คลังเก็บป้ายกำกับ: SNAPDRAGON_865

Samsung เปิดตัว Galaxy S20 FE 4G รุ่นใหม่ รอบนี้เปลี่ยนจาก Exynos มาใช้ Snapdragon 865

Galaxy S20 FE ถือเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนของ Samsung ที่มีสเปคและฟีเจอร์จัดจ้านมาก ๆ ในตอนนั้นจะมีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น Exynos 990 4G และ Snapdragon 865 5G แต่ล่าสุดเหมือนว่า Samsung จะเพิ่มตัวเลือกให้กับผู้บริโภคแล้ว โดยพวกเขาได้เปิดตัว Galaxy S20 FE 4G รุ่นใหม่ ที่รอบนี้เปลี่ยนมาใช้ชิป Snapdragon 865 สำหรับคนที่อยากได้รุ่น 4G แต่ไม่อยากใช้ Exynos

จริง ๆ แล้ว Samsung Global ยังไม่ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Galaxy S20 FE 4G รุ่น Snapdragon 865 อย่างเป็นทางการนะครับ แต่เหมือนว่าทีมงานของ Samsung Sweden จะมือลั่น กด Publish หน้าสเปคของ Galaxy S20 FE 4G รุ่นใหม่ตัวนี้ไปแบบไม่ตั้งใจ ทำให้ตรงนี้เหมือนเป็นการยืนยันการเปิดตัวไปแบบอ้อม ๆ ได้เลย ไม่ต้องจัดงานเปิดตัว หรือส่ง Press Release ให้กับสื่อแล้ว

สำหรับสเปคของ Galaxy S20 FE 4G รุ่น Snapdragon 865 ที่สามารถยืนยันได้ตอนนี้ แน่นอนว่าตัวชิปเซ็ตจะใช้เป็น Snapdragon 865 อดีตตัวท็อปจาก Qualcomm, RAM 6GB และความจุ 128GB ทว่าในส่วนนี้ แหล่งข่าวเผยว่า ในภายภาคหน้าจะมีรุ่น RAM 8GB และความจุ 256GB ตามมาเปิดตัวอีกที

โดยการที่ Samsung ตัดสินใจปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในของ Galaxy S20 FE 4G จากเดิมที่ใช้ Exynos 990 ชิปลูกหม้อของตัวเอง มาใช้ชิปขวัญใจมหาชนอย่าง Snapdragon 865 ก็น่าจะได้รับเสียงตอบรับไปในทางที่ดีไม่น้อยเลยล่ะ เพราะว่ากันตามตรง แม้จะมีดีกรีเป็นชิปไฮเอนด์เหมือนกัน แต่ถ้าวัดกันที่ด้านประสิทธิภาพทั้งการใช้งานจริงและผลคะแนน Snapdragon 865 ถือว่าทำผลงานได้ดีกว่า Exynos 990 มาก ๆ

ส่วนวันวางจำหน่ายและราคาค่าตัว น่าเสียดายที่ตอนนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้เลยว่า Galaxy S20 FE 4G รุ่น Snapdragon 865 จะเคาะเริ่มต้นที่เท่าไหร่ จะถูกกว่ารุ่น 4G ไหม ที่เปิดตัวมา 20,900 บาท หรือจะแพงกว่าเล็กน้อย แต่ที่แน่ ๆ น่าจะถูกกว่า 23,900 บาทที่เป็นราคาของรุ่น 5G แน่นอน

 

ที่มา: Samsung Sweden via Android Authority

from:https://droidsans.com/samsung-galaxy-s20-fe-4g-snapdragon-865-official/

Samsung เตรียมเลิกใช้ชิป Exynos ในรุ่น Galaxy S20 FE (4G) แต่จะเปลี่ยนมาใช้ชิป Snapdragon แทน

Samsung เปิดตัวมือถือสเปคงามราคาน่าคบหาอย่าง Galaxy S20 FE ไปเมื่อเดือนกันยายนปี 2020 โดยแบ่งออกเป็น 2 รุ่นคือ รุ่น 4G ที่ใช้ชิป Exynos 990 และรุ่น 5G ที่ใช้ชิป Snapdragon 865 แต่ล่าสุดได้มีข่าวออกมาว่า Samsung จะเลิกผลิต Galaxy S20 FE รุ่น 4G ที่ใช้ชิป Exynos และจะเปลี่ยนมาผลิตรุ่นที่ใช้ชิป Snapdragon แทน

สำหรับข้อมูลดังกล่าวได้มาจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถืออย่าง Ice Universe บอกว่า Samsung จะเลิกผลิต Galaxy S20 FE รุ่น 4G ที่ใช้ชิป Exynos 990 แต่จะเปลี่ยนมาใช้ Snapdragon 865+ แทน ซึ่งก็ตรงกับข่าวเมื่อไม่กี่วันก่อน ที่มีมือถือ Galaxy S20 FE รุ่นที่ใช้ชิป Snapdragon 865 โผล่มาในรายชื่อมือถือที่ผ่านการรับรองจาก กสทช. ด้วย

ก็ไม่แน่ว่าการที่ Samsung เปลี่ยนมาใช้ชิป Snapdragon แทน Exynos แบบนี้ อาจจะช่วยกระตุ้นยอดขายของ Galaxy S20 FE 4G ให้ขึ้นมามากกว่าเดิมก็ได้ เพราะส่วนมากผู้ใช้งานมักจะเปรียบเทียบประสิทธิภาพของชิป Exynos กับ Snapdragon กันเป็นประจำอยู่แล้ว และส่วนมากก็จะชอบชิป Snapdragon กันมากกว่าด้วย ทั้งในเรื่องของการจัดการพลังงาน ความร้อน และประสิทธิภาพโดยรวม

