คลังเก็บป้ายกำกับ: SMARTBAND

พรีวิว : HONOR Band 5 สมาร์ทแบนด์ฟีเจอร์คุ้ม รองรับการวัด SpO2 การนอนหลับ ใส่ว่ายน้ำได้ ในราคาเบาๆ

 

ในยุคที่ทุกคนใส่ใจเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น ทั้งในด้านของอาหารการกิน การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิตประจำวัน เราได้เห็นคนหันมาทานคลีน หรือคนออกวิ่งเพื่อดูแลสุขภาพกันอย่างจริงจังเต็มฟีดโซเชียลไปหมด รวมถึงในยุคนี้เรามีตัวช่วยในการออกกำลังกายอย่างเช่นพวกสมาร์ทแบนด์ หรือสมาร์ทวอทช์ที่สามารถนับก้าว ตรวจจับการนอนหลับที่มีคุณภาพ หรือการทำกิจวัตรประจําวันได้แบบ 24/7 ได้โดยไม่จำเป็นต้องเสียเงินจำนวนมากแล้วครับ อย่างเช่นเจ้า HONOR Band 5 ที่พวกเราได้มาทดสอบกันในวันนี้

 

HONOR Band 5 เป็นสมาร์ทแบนด์ราคาประหยัดแต่มาพร้อมฟังค์ชั่น และฟีเจอร์ที่หลากหลาย ไม่แพ้ของพวกอินเตอร์แบนด์เลย ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่า ซึ่งวันนี้ทีมงาน MobileOcta จะมาพรีวิวคุณสมบัติเด่นของสมาร์ทแบนด์ตัวนี้ ว่าทำไมหลายคนถึงกำลังให้ความสนใจกับ Band 5 กันมากในปัจจุบัน 

Honor Band 5

การใช้งานครั้งแรก แนะนำให้สแกน QR Code ด้านข้างกล่องหรือบนนาฬิกาก่อนครับ เพื่อโหลดแอปพลิเคชั่น Huawei Health จากนั้นเสียบชาร์จตัว HONOR Band 5 เพื่อตั้งค่าในครั้งแรกก่อนครับ

หน้าจอสีสันสดสวย ดีไซน์ทันสมัย เมนูใช้งานง่าย

 

HONOR Band 5 ถือเป็นสมาร์ทแบนด์ที่มาพร้อมหน้าจอสีสันสดใสที่สุดตัวหนึ่งเลยครับ โดยมาพร้อมหน้าจอขนาด 0.95 นิ้ว รองรับระบบสัมผัส และใช้หน้าจอแบบ AMOLED ทำให้การแสดงผลมีสีสันที่สดใสมากกว่าแบนด์ทั่วไป หน้าจอมีความละเอียด 240×120 พิกเซล (282ppi) และจะวางขายทั้งหมด 2 สีคือ สีน้ำเงิน Classic Navy blue และ สีดำ Meteorite Black

ส่วนตัวผมชอบดีไซน์ของสายแบบนี้นะครับ คือเป็นการรัดข้อมือแบบคลาสสิค มีรูเหมือนเข็มขัด ทำให้เวลาใส่ออกกำลังกายรู้สึกมั่นใจว่าสมาร์ทแบนด์จะไม่กระเด็นหลุดเมื่อเหวี่ยงแขนแรงๆ หรือใส่ว่ายน้ำก็จะไม่หลุดออกจากข้อมือได้ง่าย วัสดุค่อนข้างนิ่ม ใส่สบายทีเดียวครับ

ส่วนหน้าตาเมนูบน HONOR Band 5 ถือว่าออกมาได้อย่างเรียบง่ายครับ มีเมนูภาษาไทยให้จากโรงงานเลย ทำให้ผู้ใส่สามารถเลือกใช้ภาษาได้อย่างสะดวก และหน้าจอสามารถเลือกใช้ watch face ได้หลากหลายตามสไตล์ผู้ใส่ได้อีกด้วย

ระบบตรวจวัดสุขภาพที่ครบครัน

 

HONOR Band 5 ถูกอัพเกรดให้ฉลาดขึ้นกว่า Honor Band 4 รุ่นที่แล้ว โดยได้เพิ่มฟีเจอร์ Spo2 สำหรับวัดค่าออกซิเจนในเลือด เพื่อตรวจวัดความเครียดของผู้ใส่ได้

