คลังเก็บป้ายกำกับ: Social_Media

ซีอีโอ Snapchat มองว่า TikTok อาจเติบโตขึ้นจนแซง Instagram ได้

Evan Spiegel ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Snapchat ได้ร่วมตอบคำถามใน Digital Life Design โดยมีผู้ชมท่านหนึ่งถามความคิดเห็นของเขาที่มีต่อ TikTok ซึ่ง Spiegel ตอบว่า เขารัก TikTok และถือเป็นแฟนคนหนึ่งเลย

Spiegel อธิบายเพิ่มเติมถึงเหตุผลที่เขาชอบ TikTok ไว้น่าสนใจว่า ที่ผ่านมาโซเชียลมีเดียเป็นเรื่องการแบ่งปันสถานะ (Status) บอกโลกว่าเราเป็นใคร แสดงออกให้เห็นว่าเราเจ๋ง เพื่อให้ได้ไลก์และคอมเมนต์เยอะ ๆ แต่บน TikTok สิ่งที่คนต้องนำเสนอคือไอเดียและความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นการเต้น การนำเสนอเรื่องต่าง ๆ ให้มีความน่าสนใจ ซึ่งเน้นไปที่ความบันเทิงมากกว่า

เขายังบอกว่า TikTok อาจเติบโตดีจนสามารถโค่น Instagram ได้เลย เพราะคอนเทนต์ที่เน้นแสดงความสามารถมีความน่าสนใจมากกว่า

ที่มา: The Next Web

TikTok

from:https://www.blognone.com/node/114248

ใครคือสุดยอดครีเอเตอร์ในใจคุณ RAiNMaker ทำสรุปภาพรวมครีเอเตอร์ไทยที่ได้รับความนิยมตลอดปี 2019

RAiNMaker เว็บไซต์สำหรับครีเอเตอร์ไทย ได้ประกาศสุดยอดครีเอเตอร์ไทย ให้แก่นักสร้างสรรค์และพัฒนาคอนเทนต์ได้โดนใจผู้ชมมากมาย

ไม่ว่าจะเป็น เพจบ้านกูเอง Zbling เดียร์ลอง ดีเจวิว เฌอปราง RoamAlone เด็กเซาะกราว เป็นต้น

สามารถดูอันดับอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่นี่

รับชมคลิปสรุปจากทางทีมงาน RAiNMaker ได้ที่นี่

ส่วนปีหน้า จะมีใครเป็นสุดยอดครีเอเตอร์ในใจคุณ มารอลุ้นกัน

from:https://www.thumbsup.in.th/the-best-creator-rainmaker

ทำความรู้จัก Instagram Academy Thailand ที่จะมาช่วยนักขายรุ่นใหม่ ขายของบน IG สะดวกขึ้น

ประเทศไทย เรียกได้ว่าเป็นประเทศที่มีการใช้มือถือในการสร้างธุรกิจเป็นประเทศแรกในโลกที่สามารถสร้างโอกาสในการขายได้แบบนี้ การเกิดขึ้นของ Social Commerce ที่หลายแพลตฟอร์มนำไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจของตนเองนั้น ก็มาจากการใช้งานบนโซเชียลมีเดยชื่อดังอย่าง Facebook และ Instagram แม้จะมีเครื่องมืออำนวยความสะดวกมากมาย แต่คนไทยส่วนใหญ่ก็ยังเลือกเชื่อใจการคุยกับคนด้วยกัน มากกว่าใช้งานผ่านแพลตฟอร์ม

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ Story บน Facebook และ Instagram มีการใช้งานสูงถึงวันละ 500 ล้านครั้ง และกลายมาเป็นโอกาสของภาคธุรกิจที่จะหันมาใช้เครื่องมือนี้เป็นอีกหนึ่งช่องทางโฆษณาและปิดการขายได้อย่างน่าสนใจ

ด้วยความแข็งแรงของ Social Commerce ยังเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ Facebook และ Instagram จัดทำ Instagram Academy Thailand ขึ้นในไทย เพื่อให้ความรู้และเสริมศักยภาพทักษะด้านดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ

Instagram Academy Thailand คืออะไร

  • Instagram Academy Thailand เป็นโปรแกรมอบรมที่มุ่งให้ความรู้และเสริมศักยภาพทักษะด้านดิจิทัลให้กับผู้ประกอบการรุ่นเยาว์และบรรดานิสิตนักศึกษาในประเทศไทย ด้วยเครื่องมือของ Instagram และสื่อการเรียนรู้ที่จำเป็นในการผลักดันธุรกิจให้เติบโต
  • ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่สองได้ที่เปิดตัวโปรแกรมดังกล่าวหลังจากประเทศอินโดนีเซียที่เปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2562
  • โปรแกรมอบรมนี้มุ่งให้ความรู้และส่งเสริมทักษะเชิงลึกทางด้านการสร้างคอนเทนต์อย่างสร้างสรรค์และการใช้เครื่องมือโฆษณาขั้นสูง โดยมุ่งเน้นกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ที่มีอายุไม่เกิน 35 ปี

สำหรับโปรแกรม Instagram Academy Thailand จัดขึ้นในวันที่ 18 ธันวาคม 2562 โดยมีผู้เข้าร่วมงาน 250 ท่าน พร้อมการถ่ายทอดสดผ่าน Workpoint Facebook page ในปัจจุบัน Instagram ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงสู่วิถีการสร้างอาชีพและการประกอบธุรกิจให้กับกลุ่มคนยุคมิลเลนเนียลและผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ ในประเทศไทยมีคนจำนวนมากที่อายุน้อยกว่า 35 ปีที่ใช้ Instagram เป็นเครื่องมือในการขยายและสานต่อความฝันด้านธุรกิจจากโปรเจ็กต์ต่างๆ หรือแม้กระทั่งจากงานอดิเรก จนท้ายที่สุดสามารถก่อตั้งธุรกิจขึ้นมาและหลายคนมีธุรกิจเป็นของตนเองก่อนสำเร็จการศึกษาอีกด้วย

