คลังเก็บป้ายกำกับ: Software

ก้าวใหม่ของอุตสาหกรรมการผลิตในยุค New Normal และการก้าวไปสู่ Adaptive Manufacturing Enterprise โดยมี ERP เป็นปัจจัยสำคัญ

หลังจากที่อุตสาหกรรมการผลิตทั่วโลกเผชิญกับการหยุดชะงักอย่างไม่ทันตั้งตัว จากวิกฤต COVID-19 จะเห็นได้ว่าส่งผลกระทบไปยังอุตสาหกรรมต่างๆ ในแง่ที่ทำให้การผลิตเกิดการหยุดชะงัก การทำงานของคนในองค์กรกลายเป็นแบบ Work From Home ความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ผู้ผลิตบางรายประสบปัญหาที่ต้องปิดตัวลง ด้วยเหตุผลแตกต่างกัน ในขณะที่บางแห่งกลับต้องเปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมงเนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบโดยรวมต่อการวางแผนการผลิต

ในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ความสำคัญของการผลิตแบบดิจิทัลได้เพิ่มขึ้นเนื่องจากผู้ผลิตต้องดิ้นรน ไม่เพียงเพื่อป้องการการหยุดชะงัก แต่เพื่อรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจ ให้ยังคงดำเนินต่อไปให้ได้อีกด้วย

การผลิตแบบดิจิทัลถือได้ว่าเป็นแนวทางแบบครบวงจรในการวางแผนการดำเนินการ การจัดการต้นทุน การเคลื่อนย้ายวัสดุและการควบคุมแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้ผลิตสามารถใช้ประโยชน์จากดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อสื่อสาร วิเคราะห์และใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้ดีขึ้น เพื่อให้เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ขององค์กร

ในขณะที่ผู้ผลิตต้องก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลนั้น ผู้ให้บริการ ERP หลายรายก็ยังต้องมีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการนำระบบ Robotic Process Automation (RPA), Machine learning, Digital twins และอื่น ๆ มาพัฒนา เพื่อให้ระบบมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และพร้อมตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนไปของลูกค้า ให้สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เพื่อความได้เปรียบในการแข่งขัน

ปัจจัยของ Digital Manufacturing ที่จะช่วยให้การผลิตเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ถึงแม้ว่าเทรนด์ของ Digital transformation เกิดขึ้นมาค่อนข้างนาน แต่มันก็ยังคงส่งผลให้การผลิตในอุตสาหกรรมต้องมีการปรับตัวตาม และทำให้หลายบริษัทต้องมีการลงทุนทางด้านดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากความสามารถของ Digital transformation นี้สามารถเพิ่มผลกำไรและความก้าวหน้าทางธุรกิจได้อย่างก้าวกระโดด จากเดิมที่ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมอาศัยการคำนวณต้นทุนและการคาดการณ์ด้วยตนเอง แบบ Manual ทำให้เกิดความล่าช้าและข้อผิดพลาด การกำหนดและตรวจสอบตัวชี้วัด(KPI) ของกระบวนการผลิตอาจไม่แม่นยำนัก อย่างไรก็ดีด้วยการปรับใช้งานด้านดิจิทัลที่มากขึ้น บริษัทสามารถประเมินปัญหาด้านการผลิตและวัสดุได้อย่างรวดเร็ว ดูข้อมูล วิเคราะห์ได้แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ยังสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น และเพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินการผลิตอีกด้วย

ตัวอย่างหนึ่งของบริษัทผู้ผลิตอย่าง Akebono ผู้ผลิตวัสดุยานยนต์และชุดเบรก ก็เป็นหนึ่งบริษัทที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถคาดการณ์หรือวางแผนการผลิตและตอบสนองลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว แต่ภายหลังจากการนำโซลูชั่น QAD Automation มาใช้สามารถช่วยให้การคาดการณ์ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือและความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น อีกทั้งสามารถเติมเต็มการผลิตตามลำดับความสำคัญ และปรับปรุงความแม่นยำในกระบวนการทำงานอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบที่ใช้ในองค์กรแบบเดิมมักมีข้อจำกัดทางด้านความสามารถในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว รวมทั้งความกดดันจากสถานการณ์ภายนอก ก็จำเป็นต้องมีการประเมินกระบวนการภายในใหม่ เพื่อให้มั่นใจว่าพร้อมที่จะกลับเข้าสู่การผลิตอีกครั้ง รวมไปถึงโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจภายในด้วยเช่นกัน อย่างกลยุทธ์ที่จำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นเพียงพอ  เมื่อใดที่ธุรกิจการผลิตมีกลยุทธ์และวิธีการ ในการปรับตัวที่ดี และสามารถเข้าถึงข้อมูล ที่ช่วยวิเคราะห์คาดการณ์ได้แบบเรียลไทม์ นั่นย่อมส่งผลถึงความได้เปรียบในการแข่งขัน ซึ่ง QAD เราเรียก บริษัทเหล่านี้ว่า “Adaptive Manufacturing Enterprises “

ดังนั้นมาดูกันว่าหากองค์กรต้องการก้าวไปเป็น Adaptive Manufacturing Enterprise หรือองค์กรผู้ผลิต ที่มีประสิทธิภาพสูงในการปรับตัวต้องมีคุณสมบัติใดบ้าง

คุณสมบัติ ประการ ของ Adaptive Manufacturing Enterprise

  1. ความชาญฉลาด (Intelligent) การจัดการข้อมูลมีความถูกต้องมากขึ้นและตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์ สามารถช่วยให้องค์กรตัดสินใจอย่างเหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
  2. นวัตกรรม (Innovation) การใช้ประโยชน์จากกระบวนการใหม่ๆ และเทคโนโลยีทางดิจิทัลมาเพื่อพัฒนาข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจ เพื่อความก้าวหน้าในประสิทธิภาพการผลิต
  3. ความรวดเร็ว ว่องไว (Agile) การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อมอนิเตอร์ประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มคุณภาพ เพื่อทำให้การตัดสินใจรวดเร็วยิ่งขึ้น และพร้อมรับมือ แก้ปัญหาต่อสถาณการณ์เฉพาะหน้าอย่างทันท่วงที
1. ความชาญฉลาด (Intelligent)

เพื่อการปรับตัวอย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ผลิต การเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ สามารถช่วยให้องค์กรขับเคลื่อนและเชื่อมต่อกับลูกค้า ซัพพลายเออร์ และอุปกรณ์ได้อย่างทันท่วงที อีกทั้งเพิ่มประสิทธิภาพเชิงกลยุทธ์ให้เหนือคู่แข่งอีกด้วย

ผู้ผลิตหลายรายที่ประสบความสำเร็จ  ได้นำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ อย่างเช่น AI, Machine learning และ Internet of Things (IoT) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรวบรวมข้อมูล ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้สามารถช่วยให้ตัวชี้วัด (KPI) วัดผลได้ดีขึ้น ทั้งในด้านการผลิต ห่วงโซ่อุปทาน การเงิน และการดำเนินการอื่นๆ ตัวอย่างวิธีการนำข้อมูลมาใช้ในการตัดสินใจ เพื่อเพิ่มความได้เปรียบในการปรับตัว เช่น

