการสั่นเมื่อเปิดลำโพงเสียงดัง
  • รองรับชาร์จไวสูงสุดเพียง 21W
  • อะแดปเตอร์ที่แถมมาในกล่องเป็นขนาด 18W หากอยากใช้งาน 21W เต็มประสิทธิภาพ ต้องซื้อเพิ่มเอง (แต่การใช้งานจริงก็ไม่ต่างกันมากนะ)

Xperia 5 II น่าซื้อไหม แล้วเหมาะกับใคร ?

ส่วนตัวมองว่า Xperia 5 II นั้นเหมาะสำหรับใครก็ตามที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนเรือธงสักรุ่นที่มีขนาดตัวเครื่องเล็กกะทัดรัด ฟีเจอร์การใช้งานครอบคลุมแทบทุกอย่าง มีแอปกล้องที่ดูน่าสนุก ปรับแต่งได้เยอะ ทำให้อยากออกไปถ่ายภาพ

และหากใครอยากลองใช้งาน Pixel มือถือ pure Android จาก Google แต่ไม่อย่างเสี่ยงกับเครื่องหิ้ว Xperia 5 II ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน ให้ประสบการณ์การใช้งานใกล้เคียงกันเลย เสริมด้วยลูกเล่นที่มากกว่าด้วย ถ้ารับได้กับจอภาพที่ไม่ค่อยสว่างและลำโพงที่เสียงอู้อี้นิดหน่อยล่ะก็นะ

Sony ประเทศไทยนำ Xperia 5 II เข้ามาจำหน่ายด้วยกัน 3 สี คือ ชมพู น้ำเงิน และดำ ในรุ่น RAM 8GB + 256GB ค่าตัวอยู่ที่ 28,990 บาท แว่วมาว่า ตอนนี้สินค้าล็อตแรกที่เปิดให้พรีออร์เดอร์ของใกล้หมดแล้ว ใครเล็ง ๆ อยู่ก็รีบกันหน่อยนะ หากมีคำถามหรือข้อสงสัยอะไรเพิ่มเติมก็ทิ้งคอมเมนต์เอาไว้ได้เลยครับ

from:https://droidsans.com/sony-xperia-5-ii-review/

รายชื่อมือถือใหม่ผ่าน กสทช. นำโดย OPPO Reno 5, iPhone 12 มาครบทุกรุ่น, Xperia 5 II และอื่น ๆ อีกเพียบ [ต.ค.-พ.ย. 2020]

หายหน้าหายตากันไปนาน สำหรับรายชื่อมือถือและแท็บเล็ตที่ผ่านการรับรองจาก กสทช. เนื่องจากเว็บไซต์เกิดข้อผิดพลาดหรืออย่างไม่ทราบ จึงไม่มีการอัปเดตรายชื่ออย่างที่ควรจะเป็น แต่ตอนนี้กลับมาเป็นปกติแล้ว เราเลยสรุปมาให้แบบควบ 2 เดือนเลย ตั้งแต่ ตุลาคม – พฤศจิกายน 2020

หมายเลข ตราอักษร แบบ / รุ่น
B38731-20 OPPO CPH2159 (OPPO Reno5)
B38730-20 NOKIA TA-1314
B38718-20 realme RMX2111 (realme 7 5G)
B38706-20 TECNO KE5j (SPARK6 GO)
B38705-20 TECNO KE6j (SPARK6 AIR)
B38704-20 Motorola XT2075-3 (moto g 5G Plus)
B38693-20 OnePlus BE2029 (OnePlus Nord N10 5G)
B38692-20 Apple A2072 (iPad)
B38688-20 Motorola XT2095-3 (moto e(7))
B38686-20 Apple A2399 (iPhone 12 mini)
B38685-20 Apple A2411 (iPhone 12 Pro Max)
B38683-20 Wiko W-K211 (Sunny5 Lite)
B38679-20 SAMSUNG SM-A025F/DS (Galaxy A02s)
B38678-20 SONY Xperia 5 II (XQ-AS72)
B38656-20 Apple A2407 (iPhone 12 Pro)
B38655-20 Apple A2403 (iPhone 12)
B38654-20 NOKIA TA-1294
B38653-20 SAMSUNG SM-A426B/DS (Galaxy A42 5G)
B38636-20 Apple A2376
B38634-20 Apple A2429 (iPad)
B38633-20 Apple A2375
B38630-20 OPPO CPH2185 (OPPO A15)
B38626-20 Apple A2356
B38625-20 Apple A2355
B38617-20 realme RMX2121 (realme X7 Pro 5G)
B38616-20 NOKIA TA-1288
B38613-20 OnePlus KB2003 (OnePlus 8T 5G)
B38611-20 OPPO CPH2121 (OPPO A93)
B38610-20 MI M2007J3SY (Mi 10T)
B38609-20 MI M2007J3SG (Mi 10T Pro)
B38607-20 OPPO CPH2137 (OPPO A33)
B38605-20 realme RMX2163 (realme narzo 20 Pro)
B38604-20 vivo V2025 (V20)

