คลังเก็บป้ายกำกับ: SMARTWATCH

Amazfit T-Rex เวอร์ชั่น Global วางจำหน่ายแล้วบนร้านออนไลน์ Giztop ราคาราว 4,550 บาท

Huami เปิดตัวสมาร์ทวอทช์ Amazfit T-Rex ครั้งแรกในงาน Consumer Electronics Show 2020 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยเน้นการออกแบบที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษตามมาตรฐาน MIL-STD-810G และป้องกันน้ำในระดับ 5ATM (กันน้ำลึกสูงสุด 50 เมตร)

Amazfit T-Rex มาพร้อมจอแสดงผล AMOLED 16.7 ล้านสี ความละเอียด 360 x 360 พิกเซล ขนาด 1.3 นิ้ว ป้องกันรอยด้วยกระจก Gorilla Glass 3 ภายในบรรจุ 390mAh ให้พลังงานนานสูงสุด 66 วัน ในโหมดนาฬิกา แต่ถ้าเปิด GPS จะให้อายุการใช้งานนานสูงสุด 20 ชั่วโมง โดยใช้ชิป GPS ของ Sony

Amazfit T-Rex มีเซ็นเซอร์ติดตามอัตราการเต้นของหัวใจแบบออปติคอล BioTracker PPG พร้อมโหมดติดตามการเล่นกีฬา 14 ชนิด และยังสนับสนุนการชำระเงินผ่าน NFC

Amazfit T-Rex วางจำหน่ายในประเทศจีนราคาเริ่มต้น 799 หยวน หรือราว 3,700 บาท แต่ตอนนี้สามารถซื้อเวอร์ชั่น Global ได้ที่ร้านค้าออนไลน์ Giztop ในราคา 140 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือราว 4,550 บาท

from:https://www.flashfly.net/wp/290964

เปรียบเทียบ OPPO Watch vs Amazfit GTS vs Xiaomi Mi Watch vs Apple Watch 5

อุปกรณ์สวมใส่ข้อมืออัจฉริยะกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ทำให้มีตัวเลือกมากมายในตลาด แม้แต่ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนเป็นหลักก็หันมาทุ่มเทให้กับ Smartwatch ไม่ว่าจะเป็น OPPO Watch, Amazfit GTS, Xiaomi Mi Watch และ Apple Watch Series 5 แต่รุ่นไหนจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด?

Apple Watch Series 5 เปิดตัวในเดือนกันยายน 2019 มีให้เลือก 2 รุ่น คือ GPS กับ GPS + Cellular และมีให้เลือก 2 ขนาด 40 มม. กับ 44 มม. บนตัวเรือนอลูมิเนียม, ไทเทเนียม และอื่นๆ

OPPO Watch เปิดตัวในสัปดาห์แรกของเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีให้เลือก 2 ขนาด 41 มม. กับ 46 มม. การออกแบบภายนอกดูคล้ายกับ Apple Watch ตัวเรือนใช้วัสดุอลูมิเนียมอัลลอยด์ และ สแตนเลสสตีล

Amazfit GTS เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์สวมใส่โดยเฉพาะ ประสบความสำเร็จเช่นกันในรุ่นอลูมิเนียมและไททาเนียม ตัวเรือนมีการออกแบบหน้าปัดสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ด้านหน้า พร้อมกับสายยางฟลูออโรและซิลิโคนทั้งสองด้าน

Xiaomi Mi Watch เป็น Smartwatch รุ่นแรกของ Xiaomi ที่เปิดตัวพร้อมกับสมาร์ทโฟน Mi CC9 Pro และทีวี Mi TV 5 ในเดือนพฤศจิกายน 2019 มีดีไซน์คล้ายกับ Apple Watch ขนาด 44 มม. และตัวเรือนอลูมิเนียมอัลลอยด์ผิวด้าน

ความแตกต่างระหว่าง OPPO Watch, Amazfit GTS, Xiaomi Mi Watch และ Apple Watch Series 5

Apple Watch Series 5 ได้รับการป้องกันด้วยกระจกแซฟไฟร์ที่ด้านหน้า กรอบสแตนเลสสตีล ใช้จอแสดงผล LTPO ขนาด 1.78 นิ้ว หน้าปัดรูปทรงสี่เหลี่ยมโค้งมน มีให้เลือก 2 ขนาด 40 มม. กับ 44 มม. ทั้ง 2 ขนาดมีความบาง 10.7 มม.