  • ผู้ผลิตรายหนึ่งมีการเปลี่ยนกระบวนการทำงานแบบมือ (Manual) มาใช้ระบบการวิเคราะห์แบบใหม่ ที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก รวมถึงมีการแจ้งเตือนเมื่อเกิดปัญหากับผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการ  ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเรียกคืนผลิตภัณฑ์ที่มีค่าใช้จ่ายสูง
  • ผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์รายหนึ่ง ได้ปรับปรุงกระบวนการของระบบ เพื่อการตรวจสอบข้อมูลแบบเรียลไทม์กับซัพพลายเออร์ ส่งผลให้กระบวนการตรวจสอบมีระยะเวลาสั้นลง และคุณภาพการทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์ดีขึ้น
2. นวัตกรรม (Innovation)

เพื่อการปรับตัวอย่างมีประสิทธิภาพ ธุรกิจการผลิตจำเป็นต้องคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ และสร้างสรรค์สิ่งใหม่โดยใช้เทคโนโลยีในการเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์ และใช้ข้อมูลเชิงลึกเหล่านั้นเพื่อพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้า ผ่านการเชื่อมต่อด้วยเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า และการใช้แอปพลิเคชั่นมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานพร้อมทั้งสามารถลดต้นทุนได้

ผู้ผลิตที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมหลายราย เปลี่ยนมาใช้แอปพลิเคชั่นบน Cloud ที่ Low-code/no-code เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งใช้การวิเคราะห์ประสิทธิภาพมาพัฒนาแนวคิดใหม่ๆ ให้เข้ากับธุรกิจอย่างรวดเร็ว

ตัวอย่าง: วิธีนำนวัตกรรมมาใช้ เพื่อความได้เปรียบในการปรับตัวทางธุรกิจ

  • ผู้ผลิตบางรายที่เคยสรุปผลรายงานผ่าน Spreadsheet ในรูปแบบกระดาษ เปลี่ยนมาใช้ฟังก์ชั่นการรายงานผ่านดิจิทัล ซึ่งช่วยลดเวลาในการทำงานมากขึ้น อีกทั้งทำให้สามารถกำหนดค่าใช้จ่ายได้แม่นยำยิ่งขึ้นอีกด้วย
  • แพลตฟอร์มการวางแผนอุปสงค์และซัพพลายเชนที่มีความทันสมัยและยืดหยุ่น ช่วยปรับปรุงการคาดการณ์ข้อมูล อีกทั้งลดต้นทุนด้านการดำเนินงาน โดยระบบเหล่านี้สามารถให้ผลตอบแทนจากการลงทุนแบบ 2 ต่อ 1 และช่วยลดสินค้าคงคลังได้อีกด้วย
  • ผู้ผลิตวัสดุบรรจุภัณฑ์รายหนึ่งได้พัฒนาการลดระยะเวลาการรอคอยสินค้าของลูกค้าและสร้างความน่าเชื่อถือในการจัดส่ง โดยเปลี่ยนไปใช้ระบบที่สามารถตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่สามารถติดตามสินค้า ซึ่งกลยุทธ์นี้สามารถสร้างผลกำไรให้แก่ธุรกิจได้มากขึ้น
3. ความรวดเร็ว ว่องไว (Agile)

ผู้ผลิตต้องตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจทั้งภายในและภายนอกอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นด้านการวิเคราะห์ ขับเคลื่อนการดำเนินงาน รวมถึงความสามารถในการคำนวณตัวชี้วัด (KPI) เพื่อให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในด้านแรงงาน เครื่องจักร และกระบวนการได้อย่างต่อเนื่อง

องค์กรที่มีความว่องไว จะช่วยให้การจัดการการเปลี่ยนแปลงกระบวนการเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว และสามารถเพิ่มโปรแกรมต่างๆ ที่จำเป็นในองค์กรได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ยังประหยัดทรัพยากรด้านเทคนิค การสนับสนุน และบริการอีกด้วยตัวอย่าง: ทำอย่างไรให้มีความคล่องตัวมากขึ้น เพื่อความได้เปรียบในการปรับตัว

  • ผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ระดับโลกได้ปรับเปลี่ยนและพัฒนาระบบเดิมทั้งหมด ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น ระบบที่สามารถจัดเก็บข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้หลายขนาดและหลายเวอร์ชั่น ในทุกสาขาทั่วโลก โซลูชั่นนี้ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย รวมถึงลดข้อผิดพลาดจากการทำงานแบบมือ (Manual)
  • การย้ายระบบธุรกิจซึ่งเป็นสิ่งสำคัญขององค์กรไปยังระบบ Cloud ช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้กับบริษัท ในการช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจที่อาจเกิดขึ้น ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดส่ง และลดสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ผู้ผลิตระดับโลกรายหนึ่งพิสูจน์แล้วว่าการสร้างมาตรฐานให้ระบบ ช่วยให้มีความยืดหยุ่นในการจัดการกับพนักงาน สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่ผันผวนได้อย่างรวดเร็ว

เพื่อการเป็นองค์กรที่ปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจัยสำคัญ

1. องค์กรต้องสามารถเชื่อมต่อและเข้าถึงการจัดการของซัพพลายเออร์ได้

สำหรับผู้ผลิตที่มีซัพพลายเออร์กระจายอยู่ทั่วโลก และกำลังทำงานร่วมกับคู่ค้าหลายราย จำเป็นต้องมีระบบที่สามารถติดตามกิจกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างกันได้ ไม่ว่าจะเป็นยอดคำสั่งซื้อจากซัพพลายเออร์ การเปลี่ยนแปลงของข้อมูล การติดตามสถานะคำสั่งซื้อ เลขที่ติดตามพัสดุ และสถานะการจัดส่ง เป็นต้น

โดยโซลูชั่นที่เชื่อมต่อการสื่อสารแบบเรียลไทม์ระหว่างผู้ผลิตและซัพพลายเออร์นี้สามารถปรับปรุงการมองเห็นของซัพพลายเชน ซึ่งทำให้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์และอุปทานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

2. องค์กรจะต้องสามารถเชื่อมโยงกับซัพพลายเชนได้

ผู้ผลิตหลายรายมีความท้าทายด้านห่วงโซ่อุปทาน เช่น ข้อจำกัดของการเข้าถึงการทำงานของห่วงโซ่อุปทาน คู่ค้าในห่วงโซ่อุปทานนั้น และความผิดพลาดของข้อมูลของการจัดส่ง รวมถึงอาจจัดส่งสินค้าไปผิดที่ ซึ่งการนำข้อมูลมาใช้เพื่อทำการตัดสินใจ ถือเป็นความชาญฉลาดในการดำเนินงานกับซัพพลายเชน นอกจากนี้การใช้ความสามารถในการคาดการณ์และการดำเนินการธุรกิจการผลิต สามารถติดตั้งการควบคุมกระบวนการแบบ end-to-end เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของการเชื่อมโยงซัพพลายเชนโดยรวมได้ทันท่วงทีด้วยเหตุนี้ผู้ผลิตจึงสามารถทำลายข้อจำกัดกับคู่ค้าในห่วงโซ่อุปทาน และมีความสามารถปรับตัวในห่วงโซ่อุปทานได้อย่างคล่องตัว เพื่อการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อการหยุดชะงักในห่วงโซ่อุปทาน

