คลังเก็บป้ายกำกับ: SMARTPHONE

เผยภาพ Press Render ของ Motorola One Vision มาพร้อมจอแบบ Punch Display และกล้องหลังคู่ 48 ล้านพิกเซล

 

มีรายงานว่า Motorola กำลังเตรียมที่จะเปิดตัว Motorola One Vision ว่าที่สมาร์ทโฟนระดับกลางรุ่นใหม่เร็วๆ นี้ โดยก่อนหน้านี้มีภาพเรนเดอร์และสเปกหลุดออกมาให้เห็นกันไป ล่าสุดมีภาพ Press Render ของสมาร์ทโฟนดังกล่าวหลุดออกมาแล้วซึ่งคาดว่าจะตรงกับเครื่องจริงมากที่สุด

Motorola One Vision

เว็บไซต์ Tiger Mobiles ได้เผยภาพ Press Render ของ  Motorola One Vision ที่เผยให้เห็นทั้งด้านหน้าและด้านหลังเครื่อง โดยด้านหน้ามีพร้อมจอแสดงผลแบบ Punch Display ที่เจาะรูสำหรับฝังกล้องเซลฟี่ที่มุมซ้ายด้านบน  และเหลือขอบใต้หน้าจอที่บางพอสมควร

ส่วนด้านหลังมีดีไซน์ขอบโค้งสวยหรู โดยมุมซ้ายด้านบนติดตั้งกล้องคู่ Dual Camera พร้อมไฟแฟลชคู่ LED วางเรียงลงมาในแนวตั้ง และข้างเลนส์มีสเปกกล้องความละเอียด 48 ล้านพิกเซลระบุไว้ ถัดลงมามีโลโก้ Motorola ที่คาดว่าจะฝังเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ และด้านล่างมีโลโก้ Motorola One

ในส่วนของสเปกเครื่อง Motorola One Vision คาดว่าจะมาพร้อมหน้าจอแสดงผลความละเอียด FHD+ 2520×1080 พิกเซล ขนาด 6.2 นิ้ว ในอัตราส่วน 21:9 ใช้ชิปเซ็ท Exynos 9610 SoC, RAM 3GB/4GB หน่วยความจำภายใน 32GB/64GB/128GB

ติดตั้งกล้องหลังคู่ โดยกล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล สามารถถายภาพในที่แสงน้อยได้ดี ส่วนกล้องอรงยังไม่มีข้อมูลเผยออกมา, ใช้แบตเตอรี่ความจุ 3,500mAh และรันระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie รองรับการอัปเดตไปได้จนถึง Android R เลยทีเดียว และมีสีให้เลือกอย่างน้อย 2 สี คือสีน้ำเงิน และสีทอง

ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลว่า Motorola One Vision จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่ ซึ่งถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมจะมารายงานให้ทราบกันครับ

ที่มา : Gsmarena

 

from:http://mobileocta.com/motorola-one-vision-press-render/

โฆษณา

หลุดภาพเรนเดอร์ Huawei Enjoy 9S มาพร้อมจอทรงหยดน้ำ และกล้องหลัง 3 ตัว ก่อนเปิดตัว 25 มีนาคมนี้

 

เมื่อช่วงปลายปี 2018 ที่ผ่านมา Huawei ได้เปิดตัว Huawei Enjoy 9 และ Enjoy 8 Plus สองสมาร์ทโฟนระดับกลางและตระกูล Enjoy Series ที่ทำตลาดเฉพาะในประเทศจีน ส่วนนอกประเทศจีนจะใช้ชื่อตระกูล Y Series

ล่าสุดเตรียมเปิดตัว Huawei Enjoy 9S รุ่นอัปเกรดออกมาอีกรุ่น โดยมีภาพเรนเดอร์หลุดออกมาให้เห็นกันแล้ว พร้อมยืนยันเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 มีนาคมนี้

็Huawei Enjoy 9S

สำหรับภาพเรนเดอร์ของ Huawei Enjoy 9S ที่หลุดออกมานั้นเผยให้เห็นตัวเครื่องทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยด้านหน้ามาพร้อมจอแสดงผลที่มีติ่งเล็กๆ หรือที่เรียกว่าดีไซน์ทรงหยดน้ำ Dewdrop Display อยู่ตรงกลางด้านบน สำหรับเป็นตำแหน่งของกล้องเซลฟี่

