คลังเก็บป้ายกำกับ: SMARTPHONE

ซัมซุงเปิดตัว Galaxy S20 FE อัดแน่นด้วยฟีเจอร์ยอดนิยม เพื่อเหล่ากาแลคซี่แฟนโดยเฉพาะ

ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลก ประกาศเปิดตัว Galaxy S20 FE (กาแลคซี่ เอส 20 เอฟอี) สมาร์ทโฟนแฟลกชิปพรีเมียมรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล Galaxy S20 Series มาพร้อมกับการรวมเอาฟีเจอร์และนวัตกรรมเด่นๆ ที่สาวกกาแลคซี่แฟนชื่นชอบจากตระกูล S20 Series มาให้เป็นเจ้าของในราคาเข้าถึงได้

โดยสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน พร้อมส่งมอบประสบการณ์สมาร์ทโฟนแฟลกชิปเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่มีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ทั้งหน้าจอสัมผัสที่ลื่นไหล กล้อง AI สุดล้ำ ชิปเซ็ทระดับแถวหน้า การเชื่อมต่อที่เร็วแรง แบตเตอรี่อึดทนนาน[1] ความจุที่สามารถเพิ่มได้ [2] และดีไซน์สุดพรีเมียมมารวมอยู่ในซัมซุง Galaxy S20 FE

“เราได้พูดคุยและรับฟังทุกความคิดเห็นจากกาแลคซี่แฟนอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เรารู้ว่าฟีเจอร์อะไรบ้างใน Galaxy S20 Series ที่แฟนๆ ชื่นชอบที่สุด ใช้งานมากที่สุด และอยากเห็นมากที่สุดในสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ซึ่ง Galaxy S20 FE
เป็นสมาร์ทโฟนในตระกูล Galaxy S20 ที่ได้เริ่มนำเอานวัตกรรมที่มีความหมายมาให้ผู้ใช้งานได้ทำในสิ่งที่รักและชื่นชอบผ่านอุปกรณ์ Galaxy ที่ดีที่สุด” ดร. ทีเอ็ม โรห์ ประธานฝ่าย โมบายล์ คอมมูนิเคชัน บริษัท ซัมซุง
อิเลคโทรนิคส์ จำกัด

Samsung Galaxy S20 FE

บ่งบอกความเป็นตัวเองให้ชัดที่สุด

Galaxy S20 FE มาพร้อมเทคโนโลยีและฟีเจอร์ของกล้องที่พร้อมให้คุณได้ถ่ายทอดความเป็นตัวเองได้ชัดที่สุด ผ่านรูปถ่ายและวิดีโอระดับโปรเกรด อาทิ กล้องเซลฟี่ความละเอียดสูง 32 ล้านพิกเซล ที่มีเทคโนโลยี Tetra-binning ที่ช่วยให้การถ่ายรูปมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ถ่ายภาพหรือวิดีโอในที่แสงน้อยได้สีสวยคมชัดมากขึ้น ด้วยเซ็นเซอร์รับภาพขนาดใหญ่ รวมทั้งการประมวลผลภาพแบบหลายเฟรม (multi-frame processing) พร้อมโหมดถ่ายภาพกลางคืน (Bright Night) ที่นำเทคโนโลยี AI ผนวกเข้ากับเทคโนโลยีกันสั่นช่วยให้ภาพออกมานิ่งและมีชีวิตชีวามากขึ้น พร้อมเทคโนโลยี Space Zoom 30X สุดทรงพลัง ที่สามารถซูมภาพระยะไกลได้ถึง 30 เท่า เพื่อให้คุณไม่พลาดรายละเอียดหรือโมเมนต์ที่น่าประทับใจแม้อยู่ไกล พร้อมสำหรับนำภาพและวิดีโอไปปรับแต่งและแชร์ได้แบบเรียลไทม์เหมือนมือโปร

สะท้อนความเป็นตัวตนอย่างมีสไตล์ผ่านสีสันใหม่ของ Galaxy S20 FE ที่มาพร้อมกับ 6 เฉดสี ทั้งสี Cloud Navy, Cloud Lavender, Cloud Mint, Cloud Red, Cloud Orange และ Cloud White[3] พร้อมทั้งดีไซน์บางเฉียบสุด
ไอคอนิกให้กลิ่นอายสมาร์ทโฟนตระกูล Galaxy S20 พร้อมพื้นผิวสัมผัสที่ช่วยลดรอยเปื้อนและรอยนิ้วมือ

เต็มที่กับไลฟ์สไตล์สุดโปรด

มอบประสบการณ์การใช้งานสูงสุดด้วย ซัมซุง Galaxy S20 FE ที่มาพร้อมกับโปรเซสเซอร์ทรงพลัง พร้อมหน้าจอ Infinity-O ขนาด 6.5 นิ้ว[4] เทคโนโลยี Super AMOLED และอัตรารีเฟรชเรท 120Hz ที่ทำให้ผู้ใช้ได้รับชมคอนเทนท์วิดีโอและเลื่อนหน้าจอได้อย่างลื่นไหล นอกจากนี้ยังเต็มอิ่มไปกับประสบการณ์การเล่นเกมผ่านการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G[5] ที่เหนือระดับ และรองรับ Xbox Game Pass Ultimate[6] พร้อมทั้งเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ในอีโคซิสเต็มของซัมซุงได้แบบไม่สะดุด ทั้ง Galaxy Buds Live และ Galaxy Fit2

