คลังเก็บป้ายกำกับ: Software

Kali linux 2020.1 ออกแล้ว

Offensive Security ได้ประกาศออก Kali linux 2020.1 แล้ว โดยมีการอัปเดตความสามารถใหม่หลายด้านเพิ่มเติมจาก 2019.4 ที่ผ่านมา

อัปเดตใหม่มีดังนี้

  • มี Image สำหรับติดตั้งตัวเดียวที่ใช้ได้กับทุก Desktop Environment เช่น Xfce, GNOME, KDE, MATE หรือ LXDE โดยในระหว่างการติดตั้งจะเปิดให้ผู้ใช้สามารถเลือกเครื่องมือและ Desktop ที่ต้องการได้
  • ปรับ Default Account เป็น non-root user จากเมื่อก่อนที่จะมี Root เป็น Default User โดยทีมงานสังเกตว่ามีผู้ใช้จำนวนมากนำ Kali linux ไปใช้เป็น OS หลักและไม่ได้ใช้ Default Root จึงสรุปว่าไม่ต้องมีก็ได้ ประกอบกับเครื่องมือด้านความมั่นคงปลอดภัยจำนวนมากตอนนี้ไม่ต้องอาศัย Root เพื่อเข้าถึงฟีเจอร์แล้วด้วย
  • NetHunter (Penetration tool for Android) สามารถรันบน Android โดยที่ไม่ต้อง Root เครื่องได้แต่มีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ไม่รองรับ WiFi Injection และ HID Attack และอื่นๆ ติดตามเพิ่มเติมได้ที่นี่
  • ปรับปรุงโหมด Undercover หรือโหมดเลียนแบบหน้าตาของ Windows 10 ซึ่งออกมาในเวอร์ชัน 2019.4 ให้มีความเนียนมากขึ้น 

ผู้สนใจสามารถติดตามฟีเจอร์ทั้งหมดได้ที่นี่

ที่มา :  https://www.bleepingcomputer.com/news/security/kali-linux-adds-single-installer-image-default-non-root-user/

from:https://www.techtalkthai.com/kali-linux-2020-1-has-been-released/

Cisco ยกระดับ AppDynamics ตอบโจทย์การบริหารจัดการแอปพลิเคชัน

Cisco ได้ประกาศเพิ่มความสามารถเพื่อช่วย IT และ DevOps ในการติดตามประสิทธิภาพของแอปพลิเคชันด้วยการผสาน Intersight Workload Optimizer เข้ากับ AppDynamics นอกจากนี้ยังเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้ AppDynamics ด้วยที่ชื่อ ‘Experience Journey Map’

credit : cisco

Intersight Workload Optimizer เดิมที่คือเครื่องมือคลาวด์จาก Cisco ที่ใช้เพื่อบริหารจัดการ UCS และ HyperFlex (HCI) เช่น Configuration, Policy Management, Telemetry และ Analytics ส่วน AppDynamics เป็นเรื่องของ Visibility ในการติดตามประสิทธิภาพของแอปพลิเคชันและมองเห็นภาพปัญหาของแอปพลิเคชันได้ ด้วยเหตุนี้เองการบูรณาการระหว่าง 2 เครื่องมือจึงทำให้ทีม IT Infrastructure และ DevOps สามารถมองเห็นเลเยอร์ภาพที่ทับซ้อนกันเพื่อแก้ปัญหาและติดตามประสิทธิภาพของแอปพลิเคชันได้อย่างชัดเจนกว่าที่เคย

Cisco ยังได้เพิ่มฟีเจอร์ Experience Journey Maps ที่แสดงภาพของแอปพลิเคชันสำคัญให้ผู้ใช้งานเห็นความเชี่ยมโยงระหว่างประสิทธิภาพทางธุรกิจ แอปพลิเคชัน และ User Experience นอกจากนี้ Cisco ยังได้เผยถึงความสามารถของ HyperFlex กับ Kubernetes เพื่อรองรับการย้าย Workload ข้ามแพลตฟอร์มในทุกสภาพแวดล้อม ทั้งหมดที่กล่าวมาจะเริ่มใช้ได้ใน Q2 ปีนี้

ที่มา :  https://www.networkworld.com/article/3516056/cisco-helps-it-and-devops-troubleshoot-hybrid-cloud-apps.html และ  https://www.zdnet.com/article/new-cisco-appdynamics-integration-bridges-it-and-devops-for-app-management/

from:https://www.techtalkthai.com/cisco-integrated-appdynamics-and-intersight-to-enhanced-app-visibility/