OPPO Watch มีให้เลือก 2 ขนาด คือ 41 มม. จอแสดงผล 1.6 นิ้ว กับ 46 มม. จอแสดงผล 1.91 นิ้ว ตัวเรือนมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ, สีเงิน และ สีทอง มาพร้อมสายยางฟลูออโรสวมใส่สบาย

Amazfit GTS มีให้เลือก 2 รุ่น ตัวเรือนไททาเ มาพร้อมนียมสายยางฟลูออโร และตัวเรือนอลูมิเนียมอัลลอยด์ มาพร้อมสายซิลิโคน หน้าปัดใช้จอแสดงผล AMOLED ขนาด 1.65 นิ้ว มีปุ่มควบคุมแบบวงกลมทางด้านขวา

Xiaomi Mi Watch มาพร้อมกรอบอลูมิเนียมและด้านหลังใช้วัสดุเซรามิก มีขนาด 44 มม. จอแสดงผล 1.78 นิ้ว มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีเงิน กับ สีดำ ด้านขวามีปุ่มควบคุมเหมือนกับรุ่นอื่นๆ

จอแสดงผล

OPPO Watch vs Xiaomi Mi Watch vs Apple Watch Series 5 vs Amazfit GTS มีขนาดหน้าจอ 1.91 นิ้ว, 1.78 นิ้ว, 1.78 นิ้ว และ 1.65 นิ้ว ตามลำดับ เกือบทั้งหมดใช้จอแสดงผล AMOLED ยกเว้น Apple Watch ที่ใช้ LTPO OLED

จอแสดงผลของ Apple Watch Series 5 มีความละเอียด 448 x 368 พิกเซล, OPPO Watch มีความละเอียด 476 x 402 พิกเซล, Amazfit GTS มีความละเอียด 442 x 348 พิกเซล และ Xiaomi Mi Watch มีความละเอียด 448 x 368 พิกเซล ทั้งหมดยังใช้กระจกป้องกันรอย Corning Gorilla Glass 3

การเชื่อมต่อ

Smartwatch ทั้ง 4 รุ่น มาพร้อม GPS ในตัว แต่ OPPO Watch ยังคงใช้การเชื่อมต่อ Bluetooth 4.2 ขณะที่รุ่นอื่นๆ รองรับ Bluetooth 5.0

OPPO Watch, Xiaomi Mi Watch และ Apple Watch Series 5 รองรับ eSIM สนับสนุนผู้ช่วยดิจิตอล แต่ Amazfit GTS ไม่มีทั้ง 2 อย่าง

ซอฟต์แวร์และโปรเซสเซอร์

Smartwatch ทั้ง 4 รุ่น มีซอฟต์แวร์ของตัวเอง OPPO Watch ใช้ ColorOS Watch, Amazfit GTS ใช้ Amazfit OS, Xiaomi Mi Watch ใช้ MIUI for Watch OS และ Apple Watch Series 5 ใช้ watchOS

ด้านโปรเซสเซอร์ Apple Watch Series 5 ใช้ชิป Apple S5, OPPO Watch ใช้ชิป Qualcomm Snapdragon 2500 และ Xiaomi Mi Watch ใช้ชิป Qualcomm Snapdragon Wear 3100

แบตเตอรี่

OPPO Watch มีความจุแบตเตอรี่ 430mAh, Amazfit GTS (220mAh), Xiaomi Mi Watch (570mAh) ส่วน Apple Watch Series 5 ไม่ได้เปิดเผยความจุแบตเตอรี่ โดยเฉลี่ยแล้วทั้งหมดใช้เวลาชาร์จแบตเตอรี่ 1 – 2 ชั่วโมง

เซ็นเซอร์

OPPO Watch, Amazfit GTS, Xiaomi Mi Watch และ Apple Watch Series 5 มาพร้อมเทคโนโลยีเซ็นเซอร์มากมาย แต่ที่มีเหมือนกัน คือ เซ็นเซอร์ Acceleration แบบ 3 แกน, Gyroscope, Ambient Light และ เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ

ที่มา – XiaomiToday

from:https://www.flashfly.net/wp/290521

Montblanc Summit 2+ สมาร์ทวอทช์ WearOS สุดหรู รองรับ eSIM เคาะราคาราว 37,000 บาท

ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา เราเริ่มเห็นแบรนด์แฟชั่นหลายๆ แบรนด์หันมาจับตลาดสมาร์ทวอทช์กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Guess, Diesel, Hugo, Tommy Hilfiger ฯลฯ รวมถึงแบรนด์แฟชั่นสุดหรูอย่าง Montblanc ก็มีสมาร์ทวอทช์สุดหรูซีรีส์ Summit ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2017 ต่อด้วยรุ่น Summit 2 เมื่อปี 2018 และในปีนี้ก็ได้เปิดตัวรุ่นอัพเกรดอย่าง Summit 2+ ตามออกมาอีก และแน่นอนว่ายังคงความหรูหราและแพงเอาเรื่องอยู่เช่นเคย

ดีไซน์ของ Montblanc Summit 2+ ยังคงความหรูหราเอาไว้เหมือนกับ Summit 2 รวมถึงสเปคเด่นๆ ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปซักเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นชิป Snapdragon Wear 3100, RAM 1GB, ความจุ 8GB, BT 4.2, รองรับ WiFi และรองรับ GPS เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ

ส่วนที่ได้รับการอัพเกรดขึ้นมาก็จะมีหน้าจอ AMOLED ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และแบตเตอรี่ก็มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 440 mAh ซึ่งสาเหตุที่ต้องเพิ่มขนาดแบตเตอรี่ก็เนื่องจากคราวนี้มันรองรับการใช้งาน 4G LTE ผ่าน eSIM ด้วยนั่นเอง

Montblanc เคลมว่าแบตเตอรี่ของ Summit 2+ สามารถอยู่ได้สูงสุดถึง 5 วัน ถ้าเปิดใช้งานโหมด Power Saving เอาไว้

Montblanc Summit 2+ มีตัวเรือนให้เลือกทั้งหมด 4 สีด้วยกัน คือสีดำ, สีเงิน, สีทอง, สีทองแดง และสายข้อมือมีให้เลือกมากมายหลากหลายเลยทีเดียว ส่วนหน้าปัดนาฬิกาก็หายห่วง เพราะมีให้เลือกเปลี่ยนสไตล์ได้ไม่ซ้ำวันใน 1 ปี เลยล่ะ

Montblanc Summit 2+ จะวางจำหน่ายในราคา 1170 ดอลลาร์ หรือราวๆ 37,000 บาท แต่ตอนนี้ยังไม่มีวางจำหน่ายนะครับ ต้องรอทาง Montblanc ประกาศกันอีกทีนึง หรือถ้าใครสนใจจริงๆ จะเข้าไปดูรุ่น Summit 2 เผื่อๆ ไว้ก่อนก็ได้ครับ

 

ที่มา : Montblanc, Androidcentral, Computerbase

from:https://droidsans.com/montblancsummit-2-plus-wearos/

Montblanc Summit 2+ สมาร์ทวอทช์ WearOS สุดหรู รองรับ eSIM เคาะราคาราว 37,000 บาท

ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา เราเริ่มเห็นแบรนด์แฟชั่นหลายๆ แบรนด์หันมาจับตลาดสมาร์ทวอทช์กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Guess, Diesel, Hugo, Tommy Hilfiger ฯลฯ รวมถึงแบรนด์แฟชั่นสุดหรูอย่าง Montblanc ก็มีสมาร์ทวอทช์สุดหรูซีรีส์ Summit ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2017 ต่อด้วยรุ่น Summit 2 เมื่อปี 2018 และในปีนี้ก็ได้เปิดตัวรุ่นอัพเกรดอย่าง Summit 2+ ตามออกมาอีก และแน่นอนว่ายังคงความหรูหราและแพงเอาเรื่องอยู่เช่นเคย

ดีไซน์ของ Montblanc Summit 2+ ยังคงความหรูหราเอาไว้เหมือนกับ Summit 2 รวมถึงสเปคเด่นๆ ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปซักเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นชิป Snapdragon Wear 3100, RAM 1GB, ความจุ 8GB, BT 4.2, รองรับ WiFi และรองรับ GPS เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ

ส่วนที่ได้รับการอัพเกรดขึ้นมาก็จะมีหน้าจอ AMOLED ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และแบตเตอรี่ก็มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 440 mAh ซึ่งสาเหตุที่ต้องเพิ่มขนาดแบตเตอรี่ก็เนื่องจากคราวนี้มันรองรับการใช้งาน 4G LTE ผ่าน eSIM ด้วยนั่นเอง

Montblanc เคลมว่าแบตเตอรี่ของ Summit 2+ สามารถอยู่ได้สูงสุดถึง 5 วัน ถ้าเปิดใช้งานโหมด Power Saving เอาไว้

Montblanc Summit 2+ มีตัวเรือนให้เลือกทั้งหมด 4 สีด้วยกัน คือสีดำ, สีเงิน, สีทอง, สีทองแดง และสายข้อมือมีให้เลือกมากมายหลากหลายเลยทีเดียว ส่วนหน้าปัดนาฬิกาก็หายห่วง เพราะมีให้เลือกเปลี่ยนสไตล์ได้ไม่ซ้ำวันใน 1 ปี เลยล่ะ

Montblanc Summit 2+ จะวางจำหน่ายในราคา 1170 ดอลลาร์ หรือราวๆ 37,000 บาท แต่ตอนนี้ยังไม่มีวางจำหน่ายนะครับ ต้องรอทาง Montblanc ประกาศกันอีกทีนึง หรือถ้าใครสนใจจริงๆ จะเข้าไปดูรุ่น Summit 2 เผื่อๆ ไว้ก่อนก็ได้ครับ

 

ที่มา : Montblanc, Androidcentral, Computerbase

from:https://droidsans.com/montblanc-summit-2-plus-wear-os-esim-smartwatch/

Montblanc เปิดตัว Summit 2+ สมาร์ทวอชหรูราคาเข้าถึงได้ พร้อมระบบเชื่อมต่อ LTE ในตัว

Montblanc เปิดตัวสมาร์ทวอช Summit 2+ ซึ่งเป็นนาฬิการุ่นต่อจาก Summit 2 อย่างเป็นทางการ โดยมาพร้อมฟีเจอร์เชื่อมต่อ LTE ในตัว แต่ยังคงใช้ Snapdragon Wear 3100 และคงรูปลักษณ์คล้าย ๆ เดิม

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจของ Montblanc Summit 2+ คือตัวนาฬิกามี LTE และ GPS เพิ่มเข้ามาในตัว ทำให้ตัวเรือนหนาขึ้นจาก 42 มิลลิเมตรเป็น 43.5 มิลลิเมตร ซึ่งตัวนาฬิกาใช้ระบบ eSIM สามารถตั้งค่ากับค่ายโทรศัพท์ที่รองรับได้ทันที (ตอนนี้ใช้งานได้เฉพาะ Verizon) สามารถโทรศัพท์, ส่งข้อความ, ฟังสตรีมมิ่ง และอื่น ๆ จากนาฬิกาได้โดยไม่ต้องพึ่งสมาร์ทโฟน

สเปคของตัวนาฬิกามีแรม 1GB และแฟลชสตอเรจ 8GB ระบบเชื่อมต่อ Bluetooth 4.2, Wi-Fi และ LTE พร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.28 นิ้ว ส่วนแบตเตอรี่มีขนาด 440mAh สามารถใช้งานได้นาน 1 วัน และนานสุดถึง 5 วันหากปิดระบบหน้าจอแบบ always-on และปรับเป็นโหมดประหยัดพลังงาน ส่วนระบบปฏิบัติการใช้ Wear OS พร้อมแอปเฉพาะของ Montblanc และหน้าปัดนาฬิกาที่มีให้เลือกจำนวนมากที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคอลเลคชั่น Montblanc 1858

สำหรับราคา Montblanc Summit 2+ เริ่มต้นอยู่ที่ 1,170 ดอลลาร์ (ราว 37,000 บาท​) สำหรับรุ่น LTE มีตัวเรือนให้เลือกหลายรูปแบบ ได้แก่ เหล็กสีดำ DLC, สแตนเลสสตีล,สี rose-gold และเหล็กสีบรอนซ์

ที่มา – Android Central, Computer Base

No Description

No Description

No Description

No Description

from:https://www.blognone.com/node/115131

เปิดตัว OPPO Watch สมาร์ทวอทช์รุ่นแรกของ OPPO มาพร้อมจอ AMOLED 1.91 นิ้ว, รองรับ eSIM และรันบน ColorOS Watch

