คลังเก็บป้ายกำกับ: SMARTPHONE

ส่องช็อตเด็ด #withGalaxy ส่งตรงจากโอลิมปิก โตเกียว 2020 ผ่านสุดยอดกล้องสมาร์ทโฟนซัมซุง สวย คมชัด จัดเต็มทุกมุมมอง

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก โตเกียว 2020 ที่คนทั่วโลกต่างร่วมลุ้นร่วมเชียร์กันอยู่นั้น นอกจากการถ่ายทอดสดการแข่งขันที่ทำให้ผู้คนรู้สึกใกล้ชิดเสมือนอยู่ขอบสนามแล้ว ซัมซุง ในฐานะผู้ให้บริการอุปกรณ์สื่อสารแบบไร้สายแต่เพียงผู้เดียวในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก ยังได้จับมือกับช่างภาพมืออาชีพจาก Getty ใช้สมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกล้องที่ดีที่สุดในตระกูล Galaxy อย่าง Samsung Galaxy S21 Series 5G ในการบอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่ายที่จะสะท้อนจิตวิญญาณของการแข่งขันของเหล่านักกีฬาให้กับทุกคนทั่วโลกได้เห็นผ่านทาง Virtual Samsung Galaxy Tokyo 2020 Media Center อีกด้วย

ภาพที่ออกมานั้น แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าจะถ่ายทำได้ผ่านสมาร์ทโฟนแค่เพียงเครื่องเดียว ด้วยฟีเจอร์ที่โดดเด่น 8K Video Snap เพื่อแคปเจอร์ภาพจากวิดีโอให้เป็นรูปถ่ายคุณภาพสูง โดยไม่พลาดช็อตสำคัญ, ฟีเจอร์ Single Take เพื่อภาพถ่ายที่ดีที่สุดจากการถ่ายเพียงครั้งเดียว และด้วยเซนเซอร์ Bright Night เวอร์ชั่นใหม่ เพื่อการถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยให้ได้ภาพที่มีสีสันสดใส สะท้อนความมีชีวิตชีวาในยามค่ำคืนได้ โดยภาพจะเป็นอย่างไรไปติดตามชมกันได้จากภาพบางส่วนเหล่านี้

Samsung

#withGalaxy ภาพ “ชอย โซกิว และโซว ซอนแจ” นักกีฬาแบดมินตันชายคู่จากเกาหลีใต้
(ถ่ายภาพโดย Mark Metcalfe / Getty Images for Samsung)

#withGalaxy ภาพ “จาง จุน” นักกีฬาเทควันโดชายชาวเกาหลีใต้ ในการแข่งขันรุ่น 58 กิโลกรัมรอบ 16 คนสุดท้าย
(ถ่ายภาพโดย Mark Metcalfe / Getty Images for Samsung)

#withGalaxy ภาพ “อัน เซยอง” นักกีฬาชาวเกาหลีใต้ ขณะแข่งขันแบดมินตันหญิงเดี่ยวกับดอร์คาส อาโจเก้ อาเดโซคาน ชาวไนจีเรีย
(ถ่ายภาพโดย Mark Metcalfe / Getty Images for Samsung)

#withGalaxy ภาพ “คิม ยอนคยอง” นักกีฬาวอลเลย์บอลชาวเกาหลีใต้ ในการแข่งขันกับประเทศเคนย่า
(ถ่ายภาพโดย Mark Metcalfe / Getty Images for Samsung)

#withGalaxy ภาพการตกแต่งภายในโอลิมปิก สเตเดียม เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ก่อนงานพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ
ภาพมุมกว้างแบบ Ultra Wide (ถ่ายภาพโดย Mark Metcalfe / Getty Images for Samsung)

#withGalaxy ภาพบรรยากาศพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิก โตเกียว ณ โอลิมปิก สเตเดียม เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
ด้วยเซนเซอร์ Bright Night เวอร์ชั่นใหม่ เพื่อการถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยให้ได้ภาพที่มีสีสันสดใส สะท้อนความมีชีวิตชีวาในยามค่ำคืนได้
(ถ่ายภาพโดย Mark Metcalfe / Getty Images for Samsung)

Galaxy S21 I S21+ I S21 Ultra 5G ออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์การทำคอนเทนต์ ให้เก็บทั้งภาพและวิดีโอได้คุณภาพสูงดั่งมืออาชีพ (All-new Intelligent Camera) ถ่ายรูปสวย ครบทุกสีสัน ผ่านเซ็นเซอร์กล้องใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในซัมซุง กาแลคซี่ พร้อมแต่งภาพได้มากกว่าโดยไม่เสียรายละเอียด

กับไฟล์ภาพแบบ Raw 12-bit มาตรฐาน D.S.L.R การถ่ายวิดีโอระดับ HDR10+ คมชัดทุกสภาพแสง รวมถึง Single Take ถ่าย 1 ได้ถึง 10 พร้อมลงทุกแพลตฟอร์ม ไม่ต้องตัดต่อเพิ่มและSpace Zoom เวอร์ชั่นใหม่ ไกลแค่ไหนก็ใกล้ ด้วย 100x Space Zoom และ คมชัดมากกว่าด้วย Zoom lock