ถ้าใครที่อยากได้มือถือสเปคครบครัน ใช้งานได้อีกยาว ๆ แถมยังมากับชิป Snapdragon 865+ ด้วย ก็มารอลุ้นกันเลยครับว่า Galaxy S20 FE 4G รุ่นนี้จะเข้ามาเปิดตัวในบ้านเราเมื่อไหร่ครับ

 

ที่มา : Ice Universe (Twitter) via GSMArena

from:https://droidsans.com/samsung-stop-galaxy-20-fe-exynos-snapdragon-instead/

เปรียบเทียบชิปเซ็ต Snapdragon 865 กับ Dimensity 1000+ ความแรงต่างกันไหม เลือกซื้อตัวไหนดี

พักหลังๆ จะเห็นว่ามีสมาร์ทโฟนเรือธงบางรุ่นได้หันมาใช้ชิป Dimensity 1000+ ตัวท็อปจากฝั่ง MediaTek กันบ้างแล้ว ซึ่งหากกางสเปคกระดาษมาดูแล้ว จะพบว่าชิปของ MediaTek นั้น แทบจะไม่ได้ต่างอะไรกับชิป Snadragon 865 ของทาง Qualcomm เจ้าตลาดตอนนี้เลย โดยวันนี้ทาง DroidSans จะมาทำบทความเปรียบเทียบสเปคของชิปสองค่ายนี้ให้อ่านกันครับ ว่าสรุปแล้วมีความแรงต่างกันแค่ไหน และจะเลือกซื้อรุ่นไหนดี

ตารางเปรียบเทียบสเปค Snapdragon 865 กับ Dimensity 1000+

Snapdragon 865
Dimensity 1000+
ขนาด 7 นาโนเมตร
จำนวน CPU 8 แกน
CPU 1x Cortex-A77 (2.84GHz) 

3x Cortex-A77 (2.42GHz) 

4x Cortex-A55 (1.8GHz)

4x Cortex-A76 (2.6GHz)
4x Cortex-A55 (2GHz)
GPU Adreno 650 Mali-G77 MP9
คะแนน AnTuTu  ~600,000 แต้ม ~500,000 แต้ม

 

เมื่อเทียบสเปคหน้ากระดาษดูแล้ว จะเห็นว่า Snapdragon 865 ของ Qualcomm นั้น ดูเหมือนว่าจะขี่คอ Dimensity 1000+ อยู่หน่อยๆ เพราะ CPU ตัว Prime Core อย่าง Cortex-A77 ก็แรงกว่า แถม CPU ก็ใช้ตัวใหม่กว่าด้วย รวมถึง GPU ก็เป็น Adreno 650 ซึ่งทำผลทดสอบประสิทธิภาพต่างๆ ในด้านประมวลกราฟิกได้ดีกว่า Mali-G77 MP9 อยู่พอสมควร

เมื่อลองเอาไปทดสอลประสิทธิภาพกับแอป AnTuTu Benchmark ก็พบว่า Snapdragon 865 นั้น ทำคะแนนออกมาได้เหนือกว่า Dimensity 1000+ อยู่พอเล็กน้อย แต่ว่ากันตามตรง คะแนนเกินหลัก 5 แสนไปแล้ว การใช้งานทั่วไป (รวมไปถึงการเล่นเกม) ก็แทบจะไม่มีความแตกต่างกันอยู่แล้วล่ะตอนนี้

ซึ่งสรุปได้ว่าชิปทั้งสองรุ่นนี้ แทบจะไม่มีความแตกต่างกันเท่าไหร่เลย หากเอามาใช้ในชีวิตประจำวัน มีเล่นเกมนิดหน่อยบ้างบางที อาจจะมีแตกต่างกันในเรื่องการคุมความร้อนที่ชิปของ Qualcomm อาจจะทำได้ดีกว่า แต่ถ้ามองในมุมมองของผู้ใช้งานทั่วไป จะ Snapdragon 865 หรือ Dimensity 1000+ ก็แทบจะไม่ต่างกันเลย

อย่างไรก็ตาม พวกฟีเจอร์ต่างๆ ของ Dimensity 1000+ ก็มีครบๆ เหมือนกับ Snapdragon 865 ทั้งหมด ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเท่าไหร่ อีกทั้งราคาของสมาร์ทโฟนที่ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตของ MediaTek ยังมีราคาเริ่มต้นที่ถูกกว่าของ Snapdragon 865 อยู่พอสมควรเลยอีกด้วย

นอกจากนี้ ตลาดชิปเซ็ตระดับกลางค่อนไปถึงบนๆ ในช่วงนี้ ก็ถือว่าฮอตไม่แพ้กับพวกมือถือเรือธงอีกด้วย เนื่องจากราคาไม่แพง เข้าถึงได้ รวมถึงสเปคและฟีเจอร์ที่ได้ ก็แทบจะไม่หนีกับรุ่นท็อปๆ ของฝั่งสมาร์ทโฟนไฮเอนด์แล้ว ซึ่งวันนี้ทางทีมงานก็ขอจับ Snapdragon 765G กับ Dimensity 800U มาปะทะกันแบบจังๆ ไปเลยว่ารุ่นไหนน่าใช้น่าโดนกว่ากัน

ตารางเปรียบเทียบสเปค Snapdragon 765G กับ Dimensity 800U

Snapdragon 765G
Dimensity 800U
ขนาด 7 นาโนเมตร
จำนวน CPU 8 แกน
CPU 1x Cortex-A76 (2.4GHz)