ส่วนด้านหลังมีดีไซน์เงางามสวยหรูที่มีการไล่เฉดสีแบบเดียวกับสมาร์ทโฟนเรือธง โดยติดตั้งกล้อง 3 ตัว AI Triple Camera พร้อมไฟแฟลช LED ในแนวตั้งอยู่มุมซ้ายด้านบนเหมือน Huawei Nova 4 ถัดลงมารงกลางมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

ในส่วนสเปกของ Huawei Enjoys 9S คาดว่าจะมาพร้อมหน้าจอแสดงผลความละเอียดระดับ FHD+ 1080×2340 พิกเซล ขนาด 6.21 นิ้ว ใข้ชิปเซ็ตประมวลผล Kirin 710, RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 128GB

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว (AI Triple Camera) ความละเอียด 24 + 16 + 12 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์มุมกว้างพิเศษ Super Wide-Angle ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, แบตเตอรี่ความจุ 3400 mAh และรันระบบปฏิบัติการ Android 9.0 Pie ครอบทับด้วย EMUI 9.0

ทั้งนี้ Huawei Enjoy 9S มีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ประเทศจีนในวันที่ 25 มีนาคมนี้ รอดูกันว่าภาพเรนเดอร์ที่หลุดออกมาและสเปกจะตรงกับเครื่องจริงหรือไม่

ที่มา : Mysmartprice

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Huawei ที่นี่ >>> http://bit.ly/2CwxAIL

 

from:http://mobileocta.com/huawei-enjoy-9s-renders-leaked-ahead-of-official-announcement/

รีวิว : OPPO F11 Pro สมาร์ทโฟนจอไร้ขอบ ดีไซน์หรู พร้อมกล้องหลังคู่ 48MP ถ่าย Portrait สวย แม้แสงน้อย

 

OPPO ประเดิมปีหมูทอง 2019 ด้วยการเปิดตัว OPPO F11 Pro โดยเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดในตระกูล F Series ที่สานต่อความสำเร็จของ F7 และ F9 ที่เปิดตัวในปีที่ผ่านมา ด้วยสโลแกนใหม่จาก Selfie Expert เป็น Brilliant Portrait 

ชูจุดเด่นกล้องถ่ายภาพที่พัฒนาขึ้นอีกขั้น ด้วยกล้องหลังคู่ความละเอียดถึง 48 ล้าน + 5 ล้านพิกเซล ภายใต้แนวคิด “Portrait สวย แม้แสงน้อย” พร้อมเทคโนโลยี VOOC  3.0 ชาร์จเร็วกว่าเดิมถึง 20% และดีไซน์จอไร้ขอบสวยหรู ถึงตรงนี้เชื่อว่าหลายคนคงอยากเห็นแล้วว่า OPPO F11 Pro รุ่นนี้ดีแค่ไหน ไปดูรีวิวกันเลยดีกว่าครับ

OPPO F11 Pro

อุปกรณ์ในกล่อง

กล่องแพ็คเกจจิ้งของเครื่อง OPPO F11 Pro เป็นกล่องกระดาษแข็งสีขาวด้านในขนาดใส่เครื่องพอดีไม่ใหญ่เกินไป โดยด้านหน้ากล่องมาพร้อมรูปเครื่อง ชื่อรุ่น และมุมซ้ายด้านบนระบุความจุ RAM ุ6GB และหน่วยความจำภายใน 64GB สามารถเพิ่ม microSD card ได้ถึง 256 GB ส่วนด้านหลังมาพร้อมสเปกเด่นของเครื่องรุ่นนี้

เมื่อเปิดกล่องออกมาจะพบกับตัวเครื่อง และอุปกรณ์ต่างๆ ได้แก่ อแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่ รองรับชาร์จเร็ว VOOC 3.0, สายดาต้าลิงคฺ์ microUSB, ชุดหูฟังแบบ in-ear ขนาด 3.5 มม. มีรีโมทในตัว, เคสใสสีดำที่ตรงกลางด้านบนทำรอยเว้าไว้ให้กล้องเซลฟี่เลื่อนขึ้นมาได้, เข็มจิ้ม SIM Card, ใบรับประกัน และคู่มือการใช้งาน

รูปลักษณ์ดีไซน์

OPPO F11 Pro มาพร้อมดีไซน์โค้งมนสวยหรูดูพรีเมี่ยม ฝาหลังโดดเด่นด้วยเทคนิคการดีไซน์แบบ Triple-color Gradient ที่เป็นการนำสี 3 สีมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ออกมาเป็น 2 สีสะดุดตาอย่างสีดำ Thunder Black ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสีของสายฟ้า และสีเขียว Aurora Green แรงบันดาลใจจากแสงออโรร่าในยามค่ำคืน

