คลังเก็บป้ายกำกับ: Software

10 โปรแกรมสแกนไวรัสยอดนิยม และน่าใช้งาน ที่ควรมีติดเครื่อง

การใช้งานอินเทอร์เน็ตบนคอมพิวเตอร์หรือการดาวน์โหลดโปรแกรมต่าง ๆ จากเว็บไซต์เพื่อมาติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ของเรานั้น อาจไม่ปลอดภัยเสมอไป โดยเฉพาะกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ปัจจุบันนั้นมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ในความก้าวหน้าของเทคโนโลยีนี้ก็มักจะมีมือดีที่หยิบฉวยหาช่องว่างในการแฝงไวรัสเข้ามายังคอมพิวเตอร์ของเรา ไม่ว่าจะเป็นทางเว็บไซต์ โฆณษาต่าง ๆ ที่หลอกให้เราคลิก หรือผ่านทางโปรแกรมแปลก ๆ ที่เราดาวน์โหลดมา หรือจะเป็นโปรแกรมที่ไม่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ ก็มันจะมีของแถมแฝงเข้ามาด้วย ทีมงาน Notebookspec จึงรวมเอาโปรแกรมสแกนไวรัสยอดนิยมที่ควรมีติดเครื่อง มาไว้ที่นี่แล้ว

สแกนไวรัส

ทำความรู้จักไวรัสคอมพิวเตอร์

โปรแกรมสแกนไวรัส
Cr: avast

ก่อนที่เราจะไปพบกับโปรแกรมสแกนไวรัสน่าใช้งานที่ต้องมีติดเครื่องไว้ ปี 2021 นั้น เรามาทำความรู้จักกับ ‘ไวรัสคอมพิวเตอร์’ ในเบื้องต้นกันก่อนดีกว่า สำหรับไวรัสคอมพิวเตอร์ (Computer Virus) คือโปรแกรมชนิดหนึ่งที่มีความสามารถในการสำเนาตัวเองให้เข้าไปติดอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ และหากมีโอกาส ไวรัสก็สามารถที่จะแทรกแซงเข้าไปติดอยู่ในคอมพิวเตอร์อื่น ๆ ได้ด้วย โดยอาจจะผ่านทาง แฟลชไดรฟ์ หรือแผ่นดิสก์ หรือไฟล์ที่เราดาวน์โหลดมาจากอินเทอร์เน็ต ซึ่งการที่คอมพิวเตอร์ติดไวรัส ก็หมายความว่าไวรัสนั้นได้แฝงตัวตัวอยู่ในความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์เรียบร้อยแล้ว และมีการถูกเรียกใช้งาน ซึ่งผู้ใช้งานก็มักจะไม่รู้ตัวว่า ขณะที่กำลังเรียกใช้งานโปรแกรมหรือไฟล์ใด ๆ อยู่นั้น ก็ได้เรียกให้ไวรัสทำงานด้วย ทั้งนี้จุดประสงค์ของไวรัสแต่ละตัวนั้นก็ขึ้นอยู่กับผู้ที่เขียนโปรแกรมไวรัสนั้นขึ้นมา เช่น ไวรัสอาจจะเข้าไปทำลายโปรแกรมหรือข้อมูลอื่น ๆ ในเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ แสดงข้อความขึ้นมารบกวนผู้ใช้งาน ขัดขวางการอ่านข้อมูล ขัดขวางการเข้าถึงข้อมูลในหน่วยความจำ เป็นต้น

สำหรัส ไวรัส (Virus) นั้น เป็นมัลแวร์ (Malware) ชนิดแรกที่เกิดขึ้นบนโลก และนอกจากนี้ยังมีมัลแวร์ชนิดอื่น ๆ ด้วย เช่น Worm, Trojan, Adware, Spyware ฯลฯ ไวรัสที่แพร่ระบาดและสร้างความเสียหายให้กับคอมพิวเตอร์ตามที่มีการบันทึกไว้ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2529 ด้วยผลงานของไวรัสที่มีชื่อ “เบรน(Brain)” ซึ่งเขียนขึ้นโดยโปรแกรมเมอร์สองพี่น้องชาวปากีสถาน ชื่อ อัมจาด (Amjad) และ เบซิท(Basit) เพื่อป้องกันการคัดลอกทำสำเนาโปรแกรมของพวกเขาโดยไม่จ่ายเงิน

ประเภทของไวรัสคอมพิวเตอร์

  • Boot Sector Viruses หรือ Boot Infector Viruses เป็นไวรัสคอมพิวเตอร์ที่แพร่เข้าสู่เป้าหมายในระหว่างการบูตเครื่อง โดยส่วนมากจะติดต่อกันผ่านทาง Floppy disk โดยเมื่อนำแผ่นดิสก์นี้ไปใช้งานกับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ไวรัสก็จะเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ในตอนเริ่มทำงานทันที Boot Sector Viruses จะเข้าไปอยู่ในส่วนหัวสุดของฮาร์ดดิสก์ ที่ Master boot record ไวรัสประเภทนี้บางตัวก็ไม่มีอันตราย แต่บางตัวก็มีอันตรายมากถึงขั้นทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์บูตไม่ขึ้นเลยทีเดียว
  • Program Viruses หรือ File Infector Viruses คือไวรัสคอมพิวเตอร์ที่จะติดอยู่กับไฟล์ข้อมูลที่ที่มีไฟล์นามสกุลเป็น .EXE .COM .DLL ฯลฯ โดยการทำงานของไวรัสตัวนี้ก็คือ จะไปติดอยู่บริเวณท้ายแฟ้มข้อมูล
  • Trojan Horse เป็นโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นมาให้เหมือนโปรแกรมธรรมดาทั่วไป เพื่อหลอกล่อให้ผู้ใช้งานเปิดโปรแกรมขึ้นมาทำงาน และเมื่อถูกเรียกขึ้นมาแล้ว ก็จะเริ่มทำลายตามโปรแกรมที่ถูกเรียกใช้งานทันที หลายครั้งที่ Trojan Horse จะถูกเขียนใหม่ทั้งชุดโดยมีการตั้งชื่อและคำอธิบายโปรแกรมให้ดูสมจริงเพื่อหลอกให้ผู้ใช้งานตายใจ จุดประสงค์ของไวรัสตัวนี้ คือ การเข้าไปทำอันตรายต่อข้อมูลที่มีอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ หรืออาจจะเป็นการล้วงเอาความลับของระบบคอมพิวเตอร์ เช่น ข้อมูลชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน เลขที่บัญชีธนาคาร หมายเลขบัตรเครดิต เป็นต้น Trojan Horse อาจไม่ถือเป็นไวรัส เพราะมักจะเป็นโปรแกรมที่เขียนขึ้นมาโดด ๆ ไม่มีการเข้าไปติดในโปรแกรมอื่นเพื่อสำเนาตัวเอง แต่มักจะใช้ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้ใช้งานเป็นตัวแพร่ระบาดซอฟต์แวร์ โทรจันนับว่าเป็นโปรแกรมที่มีความอันตรายสูง เพราะมีความยากที่จะตรวจสอบและสร้างขึ้นมา
  • Worm เป็นรูปแบบหนึ่งของไวรัส มีความสามารถในการทำลายระบบในเครื่องคอมพิวเตอร์สูงที่สุดในบรรดาไวรัสทั้งหมด สามารถกระจายตัวได้รวดเร็ว ผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งสาเหตุที่เรียกว่าหนอนนั้น คงจะเป็นลักษณะของการกระจายและทำลาย ที่คล้ายกับหนอนกินผลไม้ ที่สามารถกระจายตัวได้มากมาย รวดเร็ว และเมื่อยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้น ระดับการทำลายล้างยิ่งเพิ่มมากขึ้นฃ
  • Polymorphic Viruses เป็นชื่อที่ใช้ในการเรียกไวรัส ที่มีความสามารถในการแปรเปลี่ยนตัวเองได้เมื่อสร้างสำเนาตัวเองเกิดขึ้น ซึ่งอาจเกิดได้ถึงหลายร้อยรูปแบบ มีผลทำให้ไวรัสเหล่านี้ยากต่อการถูกตรวจจับโดยโปรแกรมตรวจหาไวรัสที่ใช้วิธีการสแกนอย่างเดียว ไวรัสใหม่ ๆ ในปัจจุบันที่มีความสามารถนี้เริ่มมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • Stealth Viruses เป็นชื่อเรียกไวรัสที่มีความสามารถในการพรางตัวต่อการตรวจจับได้ เช่น ไฟล์ infector ไวรัสประเภทที่ไปติดโปรแกรมใดแล้วจะทำให้ขนาดของ โปรแกรมนั้นใหญ่ขึ้น ถ้าโปรแกรมไวรัสนั้นเป็นแบบสทีลต์ไวรัส จะไม่สามารถตรวจดูขนาดที่แท้จริงของโปรแกรมที่เพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากตัวไวรัสจะเข้าไปควบคุมดอส เมื่อมีการใช้คำสั่ง DIR หรือโปรแกรมใดก็ตามเพื่อตรวจดูขนาดของโปรแกรม ดอสก็จะแสดงขนาดเหมือนเดิมทุกอย่างราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก wikipedia

โปรแกรมสแกนไวรัสยอดนิยม ที่ต้องมีติดเครื่อง

1. Windows Defender

โปรแกรมสแกนไวรัส
Cr: Microsoft

เริ่มต้นกันด้วยโปรแกรมสแกนไวรัสที่มีติดมากับระบบ Windows อย่าง Windows Defender กันเลย

วินโดวส์ดีเฟนเดอร์ (Windows Defender) หรือชื่อเดิมที่เรียกว่า Microsoft AntiSpyware นั้นเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากไมโครซอฟท์ ซึ่งออกแบบมาเพื่อป้องกัน กักกัน และลบสปายแวร์ทิ้ง เดิมให้บนไมโครซอฟท์ วินโดวส์เอกซ์พี วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ 2003 และ วินโดวส์วิสตา. Windows Defender สามารถดาวน์โหลดได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายบนเว็บไซต์ไมโครซอฟท์ นอกจากนั้นแล้วยังเป็นส่วนประกอบที่มาพร้อมกับวินโดวส์วิสตา เป็นต้นไป หลังจากนั้น Windows Defender ได้ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันไวรัสอีกด้วย โดยจะเอามาแทนที่ Microsoft Security Essentials ตั้งแต่ วินโดวส์ 8 ขึ้นไป

โปรแกรมนี้ใช้งานง่ายและได้รับการอัพเดตจากทาง Microsoft อยู่เสมอ ทำให้มั่นใจในประสิทธิภาพได้อย่างแน่นอน ตอบโจทย์อย่างมากโดยเฉพาะกับการที่มีฟีเจอร์พื้นฐานมาให้อย่างครบครัน แถมยังรองรับการป้องกัน Ransomware ด้วย แต่ถ้าใครที่ต้องการฟีเจอร์ที่มากขึ้น เช่น VPN, Password Manager นั้น ก็อาจจะต้องหาโปรแกรมอื่นเข้ามาเสริมในส่วนชองฟีเจอร์เหล่านี้แทน


2. AVG Antivirus

โปรแกรมสแกนไวรัส
Cr: AVG Antivirus

โปรแกรมสุดท้ายนี้อยู่ด้วยกันมาช้านาน ตอนเด็ก ๆ ผมก็เคยใช้โปรแกรมนี้เหมือนกัน ซึ่งใช้งานได้ค่อนข้างดีนะครับ ไม่หนักเครื่อง แถมยังมาพร้อมการป้องกันหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการสแกนไวรัสบน Windows และอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ ไปจนถึงการป้องกันบนเว็บเบราว์เซอร์และอีเมล ส่วนอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่เอาใจเหล่าเกมเมอร์ก็คือ Do Not Disturb mode ที่เป็นการสั่งปิด Notification ป้องกันการรบกวนในขณะเล่นเกมหรือดูหนังได้ด้วย

