คลังเก็บป้ายกำกับ: SMART_CITY

ซิสโก้มองไกล ! ลงทุนในบริษัท IoT ด้านเกษตรของออสเตรเลีย

บริษัท IoT ด้านการเกษตรสัญชาติออสเตรเลียชื่อ “Titan Class” เพิ่งได้รับเงินลงทุนที่ไม่เปิดเผยจำนวนจากทางซิสโก้ เพื่อร่วมมือในการพัฒนาเทคโนโลยีภาคการเกษตร โดยทั้งซิสโก้และ Titan Class ได้สร้างแพลตฟอร์มช่วยตัดสินใจโดยใช้ IoT

ซึ่งระบบที่ช่วยเกษตรกรนี้มีชื่อว่า eXtensible Decision Platform เป็นทูลคิตไมโครเซอร์วิสแบบโอเพ่นซอร์สที่พัฒนาเป็นพิเศษสำหรับบริการ IoT เปิดให้เกษตรกรสามารถใช้เซ็นเซอร์เป็นพันตัวได้โดยไม่มีข้อจำกัด

ทั้งนี้ทางซิสโก้ให้สัมภาษณ์ว่า เซ็นเซอร์เหล่านี้ได้ผ่านการทดสอบบนฟาร์มทดลองแล้วว่าสามารถสื่อสารได้อย่างมีเสถียรภาพเป็นระยะทางหลายกิโลเมตรจากหอคอยสื่อสารอย่างง่ายกลางฟาร์ม และแต่ละเซ็นเซอร์ใช้แบตเตอรี่ราคาย่อมเยาที่ให้พลังงานได้นานหลายปี

ด้านการเกษตรนี้เป็นอีกด้านที่มีศักยภาพในการพัฒนามากมาย มีนักวิจัยพัฒนาเครื่องมือนวัตกรรมต่างๆ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งสำหรับความร่วมมือครั้งนี้ ทางมหาวิทยาลัยที่ซิสโก้ร่วมมือด้วยได้จัดตั้งตำแหน่งใหม่ในชื่อ Cisco Chair of the IoT ด้วย

from:https://www.enterpriseitpro.net/cisco-extensible-decision-platform/

อุดรฯ วางแผน 6 โครงการ มุ่งสู่เมืองอัจฉริยะ “Udoncity Creative Community”

อันนี้ต้องบอกว่าเป็นข่าวดีของชาวอุดรธานีจริงๆ เมื่อทางเทศบาลนครอุดรธานี ได้วางแผนแม่บทในการพัฒนายุทธศาสตร์ด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เทศบาลนครอุดรธานี ระยะเวลา พ.ศ.2562 – พ.ศ.2565 โดยจะพัฒนาเทศบาลนครอุดรธานี ให้กลายเป็นสมาร์ทซิตี้ ภายใต้แนวคิด Udoncity Creative Community ชุมชมสร้างสรรค์กับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ประกอบด้วยแผนที่จะพัฒนาด้วยกัน ดังนี้

1.ศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ (Planetarium Edutainment Discovery Space : PED Space) จะเป็นศูนย์ที่ให้ผู้คนสามารถเข้าถึงและเรียนรู้วิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ หรืออาจจะเรียนกว่าเป็น ท้องฟ้าจำลองเทศบาลนครอุดรธานี ก็ว่าได้

2.ศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมดิจิทัล (Digital Innovative Learning Center)
ส่งเสริมการเรียนรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับเยาวชน ประชาชน และบุคลากรเทศบาล จัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะด้านการพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมและต่อยอดสู่การนำไปสร้างมูลค่าเป็นธุรกิจ ยกระดับศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัล มุ่งพัฒนาทักษะความสามารถ (Skill Set) ที่จำเป็นในยุคดิจิทัลให้กับทุกภาคส่วนให้สามารถพร้อมต่อการขับเคลื่อนสังคมเศรษฐกิจในยุคดิจิทัล เสริมศักยภาพการแข่งขันของพื้นที่

3.แหล่งเรียนรู้ของนักสร้างนวัตกรรม (Market Space)
สถานที่ที่ผู้คนซึ่งมีความสนใจเดียวกัน เข้ามาร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ หรือทำโครงงานร่วมกันภายใต้สิ่งแวดล้อมที่มีความพร้อมและเหมาะสมกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อรองรับนักสร้าง (Maker) หรือนักนวัตกรรม (Innovator) ที่ต้องการจะมุ่งสู่ความเป็นมืออาชีพ พร้อมให้บริการแหล่งความรู้ สื่อ หนังสือ วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือที่มีราคาสูง กิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ ในการส่งเสริมและพัฒนานักสร้าง

4.พื้นที่ทำงานร่วมกัน (Co-Working Space) เพื่อส่งเสริมอุดรเมืองศูนย์กลาง
จะเป็นศูนย์กลาง Start-Up ที่มีศักยภาพ ในระดับสากล พร้อมเป็นพื้นที่ทำงานร่วมกันที่มีสาธารณูปโภคเพียบพร้อมในการบ่มเพาะศักยภาพผู้ประกอบการในพื้นที่ และเป็นชุมชนย่อม ๆ อีกทั้งยังจะสร้างบรรยากาศการลงทุน และพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ในพื้นที่ทั้งผู้ประกอบการ และเยาวชนที่มีความต้องการเป็นผู้ประกอบการในอนาคตให้พร้อมต่อการเป็น “ผู้ประกอบการในยุคดิจิทัล”