มาร่วมติดตามและให้กำลังใจเหล่านักกีฬา พร้อมชมภาพต่างๆ จาก#withGalaxy ได้ทางhttps://www.samsunggalaxymediacenter.com/

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/take-a-look-at-the-withgalaxy-shots-straight-from-the-tokyo-2020-olympics/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=take-a-look-at-the-withgalaxy-shots-straight-from-the-tokyo-2020-olympics

Google ยืนยันเตรียมเปิดตัว Pixel 6 และ Pixel 6 Pro ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ พร้อมใช้ชิปเซ็ทที่พัฒนาเอง

Google ประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการเตรียมเปิดตัว Pixel 6 และ Pixel 6 Pro พร้อมเผยคุณสมบัติบางอย่างออกมาให้ทราบกัน และจะวางจำหน่ายสมาร์ตโฟนทั้ง 2 เครื่องใน 8 ประเทศได้แก่ ออสเตรเลีย แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี ญี่ปุ่น ไต้หวัน สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา

Pixel 6

อย่างไรก็ตาม Google ยังไม่ได้เผยวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการชอง Pixel 6 และ Pixel 6 Pro ให้ทราบกัน เพียงแตาบอกคร่าวๆ ว่า จะวางจำหน่ายในเดือนกันยายนหรือช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ และนอกจาก 8 ประเทศที่ประกาศไปข้างต้นแล้ว จะมีการเพิ่มประเทศจำหน่ายภายหลังเปิดตัวแล้ว

Pixel 6

ส่วนสเปกของ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro ก็ยังไม่มีการเผยออกมาเช่นกัน แต่ยืนยันว่าสมาร์ตโฟนทั้ง 2 รุ่นจะใช้ชิปเซ็ท Tensor ที่ทาง Google พัฒนาขึ้นเอง โดยรันบนระบบปฎิบัติการ Android 12 และมีให้เลือก 3 สี

ในส่วนสเปกตามข่าวลือของ Pixel 6 คาดว่าจะมาพร้อมจอที่มีอัตรารีเฟรชเรท 90Hz ขณะที่ Pixel 6 Pro คาดว่าจะมาพร้อมจอขอบโค้งที่มีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz โดยทั้ง 2 รุ่นหมาพร้อมหน้าจอแบบ Punch Hole Display เจาะรูฝังกล้องเซลฟี่ที่ตรงกลางด้านบน

Pixel 6 Pro

และด้านหลังของ Pixel 6 และ Pixel 6 Pro จะคล้ายกับ Nexus 6P โดย Pixel 6 จะมาพร้อมกล้องคู่ที่ประกอบด้วยกล้องหลักเลนส์ Wide และกล้องรองเลนส์ Ultra Wide ส่วน Pixel 6 Pro จะมาพร้อมกล้อง 3 ตัว โดยกล้องตัวที่ 3 ใช้เลนส์ Telephoto 4x

ที่มา : Gsmarena

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/google-confirms-pixel-6-and-pixel-6-pro-launch/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=google-confirms-pixel-6-and-pixel-6-pro-launch

เปิดตัว Infinix Smart 5A มาพร้อมชิปเซ็ท Helio A20, กล้องหลังคู่ 8MP และแบตเตอรี่ 5000mAh battery

Infinix ประกาศเปิดตัว Infinix Smart 5A อย่างเป็นทางการที่ประเทศอินเดีย โดยเป็นสมาร์ตระดับเริ่มต้นรุ่นใหม่ตระกูล Smart 5 Series ที่มาพร้อมจุดเด่นใช้ชิปเซ็ท Helio A20, กล้องหลังคู่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และแบตอึด 5,000mAh ในราคาไม่ถึง 3 พันบาท !!!

สเปก Infinix Smart 5A

Infinix Smart 5A

ตัวเครื่องมีขนาด 165.5 x 76.4 x 8.75 มม. และน้ำหนัก 183 กรัม หน้าจอแสดงผลทรงหยดน้ำแบบ IPS LCD ความละเอียด HD+ 1560 x 720 พิกเซล ขนาด 6.52 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9, สัดส่วนจอต่อเครื่องที่ 90.5% และความสว่างสูงสุด 500nits

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 1.8GHz โดยใช้ชิปเซ็ท MediaTek Helio A20, RAM 2GB, หน่วยความจำภายใน 32GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 256GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย XOS 7.6

ติดตั้งกล้องหลังคู่ Dual Camera พร้อมไฟแฟลช LED ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 และกล้องรองเลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง และการปลดล็อกใบหน้าด้วย AI, รองรับ DTS Surround Sound, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n, Wi-Fi hotspot, Bluetooth 5.0, พอร์ต microUSB, ช่องหูฟัง 3.5 มม. และแบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh รองรับการชาร์จ 10W

ทั้งนี้ Infinix Smart 5A มีให้เลือก 3 สีคือ Midnight Black, Ocean Wave และ Quetzal Cyan โดยมีราคาอยู่ที่ 6,499 รูปีหรือประมาณ 2,900 บาท และจะเริ่มวางจำหน่ายที่ประเทศอินเดียผ่านร้านค้าออนไลน์ Flipkart ในวันที่ 9 สิงหาคมนี้

