คลังเก็บป้ายกำกับ: SMARTWATCH

1 วันกับการใช้งาน HUAWEI Watch GT 2 นาฬิกาอัจฉริยะ ฟังก์ชั่นเยอะ และแบตอึด

 

เมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา HUAWEI ได้เปิดตัวกองทัพแกดเจ็ตสุดล้ำในบ้านเราซึ่งประกอบด้วย HUAWEI Watch GT 2 , HUAWEI Band 4, HUAWEI FreeBuds 3 , HUAWEI x Gentle Monster Eyewear  และ HUAWEI MediaPad M5 Lite 10 ในธีมสปอร์ต ฟิตแอนด์เฟิร์ม 

HUAWEI

ล่าสุดได้เปิดตัวกองทัพแกดเจ็ตดังกล่าวที่ประเทศสิงคโปร์ในธีม #TechMeetsFashion ซึ่งเป็นการผสมผสานกันระหว่างเทคโนโลยีและแฟชั่นได้อย่างลงตัว โดยในงานได้มีการจัดแฟชั่นโชว์ให้เหล่านางแบบ และนายแบบสวมใส่แกดเจ็ดใหม่ของ HUAWEI ทั้ง HUAWEI FreeBuds 3, HUAWEI Watch GT 2 Sports Edition (42mm) และ HUAWEI X GENTLE MONSTER Eyewear มาเดินโชว์ให้สื่อมวลชนได้ชมกัน

สำหรับ HUAWEI FreeBuds 3 ถือเป็นหูฟังไร้สายตัวแรกของโลกที่ใช้ชิปเซ็ท Kirin A1 มาพร้อมดีไซน์แบบ Dolphin Bionic สวมใส่สบายและกระชับหูโดยที่ไม่ต้องกลัวหลุด โดดเด่นด้วยฟังก์ชั่นตัดเสียงรบกวน Active Noise Cancellation รวมทั้งมี Bone Sensor ที่จะช่วยให้ได้ยินเสียงขณะคุยโทรศัพท์ได้ชัดเจนมากขึ้น และมาพร้อมเคสทรงกลมดีไซน์สุดพรีเมียม สามารถจับได้ถนัดมือและพกพาได้สะดวก มีให้เลือก 2 สีตือ สีขาว และสีดำ

ส่วน HUAWEI Watch GT2 สมาร์ทวอชภาคต่อของ Watch GT รุ่นแรก โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบหรู ใช้ชิปเซ็ท Kirin A1 ที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังประหยัดพลังงาน จึงสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 2 สัปดาห์ รวมถึงยังอัดแน่นด้วยฟังก์ชั่นใช้งานต่างๆ มากมายทั้งโหมดการออกกำลังกาย, วัดอัตราการเต้นของหัวใจ, วัดความเครียด เป็นต้น โดยมีให้เลือก 2 ขนาด 46 มิลลิเมตร และ 42 มิลลิเมตร

และ HUAWEI X GENTLE MONSTER Eyewear แว่นตากันแดดอัจฉริยะดีไซน์สุดคูลที่ต้องโดนใจคนรักแฟชั่นและเทคโนโลยี โดยหัวเว่ยได้จับมือกับ Gentle Monster แบรนด์แว่นตาชั้นนำจากเกาหลี สามารถรับโทรศัพท์ ควบคุมการเล่นเพลง หรือเรียก Google Assistant ได้เพียงการแตะ 2 ครั้งที่ขาแว่น รวมทั้งสามารถสั่งงานด้วยเสียงและรับฟังการแจ้งเตือนนัดหมายต่างๆ โดยไม่ต้องหยิบสมาร์ทโฟนเมื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบ EMUI 10

หลังจากเปิดตัวเรียบร้อยทาง MobileOcta ก็ได้ HUAWEI Watch GT 2 มาทดลองใช้งานใน 1 วันที่ประเทศสิงคโปร์กัน

โดย HUAWEI Watch GT 2 ที่ได้มานั้นเป็นรุ่น Sport Edition ขนาด 46 มม. โดยมาพร้อมหน้าตาแบบ Purified Design ดูบึกบึน ใช้กระจกแบบ 3D Glass มีขอบหน้าปัดเป็น Uni-Piece Crystal-Bezel Design

