คลังเก็บป้ายกำกับ: Software

15 โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี ใช้งานง่าย ไม่ติดลายน้ำ อัพเดต 2020

ในการทำงานด้านมัลติมีเดียหรือการทำงานด้านอื่น ๆ นั้น ในทุกวันนี้คงหนีไม่พ้นการทำวิดีโอ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอนำเสนองาน หรือโปรโมทงาน หลายอาชีพหรือแม้กระทั่งนักเรียนนักศึกษาก็อาจต้องทำงานวิดีโอทีมงาน Notebookspec จึงมาแนะนำ 15 โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี ใช้งานง่ายแม้ว่าจะเป็นมือใหม่ก็สามารถใช้ได้อย่างสบาย และที่สำคัญไม่ติดลายน้ำด้วย

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020

แต่ต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่า โปรแกรมที่ฟรีนั้น หลาย ๆ ตัวก็อาจจะต้องแลกมาด้วยการจำกัดฟังก์ชันการใช้งาน ซึ่งถ้าเราต้องการที่จะใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพก็อาจจะต้องยอมเสียค่าใช้จ่ายเพื่อแลกมากับโปรแกรมที่มีฟังก์ชันการใช้งานครบครัน ซึ่ง 15 โปรแกรมฟรีที่ดีและใช้ง่าย (อัพเดต 2020) นั้นจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี ใช้งานง่าย ไม่ติดลายน้ำ อัพเดต 2020

1. Lightworks Free Edition

Lightworks เป็นโปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอที่มีความสามารถเทียบเท่ากับโปรแกรมระดับสูงที่ต้องเสียเงินซื้อเลยทีเดียว มาพร้อมเครื่องมือมากมาย สามารถตัดต่อได้ทั้งงาน Video, Audio ได้อย่างรวดเร็ว มาพร้อมเครื่องมือและลูกเล่นต่าง ๆ มากมาย นอกจากนี้ยังรองรับการทำงานร่วมกันกับการ์ดจอทั้ง AMD และ NVIDIA โปรแกรมนี้ยังมาพร้อมกับการทำงานแบบ Real-Time ที่สามารถอัพโหลดวิดีโอของขึ้น Youtube, Facebook, Twiiter และอื่น ๆ ได้ทันที

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS, Linux

ใครที่สนใจดาวน์โหลด โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ : Lightworks

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020

Cr: lwks


2. Openshot

Openshot เป็นโปรแกรมที่ถูกพัฒนาโดยทีมงานจากบริษัท OpenShot Studios ออกแบบมาเพื่อใช้เป็นโปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอ มีรูปแบบการใช้ที่หลากหลาย มีเครื่องมือครบครัน และสามารถใช้งานได้ง่าย ตัวโปรแกรมมีฟังก์ชั่นในการแทรกไฟล์เสียง (Audio files) เข้าไปในตัววิดีโอได้อย่างสะดวกรวดเร็ว พร้อมกับมีฟีเจอร์การ Preview เพื่อดูวิดีโอก่อนที่จะแก้ไขวิดีโอได้แบบ Real-Time สามารถส่งออกไฟล์เป็น 4K UHD 60fps ได้ โปรแกรม Openshot ยังสามารถตกแต่งแสงและสีของวิดีโอผ่านการใช้ Effect ที่มีให้เลือกมากมาย และยังสามารถใส่ตัวอักษรทั้งแบบธรรมดาและแบบสามมิติลงไปในวิดีโอได้ด้วย แต่มีข้อที่น่าสังเกตของเจ้าโปรแกรมตัวนี้ก็คือค่อนข้างที่จะมีอาการ Bug บ่อย ๆ แต่อย่างไรก็ตาม Openshot นั้นเป็นโปรแกรมประเภท Open Source จึงเปิดโอกาสให้เหล่าผู้พัฒนาโปรแกรมคนอื่น ๆ สามารถนำโปรแกรมนี้ไปพัฒนาต่อได้ ส่งผลให้ตัวโปรแกรมมีการอัพเดทอย่างต่อเนื่อง

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS, Linux

ใครที่สนใจดาวน์โหลด โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Openshot

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020

Cr: openshot


3. Shotcut

Shotcut เป็นโปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอ Open Source ที่ฟรี มีคุณสมบัติมากมายและใกล้เคียงกับโปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอระดับมืออาชีพ เหมาะมาก ๆ สำหรับใครที่อยากเริ่มต้นเรียนรู้การตัดต่อวิดีโอ หรือมือสมัครเล่นที่ต้องการตัดต่อวิดีโอให้ออกมาได้อย่างมืออาชีพ มาพร้อมเครื่องมือมากมายและครบครัน รองรับการแปลงไฟล์ ทั้งภาพ เสียง วิดีโอ ได้หลากหลาย โปรแกรมยังสามารถตัดต่อได้ตั้งแต่ไฟล์ได้ตั้งแต่ความละเอียดแบบ SD, HD, 2K และสูงสุดอย่าง 4K

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS, Linux

ใครที่สนใจดาวน์โหลด โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Shotcut

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020

Cr: shotcut


4. Davinci Resolve 16

โปรแกรม Davinci Resolve 16 เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่เหมาะกับทั้งมือใหม่และมืออาชีพ ที่กำลังมองหาโปรแกรมสำหรับแก้ไขสีของวีดีโอ ตัดต่อวิดีโอ ทำภาพยนตร์ หนังสั้น ฯลฯ โปรแกรมยังมาพร้อมเครื่องมือสำหรับ Color grading ที่ให้คุณภาพสูงระดับ 32-bit และสามารถแก้ไขสีสันเฉดต่าง ๆ ได้มากมาย แถมตัวโปรแกรมทำงานค่อนข้างไว แต่ในเวอร์ชันที่เปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้งานกันอย่างฟรี ๆ นั้น ในบางเครื่องมือก็จะถูกจำกัดไว้ หรือบางฟิลเตอร์ก็จะมีลายน้ำติดอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม โปรแกรม Davinci Resolve 16 ก็เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่ดีมีประสิทธิภาพและน่าใช้งาน

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS, Linux

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Blackmagicdesign

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020

Cr: blackmagicdesign


5. HitFilm Express

Hitfilm Express โปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอที่ฟรี มีครบเครื่องทั้งเรื่องตัดต่อ แก้ไข (Editor) และการใส่ VFX (Visual Effects) ทั้งแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ ลงบนวิดีโอประเภทต่าง ๆ โปรแกรมนี้ถูกพัฒนาโดยทีมผู้พัฒนา FXhome ที่เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถดาวน์โหลดกันได้แบบฟรี ๆ แต่มีการจำกัดบางฟีเจอร์ไว้ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อการทำงานโดยรวมแต่อย่างใด รูปแบบหน้าตาการใช้งานของโปรแกรมนี้นั้นดูเรียบหรู เข้าใจง่าย มีการจัดเรียงเครื่องมือต่าง ๆ ไว้อย่างเป็นระเบียบ ฟังก์ชันหลัก ๆ ที่อยู่ในเวอร์ชันฟรีนั้นก็ได้แก่ การครอบวิดีโอ, รวมวิดีโอ, เพิ่มเพลง, เพิ่ม Transition/Credit, เพิ่มมาสก์ (Mask), เพิ่มเอฟเฟคท์ (Effect) ที่เราสามารถสร้างเองก็ได้, และปรับสีของวิดีโอได้ตามต้องการ

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: HitFilm Express

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020

Cr: fxhome


6. Videopad

Videopad เป็นโปรแกรมมสำหรับการตัดต่อวิดีโอที่เหมาะมาก ๆ สำหรับมือใหม่ ตัวโปรแกรมมีการสอนการตัดต่อให้กับผู้เริ่มต้นฟรีด้วย ตัวโปรแกรมถูกออกแบบมาให้เน้นการใช้งานง่ายเป็นหลัก เน้นการใช้หลักการลากแล้ววาง (Drag-and-Drop) มาพร้อมกับ Effect ไม่ว่าจะเป็นการสลับหน้าจอ, เปลี่ยนฉาก (Transition Effects) และลูกเล่นอื่น ๆ กว่า 50 แบบให้ได้เลือกใช้งาน นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์การปรับความช้า-เร็วของวิดีโอได้ด้วย เผื่อให้งานที่ออกมานั้นมีความเป็นมืออาชีพมากที่สุด นอกจากนี้ยังรอบรับไฟล์ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น avi, mpeg, wmv, divX, Xvid, mpeg, mp4, mov, gif, jpg, png, tif ฯลฯ

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Videopad

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020

Cr: nchsoftware


7. Movavi Video Editor

โปรแกรม Movavi Video Editor มีเครื่องมือการใช้งานที่จำเป็นทุกอย่างสำหรับการตัดต่อไฟล์มัลติมีเดีย มีเครื่องมือสำหรับการสร้างวิดีโอที่สวยงาม มีความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพในการแสดงผลกราฟฟิกทั้ง AMD และ NVIDIA ในระหว่างการเรนเดอร์วิดีโอ มีเครื่องมือการประมวลไฟล์เสียงที่ดีโดยผู้ใช้สามารถเพิ่ม Soundtrack, เสียงจากไมโครโฟน หรืออุปกรณ์ดนตรีต่าง ๆ ลงไปในวิดีโอได้ นอกจากนี้เครื่องมือยังมีความเรียบง่าย แม้ว่าจะเป็นมือใหม่ก็สามารถใช้งานได้สบาย