โปรแกรม Instagram Academy Thailand ประกอบด้วย

  • ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำธุรกิจบน Instagram และการใช้เครื่องมือเชิงสร้างสรรค์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
  • การนำเสนอโปรแกรมและการฝึกอบรมเกี่ยวกับการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพบนแพลตฟอร์ม Instagram
  • กิจกรรมที่ให้ความรู้เชิงลึกและส่งเสริมทักษะความสามารถเกี่ยวกับการโฆษณาบน Facebook และการใช้เครื่องมือโฆษณาแบบเจาะกลุ่มเป้าหมายเพื่อขยายฐานลูกค้า
  • การเสวนาร่วมกับกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นเยาว์ที่มาแบ่งปันประสบการณ์จากการดำเนินธุรกิจบนแพลทฟอร์ม Instagram

วิธีการสู่ความสำเร็จของธุรกิจบน Instagram

เริ่มต้นด้วยการสร้างโปรไฟล์ธุรกิจ Instagram ทำให้ธุรกิจสามารถเผยแพร่ข้อมูลและกระตุ้นยอดขายโดยไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่าย คุณสามารถสร้างโปรไฟล์ธุรกิจฟรีด้วยการไปที่บัญชีผู้ใช้และกดเปลี่ยนเป็นโปรไฟล์ธุรกิจ (Business Profile)

จากนั้น คุณจะสามารถสร้างชุมชนของคุณและเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าได้ Instagram สามารถทำหน้าที่เป็นหน้าร้านโดยไม่ต้องมีเว็บไซต์ ซึ่งที่จริงแล้วร้อยละ 50 ของธุรกิจบน Instagram ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์ด้วยซ้ำ

นอกจากนี้ ยังเป็นการเรียนรู้การใช้งานชุดเครื่องมือของ Instagram ทั้งหมด โดยธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดบน Instagram คือแอคเคานท์ที่มีการ โพสต์เนื้อหาลงบน Feed การใช้งาน Stories, Live และ IGTV โดยเครื่องมือทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารของพวกเขา อย่ากังวลมากนักเกี่ยวกับรูปภาพหรือวิดีโอที่ต้องผลิตออกมาอย่างสวยงาม คุณควรให้ความสำคัญกับการแสดงถึงความมีเอกลักษณ์มากกว่า และเชิญชวนให้ลูกค้าแชร์โพสต์และ Stories เกี่ยวกับธุรกิจของคุณ เพื่อที่คุณจะได้สามารถแชร์เนื้อหานั้นซ้ำผ่านบัญชีของคุณได้

การใช้เนื้อหาที่เรียบง่ายสำหรับ Stories

  • Stories ถือว่าเป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับธุรกิจ หนึ่งในสามของ Stories ที่มีการรับชมมากที่สุดนั้นมาจากธุรกิจ สำหรับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นใหม่ คุณไม่จำเป็นต้องคิดมากเกี่ยวกับเรื่องใดๆ เพียงแค่โพสต์ในเวลาที่คุณสามารถโพสต์ได้ สร้างกิจกรรมให้ผู้คนได้มีส่วนร่วมด้วยการใช้สติ๊กเกอร์แบบอินเทอร์แอคทีฟและโพล เป็นต้น
  • ใช้งานข้อมูลเชิงลึกบน Instagram ช่วยให้คุณได้เรียนรู้เกี่ยวกับผู้ติดตามของคุณและประเมินว่าเนื้อหาของคุณมีผลอย่างไรต่อผู้ชม ด้วยข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ คุณสามารถเรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับผู้ติดตามของคุณและประเภทของเนื้อหาที่สร้างการมีส่วนร่วมที่มากขึ้น นอกจากนี้ คุณยังสามารถดูข้อมูลเชิงลึกของโพสต์และ Stories ที่คุณได้สร้างสรรค์ขึ้นแบบเฉพาะเจาะจง เพื่อตรวจสอบผลลัพธ์ของเนื้อหาแต่ละโพสต์และดูว่าผู้คนมีส่วนร่วมกับเนื้อหาเหล่านั้นอย่างไร
  • เชื่อมต่อกับลูกค้าและธุรกิจอื่นๆ โดยตรง หรือการส่งข้อความโดยตรงเพื่อแบ่งปันบันข้อมูลและสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าโดยตอบกลับการแสดงความคิดเห็นของพวกเขา นอกจากนี้ แท็กธุรกิจบนโพสต์ของคุณหรือส่งข้อความโดยตรงไปหาพวกเขาเพื่อสร้างความร่วมมือ หรือขอให้พวกเขาโพสต์เนื้อหาของคุณซ้ำ ท้ายที่สุด บันทึกรูปภาพและวิดีโอจากธุรกิจอื่นๆ เพื่อศึกษาว่าคุณชอบเนื้อหาแบบไหนและพัฒนาเนื้อหาเพื่อธุรกิจของคุณในแบบของคุณเอง

นอกจากนี้ การแท็กมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นแฮชแท็ก การแท็กสถานที่ หรือแม้กระทั่งการแท็กธุรกิจต่างๆ และผู้คนที่อยู่ในเนื้อหาของคุณ กฎข้อสำคัญที่ดึงดูดยอดไลค์คือการโพสต์ที่เฉพาะเจาะจง ไม่ใช่การโพสต์แบบทั่วไป