1x Cortex-A76 (2.2GHz)

6x Cortex-A55 (1.8GHz)

4x Cortex-A76 (2.4GHz)

4x Cortex-A55 (2GHz)

GPU Adreno 620 Mali-G57 MC3
คะแนน AnTuTu ~300,000 แต้ม ~340,000 แต้ม

 

ซึ่งพอเป็นชิประดับกลางๆ จะเห็นว่าในส่วนนี้ Dimensity 800U จะมีสเปคหน้าที่เหมือนจะเหนือกว่า Snapdragon 765G อยู่เล็กน้อย อีกทั้งผลทดสอบของแอป AnTuTu Benchmark ยังยืนยันความแรงอีกด้วย โดย Dimensity 800U ถือว่าทำแต้มได้มากกว่า Snapdragon 765G อยู่ราวๆ 4 หมื่นแต้มเลยทีเดียว

ชิปเซ็ต Qualcomm กับ MediaTek รุ่นไหนน่าใช้กว่ากัน

หากว่ากันตามตรง ส่วนตัวถ้าให้ผมเลือกระหว่างสมาร์ทโฟนที่ใช้ชิป Qualcomm กับมือถือที่มากับชิป MediaTek ผมเลือก Qualcomm นะ เนื่องจากชินกับทางแบรนด์มากกว่า แต่ถ้ามองในเรื่องของความคุ้มค่า อันนี้ MediaTek น่าจะมีภาษีที่ดีกว่าชิปจากบริษัทสัญชาติสหรัฐฯ อยู่เป็นโหลๆ เพราะราคาเริ่มต้นของสมาร์ทโฟนที่ใช้ชิป ​Dimensity 1000+ นั้นอยู่ที่แค่ราวๆ หลักพันปลายๆ ไปจนถึงหมื่นต้นๆ เท่านั้น ขณะที่ Snapdragon 865 นั้นเริ่มที่ก็เกือบๆ สองหมื่นแล้ว ห่างกันพอสมควร เหมาะกับคนที่มีงบจำกัด แต่อยากได้ของแรงๆ มีคุณภาพ

โดยผมได้ยินข่าวมาแว่วๆ ว่า ทาง realme ประเทศไทย อาจจะนำ realme X7 Pro ที่เปิดตัวในเมืองนอกไปในจีนเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา มาเปิดราคาที่บ้านเราในเร็ววันนี้ ซึ่งสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ก็มากับชิป Dimensity 1000+ ที่เพิ่งเปรียบเทียบไปอีกด้วย ในส่วนราคาเริ่มต้นของมือถือรุ่นนี้จะอยู่ที่ประมาณหมื่นนิดๆ เท่านั้น แต่ราคาไทยจะประมาณไหน ต้องมารอลุ้นกันอีกทีนึง

เอาเป็นว่าหากมีข้อมูลคอนเฟิร์มเรื่องวันเปิดตัวของ realme X7 Pro เมื่อไหร่ ทางทีมงาน DroidSans จะรีบเขียนบทความอัปเดตข่าวให้อย่างเร็วที่สุดเลยครับ

 

 

from:https://droidsans.com/qualcomm-mediatek-chipset-compare-specs/

หลุดผลทดสอบ MediaTek MT6893 ทำคะแนน GeekBench แรงสูสีกับ Snapdragon 865

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาพึ่งจะมีข่าวว่า MediaTek กำลังซุ่มพัฒนาชิปรุ่นใหม่ MT689X (หรือ MT6893) ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรมขนาด 6 นาโนเมตร โดยตามข่าวบอกว่าชิปตัวนี้มีความแรงพอๆ กับชิปเรือธงช่วงต้นปีอย่าง Snapdragon 865 เลยทีเดียว และล่าสุดก็ได้มีผลคะแนนการทดสอบของชิปดังกล่าวออกมาแล้ว พบว่ามันสามารถทำประสิทธิภาพได้สูงตามข้อมูลที่หลุดออกมาจริงๆ ซะด้วย

สำหรับข้อมูลผลทดสอบชิป MT6893 ได้มาจากแหล่งข่าวจีนเจ้าเดิมอย่าง Digital Chat Station ได้ออกมาเปิดเผยผลทดสอบของ MediaTek MT6893 ด้วย GeekBench 5 ว่าสามารถทำคะแนน Single Core ได้สูงกว่าชิป MediaTek Dimensity 1000+ ที่อยู่ใน Redmi K30 Ultra และยิ่งไปกว่านั้นยังพบว่า MediaTek MT6893 สามารถทำคะแนน Single Core ออกมาที่ 886 คะแนน ส่วน Multi-Core ทำไปได้ต่ำกว่าเล็กน้อยที่ 2948 คะแนน ในขณะที่ Snapdragon 865 (ทดสอบใน OnePlus 8) ได้คะแนน Single-Core อยู่ที่ 886 คะแนนเท่ากัน ส่วน Multi-Core ได้มากกว่านิดหน่อยที่ 3104 คะแนน เรียกได้ว่าห่างกันเพียงเอื้อมมือจริงๆ ครับ



คะแนน GeekBench 5 ของ MediaTek MT6893 / Dimensity 1000+ / Snapdragon 865

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเผยออกมาว่า MediaTek MT6893 จะมาพร้อมกับ CPU ทั้งหมด 8 หัว ใช้สถาปัตยกรรมแบบ ARM Cortex-A78 (1 แกน) ความเร็วสูงสุด 3.0 GHz + Cortex-A78 (3 แกน) ความเร็ว 2.6 GHz + Cortex-A55 ความเร็ว 2.0 GHz (4 แกน) ส่วน GPU จะใช้เป็น GPU Mali-G77 MC9 และคาดว่าจะได้รับอัปเกรดเรื่องการรองรับหน่วยความจำที่สูงขึ้นจากซีรีส์ Dimensity 1000+ ด้วยการรองรับ RAM LPDDR5 และความจุแบบ UFS 3.0 ด้วย

ในตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลราคา ของชิป MediaTek MT6893 ว่าจะอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ แต่มีการคาดการณ์กันว่าชิปตัวนี้น่าจะมีราคาไม่ต่างจากซีรีส์ Dimensity 1000+ มากนัก ซึ่งหากว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ มือถือระดับกลางที่มีราคาประมาณไม่ถึงหมื่นบาท – หมื่นบาทนิดๆ ในอนาคตจะได้ใช้ชิปแรงๆ กันบ้างแล้วล่ะครับ

 

ที่มา: GSMArena

from:https://droidsans.com/geekbench-reveals-mt6893-powerful-as-snapdragon-865/

เผยผลทดสอบชิป MT6893 จาก MediaTek ทำผลงานได้เทียบเท่าชิปเรือธง Snapdragon 865

มีข้อมูลเผยออกมาสักพักแล้วว่า MediaTek นั้นกำลังซุ่มผลิตชิปเซ็ตสำหรับมือถือตัวใหม่อยู่ โดยจะมีสถาปัตยกรรมที่คล้ายกับ Samsung Exynos 1080 และจะพัฒนามาจากกระบวนการผลิต 6 นาโนของ TSMC โดยน่าจะมาในชื่อรหัส MT6893 และก่อนหน้านี้ก็มีผลการทดสอบของชิปเซ็ตรุ่นดังกล่าวหลุดออกมาให้เห็นกันใน GeekBench 4 แล้ว ซึ่งสามารถทำคะแนนไปได้ดีกว่า MediaTek Dimensity 1000+ เมื่อว่ากันที่การทดสอบประสิทธิภาพ Single Core แต่ที่หน้าตื่นเต้นไปกว่านั้นคือผลการทดสอบชิปเซ็ต MT6893 ล่าสุดบน Geekbench 5 ที่ทำคะแนนรวมโดยเฉลี่ยของหน่วยประมวลผลไปได้เทียบเท่ากับเจ้า Snapdragon 865 ซึ่งมีใช้งานอยู่ใน OnePlus 8 เลยทีเดียว

mediatek-mt6893

แน่นอนว่าผลการทดสอบนี้เป็นเพียงผลการทดสอบแรกและผลการทดสอบเดียวในตอนนี้ที่เราเพิ่งจะได้เห็นประสิทธิภาพของ MT6893 กันเมื่อว่ากันถึงคะแนนในภาพรวมของหน่วยประมวลผล และเชื่อว่าการทดสอบเองก็ยังไม่ได้ถูกปรับแต่งให้ดึงสมรรถนะเครื่องออกมาได้อย่างแม่นยำนัก แต่อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่เห็นก็น่าจะพอสรุปได้ว่าชิปเซ็ต MT6893 ของ MediaTek นั้นถือเป็นชิปเซ็ตที่น่าจับตามองมากในด้านของประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยประมวลผลจากค่ายรองเลยก็ว่าได้

นอกจากนี้แหล่งข่าวยังระบุสเป็กของหน่วยประมวลผล MT6893 เอาไว้อีกด้วยว่าหน่วยประมวลผลหลักนั้นจะเป็น Cortex-A78 ที่ถูกจูนมาที่ความเร็ว 3.0 Ghz และจะมีหน่วยประมวลผลย่อยอีก 3 ตัวที่ก็เป็น Cortex-A78 เช่นเดียวกัน โดยจะถูกจูนความแรงไว้ที่ 2.6 Ghz และยังมีหน่วยประมวลผลที่ใช้พลังงานต่ำอย่าง Cortex-A55 อีก 4 หัวด้วยกัน ซึ่งทั้งหมดจะถูกปรับจูนความเร็วไว้ที่ 2.0 GHz นั่นเอง ในขณะที่ฝั่งกราฟิกนั้นจะใช้เป็นหน่วยประมวลผล GPU Mali-G77 MC9 โดยว่าวันว่าเจ้า MT6893 นั้นจะมีอยู่ 2 รุ่นด้วยกัน ซึ่งหากเอาผลการทดสอบจาก Geekbech เป็นเกณฑ์ก็มีโอกาสเป็นไปได้สูงจากการที่หน่วยรปะมวบผลที่ถูกทดสอบบนระบบนั้นมีชื่อ v1_64 ต่อท้าย alps k6893 ซึ่งอาจะเป็นการบ่งบอกเวอร์ชั่นของชิปเซ็ตดังกล่าวว่าเป็นเวอร์ชั่น 1 และอาจหมายถึงว่าจะมีเวอร์ชั่น 2 อีกหนึ่งตัวตามมาตามที่เป็นข่าวลือ



อย่างไรก็ตาม ณ ตอนนี้เรายังไม่ทราบแน่ชัดเกี่ยวกับสเป็กของเจ้าหน่วยประมวลผล MT6893 นี้ในแง่อื่นๆ เช่น DSP หรือตัวจัดการความจำ โดยจากข่าวลือที่มีหลุดออกมาดูเหมือนจะเห็นพ้องกันข้อหนึ่งว่ามันน่าจะอัพเกรดจากแรม LPDDR4X  และ UFS 2.0 มาเป็น LPDDR5 และ UFS 3.0 ที่มีใช้อยู่ใน Dimensity 1000+ แทน และที่น่าสนใจอีกเรื่องคือราคาของมัน ที่หากสามารถทำราคาได้ดีเหมือน Dimensity 1000+ ในประสิทธิภาพที่เทียบเท่า Snapdragon 865 แล้วล่ะก็ คงต้องบอกว่างานนี้ Qualcomm เองต้องมีเสียวสันหลังกันบ้างแล้วล่ะ