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Movavi Video Editor

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020

Cr: movavi


8. VSDC Free Video Editor

VSDC เป็นโปรแกรมตัดต่อวีดีโอแบบ non-linear ที่สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานได้ฟรี ใช้งานง่าย รองรับไฟล์หลากหลาย มีเครื่องมือให้ใช้มากมายและครบกันไม่ว่าจะเป็น ความสามารถใส่เอฟเฟค (Effect) ให้กับไฟล์ Video หรือไฟล์ Audio เช่น Color Correction, Object Transformation, Object Filters, Transition Effects ฯลฯ โปรแกรมยังสนับสนุนการตัดต่อวิดีโอแบบ HD ในระดับ 30fps และ 1080p ซึ่งให้ความคมชัดสูงสุด สามารถสร้างภาพเคลื่อนไหวเป็นวิดีโอในรูปแบบวัตถุเคลื่อนไหว (Animated Object) ได้จากภาพนิ่งที่มีอยู่ในเครื่อง ทั้งนี้ VSDC จึงถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีมาก ๆ สำหรับโปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอในปัจจุบัน

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: VSDC

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020

Cr: videosoftdev


9. Kdenlive

โปรแกรม Kdenlive (โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ KDE แบบ Non-Linear) สามารถสร้างผลงานด้านวิดีโอได้ตั้งแต่ระดับเบสิคไปจนถึงระดับมืออาชีพ รองรับการใช้งานร่วมกับไฟล์มัลติมีเดียได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ไฟล์วิดีโอ (Video Files) ไฟล์เสียง (Audio Files) หรือ ไฟล์รูปภาพ (Image Files) โปรแกรมมีเอฟเฟคสำหรับแต่งวิดีโอและเสียงให้เลือกมากมาย ทั้งยังสามารถย้าย, บล็อก, และเปิดหรือปิดไฟล์ที่ต้องการได้ และที่สำคัญผู้ใช้สามารถ import ไฟล์วิดีโอและไฟล์เสียงได้เกือบทุกประเภทโดยไม่ต้องแปลงไฟล์ก่อน

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS, Linux

ใครที่สนใจดาวน์โหลด โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Kdenlive

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020

Cr: kdenlive


10. Adobe Premiere Pro

โปรแกรมสำหรับตัดต่อวิดีโอที่เรียกได้ว่ายอดฮิต ยอดนิยม และเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงมืออาชีพ เพราะโปรแกรม Adobe Premiere Pro สามารถรองรับการตัดต่อที่มีความละเอียดต่ำไปจนถึงความละเอียดสูง ไฟล์ขนาดเล็กไปจนถึงไฟล์ขนาดใหญ่ รวมไปถึงไฟล์วิดีโอความละเอียด 4K, 5K และ 6K เลยทีเดียว แถมยังใช้งานร่วมกันกับโปรแกรมอื่น ๆ ในตระกูล Adobe ไม่ว่าจะเป็น Photoshop, Illustrator, After effect ฯลฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย 

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Adobe Premiere Pro

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020

Cr: blog.adobe


11. Windows Video Editor (Windows Movie Maker)

โปรแกรมติดเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการ Windows ที่มีชื่อเดิมที่คุ้นหูกันว่า Windows Movie Maker นั่นเอง ข้อดีของโปรแกรมนี้ก็คือเราไม่ต้องไปหาดาวน์โหลดเพิ่มเลยเพราะจะมีติดเครื่องมาอยู่แล้ว และที่สำคัญใช้งานง่ายแหละเหมาะกับมือใหม่มาก ๆ และก็มีข้อสังเกตอยู่เหมือนกันตรงนี้โปรแกรมนี้รองรับไฟล์ได้ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับโปรแกรมตัดต่อวิดีโอเฉพาะทางอื่น ๆ แต่สำหรับใครที่ต้องการนำวิดีโอมาใส่เพลง ใส่เอฟเฟค ในแบบที่ใช้งานง่าย ๆ โปรแกรมตัดต่อวิดีโอตัวนี้ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดีมาก ๆ เลยทีเดียว

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020


12. Vegas Pro

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอตัวนี้จะเน้นไปที่การตัดต่อวิดีโอระดับมืออาชีพและความละเอียดสูง รองรับไฟล์หลากหลายรูปแบบ เหมาะกับงานหลากหลายไม่ว่า่จะเป็น ตัดต่อหนังสั้นไปจนถึงทำงานระดับโปรดักซ์ชันโฆษณา ภาพยนตร์ หรือสื่อบันเทิงอื่น ๆ ตัวโปรแกรมมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากมาย เช่น Motion tracking, World-class Video Stabilization (ปรับภาพสั่นให้นิ่งได้), HLG HDR Support (ปรับแต่งแสงละสีให้ดูสดใส) เป็นต้น รองรับการตัดต่อไฟล์หลายคุณภาพตั้งแต่ SD, HD, 2K, 4K ไปจนถึง 8K

โปรแกรม Vegas Pro เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอระดับมืออาชีพที่ต้องซื้อมาใช้งาน แต่กระนั้นก็มีเวอร์ชันฟรีให้ทดลองใช้ได้ 30 วัน

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Vegas Pro Free Trial

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020

Cr: vegascreativesoftware


13. VideoStudio Pro

VideoStudio Pro ตัวนี้เป็นโปรแกรมที่เอาไว้ใช้ในการตัดต่อวิดีโอ คลิปวิดีโอต่าง ๆ ที่สามารถทำได้ง่ายและรวดเร็ว มีเครื่องมือให้เลือกใช้งานมากมาย รองรับวิดีโอระดับ Ultra HD และล่าสุด 4K สามารถ export วิดีโอเป็นไฟล์ได้หลากหลายนามสกุล เช่น ไฟล์ AVI, ไฟล์ MPEG-2, ไฟล์ MPEG-4, ไฟล์ WebM, ไฟล์ WMA, HTML5 เป็นต้น

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows

โปรแกรม VideoStudio เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่ต้องซื้อมาใช้งาน แต่กระนั้นก็มีเวอร์ชันฟรีให้ทดลองใช้ได้ 30 วัน

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: VideoStudio Free Trial

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020

Cr: videostudiopro


14. Wondershare Filmora

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่มาจากผู้พัฒนา Wondershare มีฟีเจอร์ให้ใช้งานหลากหลายและครบครัน ไม่ว่าจะเป็นด้านการตัดต่อ การใส่เอฟเฟค ใส่ตัวอักษร หรือปรับแต่งเสียง หน้าตาการใช้งานของโปรแกรมได้รับการออกแบบมาให้มีความสวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อย รองรับไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงสุด 4K และยังรองรับไฟล์ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นไฟล์วิดีโอ ไฟล์เสียง และไฟล์รูปภาพ เช่น MP4, AVI, FLV, MKV, MOV, MEPG,MP3, WMV, M4A, JPG, BMP, GIF, JFIF ฯลฯ

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows, macOS

ข้อสังเกต: ในเวอร์ชันฟรีนั้นการ export วิดีโออาจมีลายน้ำ ถ้าใครที่ไม่ต้องการลายน้ำก็จะต้องซื้อโปรแกรมตัวเต็มมาใช้งาน

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Wondershare Filmora Free Trial

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020

Cr: filmora.wondershare


15. PhotoStage

โปรแกรมที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยทีมงานผู้พัฒนาโปรแกรมจาก NCH Software ประเทศสหรัฐอเมริกา โปรแกรม PhotoStage ตัวนี้เป็นโปรแกรมตัดต่อวิดีโอที่ให้ผู้ใช้สามารถสร้าง Slideshow จากภาพวิดีโอหรือจากภาพนิ่งที่มาจากกล้องถ่ายรูปได้ และสามารถใส่เพลงประกอบได้ด้วย ทั้งยังมีเอฟเฟคและลูกเล่นมากมายให้เลือกใช้งาน หน้าตาของโปรแกรมก็ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน แม้จะเป็นมือใหม่ก็ไม่ต้องกังวล โปรแกรมรองรับไฟล์ในระดับความคมชัดสูงสุด Full HD (720p และ 1080p)

รองรับระบบปฏิบัติการ: Windows

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่: Photostage

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ อัพเดต 2020

Cr: nchsoftware


และทั้งหมดนี้คือโปรแกรมสำหรับการตัดต่อวิดีโอที่สามารถดาวน์โหลดไปใช้งานกันได้ฟรี และมีฟังก์ชันการใช้งานที่ดี ประสิทธิภาพการตัดต่องานวิดีโอก็ทำได้เยี่ยม แม้จะเป็นมือใหม่หัดใช้ก็สามารถใช้ได้ไม่ยากจนเกินไป ทั้งนี้ทั้งนั้น สำหรับโปรแกรมตัดต่อวิดีโอบางตัวที่ต้องจ่ายเงินเพื่อให้ได้ฟังก์ชันที่ครบครันนั้น ทีมงานเองมีความคิดเห็นว่า คงจะคุ้มค่าไม่น้อยหากเรายอมเสียเงินไปเพื่อคุณภาพงานที่ดีเยี่ยมและเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งกว่า

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: Thaiware

อ่านบทความเพิ่มเติม/บทความที่เกี่ยวข้อง

from:https://notebookspec.com/web/550891-video-editor-free-programs-2020

วางรากฐานดิจิทัลด้วย Infor LN – ซอฟต์แวร์ ERP ที่ถูกออกแบบมาเพื่อธุรกิจโรงงานโดยเฉพาะ by ProSoft Co.,Ltd.