ไร้กังวลในทุกสถานการณ์

Galaxy S20 FE มาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 4,500 มิลลิแอมป์ สามารถใช้งานได้ยาวนานตลอดทั้งวัน[7] รองรับการชาร์จเร็ว Super Fast ให้ผู้ใช้งานเต็มที่กับกิจกรรมสุดโปรดโดยไม่ต้องห่วงเรื่องแบตเตอรี่[8] ทั้งยังรองรับการกันน้ำและกันฝุ่นที่ระดับ IP68 พร้อมสบายใจหายห่วงกับบริการ Samsung Care+ ซึ่งให้บริการส่งช่างเทคนิคจากศูนย์บริการซ่อมถึงบ้าน และให้ความครอบคลุมความเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุ รวมถึงหน้าจอแตก รวมทั้งความเสียหายที่เกิดจากของเหลว พร้อมได้รับการอัพเดตระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (OS) เป็นเวอร์ชันล่าสุด เพิ่มความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานได้เต็มที่

บริการ Samsung CARE+

Galaxy S20 FE มาพร้อมกับบริการเพิ่มความมั่นใจแก่ผู้ใช้งานอย่าง Samsung Care+ ซึ่งให้บริการส่งช่างเทคนิคจากศูนย์บริการซ่อมถึงบ้านในพื้นที่ให้บริการที่กำหนดโดยซัมซุง หรือบริการรับ-ส่ง เครื่องซ่อมในกรณีอยู่นอกพื้นที่ให้บริการหรือมีการเปลี่ยนอะไหล่[9] รวมถึงครอบคลุมความเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุ หน้าจอแตก และความเสียหายที่เกิดจากของเหลวเป็นระยะเวลา 1 ปี[10] สามารถติดตามรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ Samsung Care+ ได้ที่ https://www.samsung.com/th/offer/samsung-care-plus/

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://samsungmobilepress.comhttp://news.samsung.com or www.samsung.com/galaxy.


[1] ขึ้นอยู่กับสภาพแบตเตอรี่และการใช้งาน ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งาน เช่น การเชื่อมต่อเครือข่าย ฟีเจอร์ที่เลือกใช้งาน ความถี่ของการโทรออก-รับสาย การใช้งานข้อมูล รวมทั้งการใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ

[2] สามารถเพิ่มความจุดด้วย MicroSD ได้สูงสุดถึง 1TB โดยวางจำหน่ายแยก

[3] สีและรุ่น มีให้เลือกหลากหลาย ขึ้นอยู่กับผู้วางจำหน่าย

[4] หน้าจอวัดแนวทแยงมุมมีขนาด 6.5 นิ้ว และหน้าจอวัดในแนวสี่เหลี่ยมจะอยู่ที่ 6.3 นิ้ว โดยไม่รวมส่วนโค้งบริเวณของหน้าจอ ดังนั้น พื้นที่แสดงผลจริงจะมีขนาดเล็กกว่าเล็กน้อย เนื่องจากขอบหน้าจอโค้งมนและเลนส์กล้องหน้า

[5] ความเร็วการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ เช่น ความถี่คลื่นของผู้ให้บริการแต่ละพื้นที่

[6] ต้องสมัครสมาชิก Xbox Game Pass Ultimate และอุปกรณ์ควบคุมเฉพาะ ซึ่งวางจำหน่ายแยก ติดตามรายละเอียดได้ที่ xbox.com/gamepass.

[7] ขึ้นอยู่กับสภาพแบตเตอรี่และการใช้งาน ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งาน เช่น การเชื่อมต่อเครือข่าย ฟีเจอร์ที่เลือกใช้งาน ความถี่ของการโทรออก-รับสาย การใช้งานข้อมูล รวมทั้งการใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ

[8] เมื่อมีการใช้งานอุปกรณ์ชาร์จที่ 25 วัตต์ ซึ่งวางจำหน่ายแยก (สายชาร์จ 15 วัตต์ มาพร้อมกล่อง)

[9] การให้บริการสูงสุด 10 ครั้งต่อปี (5 ครั้ง สำหรับประกันเครื่องตามมาตรฐานของผู้ผลิต และ 5 ครั้งสำหรับกรณีอื่น)

[10] มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

from:https://www.mobileocta.com/samsung-launches-galaxy-s20-fe/

POCO X3 NFC แชมป์แห่งสมาร์ทโฟนระดับกลาง เปิดตัวทางการในไทย เริ่มเพียง 6,999 บาท

POCO แบรนด์สมาร์ทโฟนที่สร้างนิยามใหม่ให้กับอุตสาหกรรม เปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่ล่าสุด POCO X3 NFC ออกแบบมาสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีและการเล่นเกม โดยใช้การออกแบบอย่างพิถีพิถัน สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ให้ความสำคัญเรื่องประสิทธิภาพเหนือสิ่งอื่นใด โดยมอบเฉพาะสเปคระดับไฮเอนด์ที่คุ้มค่าที่สุดในราคาที่ย่อมเยา

POCO X3 NFC

POCO X3 NFC มาพร้อมด้วยโปรเซสเซอร์ 4G 700 ซีรีส์ใหม่ล่าสุดและทรงพลังที่สุดของ Qualcomm – Snapdragon ™ 732G โดยมีประสิทธิภาพอันน่าทึ่งสามารถใช้งานได้ยาวนานถึงสองวันต่อการชาร์จหนึ่งครั้งด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 5160mAh ในขณะเดียวกันจอแสดงผล 120Hz และ 240Hz ก็สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่นและตอบสนองได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อเหนือกว่าเรือธงส่วนใหญ่ในตลาด