5 วิธี ดูหนัง เล่นเกม ยืดอายุแบต ให้นานขึ้น ไม่ง้อสายชาร์จ

สำหรับคนที่ชอบดูหนังฟังเพลงบนโน้ตบุ๊ก ในช่วงที่ต้องเดินทางไปนอกสถานที่ หรือไปพักผ่อนตามต่างจังหวัด ปัญหาแบตหมดเร็ว แบตหมดไว กลายเป็นเรื่องที่เจอกันบ่อย ยิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ๆ สายเกมมิ่งเครื่องแรงเร็ว ก็ยิ่งซดพลังงานชนิดที่ไหลเป็นน้ำเลยทีเดียว แต่จะทำอย่างไร ในการ ยืดอายุแบต สำหรับการดูหนังบนโน้ตบุ๊กให้ได้ยาวนานยิ่งขึ้น ด้วยวิธีการแบบง่ายๆ ทำได้เอง ซึ่งวิธีนี้สามารถนำไปใช้ในกรณีที่ต้องนำโน้ตบุ๊กไปใช้งานข้างนอกให้ได้นานยิ่งขึ้นอีกด้วย

ยืดอายุแบต

ยืดอายุแบต

1.สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ปิด Process ที่ไม่เกี่ยวข้องให้มากที่สุด เรียกว่าถ้าคุณจะดูหนัง ก็ปิดโปรแกรมที่ไม่จำเป็น เพื่อลดการใช้พลังงาน ด้วยการเข้าไปที่ Task Manager เลือกโปรแกรมหรือ Services ที่คิดว่าไม่ได้ใช้ เช่น โปรแกรมบีบอัดไฟล์ ตกแต่งภาพ งานเอกสารหรือบรรดาเกม จากนั้นเลือก End Task

ยืดอายุแบต

2.สิ่งที่ต้องในการ ยืดอายุแบต ต่อมาก็คือ ลดแสงหน้าจอ ให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะพอมองเห็น ซึ่งเป็นวิธีการที่ช่วยลดการใช้พลังงานลงอย่างเห็นได้ชัด ด้วยการกดปุ่มลดแสง จากปุ่ม Function หรือปุ่ม Fn ที่อยู่ด้านบนของโน้ตบุ๊กนั่นเอง

ยืดอายุแบต

3.ตั้งค่าแอพพลิเคชั่นที่ใช้ให้เป็น Dark Mode แม้จะยังเป็นเรื่องถกเถียงกันอยู่ในแง่ของการประหยัดพลังงาน แต่ข้อมูลจากสื่อในต่างประเทศ ยังยืนยันถึงการใช้พลังงานที่ลดลงบนการใช้ Dark Mode หรือ Dark Theme ได้มากกว่า 40% ในโหมดความสว่างสูงสุด เมื่อเทียบกับ Theme ปกติเลยทีเดียว

ยืดอายุแบต

4.ลดความเร็วซีพียู ใช่แล้วครับ ฟังไม่ผิด ในกรณีที่คุณชมภาพยนตร์หรือดูวีดีโอผ่านทางยูทูป ในแบบสตรีม ไม่ได้เน้นการแสดงผลแบบ HDR หรือว่าดูแบบ 4K ซึ่งใช้พลังงานมาก โดยสามารถเข้าไปตั้งค่าได้จาก Power Options >> เลือกที่ Process power management >> Maximum processor state หรือการกำหนดค่าสัญญาณนาฬิกาของซีพียูในการประมวลผล การตั้งค่าประมาณ 60-70% ในส่วนของ On battery ก็สามารถลดการใช้พลังงานได้พอสมควร สำหรับซีพียูในปัจจุบันที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ก็อย่าลืมปรับคืนค่าเดิม เมื่อต้องใช้งานจริงจังในชีวิตประจำวันนะครับ

ยืดอายุแบต

5.เข้าไปใน Video Playback ด้วยการเข้าจาก Settings >> Video Playback Settings เลื่อนไปที่ Battery Option จากนั้นให้เลือก Optimize for battery life ในหัวข้อ When watching movies and video เพื่อ ยืดอายุแบต

ยืดอายุแบต

6.อย่าลืมใส่เครื่องหมาย Lower screen brightness while in battery saver ด้วย เพื่อรีดพลังงานแบตให้ดูหนังกันแบบจนหยุดสดท้าย

