คลังเก็บป้ายกำกับ: SOFTBANK

Monet บริษัทรถยนต์ไร้คนขับของ Toyota และ SoftBank ได้พาร์ทเนอร์บริษัทรถญี่ปุ่นอีก 5 ราย

Monet บริษัทร่วมทุนรถยนต์ไร้คนขับโดย Toyota และ SoftBank ได้พาร์ทเนอร์ร่วมลงทุนในเทคโนโลยีเพิ่มเติมเป็นบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่น 5 ราย

บริษัทรถยนต์อีก 5 รายที่เข้าร่วมได้แก่ Isuzu, Suzuki, Subaru, Daihatsu และ Mazda โดยแต่ละบริษัทจะร่วมทุนบริษัทละ 2% ทำให้บริษัทที่ถือหุ้นอยู่เดิมลดสัดส่วนการถือหุ้นลง โดย Toyota จะเหลือสัดส่วน 34.8%, SoftBank 35.2% ส่วนที่เหลือคือ Honda และ Hino จะถือหุ้นอีกบริษัทละ 10%

Junichi Miyakawa ซีอีโอของ Monet กล่าวว่า การได้บริษัทพาร์ทเนอร์มาร่วมทุน จะช่วยให้ Monet ได้รับข้อมูลเพื่อการพัฒนารถยนต์ด้วย เพราะการจะพัฒนาแพลตฟอร์ม Mobility-as-a-Service จำเป็นต้องมีดาต้าเซ็ทที่กว้างขวาง ดังนั้นการร่วมมือกันจะช่วยให้การพัฒนาแพลตฟอร์มเป็นไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

สำหรับแผนการปล่อยรถยนต์ไร้คนขับมาใช้งานจริง Monet ระบุว่ามีแผนเริ่มจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปีหน้า ต่อด้วยญี่ปุ่นในปีเดียวกัน

ที่มา – TechCrunch

No Description

from:https://www.blognone.com/node/110640

โฆษณา

บริษัทร่วมทุนรถไร้คนขับของ Toyota, SoftBank เล็งบุกเอเชียอาคเนย์ปีหน้า

Junichi Miyakawa ซีอีโอของ Monet บริษัทที่ Toyota และ SoftBank ร่วมทุนกันตั้งขึ้นมาเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มรถยนต์ไร้คนขับเปิดเผยว่า บริษัทตั้งใจจะบุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นที่แรกในปีหน้า

บริการที่ Monet กำลังพัฒนาคือบริการเรียกรถยนต์ไร้คนขับ โดย Miyakawa ระบุว่าแผนที่คิดไว้ว่าจะเริ่มในภูมิภาคนี้ น่าจะเป็นบริการเรียกรถในสมาร์ทซิตี้หรืออาจเป็นระบบรถชัทเทิลในสนามบิน

นอกจากนี้ Monet ยังมีแผนเปิดบริการเรียกรถและรถบัสในญี่ปุ่นในปีหน้า ขณะที่บริการเรียกรถไร้คนขับจะอยู่ที่ราวปี 2023

ที่มา – itNews

from:https://www.blognone.com/node/110299

SoftBank เตรียมให้บริการระบบระบุพิกัดความละเอียดสูงระดับเซนติเมตร เน้นที่ยานยนต์ไร้คนขับ

SoftBank ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือของญี่ปุ่น ประกาศเปิดตัวบริการใหม่ปลายปีนี้ โดยจะให้บริการระบุตำแหน่งพิกัดแบบความแม่นยำสูง RTK (Real Time Kinematic) อาศัยใช้ข้อมูลจากดาวเทียม Michibiki ที่เป็นดาวเทียมสำหรับระบุพิกัดตำแหน่งความละเอียดสูง เชื่อมต่อกับสถานีฐานในภาคพื้น ทำให้ได้ความละเอียดที่ระดับเซนติเมตร

ตามแผน SoftBank จะให้บริการดังกล่าวแบบทดลองบางส่วนก่อน จากนั้นจึงขยายให้บริการทั่วประเทศญี่ปุ่นต่อไป