ข่าว: เผยผลทดสอบชิป MT6893 จาก MediaTek ทำผลงานได้เทียบเท่าชิปเรือธง Snapdragon 865 มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/11/22/new-mediatek-mt6893-performs-as-good-as-snapdragon-865.html

MediaTek ซุ่มพัฒนาชิป MT689X บนสถาปัตยกรรม 6nm แรงพอฟัดพอเหวี่ยงซีรีส์ Snapdragon 865

ล่าสุดมีข้อมูลออกมาว่าผู้ผลิตชิปอย่าง MediaTek กำลังจะกลับเข้ามาในตลาดชิประดับเรือธงอีกครั้ง เนื่องจากมีรายงานว่าตอนนี้กำลังซุ่มพัฒนาชิป MT689X ที่มีประสิทธิภาพการทำงานต่างๆ แรงพอฟัดพอเหวี่ยงกับชิประดับไฮเอนด์อย่าง Snapdragon 865 หรือ Snapdragon 865+ แต่ยังคงคอนเซ็ปต์ของราคาที่เป็นมิตรพอจะเอาไปใช้ในมือถือระดับกลางๆ ได้อยู่

แหล่งข่าวเจ้าประจำจากจีนอย่าง Digital Chat Station ได้ออกมาเผยถึงข้อมูลชิปรุ่นใหม่ MediaTek MT689X ว่ามันจะผลิตบนสถาปัตยกรรมขนาด 6 นาโนเมตร และจะใช้ตัวประมวลผลกราฟิก Mali-G77 โดยทางแหล่งข่าวเคลมว่าชิปตัวนี้ใช้สถาปัตยกรรมแบบเดียวกันกับชิป Exynos 1080 แถมยังมีความเร็วสัญญาณนาฬิกาที่สูสีกันอีกด้วย (Exynos 1080 ทำคะแนนจาก AnTuTu ไปได้เกือบๆ 7 แสนคะแนน)

นอกจากนี้ตามข้อมูลยังบอกอีกด้วยว่าชิป MT689X ถูกทดสอบประสิทธิภาพจาก AnTuTu เรียบร้อยแล้ว พบว่าทำคะแนนไปได้ราวๆ 600,000+ คะแนน ซึ่งเรียกว่ามีความแรงอยู่กึ่งกลางระหว่าง Snapdragon 865 และ 865+ เลยทีเดียว

น่าเสียดายที่ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลว่า MediaTek จะเปิดตัวชิปดังกล่าวเมื่อไหร่ และจะถูกนำเอาไปใช้กับมือถือรุ่นไหนเป็นรุ่นแรก แต่ตามที่มีข้อมูลหลุดออกมาบอกว่าชิปตัวนี้จะมีราคาที่เป็นมิตรสุดๆ จนสามารถเอาไปใช้กับมือถือในช่วงราคาราวหมื่นบาทได้ ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องดีมากๆ ที่เราอาจจะได้เห็นมือถือสเปคแรงแต่ราคาไม่แรงออกมาในอนาคตนั่นเองครับ

 

ที่มา : Gizchina 

from:https://droidsans.com/mediatek-mt689x-as-powerful-as-snapdragon-865-plus/

ต้องยอมกันที่ความแรง! ผลทดสอบ iPhone 12 บดขยี้ Android ในการทดสอบความเร็วและประสิทธิภาพ

ผลการทดสอบจาก Geekbench 5 และการใช้งานการแปลงวีดีโอ เพื่อทดสอบความเร็ว iPhone 12 แสดงให้เราได้เห็นว่า A14 Bionic จับคู่กับระบบ iOS เป็นชิพที่แรงแบบยังไม่มีคู่แข่ง

ดูเหมือนเรื่องความเร็วแรงของสมาร์ทโฟนแห่งยุค ยังคงอยู่กับ iPhone ของ Apple ต่อไปอีกสักระยะครับ เพราะเมื่อพูดถึงประสิทธิภาพที่ใกล้เคียง iPhone 12 มากที่สุด ก็ยังคงเป็น iPhone 11 ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนของ Apple ที่ออกมาเมื่อปีที่แล้ว ไม่มีโทรศัพท์ Android ตัวไหนที่มาล่มผลการทดสอบของเรือธงจาก Apple ลงไปได้

iPhone 12 และ iPhone 12 Pro ใช้ชิปตัวใหม่ A14 Bionic ที่ทรงพลังและเร็วขึ้นกว่าเดิม เมื่อเทียบกับชิพตัวเก่งของ Android อย่าง Snapdragon 865+ แล้วค่อนข้างทิ้งห่างเลยครับ เพราะในการทดสอบที่ผ่านมา Snapdragon 865+ ยังไม่สามารถทำผลงานได้เท่ากับ A13 Bionic ได้เลย นับประสาอะไรกับโปรเซสเซอร์ iPhone 12 ซึ่งเป็นตัวใหม่ที่พัฒนามากขึ้น และอยู่ในเกรดเทคโยโลยีระดับ 5 นาโนตัวแรกของโลก

ต้องยอมรับความแรงในจุดนี้ เพราะทาง Apple มั่นใจเป็นอย่างมากกับการประกาศ “A14 Bionic เป็น “ชิปที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมาในสมาร์ทโฟน”

