คลังเก็บป้ายกำกับ: SMART_TV

Google TV และ Android TV มีอุปกรณ์ใช้งาน 110 ล้านเครื่อง, เตรียมเพิ่มฟีเจอร์สมาร์ทโฮม-ฟิตเนส

Rob Caruso ผู้บริหารฝ่ายผลิตภัณฑ์ Google TV ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ Protocol เผยสถิติและทิศทางในอนาคตดังนี้

  • ตอนนี้มีอุปกรณ์ที่ใช้งาน Android TV + Google TV ประมาณ 110 ล้านเครื่อง มีแบรนด์สินค้าร่วมสนับสนุน 250 แบรนด์ (นับรวมทั้งผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ทีวี และผู้ให้บริการเคเบิล/ทีวีแบบเสียเงิน)
  • มุมมองของกูเกิลคือผลักดันให้ใช้ Google TV ในระยะยาว (ในทางเทคนิคคือ Android TV + UI ครอบจากกูเกิล) แต่ก็ยังสนับสนุน Android TV ต่อไปเช่นเดิม
  • การใช้งานฟีเจอร์ Universal Search และ Discovery ต้องได้รับคำยินยอมจากบริการสตรีมมิ่งแต่ละตัวด้วย เช่น Netflix ไม่อนุญาตให้ผู้ใช้ Google TV สามารถเพิ่มรายการหนัง-ซีรีส์ลงใน watchlist ของระบบ
  • กูเกิลสนใจพัฒนาฟีเจอร์ควบคุมสมาร์ทโฮม และฟีเจอร์ด้านฟิตเนสให้ Google TV โดยตอนนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้
  • ตอนนี้ Google TV รองรับวิดีโอคอลล์ Duo ตั้งแต่ปี 2020 และสนใจรองรับตัวอื่นเพิ่ม ตัวเลือกหนึ่งที่เป็นไปได้คือ Zoom

ที่มา – Protocol

from:https://www.blognone.com/node/126725

ซัมซุงเปิดตัวแพลตฟอร์มสมาร์ททีวีปี 2022 รองรับ Stadia และ GeForce Now แล้ว

ซัมซุงเป็นผู้ผลิตสมาร์ททีวีรายที่สอง (ต่อจาก LG) ที่ประกาศรองรับการเล่นเกมผ่านคลาวด์ โดยรองรับบริการ 3 ตัวคือ Google Stadia, NVIDIA GeForce Now และ Utomik แพลตฟอร์มเกมอินดี้

บริการคลาวด์เกมมิ่งจะอยู่ใน Gaming Hub ซึ่งเป็นฟีเจอร์ใหม่ของสมาร์ททีวีซัมซุงปี 2022 โดยซัมซุงระบุว่าจะมีบริการของค่ายอื่นเพิ่มเข้ามาอีกในอนาคต (น่าจะมี xCloud ด้วยเพราะประกาศลงสมาร์ทโฟนซัมซุงไปก่อนแล้ว)

ฟีเจอร์อื่นของสมาร์ททีวีซัมซุงปี 2022 ได้แก่ Watch Together วิดีโอคอลล์คุยกับเพื่อนขณะชมรายการทีวีเรื่องเดียวกัน, แสดงผลงานศิลปะ NFT บนทีวีบางรุ่น, Smart Calibration การตั้งค่า calibrate หน้าจอด้วยตัวเอง ซึ่งมีทั้งโหมดผู้ใช้ทั่วไป (30 วินาที) และโหมดโปร (10 นาที)

No Description

ซัมซุงยังเปิดตัวทีวีใหม่ของปี 2022 อีกหลายรุ่น ทั้งทีวีรุ่นไฮเอนด์ Micro LED, Neo QLED และทีวีกลุ่มเน้นดีไซน์เครื่องคือ The Frame, The Serif, The Sero ซึ่งกลุ่มหลังอัพเกรดเป็นจอภาพลดแสงสะท้อน Matte Display ให้มองเห็นภาพได้ง่ายขึ้นจากหลายๆ มุมด้วย