Apple

หากดูจากรายชื่อด้านบนจะเห็นได้ว่า มีรายชื่ออุปกรณ์ของ Apple อยู่ถึง 10 รายการด้วยกัน เป็นจำนวนที่มากที่สุดเลย โดยใน 10 รายการนี้ แบ่งเป็น iPhone 12 4 รุ่น, iPad 2 รุ่น และ Apple Watch 4 รุ่น ดังนี้

  • iPhone 12 / iPhone 12 mini / iPhone 12 Pro / iPhone 12 Pro Max
  • iPad Air 4 / iPad 8th gen
  • Apple Watch Series 6 (40 มม., 44 มม.) / Apple Watch SE (40 มม., 44 มม.)


iPhone 12 ทั้ง 4 รุ่น

Samsung

มือถือจาก Samsung คราวนี้มีด้วยกัน 2 รุ่น คือ Galaxy A02s ที่พึ่งเปิดตัวไปสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อวันก่อนที่ต่างประเทศ ในราคาประมาณ 5,000 กว่าบาท แต่ให้กล้องหลังมากถึง 4 ตัว แบต 5000mAh แถมหน้าจอยังใหญ่ถึง 6.5 นิ้ว อีกต่างหาก


Galaxy A02ss

ส่วนอีกรุ่น คือ Galaxy A42 5G สมาร์ทโฟน 5G ในราคาไม่ถึงหมื่น แค่ 11,990 บาท คุ้มสุด ๆ ไปเลย สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วย Snapdragon 750G จาก Qualcomm มีหน้าจอแสดงผล sAMOLED ขนาด 6.6 นิ้ว กล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุด 48MP แบตเตอรี่ความจุ 5000mAh แถมยังรองรับชาร์จไว 15W อีกด้วยนะ

Vivo

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกันยายน Vivo V20 SE ติดโผมาในรายชื่อของ กสทช. และวางขายไปแล้วในราคาที่น่าสนใจมาก ๆ เพียง 8,699 บาท เช่นเดียวกับ Vivo V20 Pro 5G ที่วางขายไปแล้วเช่นกัน ในราคา 14,999 บาท ส่วนคราวนี้ตามมาอีกรุ่นหนึ่งในซีรีส์เดียวกัน นั่นก็คือ พี่คนกลาง Vivo V20 นั่นเอง ซึ่ง Vivo เคลมว่า จุดเด่นของมือถือรุ่นนี้คือ เป็นมือถือ 5G ที่บางที่สุดในโลก


Vivo V20

OPPO

OPPO ไม่น้อยหน้าใครเหมือนกัน มีมือถือผ่าน กสทช. ด้วยกันถึง 4 รุ่น ได้แก่ OPPO A15, OPPO A33, OPPO A93 และปิดท้ายด้วยรุ่นที่น่าสนใจที่สุดอย่าง OPPO Reno 5 ที่ยังไม่ได้มีการเปิดตัวที่ไหนมาก่อน แต่ก็ดันมีรายชื่อโผล่มากับเค้าด้วยเหมือนกันเสียอย่างนั้น