โปรแกรม AVG Free Antivirus สามารถทำคะแนนในการทดสอบได้ดี (98.9%) และใช้ทรัพยากรเครื่องในการทำงานต่ำ แม้ว่าจะมีฟีเจอร์ที่เราอาจจะไม่ได้ใช้อย่างเครื่องมือล้างไฟล์ขยะในระบบ และแอปแอนตี้ไวรัสสำหรับใช้บนสมาร์ทโฟนแถมมาด้วย แต่โดยรวมแล้วมันก็เป็นโปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่น่าใช้งาน

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดโปรแกรมได้ที่: AVG Free Antivirus


3. Avast

โปรแกรมสแกนไวรัส
Cr: Avast Antivirus

โปรแกรมสแกนไวรัสฟรี ๆ ที่หลายคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี Avast Free Antivirus เป็นโปรแกรมฟรีที่ได้รับความนิยมพอสมควร ด้วยการป้องกันที่ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันภายใน Windows, การป้องกันในเบราว์เซอร์ (รองรับเฉพาะ Firefox และ Chrome) ไปจนถึงการจัดการ Password ทั้งนี้ เราอาจเจอปัญหาในการใช้งานเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้บ้าง ส่วนใหญ่จะเป็นข้อจำกัดในการเข้าถึงฟีเจอร์แบบเต็มรูปแบบ เนื่องจากต้องขยับไปใช้เวอร์ชันเสียเงิน แต่ถ้าใครนำมาใช้แค่ปกป้อง Windows ผมคิดว่าฟีเจอร์ที่มีมาให้ก็เพียงพอแล้วครับ

แม้ว่า Avast จะได้รับผลการทดสอบในการป้องกันต่ำกว่า 2 ตัวแรกที่เราหยิบมาแนะนำไปเล็กน้อย (98.9%) แต่มันก็ยังถือว่าเป็นคะแนนที่ค่อนข้างสูงมากอยู่ดี จุดแข็งหลักของ Avast คือการใช้ทรัพยากรเครื่องในการทำงานที่ต่ำมาก ทำให้เราใช้งานระบบคอมพิวเตอร์ได้เหมือนปกติ ไม่รู้สึกช้าลงแต่อย่างใดตัวโปรแกรมใช้งาน และติดตั้งง่าย ใครที่กำลังมองหาโปรแกรมแอนตี้ไวรัสฟรีมาใช้งาน โปรแกรมนี้ถือว่าน่าสนใจมากทีเดียว

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดโปรแกรมได้ที่: Avast Free Antivirus


4. ESET NOD32

โปรแกรมสแกนไวรัส
Cr: ESET NOD32

หนึ่งในแอนตี้ไวรัสขนาดเบาที่ดีที่สุด ESET ยังคงรักษาจุดเด่นในการทำงานได้อย่างรวดเร็ว ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน สามารถสแกนหาไวรัสได้ถึงลูกถึงคน ไม่ว่าจะซุกซ่อนอยู่ที่ใดภายในเครื่อง ตลอดจนมีกลไกสำคัญอย่าง Internet Security ที่ช่วยป้องกันการโจมตีของ Malware และ Ransomware ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในราคาไม่แพง

ความพิเศษของโปรแกรมตัวนี้คือมีระบบการทำงานอันแสนรวดเร็ว ไม่มีความยุ่งยากใด ๆ เมื่อติดตั้งใช้งาน ซึ่งทีเด็ดจริง ๆ คือ การสแกนค้นหาไวรัสได้แบบลึกสุด ๆ จะซ่อนอยู่ตรงไหนก็ไม่ต้องห่วง หาเจอชนิดที่คนใช้เองอาจจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยเข้าเว็บอะไรไว้ มีระบบ Internet Security ที่ป้องกันไวรัสร้ายอย่างทรงพลัง มีทั้งทดลองใช้ฟรีและเสียเงินซึ่งราคาไม่แรงเลย

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดโปรแกรมได้ที่: ESET NOD32 Antivirus


5. McAfee

โปรแกรมสแกนไวรัส
Cr: McAfee

โปรแกรมสแกนไวรัสที่ทรงพลานุภาพ สามารถใช้งานได้ทุกระบบปฏิบัติการ ไม่ว่าจะเป็น Window, MacOS, Android และ ios มีความโดดเด่นที่ศักยภาพในการต่อกรกับ Ransomware ที่อาจจะเข้ามาชิงข้อมูลสำคัญในเครื่องไปเรียกค่าไถ่ ตลอดจนมีกลไกช่วยเหลือการทำงานของคอมพิวเตอร์อย่าง PC Boost ติดมาด้วยเช่นกัน

โปรแกรมสแกนไวรัสที่ดีที่สุดตัวหนึ่ง ถือว่ามีประสิทธิภาพสูงมาก ไม่ว่าจะใช้ระบบปฏิบัติการไหนก็สามารถลงโปรแกรมนี้ได้ ความโดดเด่นคือ PC Boost เป็นตัวช่วยเหลือไม่ให้คอมพิวเตอร์ของคุณโดนเล่นงานจากบรรดาไวรัสแปลกปลอม แถมโปรแกรมตัวนี้ยังเคยหาญกล้าต่อสู้กับ Ransomware ที่จะดึงข้อมูลของคุณไปเรียกค่าไถ่มาแล้วด้วย แม้เป็น antivirus ที่ต้องเสียเงินแต่คุ้มเกินคุ้ม

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดโปรแกรมได้ที่: McAfee Antivirus


6. Avira

โปรแกรมสแกนไวรัส
Cr: Avira Antivirus

แอนตี้ไวรัส Avira หรือที่หลายคนนิยมเรียกกันว่า โปรแกรมแอนตี้ไวรัสร่มแดง (Red Umbrella Antivirus) เป็นโปรแกรมแอนตี้ไวรัสยอดนิยม ตัวโปรแกรมใช้งานง่าย และมีหน้าตาที่สวยงาม จากผลการทดสอบล่าสุดของ AV-Comparatives ได้ระบุว่า Avira (เวอร์ชัน Pro) สามารถปกป้องได้ถึง 99.9% เลยทีเดียว ก็คาดหวังว่าเวอร์ชันฟรีก็น่าจะมีประสิทธิภาพที่ดีไม่แพ้กัน

โปรแกรมนี้มีระบบกำหนดเวลาสแกนล่วงหน้าที่ตั้งค่าได้อย่างง่ายดาย อย่างการตั้งให้สแกนอย่างรวดเร็วทุกวัน และสแกนแบบละเอียดอาทิตย์ละครั้งเป็นต้น เมื่อรวมกับความสามารถในการปกป้องแบบ Real-time มันก็น่าจะทำหน้าที่เฝ้าระวังภัยให้เครื่องคอมพิวเตอร์ได้เป็นอย่างดี แอนตี้ไวรัสฟรีที่อยากแนะนำให้ใช้งาน มีฟีเจอร์เสริมต่าง ๆ เพื่อให้การทำงานทรงประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมตัวปรับแต่งตามใจต้องการ แม้ว่าฟีเจอร์พิเศษหลาย ๆ ตัวยังอาจอยู่ในช่วงทดลองใช้งาน แต่ถ้าหากไม่ใช่สายท่องเว็บอะไรอันตราย โปรแกรมสแกนไวรัสตัวนี้เอาอยู่แน่

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดโปรแกรมได้ที่: Avira Free Antivirus


7. Bitdefender Antivirus

bitdefender
Cr: Bitdefender

โปรแกรม Bitdefender Antivirus Free เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่ในเวอร์ชันได้ผลทดสอบการป้องกันสูงถึง 99.9% สำหรับเวอร์ชันฟรีของโปรแกรม Bitdefender นั้นมีคุณสมบัติเด่นอย่างการตรวจจับมัลแวร์ และตรวจจับฟิชชิ่ง (ล่อหลอกลวงพราง) ในขณะที่หน้าตาโปรแกรมค่อนข้างเรียบง่าย ไม่มีตัวเลือกที่ดูยุ่มย่าม อีกทั้งยังออกแบบมาให้ใช้ทรัพยากรเครื่องในการทำงานต่ำอีกด้วย ทั้งยังเป็นโปรแกรมหนึ่งที่เว็บไซต์ PCMag ให้คะแนนดีพอ ๆ กับ Kaspersky (จากการทดสอบเทียบกับผลทดสอบจากเอกสารผู้ผลิต) คือ Bitdefender Antivirus Free Edition ด้วยหน้าจอที่ใช้งานง่ายมาก ไม่ค่อยหนักเครื่อง แถมสแกนได้อย่างรวดเร็ว พร้อมการปกป้องขั้นพื้นฐานที่ครบถ้วน ใช้งานง่ายมาก การป้องกันที่ดีเยี่ยมจากมัลแวร์ ใช้งานง่ายมาก ติดตั้งรวดเร็ว แทบจะไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของระบบ แถมยังมีตัวเลือกการปรับแต่ง Lack of quick scanning and scan scheduling ไม่มีการตั้งเวลาสแกนและสแกนเร็ว

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดโปรแกรมได้ที่: Bitdefender Antivirus


8. Kaspersky Security Cloud Free

โปรแกรมสแกนไวรัส
Cr: Kaspersky

Kaspersky Security Cloud Free เป็นแอนตี้ไวรัสแบบฟรีที่ Kaspersky ปล่อยออกมาให้ใช้งานแทนโปรแกรมตัวเดิมอย่าง Kaspersky Free Antivirus รองรับการสแกน และลบมัลแวร์ต่างๆ ลูกเล่นไม่เยอะเท่าตัวเสียเงิน แต่จุดเด่นน่าจะอยู่ที่มีให้ใช้งานทั้งบนคอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟนเลย

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดโปรแกรมได้ที่: Kaspersky Security Cloud Free


9. Adaware Antivirus

โปรแกรมสแกนไวรัส
Cr: Adaware

โปรแกรม Adaware Antivirus เป็น โปรแกรมแอนตี้ไวรัสตัวนี้ในเวอร์ชันโปรทำคะแนนได้สูงถึง 99.3% ทำให้เราเชื่อมั่นได้ว่ามันจะคุ้มครองคอมพิวเตอร์ของเราได้เป็นอย่างดี แม้ว่าโปรแกรมนี้จะใช้ทรัพยากรเครื่องสูงกว่าโปรแกรมอื่น แต่ก็ถือว่าน่าใช้งานมากทีเดียวสำหรับผู้ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windowsในขณะที่เวอร์ชันเสียเงินของโปรแกรมนี้จะเพิ่มการป้องกันให้กับเว็บไซต์, อีเมล และมีไฟร์วอลให้ใช้งานด้วย ซึ่งจ่ายเพิ่มก็ไม่แพงเท่าไร

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดโปรแกรมได้ที่: Adaware Antivirus


10. Malwarebytes Anti-Malware

โปรแกรมสแกนไวรัส
Cr: malwarebytes

โปรแกรมแอนตี้ไวรัส จากค่าย Malwarebytes นั้นมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับมานานแล้ว และสำหรับ โปรแกรม Malwarebytes Anti-malware จากค่ายนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง มันมีความสามารถในการตรวจจับ Adware ที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ข้อดีอีกอย่างของโปรแกรมนี้มีขนาดไฟล์ที่เล็กมาก แถมยังสแกนได้อย่างว่องไวอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เวอร์ชันฟรีคุณจะต้องสั่งสแกนด้วยตนเองเท่านั้น ถ้าอยากให้มันป้องกันแบบสด ๆ เดี๋ยวนั้น หรือที่เรียกว่าเรียลไทม์ (Real-time) ล่ะก็ต้องจ่ายเงินอัพเกรดเท่านั้น

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดโปรแกรมได้ที่: Malwarebytes Anti-Malware


