คลังเก็บป้ายกำกับ: SMART_WATCH

เปิดตัว HUAWEI Watch Fit Elegant สมาร์ทวอทช์จอ AMOLED รุ่นอัปเกรด สีใหม่ วัสดุใหม่ สายใหม่

แอบโผล่บนหน้าเว็บไซต์กันแบบเงียบ ๆ แล้วกับสมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุดจาก HUAWEI อย่าง HUAWEI Watch Fit Elegant Edition รุ่นใหม่ที่มีการปรับปรุงในส่วนของตัวเรือนที่มีการเปลี่ยนไปใช้วัสดุแบบสเตนเลสสตีลแบบขัดเงาเพิ่มความหรูหราและแข็งแรงทนต่อการกระแทกมากขึ้น รวมถึงยังเปลี่ยนมาใช้สายนาฬิกาที่เป็นวัสดุพรีเมี่ยมกว่าอีกด้วย

HUAWEI Watch Fit Elegant มีสเปคและฟีเจอร์ที่แทบไม่ต่างจาก HUAWEI Watch Fit รุ่นปกติที่ได้วางจำหน่ายในบ้านเราไปแล้ว แต่จะมีจุดที่แตกต่างคือเรื่องของสีตัวเรือนและสายนาฬิกาที่อัปเกรดไปใช้วัสดุที่ดีขึ้นคือ Fluoroelastomer ซึ่งเป็นยางที่สามารถใช้ได้กับผิวหนังที่บอบบางแล้วไม่เกิดอาการแพ้ด้วย

สำหรับสเปคเบื้องต้นของ HUAWEI Watch Fit Elegant คือ หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.64 นิ้ว, ความละเอียด 456 x 289 พิกเซล, ฟีเจอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และวัดระดับออกซิเจนในเลือด, มี GPS ในตัวที่สามารถทำงานควบคู่กับโหมดออกกำลังกายที่รองรับกีฬาหลายประเภท และมีโหมดโค้ชส่วนตัวช่วยในการออกกำลังกายได้ถึง 12 หมวด ที่จะแบ่งเป็นการออกกำลังแบบย่อย ๆ ออกไปอีก

ตัวเครื่องมีความสามารถในการกันน้ำลึก 5ATM ทำให้ใส่ว่ายน้ำเพื่อวัดสโตรคได้เลย ส่วนแบตเตอรี่ก็ใช้งานได้ยาวนานถึง 10 วัน และตัวสมาร์ทวอทช์เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth 5.0 รองรับทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS

HUAWEI Watch Fit Elegant มีให้เลือกด้วยกันสองสีคือ สีดำ Midnight Black และสีทอง Frosty White และจะวางจำหน่ายในประเทศโซนยุโรปตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคมเป็นต้นไป ในราคา 110 ยูโรหรือประมาณ 4,000 บาท ส่วนในบ้านเราจะมีเข้ามาวางจำหน่ายด้วยไม่นั้น คงต้องมาลุ้นกันครับ เพราะตอนนี้ HUAWEI Watch Fit รุ่นปกติที่ขายในบ้านเราก็เพิ่งลดราคาลงมาเหลือเพียง 2,999 บาทเท่านั้น

ที่มา : gizmochina

from:https://droidsans.com/huawei-watch-fit-elegant/

[รายงาน] Facebook กำลังพัฒนาสมาร์ตวอชท์ใหม่ คู่แข่งกับ Apple Watch

รายงานใหม่จาก The Information ระบุว่า Facebook กำลังพัฒ […] More

from:https://www.iphonemod.net/facebook-working-smartwatch-apple-watch-competitor.html

รีวิว realme Watch S Pro สมาร์ทวอทช์อัจฉริยะ สวยมาก เซนเซอร์ระดับโปร แต่มาในราคาไม่ถึงห้าพัน

ด้วยราคาที่ประกาศในวันเปิดตัว แค่ 4.990บาท ผมเหลือบมอง realme Watch S Pro บนข้อมือของผม บอกได้เลยว่า ดูดีและสวย เคยคิดว่าราคาจะแพงไปกว่านั้น

realme เปิดตัว realme Watch S Pro ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มอุปกรณ์ AIoT ที่เขาปล่อยออกมาชุดใหญ่เมื่อวันก่อน เพื่อเป็นการประกาศว่าตัวเองพร้อมจะบุกตลาด AIoT เต็มที่ และต้องการขึ้นเป็นที่ 3 ของโลกสำหรับตลาดอุปกรณ์สวมใส่

ยกระดับงานผลิต ใช้วัสดุเกรดดี และให้หน้าจอคุณภาพสูงครับ ใช้จอ AMOLED ขนาดใหญ่ 1.39 นิ้ว พร้อมเซ็นเซอร์ตรวจจับความสว่างทำให้ปรับค่าความสว่างได้อัตโนมัติเหมือนจอสมาร์ทโฟน ความละเอียดสูง 454*454 พิกเซล คิดเป็น 326 PPI ภาพคม ค่าความสว่างหน้าจอ 450 nits ที่ปรับระดับความสว่างได้เอง 5 ระดับ

ใช้กระจกจอกันรอยขีดข่วน Corning Gorilla Glass 2.5D ตัวเรือนใช้วัสดุสแตนเลสสตีล SUS316L เคลือบ PVD+AF ดูพรีเมี่ยมเลย มีความทนทานสูง มาตรฐานการผลิตกันน้ำระดับ 5ATM ป้องกันแรงดันน้ำที่ 50 เมตร ใส่เล่นกีฬาทางน้ำได้ไม่ต้องถอด ตัวที่นำเข้ามาจำหน่าย มีสายนาฬิกามีให้เลือก 3 แบบ เป็นสายนาฬิกาขนาด 22 มิล โดยทาง realme จะมีให้เลือกเป็นสายซิลิโคน (สีน้ำเงิน/สีเขียว/สีส้ม) และสำหรับเรือนแสตนเลสสตีล จะเป็นสายสีดำ หรือตัวที่เห็นในรีวิวนี้




ไซส์ตัวเรือน 257.6 x 46 x 11.1 มม. น้ำหนักรวมสายนาฬิกาด้วย 63.5 กรัม ตัวเรือนไม่หนักเลยครับ มีปุ่มกดข้างตัวเรือนสองปุ่ม เป็นปุ่มสำหรับกลับหน้าแรกและปิดหน้าจอ อีกปุ่มคือปุ่มเข้าเมนูการออกกำลังกายโดยตรง โดยมีโหมดเล่นกีฬามาให้ 15 ประเภท (ว่ายน้ำ, วิ่งกลางแจ้ง, วิ่งในร่ม, เดินกลางแจ้ง, เดินในร่ม, ขี่จักรยานกลางแจ้ง, ปั่นจักรยานในร่ม, การเดินทางไกลด้วยเท้า, ว่ายน้ำ, บาสเกตบอล, โยคะ, เครื่องออกกำลังกายกรรเชียงบก, เครื่องเดินวงรี, คริกเก็ต, การฝึกความแข็งแรง และ Free workout สำหรับการออกกำลังอื่นๆ )

ในด้านการตรวจจับการเคลื่อนไหวและสภาพร่างกาย เขาใช้เซนเซอร์สี่ตัว เป็น PPG (Photoplethysmography) ใช้สำหรับการวัดการเต้นหัวใจ  ด้านในใส่ GPS Dual-Satellite ความแม่นยำสูง แต่ใช้พลังงานต่ำ สามารถบันทึกเส้นทางการออกกำลังกายได้ด้วยตัวเอง การจ็อกกิ้ง การขี่จักรยาน และการเดิน ไม่ต้องพกสมาร์ทโฟนติดตัวไปก็สามารถบันทึกเส้นทางได้ครับ

ใช้การชาร์จแบบฐานแม่เหล็ก ออกแบบมาได้สวยงามแม้แต่ฐานชาร์จ ใส่ความเป็น “R” หรือ realme บนแท่นชาร์จ และจะบอกว่าเจ้าตัวนี้เป็นสมาร์ทวอทช์ในกลุ่มใช้พลังงานน้อย แบตเตอรี่ขนาด 420 mAh จากเต็ม 100% ผมทดสอบใช้แบบเปิดทำงานเต็มที่ ให้ตรวจจับหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง และเปิดซิงก์รับการแจ้งเตือนไว้ตลอดเวลา ตั้งแต่ที่ผมได้มา จนผ่านมา 10 วัน แบตมันก็ยังไม่หมด สามารถชาร์จให้กลับมาเต็ม 100 % ภายในเวลา 2 ชั่วโมง

