คลังเก็บป้ายกำกับ: Software

9 โปรแกรมแตกไฟล์โหลดใช้ฟรี ควรมีติดเครื่อง!

โปรแกรมแตกไฟล์ตัวไหนน่าโหลดมาใช้กันบ้างนะ? วันนี้เราคัดมาให้คุณแล้ว!

zip cover

โปรแกรมแตกไฟล์เป็นโปรแกรมสำคัญที่ควรมีติดพีซีทุกเครื่องเอาไว้เลย แม้บางคนจะคิดว่าตอนนี้ใช้ Windows 10 อยู่ก็มีคำสั่งบีบอัดและคลายไฟล์ Zip อยู่แล้ว แต่ซอฟท์แวร์เหล่านี้ก็จำเป็นอยู่ดี เพราะมีฟีเจอร์สำคัญอย่างการตั้งรหัสผ่าน, ใส่ฟีเจอรรักษาความปลอดภัยเช่น AES-256 และคลายไฟล์ได้อย่างรวดเร็ว หลายคนเลยติดตั้งโปรแกรมเหล่านี้เอาไวเพื่อให้ทำงานได้สะดวกขึ้นเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเชื่อว่าหลาย ๆ คนก็คิดว่าแค่โหลดโปรแกรมสายหลักอย่าง WinRAR, WinZIP และอีกสองสามโปรแกรมเอาไว้ก็เพียงพอแล้ว แต่นอกจากโปรแกรมที่รู้จักกันอยู่แล้วก็มีซอฟท์แวร์อื่นให้เลือกโหลดมาใช้งานได้ฟรีและทำงานได้รวดเร็วกว่าระบบแตกไฟล์ของ Windows 10 อย่างแน่นอน

โปรแกรมแตกไฟล์

ส่วนของผู้ใช้ที่สนใจว่า Windows 10 ถ้าอยากรวมและแตกไฟล์ Zip จะต้องทำอย่างไรบ้าง จะมีวิธีดังนี้

zip with windows e1627530290246

สำหรับวิธีรวมไฟล์ให้เป็นไฟล์ Zip ด้วยระบบของ Windows เอง ให้กดเลือกไฟล์ที่ต้องการใส่ไว้ใน Zip file เดียวกัน จากนั้นคลิกขวา เลือกที่ Send to แล้วกด Compressed (zipped) folder แล้วรอ Windows 10 รวมไฟล์สักครู่ จากนั้นจะออกมาเป็นไฟล์ Zip พร้อมใช้หรือส่งให้ผู้รับปลายทางได้เลย

extract e1627530318864

ส่วนคนที่ได้ไฟล์ Zip มาแล้วต้องการใช้ไฟล์ในนั้นแต่ยังไม่ได้ติดตั้งโปรแกรมสำหรับแตกไฟล์ล่ะก็ ให้คลิกขวาที่ไฟล์ Zip ที่อยากแตกไฟล์ แล้วก็เลือกคำว่า Extract All… หรือจะดับเบิ้ลคลิกเปิดไฟล์ Zip แล้วตรงเข้าไปเลือกไฟล์ที่ต้องการโดยตรงก็ได้เหมือนกัน

9 โปรแกรมแตกไฟล์แนะนำให้โหลดติดเครื่องไว้

สำหรับโปรแกรมแตกไฟล์ที่ควรมีติดเครื่องเอาไว้นั้น ถ้ารวมกับโปรแกรมหลักที่เลือกใช้กันเป็นประจำนั้น จะมีทั้งหมด 9 โปรแกรมแนะนำให้โหลดมาใช้กัน ซึ่งแต่ละตัวก็จะมีจุดเด่นแตกต่างกันไป ซึ่งโปรแกรมที่เลือกมาแนะนำในบทความนี้ ได้แก่

  1. WinRAR
  2. PeaZip
  3. 7-Zip
  4. RAR File Extractor
  5. CAM UnZip
  6. Zipeg
  7. IZarc
  8. Ashampoo Zip Free
  9. Zip Archiver 4
1. WinRAR

rar

สำหรับโปรแกรมแรกที่ควรมีติดเครื่องไว้แตกและรวมไฟล์ ยังไงก็แนะนำให้โหลด WinRAR มาติดเครื่องเอาไว้ เพราะนอกจากเป็นโปรแกรมพื้นฐานที่รองรับไฟล์หลายฟอร์แมต ทั้ง RAR, ZIP, CAP, GZip ฯลฯ แล้ว ตัวซอฟท์แวร์ก็เป็นโปรแกรมแบบ 32 และ 64-bit เลือกใช้งานได้ตามต้องการและมีการอัพเดทอัลกอริธึ่มสำหรับบีบอัดไฟล์ประเภทต่าง ๆ เอาไวด้วย นอกจากนี้ยังเข้ารหัสแบบ AES-256 อีกด้วย และถึงตัวโปรแกรมจะขึ้นแจ้งเสมอ ๆ ว่าสามารถใช้งานฟรีได้ 40 วันก็ตาม แต่ก็ยังใช้งานได้เรื่อย ๆ ไม่มีการหยุดให้บริการหรือจำกัดฟีเจอร์ใด ๆ อีกด้วย

2. PeaZip

peazip

ส่วนของโปรแกรมใช้แตกไฟล์ตัวที่สองน่าโหลดติดเครื่องเอาไว้เป็น PeaZip ซึ่งรองรับไฟล์หลากหลายแบบไม่แพ้กัน ทั้ง 7Z, ISO, ZIP, RAR, WIM, ZST ฯลฯ และเป็นซอฟท์แวร์ประเภท Opensource ที่นอกจากโหลดมาใช้งานได้ฟรีแล้ว ใครที่มีความสามารถด้านโปรแกรมมิ่งก็ร่วมพัฒนาและส่ง Source code เข้าไปใน GitHub หรือ SourceForge เพื่อให้ซอฟท์แวร์มีประสิทธิภาพดีขึ้นเรื่อย ๆ ได้ด้วย นอกจากนี้ข้อดีของ PeaZip คือจะมีทั้งเวอร์ชั่น 32 และ 64-bit ให้เลือกโหลดไปใช้งาน หรือถ้าไม่อยากติดตั้งไว้ในเครื่อง ก็โหลดแบบ Portable มาใช้งานและใส่แฟลชไดรฟ์แทนก็ได้เหมือนกัน รวมทั้งมีไฟล์เวอร์ชั่น Linux ให้โหลดไปติดตั้งได้ด้วย

3. 7-Zip

7 Zip for pc

7-Zip เองก็เป็นซอฟท์แวร์แตกไฟล์อีกตัวที่หลาย ๆ คนเลือกโหลดมาติดตั้งในเครื่อง เพราะแตกไฟล์ได้หลายนามสกุล ตัวอย่างเช่น 7z, XZ, BZIP2, GZIP, ZIP, TAR ฯลฯ และบีบอัดไฟล์กลับเป็นนามสกุล 7z, XZ, BZIP2, GZIP, TAR, ZIP และ WIM ได้ด้วย รวมทั้งรองรับ Plugin จาก FAR manager ที่เป็นซอฟท์แวร์จัดการไฟล์ที่บีบอัดมาได้ มีฟีเจอร์เข้ารหัสไฟล์ที่บีบอัดด้วย AES-256 แล้วใช้งานร่วมกับ Windows Shell ได้อีกด้วย จัดว่าใช้ทำงานได้สะดวกมาก และมีเวอร์ชั่นติดตั้งใน Linux อีกด้วย ส่วนคนที่มีความสามารถด้านโปรแกรมมิ่งก็ปรับแต่งซอฟท์แวร์นี้เองได้เลย เพราะเป็น Opensource ที่โค้ดต่าง ๆ เป็น GNU LGPL รวมทั้งไฟล์มีขนาดเล็กมากเพียง 1.2 MB ในเวอร์ชั่น 32-bit และ 64-bit ที่ 1.4 MB เท่านั้น ซึ่งส่วนตัวผู้เขียนมองว่าถ้าใครอยากได้โปรแกรมแตกไฟล์ที่ตัวเล็กประสิทธิภาพดีสักตัว จะโหลด 7-Zip ไปติดตั้งแล้วใช้งานได้เลย

4. RAR File Extractor

rarfile

RAR File Extractor จะเป็นโปรแกรมแตกไฟล์ RAR อย่างเดียว ซึ่งเมื่อแตกไฟล์ก็สามารถเลือกโฟลเดอร์ปลายทางที่ต้องการให้ไฟล์ใน RAR แตกไปลงได้ รวมทั้งเลือกคำสั่ง Overwrite ที่เมื่อแตกไฟล์แล้วถ้าเจอไฟล์เดียวกันก็จะเขียนทับลงไปโดยอัตโนมัติ แล้วสั่งเปิดแฟ้มที่แตกไฟล์ลงไปออกมาให้ใช้ได้ทันที  ไม่ต้องเสียเวลาเปิดแฟ้มนั้น ๆ อีกด้วย นอกจากนี้ถ้ามีไฟล์ที่เป็นขนาดใหญ่มาก ๆ ตัวโปรแกรมก็จะแยกออกมาเป็นไฟล์แยกเล็ก ๆ ให้ด้วย แต่โปรแกรมนี้จะใช้งานได้เฉพาะใน Windows เท่านั้น ไม่มีเวอร์ชั่นสำหรับ Linux หรือระบบปฏิบัติการอื่นเหมือนกับโปรแกรมก่อนหน้านี้

5. CAM UnZip

cam

CAM UnZip อาจจะเป็นโปรแกรมแตกไฟล์ที่ไม่คุ้นหูคนไทยเท่าไหร่ แต่ฟีเจอร์เรียกว่าเยอะและล้ำทีเดียว เพราะว่าอัพเดทล่าสุดนี้นอกจากติดตั้งใน Windows XP ถึง 10 ได้เลย รวมทั้งแตกและรวมไฟล์ Zip ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังถอดไฟล์ใน Zip ได้ง่าย รวมทั้งรองรับการทำงานผ่านทาง Command line ของ Windows ได้ นอกจากนี้เวอร์ชั่น Portable นอกจากไม่ต้องติดตั้งใน Windows แล้ว ยังรันการทำงานผ่านทางที่เก็บไฟล์ออนไลน์อย่าง Google Drive, Dropbox ฯลฯ ได้โดยตรงอีกด้วย นอกจากนี้ยังเป็นใช้งานได้ฟรีไม่ต้องเสียเงิน และถ้าอยากสนับสนุนผู้พัฒนาก็บริจาคเงินได้อีกด้วย

6. Zipeg

zipeg

Zipeg เป็นโปรแกรมแตกไฟล์อีกตัวทรองรับไฟล์หลากหลายนามสกุลไม่แพ้โปรแกรมอื่น ๆ ที่แนะนำไปก่อนหน้านี้ โดยรองรับนามสกุลหลักทั้ง ZIP, RAR, ARJ, 7z, TAR, GZ, TGZ ฯลฯ ได้เหมือนกัน และมีหน้าต่างเลือกปรับแต่งการทำงานซอฟท์แวร์ได้หลากหลายแบบ เช่น เลือกที่แตกไฟล์, เลือกการ encode ไฟล์ที่ต้องการบีบอัดก็ได้ นอกจากนี้หน้า Interface ก็ใช้งานไม่ยาก ส่วนจุดเด่นที่โปรแกรมอื่นไม่มี คือ Zipeg จะมีฟีเจอร์ดูไฟล์ที่อยู่ในตัว Zip นั้นอีกทีว่าไฟล์นั้น ๆ ที่เราบีบอัดเอาไว้มีไฟล์อะไรอยู่บ้าง โดยขึ้นเป็นภาพ Thumbnail ที่หน้าโปรแกรมเลย แต่ต้องรอตัวโปรแกรมโหลดหน้าตาไฟล์ขึ้นมาให้เสร็จก่อน ซึ่งกินเวลาอยู่บ้างแต่ก็สะดวกกว่าโปรแกรมแตกไฟล์ตัวอื่น ๆ ที่ต้องเลือก Extract File ก่อนถึงจะเห็นไฟล์ที่บีบเอาไว้ ดังนั้นถ้าใครมีไฟล์ที่บีบเอาไว้เยอะ ก็ใช้โปรแกรมนี้เปิดดูได้เช่นกัน

7. IZarc

IZArc zip fix freeware for everyone 2

สำหรับซอฟท์แวร์แตกไฟล์ IZarc นั้น ถึงจะมีฟีเจอร์หลัก ๆ อย่างบีบอัดหรือคลายไฟล์ได้หลายนามสกุลก็ตาม แต่จุดเด่นที่น่าสนใจเลย คือซอฟท์แวร์ตัวนี้มีฟีเจอร์เรื่องการซ่อมไฟล์ที่ถูกไวรัสทำลายจนเสียหายแล้วเปิดใช้งานไม่ได้ รวมทั้งสั่งสแกนไฟล์ที่เข้ารหัสเอาไว้ว่ามีไวรัสหรือไม่ก่อนคลายไฟล์ได้อีกด้วย พอติดตั้งไว้ในเครื่องแล้วก็สามารถเรียกใช้งานด้วยการคลิกขวาที่ไฟล์ที่ต้องการแล้วสั่งทำงานได้เหมือน WinRAR เลย รวมทั้งการเข้ารหัสไฟล์ที่บีบอัดแล้วก็ใช้เป็น AES-256 เพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้น รวมทั้งมีส่วนเสริมที่ทำให้เรียกใช้ IZarc จาก Command line ของ Windows ได้ด้วย ถ้าใครต้องการเซฟเครื่องของเราให้ปลอดภัยจากไวรัสมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก็แนะนำให้โหลด IZarc ตัวนี้ไปเป็นซอฟท์แวร์แตกไฟล์ประจำเครื่องได้เลย

8. Ashampoo Zip Free

zipfree

ถ้าใครใช้คอมพิวเตอร์มาสักพักแล้ว อาจจะคุ้นเคยชื่อของ Ashampoo ที่เป็นบริษัททำซอฟท์แวร์มาอย่างยาวนานแล้ว และมีโปรแกรมสำหรับแตกไฟล์ให้โหลดไปใช้งานได้ฟรีด้วย ชื่อ Ashampoo Zip Free ซึ่งออกแบบมาใช้งานกับ Windows 7 ขึ้นไป มีทั้งแบบ 32 และ 64-bit ให้เลือกติดตั้ง รวมทั้งบีบและคลายไฟล์ได้หลายนามสกุล ซึ่งนามสกุลหลักอย่าง ZIP, 7z, CAB, TAR ฯลฯ สามารถบีบอัดและคลายไฟล์ได้ทั้งหมด แต่ RAR จะคลายไฟล์ได้อย่างเดียวแต่รองรับฟอร์แมตของ RAR ถึงเวอร์ชั่น 5.x แล้ว และเข้ารหัส AES-256 เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล รวมทั้งซ่อมไฟล์ ZIP ที่เสียหายแล้วใช้งานไม่ได้ให้กลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม นอกจากนี้ยังแยกไฟล์ ZIP ออกเป็นหลาย Volume ในกรณีที่ไฟล์นั้นมีขนาดใหญ่เกินไป จะได้บีบอัดและแก้ไฟล์ได้สะดวกขึ้น ซึ่งทางผู้พัฒนาเองก็เปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรีอีกด้วย ดังนั้นถ้าใครอยากได้โปรแกรมดีและฟรีแนะนำให้โหลดเอาไว้ใช้งานได้เลย

9. Zip Archiver 4

hamster

สำหรับโปรแกรมใช้แตกไฟล์ตัวสุดท้ายที่เลือกมาแนะนำก็เป็นซอฟท์แวร์ใช้งานได้ฟรีอย่าง Zip Archiver 4 ที่นอกจากใช้งานได้สะดวก, ทำงานเร็วรวมทั้งบีบอัดหรือคลายไฟล์ได้ไวทันใจ รองรับไฟล์นามสกุลต่าง ๆ หลากหลายแบบทั้ง Zip, 7z, RAR, TAR, WIM, JAR, CAB ฯลฯ แล้ว  จุดเด่นของโปรแกรมนี้ คือเราสามารถแชร์ไฟล์ที่บีบอัดเอาไว้ให้กับเพื่อนที่ใช้โปรแกรมเดียวกันได้ผ่านทางระบบ Cloud อีกด้วย โดยซอฟท์แวร์นี้จะใช้งานร่วมกับ Google Drive, Dropbox, Yandex และอื่น ๆ ได้ด้วย ทำให้รับส่งไฟล์ที่บีบอัดไว้เสร็จแล้วให้เพื่อนได้สะดวกขึ้นมาก ๆ ดังนั้นถ้าใครรับส่งไฟล์กับคนใกล้ตัวหรือเพื่อนร่วมงานจะใช้ Zip Archiver 4 ตัวนี้เลย ก็ช่วยให้ทำงานได้สะดวกขึ้นอย่างแน่นอน

zip files 765x404 1

จะเห็นว่าโปรแกรมแตกไฟล์และบีบอัดไฟล์นั้น นอกจาก WinRAR, WinZIP และอื่น ๆ ที่เราคุ้นเคยกันนั้น จะมีโปรแกรมดี ๆ ให้เลือกใช้งานกันอีกหลายตัว รวมทั้งมีฟีเจอร์แตกต่างกันไปหลายแบบ ช่วยให้ผู้ใช้ทำงานได้สะดวกขึ้น และยิ่งใครที่ต้องการรับส่งไฟล์ไปมาระหว่างเพื่อนร่วมงานได้รวดเร็วขึ้นมาก ดังนั้นใครที่กำลังหาซอฟท์แวร์ประเภทนี้เอาไว้ใช้ ผู้เขียนแนะนำให้ลองเลือกหาตามฟีเจอร์พิเศษที่มีเฉพาะซอฟท์แวร์นั้น ๆ ไปเลย จะช่วยให้เลือกซอฟท์แวร์แบบใหม่ ๆ มาทดลองใช้งานได้สนุกยิ่งขึ้น และไม่แน่ว่าโปรแกรมใหม่ที่ลองโหลดมาใช้ดูอาจจะตอบโจทย์กว่าที่คิดก็ได้


บทความที่เกี่ยวข้อง

wifi new cover

mixer cover

rpg cover

from:https://notebookspec.com/web/606891-9-recommend-file-extractor-programs

7 โปรแกรม Mixer ปรับเสียงน่าใช้ มิกซ์เพลงแต่งเสียงได้ตามใจ มีทั้งฟรีและเสียเงินให้เลือก

โปรแกรม Mixer ปรับเสียงน่าใช้ทั้งฟรีทั้งเสียเงิน สำหรับคนอยากมิกซ์เพลงทำเสียงมาโหลดกันตรงนี้!

mixer cover

คนที่มีดนตรีในหัวใจแล้วอยากเริ่มทำเพลงของตัวเองมาอัพโหลดขึ้น YouTube ดู ก็น่าจะอยากได้โปรแกรม Mixer ปรับเสียงดี ๆ เอาไว้จูนเสียงทำเพลงกันแน่ ๆ ซึ่งตอนนี้โปรแกรมกลุ่มนี้มีทั้งแบบฟรีที่โหลดมาใช้งานได้เลยและมีฟีเจอร์หลัก ๆ อย่างการตั้งไลน์เสียง, แต่งทำนองและใส่เอฟเฟคพื้นฐานต่าง ๆ ไปจนถึงเวอร์ชั่นเสียเงินแล้วเอาไปทำเพลงหาเงินได้เลยทีเดียว

ซึ่งโปรแกรมกลุ่มนี้แค่ติดตั้งเอาไว้ในเครื่องก็เริ่มแต่งเพลงกันได้เลย แล้วถ้าเพลงเริ่มติดตลาดจะเติมมิกเซอร์หรืออุปกรณ์อื่น ๆ เข้ามาเสริมให้คุณภาพของเสียงและเพลงดีขึ้นเรื่อย ๆ ก็ได้ แต่ศิลปินชื่อดังบางคนแค่มีโปรแกรม Mixer ปรับเสียงที่ฟีเจอร์เยอะและโน๊ตบุ๊คสเปคแรงสักหน่อยก็เรียกว่าเหลือเฟือและใช้ทำเพลงได้แล้ว ดังนั้นถ้าใครสนใจจะมิกซ์เพลงเองสักครั้งหนึ่ง ผู้เขียนก็ได้รวบรวมข้อมูลและซอฟท์แวร์น่าใช้มาให้เลือกกันในบทความนี้แล้ว

โปรแกรม Mixer ปรับเสียงอยากเติมเอาไว้ใช้มิกซ์เพลงได้เทพขึ้น จะมาจัดทีหลังก็ได้นะ

ก่อนโหลดโปรแกรม Mixer ปรับเสียงมาใช้ ต้องใช้พีซีสเปคประมาณไหน?