ความร่วมมือเบื้องต้นของ SoftBank จะนำระบบระบุพิกัดนี้ไปใช้กับพาร์ทเนอร์ 3 ราย ได้แก่ ยานยนต์ไร้คนขับในภาคเกษตรกรรมของยันม่าร์ ใช้ในโดรนตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างกับบริษัท Kajima และใช้กับระบบรถบัสไร้คนขับของ SB Drive (ซึ่ง SoftBank ถือหุ้นใหญ่)

ที่มา: Reuters

alt="RTK"

from:https://www.blognone.com/node/110101

ลาก่อนหัวเว่ย! SoftBank ตัดสินใจใช้อุปกรณ์จาก Nokia และ Ericsson สำหรับ 5G

SoftBank ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือจากประเทศญี่ปุ่นได้ประกาศตัดสินใจใช้อุปกรณ์โทรคมนาคมจาก Nokia และ Ericsson สำหรับ 5G

Cell Site Base Station
ภาพประกอบบทความจาก Shutterstock

SoftBank Mobile ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมจากประเทศญี่ปุ่นตัดสินใจใช้อุปกรณ์โทรคมนาคมจาก Nokia และ Ericsson สำหรับเทคโนโลยี 5G แทนที่ อุปกรณ์โทรคมนาคมจาก Huawei ที่บริษัทใช้มาเป็นระยะเวลายาวนาน และคาดว่าคู่แข่งอย่าง NTT Docomo รวมไปถึง Au ซึ่งเป็น 2 ค่ายใหญ่อาจยกเลิกใช้อุปกรณ์โทรคมนาคมของบริษัทยักษ์ใหญ่จากจีนเช่นกัน

ตัวแทนของ Ericsson ได้กล่าวว่าบริษัทเตรียมนำระบบ Machine Learning มาใช้ตรวจสอบระบบเครือข่ายของ SoftBank ว่ามีบริเวณใดที่ต้องเพิ่มเสาโทรคมนาคม รวมไปถึง Nokia ที่เตรียมนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายของ SoftBank ด้วย

ก่อนที่ Huawei จะพบคำสั่งบริหารของรัฐบาลสหรัฐฯ นั้น SoftBank ได้เซ็นสัญญากับ ZTE ในการเป็น Supplier อุปกรณ์โทรคมนาคมในเครือข่าย 5G ส่วนทางด้านในเทคโนโลยี 4G บริษัทได้เลือกใช้อุปกรณ์โทรคมนาคมจาก ZTE และ Huawei เป็นหลักมาโดยตลอด เนื่องจากอย่างที่ทราบกันว่าอุปกรณ์โทรคมนาคมจากจีนมีราคาถูกกว่าคู่แข่งจากยุโรปขั้นต่ำ 20% ถึง 30% แต่ประสิทธิภาพนั้นคุ้มค่าคุ้มราคา

ไม่เพียงแค่อุปกรณ์โทรคมนาคมจาก Huawei ที่โดนแบนจากญี่ปุ่น แต่ก่อนหน้านี้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทั้ง 3 เจ้าในประเทศญี่ปุ่นก็ได้หยุดรับจองโทรศัพท์มือถือจาก Huawei ในรุ่น P30 เนื่องจากความกังวลว่าจะไม่ได้อัพเดต Software หรือไม่

ช่วงที่ผ่านมาผู้ให้บริการโทรคมนาคมทั่วโลกต่างต้องตัดสินใจอย่างหนักในการเลือกอุปกรณ์โทรคมนาคม โดยผู้ให้บริการในยุโรปส่วนใหญ่มักที่ไม่เลือกอุปกรณ์โทรคมนาคมของ Huawei สำหรับเทคโนโลยี 5G เช่น EE จากสหราชอาณาจักร แต่ก็ยังมีผู้ให้บริการบางรายในเอเชียยืนยันที่จะใช้อุปกรณ์ของ Huawei อยู่ดี เช่น M1 จากประเทศสิงคโปร์

ที่มาZdnet, Japan Times

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/softbank-chooses-nokia-and-ericsson-for-telecom-5g-network/