อุปกรณ์ภายในกล่องมีมาให้แค่ตัวเรือน ฐานที่ชาร์จแม่เหล็ก และคู่มือ ไม่มีสายสำรองมาให้นะครับรุ่นนี้


การใช้งานภายใน

ใช้ชิปเซ็ตค่อนข้างแรง ทดสอบใช้งานตอบสนองสัมผัสไวครับ ตอบรับการเข้าออกฟังก์ชั่นได้รวดเร็ว ตัวอักษรตัวใหญ่ชัดเจน อ่านง่าย รองรับภาษาไทยสมบูรณ์ ไม่มีสโตร์สำหรับการติดตั้งแอพเพิ่มได้เองแต่ใช้วิธีการรับอัพเดทจากตัวระบบผ่านแอพ realme Link โดยตรง

realme Watch S Pro ถูกออกแบบมาให้เป็นทั้งผู้ช่วยดูแลสุขภาพ ผู้ช่วยการออกกำลังกาย และยังเป็นผู้ช่วยให้กับการใช้งานสมาร์ทโฟนในแต่ละวันของผู้สวมใส่ด้วย การใช้งานและการควบคุมสมาร์ทโฟน จะสามารถใช้งานได้เมื่อทำการจับคู่กับสมาร์ทโฟนผ่านแอพ realme Link ซะก่อน (รองรับทั้งสมาร์ทโฟนระบบ Android และ iOS )

เมื่อเชื่อมต่อแล้วจะเปิดใช้งานฟีเจอร์ทั้งหมดได้ ทั้งใช้ในการอัพเดทซอฟท์แวร์ให้ตัวนาฬิกา เซ็ตตั้งค่าต่างๆ สำหรับรับการแจ้งเตือนจากตัวสมาร์ทโฟนมาแสดงยังตัวนาฬิกา


ภายในแอพเป็นเครื่องมือการแจ้งเตือนที่จะช่วยดูแลสุขภาพได้นะครับ เช่นตั้งค่าเตือนให้เราดื่มน้ำเป็นระยะๆ และการแจ้งเตือนให้เราลุกขึ้นยืนบ้างเวลาลืมตัวนั่งทำงานนานๆ


ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ คือ Always-On Display (AOD) เป็นหน้าจอนาฬิกาที่แสดงผลตลอดเวลา (ตั้งเวลาการทำงานได้ในการตั้งค่า) มันคือหน้าจอที่ทำให้ realme Watch S Pro เหมือนเป็นนาฬิกาข้อมูลปกติ บอกเวลาได้ตลอดโดยไม่ปิดหน้าจอลงไปแต่ประหยัดพลังงาน เห็นเวลาได้ชัดโดยไม่ต้องเปิดไฟหน้าจอ

สามารเปิดการวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะได้รับการแจ้งเตือนหากมีอัตราการเต้นของหัวใจที่สูงหรือต่ำเกินไปด้วยครับ และมีอัลกอริทึ่มสำหรับการวัดระดับออกซิเจนในเลือด ซึ่งออกซิเจนในเลือดสำคัญครับ มันเป็นตัวบ่งชี้สุขภาพร่างกาย หากออกซิเจนในเลือดต่ำเกินไปหมายความว่าเซลล์ในร่างกายไม่สามารถรับออกซิเจนได้เพียงพอ ซึ่งจะนำไปสู่อาการต่างๆ ได้ ทั้งด้านสุขภาพและความสวยงามของผิวพรรณ ^^

มันตรวจจับอัตโนมัติได้เยอะนะครับ การตรวจจับการนอน ไม่ว่าจะนอนตอนไหนมันก็ตรวจจับได้หมด และแยกคุณภาพการนอนให้เราทราบได้ละเอียดถึง 4 ระดับ ไม่ต้องเปิดฟังก์ชั่นอะไรก่อนนอนครับ มันจะตรวจจับจากพฤติกรรมของร่างกายเราได้เอง ว่ากำลังนอนหลับอยู่ ตรวจจับไว้ทั้งคุณภาพการนอน และอัตราการเต้นของหัวใจในขณะเราหลับ


โหมดกีฬาที่ใส่เข้ามาให้ สามารถเรียกใช้งานได้ทันทีจากปุ่มเฉพาะด้านล่าง มันรองรับโหมดกีฬา 15 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทถูกออกแบบโปรไฟล์เอาไว้ ว่าจะตรวจจับและบันทึกค่าอะไรไว้บ้าง

เช่น “การขี่จักรยานกลางแจ้ง” เมื่อเปิดโหมดนี้ ตัวนาฬิกาด็จะสามารถนับระยะทางความเร็ว อัตราการเต้นหัวใจ และคำนวนออกมาเป็นแคลอรี่ที่เผาผลาญไปทั้งหมด และมันสามารถบันทึกเส้นทางการขับขี่ของเราเอาไว้ได้โดยไม่ต้องพกสมาร์ทโฟนไปนะครับ เพราะตัวมันมี GPS ความแม่นยำสูงใส่อยู่ภายใน ทดสอบไปขี่จักรยานเล่น เก็บเส้นทางไว้แม่นเป๊ะครับ

รองรับการแจ้งเตือนที่ติดต่อเข้ามาเป็นภาษาไทยทั้งหมดครับ รวมถึงการแจ้งเตือนเวลามีคนโทรเข้า แต่ไม่สามารถคุยสายผ่านทางนาฬิกาได้นะครับ เป็นแค่การแจ้งเตือน และสามารถกดปิดเสียงเรียกเข้าหรือปฏิเสธสายได้ผ่านหน้าปัดนาฬิกาครับ

ภายในแอพ เราสามารถเปลี่ยนหน้าปัดนาฬิกาเป็นลายสวยๆ ลายอื่นได้นะครับ มีให้เป็น 100 แบบเลย




สามารถใช้รูปถ่ายจากในตัวสมาร์ทโฟน มาทำเป็นหน้าปัดนาฬิกาได้ด้วยนะครับ ^^

มีฟังก์ชั่นที่สามารถใช้งานกับสมาร์ทโฟนได้เยอะมาก สามารถควบคุมการเล่นเพลงได้ เปิดปิดเพลง ข้ามเพลง และปรับระดับเสียง แสดงชื่อเพลงที่กำลังเล่นบนสมาร์ทโฟนบนหน้าปัดนาฬิกาด้วยครับ

ใช้เป็นชัตเตอร์สั่งถ่ายภาพระยะไกลจากบนตัวนาฬิกา

ใช้กดค้นหาสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อ ให้สมาร์ทโฟนส่งเสียงบอกตำแหน่งว่าลืมวางไว้ตรงไหน

ภายในแอพพลิเคชั่น จะเป็นหน้ารวมสถิติ จัดเก็บข้อมูลส่วนตัว กราฟสภาพร่างกายที่นาฬิกาตรวจจับเอาไว้จากการสวมใส่ของเรา รวมถึงสถิติการออกกำลังกายด้วยครับ





ความสามรถต่างๆ จะถูกเพิ่มได้ในอนาคตเมื่อมีการอัปเดต OTA โดยผมทราบมาว่า realme Watch S Pro จะเพิ่มความสามารถในการเป็นศูนย์กลางสั่งงานอุปกรณ์ AIoT ของ realme ได้โดยตรงโดยไม่ต้องใช้สมาร์ทโฟน ฉะนั้นผมว่าในอนาคตยิ่งใช้งานกันสนุกมากขึ้นอีกแน่นอน