5.E-Sport Stadium พื้นที่สร้างสรรค์ในการพัฒนาอาชีพและเศรษฐกิจในยุคดิจิทัลด้าน E-Sport
เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ในการพัฒนาอาชีพและเศรษฐกิจในยุคดิจิทัล ด้าน e-Sports ซึ่งเป็นที่ต้องการของภาคอุตสาหกรรม เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนที่สนใจด้านเกม ได้พัฒนาความสามารถเชิงสร้างสรรค์ สร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างคุณค่าด้วยการสร้างสิ่งใหม่ ๆ ที่จะนำไปต่อยอดเป็นอาชีพที่มั่นคงในอนาคตได้ อาทิ อาชีพนักพัฒนาเกม (Game Developer) นักกีฬา e-Sports สตรีมเมอร์ ผู้จัดการแข่งขัน นักพากย์ ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกของอุตสาหกรรมเกมต่อสังคมไทย

6.ศูนย์ปฏิบัติการเมืองอัจฉริยะ (Smart City Operation Center)
เป็นศูนย์เชื่อมต่อข้อมูลกลางของเมืองอัจฉริยะ และควบคุมสั่งการเมืองแบบบูรณาการ ใช้งานที่ครอบคลุมการจัดการสารสนเทศ และการควบคุมสั่งการการจราจรและความปลอดภัยในเขตเมือง ควบคุมสั่งการและประสานการดำเนินงานในสถานการณ์ฉุกเฉิน ติดตามสถานะ การดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดเทศบาลนครอุดรธานีได้อย่างต่อเนื่อง และเป็นปัจจุบัน

 

from:https://www.enterpriseitpro.net/udoncity-creative-community/

กรณีศึกษา Smart City Fukuoka สมาร์ทซิตี้ที่ใช้ได้จริง ให้บริการประชาชนผ่าน LINE

หัวข้อหนึ่งที่น่าสนใจในงานสัมมนา LINE Developer Day 2019 คือความร่วมมือด้านสมาร์ทซิตี้ ระหว่าง LINE Corp กับเมืองฟุกุโอกะ (Fukuoka) บนเกาะคิวชูทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ซึ่ง LINE มีสำนักงานอีกแห่งอยู่ที่นี่ และเป็นศูนย์วิศวกรรมขนาดใหญ่ของ LINE ด้วย

ที่ผ่านมาเราเห็นโครงการด้านสมาร์ทซิตี้กันมาก แต่ส่วนใหญ่เน้นไปที่การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของเมืองด้วยอุปกรณ์ IoT ในขณะที่เมืองฟุกุโอกะ เน้นไปที่การสื่อสารกับประชาชนในเมืองผ่านมือถือ (ในที่นี้คือ LINE Official Account หรือ LINE OA ของเมือง) ถือเป็นอีกกรณีศึกษาที่น่าสนใจที่อยากนำมาเล่าให้ฟังกัน

No Description

ยุทธศาสตร์ของเมืองฟุกุโอกะคือนำบริการของเมืองให้เข้าถึงประชาชนมากที่สุด ซึ่งฟุกุโอกะก็เลือกใช้ LINE ในฐานะแอพแชทยอดนิยมของญี่ปุ่น สร้างเป็น LINE OA ของเมืองขึ้นมา ปัจจุบันมีผู้กดเป็นเพื่อนแล้ว 1.63 ล้านคน (ประชากรเขตเมืองฟุกุโอกะทั้งหมดมีประมาณ 2.5 ล้านคน ข้อมูลปี 2015) ถือว่ามากเป็นอันดับต้นๆ ของเทศบาลท้องถิ่นในญี่ปุ่น

No Description

ทางเทศบาลมองว่าการให้บริการข้อมูลผ่านเว็บไซต์ มีข้อจำกัดตรงที่หาข้อมูลยาก และไม่ได้ข้อมูลทันเวลาในช่วงที่ต้องการ การสื่อสารผ่าน LINE OA ที่อยู่ในรูปการแชทจึงเข้าถึงประชาชนได้ง่ายกว่ามาก

บริการที่เมืองฟุกุโอกะนำมาโชว์มีทั้งหมด 3 อย่าง ได้แก่

  1. แจ้งสาธารณูปโภคเสียหาย เช่น ถนนพัง พื้นพัง น้ำรั่ว
  2. แจ้งขอให้เทศบาลมาเก็บขยะชิ้นใหญ่ ซึ่งในญี่ปุ่นต้องขอเป็นกรณีพิเศษ + จ่ายเงินค่าธรรมเนียมด้วย
  3. แจ้งเตือนข้อมูลยามเกิดภัยพิบัติ

No Description

กรณีของการแจ้งสาธารณูปโภคเสียหาย ถือเป็น use case ที่น่าสนใจ เพราะการแจ้งเตือนผ่านช่องทางอื่น (เช่น เว็บไซต์หรือโทรศัพท์) ทำได้ยาก ในขณะที่การแจ้งเตือนผ่าน LINE ก็แค่ถ่ายรูปแบบมีพิกัดแล้วส่งให้เจ้าหน้าที่ทาง LINE OA ได้ทันที

ฟีเจอร์นี้ถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะหลังเปิดมา 3 เดือนมีจำนวนการแจ้งเตือนทาง LINE ถึง 800 ครั้งภายใน 3 เดือน ช่วยให้เจ้าหน้าที่เข้าไปซ่อมแซมหรือแก้ปัญหาได้เร็วขึ้นด้วย