ที่มา : Gizmochina

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/infinix-smart-5a-launched/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=infinix-smart-5a-launched

หลุดราคา Samsung Galaxy A52s 5G พร้อมสเปก ก่อนเปิดตัวเร็วๆ นี้

หลังจากที่ Samsung เปิดตัว Samsung Galaxy A52 5G ไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีรายงานว่ากำลังเตรียมที่จะเปิดตัว Galaxy A52s 5G รุ่นอัปเกรดในเร็วๆ นี้ ล่าสุดมีราคาและสเปกของสมาร์ตโฟนดังกล่าวหลุดออกมาให้เห็นกันแล้ว

Samsung Galaxy A52s 5G

เว็บไซต์ DealNTech ได้เผยราคาของ Samsung Galaxy A52s 5G ที่หลุดมาจากเว็บร้านค้าปลีกในยุโรป โดยระบุว่า Samsung Galaxy A52s 5G รุ่นความจุ 128GB จะมีราคา 434.64 ยูโรหรือประมาณ 17,000 บาท และมีให้เลือก 4 สีคือ Awesome Mint, Awesome White, Awesome Black และ Awesome Violet

ซึ่งไม่ระบุว่า RAM เท่าไหร่ แต่ถ้าเทียบราคากับ Galaxy A52 5G รุ่น RAM 6GB+128GB ราคา 429 ยูโรหรือประมาณ 16,800 บาท ก็คาดว่าราคาของ Galaxy A52s 5G ที่หลุดออกมานี้จะมี RAM 6GB และคาดว่าจะมีรุ่น RAM และความจุอื่นๆ ให้เลือกด้วย

สำหรับสเปกของ Samsung Galaxy A52s 5G คาดว่าจะมาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ความละเอียด FHD+ ขนาด 6.5 นิ้ว โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz, ใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 778G รองรับ 5G, RAM 6GB/8GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 11

ติดตั้งกล้องหลัง 4 ตัวประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมระบบกันสั่น OIS, กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และกล้องตัวที่ 4 เลนส์ Depth ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ, รองรับการกันน้ำกันฝุ่น IP67, ลำโพงคู่สเตอริโอ และใช้แบตเตอรี่ความจุ 4,500mAh รองรับการชาร์จเร็ว 25W

ทั้งนี้ ในส่วนวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Samsung Galaxy A52s 5G ยังไม่มีข้อมูลเผยออกมาในตอนนี้ ซึ่งถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมจะมารายงานให้ทราบกันครับ

ที่มา : Gizchina

คลิกช้อปสมาร์ตโฟน Samsung ได้ที่นี่ >>> https://bit.ly/2Vq9uLe

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/samsung-galaxy-a52s-5g-price-and-specs-leaked-before-launching-soon/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=samsung-galaxy-a52s-5g-price-and-specs-leaked-before-launching-soon

เปิดตัว Redmi Note 10 Japan Edition มาพร้อมชิปเซ็ท Snapdragon 480 และรองรับกันน้ำกันฝุ่น IP68

Xiaomi ประกาศเปิดตัว Redmi Note 10 JE (Japan Edition) ที่ประเทศญึ่ป่น โดยเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุดในตระกูล Note 10 Series และสมาร์ตโฟนรุ่นแรกของ Redmi ที่ใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 480 และรองรับการกันน้ำกันฝุ่น IP68

สเปก Redmi Note 10 JE (Japan Edition)

Redmi Note 10 JE

ตัวเครื่องมีขนาด 163 x 76 x 9.0 มม. และน้ำหนัก 200 กรัม หน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล ขนาด 6.5 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 และมีอัตรารีเฟรชเรท 90Hz

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 480 5G (8nm), หน่วยประมวลกราฟิก Arm Mali-G57 MC2, RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 64GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 1TB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย MIUI 12.5

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว Triple Camera พร้อมไฟแฟลช LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2″ และรูรับแสง f/1.79
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0

รวมทั้งติดต้้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างเครื่อง, รองรับการกันน้ำกันฝุ่น IP68, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE/5G dual band (SA/NSA), Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.1, พอร์ตอินฟราเรด, พอร์ต USB Type-C, NFC และแบตเตอรี่ความจุ 4.800mAh รองรับขาร์จเร็ว 18W

ทั้งนี้ Redmi Note 10 JE (Japan Edition) มีให้เลือก 2 สีคือ Graphite Grey และ Chrome Silver โดยมีราคาอยู่ที่ 28,765 เยนหรือประมาณ 8,650 บาท และจะวางจำหน่ายที่ประเทศญี่ปุ่นผ่านเครือข่าย au ในวันที่ 13 สิงหาคม 2021

ที่มา : Gsmarena

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/redmi-note-10-japan-edition-launched/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=redmi-note-10-japan-edition-launched

Infinix เปิดตัวเกมมิ่งสมาร์ตโฟน NOTE 10 Series ชิปเซ็ตทรงพลัง Helio G90T จอใหญ่เต็มตา 6.95 นิ้ว เริ่มขาย 5 สิงหาคมนี้