ลือ! SoftBank อาจนำ SoftBank Vision Fund เข้า IPO เพื่อระดมทุนกองทุนใหม่

Reuters และ Bloomberg รายงานว่า SoftBank กำลังอาจนำ SoftBank Vision Fund อภิมหากองทุนเข้า IPO ในตลาดหลักทรัพย์เพื่อที่จะระดมทุนใน Vision Fund กองทุนใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น

ภาพจาก Shutterstock

สำนักข่าว Reuters อ้างอิงแหล่งข่าวไม่ระบุตัวตนว่า SoftBank Vision Fund อภิมหากองทุน 100,000 ล้านเหรียญสหรัฐ อาจใช้วิธี IPO กองทุน เพื่อที่จะได้ระดมทุนในกองทุนใหม่อีกรอบ หลังจากที่ได้ติดต่อวาณิชธนกิจในเรื่องของการหาช่องทางระดมทุนกองทุนใหม่

ในช่วงที่ผ่านมา SoftBank ได้ติดต่อวาณิชธนกิจหลายๆ ที่เพื่อที่จะพูดคุยในความเป็นไปได้ที่จะระดมทุน Vision Fund กองทุนใหม่ แต่ยังไม่ได้เข้าสู่ขั้นตอนอย่างจริงจังเท่าไหร่นัก ขณะเดียวกัน Bloomberg ได้รายงานว่ากองทุนอาจไม่ใช้วิธี IPO แต่ใช้วิธีนำหุ้นเดิมเข้าตลาดไปเลย เหมือนกรณีของ Spotify และ Dropbox

ปัจจุบันกองทุนลงทุนในสตาร์ทอัพและบริษัทเทคโนโลยี เช่น WeWork หรือแม้แต่ Uber ฯลฯ มีผู้ลงทุนรายใหญ่ได้แก่ PIF กองทุนความมั่งคั่งของประเทศซาอุดิอาระเบีย และรวมไปถึง Mubadala กองทุนความมั่งคั่งของสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์

นอกจากนี้ SoftBank เตรียมที่จะระดมทุนกองทุนเพิ่มเติมจากรัฐบาลโอมาน สำหรับ Vision Fund กองทุนแรก และรวมไปถึงในจีนสำหรับ Vision Fund กองทุนใหม่ ยังรวมไปถึงขณะนี้กองทุนกำลังวางแผนที่จะเปิดรับพนักงานเพิ่มเติมอีกเท่าตัวภายในระยะเวลา 18 เดือนด้วย

ที่มาReuters, Bloomberg

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/rumours-softbank-vision-fund-maybe-ipo-and-talks-to-raise-new-fund/

Loon จับมือกับบริษัทลูกของ SofBank ร่วมพัฒนาเครือข่ายสื่อสารด้วยบอลลูนและโดรน

Loon ประกาศข่าวความร่วมมือกับ HAPS Mobile บริษัทพัฒนาโดรนเพื่อการสื่อสารซึ่งเป็นบริษัทลูกของ SoftBank โดยทั้งคู่จะร่วมกันพัฒนาแผนงานการสร้างเครือข่ายสื่อสารด้วยบอลลูนและโดรนกลางอากาศ

จากความร่วมมือในครั้งนี้ HAPS Mobile ได้ร่วมลงทุนกับ Loon ด้วยเม็ดเงิน 125 ล้านดอลลาร์ และ Loon ก็สามารถลงทุนใน HAPS Mobile ได้ด้วยจำนวนเงินเท่ากันในอนาคต นอกจากนี้ทั้ง 2 บริษัทจะแลกเปลี่ยนการใช้งานเทคโนโลยีของแต่ละฝ่ายและร่วมกันพัฒนางาน ดังนี้