ระบบ ERP คือสิ่งที่องค์กรมักจะนึกถึงเป็นอย่างแรกๆในการทำ Digital Transformation ระบบ ERP สมัยใหม่นั้นไม่เพียงแต่จะต้องจัดการกระบวนการทำงานได้เป็นอย่างดี แต่ยังต้องเปิดกว้างต่อการพัฒนานวัตกรรม มีโครงสร้างรองรับการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีใหม่ในอนาคต และมั่นคงพอที่ธุรกิจจะต่อยอดใช้ในระยะยาวได้ ProSoft เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการที่มีซอฟต์แวร์ ERP ที่มีความสมดุลระหว่างความสามารถในการบริหารการดำเนินงาน ความเข้าใจในอุตสาหกรรม และการปูโครงสร้างเพื่อรองรับเทคโนโลยีดิจิทัลในอนาคตได้ป็นอย่างดี

Infor เป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ ERP จากประเทศสหรัฐอเมริกาที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2002 ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา พวกเขาได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการให้บริการซอฟต์แวร์ธุรกิจแก่องค์กรทั่วโลก และมีการลงทุนและเข้าซื้อเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับอุตสาหกรรมหลายประเภท ส่งผลให้ Infor มีจุดแข็งในด้านความเข้าใจในธุรกิจ และผลิตภัณฑ์หลากหลายกว่า 170 รายการที่สามารถตอบโจทย์อุตสาหกรรมเฉพาะด้านได้อย่างลึกซึ้ง และเมื่อรวมกับซอฟต์แวร์ที่มุ่งเป้าไปที่การใช้งานที่ง่าย เป็นมิตรกับผู้ใช้ทุกๆคน ปัจจุบัน Infor จึงมีลูกค้ามากกว่า 67,000 องค์กรใน 175 ประเทศทั่วโลก 

หนึ่งในรูปแบบธุรกิจที่ Infor มีความเชี่ยวชาญมากเป็นพิเศษ คือธุรกิจที่มีโรงงานและการผลิต Infor มีซอฟต์แวร์ ERP ที่ชื่อว่า Infor LN ที่สามารถรองรับขั้นตอนต่างๆในธุรกิจการผลิตทุกรูปแบบได้อย่างครอบคลุม ดังที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้

Infor LN คืออะไร

Infor LN คือซอฟต์แวร์ ERP ครบวงจรสำหรับธุรกิจโรงงานและธุรกิจที่มีการผลิต เช่น อุตสาหกรรมการผลิต ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ อุตสาหกรรมไฮเทค ยานยนต์ และอากาศยาน โดยดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่า Infor มีความเชี่ยวชาญและเข้าใจในกระบวนการดำเนินงานของอุตสาหกรรมต่างๆเป็นอย่างดี และมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาซอฟต์แวร์ธุรกิจแบบเฉพาะทาง ฉะนั้นโซลูชัน Infor LN จึงสามารถตอบโจทย์ของธุรกิจการผลิตและโรงงานได้อย่างลึกซึ้ง ตรงจุด ไม่ว่าจะดำเนินการในรูปแบบใดก็ตาม 

Infor LN จะเข้ามาช่วยจัดการกับกระบวนการต่างๆของธุรกิจที่มีการผลิตตั้งแต่ต้นจนจบ โดยมีฟีเจอร์สำหรับจัดการตั้งแต่การเสนอราคา การขาย รับออเดอร์ วางแผนโครงการผลิต ออกแบบผลิตภัณฑ์  ติดต่อ Supply Chain Supplier ไปจนถึงการส่งสินค้า ครอบคลุมตลอด Supply Chain และการให้บริการซ่อมหลังการขาย โดย Infor LN มีให้บริการทั้งในรูปแบบ Cloud และ On-Premise 

ภายในโซลูชัน Infor LN จะประกอบไปด้วย Module หลัก 12 ส่วน ซึ่งคอยดูแลการทำงานในส่วนต่างๆของธุรกิจ ได้แก่

  • Common
  • CRM
  • Sales
  • Procurement
  • Manufacturing
  • Warehousing
  • Quality
  • Service
  • Project
  • Finance
  • Technology
Credit: Infor

และสำหรับการใช้งานในธุรกิจเฉพาะทางที่เจาะจงลงไป Infor LN ก็จะมีเครื่องมือที่เฉพาะเจาะจงกับอุตสาหกรรมนั้นๆเพิ่มเติมเข้ามา เช่น การ Configuration การผลิต, Kanban ในอุตสาหกรรมยานยนต์, หรือการจัดการกับคลังสินค้าตาม Vendor ในอุตสาหกรรมไฮเทค, การรองรับการอดิทจากรัฐบาลสำหรับอุตสาหกรรมอากาศยาน,และด้วยเครื่องมือ Specialized เหล่านี้เองที่ทำให้ Infor LN โดดเด่นและแตกต่างจากโซลูชัน ERP อื่นๆ

ประโยชน์ที่ธุรกิจจะได้รับจาก Infor LN คือประสิทธิภาพในการทำงานที่เพิ่มขึ้น ความแม่นยำในการตัดสินใจด้วยข้อมูล การเชื่อมต่อการทำงานของทั้งองค์กรไว้ด้วยกัน ทำให้สามารถร่วมงานระหว่างฝ่ายและใช้ข้อมูลร่วมกันได้ อีกทั้ง Infor LN ยังเป็นแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่าย สามารถใช้งานได้ทุกคนในองค์กร และสามารถเป็น Digital Core ให้กับองค์กรในอนาคตได้อย่างแท้จริง 

Manufacturing 

จุดแข็งที่สำคัญของ Infor LN คือการรองรับการจัดการกับการผลิตหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบ Make to Order (MTO), Make to Stock (MTS), Configure to Order (CTO), Assemble to Order (ATS), Engineer to Order (ETO) หรือรูปแบบอื่นๆก็ตาม 

การผลิตแตกต่างเหล่านี้มีวิธีการบริหาร Supply Chain ที่แตกต่างกัน อีกทั้งยังมีเป้าหมายของการดำเนินการที่แตกต่างกันด้วย เช่น การผลิต Make to Order นั้นเป็นการผลิตจำนวนสินค้าตามคำสั่งซื้อและจะเริ่มต้นเมื่อได้รับคำสั่งซื้อ ในการผลิต จะต้องสามารถผลิตให้ได้ตามกำหนดที่ได้รับ โดยมี Lead time ที่สั้นเป็นปัจจัยที่สำคัญในการแข่งขันในตลาด ซึ่ง Infor LN เข้าใจในธรรมชาติของการผลิตแต่ละรูปแบบเป็นอย่างดี และในหลายธุรกิจการผลิตก็มีรูปแบบการผลิตมากกว่าหนึ่งรูปแบบในองค์กร Infor LN จึงเป็นทางเลือกเพื่อให้รองรับการผลิตที่หลากหลายได้เป็นอย่างดี

Credit: Infor

Infor LN มีระบบรองรับตั้งแต่การจัดการกับ Bill of Materials, การทำ Routing ขั้นตอนต่างๆในการผลิต, การคาดการณ์ Demand, การวางแผนการผลิตและค่าใช้จ่าย, การสร้าง Production Order, Shop Floor Control สำหรับควบคุมการผลิต, ไปจนถึงการจัดการ Assembly Line และการตรวจสอบคุณภาพในการผลิต 

Credit: Infor
Credit: Infor

ระบบทั้งหมดในโมดูลการผลิตนี้จะทำงานเชื่อมต่อกันในระบบ ERP หลักที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบการเงิน ระบบบริหาร Supply Chain ระบบจัดการคลังสินค้า ระบบจัดซื้อ และระบบบริหารงาน Project ทำให้องค์กรสามารถควบคุมการทำงานการผลิตโดยเห็นข้อมูลภาพรวมจากทุกฝ่ายแบบ Real-time ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการเตรียมส่งออกไปถึงมือลูกค้า 

ด้วยการใช้ข้อมูลจริงจากทุกส่วนที่เกี่ยวข้องเข้ามาวิเคราะห์ รวมทั้งเทคโนโลยีอย่าง IoT ที่ช่วยให้มีข้อมูลแบบ Real-time และ Machine Learning ที่ช่วยในการทำนายค่าต่างๆ Infor LN จึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกระบวนการผลิต ลดข้อผิดพลาด ลดต้นทุนและความเสี่ยงที่ธุรกิจต้องเผชิญในกระบวนการผลิต