และมีหน้าจอทัชสกรีนแบบ  AMOLED ขนาด 1.39 นิ้ว ความละเอียด HD ความสว่าง 1,000 nit และยังมีโหมด Always On ให้หน้าปัดบอกเวลาโชว์บนจอได้ตลอดด้วย

ความน่าสนใจของ Huawei Watch GT 2 คือ ใช้ชิป Kirin A1 ที่ช่วยให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น 2 เท่า และยังรองรับการใช้งาน Bluetooth & BLE 5.1 ทำให้เชื่อมต่อกับมือถือได้เสถียรขึ้น รวมถึงยังมีลำโพงและไมโครโฟนที่สามารถรับสายและคุยโทรศัพท์ได้ในระยะห่างจากมือถือ 150 เมตร

Huawei Watch GT 2 ยังสามารถฟังเพลงได้ในตัวด้วย โดยเราสามารถใส่ไฟล์เพลงเข้าไปได้ถึง 500 เพลง เพราะมีหน่วยความจำในตัวเครื่องอยู่ที่ประมาณ 2 GB ซึ่งถือว่ามากพอสมควรสำหรับสมาร์ทวอช

นอกจากนี้ยังมีโหมดการทำงานด้านกีฬาที่หลากหลายมากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นโหมดกีฬา (Smart Workout Modes) 15 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Elliptical, Rower ไปจนถึง Free Training ถ้าเกิดเราวิ่งก็จะสามารถแทร็กได้เลยว่าเรากำลังกิจกรรมนั้นๆ อยู่ และโหมดเทรนนิ่ง 13 รูปแบบเพื่อการวิ่งโดยเฉพาะ จะวิ่งช้า วิ่งเร็ว ก็สามารถเลือกได้เลย

สามารถวัดและวิเคราะห์อัตราการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกายได้อย่างแม่นยำผ่าน HUAWEI TruSeen™ 3.5 และยังสามารถตรวจจับภาวะหัวใจเต้นในอัตราต่ำกว่าปกติหรือภาวะหัวใจล้มเหลวได้อีกด้วย ไม่เพียงแต่เป็นเทรนเนอร์มือโปรในยามออกกำลังกาย

Huawei Watch GT 2 กันน้ำได้ลึกถึง 50 เมตร ทำให้มันสามารถใส่ว่ายน้ำได้, นับสโตรคการว่ายน้ำได้ แถมยังเช็คอัตราการเต้นของหัวใจในระหว่างว่ายน้ำได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีเข็มทิศดิจิทัล, รายงานสภาพอากาศ, ไฟฉาย, แจ้งเตือนจากมือถือ, ตั้งปลุก และยังช่วยตามหามือถือได้ด้วย

ปิดท้ายด้วยเรื่องของแบตเตอรี่ที่เป็นจุดเด่นของ Huawei Watch GT 2  สามารถใช้งานได้นานสูงสุดถึง 2 สัปดาห์แม้จะเปิดใช้งานการวัดอัตราการเต้นของหัวใจและการรับการแจ้งเตือน แต่ถ้าเปิดใช้งาน GPS จะอยู่ได้สูงสุด 30 ชม., เล่นเพลงต่อเนื่องได้ 20 ชั่วโมง และรับสายโทรศัพท์ผ่านบลูทูธอยู่ได้ 10 ชั่วโมง

บทสรุป

 

1 วันกับการใช้งาน HUAWEI Watch GT 2 ที่ประเทศสิงคโปร์ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ ตั้งแต่ออกเดินทางจากโรงแรมไปยังสวนสนุก Universal Studio Singapore จนถึงบ่าย หลังจากนั้นไปต่อที่ Singapore Flyer ชิงข้าสวรรค์ยักษ์ที่มีความสูงจากพื้นดิน 165 เมตร เพื่อชมวิวรอบเมืองในแบบ 360 องศา

ก่อนปิดท้ายช่วงเย็นที่ Jewel Changi Airport ศูนย์การค้าสุดหรูที่อยู่ติดกับสนามบินนานาชาติชางงีแห่งประเทศสิงคโปร์

โดยรวมแล้วถือว่าเป็นสมาร์ทวอชที่ตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วนทั้งสวมใส่เป็นเครื่องประดับติดต้ว ใช้วัดการออกกำลังกายทั้งการเดิน การวิ่ง เป็นต้น รวมถึงวัดอัตราการเต้นของหัวใจ วัดระดับความเครียด และยังมีแผนที่ดิจิทัล รายงานสภาพอากาศได้อีกด้วย