หลายคนอาจจะสงสัยว่าถ้าจะเริ่มมิกซ์เพลงสักเพลง พีซีหรือโน๊ตบุ๊คที่มีอยู่ที่บ้านของเราจะเอามาใช้มิกซ์เพลงไหวไหม ทำงานได้ลื่นหรือเปล่า? ในส่วนนี้ต้องเข้าใจกันก่อนว่าโปรแกรมกลุ่มนี้ไม่ได้ใช้การ์ดจอที่มีประสิทธิภาพสูงเหมือนกับโปรแกรมแต่งภาพที่ผู้เขียนเคยแนะนำไปก่อนหน้านี้ เพราะโปรแกรมกลุ่มนั้นต้องใช้การ์ดจอช่วยเรนเดอร์เรื่องภาพและสีสันเป็นหลัก

กลับกันโปรแกรม Mixer ที่ทำงานกับเสียงเพลงจะเน้นเรื่องซีพียูเป็นหลักว่าต้องเป็นซีพียูที่มีคอร์เยอะเพื่อช่วยประมวลผลเรื่อง Codec ไฟล์เสียงต่าง ๆ กับหน้าจอที่ใหญ่สักหน่อยจะได้เห็นไลน์เสียงกว้างที่สุดแบบเกือบหรือครบทั้งเพลง โดยสเปคขั้นต่ำที่แนะนำสำหรับใช้กับโปรแกรม Mixer ปรับเสียงต่าง ๆ คือ

สเปคของพีซีสำหรับโปรแกรม Mixer ปรับเสียง ขั้นต่ำ
ซีพียู ซีพียูแบบ 4 คอร์ขึ้นไป ความเร็ว 2.2 GHz
แรม 4GB หรือมากกว่า
ฮาร์ดดิสก์ ความจุขั้นต่ำ 256GB เป็นฮาร์ดดิสก์ก็ได้หรือ SSD ยิ่งดี
ระบบปฏิบัติการ 64-bit 
ขนาดหน้าจอ 15 นิ้วขึ้นไป

จะเห็นว่าโปรแกรม Mixer นั้นไม่ได้กินสเปคมากอย่างที่คิดแล้ว และโน๊ตบุ๊คในปัจจุบันแทบทุกรุ่นสามารถมิกซ์เพลงได้สบาย ๆ อย่างแน่นอน แต่ถ้าสเปคดีกว่าที่แนะนำเอาไว้ก็จะสามารถประมวลผลไฟล์เพลงให้เสร็จได้เร็วขึ้น

และนอกจากโน๊ตบุ๊คหรือพีซีแล้วใครที่จะร้องเพลงแล้วเอามามิกซ์ในโปรแกรมนี้ด้วย ผู้เขียนก็แนะนำให้ลงทุนกับไมโครโฟนสำหรับร้องเพลงโดยเฉพาะเอาไว้ใช้สักตัว เช่น RODE, SHURE หรือ Sony แล้วหา Pop Filter ที่เป็นแผ่นกันเสียงรบกวนจากอากาศเข้าไมค์มาติดด้วย จะช่วยให้มิกซ์ทำนองและเสียงร้องเพลงของเราได้เพราะขึ้นมากอย่างแน่นอน

7 โปรแกรม Mixer ปรับเสียงแนะนำให้ใช้

สำหรับโปรแกรม Mixer ปรับเสียงแต่งเพลงที่น่าใช้จะมีทั้งโปรแกรมฟรีที่โหลดมาใช้งานได้เลยและมีฟีเจอร์หลัก ๆ อยู่ค่อนข้างครบถ้วนกับโปรแกรมจ่ายเงินที่มีให้เลือกหลายแพ็คเกจ แต่ก็มีฟีเจอร์เสริม, Plugin และฟังก์ชั่นเยอะขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งทั้ง 6 โปรแกรมมี

  1. GarageBand กับ Logic Pro (Apple MacBook)
  2. FL Studio (199 ดอลลาร์ หรือราว 6,500 บาท)
  3. Audacity (ฟรี)
  4. Adobe Audition (748 บาท/เดือน)
  5. MixPad Multitrack Mixer (ฟรี)
  6. Vocaloid (360.36 ดอลลาร์ หรือราว 12,000 บาท)
  7. SoundAtion (6.99 ดอลลาร์ หรือราว 230 บาท/เดือน)
1. GarageBand กับ Logic Pro (Apple MacBook)

garageband

สำหรับคนที่อยากมิกซ์เพลงสักเพลง หลายคนอาจจะคิดถึง Apple MacBook กันเป็นเครื่องแรก ๆ เพราะว่าประสิทธิภาพดี และมีซอฟท์แวร์ครบเครื่องรวมไปถึง GarageBand ที่เป็นโปรแกรม Mixer ที่ติดมากับ macOS ที่พร้อมใช้งานได้เลย ซึ่งตัวซอฟท์แวร์นั้นสามารถมิกซ์ไลน์เสียงจากเครื่องดนตรีต่าง ๆ ทั้งกีตาร์, คีย์บอร์ดและใส่ไลน์เสียงที่อัดจากไมโครโฟนของเราเพิ่มเข้าไปได้ง่าย ๆ รวมทั้งซินธิไซเซอร์เอาไว้คุมการเปลี่ยนโทนเสียงเพลงให้เป็น EDM แนวต่าง ๆ ได้มากมาย หรือจะเปลี่ยนไปทำเพลงแนวคลาสสิคก็ได้ นอกจากนี้ถ้าใครใช้ iPhone, iPad ร่วมกับ MacBook ก็ใช้ประโยชน์จาก Apple Ecosystem ที่แต่งในอุปกรณ์ iOS แล้วเอาเพลงมาทำต่อใน MacBook จนเสร็จก็ได้เรียกว่าถึงเป็นซอฟท์แวร์ติดเครื่องมาแต่ก็ครบเครื่องสุด ๆ เช่นกัน

logicpro

ส่วนใครที่เริ่มเป็นมือโปรเป็นดีเจที่มิกซ์เพลงแล้วอยากให้มีเอฟเฟคและลูกเล่นตอนมิกซ์เพลงเยอะขึ้น อย่างทำลูปเสียงเพลง, ใช้ iPhone หรือ iPad เป็นรีโมตคุมเพลงที่มิกซ์เสร็จแล้วและใส่เอฟเฟคใหม่ ๆ เข้าไปในเพลงของตัวเองให้จัดเต็มกว่าเดิม แนะนำให้ขยับมาเป็น Logic Pro ที่เป็นซอฟท์แวร์เวอร์ชั่นอัพเกรดจาก GarageBand ได้เลย โดยตอนแรกทาง Apple จะให้ลูกค้าผลิตภัณฑ์ได้ใช้งานซอฟท์แวร์นี้ฟรี 90 วันก่อน แล้วถ้าชอบหรือมีประโยชน์กับการมิกซ์เพลงของเราก็จ่ายอีก 199.99 ดอลลาร์ หรือราว 6,600 บาท เพื่อซื้อเวอร์ชั่นเต็มที่ใช้งานได้ตลอดไปแล้วติดกับ Apple ID ของเราไปได้เลย แต่ GarageBand กับ Logic Pro จะใช้ได้เฉพาะระบบปฏิบัติการ macOS เท่านั้น ดังนั้นถ้าใครอยากใช้ซอฟท์แวร์นี้ก็ต้องซื้อ MacBook ก่อนถึงจะใช้งานได้

Format ของไฟล์เสียงที่ Export ออกมาได้จะได้คุณภาพสูงถึงระดับไฟล์ประเภท AIFF, WAV, CAF, PCM, ALAC, AAC, MP3 และอื่น ๆ จัดว่าถ้าใครใช้ macOS แนะนำให้ลองเริ่มจากซอฟท์แวร์นี้ได้เลย

2. FL Studio (199 ดอลลาร์ หรือราว 6,500 บาท)

flstudio

โปรแกรม Mixer เอาไว้แต่งเสียงทำเพลงที่น่าใช้และฟีเจอร์ล้นไม่แพ้กับพี่น้อง GarageBand และ Logic Pro ของ Apple สำหรับสาย Windows และ Android จะเป็น FL Studio ที่สร้างเอฟเฟคเสียงและปรับ Equalizer ได้ละเอียด, ปรับแต่งไฟล์เสียง, ใส่เอฟเฟคให้กับเพลงได้มากมายหลายแบบ รวมทั้งอัดเสียงเพิ่มเข้าไปในแทร็กที่กำลังมิกซ์เพลงอยู่ได้ด้วย และข้อดีคือติดตั้งได้ใน Windows, macOS, iOS และ Android และซอฟท์แวร์ก็เป็นแบบซื้อขาด จ่ายครั้งเดียวใช้งานได้ตลอดชีวิตไม่ต้องจ่ายค่าบริการรายเดือนและได้รับอัพเดทแพทช์และเวอร์ชั่นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ซึ่งดีเจต่างประเทศชื่อดังหลาย ๆ คนก็เลือกใช้งานกัน เช่น Martin Garrix หรือ Avicii ก็ซื้อซอฟท์แวร์นี้มาใช้งานเช่นกัน

จุดเด่นของโปรแกรมนี้ คือเป็นซอฟท์แวร์ที่เน้นการมิกซ์เพลงโดยเฉพาะ, ให้ฟีเจอร์หลักครบเครื่องและรองรับ Plugin เสริมที่โหลดมาเพิ่มเติมได้มากมายหลายแบบ แต่หน้าตาซอฟท์แวร์จะดูพื้น ๆ และต้องใช้เวลาเรียนรู้สักระยะถึงจะใช้งานได้คล่อง ส่วนไฟล์เสียงที่ Export ออกมาได้ มีทั้ง AIFF, DS, MP3, OGG, WAV ฯลฯ ซึ่งผู้ใช้ที่สนใจอยากลองซอฟท์แวร์นี้ดูว่าตอบโจทย์ของเราหรือเปล่า ก็โหลดเวอร์ชั่นฟรีที่หน้าเว็บไซต์ไปลองก่อนได้แล้วค่อยจ่ายเงินซื้อซอฟท์แวร์มาใช้งานก็ได้ แต่ส่วนตัวผู้เขียนแนะนำว่าถ้าจะซื้อมาใช้งาน แนะนำให้เริ่มที่ตัว FL Studio Producer Edition ราคา 199 ดอลลาร์ หรือราว 6,500 บาทไปเลย เพราะว่ามีฟีเจอร์ Audio recording เอาไว้อัดเสียงเพิ่มเติมเข้าไปได้ด้วย แล้วถ้าอัพเกรดก็ขยับมาตัวสูงสุดอย่าง FL Studio All Plugins Edition ราคา 499 ดอลลาร์ หรือราว 16,000 บาทภายหลังให้ฟีเจอร์มาครบเครื่องก็ได้เช่นกัน

3. Audacity (ฟรี)

Theme Dark

สำหรับสายฟรีที่หาโปรแกรม Mixer ปรับเสียงแบบง่าย ๆ ทั้งจูนเสียง ตัดต่อ ใส่เอฟเฟคต่าง ๆ ได้ แถมยังใช้ Shortcut คีย์บอร์ดคุมแบบง่าย ๆ ได้ด้วย แนะนำให้ลองโหลด Audacity มาลองก่อนได้เลยและจะใช้ไปจนเป็นมือโปรด้วยซอฟท์แวร์นี้ก็ได้ แค่หน้าตาซอฟท์แวร์จะดูเก่าไปบ้างก็ตาม ติดตั้งได้ทั้ง Windows, macOS และ Linux เลยทีเดียว ซึ่งข้อดีนอกจากฟรีคือ บันทึกไฟล์เสียงแยกจากอุปกรณ์ต่อเสริมภายนอกอย่างไมโครโฟนหรือเครื่องดนตรีอื่น ๆ ได้, ตัดต่อไฟล์เสียงหรือจะโหลด Plugin มาเติมมาเสริมให้ซอฟท์แวร์ทำงานได้ดีขึ้นได้ด้วย ส่วนไฟล์เสียงก็ Export เป็นนามสกุล AIFF, OGG, WAV, FLAC, MP3 ฯลฯ รวมทั้งผู้พัฒนาแอพฯ ก็อัพเดทแพทช์ให้กับซอฟท์แวร์อย่างต่อเนื่อง และตอนนี้ซอฟท์แวร์ก็เป็นเวอร์ชั่น 64-bit แล้ว และถ้าใครมีความสามารถด้านโปรแกรมมิ่งก็ช่วยพัฒนาซอฟท์แวร์นี้ให้ดีขึ้นได้ด้วย

4. Adobe Audition (748 บาท/เดือน)

audition

ถ้าเป็นงานสายครีเอเตอร์แบบต่าง ๆ เชื่อว่าใครก็คิดถึงโปรแกรมสาย Adobe อย่างแน่นอน ซึ่งสายโปรแกรม Mixer ก็มี Adobe Audition ให้เลือกใช้ โดยทดลองเล่นฟรีได้ 7 วันแล้วจะจ่ายค่าบริการรายเดือนก็ได้ ซึ่งจุดเด่นคือตัวซอฟท์แวร์มีฟีเจอร์ปรับแต่งเสียงให้ใช้งานได้หลากหลายแบบและเหมาะกับงานสายมิกซ์กับพากย์เสียงเป็นพิเศษ รวมทั้งตัดต่อไฟล์เสียงหลายแทร็กพร้อมกันได้ ติดตั้งได้ทั้ง Windows และ macOS อีกด้วย แต่ทางสื่อต่างประเทศที่รีวิวโปรแกรมสายเพลงและตัดต่อเสียงแนะนำว่า Adobe Audition จะเหมาะกับการมิกซ์เสียงประเภทงานพากย์เสียงแบบ Voice Over หรือดึงเสียงพูดให้ตรงกับที่ปากขยับเป็นหลัก ไม่ค่อยเหมาะกับการมิกซ์เพลงเท่าไหร่แถมยังต้องจ่ายค่าบริการเป็นรายเดือน ไม่ได้ขายขาดเหมือนสมัยก่อนอีกแล้ว ส่วนไฟล์ที่ Export ออกมาได้จะมีนามสกุลหลายแบบทั้ง AIFF, MP3, WMA, WAV, AC-3, PCM, AIFC ฯลฯ 

5. MixPad Multitrack Mixer (ฟรี)

main multiwindow large transparent

ถ้าอยากได้โปรแกรม Mixer ปรับเสียงที่ฟีเจอร์ครบ ใช้งานได้เยอะเหมือนโปรแกรมจ่ายเงินแต่โหลดได้ฟรี MixPad Multitrack Mixer ก็น่าสนใจเช่นกัน เพราะใช้ทำไฟล์เพลง, อัดเสียงต่าง ๆ ทำโฆษณาหรือดีเจมือใหม่อยากเอาไว้อัดเสียงไว้เปิดในงานก็ได้ มี Equalizer และฟีเจอร์ต่าง ๆ ทั้งใส่เสียงบีตที่เหมาะกับเพลงของเราหรือจะใส่เอฟเฟคเสียงต่าง ๆ เข้าไปก็ได้ ซึ่งมีให้ใช้ในซอฟท์แวร์แบบครบเครื่อง และจะโหลด VST Plugin เข้ามาติดตั้งเพิ่มก็ได้ ใช้ได้ทั้ง Windows, iOS, macOS, Android จัดว่าฟรีแล้วฟีเจอร์เยอะใช้ได้หลากหลายระบบปฏิบัติการอีกด้วย ส่วนไฟล์เสียงที่ Export ออกมาได้ถือว่าเยอะจัดเต็มทั้ง AIF, OGG, WAV, WMA, MP3, AMR, FLAC ฯลฯ แต่จุดสังเกตที่ทางสื่อต่างประเทศพูดถึง คือตัวโปรแกรมใช้เวลาโหลดนานมากและบางครั้งทำงานอยู่ก็อาจจะมีปัญหาโปรแกรม Crash แล้วหยุดการทำงานเอาดื้อ ๆ เหมือนกัน แต่เชื่อว่าผู้พัฒนาก็จะออกแพทช์แก้ไขโปรแกรมนี้ออกมาจัดการเรื่อย ๆ แน่นอน

6. Vocaloid (360.36 ดอลลาร์ หรือราว 12,000 บาท)

สำหรับศิลปินที่อยากมิกซ์เพลงแบบจัดเต็ม มีทำนองและเนื้อเพลงแต่งเอาไว้ครบหมดแล้วแต่หานักร้องมาร้องด้วยไม่ได้สักที หรือต้องการทำเพลงแบบสำเร็จเอาไว้ไกด์ให้นักร้องเอาไว้ร้องตามจังหวะและทำนองที่ทำเอาไว้ จะแนะนำให้ลองใช้โปรแกรมชื่อดังจาก YAMAHA บริษัทด้านดนตรีชื่อดังของญี่ปุ่นอย่าง VOCALOID5 ซึ่งเหมาะกับศิลปินเดี่ยวมาก ซึ่งฟีเจอร์หลักอย่างตัดต่อแต่งเติมและจูนเสียงหรือทำมิกซ์เพลง EDM และอื่น ๆ ก็ทำได้เหมือนโปรแกรม Mixer ปรับเสียงตัวอื่น ๆ แต่จะจำกัดแทร็คที่ใช้มิกซ์ใช้ได้สูงสุด 32 แทร็คเท่านั้น

แต่จุดเด่นของ VOCALOID คือซอฟท์แวร์นี้จะสร้างเสียงนักร้องได้จากในตัวซอฟท์แวร์แบบ Real-time คู่กับทำนองที่แต่งแล้วอัดมาใช้งานหรือตัดต่อมาใช้ในซอฟท์แวร์นี้ได้เลย สำหรับเวอร์ชั่น 5 จะมีเสียงนักร้องให้ใช้ตั้งแต่ติดตั้งซอฟท์แวร์เลยที่ 4 คนในเวอร์ชั่น Standard ถ้าเป็น Premium จะเพิ่มเป็น 8 คน ซึ่งเป็นเสียงที่อัดจากมนุษย์เพื่อเอามาใช้เป็นเสียงนักร้องในเพลงที่แต่งเอาไว้ได้เลย โดยมีตัวประโยคสำเร็จรูปให้ใช้เกิน 2,000 แบบ, รูปแบบการร้องเพลงกว่า 100 แบบ และ Audio effect อีก 11 เวอร์ชั่น ติดตั้งใน Windows หรือ macOS ก็ได้ ซึ่งถ้าใครมิกซ์เสียงแต่งเพลงจนเสร็จแล้วอยากได้เสียงร้องภาษาอังกฤษก็ทำในซอฟท์แวร์นี้ได้ทันที ส่วนคนที่มีความสามารถด้านภาษาญี่ปุ่นก็ซื้อ VOICEBANK เพื่อเอาเสียงคาร์แรกเตอร์ญี่ปุ่นที่สร้างชื่อเสียงให้ซอฟท์แวร์นี้อย่างฮัตสึเนะ มิกุและคนอื่น ๆ มาติดตั้งเพิ่มเติมได้อีกด้วย ส่วนไฟล์เสียงที่ Export ออกมาจะเป็นไฟล์ WAV คุณภาพสูงที่เอาไปใช้งานได้เลย

อย่างไรก็ตาม ราคาของ VOCALOID5 นั้นเรียกว่าค่อนข้างสูง ถ้าเป็นเวอร์ชั่น Standard ที่มีเสียงนักร้องเพียง 4 คน จะอยู่ที่ 225.23 ดอลลาร์ หรือราว 7,400 บาท ส่วนเวอร์ชั่น Premium เสียงนักร้อง 8 คนอยู่ที่ 360.36 ดอลลาร์ หรือราว 12,000 บาท และยังไม่รวม VOICEBANK ที่ซื้อเพิ่มเติมด้วย แต่สำหรับคนที่ต้องการใช้เป็นโปรแกรม Mixer ปรับเสียงอย่างเดียวอาจจะเริ่มแค่ตัว Standard แล้วจะซื้อ VOICEBANK เพิ่มเติมทีหลังก็ได้เช่นกัน

7. SoundAtion (6.99 ดอลลาร์ หรือราว 230 บาท/เดือน)

soundation

SoundAtion เป็นโปรแกรม Mixer ปรับเสียงที่ทำงานผ่านเบราเซอร์ที่เราใช้งานอยู่ โดยข้อดีคือนอกจากฟีเจอร์หลักอย่างเสียงเครื่องดนตรีสังเคราะห์หรือการใส่ Audio Effect ต่าง ๆ จะมีให้ใช้และยังปรับเสียงโหลดโปรเจคต่าง ๆ เหมาะเอาไว้ทำเพลงหรือ Podcast ก็ได้สบาย ๆ เพราะว่าตัวซอฟท์แวร์ใช้งานง่ายและทำงานบนออนไลน์เต็มระบบ และจุดเด่น คือ มีฟีเจอร์ digital audio Workstation (DAW) ที่ใช้เซฟไฟล์เสียงและเพลงที่ทำเอาไว้แบบออนไลน์ได้และโหลดมาใช้งานได้ทันที รวมทั้งใช้ได้ทุกระบบปฏิบัติการเพราะทำงานผ่านทางเบราเซอร์นั่นเอง