ยืดอายุแบต

7.ส่วนสุดท้าย ลดความร้อนให้กับโน้ตบุ๊กให้มากที่สุด การใช้งานโน้ตบุ๊กในพื้นที่ๆ มีความร้อนสูง ก็อาจทำให้แบตเตอรี่เกิดความร้อนสะสมได้มาก และส่งผลทำให้แบตเตอรี่เสื่อมลงได้เช่นเดียวกัน และเกี่ยวข้องต่อระยะเวลาในการใช้แบตเตอรี่ได้โดยตรง การใช้โน้ตบุ๊กในจุดที่มีการถ่ายเทอากาศได้ดีหรือห้องปรับอากาศ ก็มีส่วนช่วย ยืดอายุแบต ให้ดูหนังในโน้ตบุ๊กได้ยาวนานมากขึ้น

ทั้งหมดนี้เป็นวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้คนที่ชอบพกพาโน้ตบุ๊กไปดูหนังนอกบ้าน หรือต้องการใช้โน้ตบุ๊กให้ได้ยาวนานมากที่สุด ในกรณีที่หาที่ชาร์จไฟได้ยากนั่นเอง อย่างไรก็ดี อย่าใช้จนแบตหมด เดี๋ยวจะไปลดประสิทธิภาพการเก็บประจุของแบตโน้ตบุ๊กไปอีก

from:https://notebookspec.com/save-battery-life-for-notebook/508144/

5 วิธี ดูหนัง เล่นเกม ยืดอายุแบต ให้นานขึ้น ไม่ง้อสายชาร์จ

สำหรับคนที่ชอบดูหนังฟังเพลงบนโน้ตบุ๊ก ในช่วงที่ต้องเดินทางไปนอกสถานที่ หรือไปพักผ่อนตามต่างจังหวัด ปัญหาแบตหมดเร็ว แบตหมดไว กลายเป็นเรื่องที่เจอกันบ่อย ยิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ๆ สายเกมมิ่งเครื่องแรงเร็ว ก็ยิ่งซดพลังงานชนิดที่ไหลเป็นน้ำเลยทีเดียว แต่จะทำอย่างไร ในการ ยืดอายุแบต สำหรับการดูหนังบนโน้ตบุ๊กให้ได้ยาวนานยิ่งขึ้น ด้วยวิธีการแบบง่ายๆ ทำได้เอง ซึ่งวิธีนี้สามารถนำไปใช้ในกรณีที่ต้องนำโน้ตบุ๊กไปใช้งานข้างนอกให้ได้นานยิ่งขึ้นอีกด้วย

ยืดอายุแบต

ยืดอายุแบต

1.สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ปิด Process ที่ไม่เกี่ยวข้องให้มากที่สุด เรียกว่าถ้าคุณจะดูหนัง ก็ปิดโปรแกรมที่ไม่จำเป็น เพื่อลดการใช้พลังงาน ด้วยการเข้าไปที่ Task Manager เลือกโปรแกรมหรือ Services ที่คิดว่าไม่ได้ใช้ เช่น โปรแกรมบีบอัดไฟล์ ตกแต่งภาพ งานเอกสารหรือบรรดาเกม จากนั้นเลือก End Task

ยืดอายุแบต

2.สิ่งที่ต้องในการ ยืดอายุแบต ต่อมาก็คือ ลดแสงหน้าจอ ให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะพอมองเห็น ซึ่งเป็นวิธีการที่ช่วยลดการใช้พลังงานลงอย่างเห็นได้ชัด ด้วยการกดปุ่มลดแสง จากปุ่ม Function หรือปุ่ม Fn ที่อยู่ด้านบนของโน้ตบุ๊กนั่นเอง

ยืดอายุแบต

3.ตั้งค่าแอพพลิเคชั่นที่ใช้ให้เป็น Dark Mode แม้จะยังเป็นเรื่องถกเถียงกันอยู่ในแง่ของการประหยัดพลังงาน แต่ข้อมูลจากสื่อในต่างประเทศ ยังยืนยันถึงการใช้พลังงานที่ลดลงบนการใช้ Dark Mode หรือ Dark Theme ได้มากกว่า 40% ในโหมดความสว่างสูงสุด เมื่อเทียบกับ Theme ปกติเลยทีเดียว