อินฟินิกซ์ (Infinix) แบรนด์สมาร์ตโฟนระดับโลกที่ประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั้งในต่างประเทศและประเทศไทย เปิดตัวเกมมิ่งสมาร์ตโฟนที่ดีที่สุดในช่วงราคาไม่เกิน 6,000 บาท โดย Infinix NOTE 10 Series มาพร้อมกับสโลแกน “Game Changer – เปลี่ยนทุกกฎที่เคยมี”

ซึ่งครั้งนี้อินฟินิกซ์ได้ร่วมเป็นสปอนเซอร์ให้กับเกม RoV ในกิจกรรมสุดพิเศษ RoV Show Match Event และ RoV Pro league ที่มีเหล่าเซเลบริตี้ ยูทูบเบอร์ และนักแข่ง E-Sport มากมายมาร่วมในกิจกรรม

นอกจากนี้ยังได้เกมมิ่งอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังอย่างน้องบิวจากเฟซบุ๊กเพจ GamToh Ch และอดีตนักกีฬา E-Sport อย่างวาน้อยจากเฟซบุ๊กเพจ Wanoiz มาร่วมสร้างสีสันในหนังโฆษณาและเป็นโปรดักส์แอมบาสเดอร์อีกด้วย

สำหรับ Infinix NOTE 10 Pro ชูจุดขายเอาใจสายเกมเมอร์ด้วยชิปเซ็ต MediaTek Helio G90T ที่ให้แรมมาถึง 8GB ผสานกับหน้าจอขนาดใหญ่ 6.95 นิ้ว แบบ FHD+ และอัตรารีเฟรชเรท 90Hz เพื่อตอบโจทย์การเล่นเกมที่ลื่นไหลสำหรับนักเล่นเกมมือถือตัวยง และยังเพลิดเพลินไปกับความบันเทิงได้อย่างเหนือระดับในราคาสุดคุ้ม 5,999 บาท

กำหนดวางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟบน Shopee เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคมนี้ เป็นต้นไป และอีกรุ่นสำหรับ Infinix NOTE 10 มาในชิปเซ็ต MediaTek Helio G85 พร้อมกล้อง 48 ล้านพิกเซล ในขนาดหน้าจอที่เท่ากัน สามารถหาซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

Infinix Note 10 Pro

Infinix NOTE 10 Pro เป็นอีกรุ่นในซีรีส์ NOTE ที่ได้รับรางวัลระดับโลกจาก iF Design Award ประจำปี 2021 มาพร้อมกับดีไซน์รูปทรงเรขาคณิตสวยล้ำทันสมัยและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพกับชิปเซ็ตประมวลผลทรงพลัง Helio G90T ทำให้การใช้งานลื่นไหลเป็นพิเศษเหมาะกับการเล่นเกมโดยเฉพาะ หน้าจอใหญ่ขนาด 6.95 นิ้วFHD+ และอัตราการรีเฟรชที่ 90Hz ทำให้การแสดงผลบนหน้าจอตอบสนองได้อย่างดีเยี่ยม

ด้านแบตเตอรี่รุ่นนี้ให้มาถึง 5,000 mAh และชาร์จเร็ว 33 วัตต์ พร้อมด้วยเทคโนโลยี Power Marathon ที่ประหยัดพลังงาน ช่วยมอบประสบการณ์การใช้งานต่อเนื่องยาวนานโดยไม่ต้องกังวลว่าแบตฯ จะหมดระหว่างเล่นเกม

รวมถึงกล้องหลังความละเอียดสูงสุด 64 ล้านพิกเซล กับสุดยอดฟีเจอร์ Night Camera ทำให้ผู้ใช้งานสนุกกับการถ่ายภาพ ได้ภาพคมชัดสวยงามแม้จะอยู่ในที่มืดหรือแสงน้อย โดยรุ่นนี้มีมาให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีดำ (95 Degree Black) สีม่วง (7 Degree Purple) และ สีรุ้ง (Nordic Secret)

เล่นเกมได้อย่างเหนือระดับ ด้วยชิปเซ็ต MediaTek Helio G90T

รุ่นนี้ใช้ชิปเซ็ตทรงพลังจาก MediaTek Helio G90T ถือเป็นชิปตัวแรกจาก MediaTek ที่เน้นตลาดเกมเป็นหลัก Octa-core ความเร็วสูงสุดถึง 2.05GHz มีหน่วยประมวลผลด้านประสิทธิภาพแบบ ARM Cortex-A76 และหน่วยประมวลผลด้านประหยัดพลังงานแบบ Cortex-A55 ผสานเข้ากับเทคโนโลยี HyperEngine Gaming ซึ่งผู้ใช้งานจะได้สัมผัสประสบการณ์การตอบสนองที่เร็วขึ้นถึง 50% ไม่ว่าจะเป็นการสตรีมวิดีโอ สนทนากับเพื่อน การถ่ายภาพหรือเล่นเกม อีกทั้งยังมีการเชื่อมต่อที่เสถียรยิ่งขึ้น รวมถึงสามารถลดความหน่วงลงโดยใช้ Wi-Fi สองแบนด์หรือสองเราเตอร์พร้อมกัน