ทีมงานของ Tom’s Guide ได้ทำการทดสอบด้วยโปรแกรมมาตรฐาน Geekbench 5 บนโทรศัพท์หลายรุ่น เมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างชิป A14 กับ A13 ทั้งในการทดสอบแบบ single-core และ multi-core จะมีความเร็วเพิ่มขึ้น 19% และ 10% ตามลำดับ

ดังภาพที่แสดงไว้ด้านบน ชิป Snapdragon 865+ ใน Galaxy Note 20 Ultra และ ROG Phone 3 ได้คะแนนใกล้เคียงกับ iPhone 11 มากที่สุดแต่ก็ยังคงดูห่างกับชิป A14 อยู่ดี

Tom’s Guide ยังได้ทำการทดสอบกับการจำลองการใช้งานในชีวิตจริง โดยการให้อุปกรณ์ต่างๆ ทำการแปลงรหัสวิดีโอแบบ 4K บนความละเอียดระดับ 1080p ซึ่งผลลัพท์ออกมาชัดเจนมากสำหรับงานถนัดของอุปกรณ์ iOS เพราะสำหรับ iPhone 12 มันใช้เวลาไปแค่ 26 หรือ 27 วินาที เร็วมากเมื่อเทียบกับ 45 วินาทีของ iPhone 11 Pro Max และทิ้งห่าง Galaxy S20 Plus ที่ 73 วินาที Galaxy Note 20 Ultra ที่ 76 วินาที ในขณะที่  OnePlus 8T ตัวแรงหน้าใหม่ที่เข้ามาอยู่ในระดับท็อปของสมาร์ทโฟน Android หลังจากเปิดตัวทั่วโลกไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ใช้เวลาไป 98 วินาที ในขณะที่ Nexus 5 ทำได้ในเวลาเกือบสามนาทีเลยครับ แม้เราอาจจะไม่ได้ใช้มือถือในการจัดการวิดีโอ 4K กันบ่อยนัก แต่การทดสอบเหล่านี้มันแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพโทรศัพท์รุ่นต่างๆ ได้ชัดเจนในรูปแบบหนึ่ง

ไม่ใช่ว่าสเปคของเรือธงแต่ละรุ่นจะมองกันเพียงเท่านั้น เพราะเรือธงของ Android เองก็อาจมีประสิทธิภาพดีกว่า iPhone 12 เมื่อพูดถึงเรื่อง RAM

เพราะโทรศัพท์ Android มีแรมให้ใช้กันตั้งแต่ 8GB ถึง 16GB ซึ่งสามารถชดเชยพลังประมวลผลได้ในแง่ของการโหลดแอปที่ใช้งานหลายอย่างพร้อมกันได้ในเบื้องหลัง ซึ่ง iPhone 12 Pro แม้จะเป็นรุ่นใหญ่ แต่ Apple ก็ใส่แรมมาให้เพียง 6GB ในขณะที่รุ่นอื่นๆ มีแรมให้เพียง 4GB เท่านั้น

ด้วยรูปแบบระบบที่ออกแบบมาแตกต่างกัน อาจจะบอกได้ว่าทำการเปรียบเทียบกันตรงๆ ลำบากสักหน่อย ผลการทดสอบเหล่านี้จึงเอาไว้ดูให้พอเป็นไกด์ไลน์ไว้เท่านั้นครับ ประมาณการความแรง แต่มันไม่อาจบอกทุกอย่างได้อย่างชัดเจนในการใช้งานจริงอีกหลายๆ ด้าน

ข่าว: ต้องยอมกันที่ความแรง! ผลทดสอบ iPhone 12 บดขยี้ Android ในการทดสอบความเร็วและประสิทธิภาพ มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/10/21/iphone-12-pro-speed-test-vs-iphone-11-galaxy-note-20-pixel-5.html

หลุดผลทดสอบ AnTuTu ชิป A14 Bionic ของ iPhone 12 และ iPhone 12 Pro เผยแรงกว่า Snapdragon 865 ไม่ถึง 1%

หลังจากที่ Apple ได้เปิดตัว iPhone 12 ทั้ง 4 รุ่นไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ล่าสุดได้มีผลทดสอบคะแนน AnTuTu ของชิป A14 Bionic ของ iPhone 12 และ iPhone 12 Pro ที่ว่ากันว่าเป็นชิปมือถือที่แรงที่สุด แต่กลับทำคะแนนได้เหนือกว่า Snapdragon 865 เพียงนิดเดียวเท่านั้น ซึ่งไม่ถึง 1% เมื่อเทียบกับคะแนนสูงสุดที่ได้

สำหรับชิป A14 Bionic สเปคเบื้องต้นจะประกอบไปด้วยทรานซิสเตอร์กว่า 11,800 ล้านตัว ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรม 5nm และมี Neural Engine ถึง 16 Core ประมวลผลดีขึ้นกว่าเดิมถึง 80% โดยทาง Apple ก็เคลมว่าตัวชิป A14 นั้นเป็นชิปมือถือ 5nm ตัวแรกของโลกและมีจะมีประสิทธิภาพ CPU และ GPU ที่ดีกว่าชิปมือถือรุ่นอื่นๆ ในตลาดตอนนี้ถึง 50%

แต่ถ้าเทียบกับ iPhone 11 Pro Max รุ่นเดิมที่ใช้ A13 Bionic แล้ว ที่ได้คะแนน AnTuTu สูงสุดที่ 536,883 คะแนน กลับมีประสิทธิภาพสูงขึ้วกว่าเดิมเพียง 5-6% เท่านั้น