3. องค์กรต้องมีการจัดการกระบวนการในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับการจัดการการหยุดชะงักและการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น ผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านการผลิตจำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลและการวิเคราะห์ทางการเงินแบบเรียลไทม์ โดยข้อมูลเหล่านั้นต้องมีความน่าเชื่อถือและกระบวนการการทำงานต้องมีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาและการเปลี่ยนแปลงปัจจุบันโดยระบบธุรกิจที่มีการวางแผนที่ดีจะช่วยให้มั่นใจได้ว่า บริษัทกำลังทำงานจากข้อมูลทางการเงินและการบัญชีที่มีความน่าเชื่อถือ มั่นคง และสามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้โซลูชั่นแบบบูรณาการสามารถรองรับสกุลเงินต่างๆ ได้อย่างครอบคลุม มีมาตรฐานด้านภาษีและการบัญชีในระดับภูมิภาคและระดับท้องถิ่น ซึ่งทำให้ง่ายต่อการนำไปวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ

4. องค์กรจะต้องมีการประยุกต์และปรับเปลี่ยนการผลิตให้เป็นแบบดิจิทัล

การผลิตดิจิทัลไม่ใช่แค่การรวบรวมข้อมูล แต่เป็นการใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยประมวลผลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการผลิต การเข้าถึงข้อมูลในการผลิตแบบเรียลไทม์ ความแม่นยำของการประเมินสินค้าคงคลัง การมองเห็นภาพรวมของการผลิต และการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่มีอยู่ เป็นต้นอย่างไรก็ดีผู้ผลิตที่มีประสิทธิภาพ จะมองหาเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยสนับสนุนในกระบวนการผลิตและตลอดการดำเนินงาน เพื่อใช้เชื่อมโยงการผลิตเข้ากับธุรกิจอื่นๆ อย่างชาญฉลาด อีกทั้งการประยุกต์เทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ เช่น AI, Machine learning, IoT และ Robotic process automation เพื่อช่วยปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ทันสมัย นอกจากนี้การใช้เทคโนโลยียังช่วยให้ผู้ผลิตสามารถสื่อสาร วิเคราะห์ และแปรข้อมูล เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ด้านต้นทุนและคุณภาพได้ดียิ่งขึ้น

5. องค์กรจะต้องมีการจัดการลูกค้าอย่างสมบูรณ์แบบ

การจัดการลูกค้าถือเป็นประตูสู่ความสำเร็จ ทราบหรือไม่ว่า ลูกค้าของคุณ ประเมินบริษัทของคุณอย่างไร?

จะเห็นได้ว่า ลูกค้ามีความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วตลอดเวลา และบ่อยครั้งผู้ผลิตต้องการการมองเห็นกระบวนการทั้งหมดแบบเรียลไทม์ว่าลูกค้าได้รับประสบการณ์ (Customer experience) อย่างไร พอใจหรือไม่ และมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ตั้งแต่การกำหนดราคา ขั้นตอนการสั่งซื้อ ไปจนถึงสินค้าคงคลัง ซึ่งผู้ผลิตจะสามารถตอบสนองต่อลูกค้าได้มากขึ้น หากสามารถรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้ที่ปรับตัวได้เท่านั้นที่จะก้าวสู่ความสำเร็จ

กุญแจสู่ความสำเร็จของผู้ผลิต คือ การมีระบบธุรกิจที่มีประสิทธิภาพทั้งในด้านความชาญฉลาด (Intelligent) นวัตกรรม (Innovation) และความคล่องตัว (Agile) ซึ่งทั้ง 3 สิ่งนี้จะช่วยให้ธุรกิจการผลิตมีความยืดหยุ่นตามที่ต้องการ เราเรียกบริษัทเหล่านี้ว่า “Adaptive Manufacturing Enterprises”

ทั้งนี้ QAD ได้ทำการเปิดตัวเครื่องมือวิเคราะห์องค์กรด้วย Adaptive Manufacturing Enterprise Maturity Model Diagnostic ให้ผู้ผลิตสามารถนำไปวิเคราะห์ และประเมินองค์กร (คุณสามารถประเมินองค์กรผ่านลิงค์นี้ได้ฟรีhttps://www.qad.com/th-TH/adaptive-manufacturing-enterprise/diagnostic ง่ายๆ กับ 12 คำถาม เพื่อวัดระดับความสามารถในการรับรู้ และปรับตัวให้เข้ากับวิกฤตการหยุดชะงัก เพื่อพร้อมก้าวสู่การเป็นองค์กรที่สามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยให้บริษัท สามารถระบุจุดแข็งและจุดอ่อนของธุรกิจ และวิธีการเพิ่มขีดความสามารถในการเติบโตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน ที่ QAD เรียกว่า Adaptive Manufacturing Enterprise Maturity Model ได้แก่ 

  1. Disjointed Enterprise
  2. Functional Enterprise
  3. Effective Enterprise และ
  4. Adaptive Manufacturing Enterprise 

ซึ่งจะระบุคุณลักษณะเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับความสามารถขององค์กร เพื่อรับมือกับการหยุดชะงักอย่างทันท่วงที

ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่มากขึ้น ความรวดเร็วในการตอบสนองคือทุกสิ่งทุกอย่าง ความสามารถในการรับรู้และคาดการณ์ล่วงหน้า มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ผลิตต้องรู้ให้ทัน การเปลี่ยนการหยุดชะงักให้เป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันเป็นสิ่งสำคัญ

ซึ่ง QAD ได้เปิดตัวเครื่องมือวิเคราะห์องค์กรนี้ ในงานสัมมนาออนไลน์ QAD Tomorrow Thought Stream ในรูปแบบ VDO Stream ไปเมื่อวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมาพร้อมกันทั่วโลก (ชมวิดีโอย้อนหลังได้ที่นี่ https://go.qad.com/AP-TH-FY21-WB-QAD-Tomorrow-th-TH_01-LP-TechTalkThai.html

ในงานมีการนำเสนอแอปพลิเคชั่นของ QAD ที่เกี่ยวข้อง ในการช่วยให้ผู้ผลิตมีความคล่องตัวในการปรับตัวต่อวิกฤตที่เกิดขึ้น การนำข้อมูลมาวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การวางแผนทรัพยากรขององค์กร (ERP) การวางแผนอุปสงค์และซัพพลายเชน (DSCP) การดำเนินการด้านการค้าและการขนส่งทั่วโลก (GTTE) และระบบการจัดการคุณภาพขององค์กร (EQMS) ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ผลิตกลายเป็นองค์กรที่สามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งมิสเตอร์แอนทอล ชิลตัล ซีอีโอ ของคิวเอดี ต้องการที่จะมุ่งเน้นเรื่องราวเกี่ยวกับการรับมือกับการหยุดชะงักที่ไม่คาดคิดในธุรกิจการผลิต รวมถึงความจำเป็นในเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ และการนำ Digital Transformation มาใช้ประโยชน์ เพื่อให้องค์กรกลายเป็น Adaptive Manufacturing Enterprise อย่างสมบูรณ์

สำหรับธุรกิจและอุตสาหกรรมการผลิตที่ต้องการเป็น “Adaptive Manufacturing Enterprises”หรือสนใจสอบถามเพิ่มเติมระบบ QAD Adaptive ERP สามารถติดต่อทีมงาน QAD ประเทศไทย ได้ที่โทร: 02-202-9369 / 02-202-9363 หรืออีเมล: si3@qad.com  ข้อมูลเพิ่มเติมhttp://www.qad.com/th-TH