นอกจากนี้ฟีเจอร์หลักที่สมาร์ทแบนด์ควรมีก็มาครบจัดเต็มครับ อาทิเช่น รองรับการตรวจ Heart Rate ได้แบบ 24/7 หรือตรวจได้แบบทั้งวันต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงอย่างแม่นยำ หรือที่เรียกว่า HUAWEI TruSeen 3.0 (*ข้อมูลเป็นค่าประมาณเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถนำมาใช้ทางการแพทย์ได้) แถมยังฉลาด โดยจะไม่แสดงผลหน้าจอในเวลากลางคืนขณะนอนหลับ ซึ่งอาจรบกวนการนอนได้ หรือว่าจะเป็นการนับก้าว การตรวจจับกิจกรรมที่ทำ การเผาผลาญแคลอรี่ การใส่ว่ายน้ำ นับการ Stroke ได้อย่างแม่นยำ (กันน้ำได้ลึก 50 เมตร) 

หรือจะเป็นโหมดการออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆ ได้ถึง 10 รูปแบบ วิ่ง, ขี่หรือปั่นจักรยาน, เทรนนิ่ง, เดิน, ว่ายน้ำ และการออกำลังกายโดยใช้เครื่องออกกำลังกายต่างๆ ซึ่งถือว่าคุ้มค่าเกินราคาค่าตัวมากๆ

ตรวจวัดการนอนหลับที่มีคุณภาพ

 

เพราะการนอนหลับเป็นสิ่งสำคัญ HONOR Band 5 จึงมาพร้อมเทคโนโลยี TruSleep ที่สามารถบันทักการนอนหลับของผู้ใส่ได้ในทุกๆ ระดับ ไม่ว่าจะเป็นการหลับตื้น หลับลึก หรือการหลับแบบ REM ที่ได้รับการรับรองจากศูนย์ Biomarkers Dynamical ที่ Harvard Medical School พร้อมทั้งมีคำแนะนำสำหรับผู้ที่มีการนอนหลับผิดปกติได้มากกว่า 200 รูปแบบ เพื่อปรับปรุงให้การนอนหลับของผู้ใส่ดีขึ้นอีกด้วย

ฟังก์ชั่นฉลาดๆ ก็มีให้เลือกใช้

 

นอกจากนี้ HONOR Band 5 ยังมีฟังค์ชั่นฉลาดๆ ให้ใช้เหมือนกับสมาร์ทวอทช์ราคาแพงอีกด้วยครับ เช่น รองรับการหาโทรศัพท์ซึ่งผู้ใช้อาจลืมว่าวางไว้ที่ไหน การแสดงข้อความและการแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟน ใช้เป็นรีโมทสำหรับกดชัตเตอร์ถ่ายภาพ แบบนี้ก็สามารถทำได้เช่นกัน

ก็ประมาณนี้นะครับ สำหรับการพรีวิว HONOR Band 5 สมาร์ทแบนด์ฟังค์ชั่นคุ้มรุ่นล่าสุดจาก Honor ใครกำลังมองหาสายรัดข้อมืออัจฉริยะสำหรับออกกำลังกาย และใส่นอนหลับ รุ่นนี้ถือเป็นสมาร์ทแบนด์ที่คุ้มค่าน่าลงทุนที่สุดอีกหนึ่งรุ่นในเวลานี้เลยครับ

ทั้งนี้ HONOR Band 5 มีราคาอยู่ที่ 1,190 บาท โดยวางจำหน่ายตามร้านค้าตัวแทนจำหน่าย HONOR ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ OfficeMate ( สาขาซีคอนสแควร์, เซ็นทรัล พระราม 2, แฟชั่นไอร์แลนด์, เซ็นทรัลพระราม 3, JTC สีลมเซ็นเตอร์ ), NB shop ฟอร์จูนทาวน์, นวเอเชีย และ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต 

พิเศษ !! วันที่ 10 ตุลาคมนี้พบกับ HONOR Band 5 ราคาสุดพิเศษ 790.- เพียงช่วงเวลา 9.00-11.00 โมงเช้า ทางออนไลน์ Lazada เท่านั้น คลิกซื้อได้ที่นี่ >>> 

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Honor ที่นี่ >>> http://bit.ly/2PPwmMD

 

from:http://mobileocta.com/preview-honor-band-5/

โฆษณา

HONOR Band 5 สมาร์ทแบนด์รุ่นใหม่ เตรียมวางจำหน่ายสุดเอ็กซ์คลูซีฟออนไลน์ที่แรกที่ Lazada ตั้งแต่ 10 ตุลาคมนี้ เป็นต้นไป !!