No Description

No Description

No Description

ตัวอย่างการแจ้งเตือนรั้วกั้นถนนเบี้ยว ซึ่งใช้เวลาเพียง 5 วันหลังได้รับเรื่องก็ซ่อมเสร็จเรียบร้อย

No Description

ส่วนการทิ้งขยะชิ้นใหญ่ก็เป็น pain point ของประชาชนมานาน เพราะต้องจองคิวล่วงหน้าทางโทรศัพท์หรือเว็บไซต์ จากนั้นต้องไปจ่ายค่าธรรมเนียมเก็บขยะให้เทศบาล (เช่น ที่ร้านสะดวกซื้อ) ก่อน ทางเทศบาลถึงส่งรถขยะมาเก็บตามเวลาที่นัดไว้

พอเปลี่ยนกระบวนการตรงนี้มาทำผ่าน LINE OA แทน ทำให้งานง่ายขึ้นมาก เพราะกดจองเวลาผ่านเมนูในหน้าแชท และกดจ่ายเงินด้วย LINE Pay ได้ทันที ไม่ต้องออกจากบ้านเลยแม้แต่น้อย

หลังฟีเจอร์นี้เปิดบริการ 25% ของการจองคิวเก็บขยะชิ้นใหญ่ก็เปลี่ยนมาทำบนช่องทาง LINE OA แทนแล้ว ที่น่าสนใจคือในบรรดาคนที่จ่ายค่าธรรมเนียมเก็บขยะด้วย LINE Pay มีคนถึง 18% ที่ใช้งาน LINE Pay ครั้งแรกด้วย (คือใช้ครั้งแรกก็มาจ่ายค่าเก็บขยะเลย)

No Description

No Description

No Description

ฟีเจอร์ด้านภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหว พายุเข้า หรือน้ำท่วม ถูกแยกออกเป็น 3 ระยะคือ การแจ้งเตือนข้อมูลก่อนเกิดเหตุ, การแจ้งอพยพระหว่างเกิดเหตุ และการแจ้งความเสียหายหลังเกิดเหตุ ซึ่ง LINE OA ของฟุกุโอกะรองรับทั้ง 3 สถานการณ์

รูปแบบการใช้งานเป็นการแจ้งข้อมูลทั่วๆ ไป (เช่น จุดอพยพ) ผ่านเมนู แต่เมื่อภัยพิบัติเริ่มต้น ตัวแอพจะเข้าโหมดภัยพิบัติ และเปลี่ยนสีของเมนูเป็นสีส้ม ตรงนี้เราสามารถส่งคำขอช่วยเหลือไปทางเจ้าหน้าที่ของเมืองได้หากต้องการ เมื่อภัยพิบัติผ่านไปแล้ว แอพจะเปลี่ยนเป็นโหมดแจ้งเตือนความเสียหายของจุดต่างๆ ในเมืองด้วยการถ่ายภาพแทน

No Description

No Description

หลังเปิดบริการข้อมูลภัยพิบัติมาได้สักระยะ ทางเมืองก็รับความเห็นจากประชาชนมาปรับปรุงการบริการด้วย เช่น ข้อมูลยาวเกินไป เมืองก็ปรับข้อมูลให้อ่านง่ายมากขึ้น หรือส่งข้อความให้ต่อเมื่อได้รับการร้องขอจากฝั่งผู้ใช้เท่านั้น เพื่อไม่ให้รกหน้าจอจนเกินไป

No Description

No Description

นอกจาก 3 ฟีเจอร์ข้างต้นแล้ว เมืองฟุกุโอกะยังเชื่อมความสัมพันธ์ข้ามประเทศกับเมืองไทเป เมืองหลวงของไต้หวัน ทำเรื่องการท่องเที่ยวระหว่างกันด้วย โดยชาวไทเปที่มาเที่ยวฟุกุโอกะ ก็สามารถดูข้อมูลด้านการท่องเที่ยวผ่าน LINE OA ได้ (ตามคลิปด้านล่าง)

ผมสอบถามไปยังทีมงานสมาร์ทซิตี้ของ LINE ว่าในฝั่งเทศบาลเมืองฟุกุโอกะ มีระบบไอทีมารองรับข้อมูลจาก LINE OA เพื่อนำไปแก้ไขปัญหาต่ออย่างไร คำตอบที่ได้คือฟุกุโอกะมีระบบร้องขอบริการผ่านเว็บอยู่ก่อนแล้ว จึงเป็นแค่การปรับกระบวนการให้ระบบเดิมมาเชื่อมต่อกับ LINE OA นั่นเอง แต่ก็ยังมีบางระบบที่ต้องใช้เจ้าหน้าที่อ่านข้อมูลแบบ manual อยู่เช่นกัน

ผู้ที่สนใจอยากลองเล่นระบบ LINE OA ของเมืองฟุกุโอกะ สามารถลองแอดไปเล่นได้ที่ @fukuokacity แต่เป็นภาษาญี่ปุ่นล้วน (เว็บไซต์โครงการ)

ในภาพรวมแล้วต้องบอกว่าโครงการสมาร์ทซิตี้ของฟุกุโอกะถือว่าน่าสนใจ เพราะไม่ได้ใช้เทคโนโลยีอะไรซับซ้อนราคาแพง แต่อยู่ที่ “วิธีคิด” ของเมืองที่เน้นการบริการประชาชนอย่างไรให้สะดวกมากกว่า น่าจะเป็นกรณีศึกษาที่ดีของโครงการสมาร์ทซิตี้อื่นๆ ในเมืองไทยที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยนั่นเอง