ทั้งนี้ HUAWEI Watch GT 2 มีให้เลือก 2 ขนาด 46 มิลลิเมตร และ 42 มิลลิเมตร ส่วนราคามีดังนี้

 

 

from:http://mobileocta.com/1-day-using-the-huawei-watch-gt-2/

หัวเว่ยจัด “HUAWEI WATCH GT 2 Boxing Workshop” สุดแอคทีฟ ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์จริง ทำตามเพลินๆ เบิร์นแคลง่ายๆ ให้ฮาร์ทเรททะยาน

 

หัวเว่ยร่วมกับ MTM Muaythai Academy จัด “HUAWEI WATCH GT 2 Boxing Workshop” พร้อมแนะท่าต่อยมวยง่ายๆ ที่ให้เบิร์นแคลอรี่พุ่ง ฮาร์ทเรททะยาน โดยมีเพื่อนคู่ใจอย่าง HUAWEI WATCH GT 2 สมาร์ทวอชซีรีส์ล่าสุดเป็นผู้ช่วยมือโปรในการออกกำลังกายและดูแลสุขภาพ แสดงอัตราการเต้นของหัวใจและวิเคราะห์การออกกำลังกายได้อย่างแม่นยำ พร้อมด้วยดีไซน์สุดเก๋

 

HUAWEI WATCH GT 2

หากจะกล่าวถึงเทรนด์การออกกำลังกายที่มาแรงในช่วงนี้ มวยไทยเป็นหนึ่งในกีฬาที่เป็นที่นิยมและเป็นกิจกรรมสุดแอคทีฟที่คนชื่นชอบกันทั่วโลก ไม่เฉพาะในประเทศไทย เป็นกิจกรรมเรียกเหงื่อยามว่างของหนุ่มสาวชาวออฟฟิศที่อาจจะไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกายมากนักในระหว่างวัน มวยไทยเป็น Total body workout หรือการบริหารร่างกายครบทุกส่วน และให้ประโยชน์มากมายให้กับผู้เล่น ไม่ว่าจะเป็น ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ บริหารหัวใจ เบิร์นแคลอรี่ให้หุ่นเป๊ะปัง สร้างกล้ามเนื้อ พัฒนาประสาทสัมผัส หรือแม้แต่ป้องกันตัวเองในยามคับขัน

โปรแกรม FiiT Combo หรือหมัดชุดคุมอัตราการเต้นหัวใจจาก MTM Muaythai Academy ประกอบด้วยท่าหมัดชุด 10 กระบวนท่า เป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ได้บริหารร่างกายในทุกสัดส่วน เผาผลาญแคลอรี่ได้อย่างรวดเร็ว จึงช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังได้ฝึกประสาทตามือเท้าให้ทำงานสัมพันธ์กัน ก่อนเริ่มออกกำลังกาย

เริ่มขั้นตอนแรกด้วยการปรับสมาร์ทวอช ไปที่โหมด ETC Program เพื่อเก็บสถิติตลอดการออกกำลังกาย เมื่อพร้อมแล้วก็ยืดเหยียดก่อนเพื่อเป็นการอบอุ่นร่างกายและป้องกันการบาดเจ็บ อัตราการเต้นของหัวใจจะค่อยๆ สูงขึ้นอย่างช้าๆ หลังจากนั้นจะเข้าสู่การแนะนำท่าพื้นฐานของการต่อยมวย ที่สามารถนำไปฝึกเองได้หากออกกำลังกายที่บ้านได้อีกด้วย

เริ่มต้นจากท่า One-Two Punch การกำมือซ้ายและยืดแขนขวา ชกออกไปข้างหน้า ทำสลับกันซ้ายขวา โดยท่านี้จะช่วยกระชับต้นแขนและผ่อนคลายความเครียดได้เป็นอย่างดี จากนั้น ออกกำลังกายขา ด้วยการฝึกเตะ เริ่มต้นจากการก้าวขาซ้ายไปข้างหน้า 1 ก้าว ประมาณ 45 องศา จากนั้น บิดตัวไปทางซ้าย เปิดส้นเท้าซ้ายและยกขาขวาขึ้นเตะ ทำสลับกันซ้ายขวา ก้าวขาซ้ายไปข้างหน้า 1 ก้าวเช่นเดิม และก้าวขาขวาและเตะขาซ้าย จากนั้นถอยขาขากลับมายังที่เดิม ท่านี้นอกจากจะได้ใช้กำลังขาแล้ว ยังช่วยให้เอวเล็กลงด้วย