โดยไฟล์ที่ Export ออกมาได้จะออกมาได้จะขึ้นอยู่กับแพ็คเกจที่เราสมัครเอาไว้ โดยแบบฟรีจะใช้ได้แต่เครื่องดนตรีสังเคราะห์, ทำโปรเจคไฟล์เสียงคนเดียวได้ 10 โปรเจคและใช้งานร่วมกับเพื่อนได้เพียง 1 โปรเจค ส่วนไฟล์ที่ Export ออกมาจะเป็นแค่ MP3 เท่านั้น แต่ถ้าจ่ายค่าบริการเดือนละ 1.99 ดอลลาร์ หรือราว 65 บาท จะทำโปรเจคไฟล์เสียงคนเดียวได้ไม่จำกัด, ทำโปรเจคร่วมกับเพื่อนได้ 3 งาน, บันทึกเสียงสด, เพิ่มฟีเจอร์ External MIDI Controller และ Import ไฟล์เสียงได้ 100MB และไฟล์จะ Export ออกมาเป็น WAV ส่วนถ้าจ่ายค่าบริการเดือนละ 6.99 ดอลลาร์ หรือ 230 บาท จะใช้ฟีเจอร์ทั้งหมดได้เต็มที่ เพิ่ม Parametric EQ และ Soundset มาให้อีก 20 แบบด้วย ซึ่งถ้าใครสนใจแล้วอยากอ่านฟีเจอร์แบบละเอียดสามารถอ่านได้ที่นี่

apple laptop macbook pro notebook

จะเห็นว่าตอนนี้โปรแกรม Mixer ปรับเสียงนั้นมีหลากหลายแบบ ทั้งฟรีและเสียเงินซื้อและมีฟีเจอร์หลากหลายแบบ ทั้งออกแบบมาเพื่อทำเพลงและบางโปรแกรมก็มีเสียงนักร้องสังเคราะห์ให้ใช้ในซอฟท์แวร์เลย จัดว่าโปรแกรม Mixer ในปัจจุบันนี้พัฒนากันไปไกลมากกว่าจะเป็นแค่ซอฟท์แวร์ตัดต่อแต่งเสียงทั่ว ๆ ไปที่เรารู้จักกันเลยทีเดียว ยิ่งถ้าใครมีความเป็นศิลปินมิกซ์เสียงเพลงได้ดีและชอบด้านนี้อยู่แล้วอาจจะเริ่มต้นจากลองโหลดซอฟท์แวร์ฟรีมาซ้อมมือทำเพลงแบบเป็นงานอดิเรกสนุก ๆ ก่อน แล้วค่อยไปซื้อซอฟท์แวร์ลิขสิทธิ์มาใช้งานให้ตรงกับสไตล์ของเราในภายหลังก็ได้ ว่าจะเป็นสายมิกซ์เพลงที่มีอยู่แล้วหรือจะทำเป็นเพลงแบบสำเร็จและมีเสียงนักร้องสังเคราะห์ในเพลงก็ได้เช่นกัน


บทความที่เกี่ยวข้อง

pdf cover

firefox cover

chrome faster cover

from:https://notebookspec.com/web/606679-7-recommend-sound-mixer-program

[Guest Post] บีเอสเอเดินหน้าโครงการรณรงค์กระตุ้นองค์กรธุรกิจใช้ซอฟต์แวร์ถูกกฎหมาย มุ่งเป้าบริษัทด้านวิศวกรรมและการออกแบบกว่า 20,000 แห่ง ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โครงการลงทุนใหม่ของภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติเรียกร้องให้ภาคเอกชนใช้งานซอฟต์แวร์ถูกกฎหมายและมีความปลอดภัยทางไซเบอร์ในการออกแบบ พร้อมยุติพฤติกรรมการใช้ผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายที่มีมานานหลายทศวรรษ 

ด้วยโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใช้งบประมาณหลายพันล้านสหรัฐฯ วันนี้ บีเอสเอ พันธมิตรซอฟต์แวร์จึงเปิดตัวแคมเปญรณรงค์ให้องค์กรด้านวิศวกรรมและการออกแบบใช้งานซอฟต์แวร์ที่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ (ไลเซ่นส์) ในการพัฒนาถนน สะพาน ท่าเรือ และโครงข่ายด้านการสื่อสารที่ได้มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าหลายปี เพื่อเสริมกลยุทธ์ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับชาติ

โครงการรณรงค์นี้เป็นการต่อยอดจากโครงการ Legalize and Protect ซึ่งบีเอสเอริเริ่มขึ้นและประสบความสำเร็จอย่างมากในระดับภูมิภาคตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 โดยแคมเปญนี้ได้ช่วยธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการติดตั้งซอฟต์แวร์ถูกกฎหมายและมีความปลอดภัยทางไซเบอร์แก่คอมพิวเตอร์กว่า 1 ล้านเครื่อง

 

“ก้าวใหม่ของโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีการใช้งานซอฟต์แวร์ที่ใช้งานได้เต็มรูปแบบมีประสิทธิผลสูงสุด ปลอดภัย และถูกกฎหมาย ถือเป็นสัญญาณที่น่าเกรงขามของความแข็งแกร่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” นายดรุณ ซอว์เนย์ ผู้อำนวยการอาวุโส บีเอสเอ I พันธมิตรซอฟต์แวร์ ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก กล่าว “บีเอสเอต้องการช่วยให้องค์กรด้านวิศวกรรมและการออกแบบชั้นนำในภูมิภาคเปลี่ยนจากการใช้งานซอฟต์แวร์ที่มีความเสี่ยงและไม่ถูกกฎหมาย สู่การใช้งานซอฟต์แวร์ที่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ (ไลเซ่นส์) ซึ่งสามารถปลดล็อกศักยภาพของเหล่าผู้ออกแบบชั้นนำของภูมิภาคได้อย่างแท้จริง”

ในการทำงานร่วมกับบริษัทซอฟต์แวร์อย่างออโตเดสก์ (Autodesk, Inc.) บีเอสเอตั้งเป้าที่จะเข้าถึงบริษัทด้านวิศวกรรมและการออกแบบกว่า 20,000 แห่งทั่วภูมิภาค แบ่งเป็น ในประเทศไทย 5,000 บริษัท อินโดนีเซีย 5,000 บริษัท ฟิลิปปินส์ 5,000 บริษัท และมาเลเซีย 5,000 บริษัท ทั้งนี้นอกจากบริษัทด้านวิศวกรรมและการออกแบบ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักแล้ว กลุ่มเป้าหมายในแคมเปญนี้ยังรวมถึงบริษัทการผลิตและสตูดิโอแอนิเมชันด้วย

กิจกรรมของบีเอสเอยังรวมถึงการบริการให้คำปรึกษาแบบไม่มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการตรวจสอบบัญชีสำหรับองค์กรภาคเอกชนที่กำลังต้องการคำแนะนำถึงขั้นตอนการใช้ซอฟต์แวร์ที่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ (ไลเซ่นส์) โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป ผ่านการติดต่อโดยตรงกับบริษัทเป้าหมายทั้ง 20,000 แห่ง และสำหรับองค์กรที่ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ที่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ (ไลเซ่นส์) บีเอสเอสนับสนุนให้กลุ่มผู้นำองค์กรได้ทำการตรวจสอบบัญชีภายในเพื่อระบุช่องว่างของลิขสิทธิ์ที่อาจเกิดขึ้นภายในบริษัท

ภายใต้แคมเปญนี้ บีเอสเอยังวางแผนที่จะร่วมงานกับหน่วยงานภาครัฐทั่วภูมิภาคเพื่อสนับสนุนแคมเปญและกระตุ้นให้ภาคเอกชนหันมาใช้งานซอฟต์แวร์ที่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ (ไลเซ่นส์) ซึ่งประกอบด้วย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในประเทศไทย กระทรวงการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ (Ministry of Communication and Informatics) ในประเทศอินโดนีเซีย ออปติคอล มีเดีย บอร์ด (Optical Media Board) ในประเทศฟิลิปปินส์ และกระทรวงการค้าภายในและกิจการผู้บริโภค (Ministry of Domestic Trade and Consumer Affairs) ในประเทศมาเลเซีย 

“กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจต้องการให้บริษัทต่างๆ ในประเทศไทยใช้งานซอฟต์แวร์ที่ถูกลิขสิทธิ์ เพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีทางไซเบอร์ เพราะซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์เป็นด่านแรกในการป้องกันการถูกโจมตี โดยเราเล็งเห็นถึงความตั้งใจของบีเอสเอ และพร้อมให้การสนับสนุน ตลอดจนช่วยเหลือบริษัทต่างๆ ให้ปฏิบัติตามกฎหมายระดับประเทศอย่างเต็มที่ ด้วยความมุ่งมั่นนี้ จะช่วยเพิ่มพื้นที่ความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ในประเทศของเรามายิ่งขึ้น” พ.ต.อ.เกรียงศักดิ์ จิตต์สอาด  ผู้กำกับการ (สอบสวน) กองบังคับการปราบปราม กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กล่าว

บีเอสเอคาดว่ามีบริษัทด้านวิศวกรรมและการออกแบบกว่า 100,000 แห่งทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังใช้งานซอฟต์แวร์ที่ไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ (ไลเซ่นส์) ในปัจจุบัน

ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภาคเอกชนที่ดำเนินกิจการด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม และการออกแบบถูกปรับหรือได้รับโทษจากการใช้ซอฟต์แวร์ที่ไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ (ไลเซ่นส์) เกือบทุกสัปดาห์ ดังนั้น แคมเปญนี้จึงถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับผู้นำองค์กรธุรกิจเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการใช้งานซอฟต์แวร์ที่ไม่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ (ไลเซ่นส์) และประโยชน์ของการใช้ซอฟต์แวร์ที่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ (ไลเซ่นส์) อย่างถูกต้องครบถ้วน

“เป็นที่ชัดเจนว่า องค์กรวิศวกรรมและการออกแบบชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความต้องการใช้ซอฟต์แวร์ที่มีสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ (ไลเซ่นส์) เพื่อประสิทธิภาพที่มากขึ้นในการปฏิบัติงานและป้องกันคอมพิวเตอร์ให้ปลอดภัยจากการโจมตีทางไซเบอร์” นายดรุณ ซอว์เนย์ กล่าว “แต่ความท้าทายที่เกิดขึ้นคือมีผู้บริหารธุรกิจจำนวนไม่มากที่พร้อมลงทุนในความจำเป็นนี้”

 

เกี่ยวกับบีเอสเอ พันธมิตรซอฟต์แวร์

บีเอสเอ | พันธมิตรซอฟต์แวร์ (www.bsa.org) คือ สมาคมชั้นนำทำหน้าที่รณรงค์ ส่งเสริม และสนับสนุนอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์โลก โดยทำงานกับรัฐบาลในประเทศต่างๆ และมีบทบาทสำคัญในตลาดการค้าสากล  สมาชิกของบีเอสเอ คือ บริษัทผู้สร้างสรรค์งานนวัตกรรมชั้นนำที่สุดของโลก สร้างสรรค์งานซอฟต์แวร์ที่จุดประกายการเติบโตทางเศรษฐกิจ และพัฒนาชีวิตผู้คนในโลกสมัยใหม่  บีเอสเอมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี และมีหน่วยปฏิบัติการในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก  บีเอสเอเป็นผู้บุกเบิกโครงการส่งเสริมการใช้ซอฟต์แวร์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และสนับสนุนนโยบายสาธารณะที่ส่งเสริมนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจในยุคดิจิทัล

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-bsa-private-sector-designers/

แนะนำ โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี บน PC อัพเดทปี 2021

คอนเทนต์วีดีโอกลายเป็นสื่อที่เข้ามามีบทบาทกับชีวิตผู้คนทั้งกับการใช้ในสื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัวและใช้สำหรับการประชาสัมพันธ์ธุรกิจ เราได้เห็นครีเอเตอร์สายวีดีโอมากมายแจ้งเกิดในชั่วข้ามคืน ซึ่งเครื่องมือสำคัญในการสร้างสรรค์วีดีโอก็คือโปรแกรมและแอพพลิเคชั่นต่างๆ โดยในบทความนี้เราจะมาแนะนำ โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี บน PC อัพเดทปี 2021 ให้คุณได้เลือกใช้งานกัน

Lightworks

Lightworks โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี ที่จะช่วยให้คุณสร้างวีดีโอราวกับมืออาชีพแต่ไม่ต้องเสียเงินแพงๆ ความสามารถนั้นก็ไม่ธรรมดาเพราะมีเครื่องมือให้เลือกใช้เยอะมาก ตัดต่อได้ทั้งภาพและเสียง ฟีเจอร์และ Effect ก็มีให้ใช้เพียบ โหลด Plug-in เพิ่มเติมได้ พัฒนามาให้ใช้ได้กับ GPU ของ NVDIA และ AMD หน้าต่างการค้นหาไฟล์จัดเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ ปรับแก้สีงานได้สะดวกแม่นยำ รองรับรับการเรนเดอร์ไฟล์ได้ถึงระดับ QHD รองรับประเภทไฟล์หลากหลาย และเมื่อตัดต่อเสร็จยังแชร์ไปที่ Vimeo, Facebook, Instagram หรือ YouTube ได้ทันทีอีกด้วย เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรีที่เราอยากให้คุณลองดาวน์โหลดมาใช้งานกันดู

Movie Maker

Movie Maker โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี ที่แม้แต่คนไม่เคยทำมาก่อนก็สามารถใช้งานได้ไม่ยาก เป็นโปรแกรมที่อยู่คู่กับระบบปฏิบัติการ Windows มาอย่างยาวนานและเป็นโปรแกรมตัดต่อวีดีโอที่หลายคนน่าจะผ่านการใช้งานกันมาบ้าง จุดเด่นนั้นก็คือใช้งานง่าย มีลูกเล่นเยอะ ตัดต่อได้ทั้งวีดีโอ ภาพ เสียง ใส่ Effect เพิ่มความน่าสนใจ สามารถเรนเดอร์เป็นไฟล์ MP4 หรือไฟล์ .MOV ได้ สามารถเลือกฟิลเตอร์หรือธีมของงานได้หลายแบบเช่น Sepia, Negative, Mirror, ฟองสบู่, หิมะตก ทำเสร็จสามารถแชร์ไปยังโซเชียลมีเดียต่างๆ ได้ทันที

VSDC Free Video Editor

VSDC Free Video Editor โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี อีกตัวที่มีผู้นิยมใช้งานกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก จุดเด่นนั้นนอกจากจะใช้งานได้ฟรีแล้วยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นที่ใช้งานง่ายมีลูกเล่นในการตัดต่อมากมายให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นเสียงหรือคลิปวีดีโอ ก็สามารถทำได้ในเวลาอันรวดเร็ว แม้จะเป็นมือใหม่หัดทำก็ได้งานระดับมืออาชีพเอาไว้อวดลงในโลกออนไลน์หรือจะต่อยอดไปเพื่อสร้างรายได้ก็ยังไหว นอกจากนี้ยังรองรับการแปลงไฟล์นามสกุลต่างๆ อีกด้วย ส่วนการเรนเดอร์ไปใช้งานก็เลือกนามสกุลได้ตามต้องการ เรียกว่าฟรีและดียังมีอยู่

Shotcut

ต่อกันเลยกับ โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี อย่าง Shotcut ที่ออกแบบมาเพื่อคนที่อาจจะยังไม่เคยตัดต่อวีดีโอมาก่อนและอยากสร้างผลงานของตัวเองเอาไว้ใช้งานส่วนตัวหรือเพื่อลงในสื่อต่างๆ โดยเป็นโปรแกรมที่ใช้ง่ายแต่คุณภาพสูง ให้ความละเอียดเพียงพอสำหรับการนำไฟล์ไปใช้ สูงสุดที่ระดับ 4K รองรับการนำเข่าและส่งออกไฟล์หลายนามสกุล ทั้งไฟล์ภาพ วีดีโอและไฟล์เสียง สามารถปรับระดับความสว่าง สีสัน และฟิลเตอร์ได้มากมาย เป็นอีกทางเลือกที่คนเริ่มต้นทำงานวีดีโอน่าลองใช้

GoPro Quik

ส่งท้ายรายชื่อ โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี กันด้วย GoPro Quik ซึ่งดูจากชื่อแล้วน่าจะเดากันออกว่าพัฒนาโดยทาง GoPro นั่นเอง เป็นโปรแกรมที่ฟรีและดีอีกตัวที่ไม่ควรพลาด มาพร้อม UI ที่เรียบง่ายใช้งานสะดวก และฟังก์ชั่นการตัดต่ออีกมากมายให้เลือกใช้งานกัน โดยเฉพาะกับครีเอเตอร์สายผจญภัยด้วยแล้วถือว่าเหมาะมาก สามารถตัดต่อ ย้อมสี ทำวีดีโอ slow motion ใส่ดนตรีประกอบ พร้อมส่งไปอวดในโลกออนไลน์ได้ทุกช็อตเด็ดของคุณ

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี คือผู้ช่วยที่ปัจจุบันยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะคอนเทนต์วีดีโอนั้นเข้าถึงผู้ใช้ได้ง่ายกว่าคอนเทนต์ประเภทตัวอักษร โดยจะเห็นได้จากการที่มีเหล่า YouTuber และ Vloger เกิดขึ้นมากมาย สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ใครมองหาโปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรีเอาไว้ใช้งานทั้ง 5 โปรแกรมนี้ถือว่าน่าใช้มากลองดาวน์โหลดมาลงเครื่องและทดสอบการใช้งานกันดูได้เลย

The post แนะนำ โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี บน PC อัพเดทปี 2021 first appeared on 9TANA : Tech Channel !!.
from:https://www.9tana.com/node/video-editor-pc-free/

ดาวน์โหลดฟอนต์ จุฬาภรณ์ลิขิต ฟอนต์ราชการไทย 2564 ตัวที่ 14 (Chulabhorn Likit)

6 ก.ค. 2564 คณะรัฐมนตรี เห็นชอบให้เพิ่มแบบอักษรหรือฟอนต์ (font) ชื่อ จุฬาภรณ์ลิขิต เป็นฟอนต์ราชการไทยตัวใหม่ ลำดับที่ 14 (ชุดแบบอักษรมาตรฐานราชการไทย) หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีอยู่ 13 แบบ โดยฟอนต์ จุฬาภรณ์ลิขิต เป็นชุดแบบอักษรพระราชทาน ของศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

ดาวน์โหลดฟอนต์ จุฬาภรณ์ลิขิต >> https://www.cra.ac.th/th/download_fonts/

ฟอนต์จุฬาภรณ์ลิขิต ที่เปิดให้ดาวน์โหลดนั้น ได้แยกประเภทสำหรับการนำไปใช้งานตามอุปกรณ์ต่างๆ ที่แตกต่างกันด้วย ได้แก่ ฟอนต์สำหรับเดสท็อป ฟอนต์สำหรับแอป และสำหรับเว็บ ซึ่งมีน้ำหนักของฟอนต์ทั้งแบบ Light, Regular, Medium และ Bold ครบทุกรูปแบบสำหรับการนำไปใช้งาน

รายชื่อฟอนต์มาตรฐานราชการไทย 14 แบบ

  1. TH-Sarabun PSK
  2. TH-Charmonman
  3. TH-Krub
  4. TH-Srisakdi
  5. TH-Niramit AS
  6. TH-Charm of AU
  7. TH-Kodchasal
  8. TH-K2D July 8
  9. TH-Mali Grade 6
  10. TH-Chakra Petch
  11. TH-Baijam
  12. TH-KoHo
  13. TH-Fah Kwang
  14. TH-Chulabhorn Likit

The post ดาวน์โหลดฟอนต์ จุฬาภรณ์ลิขิต ฟอนต์ราชการไทย 2564 ตัวที่ 14 (Chulabhorn Likit) first appeared on 9TANA : Tech Channel !!.
from:https://www.9tana.com/node/chulabhorn-likit/

15 โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี ใช้งานง่าย ไม่ติดลายน้ำ อัพเดต 2021

รวมโปรแกรมตัดต่อวิดีโอ สำหรับสายฟรี ที่น่าใช้งาน ใช้ง่ายตัดได้รัวๆ

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี ไม่ติดลายน้ำ 2021

ในการทำงานด้านมัลติมีเดียหรือการทำงานด้านอื่น ๆ นั้น ในทุกวันนี้คงหนีไม่พ้นการทำวิดีโอ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอนำเสนองาน หรือโปรโมทงาน หลายอาชีพหรือแม้กระทั่งนักเรียนนักศึกษาก็อาจต้องทำงานวิดีโอทีมงาน Notebookspec จึงมาแนะนำ 15 โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี ใช้งานง่ายแม้ว่าจะเป็นมือใหม่ก็สามารถใช้ได้อย่างสบาย และที่สำคัญไม่ติดลายน้ำด้วย

แต่ต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่า โปรแกรมที่ฟรีนั้น หลาย ๆ ตัวก็อาจจะต้องแลกมาด้วยการจำกัดฟังก์ชันการใช้งาน ซึ่งถ้าเราต้องการที่จะใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพก็อาจจะต้องยอมเสียค่าใช้จ่ายเพื่อแลกมากับโปรแกรมที่มีฟังก์ชันการใช้งานครบครัน ซึ่ง 15 โปรแกรมฟรีที่ดีและใช้ง่าย (อัพเดต 2020) นั้นจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย


โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี ใช้งานง่าย ไม่ติดลายน้ำ อัพเดต 2021

1. Lightworks Free Edition

Lightworks เป็นโปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอที่มีความสามารถเทียบเท่ากับโปรแกรมระดับสูงที่ต้องเสียเงินซื้อเลยทีเดียว มาพร้อมเครื่องมือมากมาย สามารถตัดต่อได้ทั้งงาน Video, Audio ได้อย่างรวดเร็ว มาพร้อมเครื่องมือและลูกเล่นต่าง ๆ มากมาย นอกจากนี้ยังรองรับการทำงานร่วมกันกับการ์ดจอทั้ง AMD และ NVIDIA โปรแกรมนี้ยังมาพร้อมกับการทำงานแบบ Real-Time ที่สามารถอัพโหลดวิดีโอของขึ้น Youtube, Facebook, Twiiter และอื่น ๆ ได้ทันที

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS, Linux

ใครที่สนใจดาวน์โหลด โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : Lightworks