  • HAPS Mobile จะได้สิทธิ์การใช้งานบอลลูนและเทคโนโลยีที่ Loon พัฒนาจนใช้งานได้แล้ว ในขณะเดียวกัน Loon ก็จะได้สิทธิใช้งานโดรนของ HAPS Mobile เมื่อโดรนได้รับการพัฒนาจนสำเร็จ
  • ทั้งคู่จะร่วมกันพัฒนาอุปกรณ์สื่อสารที่สามารถปรับแต่งใช้งานได้กับทั้งบอลลูนและกับโดรน ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดการใช้งานคลื่นความถี่เพื่อการสื่อสารของ ITU
  • สิทธิ์์การใช้งานร่วมกันในสถานีสื่อสารภาคพื้นดินของทั้ง 2 บริษัท
  • พัฒนาระบบบริหารจัดการกลุ่มบอลลูนและฝูงโดรน เพื่อการสร้างเครือข่ายสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
  • การร่วมกันประชาสัมพันธ์และหาแนวร่วมใช้งานระบบสื่อสารผ่านอากาศยานเพดานบินสูง และพัฒนาแนวทางให้บริการที่สอดคล้องกับข้อบังคับต่างๆ ขององค์กรแต่ละประเทศทั่วโลก
  • เพิ่มจำนวนบอลลูนและโดรน เพื่อสร้างเครือข่ายสื่อสารที่เชื่อมโยงกันใช้งานได้จริงบนอากาศ

สำหรับ Loon นั้นเป็นบริษัทที่แยกตัวออกมาจากทีม X ของ Alphabet พวกเขาพัฒนาบอลลูนเพื่อใช้งานสำหรับเป็นตัวกระจายและเชื่อมต่อสัญญาณสื่อสารกับภาคพื้นดิน โดยตัวบอลลูนจะลอยอยู่บนชั้นบรรยากาศชั้นสตราโทสเฟียร์ (สูงจากพื้นดินราว 20 กิโลเมตร) นานหลายเดือน และทำตัวเป็นเหมือนเสารับ-ส่งสัญญาณกับผู้ใช้งานบนพื้นดินเบื้องล่างและเชื่อมต่อกับบอลลูนอื่นเพื่อถ่ายทอดสัญญาณต่างๆ ไปยังโครงข่ายภาคพื้นดินที่อยู่ห่างไกลออกไป โดยการทำงานของอุปกรณ์ระบบสื่อสารที่ติดอยู่กับตัวบอลลูนนั้นจะใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์

ส่วนทางด้าน HAPS Mobile นั้นเป็นผู้พัฒนาโดรนเพื่อการสื่อสาร ซึ่งโดรนที่ว่านี้จะบินอยู่บนอากาศในชั้นบรรยากาศสตราโทสเฟียร์เช่นเดียวกับบอลลูนของ Loon ตัวโดรนจะทำหน้าที่เป็นเสมือนสถานีเชื่อมต่อสัญญาณ ซึ่งก็เป็นที่มาของชื่อบริษัท High Altitude Platform Station: HAPS

No Description

โดยโดรนที่ HAPS Mobile กำลังพัฒนาอยู่นี้มีชื่อรุ่นว่า Hawk 30 มันจะอาศัยติดตั้งแผงโซล่าเซลล์บนปีกกว้างขนา 78 เมตร เพื่อรับเอาพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้เลี้ยงการทำงานของมัน โดยตัวโดรนจะบินวนรอบพื้นที่ปฏิบัติการเป็นวงกลม การทำหน้าที่เป็นสถานีรับ-ส่งสัญญาณของมันจะครอบคลุมพื้นที่ใช้งานบนพื้นดินเป็นพื้นที่วงกลมรัศมีประมาณ 100 กิโลเมตร

จากการประกาศข่าวความร่วมมือกันระหว่าง Loon และ HAPS Mobile ในครั้งนี้ ชวนให้คิดว่านี่อาจจะเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่จะมาสอดรับกับการสื่อสารในยุค 5G โดยในงานประชุมประจำปี Brooklyn 5G Summit ซึ่งจัดขึ้นใน Silicon Valley เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกันในหัวข้อที่ว่าบอลลูนและโดรนนั้นพร้อมสำหรับการให้บริการสื่อสารในเชิงพาณิชย์แล้วหรือไม่

Volker Ziegler ซีทีโอของ Nokia Bell Labs กล่าวว่า “โอกาสอยู่มือของพวกเราแล้วที่จะยกระดับ 5G อย่างแท้จริง โดยอาศัยการก้าวข้ามทางเทคโนโลยีของระบบอากาศยานไร้คนขับ (UAS) และการสื่อสารผ่านดาวเทียม”