เกี่ยวกับบริษัท QAD Inc. – Enabling the Adaptive Manufacturing Enterprise

QAD Inc. เป็นผู้นำในการให้บริการซอฟต์แวร์ Enterprise Resource Planning หรือ ERP บนระบบCloud สำหรับบริษัทผู้ผลิตระดับโลก ในขณะที่ผู้ผลิตทั่วโลกต้องเผชิญกับภาวะการหยุดชะงักที่เพิ่มขึ้นอันเนื่องมาจากนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงของความต้องการของผู้บริโภค เพื่อความอยู่รอดและการเติบโตของผู้ผลิต ดังนั้นผู้ผลิตจะต้องสามารถคิดค้นและเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจได้อย่างทันท่วงที QAD เรียกบริษัทเหล่านี้ว่า “Adaptive Manufacturing Enterprises” ด้วยโซลูชั่นที่ QAD มี จะช่วยให้ลูกค้าในอุตสาหกรรมยานยนต์ (Automotive), อุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค (Customer Products), อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage), อุตสาหกรรมสินค้าเทคโนโลยี (High-tech), อุตสาหกรรมหนัก (Industrial) และอุตสาหกรรมด้านอุปกรณ์การแพทย์ ชีวเวชศาสตร์ (Life Sciences) สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างรวดเร็ว

ซอฟต์แวร์ QAD Adaptive ERP สนับสนุนการบริหารจัดการธุรกิจขององค์กรโดยรวม ทั้งดานการผลิต ซัพพลายเชน การเงิน การวิเคราะห์ข้อมูล กระบวนการบริหารจัดการธุรกิจ และการวางแผนทรัพยากรในองค์กร ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

บริษัท QAD ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2522 และ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองซานตา บาบาร่า ในรัฐแคลิฟอเนียร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา และมีสำนักงาน 29 แห่งทั่วโลก รวมทั้งสาขาในประเทศไทย ซึ่งก่อตั้งมากว่า 40 ปี บริษัท ผู้ผลิตกว่า 2,000 รายได้ปรับใช้โซลูชัน QAD รวมถึงการวางแผนทรัพยากรองค์กร (ERP) การวางแผนอุปสงค์และซัพพลายเชน (DSCP) การดำเนินการค้าและการขนส่งทั่วโลก (GTTE) และระบบการจัดการคุณภาพ (QMS) เพื่อกลายเป็น Adaptive Manufacturing Enterprise

เขียนโดย : ผู้เชี่ยวชาญจาก QAD Inc.

เรียบเรียงโดย : จีรชญา อัคนิพัชร , Marketing Communications Manager, South Asia : QAD (Thailand) Ltd.

from:https://www.techtalkthai.com/qad-new-normal-adaptive-manufacturing-enterprise-erp/

DCS เปิดคอร์สสอน RPA พื้นฐานด้วย UiPath หัดสร้าง Bot พร้อมใช้งานได้ใน 1 วัน (21 ต.ค. 2020)

DCS และ TechTalkThai ขอเชิญทุกท่านที่สนใจประยุกต์นำเทคโนโลยี Robotic Process Automation หรือ RPA ไปปรับใช้ในธุรกิจของตนเอง เข้าเรียนคอร์ส “UiPath Robotic Process Automation with Datapro Computer Systems” เพื่อเรียนรู้แนวคิดด้าน RPA ทั้งในเชิงทฤษฎี, สร้าง Bot ของตนเองในภาคปฏิบัติด้วยการใช้ระบบจาก UiPath พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์การประยุกต์นำ Bot ไปใช้งานในภาคส่วนต่างๆ ของธุรกิจ และเปิดให้สอบถามหรือปรึกษาในประเด็นต่างๆ ได้อย่างอิสระ ในวันพุธที่ 21 ตุลาคม 2020 โดยมีรายละเอียด กำหนดการ และวิธีการสมัครเรียนดังนี้

แนวคิดของ RPA คือการนำพลังประมวลผลของระบบคอมพิวเตอร์ มาสร้างหุ่นยนต์หรือ Robot ขึ้นมาเพื่อให้ทำงานซ้ำๆ ที่มีรูปแบบตายตัว สำหรับให้ทำงานแทนมนุษย์ในการจัดการกับข้อมูลและการนำข้อมูลจาก Application หนึ่งไปประมวลผลและป้อนลงไปยังอีก Application หนึ่งนั่นเอง แนวทางนี้สามารถช่วยลดความผิดพลาดในการทำงานลงได้เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้วยความเร็วในการประมวลผลและจัดการกับข้อมูลที่สูงขึ้นได้ รวมถึง Robot เหล่านี้ยังทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ ทำให้งานซ้ำๆ ที่ผิดพลาดไม่ได้ซึ่งเคยเป็นงานที่ไม่มีพนักงานคนไหนอยากทำ ตกเป็นงานของ Robot เหล่านี้ไปแทน และทำให้มนุษย์ซึ่งเป็นพนักงานนั้นมีเวลาไปทำงานในเชิงสร้างสรรค์ให้กับธุรกิจมากยิ่งขึ้น

โดยเนื้อหาที่จะฝึกอบรมในครั้งนี้ เกี่ยวข้องกับ Hyperautomation theme เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจถึงภาพรวมและแนวโน้มการทำ automation ในองค์กรไทย ผ่านการ demo software เกือบทั้ง suite ของ UiPath RPA ทั้งนี้เพื่อให้ทราบว่าการจะ scale automation ในองค์กรระดับต่างๆ ต้องอาศัยทรัพยากรอะไรบ้าง การจัดทีมงาน การเตรียมเครื่องมือที่ถูกต้องเหมาะสม เป็นต้น

นอกจากนี้ ผู้เข้าอบรมจะได้ทดลองสร้าง Robot ด้วยตนเอง เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับองค์กรของท่าน ทั้งนี้ ผู้บรรยายจะนำเสนอความรู้จากประสบการณ์ที่ได้ปฏิบัติจริง โดยอาจเล่าผ่านประสบการณ์ที่พบเจอในแง่ของความซับซ้อนในการทำและความคุ้มค่าในการพัฒนา รวมไปถึงความคุ้มค่าในทางการลงทุนทำ Automation อีกด้วย

UiPath Robotic Process Automation with Datapro Computer Systems (ครั้งที่ 3)

วัน-เวลา: วันพุธที่ 21 ตุลาคม 2020 เวลา  9:00 – 16:30
สถานที่: Victor Club FYI Center อาคาร 1 ชั้น 2 (BTS ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์, มีที่จอดรถ)
ราคา: ราคาเต็ม 4,200 บาท ลดเหลือ 2,800 บาท เท่านั้น
สมัครเรียนhttps://www.eventpop.me/e/9796/uipath-rpa-dcs-3

*ผู้เรียนต้องนำคอมพิวเตอร์ของตัวเองมาเข้าร่วม Workshop

 

Hardware Requirement

https://docs.uipath.com/studio/docs/hardware-requirements

  • CPU Dual Core 1.8 GHz 64-Bit
  • RAM 4 GB
  • แนะนำให้ท่านนำเมาส์มาด้วยเนื่องจาก Workshop จะใช้เม้าส์คลิกเป็นหลัก