 

ออเนอร์ แบรนด์สมาร์ทโฟนระดับโลกประกาศความสำเร็จยอดขาย HONOR Band 5 โดยภายในเดือนสิงหาคมที่มาผ่านมายอดขายอุปกรณ์ดีไวซ์ในตลาดต่างประเทศมีการเติบโต 387% YoY เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า 

HONOR Band 5 มาพร้อมหน้าจอสัมผัสแบบ AMOLED Full Colour ขนาด 0.95 นิ้ว และฟังก์ชั่นการทำงานที่ฉลาดยิ่งขึ้น อาทิ ระบบตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจ 24 ชั่วโมงโหมดกีฬาและการออกกำลังกายที่หลากหลายมากขึ้น และสามารถปรับแต่งหน้าจอได้มากถึง 8 แบบ

ซึ่ง HONOR Band 5 ได้มีวางจำหน่ายในหลายประเทศ เช่น ประเทศอังกฤษ,อิตาลี,เยอรมนี,ฝรั่งเศส และสเปน โดยพร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่ 10 ตุลาคม 2562 นี้เป็นต้นไป ในราคาเริ่มต้น 1,190 บาท!

 

ติดตามตรวจสอบสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมง

ประมวลผลด้วยเทคโนโลยีการวัดอัตราการเต้นหัวใจรุ่นล่าสุด HUAWEI TruSeen ™ 3.0 โดย HONOR Band 5 สามารถวัดและวิเคราะห์อัตราการเต้นของหัวใจได้อย่างแม่นย้ำต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง (*ข้อมูลเป็นค่าประมาณเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถนำมาใช้ทางการแพทย์ได้) ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจเช็คสุขภาพและการออกกำลังกาย การตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจในเวลากลางคืนจะไม่ปรากฎแสงแจ้งเตือนเพื่อลดการรบกวนจากหน้าจอ ในขณะที่ยังมีการแจ้งเตือนผ่านการสั่นและกระพริบไฟหากผู้ใช้งานมีอัตราการเต้นของหัวใจที่วัดได้แบบเรียลไทม์เกินมาตรฐานที่ตั้งค่าไว้

HONOR Band 5 มาพร้อมเทคโนโลยี TruSleep™ ที่ช่วยบันทึกการนอนระหว่างช่วงการหลับตื้น หลับลึก และหลับ REM หรือ ช่วงการหลับแล้วดวงตามีการเคลื่อนไหวได้อย่างอัตโนมัติ รวมทั้งสามารถตรวจจับคุณภาพการนอนหลับที่รองรับโดยเทคโนโลยี Huawei AI และได้รับการรับรองจากศูนย์ Biomarkers Dynamical ที่ Harvard Medical School ฟีเจอร์ TruSleep™ สามารถระบุ 6 ความผิดปกติของการนอนหลับได้อย่างแม่นยำและสามารถให้คำแนะนำเฉพาะบุคคลมากว่า 200 ข้อ เพื่อปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับให้ดียิ่งขึ้น โดยการตรวจจับดังกล่าวมีความแม่นย้ำกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 96.3%

Honor Band 5

วัดประเมินผลการออกกำลังกายอย่างมืออาชีพ

HONOR Band 5 กันนำได้ลึกถึง 50 เมตร และสามารถบันทึกจำนวนแขน (Stroke), ความเร็ว, ระยะทาง รอบเวลา, การเผาผลาญแคลอรี่ และค่าเฉลี่ย SWOLF สำหรับการว่ายน้ำหลากหลายสไตล์ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานวัดประเมินผลการฝึกซ้อมและพัฒนาเทคนิคการว่ายน้ำได้มากที่สุด

ไม่เพียงเท่านั้น HONOR Band 5 ยังเสมือนเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวที่จะช่วยติดตามและให้คำแนะนำการออกกำลังกายอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังรองรับกิจกรรมอื่นๆอีกหลายประเภททั้งในร่มและกลางแจ้งได้อีก 10 แบบ ได้แก่ วิ่งขี่หรือปั่นจักรยานเทรนนิ่งเดินว่ายน้ำ และการออกำลังกายโดยใช้เครื่องออกกำลังกายต่างๆ

*หมายเหตุ

อุปกรณ์และส่วนประกอบบนสมาร์ทแบนด์ของออเนอร์ ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ และมีจุดประสงค์หลักเพื่อใช้ในการทำกิจกรรมยามว่างเท่านั้น ไม่สามารถนำมาใช้ในการวินิจฉัย รักษา บรรเทาอาการหรือป้องกันความเจ็บป่วยในโรคต่างๆได้ โดยข้อมูลความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดมีไว้เพื่อใช้ในการอ้างอิงเท่านั้น ไม่ถือเป็นการวินิจฉัย รักษา หรือการสั่งยาโดยแพทย์ก่อนที่จะใช้ผลิตภัณฑ์นี้ผู้ใช้ควรประเมินสุขภาพของตนเองและขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ออเนอร์จะไม่รับผิดชอบทางกฎหมายใดๆต่อภาวะสุขภาพของผู้ใช้ หรือประโยชน์ต่อสุขภาพที่ได้รับจากการใช้ผลิตภัณฑ์นี้