รวมทั้งเคลือบผิวด้วยเทคนิคพิเศษ Nano Printing ทำให้สะท้อนแสงเป็นรูปตัว S และมีผิวที่เรียบเนียนสวยงามมากๆ ซึ่งสีตัวเครื่องที่ได้มารีวิวนั้นเป็นสีเขียว Aurola Green โดยตัวเครื่องมีขนาด 161.3 × 76.1 × 8.8 มิลลิเมตร และน้ำหนัก 190 กรัม ถือมีหนาและหนักพอสมครวรเนื่องจากแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่นั่นเอง

ด้านหน้าเครื่อง เริ่มจากด้านบนมีแถบลำโพงสนทนา ถัดลงมาเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ Panoramic Screen ที่ไร้ขอบ ไร้รอยบาก เหมือนที่เคยเห็นในรุ่นเรือธงอย่าง Find X โดยเป็นหน้าจอแสดงผลแบบ TFT LTPS ความละเอียด FHD+ 2340 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.5 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 และมีสัดส่วนระหว่างหน้าจอกับตัวเครื่องที่ 90.9%

ครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 5 พร้อมกระจกขอบโค้ง 2.5D และที่ด้านล่างไม่มีปุ่มใดๆ โดยย้ายปุ่มควบคุมการใช้งานต่างๆ ไปอยู่บนหน้าจอแทน

ด้านหลังเครื่อง ตรงกลางด้านบนมีเลนส์กล้องคู่ Dual Camera ความละเอียด 48 + 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED ถัดลงมาตรงกลางมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และโลโก้ OPPO พร้อมตัวอักษร DESIGNED BY OPPO ที่วางตำแหน่งใหม่ในแนวนอน

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง

ด้านขวาข้างเครื่องมีช่องใส่ซิมการ์ดแบบไฮบริด โดยช่องแรกใส่ซิม 1 ส่วนอีกช่องต้องเลือกระหว่างซิม 2 หรือการ์ดหน่วยความจำภายนอก microSD Card ถัดลงมามีปุ่ม Power สำหรับเปิดและปิดเครื่อง

ด้านบนเครื่องตรงกลางช่องที่ซ่อนกล้องเซลฟี่ Rising Camera ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ส่วนด้านขวามีช่องไมโครตัดเสียง และด้านซ้ายมีเซ็นเซอร์ต่างๆ

ด้านล่างเครื่อง ด้านซ้ายมีช่องลำโพงเสียง ตรงกลางมีช่องเสียบชาร์จไฟและสายดาต้าลิงค์แบบ microUSB ส่วนด้านขวามีช่องไมโครโฟน และช่องเสียบชุดหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม.

สเปก OPPO F11 Pro

ขนาด 161.3 × 76.1 × 8.8 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 190 กรัม
หน้าจอ LTPS IPS LCD 16 ล้านสี ความละเอียด FHD+ 1080 x 2340 พิกเซล ขนาด 6.3 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9
หน่วยประมวลผล Octa Core ความเร็ว 2.1GHz, ชิปเซ็ท MediaTek Helio P70, หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G72 MP3
RAM 6GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 64GB
microSD Card สูงสุด 256GB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลังคู่ ความละเอียด 48 + 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED โดยมีโครงสร้าง 6 ชิ้นเลนส์ มีเซ็นเซอร์ขนาด 1/2.25 นิ้ว ขนาดรูรับแสง f/1.79 + f/2.4 รองรับโหมดถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ (Portrait), ฟีเจอร์ Ultra Night Mode และ AI Scene Recognition ทั้งหมด 23 หมวดหมู่ และปรับภาพให้เหมาะสมได้ถึง 864 ฉาก ส่วนกล้องหน้า  Rising Camera ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล  โดยมีขนาดรูรับแสงกว้างสุดที่ f/2.0 พร้อมเทคโนโลยี AI Beauty
ระบบปฏิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย Color OS 6
เชื่อมต่อ รองรับ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, WiFi Direct, hotspot, Bluetooth 5,0, microUSB 2.0
รองรับระบบ 4G LTE Band 1/3/5/8/20/28/38/40/41 และ 3G 850/900/1900/2100 MHz ( 4G และ 3G ทุกเครือข่ายในไทย)
แบตเตอรี่ 4,000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว VOOC Flash Charge 3.0
ราคา 10,990 บาท