OPPO Reno 4

ตามข้อมูลจาก TENAA (กสทช.ประเทศจีน) ทำให้เรายืนยันได้ว่า สมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะมาพร้อมกับจอภาพขนาด 6.43 นิ้ว แบตเตอรี่ความจุ 4200mAh รองรับชาร์จไว 65W ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ ColorOS บน Android 11

realme

ฝั่ง realme เองก็ไม่น้อยหน้า ยกขบวนมาทั้ง realme 7 5G, realme X7 Pro 5G และสมาร์ทโฟนในซีรีส์ใหม่ของตัวเองอย่าง narzo 20 Pro ซึ่งทั้ง 3 รุ่นนี้ก็เปิดตัวและวางจำหน่ายกันไปครบหมดแล้วครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง realme 7 5G ที่ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงเปิดให้พรีออร์เดอร์ มีทั้งของแถมและสิทธิพิเศษมากมายเลย


realme 7 5G

Xiaomi

ต่อกันด้วย Xiaomi ที่ทำเอาตลาดแทบแตกไปเมื่อเดือนก่อน กับ Mi 10T และ Mi 10T Pro ซึ่งมาพร้อมกับโปรฯ สุดเดือด แถมฟรี เครื่องเกม Nintendo Switch ให้กับผู้ที่สั่งจองเป็นลำดับแรก ๆ แค่ของแถมชิ้นนี้เพียงชิ้นเดียวก็มีมูลค่า 70-80% ของตัวเครื่องเข้าไปแล้ว เห็นแบบนี้แล้วใครเล่าจะไปอดใจไหว


Mi 10T Pro

Nokia

ถัดมากับ Nokia ที่ช่วงนี้เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง สำหรับชื่อรหัส TA-1288 ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นใด ส่วนอีก 2 รุ่นที่เหลือคือ Nokia 6300 4G ฟีเจอร์โฟนรุ่นใหม่ล่าสุด กับ Nokia C1 Plus ที่มีกำหนดการจะเปิดตัวช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ แต่ยังแทบไม่มีข้อมูลด้านตัวเครื่องเลย

Motorola

ต้นเดือนพฤศจิกายน Motorola ได้เปิดตัว moto razr 5G, moto g9 plus, moto g9 play รวมทั้ง moto g 5G plus ที่มีรายชื่ออยู่ในลิสต์ด้านบน เป็นจำนวนทั้งหมด 4 รุ่น พร้อมกันในคราวเดียว


moto e7

ดูเหมือนว่า Motorola ประเทศไทยยังไม่หนำใจพอ เพราะมีโผล่รายชื่อของ moto e7 ตามมาอีกรุ่นด้วย โดยสมาร์ทโฟนรุ่นนี้โดดเด่นในเรื่องของกล้องถ่ายภาพและความอึดของแบตเตอรี่ หากอ้างอิงจาก moto e รุ่นก่อน ๆ แล้วทำให้คาดเดาได้ว่า moto e7 จะมีราคาไทยไม่เกิน 4,000 บาท

OnePlus

OnePlus 8T 5G เรือธงที่ขับเคลื่อนด้วยชิป Snapdragon 865 มาพร้อมกล้องหลังจัดเต็ม 4 ตัว ความละเอียด 48MP จอภาพ Fluid AMOLED 120Hz และแบต 4500mAh รองรับ Warp Charge 65W เคาะราคาไทย 24,990 บาท

ส่วนอีก 2 รุ่นที่เหลือ คือ Nord N10 5G ตามที่ปรากฏในรายชื่อด้านบน และ Nord N100 5G เองก็มาเหมือนกัน แต่ไม่แสดงชื่อบนหน้าเว็บไซต์ ซึ่ง Nord 10 5G ได้ประกาศวันเปิดตัวในไทยแล้ว วันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ แต่ยังไม่มีการบอกราคาครับ


OnePlus Nord N10 5G

รายชื่อสมาร์ทโฟนทั้งหมดข้างต้น บางรุ่นก็อาจมีการขายวางในไทยไปแล้ว หรือบางรุ่นก็ยังไม่วางขาย ปะปนกันไป ใครสนใจรุ่นไหนก็สามารถคลิกเข้าไปดูรายละเอียดตามลิงก์ได้ นอกจากนี้ยังมีมือถือรุ่นอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกบางส่วย อาทิ Xperia 5 II เรือธงรุ่นปลายปีจาก Sony ที่มีขนาดตัวเครื่องกะทัดรัดสุด ๆ โดดเด่นทั้งภาพ เสียง และความบันเทิง เปิดให้สั่งจองกันไปแล้วในราคา 28,990 บาท หรือแม้แต่ Wiko Sunny5 Lite สมาร์ทโฟนรุ่นจิ๋วที่เปิดตัวไปแบบเงียบ ๆ กับแบรนด์ที่หลายคนอาจไม่คุ้นหูกับ TECNO ที่มีทั้ง SPARK6 AIR และ SPARK6 GO