สะดวกทุกการใช้งานแบบ All-in-one ครบทุกฟีเจอร์

ติดตั้งหน้าจอสัมผัสแบบ AMOLED Full Colour ขนาด 0.95 นิ้ว ความละเอียด 240x 120 พิกเซล และความหนาแน่นของพิกเซล 282 ppi ให้การแสดงผลภาพที่สีสันคมชัดแม้อยู่ในที่แสงจ้า และสามารถรองรับการใช้งานได้ยาวนานถึง 14 วัน ด้วยการชาร์จเพียงครั้งเดียว

เมื่อเชื่อมต่อเข้ากับสมาร์ทโฟน HONOR Band 5 สามารถแจ้งเตือนสายเรียกเข้า,ข้อความอีเมล และสื่อโซเชียลมีเดีย ซึ่งมาพร้อมการแจ้งเตือนเป็นภาษาไทย อีกทั้งฟังก์ชั่น Remote-control ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถถ่ายภาพจากระยะไกลได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังง่ายๆแค่คลิกเดียว เพียงเปิดใช้งานการเชื่อมต่อ Bluetooth แล้วไปที่ฟังก์ชั่น “Find phone” เพื่อค้นหาการจับคู่เข้ากับสมาร์ทโฟน

คุณจอร์จ จ้าว ประธานบริษัท ออเนอร์ กล่าวว่า ลูกค้าออเนอร์เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีพลังและมีความกระตือรือร้นอยู่ในตัว พวกเขาชอบอุปกรณ์สวมใส่ที่ไม่เพียงแต่ช่วยให้การดำรงชีวิตง่ายดายขึ้น แต่ต้องสามารถถ่ายทอดสไตล์และตัวตนของพวกเขาออกมาอย่างเด่นชัด HONOR Band 5 ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าว ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นทันสมัยร่วมทั้งฟีเจอร์การตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจและติดตามการออกกำลังกาย ที่ทำให้ HONOR Band 5 เป็นอุปกรณ์เสริมที่มีประโยชน์ครบครันและเป็นแฟชั่นไอเทมที่ขาดไม่ได้”

HONOR Band 5 ติดอันดับสินค้าขายดีใน Flipkart โดยจำหน่ายหมดภายใน 5 วัน หลังจากเปิดตัวที่ประเทศอินเดีย ซึ่ง HONOR Band 5 จะพร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่ 10 ตุลาคม 2562 นี้เป็นต้นไป ในราคาเริ่มต้นที่ 1,190 บาท

โดยวางจำหน่ายทางออนไลน์ที่  Lazada และสำหรับรายชื่อร้านค้าตัวแทนจำหน่ายติดตามอัพเดทเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/honorthai

คลิกช้อปสมาร์ทโฟน Honor ที่นี่ >>> http://bit.ly/2PPwmMD

 

from:http://mobileocta.com/honor-band-5/

Xiaomi เปิดตัวสมาร์ทวอทช์ Amazfit GTS, Amazfit Smart Sport Watch 3 และ Amazfit X

Huami บริษัทที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ผลิต Xiaomi Mi Band เปิดตัวสมาร์ทวอทช์ Amazfit พร้อมกัน 3 รุ่น ได้แก่ Amazfit GTS, Amazfit Smart Sport Watch 3 และ Amazfit X

Amazfit GTS

Amazfit GTS ดูเหมือนจะได้รับการพัฒนามาจาก Amazfit Bip และอัพเกรดให้ดีกว่า Apple Watch Series 4 ด้วยจอแสดงผล AMOLED ขนาด 1.65 นิ้ว ให้ขอบเขตสี 100% NTSC และมีความหนาแน่นพิกเซล 341ppi สูงกว่า Apple Watch ทุกรุ่น

ตัวเรือน Amazfit GTS ผลิตจากอลูมิเนียมอัลลอยด์ น้ำหนักเบาเพียง 24.8 กรัม บาง 9.4 มิลลิเมตร มีขนาดเล็กกว่า 12.1% เมื่อเทียบกับ Apple Watch Series 4 รองรับการเชื่อมต่อ NFC มีเซ็นเซอร์ตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจ ระบบ GPS + GLONASS กันน้ำตามมาตรฐาน 5ATM แบตเตอรี่ให้อายุการใช้งานนานสูงสุด 14 วัน

Amazfit GTS ยังมีราคาถูกกว่า Apple Watch Series 4 เปิดตัวเพียง 899 หยวน หรือราว 3,850 บาท

Amazfit Smart Sport Watch 3

Amazfit Smart Sport Watch 3 มีส่วนผสมของโพลีคาร์บอเนตกับไฟเบอร์กลาส และส่วนขอบถูกสร้างขึ้นจากแตนเลส 316L ซึ่งมีคุณสมบัติต้านทานต่อรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี โดยมีน้ำหนักเบา 59.6 กรัม