ประสิทธิภาพที่คุณต้องการด้วยแพลตฟอร์ม Qualcomm® Snapdragon™ 732G ใหม่ล่าสุด

ขับเคลื่อนการทำงานให้สมบูรณ์ ใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างน่าทึ่ง และให้ประสบการณ์การเล่นเกมที่ดีที่สุด POCO X3 NFC ประมวลผลด้วยโปรเซสเซอร์ 4G ที่ทรงพลังที่สุดของ Qualcomm ณ ปัจจุบัน นั่นคือ Snapdragon™ 732G ที่สามารถถ่ายทอดประสิทธิภาพสูงสุดอย่างต่อเนื่องและความสามารถของ AI ที่จะสร้างความประทับใจให้กับผู้เล่นเกมด้วยการออกแบบที่ใช้ Kryo™ 470 octa-core CPU และ Adreno™ 618 Elite Gaming series GPU

เพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องจะทำงานอย่างมีเสถียรภาพและให้ประสบการณ์การใช้งานที่ไม่สะดุด เทคโนโลยีระบายความร้อน LiquidCool Technology 1.0 Plus ซึ่งผสานท่อความร้อนทองแดงที่ขยายใหญ่ขึ้นกับแกรไฟต์หลายชั้นที่ทำงานร่วมกันเพื่อลดความร้อนของโปรเซสเซอร์ได้ถึง 6 องศาเซลเซียส1

ประสิทธิภาพที่น่าทึ่งของโทรศัพท์สามารถปรับให้เหมาะกับการเล่นเกมได้มากขึ้นด้วย Game Turbo 3.0 ซึ่งเป็นการปรับแต่งโทรศัพท์ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของเกมซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้ฮาร์ดแวร์ที่ทรงพลังของโทรศัพท์ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้มอเตอร์เชิงเส้นแกน Z ของโทรศัพท์ยังรับประกันการตอบสนองเชิงสัมผัสที่ยอดเยี่ยมด้วยโหมดการสั่นสะเทือนมากกว่า 150 โหมดสำหรับสถานการณ์ต่างๆอีกด้วย

ตรงตามความต้องการของคุณด้วยจอแสดงผล 120Hz / 240Hz และลำโพงสเตอริโอ

ตามเป้าหมายของ POCO คือการมอบนวัตกรรมสำหรับทุกคน POCO X3 NFC มีจอแสดงผล FHD + DotDisplay ขนาด 6.67 นิ้วที่น่าทึ่งพร้อมการผสมผสานระหว่างอัตราการรีเฟรช 120Hz และอัตราความไวต่อการตอบสนองการสัมผัส 240Hz

POCO X3 NFC เป็นหนึ่งในหน้าจอที่ใช้งานได้ราบรื่นที่สุดในกลุ่มราคานี้ ฟังก์ชั่น DynamicSwitch ช่วยให้โทรศัพท์สามารถประหยัดพลังงานโดยการสลับระหว่าง 50, 60, 90 และ 120Hz โดยอัตโนมัติขึ้นอยู่กับการใช้งานและรูปแบบของเนื้อหาที่แสดงบนหน้าจอ สิ่งนี้ช่วยให้อัตราการรีเฟรชของโทรศัพท์เพิ่มขึ้นในขณะใช้งานเช่นการเล่นเกม และลดลงสำหรับการใช้งานทั่วๆ ไป เช่นการอ่านข้อความซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังงาน

อัตราความไวต่อการตอบสนองการสัมผัส 240Hz ช่วยเสริมความสามารถในการแสดงผลที่ไม่ธรรมดาของโทรศัพท์ทำให้สามารถเอาชนะคู่แข่งส่วนใหญ่ได้ POCO X3 NFC มีการตอบสนองที่เร็วกว่ารุ่นเรือธงส่วนใหญ่ในตลาด2ปัจจุบันถึง 33% มอบประสบการณ์การใช้งานที่น่าพึงพอใจรวมทั้งให้ผู้ใช้งานได้เห็นข้อได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัดเจนแม้ในเกมที่ซับซ้อนที่สุด

เพื่อให้เกิดการดื่มด่ำประสบการณ์เสียงคุณภาพสูงสุด อุปกรณ์นี้ยังบรรจุลำโพงสเตอริโอคู่ระดับเรือธงไว้ด้วย ลำโพงด้านบนเทียบเท่า 4cc ลำโพงตัวล่างเทียบเท่า 1cc และแอมพลิจูดการสั่นสะเทือนสูงสุด 0.5 มม. ให้เสียงสเตอริโอที่คมชัดและประสบการณ์การเล่นเกมที่น่าทึ่ง ในขณะเดียวกันความสามารถของลำโพงในการทำความสะอาดตัวเองช่วยให้มั่นใจได้ว่าเสียงคมชัดในระยะยาว

ภาพถ่ายที่คุณต้องการด้วยระบบกล้องสี่ตัว AI 64 ล้านพิกเซล

POCO X3 NFC มีระบบกล้องหลังสี่ตัวที่ยอดเยี่ยมซึ่งประกอบด้วยกล้องหลัก 64 ล้านพิกเซล กล้องอัลตร้าไวด์ 13 ล้านพิกเซล กล้องมาโคร 2 ล้านพิกเซล และเซนเซอร์การวัดระยะ 2 ล้านพิกเซล