Service

Credit: Infor

หลังการผลิต Infor LN ก็รองรับการให้บริการหลังการขายเต็มรูปแบบ และเนื่องจาก Infor LN นั้นถูกออกแบบมาเพื่อธุรกิจการผลิตโดยเฉพาะ ฟีเจอร์บริการหลังการขายของ Infor LN จึงมีความเฉพาะเจาะจงและครอบคลุมกรณีต่างๆที่ธุรกิจการผลิตมักจะต้องเจอ ไม่ว่าจะเป็นการทำ Field Service, การรับของเข้ามาซ่อมเอง, การเคลมสินค้าโดย Supplier หรือการเคลมโดยลูกค้า โดยมีฟีเจอร์ที่สำคัญ ดังนี้ 

  • รับเรื่องบริการหลังการขาย
  • วางแผนเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในพื้นที่/ช่วงเวลาที่ว่าง
  • ประเมินค่าใช้จ่ายและสิ่งที่ต้องใช้ในการซ่อม
  • Quotation การซ่อมบำรุง  
  • การจ้าง Subcontract
  • Preventive Maintenance
  • ระบบ Inspection, จัดการ Warranty, Failure Analysis

Project

โมดูล Project ของ Infor LN นั้นถูกออกแบบมาให้กับงานร่วมกับกระบวนการทั้งหมดของระบบ ERP และรองรับการดำเนินธุรกิจแบบโครงการที่มีความซับซ้อนได้เป็นอย่างดี โดยมีความสามารถบริหารและจัดการโครงการ ลงรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจงสำหรับการขาย (การชำระเงินตามความสำเร็จของงาน หรืออื่นๆ), การผลิตแบบโครงการ, การบริการที่ครอบคลุมถึงการให้บริการในโครงการและหลังการขาย, การจัดซื้อตามโครงการ, การควบคุมค่าใช้จ่ายในแต่ละโครงการ, การบริหารคลังที่สอดคล้องกันในระบบโครงการ ซึ่งโมดูล Project นั้นจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ได้แก่

  • Estimative – ส่วนของการประเมินล่วงหน้า เช่น สโคปของงาน (สิ่งที่ต้องทำและการแบ่งงาน) งบประมาณค่าใช้จ่าย และแผนสำรอง
  • Bid – ใช้สำหรับการเตรียมการประมูลโครงการ การคิดราคา ข้อกำหนดการชำระ คู่แข่ง และการจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง
  • Project – ส่วนที่เป็นการจัดการโครงการโดยละเอียด การจัดการทรัพยากร การจัดการ Requirements การติดตามความคืบหน้า การดำเนินการของโครงการ 
  • Contract – ส่วนที่จัดการกับสัญญา ราคา ใบเสนอราคา ขั้นตอนการชำระเงิน และผลลัพธ์ของโครงการ เช่น รายได้ รายจ่าย และ Margin ที่ได้รับ 
Credit: Infor

ข้อมูลทั้งหมดที่จัดการผ่านโมดูล Project นี้จะมีการอัพเดทแบบ Real-time ทำให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบสถานะได้ตลอดเวลา ความโปร่งใสในทุกขั้นตอนเช่นนี้จะช่วยให้องค์กรสามารถรับรู้ถึงข้อผิดพลาดและความเสี่ยงได้อย่างรวดเร็ว แก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที อีกทั้งยังช่วยให้องค์กรได้รับทราบข้อมูลอย่างละเอียดครบถ้วนอีกด้วย 

Implementation Accelerators 

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจสำหรับ Infor LN คือ Implementation Accelerators ที่เปรียบเสมือนโซลูชันกึ่งสำเร็จรูปสำหรับแต่ละอุตสาหกรรม โดยการเลือกใช้Implementation Accelerators  มีข้อดีคือธุรกิจไม่ต้องปรับแต่งโซลูชันมากนัก มี Best Practice ของอุตสาหกรรมProcess ธุรกิจที่ถูกพัฒนาขึ้นจากความเชี่ยวชาญของ Infor ได้มีครบพร้อมให้ใช้งานทันที ทำให้การติดตั้งระบบ ERP มี Cost of ownership ที่ต่ำลง ลดความเสี่ยง ลดเวลาในการติดตั้ง และมีความแน่นอนในผลลัพธ์มากยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน Infor มี Implementation Accelerators สำหรับอุตสาหกรรมมากกว่า 10 ประเภท ได้แก่ อุตสาหกรรมผลิตอุปกรณ์ (Equipment) อุตสาหกรรมการแพทย์ อุตสาหกรรม Process Manufacturing อุตสาหกรรมการกระจายสินค้า อุตสาหกรรมอากาศยานและยุทโธปกรณ์

Mobile Application 

เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วทุกที่ ทุกเวลา Infor LN ก็ได้จัดเตรียมแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนไว้ให้ได้ใช้งาน โดยภายในแอปพลิเคชันจะประกอบไปด้วยข้อมูลและการควบคุมที่จำเป็นที่พนักงานจะสามารถเรียกใช้ในหน้าไซต์งานได้ทันที เช่น ในแอปพลิเคชันสำหรับงาน Service ก็จะมีฟีเจอร์อย่าง การตรวจสอบสถานะของการให้บริการ การตรวจสอบและควบคุมค่าใช้จ่าย และการจัดการกับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ เช่นการเซ็นต์แบบดิจิทัล หรือการอนุมัติเอกสาร 

Credit: Infor

ปัจจุบัน Infor LN เปิดให้บริการแอปพลิเคชันทั้งหมด 7 แอปพลิเคชันในส่วนงานต่างๆ ได้แก่ Service Requests, Call Requests, Hours Registration, Resource Assignments, Customer 360, Quality Inspections, และ Non-comfomance Reporting โดยมีแอปพลิเคชันที่รองรับทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS 

Infor OS 

เนื่องจากในปัจจุบันธุรกิจมีความต้องการใช้และพัฒนาเทคโนโลดิจิทัลเฉพาะองค์กรขึ้นมาใช้งานมากขึ้นเพิ่มเติมจากระบบ ERP ที่ใช้ในกระบวนการธุรกิจขั้นพื้นฐาน Infor จึงได้พัฒนา Infor OS ขึ้นเป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่จะเข้ามารองรับการสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิทัลใหม่ๆ โดย Infor OS จะทำหน้าที่ช่วยจัดการแอปพลิเคชันและข้อมูลทั้งหมดภายในระบบ Inofr LN ซึ่งจะช่วยให้การทำงาน การเข้าถึงเทคโนโลยีและข้อมูล และการกำหนดสิทธิ์และความปลอดภัยเป็นไปอย่างมีระบบ พนักงานในองค์กรสามารถเริ่มใช้งาน Infor OS นี้ผ่าน Social Business Homepage ได้อย่างรวดเร็ว โดย Infor OS มีส่วนประกอบทั้งหมด 8 ส่วน ได้แก่ 

  1. Infor Ming.le ระบบที่รวบรวม Workflow และเครื่องมือการสื่อสารของพนักงานในองค์กรเอาไว้ในที่เดียว ช่วยในการติดต่อ ประสานงาน และทำงานร่วมกันภายในองค์กร
  2. ION – Middleware สำหรับการทำ Integration ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อระหว่างแอปพลิเคชันของ Infor กับแอปพลิเคชันอื่นๆ หรือการเชื่อมระหว่างแอปภายใน Infor ด้วยกัน โดยมีความสามารถในการจัดทำ Workflow และ Alert เพื่อเฝ้าระวังและดูแลระบบแบบ Real-time ด้วย
  3. IDM – ระบบจัดการเอกสารกลางขององค์กร ที่ผู้ดูแลสามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงสำหรับผู้ใช้แต่ละรายได้
  4. Infor BI – ระบบ Business Intelligence ที่จะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลของธุรกิจ โดยมีเครื่องมือสำหรับเชื่อมต่อข้อมูลจากหลายแหล่งข้อมูลทั้งภายในและภายนอก รวมถึงเครื่องมือการวิเคราะห์ข้อมูลชั้นสูงที่จะช่วยธุรกิจสร้างวัฒนธรรม Data-driven ภายในองค์กร
  5. Homepages – ระบบจัดทำหน้า Homepage ส่วนตัวของผู้ใช้ เพื่อให้ผู้ใช้แต่ละคนสามารถเลือกแอปพลิเคชันหรือโมดูลที่ใช้งานบ่อยมาไว้ในหน้าแรกของตัวเองได้
  6. User Management – ระบบจัดการการยืนยันตัวตนและกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงแอปพลิเคชันและข้อมูลในส่วนต่างๆของแต่ละบุคคล
  7. Infor ION BV – คลังเก็บข้อมูลระยะยาวที่มุ่งเน้นไปที่ความปลอดภัยและมั่นคง โดยผู้ใช้สามารถเรียกใช้ข้อมูลในส่วนนี้ออกไปวิเคราะห์หรือจัดทำรายงานได้
  8. Infor Enterprise Search – ระบบค้นหาข้อมูลภายในองค์กรจากข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่ เพื่อความรวดเร็วในการเข้าถึงข้อมูลและนำไปใช้งาน 