สรุป

และทั้งหมดนี้ก็คือ 10 โปรแกรมสแกนไวรัสยอดนิยม 2021 ที่น่าใช้งานและควรมีไว้ติดเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา ซึ่งแต่ละโปรแกรมก็ได้รับการยอมรับและมียอดดาวน์โหลด ยอดผู้ใช้งานที่สูงมาก ๆ และสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามใครที่ไม่อยากเสียเงินเพิ่ม หรือไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องแสกนไวรัสอย่างหนักจริง ๆ ทีมงานขอออกความเห็นว่า Windows Defender ที่ติดมากับตัว Windows 10 นั้นก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ใครที่ต้องหาข้อมูล เข้าเว็บไซต์ หรือโหลดโปรแกรมที่มีความเสี่ยง ควรสำรองข้อมูลสำคัญ ๆ ไว้ในฮาร์ดดิสหรือ External แยกออกมาอย่างสม่ำเสมอ หรือเพื่อความชัวร์ก็ให้อัพโหลดเข้าระบบ Cloud Online ไปเลย เพื่อให้แน่ใจว่าไฟล์งานของเรา หรือเอกสารสำคัญ ๆ จะไม่สูญหาย


อ่านบทความเพิ่มเติม/บทความที่เกี่ยวข้อง

รวมไฟล์ PDF ออนไลน์
ปัญหา LINE
ลบไฟล์ขยะ
โปรแกรมจับภาพหน้าจอ
Clubhouse

from:https://notebookspec.com/web/574163-hits-antivirus-you-must-have

Firefox 86 มาพร้อมกับฟีเจอร์ ‘Total Cookie Protection’

Mozilla ได้ประกาศออก Firefox เวอร์ชัน 86 แล้ว โดยมาพร้อมกับไฮไลต์สำคัญคือฟีเจอร์ Total Cookie Protection

credit : mozilla

ตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมาทีมงาน Mozilla ได้ต่อสู้เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ด้วยความพยายามบล็อกการติดตาม Cookie ในปี 2020 ได้สร้างการบล็อกสคริปต์อัตโนมัติป้องกันการติดตามการใช้งานข้ามไซต์ และในเวอร์ชัน 85 ฟีเจอร์ Supercookie Protection ได้ทำการแยกแคชและการเชื่อมต่อเครือข่ายของแต่ละเว็บไซต์ที่เข้าชมออกจากกัน เพราะ Cookie บางชนิดไม่ได้หายไปเมื่อกด Clear โดยล่าสุดในเวอร์ชัน 86 ที่ออกมา Total Cookie Protection (เลือกเปิดใน Strict Mode) คือการที่แต่ละเว็บไซต์จะมี cookie.jar เป็นของตัวเอง (ตามภาพประกอบ) ช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ใช้ถูกติดตามข้ามเว็บได้อีกต่อไป

ในเวอร์ชัน 86 นี้ยังมีการเพิ่มความสามารถเล่นวีดีโอแบบ Picture-in-picture ได้หลายตัวพร้อมกันด้วย รวมถึงมีการอุดช่องโหว่บั๊กต่างๆ

credit : youtube

ที่มา : https://www.bleepingcomputer.com/news/software/firefox-86-gets-a-privacy-boost-with-total-cookie-protection/

from:https://www.techtalkthai.com/firefox-86-comes-with-total-cookie-protection/

ลดเวลา ลดค่าใช้จ่าย และพลิกโฉมงาน HR ให้มีประสิทธิภาพด้วย IMOVE People First Package

ในช่วง2ปีที่ผ่านมา หลายองค์กรเดินหน้าพลิกโฉมธุรกิจของตัวเองด้วยโซลูชัน Cloud กันอย่างจริงจัง เพื่อพัฒนากระบวนการทำงานให้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น พนักงานสามารถเข้าถึงระบบและข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา เพิ่มประสิทธิภาพ และรองรับการทำงานในยุค COVID-19 ซึ่งหลายบริษัทมีนโยบายให้พนักงาน Work From Home ได้อย่างแท้จริง

สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ตั้งแต่ต้นปีก่อน เป็นอีกหนึ่งเครื่องชี้วัดที่สะท้อนถึงความพร้อมของระบบที่รองรับกระบวนการทำงานของ HR ในแต่ละองค์กรได้เป็นอย่างดี ว่าจะรอด! หรือจะร่วง! และเข้าใกล้ คำว่า Digital HR มากน้อยเพียงใด

ในขณะที่หลายองค์กรยังต้องนั่งกุมขมับ กับระบบงานบริการทางด้าน  HR และ IT Infrastructure ที่ไม่เอื้อต่อการ Work From Home แต่องค์กรชั้นนำแห่งหนึ่ง ซึ่งมีวิสัยทัศน์ในการนำเทคโนโลยีมาขับเคลี่อนธุรกิจรวมไปจนถึงงาน HR กลับสามารถปรับตัวและปรับกระบวนการทำงานในรูปแบบที่แตกต่างไปจากเดิม เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ได้อย่างรวดเร็ว เราได้มีโอกาสเข้าไป Implement ระบบงานทางด้าน HRD ให้กับองค์กรนี้ ในช่วงที่สถานการณ์ COVID-19 ระลอกแรกกำลังระบาด และมีการสั่ง Lock Down แต่โครงการ Implementation กลับดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ชะลอหรือหยุดชะงักเหมือนโครงการอื่นๆ จึงอดชื่นชมไม่ได้กับการจัดการที่ยอดเยี่ยมของผู้บริหาร ที่ระดมสมองร่วมกับคณะกรรมการซึ่งเป็นตัวแทนจากหลากหลายหน่วยงาน เพื่อรับฟังปัญหา และตัดสินใจแก้ไขเหตุการณ์ได้อย่างทันท่วงที แต่อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ วิสัยทัศน์ในการวางแผนงานทางด้าน IT Infrastructure ที่คล่องตัวต่อการทำงานได้ทั้งภายในและภายนอกองค์กร และระบบต่างๆ ที่นำมาใช้งาน ช่วยให้การดูแลพนักงานหลายพันคน ที่ทำงานหลากหลาย Location ทั่วประเทศ ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

COVID-19 ระลอกสอง จึงตอกย้ำถึงความสำคัญของการเปลี่ยนผ่านงาน HR เข้าสู่รูปแบบ Digital ซึ่งทุกองค์กรจำเป็นต้องปรับตัว ทำให้ต่างพากันมองหาโซลูชันที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการนำพาองค์กรให้ก้าวผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ และทำให้พนักงานในองค์กรสามารถขับเคลื่อนงาน HR ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หลายท่านคงเคยได้ยินเกี่ยวกับ SAP SuccessFactors ซึ่งเป็นโซลูชัน Cloud ที่สามารถบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการสรรหา จ้างงาน จ่ายค่าตอบแทน รวมไปจนถึงการประเมินผลการปฏิบัติงาน การวางแผนพัฒนารายบุคคล และการบริหารจัดการการเรียนรู้เพื่อเสริมทักษะด้านต่างๆให้แก่พนักงาน แต่การวางระบบ SAP SuccessFactors ในรูปแบบเดิมๆนั้น ยังมีความยุ่งยากซับซ้อน ต้องใช้เวลาและค่าใช่จ่ายสูงพอสมควร จะดีกว่าไหม? หากคุณสามารถวางระบบ SAP SuccessFactors ซึ่งเป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์งาน HR ได้อย่างครบถ้วน ในระยะเวลาอันสั้น และยังคุ้มค่าการลงทุนด้วยงบประมาณที่จำกัดในช่วงสถานการณ์ COVID-19 โดยใช้ IMOVE People First Package

IMOVE People First Package คืออะไร และจะมีส่วนช่วยคุณได้อย่างไร?

IMOVE People First Package คือ ซีรี่ย์แพ็กเกจของโซลูชัน SAP SuccessFactors ที่ บริษัท ไอแอม คอนซัลติ้ง ได้ออกแบบขึ้นจากประสบการณ์ในการวางระบบ SAP SuccessFactors มากว่า 8 ปี เพื่อช่วยให้คุณมี HR Platform ที่กระบวนการทำงานได้มาตรฐาน ลดความซับซ้อนของขั้นตอนการดำเนินงาน เพื่อให้การจัดการงานบุคคล ตั้งแต่ Hire to Retire มีความคล่องตัว ถูกต้อง และโปร่งใส โดยพนักงาน หัวหน้างาน ตลอดจนผู้บริหาร สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ตามสิทธิ์ ผ่านทางอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยตนเอง

ทำไมต้อง IMOVE People First Package ?

เพราะเราออกแบบแพ็กเกจซึ่งประกอบด้วยกระบวนการทำงานที่ครบถ้วน จากความเข้าใจในความต้องการใช้งานระบบของลูกค้า รวมถึงการออกแบบรายงานที่มีความจำเป็น ไว้บนโซลูชัน HR Cloud ที่มีมาตรฐานระดับโลกอย่าง SAP Successfactors และได้กำหนดขั้นตอนในการวางระบบให้กระชับแต่ได้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพ ด้วยระยะเวลาเพียง 6 – 12 สัปดาห์เท่านั้น  จึงเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายและทั้งในแง่ของตัวเงินและเวลาที่ต้องใช้ในการวางระบบงาน HR ให้กับองค์กรของคุณมากกว่า 40% เมื่อเทียบกับการวางระบบแบบเดิม จึงนับเป็นโซลูชันแพ็กเกจที่มีความเหมาะสมอย่างยิ่งกับองค์กรที่ต้องการพลิกโฉมงาน HR ให้เข้าสู่รูปแบบดิจิทัลในช่วงสถานการณ์ COVID-19

สำหรับผู้ที่สนใจ IMOVE People First Package สามารถดูรายละเอียดและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/3kdBw58

from:https://www.techtalkthai.com/transform-your-hr-operations-with-imove-people-first-package/

โปรแกรมสะกดคำ อ่านภาษาอังกฤษ เช็คคำ ตรวจแกรมมา โหลดใช้ฟรี

มาดูโปรแกรมสะกดคำ อ่านภาษาอังกฤษ ที่น่าใช้งาน 2021 เพราะในปัจจุบันการอ่านและการเขียนภาษาอังกฤษนั้น กลายเป็นสิ่งจำเป็นและมีความสำคัญกับผู้คนแทบจะทั่วโลก

โปรแกรมสะกดคำ อ่านภาษาอังกฤษ

สำหรับโปรแกรมสำหรับการสะกดคำ ตรวจสอบแกรมมาร์ อ่านภาษาอังกฤษ ที่ทีมงาน Notebookspec อยากจะมาแนะนำกันนั้น ก็จะเป็นโปรแกรมสำหรับการตรวจสอบคำในภาษาอังกฤษที่ช่วยให้เราสามารถตรวจสอบได้ว่าประโยคที่เราเขียน ไม่ว่าจะเป็น บทความ รายงาน เรื่องสั้น ฯลฯ นั้น มีแกรมมาร์หรือหลักภาษาที่ถูกต้องตรงตามหลักไวยกรณ์หรือไม่ กับโปรแกรมอ่านภาษาอังกฤษที่ช่วยให้เราสามารถอ่านภาษาอังกฤษได้ถูกต้องและแม่นยำมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับคนที่อยากฝึกภาษาอังกฤษเป็นอย่างยิ่ง และโปรแกรมที่ทีมงานอยากจะแนะนำจะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

แกรมมาร์ (Grammar) หรือหลักไวยกรณ์นั้น เป็นเรื่องพื้นฐานในภาษาแทบจะทุกภาษา ไม่ใช่เฉพาะกับภาษาอังกฤษ การที่เรารู้หลักไวยกรณ์ก็เป็นรากฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การสื่อสารในภาษษนั้น ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการ ฟัง พูด อ่าน รวมไปถึงการเขียน ดังนั้นความรู้เรื่องหลักไวยกรณ์จึงเป้นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ ในการเรียนภาษา เพื่อที่เราจะได้เข้าใจและสามารถสื่อสารได้อย่างดีที่สุด