กล้องหลักของโทรศัพท์เป็นเซ็นเซอร์ Sony IMX 682 ระดับเรือธงที่มีรูรับแสง ƒ / 1.89 และ Super Pixel 4-in-1 1.6μm ที่ให้รายละเอียดและภาพที่คมชัด กล้องอัลตร้าไวด์ 13 ล้านพิกเซลมีมุมมอง 119 องศา ที่เสริมด้วยรูรับแสง ƒ / 2.2 และขนาดพิกเซล 1.0μm ในขณะที่กล้องมาโคร 2 ล้านพิกเซล และเซ็นเซอร์การวัดระยะเสริมฟังก์ชันมากขึ้นและเพิ่มความสามารถของเลนส์หลัก

ที่ด้านหน้าอุปกรณ์คือกล้องที่เป็นจุดเล็กๆ 20 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง ƒ / 2.2 และ 1.6μm 4-in-1 Super Pixel เหมาะสำหรับการถ่ายภาพเซลฟี่ที่แบบไร้จุดด่างพร้อย

สำหรับผู้ที่พยายามจะโดดเด่นจากเพื่อนฝูง POCO X3 NFC มีคุณสมบัติสุดสร้างสรรค์มากมายทั้ง kaleidoscope หกตัวเลือก โหมด Gold vibes โหมด Cyberpunk ฟิลเตอร์ภาพถ่ายใหม่ๆ มากมายรวมถึง AI Skyscaping 3.0 ซึ่งนำเสนอวิธีสร้างสรรค์ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มสีสันให้กับฟีดโซเชียลมีเดียของผู้ใช้

ผู้ที่ชื่นชอบวิดีโอสามารถใช้ประโยชน์จากการบันทึกวิดีโอ 4K ของอุปกรณ์รวมทั้งคุณสมบัติต่างๆ เช่นการซูมวิดีโอที่ราบรื่น จุดโฟกัสสูงสุดและการล็อค AE / AF การสนับสนุนรูปแบบ LOG / RAW และโหมด Vlog ไม่เพียงแต่รับประกันว่าผู้ใช้สามารถจับภาพช่วงเวลาสำคัญของพวกเขาได้อย่างมีคุณภาพสูงสุดแต่ยังเปลี่ยนโทรศัพท์ให้เป็นการทำงานกึ่งมืออาชีพสำหรับการผลิตเนื้อหาวิดีโออีกด้วย

อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่คุณต้องการกับแบตเตอรี่ขนาด 5160mAh และการชาร์จแบบเร็ว 33 วัตต์

สเปคการใช้งานชั้นเลิศจะไม่มีประโยชน์เลยหากไม่มีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนาน เพื่อรับประกันว่าผู้ใช้สามารถเพลิดเพลินกับคุณสมบัติที่น่าทึ่งทั้งหมด POCO X3 NFC มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5160mAh (typ) ที่ใช้งานได้นานกว่าสองวันภายใต้การใช้งานทั่วไป โทรศัพท์มือถือรองรับการชาร์จเร็ว 33 วัตต์ ซึ่งไม่เพียงแต่หมายความว่าอุปกรณ์สามารถชาร์จถึง 100% ในเวลาเพียง 65 นาทีเท่านั้น แต่ยังใช้เวลาเพียง 30 นาทีเท่าที่จะเติมได้ถึง 62%1

ความเร็วในการชาร์จที่เพิ่มขึ้นทำได้โดยใช้เทคโนโลยี Middle Middle Tab (MMT) ในแบตเตอรี่ทั่วไปกระแสไฟฟ้าจะมาจากด้านล่างของโมดูล เติมขึ้นจากล่างสู่บนส่งผลให้ความเร็วในการชาร์จช้าลงอย่างมาก เทคโนโลยี Middle Middle Tab (MMT) ใช้วิธีการใหม่ที่แบตเตอรี่รับกระแสไฟฟ้าจากตรงกลางและกระจายไปที่ด้านบนและด้านล่างของโมดูลพร้อมกัน ช่วยให้ชาร์จได้เร็วขึ้นและสม่ำเสมอมากขึ้นในขณะเดียวกันก็ทำให้การใช้งานของแบตเตอรี่นานขึ้นเมื่อเทียบกับรูปแบบเดิม

ราคาและช่องทางจัดจำหน่าย

ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2563 เป็นต้นไป POCO X3 NFC จะวางจำหน่ายสองสีในประเทศไทย ได้แก่สี Shadow Grey และ สี Cobalt Blue ความจุ 6GB + 64GB จะจำหน่ายในราคา 6,999 บาท และความจุ 6GB + 128GB จะจำหน่ายในราคา 7,999 บาท

สำหรับการวางจำหน่ายครั้งแรกในประเทศไทย ทั้งสองความจุจะวางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟบน JD CENTRAL ตั้งแต่วันที่ 23 – 30 กันยายนนี้พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษดังต่อไปนี้

การสั่งซื้อล่วงหน้าเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 – 27 กันยายนนี้ และสำหรับในช่วงเวลาดังกล่าว เครื่องความจุ 6GB + 64GB จะวางจำหน่ายในราคา 6,499 บาท จากราคา 6,999 บาท ในขณะที่เครื่องความจุ 6GB + 128GB จะวางจำหน่ายในราคา 7,199 บาท จาก 7,999 บาท ในช่วงเวลา flash sale หนึ่งวัน เพียงแค่ 9 บาทคุณก็สามารถทำการสั่งซื้อล่วงหน้าได้เเล้ว

เมื่อทำการสั่งซื้อ POCO X3 NFC สำเร็จ ลูกค้าจะได้รับพอยท์เงินคืน 10% JD POINTS CASHBACK และรับฟรี Mi Fidget Cube