 

นอกจาก OPPO จะเปิดตัว OPPO Find X2 Series สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ในตระกูล Find Series แล้ว ยังได้เปิดตัว OPPO Watch สมาร์ทวอทช์รุ่นแรกของบริษัท โดยมาในดีไซน์หน้าปัดสี่เหลี่ยมขอบโค้งดูสวยหรูพรีเมี่ยม พร้อมอัดแน่นด้วยฟีเจอร์สสุดล้ำ ในราคาเริ่มเต้นเพียง 6,800 บาท

 

OPPO Watch

OPPO Watch มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาด 1.6 นิ้ว ความละเอียด 320 x 360 พิกเซล (41 มม.)  และแบบ AMOLED ขอบโค้ง 3D ขนาด 1.91 นิ้ว ความละเอียด 402 x 476 พิกเซล (46 มม.) รองรับการแสดงผลแบบ DCI-P3 ค่าสีตรง 100%, มีขอบทั้ง 4 ด้านที่บางมากๆ โดยบริเวณด้านขวาของตัวเรือนจะมีปุ่ม 2 ปุ่ม สำหรับกด และสั่งการต่างๆ

OPPO Watch ติดตั้งเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ สามารถตรวจวัตคุณภาพการนอน และรองรับการออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆ รวมถึงมีเซ็นเซอร์ electrocardiogram (ECG) สำหรับจัดเก็บข้อมูลส่งไปให้หมอวินิจฉัยโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของหัวใจได้

OPPO Watch ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ท Snapdragon Wear 2500 บวกชิป Apollo 3 จับคู่กับ RAM 1GB, หน่วยความจำภายใน 8GB และรันบนระบบปฏิบัติการ Color OS Watch โดยสมาร์ทโฟนที่สามารถเชื่อมต่อกับ OPPO Watch จะต้องใช้ระบบปฎิบัติการ Android 6.0 ขึ้นไป

นอกจากนี้ยังรองรับ eSIM สามารถรับสายและโทรออกได้ทันที โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน รวมทั้งรองรับ WiFi 802.11n 2.4GHz, Bluetooth 4.2, NFC และ GPS และรองรับการกันน้ำตามมาตรฐาน 5ATM (รุ่น 46 มม.) และ 3ATM (รุ่น 41 มม.)

OPPO Watch ใช้แบตเตอรี่ตวามจุ 300mAh สำหรับรุ่น 41 มม.สามารถใช้ได้นานต่อเนื่องสูงสุด 20 ชั่วโมง และ 14 วันในโหมด Long Battety

กับความจุ 430mAh สำหรับรุ่น 46 มม.สามารถใช้ได้นานต่อเนื่องสูงสุด 40 ชั่วโมง และ 21 วันในโหมด Long Battety โดยรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Watch VOOC ชาร์จ 1-50% ในเวลาเพียง 17 นาที

ทั้งนี้ OPPO Watch  จะวางจำหน่ายที่ประเทศจีนก่อนในวันที่ 24 มีนาคม ส่วนราคามีดังนี้

  • รุ่นหน้าปัด 41 มม. มีให้เลือก 3 สีคือ elegant black, rose gold และ fog silver colors โดยมีราคาอยู่ที่ 1,499 หยวนหรือประมาณ 6,800 บาท
  • รุ่นหน้าปัด 46 มม. มีให้เลือก 2 สีคือ Black และ Rose Gold โดยมีราคาอยู่ที่ 1,999 หรือประมาณ 9,000 บาท
  • รุ่นหน้าปัด 46 มม. ที่ตัวเรือนทำจากสแตนเลส ด้านหลังเซรามิค กระจกแซฟไฟร์ และสายหนังนำเข้าจากอิตาลี โดยมีราคาอยู่ที่ 2,499 หรือประมาณ 11,300 บาท

ที่มา : Fonearena

 

from:http://mobileocta.com/oppo-launches-the-first-smart-watch-of-the-oppo/

OPPO Watch สมาร์ทวอทช์ ColorOS, รองรับ eSIM, มี ECG, แบตอยู่ได้ 21 วัน ราคาเริ่มต้นประมาณ 6,800 บาท