Software Requirement

https://docs.uipath.com/studio/docs/software-requirements

  • ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows 7 ขึ้นไปเท่านั้น
  • โปรแกรม Microsoft Excel
  • ติดตั้ง Internet Explorer 8 หรือรุ่นที่ใหม่กว่า
  • ติดตั้ง Google Chrome รุ่น 64 หรือใหม่กว่า
  • ติดตั้ง .NET Framework รุ่น 6.1 หรือใหม่กว่า

**ท่านที่ใช้ Mac แนะนำให้ลงโปรแกรม Parallels เพื่อติดตั้งระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows

Course Outline

9:00 – 9:30 ลงทะเบียน, รับประทานอาหารว่าง
9:30 – 10:30 Intro to RPA กับ UiPath

  • Intro to RPA, UiPath แนะนำ Robotic Process Automation การประยุกต์ใช้งานจริงในภาคธุรกิจแขนงต่างๆ
  • แนวคิดในการนำเอา RPA มาใช้ควรคำนึงถึงเรื่องใดบ้าง
  • แนวคิดการทำ COE ในองค์กรเพื่อจะเริ่มต้นโครงการ RPA และ
  • แนะนำผลิตภัณฑ์ UiPath ทั้งหมด
  • Workshop สั้นๆ ไปด้วยกันกับกระบวนการคัดสรรว่า process ไหนควรเร่งทำก่อนหรือหลัง ด้วยเครื่องมือ UiPath Connect Enterprise

10:30 – 12:00 ติดตั้งและรู้จักตัวเครื่องมือพัฒนา UiPath Studio (Prepare & Build your 1st Robot)

  • UiPath CE Installation & Initial Process
  • Sample Business Process Flow
  • Hands-on: Build 1st Robot

12:00 – 13:00 พักรับประทานอาหารกลางวัน
13:00 – 15:30

  • Intro to UiPath Studio ทำความรู้จักเพิ่มเติมกับเครื่องมือสำหรับพัฒนา Process Flow, Plug-in Library ต่างๆ และ UiPath Orchestrator
  • Hands-on: Getting to know UiPath Studio and Build 2nd Business Flow, Deploy Robot (Attended, Unattended), and Testing
  • Hands-on: ทดลองสร้าง Process Flow จำลองการบันทึกข้อมูลโดยใช้ Input จาก Excel ลงใน Windows Application และเก็บ Transaction ID มาบันทึกลง Excel
  • Hands-on: ทดลองสร้าง Process Flow จำลองการบันทึกข้อมูลโดยใช้ Input จาก Excel ลงใน Web Application และเมื่อทำเสร็จสิ้นทุก Transaction แล้วให้ทำการเก็บข้อมูลทั้งหมดของหน้าเว็บลง Excel (โดยการใช้ Scraping Data)

*สำหรับผู้เข้าร่วม Workshop หากทำ Process ด้านบนเสร็จเร็วจะมี Advanced Workshop ให้ทำต่อ : RPA Challenge โดยการใช้ Anchor Base  

 

from:https://www.techtalkthai.com/dcs-rpa-uipath-course-3/

มือใหม่ เช็คคอมพิวเตอร์ HWiNFO64 ตัวเดียวครบ ดูง่าย จบปัญหาฮาร์ดแวร์ ความร้อน Free!

HWiNFO เป็นโปรแกรมในการ เช็คคอมพิวเตอร์ ดูฮาร์ดแวร์ หรือความร้อน โดยเป็นไฟล์ขนาดเล็ก ไม่ต้องติดตั้ง เหมาะสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งซื้อคอม หรือมือเก่าที่ใช้คอมมานาน ให้คุณตรวจเช็คคอม ดูฮาร์ดแวร์ภายในเครื่อง และตรวจสอบอุณหภูมิ ล่าสุดออกเวอร์ชั่นใหม่แล้ว

เช็คคอมพิวเตอร์

สามารถดาวน์โหลด HWiNFO ได้ที่นี่ คลิ๊ก เป็นไฟล์ขนาดประมาณ 7MB เท่านั้น การใช้งาน แค่เพียงแตกไฟล์ด้วย RAR ได้ จากนั้นสร้างโฟลเดอร์มาเก็บเอาไว้ หรือลากไปไว้หน้าเดสก์ทอปได้เลย การใช้งานแค่เพียงดับเบิลคลิ๊กที่ไฟล์เท่านั้น

เมื่อเปิดโปรแกรมขึ้นมา จะมีให้เราเลือก 2 หัวข้อ คือ Sensor-only จะเป็นหน้าต่างตรวจสอบอุณหภูมิของฮาร์ดแวร์ที่อยู่ในเครื่องทั้งหมด แต่ถ้าต้องการตรวจสอบฮาร์ดแวร์ ให้ใส่เครื่องหมายหน้า Summary-only

เช็คคอมพิวเตอร์

กรณีที่ต้องการอยากทราบฮาร์ดแวร์ที่ติดตั้งภายในเครื่อง เพื่อทำการอัพเกรดหรือเช็คว่ายังทำงานอยู่ตามปกติหรือไม่ รวมถึงเผื่อไว้สำหรับการซื้ออุปกรณ์มาเปลี่ยน จะได้ข้อมูลที่แม่นยำ เพราะในหน้านี้ จะบอกตั้งแต่ซีพียู รุ่น เทคโนโลยี และความเร็วบัส รวมไปถึงค่า CL ของแรม ที่สำคัญบอกกระทั่งกราฟิกบนซีพียู หรือที่เรียกกันว่าการ์ดจอออนบอร์ด และการ์ดจอแยก เรียกว่าละเอียดยิบ

เช็คคอมพิวเตอร์

แต่อีกจุดที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ การรายงานค่าอุณหภูมิ แรงดันไฟ และความเร็วบัส แบบละเอียดยิบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใครที่อยากตรวจเช็คว่า ความร้อนเกิดจากตรงไหน หรือเอามาช่วยวิเคราะห์หาสาเหตุ เมื่อเครื่องเกิดปัญหา แฮงก์ ค้าง ดับ รวมถึงเมื่อเครื่องกระตุก อย่างเช่นในภาพแรกนี้ สามารถบอกอุณหภูมิของซีพียูในจุดต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์ ว่ากันไปที่แรงดันไฟของซีพียู และกราฟิก รวมถึงระดับการ Process ของซีพียูในแต่ละคอร์ได้อีกด้วย

เช็คคอมพิวเตอร์

ส่วนถัดมาจะบอกถึงระดับการทำงานของแรม ว่าใช้ไปเท่าไร กี่เปอร์เซนต์ เพื่อใช้ในการประเมินว่า แรมที่ใช้นั้นเพียงพอต่อการใช้งานหรือไม่ และสุดท้ายแล้วจะต้องเพิ่มแรมด้วยหรือเปล่า จากนั้นจะเป็นสถานะสัญญาณนาฬิกา แรงดันไฟ และระดับการ Process ของซีพียู ในการ ตรวจสอบคอมพิวเตอร์ ตรงจุดนี้สำคัญอย่างมากทีเดียว

เช็คคอมพิวเตอร์

ส่วนสุดท้าย จะบอกถึงระดับการทำงานของ GPU หรือชุดประมวลผลกราฟิก ในที่นี้จะรวมไปถึงการทำงานของ iGPU หรือ APU และกราฟิกแยกที่ใช้อยู่ในระบบอีกด้วย และที่น่าสนใจคือ บอกระดับของแบตเตอรี่ในเครื่อง ในกรณีที่ใช้โน๊ตบุ๊ค รวมไปถึงแบนด์วิทธิ์ในการดาวน์โหลดและอัพโหลดในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอีกด้วยครับ

สรุปในภาพรวมของโปรแกรม HWiNFO นี้ ก็น่าจะเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่น่าจะมีไว้ประจำคอม สำหรับการ เช็คคอมพิวเตอร์ ได้ง่ายและสะดวกขึ้น สำหรับใช้ประโยชน์ในการแก้ปัญหาคอม เพิ่มเติมอุปกรณ์ หรือการอัพเกรดในอนาคตได้ดีทีเดียว

from:https://notebookspec.com/check-computer-hwinfo64-hardware-monitor/538495/

Firefox 81 ออกแล้ว!