Infinix NOTE 10 Pro ยังมาพร้อมเทคโนโลยี Dar-link Ultimate AI Game Booster เทคโนโลยี AI ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ ซึ่ง AI จะปรับปรุงการแสดงผลกราฟิกและความไวของหน้าจอสัมผัสด้วยความสามารถอัลกอริธึมที่เรียนรู้และประเมินภาพกราฟิกของเกมล่วงหน้า เพื่อลดความล่าช้า (Lag) และจะปรับความเร็วในการทำงานของ CPU และ GPU อย่างชาญฉลาด เพื่อปรับปรุงภาพและการเคลื่อนไหวในสถานการณ์การเล่นเกมที่แตกต่างกัน เมื่อรวมกันแล้วจะสร้างประสบการณ์การสลับฉากที่เสถียรและรวดเร็วยิ่งขึ้นขณะเล่นเกม

สัมผัสประสบการณ์จอภาพน่าตื่นตา 6.95 นิ้ว FHD+ พร้อมอัตราการรีเฟรช 90Hz

สมาร์ตโฟน Infinix NOTE 10 Pro ให้ประสบการณ์การรับชมภาพที่สมบูรณ์แบบด้วยจอภาพความละเอียดสูงแบบเต็มจอ FHD+ ขนาดจอใหญ่ 6.95 นิ้ว ความสว่างสูงสุดถึง 500 นิต และอัตราส่วนความคมชัด 1500:1 เพื่อภาพที่คมชัดและสมจริง กราฟิกและภาพมีความลื่นไหลต่อเนื่องด้วยอัตราการรีเฟรชที่ 90Hz และอัตราการตอบสนองต่อการสัมผัสหน้าจอที่ 180Hz ซึ่งเหมาะต่อการรับชมภาพยนตร์และดูคอนเทต์ต่างๆ รวมถึงการเล่นเกมอย่างมาก

คุณภาพกล้อง 64 ล้านพิกเซล พร้อม Night Camera ภาพสวยได้แม้ในที่แสงน้อย

Infinix NOTE 10 Pro อัดแน่นด้วยเลนส์แบบ Four-in-one ที่ทำงานอัตโนมัติด้วยระบบ AI มาพร้อมกล้องหลังความละเอียดสูงสุดถึง 64 ล้านพิกเซล ผสานเข้ากับเลนส์อัลตราไวด์ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ซูเปอร์มาโครเลนส์ที่มีองศาในการรับภาพ 120 องศา (120°FOV) เลนส์ 5P และเลนส์สำหรับการถ่ายภาพขาวดำและภาพบุคคล

อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ใหม่ Night Camera ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานถ่ายภาพได้แบบมืออาชีพแม้ในที่มืดหรือมีแสงน้อย นอกจากนี้ยังมีกล้องหน้าแบบ AI Beautify Selfie ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่ช่วยเพิ่มความสนุกและทำให้คุณถ่ายภาพได้อย่างมั่นใจ

ในขณะที่การบันทึกวิดีโอมีความลื่นไหลด้วยคุณสมบัติในการถ่ายภาพความละเอียดระดับ 4K ทั้งในกล้องหน้าและกล้องหลัง โดยใช้โซลูชันอัลกอริทึมเพิ่มประสิทธิภาพวิดีโอชั้นนำอย่าง Vidhance Video Stabilization และโซลูชันลดความพร่ามัวของวิดีโอขณะถ่ายโดยอัตโนมัติของ Imint ทำให้ผู้ใช้สามารถจับภาพในช่วงเวลาสุดพิเศษได้อย่างน่าประทับใจ

ใช้งานได้ทั้งวันด้วยแบตเตอรี่ 5000mAh พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33 วัตต์

มอบประสบการณ์การเล่นเกมยาวนานด้วยแบตเตอรี่อึด ถึก ทน ขนาดความจุ 5000mAh ที่มาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็วปลอดภัยกำลังไฟ 33 วัตต์ รองรับการเล่นเกมต่อเนื่อง 11 ชั่วโมง และสามารถสแตนบายการใช้งานได้ยาวนานถึง 49 วัน

และยังมีโหมดประหยัดพลังงาน Ultra-Power Mode ที่ช่วยยืดเวลาสำหรับการโทรได้นานถึง 58 ชั่วโมง เมื่อแบตเตอรี่ลดลงเหลือ 5% นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Power Marathon ที่สามารถสำรองแบตเตอรี่ได้ 25% ทำให้ผู้ใช้งานหมดกังวลเรื่องเครื่องดับและสามารถใช้งานมือถือได้อย่างไร้ขีดจำกัด

นอกจากสเป็กที่คุ้มค่า ราคายังถูกใจ ในราคา 5,999 บาท

สาวก Infinix หรือผู้ที่กำลังมองหาสมาร์ตโฟนเล่นเกมราคาประหยัด พลาดไม่ได้กับ Infinix NOTE 10 Pro และอีกหนึ่งรุ่นทางเลือก Infinix NOTE 10 พร้อมเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้

โดยในรุ่น NOTE 10 สามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ พร้อมโปรโมชั่นฟรีทันทีของขวัญสุดพิเศษและรับประกันเครื่อง 13 เดือน และ