Topics: 

from:https://www.blognone.com/node/113415

เดลล์ เทคโนโลยีส์ เผยเทคโนโลยีเกิดใหม่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตคนภายในปี 2030

เดลล์เทคโนโลยีส์เผย อนาคตของการใช้ชีวิตที่เชื่อมต่อเข้าด้วยกัน หรือ Future of Connected Living เป็นงานวิจัยใหม่ที่สำรวจว่าเทคโนโลยีที่เกิดใหม่จะเปลี่ยนแปลงรูปหรือปฏิรูปรูปแบบการใช้ชีวิตของเราในปี 2030 ไปอย่างไร

โดยการวิจัยนี้จัดทำขึ้นผ่านความร่วมมือกับสถาบันแห่งอนาคต (Institute for the Future หรือ IFTF) และแวนสัน บอร์น (Vanson Bourne)ในการดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของผู้นำทางธุรกิจ 1,100 คนใน 10 ประเทศภายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคและประเทศญี่ปุ่น (APJ) ซึ่งรวมถึงประเทศไทย ทั้งนี้ ผลการสำรวจให้ข้อมูลและมุมมองของโลกอนาคตที่เปี่ยมล้นไปด้วยโอกาสอันเนื่องมาจากความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีส์ที่มอบศักยภาพในการที่จะขับเคลื่อนความก้าวหน้าของมนุษย์ทั่วทั้งโลก โดยมี 5 เทคโนโลยีที่น่าสนใจดังนี้

1. เครือข่ายของระบบเสมือนจริง (Networked Reality): ในอีกสิบปีข้างหน้าไซเบอร์สเปซจะกลายเป็นภาพซ้อนทับ(overlay) บนความเป็นจริงที่มีอยู่ของเราจากการที่สภาพแวดล้อมทางดิจิทัลของเราขยายออกไปเกินกว่าโทรทัศน์ สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์ในการแสดงผลอื่นๆ

2. ยานยนต์ที่เชื่อมต่อเข้าหากัน(connected mobility) และความสำคัญของเครือข่ายที่รวมเข้าด้วยกัน (Networked Matter): สามารถในการเชื่อมต่อและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง – ยานพาหนะในอนาคตจะกลายเป็นคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ได้เราจะไว้วางใจให้พาหนะเหล่านี้เดินทางไปในทุกที่บนโลกที่สามารถจับต้องได้ใบนี้ในขณะที่ติดต่อปฏิสัมพันธ์กับโลกเสมือนที่พร้อมให้เราเข้าถึงได้ในทุกที่ที่เราอยู่

3. จาก ดิจิทัลซิตี้ (Digital Cities) ไปสู่ เซนเทียน ซิตี้ (Sentient Cities) หรือเมืองที่มีความรู้สึก – เมืองต่างๆ จะลุกขึ้นมามีชีวิตผ่านทางเครือข่ายต่างๆ ทั้งของโครงสร้างพื้นฐานของทั้งวัตถุอัจฉริยะ (smart objects) ระบบการรายงานผลด้วยตัวเอง (self-reporting systems) และการวิเคราะห์ด้วยพลังของ AI ที่รวมเข้าเป็นเครือข่ายเดียวกัน

4. ผู้ช่วยและระบบกฏเกณฑ์ขั้นตอนวิธีต่างๆ (Agents and Algorithms): พวกเราแต่ละคนจะได้รับการดูแลสนับสนุนจาก”ระบบปฏิบัติการเพื่อการดำรงชีวิต” (operating system for living) ที่เป็นส่วนตัว ที่สามารถคาดเดาได้ถึงความต้องการของเรา และให้การสนับสนุนภาระกิจต่างๆของเราในแต่ละวันในแบบเชิงรุกเพื่อทำให้มีเวลาว่างเพิ่มมากยิ่งขึ้น

5. โซเชียลไลฟ์ของหุ่นยนต์(Robot with Social Lives): หุ่นยนต์จะกลายมาเป็นเป็นหุ้นส่วนในชีวิตของเรา ช่วยเพิ่มทักษะและขยายขีดความสามารถของเราในด้านต่างๆ หุ่นยนต์จะแบ่งปันความรู้ที่ได้รับใหม่ไปยังเครือข่ายโซเชียลหุ่นยนต์ (social robot network) ไปยังนวัตกรรม crowdsource และกระตุ้นให้เกิดความก้าวหน้าในแบบเรียลไทม์

“การเชื่อมต่อและความสัมพันธ์ของเรากับเทคโนโลยีจะมีความแตกต่างออกไปอย่างมหาศาลในปี 2030 และเราเชื่อว่าความสัมพันธ์ที่จะประสบความสำเร็จมากที่สุดระหว่างมนุษย์และเครื่องจักรคือความสัมพันธ์ในระยะยาวของเผ่าพันธ์ที่แตกต่าง (symbiotic) และใช้ประโยชน์จากจุดแข็งต่างๆ ที่เกื้อกูลกัน” ปัง ยี เบ็ง รองประธานอาวุโส ภูมิภาคเอเชียใต้ เดลล์ เทคโนโลยีส์