สรุปท้ายรีวิว

ราคาดีครับ ทำให้ทุกอย่างน่าใช้ หน้าจอแสดงผลภาพสวย ตัวเรือนดูหรู การทำงานลื่นไหลครับตอบสนองไว และแบตเตอรี่อึดใช้งานได้นานเป็นอาทิตย์ เป็นผู้ช่วยทั้งในการออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ และมีระบบที่ช่วยเหลือผู้ใช้สมาร์ทโฟน ใส่เซนเซอร์เกรดระดับโปรมาให้ มีความแม่นยำ จับตำแหน่งได้ด้วยตัวเอง

realme Watch S Pro เปิดราคามาแค่ 4,999 บาท ถือว่าถูกมากครับ และยังมีโปรโมชั่น Flash Sale ราคาพิเศษ 3,999 บาท ในวันที่ 11 16 และ 19 กุมภาพันธ์ ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ realme Official Store บน Lazada, Shopee และ Thisshop เท่านั้น

และจะพร้อมวางจำหน่ายพร้อมกันในทุกช่องทาง วันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ ที่ realme Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศครับ

ข่าว: รีวิว realme Watch S Pro สมาร์ทวอทช์อัจฉริยะ สวยมาก เซนเซอร์ระดับโปร แต่มาในราคาไม่ถึงห้าพัน มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2021/02/12/review-realme-watch-s-pro.html

realme เปิดตัวสินค้า AIoT เอาใจคนชอบของล้ำ ๆ ด้วย Watch S Pro, แปรงสีฟันไฟฟ้า และโคมไฟอัตโนมัติ

นอกจาก realme จะมีสินค้าประเภทสมาร์ทโฟนสเปคเด็ด ๆ ราคาโดน ๆ ออกมามากมายหลายรุ่นแล้ว ก็ยังมีสินค้าประเภท AIoT ล้ำ ๆ อีกด้วย โดยคราวนี้ realme ได้นำเอาอุปกรณ์ AIoT เข้ามาเปิดตัวในบ้านเราถึง 4 ชิ้นด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น realme Watch S Pro, แปรงสีฟันไฟฟ้า realme N1 และ M1 Sonic Electric Toothbrush ตบท้ายด้วยโคมไฟอัตโนมัติ realme Motion Activated Night Light ที่ต้องบอกเลยว่าแต่ละอย่างเนี่ย เจ๋งจริง ล้ำจริง!

สมาร์ทวอทช์ realme Watch S Pro

เริ่มต้นกันด้วยสมาร์ทวอทช์สุดเท่ ที่มีหน้าปัดวงกลม หน้าจอขนาด 1.39 นิ้ว ครอบด้วยกระจกกันรอย Gorilla Glass และเพิ่มความพรีเมี่ยมด้วยตัวเรือนที่ทำจากสเตนเลสสตีล

มากับฟีเจอร์สำหรับคนรักสุขภาพมากมายไม่ว่าจะเป็นเซ็นเซอร์ PPG ที่อยู่ด้านหลังตัวเรือนทำให้สมาร์ทวอทช์ตัวนี้สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้อย่างแม่นยำ และยังสามารถวัดระดับออกซิเจนในเลือดหรือ SpO2 ได้อีกด้วย

นอกจากนี้ก็ยังมีโหมดกีฬา (Sport Mode) ให้เลือกประเภทของการออกกำลังกายได้สูงสุดถึง 15 ชนิด อาทิ วิ่ง, เดิน, ขี่จักรยาน, ว่ายน้ำ, บาสเกตบอล, โยคะ เป็นต้น ซึ่งในโหมดนี้จะมีการทำงานร่วมกับระบบ Dual-Satellite GPS ที่มีความแม่นยำสูง พร้อมวัดระยะทางไปในตัว เมื่อออกกำลังกายเสร็จ ก็สามารถซิงกับสมาร์ทโฟนเพื่อดูข้อมูลในได้แอปเลย

realme Watch S Pro จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไปในราคา 4,999 บาท และจะมีโปรโมชั่น Flash Sale ในวันที่ 11, 16 และ 19 กุมภาพันธ์ 2564 เหลือเพียง 3,999 บาท เท่านั้น

 

แปรงสีฟันไฟฟ้า realme N1 / M1 Sonic Electric Toothbrush

realme M1 Sonic Electric Toothbrush

ต่อด้วยแปรงสีฟันไฟฟ้าที่จะช่วยให้การดูแลรักษาสุขภาพฟันของเราทำได้ง่ายขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยแปรงสีฟันไฟฟ้ารุ่น realme M1 Sonic Electric Toothbrush ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าโซนิคความถี่สูง ที่สั่นมากถึง 34,000 ครั้งต่อนาที, ขนแปรง Dupont ที่ช่วยขจัดแบคทีเรียได้มากถึง 99.99% แต่มีขนแปรงที่นุ่มไม่ทำร้ายเหงือก

มากับโหมดทำความสะอาดถึง 4 โหมด ทั้ง Soft Mode สำหรับการแปรงแบบถนอมเหงือก, White Mode เพื่อฟันที่ขาวขึ้น และช่วยเคลือบฟันไปในตัว, Polish Mode เพื่อขจัดคราบฟัน และสุดท้ายคือ Last Memory เพื่อเปิดโหมดใช้งานล่าสุดจะได้ไม่ต้องมาเลือกใหม่

realme M1 Sonic Electric Toothbrush วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไปในราคา 1,499 บาท และจะมีโปรโมชั่น Flash Sale วันที่ 11, 16, 19 กุมภาพันธ์ 2564 เหลือเพียง 999 บาท เท่านั้น

 

realme N1 Sonic Electric Toothbrush

ต่อด้วยรุ่นน้อง realme N1 Sonic Electric Toothbrush ที่ราคาย่อมเยากว่าแต่ก็ยังมีฟีเจอร์หลากหลายให้มา ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าโซนิคความถี่สูง 20,000 ครั้ง / นาที, ขนแปรง Dupont, โหมดทำความสะอาด 3 โหมด Soft Mode, White Mode และ Polish Mode พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 800 mAh ที่ใช้งานได้ยาว ๆ ถึง 130 วัน

realme N1 Sonic Electric Toothbrush วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไปในราคา 699 บาท และจะมีโปรโมชั่น Flash Sale วันที่ 11, 16, 19 กุมภาพันธ์ 2564 เหลือเพียง 599 บาท เท่านั้น

 

โคมไฟอัตโนมัติ realme Motion Activated Night Light

สุดท้ายกับ realme Motion Activated Night Light โคมไฟเปิด-ปิด อัตโนมัติโดยจะใช้เซ็นเซอร์ในการตรวจจับการเคลื่อนไหวของมนุษย์ (Human Motion Detection) ที่สามารถเปิดไฟได้เองเมื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวได้ภายในระยะ 6 เมตร มุมกว้าง 120° และจะดับลงหลังจากไม่มีการเคลื่อนไหวเป็นเวลา 15 วินาที

มีให้เลือกใช้ 2 โหมด คือ โหมดไฟระดับต่ำ ที่ให้แสงนุ่มนวลอบอุ่นเหมาะสำหรับการตื่นนอนแบบไม่แสบตา และ โหมดไฟระดับสูง เหมาะสำหรับการให้แสงสว่างในที่มืดและทำให้สว่างบริเวณรอบ ๆ เหมาะสำหรับติดตามทางเดินในบ้านเพื่อส่องแสงเวลาเดินเข้าห้องน้ำเป็นต้น โคมไฟนี้ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ AAA จำนวน 3 ก้อน ซึ่งอยู่ได้นานถึง 365 วันเลยทีเดียว

realme Motion Activated Night Light วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไปในราคา 399 บาท และจะมีโปรโมชั่น Flash Sale วันที่ 11, 16, 19 กุมภาพันธ์ 2564 เหลือเพียง 299 บาท เท่านั้น

ใครที่สนใจสินค้าตัวไหนก็กาปฏิทินรอวันวางจำหน่ายเอาไว้ได้เลย โดยเฉพาะวันที่จัดโปร Flash Sale ก็ยิ่งได้ของดีในราคาถูกมากขึ้นไปอีก…สินค้าทั้งหมดสามารถหาซื้อได้จาก realme Brand Shop และร้านค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ รวมถึงร้านค้าออนไลน์ด้วยครับ

from:https://droidsans.com/realme-iot-watch-s-pro-electric-toothbrush-night-light/