Amazfit Smart Sport Watch 3 ใช้ดีไซน์หน้าปัดทรงกลม ขนาด 1.34 นิ้ว มาพร้อมโปรเซสเซอร์ 1.2GHz Dual Core ความจำ RAM 512GB ความจุภายใน 4GB แบตเตอรี่ให้อายุการใช้งานนานสูงสุด 7 วัน และมีชิป ARM สำหรับตอบสนองการใช้งานนาฬิกาเพียงอย่างเดียว จึงให้อายุการใช้งานนานสูงสุด 14 วัน

Amazfit Smart Sport Watch 3 ยังมีระบบนำทาง GPS + GLONASS + GPS Beidou + Galileo เซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ สนับสนุนการเชื่อมต่อ NFC และ Bluetooth 5.0

Amazfit Smart Sport Watch 3 มีให้เลือก 2 เวอร์ชั่น ราคาเริ่มต้น 1,299 หยวน หรือราว 5,555 บาท และอีกเวอร์ชั่นใช้วัสดุไทเทเนียมและหน้าปัดแซฟไฟร์ ราคา 1,699 หยวน หรือราว 7,265 บาท

Amazfit X

Amazfit X เป็นกำไลดิจิตอลสำหรับติดตามสุขภาพ มาพร้อมจอแสดงผลที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถโค้งไปกับสายรัดข้อมือถึง 92 องศา โดยมีขนาดหน้าจอ 2.07 นิ้ว ความหนาแน่นพิกเซล 326ppi ให้ความสว่าง 430 nits ฝังไว้กับตัวเลือกโลหะ ภายในมาพร้อมแบตเตอรี่ 220mAh ให้อายุการใช้งานนานสูงสุด 7 วัน และยังไม่มีการประกาศราคาออกมา

ที่มา – XiaomiAdictos
https://www.flashfly.net/wp/264609

from:https://www.flashfly.net/wp/264609

Xiaomi – พร้อมขาย Mi Band 4 เครื่องศูนย์ไทยแล้ว เปิดราคา 1,290 บาท มีบางร้านขายถูกสุด 920 บาท !!!

เปิดตัวเปิดราคา Mi Band 4 เครื่องศูนย์ไทยอย่างเป็นทางการแล้ว ที่เป็นอุปกรณ์ Wearable ล่าสุดจาดทาง Xiaomi นับได้ว่าเป็น Smartband รุ่นใหม่ ที่เป็นที่นิยมในตลาดอย่างแน่นอน จากความสำเร็จที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น Mi Band / Mi Band 2 / Mi Band 3 จัดได้ว่าเป็นอุปกรณ์ Wearable ที่ราคาไม่แพง จับต้องได้ง่าย ล่าสุด Xiaomi ประกาศราคาแล้วที่ 1,260 บาทเท่านั้น แต่เดี๋ยวก่อน มีบางร้านในไทยขายถูกสุดที่ 920 บาทเท่านั้น !!! พร้อมขายแล้ววันนี้

ตัวสินค้าประกอบด้วย
– ตัวเรือน Mi Band 4 รองรับภาษาไทย
– สายรัดเส้นสีดำ
– สายชาร์จ
– คู่มือภาษาอังกฤษ
– คู่มือภาษาไทย
– คู่มือแนะนำพิเศษ (การใช้งานครั้งแรก)
– คู่มือวิธีป้องกันการจับคู่ค้าง
– คู่มือตั้งค่าให้แสดงรายชื่อสายเรียกเข้าบนหน้าจอ
– ใบเสร็จรับประกัน 1ปี

ความต้องการ: Android 4.4 ขึ้นไป, และ Bluetooth® 4.0, iOS 9.0 ขึ้นไป, iPhone󠇕® 5s/6/6 Plus/7/7 Plus/SE/8/8 Plus/X/XS/XS Max/XR ฯลฯ

Mi Band 4 เครื่องศูนย์ไทยรับประกัน 1ปี และรับสิทธิ์สินค้าเสียเปลี่ยนสินค้าใหม่ 1ปี (ไม่จำกัดครั้ง) ตามเงื่อนไขการรับประกัน สำหรับ Firmware ภาษาไทยจะได้รับการ Update ต้นเดือนสิงหาคมนี้