ยืดอายุแบต

4.ลดความเร็วซีพียู ใช่แล้วครับ ฟังไม่ผิด ในกรณีที่คุณชมภาพยนตร์หรือดูวีดีโอผ่านทางยูทูป ในแบบสตรีม ไม่ได้เน้นการแสดงผลแบบ HDR หรือว่าดูแบบ 4K ซึ่งใช้พลังงานมาก โดยสามารถเข้าไปตั้งค่าได้จาก Power Options >> เลือกที่ Process power management >> Maximum processor state หรือการกำหนดค่าสัญญาณนาฬิกาของซีพียูในการประมวลผล การตั้งค่าประมาณ 60-70% ในส่วนของ On battery ก็สามารถลดการใช้พลังงานได้พอสมควร สำหรับซีพียูในปัจจุบันที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ก็อย่าลืมปรับคืนค่าเดิม เมื่อต้องใช้งานจริงจังในชีวิตประจำวันนะครับ

ยืดอายุแบต

5.เข้าไปใน Video Playback ด้วยการเข้าจาก Settings >> Video Playback Settings เลื่อนไปที่ Battery Option จากนั้นให้เลือก Optimize for battery life ในหัวข้อ When watching movies and video เพื่อ ยืดอายุแบต

ยืดอายุแบต

6.อย่าลืมใส่เครื่องหมาย Lower screen brightness while in battery saver ด้วย เพื่อรีดพลังงานแบตให้ดูหนังกันแบบจนหยุดสดท้าย

ยืดอายุแบต

7.ส่วนสุดท้าย ลดความร้อนให้กับโน้ตบุ๊กให้มากที่สุด การใช้งานโน้ตบุ๊กในพื้นที่ๆ มีความร้อนสูง ก็อาจทำให้แบตเตอรี่เกิดความร้อนสะสมได้มาก และส่งผลทำให้แบตเตอรี่เสื่อมลงได้เช่นเดียวกัน และเกี่ยวข้องต่อระยะเวลาในการใช้แบตเตอรี่ได้โดยตรง การใช้โน้ตบุ๊กในจุดที่มีการถ่ายเทอากาศได้ดีหรือห้องปรับอากาศ ก็มีส่วนช่วย ยืดอายุแบต ให้ดูหนังในโน้ตบุ๊กได้ยาวนานมากขึ้น

ทั้งหมดนี้เป็นวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้คนที่ชอบพกพาโน้ตบุ๊กไปดูหนังนอกบ้าน หรือต้องการใช้โน้ตบุ๊กให้ได้ยาวนานมากที่สุด ในกรณีที่หาที่ชาร์จไฟได้ยากนั่นเอง อย่างไรก็ดี อย่าใช้จนแบตหมด เดี๋ยวจะไปลดประสิทธิภาพการเก็บประจุของแบตโน้ตบุ๊กไปอีก

from:https://notebookspec.com/increase-battery-for-movie/508144/

F5 เปิดตัว NGINX Controller 3.0 ยกระดับ App-Centric Delivery

หลังจากการเข้าซื้อกิจการ NGINX มาสักพักใหญ่แล้ว ล่าสุดทาง F5 จึงได้ประกาศการควบรวมจุดเด่นของตนเข้ากับ NGINX เพื่อออกเป็น NGINX Controller 3.0 ที่ช่วยตอบโจทย์คอนเซปต์ Application Centric ให้องค์กรสามารถบริการจัดการแอปพลิเคชันได้ง่ายกว่าที่เคย

credit : nginx.com

NGINX Controller มีบริการสำหรับแอปพลิเคชันหลายอย่าง เช่น Load Balanceing, API Mangement, Analytics และ Service Mesh ทั้งนี้ก็เพื่อตอบโจทย์ CI/CD นอกจากนี้ยังทำงานประสานกับเครื่องมืออย่าง Ansible หรือ Datadog ได้ด้วย อย่างไรก็ตาม NGINX Controller 3.0 มีความสามารถเพิ่มเติมดังนี้