อย่างไรก็ตามถ้าวัดเอาแค่คะแนน AnTuTu จริงๆ ตอนนี้ชิปที่ได้คะแนนสูงที่สุดคาดว่าน่าจะเป็น Exynos 1080 ที่แซงฉีกคะแนนพุ่งไปถึง 693,600 คะแนน (ยังมี Exynos 2100 รุ่นท็อปอีกแต่ยังไม่มีผลทดสอบออกมา) ซึ่งต้องรอติดตามกันต่อไปครับผม แต่อย่างว่าคะแนนเยอะขนาดนี้แล้ว การใช้จริงลื่นไหลไม่ต่างกันเท่าไรหรอกนะ

 

ที่มา : gsmarena

from:https://droidsans.com/antutu-iphone-12-12-pro-beat-snap-865/

OnePlus 8T จะมากับจอ 120Hz และชาร์จไว 65W แต่ชิปยังคงใช้เป็น Snapdragon 865 ส่วนปีนี้อาจไม่มีรุ่น 8T Pro

เข้าใกล้ช่วงเทศกาลเปิดตัวมือถือเรือธงครึ่งปีหลังกันอีกแล้ว~ ล่าสุดตอนนี้มีภาพเรนเดอร์ของ OnePlus 8T อีกหนึ่งสมาร์ทโฟนสเปคสุดเทพหลุดออกมา เผยจะมากับจอแบนค่ารีเฟรชเรท 120Hz, กล้องหลัง 4 ตัว เรียงเป็นตัว L และระบบชาร์จไว 65W แต่ชิปเซ็ตยังคงเลือกใช้เป็น Snapdragon 865 เหมือนเดิม อีกทั้งรอบนี้ OnePlus อาจเปิดตัวมือถือแค่รุ่นเดียว ไร้เงาของ OnePlus 8T Pro

แหล่งข่าวหลายที่ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าปีนี้ไม่มี OnePlus 8T Pro

โดยแหล่งข่าวหลายที่ของ Max J. ได้ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าปีนี้จะไม่มีมือถือรุ่น OnePlus 8T Pro มาเปิดตัว ซึ่งตรงนี้ดูเหมือนว่า Leaker รุ่นเดอะอย่าง Evan Blass กลับเห็นต่าง เนื่องจากตัว Evan เองได้ออกมาทวีตลิงก์ที่เหมือนจะเป็นกลายคอนเฟิร์มแบบกลายๆ ว่ายังไงซะปีนี้ก็มี OnePlus 8T Pro อย่างแน่นอน

Max J. บอกว่าปีนี้ไม่มี OnePlus 8T Pro

แต่ Evan Blass เห็นต่าง

ซึ่งตรงนี้ Max Weinbach อีกหนึ่งคนปล่อยข่าวหลุดสมาร์ทโฟนที่น่าเชื่อถือได้คนหนึ่ง ก็ได้ออกมาเข้าข้าง Max J. น่าจะเป็นฝ่ายที่ให้ข้อมูลถูกต้องว่าปีนี้ที่เขาบอกว่าปีนี้ OnePlus อาจจะไม่นำ OnePlus 8T Pro มาเปิดตัว

ภาพเรนเดอร์ OnePlus 8T มากับจอแบนรีเฟรชเรท 120Hz และกล้องหลัง 4 ตัว

ตอนนี้มีภาพเรนเดอร์ของ OnePlus 8T หลุดออกมา โดยจะเห็นว่ามือถือรุ่นนี้จะมาพร้อมกับหน้าจอที่คาดว่าจะใช้เป็น Fluid AMOLED ขนาด 6.55 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ พ่วงกับค่ารีเฟรชเรท 120Hz ซึ่งถือว่าอัปเกรดจาก OnePlus 7T ที่ใส่มาให้ที่ 90Hz เท่านั้น และหากใครสังเกตดีๆ จะเห็นว่า OnePlus 8T จะเลือกใช้หน้าจอแบบแบนราบ ไม่โค้งเหมือนกับ OnePlus 8 Pro ส่วนกล้องหน้ายังคงใช้แบบเจาะรูเหมือนเดิม แต่เหมือนจะรูเล็กลง ความละเอียด 32MP

พลิกไปด้านหลัง จะเจอเข้ากับกล้องหลัง 4 ตัว จัดเรียงเป็นรูปตัวอักษร L ประกอบด้วยเซ็นเซอร์หลักความละเอียด 48MP, กล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 16MP, กล้อง Macro ความละเอียด 5MP และกล้อง Depth ความละเอียด 2MP น่าเสียดายที่ยังคงไม่มีกล้อง Telephoto หรือ Periscope ที่สามารถดันซูมได้แบบไกลๆ เหมือนมือถือเรือธง Android ในตลาดตอนนี้ ใส่มาให้

ชิปเซ็ตยังคงใช้ Snapdragon 865 เหมือนเดิม แต่ระบบชาร์จไวได้อัปเกรดเป็น 65W

ทว่าในเรื่องของหน่วยประมวลผล ทาง OnePlus 8T จะยังคงมากับชิป Snapdragon 865 เหมือนกับ OnePlus 8 | 8 Pro ไม่ใช่รุ่นตีบวกอย่าง Snapdragon 865+ โดยเมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา OnePlus 8T ได้มีชื่อโผล่บนฐานข้อมูลของ Geekbench ทำคะแนนแบบ Single-Core ไปได้ 912 แต้ม และแบบ Multi-Core ที่ 3,288 แต้ม ซึ่งคะแนนเท่านี้จะอยู่ในระดับมือถือที่มากับชิป Snapdragon 865 เท่านั้น เพราะตามความจริงชิป Snapdragon 865+ น่าจะได้คะแนน Geekbench มากกว่านี้