ข้อควรรู้ที่น่าสนใจ

  • การใช้แฮชแท็กมีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจและสามารถช่วยให้แบรนด์ของคุณเติบโตได้  ผ่านการค้นหาและกระตุ้นการมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับลูกค้า นอกจากนี้การใช้แฮชแท็กยังเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการค้นหาสิ่งต่างๆ ใน Instagram
  • จากข้อมูลในปี 2562 และสรุปไฮไลท์ประจำปีของ Instagram ในประเทศไทย พบว่าข้อมูลด้านแฟชั่นและความงามเป็นข้อมูลที่มีผู้ค้นหามากที่สุดบน Instagram ในประเทศไทย โดยเฉพาะคำค้นหายอดนิยม เช่น #เสื้อผ้าแฟชั่น #เสื้อผ้าแนวสตรีท และ #แมทช์ได้กับเสื้อทุกสี รวมถึงคำคมยอดนิยม อาทิ #คำคมความรัก
  • ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้ว่าคนไทยใช้ Instagram ด้วยเหตุผลที่หลากหลาย ไม่ใช้แค่เพื่อติดต่อสื่อสารกับคนในครอบครัว และเพื่อนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการค้นหาแรงบันดาลใจในชีวิตประจำวัน และได้พบปะมีปฏิสัมพันธ์กับเหล่าครีเอเตอร์ และเจ้าของธุรกิจที่ตนเองชื่นชอบ

 

แฮชแท็กที่นิยมใช้ในการโพสต์เนื้อหาเกี่ยวกับแฟชั่น (บันทึกเมื่อเดือนธันวาคม 2562)

No. 

Hashtag 

1. 

#แมทได้กับเสื้อทุกสี – matching with color

2. 

#เสื้อผ้าแนวสตรีท – street clothing 

3. 

#กางเกงวินเทจ – vintage pants 

4. 

#กางเกงยีนส์ – jeans 

5. 

#เสื้อผ้าราคาถูก – cheap clothes 

6. 

#กางเกง – pants 

7. 

#พร้อมส่ง – ready to ship 

8. 

#กระโปรง – skirts 

9. 

#เสื้อผ้าแฟชั่น – fashionable clothes 

10. 

#เสื้อผ้าเกาหลี – Korean-style clothes 

from:https://www.thumbsup.in.th/introduce-instagram-academy-thailand

“ชิม-ช้อป-ใช้” สุดยอดคำค้นหาประจำปี 2562 บน Google

เข้าสู่ช่วงปลายปีแบบนี้ แน่นอนว่า เป็นปีแห่งภาพสรุปการค้นหาของเว็บไซต์ Search Engine ชื่อดังอย่าง Google ที่ได้ประกาศสุดยอดคำค้นหาประจำปี 2562 โดยแสดงให้เห็นถึงภาพรวมของทั้งปีที่ผ่านมา ผ่านสายตาและการค้นหาของผู้คนในประเทศไทย พร้อมนำเสนอมุมมองที่โดดเด่นของปีนี้จากเหตุการณ์สำคัญมากมายที่เกิดขึ้นไปจนถึงเทรนด์การค้นหาที่มาแรงในประเทศไทย

แน่นอนว่าการค้นหาส่วนใหญ่นั้น ยังคงมาจากเรื่องของสวัสดิการพิเศษของรัฐบาลอย่างโครงการชิม-ช้อป-ใช้ ที่รัฐบาลจะให้เงิน 1,000 บาทผ่านระบบวอลเลต เพื่อให้ประชาชนนำไปใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวพร้อมกับเรียนรู้การเข้าสู่ยุค Cashless Society ในกลุ่มคนที่ไม่เคยใช้งานวอลเลตมาก่อน ส่วนในด้านของละคร “กรงกรรม เมียน้อย ใบไม้ที่ปลิดปลิวและหัวใจศิลา” ยังคงเป็นสุดยอดละครที่คนไทยนิยมกันมาก

 

 

นอกจากนี้ ยังมีการแยกเป็นหมวดหมู่อีกมากมาย มีคำค้นหาใดที่น่าสนใจกันบ้างลองมาดูกัน

เริ่มต้นกันที่หมวดข่าวในประเทศ ซึ่งปี 2019 นี้ผู้คนให้ความสนใจเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตัวบุคคลกันมาก จึงทำให้ 9 ใน 10 ของคำค้นหายอดนิยมในหมวดนี้เป็นคำค้นหาชื่อบุคคลทั้งสิ้น โดยเฉพาะกรณีการเสียชีวิตของพริตตี้สาว “ลัลลาเบล” ที่ได้รับความสนใจจากคนทั้งประเทศจนติดอันดับ 1 รวมทั้งข่าวการจากไปอย่างกะทันหันของนักร้องและนักแสดงสาว “น้ำตาล เดอะสตาร์” ที่เกิดจากภัยเงียบแบบไม่ทั้นตั้งตัว นอกจากนี้ยังมีข่าว “ระเบิด” ที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับคนทั่วกรุงกับเหตุการณ์ระเบิด 4 จุดในกรุงเทพ รวมทั้งข่าวแชร์ลูกโซ่ของ “แม่มณี” ที่ยังต้องต่อสู้เรื่องคดีกันต่อไป

 

 

 

 

 

 