No Description

ที่มา – Samsung, Utomik

from:https://www.blognone.com/node/126534

LG เปิดตัวทีวี OLED G2 และ C2 รุ่นปี 2022, เพิ่มขนาดจอเล็ก 42″ และจอใหญ่ 83-97″

LG เปิดตัวทีวี OLED รุ่นใหม่ของปี 2022 โดยเรียกเป็นรุ่น G2 และ C2 ต่อจาก G1/C1 ของปีที่แล้ว (และ GX/CX ก่อนหน้านั้น)

การเปลี่ยนแปลงในภาพรวมของทั้ง G2/C2 คือพาเนลจอรุ่นใหม่ evo ที่สว่างกว่าเดิม, หน่วยประมวลผลรุ่นใหม่ α (Alpha) 9 Gen 5, ดีไซน์ขอบจอที่มีขนาดเล็กลงกว่าเดิม, และเทคโนโลยี Brightness Booster ปรับเพิ่มสว่างขึ้นจากเดิม (มีเฉพาะรุ่น G2)

ฝั่งซอฟต์แวร์ LG อัพเกรดระบบปฏิบัติการเป็น webOS 22 (หันมาใช้เลขรุ่นเรียกตามปี รุ่นก่อนหน้านี้คือ webOS 6.0) เพิ่มระบบแยกโปรไฟล์ตามผู้ใช้งาน, NFC Magic Tap ใช้มือถือแตะที่จอเพื่อนำภาพขึ้นจอได้ง่ายๆ, Room To Room Share แสดงภาพแบบเดียวกันบนทีวีสองเครื่องผ่าน Wi-Fi โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์อื่นช่วย, ฟีเจอร์สมาร์ทโฮม ThinQ รองรับโปรโตคอล Matter สื่อสารข้ามยี่ห้อ, รองรับคลาวด์เกมมิ่ง Stadia และ GeForce Now ตามที่ประกาศไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว

No Description

ในแง่ขนาดหน้าจอ LG OLED G2/C2 ยังเพิ่มตัวเลือกหน้าจอจากเดิม ดังนี้

  • LG G2 เพิ่มขนาดหน้าจอใหญ่ 83 และ 97 นิ้ว จากของเดิมที่มี 55, 65, 77 นิ้ว
  • LG C2 เพิ่มขนาดหน้าจอเล็ก 42 นิ้ว จากของเดิมที่มี 48, 55, 65, 77, 83 นิ้ว

ตอนนี้ยังไม่เปิดเผยราคาและวันวางจำหน่าย

ที่มา – LG

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/126528

Samsung ประกาศรองรับการแสดงผล-ซื้อขาย-แลกเปลี่ยน NFT ผ่านสมาร์ททีวี รุ่นปี 2022 เป็นต้นไป

ซัมซุงประกาศว่าสมาร์ททีวีรุ่นที่จะออกในปี 2022 เป็นต้นไป จะเริ่มรองรับ NFT ซึ่งทำให้สามารถแสดงผลงานดิจิทัล ผ่านจอสมาร์ททีวีได้โดยตรง ไม่จำกัดเพียงเฉพาะบนจอสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์

ฟีเจอร์แสดงผลงาน NFT นี้ จะเป็นส่วนหนึ่งใน Smart Hub ของสมาร์ททีวีซัมซุง แพลตฟอร์มจะยังรองรับการค้นหา สั่งซื้อ และแลกเปลี่ยนผลงานดิจิทัลได้อีกด้วย ซึ่งรุ่นที่จะรองรับได้แก่ตระกูล MICRO LED, Neo QLED และ The Frame

ซัมซุงบอกว่าเนื่องจากตลาด NFT มีการเติบโตสูง คนจึงต้องการโซลูชันในการแสดงผลงาน รวมทั้งสั่งซื้อผลงานด้วยมุมมองที่ดีมากยิ่งขึ้น และสมาร์ททีวีซัมซุงจะเป็นรายแรกที่รองรับการทำงานร่วมกับ NFT แบบจบในที่เดียว