 

from:https://droidsans.com/nbtc-new-phones-oct-nov-2020/

ซีอีโอ PlayStation บอกแม้ไม่มีโรคระบาด PS5 ก็น่าจะขาดตลาดเหมือนเดิม

Jim Ryan ซ๊อีโอของ PlayStation เริ่มเดินสายให้สัมภาษณ์หลังเปิดตัว PS5 และล่าสุดก็ไปให้สัมภาษณ์กับสื่อรัสเซีย ใจความตอนหนึ่งเขาถูกถามว่าถ้าไม่มี COVID-19 สถานการณ์ PS5 จะเป็นอย่างไรบ้าง

Jim ตอบว่าจะไม่มีอะไรเปลี่ยน ทั้งในเชิงฮาร์ดแวร์และฟีเจอร์ ส่วนเรื่องจำนวนที่ขายนั้นเขาคาดว่าถ้าไม่มีโรคระบาดก็อาจมีเครื่องมากกว่านี้เล็กน้อย แต่ก็คงไม่มากนัก ขณะเดียวกันเจ้าตัวก็พูดด้วยว่าปีที่ผ่านมาสาหัสมาก ๆ และสิ่งหนึ่งที่เขาเรียนรู้คือ เขาไม่มีวันที่จะแพลนเปิดตัวคอนโซลใหญ่ท่ามกลางโรคระบาดอีกแล้ว และก็ไม่แนะนำให้ใครทำด้วย เพราะมันยากและท้าทาย โดยเฉพาะฝั่งโรงงานผลิต

ที่มา – Tass via Engadget

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/119770

Phil Spencer เผยที่ Xbox ออก Series X และ S เพราะรู้ว่าโซนี่จะออก PS5 สเปคเดียว

Phil Spencer ให้สัมภาษณ์กับพ็อดแคสต์รายการ Decode ของ The Verge มีคำถามหนึ่งเจ้าตัวถูกถามถึงสาเหตุที่ออกคอนโซลพร้อมกัน 2 รุ่น ซึ่ง Phil ก็บอกว่าเหตุผลเป็นเพราะโซนี่

Phil ขยายความว่า เพราะทีม Xbox คิดว่าโซนี่น่าจะออกรุ่นเดียวคือรุ่นท็อปและ Xbox ต้องการจะเจาะตลาดเกมเมอร์ให้ได้กว้างกว่าโซนี่ เลยทำคอนโซลที่ราคาเข้าถึงได้ง่ายมากกว่าออกมา แนวคิดของทีม Xbox คือแค่ต้องกาทำให้บริการหรือสินค้าของตัวเองเข้าถึงได้ง่ายและด้วยจำนวนลูกค้าที่มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้นแนวคิดในการออก Xbox Series X คือแนวคิดเดียวกับการทำ xCloud, Game Pass และ Xbox All Access

หลังจากนั้น Phil ถูกถามต่อว่าด้วยไลน์อัพทั้ง Series X, Series S, xCloud, Game Pass Ultimate จะทำให้เกมเมอร์เข้าใจว่าแต่ละตัวต่างกันแค่ไหน ซึ่ง Phil ตอบว่าในส่วนฮาร์ดแวร์ เกมเมอร์เข้าใจได้ไม่ยากด้วยราคา 500 เหรียญและ 300 เหรียญของ Seried X/S ไม่เหมือนไลน์อัพ iPhone ตัวเขาเองแยกแยะไม่ได้ว่าแต่ละรุ่นต่างกันยังไง

ส่วน Game Pass นั้น Phil ไม่ได้ตอบตรง ๆ แต่บอกแนวคิดว่าต้องการให้เกมเมอร์รู้สึกผูกอยู่กับชุมชนและความเป็นสมาชิกของ Xbox ไม่ว่าจะเล่นบนพีซี คอนโซลหรือมือถือ ประมาณว่าเมื่อเกมเมอร์ถูกถามว่าเล่นเกมเครื่องไหน เขาก็อยากให้ตอบว่า เล่นบน Xbox

ที่มา – The Verge

from:https://www.blognone.com/node/119769