หมวดข่าวต่างประเทศที่คนไทยให้ความสนใจค้นหาเป็นอันดับ 1 คือ “ข่าวพายุเข้าญี่ปุ่น” ที่โลกต่างเรียกว่าเป็นปัญหาครั้งใหญ่ที่ภาครัฐเตรียมรับมืออย่างจริงจัง จนผ่านไปได้ด้วยดีในระยะเวลาไม่นาน ตามมาด้วย “ข่าวฮ่องกง” ที่ยังค้นหากันอย่างต่อเนื่องจนติดอันดับ 5 ทั้งนี้อาจเป็นเพราะคนไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว 2 ประเทศนี้เป็นจำนวนมากนอกจากนี้ทั้ง 2 ประเทศยังติดโผ 10 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศของปีนี้ด้วย  ตามมาด้วยข่าวศิลปินเกาหลีที่เรียกว่าปีนี้มีทั้งเรื่องการฟ้องร้องของซึงรี การฆ่าตัวตายของซอลลี่ ที่เป็นเรื่องน่าเศร้าในปีที่ผ่านมา 

 

 

 

แต่ทั้งนี้ความบันเทิงก็ยังคงอยู่ในความสนใจของคนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยจาก 6 ใน 10 อันดับของคำค้นหายอดนิยมเป็นละคร โดยมีผลการค้นหาที่มาแรงเป็นอันดับ 2 ได้แก่ “กรงกรรม” ละครดังที่ออกอากาศทางช่อง 3 ด้านละคร “เมียน้อย” ช่อง GMM25 รั้งอันดับ 3 และในปีนี้ทางช่อง one31 มีละครติดอันดับถึง 3 เรื่อง ได้แก่ “ใบไม้ที่ปลิดปลิว”, “หัวใจศิลา” และ “รักฉุดใจนายฉุกเฉิน” ฝั่งช่อง 7 ติดโผอันดับ 9 ด้วยละครเรื่อง “มธุรสโลกันตร์” 

โดยตอนจบของกรงกรรม เรียกว่าแตะเลข 2 หลักเป็นครั้งแรกของละครช่อง 3 คือ 11.1 เช่นเดียวกับมธุรสโลกันตร์ที่ตอนจบก็ทำเรตติ้งได้ 11.1 เรียกว่าละครสองเรื่องนี้ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม

 

 

ทางด้านของหมวดเพลง แน่นอนว่า “รักติดไซเรน” ยังคงทุบสถิติเพลงของทุกช่องทางที่มีการโคฟเวอร์มากที่สุดเข้าถึงทุกเพศและวัยจนกลายเป็นเพลงดังแห่งปีก็คงจะใช่ เพราะทั้งร้องทั้งเต้นกันได้แทบทุกคน ส่วนเพลงลูกทุ่งก็ยังคงมาแรงไม่แพ้กัน “ชอบแบบนี้ งัดถั่งงัด และแก้มน้องนางนั้นแดงกว่าใคร” ยังคงเป็นเพลงที่คนนิยมค้นหา ซึ่ง Kill this Love กลายเป็นเพลงเกาหลีเพลงเดียวที่เข้ามาติดอันดับสุดยอดการค้นหาด้วย

 

 

 

 

และในหมวดสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย ปรากฏว่าในปีนี้ผู้คนให้ความสนใจค้นหาสถานที่ในเมืองรองอย่าง “กาญจนบุรี” ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศอันดับ 1 ของคำค้นหายอดนิยม ในขณะที่ “เชียงใหม่” และ “สุราษฎร์ธานี” ยังครองความนิยมไว้ดังเดิม ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดอื่น ๆ ที่ติด 10 อันดับในปีนี้  ได้แก่ “จันทบุรี”, “ชุมพร”, “สุพรรณบุรี”, “ระยอง” และ “สมุทรปราการ”  ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สามารถเดินทางไปพักผ่อนได้ตลอดทั้งปี 

 

สำหรับคนที่ชอบท่องเที่ยวต่างประเทศ “จอร์เจีย” กลายมาเป็นประเทศที่คนค้นหามากที่สุดจนเข้ามาติดโผอันดับ 1 เป็นครั้งแรก นอกจากนี้ “อินเดีย” และ “ตุรกี” ก็ติดใน 10 อันดับด้วยเช่นกัน ซึ่งน่าแปลกใจมากที่คนไทยเริ่มค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ แถบเอเชียและตะวันออกกลางกันมากขึ้น ไม่รู้ว่ามาจากเหตุผลด้านความสวยงามหรือราคาที่ไม่แรงมาก แต่อย่างไรก็ตามคนไทยก็ยังคงให้ความนิยมท่องเที่ยวประเทศในแถบเอเชียอย่างต่อเนื่องเช่น “สิงคโปร์”, “ฮ่องกง”, “ญี่ปุ่น”, “ไต้หวัน” และ “เวียดนาม” อยู่เช่นเดิม

 

คนไทยให้การตอบรับกับโครงการ “ชิมช้อปใช้” ที่รัฐบาลแจกเงิน 1,000 บาท สำหรับประชาชนที่มาลงทะเบียนรับสิทธิ์นำไปใช้จ่ายเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ทำให้การค้นหาคำ “ชิมช้อปใช้” ขึ้นแท่นอันดับ 1 นอกจากนี้ คนไทยยังคงให้ความสนใจติดตามกระแสข่าวการเมือง โดย “ผลการเลือกตั้ง 2562” ติดอยู่ในโผด้วยเช่นกัน

 

 