Grammarly โปรแกรมสะกดคำ อ่านภาษาอังกฤษ

โปรแกรมสะกดคำ อ่านภาษาอังกฤษ

ดาวน์โหลดโปรแกรม Grammarly สำหรับ Windows

เชื่อว่าใครหลาย ๆ คน คงเคยมีปัญหากับแกรมม่าในภาษาอังกฤษ แม้ว่าเราจะได้เรียนกันอยู่แล้วในห้องเรียน แต่การนำไปใช้งานนั้น มีประโยคและแกรมม่าขั้นสูงอีกมากมายที่เราต้องเรียนรู้ และก็คงไม่ใช่ทุกคนที่ถนัดการเรียนภาษา ยิ่งกับภาษาที่เราใช้ในชีวิตประจำวันน้อยก็ยิ่งทำให้เราไม่คุ้นเคยการใช้ภาษา แล้วยิ่งพอมาเป็นภาษาเขียนที่อาจจะต้องเขียนเพื่อส่งอาจารย์ ทำงาน หรือติดต่อธุรกิจนั้น ก็ยิ่งแล้วกันไปใหญ่ สำหรับโปรแกรม Grammarly นั้น ก็จะมาช่วยให้เราสามารถตรวจสอบแกรมมาร์ได้ง่ายขึ้น ว่าเราที่เขียนไปนั้นถูกต้องหรือไม่

Grammaly โปรแกรมสะกดคำภาษาอังกฤษ ที่จะเป็นเครื่องมือคอยช่วยเช็คประโยค หรือบทความภาษาอังกฤษ ตัวโปรแกรมมีฟีเจอร์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น การเช็คหลักไวยกรณ์ (Grammar Check), การสะกดคำ (Spell Check), ความหมายของคำศัพท์ , โครงสร้างของประโยค (Sentence Structure), เครื่องหมายวรรคตอน (Punctuation) ฯลฯ ให้เราได้เลือกใช้งาน ตัวโปรแกรมรองรับการทำงานทั้งจากในโปรแกรม และบนเว็บเบราว์เซอร์ สำหรับในโปรแกรม Microsoft Word และ Outlook นั้น ก็สามารถเรียกใช้งานผ่านโปรแกรม Grammarly ได้เลยทันที โดยที่เราไม่ต้องสลับหน้าต่างกันไปมา สามารถตรวจสอบได้อย่าง Real-time อีกด้วย

การใช้งานโปรแกรมสะกดคำ อ่านภาษาอังกฤษ Grammarly เบื้องต้น

โปรแกรมสะกดคำ อ่านภาษาอังกฤษ

เมื่อดาวน์โหลดโปรแกรมมาแล้ว ตัวโปรแกรมจะเป็นเหมือน Desktop App ซึ่งเปิดขึ้นมา เราสามารถทำการ Sign In ผ่านเว็บเบราว์เซอร์โดยใช้ได้ทั้ง Facebook, G-Mail, Apple ID, E-Mail

ในหน้าแรกหลังจากที่เรา Log in เข้าสู่ระบบแล้ว ตัวโปรแกรมก็จะให้เราสามารถ Import File หรือนำเข้าเอกสารที่เราต้องการจะเช็คคำ สะกดคำ หรือจะพิมพ์ประโยคภาษาอังกฤษที่เราอยากเช็คลงไปได้เลย ซึ่งสำหรับมือใหม่นั้นไม่ต้องกังวลไป เพราะโปรแกรมก็จะมีคำแนะนำ หรือ tutorial การใช้งานเบื้องต้น นั่นเอง

การใช้งานโปรแกรม Grammarly นั้น นอกจากจะใช้งานได้ทั้งในโปรแกรมเอง เว็บเบราว์เซอร์ หรือการรองรับโปรแกรมอื่น ๆ แล้วนั้น เมื่อเริ่มต้นใช้งานเราสามารถเลือกชนิดของการเขียนได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็น Article หรือ Academic essay ซึ่งโปรแกรมก็จะทำการวิเคราะห์และตรวจสอบคำศัพท์ให้เข้ากับเป้าหมายในการเขียนของเรา ทำให้เราสามารถทำงานได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น แถมยังมีการอัพเดตข้อมูลใหม่ ๆ อยู่เสมอเลยด้วย

และนอกจากเราจะใช้งานโปรแกรม Grammarly บนคอมพิวเตอร์ได้แล้ว ตัวโปรแกรมยังรอบรับการทำงานบนอุปกรณ์อื่น ๆ อย่าง iPad ได้ด้วย ทั้งนี้ ในเบื้องต้นเราสามารถใช้งานโปรแกรมได้อย่างฟรี ๆ แต่หากใครต้องการการตรวจสอบคำ เช็คแกรมมาร์ในเชิงที่ลึกมากยิ่งขึ้น ก็สามารถอัพเกรดเป็นแบบ Premium ได้เช่นกัน

โปรแกรมสะกดคำ อ่านภาษาอังกฤษ

ข้อดี

  • Grammarly สามารถตรวจสอบแกรมมาร์ภาษาอังกฤษ ให้เราโดยอัตโนมัติและแบบ Real-time ทำให้เราสามารถแก้ไขข้อความ คำศัพท์ หรือรูปประโยคได้ทันที ไม่จำเป็นที่จะต้องเขียนเสร็จแล้วค่อยมาตรวจทีหลัง
  • ตัวโปรแกรมมีการแนะนำคำศัพท์ แนะนำคำเชื่อม รวมไปถึงโครงสร้างประโยคที่เหมาะสมความให้เรา ทำให้เราสามารถเขียนได้ดีมากยิ่งขึ้น
  • ช่วยในการฝึกฝนทักษะด้านภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว เพราะไม่เพียงแต่จะแนะนำ คำศัพท์ หรือแกรมมาร์ ฯลฯ ให้เรา ตัวโปรแกรม ยังมีคำอธิบายเพิ่มเติมให้เราด้วย ทำให้เราได้ความรู้ไปด้วยในตัว (ถ้าเราอยากได้คำอธิบายเพิ่มเติม ให้เลือก ‘See more in Grammarly’ ก็จะมีคำอธิบายเพิ่มเติมขึ้นมาให้เรา)
  • ค่อนข้างมีความถูกต้อง ทำให้เราสามารถมั่นใจได้ว่าประโยคที่เราเขียนนั้นถูกต้อง ทำให้เราสามารถทำงาน หรือเขียนงาน ออกมาได้อย่างดี
  • เราสามารถที่จะเพิ่มคำศัพท์ลงใน Dictionary ได้ เช่น คำศัพท์เฉพาะต่าง ๆ เพื่อให้โปรแกรมสามารถจดจำ และไม่แจ้งเตือนว่าคำนั้น ๆ ผิด เช่น ชื่อบริษัท องกรณ์ หรือชื่อเฉพาะอื่น เป็นต้น
  • ตัวโปรแกรมมีหน้าตาที่ดูดี เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ทำให้ใช้งานได้ง่ายมาก ๆ แม้ว่าจะผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์เบื้องต้นก็สามารถที่จะใช้งานและเข้าใจโปรแกรมได้ง่ายมาก ๆ

ข้อสังเกต

  • แม้ว่าโปรแกรมจะสามารถทำงานได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ แต่ในคำศัพท์บางประเภท หรือการเขียนประโยค หรือบทความที่ค่อนข้างเฉพาะทาง ก็อาจจะมีความผิดพลาดอยู่บ้าง ทั้งนี้ทั้งนั้น เราก็ควรใช้งานโปรแกรมควบคู่ไปกับการตรวจสอบด้วยตัวเองเช่นกัน
  • แม้ว่าโปรแกรมจะรองรับการทำงานหลายแพลตฟอร์ม รวมไปถึงเว็บเบราว์เซอร์ และ Microsoft Word แต่อาจจะยังไม่ได้ครอบคลุมถึงทุกแพลตฟอร์มการทำงานเอกสาร แต่โดยรวมก็ถือว่าใช้งานได้ดีมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็น ช่องข้อความ Social Media ต่าง ๆ และคาดว่าในอนาคต ทางผู้พัฒนาก็จะพัฒนาให้โปรแกรม Grammarly นั้นรองรับการทำงานในหลากหลายแพลตฟอร์มมากยิ่งขึ้น
  • สำหรับการใช้งานในเบื้องต้นนั้น ต้องยอมรับว่าในเวอร์ชันที่เปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานฟรีนั้นก็สามารถที่จะทำงานได้อย่างเพียงพอ แต่สำหรับใครที่ต้องการการตรวจสอบ เช็คแกรมมาร์ ที่มีความละเอียดมากขึ้น เวอร์ชันฟรีก็อาจจะยังไม่เพียงพอ ทำให้ต้องมีค่าใช้จ่ายในการอัพเกรดเป็น Premium นั่นเอง แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับการทำงานโดยทั่วไปนั้น เวอร์ชันฟรีก็ถือว่าเพียงพอแล้ว หรือใครที่อยากลองใช้งานโปรแกรม ก็สามารถไปดาวน์โหลดมาลองใช้งานกันได้ก่อนตัดสินใจอัพเกรด

Balabolka โปรแกรมสะกดคำ อ่านภาษาอังกฤษ

balabolka1
Cr: cross-plus-a

ดาวน์โหลดโปรแกรม Balabolka สำหรับ Windows

โปรแกรม Balabolk หรือ Balabolka Text To Speech นั้นเป็นโปรแกรมฟรีแวร์สำหรับการอ่านภาษาอังกฤษ ที่พัฒนาโดยนักพัฒนาประเทศรัสเซีย เป็นโปรแกรมที่จะช่วยให้เราได้อ่านภาษาอังกฤษจากข้อความออกเสียง ได้อย่างถูกต้อง ช่วยในการฝึกภาษา ทั้งการออกเสียงและสำเนียง ๆ จากเจ้าของภาษา ตัวโปรแกรมยังรองรับการบันทึกเสียงที่อ่านออกมาเป็นรูปแบบของไฟล์เสียงนามสกุลต่าง ๆ เช่น .MP3, ,WMV, WAV ฯลฯ และโปรแกรมก็ยังรองรับการอ่านออกเสียงจากไฟล์เอกสารอย่าง PDF หรือ ไฟล์ DOC, HTML ฯลฯ ได้ด้วย

สำหรับการอ่านของโปรแกรม Balabolka นั้น จะเน้นไปที่การอ่านภาษาต่างประเทศ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฝึกภาษา ผู้พิการทางสายตาที่ต้องอาศัพการฟัง และตัวโปรแกรมยังมีการรองรับการแปลง Subtitle จากข้อความในภาพยนตร์เป็นเสียงพูดด้วย (ไฟล์ SRT, SSA/ASS และ SMI)

การใช้งานโปรแกรมสะกดคำ อ่านภาษาอังกฤษ Balaboka เบื้องต้น

โปรแกรมสะกดคำ อ่านภาษาอังกฤษ

เมื่อเราดาวน์โหลดโปรแกรมมาแล้ว ก็ทำการติดตั้งตามปกติได้เลย โดยไฟล์ที่ได้มาจะเป็นไฟล์ .zip ซึ่งให้เราทำการแตกไฟล์ จากนั้นก็กดติดตั้งโดยเลือกไฟล์ ‘setup.exe’