 

คุณสมบัติการใช้งาน

OPPO F11 Pro รันบนระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย ColorOS 6 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดที่ OPPO พัฒนาขึ้นให้รองรับการระบบปฎิบัติการ Android เวอร์ชั่นดังกล่าว โดยยกเครื่องใหม่หมดตั้งแต่ดีไซน์ที่มีความสะอาดตา ใช้งานง่าย รวมถึงฟีเจอร์ภายในที่ใส่มาให้แบบจัดเต็ม พร้อมกับปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้ลื่นไหลยิ่งขึ้น

ในส่วนของหน้าจอหลักนั้น มีหน้าจอเริ่มต้นให้ใช้ทั้งหมด 2 หน้าหลักด้วยกัน โดยด้านซ้ายเป็นหน้า Smart Assistant หรือผู้ช่วยอัจฉริยะสำหรับใข้งานฟังก์ชั่นที่ใช้บ่อยโดยการแตะครั้งเดียว และดูข้อมูลสำคัญอย่างรวดเร็วในขั้นตอนเดียว

นอกจากนี้ถ้าแตะที่ด้านบนแล้วลากลงมาจะเป็นหน้าจอแจ้งเตือน Notifications และถ้าเลือนจากใต้หน้าจอขึ้นมาจะเป็นหน้าสำหรับเปิดปิดการเชื่อมต่อต่างๆ ทั้งอินเทอร์เน็ต, WiFi รวมทั้งปรับความสว่าง มีฟังก์ชันถนอมสายตา (Eye protection) เป็นต้น และตั้งค่าใช้งานต่างๆ

รวมทั้งสามารปรับแต่งได้ตามใจชอบไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนธีม, การเปลี่ยนภาพพื้นหลัง, การนำวิดเจ็ตที่ต้องการใช้งานมาไว้ที่หน้าจอโฮมสกรีน และการเปลี่ยนเอฟเฟกต์ปลดล็อกหน้าจอได้

ดาวน์โหลด Theme และภาพวอลเปเปอร์สวยๆ ในร้านขายธีม มาเปลี่ยนบนหน้าจอได้

รองรับการใช้งาน 2 ซิม พร้อมรองรับเครือข่าย 4G LTE with VoLTE และรองรับ Full Net Com 3.0 ใช้ 4G/3G ทั้ง 2 ซิม

ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง รองรับการตั้งค่าได้สูงสุด 5 ลายนิ้วมือ โดยก่อนใช้งานจะต้องทำการลงทะเบียนลายนิ้วมือพร้องตั้งรหัสแบบ PIN หรือแบบอื่นๆ ก่อน

รองรับการปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า เพียงลงทะเบียนด้วยใบหน้า ซึ่งจะใช้ได้เพียงหน้าเดียวเท่านั้น จากนั้นเมื่อหน้าจอติดมองไปยังบนหน้าจอก็สามารถปลดล็อคได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ใบหน้าเพื่อเข้าสู้แอปที่ป้องกันไว้ หรือในพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยได้

มาพร้อมแอป Phone Manager เครื่องมือสำหรับจัดการประสิทธิภาพภายในตัวเครื่องโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น การเคลียร์ไฟล์แคช (Cache File), จัดการความเป็นส่วนตัว หรือการสแกนไวรัส ซึ่งจะช่วยให้ตัวเครื่องมีความปลอดภัย และใช้งานได้รวดเร็วอยู่ตลอดเวลา

มีฟังก์ชัน Split-Screen สำหรับแบ่งหน้าจอ เพื่อให้ใช้งานได้พร้อมกัน 2 แอปพลิเคชัน รวมทั้งรองรับแอปโคลน ผู้ใช้สามารถโคลนนิ่งแอปพลิเคชัน Facebook หรือ Messenge นั้นหมายว่าความว่าผู้ใช้สามารถล็อกอินเข้าใช้งานแอปพลิเคชัน Line ได้ พร้อมๆ กัน ถึง 2 บัญชี

คุณสมบัติอื่นๆ ก็มีมาให้อย่างครบถ้วน

ด้านการถ่ายภาพ

OPPO F11 Pro มาพร้อมกล้องหลังคู่ Dual Camera พร้อมไฟแฟลช LED โดยกล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.79 เซ็นเซอร์ขนาด  1/2.25 นิ้ว กล้องรองความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 เซ็นเซอร์ขนาด 1/5 นิ้ว ซูมดิจิทัล 4 เท่า และระบบออโต้โฟกัส