หมวด “ร้านค้า” ปีนี้คนไทยยังให้ความสนใจค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับร้านอาหารเช่นเดิม โดย “ร้านหน่องริมคลอง” ติดโผอันดับ 1 ส่วน “ร้านกาแฟชายทุ่ง”, “ร้านป้าบุญล้อม” และร้าน “ปูเป็น” ยังคงครองความนิยมต่อเนื่องจากปีที่แล้ว และปรากฏการณ์ใหม่ของปีนี้คือผู้คนให้ความสนใจค้นหาข้อมูลร้านค้าธงฟ้า ได้แก่ “ร้านเก๋เก๋เมืองทอง ตึก C1”  ซึ่งติดในโผ 10 อันดับเป็นปีแรกเช่นกัน

 

from:https://www.thumbsup.in.th/google-trend-of-wording-2019

ซีอีโอทวิตเตอร์เสนอโซเชียลมีเดียแบบ decentralized แก้ปัญหาผูกขาดการจัดการคอนเทนท์

หนึ่งในปัญหาที่ทั้งเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์เจออยู่เรื่อย ๆ คือการจัดการคอนเทนท์อย่าง Hate Speech หรือโฆษณาชวนเชื่อทางการเมือง ที่ผู้ที่ต้องจัดการและดูแลมีเพียงตัวเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์เท่านั้น

Jack Dorsey ซีอีโอของทวิตเตอร์เลยทวีตไอเดียว่าด้วยเรื่อง decentralized social media หรือโซเชียลมีเดียที่ไม่ถูกรวมศูนย์โดยบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่เป็นลักษณะของมาตรฐานกลางที่ผู้ให้บริการแต่ละเจ้าจะนำไปใช้งานและสามารถพูดคุย สื่อสารหรือส่งข้อมูลระหว่างกันได้ เหมือนโปรโตคอล SMTP ที่เป็นมาตรฐานกลางของอีเมล ที่มีผู้ให้บริการหลายเจ้า หรือแม้แต่ผู้ใช้งานจะสร้างอีเมลเซิร์ฟเวอร์ใช้เองก็ได้ โดยทางทวิตเตอร์ได้ลงเงินทุนสนับสนุนและเริ่มโครงการการพัฒนาโซเชียลมีเดียลักษณะนี้แล้ว

No Descriptionภาพจาก Shutterstock

ซีอีโอทวิตเตอร์ให้เหตุผลว่า ก็เพื่อกระจายอำนาจและความรับผิดชอบในการจัดการดูแลคอนเทนท์บนโซเชียลมีเดีย รวมถึงการคัดเนื้อหามาแสดงผลบนฟีดผ่านอัลกอริทึม จากเดิมที่อยู่ในมือเจ้าของโซเชียลมีเดียแต่เพียงผู้เดียว ให้ผู้ใช้งานมีทางเลือกมากขึ้น (นึกถึงปัญหาที่เราเจอทุกวันนี้ วันดีคืนดีเฟซบุ๊กจะปรับฟีดให้เราเห็นแต่ข่าวก็ปรับ อีกวันปรับให้เห็นเพื่อนก็ปรับ เราเลือกไม่ได้)

ในเชิงปฏิบัติ Dorsey ไม่ได้ลงรายละเอียดมากนัก แต่เจ้าตัวก็ยกตัวอย่างเปเปอร์ ของ Mike Masnick ผู้ก่อตั้งและ บก. เว็บ Techdirt ที่ว่าด้วยการส่งเสริม Free Speech ผ่านเทคโนโลยี ด้วยการสร้างโปรโตคอลแทนที่การสร้างแพลตฟอร์ม (Protocols, Not Platforms: A Technological Approach to Free Speech)

Masnick เสนอเอาไว้คล้าย ๆ กันว่าการจัดการเนื้อหา ไม่ควรอยู่ในมือบริษัทยักษ์ใหญ่ไม่กี่ราย แต่ควรให้ใครหลาย ๆ คนแข่งกันออกแบบตัวกรองข้อมูล, อินเทอร์เฟสหรือบริการเสริม (ที่ครอบทับโปรโตคอลกลางอีกที) อันไหนเวิร์คที่สุดก็จะมีคนใช้งานเอง เพื่อให้ผู้ใช้งานเป็นคนกำหนดเองว่าอยากเห็นหรือไม่อยากเห็นเนื้อหาแบบไหน โดยไม่ต้องให้บริษัทยักษ์ใหญ่มีอำนาจเด็ดขาดในการปิดปากใครคนใดคนหนึ่ง หรือคิดแทนคนส่วนใหญ่ ว่าเนื้อหาไหนควรปล่อย เนื้อหาไหนควรแบน

No Descriptionภาพจาก Shutterstock

สิ่งที่ Dorsey เสนอตอนนี้เป็นแค่ไอเดียและแนวทางคร่าว ๆ เท่านั้น ขณะที่ในเชิงปฏิบัติตอนนี้ทีมที่จะพัฒนาโปรโตคอลนี้ถูกเรียกว่า Blue Sky (@bluesky) โดยซีทีโอของทวิตเตอร์เพิ่งเริ่มค้นหาและสร้างทีมงานเท่านั้น และน่าจะใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะสำเร็จ รวมถึงพิสูจน์ตัวเองด้วยว่าไอเดียนี้จะสำเร็จหรือไม่ ทั้งในแง่การใช้งานจริงและในแง่ธุรกิจ

ที่มา – @jack, [WIRED](

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/113633

YouTube ประกาศผลวิดีโอยอดนิยม ประจำปี 2562 #YouTubeRewind2019

นอกจากวงการละครแล้ว วงการเพลงก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งคอนเทนต์ที่คนไทยนิยมสูงสุด ซึ่งการฟังเพลงผ่าน Youtube ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง แม้ว่า Youtube เพิ่งจะเปิดให้บริการ Youtube Premium เพื่อให้ทุกคนดูหนังฟังเพลงได้แบบไม่มีโฆษณาคั่น ก็น่าจะเข้ามาช่วยเรื่องความสะดวกสบายในการรับชมคอนเทนต์เพิ่มขึ้น ส่วนปี 2019 นี้ ก็ต้องยอมรับว่าเพลงลูกทุ่งยังคงติดอันดับความนิยมสูงสุด โดย 6 ใน 10 ของวิดีโอเพลงยอดนิยมยังคงเป็นวิดีโอเพลงลูกทุ่ง และคลิปสนุกๆ อีกมากมาย