Technology

โซลูชันของ Infor นั้นมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้รองรับการทำงานในอนาคต และใน Infor LN ก็ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพอยู่เสมอ เช่น ระบบ Analytics ที่ทำงานร่วมกับหลายๆ Module ในแพลตฟอร์ม การนำ Machine Learning เข้ามาช่วยทำนายและแนะนำแนวทาง, เทคโนโลยี Automation, เทคโนโลยีการประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก, IoT, แนวคิดการจัดการโรงงานรูปแบบที่เหมาะสมกับอุตสาหกรรมสมัยใหม่, และอื่นๆอีกมากมาย 

นอกจานี้ Infor LN ยังมี Infor OS ที่เข้ามาช่วยเพิ่มความความสามารถในการเชื่อมต่อกับระบบและแอปพลิเคชันอื่นๆ และช่วยจัดการการใช้งานระบบ ERP ให้สะดวก และง่ายกับผู้ใช้ ทำให้ธุรกิจได้ประโยชน์อย่างเต็มที่จาก Infor LN อีกทั้งยังสามารถเปิดรับเทคโนโลยีจากภายนอกเข้ามาใช้งานโดยไม่ถูกจำกัดว่าต้องใช้เทคโนโลยีของ Infor เพียงเท่านั้น 

Infor LN พร้อมแล้วที่จะพาธุรกิจการผลิตเข้าสู่เส้นทาง Digital Transformation

การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้งานในธุรกิจนั้นไม่มีคำตอบที่ตายตัวถูกต้องที่สุด สิ่งที่สำคัญคือธุรกิจจะต้องประเมินปัญหา ความต้องการ และความเหมาะสมกับการดำเนินการของธุรกิจเอง ทั้งในแง่การใช้งานแบบ Out of the box การปรับแต่ง Customize หรือเพิ่มแอปพลิเคชันอื่นๆเพื่อให้การดำเนินการขององค์กรเป็นไปได้เต็มประสิทธิภาพ และการรองรับการดำเนินการในอนาคต

ด้วยพื้นฐานการพัฒนาขึ้นมาจากประสบการณ์ ความเข้าใจในธุรกิจ และเทคโนโลยีเพื่อธุรกิจเฉพาะด้านที่แท้จริง ผนวกกับเครื่องมือที่รองรับกระบวนการทำงานครบครัน ความสามารถในการนำข้อมูลมาใช้ และการผสานเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาช่วย ในซอฟต์แวร์ได้รับการออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ดูแลง่าย และมีความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ทำให้Infor LN เป็นตัวเลือกซอฟต์แวร์ ERP ที่โดดเด่นสำหรับธุรกิจการผลิตและโรงงานทั้งสำหรับปัจจุบัน และอนาคต 

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมของ Infor LN ได้ที่หน้าเว็บไซต์ https://www.infor.com/solutions/erp/ln หรือติดต่อทีมงาน Prosoft ที่คุณสุพินดา เชื้อสัตตบงกช โทร. 02-541 4501-10 EXT. 1303 หรือ 095-363-2644 และอีเมล์ supinda@proline.co.th

เกี่ยวกับ Prosoft 

Prosoft เป็นผู้ให้บริการด้าน IT ในประเทศไทยที่มีประสบการณ์ในการติดตั้งระบบบริหารองค์กรให้กับธุรกิจไทยในอุตสาหกรรมการผลิต และอุตสาหกรรมซื้อมาขายไปมามากกว่า 30 ปี ทีมงานของ Prosoft  เป็นทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญการติดตั้งระบบ ERP และ WMS ด้วยซอฟต์แวร์ชั้นนำได้มาตราฐานจาก Infor ทั้งด้านการผลิต การจัดซื้อ การจัดจำหน่าย การเงิน การบัญชี การจัดการคลังสินค้า การซ่อมบำรุง และการบริหารโครงการ

from:https://www.techtalkthai.com/prosoft-infor-ln-manufacturing-factory-erp/

PHP 8.0 ออกแล้ว เพิ่มความสามารถใหม่มากมาย พร้อมปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงานให้ดีขึ้น

ทีมพัฒนา PHP ได้ออกมาประกาศเปิดตัว PHP 8.0 ซึ่งเป็น Major Update ล่าสุดอย่างเป็นทางการ โดยมีการเพิ่มความสามารถใหม่ๆ ที่น่าสนใจและการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบให้สูงยิ่งขึ้นหลากหลายวิธี เช่น

Credit: PHP
  • Named Argument เลือกระบุเฉพาะตัวที่เป็น Required ได้, ไม่ต้องเรียงลำดับ และเสริม Self-Documented เข้าไป
  • Union Type ประกาศ Union Type ได้โดยตรงเลยแทนการใช้ PHPDoc Annotation และจะถูกตรวจสอบที่ Runtime ทำให้โค้ดสั้นลง เป้นระเบียบมากขึ้น
  • Attribute เปลี่ยนจากการใช้ PHPDoc Annotation มาเป็นการใช้ Structured Metadata ด้วย Native Syntax แทน
  • Constructor Property Promotion ช่วยให้โค้ดสั้นลงและอ่านง่ายขึ้น
  • Match Expression ปรับการ Match ใหม่ให้คล้ายกับ Switch โดยอยู่ในรูปของ Expression และสามารถนำผลลัพธ์ไปใส่ในตัวแปรหรือ Return ได้ ทำให้โค้ดกระชับยิ่งขึ้น
  • Nullsafe Operator ช่วยให้เขียนโค้ดให้ตรวจสอบค่า null ได้สั้นลงมากๆ
  • JIT มี JIT Compilation Engine 2 ตัว โดย Tracing JIT จะทำงานได้เร็วกว่า Function JIT 1.5-3 เท่าแล้วแต่กรณีการใช้งาน โดยสำหรับ Application ทั่วๆ ไปความเร็วก็จะใกล้เคียงกับ PHP 7.4
  • ปรับปรุงการทำ Type System และ Error Handling
  • มี Class, Interface, Function ใหม่ๆ เพิ่มเติม
  • และความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลของ PHP 8 และใช้งานได้ทันทีที่ https://www.php.net/releases/8.0/en.php

from:https://www.techtalkthai.com/php-8-0-is-released/

[Guest Post] FlowAccount เปิดตัว AutoKey ผสานเทคโนโลยีสแกนบิล พร้อมทำบัญชีค่าใช้จ่าย และเก็บไฟล์เอกสารในที่เดียว

FlowAccount ผู้นำด้านโปรแกรมบัญชีออนไลน์ เปิดตัว AutoKey เว็บแอปพลิเคชันล่าสุดที่นำเทคโนโลยีสแกนเอกสารมาพัฒนาเป็นระบบสแกนบิลและใบเสร็จเพื่อการทำบัญชี และจัดเก็บไฟล์เอกสารไว้ในระบบคลาวด์ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของผู้ประกอบการและนักบัญชีที่ใช้ FlowAccount โดยเฉพาะ

AutoKey ช่วยให้ทำบัญชีค่าใช้จ่ายของธุรกิจได้ง่ายดายกว่าเดิม เพียงอัพโหลดบิลและใบเสร็จ เทคโนโลยี OCR (Optical Character Recognition) จะเริ่มสแกนข้อมูลจากภาพเอกสารแล้วแปลงเป็นข้อมูลและตัวเลขที่รอบันทึกรายการค่าใช้จ่าย ให้นักบัญชีตรวจสอบข้อมูลให้เรียบร้อย เลือกหมวดหมู่ประเภทค่าใช้จ่ายที่ต้องการ แล้วกดบันทึก ระบบจะนำรายการไปลงบัญชีใน FlowAccount และเก็บไฟล์เอกสารต้นฉบับไว้ในระบบได้เลยที่เดียว ทำให้บันทึกค่าใช้จ่ายได้ทุกที่ที่ต้องการ โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมใดๆ  

 

ผสานระบบสแกนบิลและระบบบัญชี

“ก่อนหน้านี้เรามี FlowAccount โปรแกรมบัญชี และ FlowPayroll โปรแกรมเงินเดือน ที่ช่วยให้สามารถออกเอกสารธุรกิจทางออนไลน์ได้ แต่ในส่วนค่าใช้จ่ายนั้น ผู้ประกอบการมักจะได้เป็นบิลกระดาษจากคู่ค้ามา แล้วส่งต่อให้นักบัญชีมาทำบัญชีอีกทอดหนึ่ง ซึ่งบางทีก็ส่งเอกสารมาเป็นตั้งๆ หรือส่งมาไม่ครบ เราจึงสร้าง AutoKey มาเพื่อให้ทำค่าใช้จ่ายทางระบบคลาวด์ได้” คุณกฤษฎา ชุตินธร ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท โฟลว์แอคเคาท์ จำกัด เล่า “และเรายังคงการเป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้งานง่าย เพียงให้ผู้ประกอบการใช้มือถือถ่ายรูปบิล แล้วอัพโหลดลง AutoKey นักบัญชีก็สามารถเข้ามาจัดการข้อมูลได้เลยในระบบเดียวกัน และยังดูประวัติการทำค่าใช้จ่ายได้ เป็นการช่วยลดปัญหาการตามหาเอกสาร และให้ทำบัญชีได้ทุกที่”

ดูวิดีโอแนะนำ AutoKey https://youtu.be/fPSLaFX3HhE

 