ที่มา: The Verge

alt="Samsung"

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/126513

TCL ออกอัพเดต Google TV แก้ปัญหาประสิทธิภาพ, นำกลับมาขายใหม่แล้ว

ต่อจากข่าว TCL หยุดขายสมาร์ททีวีที่ใช้ Google TV ในสหรัฐชั่วคราว เพราะปัญหาเรื่องประสิทธิภาพซอฟต์แวร์

ล่าสุด TCL ออกอัพเดตแก้ปัญหาประสิทธิภาพแล้ว โดยระบุว่าทำงานเร็วและมีเสถียรภาพเพิ่มขึ้นมาก ส่วนร้าน Best Buy ที่เป็นผู้ขายทีวีของ TCL รายเดียวในสหรัฐ ก็นำสินค้ากลับมาขายบนหน้าเว็บแล้วเช่นกัน

TCL เป็นหนึ่งในสองแบรนด์ทีวีที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Google TV (อีกรายคือ Sony) แต่เพิ่งใช้ได้ไม่ทันไรก็มีปัญหาซะก่อน

ส่วนสินค้าของ TCL ที่ขายในประเทศไทย เกือบทั้งหมดยังเป็น Android TV แบบเดิม ข้อมูลบนหน้าเว็บ TCL Thailand ตอนนี้มีทีวี X925 Mini LED 8K เพียงรุ่นเดียวที่ใช้ Google TV ซึ่งเป็นรุ่นเทียบเคียงกับซีรีส์ X9 ที่ขายในสหรัฐ และไม่ใช่รุ่นที่มีปัญหาประสิทธิภาพ ส่วนซีรีส์ 5-6 ที่เป็นประเด็นต้องหยุดขายในสหรัฐ นั้นยังไม่ได้นำเข้ามาทำตลาดในไทย

ที่มา – 9to5google, Android Police, ภาพจาก TCL

No Description

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/126425

TCL หยุดขายสมาร์ททีวีที่ใช้ Google TV ชั่วคราว หลังลูกค้าบ่นปัญหาซอฟต์แวร์ทำงานช้า

เมื่อกลางปีนี้ TCL เปิดตัวสมาร์ททีวีรุ่นกลางที่เปลี่ยนมาใช้ระบบปฏิบัติการ Google TV คือ 5-Series และ 6-Series แทนทีวีรุ่นเดิมที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Roku TV

แต่การเปลี่ยนผ่านมาสู่ระบบปฏิบัติการใหม่กลับไม่ใช่เรื่องง่าย ล่าสุด TCL ต้องหยุดขายทีวีสองรุ่นนี้ชั่วคราว หลังจากร้าน Best Buy ซึ่งเป็นผู้ขายทีวีของ TCL เพียงรายเดียวในสหรัฐพบว่าลูกค้าที่ซื้อไปแล้วเจอปัญหามากมาย ทั้งเรื่องประสิทธิภาพในการทำงาน และบั๊กอื่นๆ ซึ่งล้วนแต่เป็นปัญหาซอฟต์แวร์ทั้งสิ้น

โฆษกของ TCL ให้ข้อมูลกับ 9to5google ว่าบริษัทกำลังเร่งแก้ปัญหาซอฟต์แวร์อยู่ โดยจะออกอัพเดตให้ผู้ใช้เดิมในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และจะกลับไปขายทีวีสองรุ่นนี้กับ Best Buy ต่อด้วยเช่นกัน

ที่มา – 9to5google

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/126259

IDC รายงาน ตลาดอุปกรณ์ Smart Home เติบโต 10.3%

IDC รายงาน ตลาดอุปกรณ์ Smart Home เติบโต 10.3% ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2021 ผลมาจากผู้คนอยู่บ้านมากขึ้น