Unbox : พรีวิวแกะกล่อง realme Watch S Pro สมาร์ทวอทช์สำหรับมือโปรอย่างมีสไตล์

หลังจากที่ realme ได้เปิดตัวสมาร์ทวอทช์รุ่นแรกในชื่อ realme Watch ไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2020 ตามมาด้วย realme Watch S สมาร์ทวอทข์รุ่นที่ 2 ในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน ล่าสุดได้ส่ง realme Watch S Pro สมาร์ทวอทข์รุ่นใหม่ล่าสุดออกมาเสริมทัพผลิตภัณฑ์ AIoT โดยที่มาพร้อมสโลแกน “มือโปรอย่างมีสไตล์”

สำหรับ realme Watch S Pro ถือเป็นสมาร์ทวอทช์ที่ได้รับการอัปเกรดใหม่จาก realme Watch S ไม่ว่าหน้าปัดทรงกลมที่มีขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมความละเอียดเพิ่มขึ้น รวมถึงแบตเตอรี่ที่มีความจุเพิ่มขึ้น ใช้ได้ต่อเนื่องนานถึง 2 สัปดาห์ โดยยังคงดีไซน์พรีเมี่ยม และอัดแน่นด้วยฟีเจอร์การใช้งานต่างๆ อย่างครบครัน ซึ่งก่อนจะชมรีวิวเต็ม ไปชมพรีวิวแกะกล่องของ realme Watch S Pro กันก่อนครับ

realme Watch S Pro

สเปก realme Watch S Pro

ลักษณะ สี: ดำ ไซส์: 257.6*46*11.1 มม. (รวมสายนาฬิกา) น้ำหนัก: 63.5 ก. (รวมสายนาฬิกา)
สายนาฬิกา ประเภท: สายนาฬิกาแบบถอดได้ ความกว้าง: 22 มม. ความยาว: 152-223 มม.
หน้าจอ ขนาดหน้าจอ: 3.5cm (1.39 นิ้ว) ความละเอียด: 454*454 PPI: 326
แบตเตอรี่ แบตเตอรี่: 420mAh ระยะเวลาการทำงานตามทฤษฎี: 14 วัน
เซ็นเซอร์ เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการเคลื่อนไหว เซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุน เซ็นเซอร์ตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจ เซ็นเซอร์ตรวจจับการสวมใส่
การเชื่อมต่อ บลูทูธ 5.0 ทำงานร่วมกับ realme Link รองรับ Android 5.0+ รองรับ iOS 9.0+
โหมดกีฬา วิ่งกลางแจ้ง, วิ่งในร่ม, เดินกลางแจ้ง, เดินในร่ม, ขี่จักรยานกลางแจ้ง, ปั่นจักรยานในร่ม, เดินเขา, ว่ายน้ำ, บาสเกตบอล, โยคะ, เครื่องออกกำลังกายกรรเชียงบก, เครื่องเดินวงรี, คริกเก็ต, ฝึกฝนกล้ามเนื้อ, ออกกำลังกายอิสระ
โหมดสุขภาพ ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ 24 ชม., ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบปกติ, ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกาย, แจ้งเตือนอัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ, วัดระดับออกซิเจนในเลือด, รายงานการตรวจสถานะการนอน, นับจำนวนก้าวเดินต่อวัน, นับแคลอรี่, นับระยะทาง, แจ้งเตือนให้ดื่มน้ำ, แจ้งเตือนให้ขยับร่างกาย, บันทึกกิจกรรม
โหมดสุขภาพ ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ 24 ชม., ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบปกติ, ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกาย, แจ้งเตือนอัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ, วัดระดับออกซิเจนในเลือด, รายงานการตรวจสถานะการนอน, นับจำนวนก้าวเดินต่อวัน, นับแคลอรี่, นับระยะทาง, แจ้งเตือนให้ดื่มน้ำ, แจ้งเตือนให้ขยับร่างกาย, บันทึกกิจกรรม
ฟังก์ชันอื่น ๆ ควบคุมเพลง, ควบคุมกล้อง, ค้นหาโทรศัพท์ของฉัน, การทำสมาธิ, 12/24 ชม., นาฬิกาจับเวลา, นาฬิกา, พยากรณ์อากาศ, แสดงวันที่, การโทร, Cloud Multi-Dial(OTA), ปรับแต่งหน้าปัด, การอัพเกรด OTA, UI Interface หลากภาษา, ฟอนต์ภาษาอื่นๆ(OTA), ความจุข้อมูล, ข้อมูลตลอดวัน, ตรวจจับการเคลื่อนไหวอัตโนมัติ (การวิ่ง/การเดิน), แจ้งเตือนสายเข้า, แจ้งเตือนข้อความเข้า, การแจ้งเตือน, การแจ้งเตือนเป้าหมายก้าวเดิน, การแจ้งเตือนยืนยันการเชื่อมต่อ, การแจ้งเตือนแบตเตอรี่ต่ำ, ปรับระดับความสว่างหน้าจอ, ปรับระดับการสั่น, เซ็นเซอร์ตรวจจับการสวมใส่, ยกข้อมือขึ้นเพื่อปลุกหน้าจอ, โหมดประหยัดพลังงาน, โหมดห้ามรบกวน, การตั้งค่าแบบรวดเร็ว
ราคา X,XXX บาท

อุปกรณ์ภายในกล่อง

กล่องแพ็คเกจจิ้งของ realme Watch S Pro เป็นกล่องกระดาษแข็งสีเหลือง รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ด้านหน้ากล่องมาพร้อมรูปของสมาร์ทวอร์ช และชื่อรุ่น realme Watch S Pro

ส่วนด้านหลังกล่องมาพร้อมไอคอนสเปกเด่น realme Watch S Pro โดยมี 6 จุดเด่นด้วยกันได้แก่ ขนาดหน้าจอ, การวัดระดับออกซิเจนในเลือด และวัดอัตราการเต้นของหัวใจ, รองรับระบบ GPS และ Path Tracking, กันน้ำลึก 50 เมตร, แบตเตอรี่ที่ใช้งานยาวนาน และโหมดกีฬา 15 โหมด พร้อมข้อมูลของผู้ผลิต

เมื่อเปิดกล่องออกมาจะพบกับอุปกรณ์ดังนี้

  • ตัวเรือน realme Watch S Pro พร้อมสาย
  • แท่นชาร์จแบบแม่เหล็ก
  • คู่มือการใช้งาน และใบรับประกัน

รูปลักษณ์ดีไซน์

ตัวเรือนของ realme Watch S Pro มาพร้อมหน้าปัดทรงกลม ใช้วัสดุที่ทำมาจากสแตนเลสสตีล SUS316L ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลาย และมีความทนทาน โดยพื้นผิวถูกขัดเงาที่ด้านหน้า ขัดด้านที่ด้านข้าง และปิดท้ายด้วยการเคลือบแบบ PVD+AF เพื่อให้เกิดเอฟเฟกต์ภาพระดับพรีเมียม

ส่วนสวยนาฬิกามีให้เลือกถึง 3 แบบ ได้แก่ สายทำจากซิลิโคน (สีน้ำเงิน/สีเขียว/สีส้ม), สายทำจากหนังวีแกน (สีน้ำเงิน/สีเขียว/สีน้ำตาล) และสายทำจากแสตนเลสสตีล (สีดำ) ซึ่งทาง MobileOcta ได้สายซิลิโคน (สีดำ) มารีวิวครับ

หน้าจอแสดงผลแบบสัมผัส ความละเอียด 454 × 454 พิกเซล ขนาด 1.39 นิ้ว ความหนาแน่นของพิกเซล 336 ppi ให้คุณภาพหน้าจอที่สดใสเสมือนจริง รวมถึงให้ความสว่างสูงสุด 450 nits ปรับระดับความสว่างได้ 5 ระดับ สามารถมองเห็นได้ชัดเจนแม้ในที่แสงน้อย กับค่าความคมชัดสูงถึง 100,000:1 ให้ภาพคมชัดระดับพรีเมียมในทุกวัน และครอบทับด้วยกระจกกันรอย 2.5D Corning Gorilla Glass พร้อมกับกรอบทรงกลม ตอบสนองการสัมผัสอย่างลื่นไหล สะดวกสบาย

ด้านขวาข้างตัวเรือน มีปุ่มกด 2 ปุ่มด้วยกัน โดยด้านบนเป็นปุ่มสำหรับเข้าเมนู/ย้อนกลับ ส่วนด้านล่างจะเข้าสู่โหมดการออกกำลังกายต่างๆ ซึ่งทำงานควบคู่กับการสั่งงานผ่านหน้าจอ

ส่วนด้านหลังติดตั้งเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ กับเซ็นเซอร์ SpO2 สำหรับการวัดระดับออกซิเจนในเลือด และมีขั้วแม่เหล็กสำหรับแนบติดกับอุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่ 

ทั้งนี้ ในส่วนของคุณสมบัติการใช้งานต่างๆ และการเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน รวมถึงราคา และวันวางจำหน่ายของ realme Watch S Pro สามารถติดตามได้ในรีวิวฉบับเต็มเร็วๆ นี้ครับ

from:https://www.mobileocta.com/unbox-realme-watch-s-pro/?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=unbox-realme-watch-s-pro

พรีวิว realme Watch S Pro ยกระดับ เข้าขั้นพรีเมี่ยม สวยงามมีสไตล์ หน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่สวยสะดุดตา!