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020
Cr: lwks

2. Openshot

Openshot เป็นโปรแกรมที่ถูกพัฒนาโดยทีมงานจากบริษัท OpenShot Studios ออกแบบมาเพื่อใช้เป็นโปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอ มีรูปแบบการใช้ที่หลากหลาย มีเครื่องมือครบครัน และสามารถใช้งานได้ง่าย ตัวโปรแกรมมีฟังก์ชั่นในการแทรกไฟล์เสียง (Audio files) เข้าไปในตัววิดีโอได้อย่างสะดวกรวดเร็ว พร้อมกับมีฟีเจอร์การ Preview เพื่อดูวิดีโอก่อนที่จะแก้ไขวิดีโอได้แบบ Real-Time สามารถส่งออกไฟล์เป็น 4K UHD 60fps ได้ โปรแกรม Openshot ยังสามารถตกแต่งแสงและสีของวิดีโอผ่านการใช้ Effect ที่มีให้เลือกมากมาย และยังสามารถใส่ตัวอักษรทั้งแบบธรรมดาและแบบสามมิติลงไปในวิดีโอได้ด้วย แต่มีข้อที่น่าสังเกตของเจ้าโปรแกรมตัวนี้ก็คือค่อนข้างที่จะมีอาการ Bug บ่อย ๆ แต่อย่างไรก็ตาม Openshot นั้นเป็นโปรแกรมประเภท Open Source จึงเปิดโอกาสให้เหล่าผู้พัฒนาโปรแกรมคนอื่น ๆ สามารถนำโปรแกรมนี้ไปพัฒนาต่อได้ ส่งผลให้ตัวโปรแกรมมีการอัพเดทอย่างต่อเนื่อง

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS, Linux

ใครที่สนใจดาวน์โหลด โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Openshot

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020
Cr: openshot

3. Shotcut

Shotcut เป็นโปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอ Open Source ที่ฟรี มีคุณสมบัติมากมายและใกล้เคียงกับโปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอระดับมืออาชีพ เหมาะมาก ๆ สำหรับใครที่อยากเริ่มต้นเรียนรู้การตัดต่อวิดีโอ หรือมือสมัครเล่นที่ต้องการตัดต่อวิดีโอให้ออกมาได้อย่างมืออาชีพ มาพร้อมเครื่องมือมากมายและครบครัน รองรับการแปลงไฟล์ ทั้งภาพ เสียง วิดีโอ ได้หลากหลาย โปรแกรมยังสามารถตัดต่อได้ตั้งแต่ไฟล์ได้ตั้งแต่ความละเอียดแบบ SD, HD, 2K และสูงสุดอย่าง 4K

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS, Linux

ใครที่สนใจดาวน์โหลด โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Shotcut

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020
Cr: shotcut

4. Davinci Resolve 16

โปรแกรม Davinci Resolve 16 เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่เหมาะกับทั้งมือใหม่และมืออาชีพ ที่กำลังมองหาโปรแกรมสำหรับแก้ไขสีของวีดีโอ ตัดต่อวิดีโอ ทำภาพยนตร์ หนังสั้น ฯลฯ โปรแกรมยังมาพร้อมเครื่องมือสำหรับ Color grading ที่ให้คุณภาพสูงระดับ 32-bit และสามารถแก้ไขสีสันเฉดต่าง ๆ ได้มากมาย แถมตัวโปรแกรมทำงานค่อนข้างไว แต่ในเวอร์ชันที่เปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานกันอย่างฟรี ๆ นั้น ในบางเครื่องมือก็จะถูกจำกัดไว้ หรือบางฟิลเตอร์ก็จะมีลายน้ำติดอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม โปรแกรม Davinci Resolve 16 ก็เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่ดีมีประสิทธิภาพและน่าใช้งาน

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS, Linux

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Blackmagicdesign

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020
Cr: blackmagicdesign

5. HitFilm Express

Hitfilm Express โปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอที่ฟรี มีครบเครื่องทั้งเรื่องตัดต่อ แก้ไข (Editor) และการใส่ VFX (Visual Effects) ทั้งแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ ลงบนวิดีโอประเภทต่าง ๆ โปรแกรมนี้ถูกพัฒนาโดยทีมผู้พัฒนา FXhome ที่เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดกันได้แบบฟรี ๆ แต่มีการจำกัดบางฟีเจอร์ไว้ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อการทำงานโดยรวมแต่อย่างใด รูปแบบหน้าตาการใช้งานของโปรแกรมนี้นั้นดูเรียบหรู เข้าใจง่าย มีการจัดเรียงเครื่องมือต่าง ๆ ไว้อย่างเป็นระเบียบ ฟังก์ชันหลัก ๆ ที่อยู่ในเวอร์ชันฟรีนั้นก็ได้แก่ การครอบวิดีโอ, รวมวิดีโอ, เพิ่มเพลง, เพิ่ม Transition/Credit, เพิ่มมาสก์ (Mask), เพิ่มเอฟเฟคท์ (Effect) ที่เราสามารถสร้างเองก็ได้, และปรับสีของวิดีโอได้ตามต้องการ

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: HitFilm Express

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020
Cr: fxhome

6. Videopad

Videopad เป็นโปรแกรมมสำหรับการตัดต่อวิดีโอที่เหมาะมาก ๆ สำหรับมือใหม่ ตัวโปรแกรมมีการสอนการตัดต่อให้กับผู้เริ่มต้นฟรีด้วย ตัวโปรแกรมถูกออกแบบมาให้เน้นการใช้งานง่ายเป็นหลัก เน้นการใช้หลักการลากแล้ววาง (Drag-and-Drop) มาพร้อมกับ Effect ไม่ว่าจะเป็นการสลับหน้าจอ, เปลี่ยนฉาก (Transition Effects) และลูกเล่นอื่น ๆ กว่า 50 แบบให้ได้เลือกใช้งาน นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์การปรับความช้า-เร็วของวิดีโอได้ด้วย เผื่อให้งานที่ออกมานั้นมีความเป็นมืออาชีพมากที่สุด นอกจากนี้ยังรอบรับไฟล์ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น avi, mpeg, wmv, divX, Xvid, mpeg, mp4, mov, gif, jpg, png, tif ฯลฯ

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Videopad

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020
Cr: nchsoftware

7. Movavi Video Editor

โปรแกรม Movavi Video Editor มีเครื่องมือการใช้งานที่จำเป็นทุกอย่างสำหรับการตัดต่อไฟล์มัลติมีเดีย มีเครื่องมือสำหรับการสร้างวิดีโอที่สวยงาม มีความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพในการแสดงผลกราฟฟิกทั้ง AMD และ NVIDIA ในระหว่างการเรนเดอร์วิดีโอ มีเครื่องมือการประมวลไฟล์เสียงที่ดีโดยผู้ใช้สามารถเพิ่ม Soundtrack, เสียงจากไมโครโฟน หรืออุปกรณ์ดนตรีต่าง ๆ ลงไปในวิดีโอได้ นอกจากนี้เครื่องมือยังมีความเรียบง่าย แม้ว่าจะเป็นมือใหม่ก็สามารถใช้งานได้สบาย

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Movavi Video Editor

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020
Cr: movavi

8. VSDC Free Video Editor

VSDC เป็นโปรแกรมตัดต่อวีดีโอแบบ non-linear ที่สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรี ใช้งานง่าย รองรับไฟล์หลากหลาย มีเครื่องมือให้ใช้มากมายและครบกันไม่ว่าจะเป็น ความสามารถใส่เอฟเฟค (Effect) ให้กับไฟล์ Video หรือไฟล์ Audio เช่น Color Correction, Object Transformation, Object Filters, Transition Effects ฯลฯ โปรแกรมยังสนับสนุนการตัดต่อวิดีโอแบบ HD ในระดับ 30fps และ 1080p ซึ่งให้ความคมชัดสูงสุด สามารถสร้างภาพเคลื่อนไหวเป็นวิดีโอในรูปแบบวัตถุเคลื่อนไหว (Animated Object) ได้จากภาพนิ่งที่มีอยู่ในเครื่อง ทั้งนี้ VSDC จึงถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีมาก ๆ สำหรับโปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอในปัจจุบัน

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: VSDC

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020
Cr: videosoftdev

9. Kdenlive

โปรแกรม Kdenlive (โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ KDE แบบ Non-Linear) สามารถสร้างผลงานด้านวิดีโอได้ตั้งแต่ระดับเบสิคไปจนถึงระดับมืออาชีพ รองรับการใช้งานร่วมกับไฟล์มัลติมีเดียได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ไฟล์วิดีโอ (Video Files) ไฟล์เสียง (Audio Files) หรือ ไฟล์รูปภาพ (Image Files) โปรแกรมมีเอฟเฟคสำหรับแต่งวิดีโอและเสียงให้เลือกมากมาย ทั้งยังสามารถย้าย, บล็อก, และเปิดหรือปิดไฟล์ที่ต้องการได้ และที่สำคัญผู้ใช้สามารถ import ไฟล์วิดีโอและไฟล์เสียงได้เกือบทุกประเภทโดยไม่ต้องแปลงไฟล์ก่อน

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS, Linux

ใครที่สนใจดาวน์โหลด โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Kdenlive

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020
Cr: kdenlive

10. Adobe Premiere Pro

โปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอที่เรียกได้ว่ายอดฮิต ยอดนิยม และเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงมืออาชีพ เพราะโปรแกรม Adobe Premiere Pro สามารถรองรับการตัดต่อที่มีความละเอียดต่ำไปจนถึงความละเอียดสูง ไฟล์ขนาดเล็กไปจนถึงไฟล์ขนาดใหญ่ รวมไปถึงไฟล์วิดีโอความละเอียด 4K, 5K และ 6K เลยทีเดียว แถมยังใช้งานร่วมกันกับโปรแกรมอื่น ๆ ในตระกูล Adobe ไม่ว่าจะเป็น Photoshop, Illustrator, After effect ฯลฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย 

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Adobe Premiere Pro

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020
Cr: blog.adobe

11. Windows Video Editor (Windows Movie Maker)

โปรแกรมติดเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ Windows ที่มีชื่อเดิมที่คุ้นหูกันว่า Windows Movie Maker นั่นเอง ข้อดีของโปรแกรมนี้ก็คือเราไม่ต้องไปหาดาวน์โหลดเพิ่มเลยเพราะจะมีติดเครื่องมาอยู่แล้ว และที่สำคัญใช้งานง่ายแหละเหมาะกับมือใหม่มาก ๆ และก็มีข้อสังเกตอยู่เหมือนกันตรงนี้โปรแกรมนี้รองรับไฟล์ได้ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับโปรแกรมตัดต่อวิดีโอเฉพาะทางอื่น ๆ แต่สำหรับใครที่ต้องการนำวิดีโอมาใส่เพลง ใส่เอฟเฟค ในแบบที่ใช้งานง่ายๆ โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรีตัวนี้ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีมาก ๆ เลยทีเดียว

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020

12. Vegas Pro

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอตัวนี้จะเน้นไปที่การตัดต่อวิดีโอระดับมืออาชีพและความละเอียดสูง รองรับไฟล์หลากหลายรูปแบบ เหมาะกับงานหลากหลายไม่ว่าจะเป็น ตัดต่อหนังสั้นไปจนถึงทำงานระดับโปรดักซ์ชันโฆษณา ภาพยนตร์ หรือสื่อบันเทิงอื่น ๆ ตัวโปรแกรมมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากมาย เช่น Motion tracking, World-class Video Stabilization (ปรับภาพสั่นให้นิ่งได้), HLG HDR Support (ปรับแต่งแสงละสีให้ดูสดใส) เป็นต้น รองรับการตัดต่อไฟล์หลายคุณภาพตั้งแต่ SD, HD, 2K, 4K ไปจนถึง 8K

โปรแกรม Vegas Pro เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอระดับมืออาชีพที่ต้องซื้อมาใช้งาน แต่กระนั้นก็มีเวอร์ชันฟรีให้ทดลองใช้ได้ 30 วัน

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Vegas Pro Free Trial

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020
Cr: vegascreativesoftware

13. VideoStudio Pro

VideoStudio Pro ตัวนี้เป็นโปรแกรมที่เอาไว้ใช้ในการตัดต่อวิดีโอ คลิปวิดีโอต่าง ๆ ที่สามารถทำได้ง่ายและรวดเร็ว มีเครื่องมือให้เลือกใช้งานมากมาย รองรับวิดีโอระดับ Ultra HD และล่าสุด 4K สามารถ export วิดีโอเป็นไฟล์ได้หลากหลายนามสกุล เช่น ไฟล์ AVI, ไฟล์ MPEG-2, ไฟล์ MPEG-4, ไฟล์ WebM, ไฟล์ WMA, HTML5 เป็นต้น

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows

โปรแกรม VideoStudio เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่ต้องซื้อมาใช้งาน แต่กระนั้นก็มีเวอร์ชันฟรีให้ทดลองใช้ได้ 30 วัน

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: VideoStudio Free Trial

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020
Cr: videostudiopro

14. Wondershare Filmora

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรีที่มาจากผู้พัฒนา Wondershare มีฟีเจอร์ให้ใช้งานหลากหลายและครบครัน ไม่ว่าจะเป็นด้านการตัดต่อ การใส่เอฟเฟค ใส่ตัวอักษร หรือปรับแต่งเสียง หน้าตาการใช้งานของโปรแกรมได้รับการออกแบบมาให้มีความสวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อย รองรับไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K และยังรองรับไฟล์ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นไฟล์วิดีโอ ไฟล์เสียง และไฟล์รูปภาพ เช่น MP4, AVI, FLV, MKV, MOV, MEPG,MP3, WMV, M4A, JPG, BMP, GIF, JFIF ฯลฯ

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS

ข้อสังเกต: ในเวอร์ชันฟรีนั้นการ export หรือ render วิดีโออาจมีลายน้ำ ถ้าใครที่ไม่ต้องการลายน้ำก็จะต้องซื้อโปรแกรมตัวเต็มมาใช้งาน

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Wondershare Filmora Free Trial

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020
Cr: filmora.wondershare

15. PhotoStage

โปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยทีมงานผู้พัฒนาโปรแกรมจาก NCH Software ประเทศสหรัฐอเมริกา โปรแกรม PhotoStage ตัวนี้เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรีที่ให้ผู้ใช้สามารถสร้าง Slideshow จากภาพวิดีโอหรือจากภาพนิ่งที่มาจากกล้องถ่ายรูปได้ และสามารถใส่เพลงประกอบได้ด้วย ทั้งยังมีเอฟเฟคและลูกเล่นมากมายให้เลือกใช้งาน หน้าตาของโปรแกรมก็ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน แม้จะเป็นมือใหม่ก็ไม่ต้องกังวล โปรแกรมรองรับไฟล์ในระดับความคมชัดสูงสุด Full HD (720p และ 1080p)

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Photostage

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020
Cr: nchsoftware

ตารางเปรียบเทียบโปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรีแต่ละโปรแกรม

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ ระบบที่รองรับ ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ ข้อสังเกต
1. Lightworks Free Edition Windows, macOS, Linux – ตัดต่อได้ทั้งงาน Video, Audio
– รองรับการทำงานร่วมกันกับการ์ดจอทั้ง AMD และ NVIDIA
– ทำงานแบบ Real-Time ที่สามารถอัพโหลดวิดีโอของขึ้น Youtube, Facebook, Twiiter และอื่น ๆ ได้ทันที
อาจมีลูกเล่นไม่มาก เมื่อเทียบกับโปรแกรมตัดต่อวิดีโออื่นๆ
2. Openshot Windows, macOS, Linux – มีฟังก์ชันในการแทรกไฟล์เสียง (Audio files) เข้าไปในตัววิดีโอได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
– มีฟีเจอร์การ Preview
– ส่งออกไฟล์เป็น 4K UHD 60fps ได้
– ค่อนข้างที่จะมีอาการ Bug บ่อย
– เป็นโปรแกรมประเภท Open Source
3. Shotcut Windows, macOS, Linux – องรับการแปลงไฟล์ ทั้งภาพ เสียง วิดีโอ ได้หลากหลาย
– ตัดต่อได้ตั้งแต่ไฟล์ได้ตั้งแต่ความละเอียดแบบ SD, HD, 2K และ 4K
เป็นโปรแกรมประเภท Open Source
4. Davinci Resolve 16 Windows, macOS, Linux – มาพร้อมเครื่องมือสำหรับ Color grading ที่ให้คุณภาพสูงระดับ 32-bit
– รองรับการแก้ไขสีของวีดีโอ ตัดต่อวิดีโอ ทำภาพยนตร์ หนังสั้น ฯลฯ 
เวอร์ชันฟรี บางเครื่องมือจะถูกจำกัดไว้ หรือบางฟิลเตอร์ก็จะมีลายน้ำติดอยู่
5. HitFilm Express Windows, macOS – ครบเครื่องทั้งเรื่องตัดต่อ แก้ไข (Editor) และการใส่ VFX (Visual Effects) ทั้งแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ
– ฟังก์ชันหลักๆ ในเวอร์ชันฟรี ได้แก่ การครอบวิดีโอ, รวมวิดีโอ, เพิ่มเพลง, เพิ่ม Transition/Credit, เพิ่มมาสก์ (Mask), เพิ่มเอฟเฟคท์ (Effect), ปรับสี ฯลฯ
เวอร์ชันฟรีจะมีการจำกัดบางฟีเจอร์ไว้
6. Videopad Windows, macOS – เน้นการใช้หลักการลากแล้ววาง (Drag-and-Drop)
– มาพร้อมกับ Effect ไม่ว่าจะเป็นการสลับหน้าจอ, เปลี่ยนฉาก (Transition Effects) และลูกเล่นอื่น ๆ กว่า 50 แบบ
– รอบรับไฟล์ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น avi, mpeg, wmv, divX, Xvid ฯลฯ
เวอร์ชันฟรีจะมีการจำกัดบางฟีเจอร์ไว้
7. Movavi Video Editor Windows, macOS – มีความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพในการแสดงผลกราฟฟิกทั้ง AMD และ NVIDIA
– มีเครื่องมือการประมวลไฟล์เสียง
– สามารถเพิ่ม Soundtrack, เสียงจากไมโครโฟน หรืออุปกรณ์ดนตรีต่าง ๆ ลงไปในวิดีโอได้
เวอร์ชันฟรีจะมีการจำกัดบางฟีเจอร์ไว้
8. VSDC Free Video Editor Windows – เป็นโปรแกรมตัดต่อวีดีโอแบบ non-linear
– สนับสนุนการตัดต่อวิดีโอแบบ HD ในระดับ 30fps และ 1080p
เวอร์ชันฟรีจะมีการจำกัดบางฟีเจอร์ไว้
9. Kdenlive Windows, macOS, Linux – เป็นโปรแกรมตัดต่อวีดีโอแบบ non-linear
– รองรับการใช้งานร่วมกับไฟล์มัลติมีเดียได้หลากหลายรูปแบบ
10. Adobe Premiere Pro Windows, macOS – รองรับการตัดต่อที่มีความละเอียดต่ำไปจนถึงความละเอียดสูง
– รองรับไฟล์ขนาดเล็กไปจนถึงไฟล์ขนาดใหญ่
– ใช้งานร่วมกันกับโปรแกรมอื่น ๆ ในตระกูล Adobe ได้
มีเวอร์ชันทดลองใช้ฟรี แต่หากต้องการเวอร์ชันเต็มจะต้องเสียค่าใช้จ่าย
11. Windows Video Editor Windows – มีติดเครื่องคอมพิวเตอร์ Windows
– เหมาะสำหรับมือใหม่
– เครื่องมือน้อยเมื่อเทียบกับโปรแกรมตัดต่อวิดีโออื่น
– รองรับไฟล์ได้ค่อนข้างน้อย
12. Vegas Pro Windows –  เหมาะกับงานหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นตัดต่อหนังสั้นไปจนถึงทำงานระดับโปรดักซ์ชันโฆษณา ภาพยนตร์
– มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากมาย เช่น Motion tracking, World-class Video Stabilization (ปรับภาพสั่นให้นิ่งได้), HLG HDR Support เป็นต้น
เวอร์ชันฟรีให้ทดลองใช้ได้ 30 วัน หากต้องการเวอร์ชันเต็มจะต้องเสียค่าใช้จ่าย
13. VideoStudio Pro Windows – รองรับวิดีโอระดับ Ultra HD และล่าสุด 4K
–  export วิดีโอเป็นไฟล์ได้หลากหลายนามสกุล เช่น ไฟล์ AVI, ไฟล์ MPEG-2, ไฟล์ MPEG-4 เป็นต้น
– เวอร์ชันฟรีให้ทดลองใช้ได้ 30 วัน หากต้องการเวอร์ชันเต็มจะต้องเสียค่าใช้จ่าย
14. Wondershare Filmora Windows, macOS – รองรับไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K
– รองรับไฟล์ที่หลากหลาย เช่น MP4, AVI, FLV, MKV, MOV, MEPG เป็นต้น
– เครื่องมือครบครัน ทั้งใส่เอฟเฟก ตัวอักษร แต่งสี ฯลฯ
ในเวอร์ชันฟรีนั้นการ export หรือ render วิดีโออาจมีลายน้ำ
15. Photostage Windows – สร้าง Slideshow จากภาพวิดีโอหรือจากภาพนิ่งที่มาจากกล้องถ่ายรูปได้
– ใส่เพลงประกอบได้
– องรับไฟล์ในระดับความคมชัดสูงสุด Full HD (720p และ 1080p)
อาจมีลูกเล่นไม่มาก เมื่อเทียบกับโปรแกรมตัดต่อวิดีโออื่นๆ