รายงานยอดขายอุปกรณ์ Smart Home ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2021 มียอดขายอยู่ที่ 221.8 ล้านอุปกรณ์ เป็นการเติบโต 10.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งอุปกรณ์ Smart Home นั้นประกอบไปด้วยอุปกรณ์หลายประเภท เช่น Smart TV, Smart Speaker, Home Security, Lighting, Thermostat และอื่นๆ การเติบโตในครั้งนี้เป็นผลมาจากวิกฤติโควิด-19 ที่ทำให้ผู้คนอยู่ในบ้านมากขึ้น และลดกิจกรรมภายนอกลดลง ส่งผลให้มีการซื้ออุปกรณ์เหล่านี้เข้ามาอำนวยความสะดวกมากขึ้น

ประเทศที่มีการเติบโตมากที่สุดคือ สหรัฐอเมริกา มียอดการเติบโตที่ 9.5% รองลงมาคือ ประเทศจีน ที่เติบโต 5.2% โดย Smart TV ถือเป็นอุปกรณ์อันดับหนึ่งที่มียอดขายสูงสุดที่ 35.3% ตามด้วย Smart Home Security เช่น Smart Camera หรือ Smart Lock ที่มีส่วนแบ่งตลาด 20.4%

ที่มา: https://www.idc.com/getdoc.jsp?containerId=prUS48502821&utm_medium=rss_feed&utm_source=alert&utm_campaign=rss_syndication

from:https://www.techtalkthai.com/idc-reports-smart-home-revenue-increase-10-3-percents/

LG เปิดบริการเล่นเกมผ่านคลาวด์ Stadia บนสมาร์ททีวี webOS

LG ประกาศรองรับการเล่นเกมผ่านคลาวด์ Google Stadia บนสมาร์ททีวีที่ใช้ระบบปฏิบัติการ webOS ของตัวเองแล้ว

วิธีการเล่นจำเป็นต้องมีคอนโทรลเลอร์ที่ Stadia รองรับ ซึ่งจะเป็น Stadia Controller โดยตรง หรือจะใช้คอนโทรลเลอร์จากคอนโซลอื่น ทั้ง DualShock 4, Xbox One Controller, Switch Pro Controller หากไม่มีจริงๆ จะใช้ virtual controller บนหน้าจอสมาร์ทโฟนก็ได้เช่นกัน

โมเดลการคิดเงินเป็นไปตามมาตรฐานของ Stadia ทุกประการ คือมีบัญชีแบบฟรีที่มีเกมให้เล่นเล็กน้อย (เช่น Destiny 2), บัญชีแบบ Pro ที่มีเกมฟรีให้เล่นประมาณ 30 เกม หรือจะจ่ายเงินซื้อเป็นรายเกมบน Stadia

ทีวีของ LG ที่รองรับต้องใช้ระบบปฏิบัติการ webOS 5.0 หรือ 6.0 ซึ่งต้องเป็นรุ่นที่เริ่มวางขายในปี 2020 หรือใหม่กว่านั้น ตอนนี้เปิดบริการแล้วใน 22 ประเทศที่ Stadia มีให้บริการ (ไม่มีไทย)

No Description

ที่มา – LG

from:https://www.blognone.com/node/126213

Huawei บุกตลาดสมาร์ททีวีในไทย เปิดตัว Vision S สมาร์ททีวี 4K 120Hz มีเว็บแคมให้ด้วย

Huawei ขยับมาทำตลาดสมาร์ททีวีในไทยเป็นครั้งแรก ด้วยสมาร์ททีวี/สมาร์ทมอนิเตอร์ รุ่น Huawei Vision S ความละเอียด 4K ในชุดมาพร้อมกล้องเว็บแคม 13MP สำหรับวิดีโอคอลล์ผ่านทีวี

Huawei Vision S มี 2 ขนาดหน้าจอคือ 55 นิ้วและ 65 นิ้ว นอกจากขนาดแล้วสเปกเท่ากันหมด ประเภทหน้าจอเป็น LCD ความละเอียด 4K แสดงผลสี 92% DCI-P3 อัตรารีเฟรช 120Hz อัตราคอนทราสต์ 5000:1, ซีพียูไม่ระบุรุ่น แรม 3GB สตอเรจ 32GB