สำหรับรุ่น NOTE 10 Pro จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป แบบเอ็กซ์คลูซีฟบน Shopee เท่านั้น ในราคา 5,999 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีดำ (95 Degree Black) สีม่วง (7 Degree Purple) และ สีรุ้ง (Nordic Secret)

โดยช่วง Flash sale ในเทศกาล Double date 8.8 ระหว่างวันที่ 5 – 8 สิงหาคม จากปกติราคา 5,999 บาท สามารถซื้อได้ในราคา 5,599 บาท

และพิเศษไปกว่านั้น ยังมีคูปองส่วนลดให้เก็บอีก 100 บาท เก็บได้ตั้งแต่วันที่ 2 – 4 สิงหาคมนี้ เพื่อใช้เป็นส่วนลดในวันขายวันแรกเท่านั้น ในวันที่ 5 สิงหาคม ซึ่งราคาที่ดีที่สุดที่จะได้คือ 5,499 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://cutt.ly/WebNOTE10PR หรือ https://cutt.ly/Web2NOTE10PR และสั่งซื้อสินค้าที่ https://cutt.ly/SPNOTE10PR

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/infinix-launches-the-note-10-series-of-gaming-smartphones/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=infinix-launches-the-note-10-series-of-gaming-smartphones

Infinix Smart 5A มาพร้อมจอ HD+ 6.52 นิ้ว และแบตอึด 5000mAh เตรียมเปิดตัวที่อินเดียวันนี้ (2 ส.ค.)

Infinix ประกาศเตรียมเปิดตัว Infinix Smart 5A สมาร์ตโฟนน้องเล็กรุ่นใหม่ตระกูล Smart 5 Series ที่ประเทศอินเดียในวันที่ 2 สิงหาคม 2021 โดยมาพร้อมจุดเด่นหน้าจอแสดงผลขนาด 6.52 นิ้ว และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000mAh

Infinix Smart 5A

Flipkart ร้านค้าออนไลน์ชื่อดังของอินเดีย ได้เปิดหน้า Landing Page เตรียมเปิดตัว Infinix Smart 5A สมาร์ตโฟนระดับเริ่มต้นรุ่นใหม่ พร้อมเผยสเปกเด่นโดยจะมาพร้อมหน้าจอแสดงผลจอทรงหยดน้ำความละเอียด HD+ ขนาด 6.52 นิ้ว และความสว่างสูงสุด 500nits

ติดตั้งกล้องหลังคู่ Dual Camera พร้อมไฟแฟลข LED โดยกล้องหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล และกล้องรองความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง, รองรับการจดจำใบหน้า, ใช้แบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh และมีให้เลือก 3 สีคือ Ocean Wave, Quetzal Cyan และ Midnight black

ทั้งนี้ ในส่วนสเปกอื่นๆ ของ Infinix Smart 5A คาดว่าจะใช้ชิปเซ็ท MediaTek Helio G25 จับคู่กับ RAM 2GB และหน่วยความจำภายใน 32GB และมาพร้อมพอร์ต microUSB

ที่มา : Gsmarena

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/infinix-smart-5a-to-be-launched-in-india-today/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=infinix-smart-5a-to-be-launched-in-india-today

เผยภาพคอนเซปต์เรนเดอร์ OnePlus 10 Pro มาพร้อมกล้องฝังใต้หน้าจอ

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา OnePlus ได้เปิดตัว OnePlus 9 Series ซึ่งประกอบด้วย OnePlus 9 และ OnePlus 9 Pro โดยทุกคนต่างคาดหวังว่า OnePlus 9T เรือธงรุ่นต่อไปจะเปิดตัวในเดือนกันยายนนี้ แต่ทาง OnePlus ก็ออกมาประกาศว่าปีนี้จะไม่มี OnePlus 9T

ทำให้เรือธงรุ่นต่อไปจะข้ามไปที่ OnePlus 10 Series ที่จะเปิดตัวในปี 2022 เลย แม้ว่าจะยังไม่มีข่าวลือของ OnePlus 10 Series ออกมาในตอนนี้ แต่ล่าสุดมีภาพคอนเซปต์เรนเดอร์ของ OnePlus 10 Pro เผยออกมาให้ชมกันแล้ว

OnePlus 10 Pro

LetsGoDigital และ Jermaine Smit (หรือที่รู้จักในชื่อ Concept Creator) ได้ออกแบบภาพคอนเซปต์เรนเดอร์ของ OnePlus 10 Pro โดยมาพร้อมจอขอบโค้งทั้ง 2 ด้านเหมือน OnePlus 9 Pro แต่หน้าจอของ OnePlus 10 Pro จะไร้ขอบ ไร้รอยบาก และไม่มีการเจาะรู และจะติดตั้งกล้องเซลฟี่แบบฝังใต้หน้าจอ

ส่วนด้านหลังจะมาพร้อมโมดูลกล้องทรงกลมขนาดใหญ่ โดยภายในโมดูลจะมีเลนส์กล้องคู่ Dual Camera พร้อมไฟแฟลชแบบซีนอน และไฟแฟลช LED แต่อย่างที่ทราบกันว่าผู้ผลิตสมาร์ตโฟนได้หยุดใช้แฟลชซีนอนอย่างสิ้นเชิงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นั่นทำให้คาดกันว่า OnePlus 10 Pro คงจะไม่มีไฟแฟลชแบบซีนอน