  • มีหน้า Self-service Management ที่สามารถตอบโจทย์ได้ตามหน้าที่ (RBAC) และสามารถแก้ปัญหาการเปิด Ticket ในหน้าที่ต่างๆ 
  • เพิ่ม RESTful Configuration API เข้ามาทำให้ทีม DevOps ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือมาจัดการ NGINX Plus instance เป็นรายตัวอีกต่อไป จึงเรียกได้ว่าจัดการทุกอย่างได้จาก Controller
  • มี Built-in Certificate Manager ให้ใช้จัดการ Certificate ซึ่งปกติแล้วเป็นเรื่องวุ่นวายมากยิ่งหากต้องดูแลเซิร์ฟเวอร์ Proxy และ API Gateways จำนวนมาก
  • ทำหน้า UI ให้เมื่อล็อกอินเข้ามาสามารถเห็นสถานะของแอปได้ทั้งหมด ที่เป็นประโยชน์กับการใช้ Troubleshoot หรือ implement policy ใหม่ 

ผู้สนใจสามารถติดตามเพิ่มได้ที่ NGINX Controller 

ที่มา :  https://www.nginx.com/blog/introducing-nginx-controller-3-0-accelerate-time-to-market-with-app-centric-delivery/ และ  https://www.zdnet.com/article/following-nginx-acquisition-f5-unveils-nginx-controller-3-0/

from:https://www.techtalkthai.com/f5-launches-nginx-controller-3-0/

DCS เปิดคอร์สสอน RPA พื้นฐานด้วย UiPath หัดสร้าง Bot พร้อมใช้งานได้ใน 1 วัน 12 ก.พ. 2020

DCS และ TechTalkThai ขอเชิญทุกท่านที่สนใจประยุกต์นำเทคโนโลยี Robotic Process Automation หรือ RPA ไปปรับใช้ในธุรกิจของตนเอง เข้าเรียนคอร์ส “UiPath Robotic Process Automation with Datapro Computer Systems” เพื่อเรียนรู้แนวคิดด้าน RPA ทั้งในเชิงทฤษฎี, สร้าง Bot ของตนเองในภาคปฏิบัติด้วยการใช้ระบบจาก UiPath พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์การประยุกต์นำ Bot ไปใช้งานในภาคส่วนต่างๆ ของธุรกิจ และเปิดให้สอบถามหรือปรึกษาในประเด็นต่างๆ ได้อย่างอิสระ ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2020 โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการสมัครเรียนดังนี้

แนวคิดของ RPA คือการนำพลังประมวลผลของระบบคอมพิวเตอร์ มาสร้างหุ่นยนต์หรือ Robot ขึ้นมาเพื่อให้ทำงานซ้ำๆ ที่มีรูปแบบตายตัว สำหรับให้ทำงานแทนมนุษย์ในการจัดการกับข้อมูลและการนำข้อมูลจาก Application หนึ่งไปประมวลผลและป้อนลงไปยังอีก Application หนึ่งนั่นเอง แนวทางนี้สามารถช่วยลดความผิดพลาดในการทำงานลงได้เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้วยความเร็วในการประมวลผลและจัดการกับข้อมูลที่สูงขึ้นได้ รวมถึง Robot เหล่านี้ยังทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ ทำให้งานซ้ำๆ ที่ผิดพลาดไม่ได้ซึ่งเคยเป็นงานที่ไม่มีพนักงานคนไหนอยากทำ ตกเป็นงานของ Robot เหล่านี้ไปแทน และทำให้มนุษย์ซึ่งเป็นพนักงานนั้นมีเวลาไปทำงานในเชิงสร้างสรรค์ให้กับธุรกิจมากยิ่งขึ้น

UiPath Robotic Process Automation with Datapro Computer Systems (ครั้งที่ 2)

วัน-เวลา: วันพุธที่ 29 กุมภาพันธ์ 2020 9:00 – 16:30
สถานที่: Victor Club FYI Center อาคาร 1 ชั้น 2(BTS ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์, มีที่จอดรถ)
ราคา: ราคาเต็ม 4,200 บาท ลดเหลือ 2,800 บาทเท่านั้น
สมัครเรียน: https://www.eventpop.me/e/8007-uipath-rpa-dcs-2

ท่านสามารถเลือกออกใบกำกับภาษีสำหรับบริษัทได้ใน Event Pop หรือหากท่านต้องการใบเสนอราคาสามารถแจ้งได้ทางอีเมล maylada@techtalkthai.com ทางเราจะส่งรายละเอียดการโอนเงินพร้อมใบเสนอราคาให้