และสำหรับทุกออเดอร์ที่ 50 ที่ทำการสั่งซื้อระหว่างวันที่ 23 – 30 กันยายนนี้ ลูกค้าจะได้รับเครื่องฟอกอากาศ Mi ไปเลย รายชื่อผู้โชคดีจะประกาศบน Official Xiaomi Store บน JD CENTRAL ในเดือนตุลาคมนี้ นอกจากนี้ยังสามารถผ่อนชำระ 10 เดือนผ่านบัตรเครดิตได้อีกด้วย

from:https://www.mobileocta.com/poco-x3-nfc-officially-launched-in-thailand-starting-at-just-6999-baht/

realme X7 Lite ผ่านการรับรองจาก TENAA มาพร้อมจอเจาะรู 6.43 นิ้ว และกล้องหลัง 4 ตัว 48MP คาดเปิดตัวเร็วๆ นี้

หลังจากที่ realme เปิดตัว realme X7 และ X7 Pro ที่ประเทศจันไปเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยเป็นสมาร์ตโฟน 5G สเปกดี ราคาประหยัด ล่าสุดมีรายงานว่ากำลังจะเปิดตัว realme X7 Lite รุ่นน้องเล็กออกมาเสริมทัพอีกรุ่นเร็วๆ นี้ โดยผ่านการรับรองจาก TENAA เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

realme X7 Lite

สำหรับสเปกของ realme หมายเลขรุ่น RMX2173 ซึ่งคาดว่าจะเป็น realme X7 Lite ที่ผ่านการรับรองจาก TENAA มาพร้อมตัวเครื่องขนาด 160.9×74.4×8.1 มม. และน้ำหนัก 175 กรัม หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ความละเอียด FHD+ ขนาด 6.43 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 และเจาะรูสำหรับฝังกล้องเซลฟี่ที่มุมซ้ายด้านบน

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.4GHz จับคู่กับ RAM 6GB/8GB, หน่วยความจำภายใน 128GB/256GB ส่วนชิปเซ็ทยังไม่ได้ระบุ และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 10

ติดตั้งกล้องหลัง 4 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล, กล้องตัวที่ 2 ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, กล้องตัวที่ 3 และ 4 ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และใช้แบตเตอรี่แบบสองเซลล์ ซึ่งข้อมูลบนเว็บ TENAA ระบุว่าเพียงเซลล์เดียวว่ามีขยาด 2,100mAh

ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลว่า realme X7 Lite จะเปิดตัวเมื่อไหร่ แต่ผ่านการรับรองแบบนี้แล้วคาดว่าจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ ซึ่งถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมจะมารายงานให้ทราบกันครับ

ที่มา : Gizmochina

from:https://www.mobileocta.com/realme-x7-lite-is-tenaa-certified-expected-to-be-launched-soon/

หลุดราคา OnePlus 8T ในยุโรป คาดเริ่มต้นที่ 29,500 บาท

OnePIus มีกำหนดจะเปิดตัว OnePlus 8T ว่าที่สมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นใหม่ในตระกูล OnePlus 8 Series อย่างเป็นทางการที่อินเดียในวันที่ 14 ตุลาคม และจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่ประเทศจีน และยุโรปในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ ล่าสุดมีราคาของสมาร์ตโฟนดังกล่าวที่จะวางจำหน่ายในยุโรปหลุดออกมาแล้ว

ผู้ใช้บัญชี Twitter ที่ใช้ชื่อ @chunvn8888 หรือ Chun แหล่งข่าวหลุดสมาร์ตโฟนได้ทวีตข้อความเผยราคาของ OnePlus 8T ที่จะวางจำหน่ายในตลาดยุโรป โดยรุ่น RAM 8GB+128GB ราคา 799 ยูโรหรือประมาณ 29,500 บาท และรุ่น RAM 12GB+256GB ราคา 899 ยูโรหรือประมาณ 33,100 บาท

นอกจากนี้ Chun ยังเผยอีกว่า OnePlus 8T จะมีราคาที่แพงกว่า OnePlus 8 ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ประมาณ 100 ยูโรหรือประมาณ 3,700 บาท ส่วน OnePlus 8T Pro นั้นตามรายงานก่อนหน้านี้ระบุว่า OnePlus จะไม่เปิดตัในปีนี้ แต่อาจจะมีรู่น Ultra แทน

OnePlus 8T

ทั้งนี้ ในส่วนสเปกของ OnePlus 8T คาดว่าจะมาพร้อมหน้าจอแสดงผลจอแบนแบบ AMOLED ที่มีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz และเจาะรูสำหรับฝังกล้องเซลฟี่ความละเอียด 32 ล้านพิกเซลที่มุมซ้ายด้านบน โดยใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 865 จับคู่กับ RAM สูงสุด 12GB และหน่วยความจำภายในสูงสุด 256GB

ติดตั้งกล้องหลัง 4 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล, กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล, กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และกล้องตัวที่ 4 เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รวมทั้งใช้แบตเตอรี่ความจุ 4,500mAh รองรับขาร์จเร็ว 65W Warp Charge และรัน Andriod 11 ตั้งแต่แกะกล่อง

ที่มา : Gizmochina

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน OnePlus ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2VPw0YM

from:https://www.mobileocta.com/oneplus-8t-price-leaked-well-ahead-of-launch/

เครื่องจริงก็มาแล้ว หลุด Samsung Galaxy S20 FE เครื่องจริง จอใหญ่ เครื่องบาง กล้องไม่นูน