ทีมงาน Mozilla ได้ประกาศออก Firefox เวอร์ชัน 81 ออกมาให้ได้ใช้งานกันแล้วทั้งบน Windows, mac, Linux และ Android

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจมีดังนี้

  • New Theme – ปกติแล้ว Firefox ไม่ได้มีการอัปเดตธีมใหม่ๆ บ่อยนัก แต่ในเวอร์ชันนี้มีธีมใหม่ออกมาที่ชื่อ ‘AlpenGlow’ ซึ่งจะเป็นสีหวานๆ ระหว่างชมพูและม่วง ใครสนใจลองเข้าไปชมได้ที่ Firefox Menu > Addons > Themes
  • Video Control – ผู้ใช้งานสามารถใช้ปุ่มควมคุมมีเดียจากคีย์บอร์ดหรือ Headset ควบคุมวีดีโอในบราวน์เซอร์ได้ แม้ว่าเราจะไม่ได้เปิดหน้าต่าง Firefox ค้างไว้หรืออยู่ Tab อื่นๆ ที่ไม่ได้เล่นวีดีโอ หรือพูดง่ายๆ คือเปิดรันวีดีโอไว้แต่เล่นหน้าต่างอื่นอยู่
  • Credit Card Fill – ผู้ใช้งานเฉพาะในอเมริกาและแคนนาดา จะเริ่มใช้งานฟีเจอร์นี้ได้ก่อน โดยก็คือการที่ผู้ใช้สามารถบันทึกข้อมูลบัตรเครดิตไว้ในบราวน์เซอร์เพื่อซื้อของออนไลน์ แต่ข้อมูลเหล่านี้จะถูกปกป้องด้วยรหัสผ่านของ Windows ไว้แล้ว

ในเวอร์ชันใหม่นี้ยังมีการแพตช์ช่องโหว่ 6 รายการและ 2 รายการเป็น Remote Code Execution อย่างไรก็ดีคาดว่าเวอร์ชัน 82 ก็จะออกมาในปลายเดือนหน้าด้วย

ที่มา : https://www.bleepingcomputer.com/news/software/firefox-81-released-with-credit-card-autofill-and-new-theme/ และ https://www.zdnet.com/article/firefox-81-released-with-new-browser-theme

from:https://www.techtalkthai.com/firefox-81-has-been-released/

[Video Webinar] A Great Online Customer Experience by Cloudflare & Insider

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังบรรยาย Cloudflare | Insider Webinar เรื่อง “A Great of Online Customer Experience” พร้อมเรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องมือและแนวทางปฏิบัติในการเพิ่ม Customer Experience ให้กับลูกค้าออนไลน์ และเทคนิคการเพิ่ม Conversion Rate ให้แก่ธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่เพิ่งจัดไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หรือต้องการรับชมซ้ำอีกครั้ง สามารถดูวิดีโอย้อนหลังได้ที่นี่ครับ

ผู้บรรยาย: คุณณัฐพันธ์ เรืองรังษีรัตน์ Regional Account Executive จาก Cloudflare และคุณสุทธิเกียรติ สุทธิธรรม Digital Growth Director จาก Insider PTE LTD

อะไรคือประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับลูกค้าออนไลน์ ถ้าจะพูดถึงเรื่องนี้เราคงต้องเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าในกลุ่มนี้กันเสียก่อน ลูกค้าออนไลน์ในปัจจุบันเป็นกลุ่มที่ต้องการความง่าย และความรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ โดย Cloudflare เป็นผู้นำเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพ ความมั่นคงปลอดภัยและเสถียรภาพให้แก่ธุรกิจออนไลน์ พร้อมกับ Insider Growth Management Platfrom (GMP) ผู้มีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถทำกลยุทธ์การตลาดแบบ Website Personalization ได้อย่างง่ายดายโดยไม่กระทบกับระบบเดิม

เข้าร่วม Webinar นี้เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องมือและแนวทางปฏิบัติในการเพิ่ม Customer Experience ให้กับลูกค้าออนไลน์ และเทคนิคการเพิ่ม Conversion Rate ให้แก่ธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

from:https://www.techtalkthai.com/video-webinar-a-great-online-customer-experience-by-cloudflare-insider/

GitHub CLI 1.0 ออกแล้ว ใช้งานได้บนทั้ง Windows, macOS และ Linux

นับเป็นข่าวดีสำหรับผู้ใช้งาน GitHub กับการประกาศเปิดตัว GitHub CLI 1.0 แล้วอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากการเปิดรอบ Beta เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยมีความสามารถที่น่าสนใจดังนี้

Credit: GitHub
  • สามารถจัดการ Workflow ของ GitHub ทั้งหมดได้จาก Terminal โดยตรง ตั้งแต่ Issue ไปจนถึง Release
  • เรียกใช้งาน GitHub API ในการสร้าง Script ที่ต้องการ และกำหนด Alias เพื่อให้เรียกใช้งานได้ง่าย
  • นอกจากการเชื่อมต่อกับ GitHub.com แล้ว ก็ยังสามารถเชื่อมต่อกับ GitHub Enterprise Server ได้อีกด้วย

GitHub CLI นี้ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยชุมชนภายใน GitHub ที่ปัจจุบันนี้มี Contributor มากกว่า 100 ราย และมี Open Source Repository อยู่ที่ https://github.com/cli/cli

ผู้ที่สนใจสามารถโหลดไปใช้งานบน Windows, macOS และ Linux ได้ทันทีที่ https://cli.github.com/

ที่มา: https://github.blog/2020-09-17-github-cli-1-0-is-now-available/

from:https://www.techtalkthai.com/github-cli-1-0-is-released-for-windows-macos-and-linux/

ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมสัมมนาออนไลน์ “Discover DevOps with Atlassian Cloud and CloudBees” 29 ก.ย.นี้

iZeno ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ “Discover DevOps with Atlassian Cloud and CloudBees” เพื่อเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพของการทำ DevOps ขององค์กร ในวันอังคารที่ 29 กันยายน เวลา 10:00 – 11:00 น. โดยมีรายละเอียดการลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรี ดังนี้

รายละเอียดงาน Discover DevOps with Atlassian Cloud and CloudBees

วัน: วันอังคารที่ 29 กันยายน 2020
เวลา: 10:00 – 11:00 น. ตามเวลาประเทศไทย
ผู้บรรยาย: คุณ Deddy Johari, Director of Technology จาก iZeno และคุณ Sunil Mavadia, Director, Global Solutions Architecture จาก CloudBees
ภาษา: อังกฤษ
ลงทะเบียน: https://www.izeno.com/atlassian-cloudbees-devops-webinar