สำหรับสเปคในส่วนอื่นๆ คาดการณ์กันว่า OnePlus 8T จะมากับ RAM 8 – 12GB, ความจุ 128 – 256GB และแบตเตอรี่ขนาด 4500 มิลลิแอมป์ แถมยังรองรับชาร์จไว 65W รันระบบปฏิบัติการ Oxygen OS 11 บนพื้นฐาน Android 11 อีกที

น่าจะมาเปิดตัวอย่างไวสุดสิ้นเดือนกันยายนนี้

โดยหากไม่มีอะไรผิดพลาด OnePlus น่าจะนำ OnePlus 8T มาเปิดตัวอย่างไวสุดในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ และไม่แน่ว่ารอบนี้อาจจะมีตัวละครลับอย่าง OnePlus Watch หรือมือถือระดับกลางจาก OnePlus มาเปิดตัวพร้อมกันด้วย

 

ที่มา: pricebaba via gsmarena 

from:https://droidsans.com/oneplus-8t-render-specs-leaked-no-8t-pro/

Galaxy Note 20 Ultra รุ่น Exynos 990 ประสิทธิภาพยังตามหลัง Snapdragon 865+ อยู่ราวๆ 10-15% แถมกินแบตมากกว่า

เฮีย Zack จากช่อง JerryRigEverything ที่เรารู้จักกันดีในฐานะนักทรมานมือถือ และนักงัดแงะอุปกรณ์ไอทีตัวพ่อ ได้ออกมาทำการทดสอบประสิทธิภาพความแรงของ Galaxy Note 20 Ultra รุ่นที่ใช้ชิป Exynos และชิป Qualcomm แบบตัวต่อตัวกันไปเลย วัดกันเลยว่าเครื่องไหนแรงกว่ากัน สรุปพบว่ารุ่น Exynos นั้น ด้อยกว่า Galaxy Note 20 Ultra ที่มาพร้อมกับชิป Snapdragon 865+ ทั้งในด้านความแรง และการประหยัดพลังงานแบบเห็นได้ชัดเลย

การทดสอบครั้งนี้จะใช้แอป Geekbench 5 เป็นตัวทดสอบ ซึ่งผลปรากฎว่า Galaxy Note 20 Ultra รุ่น Exynos สามารถทำคะแนนแบบ Single-Core ไปได้ 896 แต้ม และ Multi-Core ที่ 2,696 แต้ม ขณะที่รุ่นที่มากับชิป Qualcomm มีทำคะแนนไปได้เหนือกว่าทั้งแบบ Single-Core และ Multi-Core อยู่ราวๆ 10 – 15% เลยทีเดียว

ซึ่งพอทำการทดสอบไปได้ซักพัก กดเทส Geekbench 5 ไปประมาณ 4 – 5 รอบ จะพบว่า Galaxy Note 20 Ultra รุ่น Exynos นั้น จะมีความร้อนกว่ารุ่นที่ใช้ชิป Qualcomm อยู่ราวๆ 3 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว

ตรงนี้ทาง JerryRigEverything คาดว่า ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันขนาดนี้ น่าจะมีเอี่ยวมาจากระบบระบายความร้อนไหม เพราะทั้งสองรุ่นถือว่ามากับระบบคนละแบบ โดย Galaxy Note 20 Ultra รุ่น Exynos จะใช้แบบ Copper Cooling ส่วนรุ่น Qualcomm จะเลือกใช้เป็นแบบ Graphite แทน ซึ่งทางเฮีย Zack ก็เลยทำการสลับตัวระบายความร้อนของมือถือทั้งสองรุ่นนี้มันเสียเลย จะได้รู้กันไปเลยว่าสาเหตุมาจากระบบระบายความร้อนที่ไม่เหมือนกันหรือเปล่า

Galaxy Note 20 Ultra รุ่น Exynos 990 

Galaxy Note 20 Ultra รุ่น Snapdragon 865+

ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ แทบจะไม่มีความแตกต่างอะไรจากตอนแรกเลย แม้ว่าจะสลับตัวระบายความร้อนกันแล้วก็ตาม แต่ Galaxy Note 20 Ultra รุ่น Qualcomm ก็ยังคงทำคะแนนในส่วน Single-Core และ Multi-Core ได้เหนือกว่ารุ่น Exynos เหมือนเดิม ส่วนเรื่องความร้อนตัวเครื่องหลังจากกดเทสไปได้ซักพัก ก็พบว่ารุ่น Exynos นั้นร้อนกว่าตัว Qualcomm อยู่มากถึง 4 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว

แถมเรื่องแบตเตอรี่ Galaxy Note 2o Ultra รุ่น Exynos ยังกินไฟมากกว่ารุ่นที่ใช้ Qualcomm อยู่ 5% อีกด้วย ทั้งที่ตั้งค่าทุกอย่างเหมือนกัน เปิดแสงความสว่างหน้าจอเท่ากัน ใช้งานต่างๆ เหมือนกันทุกประการ

จากการทดสอบจะเห็นว่า Galaxy Note 20 Ultra รุ่นที่มากับชิปเซ็ต Snapdragon 865+ ตัวท็อปจากฝั่ง Qualcomm ทำผลงานออกมาได้เหนือกว่ารุ่นที่ใช้ Exynos 990 อยู่พอสมควรเลย…

 

ที่มา: JerryRigEveything

from:https://droidsans.com/samsung-galaxy-note-20-ultra-test-exynos-qualcomm-differences/