โปรแกรมสะกดคำ อ่านภาษาอังกฤษ

เมื่อทำการติดตั้งเสร็จแล้ว เปิดโปรแกรมขึ้นมา เราก็จะเจอกับหน้าต่าง ที่เป็นเสมือนหน้ากระดาษที่ใส่ข้อความลงไปได้ เราก็สามารถนำข้อความ ประโยค หรือบทความ ที่เราต้องการให้โปรแกรมอ่านภาษาอังกฤษ มาวางไว้ได้เลย จากนั้นก็เลือกที่แถบเสียง โดยหลัก ๆ จากที่ทีมงานได้ลองใช้งาน ก็จะเป็นเสียงผู้ชายและเสียงผู้หญิง ถ้าเราต้องการกดเล่นก็ให้เลือกที่แถบเมนู ‘Speech’ >> Read Aloud เพื่อให้โปรแกรมอ่านออกเสียงให้เราฟัง หรือกดที่ปุ่มสัญลักษณ์ Play หรือกดคีย์ลัดอย่าง Ctrl + F5 ก็ได้ ซึ่งเราสามารถที่จะเลือกตำแหน่งที่จะให้ตัวโปรแกรมอ่านให้ฟังได้เลย ด้วยคลิกให้เคอร์เซอร์ไปอยู่ในตำแหน่งตัวอักษร คำ หรือประโยคที่เราต้องการ

สำหรับการอัดเสียง ที่โปรแกรมได้อ่านให้เราฟังนั้น เราก็สามารถที่จะอัดเสียงได้ โดยการเข้าไปที่ Files >> Split and Convert to audio file…

ข้อดี

  • โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมที่เปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรี ๆ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
  • โปรแกรมใช้งานง่าย รองรับการทำงานที่หลากหลายฟีเจอร์
  • โปรแกรมยังรองรับภาษาที่หลากหลาย ไม่ได้จำกัดเฉพาะภาษาอังกฤษ แต่ยังสามารถอ่านได้ทั้ง ภาษาฝรั่งเศส อิตาลี ญี่ปุ่น เกาหลี ฯลฯ

ข้อสังเกต

  • แม้ว่าตัวโปรแกรมนั้นจะใช้งานง่าย แต่หน้าตาของโปรแกรมก็อาจไม่ได้ดูทันสมัย และอาจจะทำให้ผู้ใช้ใหม่เกิดความงงและสับสนเล็กน้อยในการใช้งาน แต่โดยรวมนั้นก็ยังถือว่าใช้งานได้ค่อนข้างง่ายเลยทีเดียว
  • ตัวโปรแกรมสามารถใช้งานได้เฉพาะบนคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ Windows เท่านั้น ไม่สามารถที่จะใช้งานบนอุปกรณ์อื่น ๆ ได้ ซึ่งก็อาจจะไม่ตอบโจทย์สำหรับใครที่อยากได้โปรแกรมที่รองรับหลายแพลตฟอร์ม

เทคนิคเก่งภาษาอังกฤษ

การจะเก่งภาษาอังกฤษได้นั้น นอกจากจะใช้ความพยายามและการฝึกฝนแล้ว เราก็อาจจะต้องอาศัยเทคนิคเล็กน้อย เพื่อให้เราสามารถที่จะเก่งภาษาอังกฤษได้ไวมากยิ่งขึ้น

  • อ่านหนังสือหรือบทความภาษาอังกฤษ
    • การอ่านภาษาอังกฤษหรือบทความภาษาอังกฤษบ่อย ๆ นั้น นอกจากจะทำให้เราได้คุ้นเคยกับภาษาอังกฤษมากยิ่งขึ้นแล้ว เรายังได้เห็นถึงการใช้ประโยค การวางประโยค หรือบริบทต่าง ๆ ที่อยู่ในเนื้อหาของบทความ หรือข้อความนั้น ๆ โดยเริ่มต้นเราอาจจะเลือกหนังสือที่อ่านง่าย แล้วเมื่อค้นเคยมากขึ้นแล้วก็อาจจะพัฒนาไปเป็นหนังสือที่ยากขึ้น
  • จดคำศัพท์
    • การจดบันทึกคำศัพท์ เป็นวิธีการที่ทำให้เราได้ดูว่าเรามีคลังคำศัพท์อะไรแล้วบ้าง ยิ่งประกอบกับการท่องจำบ่อย ๆ ก็จะยิ่งทำให้เรามีคลังคำศัพท์ในหัวมากยิ่งขึ้น และเมื่อเรามีคลังคำศัพท์เยอะ ก็ทำให้เราได้เปรียบ และทำความเข้าใจภาษาได้ดีมากยิ่งขึ้น
  • ฟังภาษาอังกฤษให้คุ้นเคย
    • ถัดจากการอ่าน ก็เป็นการฟังที่จะทำให้เราได้พัฒนาสกิลภาษาอังกฤษของเรานั่นเอง เพราะยิ่งเราฟังภาษาอังกฤษบ่อยแค่ไหน เราก็ยิ่งคุ้นเคยกับสำเนียง และสามารถที่จะเข้าใจสิ่งที่เจ้าของภาษาหรือผู้ใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารกับเราได้ดีมากยิ่งขึ้น การฝึกฟังนั้น ก็อาจไม่จำเป็นที่จะต้องเริ่มต้นยากเสมอไป อาจจะเริ่มจากการฟังเพลงที่เราชอบ แล้วค่อน ๆ พัฒนาไปเป็นรายการ หรือสารคดีที่เราสนใจก็ได้
  • ใช้ช่องทางออนไลน์
    • ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ สื่อออนไลน์ต่าง ๆ นั้นเข้าถึงผู้คนจากแทบทั่วโลก โดยเฉพาะกับโซเชียลมีเดีย การหาเพื่อนเจ้าของภาษาสักคน หรือเพื่อนในต่างประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ ก็เป็นอีกวิธีที่ทำให้เราคุ้นเคยและพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษของเราได้ดีมากยิ่งขึ้น
  • กล้าลองกล้าใช้
    • หลังจากที่เราได้ฝึกฟัง ฝึกอ่าน กับตัวเองแล้ว การได้ลองได้ใช้งานจริงยิ่งเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้เราได้ฝึกภาษาอังกฤษ แถมเรายังได้ฝึกความกล้ามากยิ่งขึ้นด้วย เพราะบางคนมีปัญหามากโดยเฉพาะกับการพูด ที่ต้องพูดต่อหน้าเจ้าของภาษาหรือคนเก่ง ๆ อยากบอกว่า อย่าไปกลัว ไม่มีผิดไม่มีถูก ถ้าผิดพลาด เราก็จะได้รู้และได้ปรับปรุงแก้ไข เป็นช่องทางในการพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

สรุป

และทั้งหมดนี้ก็คือโปรแกรมสะกดคำ อ่านภาษาอังกฤษ ที่ทีมงานได้นำมาแนะนำกัน สำหรับใครที่อยากลองใช้งาน ก็สามารถเข้าไปดาวน์โหลดมาใช้งานกันได้แบบฟรี ๆ เพราะโปรแกรมนี้นอกจากจะเป็นประโยชน์ในด้านการทำงานแล้ว ยังเป็นประโยชน์ในการช่วยให่เราได้ฝึกภาษา ฝึกทักษะภาษาอังกฤษ ที่มีความจำเป็นอย่างมากในยุคปัจจุบันอีกด้วย


อ่านบทความเพิ่มเติม/บทความที่เกี่ยวข้อง

แก้ปัญหาไอโฟนเครื่องร้อน
เล่นยูทูปปิดหน้าจอ
เฟสบุ๊คเข้าไม่ได้
เปลี่ยนแรมโน๊ตบุ๊คครั้งแรก
เว็บตัดต่อวิดีโอออนไลน์
โปรแกรมจับภาพหน้าจอ

from:https://notebookspec.com/web/578530-check-spelling-and-reading-english

สรุป Red Hat Webinar: พัฒนา Kubernetes Native Application ด้วย Java สำหรับ Spring Developer

อีกหนึ่งความท้าทายของการนำ Java Application มาทำงานบน Kubernetes ก็คือข้อจำกัดเรื่องการใช้งานหน่วยความจำ (Memory) ที่ค่อนข้างสูง และเวลาที่ใช้ในการ start จนพร้อมที่จะทำงาน (Startup Time) ที่ค่อนข้างนานเมื่อเปรียบเทียบกับ Framework อื่นๆ เช่น Node.js หรือ Go

ใน Webinar นี้ขอนำเสนอ Quarkus ที่จะมาตอบโจทย์การพัฒนา Java Application บน Kubernetes ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้งคุณสมบัติที่อำนวยความสะดวกนักพัฒนา ให้การพัฒนา Application เป็นไปได้อย่างสะดวก

โดย Webinar ในครั้งนี้ดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญหลายท่านจากทีมงาน Red Hat ได้แก่คุณวรวิทย์ เลิศกิติพงศ์พันธ์ , คุณฉัตรชัย กองมณี และคุณเฟื่องวิชญ์ โสภารัตน์

Credit: Quarkus

ปัญหาของ Java กับประเด็นด้านประสิทธิภาพสำหรับการใช้ Application ในระดับธุรกิจองค์กร

โดยทั่วไปเวลาเราพูดถึง Java Application หลายๆ คนก็คงนึกถึงระบบที่มีขนาดใหญ่ มี Stack ที่ซับซ้อน มีการใช้งานหน่วยความจำ (Memory) ที่ค่อนข้างมาก และใช้เวลาในการ start ( Startup Time) ที่ค่อนข้างมากกว่า Framework อื่นๆ เช่น NodeJS หรือ Go ทำให้การย้ายมาใช้งานบน Kubernates ทำได้ค่อนข้างยาก หรือไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ซึ่งตรงนี้ก็ไม่ใช่จุดที่ผิดในเชิงของการออกแบบ เพราะเดิมที Java นั้นถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับการใช้งานในสมัยอดีตก่อนที่จะมี cloud หรือ microservice

อย่างไรก็ดีหากอ้างอิงจากข้อมูลเชิงสถิติ ธุรกิจองค์กรเองก็ยังมีการใช้งาน Java อยู่ค่อนข้างเยอะโดยเฉพาะในส่วนของระบบ Backend ดังนั้นถ้าหากต้องการใช้ Java ให้ตอบโจทย์ต่อธุรกิจในปัจจุบัน การใช้ Java จึงต้องถูกย้ายมาทำงานบน Container เป็นหลัก และเปลี่ยนรูปแบบของเทคโนโลยีที่ใช้เบื้องหลังไปบ้าง เพราะหากใช้รูปแบบ หรือ Framework เดิมๆ กับ Container ก็จะทำให้ Container ที่ได้มีขนาดใหญ่ และไม่สามารถใช้ทรัพยากรได้คุ้มค่าอย่างเต็มที่มากนักเมื่อเทียบกับภาษาอื่นๆ

หากอ้างอิงสถิติจากการใช้ AWS Lambda ในการทำ Serverless นั้น Java เองก็ยังมีสัดส่วนการใช้งานเพียงแค่ 6% เท่านั้น ในขณะที่ Node.js มีสัดส่วนมากถึง 51% และ Python ก็ยังมีมากถึง 38% ทำให้ที่ผ่านมาหากภาคธุรกิจองค์กรต้องการใช้ Serverless นั้น ก็มักเลือกแนวทางในการพัฒนาระบบ Serverless ด้วยภาษาอื่นๆ กันมากกว่า

Quarkus โซลูชันสำหรับการพัฒนาและใช้งาน Java บน Container ได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ

สิ่งที่ Red Hat ได้นำมาตอบโจทย์นี้ก็คือ Quarkus ที่มี Tagline คือ Supersonic,Subatomic, Java หรือก็คือการทำให้ Java ขนาดที่เล็กลง (Subatomic) มี Startup time ได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิม (Supersonic) ซึ่งทั้งสองคุณสมบัติ เป็นปัจจัยหลักที่ Application บน Kubernetes ต้องการ