ในส่วนของการเติบโตในด้านการนำเทคโนโลยีเกิดใหม่เข้ามาใช้อย่างแพร่หลายในประเทศไทย นายนพดล ปัญญาธิปัตย์ รรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เดลล์เทคโนโลยีส์ กล่าวว่า“เทคโนโลยีเกิดใหม่ต่างๆ จะปฏิรูปและเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราไปในรูปแบบที่เราไม่เคยสัมผัสมาก่อน จากการที่ภาครัฐกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงด้วยแผนงาน Thailand 4.0 พร้อมเป้าหมายDigital Thailand การลงทุนที่สำคัญจำเป็นต้องทำให้เกิดขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจดิจิทัล (digital economy) รวมทั้งการกำกับดูแลสำหรับระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI การชำระเงินผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ไปจนถึงการสร้างอัตลักษณ์ดิจิทัล (digital identities) สิ่งสำคัญสำหรับเราคือการพูดคุยและค้นหาแนวทางในการที่เราจะสามารถทำให้อนาคตนี้เป็นจริงด้วยความร่วมมือของมนุษย์และเครื่องจักรที่ครบถ้วนสมบูรณ์”

from:https://www.enterpriseitpro.net/dell-technologies-for-2030/

ชาวนนท์เฮ “นครนนท์ 4.0” เทศบาลนำเทคโนโลยีพัฒนาเมือง สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี

“นครนนท์ 4.0” โครงการนำร่องปีที่ผ่านมาเป็นไปได้ด้วยดี เสร็จสิ้นไปแล้ว 91 โครงการ คิดเป็น 94% ของแผนงานทั้งหมด ล่าสุดเดินเครื่องต่อยอดสร้างระบบติดตามสถานการณ์น้ำผ่านกล้อง CCVT พร้อมการแจ้งเตือนอัตโนมัติผ่านแอพพลิเคชันไปยังผู้เกี่ยวข้องแบบเรียลไทม์ 24 ชม. ตั้งเป้าพัฒนาระบบป้องกันน้ำท่วม ระบบการระบายน้ำ รวมถึงการบริหารจัดการระบบน้ำ ทั้งน้ำเสียน้ำใช้ ระบบปรับปรุงถนน สิ่งแวดล้อม พื้นที่สาธารณะ ตั้งรับปัญหาขยะล้นเมือง ช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของประชากรเทศบาลนครนนบุรีที่มีอยู่กว่า 4 แสนราย สู่การเป็นสมาร์ทซิตี้อย่างสมบูรณ์ยั่งยืน

นางสาวธนพร ฐิติสวัสดิ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า โครงการ “นครนนท์ 4.0” ได้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2561 ด้วยการนำเทคโนโลยีจีไอเอสเข้ามาใช้ในการพัฒนาเมือง เพื่อช่วยในการวิเคราะห์และตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาของประชาชน และเปิดให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม โดยสามารถเข้าถึงแอพพลิเคชันที่ใช้งานได้ง่าย ทั้งบนสมาร์ทโฟนและแท็บแลต โดยเฟสแรกได้นำระบบแผนที่สารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อใช้กับงานบริการประชาชน 6 ด้าน ประกอบด้วย ระบบแจ้งปัญหาร้องเรียน ระบบติดตามโครงการ ระบบสวัสดิการและสังคม ระบบสาธารณสุข ระบบงานป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย และระบบบูรณาการข้อมูลและ ArcGIS ล่าสุดลุยต่อยอดสร้างระบบติดตามสถานการณ์น้ำ เพื่อการบริหารจัดการระบบน้ำแบบเรียลไทม์ 24 ชม.

อย่างไรก็ดีเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศภูมิศาสตร์ ยังได้เข้ามาพัฒนาระบบต่าง ๆ ให้กับเทศบาลนครนนทบุรี ได้แก่ ระบบแจ้งเหตุร้องเรียนร้องทุกข์ประชาชน ที่สามารถแจ้งเหตุเข้ามาผ่านระบบและสามารถติดตามหรือดูภาพรวมทั้งหมด ค้นหาการแจ้งเหตุร้องเรียนร้องทุกข์ได้โดยใช้เลขประจำตัวประชาชน ซึ่งปัจจุบันมีการดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว 43% โดยมีระบบติดตามกิจกรรมโครงการ เพื่อบริหารความคืบหน้าของโครงการทั้งหมดของเทศบาลนครนนทบุรี ทั้ง 11 หน่วยงานภายใต้เทศบาลนครนนทบุรี ที่แสดงผลในรูปแบบ Dashboard พร้อมแผนที่ พิกัดที่ตั้ง รายละเอียดโครงการ ผู้รับผิดชอบ งบประมาณที่ใช้ รวมถึงสถานะโครงการ โดยภาพรวมในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา มีโครงการต่าง ๆ ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว 91 โครงการ คิดเป็น 94% ของโครงการทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันยังมีบางส่วนงานเป็นโครงการนำร่อง โดยมีแผนที่จะพัฒนาบูรณาการข้อมูลไปใช้ในอนาคตอันใกล้นี้