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา บล็อกเกอร์เจ้าพ่อข่าวหลุดฝั่งซัมซุงที่มักได้จับเครื่องจริงก่อนใครเพื่อนอย่าง @jimmyispromo ได้อัพโหลดคลิปล่าสุดเป็นคลิป Hands-on ของ Samsung Galaxy S20 Fan Edition ที่ตัวเครื่องในคลิปแทบจะตรงกับภาพเรนเดอร์ที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้ทุกประการ

โดย Galaxy S20 Fan Edition มาในสไตล์เดียวกับ Galaxy S20 กับขนาดที่แทรกกลางระหว่าง S20 และ S20 Ultra อย่างพอดิบพอดี โดยที่วัสดุถูกเปลี่ยนจากกระจกในรุ่นพี่มาเป็นพลาสติกเพื่อลดต้นทุนลง รวมไปถึงขอบจอด้านข้างที่ดูจะหนาขึ้นเล็กน้อยอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนจากจอขอบโค้งเป็นจอขอบเรียบนั่นเอง และสังเกตุได้ว่าการกดใช้งานตัวเครื่องนั้นไม่มีอาการที่เครื่องจะขยับไปมา แม้ว่าจะใช้โมดูลกล้องแบบ Note20 ที่นูนออกมาด้านหลังเล็กน้อยก็ตาม

สำหรับสเปคของ S20FE ในมือของ @jimmyispromo ประกอบไปด้วยจอภาพขนาด 6.5 นิ้ว 120Hz หน่วยประมวลผล Snapdragon 865 RAM 6GB ROM 128GB กล้องหลัก 12 ล้านพิกเซลพร้อม Super Resolution Zoom 30 เท่า กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล ลำโพงสเตอริโอพร้อม Dolby Atmos แบตเตอรี่ 4500 mAh พร้อม Wireless Charging และ Wireless PowerShare ถือว่าค่อนข้างตรงกับที่มีข่าวหลุดมาก่อนหน้าพอสมควร

Samsung Galaxy S20 FE

แต่ที่อาจจะเป็นเซอร์ไพรส์คือหน่วยประมวลผลที่ S20FE อาจจะได้ Snapdragon 865 Plus SoC ตัวใหม่ล่าสุดที่รวมโมเด็มเข้าไปในชิปเดียวเพื่อประหยัดพลังงานมากขึ้น และราคาเปิดตัวที่ซัมซุงตั้งใจสกัดคู่แข่งทั้ง iPhone12 และ OnePlus 8T เต็มที่ โดยสำหรับรุ่น 128GB อยู่ที่ USD$699 และรุ่น 256GB ที่ USD$749 ซึ่งถูกกว่าราคาที่หลุดออกมาก่อนหน้าที่ถึงห้าสิบเหรียญเลยทีเดียว

ส่วนจะจริงตามนี้หรือไม่นั้น ขอให้อดใจรอการเปิดตัวในงาน Galaxy Unpacked ที่กำลังจะเกิดขึ้นภายในวันพุธนี้

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Samsung ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2EOTbN5

from:https://www.mobileocta.com/samsung-galaxy-s20-fe-real-device-leaks/

“Infinix Hot 10 มือถือสำหรับเล่นเกม” พร้อมเปิดตัวในไทยประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2 ตุลาคมนี้!

คอเกมที่กำลังมองหาโทรศัพท์มือถือเล่นเกมเตรียมตัวให้พร้อม เพราะ “อินฟินิกซ์” แบรนด์สมาร์ตโฟนสำหรับคนรุ่นใหม่ พร้อมเปิดตัว “Infinix Hot 10 ตัวจริงเรื่องเกม” อย่างเป็นทางการในทุกช่องทางของลาซาด้า วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคมนี้ 

บอกเลยว่า Infinix Hot 10 ถือว่าเป็นสมาร์ตโฟนที่ยอดเยี่ยมที่สุดในทุกรายละเอียดในช่วงราคาไม่เกิน 4,000 บาท เพราะสเปคที่ใส่มาให้นั้นเรียกว่าจัดเต็ม! ทั้งหน้าจอ HD+ Punch Hole ขนาด 6.78 นิ้ว ที่ใหญ่ขึ้น กว้างขึ้น และช่วยให้ดูหนังฟังเพลงได้สนุกยิ่งขึ้น

พร้อมมอบประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหลกว่าเดิมจากหน่วยประมวลผล Helio G70 Octa-Core และ RAM 4 GB ที่ให้ทั้งความเร็วและความแรงในการเล่นเกมแบบไม่มีสะดุด ส่วนแบตเตอรี่จุขึ้นถึง 5200 mAh พร้อม Power Marathon Tech ที่ช่วยให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้นแบบไม่ต้องกังวล

นอกจากนี้ยังมีกล้องหลัง 4 ตัวพร้อมฟีเจอร์ Super Night Shot ความละเอียด 16 ล้านพิกเซลที่โดนใจคนชอบถ่ายภาพแน่นอน Infinix HOT 10 มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Obsidian Black, Amber Red, Moonlight Jade และ Ocean Wave 

Infinix Hot 10

อินฟินิกซ์พร้อมเปิดตัว “Infinix Hot 10 ตัวจริงเรื่องเกม” ในไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับราคาสุด HOT รุ่น ROM 64 GB ราคา 3,590 บาท และรุ่น ROM 128 GB ราคา 3,990 บาท โดยสามารถซื้อผ่านเว็บไซต์และแอพพลิเคชันของลาซาด้าใน 2 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป! 