โดยหน้าที่หลักๆ คือ สายรัดข้อมืออัจฉริยะนี้ มีไว้สำหรับออกกำลังกาย ตรวจเช็คอัตราการเต้นของหัวใจ ระยะทาง ตรวจวัดการนอน รวมไปถึงแจ้งเตือนต่างๆ ทำงานร่วมกับแอป Mi Fit ซึ่งด้วยฟีเจอร์พื้นฐานที่มีให้ใช้งานอย่างครบครัน ซึ่ง Mi Band 4 มากับหน้าจอทัชสกรีน 0.95 นิ้ว แบบ AMOLED มี Wallpaper 77 แบบ ความสว่างสูงถึง 400 nits ที่มีขนาดหน้าจอใหญ่กว่าเดิมถึง 39.9% ครอบทับด้วยกระจกกันรอย 2.5D มี Themes ให้เลือกใช้กันถึง 60 สี และกันน้ำถึง 5 ATM หรือ 50 เมตร นับว่าเป็น Gadget คุ้มค่ามากๆ รุ่นนึงในตลาด

อีกทั้ง Mi Band 4 ยังมีเซนเซอร์ Gyroscope วัดแบบ 6 แกน ที่ปกติจะมีมาแท้ Smartwatch ราคาแพงเท่านั้น ซึ่งทำหน้าที่ตรวจจับการเคลื่อนไหวต่างๆ ได้แม่นยำยิ่งขึ้น รองรับโหมดออกกำลังกาย 6 โหมดที่หลากหลายกว่ารุ่นก่อนๆ เช่น เดิน วิ่งลู่ วิ่งสนาม ปั่นจักรยาน เต้น  ซึ่งมีจุดเด่นที่สามารถตรวจจับการว่ายน้ำรวมถึงท่าในการว่ายน้ำด้วย รวมไปถึงมาพร้อมไมโครโฟน สามารถเรียก Xiaomi AI Voice Assistant (เฉพาะรุ่น NFC) เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.0 และมาพร้อมแบตเตอรี่ 125 mAh โดยเคลมว่าใช้งานได้ประมาณ 20 วันแบบไม่ต้องชาร์จ

ส่วนตัวแอดมินโป้งมีโอกาสลองใช้ Mi Band 4 (เครื่องหิ้ว) นับว่าน่าประทับใจมาก กับการใส่วิ่ง 10 กิโลเมตรในแทบทุกวัน ทั้งข้างนอกและลู่วิ่งในฟิตเนส รวมไปถึงออกกำลังกายและปั่นจักรยานด้วย โดยใช้งานร่วมกับ iPhone ซึ่งต้องยอมรับว่ามีเพี้ยนเรื่องระยะทางจริงๆ บ้าง กรณีเมฆฝนเยอะในช่วงนี้ ถ้าเทียบกับ Garmin Fenix 5 ที่ปกติใช้อยู่เป็นประจำ เทียบกับราคาแล้ว บอกเลยว่าซื้อมาใช้เถอะ ยังไงก็คุ้มค่าเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้

ยิ่งถ้าใครออกกำลังกายแล้วหา Smartband ราคาไม่แพงล่ะก็ หาซื้อกันได้เลย Xiaomi พร้อมขายแล้ววันนี้ตามร้านค้าทั่วไป รวมไปถึงหน้าร้านออนไลน์ ยังไงเลือกกันอีกเพราะราคาของหิ้วคงปรับราคาให้ถูกกว่านี้นิดหน่อย สำหรับรีวิว Mi Band 4 การใช้งานจริงๆ แบบเอาไปวิ่งเอาไปออกกำลังกายจริง จะตามมาอีกที ส่วนฟีเจอร์มาตรฐานตอนนี้ที่ใช้อยู่ก็สมบูรณ์ดี เทียบกับราคาคุ้มที่สุดแล้วล่ะ

from:https://notebookspec.com/xiaomi-mi-band-4-price-thailand-1290-baht/487105/

Xiaomi เปิดตัว Mi Band 4 มาพร้อมจอสีแบบ OLED ราคาเริ่มต้นราว 765 บาท และมีรุ่นพิเศษ Avengers Edition

Xiaomi เปิดตัวกำไลดิจิตอลสำหรับติดตามสุขภาพ Mi Band 4 ซึ่งได้รับการอัพเกรดครั้งใหญ่ เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้อย่าง Mi Band 3 โดยมาพร้อมจอสัมผัส OLED ความละเอียด 240 x 120 พิกเซล ขนาด 0.95 นิ้ว สนับสนุนการแจ้งเตือนจากแอพพลิเคชั่น WhatsApp, SMS รวมถึงให้ข้อมูลด้านสุขภาพ

Xiaomi Mi Band 4 ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวแบบ 6 แกน (3-axis Accelerometer + 3-axis Gyro) และต้านทานน้ำในระดับ 5ATM (50 เมตร) จึงสามารถสวมใส่ลงในสระน้ำได้ และสามารถตรวจจับสไตล์การว่ายน้ำที่แตกต่างกันได้อีกด้วย ส่วนฟีเจอร์ด้านติดตามสุขภาพยังมีเหมือนเดิม ซึ่งรวมถึงฟีเจอร์นับจำนวนก้าว, ติดตามการนอนหลับ และตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ

Xiaomi Mi Band 4 รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0 มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium Polymer 135mAh ให้พลังงานนานสูงสุด 20 วัน และยังมีอีกตัวเลือกที่สนับสนุน NFC ได้รับแบตเตอรี่ 125mAh ให้พลังงานนานสูงสุด 15 วัน

Xiaomi Mi Band 4 ผลิตออกมาหลายสี ได้แก่ สีดำ, สีน้ำตาล, สีน้ำเงิน, สีส้ม และ สีชมพู วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้นเพียง 169 หยวน หรือราว 765 บาท ส่วนเวอร์ชั่น NFC จะมีราคา 229 หยวน หรือราว 1,035 บาท และยังมีเวอร์ชั่นพิเศษ Avengers Edition ราคา 349 หยวน หรือราว 1,580 บาท

ที่มา – Gizchina
https://www.flashfly.net/wp/255200

from:https://www.flashfly.net/wp/255200

Xiaomi – Mi Band 4 ถูกคุ้ม !!! ราคาเริ่ม 760 บาท จอ AMOLED ขนาดใหญ่ขึ้น ดีขึ้น มี NFC รองรับคำสั่งเสียง

เปิดตัวเปิดราคา Mi Band 4 อย่างเป็นทางการแล้ว ที่เป็นอุปกรณ์ Wearable ล่าสุดจาดทาง  Xiaomi นับได้ว่าเป็น Smartband รุ่นใหม่ ที่ต้องเป็นที่นิยมในตลาดอย่างแน่นอน จากความสำเร็จที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น Mi Band / Mi Band 2 / Mi Band 3 จัดได้ว่าเป็นอุปกรณ์ Wearable ที่ราคาไม่แพง จับต้องได้ง่าย ราคาเริ่มต้นแค่ 169 หยวน หรือประมาณ 760 บาทเท่านั้น ที่สำคัญมีรุ่นพิเศษ Avengers Limited Edition อีกด้วย

โดยหน้าที่หลักๆ คือ สายรัดข้อมืออัจฉริยะนี้ มีไว้สำหรับออกกำลังกาย ตรวจเช็คอัตราการเต้นของหัวใจ ระยะทาง ตรวจวัดการนอน รวมไปถึงแจ้งเตือนต่างๆ ทำงานร่วมกับแอป Mi Fit ซึ่งด้วยฟีเจอร์พื้นฐานที่มีให้ใช้งานอย่างครบครัน ซึ่ง Mi Band 4 มากับหน้าจอทัชสกรีน 0.95 นิ้ว แบบ AMOLED มี Wallpaper 77 แบบ ความสว่างสูงถึง 400 nits ที่มีขนาดหน้าจอใหญ่กว่าเดิมถึง 39.9% ครอบทับด้วยกระจกกันรอย 2.5D มี Themes ให้เลือกใช้กันถึง 60 สี และกันน้ำถึง 5 ATM หรือ 50 เมตร นับว่าเป็น Gadget คุ้มค่ามากๆ รุ่นนึงในตลาด

อีกทั้ง Mi Band 4 ยังมีเซนเซอร์ Gyroscope วัดแบบ 6 แกน ที่ปกติจะมีมาแท้ Smartwatch ราคาแพงเท่านั้น ซึ่งทำหน้าที่ตรวจจับการเคลื่อนไหวต่างๆ ได้แม่นยำยิ่งขึ้น รองรับโหมดออกกำลังกาย 6 โหมดที่หลากหลายกว่ารุ่นก่อนๆ เช่น เดิน วิ่งลู่ วิ่งสนาม ปั่นจักรยาน เต้น  ซึ่งมีจุดเด่นที่สามารถตรวจจับการว่ายน้ำรวมถึงท่าในการว่ายน้ำด้วย รวมไปถึงมาพร้อมไมโครโฟน สามารถเรียก Xiaomi AI Voice Assistant (เฉพาะรุ่น NFC) เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.0 และมาพร้อมแบตเตอรี่ 125 mAh สำหรับรุ่นมี NFC และ 135 mAh สำหรับรุ่นที่ไม่มี NFC โดยเคลมว่าใช้งานได้ประมาณ 20 วันแบบไม่ต้องชาร์จ