ด้านนายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมตรีนครนนทบุรี กล่าวว่า สำหรับแนวทางการทำงานของเทศบาลนครนนทบุรีในอนาคต จะมุ่งเน้นในเรื่องระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ โดยตั้งเป้าหมายในการพัฒนาปรับปรุงถนน สิ่งแวดล้อม ต้นไม้ ไฟฟ้า พื้นที่สาธารณะ การระบายน้ำ และรวมถึงระบบป้องกันน้ำท่วม ปัจจุบันได้มีระบบติดตามดูระดับน้ำในพื้นที่ ซึ่งเทศบาลนครนนทบุรีมีความหนาแน่นของประชากรค่อนข้างสูง การทำงานเพื่อรองรับประชาชนในทุก ๆ ด้าน ต้องใช้บุคลากรจำนวนมากเพื่อรองรับประชากรในพื้นที่ ซึ่งมีกว่า 4 แสนคน ทั้งประชากรที่มีชื่อในทะเบียนบ้านและประชากรจากภูมิลำเนาอื่นที่เข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่ จนปัญหาปริมาณขยะที่มีเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 500 ตันต่อวัน ส่งผลให้ต้องใช้การบริหารจัดการระบบน้ำเป็นพิเศษ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชากรเทศบาลนครนนทบุรี โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยริมคลอง ริมแม่น้ำ

เทศบาลนครนนทบุรี ตั้งใจที่จะพัฒนาเมืองตามวิสัยทัศน์และพันธกิจ ด้วยการพัฒนาสภาพแวดล้อมของชุมชนเมืองให้เป็นเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนประชาชนบนมาตรฐานบริการที่ดีมีคุณภาพด้วยระบบการบริหารจัดการที่ดี โดยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าเป็นส่วนช่วยเจ้าหน้าที่ในการทำงาน เช่น ระบบการให้บริการประชาชนด้วยเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ทั้ง 6 ระบบที่กล่าวมา เมื่อระบบการทำงานสะดวกสบาย รวดเร็ว คล่องตัว ก็สามารถแก้ไขและจัดการปัญหาได้รวดเร็วขึ้น เพื่อนำไปสู่การบริการประชาชนอย่างมีศักยภาพ ควบคู่ไปกับการดูแลจัดการและแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมถึงส่งเสริมเศรษฐกิจในชุมชน และรักษาความสงบเรียบร้อยภายในเมือง จนก้าวเป็น Smart City เป็นเมืองที่น่าอยู่ทั้งในวันนี้และอนาคต

from:https://www.enterpriseitpro.net/nakonnon-4-0-smart-city/

มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ไว้วางใจ RICOH เพื่อพัฒนาระบบการพิมพ์ และสร้างโซลูชั่นไอทีที่ยอดเยี่ยม

มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ มีความมุ่งมั่น ในการจัดกระบวนการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาให้เป็นบุคคลที่เพียบพร้อมสมบูรณ์ ทั้งด้านวิชาการและการเป็นมืออาชีพในสาขาวิชาที่เรียน

ดร.สุดาพร ทองสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ กล่าวว่า ปัจจุบันมหาวิทยาลัยหาดใหญ่มุ่งเน้นไปในประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของนวัตกรรมและดิจิทัล เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนมีความทันยุคสมัยและพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลที่จะนำไปใช้ในอนาคตได้มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ตั้งเป้าหมายเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำของประเทศไทยที่จะส่งเสริมผู้เรียนในทุกด้านดังสโลแกน “สร้างสรรค์สู่สากล สร้างคนสู่อนาคต” นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ยังมีความโดดเด่นด้านตำแหน่งที่ตั้งและภูมิศาสตร์คือตั้งอยู่ใจกลางเมืองหาดใหญ่ เมืองเศรษฐกิจและศูนย์กลางการค้า การคมนาคมที่สำคัญของภาคใต้ ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์และความหลากหลายของวิถีชีวิตผู้คนในภาคใต้ อีกทั้งภายในมหาวิทยาลัยเองก็มีความร่มรื่นและอุดมสมบูรณ์ของพันธุ์ไม้นานาชนิด สภาพแวดล้อมในการอยู่อาศัยที่เหมาะสมและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ให้ความสำคัญในประเด็นของเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นหลัก จึงได้วางระบบโครงข่ายไร้สายทั่วทั้งมหาวิทยาลัยเพื่อให้นักศึกษาสามารถใช้งานได้สะดวก เสริมสร้างระบบการเรียนแบบออนไลน์และออฟไลน์ที่สามารถให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ทั้งในและนอกห้องเรียนการเรียนออนไลน์ผ่าน MOOC ที่สามารถรองรับผู้เรียนได้ทั่วโลก พร้อมทั้งมีแอปพลิเคชันต่างๆ ที่รองรับการใช้งานทั้งบุคลากรและนักศึกษา เช่น i-Service, i-Student, i-Office, i-Learning, บัตรนักศึกษาแบบ Smart Purse (สมาร์ทเพิร์ส) เป็นต้น เพื่อเป็นมหาวิทยาลัยดิจิทัล “Digital Life University”