สามารถเลือกถ่ายได้ทั้งโหมดปกติ, โหมด Protrait, โหมดวิดีโอ, โหมดกลางคืน, โหมด Panorama, โหมดถ่ายภาพ Pro, โหมด Time-Lapse, โหมด Slow-motion และ Google Lens

รวมทั้งสามารถตั้งค่าเปิดปิดไฟแฟลช, เปิดปิดฟังก์ชัน HDR, เปิดปิดโหมด Dazzle Colour เลือกฟีลเตอร์ และตั้งค่าใช้งานกล้องต่างๆ

นอกจากนี้ยังรองรับฟังก์ชัน AI Scene Recognition ที่สามารถวิเคราะห์ซีนต่างๆ ได้ถึง 23 หมวดหมู่ สำหรับปรับแต่งค่าต่างๆ เพื่อให้เหมาะสมกับการถ่ายภาพสถานการณ์นั้นๆ แบบอัตโนมัติ และรองรับฟีเจอร์ Ultra Night Mode ที่ช่วยให้ภาพถ่ายกลางคืนออกมาสวย คมชัดมากขึ้น

โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 8000 x 6000 พิกเซล (48 MP) ส่วนวิดีโอบันทึกได้ที่ความละเอียดสูงสุด Full HD 1080p

ส่วนกล้องหน้า Rising Camera ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 เซ็นเซอร์ขนาด  1/3.1 นิ้ว สามารถเลือกถ่ายได้ทั้งโหมดปกติ, โหมด Portrait, โหมดวิดีโอ, โหมด Panorama และโหมด  Time-Lapse

รองรับเทคโนโลยี AI Beautification 2.1 ที่สามารถวิเคราาะห์ใบหน้าผู้ใช้งานได้ทั้งหมด 137 จุด เพื่อนำมาปรับแต่งภาพถ่ายให้มีความสวยงามโดยสามารถปรับโครงหน้าได้อย่างอิสระ

โดยภาพนิ่งเซลฟี่ถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 2448 x 3264 พิกเซล ส่วนวิดีโอบันทึกได้ที่ความละเอียดสูงสุด Full HD 1080p

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

ภาพถ่ายจากกล้องหลังโหมดปกติ

ภาพถ่ายจากกล้องหลังโหมด Portrait

ภาพถ่ายจากกล้องหลังฟังก์ชัน Ultra Night Mode

ภาพจากกล้องหน้า Rising Camera

ประสิทธิภาพ

OPPO F11 Pro ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.1GHz

โดยใช้ชิปเซ็ท Mediatek Helio P70, หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G72 MP3, RAM 6GB และหน่วยความจำภายในเครื่องขนาด 64GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 256GB

เท่าที่ได้ลองทดสอบโดยใช้งานปกติทั่วไปปรากฏว่า ใช้งานได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด และตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี ส่วนการเล่นเกมได้ลองกับเกม ROV และ PUBG ที่มีภาพกราฟิกสูงแบบสามมิติ สามารถเล่นได้อย่างไหลลื่น ไม่มีอาการหน่วง หรือกระตุกให้เห็น และเล่นนานๆ เครื่องก็ไม่มีอาการร้อนอีกด้วย โดยรวมแล้วถือว่าสอบผ่าน

นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์ Game Assistant  ที่ช่วยในเรื่องของภาพให้ออกมาสมจริง พร้อมเพิ่มอรรถรสเวลาเล่นเกม และ Game Space ที่ผู้ใช้สามารถบล็อกการแจ้งเตือน Pop Up ต่างๆ ขณะเล่นเกม และล็อกระดับความสว่างของหน้าจอได้

โดยใน Game Space ยังมี Graphics Acceleration สำหรับรีดประสิทธิภาพการประมวลผลของ GPU เพื่อให้การเล่นเกมเป็นไปอย่างลื่นไหลที่สุด รวมไปถึง Network Protection สำหรับจำกัดการใช้งานอินเทอร์เน็ตของแอปพลิเคชันที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง เพื่อช่วยลดอาการแลคขณะเล่นเกมออนไลน์ที่จำเป็นต้องมีการรับ-ส่งข้อมูลอยู่ตลอดเวลา

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ OPPO F11 Pro ผ่านแอป Antutu