สรุปรุ่นต่างๆ ของ Mi Band 4 แบ่งออกเป็น 3 รุ่น คือ รุ่นปกติ / รุ่นมี NFC / รุ่น Avengers Limited Edition (มาพร้อม Package / Wristband และ Wallpaper ลายพิเศษ) สนนราคาตามลำดับอยู่ที่ ราคา 169 หยวน (ประมาณ 760 บาท) / ราคา 229 หยวน (ประมาณ 1,030 บาท) / ราคา 349 หยวน (ประมาณ 1,570 บาท) โดยหลักๆ แล้วมี 5 สีสันให้เลือกใช้งานกัน ไม่ว่าจะเป็น สีดำ, น้ำตาล, น้ำเงิน, ส้ม และชมพู ตามแต่ผู้ใช้งาน แน่นอนว่าเปลี่ยนสายได้เหมือนเดิม พร้อมขายที่จีนรอบแรก 14 มิถุนายนนี้

ส่วนตัวแอดมินโป้งเคยได้มีโอกาสลองใช้ Mi Band 3 นับว่าน่าประทับใจมาก กับการใส่วิ่ง 10 กิโลเมตรในงานวิ่งอย่างเป็นทางการงานหนึ่ง โดยใช้งานร่วมกับ iPhone เทียบกับราคาแล้ว บอกเลยว่าซื้อมาใช้เถอะ ยังไงก็คุ้มค่าเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้ ยิ่งถ้าใครออกกำลังกายแล้วหา Smartband ราคาไม่แพงล่ะก็ รอซื้อกันได้เลยสำหรับ Mi Band 4 เดี๋ยวทาง Xiaomi คงนำเข้ามาขายในไทยแน่นอน ไม่ก็รอจากร้านต่างๆ หิ้วเข้ามาขาย (พร้อมบวกราคา) ก็ได้

 ที่มา : gizmochina

 

from:https://notebookspec.com/xiaomi-mi-band-4-officially-launched-with-amoled-color-display-cheap-price-tag/484327/

Xiaomi – เตรียมเปิดตัว Mi Band 4 กับว่าที่ Smartband ยอดนิยมราคาหลักร้อยบาท ได้หน้าจอสีเป็นครั้งแรก

 

Mi Band 4 จากทาง Xiaomi นับได้ว่าเป็น Smartband รุ่นใหม่ ที่คาดว่าต้องเป็นที่นิยมในตลาดอย่างแน่นอน จากความสำเร็จที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น Mi Band / Mi Band 2 / Mi Band 3 จัดได้ว่าเป็นอุปกรณ์ Wearable ที่ราคาไม่แพง จับต้องได้ง่าย ราคาแค่หลักร้อยบาท (ที่แพงๆ ร้านมาปั่นราคากันเอง) โดยหน้าที่หลักๆ คือ สายรัดข้อมือสำหรับออกกำลังกาย ตรวจเช็คอัตราการเต้นของหัวใจ ระยะทาง รวมไปถึงแจ้งเตือนต่างๆ ทำงานร่วมกับแอป Mi Fit ซึ่งด้วยฟีเจอร์พื้นฐานที่มีให้ใช้งานอย่างครบครัน นับว่าเป็น Gadget คุ้มค่ามากๆ รุ่นนึงในตลาด

ล่าสุดก่นเปิดตัวก็มีภาพหลุดออกมาแล้ว สำหรับ Mi Band 4 จากทาง Xiaomi ที่เห็นถึงรูปลักษณ์ยังคงลักษณะคล้ายกับ Mi Band 3 คือเป็นหน้าจอกระจกขนาด 0.78 นิ้ว ตัวเครื่องเป็นสีดำสามารถเปลี่ยนสายได้ปกติ แต่ที่โดดเด่นก็คือหน้าจอแสดงผลสามารถแสดงสี สนับสนุนการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0 นอกจากนี้ยังรองรับการใช้งานร่วมกับ NFC ที่อาจจะทำให้ใช้งานอื่นๆ เช่น จ่ายเงินได้  ที่สำคัญได้เแบตเตอรี่เป็น 135 mAh มากกว่าเดิม เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนที่มีขนาดแค่ 110 mAh เท่านั้น โดยเคลมว่าใช้งานได้ประมาณ 20 วันแบบไม่ต้องชาร์จ

ในส่วนของราคา Mi Band 4 จากทาง Xiaomi จะมีอยู่ 2 ราคาด้วยกันคือ รุ่นรองรับ NFC จะอยู่ที่ประมาณ 1,800 บาท ส่วนรุ่นที่ไม่รองรับจะอยู่ที่ประมาณ 900 บาท ยังไงไว้รอชมราคาเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกทีก็แล้วกัน โดยทาง  Xiaomi บอกว่าวันที่ 11 มิถุนายนนี้ได้เห็นกันแน่นอน !!!

ที่มา : gizmochina

 

from:https://notebookspec.com/xiaomi-mi-band-4-leaks-once-again-flaunting-a-coloured-display/483279/