RICOH พาร์ทเนอร์คู่ใจด้านไอที

เทคโนโลยีและเซอร์วิสเกี่ยวกับการให้บริการและแอปพลิเคชันด้านไอทีที่กล่าวมาข้างต้น เป็นการพัฒนาโดยอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัย ทำให้เกิดการทำงานที่รวดเร็วและตรงกับความต้องการมากที่สุด ต่อมาได้พัฒนาแอปพลิเคชันบางส่วนร่วมกับผลิตภัณฑ์ของทาง RICOH เช่นบัตรนักศึกษาแบบ Smart Purse เดิมทีใช้เป็นเพียงบัตรในการตรวจสอบสถานะการเข้าและออกมหาวิทยาลัย และตรวจสอบชั่วโมงกิจกรรมของนักศึกษา แต่เนื่องด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของท่านอธิการบดีมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ จึงมีความประสงค์ให้จัดทำบริการ Share Print ผ่านทางบัตร Smart Purse เพื่อให้นักศึกษาสามารถพิมพ์เอกสารได้ทุกพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยเพื่อตอบสนองความต้องการให้ผู้เรียนได้ใช้การบริการเทคโนโลยีที่รวดเร็วและทันสมัย จึงเกิดการพูดคุยและพัฒนาร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยและ RICOH อย่างลงลึก และทาง RICOH ได้แสดงถึงความพยายามอย่างยิ่งในการปรับแก้บางฟังก์ชันเพื่อให้สามารถใช้งานบัตร Smart Purse ในการบริการ Share Print ได้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของทาง RICOH อย่างแท้จริง
เมื่อกล่าวถึงผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์เดิมที่ใช้ก่อนหน้านั้น มีความแตกต่างกันทั้งขนาดและวิธีการใช้งาน พบปัญหาเกิดขึ้นทั้งเรื่องของประสิทธิภาพ หมึกพิมพ์หมดไว (เนื่องจากให้บริการผู้ใช้เป็นจำนวนมาก) รวมถึงการบริการที่ค่อนข้างช้า จึงทำให้มหาวิทยาลัยตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ของทาง RICOH ทั้งหมดในภายหลัง มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ได้ติดตั้งระบบเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันของ RICOH จำนวนกว่า 30 เครื่องเพื่อให้บริการ Share Print แก่นักศึกษาและคณาจารย์ตลอดจนบุคลากรทั้งมหาวิทยาลัย

ผู้อำนวยการสำนักงานอธิการบดี ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า ด้วยความไว้วางใจที่มีต่อ RICOH เกี่ยวกับประสิทธิภาพของโซลูชั่นงานพิมพ์และการให้บริการ ทางมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ยังได้เพิ่มเติมในส่วนของการใช้โซลูชั่นระบบไอทีโดยให้ทาง RICOH เป็นผู้จัดหาเพิ่มเติมเข้ามาใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเซิร์ฟเวอร์และระบบสตอเรจ ที่อยู่ในดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งRICOH เป็นผู้จัดหาโซลูชั่นให้อีกด้วย

สร้างคุณค่าที่ดีและเพิ่มประโยชน์สูงสุด

การใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของทาง RICOH ที่ผ่านมาหลายปี ทำให้พบว่าสิ่งที่โดดเด่นคือประสิทธิภาพและความคุ้มค่าจากการใช้งานโซลูชั่น ผลิตภัณฑ์ของ RICOH ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของมหาวิทยาลัยได้ในเรื่องของบริการShare Print และยังมีส่วนร่วมในการพัฒนาให้ระบบบัตรนักศึกษา Smart Purse ใช้งานร่วมกับบริการดังกล่าวได้ รวมถึงราคาค่าเช่าเครื่องก็อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ ความต้องการด้านระบบไอทีถือว่าตอบโจทย์การทำงานเป็นอย่างมาก ให้ความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหาและเข้าใจถึงการทำงานของทางมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ได้เป็นอย่างดี

from:https://www.enterpriseitpro.net/hatyai-university-ricoh/

อีเลคโทรลักซ์ ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย เปิดตัวนวัตกรรมตอบโจทย์ทุกกลุ่มเป้าหมาย

อีเลคโทรลักซ์ แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านชั้นนำระดับโลกจากยุโรป เปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย 4 รุ่น ด้วยกัน ได้แก่ เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Pure Q9 เครื่องดูดฝุ่นหุ่นยนต์อัจฉริยะ Pure i9.2 เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Pure F9 และ เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Ergorapido PowerPro โดยเครื่องดูดฝุ่นแต่ละรุ่นล้วนตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม ตอกย้ำอีเลคโทรลักซ์ในฐานะผู้นำในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย

“เครื่องดูดฝุ่นของอีเลคโทรลักซ์ถูกออกแบบมาภายใต้คอนเซ็ปต์ “Effortless Cleaning, Better Living” การทำความสะอาดเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับทุกคน อีเลคโทรลักซ์ตั้งใจออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านการทำความสะอาด เพื่อประสบการณ์ทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพและสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย นวัตกรรมชั้นนำและประสบการณ์กว่า 100 ปี ในอุตสาหกรรมเครื่องดูดฝุ่น อีเลคโทรลักซ์นำเสนอผลิตภัณฑ์เครื่องฝุ่นหลากหลายรุ่นที่ทำให้การทำความสะอาดเป็นเรื่องง่าย ไม่ว่าผู้บริโภคจะอาศัยอยู่ที่บ้านหรือคอนโด” นายรัชตะ สุทธาพัฒน์ธานนท์ ผู้จัดการทั่วไป ประจำประเทศไทย และอินเตอร์เนชั่นแนล มาร์เก็ต บริษัท อีเลคโทรลักซ์ ประเทศไทย จำกัด กล่าว