และใต้โมดูลกล้องมีโลโก้ Hasselblad แสดงให้เห็นว่าโทรศัพท์มีเซ็นเซอร์กล้อง (หรือซอฟต์แวร์กล้อง) ที่ได้รับการพัฒนาร่วมกับ Hasselblad เหมือนกับที่เราเห็นใน OnePlus 9 และ OnePlus 9 Pro

นอกจากนี้ดูเหมือนว่าฝาหลังของ OnePlus 10 Pro จะหุ้มด้วยหนังเทียมสีดำ ซึ่ง OnePlus ขึ้นชื่อเรื่องการใช้วัสดุและสีที่เป็นเอกลักษณ์สำหรับฝาหลังของสมาร์ตโฟน ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจหากครั้งนี้แบรนด์จะเลือกใช้หนังเทียม

ในส่วนอื่นๆ ของภาพคอนเซปต์เรนเดอร์ OnePlus 10 Pro ยังเผยให้เห็นว่ามีช่องหูฟัง 3.5 มม. อยู่ด้านบน ส่วนด้านท้ายเครื่องมีพอร์ต USB Type-C, ช่องลำโพงเสียง และช่องไมโครโฟน ขณะที่ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มเปิดปิดเครื่อง, แถบเลื่อนการแจ้งเตือน และปุ่มชัตเตอร์ และด้านซ้ายข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง

อย่างไรก็ดี ภาพคอนเซปต์เรนเดอร์ของ OnePlus 10 Pro ที่เผยออกมานี้ยังไม่ใช่ภาพเรนเดอร์ทางการ ซึ่งถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมจะมารายงานให้ทราบกันครับ

ที่มา : Letsgodigital

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/oneplus-10-pro-concept-renders-revealed-with-an-embedded-camera-under-the-screen/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=oneplus-10-pro-concept-renders-revealed-with-an-embedded-camera-under-the-screen

หลุดภาพเรนเดอร์ realme 8s พร้อมสเปกก่อนเปิดตัวเร็วๆ นี้

หลังจากเปิดตัว realme 8, realme 8 5G และ realme 8 Pro ไปเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีรายงานว่า realme กำลังเตรียมที่จะเปิดตัว realme 8s และ realme 8i เพิ่มอีก 2 รุ่นในเร็วๆ นี้ ล่าสุดมีภาพเรนเดอร์ของ realme 8s พร้อมสเปกหลุดออกมาให้เห็นกันแล้ว

realme 8s

เว็บไซต์ 91Mobiles ได้โพสต์ภาพเรนเดอร์ของ realme 8s ที่หลุดออกมา โดยเผยให้เห็นเฉพาะด้านหลังเครื่องที่มาพร้อมกล้อง 4 ตัว พร้อมไฟแฟลช LED อยู่ในโมดูลสี่เหลี่ยมมุมซ้ายด้านบน

ซึ่งมีข่าวลือว่ากล้องหลักจะมีความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องอีก 3 ตัวคาดว่าจะประกอบด้วยเลนส์ Ultra Wide, เลนส์ Macro และเลนส์ Depth ขณะที่กล้องหน้าเซลฟี่คาดว่าจะมีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

ถัดจากเลนส์กล้องลงมาด้านล่างมีโลโก้ realme และฝาหลังมีสีม่วง ส่วนด้านหน้าเครื่องนั้นยังไม่มีภาพเรนเดอร์หลุดออกมาให้เห็น

ส่วนด้านข้างเครื่องทั้ง 2 ด้านเริ่มจากด้านซ้ายมีช่องใส่ซิมการ์ด กับปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง และด้านขวามีปุ่มเปิดปิดเครื่อง และติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังไว้บนปุ่มนี้ด้วย

ด้านบนเครื่องมีช่องไมโครโฟนตัดเสียง และด้านท้ายเครื่องมีช่องหูฟัง 3.5 มม., ช่องไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C และช่องลำโพงเสียง

ทั้งนี้ ในส่วนสเปกของ realme 8s คาดว่าจะมาพร้อมหน้าจอแสดงผลความละเอียด FHD+ ขนาด 6.5 นิ้ว โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 90Hz, ใช้ชิปเซ็ท MediaTek Dimensity 810 จับคู่กับ RAM 6GB/8GB, หน่วยความจำภายใน 128GB/256GB, แบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh รองรับชาร์จเร็ว 33W และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย realme UI 2.0

ที่มา : 91Mobiles

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/realme-8s-renders-leaked-with-specs-before-launching-soon/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=realme-8s-renders-leaked-with-specs-before-launching-soon

เปิดตัว Motorola Edge 20 Series มาพร้อมจอ OLED, กล้องหลัง 3 ตัว 108MP และชาร์จไว 30W

Motorola ประกาศเปิดตัว Motorola Edge 20 Series สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ตระกูล Edge Series ประกอบด้วย Motorola Edge 20, Edge 20 Pro และ Edge 20 Lite ในราคาเริ่มต้นเพียง 13,690 บาท