นวัตกรรมที่เปลี่ยนวิธีการทำบัญชี

  • เป็นสื่อกลางให้ผู้ประกอบการส่งบิลหานักบัญชีสะดวก เพียงใช้มือถือ หรือเครื่องสแกนเอกสาร ก็ส่งเอกสารหานักบัญชีได้
  • นักบัญชีทำงานร่วมกับผู้ประกอบการได้ในระบบเดียวกัน ตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูลได้ทุกเมื่อ โดยไม่ต้องรอเอกสารตัวจริง
  • AutoKey รองรับการอัพโหลดเอกสารได้จำนวนมาก ช่วยนักบัญชีหรือแอดมินใช้เวลาคีย์เอกสารน้อยลง ปิดบัญชีได้อย่างรวดเร็ว  
  • เปิดโอกาสให้นักบัญชีสามารถรับงานลูกค้าที่อยู่ไกลหรือผู้ประกอบการในต่างจังหวัดได้

 

 

 

ชุมชนสำนักงานบัญชีดิจิทัล

สำนักงานบัญชีพาร์ตเนอร์ FlowAccount เป็นอีกหนึ่งบริการใหม่จาก FlowAccount ที่จะช่วยให้นักบัญชีเข้าถึงเครื่องมือออนไลน์ง่ายดายมากขึ้น โดยสามารถเริ่มต้นเป็นพาร์ตเนอร์ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย นักบัญชีจะได้เข้าร่วมอบรมวิธีการใช้โปรแกรมทั้งสามของ FlowAccount ในการให้บริการผู้ประกอบการ พร้อมเข้าร่วมกลุ่มสำหรับแลกเปลี่ยนข่าวสารและความรู้การทำบัญชีดิจิทัล รวมถึงช่วยแนะนำผู้ประกอบการที่กำลังมองหานักบัญชีที่เข้าใจการทำบัญชีออนไลน์

“เมื่อดูสถานการณ์ในรอบปีที่ผ่านมา แนวโน้มของผู้ประกอบการและนักบัญชีมีความต้องการใช้เครื่องมือออนไลน์เพื่อการทำธุรกิจอย่างก้าวกระโดด โดยปัจจุบัน FlowAccount มีลูกค้ากว่า 40,000 ราย ที่เปิดบิลออนไลน์แล้วกว่า 2.27 แสนล้านบาท ในระบบ สะท้อนให้เห็นว่า SMEs ได้หันมาทำธุรกิจออนไลน์แล้วอย่างเต็มตัว และมีความต้องการระบบเอกสารธุรกิจที่ทำได้อย่างรวดเร็วมากขึ้นด้วย

“การเป็นพาร์ตเนอร์กับ FlowAccount ทำให้นักบัญชีได้เข้าถึงเครื่องมือบริหารธุรกิจออนไลน์อย่างครบครันในต้นทุนต่ำ และกลุ่มลูกค้าของเรายังเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่สนใจใช้เทคโนโลยีเป็นพื้นฐาน และต้องการความคล่องตัวในการทำบัญชี ซึ่งขณะนี้ก็มีสำนักงานบัญชีทั่วประเทศที่ให้ความสนใจใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ FlowAccount และโปรแกรมอื่นๆ ของเราอย่างต่อเนื่อง โดยมีสำนักงานบัญชีที่สนใจเข้าร่วมเป็นพาร์ตเนอร์กับเราแล้วกว่า 200 แห่ง”

 

ทางเลือกใหม่ในการทำบัญชี ด้วยโซลูชั่นจาก FlowAccount 

สำหรับโปรแกรมบัญชี FlowAccount ในปีที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับบริษัทชั้นนำเพื่อพัฒนาฟังก์ชั่นใหม่ๆ ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการทำธุรกิจได้อย่างสะดวกสบาย อาทิ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ ในการร่วมพัฒนาเทมเพลตไฟล์จ่ายเงินเดือน เพื่อใช้ส่งข้อมูลเงินเดือนให้ธนาคาร หรือการเชื่อมต่อระบบบัญชีเข้ากับระบบช้อปปิ้งออนไลน์ Lazada เพื่อให้ออกบิลใบเสร็จใน FlowAccount เมื่อลูกค้ากดสั่งซื้อของได้เลย 

นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชั่นด้านบัญชีใหม่ๆ ที่ทีมงานพัฒนาขึ้นเพื่อให้ตอบโจทย์การทำงานของนักบัญชีมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น การจัดการรายการภาษีซื้อ-ภาษีขาย การจัดการสินทรัพย์และค่าเสื่อมราคา เพื่อให้ทั้งเจ้าของธุรกิจและนักบัญชีได้มีเครื่องมือบริหารธุรกิจใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์การทำธุรกิจ SMEs ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด

ลูกค้าที่สนใจใช้ AutoKey สามารถเริ่มต้นใช้งานได้ฟรี 30 วัน ที่เว็บไซต์โปรแกรมบัญชี ออนไลน์ www.flowaccount.com ในแพ็กเกจสุดคุ้ม

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงานได้ที่ 02-026-8989

 

from:https://www.techtalkthai.com/guest-post-flowaccount-autokey/

Apple ประกาศลดค่า App Store Fee ให้นักพัฒนาที่มีรายรับไม่เกิน 1 ล้านเหรียญบน App Store

Apple ได้ออกมาประกาศเปิดโครงการ App Store Small Business Program ที่จะช่วยลดค่า Commission บน App Store สำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่มีรายรับไม่เกิน 1 ล้านเหรียญต่อปีหรือราวๆ 30 ล้านบาทให้เหลือเพียง 15% เท่านั้น จากเดิมที่เคยเก็บอยู่ที่ 30%

Credit: Apple

โครงการนี้จะเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2021 เป็นต้นไป โดย Commission 15% นี้จะสามารถใช้ได้กับทั้งรายรับที่เกิดจากการซื้อ App, การทำ In-App Purchase และ ค่า Subscription โดยเมื่อมีรายรับกลับไปแตะถึง 1 ล้านเหรียญ ทาง Apple ก็จะพิจารณาปรับ Commission กลับไปที่ 30% อีกครั้งหนึ่ง

ในมุมของ Apple นั้น ธุรกิจขนาดเล็กถือเป็นกำลังสำคัญของโครงสร้างเศรษฐกิจทั่วโลก และโครงการนี้ของ Apple ก็ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยธุรกิจกลุ่มนี้โดยเฉพาะ

ปัจจุบันนี้มีนักพัฒนามากกว่า 28 ล้านรายจาก 227 ประเทศทั่วโลกที่พัฒนา App ส่งไปยัง App Store และมี App รวมกันกว่า 1.8 ล้าน App ทั่วโลก ซึ่ง Apple ระบุว่าโครงการนี้จะส่งผลกระทบต่อนักพัฒนาส่วนใหญ่ภายใน Ecosystem ดังกล่าว

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://www.apple.com/newsroom/2020/11/apple-announces-app-store-small-business-program/

ที่มา: https://www.macrumors.com/2020/11/18/apple-drops-app-store-fees/

from:https://www.techtalkthai.com/apple-announces-app-store-small-business-program/

[Guest Post] SAP Business One & Cero Production

ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างมาก ทุกคนติดต่อสื่อสารและทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านระบบออนไลน์ นอกจากนั้น วิกฤต COVID-19 ที่เกิดขึ้น ก็เป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้วิถีในการดำเนินชีวิต ถูกบีบให้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วด้วยความจำเป็นต้องรักษาระยะห่าง หรือ Social Distancing การทำงานหลายภาคส่วน ต้องหยุดชะงัก Technology ถูกนำเข้ามาแก้ปัญหาดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ทำให้หลายกิจการยังสามารถดำเนินต่อไปได้ หรือ ได้รับผลกระทบน้อยลง หลังจากนี้การทำงาน หรือสั่งการระยะไกล จะมีความจำเป็นอย่างมาก จนแทบจะปฎิเสธไม่ได้เลยว่า เทคโนโลยีกลายเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตประจำวันของคนในสังคมมากขึ้นเรื่อยๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อุตสาหกรรมการผลิตก็เช่นกัน เทคโนโลยีถูกนำเข้ามาใช้ในทุกกระบวนการผลิตข้อมูล Data ต่างๆ ถูกจัดเก็บ ในระบบคอมพิวเตอร์ หรือรูปแบบของ Digital สามารถนำไปประมวลผล และวิเคราะห์ โดยเฉพาะข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินกิจการต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้ระบบคลาวด์ Cloud Computing มาช่วยอำนวยความสะดวก จัดเก็บข้อมูล ทำให้สามารถพัฒนา Application จำนวนมากมาใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านี้ สามารถติดต่อสื่อสาร และสั่งการ ให้ทำงานได้อย่างอัตโนมัติโดยไม่ต้องกดสวิตซ์ที่เครื่องจักร รวมไปถึงการนำข้อมูลไปสั่งการเครื่องจักร ให้ทำงานอัตโนมัติ

ทาง SiS เป็นผู้จำหน่าย SAP Business One ได้มีการร่วมมือกับ Move On เพื่อนำเสนอ Cero Software ซึ่งเป็น Software Production ที่สามารถวางแผนการผลิต ผลิตสินค้า ตรวจสอบคุณภาพ และจัดเก็บ ตามมาตรฐานที่บริษัทแต่ละที่กำหนด ใช้งานง่ายและสะดวก เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และสะดวกในการใช้งานทั้งระบบ ERP และ Production