from:https://www.mobileocta.com/infinix-hot-10-is-ready-to-launch-in-thailand-this-october-2/

realme อินเดีย เปิดตัว Narzo 20 Series สมาร์ทโฟนซีรีส์ใหม่ พร้อมเจาะกลุ่มไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้มากยิ่งกว่า

กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย realme แบรนด์สมาร์ทโฟนเพื่อคนรุ่นใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก เปิดตัว realme Narzo 20 Series สมาร์ทโฟนซีรีส์ใหม่ ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และพร้อมมอบความบันเทิงได้มากยิ่งขึ้นกับคนรุ่นใหม่

นอกจากนี้ ยังเปิดตัว realme UI 2.0 ที่ถูกอัพเกรดให้เข้ากับการใช้งานของเหล่าคน Gen Z ยิ่งขึ้น โดยเปิดตัวพร้อมกันถึง 3 รุ่น ได้แก่

●    realme Narzo 20 Pro มาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 65W SuperDart Charge เต็ม 100% ภายใน 34 นาที ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต MediaTek Helio G95 Gaming Processor พร้อมคะแนน Antutu Benchmark 300,000+ กล้องหลัง AI 4 เลนส์ ความละเอียด 48MP หน้าจอ Ultra smooth display 90Hz และแบตเตอรี่ความจุ 4,500 mAh

ราคา realme Narzo 20 Pro

  • RAM 6GB+64GB ราคา 14,999 รูปีอินเดียหรือประมาณ 6,400 บาท
  • RAM 8GB+128GB ราคา 16,999 รูปีอินเดียหรือประมาณ 7,300 บาท

●    realme Narzo 20 สมาร์ทโฟนระดับกลาง สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกม ประสิทธิภาพแรงด้วยชิปเซ็ต MediaTek Helio G85 พร้อมคะแนน Antutu Benchmark 200,000+ แบตเตอรี่ยักษ์ 6,000 mAh กล้องหลัง 3 เลนส์ ความละเอียด 48MP และเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 18W

realme narzo 20

ราคา realme Narzo 20

  • RAM 4GB+64GB ราคา 10,499 รูปีอินเดียหรือประมาณ 4,500 บาท
  • RAM 4GB+128GB ราคา 11,499 รูปีอินเดียหรือประมาณ 4,900 บาท

●    realme Narzo 20A เอาใจ Gaming King ระดับเริ่มต้น ทรงพลังด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 665 พร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000 mAh และกล้องหลัง 3 เลนส์ ความละเอียด 12MP

ราคา realme Narzo 20A

  • RAM 3GB+32GB ราคา 8,499 รูปีอินเดียหรือประมาณ 3,600 บาท
  • RAM 4GB+64GB ราคา 9,499 รูปีอินเดียหรือประมาณ 4,100 บาท

ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำหรับ realme ที่พร้อมจะก้าวไปอีกขั้นดั่งสโลแกน Dear to Leap สามารถติดตามข่าวสารและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/realmeTH  

from:https://www.mobileocta.com/realme-narzo-20-series/

ยืนยัน !! OnePlus 8T เปิดตัวอย่างเป็นทางการ 14 ตุลาคมนี้ คาดมีรุ่น Ultra ด้วย

หลังจากที่ OnePlus ปล่อยภาพทีเซอร์เตรียมเปิดตัว OnePlus 8T ว่าที่สมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นใหม่ในตระกูล OnePlus 8 Series ในเร็วๆ นี้นั้น ล่าสุดได้ปล่อยคลิปทีเซอร์เผยวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการออกมาให้ทราบกันแล้ว

บัญชี YouTube อย่างเป็นทางการของ OnePlus ได้โพสต์คลิปทีเซอร์เตรียมเปิดตัว OnePlus 8T อย่างเป็นทางการในวันที่ 14 ตุลาคม 2020 เวลา 19.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับบ้านเราเวลา 21.30 น. ซึ่งในช่วงหนึ่งของคลิปเผยให้เห็นตัวเครื่องที่มาพร้อมจอแบน ก่อนจะปิดท้ายด้วยข้อความ “Ultra Stops at Nothing” นี่อาจเป็นคำใบ้ของ OnePlus 8T Ultra จะเปิดตัวพร้อมกันด้วย เพราะคาดการณ์ว่าจะไม่มี OnePlus 8T Pro แล้ว

ส่วนคลิปที่ 2 ได้  Robert Downey Jr. แบรนด์แอมบาสเดอร์ของ OnePlus มาพูดถึงเรื่องความเร็ว ซึ่งคาดว่า OnePlus 8T จะมาพร้อมหน้าจอที่มีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz

OnePlus 8T

ทั้งนี้ ในส่วนสเปกของ OnePlus 8T คาดว่าจะมาพร้อมหน้าจอแสดงผลจอแบนแบบ AMOLED ที่มีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz และเจาะรูสำหรับฝังกล้องเซลฟี่ความละเอียด 32 ล้านพิกเซลที่มุมซ้ายด้านบน โดยใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 865 จับคู่กับ RAM สูงสุด 12GB และหน่วยความจำภายในสูงสุด 256GB

ติดตั้งกล้องหลัง 4 ตัว ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล, กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล, กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และกล้องตัวที่ 4 เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รวมทั้งใช้แบตเตอรี่ความจุ 4,500mAh รองรับขาร์จเร็ว 65W Warp Charge และรัน Andriod 11 ตั้งแต่แกะกล่อง