พรีเมี่ยมกว่าเดิมเยอะเลยครับ realme Watch S Pro ยกระดับงานผลิต ใช้วัสดุเกรดดี และให้หน้าจอคุณภาพสูง เป็นจอ AMOLED ขนาดใหญ่ ที่ให้ภาพบนหน้าจอคมชัดและสีสด เหมือนสมาร์ทวอทช์เรือนแพงๆ เลยครับ

หลังจากเมื่อปีก่อน ทาง realme ได้เปิดตัวอุปกรณ์สมาร์ทชุดใหญ่ออกมา ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ realme Watch S นาฬิกาอัจฉริยะที่เน้นราคาคุ้มค่าออกมาแล้ว ในต้นปีนี้ ก็ได้ปล่อยรุ่นพรีเมี่ยมที่ยกระดับความหรูมากขึ้นในทุกด้าน นั้นคือ realme Watch S Pro ในสโลแกน มือโปรอย่างมีสไตล์

ใช้หน้าจอสัมผัส AMOLED ขนาดใหญ่เห็นชัด 1.39 นิ้ว ความละเอียดจอ 454×454 พิกเซล หรือคิดเป็น 326 PPI ให้ความสว่างหน้าจอระดับ 450 nits ค่าคอนทราส 100,000:1 คุณภาพหน้าจอระดับเดียวกับสมาร์ทโฟนจอสวยๆ สดใส ภาพเสมือนจริง แค่ภาพก็คมชัดระดับพรีเมียมแล้วครับ




 

ใช้กระจกกันรอยขีดข่วน Corning Gorilla Glass 2.5D ใช้ชิปเซ็ตคู่ทรงพลัง ทดสอบเบื้องต้นกับการตอบสนองสัมผัส ตอบรับรวดเร็วและสลับหน้าจอเรียกใช้งานลื่นไหลสุดๆ มีประสิทธิภาพสูง ตัวอักษรตัวใหญ่ชัดเจนอ่านง่าย

มาตรฐานการผลิตกันน้ำระดับ 5ATM ป้องกันแรงดันน้ำที่ 50 เมตร ใส่เล่นกีฬาทางน้ำได้เลยเต็มที่ไม่ต้องถอด ตัวเรือนใช้วัสดุสแตนเลสสตีล SUS316L ซึ่งมีความทนทานสูง สลักเส้นเวลาบนบาเซลชัดเจน พื้นผิวด้านหน้าถูกขัดเงา แต่พื้นผิวด้านข้างตัวเรือนใช้การขัดให้ดูด้าน เคลือบผิวไว้ด้วยเทคนิค PVD+AF เพื่อให้เกิดเอฟเฟกต์วิบวับสวยงาม เป็นตัวเลขสีเงินตัดกับขอบตัวเรือนสีดำ แค่งานผลิตตัวเครื่องก็ดูหรูแล้วครับ

สายนาฬิกาที่มีเข้ามาจำหน่ายในไทย จะมีให้เลือก 3 แบบ ได้แก่ ซิลิโคน (สีน้ำเงิน/สีเขียว/สีส้ม), สายหนังวีแกน (สีน้ำเงิน/สีเขียว/สีน้ำตาล) และแสตนเลสสตีล (สีดำ) ซึ่งเป็นรุ่นที่เห็นในพรีวิวนี้ครับ

ด้านหลังอัพเกรดใช้เซนเซอร์สี่ตัว เป็น PPG (Photoplethysmography) ใช้สำหรับการวัดการเต้นหัวใจ รองรับฐานชาร์จแม่เหล็ก จะบอกว่าสวยงามยันฐานชาร์จครับ ใส่ความเป็น “R” หรือ realme มาเต็มพิกัด รุ่นนี้รองรับการชาร์จไวด้วย สามารถชาร์จเต็ม 100 % ภายในเวลา 2 ชั่วโมง และเป็นระบบที่ใช้พลังงานน้อยมาก ชาร์จเต็ม 100% ใช้งานได้เกือบสองอาทิตย์กันได้เลยครับ


อุปกรณ์ภายในกล่องมีมาให้แค่นั้นครับ ตัวเรือน ฐานที่ชาร์จแม่เหล็ก และคู่มือ เชื่อว่ารุ่นนี้เปิดมาราคาดีอีกแน่นอน ก็รอติดตามการเปิดตัวและราคาอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้นะครับ เราจะเอาข้อมูลและรีวิวเต็มๆ มาฝากกันให้อ่านกันแน่นอน

ก็เป็นสมาร์ทวอทช์ที่ออกแบบมาเผื่อการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกายในตัวด้วยนะครับ มันมีเซนเซอร์ตรวจจับชีพจรหัวใจ และระบบที่คำนวนระดับออกซิเจนในเลือดได้ พร้อมการใส่ Dual-Satellite GPS ความแม่นยำสูง ทำให้จับพิกัดและการเคลื่อนที่ขณะสวมใส่ได้ถูกต้องแม่นยำอย่างมาก

รองรับโหมดเล่นกีฬาได้มาก 15 ชนิด เรียกใช้งานได้จากบนตัวนาฬิกาเลยครับ

 

การใช้งานและการควบคุมอัจฉริยะอื่นๆ เพิ่มเติมจะสามารถใช้งานได้ เมื่อจับคู่กับสมาร์ทโฟนผ่านแอพ realme Link รองรับทั้งสมาร์ทโฟนระบบ Android และ iOS เมื่อเชื่อมต่อแล้วจะเปิดใช้งานฟีเจอร์ทั้งหมดได้ ใช้รับการแจ้งเตือนจากตัวสมาร์ทโฟน ใช้ควบคุมการเล่นเพลง และใช้เป็นชัตเตอร์สั่งถ่ายภาพได้จากบนตัวนาฬิกาเป็นต้น

จากที่แอบเข้าไปดูในหน้าแอพ realme Link ปัจจุบันมีหน้าปัดนาฬิกาสวยๆ ให้เลือกใช้รอไว้เยอะมากแล้ว คร่าวๆ น่าจะมากกว่า 100 แบบ พร้อมใช้ภาพถ่ายในเครื่องนำมาเป็นหน้าปัดนาฬิกาได้ด้วยครับ


และผมจะแอบบอกว่า ในอนาคตเมื่อมีการอัปเดต OTA ที่จะเพิ่มความสามารถในการกับอุปกรณ์ AIoT ตัวอื่นๆ ได้หลากหลายเครื่องจากระยะไกล เพื่อให้ใช้งานอุปกรณ์ AIoT ในระบบนิเวศน์ของ realme ได้ง่ายขึ้นเพราะไม่ต้องเปิดสมาร์ทโฟน เป็นกลยุทธ์สำคัญของ realme AIoT ที่จะใช้ realme Watch Pro เป็นอุปกรณ์ศูนย์กลางของระบบครับ




ฉะนั้นผมว่ารุ่นนี้ใช้งานสนุกแน่นอน หน้าปัดสวย ตัวเรือนหรู การทำงานลื่นไหล แบตเตอรี่อึด มีระบบที่ช่วยเหลือผู้ใช้สมาร์ทโฟนและดูแลสุขภาพสำหรับคนชอบออกกำลังกายและเล่นกีฬา เซนเซอร์เกรดระดับโปรเพียบเลย และที่สำคัญคาดว่าทาง realme ประกาศราคาออกมาก็น่าจะประทับใจวัยรุ่นอีกเช่นเดิมครับ