การพัฒนาซอฟต์แวร์นั้นเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาและมีเทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้นเสมอ ในงานสัมมนาออนไลน์นี้ ทุกท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเทรนด์ของการพัฒนาซอฟต์แวร์ในปัจจุบันและอนาคต ความท้าทายที่องค์กรต้องเผชิญ และเทคโนโลยีที่สามารช่วยให้การทำ DevOps ภายในองค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยจะรวบรวมประเด็น เช่น

  • จะป้องกันไม่ให้ทีมต่างๆทำงานแบ่งแยกกันเป็น Silo ได้อย่างไร
  • จะลด Overhead ในงานซอฟต์แวร์และเพิ่ม Productivity ด้วยโซลูชันคลาวด์ได้อย่างไร
  • จะนำเทคนิค Automation และ Integration มาช่วยประหยัดเวลาและเพิ่มคุณภาพโค้ดได้อย่างไร

สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงานฟรีได้ทันที

เพียงเข้าไปกรอกข้อมูลในเว็บไซต์ https://www.izeno.com/atlassian-cloudbees-devops-webinar

from:https://www.techtalkthai.com/discover-devops-with-atlassian-cloud-and-cloudbees/

Oracle เปิด Open Source ให้ Tribuo ชุด Machine Learning Library สำหรับ Java

Oracle ได้ออกมาประกาศเปิด Open Source ให้กับ Tribuo ชุด Machine Learning Library สำหรับภาษา Java โดยเฉพาะที่พัฒนาโดยทีม Oracle Labs ภายใต้ License แบบ Apache 2.0

Credit: Tribuo

เป้าหมายของ Oracle คือการทำให้การสร้างและใช้งาน Machine Learning Model ด้วยภาษา Java นั้นกลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายยิ่งขึ้น โดยภายใน Tribuo นี้จะรองรับความสามารถพื้นฐานในการทำ Machine Learning อย่างเช่นอัลกอริธึมสำหรับ Classification, Clustering, Anomaly Detection และ Regression เอาไว้ รวมถึงยังมี Pipeline สำหรับการ Load และ Transform ข้อมูล รวมถึงการประเมินผลเพื่อใช้ในงานประเภท Prediction ได้ด้วย

นอกจากความสามารถพื้นฐานแล้ว Tribuo นี้ยังมีการจัดเก็บสถิติของข้อมูลที่ถูกป้อนเข้ามาด้วย ทำให้ Tribuo สามารถระบุช่วงของค่าในชุดข้อมูลได้ ทำการตั้งชื่อ Feature ได้ กำหนด Feature ID และ Output ID ไม่ให้ชนกันได้ ช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น อีกทั้งยังสามารถรับรู้ได้เมื่อมีการป้อน Feature ใหม่ๆ เข้ามาในระบบ ทำง่ายต่อการทำงานประเภท Natural Language Processing หรือ NLP มากขึ้น รวมถึงยังทำความเข้าใจกับค่าของข้อมูลได้ด้วย เช่น ถ้าหากพบค่าที่เก็บข้อมูลเป็น Float ระบบก็จะทำการวิเคราะห์ว่าค่านั้นคือความน่าจะเป็น หรือเป็น Regression Value หรือเป็น Cluster ID และยังมีความสามารถอื่นๆ อีกมากมายนอกเหนือจากนี้

Oracle มองว่า Tribuo จะเข้ามาช่วยเติมเต็มช่องว่างให้กับตลาด Machine Learning สำหรับธุรกิจองค์กรได้ เช่น อาจใช้งานร่วมกับ TensorFlow เพื่อให้ Tribuo เสริมเรื่องการทำ Machine Learning เพิ่มเติม โดย Tribuo นี้ก็มีขนาดเล็ก สามารถใช้งานได้แม้บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพียงชุดเดียว โดยรองรับการทำงานร่วมกับ Java 8 เป็นต้นไป

Tribuo สามารถทำงานร่วมกับ TensorFlow ได้ และมี Interface เชื่อมต่อกับ XGBoost และ ONNX ได้ ทำให้สามารถนำโมเดลที่เคยมีอยู่บนระบบอื่นๆ มาใช้งานได้ทันที

Oracle ได้ใช้งาน Tribuo เองแล้วในบางผลิตภัณฑ์ เช่น Oracle Fusion Cloud ERP เพื่อทำระบบ Document Recognition

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Tribuo สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://tribuo.org/ และ https://github.com/oracle/tribuo ครับ

ที่มา: https://www.arnnet.com.au/article/682955/oracle-open-sources-java-machine-learning-library/

from:https://www.techtalkthai.com/oracle-open-sources-tribuo-java-machine-learning-library/

Microsoft เปิดโอเพ่นซอร์สเครื่องมือทำ Fuzzing ของตน ‘OneFuzz’

Microsoft ได้ประกาศเปิดเผยเฟรมเวิร์กสำหรับทำ Fuzzing ของตนที่ใช้กันภายในที่ชื่อ OneFuzz

Fuzzing เป็นการหาช่องโหว่หรือบั๊กโดยการอัดข้อมูลในรูปแบบไม่ปกติต่างๆ เข้าไปในแอปและดูผลตอบสนอง ทั้งนี้ Microsoft ได้พัฒนาเครื่องมือของตนขึ้นมาใช้ภายในกับ Windows, Edge และผลิตภัณฑ์อื่นๆ มาก่อน ภายใต้โปรเจ็คที่ชื่อ OneFuzz

โดยวันนี้มีการเปิดเป็นโอเพ่นซอร์สให้ศึกษาได้ฟรีบน GitHub ทั้งนี้ Microsoft คุยว่าเครื่องมือจะสามารถใช้ได้ทั้ง Windows และ Linux ซึ่งตนได้ออกแบบมาให้แก้ปัญหาความท้าทายต่างๆ ในการทำ Fuzzing ที่หวังจะช่วยนักพัฒนานำไปใช้ทดสอบกับงานของตนได้ไม่มากก็น้อย

ที่มา : https://www.securityweek.com/microsoft-releases-open-source-fuzzing-framework-azure

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-opensource-its-fuzzing-project-onefuzz/

รวม 6 Session เจาะลึก Kubernetes ในงาน VMworld 2020 พร้อมลุ้นรับ iPad และของรางวัลอีกมากมาย วันที่ 30 ก.ย. – 1 ต.ค. 2020

อีกหนึ่งเนื้อหาที่ VMware ให้ความสำคัญมากในงาน VMworld 2020 ในวันที่ 30 ก.ย. – 1 ต.ค. 2020 ที่จะเปิดให้ทุกคนสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ฟรีนี้ ก็คือเรื่องราวของ Kubernetes และ Container ที่ VMware ได้จัดเตรียมเนื้อหาตั้งแต่สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้จัก Kubernetes ไปจนถึงผู้ที่ใช้งานในระบบ Production จริงแล้วให้ได้เรียนรู้กัน และในบทความนี้เราก็ได้รวบรวม 6 Session ด้าน Kubernetes ที่ไม่ควรพลาดในงานครั้งนี้เอาไว้แล้วสำหรับให้ Systems Engineer และ DevOps Engineer ทุกท่านในไทยให้ได้ไปลงทะเบียนและร่วมรับชมกัน พร้อมลุ้นรับ iPad และของรางวัลอีกมากมายได้ง่ายๆ จากชุมชน VMUG Thailand