สำหรับ นักพัฒนาที่จะเริ่มต้นเรียนรู้ Quarkus สามารถเข้าไปที่ https://quarkus.io/ โดย quarkus ได้เตรียม Initializer ที่เป็นเครื่องมือในการช่วยให้นักพัฒนาสามารถเริ่มต้นเรียนรู้และใช้งาน Quarkus ได้ง่ายขึ้นที่เข้าไปที่ https://code.quarkus.io/ ซึ่งผู้นักพัฒนา สามารถเลือก Extension ที่ตนเองต้องการใช้งานใน Application และสามารถเลือก Build Tool ที่ต้องการได้ ก่อนจะทำการ Download ไฟล์ต่างๆ ที่ถูกเตรียมเอาไว้สำหรับสร้าง Application หรือ Push ไปยัง GitHub โดยตรงเลยก็ได้

เมื่อได้ไฟล์มาแล้วก็สามารถนำไปพัฒนาต่อ ด้วย IDE ที่ถนัด ไม่ว่าจะเป็น VS Code, Eclipse หรือ Intellij และด้วย Build Tool อย่างเช่น Maven หรือ Gradle ที่ Quarkus ได้เตรียมไว้ให้ใช้งาน จึงทำให้นักพัฒนาพร้อมใช้งานได้ทันที

Quarkus มี features สำหรับช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้นักพัฒนามากมาย ยกตัวอย่างเช่น Quarkus Dev Console ซึ่งเป็น Web GUI ที่สามารถแสดง Plugin ต่าง ๆ ที่มีอยู่ใน Application ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบภาพรวมสำหรับแต่ละโครงการพัฒนา Java Application ความสามารถเด่น ๆ เช่น สามารถสั่ง Build Container Image ขึ้นมาด้วยตนเองได้ผ่าน WebUI ได้ทันที โดยสามารถเลือกได้ว่าจะสร้าง เป็น container สำหรับ jar file หรือ สำหรับ native

อีกความสามารถที่น่าสนใจของ Quarkus ก็คือการแปลงโค้ดให้ทำงานแบบ Native ได้ ซึ่งเมื่อทำการ build quarkus เป็น native ในส่วนของการ start application นั้น จะเร็วกว่าแบบ ที่ทำงานบน JVM ถึง 20x และใช้ resource เช่น memory น้อยกว่าแบบ JVM ถึง 10x เลยทีเดียว

ใน Quarkus จะมี Developer Mode ให้ ซึ่งจะมีความสามารถที่ช่วยให้การพัฒนา Application เป็นไปได้ง่ายขึ้น เช่น การทำ Live Code ที่สามารถแก้ไขโค้ดและทำ Hot Code Replace และ Live Reload ให้เราเห็นผลลัพธ์ได้ง่ายๆ ในระหว่างพัฒนาเลย ทำให้ขั้นตอนพัฒนามีความรวดเร็วกว่าเดิมเป็นอย่างมาก ไม่ต้องเสียเวลา Build มา Debug เรื่อยๆ รวมถึงยังเปลี่ยน Library หรือ Dependency on the fly ได้เช่นเดียวกัน

โดยสรุปแล้ว Quarkus จึงเหมาะกับการพัฒนา Container/Kubernetes Application, Microservices ไปจนถึง Serverless ซึ่งมาจากการใช้ทรัพยากรน้อย มี Developer Mode เพื่อช่วยให้นักพัฒนาทำงานได้ง่าย สามารถพัฒนา App ได้ทั้งแบบ Imperative และ Reactive พร้อมทั้งยังมี Framework ต่างๆ สำหรับให้หยิบนำมาใช้ในงานที่เหมาะสมได้ รวมถึงยังทำงานร่วมกับ IDE ชั้นนำในสาย Java ได้อย่างครบถ้วน และมี Extension สำหรับใช้งานใน Kubernetes และ Red Hat OpenShift ได้ ช่วยลดเวลาที่ต้องใช้ในการจัดการไฟล์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการ Deploy ระบบได้โดยอัตโนมัติ

Spring Developer จะย้ายมาใช้ Quarkus ได้อย่างไรบ้าง?

ใน Webinar ครั้งนี้ได้มีการแสดงถึงการนำ Spring Boot มาใช้งานบน Quarkus ได้อย่างไร เนื่องจากในประเทศไทยนั้น Spring boot มันเป็น framework ตัวเลือกหลัก ๆ ของ java developer ในเมืองไทย โดยใน Application ตัวอย่างที่เตรียมมานั้น แสดงให้เห็นถึง feature โดยทั่วไปของ Spring Boot ไม่ว่าจะเป็น Spring DI, Spring Rest, Spring Data JPA

Quarkus ได้เตรียม extension ที่รองรับการนำ Spring Boot เดิม ๆ ที่มีอยู่ มาเปลี่ยนเป็น Quarkus ได้ เพียงปรับเฉพาะในส่วนของ library (เช่น แก้ maven dependency ใน pom.xml) และ properties เท่านั้น เพียงแค่นี้ นักพัฒนา ก็จะสามารถนำ spring boot application เดิม มาเปลี่ยนเป็น quarkus เพื่อใช้ประโยชน์จาก feature ต่าง ๆ ของ Quarkus ได้ ไม่ว่าจะเป็นความสามารถเรื่องของ native, live code เป็นต้น และ Quarkus เอง ก็ยัง extenstion ต่าง ๆ เพื่อรองรับ feature ที่ spring boot มี ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของ health, swagger, tracing หรือแม้แต่การ support monitoring tool อย่าง prometheus

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ หลังจากเปลี่ยนมาใช้ spring extenstion ของ quarkus ในส่วนของ การ statup application เร็วกว่าเดิมถึง 50% และใช้ memory น้อยกว่า 50% และยิ่ง build เป็น native แล้วนั้น เร็วกว่า spring boot เดิม ถึง 7x และใช้ memory น้อยกว่า 10x เลยทีเดียว

โดยสรุปแล้วการ Migrate ระบบบน Spring Boot มาสู่ Quarkus นั้นสามารถทำได้ด้วยการแก้ไขเฉพาะในส่วนของ depency/extension ที่ Quarkus ได้เตรียมเอาไว้ให้ ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้ Spring Developer สามารถ upgrade ระบบงาน หรือ application ที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงรองรับ Container/Kubernetes ได้ ด้วย Quarkus นอกจากนี้ Red Hat ยังมีเครื่องมืออย่าง Migration toolkit for Application ที่สามารถช่วยตรวจสอบว่าต้องมีการปรับเปลี่ยนอะไร หรืออย่างไรบ้าง และมีระบบแนะนำด้วยว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการปรับเปลี่ยนแต่ละส่วน

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Quarkus

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันของ Quarkus เพิ่มเติม ทีมงาน Red Hat ก็ได้ชี้เป้าแนะนำทั้งเว็บไซต์ที่เป็นประโยชน์ และ E-Book สำหรับนำไปศึกษาได้ฟรีๆ ดังนี้

สนใจติดต่อ Red Hat ได้ทันที

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.openshift.com/ และ https://quarkus.io/ หรือติดต่อทีมงาน Red Hat ประจำประเทศไทยได้ที่ Email rchemae@redhat.com

 

from:https://www.techtalkthai.com/red-hat-webinar-kubernetes-native-application-with-java-for-spring-developer-summary/

Gartner ชี้ Low-code กำลังจะเกิดในอนาคตอันใกล้

Gartner ได้เผยถึงผลวิเคราะห์เกี่ยวกับแนวโน้มของเทคโนโลยีพบว่า Low-code Development กำลังเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆแล้ว

Low-code Development เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้เราสามารถพัฒนาแอปพลิเคชันได้ด้วยการคลิกและลากวางแทนการเขียนโค้ดมหาศาล ซึ่งหลายคนจะเริ่มได้ยินคำว่า Low-code และ no-code เมื่อไม่นานมานี้ โดย Gartner ได้ประมาณการเติบโตของเทคโนโลยี Low-code Application Platform ว่าในปี 2021 จะมีรายได้เพิ่มสูงถึง 30% ไปแตะที่ 5,800 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ

ทั้งนี้สาเหตุเบื้องหลังของการเจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดดก็คือเหตุการณ์แพร่ระบาดของไวรัส ที่ทำให้องค์กรแสวงหาการ Transformation ตัวเองให้สามารถเร่งขั้นตอนการพัฒนาซอฟต์แวร์ได้ทันใจ และเพื่อตอบสนองความต้องการนั้นการขยายขอบเขตการพัฒนาให้เข้าถึงผู้อยู่นอกสายไอทีจึงเกิดขึ้น โดย Gartner ยังทำนายว่าภายในปี 2025 ลูกค้าของผลิตภัณฑ์ Low-code จะมาจากผู้ใช้ที่ไม่ใช่ไอที

อีกหนึ่งปัจจัยก็คือ SaaS และ Hyperautomation ได้ช่วยดันการเกิดขึ้นของ Low-code ซึ่งผู้เล่นรายใหญ่ด้าน SaaS มีการเพิ่มความสามารถด้าน Low-code เข้ามาในบริการแล้ว

ที่มา : https://www.zdnet.com/article/low-code-development-has-become-a-technological-movement-says-gartner/ และ https://www.itproportal.com/news/gartner-forecasts-surge-in-low-code-adoption/

from:https://www.techtalkthai.com/gartner-predicts-low-code-is-coming-soon/

[Guest Post] เอาท์ซิสเต็มส์ ผู้นำแพลตฟอร์มพัฒนาซอฟต์แวร์ ระดมทุน 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มมูลค่ากิจการเป็น 9.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ตอกย้ำความสำเร็จในการขยายธุรกิจด้วยการนำเสนอแพลตฟอร์มอัจฉริยะสำหรับการสร้างโมเดิร์นแอปพลิเคชั่น Abdiel Capital, Tiger Global ร่วมลงทุนกับ Goldman Sachs, KKR, Guidepost Growth Equity และ Armilar Venture Partners เพื่อต่อยอดกิจการของเอาท์ซิสเต็มส์

เปาโล โรซาโด ประธานบริหารและผู้ก่อตั้งบริษัทเอาท์ซิสเต็มส์

 

เอาท์ซิสเต็มส์ (OutSystems) ผู้นำด้านแพลตฟอร์มโมเดิร์นแอปพลิเคชั่น ประกาศเพิ่มทุน 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเป็นการระดมทุนจาก Abdiel Capital และ Tiger Global ส่งผลให้มูลค่ากิจการของเอาท์ซิสเต็มส์เพิ่มเป็น 9.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เงินทุนก้อนใหม่นี้จะถูกใช้เพื่อขยายการลงทุนในส่วนของการวิจัยและพัฒนา (R&D) และกลยุทธ์การตลาด

ด้วยตระหนักถึงความท้าทายในการสร้างซอฟต์แวร์ที่สามารถปรับเปลี่ยนและปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่น เอาท์ซิสเต็มส์จึงถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถให้แก่ทุกองค์กรในการสร้างสรรค์นวัตกรรมโดยอาศัยซอฟต์แวร์ การระดมทุนรอบใหม่นี้ตอกย้ำความสำเร็จสำหรับทิศทางการดำเนินงานของเอาท์ซิสเต็มส์ ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อองค์กรต่าง ๆ และทำให้เอาท์ซิสเต็มส์มีฐานลูกค้าทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว  การใช้แพลตฟอร์ม OutSystems ช่วยให้องค์กรธุรกิจทุกขนาดสามารถพัฒนา ติดตั้งใช้งาน และบริหารจัดการแอปสำคัญ ๆ ได้อย่างฉับไว ตอบสนองต่อโอกาสทางธุรกิจได้อย่างทันท่วงทีและสร้างมูลค่าได้อย่างต่อเนื่องโดยอาศัยนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์