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ OPPO F11 Pro ผ่านแอป GeekBench

แบตเตอรี่

OPPO F11 Pro ใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ความจุ 4,000 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไวแบบ VOOC Flash Charge 3.0 ที่ชาร์จไวกว่าเวอร์ก่อนหน้านี้ถึง 20% สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้เต็ม 100% โดยใช้เวลาเพียง 80 นาทีเท่านั้น

รวมทั้งมีระบบความปลอดภัยแบบ 5 ขั้น (Five Layers of Protecttion) ที่ได้รับการรับรองจาก TÜV Rheinland ทำให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่าสมาร์ทโฟนจะมีความปลอดภัยตลอดระยะเวลาการชาร์จอีกด้วย

หลังจากที่ได้ทำการทดสอบโดยใช้งานต่อเนื่องใน 1 วันปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 10-12 ชั่วโมง แต่ถ้าใช้งานอินเทอร์เน็ตในเครือข่าย 4G แบตก็อาจหมดเร็วขึ้น โดยรวมแล้วสามารถใช้งาน 1 วันได้อย่างสบายๆ และถ้าแบตเหลือน้อยลง ก็สามารถชาร์จโดยใช้เวลาไม่นาน และใช้งานได้อย่างต่อเนื่องทันที

บทสรุป

OPPO F11 Pro ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดในตระกูล F Series ที่มีการยกเครื่องดีไซน์ใหม่หมด เริ่มตั้งแต่ตัวเครื่องที่ใช้เทคโนโลยีการเคลือบผิวสัมผัสที่เงางามแบบกระจก พร้อมเทคโนโลยีการไล่เฉด Triple Gradient Color แบบใหม่ดูสวยหรูมีระดับ

ส่วนหน้าจอแสดงผลเป็นจอไร้ขอบ ไร้รอยบากแบบ Panoramic Screen  ที่มีพื้นที่การแสดงผลกว้างถึง 90.9% ให้ภาพที่เต็มตาเหมาะกับการดูหนัง และเล่นเกมได้เป็นอย่างดี

ในส่วนที่เป็นไฮไลท์ของเครื่องรุ่นนี้เลยก็คือ กล้องหน้า Rising Camera ที่สามารถสไลด์ขึ้นลงได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งผู้ใช้ไม่ต้องกังวลเลยว่าตัวกล้องจะเสียง่าย เพราะทาง OPPO เคลมว่าสามารถใช้งานได้นานถึง 6 ปี หากเปิดใช้งานวันละ 100 ครั้งโดยเฉลี่ย และยังมีระบบเลื่อนเก็บอัตโนมัติหากไม่มีการใช้งานเป็นระยะเวลาหนึ่ง หรือทำเครื่องหล่นหรือตกพื้น

สำหรับกล้องหลังคู่ Dual Camera ของ OPPO F11 Pro ก็โดดเด่นไม่แพ้กล้องหน้าด้วยกล้องหลักที่มีความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องรองความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ช่วยให้สามารถถ่าย Portrait หน้าชัดหลังเบลอในที่แสงน้อยได้ดีขึ้น และยังมีฟีเจอร์ Ultra Night Mode สำหรับการถ่ายภาพเวลากลางคืนโดยเฉพาะอีกด้วย

นอกจากนี้ยังใช้ชิปเซ็ทที่แรง เร็ว และมีประสิทธิภาพ และแบตเตอรี่ที่มีความจุถึง 4,000mAh รองรับการชาร์จเร็วแบบ VOOC Flash Charge 3.0 เรียกได้ว่าสามารถใช้งานได้ยาวนาน พร้อมทั้งประหยัดเวลาในการชาร์จอีกด้วย

ทั้งนี้ OPPO F11 Pro มีให้เลือก 2 สี คือ Thunder Black และ Aurora Green ราคา 10,990 บาท โดยผู้ที่สนใจสามารถสั่งจองล่วงหน้า (Pre Order) ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 27 มีนาคม 2562 พร้อมรับฟรี Smart Bag กับ VIP Card รวมมูลค่ากว่า 6,590 บาท และเริ่มรับสินค้าได้ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2562 

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน OPPO ที่นี่ >>> http://bit.ly/2CtyuWo

 

from:http://mobileocta.com/review-oppo-f11-pro/

ออเนอร์ ยกขบวนสมาร์ทโฟนจัดโปรกระหน่ำ ลด แลก แจก แถม !! ร่วมฉลองครบรอบ 7 ปี ลาซาด้า