หลังจากเรียกเหงื่อจนฮาร์ทเรทพุ่งไปถึงโซน 3-5 ก็มาต่อด้วยการบริหารร่างกายแบบ functional training เริ่มต้นจากการใช้เคตเทิลเบล หรือลูกตุ้มน้ำหนัก ยืนกางขากว้างเท่าช่วงหัวไหล่ หยิบลูกตุ้มขึ้นในแนวตรงและยกขึ้นสุดมือให้ขนานใบหู จะช่วยให้แขนแข็งแรง กระชับท้องแขน ทำสลับกันซ้ายขวาเพื่อความสมดุลย์

จากนั้นท่าแพลงก์ มือวางไว้ระดับใต้หัวไหล่ ขาเหยียดตรงไปด้านหลัง ลำตัวเหยียดตรง ยกแขนขวาแล้วลดข้อศอกขวาลงเท้ากับพื้น ทำสลับซ้ายขวา จากนั้น บริหารหน้าท้องด้วยลูกบอล นั่งกับพื้น เกร็งหน้าท้อง หยิบลูกบอลและบิดตัวไปทางซ้ายและขวาสลับกัน

เมื่อออกกำลังกายเสร็จแล้วก็ต้องไม่ลืมที่จะยืดเหยียดและ cool down ก่อนจบการออกกำลังกาย เป็นขั้นตอนที่สำคัญเพื่อป้องกันการบาดเจ็บภายหลัง และให้ฮาร์ทเรทค่อยๆ ลดลงเข้าสู่ช่วง Recovery เริ่มจาก นั่งลงกับพื้น ขืดขาซ้ายเหยียดตรง พับขาขวาเข้ากับตัว เอนลำตัวลงไปที่ขาด้านซ้าย พยายามให้นิ้วมือแตะจนถึงปลายเท้า ทำสลับซ้ายขวา จากนั้น ยืดหลังด้วยกางขาออกทั้งสองข้างโน้มตัวลงกึ่งกลางให้ได้มากที่สุด

จะเห็นได้ว่า การบริหารร่างกายและการออกกำลังกายนั้นไม่ยากอย่างที่คิด สามารถทำตามเองได้ที่บ้าน แค่หาผู้ช่วยเป็นสมาร์ทวอชเก๋ๆ ซักเรือน ก็จะทำให้การออกกำลังกายเพลิดเพลินได้มากยิ่งขึ้น สมาร์ทวอชในสมัยนี้ครบครันด้วยฟีเจอร์หลากหลาย มีโหมดออกกำลังกายให้เลือกมากมายพร้อมการแสดงอัตราการเต้นของหัวใจ อัตราการเผาผลาญแคลอรี่ วิเคราะห์คุณภาพการนอนหลับ หรือแม้แต่ฟังก์ชั่นที่ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันอย่าง ฟังก์ชั่นรับสายและโทรออกผ่านบลูทูธ แจ้งเตือนข้อความ เล่นเพลงโปรด หรือแม้แต่อ่านอีเมลสำคัญ

หัวเว่ยอยากชวนทุกท่านลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองง่ายๆ เพราะการเริ่มต้นออกกำลังกายไม่ยากอย่างที่คิด เพื่อให้การออกกำลังกายสนุกและได้ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขอแนะนำ HUAWEI Watch GT 2 โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบหรูที่มาพร้อมประสิทธิภาพ อัดแน่น ด้วยชิปเซ็ตแบบ Kirin A1 ผสานหน่วยประมวลผลและการเชื่อมต่อสัญญานบลูทูธที่ก้าวล้ำ

นอกจากนี้ยังประหยัดพลังงาน จึงสามารถใช้งานได้ยาวนาน HUAWEI Watch GT 2 เป็นสมาร์ทวอชรุ่นแรกที่ใช้หน้าจอทัชสกรีน AMOLED HD แบบ 3 มิติ ให้มุมมองที่เต็มตามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีโหมดการทำงานด้านกีฬาที่หลากหลายมากกว่าเดิม