“อีเลคโทรลักซ์ในฐานะผู้นำด้านผลิตภัณฑ์เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย เรามีความเชี่ยวชาญและนวัตกรรมที่คิดค้นมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่สะดวกสบายและแก้ไขปัญหาของผู้บริโภคทุกกลุ่ม เครื่องดูดฝุ่นทั้ง 4 รุ่น มีรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน แต่สามารถตอบโจทย์เรื่องการทำความสะอาดได้ตามต้องการ ได้แก่ เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Pure Q9 ที่มีความเบา คล่องตัว ทำความสะอาด เหมาะกับกลุ่มแม่บ้าน หรือผู้ที่มีเวลาในการดูแลความสะอาดภายในบ้าน เครื่องดูดฝุ่นหุ่นยนต์อัจฉริยะ Pure i9.2 เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลา เดินทางบ่อย ชอบเทคโนโลยี หรือ tech-savvy สามารถสั่งงานผ่านแอปฯ บนสมาร์ทโฟนได้ทุกที่ทุกเวลา ส่วนเครื่องดูดฝุ่น Pure F9 ทำความสะอาดได้อย่างดีเยี่ยมทุกซอกทุกมุม เหมาะกับคนรักบ้านเช่นเดียวกัน และเครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Ergorapido PowerPro มีลักษณะ 2-in-1 ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการทำความสะอาดมากกว่าพื้นห้อง เพราะสามารถใช้ทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านได้อีกด้วย” นางชลลดา ฮิลเดอบรานด์ ผู้อำนวยการฝ่ายการลาด บริษัท อีเลคโทรลักซ์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวเสริม

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Pure Q9 ดีไซน์ทันสมัย รูปร่างเพรียวบาง น้ำหนักเบา มาพร้อมนวัตกรรมกักเก็บเสียง ตัดปัญหาเสียงรบกวนผู้อื่นจะหว่างทำความสะอาด พร้อมการหมุนเวียนของลมที่นุ่มนวลและปราศจากมลภาวะทางเสียง เสริมด้วยประสบการณ์การทำความสะอาดสูงสุดด้วยเทคโนโลยีกล่องเก็บฝุ่น ตัวเครื่องสามารถตั้งอยู่ได้เองอย่างอิสระ หรือวางในแนวตั้งเพื่อทำความสะอาดพื้นที่ใต้เฟอร์นิเจอร์ความสูงถึง 140 มิลลิเมตร นอกจากนี้ ยังสามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ได้บนแท่นชาร์จที่ดึงเข้าออกได้อย่างง่ายดาย

เครื่องดูดฝุ่นหุ่นยนต์อัตโนมัติ Pure i9.2 ยังคงคอนเซ็ปต์การใช้งานที่สะดวกสบายขั้นสุด ควบคุมการทำงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน สามารถเชื่อมต่อได้ทุกที่ พร้อมสั่งงานได้ทุกเวลา ไม่ต้องเสียเวลาขยับเฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งกีดขวางบนพื้น เพราะเครื่องดูดฝุ่นหุ่นยนต์อัตโนมัติ Pure i9.2 มาพร้อมกับเลเซอร์และกล้องตรวจจับพื้นที่ภายในห้อง ที่สามารถประมวลผลว่ามีสิ่งกีดขวางอยู่บริเวณใดในห้อง พร้อมวิเคราะห์เส้นทางการทำความสะอาดได้ตามที่ต้องการ ตัวเครื่องถูกออกแบบเป็นรูปทรงสามเหลี่ยม ช่วยให้การทำความสะอาดเข้าถึงได้ทุกซอกทุกมุม ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคดิจิทัลได้อย่างดี

เครื่องดูดฝุ่น Pure F9 เครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่มีประสิทธิภาพการทำความสะอาดหมดจด ด้วยเทคโนโลยี FlexLift สามารถปรับตัวเครื่องดูดฝุ่นให้มีระดับความสูงต่ำตามสรีระของผู้ใช้งาน ทำให้ผู้ใช้สามารถทำความสะอาดได้ทุกซอกทุกมุม พร้อมหัวเปลี่ยนให้เลือกเพื่อทำความสะอาดตามจุดต่าง ๆ ที่ต้องการ

เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Ergorapido PowerPro ถูกออกแบบเพื่อทำให้ประสิทธิภาพในการดูดฝุ่นร่องบนพื้นแข็งได้มากกว่าเดิมถึง 6 เท่า (เมื่อเปรียบเทียบกับ Ergorapido รุ่น ZB3114) สามารถทำความสะอาดได้ทุกซอกมุม ด้วยลูกกลิ้งที่พัฒนามาเพื่อการทำความสะอาดฝุ่นที่มีขนาดอนุภาคเล็กไปจนถึงฝุ่นละอองขนาด XXL Ergorapido PowerPro เหมาะกับผู้ที่เป็นภูมิแพ้ เพราะมีเทคโนโลยีที่กรองฝุ่นประสิทธิภาพสูง ที่ดักจับฝุ่นขนาดไมโครได้ถึงร้อยละ 99 ของ (ทดลองจากฝุ่นละอองขนาด 1-3 ไมครอน) ที่สำคัญ เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Ergorapido PowerPro ยังสามารถถอดด้ามจับ กลายเป็นเครื่องดูดฝุ่นมือจับขนาดเล็กที่ใช้ทำความสะอาดโซฟา โต๊ะทำงาน หมอน เตียงนอน เรียกได้ว่าเป็นเครื่องดูดฝุ่น 2-in-1 เพื่อการใช้งานอย่างสะดวกสบายขั้นสุด

from:https://www.enterpriseitpro.net/electrolux-pure-i9-2/