เปาโล โรซาโด ประธานบริหารและผู้ก่อตั้งบริษัทเอาท์ซิสเต็มส์ กล่าวว่า “นักพัฒนาถือเป็นทรัพยากรที่มีค่าและขาดแคลนสำหรับองค์กรธุรกิจในปัจจุบัน และความยุ่งยากซับซ้อนของการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบเดิม ๆ ส่งผลให้องค์กรต่าง ๆ ต้องเผชิญกับปัญหาท้าทายเพิ่มมากขึ้นในการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น (Digital Transformation)  เอาท์ซิสเต็มส์เปลี่ยนแปลงวิธีการสร้างซอฟต์แวร์ให้ต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ช่วยให้ทุกองค์กรสามารถแข่งขัน สร้างสรรค์นวัตกรรม และขยายธุรกิจให้เติบโตโดยอาศัยนักพัฒนาที่มีอยู่ เรามุ่งมั่นช่วยให้ลูกค้าประสบความสำเร็จในการดำเนินโครงการที่ท้าทายสำหรับการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น และการระดมทุนรอบใหม่นี้ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความก้าวหน้าของเราในการดำเนินงานตามแนวทางดังกล่าว”

แพลตฟอร์ม OutSystems ช่วยให้องค์กรทุกขนาดสามารถสร้างซอฟต์แวร์ที่ก่อให้เกิดความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงประสบการณ์สำหรับลูกค้า การสร้างสรรค์นวัตกรรมสำหรับสถานที่ทำงาน การปรับเปลี่ยนกระบวนการต่าง ๆ ให้เป็นแบบอัตโนมัติ หรือการปรับปรุงระบบงานหลักให้ทันสมัย เอาท์ซิสเต็มส์รองรับการทำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ด้วยการผสานรวมการพัฒนาแบบเสมือนจริงที่รวดเร็วและขับเคลื่อนด้วยโมเดล เข้ากับแพลตฟอร์มที่ทันสมัยซึ่งประกอบด้วย AI, คลาวด์, DevOps และระบบรักษาความปลอดภัย

ลูกค้าของเอาท์ซิสเต็มส์สามารถสร้างและนำเสนอโมเดิร์นแอปพลิเคชั่นที่ปรับขนาดได้อย่างรวดเร็วและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

คาเรล นูเวน ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายไอที กลุ่มธุรกิจดิจิทัลและดิจิทัลเฮลธ์ของ Medtronic กล่าวว่า “บริษัทของเรามุ่งเน้นการนำเสนอผลลัพธ์ที่ดีกว่าสำหรับผู้ป่วยโดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัล  นวัตกรรมด้านซอฟต์แวร์เป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องสร้างขึ้นไม่สามารถหาซื้อได้จากที่อื่น ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องการแพลตฟอร์มที่ปลอดภัยเพื่อช่วยให้เราสร้างสรรค์ฟีเจอร์ใหม่ ๆ ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว และนั่นคือสิ่งที่เราได้รับจากแพลตฟอร์มของเอาท์ซิสเต็มส์”

การลงทุนครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เทคโนโลยีของเอาท์ซิสเต็มส์ได้รับการยอมรับเพิ่มมากขึ้นและธุรกิจขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วงปีที่แล้ว ปัจจุบันบริษัทฯ มีลูกค้าใน 87 ประเทศ มีพนักงานทั่วโลกกว่า 1,300 คน และร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ราว 350 ราย รวมถึง AWS, Deloitte และ Infosys

สำหรับทัศนะเพิ่มเติมของเปาโล โรซาโด เกี่ยวกับการระดมทุนครั้งนี้ สามารถดูข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ของ
เอาท์ซิสเต็มส์: https://www.outsystems.com/blog/posts/investing-in-outsystems-mission/

 

เกี่ยวกับเอาท์ซิสเต็มส์ – เอาท์ซิสเต็มส์ (OutSystems) ก่อตั้งขึ้นที่ประเทศโปรตุเกสเมื่อปี 2544 ด้วยพันธกิจในการเสริมสร้างขีดความสามารถให้แก่องค์กรต่าง ๆ สำหรับการสร้างสรรค์นวัตกรรมโดยอาศัยซอฟต์แวร์  แพลตฟอร์มแอปพลิเคชั่น OutSystems ประกอบด้วยเครื่องมือประสิทธิภาพสูงที่เชื่อมต่อกัน และขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างและติดตั้งใช้งานแอปพลิเคชั่นที่หลากหลายได้อย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์ความต้องการของทุกภาคส่วนภายในองค์กร  ด้วยสมาชิกชุมชนกว่า 350,000 ราย พนักงาน 1,300 คน พาร์ทเนอร์ 350 ราย และลูกค้าหลายพันรายใน 87 ประเทศ และ 22 กลุ่มอุตสาหกรรม การดำเนินงานของเอาท์ซิสเต็มส์จึงครอบคลุมขอบเขตกว้างขวางทั่วโลก และช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ปรับเปลี่ยนวิธีการพัฒนาแอปพลิเคชั่นให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทฯ ได้ที่ http://www.outsystems.com หรือติดตามเราบน Twitter @OutSystems หรือ LinkedIn ที่ https://www.linkedin.com/company/outsystems

 

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-outsystems-software-development-platform/

Distributed Application Runtime จากไมโครซอฟท์เปิดให้ใช้งานในเวอร์ชัน 1.0 แล้ว

หลังจากที่พัฒนาในช่วง Alpha มานาน 16 เดือน ในที่สุด Distributed Application Runtime (Dapr) แบบโอเพ่นซอร์สจากไมโครซอฟท์ก็พร้อมให้นักพัฒนาใช้งานแบบ Production Ready แล้วใน Github

Credit: Dapr

โครงการ Dapr นั้นเป็น Environment การพัฒนาซอฟต์แวร์ที่สามารถรันในเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวได้ แต่ในขณะเดียวกันก็รองรับการทำงานบน Cloud หรือ Edge โดยถูกออกแบบมาให้เป็น Event-driven runtime “ขนาดพกพา” ที่จะช่วยให้นักพัฒนาสร้างแอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์ (Distributed) ที่มีโครงสร้างประกอบไปด้วย Microservices หลายตัวด้วยภาษาหรือ Framework ใดก็ได้

นักพัฒนาสามารถใช้งาน Dapr ได้ผ่าน API แบบ HTTP หรือ gRPC โดย Dapr รองรับการเรียกใช้และสื่อสารระหว่าง Service ต่างๆ การจัดการ State รวมไปถึงรองรับการทำงานร่วมกับ Service ทั้งแบบ Stateful และ Stateless ด้วย

Dapr ถูกออกแบบมาให้นักพัฒนาสามารถพัฒนาแอปพลิเคชันบนคลาวด์ได้โดยง่าย ช่วยจัดการปัญหาทางเทคนิคที่ซับซ้อนที่อาจต้องใช้ความรู้ในหลายภาษา Framework หรือแพลตฟอร์ม อีกทั้งยังมีการร่วมมือกับบริษัทอย่าง Nginx และ Vfunction ที่เข้ามาร่วมทุนในโครงการ Dapr เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถแปลงโครงสร้าง IT จากอแบบ Monolith เป็นโครงสร้างแบบ Microservices ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในเวอร์ชัน 1.0 ที่เพิ่งออกมานี้ Dapr ยังโฟกัสไปที่การรันแอปบน Kubernetes เป็นหลัก แต่ในอนาคต ไมโครซอฟท์มีแผนการที่จะขยายการรองรับไปยัง Environment อื่นๆ เช่น VMs, PaaS และ Edge

ที่มา: https://venturebeat.com/2021/02/17/microsofts-open-source-dapr-hits-prime-time-to-help-developers-build-microservices-apps/

from:https://www.techtalkthai.com/distributed-application-runtime-dapr-production-ready-microsoft/

Ansible Community package 3.0.0 ออกแล้ว

มีการประกาศออก Ansible Community package เวอร์ชัน 3.0.0 แล้ว

credit : https://www.ansible.com/

ย้อนไปในปี 2019 มีการปรับโครงสร้าง Ansible Project ซึ่งแต่เดิมใน Ansible ก่อนเวอร์ชัน 2.9 ตัวปลั๊กอินและโมดูลต่างๆ จะอยู่ใน Ansible Project ที่ https://github.com/ansible/ansible ซึ่งปัญหาคืออัปเดตไม่ทันใจนักพัฒนา ด้วยเหตุนี้เองใน Ansible 2.10 จึงมีการย้ายโมดูลและปลั๊กอินเหล่านั้นไว้ใน Collections (ประกอบด้วย Playbook, roles, tests, docs, โมดูล และปลั๊กอิน ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://youtu.be/WOcqhk7TdYc ) ทำให้การสามารถพัฒนาส่วนต่างๆแยกกันได้อิสระ หลังจากนั้นเมื่อเปลี่ยนแปลงสำเร็จแล้วทาง Ansible Community Team ได้สร้าง Ansible Community Package ขึ้นเป็นเวอร์ชัน 2.10 และกระโดดเปลี่ยนเวอร์ชันเป็น 3.0.0 โดยตัว Ansible Core ที่เป็น Runtime ให้มองว่าเป็นเหมือน Linux Kernel ก็จะเป็นการพัฒนาต่อเนื่องไปเป็น 2.10 และ 2.11 ต่อไป

ที่มา : https://www.ansible.com/blog/announcing-the-community-ansible-3.0.0-package

from:https://www.techtalkthai.com/ansible-community-package-3-0-0-has-been-released/

5 โปรแกรมจับภาพหน้าจอ ที่ดีที่สุด 2021 โหลดฟรี ใช้ง่าย แคปได้รัวๆ

ทีมงาน Notebookspec จะมาแนะนำโปรแกรมจับภาพหน้าจอ ที่น่าสนใจ สำหรับใช้จับภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเรากัน จะมีอะไรบ้างก็ต้องไปดูกันเลย

โปรแกรมจับภาพหน้าจอ

ก่อนหน้านี้ทีมงานได้นำเสนอการจับภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ในแบบที่ไม่ต้องใช้โปรแกรมกันไปแล้ว ซึ่งก็อาจจะไม่เพียงพอกับความต้องการของผู้ใช้งานหลาย ๆ คน ที่รู้สึกว่าฟีเจอร์อาจมีจำกัด หรืออยากได้ลูกเล่นอื่น ๆ เพิ่มเติม ดังนั้น เราเลยจะพามาดูกันว่าโปรแกรมจับภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่น่าสนใจมีอะไรกันอีกบ้าง แล้วมีลูกเล่นอะไรที่น่าสนใจ


โปรแกรมจับภาพหน้าจอ ที่ดีที่สุด 2021

1. WinSnap

โปรแกรมจับภาพหน้าจอ

เริ่มต้นกันกับโปรแกรมจับภาพหน้าจอโปรแกรมแรกกันเลยกับ WinSnap ซึ่งเป็นโปรแกรมที่มีขนาดเล็ก ไม่กินพื้นที่ในตัวเครื่อง ถูกพัฒนามาตั้งแต่ราวปี 2006 และมีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมากทั่วโลก โดยเป็นโปรแกรมที่เป้นมากกว่าการจับภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่สามารถที่จะอัดภาพหน้าจอให้ออกมาเป็นไฟล์รูปภาพได้หลากหลายนามสกุล

โปรแกรม WinSnap นั้น เราสามารถที่จะเลือกพื้นที่บนหน้าจอได้ตามต้องการ หรือจะจับภาพหน้าจอทั้งหน้าเลยก็ได้ หรือจะเลือกจับเฉพาะโปรแกรม จับเฉพาะหน้าต่างที่เราเปิด สะดวกสบายสุด ๆ เหมาะมากกับใครที่ต้องการจับภาพหน้าจอเพื่อนำไปทำเป็นตัวอย่าง หรือใช้งาน แคปได้ทั้งโปรแกรม เว็บไซต์ต่าง ๆ และที่สำคัญโปรแกรมยังมีความสามารถในการแต่งภาพได้ด้วย แม้จะไม่ได้ระดับโปร แต่ก็สามารถทำได้พอประมาณ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การกำหนดให้โปรแกรมเริ่มทำงานแบบอัติโนมัติทุกครั้งเมื่อเราเปิดใช้งานคอมพิวเตอร์ ในตอนที่เราเปิดใช้คอมพิวเตอร์แล้วปิดใช้งานโปรแกรมก็สามารถตั้งให้โปรแกรมอยู่ในส่วนของ System Tray ไม่รกสายตาแถมกินทรัพยากรเครื่องน้อยนิดด้วย เรียกใช้เมื่อไรก็ได้ ง่ายมาก ๆ แถมยังสามารถตั้งค่าปุ่มลัด (Hot Key) เพื่อเรียกใช้งานการจับภาพหน้าจอได้ด้วย