ทาง Event Pop มีระบบ Refund Protect โดยจะเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หากท่านซื้อบัตรแล้วไม่สามารถเข้าร่วมงานได้เนื่องจากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ท่านจะสามารถเคลมเงินค่าบัตรเข้างานของท่านคืนได้เต็มจำนวนโดยบริษัท Tokio Marine HCC จะเป็นผู้รับประกันและช่วยในกระบวนการคืนเงินทั้งหมด และจะทำการคืนเงินโดยตรงให้กับผู้ซื้อผ่านทางบัญชีธนาคาร

สำหรับธุรกิจหรือองค์กรใดที่ต้องการให้จัดอบรมคอร์สนี้แก่พนักงานเป็นการภายในโดยเฉพาะ สามารถติดต่อเพื่อพูดคุยรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คุณมะเหมี่ยว maylada@techtalkthai.com

*ผู้เรียนต้องนำคอมพิวเตอร์ของตัวเองมาเข้าร่วม Workshop

Hardware Requirement

https://docs.uipath.com/studio/docs/hardware-requirements

  • CPU Dual Core 1.8 GHz 64-Bit
  • RAM 4 GB
  • แนะนำให้ท่านนำเมาส์มาด้วยเนื่องจาก Workshop จะใช้เม้าส์คลิกเป็นหลัก

Software Requirement

https://docs.uipath.com/studio/docs/software-requirements

  • ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows 7 ขึ้นไปเท่านั้น
  • โปรแกรม Microsoft Excel
  • ติดตั้ง Internet Explorer 8 หรือรุ่นที่ใหม่กว่า
  • ติดตั้ง Google Chrome รุ่น 64 หรือใหม่กว่า
  • ติดตั้ง .NET Framework รุ่น 4.6.1 หรือใหม่กว่า

**ท่านที่ใช้ Mac แนะนำให้ลงโปรแกรม Parallels เพื่อติดตั้งระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows

Course Outline

9:00 – 9:30 ลงทะเบียน, รับประทานอาหารว่าง
9:30 – 10:30 Intro to RPA กับ UiPath

  • Intro to RPA, UiPath แนะนำ Robotic Process Automation การประยุกต์ใช้งานจริงในภาคธุรกิจแขนงต่างๆ
  • แนวคิดในการนำเอา RPA มาใช้ควรคำนึงถึงเรื่องใดบ้าง
  • แนวคิดการทำ COE ในองค์กรเพื่อจะเริ่มต้นโครงการ RPA และ
  • แนะนำผลิตภัณฑ์ UiPath ทั้งหมด
  • Workshop สั้นๆ ไปด้วยกันกับกระบวนการคัดสรรว่า process ไหนควรเร่งทำก่อนหรือหลัง ด้วยเครื่องมือ UiPath Connect Enterprise

10:30 – 12:00 ติดตั้งและรู้จักตัวเครื่องมือพัฒนา UiPath Studio (Prepare & Build your 1st Robot)

  • UiPath CE Installation & Initial Process
  • Sample Business Process Flow
  • Hands-on: Build 1st Robot

12:00 – 13:00 พักรับประทานอาหารกลางวัน
13:00 – 15:30

  • Intro to UiPath Studio ทำความรู้จักเพิ่มเติมกับเครื่องมือสำหรับพัฒนา Process Flow, Plug-in Library ต่างๆ และ UiPath Orchestrator
  • Hands-on: Getting to know UiPath Studio and Build 2nd Business Flow, Deploy Robot (Attended, Unattended), and Testing
  • Hands-on: ทดลองสร้าง Process Flow จำลองการบันทึกข้อมูลโดยใช้ Input จาก Excel ลงใน Windows Application และเก็บ Transaction ID มาบันทึกลง Excel
  • Hands-on: ทดลองสร้าง Process Flow จำลองการบันทึกข้อมูลโดยใช้ Input จาก Excel ลงใน Web Application และเมื่อทำเสร็จสิ้นทุก Transaction แล้วให้ทำการเก็บข้อมูลทั้งหมดของหน้าเว็บลง Excel (โดยการใช้ Scraping Data)

*สำหรับผู้เข้าร่วม Workshop หากทำ Process ด้านบนเสร็จเร็วจะมี Advanced Workshop ให้ทำต่อ : RPA Challenge โดยการใช้ Anchor Base

About Instructor

Workshop นี้จัดอบรมโดยทีมผู้เชี่ยวชาญจาก Datapro Computer Systems ซึ่งมีประสบการณ์ในการติดตั้งระบบ UiPath เพื่อทำ RPA ให้กับเหล่าธุรกิจองค์กรในประเทศไทยหลายองค์กร