ไม่ว่าจะเป็น โหมดกีฬา 15 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Elliptical, Rower ไปจนถึง Free Training และโหมดเทรนนิ่ง 13 รูปแบบเพื่อการวิ่งโดยเฉพาะ สามารถวัดและวิเคราะห์อัตราการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกายได้อย่างแม่นยำผ่าน HUAWEI TruSeen™ 3.5 และยังสามารถตรวจจับภาวะหัวใจเต้นในอัตราต่ำกว่าปกติหรือภาวะหัวใจล้มเหลวได้อีกด้วย

ไม่เพียงแต่เป็นเทรนเนอร์มือโปรในยามออกกำลังกาย เป็นเสมือนผู้ช่วยในชีวิตประจำวัน ไม่พลาดทุกการติดต่อด้วยการโทรแบบ Voice Call ผ่านบลูทูธ เพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงในขณะที่วิ่งโดยไม่ต้องใช้สมาร์ทโฟน HUAWEI Watch GT 2 สามารถจุเพลงไว้ในเครื่องได้มากถึง 500 เพลง

และยังสามารถเชื่อมต่อได้อย่างง่ายดายกับหูฟังไร้สาย มีให้เลือก 2 ขนาด 46 มิลลิเมตร และ 42 มิลลิเมตร หลากหลายดีไซน์  มิกซ์แอนด์แมทช์เข้าได้กับแฟชั่นในทุกวัน ใช้งานได้นานสูงสุด 2 สัปดาห์แม้จะเปิดใช้งานการวัดอัตราการเต้นของหัวใจและการรับการแจ้งเตือน

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Huawei ที่นี่ >>> http://bit.ly/31ikNUq

 

from:http://mobileocta.com/huawei-watch-gt-2-boxing-workshop/

Apple Watch ยังครองอันดับหนึ่งตลาดสมาร์ทวอช ภาพรวมทั้งตลาดเติบโตขึ้น 42% ในไตรมาส 3/2019

ในขณะที่ยอดขายมือถือทั่วโลกนั้นปีนี้ค่อนข้างทรงๆ แต่จากผลการวิจัยของ Strategy Analytics พบว่าตลาดสมาร์ทวอชนั้นกลับมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยอัตราการเติบโตของตลาดในไตรมาสที่ 3 ปี 2019 เพิ่มขึ้นถึง 42% ซึ่งแบรนด์หลักๆ ที่เป็นผู้นำทางการตลาดยังคงเป็น Apple, Samsung และตามมาด้วย Fitbit

จากผลการสำรวจ พบว่ายอดจัดส่งสมาร์ทวอชในในไตรมาสที่ 3 ปี 2019 มีจำนวนถึง 14.2 ล้านเครื่อง ซึ่งเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปี 2018 พบว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นถึง 42% โดย Apple ยังคงเป็นผู้นำตลาดโดยครอง market share สูงสุดถึง 47.9% มียอดส่งมอบ Apple watch ทั่วโลกถึง 6.8 ล้านเครื่อง ตามมาด้วย Samsung ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดมาเป็นอันดับ 2 ที่ 13.4% ด้วยยอดส่งมอบสินค้า 1.9 ล้านเครื่อง แต่เมื่อเทียบกับยอดขายรายปี Samsung ยังครองตลาดหลักๆ อยู่ โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 73% ส่วนอันดับ 3 นั้นเป็นของ Fitbit ที่ได้ส่วนแบ่งทางการตลาดไป 11.3% ด้วยยอดส่งมอบ 1.6 ล้านเครื่อง

Global Smartwatch Vendor Shipments and Marketshare in Q3 2019

ส่วนแบ่งทางการตลาดที่เหลือก็มาจากหลายๆ แบรนด์คละกันไป โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 27.5%  มียอดส่งมอบสินค้าทั่วโลกรวมๆ กันอยู่ที่  3.9 ล้านเครื่อง

จุดที่น่าสนใจคือการเข้าซื้อ Fitbit  จาก Google เมื่อช่วงต้นเดือนพ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อรวมการทำงานของ  WearOS  กับ เทคโนโลยีต่างๆ ของ  Fitbit อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การใช้งาน รวมถึงอาจเพิ่มยอดขายได้มากขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ยังมี Samsung ที่มียอดขายเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ทั้ง 2 ค่ายจะสามารถโค่นแชมป์ Apple Watch ได้หรือไม่ เราก็คงต้องมาติดตามกันต่อไป