 

ออเนอร์ เอาใจขาช้อปยกขบวนสมาร์ทโฟนหลากหลายรุ่นมาจัดโปรโมชั่นสุดคุ้ม ลด แลก แจก แถม ร่วมฉลองวันเกิดครบรอบ 7 ปี ลาซาด้า ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม – 27 มีนาคม 2562 นี้เท่านั้น

พลาดไม่ได้กับโปรโมชั่นรุ่นไฮไลท์สุดพิเศษจากออเนอร์ อาทิ HONOR 10 Lite สมาร์ทโฟนเพื่อคนรักการเซลฟี่ HONOR 8X เต็มอิ่มกับความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ หรือ HONOR View20 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่มีดีไซน์สุดล้ำพร้อมกล้องหลัง 48 ล้านพิกเซล และรุ่นอื่นๆที่ร่วมรายการอีกมากมาย

Honor

รายละเอียดโปรโมชั่น

·         เมื่อซื้อ HONOR 10 Lite ในราคาเริ่มต้นที่ 6,490 บาท รับฟรีทันทีการ์ด Micro SD ความจุ 64 GB

·         เมื่อซื้อ HONOR 8X ในราคาเริ่มต้นที่ 7,490 บาท รับฟรีทันที! เคสกันรอยอย่างดีมูลค่า 399 บาท

·         เมื่อซื้อ HONOR View20 ในราคาเริ่มต้นที่ 17,990 บาท รับฟรีทันที! HONOR Band 4 Running มูลค่า 990 บาท และหัวชาร์จแบบ Fast Charger

·         HONOR Play ลดสูงสุดในราคาพิเศษเพียง 7,990 บาท จากราคาปกติ 8,990 บาท พร้อมคูปองส่วนลดมูลค่า 100 บาท

·         HONOR 10 ลดสูงสุดในราคาพิเศษเพียง 10,490 บาท จากราคากปกติ 13,990 พร้อมคูปองส่วนลดมูลค่า 300 บาท

·         HONOR 7A ลดสูงสุดในราคาพิเศษเพียง 3,290 บาท จากราคาปกติ 3,990 บาท

·         HONOR 7s ลดสูงสุดในราคาพิเศษเพียง 2,790 จากราคาปกติ 3,490 บาท

**เท่านั้นยังไม่พอในวันที่ 27 มีนาคม 2562 ออเนอร์ยังจัดหนักลดสุดค้มกำลังสองไปกับโปรโมชั่น Flash Sale  สำหรับสมาร์ทโฟออเนอร์นรุ่น HONOR Play  HONOR 10  HONOR 8X  และ HONOR 10Lite อีกทั้งสำหรับลูกค้า 50 ท่านแรก ที่ซื้อ HONOR View20 ยังจะได้รับชุดหูฟัง JBL ฟรีทันทีอีกด้วย!

รีบเข้าช้อปได้แล้ววันนี้ที่ HONOR Official Store https://www.lazada.co.th/shop/honor-thailand-1524560761/ ตั้งแต่วันนี้ – 27 มีนาคม นี้เท่านั้น

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Honor ที่นี่ >>> http://bit.ly/2PPwmMD

 

from:http://mobileocta.com/orner-held-a-smartphone-contest-to-celebrate-the-7th-anniversary-of-lazada/

โผล่สเปก Vivo รหัสรุ่น Vivo 1901 และ Vivo 1902 บนแอป GeekBench คาดเป็นสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นราคาประหยัด

 

หลังจากเปิดตัว Vivo X27 และ X27 Pro สมาร์ทโฟนระดับกลางบนไปเมื่อวันก่อน ดูเหมือนว่า Vivo จะเดินหน้าเตรียมเปิดดัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ออกมาจับกลุ่มตลาดล่างในราคาประหยัดเพิ่มอีกรุ่น เมื่อมีข้อมูลของ Vivo รหัสรุ่น Vivo 1901 และ Vivo 1902 ปรากฎบนแอป GeekBench ออกมาให้เห็นกัน

เริ่มกันที่สเปกของ Vivo 1901 มาพร้อมหน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.0GHz,ใช้ชิปเซ็ต MT6762V/CA คาดว่าจะเป็น MediaTek Helio A22, RAM 2GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie

ในส่วนคะแนนทดสอบประสิทธิภาพนั้นได้ 764 คะแนน สำหรับ Single-Core และ 2,321 คะแนน สำหรับ Multi-Core