บริษัท ดาต้าโปร คอมพิวเตอร์ ซิสเต็มส์ จำกัด (ดีซีเอส) ก่อตั้งขึ้นในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2529 และเป็นองค์กรที่บริหารงานโดยคนไทยภายใต้การลงทุนของบริษัท พรีเมียร์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) ในกลุ่มบริษัทพรีเมียร์ ด้วยจุดมุ่งหมายในการนำเสนอระบบเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจรให้กับองค์กรขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ ตลอดเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯได้รับการยอมรับจากบริษัทคู่ค้าชั้นนำระดับโลกกว่า 50 บริษัท รวมทั้งเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางจากกลุ่มลูกค้าชั้นนำกว่า 1,000 รายทั่วประเทศไทยในทุกภาคธุรกิจหลักของประเทศไทย เป็นการยืนยันได้ถึงสิ่งที่บริษัทฯ ได้ยึดมั่นและถือปฎิบัติมาอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.datapro.co.th

About TechTalkThai Training

TechTalkThai Training เป็นทีมงานส่วนหนึ่งของ TechTalkThai ที่มุ่งเน้นการจับมือร่วมกับเหล่าผู้เชี่ยวชาญทางด้าน IT ในสาขาต่างๆ จากภายนอก ในการเปิดคอร์สสอนเทคโนโลยีให้กับเหล่าผู้ที่สนใจในวงการ IT เพื่อให้ผู้ที่ทำงานในวงการ IT สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างทันท่วงที โดยผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญ ผ่านการตรวจสอบโดยทีมงาน TechTalkThai และมีราคาคอร์สที่ไม่สูงจนเกินไป สามารถออกใบกำกับภาษีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ผู้ที่สนใจร่วมเปิดคอร์สใหม่ๆ กับทาง TechTalkThai Training สามารถติดต่อทีมงานได้ทันทีที่ maylada@techtalkthai.com

from:https://www.techtalkthai.com/dcs-uipath-rpa-workshop-2020-02/

Microsoft แจกเครื่องมือวิเคราะห์ซอร์สโค้ดฟรี ‘Application Inspector’

Microsoft ได้ออกมาแจกเครื่องมือสแกนซอร์สโค้ดฟรีไว้บน GitHub โดยเครื่องมือมีชื่อว่า ‘Application Inspector’

credit : http://www.microsoft.com

ไอเดียของ Application Inspector คือการค้นหาฟังก์ชันของโค้ดไม่ใช่จุดอ่อนของโค้ด เพื่อให้ผู้ใช้ทราบได้คร่าวๆ ว่าโค้ดนั้นมีฟังก์ชันอะไรบ้างซึ่งทำให้ผู้ที่นำโค้ดมาใช้ต่ออย่างโปรเจ็คโอเพ่นซอร์สต่างๆ สามารถทราบถึงความเสี่ยงเหล่านั้นได้ว่าตนกำลังใช้โค้ดประมาณไหน นอกจากนี้ยังสามารถทราบถึงการอัปเดตที่แตกต่างกันในแต่ละเวอร์ชันได้

โดยเครื่องมือสามารถทำงานได้ข้ามแพลตฟอร์มและแสดงผลลัพธ์ได้หลาย Format เช่น JSON และ HTML นอกจากนี้ยังสามารถตรวจจับรูปแบบฟีเจอร์ได้จำนวนมากและรองรับภาษาโปรแกรมยอดนิยมในหลายๆ ภาษา ยกตัวอย่างที่แอปพลิเคชันนี้จะสามารถรองรับได้เช่น Cloud, Service API (Azure, GCP, AWS), การเข้ารหัส (Symmetric, Asymmetric, Hashing และ TLS ), ชนิดของข้อมูล (ดูว่ามีชนิดข้อมูลที่ละเอียดอ่อนหรือเชื่อมโยงตัวบุคคล), ฟังก์ชันของระบบปฏิบัติการ (File System, Registry และ User Account) และฟีเจอร์ด้านความมั่นคงปลอดภัย (Authentication และ Authorization)

ผู้สนใจสามารถศึกษาเพิ่มได้ที่ GitHub

ที่มา :  https://www.securityweek.com/microsoft-introduces-free-source-code-analyzer

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-offers-free-source-code-analyzer-tool/