นอกจาก OPPO จะเเปิดตัวมือถือเรือธงกล้องเทพซีรีส์ Find X2  ไปแล้ว ก็ยังได้เปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นแรกของทางค่ายอย่าง OPPO Watch ออกมาพร้อมๆ กัน โดยสมาร์ทวอทช์ดังกล่าวมาในดีไซน์หน้าปัดสี่เหลี่ยม ดูหรูหราพรีเมี่ยม แถมยังมีฟีเจอร์ล้ำๆ อีกมากมาย ทั้งรองรับ eSIM โทรเข้าโทรออกได้, กันน้ำลึก 50 เมตร ฯลฯ แต่มีราคาเริ่มต้น 1,499 หยวน หรือราวๆ 6,800 บาท เท่านั้นเอง

OPPO Watch มาพร้อมกับหน้าจอ AMOLED แบบขอบโค้ง 3D ขนาด 1.6 นิ้ว และ 1.9 นิ้ว รองรับการแสดงผลแบบ DCI-P3 ค่าสีตรง 100%, มีขอบบนล่างซ้ายขวาบางมากๆ โดยบริเวณด้านขวาของตัวเรือน จะมีปุ่ม 2 ปุ่ม สำหรับกด และสั่งการต่างๆ

PPO Watch มากับเซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งสามารถใช้ตรวจจับคุณภาพการนอน และรองรับการออกกำลังกายหลายรูปแบบอีกด้วย อีกทั้งยังมีเซนเซอร์ ECG (Electrocardiogram) ที่สามารถเก็บข้อมูล ส่งไปให้แพทย์ เพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรคเกี่ยวกับความผิดปกติของหัวใจได้อีก ซึ่งถือว่าเป็นสมาร์ทวอทช์ไม่กี่รุ่นในตลาดตอนนี้ที่มีเซนเซอร์ดังกล่าว

OPPO Watch ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon Wear 2500 + ชิป Apollo 3 และความจุขนาด 8GB ขณะที่ระบบปฏิบัติการเป็น ColorOS โดยมือถือที่สามารถเชื่อมต่อกับนาฬิการุ่นนี้ได้ อย่างน้อยจะต้องใช้ระบบปฏิบัติการ Android 6.0 ขึ้นไป และยังรองรับการใช้งาน eSIM อีกด้วย ซึ่งผู้สวมใส่สามารถใช้นาฬิการุ่นนี้รับสาย หรือโทรออกได้เลยโดยไม่ต้องเชื่อมกับมือถือ นอกจากนี้ยังมี GPS, NFC และรองรับ Bluetooth 4.2

OPPO เคลมว่า หากเปิดใช้งานโหมดประหยัดพลังงาน จะสามารถใช้งาน OPPO Watch ได้นานต่อเนื่องถึง 21 วัน!..ทว่า หากใช้เป็นโหมดธรรมดา จะเหลือแค่ 40 ชั่วโมงเท่านั้น อย่างไรก็ดี OPPO Watch มาพร้อมกับระบบชาร์จไว Watch VOOC ที่ใช้เวลาชาร์จเพียงแค่ 17 นาที ก็ได้แบตเตอรี่มาใช้งานแล้ว 50% โดยจุดเด่นของสมาร์ทวอทช์รุ่นนี้คือ จะสลับเปลี่ยนใช้งานระหว่างชิป Snapdragon Wear 2100 และ Apollo 3 ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เพื่อให้แบตเตอรี่สามารถใช้ได้ยาวนานที่สุด

เบื้องต้น OPPO Watch จะวางจำหน่ายเฉพาะในประเทศจีนเท่านั้น โดยจะเริ่มเปิดให้จองเป็นเจ้าของตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ก่อนจะวางขายจริงวันที่ 24 มีนาคมที่จะถึงนี้ ในราคา 1,499 หยวน หรือประมาณ 6,800 บาท สำหรับรุ่นจอ 1.6 นิ้ว (หน้าปัด 41 มม.) และ 1,999 หยวน หรือประมาณ 9,000 บาท สำหรับรุ่นจอ 1.9 นิ้ว (หน้าปัด 46 มม.) ส่วนการวางจำหน่ายในประเทศอื่นๆ รวมถึงบ้านเรา ต้องรออัพเดทกันอีกรอบครับ

 

ที่มา: gsmarena

from:https://droidsans.com/oppo-watch-launched-china/