“Cero” ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะยกระดับการผลิตของคุณ ให้ก้าวสู่ยุค Industry 4.0 ซอฟต์แวร์บริหารจัดการการผลิต ตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง ของการผลิต เช่น การผลิตสินค้าในอดีตต้องมีเจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องจักรประจำที่เครื่องจักร เพื่อตรวจสอบการทำงานของเครื่องจักร และสินค้าที่ผลิต แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีมีการพัฒนามากขึ้น ดังนั้นเครื่องจักรในการผลิตสมัยใหม่ สามารถบอกถึงสถานะการทำงานต่างๆได้ เช่น เวลาเดินเครื่องจักร จำนวนสินค้าดีที่ผลิตได้ จำนวนของเสียที่ผลิตได้ รวมถึงระยะเวลาในการทำงานของเครื่องจักร เวลาในการซ่อมบำรุง โดยข้อมูลในส่วนนี้สามารถเชื่อมต่อกับระบบ SAP Business One ผ่าน API ตามมาตรฐานของ SAP ที่เป็นผู้กำหนด รูปแบบการเชื่อมต่อ และ เปิดกว้างให้นักพัฒนาสามารถต่อยอดความสามารถของระบบให้เก่งยิ่งขึ้น

SAP Business One และ Cero ทำงานเชื่อมกัน ผ่าน API เหมือนเป็นโปรแกรมเดียวกัน

ใช้ Cero แล้วดีอย่างไร ?

1. Security เพิ่มความปลอดภัยของข้อมูล

  • ข้อมูลถูกเก็บไว้บน Server (On premise or Cloud)
  • มีการสำรองข้อมูลไว้อยู่เสมอ
  • สามารถจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของแต่ละแผนกได้

2. Accuracy เพิ่มความถูกต้องให้กับข้อมูล

  • เปลี่ยนจากการบันทึกลงกระดาษ หรือ คีย์ลง Word Excel มาบันทึกในระบบ
  • ลดการคีย์ข้อมูลซ้ำ ดึงจากข้อมูลมาสเตอร์ในระบบที่เคยบันทึกไว้
  • ระบบจะช่วยตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทุกครั้งการบันทึก

3. Paperless ลดการใช้กระดาษ

  • แบบฟอร์มต่างๆ เปลี่ยนจากกระดาษมาใช้ระบบ
  • เปลี่ยนการเดินเอกสารแบบเดิมๆ ให้เป็นระบบดิจิตอล
  • รายงานต่างๆ ดูผ่านระบบได้ไม่จำเป็นต้องปริ้นกระดาษ

4. Easy Process ปรับขั้นตอนการทำงานให้ลดลง และ ง่ายขึ้น

5. Data Centralization รวมข้อมูลไว้ที่จุดเดียว

  • ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังผลิตภัณฑ์ เพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้า
  • ดึงข้อมูลมาวิเคราะห์ แก้ปัญหา และเพิ่มคุณภาพ
  • สื่อสาร หรือ ส่งข้อมูลหากันระหว่างแผนก

เก็บข้อมูลการผลิตทั้งหมด ตั้งแต่ต้นทาง จนสินค้าถึงลูกค้า

6. High Productivity เพิ่มความสามารถในการผลิต ลดปัญหา และลดต้นทุนในการผลิต

Module ของ Cero Production Software

Administrator: คือ ส่วนของผู้ควบคุมระบบ สามารถตั้งค่าสิทธิ์การใช้งานโปรแกรมให้กับพนักงาน รวมไปถึงการจำแนกสิทธิ์ ของพนักงานแต่ละคนว่า สามารถดู หรือใช้งานโปรแกรมอะไรได้บ้าง

Set up: คือ ระบบการบันทึกข้อมูลตั้งต้นทั้งหมดที่ต้องใช้ดำเนินการในแต่ละกระบวนการ ซึ่งประกอบไปด้วย การทำงาน, เครื่องจักร, กลุ่มของเครื่องจักร, สาเหตุการเกิดของเสีย และสาเหตุการเกิด Downtime ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้    ใน Process ต่างๆ เช่น กการทำงานในการรันแผนการผลิต, สาเหตุของเสียใช้ในการรับเข้าของเสีย ว่าของเสียที่ได้ เกิดจากสาเหตุอะไร ดึงสาเหตุจากที่เรา Set up ไว้, เครื่องจักร ใช้ในการทำ Routing วางแผนการผลิต และดึงค่าต่างๆไปใช้ในการคำนวณ      เช่น Capacity เป็นต้น

Costing: คือ ระบบการระบุต้นทุนของวัตถุดิบ และสินค้าแต่ละชนิด สามารถดูประวัติต้นทุนของสินค้าได้ เปรียบเทียบ ต้นทุนเก่า และ ใหม่ ต้นทุนการผลิตมีความสำคัญมากในการคำนวณหาต้นทุนราย Workorder หรือ Lot การผลิต ทำให้สามารถตอบคราวๆ ได้ว่า Work นี้จะได้กำไร หรือ ขาดทุน ซึ่งมีผลต่อการกำหนดราคาขาย ทำให้มีโอกาสได้เปรียบทางธุรกิจมากขึ้น

Planning: คือ ระบบการจัดเรียงแผนการผลิต เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ รองรับทั้งแบบ Made to Order และ Made to Stock โดยอ้างอิงจากข้อมูล Sale Order และข้อมูล Max Min Stock จาก SAP B1 มากำหนดเงื่อนไขในการวางแผน โดยสามารถกำหนดสูตรการผลิต วัตถุดิบ เครื่องจักร ค่ามาตรฐาน และการคำนวณเปรียบเทียบสินค้าที่ต้องการผลิตกับสินค้าคงเหลือในคลังสินค้า โดยทั้งหมดสามารถปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมในการทำงานสำหรับการผลิตสินค้าได้ 

Production: คือ ระบบควบคุมกระบวนการผลิต และดูภาพรวมของฝ่ายผลิต สามารถ Monitor ดูตามแผนก หรือเครื่องจักรได้ว่า กำลัง Action งานอะไรอยู่ แผนงานต่อไปคืออะไร ประวัติงานที่ผ่านมามีอะไรบ้าง ดูข้อมูลการผลิตของแต่ละ Workorder เช่น เวลาเริ่มงาน, เวลาจบ, ของดี, ของเสีย, จำนวนวัตถุดิบที่เบิกเข้าไปทำการผลิต, พนักงานคนไหนเป็นคนคุมงาน และเกิด Variance กี่ % เป็นต้น

QA: คือ ระบบการตรวจสอบคุณภาพสินค้า โดยดึงข้อมูลจาก QC Spec มาเป็นมาตรฐานในการตรวจสอบคุณภาพ และวัดผลว่าสินค้าที่ผลิตออกมานั้นผ่าน Spec หรือไม่ และมีตารางเวลาให้เจ้าหน้าที่ QA ดูด้วยว่าจะต้องเข้าไปตรวจงาน Workorder ไหนเมื่อไหร่

Warehouse: คือ ระบบบริหารจัดการคลัง สามารถตรวจสอบสต๊อกคงเหลือ ณ ปัจจุบัน ทำการโอนสินค้าระหว่างคลังโดยจะต้องผ่าน Flow การอนุมัติของเจ้าของพื้นที่คลังด้วย เพื่อลดข้อผิดพลาดในการโอนของ ให้ข้อมูลจริง กับของในระบบตรงกันอยู่เสมอ นอกจากนั้นระบบคลังเรายังใช้เทคโนโลยี Barcode เข้ามาช่วยในการโอน และ นับสต๊อกเพื่อลดความผิดพลาด และสะดวกรวดเร็ว

Cero Software มีจุดเด่นที่คือ Software พัฒนาเอง โดยทีมพัฒนาที่มีประสบการณ์โดยตรงกับสายงานผลิต สามารถที่จะปรับโปรแกรมให้เข้ากับ Business ของลูกค้าแต่ละเจ้าได้ ดังนั้นระบบที่ได้จะถูกพัฒนาขึ้นสำหรับคุณโดยเฉพาะ และอีกจุดเด่นที่สำคัญก็คือ สามารถใช้ User ได้ไม่จำกัด (Unlimited User) ไม่ว่าองกรค์ของคุณจะมีจำนวนคนใช้ระบบมากหรือน้อย ราคา Software จะขึ้นอยู่กับ Scope งานจริง และสามารถทำงานเชื่อมต่อกับ โปรแกรม ERP ที่เป็นมาตรฐานอย่าง SAP Business One ได้แบบ Real Time เป็นเนื้อเดียวกันผ่าน KPI ที่ SAP B1 เป็นผู้กำหนดเงื่อนไข ดังนั้นไม่ต้องกังวนปัญหาเรื่องความผิดพลาดในการส่งข้อมูล

จากที่ได้กล่าวมาข้างต้นเป็นบางส่วนที่ Cero สามารถช่วยให้กระบวนการผลิตมีประสิทธิมากขึ้น สะดวกกับผู้ใช้งาน ควบคุมคุณภาพในการผลิตให้เป็นไปตามหลักที่กำหนดอย่างถูกต้อง รวมถึงลดปัญหาที่เกิดขึ้นในขั้นตอนการวางแผน และการผลิต ซึ่งลูกค้าที่มีความสนใจในผลิตภัณฑ์ SAP Business One หรือ Cero สามารถติดต่อได้ที่ sap@sisthai.com หรือ https://www.siscloudservices.com/th/our-services/erp-on-cloud/sap-business-one

from:https://www.techtalkthai.com/sap-business-one-and-cero-production-by-sis-cloud-services/

PowerShell 7.1 ออกแล้ว!