ก็รอรีวิวเต็มๆ ของ realme Watch S Pro ได้ทาง APPDISQUS เร็วๆ นี้นะครับ ไม่นานเกินรอแน่นอน ^^ โดยทาง realme จะเปิดตัวคู่กันกับ realme M1 Sonic Electric Toothbrush แปรงสีฟันไฟฟ้าด้วยครับ เรียกได้ว่าปีนี้สนุกแน่กับอุปกรณ์สมาร์ทๆ จากแบรนด์วัยรุ่นแบรนนี้ครับ

ข่าว: พรีวิว realme Watch S Pro ยกระดับ เข้าขั้นพรีเมี่ยม สวยงามมีสไตล์ หน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่สวยสะดุดตา! มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2021/02/04/preview-realme-watch-s-pro.html

นาฬิกา Smart Watch ช่วยเฝ้าระวังโควิด-19 ได้ด้วยฟีเจอร์วัดระดับออกซิเจน SpO2

Smart Watch หรือ Smart Band ทุกวันนี้ต้องบอกว่ามีการใส่เซนเซอร์เข้ามาให้มากมาย เห็นเรือนเล็กๆ แต่ตรวจวัดค่าต่างๆ ได้หลายอย่าง ซึ่งหนึ่งในฟีเจอร์ที่หลายคนอาจมองข้าม หรือใช้เพียงแค่ตรวจสอบคุณภาพการนอน อย่างเซนเซอร์วัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2) วันนี้น่าจะเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น เมื่อออกซิเจนในเลือดที่ลดลง อาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อ COVID-19 ก็เป็นได้

เหตุผลที่เป็นเช่นนั้น เริ่มต้นจากเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2564 มีรายงานพบผู้ป่วย COVID-19 ที่ตรวจพบออกซิเจนในเลือดต่ำโดยไม่ได้มีอาการแสดงใด ๆ ที่บ่งบอกถึงภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำเลย ทั้งที่โดยปกติร่างกายเราจะต้องตอบสนองด้วยการหายใจที่บ่อยขึ้น ยาวขึ้น เพื่อรักษาระดับออกซิเจนในร่างกายไปแล้ว ซึ่งมีการเรียกภาวะนี้ว่า Silent hypoxia หรือ Happy hypoxia1

Happy Hypoxia อาการร้ายแรงจากโควิดที่มาแบบเงียบ ๆ

Happy hypoxia ส่งผลอย่างไรต่อร่างกาย? ปกติแล้วเมื่อออกซิเจนในร่างกายลดลงจนถึงจุด ๆ หนึ่ง จะเกิดการกระตุ้นส่วนที่เรียกว่า Carotid body ซึ่งอยู่ใกล้กับหลอดเลือดแดงใหญ่บริเวณคอ การกระตุ้นนี้จะส่งผลให้ร่างกายตอบสนองด้วยอาการ “หิวอากาศหายใจ” คือผู้ป่วยจะมีอากาศหายใจเร็ว และรู้สึกหายใจไม่อิ่ม (Dyspnea) ซึ่งอาการเหล่านี้จะพบได้ในผู้ป่วยโรคปอดบวม หรือผู้ป่วยที่มีภาวะทางเดินหายใจล้มเหลว และที่สำคัญคือมันน่าจะเจอในผู้ป่วย COVID-19 ด้วย 

และปัญหามันก็อยู่ตรงที่ว่าผู้ป่วย COVID-19 บางรายอาจจะไม่แสดงอาการหิวอากาศหายใจเลย แถมยังใช้ชีวิตได้ไม่ต่างจากคนปกติเสียด้วยซ้ำ จนกระทั่งระดับออกซิเจนในเลือดลดต่ำลงมากจนร่างกายไม่สามารถทนได้แล้ว ค่อยแสดงอาการออกมาอย่างชัดเจน และอาการเหล่านั้นยังมีความรุนแรงจนอาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้เลยทีเดียว

ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบว่าเหตุใดผู้ป่วย COVID-19 จึงไม่แสดงอาการของภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ แต่ก็มีหลักฐานมากพอที่บ่งชี้ว่าการติดเชื้อโคโรนาไวรัส มีส่วนทำให้ Carotid body ทำงานผิดเพี้ยน และไม่เกิดการตอบสนองต่อระดับออกซิเจนในเลือดที่ลดลง

เซนเซอร์ SpO2 ในนาฬิกาช่วยเฝ้าระวังโควิดได้

กลับมาที่ประเด็นของเรากันนะครับ เหตุใด Smart Watch หรือ Smart Band ที่มาพร้อมฟีเจอร์วัดปริมาณออกซิเจนในเลือด  จึงมีประโยชน์ในช่วงการระบาดของ COVID-19 ?? 

จากความเสี่ยงในการเกิดภาวะ Happy hypoxia ของผู้ป่วย COVID-19 ที่ผมกล่าวไว้ข้างต้น ทำให้ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือผู้ติดเชื้อ สามารถเฝ้าระวังความรุนแรงของโรคได้จากระดับออกซิเจนในเลือด ด้วยเซนเซอร์ SpO2 ใน Smart Watch หรือ Smart Band อย่างน้อยมันก็ช่วยเตือนให้คุณไปตรวจเช็คซ้ำกับแพทย์ในโรงพยาบาล เพื่อดำเนินการตรวจหาเชื้อได้อย่างทันท่วงที 

นอกจากนี้ เนื่องจากการวัดอุณหภูมิร่างกาย (วัดไข้) อาจจะไม่สามารถบ่งบอกถึงการติดเชื้อได้ เพราะเครื่องวัดอุณหภูมิมีความคลาดเคลื่อนได้จากหลายปัจจัย (เช่น อุณหภูมิในสิ่งแวดล้อมรบกวนการตรวจ) หรือผู้ป่วยอาจจะไม่มีไข้เลยก็ได้ ทำให้การวัดอุณหภูมิร่างกายคงไม่เพียงพอต่อการคัดกรอง 

จากรายงานของหน่วยบริการสุขภาพแห่งชาติในประเทศอังกฤษ2 จึงเพิ่มวิธีการคัดกรองโดยใช้เซนเซอร์ SpO2 วัดระดับออกซิเจนในเลือด และยังแนะนำให้ประชาชนซื้อติดไว้คอยคัดกรองบุคคลในครอบครัวที่มีความเสี่ยงต่อการเชื้อ COVID-19 ด้วย หากระดับออกซิเจนในเลือดเริ่มลดลงเรื่อย ๆ ให้สงสัยว่าคน ๆ นั้นอาจติดโคโรนาไวรัส จำเป็นต้องส่งตรวจเพิ่มเติมและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด (แม้เขาจะไม่แสดงอาการป่วยใด ๆ ออกมาเลย)

การทำงานของเซนเซอร์ SpO2

การทำงานของเซนเซอร์วัดออกซิเจนในเลือด ใน Smart Watch และ Smart Band จะใช้หลักการสะท้อนของแสง หากสังเกตดี ๆ เซนเซอร์จะปล่อยแสงสีแดง (บางแบรนด์ใช้สีเขียว) พร้อมคลื่นอินฟราเรดที่ตามนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ออกมาพร้อมกัน แสงสีแดงจะทะลุผ่านเฉพาะเม็ดเลือดแดงที่มีออกซิเจนมาก ในขณะที่คลื่นอินฟราเรดจะทะลุผ่านเฉพาะเม็ดเลือดแดงที่มีออกซิเจนน้อย3 


image credit : GARMIN : Pulse Ox

ดังนั้น การประเมินระดับออกซิเจนในร่างกาย จะดูจากปริมาณแสงสีแดงที่สะท้อนกลับสู่อุปกรณ์ของคุณนั่นเอง ซึ่งอุปกรณ์วัดระดับออกซิเจนปลายนิ้วที่นิยมใช้กันในโรงพยาบาล ก็อาศัยหลักการสะท้อนของแสงเช่นเดียวกันครับ