และทั้งหมดนี้คือ โปรแกรมสำหรับการตัดต่อวิดีโอฟรี ที่สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานกันได้ง่ายๆ และมีฟังก์ชันการใช้งานที่ดี ประสิทธิภาพการตัดต่องานวิดีโอก็ทำได้เยี่ยม แม้จะเป็นมือใหม่หัดใช้ก็สามารถใช้ได้ไม่ยากจนเกินไป ทั้งนี้ทั้งนั้น สำหรับโปรแกรมตัดต่อวิดีโอบางตัวที่ต้องจ่ายเงินเพื่อให้ได้ฟังก์ชันที่ครบครันนั้น ทีมงานเองมีความคิดเห็นว่า คงจะคุ้มค่าไม่น้อยหากเรายอมเสียเงินไปเพื่อคุณภาพงานที่ดีเยี่ยมและเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งกว่า

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: Thaiware


อ่านบทความเพิ่มเติม/บทความที่เกี่ยวข้อง

สมัคร Gmail ใหม่, สมัคร gmail ไม่ได้
แอพแต่งรูป
YouTube Download ดาวน์โหลด youtube
แอพ VPN
ย้ายรูป iPhone
ลบไฟล์ขยะ Windows 10

from:https://notebookspec.com/web/550891-video-editor-free-programs-2021

แนะนำ 5 เว็บ โหลดสไลด์ PowerPoint ฟรี สวยๆ 2021 ทำงานนำเสนอแบบมืออาชีพ

ในการทำ Presentation หรือนำเสนองานสิ่งที่ใช้เวลาทำนาน แต่กลับได้รับความสำคัญน้อยที่สุดก็คือการจัดหน้าตาสไลด์ PowerPoint ซึ่งเป็นสิ่งที่จะทำให้การนำเสนองานของเราดูน่าสนใจ น่าเชื่อถือ และเพิ่มคะแนนให้กับการนำเสนอของเรามากที่สุด ดังนั้นถ้าคุณเตรียมข้อมูลมาครบ ซ้อมสคริปต์มาอย่างเป๊ะ คุณจะมาตกม้าตายตรงหน้าตาสไลด์ PowerPoint ดูไม่โปรฯไม่ได้ วันนี้เราเลยจะมาแนะนำ 5 เว็บโหลดสไลด์ PowerPoint ฟรี ให้คุณเอาไว้ใช้นำเสนองานแบบมืออาชีพ

Slides Carnival

Slides Carnival เป็นอีกเว็บโหลดสไลด์ PowerPoint ฟรี ที่ได้รับความนิยมมาก เราสามารถเลือกค้นหาแบบเทมเพลต (Templates) ได้ทั้งจากสไตล์ ทั้งแบบเป็นทางการ ธุรกิจ เรียบง่าย หรูหรา สร้างสรรค์ ฯลฯ และยังสามารถค้นหาเทมเพลตจากธีมสีที่ต้องการ พร้อมทั้งมีลิงค์ให้ดาวน์โหลดไอคอนที่ใช้ในเทมเพลตอีกด้วย ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาไปหาเอง ตอบโจทย์เวลารีบๆ ได้ดีมาก จุดเด่นอีกอย่างที่ต้องพูดถึงก็คือ Slides Carnival ยังให้เราโหลดแบบ Google Slides theme เพื่อนำไปใช้กับ Google Slides เพื่อนำเสนองานแบบออนไลน์ได้อีกด้วย ถูกใจชาว Work from Home สุดๆ

All PPT

เทมเพลต (Templates) ของเว็บไซต์นี้จะค่อนข้างมีความเป็นทางการ และดูเป็นมืออาชีพมากๆ จุดเด่นของเว็บไซต์ All PPT มีสไลด์แนว Infographic ให้เลือกเยอะ มีการแบ่งหมวดหมู่ไว้ค่อนข้างละเอียด นอกจากให้ดาวน์โหลดสไลด์ Powerpoint ฟรีแล้ว ยังมีให้ดาวน์โหลด ไดอะแกม, ชาร์ต และ Google Slides theme ให้โหลดไปใช้ได้อีกด้วย

Slides Go

Slides Go อีกหนึ่งเว็บไซต์ที่คนรัก PowerPoint รู้จักกันดี ซึ่ง Slides Go มีเจ้าของเดียวกับเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง Freepik, Flaticon และ Piktab ทำให้ภาพและเทมเพลตของเว็บไซต์นี้ทันสมัย สวยงาม สามารถดาวน์โหลดสไลด์ Powerpoint ฟรี, Google Slides themes และยังฝัง Font ที่ใช้ในเทมเพลตมาให้เรียบร้อยแล้ว
Slides Go มีการแบ่งหมวดหมู่ตามการใช้งาน อาทิ Education, Business, Marketing, Medical, Multi-purpose และ Infographics ทำให้เลือกใช้งานได้ง่าย และยังมีการจัดหมวดหมู่ ตาม Color และ Style ไว้ให้เลือกตามความต้องการ สะดวกครบเลยล่ะค่ะ

Canva

Canva เว็บโหลดสไลด์ Powerpoint ฟรีที่เป็นตัวช่วยในเรื่องของงานดีไซน์ที่หลายคนรู้จักกันดีเพราะ Canva สามารถช่วยดีไซน์ให้เราตั้งแต่ Resumes, Logos, Business Card, Posters, Facebook, Instagram Post, YouTube Thumbnail ไปจนถึง Twitter ซึ่ง Canva เองมีเทมเพลตสำหรับ PowerPoint ด้วยเช่นกัน โดยเทมเพลตจะอยู่ในหมวด Presentation ให้เราทำแบบออนไลน์ได้เลย โดย Canva.com จะมีส่วนที่ต้องเสียเงินสำหรับ Canva Pro แต่ถ้าต้องการใช้ทั่วไป แบบฟรีก็เพียงพอแล้วล่ะ

PowerPointHub

ปิดท้ายด้วยเว็บไซต์ดาวน์โหลดสไลด์ Powerpoint ฟรี ที่เป็นภาษาไทย PowerPointHub ที่มีเทลมเพลต Powerpoint ฟรี ให้เลือกดาวน์โหลดมากมาย นอกจากนี้ยังมีเทลมเพลต หน้าปกรายงานด้วย PowerPoint, แฟ้มสะสมงาน, ชุดสีสำหรับ PowerPoint และ แผนภาพและไดอะแกรม ให้ดาวน์โหลดอีกด้วย ซึ่งทางเว็บไซต์ PowerPointHub ระบุเงื่อนไขการใช้งานไว้ว่าไม่มีการเรียกเก็บค่าบริการดาวน์โหลดสำหรับกรณีใช้เป็นการส่วนตัวหรือเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ใช้เพื่อการค้า (Not allow for commercial use) และ ไม่อนุญาตให้นำไปขายหรือแจกจ่าย (Not allow for (re)sell, (re)distribute)

ทั้ง 5 เว็บไซต์ดาวน์โหลดสไลด์ Powerpoint ฟรี ที่เราคัดมาแบบเน้นๆ จะเป็นตัวช่วยให้คุณทำ PowerPoint ได้สวยเนี้ยบ ดูเป็นมืออาชีพ และประหยัดเวลา ให้คุณโฟกัสที่การเตรียมเนื้อหาและซ้อมสคริปต์ได้อย่างเต็มที่

รวบรวมโดย www.9tana.com

เรื่องเกี่ยวข้องกัน ที่คุณอาจจะสนใจก็ได้ ?

The post แนะนำ 5 เว็บ โหลดสไลด์ PowerPoint ฟรี สวยๆ 2021 ทำงานนำเสนอแบบมืออาชีพ first appeared on 9TANA : Tech Channel !!.
from:https://www.9tana.com/node/download-ppt-template/

ดาวน์โหลด Windows 11 (Insider) ติดตั้งฟรี ผ่าน Windows Update

หลังจากเปิดตัวไปหมาดๆ ตอนนี้ ไมโครซอฟต์ก็ได้ปล่อย Windows 11 เวอร์ชั่น Insider ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นพิเศษสำหรับนักพัฒนา หรือคนที่อยากลองของใหม่ ได้ทดลองใช้กันไปก่อน (เพื่อช่วยทดสอบและหาข้อผิดพลาดในการพัฒนาตัวจริงที่เสร็จสมบูรณ์) สามารถติดตั้งได้จากระบบ Windows Update ของคนที่เข้าร่วมโครงการ Windows Insider อยู่แล้ว

ดูรายละเอียดเกี่ยวกับ Windows 11 Insider ได้ที่ https://insider.windows.com/en-us/insidewindows11

The post ดาวน์โหลด Windows 11 (Insider) ติดตั้งฟรี ผ่าน Windows Update first appeared on 9TANA : Tech Channel !!.
from:https://www.9tana.com/node/windows-11-insider/

รีวิว Lenovo Aware เตือนนั่งหน้าคอมนาน เพื่อสุขภาพดีเต็ม 100

Lenovo Aware โปรแกรมที่เจ้าของ Lenovo ควรมีติดเครื่องไว้เพื่อจัดท่านั่งให้ถูกสรีระศาสตร์

lenovo aware cover

ยุคนี้หลาย ๆ คนนั่งทำงานหรือเรียนออนไลน์หน้าคอพิวเตอร์เป็นหลักจนลืมว่าเราควรลุกไปทำอะไรบ้าง ก็ควรโหลด Lenovo Aware ที่เป็นซอฟท์แวร์เฉพาะจาก Lenovo ที่ทำหน้าที่เป็นเพื่อนใกล้ตัวคอยเตือนเจ้าของเครื่องที่นั่งหน้าโน๊ตบุ๊คนาน ๆ แล้วไม่ได้ลุกไปเปลี่ยนอิริยาบทให้เปลี่ยนไปทำอย่างอื่นบ้าง หรือแม้แต่คอยเป็นห่วงเป็นใยคอยดูเราว่าระยะและท่าทางการนั่งของเรานั้นถูกตามหลักสรีระศาสตร์หรือเปล่าอีกด้วย

โดย Lenovo Aware เป็นโปรแกรมเฉพาะที่ตอนนี้เปิดให้เจ้าของโน๊ตบุ๊ค Lenovo ในย่านเอเชียแปซิฟิคได้โหลดไปใช้ได้เป็นโซนแรก เรียกว่าเป็น Exclusive software เลยก็ไม่ผิดนัก แต่ตอนนี้โปรแกรม Lenovo Aware ยังรองรับแค่กลุ่ม Lenovo IdeaPad เป็นหลักเท่านั้น ส่วนรายชื่อรุ่นที่รองรับและโหลดมาติดตั้งได้เลยสามารถเช็คได้ที่นี่

aware 20210322115803183

อย่างไรก็ตาม โปรแกรมนี้ยังมีเงื่อนไขการใช้งานอยู่ทั้งหมด 3 ข้อ ได้แก่

  1. รองรับเฉพาะโน๊ตบุ๊คที่ติดตั้งกล้อง Webcam แบบ Built-in ฝังเอาไว้ในเครื่องเท่านั้น ไม่รองรับการต่อกล้องผ่านพอร์ต USB 
  2. โปรแกรมที่เกี่ยวข้องกับกล้องจะถูกสั่งปิดอัตโนมัติเพราะโปรแกรมนี้ใช้พลังงานระดับหนึ่ง
  3. ถ้าต่อหน้าจอเสริมแล้ว โปรแกรมนี้จะหยุดการทำงานโดยอัตโนมัติ

ซึ่งทั้ง 3 ข้อนี้เป็นขอบเขตการใช้งานที่เข้าใจได้ เนื่องจากโปรแกรมเช็คพฤติกรรมการใช้งานนั้นจะใช้พลังการประมวลผลของตัวเครื่องระดับหนึ่ง ทำให้ต้องประหยัดพลังงานเพื่อให้ใช้งานต่อเนื่องได้หลายชั่วโมง รวมทั้งถ้าต่อหน้าจอเสริมเมื่อไหร่ ผู้ใช้หลาย ๆ คนก็อาจจะใช้หน้าจอโน๊ตบุ๊คเป็นหน้าจอเสริม ทำให้วัดค่าและแนะนำการจัดท่านั่งได้ไม่ดีเท่าที่ควร ส่วนเรื่องการรองรับเฉพาะ Webcam ของโน๊ตบุ๊คนั้นคาดว่าต่อไปอาจจะมีการอัพเดทให้รองรับ Webcam แบบต่อเสริมด้วยเพื่อให้ใช้งานกับ Tower PC ของทาง Lenovo ได้ด้วย ซึ่งคาดว่าจะต้องรอดูกันว่าทางบริษัทจะอัพเดทมาให้เมื่อไหร่

หัวข้อเนื้อหารีวิว

รีวิวการใช้งาน Lenovo Aware

IMG 0316

หลังจากติดตั้งโปรแกรมเสร็จแล้ว ตัวโปรแกรมจะขออนุญาตเรียกใช้งานกล้อง Webcam ที่ตัวเครื่องของเราเพื่อเช็คพฤติกรรมการใช้งานของเราตลอดการใช้งาน เมื่อกดอนุญาตให้โปรแกรมใช้งานกล้องได้ ไฟกล้อง Webcam จะติดขึ้นมาเหมือนในภาพ เพื่อแสดงว่าตอนนี้โปรแกรมเริ่มทำงานแล้ว

 

right posture

too close
wait wut

เมื่อเปิดโปรแกรมแล้ว โปรแกรม Lenovo Aware จะตัดเข้าหน้า Posture Guide เพื่อช่วยจัดท่าทางการนั่งของเราก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อช่วยวิเคราะห์การนั่งของเราว่าท่าทางการนั่งทำงานของเราถูกหลักสรีระศาสตร์หรือไม่ ซึ่งหลัก ๆ แล้วจะจับการเว้นระยะของเรากับหน้าจอเครื่อง ว่าอยู่ในระยะที่เหมาะสมหรือเปล่าแล้วนั่งคอตรงหรือไม่ ซึ่งระยะห่างระหว่างเรากับหน้าจอจะเป็นระยะห่างโดยประมาณ เช่นในภาพผู้เขียนทดลองวางเครื่องไว้กับโต๊ะนั่งข้างเตียงแล้วใช้งานตามปกติจะอยู๋ราว 47 ซม. ซึ่งเป็นระยะห่างกำลังดีที่โปรแกรมนี้วัดระยะได้

ถ้าเราโน้มตัวเข้ามาใกล้หน้าจอเกินไป เครื่องก็จะฟ้องว่าเรานั่งเข้ามาใกล้เกินไปให้ถอยห่างออกไปด้วย เพื่อให้อยู่ในระยะสายตาที่เหมาะสมนั่นเอง แต่สิ่งน่าสังเกตคือเมื่อผู้เขียนทดลองเอนตัวหนีเครื่องไปแต่ยังพอเห็น ก็ยังโชว์ว่าอยู่ในระยะนั่งที่ห่างกำลังดีเหมือนกัน คาดว่าโปรแกรมจะจับระยะแค่ว่าเราห่างจากเครื่องเกินไป แต่ไม่โชว์ว่าตอนนี้เรานั่งท่าแปลกประหลาดเกินไปไม่ใช่ท่านั่งทำงานตามปกติ

neck is not good

ถ้าอยู่ในระยะที่กำลังดีจะขึ้นคำว่า “Current posture is good. Keep it up.” แต่ถ้ามีการเอียงคอเมื่อไหร่ โปรแกรมจะแจ้งเตือนทันทีว่าตอนนี้ท่านั่งของเราเอียงคอแล้วไม่ดีต่อสุขภาพช่วงคอของเรา ให้ตั้งคอตรงตามปกติด้วยเพื่อสุขภาพกระดูกคอที่ดี ไม่มีปัญหาด้านสุขภาพตามมาในอนาคต

ในส่วนนี้ ผู้เขียนแนะนำให้ลองจัดท่าทางการนั่งที่หน้าโปรแกรมสักครู่ ว่าเรานั่งทำงานท่าไหนสะดวกที่สุดและตัวโปรแกรมโชว์ว่าเรานั่งได้ดีแล้ว ค่อยกด Next ที่มุมขวาล่างเพื่อเข้าสู่หน้าสรุปรายละเอียดที่ตัวโปรแกรมคอยสังเกตพฤติกรรมการใช้งานของเราต่อไป

posture score real time

ในหน้ารวมรายละเอียดการใช้งานจะออกแบบให้ดูเข้าใจได้ง่าย โดยแบ่งโซนเป็นแถบรวมการใช้งานที่อยู่ด้านบน แยกเป็น Today ที่ดูพฤติกรรมของเราวันนี้และจะโชว์เป็นคะแนนสามกลุ่มคือ Distance Score หรือคะแนนการเว้นระยะการนั่ง, Cumulative PC Time ที่จับเวลาการนั่งใช้งานหน้าคอมพิวเตอร์, Posture Score ที่คอยดูท่าทางการนั่งของเราว่านั่งได้เหมาะสมหรือเปล่าแล้วมีการนั่งผิดท่าไหม โดยตัวโปรแกรมจะจับแล้วคอยให้คะแนนพฤติกรรมการใช้งานด้วย

โดยโปรแกรมนี้จะคอยจับพฤติกรรมการใช้งานของเราแล้วสรุปคะแนนแยกให้เราดูย้อนหลังได้ ทั้งคะแนนของเมื่อวานนี้ในแถบ Yesterday, Past 7 days ว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาเราทำคะแนนพฤติกรรมการใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ดีหรือเปล่าและสรุปย้อนหลัง 30 วันให้ด้วยที่แถบ Past 30 days

smart care system configuration

ถ้าเราต้องการตั้งค่าโปรแกรม จะมีรูปเฟืองตรงมุมบนขวามือคู่กับรูปกล้อง Webcam เมื่อกดเปิดออกมาจะเป็นการตั้งค่าโปรแกรมทั้งหมดโดยละเอียด โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • Mode : เลือกได้ว่าจะเป็น Student Mode, General Mode โดยจะเปลี่ยนการตั้งค่าส่วนอื่น ๆ ตามที่ Lenovo ตั้งค่ามาจากโรงงาน โดยเปลี่ยนเวลาเบรกการใช้งานให้นานขึ้น, คอยเตือนท่าทางการนั่งและการมองหน้าจอระหว่างใช้งาน โดย Student Mode จะเคร่งกว่า General Mode ระดับหนึ่ง
  • Remider Settings : ตัวเลือกการแจ้งเตือนว่าต้องการให้โปรแกรมเตือนการใช้งานของเราแบบไหน โดยมีทั้ง Pop-ups ที่มุมขวาล่างของหน้าจอกับแจ้งเตือนด้วยเสียงของโปรแกรม สามารถติ๊กเลือกได้ว่าต้องการให้โปรแกรมแจ้งแบบไหน
  • Break Reminder : ฟังก์ชั่นสำหรับคอยเตือนให้เราหยุดใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นระยะ ๆ เมื่อถึงเวลาที่กำหนด ถ้าติ๊กถูกที่ช่อง Auto Screen Lock เอาไว้ เมื่อถึงเวลาที่กำหนดเครื่องจะตัดเข้าสู่โหมดล็อคหน้าจอโดยอัตโนมัติ ส่วนระยะเวลาเตือนให้หยุดการใช้งานมี 20 นาที, 40 นาที, 1 ชั่วโมงและ 2 ชั่วโมง
  • Distance Reminder : การตั้งระยะห่างให้ตัวเครื่องเตือนเราตอนใช้งานเพื่อคอยเตือนและจับระยะการนั่งของเราตลอดการใช้งาน ตั้งระยะโดยประมาณได้ตั้งแต่ 30 ซม., 35 ซม., 40 ซม., 45 ซม., 50 ซม.
  • Posture Reminder, Attention Reminder : ด้านการตั้งค่า 2 ส่วนนี้จะคอยเตือนเรื่องท่าทางการนั่ง (Posture Reminder) และการโฟกัสหน้าจอตอนใช้งาน (Attention Reminder) สามารถเลือกการแจ้งเตือนได้ 3 ระดับ ว่าจะให้โปรแกรมเตือนเราบ่อยแค่ไหน เลือกได้ตั้งแต่ Weak, Medium, Strong

watching you

เมื่อตั้งค่าทั้งหมดเสร็จแล้วและกด X ไปแล้ว โปรแกรมจะยังทำงานอยู่แต่ไม่โชว์ขึ้นมาให้เห็น แต่จะมีแจ้งเตือนเอาไว้ตรงขอบล่างขวาหน้าจอคอยบอกว่าตอนนี้โปรแกรมยังทำงานอยู่ ซึ่งถ้าตอนนี้ไม่ต้องการใช้งานแล้ว ก็กดที่คำว่า “No more reminders” ทิ้ง หรือถ้ายังให้ทำงานอยู่ก็กดที่คำว่า “Got it” ได้เช่นกัน

too close boi

good posture please
use it too long boi

เมื่อทดลองใช้งานดูแล้ว ตัวโปรแกรมจะคอยจับการทำงานของเราอยู่เป็นระยะ ๆ ว่าตอนนี้เรานั่งทำงานได้ถูกต้องตามหลักสรีระศาสตร์หรือเปล่า โดยเด้งการแจ้งเตือนที่ขอบหน้าจอมุมล่างขวาเป็นระยะ ๆ ได้แก่ ตอนที่เรานั่งแล้วใกล้หน้าจอเกินไป, นั่งแล้วเอียงคอ หรือนั่งทำงานนานถึงระยะเวลาที่กำหนด ก็จะมี Pop-ups แจ้งเตือนพร้อมส่งเสียงพูดเป็นภาษาอังกฤษบอกเราให้ปรับท่าทางการนั่งและใช้งานของเราเป็นระยะ ๆ