Motorola Edge 20 Series

สำหรับ Motorola Edge 20 Series ทั้ง 3 รุ่นคือ Motorola Edge 20, Edge 20 Pro และ Edge 20 Lite มีสเปกที่เหมือนกันคือ มาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 6.7 นิ้ว, กล้องหลัง 3 ตัวความละเอียด 108 ล้านพิกเซล และรองรับชาร์จไว 30W ส่วนสเปกอื่นๆ ของแต่ละรุ่น มาดูกันครับ

สเปก Motorola Edge 20

ตัวเครื่องมีขนาด 163 x 76 x 7 มม. และน้ำหนัก 163 กรัม หน้าจอแสดงผล Punch Hole Display แบบ OLED ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล ขนาด 6.7 นิ้ว แบบ 10-bit ในอัตราส่วน 19.5:9 โดยมีอัตรารีเฟรขเรท 144Hz, ขอบเขตสีกว้างระดับ DCI-P3 และรองรับ HDR10+

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.4GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 778G 5G (6 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 642L, RAM 8GB, หน่วยความจำภายใน 128GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 11

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว Triple Camera พร้อมไฟแฟลช LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1,9, (wide), 1/1.52″, 0.7µm และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4, ซูมแบบออปติคอล 3 เท่า, ระบบกันสั่น OIS และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 และถ่ายมุมกว้างได้ 119 องศา

ขณะที่กล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.3

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ, รองรับ 2 SIM. รองรับ 4G/5G (SA/NSA/Sub6), Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6e, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.2, NFC, พอร์ต USB Type-C และใช้แบตเตอรี่ความจุ 4,000mAh รองรับการชาร์จ 30W Turbo Charge

ทั้งนี้ Motorola Edge 20 มีให้เลือก 2 สีคือ Frosted Onyx และ Frosted Pearl โดยมีราคา 499.99 ยูโร หรือประมาณ 19,590 บาท และจะวางจำหน่ายที่ยุโรปในเดือนสิงหาคมนี้

สเปก Motorola Edge 20 Pro

ตัวเครื่องมีขนาด 163 x 76 x 8 มม. และน้ำหนัก 185-190 กรัม หน้าจอแสดงผล Punch Hole Display แบบ OLED ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล ขนาด 6.7 นิ้ว แบบ 10-bit ในอัตราส่วน 19.5:9 โดยมีอัตรารีเฟรขเรท 144Hz, ขอบเขตสีกว้างระดับ DCI-P3 และรองรับ HDR10+

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 3.2GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm SM8250-AC Snapdragon 870 5G (7 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 650, RAM 12GB, หน่วยความจำภายใน 256GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 11

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว Triple Camera พร้อมไฟแฟลช LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1,9, (wide), 1/1.52″, 0.7µm และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Periscope Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/3.4, ซูมแบบออปติคอล 5 เท่า, ระบบกันสั่น OIS และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 และถ่ายมุมกว้างได้ 119 องศา

ขณะที่กล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.3

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ, รองรับ 2 SIM. รองรับ 4G/5G (SA/NSA/Sub6), Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6e, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.2, NFC, พอร์ต USB Type-C และใช้แบตเตอรี่ความจุ 4,500mAh รองรับการชาร์จ 30W Turbo Charge

ทั้งนี้ Motorola Edge 20 Pro มีให้เลือก 3 สีคือ Dark Blue, White และ Indigo Vegan Leather โดยมีราคา 699.99 ยูโร หรือประมาณ 27,490 บาท และจะวางจำหน่ายที่ยุโรปในเดือนสิงหาคมนี้

สเปก Motorola Edge 20 Lite

ตัวเครื่องมีขนาด 165.9 x 76 x 8.3 มม. และน้ำหนัก 185 กรัม หน้าจอแสดงผล Punch Hole Display แบบ OLED ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล ขนาด 6.7 นิ้ว แบบ 10-bit ในอัตราส่วน 19.5:9 โดยมีอัตรารีเฟรขเรท 90Hz, ขอบเขตสีกว้างระดับ DCI-P3 และรองรับ HDR10+

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.0GHz โดยใช้ชิปเซ็ท MediaTek MT6853 Dimensity 720 5G (7 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G57 MC3, RAM 8GB, หน่วยความจำภายใน 128GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 11

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว Triple Camera พร้อมไฟแฟลช LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1,9, (wide), 1/1.52″, 0.7µm และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 และถ่ายมุมกว้างได้ 118 องศา
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

ขณะที่กล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.3

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ, รองรับ 2 SIM. รองรับ 4G/5G (SA/NSA/Sub6), Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0, NFC, พอร์ต USB Type-C และใช้แบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh รองรับการชาร์จ 30W Turbo Charge

ทั้งนี้ Motorola Edge 20 Lite มีให้เลือก 2 สีคือ Electric Graphite และ Lagoon Green โดยมีราคา 349.99 ยูโร หรือประมาณ 13,690 บาท และจะวางจำหน่ายที่ยุโรปในเดือนสิงหาคมนี้

ที่มา : Gsmarena

.fb-background-color {
background: #ffffff !important;
}
.fb_iframe_widget_fluid_desktop iframe {
width: 100% !important;
}

from:https://www.mobileocta.com/motorola-edge-20-series-launched/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=motorola-edge-20-series-launched