YouTube ประเทศไทย ประกาศผลวิดีโอยอดนิยมบน YouTube ประจำปี 2562 หรือ YouTube Rewind 2019 ที่ได้จัดลำดับความนิยมเป็นประจำทุกปี สำหรับปีนี้ วิดีโอในหมวดทั่วไปที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย ได้แก่ แกล้งแฟนหลอกผีที่โหดที่สุด!! (Kaykai&Sprite) ที่มียอดเข้าชมเกือบ 17 ล้านครั้ง จากช่อง Kaykai Salaider ซึ่งเป็นครีเอเตอร์ไทยรายแรกที่มียอดผู้ติดตามทะลุ 10 ล้านคน โดยอันดับ 2 ตกเป็นของการ์ตูนจากช่องมิกกี้เมาส์ของค่ายดิสนีย์ขวัญใจคนทุกเพศทุกวัย ที่มีชื่อตอนว่า “Our Floating Dreams” ที่เล่าเรื่องสองพี่น้องชิปมังก์พายเรือขายของในตลาดน้ำของไทย ส่วนคอมเมดี้ซิทคอม “เป็นต่อ” ตอน “นารีรำพึง” ที่ออกอากาศทางช่อง one31 ได้คว้าอันดับ 3 ไปครอง

นอกจากนี้ ยังมีวิดีโอที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจนติดโผ 10 อันดับด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น เหมาของหมด7-11 ครั้งแรกในชีวิต!!! เพื่อบริจาคเด็กบนดอย จากช่อง Kyutae Oppa วิดีโอที่ My Mate Nate โยนทุเรียนจากตึกสูง 35 ชั้น!!!! และฉากหนึ่งจากตอนจบของ “ทองเอก หมอยาท่าโฉลง” ละครแนวพีเรียดคอมเมดี้ทางช่อง 3 ที่นำแสดงโดยมาริโอ้ เมาเร่อ และ คิมเบอร์ลี แอน โวลเทมัส

โดยวิดีโอยอดนิยมในหมวดทั่วไปทั้ง 10 อันดับนี้มียอดการเข้าชมรวมกันมากกว่า 95 ล้านครั้ง และช่องที่เป็นเจ้าของวิดีโอเหล่านี้มีจำนวนผู้ติดตามรวมกันมากกว่า 90 ล้านคน

10 อันดับวิดีโอยอดนิยมบน YouTube หมวดทั่วไป (จัดอันดับ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562)

  1. แกล้งแฟนหลอกผีที่โหดที่สุด!! (Kaykai&Sprite)

  2. Our Floating Dreams | A Mickey Mouse Cartoon | Disney Shorts

  3. เป็นต่อ 2019 | EP.1 FULL HD “นารีรำพึง” | 17 ม.ค. 62 | one31

  4. เหมาของหมด7-11ครั้งแรกในชีวิต!!! เพื่อบริจาคเด็กบนดอย

  5. โยนทุเรียนจากตึกสูง 35 ชั้น!!!!

  6. มีแฟน VS ไม่มีแฟน ต่างกันอย่างไร ?

  7. ถ้า Rapper สั่งอาหารตามสั่ง???(ภาค2) – Bie The Ska

  8. พีช อีท แหลก vs ราชานักกินไต้หวัน EP53 ปี2 | PEACH EAT LAEK

  9. ASMR รังผึ้งแสนอร่อย กินบ่อยๆเป็นเบาหวาน (โครตหวาน!)

  10. FIN | ไม่มีปัญญาทำเอง แล้วยังกล้ามาขี้ตู่ | ทองเอกหมอยาท่าโฉลง | Ch3Thailand

ด้านวิดีโอยอดนิยมในหมวดเพลงดังของไทยในปีนี้ อันดับ 1 ได้แก่ เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว – ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น Feat.เก้า เกริกพล [OFFICIAL MV】 ที่ทำให้น้องลิลลี่ เด็กสาววัย 15 ปี โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน และตั้งแต่วิดีโอนี้ถูกเปิดตัวมียอดเข้าชมแล้วกว่า 297 ล้านครั้ง นอกจากนี้ ยังมีปรากฎการณ์ที่น่าสนใจในปีนี้คือเพลงลูกทุ่งยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดย 6 ใน 10 ของวิดีโอเพลงยอดนิยมเป็นวิดีโอเพลงลูกทุ่งที่ส่วนหนึ่งมีเนื้อร้องเป็นภาษาท้องถิ่นผสมผสานได้อย่างลงตัว นอกจากนี้วิดีโอเพลง กรรม – ป้าง นครินทร์「Official MV」 และ YOUNGOHM – ธารารัตน์ (Thararat) ยังติดอันดับในปีนี้ด้วยเช่นกัน และนี่คือรายชื่อวิดีโอเพลงยอดนิยมทั้ง 10 อันดับ

 

10 อันดับวิดีโอยอดนิยมบน YouTube หมวดเพลงดัง (จัดอันดับ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562)

  1. เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว – ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น Feat.เก้า เกริกพล [OFFICIAL MV】

  2. ชอบแบบนี้ – หนามเตย สะแบงบิน [OFFICIAL MV]