สำหรับผู้เขียนที่ทดลองใช้งานโปรแกรมนี้ดูแล้ว ส่วนตัวจะขอแนะนำให้ผู้ใช้ที่ใช้โน๊ตบุ๊คทำงานเป็นหลักแล้วกังวลเรื่องท่านั่งของตัวเองว่าถูกต้องตามหลักสรีระศาสตร์หรือเปล่า ซึ่งตัวโปรแกรมจะคอยแจ้งเตือนเราเป็นระยะ ๆ และไม่น่ารำคาญเช่นร้องแจ้งเตือนตลอดถึงเราจะแค่ขยับเปลี่ยนท่านั่งหรือโน้มตัวดูหน้าจอนิดหน่อยแล้วกลับไปนั่งตามปกติอย่างที่บางคนอาจจะเป็นห่วงอีกด้วย

ถ้าเราจัดท่านั่งถูกต้องตามหลักสรีระศาสตร์แล้วก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องการแจ้งเตือนอย่างเช่นว่าเรานั่งใกล้หรือเอียงคอตอนใช้งานก็ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าทาง Lenovo อัพเดทซอฟท์แวร์นี้ให้ทำงานได้ละเอียดยิ่งขึ้น เช่นจับระยะการยกไหล่เกินพอดีและอื่น ๆ เข้าไปด้วย จะดีมากทีเดียว

posture analysis
distance analysis

หลังจากเราใช้งานไปได้ระยะหนึ่ง ถ้าต้องการดูว่าวิธีการนั่งและระยะการนั่งของเราเหมาะสมหรือไม่ ก็เช็คได้โดยกดที่ Posture Score กับ Distance Score ที่หน้าแรกของ Lenovo Aware ได้ โดยจะแสดงคะแนนท่าทางการนั่งของเราว่าตอนนี้ท่านั่งเราดีหรือไม่ มีการเอียงคอ, ก้มหน้าเข้ามาใกล้เกินไป, แล้วนั่งได้ระยะดีหรือเปล่า และแถบด้านล่างจะบอกเวลาละเอียดระดับวินาทีให้เห็นว่าเราอยู่ในท่านั้นนานเท่าไหร่ ช่วยให้เราสามารถจัดท่านั่งได้ดีขึ้น ซึ่งมีผลต่อสรีระของเราเป็นอย่างมาก

จะเห็นว่าตอนนี้ ผู้ผลิตโน๊ตบุ๊คอย่าง Lenovo ก็มีโปรแกรมประเภท Digital Wellbeing ให้ผู้ใช้ได้โหลดไปติดตั้งในโน๊ตบุ๊ครุ่นที่รองรับได้แล้ว ซึ่งเป็นการเอาใจใส่ลูกค้าที่อุดหนุนโน๊ตบุ๊คของทางบริษัทได้เป็นอย่างดีแบบหนึ่ง ซึ่งถ้าใครใช้ IdeaPad รุ่นที่ติดตั้งโปรแกรมนี้ได้ ผู้เขียนก็อยากให้โหลดไปติดตั้งเอาไว้แล้วลองใช้งานดู จะได้จัดท่านั่งให้เหมาะสมและทำให้บุคลิคกับสุขภาพคอและหลังของเราดีขึ้นด้วย

วิธีการจัดที่นั่งตามหลักสรีระศาสตร์

0 RrDucmBXHGOKsBiy

จากทั้งรีวิวจะเห็นว่าผู้เขียนเน้นเรื่องการนั่งตามหลักสรีระศาสตร์อยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากการนั่งที่ดีจะทำให้กระดูกสันหลังและคอของเราไม่ปวดและไม่โค้งงอผิดรูปจนเสียบุคลิค ซึ่งส่งผลระยะยาวต่อชีวิตของคนคนหนึ่งอีกด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้เคยพูดถึงไปแล้วในบทความ “6 ที่วางโน๊ตบุ๊คคุณภาพดีน่าใช้ ตั้งเครื่องแล้วจัดโต๊ะสวยโดนใจแน่นอน” พร้อมมีวิดีโอแนะนำการจัดโต๊ะทำงานของเราอีกด้วย 

ส่วนคนที่อยากออกกำลังสักเล็กน้อยให้ร่างกายของเรายังแข็งแรงแม้จะทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานานและไม่มีปัญหาในระยะยาว แนะนำให้ทำตามคลิปตัวอย่างด้านบนนี้ด้วย และในบทความนี้จะเป็นการจัดโต๊ะทำงานและการใช้ชีวิตที่เหมาะสมกับหลักสรีระศาสตร์ในสถานที่ทำงาน โดยเน้นในส่วนของโน๊ตบุ๊คเป็นหลัก ซึ่งมีทั้งหมด 10 ข้อดังนี้

 

  1. วางโน๊ตบุ๊คบนโต๊ะไม่วางตัก : ถึงหลาย ๆ คนจะชอบเอาโน๊ตบุ๊คไปวางบนหน้าตักแล้วพิมพ์งานเป็นประจำ แต่ท่าทางการใช้งานและกระดูกสันหลังของเราจะโค้งงอและอาจเกิดปัญหาได้ ถ้าจำเป็นต้องนั่งพิมพ์งานโดยเอาโน๊ตบุ๊ควางบนตักแนะนำให้เอากระเป๋าหรือหนังสือที่พกติดมาด้วยรองบนตักเพื่อเพิ่มความสูงให้เราเอาข้อศอกทั้งสองข้างแนบสีข้างแล้วพิมพ์ได้หรือใกล้เคียงที่สุดจะดีกว่า
  2. ตั้งให้จอสูงขึ้นอีกนิด : ถึงวางบนโต๊ะแล้วก็ตาม แต่ถ้านั่งพิมพ์งานแล้วต้องก้มคอก็ทำให้เมื่อยและเกร็งจนกล้ามเนื้อคอมีปัญหา ทางที่ดีคือควรเอาแท่นรองโน๊ตบุ๊คมาตั้งเสริม ให้ระยะสายตาของเราอยู่สูงจนมองตรงแล้วอยู่โซนบนของหน้าจอเมื่อแบ่งเป็นตาราง 9 ช่องแล้ว
  3. ควรต่อเมาส์คีย์บอร์ดแยก : เพราะคีย์บอร์ดของโน๊ตบุ๊คมีระยะเดียว เอาเข้าใกล้ก็จะไม่ได้ระยะสายตา ออกห่างแล้วตั้งสูงหลายคนก็พิมพ์ไม่สะดวกเท่าไหร่ ดังนั้นแนะนำให้ต่อเมาส์คีย์บอร์ดแยกไปเลยจะทำให้จัดท่าทางได้ดีกว่า โดยท่าพิมพ์งานต่อเนื่องได้นานโดยท่อนแขนไม่เกร็งแล้วเมื่อย คือเลื่อนคีย์บอร์ดให้อยู่ใกล้ตัวในระยะที่เอาศอกหนีบเอวได้แล้ววางมือลงบนคีย์บอร์ดได้พอดี ๆ
  4. ถ้าหน้าจอเล็กมองไม่สะดวก ต่อจอเสริมไปเลย : ถ้าหน้าจอเล็กจนมองภาพหรือตัวอักษรบนหน้าจอไม่สะดวก ควรต่อหน้าจอเสริมให้ได้ขนาดและความละเอียดกำลังดีโดยไม่ต้องเพ่งหรือยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ และควรตั้งจอห่างจากหน้าเราระยะ 1 ช่วงแขนด้วย
  5. วางเท้าให้เต็มเท้า : ท่าทางการนั่งที่ดี คือหลังควรชิดพนักพิงและนั่งเต็มก้นโดยเท้าสองข้างเหยียบพื้นสนิทตั้งแต่ปลายเท้าจนถึงส้นเท้า ถ้าเซ็ตพื้นที่นั่งให้เข้ากับสรีระของเราทั้งหมดแล้วแต่เท้ายังลอยหรือเหยียบไม่สนิทเท้าก็ควรหาที่รองเท้า เช่น กระดาษสัก 1-2 รีม หรือหาที่วางเท้ามารองไว้
  6. ลงทุนกับเก้าอี้ Ergonomic ดี ๆ สักตัว : ยุคนี้ที่ WFH กันต่อเนื่อง เพราะสถานการณ์ COVID-19 ยังไม่ดีขึ้น แล้วต้องนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คนาน ๆ ก็ควรลงทุนกับเก้าอี้ Ergonomic สักตัวที่ปรับรูปแบบการนั่งทั้งความสูง, ตัวรองศอกและตัวดันหลังได้ยิ่งดี เพราะเก้าอี้ประเภทนี้จะบังคับท่านั่งของเราให้อยู่ในท่าที่เหมาะสมตลอดเวลา ซึ่งช่วงแรก ๆ อาจจะรู้สึกไม่คุ้นเคยเท่าไหร่แต่เมื่อนั่งนาน ๆ แล้วจะดีต่อสรีระของเรามากกว่า ส่วนถ้าใครไม่มีเงินลงทุนกับเก้าอี้ประเภทนี้อาจจะหาหมอนรองก้นและหลังที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์มาใช้กับเก้าอี้คอมพิวเตอร์ตัวเก่าก็ได้
  7. ไปหาอะไรทำบ้าง : ร่างกายมนุษย์ตามธรรมชาตินั้นไม่ได้ถูกออกแบบให้นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวันอยู่แล้ว ดังนั้นเมื่อนั่งไป 30 นาที ก็ควรเปลี่ยนอิริยาบทบ้าง ไปออกไปเดินสักนิดหรือยืดเส้นยืดสายทำกายบริหารที่โต๊ะก็ได้จะดีที่สุด
  8. ยืนทำงานบ้างก็ดี : จากข้อที่แล้ว ถ้านั่งทำงานมาทั้งวันแต่งานยังไม่เสร็จสักที แต่จะนั่งทั้งวันก็ไม่ดีต่อสุขภาพ ก็เปลี่ยนอิริยาบทการทำงานจากนั่งเป็นยืนทำงานสัก 1-2 ชั่วโมงต่อวันดู ซึ่งอาจจะไม่ใช่ยืนยิงยาวเป็นชั่วโมงแต่สะสมระยะเวลาการยืนต่อวันให้ได้เวลาประมาณนี้ก็จะดีที่สุด
  9. จัดกระเป๋า : หลาย ๆ คนที่ชอบพกของใช้ใส่กระเป๋าไปเยอะ ๆ และมีโน๊ตบุ๊คกับปลั๊กติดไปด้วย ก็ทำให้น้ำหนักที่กดลงไหล่ยิ่งหนักขึ้นจนเกิดอาการบ่ายุบ, ไหล่ไม่เท่ากัน หรือแม้แต่มวลความแข็งกล้ามเนื้อไม่เท่ากันก็ได้ ดังนั้นแนะนำให้หากระเป๋าเป้สำหรับโน๊ตบุ๊คหรือไม่ก็เอาของไม่จำเป็นทิ้งไว้บ้านหรือแม้แต่ไปวางไว้ใช้ในออฟฟิศด้วย
  10. ติดตั้งแอพฯ ดูท่าทางการนั่ง : แอพฯ เช็คท่าทางการนั่งตามหลักสรีระศาสตร์เช่น Lenovo Aware ที่คอยเตือนท่าทางการนั่งและยื่นหน้าเข้ามาใกล้เป็นระยะ ๆ นั้นเรียกว่าเป็นส่วนสำคัญ เพราะทำให้เราคอยระวังและจัดท่าทางการนั่งอยู่เป็นระยะ ๆ ด้วย ซึ่งถ้าใครใช้โน๊ตบุ๊ครุ่นที่ติดตั้งซอฟท์แวร์นี้ได้ แนะนำให้โหลดมาติดตั้งเอาไว้แล้วตั้งค่าให้เรียบร้อยจะดีที่สุด

aashish iwJscb2Ezsk unsplash

จะเห็นว่าวิธีการจัดการทั้งโต๊ะทำงานและสิ่งแวดล้อมของตัวเองให้เข้ากับหลักสรีระศาสตร์นั้น จัดเป็นส่วนที่เราอาจจะมองข้ามไปและไม่ได้ทำตามในชีวิตประจำวัน แต่ถ้าจัดการตัวเองสักนิดให้เข้าตามหลักสรีระศาตร์ก็จะมีประโยชน์ต่อเราในระยะยาวอย่างแน่นอน ถ้าเป็นไปได้ก็แนะนำให้ทำตามทั้ง 10 ข้อนี้ให้ได้ครบทุกข้อจะดีมาก แต่อาจจะไม่ต้องทำทั้งหมดรวดเดียว แต่ค่อย ๆ ปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันไปทีละน้อยจนกลายเป็นความเคยชินจะดีกว่า เพราะทั้งไม่ต้องฝืนตัวเองแล้วยังทำให้พฤติกรรมและบุคลิคภาพดีขึ้นตามอย่างแน่นอน


บทความที่เกี่ยวข้อง

Lenovo IdeaPad Gaming 3 R7 RTX 3050 Ti Review 28

student laptop cover

from:https://notebookspec.com/web/601988-review-lenovo-aware

แนะนำโปรแกรมออกใบเสร็จ โปรแกรมออกบิลที่น่าใช้งาน 2021 ตอบโจทย์ธุรกิจการทุกรูปแบบ

แนะนำโปรแกรมออกใบเสร็จ โปรแกรมออกบิลที่น่าใช้งาน 2021 ตอบโจทย์ผู้ประกอบการทุกรูปแบบ

โปรแกรมออกใบเสร็จ โปรแกรมออกบิล

โลกทุกวันนี้เกิดธุรกิจขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจขนาดเล็ก ธุรกิจขนาดกลาง ไปขนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในคนรุ่นใหม่ ๆ ที่หันมาสร้างธุรกิจขนาดเล็ก หรือที่เรียกว่า SME เป็นของตัวเอง เมื่อมีการซื้อ-ขาย สินค้าเกิดขึ้น ก็ย่อมจะต้องมีการนำไปคิดกำไร ขาดทุน หรืออื่น ๆ ในทางธุรกิจ ทีมงาน NotebookSPEC จึงอยากมาแนะนำผู้ช่วยในด้านธุรกิจ อย่างโปรแกรมออกใบเสร็จ หรือโปรแกรมออกบิล ที่จะมาช่วยในการคิดคำนวณ ออกบิล ออกใบเสร็จ ช่วยให้การทำธุรกิจเป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น จะมีอะไรบ้างนั้น เรามาดูกันเลยฃ


ใบเสร็จรับ (Receipt) คืออะไร ต่างกับบิลเงินสด และใบกำกับภาษีอย่างไร

ก่อนที่เราจะไปดูโปรแกรมออกใบเสร็จ โปรแกรมออกบิล ที่ทีมงานได้นำมาแนะนำนั้น เรามาทำความรู้จักของประเภทเอกสารเกี่ยวกับธุรกิจ ที่ใครหลายคนอาจจะยังงง ๆ กันอยู่ ว่ามันแตกต่างกันยังไง ระหว่าง ใบเสร็จรับเงินหรือใบเสร็จรับ กับ บิลเงินสด และใบกำกับภาษี โดยเฉพาะในเรื่องของใบเสร็จรับเงิน กับบิลเงินสด ที่ใครหลายคนเข้าผิดว่าเป็นเอกสารเดียวกัน

ใบเสร็จรับเงิน (Receipt) คืออะไร

ใบเสร็จรับ หรือใบเสร็จรับเงิน (Receipt) เป็นเอกสารหลักฐานในการรับเงิน ที่ผู้ขาย ผู้ให้เช่าออกให้กับผู้ซื้อเพื่อยืนยันว่าตัวเองได้รับเงินแล้ว (ผู้ซื้อ ได้รับเอกสารจากผู้ขาย) การออกใบเสร็จรับเงินเป็นสิ่งที่ต้องทำเพราะเป็นหน้าที่ตามกฎหมายที่ได้กำหนดไว้ว่าผู้รับเงิน ต้องออกใบเสร็จรับเงินให้อีกฝ่ายทันทีทุกครั้ง ที่มีการรับเงินมาไม่ว่าผู้ซื้อจะร้องขอหรือไม่ก็ตาม แต่หากว่าคุณประกอบเพียงธุรกิจขนาดเล็กทางกรมสรรพากรก็ได้กำหนดจำนวนเงินไว้แล้วว่าต้องออกใบเสร็จเมื่อขายสินค้าหรือบริการแต่ละครั้งที่มีจำนวนเงินเกิน 100 บาท

ใบเสร็จรับเงินนั้น บุคคลธรรมดาก็สามารถที่จะออกใบรับนี้ได้ โดยจะต้องประกอบไปด้วยข้อมูล ดังนี้

  • ชื่อ-นามสกุล และที่อยู่ของธุรกิจ
  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษี
  • วัน เดือน ปี ที่ออกใบเสร็จรับเงิน
  • ลำดับ และเลขที่ใบเสร็จรับเงิน
  • รายการ ราคาของสินค้า และราคาสุทธิ ในการซื้อขาย

ความแตกต่างของใบเสร็จรับเงินและบิลเงินสด

สำหรับใบเสร็จรับ กับบิลเงินสดก็ไม่ได้มีความแตกต่างกันมากมายอะไร ถ้ามองในมุมของคนทำบัญชีเอกสารทั้งสองอย่างนั้นก็ถือว่าเป็นเอกสารรับเงินจริง ๆ แต่เอกสารทั้งสองตัวนี้จะมีความน่าเชื่อถือ และรูปแบบการใช้งานต่างกันนิดหน่อย คือ บิลเงินสด, ใบเสร็จรับเงินจะใช้ในกรณีที่ลูกค้าซื้อสินค้า บริการแล้วจ่ายชำระเงินทันที ในการออกใบเสร็จรับเงินจะใช้ในกรณีที่ลูกค้ามาจ่ายชำระหนี้จากการซื้อสินค้า หรือบริการในอดีต

ข้อผิดพลาดที่มักจะเกิดขึ้นเมื่อมีการใช้งานบิลเงินสด

บิลเงินสดส่วนใหญ่ที่เราได้เห็นมักเกิดจากการเขียน ซึ่งมันทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย และส่งผลให้เอกสารบิลเงินสดไม่เป็นที่ยอมรับจากกรมสรรพากร ข้อผิดพลาดที่มักจะเกิดขึ้นคือไม่มีชื่อผู้ขาย (ทำให้เอกสารมีข้อมูลไม่ครบตามที่สรรพากรกำหนด) ไม่มีชื่อผู้ซื้อ รายการสินค้าระบุไม่ชัดเจน

ในกรณีที่จำเป็นจะต้องใช้บิลเงินสดที่มีข้อมูลไม่ครบถ้วนตามที่สรรพากรกำหนด คุณสามารถทำการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับบิลเงินสดของคุณได้ด้วยการจัดทำเอกสารใบแทนการรับเงินอย่างเอกสารสำคัญใบรับเงินพร้อมแนบบัตรประชาชน หรือจะใช้เอกสารใบรับรองแทนใบสำคัญรับเงิน และการแนบหลักฐานในการจ่ายเงินอย่างเช็ค, หลักฐานในการโอนเงิน

ไม่ว่าจะเป็นใบเสร็จรับ หรือบิลเงินสดก็สามารถใช้เป็นหลักฐานยื่นต่อกรมสรรพากรได้ เพียงแต่จะต้องเป็นเอกสารที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนตรงกับข้อกำหนดของกรมสรรพากร

และนอกจากนี้ ยังมีความแตกต่างระหว่างใบเสร็จรับเงิน กับ ใบกำกับภาษีอีกด้วย สำหรับใบกำกับภาษีนั้น จะเป็นเอกสารสำคัญสำหรับผู้ประกอบการที่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เพื่อเป็นการยืนยันว่าได้เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากลูกค้ามาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะต้องออกให้กับลูกค้าที่มาซื้อสินค้าและบริการทุกครั้งที่ได้ทำการขายสินค้าหรือบริการ ซึ่งใบกำกับภาษีตจะต้องระบุมูลค่าเพิ่มของสินค้าหรือบริการ และจำนวนภาษีมูลค่าของสินค้าหรือบริการและจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการได้เรียกเก็บจากลูกค้าในแต่ละครั้ง

  • สำหรับธุรกิจค้าขาย ผู้ประกอบการจะต้องออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าทันทีที่มีการส่งมอบสินค้า แม้ว่าลูกค้าหรือผู้ซื้อสินค้านั้น ๆ ยังไม่ได้ชำระเงินค่าสินค้าก็ตาม
  • สำหรับธุกิจให้บริการ ผู้ประกอบการจะสามารถออกใบกำกับภาษีได้ก็ต่อเมื่อลูกค้าหรือผู้มาใช้บริการนั้น ๆ ทำการชำระค่าบริการเรียบร้อยแล้ว

สำคัญก็คือ ผู้ประกอบการจะต้องออกใบกำกับภาษี 2 ฉบับ คือ ต้นฉบับ สำหรับผู้ประกอบการที่จะต้องออกให้ผู้ซื้อสินค้าหรือบริการ และสำเนา สำหรับผู้ประกอบการในการเก็บไว้เป็นหลักฐาน ในการ ยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือน (ภ.พ. 30) โดยผู้ประกอบการจะต้องเก็บเอกสารไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี

ใบเสร็จรับเงิน อย่างที่ได้ทราบกันไปแล้ว ว่าใบเสร็จรับเงินนั้น เป็นเอกสารที่ผู้ประกอบการจะต้องออกให้ลูกค้าที่ซื้อสินค้า หรือบริการทันทีที่มีการรับเงิน เพื่อเป็นการยืนยันว่า ผุ้ขายได้รับเงิน และผู้ซื้อได้ชำระเงินเรียบร้อยแล้ว ซึ่งใบเสร็จรับเงินนั้นก็จะต้องระบุรายการสินค้าหรือบริการ พร้อมทั้งราคาที่ทำการซื้อ-ขาย และราคาที่ตกลงชำระไว้ด้วย

ความแตกต่างระหว่าง ใบกำกับภาษี และใบเสร็จรับเงิน ก็คือ

ใบกำกับภาษี เป็นกิจการที่สามารถออกใบกำกับภาษีได้ จะต้องเป็นกิจการหรือธุรกิจที่ทำการจดทะเบียนมูลค่าเพิ่มหรือ VAT ไว้เท่านั้น หมายความว่า หากฑุรกิจไม่ได้จด VAT ก็จะไม่สามรถออกใบกำกับภาษีได้ และหากออกใบกำกับภาษีก็จะมีความผิดทางกฎหมายด้วย

ใบเสร็จรับเงิน ผู้ประกอบการสามารถออกใบเสร็จรับเงินได้ก็ต่อเมื่อ ได้รับเงินจากการซื้อขายสินค้าและบริการแล้วเท่านั้น และจะต้องออกใบเสร็จรับเงินทันที ไม่ว่าลูกค้าจะต้องการหรือไม่ก็ตาม และการออกใบเสร็จปลอมก็มีความผิดตามกฎหมายเช่นกัน

เปรียบเทียบความแตกต่างได้เพิ่มเติม ดังนี้

ใบเสร็จรับเงิน บิลเงินสด ใบกำกับภาษี
ไม่ต้องจด VAT ก็สามรถออกได้ ไม่ต้องจด VAT ก็สามรถออกได้ ส่วนใหญ่ที่เราได้เห็นมักเกิดจากการเขียน ต้องจด VAT ถึงจะออกใบกำกับภาษีได้
ออกเมื่อมีการขายสินค้าหรือบริการ ครั้งละ 100 บาท ขึ้นไป มีข้อผิดพลาดที่มักจะเกิดขึ้นคือไม่มีชื่อผู้ขาย (ทำให้เอกสารมีข้อมูลไม่ครบตามที่สรรพากรกำหนด) ไม่มีชื่อผู้ซื้อ รายการสินค้าระบุไม่ชัดเจน ต้องออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ทำการซื้อ-ขาย
ออกเมื่อมีการรับชำระเงินค่าสินค้า หรือบริการเท่านั้น ออกเมื่อมีการรับชำระเงินค่าสินค้า หรือบริการเท่านั้น ต้องออกใบกำกับภาษีทันทีที่ส่งมอบสินค้า (แม้ยังไม่ได้รับการชำระเงิน)

10 โปรแกรมออกใบเสร็จ โปรแกรมออกบิล ตอบโจทย์ทุกธุรกิจ ให้การออกบิลเป็นเรื่องง่าย

1. SMEMOVE

โปรแกรมออกใบเสร็จ

เริ่มต้นกันด้วย SMEMOVE โปรแกรมที่จะช่วยบริการจัดการ SMEMOVE (เอสเอ็มอีมูฟ) เป็นแพลตฟอร์มระบบงานบัญชีสําหรับเจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอี และสตาร์ตอัพเป็นโปรแกรมด้าน งานบัญชี ผ่านระบบคลาวด์ ที่ออกแบบ ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายมาพร้อมกับ ฟีเจอร์ที่ครอบคลุมทุกงานด้านบัญชี ช่วยให้ผู้ประกอบการประหยัดเวลาและ ค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อจัดจ้างพนักงาน บัญชี ขณะที่ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึง ในการจัดงานเอกสารต่าง ๆ ทางการ บัญชีได้อย่างรวดเร็ว ทั้งการวางบิล ออกใบเสร็จ หรือการจัดการเงินสด รวมถึงสามารถสรุปงบการเงินได้แบบ เรียลไทม์ทุกที่ทุกเวลา

ฟีเจอร์เด่นของแอพพลิเคชัน SMEMOVE ที่นอกเหนือจากการเป็นโปรแกรมออกใบเสร็จ คือ มาพร้อมกับเทคโนโลยี คลาวด์ที่ง่ายต่อการจัดการ วิเคราะห์ ข้อมูล และจัดเก็บข้อมูลธุรกิจไว้ใน ที่เดียว ทั้งยังช่วยในการจัดทําแบบ ฟอร์มบัญชีและวิธีการบันทึกบัญชี แต่ละประเภทเป็นเรื่องง่าย แม่นยํา และลดข้อบกพร่องในการจัดทํางบ การเงิน

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจของ SMEMOVE มีดังนี้เลย

  • การเปิดบิล ซื้อ ขาย จ่าย ในเวลาภายใน 1 นาที
    • การขาย การซื้อ หรือการจ่าย ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ครบทั้งหมดในที่เดียว ช่วยให้การจัดการเอกสารเหล่าได้สะดวกรวดเร็ว และประหยัดเวลาได้มากขึ้น
    • ไม่พลาดทุกการวางบิลและรับเช็คทุกที่ทุกเวลา ด้วยระบบแจ้งเตือนผ่านอีเมล จึงทำให้การบริหารจัดการเงินสดทำได้อย่างดีเยี่ยม
    • มีสต๊อกการซื้อขายสินค้าที่เป็นระบบ สามารถเก็บ Serial No. ของสินค้าได้ และเช็กสต๊อกสินค้าเข้าออกได้อย่างเที่ยงตรงแบบเรียลไทม์
  • การทำเงินเดือนพนักงาน (Payroll) ประกันสังคม และภาษีต่าง ๆ
    • หมดปัญหาความยุ่งยากในการทำบัญชีเงินเดือน ด้วยระบบจัดการเงินเดือน ประกันสังคม และภาษีของ Application โปรแกรมบัญชี สามารถจัดการเงินเดือนพนักงานทุกคนได้ครบถ้วน รวมถึงการเบิกจ่ายค่าต่าง ๆ
    • พนักงานสามารถดาวน์โหลดสลิปเงินเดือนได้ด้วยตัวเอง หรือให้ระบบส่งอัตโนมัติ โดยที่ยังคงไว้ซึ่งความลับสำหรับเพื่อนร่วมงานรายอื่น
    • ประหยัดเวลาในทำฟอร์มเอกสารในการยื่นภาษีหรือประสังคม เพราะสามารถยื่นแบบได้ทันที
  • มีระบบบัญชีที่เข้าใจง่าย รู้ยอดขายที่ชัดเจน รวมไปถึงสามารถทราบผลกำไรได้เลย
    • ประหยัดงบประมาณในการจัดจ้างพนักงานบัญชี หรือผู้ทำบัญชี ด้วยระบบการเชื่อมโยงข้อมูลทางบัญชีโดยอัตโนมัติ ที่มีรายงานงบดุล กำไร-ขาดทุน กระแสเงินสด พร้อมทั้งตัวเลขทางการเงิน เพื่อให้สามารถเช็คสุขภาพการเงินของกิจการได้แบบเรียลไทม์
    • แม้ไม่รู้เรื่องบัญชีก็ใช้งานได้อย่างเข้าใจและถูกต้อง
    • ทุกรายการเคลื่อนไหวของระบบบัญชีจะถูกบันทึกลงในสมุดรายวันทั่วไปและแบบแยกประเภท
  • มีระบบการทำเอกสารต่าง ๆ ที่ถูกต้องตามมาตรฐาน สามารถปรับแต่งได้ตามต้องการ
  • ระบบบัญชีที่เข้าใจง่าย รู้ยอดขาย ทราบผลกำไรได้เลย
    • ประหยัดงบประมาณในการจัดจ้างพนักงานบัญชี หรือผู้ทำบัญชี ด้วยระบบการเชื่อมโยงข้อมูลทางบัญชีโดยอัตโนมัติ ที่มีรายงานงบดุล กำไร-ขาดทุน กระแสเงินสด พร้อมทั้งตัวเลขทางการเงิน เพื่อให้คุณสามารถเช็คสุขภาพการเงินของกิจการได้แบบเรียลไทม์
    • ทุกรายการเคลื่อนไหวของระบบบัญชี จะถูกบันทึกลงในสมุดรายวันทั่วไปและแบบแยกประเภท
  • ทำงานด้วยความสะดวกรวดเร็ว ประหยัดเวลา อีกทั้งยังสามารถออกเอกสารได้ทุกที่ทุกเวลาตามที่ต้องการ
  • มีระบบการแจ้งเตือนของการออกเอกสารต่าง ๆ เมื่อถึงกำหนดเวลา
  • มีรายงานบัญชี และออกงบการเงินได้แบบเรียลไทม์ (Real-Time) โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ หรือความเชี่ยวชาญทางด้านบัญชีแต่อย่างใด
  • มี Application โปรแกรมบัญชี ถือเป็นโปรแกรมตรวจเช็คสุขภาพการเงินของบริษัทได้ง่าย ๆ ไม่ว่าจะเป็นเงินสดที่ต้องใช้ หรือ ลูกหนี้ต่าง ๆ
  • ครบวงจรในระบบเดียว เพราะเราได้รวมสารพัดการทำบัญชีเอาไว้ภายใน Application เดียว จึงทำให้สามารถจัดการงานทุกอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • มีความปลอดภัยสูง เพราะข้อมูลทุกอย่างจะถูกเข้ารหัส และสำรองข้อมูลด้วยระบบแบ็คอัพถึง 3 สำเนา

แพ็กเกจของ SMEMOVE

โปรแกรมออกใบเสร็จ โปรแกรมออกบิล
  • Free: 1 user, 200 MB ใช้ฟรี! ไม่มีหมดอายุ
  • Basic: 5 user, 2 GB storage, ฿199/Month
  • Premium: 10 user, 3 GB storage, ฿399/Month
  • Pro: 15 user, ฿699/Month, 5 GB storage

2. SIMPLY SALE

โปรแกรมออกบิล โปรแกรมออกใบเสร็จ

โปรแกรม Simple Sale จัดการร้าน ขายหน้าร้าน สต๊อก พิมพ์บาร์โค้ด ทั้งยังเป็นโปรแกรมออกใบเสร็จ ใบกำกับภาษี รองรับภาษีมูลค่าเพิ่ม พิมพ์ได้ทั้งเครื่องพิมพ์สลิป เครื่องพิมพ์ทั่วไป ฯลฯ ตัวโปรแกรม SIMPLY SALE เป็นโปรแกรมขายสินค้าหน้าร้าน สามารถเปิดฟอร์มขายสินค้าได้พร้อมกัน 10 ฟอร์ม รองรับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และการออกใบกำกับภาษี ในรูปแบบกระดาษ A4 และ กระดาษต่อเนื่อง (Continuous-Form Paper) รองรับระบบบาร์โค้ด ที่สามารถพิมพ์บาร์โค้ดได้

นอกจากนี้ โปรแกรมออกใบเสร็จ จัดการร้านค้า ขายหน้าร้าน SIMPLY SALE ยังสามารถนำเข้ารายการสินค้าจากไฟล์ของโปรแกรม Microsoft Excel ทำให้สะดวกในการเตรียมข้อมูล กำหนดราคาได้ 3 แบบตามลูกค้า และ ณ จุดขาย กำหนดส่วนลดได้แบบราคาและแบบเปอร์เซ็นต์ได้ตามลูกค้า และ ณ จุดขาย รวมถึงการ กำหนดจำนวนวันเครดิต และยังมีความสามารถอีกมากมาย อย่างการสำรองข้อมูลอัตโนมัติ เป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่าย ทดลองได้ฟรีก่อนได้ หากชอบใจสามารถขยายบิลเพิ่มได้

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจของ SIMPLY SALE มีดังนี้เลย

  • การขายสินค้าหน้าร้าน สามารถเปิดฟอร์มขายสินค้าได้พร้อมกัน 10 ฟอร์ม
  • รองรับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และการออกใบกำกับภาษี ทั้งแบบ A4 และ กระดาษต่อเนื่อง
  • รองรับระบบบาร์โค้ด และ พิมพ์บาร์โค้ดได้
  • นำเข้ารายการสินค้าจากไฟล์ของ โปรแกรม Microsoft Excel สะดวกในการเตรียมข้อมูล
  • กำหนดราคาได้ 3 แบบตามลูกค้า และ ณ จุดขาย
  • พิมพ์ใบเสร็จออก Printer ทั่วไป ขนาด A4 และ Printer แบบความร้อน ขนาด 58,70,80 มิลลิเมตร (mm), พิมพ์บาร์โค้ดสินค้าออก Printer สติ้กเกอร์ความร้อน และ A4  
  • สต๊อกสินค้า รับสินค้าเข้า แยกเป็นล็อต จัดกลุ่มสินค้าได้ คำนวณต้นทุนจากสินค้าที่รับเข้าระบบ คำนวณสินค้าคงเหลือ และ ตัดสต๊อกสินค้าเมื่อขายสินค้าออก
  • สามารถออกรายงานได้หลากหลาย เช่น รายงานยอดขาย/กำไร, รายงานจำนวนขายสินค้าย้อนหลังแต่ละสินค้า, รายงานการซื้อสินค้าของลูกค้า, รายงานการซื้อสินค้าจากผู้จำหน่าย, รายงานสินค้าใกล้หมด, รายงานลูกหนี้, รายงานภาษีซื้อ-ขาย เป็นต้น
  • สำรองข้อมูลอัตโนมัติ หรือ เลือกเองได้
  • โปรแกรมนี้สามารถทำงานได้แบบติดตั้งและใช้งานบนเครื่องเดียว (Standalone Application) สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องต่อเน็ตเวิร์ค
  • 1 สิทธิ์การใช้งาน (License) สามารถใช้งานได้ 1 เครื่องถาวร ย้ายเครื่องไม่ได้

สำหรับโปรแกรม SIMPLY SALE ทางผู้พัฒนาได้เปิดให้สามารถดาวน์โหลดเวอร์ชันทดลองไปใช้ได้ฟรี โดยเปิดบิลได้ 10 บิล แต่หากต้องการจะใช้งานตัวเต็ม จะต้องเสียค่าลงทะเบียน เป็นเงินจำนวน 890 บาท นอกจากนี้ยังสามารถที่จะติดต่อกับทางผู้พัฒนาโปรแกรมนี้ได้ผ่านทางช่องทางเว็บไซต์ SIMPLY SALE


3. TRCLOUD

โปรแกรมออกใบเสร็จ โปรแกรมออกบิล

TRCLOUD เป็นผลิตภัณฑ์หรือโปรแกรมที่ทำให้ผู้ประกอบการสามารถทราบข้อมูลผลประกอบการ และดัชนีชี้วัดต่าง ๆ ได้แบบ Real Time พร้อมผังบัญชีที่ไม่จำกัดจำนวนชั้นบัญชี

  • รูปแบบการทำงาน: TRCLOUD เป็นโปรแกรมบัญชี Cloud ที่สามารถเชื่อมต่อทุกแผนกเข้าด้วยกัน และมีการ Centralized Database ทำให้สามารถควบคุมการทำงานของทุกฝ่ายในองค์กรได้ ฝ่ายบัญชีไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำ และฝ่ายบริหารทราบถึงรายได้แบบ Real Time
  • จุดเด่น: โปรแกรมมีความสามารถในการคำนวนต้นทุนได้หลากหลาย มีระบบนำเข้าข้อมูลปริมาณมาก และมี API สำหรับเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย
  • มาตรฐานโปรแกรม: ผู้ใช้งานสามารถจัดทําบัญชีได้ด้วยตนเองตามมาตรฐานบัญชี และกฎหมายภาษีจากกรมสรรพากร และได้ขึ้นทะเบียนตามมาตรฐานสรรพากรหมายเลข 0540 ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ฉบับที่ 89

สามารถใช้ร่วมกับแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ได้ไม่ว่าจะเป็น Shopee, Lazada, WooCommerce อีกด้วย นับว่าเป็นโปรแกรมออกใบเสร็จที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว


4. SMEasy-DOC

โปรแกรมออกบิล โปรแกรมออกใบเสร็จ

โปรแกรมออกบิล ตัวต่อมาที่อยากแนะนำก็คือ SMEasy-Doc ซึ่งมีความสามารถมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการออกใบเสนอราคา, ออกใบกำกับสินค้า, ออกใบเสร็จรับเงิน, จัดเก็บข้อมูลสินค้า, จัดเก็บข้อมูลลูกค้า, จัดเก็บข้อมูลบริษัท, ความสามารถในการใช้งานพร้อมกันได้มากกว่า 1 เครื่อง, มีระบบตั้งค่าสิทธิการใช้งานผู้ใช้ระบบ, มีระบบสิทธิการใช้งาน โดยสามารถกำหนดสิทธิของผู้ใช้งานแต่ละคนได้, สามารถ update version ใหม่ได้, สามารถแนบลายเซนต์ในเอกสารได้, สามารถเลือกแบบฟอร์ม และ update แบบฟอร์มใหม่ ๆ ได้, สามารถเปลี่ยนรูปแบบเอกสารได้แล้ว และยังสามารถโหลดแบบใหม่ ๆ ผ่านหน้า web site ได้ (Template), มีระบบ Backup ข้อมูลได้เอง, มีระบบเปลี่ยนที่จัดเก็บฐานข้อมูลได้ รวมไปถึงสามารถกำหนดที่อยู่ของฐานข้อมูลได้เอง (ที่จัดเก็บไฟล์ database) และความสามารถอื่น ๆ อีกมากมาย และที่สำคัญตัวโปรแกรมมีระบบ Auto Update สำหรับ version ใหม่ เมื่อมีการแก้ไขหรือเพิ่มเติม Feature ใหม่ ๆ สามารถ update โปรแกรมได้ฟรี ใครที่สนใจโปรแกรม SMEasy-Doc สามารถสั่งซื้อ Standalone ได้ในราคา 950 บาท สามารถใช้งานได้ 1 เครื่อง


5. Bill Printing

โปรแกรมออกบิล โปรแกรมออกใบเสร็จ

สำหรับ Bill Printing เป็นโปรแกรมออกใบเสร็จ ที่ถูกพัฒนาเพื่อใช้สำหรับงายขายโดยเฉพาะ ทำให้การทำงานเอกสารต่าง ๆ เป็นไปได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น เพราะโปรแกรมนี้มี Template เอกสารบิลต่าง ๆ สำเร็จรูปให้ใช้มากมาย เพียงแค่เลือกที่ต้องการและใส่ข้อมูลเข้าไป ซึ่งมีทั้ง ใบเสนอราคา, ใบรับมัดจำ, ใบขายสด, ใบขายเชื่อ, ใบเพิ่มหนี้, ใบลดหนี้, ใบวางบิล, ใบเสร็จรับเงิน ฯลฯ

โปรแกรม Bill Printing ถูกออกแบบมาให้มีหน้าจอที่สวยงามน่าใช้ มีระบบการค้นหาเทมเพลตใช้งานง่าย รวดเร็ว เปิดหน้าต่างทำงานได้หลายแท็บ เหมาะสำหรับคนทำงานขายในบริษัท หรือพนักงานออฟฟิศ ที่ทำงานด้านการขาย โปรแกรมสามารถสร้างฐานข้อมูลเก็บไว้ได้ไม่จำกัด ทำให้เราสามารถจัดเก็บบิล หรือเอกสารไว้ได้ เผื่อวันข้างหน้าต้องใช้

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจของ Bill Printing

  • รูปแบบหน้าจอสวยงามน่าใช้
  • ระบบการค้นหาใช้งานง่าย และรวดเร็ว
  • สลับผู้ใช้การทำงานได้โดยที่ไม่ต้องปิดโปรแกรม
  • สร้างฐานข้อมูลได้ไม่จำกัด
  • กำหนด ประเภทสินค้า,กลุ่มสินค้า,ยี่ห้อสินค้า,รุ่นสินค้า,ขนาดสินค้า,สีสินค้า ได้
  • กำหนด วันที่ส่งของ,สถานที่ส่งของ,เขตการขาย,แผนก,โครงการ,พนักงานขาย,ขนส่งโดย ได้
  • กำหนด ส่วนลดได้หลายชั้นตามต้องการ เช่น 10%, 2%, 500 ทั้งส่วนลดรายการและส่วนลดท้ายบิล
  • รองรับการคิดภาษีมูลค่าเพิ่มได้ทั้งแบบราคารวมภาษี (Include VAT) และราคาแยกภาษี (Exclude VAT) รวมทั้งรายการที่ได้รับการยกเว้นภาษี
  • รองรับธุรกิจทั้งแบบซื้อมา/ขายไป ธุรกิจบริการ (รองรับภาษีไม่ถึงกำหนด)
  • สามารถรับชำระเงินเป็นเงินสด เช็ค หรือ เงินโอน ได้
  • สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบฟอร์ม ต่าง ๆ ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็น แบบฟอร์มเสนอราคา, แบบฟอร์มรับเงินมัดจำ, แบบแบบฟอร์มขายสด, แบบฟอร์มขายเชื่อ, แบบฟอร์มเพิ่มหนี้, แบบฟอร์มลดหนี้, แบบฟอร์มวางบิล, แบบฟอร์มรับชำระหนี้ ได้เองตามต้องการ
  • สามารถวิเคราะห์การขายเป็นรายเดือน รายปี ได้
  • สามารถออกรายงานได้ในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น รายงานเสนอราคา, รายงานรับมัดจำ, รายงานขายสด, รายงานขายเชื่อ, รายงานเพิ่มหนี้, รายงานลดหนี้, รายงานวางบิล, รายงานสรุปยอดขาย, รายงานเปรียบเทียบยอดขาย 12 เดือน เป็นต้น