Microsoft ได้ประกาศปล่อย PowerShell 7.1 ซึ่งเป็นการอัปเดตหลัก หลังจาก 7.0 ในเดือนมีนาคม

Credit: Microsoft

PowerShell 7.1 อาศัยเทคโนโลยี .NET 5.0 ซึ่งมาแทน .NET Core และมีการโฆษณาว่าสนับสนุนนักพัฒนานอกเหนื่อไปจากแพลตฟอร์ม Windows นอกจากนี้ยังสามารถถดาวน์โหลดได้จาก Microsoft Store เป็นครั้งแรกไม่ใช่แค่ GitHub เหมือนอย่างที่เคยเป็นมา ถึงแม้ว่าดูเหมือน 7.1 จะไม่ได้มีอะไรว้าวมากมายนักเพราะ Microsoft เน้นไปที่การพัฒนาให้มีความสามารถทางกว้างคือรองรับการทำงานได้กับหลายแพลตฟอร์มากกว่า

ในเรื่องของ Lifecycle ตัว PowerShell 7.1 ไม่ถูกจัดว่าเป็น Long Term ดั่งเช่น 7.0 ดังนั้นจะหมดอายุในกลางกุมภาพันธ์มี 2022 ซึ่งยังเร็วกว่า 7.0 (Long Term) ที่มีอายุการใช้งานไปถึงธันวาคมปี 2022 สำหรับ PowerShell 7.0 ยังคงใช้ .Net Core 3.1 และช่วงเปลี่ยนผ่านย้อนหลังไปที่ PowerShell 5.1 และ PowerShell Core 6.x แต่ Microsoft ก็ได้เริ่มนำเสนอคอนเซปต์ Cross platform นับแต่นั้น 

ที่มา : https://redmondmag.com/articles/2020/11/13/powershell-7-1-released.aspx

from:https://www.techtalkthai.com/powershell-7-1-has-been-released/

Microsoft ปล่อย .NET 5.0 รองรับ ARM64 แล้ว

ในวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา Microsoft ได้เปิดตัว .NET 5.0 ให้ได้ใช้งานกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีอะไรใหม่ในเวอร์ชันนี้บ้าง เราสรุปมาให้อ่านกันอย่างรวดเร็วแล้วในบทความนี้

Credit: Microsoft

ไฮไลท์สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาใน .NET 5.0

  • Performance ที่ดีขึ้นกว่าเดิม รวมถึงใน ARM64 ด้วย
  • อัพเดทเป็น C# 9
  • อัพเดทเป็น F# 5
  • รองรับ ARM64 ทั้งในอุปกรณ์​ Surface และอุปกรณ์อื่นๆ
  • รองรับ WebAssembly
  • ผู้ใช้สามารถเลือกดาวน์โหลดเครื่องมือ .NET ได้เฉพาะในส่วนที่ต้องการใช้งาน เช่น หากต้องการใช้พัฒนาแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์ ก็ไม่ต้องดาวน์โหลดส่วนที่เป็น WebAssembly มาด้วย
  • ปรับปรุง Single File Deployment โดยจะรันโค้ดทุกอย่างโดยตรง จากเดิมในเวอร์ชัน 3.0 ที่ต้อง Extract ไฟล์ออกมารัน
  • App Trimming ช่วยให้ขนาดของแอปเล็กลงกว่าเดิม
  • เพิ่มฟีเจอร์ใน System.Text.Json เช่น รองรับ Preserve และ Circular References, Method สำหรับ HttpClient, รองรับการทำงานของ Immutable Type และ Record ใน C#9

ไมโครซอฟท์กล่าวว่า พวกเขาข้ามเวอร์ชัน 4.x ไป เพื่อป้องกันความสับสนกับ .NET Framework 4.x และ .NET 5.0 นี้มีการใช้งานแล้วใน dot.net และ bing.com

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับฟีเจอร์และสิ่งเพิ่มเข้ามาใน .NET 5.0 สามารถเข้าไปอ่านได้ที่เว็บไซต์ https://devblogs.microsoft.com/dotnet/announcing-net-5-0/

ดาวน์โหลด .NET 5.0 ได้แล้ววันนี้ ที่ https://dotnet.microsoft.com/download/dotnet/5.0


ที่มา: https://docs.microsoft.com/en-us/dotnet/core/dotnet-five

from:https://www.techtalkthai.com/microsoft-dot-net-5-release/

ผู้คิดค้น Python เข้าร่วม Developer Devision ของ Microsoft

Guido van Rossum โปรแกรมเมอร์ชาวเนเธอร์แลนด์ผู้สร้างภาษา Python ประกาศผ่านบัญชีทวิตเตอร์ส่วนตัวของเขาว่าเขาได้ตัดสินใจเข้าร่วมฝ่ายนักพัฒนาของ Microsoft แล้ว

Credit: Shutterstock

“ผมคิดว่าการเกษียณน่าเบื่อและได้เข้าร่วม Developer Devision ที่ไมโครซอฟท์แล้ว จะทำอะไรงั้นหรอ?​ มีทางเลือกมากเกินไปที่จะบอกได้! แต่มันจะทำให้การใช้งาน Python ดีขึ้นอย่างแน่นอน (และไม่ใช่แค่สำหรับวินโดวส์ด้วย :-)) มี Opensource ที่นี่เยอะแยะเลย จับตาดูพื้นที่นี้ไว้นะ” Guido กล่าวในทวีตเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น

หลังจากที่เขาได้โพสต์ทวีตนี้ไป ผู้ใช้ทวิตเตอร์หลายรายก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นให้เขาช่วยผลักดันการนำ Python ไปเป็นภาษาโปรแกรมมิ่งหลักใน Microsoft Excel ซึ่งนับว่าเป็นทิศทางที่น่าสนใจ เนื่องจากในปัจจุบัน Python เป็นภาษาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดภาษาหนึ่งในการจัดการกับข้อมูล

Guido van Rossum คิดค้น Python ขึ้นในช่วงปลายปี 1989 และมีประสบการณ์การทำงานที่สถาบันวิจัยด้านคอมพิวเตอร์และองค์กรหลายแห่ง ในปี 2005 เขาได้ย้ายมาทำงานที่ Google ก่อนที่จะย้ายไป Dropbox ในปี 2013 และลาออกและเกษียณอย่างเป็นทางการในปี 2019

 

from:https://www.techtalkthai.com/guido-van-rossum-joined-microsoft-developerment-devision/

OutSystems LIVE Webinar (in Thai) [24 พ.ย. 2020 เวลา 10.00น.]

OutSystems ขอเรียนเชิญ CTO, IT Manager, Software/Web/Mobile App Developer และ Applications/Solutions Architecture เข้าร่วมงาน “Virtual OutSystems Live” Webinar ในวันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2020 เวลา 10.00น. – 11.15น. (เวลาเมืองไทย) เพื่อรับชมการถ่ายทอดสดสาธิตการสร้าง Application ตั้งแต่แรกเริ่มจนใช้งานได้จริงภายในเวลาเพียง 30 นาที บนระบบ Low-Code Platform ของ OutSystems บนโจทย์ที่เข้ากับริบทของสถานการณ์ทั่วโลก พร้อมรับชมการแบ่งปันประสบการณ์จริงจากธุรกิจองค์กรไทย ที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อให้สอดคล้องต่อความต้องการทางด้านดิจิทัลในปัจจุบัน

หัวข้อ: OutSystems LIVE Webinar (in Thai)
วันและเวลา: 24 พฤศจิกายน 2020 เวลา 10.00น. – 11.15น. (เวลาเมืองไทย)
ภาษา: ไทย

ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่: https://www.outsystems.com/events/outsystems-live/thailand/?utm_source=outsystems-sales&utm_medium=adv_TTT&utm_campaign=campaign&utm_content=event&utm_term=text;

เนื้อหาเด่นใน Webinar:

  1. สาธิตการพัฒนา Application ให้ใช้งานได้จริงตั้งแต่แรกเริ่มภายในเวลา 30 นาที
  2. Application ที่พัฒนานี้จะอ้างอิงจากโจทย์ที่ใช้งานได้จริงในปัจจุบัน ผู้เข้าร่วม Webinar สามารถติดตั้ง App เพื่อใช้งานได้ทันทีหลังพัฒนาเสร็จแล้ว
  3. รับฟังความคิดเห็นจากลูกค้าในไทยของ OutSystems กับการพัฒนา Application ด้วยแนวทางใหม่ให้สอดคล้องกับความต้องการทางธุรกิจ

from:https://www.techtalkthai.com/outsystems-live-webinar-in-thai-2020-11-24/