  3. ขอบใจเด้อ – ศาล สานศิลป์ : เซิ้ง|Music [Story จักรวาลไทบ้าน]【Official Video】

  4. อยู่บ่ได้ – เต้ย อภิวัฒน์ [ Official MV ]

  5. กรรม – ป้าง นครินทร์「Official MV」

  6. YOUNGOHM – ธารารัตน์ (Thararat)

  7. PURE – ทางผ่าน (Passenger) [Official Audio]

  8. ปี้(จน)ป่น – [ เอ มหาหิงค์ ] MAHAHING feat.บัว กมลทิพย์「Official Lyrics」

  9. โสดจริงหรือเปล่า – วงแทมมะริน Feat.กุ้ง นนทิยา [4K MusicVideo]

สามารถชมวิดีโอยอดนิยมบน YouTube ของประเทศไทยประจำปีนี้ และช่องที่ได้รับความนิยม ได้ทางช่อง YouTube Rewind (ประเทศไทย) โดยคลิกไปที่ youtube.com/theyearinreviewTH หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ YouTube Rewind รวมถึงวิดีโอยอดนิยมในประเทศอื่นๆ ได้ที่เว็บไซต์ YouTube Rewind 2019

from:https://www.thumbsup.in.th/youtube-announce-vdo-2019

คนไทยติดละคร! Twitter เผยพฤติกรรมคนไทยนิยมคอนเทนต์ละคร

เข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2019 แน่นอนว่าสิ่งที่ผู้ผลิตคอนเทนต์ต้องการมากที่สุด คงหนีไม่พ้นภาพรวมอุตสาหกรรมของตนเองว่ารายการ ซีรี่ส์หรือคอนเทนต์ใดที่คนสนใจมากที่สุด ประเดิมกันที่ Twitter สรุปข้อมูลที่คนทวิตมากที่สุดเกี่ยวกับวงการละคร พบว่า 80 กว่าล้านข้อความบนทวิตเตอร์ คนไทยยังคงพูดถึงคอนเทนต์ละครกันมากที่สุด

ทวิตเตอร์ เปิดผลการวิจัยจาก 500,000 ทวีตโดย Twitter ร่วมกับ Circus Social ต้นปี 62 สะท้อนภาพผู้ใช้งานทวิตเตอร์ชาวไทยมีการรับชมรายการโทรทัศน์และภาพยนตร์ไทยมากกว่าต่างประเทศ และพบว่าคนไทยทวีตข้อความเกี่ยวกับละครมากกว่าภาพยนตร์ในสัดส่วน 77% และ 23% ตามลำดับ สวนกระแสเทรนด์ในภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ที่มีบทสนทนาเกี่ยวกับภาพยนตร์ 64% และซีรีส์ 36%

มิสเตอร์มาร์ติน ยูเรน หัวหน้าฝ่ายวิจัยประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทวิตเตอร์ เปิดเผยว่า งานวิจัยล่าสุดได้ผลลัพธ์เป็นข้อมูล เชิงลึกเกี่ยวกับการใช้ทวิตเตอร์ในประเทศไทย ผู้ใช้งานชาวไทยนิยมรับชมละครโทรทัศน์และภาพยนตร์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ นิยมละครไทยและภาพยนตร์ไทยมากกว่าของต่างประเทศ โดยจะมีการทวีตแสดงความคิดเห็นแบบเรียลไทม์ขณะรับชมรายการนั้นๆ ซึ่งการมีส่วนร่วมอยู่ในระดับที่สูงมาก นับเป็นการสร้างโอกาสให้แบรนด์ต่างๆ ที่ต้องการเข้าถึงผู้ใช้งานทวิตเตอร์ที่เป็นกลุ่มที่มีความ สนใจในเรื่องเอ็นเตอร์เทนเม้นท์มากได้เป็นอย่างดี

สำหรับผลการวิจัย Twitter และ Circus Social (ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2562) พบว่ามี 4 ประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

 

กลุ่มคนที่สนใจมาก และไม่สนใจเลย

ข้อมูลจากการวิเคราะห์คุณภาพของการทวีตเกี่ยวกับเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ในประเทศไทยนั้น กลุ่มเป้าหมายบนทวิตเตอร์ แบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลัก คือ กลุ่มที่มีความสนใจมาก และ กลุ่มที่ไม่มีความสนใจเลย

โดยกลุ่มที่มีความสนใจในเรื่องเอ็นเตอร์เทนเม้นท์นั้นจะเลือกชมสิ่งที่สนใจและมีส่วนร่วมในชุมชนที่มีความสนใจเดียวกัน 3 กลุ่มที่มีความสนใจที่โดดเด่น คือ แฟนละครโทรทัศน์ไทย, แฟน Netflix และแฟนบันเทิงเกาหลี ในส่วนของกลุ่มที่ ไม่มีความสนใจในเรืองเอ็นเตอร์เทนเม้นท์เลย ในทางกลับกันจะมองหาความบันเทิงในยามว่างจากการทำงานหรือ เรียนหนังสือ หรือในช่วงระหว่างวันหยุดพักผ่อน

 

โทรทัศน์ยังเป็นที่นิยมเพราะคอนเทนต์

ท่ามกลางการเติบโตของแพลตฟอร์มทีวีออนไลน์และสตรีมมิ่งต่างๆ แต่โทรทัศน์ยังคงมีความต้องการสูงเมื่อเปรียบเทียบกับแพลตฟอร์มที่ต้องมีการจ่ายเงินหรือแพลตฟอร์มที่ผิดกฎหมาย เมื่อดูจากทวีต และจำนวนการเสิร์ชบน Google พบว่าความสนใจในคอนเท้นท์บนแพลตฟอร์มมีการจ่ายเงินและแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่ผิดกฎหมายนั้นอยู่ในระดับเดียวกัน แต่ยังต่ำกว่าโทรทัศน์