 

ที่มา  gsmarena, strategyanalytics

from:https://droidsans.com/apple-lead-smartwatch-in-q3-2019/

Apple Watch มีส่วนแบ่งตลาด 47.9% สูงสุดในตลาด Smartwatch (ไตรมาส 3 ปี 2019)

Apple Watchรายงานเผยว่าไตรมาส 3 ปี 2019 ตลาด Smartwatch โดยรวมเติบโตขึ้น 42% โดย Apple ขาย Apple Watch ได้มากขึ้น  มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในตลาด Smartwatch Apple Watch มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในตลาด Smartwatch Strategy Analytics รายงานว่าไตรมาส 3 ปี 2019, Apple ขาย Apple Watch ไปได้ 6.8 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 51% แบบปีต่อปี เพิ่มจากปีที่แล้วราว ๆ 2 ล้านเครื่อง ในด้านส่วนแบ่งตลาดนั้น Apple ครองส่วนแบ่งในตลาด Smartwatch ไปได้ 47.9% สูงสุดในตลาด Smartwatch โดยตลาด Smartwatch โดยรวมนั้นเติบโตขึ้น 42% Apple ขาย Apple Watch […]

from:https://www.iphonemod.net/apple-watch-most-global-smartwatch-q3-2019.html

Apple Watch มียอดจัดส่ง 6.8 ล้านเครื่อง ในไตรมาสที่ 3 เติบโตขึ้น 51% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ข้อมูลล่าสุดจาก Strategy Analytics เปิดเผยว่า Apple ยังคงเป็นผู้นำในตลาด Smartwatch สามารถจัดส่ง Apple Watch ได้ 6.8 ล้านเครื่อง ในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2019 เติบโตขึ้น 51% เมื่อเทียบกับยอดจัดส่ง 4.5 ล้านเครื่องในไตรมาสที่ 3 ปี 2018

Samsung ตามมาเป็นอันดับ 2 ด้วยยอดจัดส่ง Smartwatch ในไตรมาสที่ผ่านมา 1.9 ล้านเครื่อง เติบโตขึ้น 73% เมื่อเทียบกับยอดจัดส่ง 1.1 ล้านเครื่องในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว และอันดับที่ 3 เป็นของ Fitbit ซึ่งกำลังจะเป็นของ Google โดยสมบูรณ์ในปีหน้า

ด้วยยอดจัดส่ง 6.8 ล้านเครื่อง ทำให้ Apple Watch ครองส่วนแบ่งเกือบครึ่งในตลาด Smartwatch ที่สามารถจัดส่งได้ทั้งสิ้น 14.2 ล้านเครื่อง ในไตรมาสที่ 3 ปีนี้ และตลาดโดยรวมเติบโตขึ้น 42% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ที่มา – MacRumors
https://www.flashfly.net/wp/274087

from:https://www.flashfly.net/wp/274087

Apple Watch ยังครองเบอร์หนึ่งตลาดสมาร์ทวอทช์ที่ 47.9% ในไตรมาส 3/2019

บริษัทวิจัยตลาด Strategy Analytics ออกรายงานภาพรวมตลาดสมาร์ทวอทช์ในไตรมาสที่ 3 ปี 2019 จำนวนส่งมอบเพิ่มขึ้นถึง 42% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน เป็น 14.2 ล้านชิ้น ซึ่งปัจจัยสำคัญมาจากความต้องการด้านฟิตเนสและตัววัดสุขภาพ จากฐานผู้ใช้สมาร์ทโฟนเดิม ผลักดันให้ยอดขายสมาร์ทวอทช์เพิ่มขึ้น

ส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ยังเป็นของแอปเปิลต่อไป ที่ 47.9% ตามด้วยซัมซุง 13.4% และ Fitbit ในอันดับ 3 ที่ 11.3%

ในภาพรวมนั้นมีเพียงแอปเปิลและซัมซุงที่ทำส่วนแบ่งยอดขายได้เพิ่มสูงขึ้น ส่วน Fitbit มีส่วนแบ่งที่ลดลง นักวิเคราะห์ของ Strategy Analytics จึงตั้งข้อสงสัยว่าหลังการขายกิจการให้กูเกิลนั้น Fitbit จะมีอนาคตอย่างไรต่อไป ซึ่งจะเห็นผลที่ส่วนแบ่งการตลาดในอนาคตนั่นเอง