ในส่วนของการแต่งภาพนั้น ฟีเจอร์หลัก ๆ ก็จะมีการที่เราสามารถใส่เงา (Shadow), วาดเส้นเค้าโครง (Contour), ทำภาพสะท้อน (Reflection), หมุนภาพ (Rotate), ปรับขนาดของภาพ, ใส่ลายน้ำเพื่อการป้องกันการนำภาพไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต, ตัดขอบที่โค้งของภาพให้กลายเป็นโปร่งใสได้ ฯลฯ

ตัวโปรแกรมนี้รองรับการทำงานในระบบปฏิบัติการ Windows ทั้ง 32-Bit และ 64-Bit

ดาวน์โหลดโปรแกรม Winsnap


2. Screenshot Captor

โปรแกรมจับภาพหน้าจอ

สำหรับโปรแกรมต่อมาอย่าง Screenshot Captor เป็นโปรแกรมสำหรับจับภาพหน้าจอที่สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้ ฟรี ๆ ตัวโปรแกรมถูกพัฒนาโดยทีมผุ้พัฒนาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งต้องบอกเลยว่าความสามารถของโปรแกรมก็ไม่ใช่เล่น ๆ เพราะโปรแกรมนี้มาพร้อมความสามารถที่หลากหลาย เช่น สามารถอัดวิดีโอหน้าจอ จับภาพหน้าจอเว็บไซต์ สามารถใช้โปรแกรมในการดูรูป ย่อหรือขยายรูปภาพ ใส่คอมเมนต์หรือข้อความแนบไปกับภาพได้ หรือจะใช้เปลี่ยนชื่อไฟล์ภาพทีละหลายภาพก็สามารถทำได้

Screenshot Captor เป็นโปรแกรมที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย สะดวก สามารถใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ผ่านทางหน้าจอหลักหน้าจอเดียว ฟีเจอร์ที่น่าสนใจของโปรแกรมนี้ก็คือ เราสามารถจับภาพหน้าจอได้ทีละหลายรูปแบบ สามารถทำ Scrolling Capture ซึ่งก็คือการแคปหรือจับภาพหน้าจอแบบยาว ๆ เช่น การแคปหน้าจอเว็บไซต์ เป็นต้น ตัวโปรแกรมยังสนับสนุนการทำงานบนคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานหลายหน้าจอ สามารถใส่คอมเมนต์ ข้อความ ลงไปในภาพได้เลย จะอัดวิดีโอหรือหรือจับภาพจากโปรแกรมของกล้อง Webcam หรือ กล้องสำหรับ Streaming ก็สามารถทำได้เหมือนกัน

นอกจากนี้เรายังสามารถเปลี่ยนชื่อไฟล์ ให้เป็นไฟล์แบบที่เราต้องการก็ได้ ตัวโปรแกรมยังรองรับการทำงานกับไฟล์ PDF ด้วย เราสามารถใส่ลูกเล่นต่าง ๆ หรือแต่งภาพได้ ไม่ว่าจะเป็น การใส่เงา ใส่ขอบรูป ทำภาพเบลอทั้งที่เป็นแบบเฉพาะจุดหรือทั้งภาพก็ได้ หรือจะเป็นการเน้นแสงในภาพก็ได้เหมือนกัน นอกจากนี้ก็ยังมีการใส่ลายน้ำเพื่อป้องกันการนำภาพไปใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต มีปุ่มสำหรับการบันทึกด่วน หรือ Quick Save Button แถมภายหลังที่อัดวิดีโอหรือจับภาพหน้าจอนั้น เราก็สามารถอัพโหลดไฟล์ขึ้นบนเว็บไซต์หรือจะส่งเป็นอีเมลเลยก็ได้ในทันที เรียกว่าความสามารถของโปรแกรมตัวนี้จัดเต็มแบบสุด ๆ เลย

ตัวโปรแกรมรองรับการทำงานบนคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ Windows XP/Win7/Win8/Win10

ดาวน์โหลดโปรแกรม Screenshot Captor


3. PhotoScape X

โปรแกรมจับภาพหน้าจอ

สำหรับโปรมแกรมต่อมาที่ทีมงานจะมาแนะนำกันนั้น ใครหลายคงคุ้นเคยกับการที่โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมสำหรับการแต่งภาพที่สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานกันได้ฟรี ๆ แต่โปรแกรมนี้ก็สามารถจับภาพหน้าจอได้ด้วยนะ เรียกว่าโปรแกรมเดียวครบเลย ทั้งแคปภาพหน้าจอ แล้วนำมาแต่ง แถมลูกเล่นก็มีให้เลือกเยอะแยะมากมาย

PhotoScape X นั้นเป็นโปรแกรมสำหรับแต่งรูปภาพที่เปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานกันได้ ฟรี ๆ ถูกพัฒนาขึ้นด้วยทีมผู้พัฒนา MOOII TECH ที่ออกแบบให้โปรแกรมมีหน้าตาการใช้งานง่าย ไม่ว่าจะเป็นระดับมือใหม่หรือระดับมือโปรก็เข้าถึงได้ไม่ยากเลย มาพร้อมฟีเจอร์มากมาย ทั้งการแต่งสี แสง ใส่เอฟเฟค ใส่ฟิลเตอร์ ใส่รูปทรง หรือข้อความก็สามารถทำได้ รองรับการปรับขนาดภาพ ย่อหรือขยายภาพ จัดเฟรม รวมรูป ฯลฯ ครอบจักรวาลมาก ๆ เลย ตัวโปรแกรมยังรองรับไฟล์ภาพหลากหลายนามสกุล เช่น JPEG, GIF, PNG, RAW, MOV, AVI ฯลฯ

ในส่วนของการจับภาพหน้าจอในโปรแกรม PhotoScape X นั้นก็สามารถทำได้ง่ายมาก ๆ โดยการเข้าไปในโปรแกรม จากนั้นให้เราดูที่แถบเมนเครื่องมือ เลือก Tools >> Screen Capture >> จากนั้นก็เลือกได้เลยว่าจะจับภาพหน้าจอแบบไหน ทั้ง Capture Full Screen, Windows, Region หรือจะเป็น Timed Screen Capture ก็ทำได้

สำหรับโปรแกรม PhotoScape X นั้น รองรับการทำงานบนคอมพิวเตอร์ทั้งระบบปฏบัติการ macOS และ Windows สามารถติดตั้งผ่าน Microsoft Store ทำได้ง่ายและปลอดภัยไร้มัลแวร์ ไม่ต้องกังวลเรื่องดาวน์โหลดโปรแกรมมาแล้วจะมีของแถมติดมาด้วยเลย

ดาวน์โหลดโปรแกรม PhotoScape X


4. LightShot

โปรแกรมจับภาพหน้าจอ

โปรแกรมสำหรับจับภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ ที่อยากจะแนะนำต่อมานั้นก็คือ LightShot นั่นเอง ที่สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานกันได้ฟรี ๆ แถมตัวโปรแกรมก็มีขนาดที่เล็กมาก ๆ ไม่ต้องกังวลว่าจะกิรนทรัพยากร ของเครื่องคอมพิวเตอร์เลย การใช้งานนั้นก็ง่ายมาก ๆ เราสามารถที่จะจับภาพหน้าจอโดยเลือกส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือจะจับภาพแบบเต็มหน้าจอก็ได้ จับภาพหน้าจอให้เสร็จได้ภายในสองคลิก ฟีเจอร์ที่น่าสนใจของโปรแกรมนั้นนอกจากจะเป็นการจับภาพหน้าจอได้ตามต้องการแล้ว ยังสามารถที่จะ วาดเส้น ลากเส้น เขียนข้อความ ใส่ข้อความ ใส่ลูกศรเพื่อเน้นจุดที่ต้องการ จากนั้นก็สามารถเซฟหรือจะอัพโหลดขึ้นไปไว้บนคลาวด์ก็ทำได้ง่าย ๆ

โปรแกรม LightShot ยังมีความสามารถในการใช้งานร่วมกับปุ่ม Print Screen ที่อยู่บนแป้นพิมพ์ของเราได้ด้วย โดยเราสามารถตั้งค่า Hotkey หรือคีย์ลัดในการใช้งานโปรแกรมได้เลย สะดวกมาก ๆ สามารถแชร์รูปที่เราแคปไปบนเว็บไซต์ prntscr เพื่อที่จะนำไปแชร์ บนโซเชียลเน็ตเวิร์คได้เลยทันที

โปรแกรมนี้รองรับการทำงานบนคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ macOS และ Windows

ดาวน์โหลดโปรแกรม LightShot


5. GreenShot

โปรแกรมจับภาพหน้าจอ

อีกโปรแกรมสำหรับการแคปภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ ที่อยากจะมาแนะนำกันนั่นก็คือ GreenShot โปรแกรมสำหรับจับภาพหน้าจอ ที่มีขนาดเล็ก ไม่กินทรัพยากรเครื่อง มาพร้อมกับฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากมาย เราสามารถเลือกขอบเขตของภาพที่เราต้องการจะแคป ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเลือกเฉพาะบริเวณ ทั้งหน้าต่าง หรือการจับภาพหน้าจอเว็บไซต์ ที่สามารถทำได้ทั้งหน้าเว็บเลยด้วย ผ่านการ Scrolling หรือจะเป็น Full-Screen Captured เลยก็ได้ โปรแกรม GreenShot ยังสามารถที่จะเซฟภาพที่เราแคปไว้ออกมาเป็นไฟล์รูปภาพ แล้วสามารถส่งข้อมูลไปยัง Printer หรือจะส่งไปยังคลิปบอร์ด หรือจะแนบไฟล์เพื่อส่งอีเมลก็ได้ หรือหากใครที่ต้องการอัพโหลดขึ้นคลาวด์ โปรแกรมนี้ก็รองรับฟีเจอร์นี้เช่นกัน

โปรแกรมจับภาพหน้าจอ

โปรแกรม LightShot ยังมีความสามารถในการใช้งานร่วมกับปุ่ม Print Screen ที่อยู่บนแป้นพิมพ์ของเราได้ด้วย โดยเราสามารถตั้งค่า Hotkey หรือคีย์ลัดในการใช้งานโปรแกรมได้เลย นอกจากนี้เรายังสามารถที่จะแก้ไขภาพเบื้องต้น ผ่านทางเครื่องมือต่าง ๆ ที่ตัวโปรแกรมมีได้อีกด้วย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมแคปภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่น่าสนใจมาก ๆ เลยทีเดียว

โปรแกรมนี้รองรับการทำงานบนคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ macOS และ Windows สามารถเข้าไปดาวน์โหลดมาใช้งานกันได้แบบ ฟรี ๆ ไม่เสียค่าใช้จ่าย

ดาวน์โหลดโปรแกรม Green Shot


และทั้งหมดนี้ก็คือโปรแกรมจับภาพหน้าจอสำหรับคอมพิวเตอร์ ที่ทีมงานได้นำมาฝากกัน ในแต่ละตัวก็จะมีลูกเล่น มีการใช้งาน คุณสมบัติ ฟีเจอร์ ที่แตกต่างกันไป ใครที่ชอบแนวไหนก็ต้องลองไปดาวน์โหลดมาใช้งานกันดูได้เลย


อ่านบทความเพิ่มเติม/เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

from:https://notebookspec.com/web/577340-best-screen-capture-programs