ส่วน Vivo 1902 มาพร้อมหน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.30GHz, ใช้ชิปเซ็ต MT6765V/CB คาดว่าจะเป็น MediaTek Helio P35, RAM 2GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie

ในส่วนคะแนนทดสอบประสิทธิภาพนั้นได้ 815 คะแนน สำหรับ Single-Core และ 2,472 คะแนน สำหรับ Multi-Core

ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลว่า Vivo รหัสรุ่น Vivo 1901 และ Vivo 1902 จะใช้ชื่อรุ่นอะไร แต่ถ้าดูจากสเปกแล้วน่าจะเป็นสมาร์ทโฟนในตระกูล V-series หรือ Y-series ซึ่งถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมจะมารายงานให้ทราบกันต่อไป

ที่มา : Gizmochina

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Vivo ที่นี่ >>> http://bit.ly/2EM6u36

 

from:http://mobileocta.com/vivo-specs-appeared-in-the-vivo-1901-and-vivo-1902-models-on-the-geekbench-app/

ชมวีดีโอทีเซอร์ล่าสุดของ Huawei P30 และ P30 Pro พร้อมวีดีโอเครื่องจริงของ P30 Pro ที่กำลังเปิดใช้งาน

Huawei ปล่อยวีดีโอทีเซอร์ออกมาโปรโมทสมาร์ทโฟน Huawei P30 และ P30 Pro ผ่านช่องทาง Weibo แต่แหล่งข่าวได้ดาวน์โหลด แล้วอัพโหลดให้ได้ชมสะดวกขึ้นบน YouTube โดยวีดีโอทีเซอร์ตัวแรก ชี้ให้เห็นว่าเรือธงรุ่นใหม่ของ Huawei จะมีเซ็นเซอร์ 3D ToF อย่างแน่นอน ช่วยจับภาพวัตถุในรูปแบบ 3 มิติ

วีดีโอทีเซอร์อีกตัว Huawei ได้อัพโหลดขึ้นบน YouTube แล้ว สื่อถึงความสามารถในการซูม ซึ่งมีข่าวว่า P30 Pro จะรองรับ 5X Optical Zoom และ 10X Hybrid Zoom

วีดีโอล่างสุด เผยให้เห็นเครื่องจริงของ Huawei P30 Pro ที่กำลังสอนผู้ใช้งานให้สแกนลายนิ้วมือบนจอแสดงผล

from:https://www.flashfly.net/wp/246279

ยืนยันแล้ว!! Huawei P30 Lite เป็นรุ่นเดียวกับ nova 4e ที่เปิดตัวก่อนหน้านี้ มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว

Huawei กำลังจะเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธง P30 กับ P30 Pro ในวันที่ 26 มีนาคมนี้ โดยมีข่าวลือว่าจะมีรุ่นน้อง P30 Lite เปิดตัวพร้อมกันด้วย แต่ดูเหมือนว่าจะได้รับการเปิดตัวแล้วในบางประเทศ อย่างเช่นมาเลเซีย โดยถูกเรียกใหม่ว่า nova 4e

Roland Quandt จากเว็บไซต์ WinFuture ค้นพบว่า P30 Lite กับ nova 4e เป็นรุ่นเดียวกัน โดย nova 4e ได้รับการเปิดตัวไปแล้วเมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ส่วนหลักฐานที่ยืนยันว่า P30 Lite กับ nova 4e เป็นรุ่นเดียวกัน คือชื่อไฟล์ภาพของสมาร์ทโฟน nova 4e ที่อยู่ในเว็บไซต์ทางการของ Huawei ในมาเลเซีย ระบุชื่อชัดเจนว่าเป็น P30 Lite

นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด เพราะรุ่นก่อนหน้านี้อย่าง P20 Lite ก็เป็นรุ่นเดียวกับ nova 3e

Huawei nova 4e มากับจอแสดงผล 2312 x 1080 พิกเซล ขนาด 6.15 นิ้ว ทำงานบนพื้นฐาน Android 9.0 Pie สวมทับด้วย EMUI 9.0.1 ความจำ RAM 6GB จับคู่กับ ROM 128GB กล้องเซลฟี่ 32 ล้านพิกเซล กล้องหลัง 3 ตัว 24 + 8 + 2 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ 3,340 mAh รองรับชาร์จเร็ว 9V2A Quick Charge

from:https://www.flashfly.net/wp/246270