ตัวอย่าง Smart Watch และ Smart Band ที่มีฟีเจอร์วัดระดับออกซิเจนในเลือด

สำหรับ Smart Watch และ Smart Band ที่มาพร้อมฟีเจอร์วัดระดับออกซิเจนในเลือดมีอยู่หลากแบรนด์หลายรุ่น ซึ่งผมขอยกตัวอย่างในแต่ละแบรนด์ ดังนี้

Apple

  • Apple Watch Series 6

Huawei

  • Huawei Honor Band 5 SpO2
  • Huawei Watch Fit 2020
  • Huawei GT2 Pro/GT2e

Garmin

  • Garmin Forerunner
  • Garmin Vivoactive 4

Fitbit

  • Fitbit Versa 3
  • Fitbit Sense

Xiaomi

  • Mi Band 5
  • Mi Watch

Samsung

  • Samsung Galaxy Watch3

 

SpO2 นับว่าเป็นฟีเจอร์ที่มีประโยชน์อย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว โดยเฉพาะในสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 ถึงกระนั้น การป้องกันก็ดีกว่าการตามแก้ไขนะ ยังไงเพื่อน ๆ ก็อย่าลืมสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งก่อนออกจากบ้านกันด้วยนะครับ

 

ที่มา

  • 1 Study explains fluctuation in blood oxygenation levels in COVID-19 patients | Aninews
  • 2 Covid-19: Patients to use pulse oximetry at home to spot deterioration | BMJ
  • 3 Pulse Ox Pulse Oximetry Functionality | Garmin

 

 

from:https://droidsans.com/smart-watch-spo2-detects-covid/

รีวิว Mi Watch จอสวย ราคาเบาๆ สมาร์ทวอทช์จอใหญ่ในราคาแค่ 3,490 บาท

Xiaomi เปิดตัวนาฬิกาอัจฉริยะ Mi Watch ออกมาอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เป็นสมาร์ทวอทช์ราคาเบา เพียง 3,490 บาท โดยวางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะบนแพลตฟอร์ม JD Centra เท่านั้น

ซึ่งในบทความนี้ผมจะมาพามารู้จัก Mi Watch กันครับ และต้องบอกว่าความสามารถค่อนข้างครบถ้วนเลย โดยเฉพาะโหมดการออกกำลังกายที่มีมาให้ถึง 117 โหมด

หน้าจอใช้เป็นทรงกลมค่อนข้างใหญ่ ขนาด 1.39 นิ้ว ใช้จอชนิด AMOLED display ความละเอียดภาพ 454 x 454 พิกเซล ภาพบนหน้าจอจึงสวย สีสด และใช้งานสู้แสงแดดได้ เพราะมาพร้อมความสว่างหน้าจอสูงถึง 450 nits หน้าปัดทนต่อรอยขีดข่วนได้พอประมาณเพราะหน้าปัดทำด้วยกระจก 2.5D tempered glass พร้อมเคลือบสารป้องกันการเกิดรอยนิ้วมือ เวลาใช้งานหน้าจอจะมัวน้อยมากครับ ไม่ต้องคอยเช็ด




 

ตัวเรือนน้ำหนักเบา เบามากแค่ 32 กรัม เน้นใส่ใช้งานกันได้ตลอดไม่ต้องถอด แม้เวลานอนหรือจะอาบน้ำ เพราะสามารถกันน้ำระดับ 5ATM ในความลึกถึง 50 เมตร  ใส่อาบน้ำหรือเล่นกีฬาทางน้ำได้เลย 

ใช้การเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.0 BLE พร้อมใช้ได้ไม่จำกัดแบรนด์ไม่จำกัดยี่ห้อ แค่เป็นสมาร์ทโฟนในระบบปฏิบัติการ Android 4.4 ขึ้นไป รวมถึง iOS 10.0 ขึ้นไป ก็สามารถใช้งานได้แล้วครับ ผ่านการเชื่อมต่อจากแอพพลิเคชั่น Xiaomi Wear

การสั่งงานต่างๆ บนตัวเรือน จะใช้การสไลด์หน้าจอและการทัชเลือก สไลด์ขึ้นเพื่อเข้าการตั้งค่า สไลด์ลงเพื่อดูการแจ้งเตือน สไลด์ไปซ้ายหรือขวาเพื่อดู Widget ต่างๆ เช่นสุขภาพ การนอน การเดิน ความเครียด อัตราการเต้นของหัวใจ และระดับออกซิเจนในเลือดครับ เจ้าตัวนี่มีการใส่อัลกอริทึมสำหรับการตรวจจับออกซิเจนในเลือกและ VO2 Max ในการออกกำลังกายมาด้วย




มีสองปุ่มควบคุม สำหรับปุ่มโฮมกดเพื่อกลับหน้าแรกหรือเข้าหน้ารายการแอพพลิเคชั่นภายในเครื่อง อีกหนึ่งปุ่มเพื่อการเข้าหน้าเลือกใช้งานโหมดออกกำลังกายโดยเฉพาะ แต่ในปุ่มออกกำลังกายเราสามารถระบุชัดไปเลยได้ ว่าต้องการเป็นปุ่มลัดเพื่อเรียกการออกกำลังชนิดใดครับ เพื่อการประหยัดเวลา เพราะว่าในซอฟท์แวร์ของตัวนาฬิกาล่าสุด มันรองรับการออกกำลังกายมากถึง 117 โหมดเลยครับ




Mi Watch ใช้การชาร์จแบบแท่นชาร์จเฉพาะของตัวมันเอง เป็นขั้วรับไฟสองจุดใต้ตัวเรือน แบตเตอรี่ภายในเป็น LiPo 420mAh แต่ไม่ต้องชาร์จกันบ่อยนะครับ เพราะแบตมันอึดมาก สามารถใช้งานได้ยาวเลย ที่ผมลองใช้งานประมาณ 10 วัน แบตเตอรี่ยังเหลือเกินกว่า 30% เลยครับ


มีการทำงานแบบอัตโนมัติ โดยอาศัยเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวของร่างกายเช่นวัดอัตราการเต้นของหัวใจผ่าน PPG Heart rate sensor เพื่อดูชีพจรของเราตลอด 24 ชั่วโมงและนำมาวิเคราะห์ระดับออกซิเจนในเลือดได้ จับจำนวนก้าวการเดิน การวิ่ง การนั่ง และการยืน มันจะคอยเตือนในเราขยับร่างกาย และวิเคราะห์หาค่าพลังงานที่เราใช้ในแค่ละวัน

ถ้าสวมใส่ไว้ในขณะนอน ก็จะวัดค่าการนอนได้ละเอียด 4 ระดับ นำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ระดับความเครียดของร่างกาย ทั้งหมดที่ว่าสามารถทำงานได้อัตโนมัติแค่สวมใส่ไว้เท่านั้นครับ เราไม่ต้องทำอะไร และข้อมูลทั้งหมดจะถูกจัดเก็บไว้เป็นกราฟสถิติร่างกายของเราในแอพพลิเคชั่น Xiaomi Wear ให้เราดูย้อนหลังได้ด้วยครับ




เครี่องมือในตัวนาฬิกาก็มีการใส่มาเยอะครับ เช่นเครื่องมือด้านสุขภาพ เป็นตัวช่วยกำหนดการหายใจเพื่อคลายความเครียด รวมไปถึงการที่มันมีการใส่ GPS ไว้ในตัว ทำให้เราสามารถใช้งาน GPS ร่วมกับโหมดออกกำลังกายในตัวนาฬิกาได้โดยตรงครับ กำหนดรูปแบบการออกกำลังกายและเป้าหมาย ตัวโหมดที่ออกแบบมาให้ จะทำการจัดเก็บข้อมูลที่สำคัญสำหรับกิจกรรมการออกกำลังกายนั้นเอาไว้ให้ในทันที เช่นโหมดการเดิน ก็จะใช้ GPS ในการระบุระยะทางและแผนที่ จัดเก็บจำนวนก้าว อัตราการเต้นของหัวใจ และระบุเป้าหมายได้เป็นระยะทางที่ต้องการเดิน หรือระยะเวลาที่ต้องการเดินครับ