ใครที่สนใจและอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับโปรแกรมนี้ ก็สามารถเข้าไปได้เลยที่ compatbiz


6. Nanosoft Free Bill.NET

โปรแกรมออกใบเสร็จ

โปรแกรมออกใบเสร็จตัวต่อมาที่น่าสนใจ ก็คือ Nanosoft Free Bill.NET นั่นเอง โดยโปรแกรมนี้จะเหมาะสำหรับการพิมพ์บิลต่าง ๆ เช่น พิมพ์ใบเสร็จ รับเงิน พิมพ์บิลเงินสด พิมพ์ใบส่งของ ตลอดจนพิมพ์ใบกำกับภาษี ซึ่งโปรแกรม Free Bill.NET ตัวนี้ ทางผู้พัฒนาได้เปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้ได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายโดยผู้ใช้สามารถ ออกแบบบิลได้เอง อาทิเช่น ปรับเปลี่ยนข้อความ ปรับขนาดของบิล หรือ ใส่โลโก้ (Logo) เป็นต้น อีกทั้ง โปรแกรมถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย มีระบบ เมนู แบบ Windows 8 (Metro style) และ ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม สามารถดาวน์โหลดแล้วแตกไฟล์ลงในฮาร์ดดิสก์ แล้วสามารถใช้งานได้เลย เนื่องจากออกแบบเป็น เวอร์ชันพกพา (Portable Version) ไม่ต้องทำการติดตั้ง (Install) ลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณอีกด้วย


7. SML Bill Free

โปรแกรม

โปรแกรมตัวต่อมาคือ SML BIll Free เป็นโปรแกรมออกใบกำกับภาษี ออกบิล ใบเสร็จสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก หรือที่เราเรียกว่า SMEs ได้ทั้งหมด สามารถออกแบบและแก้ไขแบบฟอร์ม เพื่อให้แบบฟอร์มเหมาะสมกับความต้องการของแต่ละธุระกิจ และยังมีแบบฟอร์มาตรฐานให้ได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ระบบขายยังมีการจัดเก็บข้อมูลภาษี สามารถออกรายงานการขายสินค้า รายงานภาษีขาย รองรับระบบบาร์โค้ด (Barcode) กำหนดภาษีในแต่ละประเภทได้ แถมยังรองรับระบบภาษีขายรูปแบบใหม่ ซึ่งเริ่มใช้ตั้งแต่ มกราคม พ.ศ. 2557 เป็นต้นไป เรียกได้ว่าอัพเดทแบบใหม่สดกันมาก ๆ เลยทีเดียว

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจมีดังนี้

  • ใช้งานง่าย ผ่านระบบออนไลน์
  • สามารถแก้ไขแบบฟอร์มได้ตามความต้องการของแต่ละร้าน
  • มีแบบฟอร์มมาตรฐานให้เลือก ใช้งานอย่างหลากหลาย
  • รองรับระบบหลายหน่วยนับ, ระบบหลายบาร์โค๊ด
  • สามารถแบ่งรหัสสินค้าตามหมวดหมู่ได้
  • กำหนดประเภทภาษีของสินค้าแต่ละตัวได้
  • สามารถสร้างบาร์โค๊ดสินค้าตามมาตรฐาน EAN13 ได้
  • จัดเก็บข้อมูลการขายสินค้า
  • จัดเก็บรายละเอียดการรับเงิน
  • จัดเก็บข้อมูลภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย
  • คำณวนมูลค่าภาษี มูลค่าสินค้ายกเว้นภาษี ยอดฐานภาษี

สำหรับใครที่สนใจแพ็กเกจโปรแกรมอื่น ๆ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: SML Soft


8. Invoice Tiny

โปรแกรมออกใบกำกับภาษี

Invoice Tiny เป็นโปรแกรมจัดการงานขาย โปรแกรมออกใบเสร็จ โปรแกรมออกใบกำกับภาษี สำหรับ ธุรกิจ SMEs จัดเป็นโปรแกรมที่ใช้ดูแลและจัดการกับระบบการขายสินค้าแบบครบวงจร มีฟังก์ชันต่าง ๆ มากมายสำหรับใช้งานในส่วนของระบบเงินสด-เงินเชื่อ การออกใบกำกับภาษี การออกใบส่งสินค้า ใบวางบิล ใบเสร็จรับเงิน ใบรับมัดจำ รวมถึงระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม และระบบที่ไม่มีภาษีอย่างการออกใบส่งของได้อีกด้วย เป็นโปรแกรมที่เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดย่อย อย่าง ๆ บริษัทห้างร้านทั่วไป หรือร้านซ่อมต่าง ๆ

นอกจากนี้ โปรแกรมจัดการงานขาย ออกใบเสร็จ ออกใบกำกับภาษี  Invoice Tiny ตัวนี้ ก็ยังมีฟังก์ชั่นที่ใช้งานได้ง่าย โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องระบบบัญชีมาก่อน สามารถใช้เพื่อช่วยงานขายสินค้า เงินสดหรือเงินเชื่อและออกเอกสารสำหรับงานขาย พร้อมกับทำรายงานสรุปยอดขายสินค้าต่าง ๆ ได้อย่างละเอียด สำหรับใครที่สนใจ ก็สามารถโปรแกรมในเวอร์ชันทดลองไปใช้งานกันก่อนได้เลย ส่วนใครที่ต้องการใช้งานเวอร์ชันเต็มก็จะต้องมีการเสียงค่าใช้จ่าย

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจของโปรแกรมมีดังนี้

  • รองรับกระดาษต่อเนื่อง ในหลากหลายขนาด ไม่ว่าจะเป็น
    • ขนาด 9 x 11 นิ้ว
    • ขนาด 9 x 5.5 นิ้ว
    • กระดาษขนาดมาตรฐาน A4
  • รองรับการควบคุมจำนวนทศนิยม 0 ถึง 4 ตำแหน่ง
  • รองรับข้อมูลลูกค้าได้สูงสุด 9,999 รายการ
  • รองรับข้อมูลสินค้าได้ไม่จำกัด ขึ้นกับความสามารถและความเร็วของเครื่องคอมพิวเตอร์ (ไม่ตัดสต๊อกสินค้า)
  • กำหนดราคาสินค้าล่วงหน้าได้ 3 ระดับ
  • มีระบบเงินมัดจำ แบบไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่มและมัดจำ / ภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • สามารปรับรูปแบบในการพิมพ์เอกสารได้อย่างละเอียด เช่น เลือกไม่พิมพ์วันที่เอกสาร เลือกไม่พิมพ์กำหนดชำระ เลือกพิมพ์สำเนา เป็นต้น
  • รองรับรายการสินค้าสูงสุดที่ 200 รายการต่อบิล (หากเอกสารมากกว่าหนึ่งหน้า โปรแกรมจะพิมพ์เลขหน้ากำกับที่หัวเอกสาร)
  • สามารถใช้งานได้กับหลายกิจการโดยไม่จำกัดจำนวนกิจการ
  • สามารถกำหนดให้โปรแรกมสร้างเอกสารที่ทำซ้ำ ๆ แบบเดิมเป็นประจำแบบอัตโนมัติหลังบันทึกการขายได้ เช่นการขายสดมีภาษี กำหนดให้สร้าง “ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี” โดยอัตโนมัติ หลังการบันทึกการขาย
  • กำหนดให้ทำสำเนาข้อมูลแบบอัตโนมัติ ใส่ลงโฟลเดอร์ที่กำหนดไว้ ในส่วนตั้งค่า
  • สามารถตั้งค่าให้โปรแกรมสร้าง-พิมพ์เอกสารที่ทำเป็นประจำโดยอัตโนมัติภายหลังบันทึกการขาย เช่นกำหนดให้สร้าง-พิมพ์ “ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี” เมื่อขายเงินสดแบบมีภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • รองรับรูปประกอบสินค้า

9. G2GNet BillXPress Soft

โปรแกรมออกใบเสร็จรับเงิน

โปรแกรมออกใบเสร็จชุดนี้ ผู้พัฒนาแจกจ่ายให้ใช้งานฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก หรือธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ ที่มีปริมาณข้อมูลจำนวนต่อวันไม่มากมายนัก เพื่อให้ท่านรู้ว่าวันหนึ่ง ๆ ขายสินค้า/บริการให้กับลูกค้ารายใดบ้าง มีจำนวนเงินรายรับเท่าไร มียอดค้างชำระหรือไม่ ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องมีการพิมพ์ออกมาเลยด้วยซ้ำ

ตัวโปรแกรมสามารถพิมพ์ออกเป็น ใบเสร็จธรรมดาขนาดกระดาษ A4 และกระดาษต่อเนื่องขนาด 8 1/2 x 11 นิ้ว ใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับภาษี เพื่อคำนวณหาภาษีมูลค่าเพิ่มได้ โดยโปรแกรมรองรับได้ 3 รูปแบบ คือ สินค้าไม่มีภาษี, ภาษีรวมอยู่ในตัวสินค้า และภาษีแยกนอกตัวสินค้า รวมไปถึงสามารถเก็บข้อมูลลูกค้า และพนักงานได้ ส่วนรายงานก็ส่งออกเป็นไฟล์ MS Excel และส่งออกการพิมพ์ใบเสร็จเป็นแบบ PDF ได้ด้วย

  • รองรับการพิมพ์ใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ
  • สามารถพิมพ์ใบเสร็จรับเงินแบบขนาดกระดาษ A4 ธรรมดาได้
  • ส่วนหัวของใบเสร็จสามารถกำหนดชื่อ ที่อยู่กิจการได้เอง
  • มีระบบที่สามารถเปลี่ยนโลโก้ เป็นกิจการของตัวเองได้อย่างสะดวก
  • มีระบบในการใส่ข้อมูลลูกค้า และพนักงานขายได้
  • สามารถสร้างข้อมูลการขายสินค้า และ บริการ รวมถึงการคิดภาษี ต่าง ๆ
  • สามารถรายงานการขายหรือบริการ ส่งออกเป็นไฟล์ ของโปรแกรม Microsoft Excel ได้
  • สามารถส่งออกการพิมพ์ใบเสร็จในรูปแบบไฟล์เอกสารอย่าง ไฟล์เอกสาร PDF ได้

10. Page365

โปรแกรมออกใบเสร็จ

โปรแกรมจัดการหน้าร้าน โปรแกรมออกใบเสร็จอย่าง Page 365 มีระบบที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการตอบแชทลูกค้า Facebook LINE Official Account และ Instagram ในที่เดียว การจัดการออเดอร์ง่าย จัดหมวดหมู่คำสั่งซื้ออย่างเป็นระบบ การจัดระเบียบแอดมิน ระบุแชทและออเดอร์ของแอดมินแต่ละท่าน มีช่องทางการจ่ายเงินที่หลากหลาย ทำให้ลูกค้าของคุณชำระค่าสินค้าได้รวดเร็ว มีความสะดวกอีกขั้นด้วยระบบพิมพ์ใบเสร็จ/ใบกำกับภาษี ใบจ่าหนัาพัสดุ Print แปะพัสดุพร้อมส่ง รองรับการขายแบบไลฟ์สด แชทง่าย เปิดบิลอัตโนมัติเมื่อสินค้าถูก CF

โดยแพ็กเกจของ Page365 จะเป็นดังนี้

  • Free: 1 user, ใช้ฟรี! ไม่มีหมดอายุ
  • Solo: 2 user, ฿499/Month
  • Pro: 6 user, ฿1199/Month
  • SME: 15 user, ฿4999/Month
  • Enterprise: 25 user, ฿รายปีเท่านั้น

ตารางเปรียบเทียบแต่ละโปรแกรม

โปรแกรม ระบบ/แพลตฟอร์ม ที่รองรับ สิ่งที่น่าสนใจ การใช้งาน
1. SMEMOVE โปรแกรม และแอพพลิเคชันบนระบบ iOS, Android – การเปิดบิล ซื้อ ขาย จ่าย ในเวลาภายใน 1 นาที
– การทำเงินเดือนพนักงาน ประกันสังคม และภาษีต่าง ๆ
– มีรบบบัญชีที่เข้าใจง่าย รู้ยอดขายที่ชัดเจน รวมไปถึงสามารถทราบผลกำไรได้เลย
– มีระบบการทำเอกสารต่าง ๆ ที่ถูกต้องตามมาตรฐาน สามารถปรับแต่งได้ตามต้องการ
– ระบบการแจ้งเตือนของการออกเอกสารต่าง ๆ เมื่อถึงกำหนดเวลา
– รายงานบัญชี และออกงบการเงินได้แบบ Real-Time โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ หรือความเชี่ยวชาญทางด้านบัญชี
– ครบวงจรในระบบเดียว
– มีความปลอดภัยสูง เพราะข้อมูลทุกอย่างจะถูกเข้ารหัส และสำรองข้อมูลด้วยระบบแบ็คอัพถึง 3 สำเนา
มีแพ็กเกจให้เลือกหลากหลาย สามารถทดลองใช้งานได้ฟรี 1 user ได้รับ 200 MB Storage ไม่มีวันหมดอายุ
2. SIMPLY SALE โปรแกรม – การขายสินค้าหน้าร้าน สามารถเปิดฟอร์มขายสินค้าได้พร้อมกัน 10 ฟอร์ม
– รองรับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และการออกใบกำกับภาษี ทั้งแบบ A4 และกระดาษต่อเนื่อง
– รองรับระบบบาร์โค้ด และ พิมพ์บาร์โค้ดได้
– สามารถออกรายงานได้หลากหลาย เช่น รายงานยอดขาย/กำไร, รายงานจำนวนขายสินค้าย้อนหลังแต่ละสินค้า
– จัดการข้อมูลลูกค้าและผู้จำหน่าย
– สำรองข้อมูลอัตโนมัติ หรือ เลือกเองได้
สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรี แต่สำหรับตัวเต็มต้องมีค่าใช้จ่าย
3. TRCLOUD โปรแกรม – มี Cloud ที่สามารถเชื่อมต่อทุกแผนกเข้าด้วยกัน และมีการ Centralized Database ทำให้สามารถควบคุมการทำงานของทุกฝ่ายในองค์กรได้
– ทราบถึงรายได้แบบ Real Time
– มีความสามารถในการคำนวนต้นทุนได้หลากหลาย มีระบบนำเข้าข้อมูลปริมาณมาก และมี API สำหรับเชื่อมต่อกับระบบอื่น ๆ ได้
– จัดทําบัญชีได้ด้วยตนเองตามมาตรฐานบัญชี และกฎหมายภาษีจากกรมสรรพากร
สามารถดาวน์โหลดเวอร์ชันทดลองไปใช้งานได้ฟรี แต่สำหรับตัวเต็มต้องมีค่าใช้จ่าย
4. SMEasy-DOC โปรแกรม – มีความสามารถมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการออกใบเสนอราคา, ออกใบกำกับสินค้า, ออกใบเสร็จรับเงิน, จัดเก็บข้อมูลสินค้า ลูกค้า
– ใช้งานพร้อมกันได้มากกว่า 1 เครื่อง
– ลือกแบบฟอร์ม และ update แบบฟอร์มใหม่ ๆ ได้
– มีระบบ Backup ข้อมูลได้เอง, มีระบบเปลี่ยนที่จัดเก็บฐานข้อมูลได้
สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรี แต่สำหรับตัวเต็มต้องมีค่าใช้จ่าย
5. Bill Printing โปรแกรม – ระบบการค้นหาใช้งานง่าย และรวดเร็ว
– สร้างฐานข้อมูลได้ไม่จำกัด
– กำหนด ประเภทสินค้า,กลุ่มสินค้า,ยี่ห้อสินค้า,รุ่นสินค้า,ขนาดสินค้า,สีสินค้า ได้
– รองรับการคิดภาษีมูลค่าเพิ่มได้ทั้งแบบราคารวมภาษี (Include VAT) และราคาแยกภาษี (Exclude VAT) รวมทั้งรายการที่ได้รับการยกเว้นภาษี
– รองรับธุรกิจทั้งแบบซื้อมา/ขายไป ธุรกิจบริการ (รองรับภาษีไม่ถึงกำหนด)
– สามารถวิเคราะห์การขายเป็นรายเดือน รายปี ได้
– กำหนดสิทธิ์การเข้าใช้งานแต่ละเมนูได้อย่างละเอียด
– สามารถออกรายงานได้ในหลากหลายรูปแบบ
สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรี แต่สำหรับตัวเต็มต้องมีค่าใช้จ่าย
6. Nanosoft Free Bill.NET โปรแกรม – พิมพ์ใบเสร็จรับเงิน พิมพ์บิลเงินสด พิมพ์ใบส่งของ ตลอดจนพิมพ์ใบกำกับภาษี
– รับเปลี่ยนข้อความ ปรับขนาดของบิล หรือ ใส่โลโก้
– ใช้งานได้ง่าย ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม สามารถดาวน์โหลดแล้วแตกไฟล์ลงในฮาร์ดดิสก์ แล้วสามารถใช้งานได้เลย
สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรี
7. SML Bill Free โปรแกรม และแอพพลิเคชันบนระบบ iOS, Android – สามารถออกแบบและแก้ไขแบบฟอร์ม เพื่อให้แบบฟอร์มเหมาะสมกับความต้องการของแต่ละธุระกิจ
– มีแบบฟอร์มาตรฐานให้ได้เลือกใช้อย่างหลากหลาย
– มีการจัดเก็บข้อมูลภาษี สามารถออกรายงานการขายสินค้า รายงานภาษีขาย
– รองรับระบบบาร์โค้ด (Barcode)
สามารถใช้งานได้ฟรี แต่หากต้องการใช้งานครบทุกฟังก์ชัน จะมีค่าใช้จ่าย
8. Invoice Tiny โปรแกรม – มีฟังก์ชันต่าง ๆ มากมายสำหรับใช้งานในส่วนของระบบเงินสด-เงินเชื่อ การออกใบกำกับภาษี การออกใบส่งสินค้า ใบวางบิล ใบเสร็จรับเงิน ใบรับมัดจำ รวมถึงระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
– ใช้งานได้ง่าย โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องระบบบัญชีมาก่อน
– รองรับข้อมูลลูกค้าได้สูงสุด 9,999 รายการ
– กำหนดราคาสินค้าล่วงหน้าได้ 3 ระดับ
– มีระบบเงินมัดจำ แบบไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่มและมัดจำ / ภาษีมูลค่าเพิ่ม
สามารถใช้งานได้ฟรี แต่หากต้องการใช้งานครบทุกฟังก์ชัน จะมีค่าใช้จ่าย
9. G2GNet BillXPress Soft โปรแกรม – รองรับการพิมพ์ใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ
– ส่วนหัวของใบเสร็จสามารถกำหนดชื่อ ที่อยู่กิจการได้เอง
– มีระบบที่สามารถเปลี่ยนโลโก้ เป็นกิจการของตัวเองได้อย่างสะดวก
– สามารถสร้างข้อมูลการขายสินค้า และ บริการ รวมถึงการคิดภาษี ต่าง ๆ
– สามารถส่งออกการพิมพ์ใบเสร็จในรูปแบบไฟล์เอกสารอย่าง ไฟล์เอกสาร PDF ได้
สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
10. Page365 โปรแกรม และแอพพลิเคชันบนระบบ iOS, Android – การตอบแชทลูกค้า Facebook, LINE Official Account และ Instagram ในที่เดียว
– จัดการออเดอร์ง่าย จัดหมวดหมู่คำสั่งซื้ออย่างเป็นระบบ
– มีช่องทางการจ่ายเงินที่หลากหลาย
– ระบบพิมพ์ใบเสร็จ/ใบกำกับภาษี ใบจ่าหนัาพัสดุ Print แปะพัสดุพร้อมส่ง
– รองรับการขายแบบไลฟ์สด
สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรี แต่หากต้องการฟังก์ชันที่เพิ่มมากขึ้น จะมีค่าใช้จ่าย มีแพ็กเกจให้เลือกหลากหลาย

และทั้งหมดนี้ คือการทำความรู้จัก ใบเสร็จรับเงิน บิลเงินสด และใบกำกับภาษี ว่าคืออะไรและแตกต่างกันอย่างไร รวมไปถึงโปรแกรมออกใบเสร็จ โปรแกรมออกบิล และโปรแกรมออกใบกำกับภาษี ที่ทีมงานได้คัดเลือกและนำมาแนะนำกัน ตอบโจทย์กับใครที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว หรือธุรกิจขนาดเล็ก และต้องการโปรแกรมที่จะช่วยในการออกใบเสร็จ ออกบิล ทำให้การดำเนินธุรกิจเป็นเรื่องที่ง่ายดายยิ่งขึ้น สำหรับใครที่สนใจก็สามารถไปหาซื้อ หรือหาดาวน์โหลดมาใช้งานกันได้เลย


อ่านบทความเพิ่มเติม / บทความที่เกี่ยวข้อง

โค้ดสี โค้ดสีพาสเทล โค้ดสีทอง
ซิมเน็ตรายปี, ซิมเทพ
รวมไฟล์ Word เป็นไฟล์เดียว
โหลดวีดีโอจาก Facebook
Youtube Download ดูยูทูปออฟไลน์ง่าย ๆ

from:https://notebookspec.com/web/601370-reciept-bill-programs