Credit: VMware

สำหรับเนื้อหาที่แนะนำทั้งหมดจะเป็นแบบ On-Demand สามารถเลือกชมได้ในเวลาที่ต้องการทันทีหลังจากเริ่มงานในวันที่ 20 ก.ย. 2020 เป็นต้นไป ดังนี้

1) Cloud Native Fundamentals: Containers and Kubernetes 101 for the VI Admin [KUB1888] เนื้อหาแนะนำ Container และ Kubernetes เบื้องต้นสำหรับผู้ที่ดูแลระบบ Virtualization มาก่อน เพื่อให้เข้าใจถึงความแตกต่างระหว่าง Virtualization และ Container รวมถึงเข้าใจบทบาทพื้นฐานของ Kubernetes ในการใช้งานจริง

2) A Deeper Look at the Kubernetes Cluster API [KUB2470] เจาะลึกกับ Kubernetes Cluster API ที่เป็นหัวใจสำคัญซึ่ง VMware มีการใช้งานในผลิตภัณฑ์ตระกูล VMware Tanzu เพื่อให้เห็นภาพการทำงานของระบบได้อย่างลงลึกมากยิ่งขึ้น

3) Cloud Native Operations on Kubernetes [KUB1056] ทำความรู้จักกับการดูแลรักษาระบบ Cloud-Native Application ในมุมของผู้ที่ต้องดูแลการทำงานของ Kubernetes ในภาพรวมและการทำงานร่วมกับทีม Developer ครอบคลุมทั้งแนวคิดของ Cloud Native Operations, การสร้าง Cloud Native CI/CD Stack และการ Deploy หรือการอัปเกรดระบบ Application ที่ทำงานอยู่บน Kubernetes

4) Ease into Event-Driven Apps with Knative [KUB2829] เรียนรู้การวางระบบ Serverless เพื่อรองรับ Event-Driven Application ภายในองค์กรบน Kubernetes กับโครงการ Knative เพื่อเป็นอีกทางเลือกในการวางสถาปัตยกรรมของระบบ Cloud-Native Application ให้ตอบโจทย์การพัฒนาและการดูแลรักษามากยิ่งขึ้น

5) GitOps and Kubernetes – A Guide for the VI Admin [KUB2306] รู้จักกับแนวทางของ GitOps ในมุมที่ผู้ดูแลระบบ Virtualization และ Container ต้องทราบ เพื่อตอบรับต่อความต้องการของทีม Developer ในการพัฒนา Cloud-Native Application ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

6) Kubernetes Lessons Learned from 300+ Deployments [KUB2094] สรุปบทเรียนจากประสบการณ์ของวิทยากรที่ได้มีโอกาสในการร่วมโครงการด้านการ Deploy ระบบ Kubernetes มากกว่า 300 ระบบ พร้อมแนวทางปฏิบัติสำหรับธุรกิจองค์กรในการเริ่มต้นใช้งาน Kubernetes อย่างเหมาะสมและมั่นคงปลอดภัย

สำหรับผู้ที่สนใจ Session อื่นๆ เกี่ยวกับ Kubernetes และ Application Modernization สามารถตรวจสอบเนื้อหาทั้งหมดได้ที่ https://www.vmworld.com/en/tracks/App-Modernization.html

ร่วมสนุก ลุ้นรับรางวัลกับ VMUG Thailand

สำหรับผู้ที่เข้าร่วมงาน VMworld 2020 ในครั้งนี้ สามารถลุ้นรับรางวัล Apple iPad 1 เครื่อง มูลค่ามากกว่า 15,000 บาท, Samsung Galaxy Tab A 4 เครื่อง มูลค่ามากกว่า 4,900 บาท, WD External SSD จำนวน 3 ชุด มูลค่ามากกว่า 2,700 บาท และเครื่องฟอกอากาศ Xiao Mi จำนวน 3 เครื่อง มูลค่า 3,500 บาทได้ทันที ด้วยการร่วมกิจกรรมง่ายๆ ดังนี้

  1. เข้ากลุ่ม VMUG Thailand ที่ https://www.facebook.com/groups/1502318113117280
  2. ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน VMworld 2020 และเข้าร่วมฟัง Session ใดก็ได้ระหว่างวันที่ 30 กันยายน 2020 – 9 ตุลาคม 2020
  3. Capture หน้าจอระหว่างเข้าร่วมงานมาโพสต์ลงกลุ่ม พร้อมเขียนบรรยายคร่าวๆ ว่าได้ฟังหัวข้อใดเกี่ยวกับเรื่องอะไรไปบ้าง

เพียงเท่านี้คุณก็จะมีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลแบบสุ่มแล้ว โดยทีมงาน VMUG Thailand จะทำการประกาศผลภายใน 1-2 สัปดาห์หลังสิ้นสุดระยะเวลาร่วมกิจกรรม

ลงทะเบียนเข้าร่วม VMworld 2020 ได้ฟรีทันที ไม่มีค่าใช้จ่าย

ผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วมงานที่ https://www.vmworld.com/en/index.html?src=em_5f571cb6676fa&cid=7012H000001YnoL และทำการคลิกปุ่ม “Register for Schedule Session” โดยขั้นตอนในการลงทะเบียนจะมีดังนี้

  • ลงทะเบียนสร้าง Account เข้าร่วมงานครั้งแรกที่ https://www.vmworld.com/myvmworld-login.jspa?src=em_5f571cb6676fa&cid=7012H000001YnoL โดยคลิกที่ปุ่ม “Create one here” หากยังไม่เคยเข้าร่วม VMworld มาก่อน โดยต้องใช้ Email ของบริษัทในการลงทะเบียน
  • ระบบจะทำการส่งอีเมล์ในหัวข้อ “Account Activation Email” ไปยังอีเมล์บริษัทที่ได้ลงทะเบียนไว้ ให้เข้าไปทำการคลิกที่ลิงค์ “Activate Your Account”
  • ระบบจะนำท่านไปสู่หน้าลงทะเบียนเข้าร่วมงาน VMworld 2020 ให้ทำการกรอกข้อมูลรายละเอียดตามจริง และจะมีส่วนที่ให้เลือกประเภทของบัตรเข้าชมงาน ก็สามารถเลือกบัตรที่มีราคา 0$ เพื่อเข้าร่วมงานได้ฟรีทันที
  • เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ระบจะทำการส่งอีเมล์ในหัวข้อ “VMworld 2020 Registration Confirmation” กลับไปหาท่านในอีเมล์บริษัทที่ได้ทำการลงทะเบียนไว้ เพื่อยืนยันผลการลงทะเบียนว่าสำเร็จเรียบร้อยแล้ว

หากมีข้อสงสัยใดๆ ในการลงทะเบียน สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่อีเมล์ SEAK.generalenquiry@vmware.com โดยจะมีเจ้าหน้าที่ VMware ประจำประเทศไทยคอยตอบคำถามในช่องทางดังกล่าว

from:https://www.techtalkthai.com/6-recommended-kubernetes-sessions-at-vmworld-2020/