Salvatore Candido ซีทีโอของ Loon และเป็นวิศวกรใหญ่ของ Alphabet ก็ได้กล่าวในงานประชุมดังกล่าวว่า “ไม่มีใครคาดคิดว่าบอลลูนเพดานบินสูง และโดรนของ HAPS Mobile จะสามารถแข่งขันเชิงพาณิชย์ได้โดยตรงกับผู้ให้บริการเครืิอข่าย 5G ภาคพื้นดินได้ในอนาคตอันใกล้ จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้, มันไม่เคยง่ายเลยที่จะพัฒนาบอลลูนหรือโดรนโดยควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพดีพอที่จะพิจารณานำมันมาใช้งานจริงในทางการค้า”

Candido ยังเชื่อมั่นว่าระบบเครือข่ายสื่อสารของบรรดาอากาศยานเพดานบินสูงจะมีประโยชน์สำคัญในแง่การขยายพื้นที่ให้บริการด้านการสื่อสารแก่ผู้คนในพื้นทีห่างไกลความเจริญ รวมทั้งใช้เพื่อทดแทนระบบสื่อสารหลักที่มีปัญหา โดยเขายังได้กล่าวถึงกรณีที่ Loon ปล่อยบอลลูนเพื่อสร้างเครือข่ายสื่อสาร LTE หลังพายุเฮอร์ริเคนมาเรียพัดถล่มเกาะ Puerto Rico จนระบบสื่อสารหลักใช้การไม่ได้

Giuseppe Loinno ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์แห่ง New York University กล่าวในงานเดียวกันโดยให้ความเห็นว่าเครือข่ายอากาศยานเพดานบินสูงอย่างบอลลูนและโดรนที่ว่านี้อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการจราจรทางอากาศของเครื่องบินและอากาศยานอื่นได้ด้วย

ที่มา – Loon Blog, IEEE Spectrum

from:https://www.blognone.com/node/109434

SoftBank จับมือกับ Didi Chuxing เตรียมขยายบริการเรียกรถแท็กซี่ 13 เมืองทั่วญี่ปุ่น

SoftBank จับมือกับ Didi Chuxing เตรียมขยายบริการเรียกรถแท็กซี่ 13 เมืองทั่วญี่ปุ่น หลังจากประสบความสำเร็จในเมืองโอซาก้า

ภาพจาก Shutterstock

SoftBank และ Didi Chuxing จับมือเตรียมขยายบริการเรียกรถแท็กซี่ผ่าน Application ใน 13 เมืองใหญ่ของประเทศญี่ปุ่น ภายใต้บริษัทร่วมทุนที่มีชื่อว่า Didi Mobility Japan โดยเปิดให้บริการที่เมืองแรกของญี่ปุ่นคือ โอซาก้าเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ทำไมถึงต้องเป็นบริการเรียกแท็กซี่ เนื่องจากบริการเรียกรถในประเทศญี่ปุ่นนั้นหน่วยงานกำกับดูแลเข้มงวดจนไม่สามารถทำให้ Uber หรือแม้แต่ Didi Chuxing ให้บริการในประเทศญี่ปุ่นได้ นอกจากนี้บริษัทรถแท็กซี่ในประเทศญี่ปุ่นยังมีการปรับตัวเพื่อสู้กับบริการเรียกรถจนท้ายที่สุดสามารถเอาชนะศึกครั้งนี้จนได้

สาเหตุที่ทั้ง 2 บริษัทร่วมทุนเป็นเพราะว่าชาวจีนที่มาเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยล่าสุดมีบริษัทแท็กซี่พร้อมเข้าร่วมแล้วกว่า 40 บริษัท และในอาทิตย์นี้บริการนี้จะขยายเข้าสู่กรุงโตเกียว รวมไปถึงเมืองเกียวโต ส่วน 10 เมืองที่เหลือจะขยายภายในปีนี้

SoftBank ลงทุนอย่างหนักในบริการเรียกรถผ่าน SoftBank Vision Fund ไม่ว่าจะเป็น Uber และ Didi Chuxing รวมไปถึงบริการเรียกรถรายใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่าง Grab ที่กองทุนพึ่งลงทุนไปมากถึง 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ที่มาReuters

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

from:https://brandinside.asia/softbank-jv-didi-chuxing-expand-taxi-jv-to-13-cities-across-japan/