ที่มา : Gsmarena

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน OnePlus ได้ที่นี่ >>> http://bit.ly/2VPw0YM

from:https://www.mobileocta.com/oneplus-8t-officially-launched-on-october-14/

เปิดตัว OPPO Reno4 SE 5G มาพร้อมชิปเซ็ท Dimensity 720, กล้องหลัง 3 ตัว 48MP และรองรับชาร์จเร็ว 65W SuperVOOC 2.0

OPPO ประกาศเปิดตัว OPPO Reno4 SE 5G สมาชิกใหม่ล่าสุดในตระกูล Reno4 Series โดยเป็นสมาร์ตโฟน 5G ราคาประหยัดที่ใช้ชิปเซ็ท Dimensity 720 พร้อมดีไซน์สุดบางเพียง 7.9 มม. และรองรับชาร์จเร็ว 65W SuperVOOC 2.0

สเปก OPPO Reno4 SE 5G

OPPO Reno4 SE 5G

ตัวเครื่องมีขนาด160.5 x 73.9 x 7.9มม. และน้ำหนัก 169 กรัม หน้าจอแสดงผล Punch-Hole Display แบบ AMOLED ความละเอียด Full HD+ 1080×2400 พิกเซล ขนาด 6.43 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 โดยมีสัดส่วนจอต่อเครื่องที่ 90.8% และครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.0GHz โดยใช้ชิปเซ็ท MediaTek Dimensity 720 5G (7 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G57 MC3, RAM 8GB แบบ LPDDR4X, หน่วยความจำภายใน 128GB/256GB แบบ UFS 2.0 และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย Color OS 7.2

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว AI Triple Camera พร้อมไฟแฟลช LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลัก ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล โครงสร้าง 6 ชิ้นเลนส์ รูรับแสง F/1.7 และรองรับระบบออโต้โฟกัส
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra-Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล โครงสร้าง 5 ชิ้นเลนส์ ถ่ายภาพมุมกว้างสุด 119 องศา และรูรับแสง f/2.2
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล โครงสร้าง 3 ชิ้นเลนส์ และรูรับแสง f/2.4

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ In-Display Selfie Camera ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 โครงสร้าง 5 ชิ้นเลนส์, รองรับ AI smart beauty, smart fill light และ night scene algorithm

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G/5G แบบ Dual Mode (SA และ NSA), Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.1, พอร์ต USB Type-C และใช้แบตเตอรี่ความจุ 4,300 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 65W SuperVOOC 2.0

ทั้งนี้ OPPO Reno4 SE 5G มีให้เลือก 3 สีคือ สีน้ำเงิน สีขาว และสีดำ โดยเริ่มเปิดให้พรีออเดอร์แล้วที่ประเทศจีน และจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 25 กันยายน

ส่วนราคามีดังนี้

  • รุ่น RAM 8GB+128GB ราคา 2,499 หยวน หรือประมาณ 11,500 บาท
  • รุ่น RAM 8GB+256GB ราคา 2,799 หยวน หรือประมาณ 12,900 บาท

ที่มา : Gsmarena

from:https://www.mobileocta.com/oppo-reno4-se-5g-debuts/

เปิดตัว realme C17 มาพร้อมจอ 90Hz, ชิปเซ็ท Snapdragon 460 และรองรับชาร์จเร็ว 18W

realme ประกาศเปิดตัว realme C17 ที่ประเทศบังคลาเทศอย่างเป็นทางการ โดยเป็นสมาร์ตโฟนระดับเริ่มต้นรุ่นล่าสุดในตระกูล C Series มาร้อมจุดเด่นจอใหญ่ กล้องหลัง 4 ตัว แบตอึด และรองรับชาร์จเร็ว ในราคาสุดคุ้ม

สเปก realme C17

realme C17

ตัวเครื่องมีขนาด 164.1 x 75.5 x 8,9 มม. และน้ำหนัก 188 กรัม หน้าจอแสดงผลทรงหยดน้ำแบบ LCD ความละเอียด HD+ 1600 x 720 พิกเซล ขนาด 6.5 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 สัดส่วนจอต่อเครื่องที่ 90% โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 90Hz และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Gorilla Glass

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 1.8GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 460 SoC, หน่วยประมวลผลกราฟฟิก Adreno 610 จับคู่กับ RAM 6GB แบบ LPDDR4X, หน่วยความจำภายใน 128 GB แบบ UFS 2.1 และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย realme UI

ติดตั้งกล้องหลัง 4 ตัว AI Quad Camera พร้อมไฟแฟลช LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2, 5 ชิ้นเลนส์ และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2,2, 5 ชิ้นเลนส์ และถ่ายมุมกว้าง 119 องศา
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 และถ่ายระยะใกล้ 4 ซม.
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ B&W ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง, รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE, Wi-Fi 802.11 b/g/n/a/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0, ช่องหูฟัง 3.5 มม., พอร์ต USB Type-C และใช้แบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh รองรับการชาร์จเร็ว 18W (9V/2A)

ทั้งนี้ realme C17 มีให้เลือก 2 สีคือ Lake Green และ Navy Blue ราคา 15,990 ตากาบังกลาเทศหรือประมาณ 5,900 บาท โดยจะเริ่มวางจำหน่ายที่ประเทศบังคลาเทศตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน และจะมีการเปิดตัวแบบ Global ในวันที่ 24 กันยายนนี้

ที่มา : Gsmarena

from:https://www.mobileocta.com/realme-c17-launched/