ที่มา: Strategy Analytics

alt="Apple Watch"

alt="Smartwatch Q3/2019"

from:https://www.blognone.com/node/113053

Fossil เปิดตัว Hybrid HR สมาร์ทวอชหน้าจอ e-link ฟังก์ชั่นครบครัน แบตอยู่ได้นาน 2 สัปดาห์ ราคาเริ่มต้น 5,900 บาท

Fossil เปิดตัว Hybrid HR สมาร์ทวอซใหม่รุ่นใหม่ที่มาพร้อมจอแสดงผลที่บอกเวลาได้ทั้งในแบบ analog รวมถึงแบบ digital ที่ทันสมัย สะดวกต่อการใช้งาน โดยสมาร์ทวอซรุ่นใหม่นี้จะมาพร้อมฟังก์ชั่นที่ครบครันไม่ว่าจะเป็น fitness tracking สำหรับสายรักสุขภาพ อาทิเช่น นับก้าว, นับแคลอรี่ , วัดอัตราการเต้นของหัวใจ, การแจ้งเตือนต่างๆ , การควบคุมเพลงบนมือถือ รวมถึงการตามหามือถืออีกด้วย

Fossil Hybrid HR มีดีไซน์แบบหน้าปัดทรงกลม ตัวเรือนเป็นสแตนเลส มีความแข็งแรงทนทาน มีให้เลือก 2 รุ่นคือ Collider HR ที่มาพร้อมสายขนาด 22 มม. และ Charter HR ที่เป็นสายขนาด 18 มม. ซึ่งหน้าปัดของทั้งสองรุ่นนี้มีขนาด 27 มม. เท่ากัน

โดยในส่วนของการแสดงผลนั้นเป็นแบบ e-link displays ที่มีความละเอียดสูง แต่ประหยัดพลังงาน และสามารถปรับแต่งการตั้งค่าหน้าจอแสดงผลได้ตามชอบ ไม่ว่าจะเป็นแบบโชว์การแจ้งเตือนต่าง ๆ หรือปิดการใช้งานบางแอปฯ ถ้าชอบใช้งานในแบบเข็มคลาสิกๆ

สำหรับสเปคภายนั้น รอบนี้ดูเหมือน Fossil ไม่ได้ใช้ระบบปฏิบัติการ Wear OS อย่างเต็มรูปแบบ และอาจจะใช้ OS ของ Fossil เอง ส่วนแบตเตอรี่มีขนาด 55 mAh ซึ่งสามารถชาร์จเต็ม 100% ในเวลา 1 ชั่วโมง โดยทางแบรนด์เคลมว่าชาร์จเพียงครั้งเดียวก็สามารถสแตนบายได้นานสุดถึง 2 สัปดาห์, กันน้ำได้ในระดับ 3 ATM  ซึ่งสมาร์ทวอชตัวนี้ไม่มี GPS และไม่รองรับ Google Pay

สามารถเชื่อมต่อกับมือถือได้ทั้ง 2 ระบบ ผ่าน  Bluetooth 4.2. โดยรองรับ  Android ตั้งแต่เวอร์ชั่น 5.0 ขึ้นไป และ  iOS ตั้งแต่เวอร์ชั่น  9.0 ขึ้นไป

Fossil Hybrid HR มีสายให้เลือกเปลี่ยนได้ 3 แบบ สามสไตล์ คือ สายหนัง, สายซิลิโคน และ สายแบบสแตนเลส สนนราคาเปิดตัวก็เริ่มต้นที่  $195 – $215 หรือประมาณ  5,900 -6,500 บาท ขึ้นอยู่กับออพชั่นที่ต้องการ สามารถสั่งซื้อได้ผ่านเว็บไซต์ของ Fossil ของประเทศอเมริกา และจะวางจำหน่ายในประเทศอินเดียในวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ ก่อนจะวางจำหน่ายในประเทศอื่นๆ เพิ่มเติมในภายหลังค่ะ

 

ที่มา theverge,gsmarena

from:https://droidsans.com/fossils-hybrid-hr-smartwatch-2-weeks-battery/