ระบบเสียงมีลำโพง 4 ตัว, ไมโครโฟนแบบ far field 6 ตัว, ระบบปฏิบัติการเป็น Harmony OS ที่มีฟีเจอร์หลายอย่างใช้ร่วมกับมือถือของ Huawei ได้

อย่างไรก็ตาม Huawei Vision S ต่างจากทีวีทั่วๆ ไปตรงที่ไม่มีตัวจูนเนอร์สัญญาณทีวีแบบดั้งเดิม (DTMB DVB ATSC และ ISDB) จึงเหมาะสำหรับการใช้ดูคอนเทนต์ผ่านระบบ IPTV หรือต้องต่อกล่องทีวีเพิ่มเท่านั้น

No Description

No Description

ตัวกล้องเว็บแคมระบุว่ามีความละเอียด 13MP เป็นแบบแม่เหล็ก ย้ายจุดได้เอง รองรับวิดีโอคอลล์ 1920×1080 แต่ในสเปกของ Huawei บอกว่าใช้ได้กับแอพ MeeTime ของ Huawei เองเท่านั้น ยังไม่ชัดเจนว่าใช้กับแอพวิดีโอคอลล์ยอดนิยมตัวอื่นๆ ได้หรือไม่

ราคาของ Huawei Vision S อยู่ที่ 22,990 บาท (55 นิ้ว) และ 29,990 บาท (65 นิ้ว) โดยช่วงเปิดตัวมีของแถมเป็นแท็บเล็ต Huawei MatePad T8 (รุ่น 55 นิ้ว) และ Huawei MatePad 10.4 WiFi (รุ่น 65 นิ้ว) และกล่อง True ID Box ที่แถมกับทีวีทั้งสองรุ่นด้วย

No Description

ที่มา – Huawei

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/126089

MediaTek เปิดตัวชิป Pentonic 2000 สำหรับสมาร์ททีวี 8K 120Hz ถอดรหัส H.266 ได้ในตัว

นอกจากชิปเรือธง MediaTek Dimensity 9000 สำหรับสมาร์ทโฟนแล้ว MediaTek ยังมีชิปใหม่อีกตัวที่น่าสนใจคือ Pentonic 2000 สำหรับสมาร์ททีวี 8K

MediaTek Pentonic 2000 เป็นชิปสำหรับสมาร์ททีวียุคใหม่ ในแง่สเปกก็จัดเต็ม รองรับการแสดงผลความละเอียด 8K 120Hz และสามารถดันอัตรารีเฟรชไปถึง 144Hz สำหรับการเล่นเกมได้ด้วย, รองรับการแสดงผลแบบ picture-in-picture (PiP) หรือ picture-by-picture (PbP) เพื่อให้จอ 8K ขนาดใหญ่แบ่งพื้นที่แสดงผลจากวิดีโอหลายแหล่งพร้อมกัน, มีฟีเจอร์ AI-Super Resolution ช่วยอัพสเกลภาพให้ถึง 8K

ซีพียูของ Pentonic 2000 ยังไม่เปิดเผยสเปกละเอียดมากันก บอกแค่ว่าเป็นซีพียู-จีพียูที่แรงที่สุดของวงการทีวี, รองรับสตอเรจ UFS 3.1, Wi-Fi 6E หรือต่อ 5G ก็ได้ถ้าต้องการ, ชิปใช้กระบวนการผลิต 7nm ของ TSMC

ฟีเจอร์ฝั่ง codec รองรับตัวถอดรหัส Video Coding (VVC) H.266 ซึ่งถือเป็นชิปตัวแรกที่ทำได้, codec มาตรฐานของยุคนี้คือ HEVC, VP9, AVS3, AV1 รวมถึงผ่านสเปก Dolby Vision และ Dolby Atmos

MediaTek บอกว่าสมาร์ททีวีที่ใช้ Pentonic 2000 จะทยอยเปิดตัวกันในปีหน้า 2022 แต่ยังไม่ระบุยี่ห้อ

No Description

ที่มา – MediaTek, MediaTek

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/125941