เครื่องมือสำหรับการควบคุมเครื่องเล่นเพลงบนสมาร์ทโฟนในระยะไกลได้ พร้อมแสดงรายชื่อเพลงเป็นภาษาไทยได้ถูกต้อง เป็นไฟฉายฉุกเฉิน เป็นนาฬิกาปลุกหรือนับเวลาถอยหลัง และใช้กดค้นหาสมาร์ทโฟนเพื่อให้ส่งเสียงบอกตำแหน่งแก่เราได้ด้วยครับ

การใช้งานจะสมบูรณ์ยังไงก็ต้องใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนนะครับ เพื่อเข้าไปตั้งค่าและอัปเดตระบบของตัวนาฬิกา เมื่อเราเชื่อมต่อนาฬิกาเข้ากับสมาร์ทโฟนผ่านแอพ Xiaomi Wear แล้ว เราก็สามารถเลือกใช้งานหน้าปัดนาฬิกาสวยๆ เอามาใช้ได้ มีให้เลือกใช้มากกว่าร้อยแบบ สวยๆ ทั้งนั้นครับ


เพราะหน้าที่หลักของ Mi Watch นอกจากจะดูแลสุขภาพ และช่วยในการออกกำลักายแล้ว ก็ยังมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยสมาร์ทโฟนด้วยการซิงก์การแจ้งเตือนให้มาแสดงและสั่นเตือนบนตัวนาฬิกาได้ เลือกแอพที่ต้องการให้มีแจ้งเตือนมายังนาฬิกา ซึ่งรองรับการแสดงผลภาษาไทยเต็มรูปแบบ อ่านข้อความได้ชัดเจน และมีการแจ้งเตือนเมื่อมีสายโทรเข้ามายังสมาร์ทโฟนด้วยนะ แต่ไม่สามารถรับสายได้จากบนตัวนาฬิกาโดยตรงนะครับ เพราะว่าไม่มีไมค์และลำโพง เป็นแค่การแจ้งเตือนมาบอกเราให้รู้เท่านั้น



 

ดีไซน์สวยครับ ดูไม่พลาสติกมากไป น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย ใส่ติดตัวไว้เพื่อการตรวจจับสุขภาพร่างกาย การเป็นผู้ช่วยสมาร์ทโฟนในชีวิตประจำวัน และใช้เพื่อเป็นเครื่องมือการออกกำลังกาย จุดเด่นคือมาพร้อมหน้าจอสวยๆ ในราคาเบาๆ 3,490 บาท หาซื้อได้จากทาง JD Central เท่านั้นนะครับ

ข่าว: รีวิว Mi Watch จอสวย ราคาเบาๆ สมาร์ทวอทช์จอใหญ่ในราคาแค่ 3,490 บาท มีที่มาจาก: แอพดิสคัส.

from:https://www.appdisqus.com/2020/12/19/review-xiaomi-mi-watch.html

Mi Watch และ Mi Watch Lite เริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว ราคาเริ่มต้นเพียง 1,490 บาท

สายสุขภาพ และชอลของคุ้มๆ ห้ามพลาด! เพราะวันนี้ (12 ธันวาคม 2563) สมาร์ทวอทช์ราคาน่าคบหาทั้ง Mi Watch และ Mi Watch Lite ได้ฤกษ์วางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแบบ Exclusive ผ่าน JD.co.th โดย Mi Watch มีราคาอยู่ที่ 3,490 บาท ส่วน Mi Watch Lite ราคาจิ๊บๆ แค่ 1,490 บาท เท่านั้น

Mi Watch

สมาร์ทวอทช์หน้าจอ AMOLED HD ขนาด 1.39 นิ้ว ครอบด้วยกระจกนิรภัย Gorilla Glass 3 เพิ่มความทนทานต่อการขีดข่วน

มากับฟีเจอร์เอาใจสายสุขภาพแบบจัดเต็มสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นโหมดสำหรับการออกกำลังที่มีให้เลือกถึง 117 โหมด แถมยังเข้าได้ง่ายๆ ผ่านปุ่ม Sport ให้กดเลือกโหมดออกกำลังที่ต้องการได้เลย

มาพร้อม GPS ในตัว, เซ็นเซอร์วัดชีพจร, ฟีเจอร์ตรวจจับคุณภาพการนอน, ฟีเจอร์ตรวจวัดปริมาณออกซิเจนในเลือด, กันน้ำมาตรฐาน 5ATM และแน่นอนว่าเชื่อมต่อกับมือถือเพื่อรับการแจ้งเตือนผ่านหน้าปัดได้เลย

แบตเตอรี่ที่ใช้ได้อึดๆ สูงสุดถึง 16 วัน (เดือนนึงชาร์จ 2 ครั้งพอ) แต่มากับน้ำหนักตัวเบาๆ แค่ 32 กรัมเท่านั้น

Mi Watch Lite

ส่วนใครที่ชอบของคุ้มๆ ก็ต้องหันมาทาง Mi Watch Lite น้องเล็กที่มากับฟีเจอร์จัดเต็มอีกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอสีแบบสัมผัส (TFT) ขนาด 1.4 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD ที่เปลี่ยนหน้าปัดได้ไม่ซ้ำกว่า 120 แบบ

โหมดออกกำลังกาย 11 โหมด ทั้งการออกกำลังประเภทในร่ม หรือกลางแจ้ง, มี GPS ในตัว, เซ็นเซอร์วัดชีพจรตลอด 24 ชม. ที่สามารถแจ้งเตือนได้หากหัวใจเต้นสูงผิดปกติ พร้อมฟีเจอร์ตรวจจับคุณภาพการนอน และโหมดตรวจจับความเครียด ที่จะคอยแนะนำให้ทำการหายใจแบบถูกวิธีเพื่อผ่อนคลาย นอกจากนี้ยังใส่ว่ายน้ำได้สบายๆ เพราะได้รับมาตรฐานกันน้ำ 5ATM อีกต่างหาก

แบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุดถึง 9 วัน สำหรับการใช้งานทั่วไป และหากเปิด GPS เอาไว้ตลอดก็จะเหลือเวลาใช้งานอยู่ที่ราวๆ 10 ชั่วโมง

ราคา

ทั้ง Mi Watch และ Mi Watch Lite เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ผ่านทาง JD.co.th โดย Mi Watch มีราคาอยู่ที่ 3,490 บาท และ Mi Watch Lite ราคา 1,490 บาท แต่ถ้าหากซื้อภายในวันที่ 12 – 18 ธันวาคม 2563 จะเหลือเพียง 1,390 บาท เท่านั้น 

from:https://droidsans.com/mi-watch-mi-watch-lite-thailand-launched/

ซัมซุงแจ้งเตือน นาฬิกา Samsung Gear รุ่นแรกๆ จะใช้กับมือถือปี 2021 ไม่ได้แล้ว

ซัมซุงประกาศข่าวว่านาฬิกา Galaxy Gear/Samsung Gear รุ่นเก่าๆ จะไม่สามารถใช้ร่วมกับมือถือของซัมซุงที่ออกขายในปีหน้า 2021 ได้แล้ว (Galaxy Gear ตัวแรกออกปี 2013)

อุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบคือ Galaxy Gear รุ่นแรกสุด, Gear 2, Gear 2 Neo, Gear S, Gear Fit โดยทั้งหมดเป็นอุปกรณ์ที่ออกขายในช่วงปี 2013-2014

อุปกรณ์เหล่านี้จะสามารถใช้งานต่อได้ตามปกติ ใช้ร่วมกับมือถือของซัมซุงที่ออกในปี 2020 หรือเก่ากว่านั้นได้ แค่ไม่สามารถใช้ร่วมกับมือถือรุ่นใหม่ของปี 2021 เป็นต้นไปได้แล้ว

ส่วน Samsung Gear S ที่ออกช่วงครึ่งหลังของปี 2014 และเป็นอุปกรณ์รุ่นแรกที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Tizen ของซัมซุงเอง รวมถึงอุปกรณ์ที่วางขายหลังจากนั้นคือ Gear S2/S3 และซีรีส์ Galaxy Watch ยังอยู่ในการซัพพอร์ตต่อไป

ภาพ Samsung Gear 2

ที่มา – Android Authority

from:https://www.blognone.com/node/119990