คอนเทนต์ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทางเลือกใช้แพลตฟอร์มของคนไทย มีจำนวนของผู้ใช้งานจำนวนหนึ่ง ได้เปลี่ยนไปรับชมคอนเท้นท์จากแฟลตฟอร์มออนไลน์สตรีมมิ่ง ตามความสนใจในคอนเท้นท์ เช่น ความสนใจและติดตาม รายการประเทศเกาหลี รวมถึงเฉพาะกลุ่มเช่น เรื่องสยองขวัญ หรือ แนวแฟนตาซี

ละครหรือภาพยนตร์ของไทยได้รับความนิยมมากกว่าของต่างประเทศ

ในเรื่องของภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ ผู้ใช้ทวิตเตอร์คนไทยนิยมทวีตเกี่ยวกับภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ของไทย มากกว่าของต่างประเทศ แม้ในความเป็นจริงจำนวนของภาพยนตร์ไทยจะน้อยกว่าภาพยนตร์ของต่างประเทศ แต่มีบท สนทนาจำนวนมากกว่า ภาพยนตร์ไทยที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดในปี 2561 คือ BNK48 Girls Don’t Cry และ น้อง.พี่.ที่รัก Brother of the Year ซึ่งได้มีการพูดถึงมากกว่าภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด บล็อกบัสเตอร์ อย่าง Avengers: Infinity War และ Black Panther เลยทีเดียว และเมือมีการทวีตเกี่ยวกับภาพยนตร์ของไทยจะเป็นในเชิงบวกกว่าภาพยนตร์จากต่างประเทศ

ละครโทรทัศน์นับว่าเป็นประเภทรายการที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย โดยละครโทรทัศน์ไทยที่มีการพูดถึงมากที่สุด คือ บุพเพสันนิวาส และฮิตติดอันดับหนึ่งของหัวข้อเกี่ยวกับรายการโทรทัศน์ที่มีการพูดถึงมากที่สุดในปี 2561 เช่นเดียวกับ ภาพยนตร์ไทยซึ่งทวีตเกี่ยวกับละครโทรทัศน์ไทยจะเป็นในเชิงบวกกว่าละครโทรทัศน์จากต่างประเทศ

ขณะที่การสนทนาบนทวิตเตอร์ประเทศไทยมีอัตราการสนทนาเกี่ยวกับรายการโทรทัศน์ไทยสูงที่สุด ซึ่งเป็นเทรนด์เดียวกันทั้ง ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีการทวีตถึงละครโทรทัศน์ไทย 77% เมื่อเทียบกับทวีตที่พูดถึงซีรีส์ต่างประเทศ 23%

การทวีตถึงละครโทรทัศน์และภาพยนตร์มีความแตกต่างกัน

ผู้ใช้งานทวิตเตอร์ชาวไทยทวีตถึงละครและภาพยนตร์ด้วยแนวทางที่แตกต่างกัน แฟนๆ ละครที่กระตือรือร้นจะเข้าไปมีส่วนร่วม ในการพูดคุยโดยเขียนถึงพล็อตเรื่องและเนื้อหาของบทละคร และหากว่าละครเรื่องนั้นอิงประวัติศาสตร์ การพูดคุยก็จะเป็นการ ถกเถียงถึงเรื่องความถูกต้องทางประวัติศาสตร์

บทสนทนาที่พูดถึงละครไทยจะมีรายละเอียดและใช้ระยะเวลาในการพูดคุยกันนานกว่าบทสนทนาที่พูดถึงภาพยนตร์ไทยซึ่งมักจะเป็นทวีตที่มีข้อความสั้นกว่าโดยพวกเขามักจะแชร์ลิงก์การรีวิวที่พวกเขารู้สึกเห็นด้วยหรือทวีตที่รีวิวภาพยนตร์เรื่องนั้นแบบสั้นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการสปอยล์เนื้อหาของภาพยนตร์

นอกจากนี้ บทสนทนาที่พูดถึงภาพยนตร์ยังเน้นไปที่ชื่อเรื่องของภาพยนตร์และความตื่นเต้นก่อนที่ภาพยนตร์จะออกฉาย ในขณะที่บทสนทนาเกี่ยวกับละครซีรีส์มักจะเป็นแบบเรียลไทม์ รวดเร็ว มีการพูดถึงรายละเอียดของฉากนั้นๆ และการคาดเดาว่าจะเกิด อะไรขึ้นในตอนต่อไป

อย่างไรก็ดี ปีที่ผ่านมามีบทสนทนาเกี่ยวกับรายการโทรทัศน์กว่า 80 ล้านข้อความบนทวิตเตอร์ในประเทศไทย (แหล่งที่มา: ข้อมูลจาก Crimson Hexagon ระหว่างวันที่ กรกฎาคม 2561 ถึง กรกฎาคม 2562) และเป็นหนึ่งในหัวข้อการสนทนายอดนิยมตลอดทั้งปี

นอกจากนี้ คุณยังสามารถสร้างลิสต์เกี่ยวกับละครโทรทัศน์เรื่องโปรดหรือติดตามลิสต์ของคนอื่นได้ รวมทั้งหากต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับการใช้งานลิสต์ต่างๆ คลิกที่ https://help.twitter.com/using-twitter/twitter-lists

from:https://www.thumbsup.in.th/twitter-survey-thai-favorite-content-drama